Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Arts and Humanities Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2023

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 16981 - 17010 of 18347

Full-Text Articles in Arts and Humanities

The Impacts Of The 2014 Coup On Thailand's Relations With The People's Republic Of China And The United States Of America, Xue Yang Jan 2023

The Impacts Of The 2014 Coup On Thailand's Relations With The People's Republic Of China And The United States Of America, Xue Yang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Thailand's foreign policy in the international stage has often been compared to bamboo that bends with the wind. The contrasting reactions from China and the United States to Thailand's 2014 military coup have shaped the new orientation of Thailand's international relations. China has traditionally pursued a foreign policy of non-interference in the internal affairs of other countries, gaining favor with the military government led by General Prayuth. The U.S. government, led by President Obama, issued strong outright condemnation and military sanctions against the 2014 coup. In response to the U.S. criticism of the coup and China's non-interference policy, Thailand under …


การศึกษากระบวนการฝึกฝนการใช้จินตนาการเพื่อสร้างตัวละคร เอ็มม่า ในละครเพลงเรื่อง เทล มี ออน อะ ซันเดย์ โดย แอนดรูว์ ลอยด์ เวบเบอร์ และดอน แบล็ค ในปีค.ศ. 1979, ชนิสรา ศรแผลง Jan 2023

การศึกษากระบวนการฝึกฝนการใช้จินตนาการเพื่อสร้างตัวละคร เอ็มม่า ในละครเพลงเรื่อง เทล มี ออน อะ ซันเดย์ โดย แอนดรูว์ ลอยด์ เวบเบอร์ และดอน แบล็ค ในปีค.ศ. 1979, ชนิสรา ศรแผลง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและสังเคราะห์กระบวนการฝึกฝนการใช้จินตนาการในการแสดงที่จะสามารถนำไปพัฒนาและสร้างตัวละคร เอ็มม่า ในละครเพลงเรื่อง เทล มี ออน อะ ซันเดย์ (Tell Me on a Sunday) อีกทั้งเพื่อฝึกฝนและพัฒนาทักษะการร้องเพลงเพื่อนำเสนอตัวละคร เอ็มม่า ผ่านบทละครเพลงดังกล่าว โดยผู้วิจัยได้ศึกษาทฤษฎีการแสดง และฝึกซ้อมการแสดงควบคู่กับการฝึกฝนแบบฝึกหัดทางด้านการแสดงเพื่อนำไปพัฒนาและสร้างตัวละคร เอ็มม่า ซึ่งความท้าทายของละครเพลงข้างต้นคือ จะมีเพียง 1 ตัวละคร ที่นำเสนอเรื่องราวบนเวที โดยมีการพูดคุยกับตัวละครอื่นที่ไม่ปรากฏบนเวที ดังนั้นนักแสดงจึงต้องใช้จินตนาการในการแสดงอย่างมากเพื่อทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกร่วม และเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น วิธีการหลักที่ถูกใช้ในการพัฒนาและสร้างตัวละครในงานวิจัยนี้คือมนต์สมมติ (Magic If) โดยคอนสแตนติน สตานิสลาฟสกี (Constantin Stanislavski) ควบคู่ไปกับทฤษฎีการแสดงเกี่ยวกับการใช้จินตนาการ (Imagination) ของ สเตลลา แอดเลอร์ (Stella Adler) ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการจดบันทึก การบันทึกวิดีโอการฝึกซ้อมและการแสดง ซึ่งมีการประเมินผลหลังจากนำเสนอผลงานการแสดงแล้วโดยการเก็บรวบรวมแบบสอบถามจากผู้ชมทั้งหมด 50 ชุด การประเมินการแสดงจากอาจารย์ที่ปรึกษาในรอบก่อนการแสดงจริง และมีการวิเคราะห์จากการพูดคุยจากการเสวนากับผู้ทรงคุณวุฒิหลังจบการแสดง กระบวนที่สังเคราะห์ได้คือการฝึกฝนตามลำดับดังนี้ Magic If, Given Circumstances, Super Objective และการใช้แบบฝึกหัดเข้ามาช่วยพัฒนาระหว่างการฝึกซ้อม ซึ่งผลจากการฝึกฝนตามกระบวนการที่ได้มาทำให้ผู้วิจัยสามารถทำให้ผู้ชมเชื่อในสถานการณ์ของตัวละครได้ ผู้ชมเกิดความรู้สึกร่วมไปกับเหตุการณ์ที่ตัวละครกำลังประสบอยู่ และเห็นพัฒนาการของการเปลี่ยนแปลงของตัวละครเอ็มม่า ในส่วนของผลของการฝึกฝนการร้องเพลงคือผู้วิจัยเกิดความมั่นใจในการร้องเพลงเพื่อที่จะสื่อสารเรื่องราวของตัวละครสู่ผู้ชมมากขึ้น และผู้วิจัยไม่เกิดความกังวลขณะที่กำลังแสดงอยู่เนื่องจากการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอก่อนการแสดงจริง


The Effects Of A Genre-Based Writing Assessment-For-Learning Model On Enhancement Of Thai Efl Students’Writing Proficiency, Kasidit Supan Jan 2023

The Effects Of A Genre-Based Writing Assessment-For-Learning Model On Enhancement Of Thai Efl Students’Writing Proficiency, Kasidit Supan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Previous research has shown that teaching writing through different genres helps English as a foreign language (EFL) students improve their writing skills (Dickinson, 2013; Taufiqulloh, 2018; Sritakarn, 2019). However, other studies have found that this method does not always help students organize argumentative essays or use the right linguistic features in these essays (Udomyamokkul, 2004; Ka-Kan-Dee, 2015). The purposes of the present study were (1) to investigate the effects of a genre-based writing assessment-for-learning model on enhancement of Thai EFL students’ writing proficiency, (2) to examine the effects of the model on Thai EFL students’ assessment literacy, and (3) to …


