Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Medicine and Health Sciences (17823)
- Social and Behavioral Sciences (16046)
- Arts and Humanities (10516)
- Education (10044)
- Law (9162)
-
- Life Sciences (6442)
- Physical Sciences and Mathematics (6127)
- Medical Specialties (5875)
- Engineering (4330)
- Medical Sciences (4139)
- Public Health (3889)
- Business (3532)
- History (3035)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (2980)
- Psychology (2832)
- Higher Education (2793)
- Sociology (2735)
- Computer Sciences (2175)
- Oncology (1690)
- Nursing (1647)
- Biomedical Informatics (1584)
- Religion (1528)
- Communication (1524)
- Bioinformatics (1515)
- Diseases (1479)
- Economics (1411)
- Library and Information Science (1384)
- Environmental Sciences (1336)
- Political Science (1247)
- English Language and Literature (1165)
- Institution
-
- University of South Florida (9909)
- The Texas Medical Center Library (4029)
- Washington University School of Medicine (1720)
- Walden University (1610)
- Liberty University (1465)
-
- University of Nebraska - Lincoln (1413)
- Utah State University (1366)
- University of Montana (1323)
- Chulalongkorn University (1262)
- University of Plymouth (1228)
- University of Kentucky (1138)
- Edith Cowan University (1089)
- Brigham Young University (1006)
- Ateneo de Manila University (940)
- Universitas Indonesia (934)
- University of South Carolina (920)
- Singapore Management University (875)
- University of Arkansas, Fayetteville (852)
- University of New Hampshire (834)
- City University of New York (CUNY) (818)
- Kennesaw State University (813)
- University of New Mexico (813)
- Georgia Southern University (797)
- University of Texas Rio Grande Valley (789)
- Portland State University (755)
- Sigma Theta Tau International Honor Society of Nursing (731)
- Purdue University (696)
- San Jose State University (687)
- Louisiana State University (675)
- Thomas Jefferson University (655)
- Keyword
-
- Humans (4388)
- Female (2239)
- Male (1935)
- ICTS (Institute of Clinical and Translational Sciences) (1435)
- Adult (1235)
-
- Animals (1183)
- Middle Aged (1131)
- Aged (958)
- COVID-19 (837)
- Education (794)
- Mice (784)
- Child (596)
- United States (594)
- Adolescent (552)
- Mental health (538)
- Artificial intelligence (481)
- Machine learning (468)
- Higher education (424)
- Climate change (385)
- Young Adult (368)
- Leadership (364)
- Retrospective Studies (357)
- UAB (349)
- Gender (337)
- Sustainability (330)
- Communication (318)
- Depression (318)
- Health (316)
- Social media (311)
- Neoplasms (306)
- Publication
-
- The Auk (5823)
- Faculty, Staff and Student Publications (2446)
- Theses and Dissertations (2357)
- 2020-Current year OA Pubs (1706)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (1524)
-
- Faculty, Staff and Students Publications (1240)
- Research outputs 2022 to 2026 (1026)
- Doctoral Dissertations and Projects (1022)
- Faculty Publications (1000)
- University of Montana Course Syllabi, 2021-2025 (886)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (885)
- Dissertations (878)
- North American Bird Bander (786)
- Electronic Theses and Dissertations (760)
- Eastern Bird Banding Association News (691)
- Faculty Scholarship (651)
- Kritika Kultura (568)
- Theses (532)
- Journal of Raptor Research (479)
- Articles (461)
- Honors Theses (457)