ตัวละครเอกชายในงานเขียนของมุระกะมิ ฮะรุกิ ในช่วง ค.ศ. 1979-2017, ดุสิตา ปริญญาพล Jan 2023

ตัวละครเอกชายในงานเขียนของมุระกะมิ ฮะรุกิ ในช่วง ค.ศ. 1979-2017, ดุสิตา ปริญญาพล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาตัวละครเอกชายในงานเขียนของมุระกะมิ ฮะรุกิ ในช่วง ค.ศ.1979-2017 และบริบททางสังคมของญี่ปุ่นในช่วงเวลาดังกล่าว โดยวิเคราะห์ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครเอกชายกับตัวละครอื่นๆในเรื่อง ซึ่งจะแสดงให้เห็นลักษณะการปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละครเอกชายกับสังคม รวมทั้งสะท้อนทัศนคติของผู้เขียนที่มีต่อสังคมภายใต้บริบทสังคมญี่ปุ่นร่วมสมัย โดยสามารถแบ่งลักษณะของตัวละครเอกชายได้ตามช่วงเวลาการประพันธ์ผลงานของมุระกะมิ ฮะรุกิ ได้เป็น 3 ช่วง ดังนี้ งานเขียนในช่วงแรก (ค.ศ. 1979-1986) ตัวละครเอกชายมีการรับมือและจัดการกับปัญหาด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้างด้วยวิธียอมรับจนนิ่งเฉย หลีกหนี หรือกีดกัน ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นลักษณะของตัวละครเอกชายที่มีความโดดเดี่ยวและแปลกแยกจากสังคม ไม่สอดคล้องกับความเป็นชายกระแสหลักที่สังคมคาดหวัง อันเป็นผลมาจากสภาพสังคมญี่ปุ่นในช่วงฟื้นฟูประเทศภายหลังการพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 รวมทั้งอิทธิพลจากประเทศสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรป เกิดการปะทะสังสรรค์กันของหลากหลายแนวคิดและอุดมการณ์ ทั้งความเป็นปัจเจกนิยม ความเป็นเสรีนิยมแบบบุปผาชนหรือฮิปปี้ ตลอดจนอุดมการณ์ทุนนิยมที่กลายเป็นกระแสหลักที่กาหนดรูปแบบและวิถีชีวิตของผู้คน งานเขียนในช่วงที่สอง (ค.ศ. 1987-1999) ตัวละครเอกชายดาเนินชีวิตท่ามกลางค่านิยมดั้งเดิมของญี่ปุ่นกับความเป็นสมัยใหม่แบบตะวันตกได้ดูกลมกลืนมากขึ้น นับตั้งแต่ลัทธิทุนนิยมที่ไหลบ่าเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่1950 จนกระทั่งยุค “ทศวรรษที่สูญหาย” ภายหลังปรากฏการณ์ฟองสบู่แตกในช่วงครึ่งหลังทศวรรษที่1990 พัฒนาการของตัวละครเอกชายในช่วงนี้สะท้อนผ่านบทบาท “พ่อ” และความต้องการเป็นพ่อ ซึ่งเผยให้เห็นการยอมรับและปรับตัวเข้าสู่สังคม ในขณะเดียวกันก็สะท้อนความเป็นชายแบบใหม่ที่เป็นขั้วตรงข้ามกับปิตาธิปไตยแบบดั้งเดิม ทั้งนี้อาจเพื่อนำเสนอทางออกให้แก่สังคมที่เต็มไปด้วยปัญหาที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมญี่ปุ่น งานเขียนในช่วงที่สาม(ค.ศ. 2000-2017) ภายใต้บริบทสังคมในยุคทศวรรษที่สูญหายที่เริ่มตั้งแต่ทศวรรษที่1990 สังคมญี่ปุ่นยังคงอยู่ในสภาวะสูญหายอยู่จนกระทั่งปัจจุบัน ตลอดจนเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในปีค.ศ.2013 ประกอบกับการที่มุระกะมิเติบโตขึ้น ทำให้เขาเริ่มหันกลับมามีพันธกิจต่อสังคมญี่ปุ่น โดยการนาเสนอตัวละครเอกชายที่ละทิ้งความเป็นปัจเจก หันกลับมาให้คุณค่ากับการรวมกลุ่ม อันเป็นคุณค่าดั้งเดิมของมนุษย์ หากมนุษย์ร่วมมือช่วยเหลือกันและกันสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น


การประกอบสร้างอัตลักษณ์นักเดินทางของกลุ่มนักเขียนเจเนอเรชั่นวายในบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวร่วมสมัยของไทย, อรสุธี ชัยทองศรี Jan 2023

การประกอบสร้างอัตลักษณ์นักเดินทางของกลุ่มนักเขียนเจเนอเรชั่นวายในบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวร่วมสมัยของไทย, อรสุธี ชัยทองศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาการประกอบสร้างอัตลักษณ์นักเดินทางของกลุ่มนักเขียนเจเนอเรชั่นวายในบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวร่วมสมัยของไทย ผลการวิจัยสรุปได้ว่ากลุ่มนักเขียนเจเนอเรชั่นวายซึ่งเกิดระหว่างพ.ศ.2523 – 2543 ได้ใช้บันทึกการเดินทางท่องเที่ยวร่วมสมัยในการประกอบสร้างอัตลักษณ์นักเดินทางผ่านองค์ประกอบของหนังสือบันทึกการเดินทาง ได้แก่ ยานพาหนะ ที่พัก และสถานที่ ทั้งนี้ อัตลักษณ์ที่ประกอบสร้างขึ้นเป็นผลมาจากวาทกรรมจำนวนมากที่ไหลเวียนอยู่ในสังคม ทั้งวาทกรรมที่ผูกติดกับงานเขียนประเภทนี้มาแต่เดิม และวาทกรรมที่สัมพันธ์กับบริบทสังคมปัจจุบันที่คนเจเนอเรชั่นวายเติบโตขึ้น การประกอบสร้างอัตลักษณ์ดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้เห็นถึงรูปแบบวิถีชีวิตและรสนิยมที่เหนือกว่า อันเป็นผลมาจากความสามารถในการระดมทุนประเภทต่าง ๆ ที่คนเจเนอเรชั่นวายได้รับถ่ายทอดและปลูกฝังมาตั้งแต่เยาว์วัย ทำให้พวกเขามีศักยภาพที่เหนือกว่าในสนามการเดินทาง นอกจากนี้ การเดินทางและการประกอบสร้างอัตลักษณ์นักเดินทางยังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการของการสั่งสมและนำมาซึ่งการแลกเปลี่ยนทุนที่ช่วยธำรงตำแหน่งแห่งที่ของพวกเขาในโครงสร้างทางสังคมเอาไว้นอกจากนี้ นักเขียนเจเนอเรชั่นวายยังได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อนำเสนอประสบการณ์การเดินทางด้วย โดยสื่อสังคมออนไลน์นี้ได้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบและวิธีการนำเสนอประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างจากสื่อดั้งเดิม ได้แก่ ประสบการณ์การเดินทางจากวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมระหว่างนักเขียนและผู้ติดตาม และการนำเสนอประสบการณ์ผ่านภาพซึ่งใช้การดูอันเป็นวิถีของการเสพสื่อใหม่ที่เข้ามาแทนที่การอ่าน อนึ่ง วัฒนธรรมการมีส่วนร่วมดังกล่าวยังทำให้นักเขียนต้องตอบสนองความต้องการของผู้ติดตามด้วยการปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์ไปตามบริบทแวดล้อมรวมถึงเมื่อได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เพื่อรักษาการมีส่วนร่วมบนสื่อสังคมออนไลน์เอาไว้ เนื่องจากปัจจุบันจำนวนผู้ติดตามและปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นบนสื่อประเภทนี้นับเป็นทุนอีกลักษณะหนึ่งที่แปลงไปเป็นทุนประเภทอื่นได้ ปัจจัยดังกล่าวทำให้นักเขียนบันทึกการเดินทางบนสื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ต้องรักษาสถานภาพของตนด้วยการปรับปรุงอัตลักษณ์ตามความคาดหวังของผู้ชมในฐานะผู้บริโภค อย่างไรก็ดี อัตลักษณ์นักเดินทางที่ปรากฏบนสื่อเหล่านี้อาจไม่ได้เป็นอัตลักษณ์ของปัจเจกบุคคล เนื่องจากการเป็นอินฟลูเอนเซอร์เป็นผลจากกระบวนการทำงานร่วมกันของหลายฝ่ายที่ผลิตและประกอบสร้างอัตลักษณ์นักเดินทางขึ้นเพื่อเป็นสินค้าประเภทหนึ่งในระบบทุนนิยมปัจจุบัน


ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : สิงคโปร์ซิมโฟนิกแรปโซดีสำหรับวงดุริยางค์เครื่องลม, พิสิฐ พิริยะภรณ์ Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : สิงคโปร์ซิมโฟนิกแรปโซดีสำหรับวงดุริยางค์เครื่องลม, พิสิฐ พิริยะภรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลงนี้ มีพื้นฐานมาจากความหลากหลายของเพลงพื้นบ้านของสี่กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนในประเทศสิงคโปร์ จึงรับแรงบันดาลใจนำมาสร้างสรรค์เป็นบทประพันธ์เพลงสำหรับวงดุริยางค์เครื่องลมเพื่อเป็นการนำเสนอเพลงพื้นบ้านในประเทศสิงคโปร์ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น งานประพันธ์เพลงชิ้นนี้มีทั้งหมด 6 ท่อน ความยาวในการบรรเลง 30 นาที ได้นำเอาบทเพลงพื้นบ้านสำคัญของสิงคโปร์มาใช้ในการประพันธ์ ผลของการทำงานสร้างสรรค์นี้พบว่าการประพันธ์เพลงสำหรับวงดุริยางค์เครื่องลมนั้น ต้องใช้องค์ความรู้ทั้งทางด้านทฤษฎีดนตรีและการประสานเสียงมาผสมผสานเข้าด้วยกัน โดยการแบ่งประเภทของเสียงที่นำเอาจังหวะของเพลงพื้นบ้านมาแสดงบทบาทให้เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นในวงดุริยางค์เครื่องลมเล่น อีกทั้งผู้ประพันธ์จำเป็นต้องเข้าใจบันไดเสียง คอร์ด ลักษณะจังหวะ สไตล์การแต่งเพลงและความชำนาญในเรื่องการประสานเสียงด้วย


The Woman In Me Is Tired, Lydia Cowan Jan 2023

The Woman In Me Is Tired, Lydia Cowan

The Laureate

No abstract provided.


After Two Men In Love, Josiah Zuiderveen Jan 2023

After Two Men In Love, Josiah Zuiderveen

The Laureate

No abstract provided.


Not An Invitation, Madalyn L. Rockwell Jan 2023

Not An Invitation, Madalyn L. Rockwell

The Laureate

No abstract provided.