- Bulletin of Chinese Academy of Sciences (Chinese Version) (438)
- African American Funeral Programs (375)
- Historical Documents - Combined (375)
- Marine Ornithology (374)
- DRS Biennial Conference Series (360)
- Research Collection School Of Computing and Information Systems (358)
- 2024 Decisions (340)
- Baghdad Science Journal (336)
- Mythprint (334)
- Publication Type
Articles 98431 - 98460 of 101226
Full-Text Articles in Entire DC Network
การกำหนดกำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานเเสงอาทิตย์ที่รองรับได้ในระบบจำหน่ายเเรงดันต่ำโดยใช้วิธีผสมผสานระหว่างวิธีเชิงสุ่มกับอนุกรมเวลา, ณัฐพัฒน์ รพีอาภากุล
การกำหนดกำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานเเสงอาทิตย์ที่รองรับได้ในระบบจำหน่ายเเรงดันต่ำโดยใช้วิธีผสมผสานระหว่างวิธีเชิงสุ่มกับอนุกรมเวลา, ณัฐพัฒน์ รพีอาภากุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เติบโตอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะการติดตั้งแบบบนหลังคา อย่างไรก็ตามการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงดันต่ำอาจส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้า เช่น โหลดหม้อแปลงและสายส่งไฟฟ้าเกินพิกัด แรงดันเกิน และความไม่สมดุลของแรงดันไฟฟ้า วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีการหาค่ากำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานเเสงอาทิตย์ที่รองรับได้ สำหรับระบบจำหน่ายแรงดันต่ำในประเทศไทย โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านโหลดหม้อแปลงและสายส่งไฟฟ้าเกินพิกัด แรงดันเกิน และความไม่สมดุลของแรงดันไฟฟ้า เนื่องจากการเชื่อมต่อระบบ งานวิจัยนี้ได้ใช้วิธีมอนติคาร์โลควบคู่กับการค้นหาแบบผสมระหว่างไบนารีและเชิงเส้น ในการวิเคราะห์และคำนวณค่ากำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานเเสงอาทิตย์ที่รองรับได้ โดยมีการทดลองในระบบทดสอบที่ดัดแปลงมากจากระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงดันต่ำของประเทศไทยจำนวน 15 ระบบ ผลการวิจัยพบว่าการใช้วิธีการผสมผสานระหว่างวิธีเชิงสุ่มและวิธีอนุกรมเวลาสามารถเพิ่มความเร็วในการคำนวณค่ากำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานเเสงอาทิตย์ที่รองรับได้ โดยที่ยังคงความถูกต้องเเละความเเม่นยำเอาไว้ได้ นอกจากนั้นพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อค่ากำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานเเสงอาทิตย์ที่รองรับได้อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ขนาดหม้อแปลง จำนวนผู้ติดตั้งระบบ PV และระยะจ่ายโหลดสูงสุด สุดท้ายได้นำเสนอเเนวคิดการใช้ค่ากำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานเเสงอาทิตย์ที่รองรับได้ ในการจำกัดกำลังติดตั้งรวมของระบบ ในข้อกำหนดการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงดันต่ำของประเทศไทย และนำเสนอแนวทางการแบบเวลาจริงเพื่อใช้ในระบบจัดการพลังงาน
ประสบการณ์วัยเด็กของผู้ที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า, ศุภวิชญ์ วชิรบรรจง
ประสบการณ์วัยเด็กของผู้ที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า, ศุภวิชญ์ วชิรบรรจง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์วัยเด็กของผู้ที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบปรากฏการณ์วิทยาเชิงตีความ ผู้ให้ข้อมูลหลักประกอบด้วย 6 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าช่วงอายุต่ำกว่า 18 ปี ข้อมูลถูกเก็บรวบรวมผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยคำถามแบบกึ่งโครงสร้าง ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเผยให้เห็นแก่นสาระของประสบการณ์ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) การรับรู้ความไม่ปกติในชีวิต แต่ไม่เข้าใจว่าเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งรวมถึงการรับรู้ว่าพ่อแม่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแต่ไม่ได้เข้าใจลักษณะของโรคอย่างแท้จริง