Queendom, Madalyn L. Rockwell Jan 2023

Queendom, Madalyn L. Rockwell

The Laureate

No abstract provided.


Soft-Spoken, Amaya Gipson Jan 2023

Soft-Spoken, Amaya Gipson

The Laureate

No abstract provided.


Deep Water Devotion (Transgender Sailor Evocations), June Pearson Jan 2023

Deep Water Devotion (Transgender Sailor Evocations), June Pearson

The Laureate

No abstract provided.


Submission 2, Madeline Roberts Jan 2023

Submission 2, Madeline Roberts

The Laureate

No abstract provided.


Dreamy Rivers Flowing Under Bridges, Josiah Zuiderveen Jan 2023

Dreamy Rivers Flowing Under Bridges, Josiah Zuiderveen

The Laureate

No abstract provided.


Hide And Seek, Angie Bissonnette Jan 2023

Hide And Seek, Angie Bissonnette

The Laureate

No abstract provided.


Concert Recording 2023-03-30, Pavel Polanco-Safadit Jan 2023

Concert Recording 2023-03-30, Pavel Polanco-Safadit

Concert Recordings & Programs

[00:00]. And Sammy walked in / Michel Camilo --[08:18]. Caravan / Juan Tizol and Duke Ellington, arramged by Pavel Polanco-Safadit -- Rumbon / Pavel Polanco-Safadit -- [15:35]. Aranjuez Groove / Joaquin Rodrigo, arranged by Pavel Polanco-Safadit ; -- [23:35]. Chan-Chan / Compay-Segundo, arranged by Pavel Polanco-Safadit -- [27:47]. D.C. intro / Pavel Polanco-Safadit -- [34:35]. Bromley mambo / Pavel Polanco-Safadit -- [45:07]. I will survive / Freddy Perren and Dino Fekaris, arranged by Pavel Polanco-Safadit -- Rush hour / Pavel Polanco-Safadit.


All Along The Ivory Tower: Black American Identity As Voiced By Poetic Youths, Jeremy D. Greene Jan 2023

All Along The Ivory Tower: Black American Identity As Voiced By Poetic Youths, Jeremy D. Greene

University of the Pacific Theses and Dissertations

The purpose of the current study was to help amplify and analyze Black American elementary student voice in a post-2020 world. Discussions and writings were conducted at the students’ charter school in spaces where students voiced what it meant to be a Black American youth through both verbal and written means. The current qualitative study focused on using discussions and creative writing to help participants make sense of their identity in their school, community, and the United States. This research provided students’ counternarratives regarding stereotypes associated with being Black American students and focused on how such spaces can positively impact …


กลวิธีการแปลคำที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษในบทบรรยายใต้ภาพ : กรณีศึกษาภาพยนตร์เรื่อง ร่างทรง, พิมพ์ศุภางค์ เมตไตรพันธ์ Jan 2023

กลวิธีการแปลคำที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษในบทบรรยายใต้ภาพ : กรณีศึกษาภาพยนตร์เรื่อง ร่างทรง, พิมพ์ศุภางค์ เมตไตรพันธ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาแนวโน้มการเลือกใช้กลวิธีการแปลเพื่อถ่ายทอดความหมายของคำและวลีในบทบรรยายใต้ภาพภาษาอังกฤษ เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ ศาสนาและสิ่งเหนือธรรมชาติของไทยที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง ร่างทรง จำนวนทั้งสิ้น 52 คำ โดยมีสมมติฐานการวิจัยว่าในการแปลเพื่อถ่ายทอดความคำและวลีที่มีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อ ศาสนาและสิ่งเหนือธรรมชาติของไทยจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษในบทบรรยายใต้ภาพภาษาอังกฤษของภาพยนตร์เรื่อง ร่างทรง นั้น ผู้แปลมีแนวโน้มจะเลือกใช้กลวิธีการเทียบทางวัฒนธรรมบ่อยครั้งที่สุด จากการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด ผู้วิจัยพบว่าผู้แปลมีการเลือกใช้กลวิธีการแปลคำทั้งในระดับคำและระดับประโยค ในระดับคำ ผู้แปลเลือกใช้กลวิธีทั้งหมด 55 ครั้ง โดยเลือกใช้กลวิธีการปรับความหนาแน่น 15 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 27.27) การคัดลอกคำด้วยการถ่ายทอดในระดับคำ 15 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 27.27) การเทียบทางวัฒนธรรม 16 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 29.09) การคัดลอกคำด้วยการถ่ายทอดในระดับสัทศาสตร์ 7 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 12.73) และไม่พบการแปล 2 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 3.64) จะเห็นได้ว่าผู้แปลเลือกใช้กลวิธีในระดับคำในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน โดยเลือกใช้กลวิธีการเทียบทางวัฒนธรรมบ่อยครั้งที่สุด ในระดับประโยค ผู้เลือกใช้กลวิธีทั้งหมด 14 ครั้ง โดยเลือกใช้กลวิธีการปรับมุมมอง 4 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 28.57) การจัดเรียงใหม่ 4 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 28.57) การปรับเปลี่ยนตัวบท 4 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 28.57) และการทดแทน 2 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 14.29) จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยพบว่าผู้แปลมีแนวโน้มที่จะเลือกกลวิธีการเทียบเคียงทางวัฒนธรรมบ่อยครั้งมากที่สุดในการแปลคำและวลีทางด้านวัฒนธรรมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ ศาสนาและสิ่งเหนือธรรมชาติเพื่อให้ตัวบทฉบับแปลถ่ายทอดความหมายได้สอดคล้องกับวัฒนธรรมปลายทางซึ่งจะทำให้ผู้รับสารฉบับปลายทางเชื่อมโยงได้โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายเพิ่มเติม ทำให้บทบรรยายใต้ภาพมีลักษณะเป็นไปตามข้อจำกัดของบทบรรยายใต้ภาพทั้งในด้านพื้นที่และด้านเวลา ผลการวิจัยครั้งนี้มีลักษณะสอดคล้องกับผลของงานวิจัยเรื่องการแปลคำทางวัฒนธรรมในส่วนที่ศึกษาเกี่ยวกับกลวิธีการแปลข้ามวัฒนธรรมในการแปลสื่อโสตทัศน์ ที่มีผลลัพธ์ว่ากลวิธีที่เน้นไปทางความเข้าใจของผู้รับสารฉบับปลายทาง โดยกลวิธีที่พบบ่อยครั้งมากที่สุดคือกลวิธีการเทียบทางวัฒนธรรมเช่นเดียวกัน


การก่อรูปทางความคิดชาตินิยมลาวของ มหาสิลา วีระวงส์ ในบริบทสังคมไทย, ธีรพล บัวกระโทก Jan 2023

การก่อรูปทางความคิดชาตินิยมลาวของ มหาสิลา วีระวงส์ ในบริบทสังคมไทย, ธีรพล บัวกระโทก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาการก่อรูปทางความคิดชาตินิยมลาวของมหาสิลา วีระวงส์ นักเขียน นักค้นคว้า และกวีคนสำคัญของลาวในระหว่างปี 1905-1948 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มหาสิลามีประสบการณ์ชีวิตในสังคมไทยอย่างใกล้ชิด ผลการศึกษาพบว่า ความคิดชาตินิยมลาวของมหาสิลามีลักษณะเป็นชาตินิยมทางวัฒนธรรม กล่าวคือ เป็นความคิดชาตินิยมที่ให้ความสำคัญกับองค์ประกอบทางวัฒนธรรมที่เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงความเป็นชาติของลาว การทำงานทางด้านวัฒนธรรมของมหาสิลาเป็นความพยายามฟื้นฟูองค์ประกอบทางวัฒนธรรมเหล่านั้นให้กลับมาเป็นที่ประจักษ์อีกครั้ง เพื่อสร้างความรู้สึกถึงความเป็นชาติเดียวกันให้เกิดขึ้นในหมู่ชาวลาวและเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นชาติของลาว ด้วยภูมิหลังอันใกล้ชิดกับสังคมไทยของมหาสิลา ทำให้บริบททางประวัติศาสตร์ของสังคมไทยมีผลต่อการก่อรูปทางความคิดชาตินิยมลาวของมหาสิลา กล่าวคือ ประสบการณ์ชีวิตของมหาสิลาระหว่างปี 1905-1948 ที่ได้พบกับความเปลี่ยนแปลงในหลายด้านของสังคมไทย ทั้งทางการเมือง ทางสังคม และทางความคิด โดยเฉพาะการขยายตัวของความคิดชาตินิยมไทยในห้วงเวลาดังกล่าว รวมถึงการได้มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลกลุ่มต่าง ๆ ในสังคมไทย ได้แก่ กลุ่มพระสงฆ์อีสาน กลุ่มปัญญาชนและชนชั้นนำไทย และกลุ่มนักการเมืองอีสาน ซึ่งอีสานในที่นี้หมายถึงภูมิหลังของผู้คนที่มาจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยในปัจจุบัน ทั้งหมดนี้เป็นเหตุให้มหาสิลาตระหนักถึงสถานภาพของตนเองในสังคมไทย อันนำไปสู่กระบวนการก่อรูปทางความคิดชาตินิยมลาวของมหาสิลา ที่มีลักษณะของการใช้องค์ความรู้แบบไทยเป็นเครื่องมือในการสร้างความโดดเด่นให้กับความเป็นลาว ซึ่งความเป็นลาวในความคิดของมหาสิลาก็คือองค์ประกอบทางวัฒนธรรมที่บ่งชี้ถึงความเป็นชาติของลาวนั่นเอง และวิธีการเช่นนี้สามารถพบได้ในผลงานตลอดชีวิตการทำงานของมหาสิลา


วรรณกรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติกรรมฐานของธรรมยุติกนิกาย พ.ศ. 2367-2438, สิรภพ ชลหาญ Jan 2023

วรรณกรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติกรรมฐานของธรรมยุติกนิกาย พ.ศ. 2367-2438, สิรภพ ชลหาญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์แนวคิดและวิธีการการปฏิบัติกรรมฐานของธรรมยุติกนิกาย และความเป็นธรรมยุติกนิกายจากข้อสังเกตที่ได้จากวรรณกรรม คือ จากพระราชนิพนธ์และงานนิพนธ์ของคณะผู้ร่วมก่อตั้งจำนวน 4 ท่าน ซึ่งแต่งขึ้นในปีพุทธศักราช 2367-2438 ได้แก่ (1) วชิรญาณภิกขุุ หรือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (2) สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (3) สมเด็จพระวันรัต (ทับ พุุทฺธสิริ) และ (4) พระธรรมไตรโลกาจารย์ (เดช ฐานจาโร) ผลการศึกษาพบว่า การทำกรรมฐานเกี่ยวพันกับการพัฒนาตนตามหลักไตรสิกขา กรรมฐานที่ปรากฏในวรรณกรรมมีจุดมุ่งหมายเพื่อพระนิพพาน ช่วยเจริญสมาธิและปัญญาของผู้ปฏิบัติตามคติในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท ทั้งยังสร้างสำนึกทางพระพุทธศาสนา กรรมฐานที่นำเสนอมีทั้งสมถะและวิปัสสนา สมถกรรมฐานเน้น “จตุรารักขกรรมฐาน” อันได้แก่ พุทธานุสติ เมตตาพรหมวิหาร มรณานุสติ และอสุภสัญญา ในระยะแรก ภายหลัง จึงแสดงวิธีการอื่นตามแนวทางของคัมภีร์วิสุทธิมรรค ส่วนวิปัสสนากรรมฐานเน้นการพิจารณาขันธ์ 5 โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และมิใช่ตัวตน วรรณกรรมกรรมฐานทำให้ความรู้เรื่องกรรมฐานเข้าถึงได้ด้วยการอ่าน ผู้ปฏิบัติกรรมฐานสามารถฝึกฝนโดยไม่ต้องพึ่งพาพระวิปัสสนาจารย์ ทำให้กรรมฐานเป็นข้อปฏิบัติสำหรับผู้ปฏิบัติให้เข้าถึงไตรสิกขา ทั้งยังเป็นเครื่องช่วยเตือนสติและให้ความรู้ในการดำเนินชีวิตตามคติพระพุทธศาสนา การปฏิรูปแนวทางกรรมฐานตามแนวทางดังกล่าวแสดงให้เห็นความเป็นธรรมยุติกนิกายในระยะแรกที่ยังคงเป้าหมายพระนิพพาน ความเชื่อมั่นในวิจารณญาณในการคัดสรรและประยุกต์คำสอนพระพุทธศาสนาให้เหมาะสมกับยุคสมัย และการรับวิทยาการจากตะวันตก ภายหลังเมื่อคณะธรรมยุตมีสถานะมั่นคงขึ้นโดยได้รับการยอมรับจากชนชั้นนำจนให้จัดการศึกษาคณะสงฆ์ วรรณกรรมกรรมฐานบางเล่มใช้เป็นหนังสือเรียนในหลักสูตร ทำให้กรรมฐานแบบโบราณที่เคยปฏิบัติสืบต่อมาค่อย ๆ สูญหายไป


กระบวนการสอนการแสดงสำหรับนักร้องเพลงไทยลูกกรุงโดยใช้หลักการของลี สตราสเบิร์กและแซนฟอร์ด ไมส์เนอร์, สิริจุฑา รักชาติเจริญ Jan 2023

กระบวนการสอนการแสดงสำหรับนักร้องเพลงไทยลูกกรุงโดยใช้หลักการของลี สตราสเบิร์กและแซนฟอร์ด ไมส์เนอร์, สิริจุฑา รักชาติเจริญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เล่มนี้ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกระบวนการสอนการแสดงสำหรับนักร้องเพลงลูกกรุง โดยใช้หลักการและแบบฝึกหัดลี สตราสเบิร์กและแซนฟอร์ด ไมส์เนอร์มาปรับใช้สำหรับการสอน โดยมีวัตถุประสงค์คือเพื่อค้นหาแนวทางการสอนการแสดงและแบบฝึกหัดทางการแสดงที่เหมาะสมในการถ่ายทอดความรู้สึกผ่านบทเพลงสำหรับนักร้อง และเพื่อให้ผู้วิจัยได้ศึกษากระบวนการสอนการแสดงสำหรับนักร้องอย่างลึกซึ้ง ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ดำเนินการในฐานะครูสอนการแสดง และได้เลือกศึกษากับผู้เข้ารับวิจัยจำนวน 5 คน โดยมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ 1) เป็นบุคคลกลุ่มเพศใดก็ได้ 2) เป็นผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป 3) เป็นผู้ที่มีพื้นฐานการร้องเพลงอยู่แล้ว 4) เป็นผู้ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพของตนเองในด้านถ่ายทอดความรู้สึกผ่านบทเพลง ผู้วิจัยได้ออกแบบแผนการสอนที่เน้นใช้แบบฝึกหัดของลี สตราสเบิร์ก และแซนฟอร์ด ไมส์เนอร์ให้ผู้เข้ารับวิจัยได้ฝึกไว้เป็นหลัก ซึ่งมีระยะเวลาการสอนทั้งหมดจำนวน 12 ครั้ง ครั้งละ 3 ชั่วโมง และเมื่อผู้เข้ารับวิจัยเรียนครบตลอดแผนการสอนแล้วจึงได้จัดคอนเสิร์ตประกอบวิทยานิพนธ์เพื่อแสดงต่อหน้าผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อนำข้อเสนอแนะรวมถึงแบบสอบถามจากผู้ชมมาประเมินผล ผลการวิจัยพบว่าแบบฝึกหัดและหลักการของทั้งลี สตราสเบิร์กและแซนฟอร์ด ไมส์เนอร์ ที่ผู้วิจัยนำสอนสามารถใช้พัฒนาผู้เข้ารับวิจัยได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้วิจัยค้นพบว่าหลักการของลีสตราสเบิร์กในเรื่องของการสร้างความจริงจากภายในโดยใช้จิตนาการแห่งการรื้อฟื้นความทรงจำในอดีตนั้น สามารถทำให้ผู้เข้ารับการวิจัยสามารถถ่ายทอดและสื่อสารความรู้สึกออกมาได้อย่างจริงใจได้จริง รวมถึงแบบฝึกหัดการพูดซ้ำ (Repetition) ในหลักการของแซนฟอร์ด ไมส์เนอร์ที่เน้นให้ผู้เข้ารับวิจัยอยู่กับมีสติปัจจุบันขณะแม้อยู่ภายใต้สถานการณ์สมมตินั้นก็สามารถทำให้ผู้เข้ารับวิจัยอยู่กับปัจจุบันขณะ (Moment) ได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาเสถียรภาพการอยู่กับปัจจุบันขณะให้มั่นคงจนสามารถนำสามารถมาใช้ได้เป็นเองโดยอัตโนมัติ การทำวิจัยครั้งนี้ทำให้ผู้วิจัยค้นพบการที่จะช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดนั้นแบบฝึกหัดอย่างเดียวอาจจะไม่พอ จะต้องขึ้นอยู่กับความตั้งใจของผู้เรียนเองเพราะพลังแห่งความตั้งใจนี้จะส่งผลให้ผู้เรียนไม่ทำอะไรอย่างครึ่งๆ กลางๆ และสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างก้าวกระโดด อีกประการหนึ่งคือทักษะด้านการร้องเพลงของผู้เรียนเอง ผู้เรียนควรมีทักษะการร้องที่ดีอยู่แล้วจึงจะต่อยอดทักษะทางด้านนี้ต่อไปได้ เพราะหากยังพะวงเกี่ยวกับการร้องเพลงของตนเองอยู่ จะส่งผลทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่าสมาธิผิดที่ได้โดยง่าย นอกจากนี้ครูผู้สอนจำเป็นจะต้องมีความรู้ทางด้านการแสดงที่แม่นยำเพื่อที่จะได้ฝึกผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพอันนำไปสู่การพัฒนาอย่างสูงสุด