ความกังวลและรู้สึกผิดว่าตนอาจเป็นสาเหตุของความเจ็บป่วย การรับรู้ว่าพ่อแม่ที่ป่วยจิตใจอ่อนไหว และพ่อแม่ที่ป่วยไม่อบอุ่นเหมือนที่เคยเป็น (2) รู้สึกท่วมท้นและไม่แน่ใจว่าจะต้องทำตัวอย่างไรในช่วงวิกฤติของพ่อแม่ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของพ่อแม่ที่ป่วย ลำบากใจเมื่อต้องรับมือกับพ่อแม่ที่ป่วยตอนอาการกำเริบ รู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อไม่สามารถพึ่งพาพ่อแม่ที่ป่วยได้ และรู้สึกสงสารเห็นใจพ่อแม่ที่เป็นผู้ดูแล (3) การปรับเปลี่ยนตนเองเพื่อให้อยู่กับพ่อแม่ที่ป่วยได้ ซึ่งรวมถึงความพยายามในการปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตร่วมกับพ่อแม่ที่ป่วย การกำหนดเป้าหมายในชีวิตและรับผิดชอบต่อตนเอง การทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยดูแลพ่อแม่ที่ป่วย และการมีบทบาทใหม่เป็นที่พึ่งทางใจให้พ่อแม่ ข้อค้นพบจากการศึกษานี้สามารถช่วยทำความเข้าใจประสบการณ์ทางจิตใจของผู้ที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในการช่วยเหลือทางจิตใจให้กับผู้รับบริการที่มีพ่อแม่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โดยช่วยให้พวกเขาปรับตัวและลดผลกระทบจากประสบการณ์ดังกล่าวได้
ความสัมพันธ์ระหว่างสติ ความยืดหยุ่นทางจิตใจ ความเมตตากรุณาต่อตนเอง และความนิยมความสมบูรณ์แบบของนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี, จิณณวัตร เกริกอาชาชัย
ความสัมพันธ์ระหว่างสติ ความยืดหยุ่นทางจิตใจ ความเมตตากรุณาต่อตนเอง และความนิยมความสมบูรณ์แบบของนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี, จิณณวัตร เกริกอาชาชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสติ ความยืดหยุ่นทางจิตใจ ความเมตตากรุณาต่อตนเอง และความนิยมความสมบูรณ์แบบ รวมถึงบทบาทของการเป็นตัวแปรส่งผ่านความเมตตากรุณาต่อตนเองในความสัมพันธ์ ด้วยการวิจัยเชิงสำรวจโดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบตัดขวาง เก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามออนไลน์ซึ่งประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป มาตรวัดสติห้าองค์ประกอบ มาตรวัด Mindfulness Insight Scale มาตรวัดความเมตตากรุณาต่อตนเอง และมาตรวัดลักษณะยึดติดความสมบูรณ์แบบจากกลุ่มตัวอย่างนักศึกษามหาวิทยาลัยในประเทศไทยช่วงอายุ 18 ถึง 25 ปี (M = 20.15, SD = 1.239) จำนวน 289 คน โดยใช้การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันและการวิเคราะห์เส้นทางสำหรับการทดสอบสมมติฐาน ผลการวิจัยพบว่า ความนิยมความสมบูรณ์แบบมีความสัมพันธ์ทางลบกับสติ (r = -.164, p = .003) และความเมตตากรุณาต่อตนเอง (r = -.356, p < .001) อย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่พบความสัมพันธ์กับความยืดหยุ่นทางจิตใจ (r = .000, p = .498) สำหรับการวิเคราะห์ตัวแปรส่งผ่านพบว่า โมเดลที่มีความเมตตากรุณาต่อตนเองเป็นตัวแปรส่งผ่านในความสัมพันธ์สอดคล้องกับข้อมูลระดับดีมาก (χ2(1) = 1.798, CFI = .998, TLI = .987, RMSEA = .053) และพบว่า ความเมตตากรุณาต่อตนเองเป็นตัวแปรส่งผ่านในความสัมพันธ์ระหว่างสติและความนิยมความสมบูรณ์แบบ (β = -0.295, p < .001) และระหว่างความยืดหยุ่นทางจิตใจและความนิยมความสมบูรณ์แบบ (β = -0.140, p < .001) ผลการวิจัยสนับสนุนถึงการส่งเสริมความเมตตากรุณาต่อตนเองในนักศึกษามหาวิทยาลัยเพื่อลดผลกระทบทางลบที่อาจเกิดขึ้นจากความนิยมความสมบูรณ์แบบ
บทบาทการเป็นตัวแปรส่งผ่านของการกำกับอารมณ์แบบเก็บกด ในความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกภาพความไวต่อการประมวลผลข้อมูลสูงกับภาวะซึมเศร้า, ณัฐสุดา บุญอยู่
บทบาทการเป็นตัวแปรส่งผ่านของการกำกับอารมณ์แบบเก็บกด ในความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกภาพความไวต่อการประมวลผลข้อมูลสูงกับภาวะซึมเศร้า, ณัฐสุดา บุญอยู่
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลส่งผ่านระหว่างบุคลิกภาพความไวต่อการประมวลผลข้อมูลสูงซึ่งเป็นบุคลิกภาพของบุคคลที่มีความละเอียดอ่อนสูงในความสัมพันธ์ระหว่างการกำกับอารมณ์แบบเก็บกดและภาวะซึมเศร้า กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวน 201 คนเข้าร่วมงานโดยการสุ่มตามสมัครใจ โดยเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามออนไลน์และแบบกระดาษเขียนตอบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) มาตรวัดระดับบุคลิกภาพแบบละเอียดอ่อนสูง (α = .87) 2) มาตรวัดการกำกับอารมณ์แบบเก็บกด (α = .77) และ 3) มาตรวัดภาวะซึมเศร้า (α = .87) ผลการวิเคราะห์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรเป็นไปตามสมมติฐาน โดยพบสหสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของทั้ง 3 ตัวแปร โดยพบสหสัมพันธ์ทางบวกระหว่างบุคลิกภาพความไวต่อการประมวลผลข้อมูลสูงกับภาวะซึมเศร้า (r(199) = .36, p < .01) บุคลิกภาพความไวต่อการประมวลผลข้อมูลสูงกับการกำกับอารมณ์แบบเก็บกด (r(199) = .19, p < .01) และการกำกับอารมณ์แบบเก็บกดกับภาวะซึมเศร้า (r(199) = .28, p < .01) ในการวิเคราะห์อิทธิพลส่งผ่านอย่างง่าย ผลการศึกษาพบอิทธิพลการส่งผ่านของการกำกับอารมณ์แบบเก็บกดต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกภาพความไวต่อการประมวลผลข้อมูลสูงและภาวะซึมเศร้า (ab = 0.037, 95% bootstrap CI [0.003, 0.088]) ผลงานวิจัยนี้แสดงถึงอิทธิพลของการกำกับอารมณ์แบบเก็บกดต่อความสัมพันธ์ระหว่างความไวต่อการประมวลผลข้อมูลสูงและภาวะซึมเศร้าในกลุ่มบุคคลที่มีความละเอียดอ่อนสูง อันเป็นประโยชน์ในการหาแนวทางการป้องกันหรือลดภาวะซึมเศร้าในบุคคลที่มีความละเอียดอ่อนสูงต่อไป
ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การอบรมเลี้ยงดูแบบใส่ใจจากพ่อแม่ การรับรู้การสนับสนุนความมีอิสระจากพ่อแม่ ความกตัญญู และความพึงพอใจในชีวิตครอบครัวในวัยรุ่นตอนกลาง, ธชา เลิศประเสริฐเวช
ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การอบรมเลี้ยงดูแบบใส่ใจจากพ่อแม่ การรับรู้การสนับสนุนความมีอิสระจากพ่อแม่ ความกตัญญู และความพึงพอใจในชีวิตครอบครัวในวัยรุ่นตอนกลาง, ธชา เลิศประเสริฐเวช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การอบรมเลี้ยงดูแบบใส่ใจจากพ่อแม่ในมิติตระหนักถึงปฏิสัมพันธ์กับลูก และในมิติขัดเกลาอย่างมีสติ การรับรู้การสนับสนุนความมีอิสระจากพ่อแม่ ความกตัญญูในการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน และในแบบอำนาจนิยม และความพึงพอใจในชีวิตครอบครัวในวัยรุ่นตอนกลาง โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 - 5 จำนวน 184 คน มีช่วงอายุระหว่าง 14-17 ปี การวิจัยนี้ตรวจสอบสมมติฐานด้วยการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple regression) ผลการทดสอบการวิเคราะห์การถดถอยแบบพหุคูณ พบว่า มี 3 ตัวแปร ได้แก่ การรับรู้การอบรมเลี้ยงดูแบบใส่ใจในมิติตระหนักถึงปฏิสัมพันธ์กับลูก การรับรู้การอบรมเลี้ยงดูแบบใส่ใจในมิติขัดเกลาอย่างมีสติ และการรับรู้การสนับสนุนความมีอิสระจากพ่อแม่ ร่วมกันอธิบายความพึงพอใจในชีวิตครอบครัวในวัยรุ่นตอนกลาง โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ความถดถอยมาตรฐาน คือ .272 และ.246 และ .202 ซึ่งโมเดลการถดถอยแบบพหุคูณของการรับรู้การอบรมเลี้ยงดูแบบใส่ใจในมิติตระหนักถึงปฏิสัมพันธ์กับลูก การรับรู้การอบรมเลี้ยงดูแบบใส่ใจในมิติขัดเกลาอย่างมีสติ การรับรู้การสนับสนุนความมีอิสระของพ่อแม่ และความกตัญญูร่วมกันอธิบายความพึงพอใจในชีวิตครอบครัวของวัยรุ่นตอนกลางได้ร้อยละ 57
ผลของการฝึกสติที่มีต่อสัมฤทธิ์ผลในการเรียนคีย์บอร์ดขั้นต้นของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 3, ปฏิภาณ ตาคำ