แนวทางการสร้างสรรค์นาฏกรรมไทยเพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายประจำชาติ, มยุริญ แพงทรัพย์ Jan 2023

แนวทางการสร้างสรรค์นาฏกรรมไทยเพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายประจำชาติ, มยุริญ แพงทรัพย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่องแนวทางการสร้างสรรค์นาฏกรรมไทยเพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายประจำชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นมาของการสร้างสรรค์นาฏกรรมไทยเพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายประจำชาติและศึกษาแนวทางการสร้างสรรค์นาฏกรรมไทยเพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายประจำชาติ โดยเป็นการวิจัยเชิงทดลองประกอบด้วยการค้นคว้าเอกสาร การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ และการทดลองสร้างสรรค์ ผลการศึกษาพบว่าประเทศไทยส่งตัวแทนเข้าประกวดนางงามจักรวาลครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2497 และเข้าร่วมรายการมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีการประกวดรอบชุดประจำชาติ ที่ผ่านมาการสร้างสรรค์ท่าทางลีลานาฏกรรมไทยเพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายประจำชาติแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ 1) นางงามและบุคคลใกล้ชิดเตรียมท่าทางลีลานาฏศิลป์ไทยเพื่อใช้ในการประกวด 2) กองประกวดผู้ถือลิขสิทธิ์ของประเทศไทยส่งนางงามเข้าฝึกหัดท่าทางลีลานาฏศิลป์ไทยกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างคลังท่าหรือโครงสร้างของท่าและกระบวนท่าสำหรับให้นางงามเลือกใช้เมื่อถึงการประกวด 3) กองประกวดผู้ถือลิขสิทธิ์ของประเทศไทยจัดหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อออกแบบท่าทางลีลานาฏศิลป์ไทยสำหรับการนำเสนอเครื่องแต่งกายประจำชาติ ส่วนแนวทางการสร้างสรรค์นาฏกรรมไทยเพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายประจำชาติ ผู้วิจัยพบว่ามีปัจจัยที่เป็นข้อบังคับจากกองประกวดนางงามจักรวาลและผู้ถือลิขสิทธิ์ของประเทศไทยอยู่ 6 ประการ ได้แก่ 1) แนวคิดเครื่องแต่งกาย 2) แนวดนตรีประกอบการประกวดในรอบชุดประจำชาติ 3) ระยะเวลาในการนำเสนอ 30-90 วินาที 4) รูปแบบเวทีการวางตำแหน่งเมื่ออยู่บนเวที และมุมกล้อง 5) คุณสมบัติของนางงาม 6) วิธีการเดินของนางงาม เมื่อรวบรวมข้อมูลเหล่านี้แล้วจึงดำเนินการสร้างสรรค์ลีลาท่าทางโดยเน้นการเดินของนางงามผสานเข้ากับลีลาท่าทางนาฏศิลป์ไทยและการแสดงอารมณ์ความรู้สึกผ่านสีหน้าแววตา โดยคำนึงถึงการส่งเสริมแนวคิดของเครื่องแต่งกายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น


A Qualitative Study Of The Time Of Completion For African Graduate Students At Andrews University, George Opoku Jan 2023

A Qualitative Study Of The Time Of Completion For African Graduate Students At Andrews University, George Opoku

Dissertations

Problem

International students are an important part of higher education institutions because they bring in funds, they enhance the diversity, and increase the knowledge being shared (Srivastava et al., 2010; Luo & Jamieson-Drake, 2013; Ongo, 2019; Knight, 2007; Pandit, K., 2007; Baklashova & Kazakov, 2016). Therefore, if retention is not monitored and maintained, the United States could soon lose this important group to other countries with more competitive retention plans (Srivastava, 2010, p. 1561). Andrews University is one school in the U.S. that already shows signs of retention issues among international students, including African international students. There are several challenges …


Toward A Biblical And Missiological Framework For Transformational Advocacy In The Seventh-Day Adventist Church, Michelet William Jan 2023

Toward A Biblical And Missiological Framework For Transformational Advocacy In The Seventh-Day Adventist Church, Michelet William

Dissertations

Problem

Adventists have been inconsistent in dealing with inequality and injustice in society, swaying between silence, accommodation, positional statements, and direct advocacy approaches. Although advocacy has become more prominent among Adventist thinkers since the end of the twentieth century, there is a lack of empirical data which answer questions related to contemporary Adventists' beliefs and practices in relation to advocacy in the context of mission. Concomitantly, there does not yet exist a documented or articulated Adventist missiological perspective on advocacy.