ผลของการฝึกสติที่มีต่อสัมฤทธิ์ผลในการเรียนคีย์บอร์ดขั้นต้นของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 3, ปฏิภาณ ตาคำ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษากึ่งทดลอง เพื่อศึกษาผลของการฝึกสติที่มีต่อสัมฤทธิ์ผลในการเรียนคีย์บอร์ดขั้นต้น ของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 3 กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 3 จำนวน 40 คน แบ่งกลุ่มตัวอย่างโดยการจับคู่เด็กที่มีคะแนนสัมฤทธิ์ผลในการเรียนคีย์บอร์ดขั้นต้นที่ใกล้เคียงกัน แยกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม เด็กทั้ง 2 กลุ่มได้เรียนคีย์บอร์ดขั้นต้นในชั้นเรียนเป็นจำนวน 8 ครั้งเหมือนกัน ต่างกันเพียงกลุ่มทดลองได้เข้าร่วมกิจกรรมฝึกสติที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นก่อน แล้วจึงเรียนคีย์บอร์ดขั้นต้น ในขณะที่กลุ่มควบคุมเรียนคีย์บอร์ดขั้นต้นเพียงอย่างเดียว เก็บข้อมูลก่อนและหลังการเข้าร่วมการทดลอง โดยการใช้แบบทดสอบสัมฤทธิ์ผลในการเรียนคีย์บอร์ดขั้นต้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ใช้สถิติ t-test ผลการวิจัยพบว่า หลังการเรียนคีย์บอร์ดขั้นต้นครบทั้ง 8 ครั้ง เด็กทั้ง 2 กลุ่มมีคะแนนสัมฤทธิ์ผลในการเรียนคีย์บอร์ดขั้นต้นเพิ่มขึ้นมากกว่าคะแนนก่อนเข้าเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่เมื่อเปรียบเทียบการเพิ่มของคะแนนแล้ว พบว่า คะแนนสัมฤทธิ์ผลที่เพิ่มขึ้นหลังการเรียน (gain scores) ของกลุ่มทดลองที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมฝึกสติ มีการเพิ่มของคะแนนมากกว่า กลุ่มควบคุมที่ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมฝึกสติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า การฝึกสติช่วยให้เด็กเรียนดนตรีได้ดีขึ้น โดยการฝึกสติก่อนการเรียนคีย์บอร์ดขั้นต้น สามารถช่วยให้เด็กมีคะแนนสัมฤทธิ์ผลในการเรียนคีย์บอร์ดขั้นต้นเพิ่มขึ้นได้ดีกว่าการเรียนเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีการฝึกสติ
ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบเอ็กเซนทริกร่วมกับเมดิซินบอลที่มีต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัวในผู้ใหญ่วัยกลางคน, ชานน จิตบรรจงจักร
ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบเอ็กเซนทริกร่วมกับเมดิซินบอลที่มีต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัวในผู้ใหญ่วัยกลางคน, ชานน จิตบรรจงจักร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ผู้ใหญ่วัยกลางคนเป็นวัยที่จะเตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีคุณภาพแต่จากปัญหาการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอและปัญหาการลดลงของมวลกล้ามเนื้อในผู้ใหญ่วัยกลางคน การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบเอ็กเซนทริกร่วมกับเมดิซินบอลที่มีต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัวในผู้ใหญ่วัยกลางคน กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ใหญ่วัยกลางคนอายุระหว่าง 40-59 ปี จำนวน 43 คน แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม 22 คน และกลุ่มทดลอง 21 คน กลุ่มควบคุมออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น เต้นรำ เต้นซุมบ้า เต้นแอโรบิก เดินเร็วครั้งละ 60 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการออกกำลังกายแบบเอ็กเซนทริกร่วมกับเมดิซินบอลครั้งละ 60 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ทำการทดสอบการทรงตัวขณะอยู่กับที่ยืนขาเดียวเปิดตา 1 นาที การทดสอบการทรงตัวขณะอยู่กับที่ยืนขาเดียวปิดตา การทรงตัวขณะเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ลุก-เดิน-นั่ง-ไปกลับ การทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือและแขนท่อนล่าง การทดสอบงอแขนยกน้ำหนัก 30 วินาที และการทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา 30 วินาทีลุก-นั่งบนเก้าอี้ผลการวิจัยพบว่า เมื่อเปรียบเทียบผลการทดลองภายในกลุ่ม ก่อนและหลังการทดลอง 8 สัปดาห์ พบว่า กลุ่มที่เข้าร่วมโปรแกรมการออกกำลังกายแบบเอ็กเซนทริกร่วมกับเมดิซินบอล มีค่าความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือและแขนท่อนล่าง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา การทรงตัวขณะอยู่กับที่ยืนขาเดียวเปิดตา การทรงตัวขณะอยู่กับที่ยืนขาเดียวปิดตา การทรงตัวขณะเคลื่อนที่ ก่อนการฝึกและหลังการฝึก 8 สัปดาห์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ขณะที่กลุ่มควบคุมมีค่าการทรงตัวขณะอยู่กับที่ยืนขาเดียวเปิดตา การทรงตัวขณะเคลื่อนที่ก่อนการฝึกและหลังการฝึก 8 สัปดาห์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05เมื่อเปรียบเทียบผลการทดลองระหว่างกลุ่ม ก่อนและหลังการทดลอง 8 สัปดาห์ พบว่า กลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการการออกกำลังกายแบบเอ็กเซนทริกร่วมกับเมดิซินบอล มีค่าความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือและแขนท่อนล่าง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา การทรงตัวขณะอยู่กับที่ยืนขาเดียวปิดตา การทรงตัวขณะเคลื่อนที่ เพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05ผลการวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการฝึกโปรแกรมการออกกำลังกายแบบเอ็กเซนทริกร่วมกับเมดิซินบอลในผู้ใหญ่วัยกลางคน สามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทั้งส่วนบนและส่วนล่างของร่างกาย สามารถช่วยเพิ่มการทรงตัวขณะอยู่กับที่และการทรงตัวขณะเคลื่อนไหวร่างกายได้
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของพนักงานเก็บขยะกรุงเทพมหานคร, ภัทรชัย คูสุวรรณ์
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของพนักงานเก็บขยะกรุงเทพมหานคร, ภัทรชัย คูสุวรรณ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของพนักงานเก็บขยะที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและเพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของพนักงานเก็บขยะที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed method) กลุ่มตัวอย่างคือ พนักงานเก็บขยะกรุงเทพมหานคร จำนวน 509 คน เก็บข้อมูลโดยสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ (Accidental sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลคือแบบสอบถามปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริมและแบบสอบถามประเมินคุณภาพชีวิตองค์การอนามัยโลกฉบับย่อ (WHOQOL-BREF) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสถิติพรรณนาและทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อและปัจจัยเสริมกับคุณภาพชีวิตด้วยการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson’s product moment correlation coefficient) กำหนดระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) ผู้ให้ข้อมูลหลักคือพนักงานเก็บขยะกรุงเทพมหานครจำนวน 18 คน ทำการสรุปประเด็นคุณภาพชีวิตโดยการใช้วิธีการอุปนัยผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยนำและปัจจัยเอื้อมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตในระดับต่ำมาก ปัจจัยเสริมมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตในระดับต่ำ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และพบว่าพนักงานเก็บขยะกรุงเทพมหานครมีระดับคุณภาพชีวิตโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง และจากการสัมภาษณ์เชิงลึก พบว่าพนักงานเก็บขยะมีความพอใจในคุณภาพชีวิตของตนโดยเฉพาะด้านจิตใจ ที่พบว่าพนักงานเก็บขยะมีความหยืดหยุ่นต่อปัญหาที่พบ มีความรู้สึกมั่นคงในอาชีพและสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคง แม้ว่าจะมีปัญหาด้านความเมื่อยล้า และเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพบ้างสรุปได้ว่า ปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อและปัจจัยเสริมมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตเเละพนักงานเก็บขยะกรุงเทพมหานครมีคุณภาพชีวิตในระดับปานกลาง
ความรอบรู้ด้านสุขภาพของพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปู, อาซาน ปริยวาทิต
ความรอบรู้ด้านสุขภาพของพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปู, อาซาน ปริยวาทิต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพของพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปูและเพื่อเปรียบเทียบระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพจำแนกตามตัวแปรเพศ อายุและระดับการศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ พนักงานที่มีอายุ 18-55 ปีขึ้นไป และทำงานอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู จำนวน 430 คน โดยคัดเลือกจากอุตสาหกรรมการผลิตหลัก 5 ประเภท โรงงานละ 4-5 คน ผู้วิจัยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม Google Form ความรอบรู้ด้านสุขภาพของพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปูที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้น ประกอบด้วย ข้อมูลส่วนบุคคลและแบบสอบถามความรอบรู้ด้านสุขภาพ และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบความแตกต่างโดยใช้สถิติทดสอบ “ที” (t-test) และวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) จากนั้นทำการเปรียบเทียบรายคู่ด้วยวิธีของ LSD (Least significant difference) กำหนดความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัย พบว่า พนักงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปูมีระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง หากพิจารณาในแต่ละองค์ประกอบพบว่า องค์ประกอบการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพและบริการสุขภาพ ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะการสื่อสาร การจัดการตนเอง ทักษะการตัดสินใจ และการรู้เท่าทันสื่ออยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน เมื่อเปรียบเทียบระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพจำแนกตามตัวแปรเพศ อายุและระดับการศึกษาพบว่า พนักงานเพศชายในนิคมอุตสาหกรรมบางปูมีความรอบรู้ด้านสุขภาพมากกว่าเพศหญิงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 พนักงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปูที่มีอายุ 18-30 ปี มีความรอบรู้ด้านสุขภาพมากกว่าพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปูที่มีอายุ 31-43 ปี และอายุ 44-55 ปีขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปูที่มีระดับการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไป มีความรอบรู้ด้านสุขภาพมากกว่าพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปูที่มีระดับการศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น/มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. อนุปริญญา/ปวส. อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สรุปได้ว่า พนักงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปูมีความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับปานกลางและทุกองค์ประกอบอยู่ในระดับปานกลาง
การติดตามการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของนักศึกษาที่อยู่อาศัยในอาคารชุดโดยรอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) กรณีศึกษา: โครงการอาคารชุดพักอาศัยของบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน), อรพรรณ จิระชัยประสิทธิ
การติดตามการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของนักศึกษาที่อยู่อาศัยในอาคารชุดโดยรอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) กรณีศึกษา: โครงการอาคารชุดพักอาศัยของบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน), อรพรรณ จิระชัยประสิทธิ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการติดตามการใช้งานสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางของนักศึกษาและพิจารณาความสอดคล้องกับเหตุผลของผู้ประกอบการในการจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางในโครงการอาคารชุดพักอาศัยสำหรับนักศึกษา โดยวิธีการสำรวจ สังเกต และสัมภาษณ์เชิงลึกนักศึกษาที่พักอาศัยในอาคารชุดโดยรอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) โครงการ Kave TU