Research Questions

(1) What part, if any, has biblically-based social advocacy played in Adventist mission history? and (2) What do …


Musical Portraiture In Acht Korte Karakterschetsen Voor Piano Vierhandig By Hans Osieck, Yuri Kim Jan 2023

Musical Portraiture In Acht Korte Karakterschetsen Voor Piano Vierhandig By Hans Osieck, Yuri Kim

Theses and Dissertations--Music

Hans Osieck (1910-2000) was a Dutch composer, pianist, and teacher. His musical portraits, Acht Korte Karakterschetsen voor piano vierhandig (Eight Short Character Sketches for Four Hands), are a valuable addition to the piano duo repertoires for intermediate and advanced students. In Eight Sketches, Osieck musically portrays eight of his students using simple compositional techniques, much like the brushstrokes and color palette of an artistic portrait. As a result of their programmatic nature and relatable subjects, Osieck’s Eight Sketches can be particularly useful for students developing their imaginations and learning to perform expressively. As a piano duo, Eight Sketches also serves …


Opportunities For Cantabile Performance In Seung Ki Hong’S Arirang Variations, Hye Jin Yeom Jan 2023

Opportunities For Cantabile Performance In Seung Ki Hong’S Arirang Variations, Hye Jin Yeom

Theses and Dissertations--Music

The purpose of this project is introducing South Korean composer Seung Ki Hong’s Arirang Variations (2015). Hong’s post-2013 work has focused on incorporating traditional Korean melodies into Western instrumental music; Arirang Variations exemplifies this process. The theme is “Arirang,” a folksong that Koreans have sung to express their joys and sorrows for centuries. Hong transforms this iconic melody through a series of variations in various dance styles such as a tango and a Viennese waltz.

This paper includes two main sections. The first provides background information that, although important for understanding Arirang Variations, is inaccessible to many performers. This section …


From A Humble Cry To A Holy Chaconne: The Background, Analysis, And Performance Guide To Chaconne For Tokkae, Op. 96 By M. W. Johann Kim, Jurang Kim Jan 2023

From A Humble Cry To A Holy Chaconne: The Background, Analysis, And Performance Guide To Chaconne For Tokkae, Op. 96 By M. W. Johann Kim, Jurang Kim

Theses and Dissertations--Music

The cries of animals have been used as motivic material in classical music literature throughout history. This project considers the Cambodian tocay gecko’s cry as the motif which embodies the harmonic structure in Chaconne for Tokkae for Violin and Piano, Op. 96 by Dr. Myung Whan Johann Kim. It reveals how Dr. Kim adapts unique compositional style and technique such as the bell harmony of Dr. Kurt Anton Hueber, to develop the theme into 39 colorful variations. The essential elements of the chaconne and the composer’s intentions are examined through personal interviews and correspondence with the composer. These elements are …


Julie Giroux’S Symphony No. 6: The Blue Marble Background, Analysis, And Conductor’S Guide, Josh Gillen Jan 2023

Julie Giroux’S Symphony No. 6: The Blue Marble Background, Analysis, And Conductor’S Guide, Josh Gillen

Theses and Dissertations--Music

Julie Giroux’s Symphony No. 6: The Blue Marble (2022) is an original work for wind band that is quickly rising in popularity among instrumental conductors and ensembles throughout the world. The purposes of this document are to

1) provide biographical details regarding Julie Giroux and her musical career;

2) provide a background of the work’s conception from a musical and multi-media perspective through interviews with Giroux and the first conductors of the work;

3) provide a multi-parametric structural analysis of the work and its companion film;

4) provide conductors with useful information for programming and rehearsing the work.

Chapter one …


The Yi Cycle: Finding The ‘Existing’ And ‘Potential’ In Tan Dun’S Intercourse Of Fire And Water For Cello Solo, Kevin He Jan 2023

The Yi Cycle: Finding The ‘Existing’ And ‘Potential’ In Tan Dun’S Intercourse Of Fire And Water For Cello Solo, Kevin He

Theses and Dissertations--Music

The Chinese American composer Tan Dun was born in 1957 in the Hunan province of China. His early life reflected the difficulties of being a student during the Cultural Revolution. Tan Dun’s Intercourse of Fire and Water for Cello Solo reflects the composer’s journey from China to the USA in the aftermath of the Cultural Revolution. The piece is the first solo concerto originating from Dun’s Yi0: Concerto for Orchestra, which was written in 2002 and is based on the ancient Chinese book I Ching (Book of Changes). The Yi Cycle includes four works: Yi0: Concerto for …


A Conductor’S Analysis Of Selected A Cappella Works By Samuel Coleridge-Taylor, William Bernard Chandler Iii Jan 2023

A Conductor’S Analysis Of Selected A Cappella Works By Samuel Coleridge-Taylor, William Bernard Chandler Iii

Theses and Dissertations--Music

Despite experiencing a great deal of recognition in his lifetime, Samuel Coleridge-Taylor’s music is seldom performed today. His more famous pieces were his choral cantatas, but they require resources that most choirs cannot access. To encourage performance of his music, this monograph focuses on four of his part songs, which are much more accessible.

While many choirs will have the voicings to perform these pieces, they are very chromatic. Coleridge-Taylor is a product of late Romanticism and he employs many chromatic techniques to embellish his music. Inexperienced choirs will struggle to maintain a sense of tonal center if they are …