และโครงการ Kave AVA โดยมีกลุ่มตัวอย่างจากการสัมภาษณ์เชิงลึกทั้งสิ้น 78 คน และสัมภาษณ์ผู้วางแนวคิดในการพัฒนาโครงการของบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 1 คนจากผลการศึกษา พบว่ากลุ่มตัวอย่างทั้งโครงการ Kave TU และโครงการ Kave AVA เลือกใช้งานสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง 3 อันดับแรกประกอบไปด้วย ห้อง Co-Learning (Co-Working, Study Area), ห้อง Fitness /Boxing, Swimming Pool โดยการใช้งานส่วนใหญ่จะมุ่งตอบโจทย์ส่งเสริมการเรียน ได้แก่ ห้อง Co-Learning, ห้อง Study Area, ห้อง Workshop และห้อง Meeting นอกจากนี้พบว่ามีห้องบางลักษณะที่นอกจากใช้ตามวัตถุประสงค์หลักแล้ว เช่นห้อง Studio, ห้อง Photo, ห้อง Mini Theater และห้อง Creative and Entertainment Lounge ยังสามารถใช้ทดแทนเมื่อมีการใช้งานห้องที่ตอบโจทย์ในด้านการศึกษาและนันทนาการในช่วงเวลาจำเป็น เช่นช่วงสอบ ผู้วิจัยพบว่าข้อมูลทั้ง 3 ส่วนมีความสอดคล้องกันทั้งในด้านผู้อยู่อาศัย อันได้แก่ นักศึกษา โดยพบว่าพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ เช่นห้องอ่านหนังสือและห้องประชุมกลุ่ม ในด้านผู้ซื้อหรือผู้เช่า อันได้แก่ ผู้ปกครอง พบว่าผู้ปกครองมักให้ความสำคัญในเรื่องการส่งเสริมการเรียนและความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตของกลุ่มนักศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับผู้ประกอบการที่พิจารณาจัดสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางให้ตอบโจทย์ทั้งนักศึกษาและผู้ประกอบการเพื่อเป็นการส่งเสริมการขายผู้ประกอบการเสนอแนะ ว่าการจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางต้องคำนึงถึงขนาดและลักษณะของโครงการอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ควรพิจารณารูปแบบลักษณะพฤติกรรมของนักศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง การจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่เหมาะสมกับรูปแบบลักษณะพฤติกรรมของนักศึกษาตามยุคสมัย
บทบาทพื้นที่งานภูมิสถาปัตยกรรมของ “ศูนย์การค้า” กรณีศึกษา ศูนย์การค้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ณัฐวัชร เหล่าวิทยานุรักษ์
บทบาทพื้นที่งานภูมิสถาปัตยกรรมของ “ศูนย์การค้า” กรณีศึกษา ศูนย์การค้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ณัฐวัชร เหล่าวิทยานุรักษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ศูนย์การค้าเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมในการใช้เวลาว่างของคนกรุงเทพมหานคร ด้วยความสามารถในการให้บริการได้อย่างครบวงจร ศูนย์การค้าจึงได้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะในรูปแบบ Privately Owned Public Space (POP) ที่มีการใช้งานพื้นที่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลในรูปแบบคล้ายคลึงกับพื้นที่สาธารณะ ซึ่งปรากฏในงานวิจัยหลายชิ้นในต่างประเทศด้วย แต่ปัจจุบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ภูมิสถาปัตยกรรมของศูนย์การค้ายังมีจำนวนไม่มาก แสดงถึงช่องว่างในการวิจัยในหัวข้อดังกล่าว งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้งานพื้นที่งานภูมิสถาปัตยกรรมของศูนย์การค้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และเปรียบเทียบถึงความแตกต่างของบทบาทพื้นที่งานภูมิสถาปัตยกรรมของศูนย์การค้าในแต่ละกลุ่มพื้นที่ศึกษาจากการศึกษาพบว่า พื้นที่งานภูมิสถาปัตยกรรมของศูนย์การค้าในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลมีการใช้งานในรูปแบบพื้นที่กึ่งสาธารณะ โดยกิจกรรมที่เกิดขึ้นมีครบทั้งกิจกรรมที่จำเป็น กิจกรรมทางเลือก และกิจกรรมทางสังคม คล้ายพื้นที่สาธารณะ แต่อยู่ภายใต้การกำหนดการใช้งานโดยศูนย์การค้า โดยลักษณะของกิจกรรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพทางกายภาพ แต่คุณภาพทางกายภาพที่ดี ผนวกกับการกำหนดพื้นที่ใช้สอยที่ส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทางเลือกและกิจกรรมทางสังคม ส่งผลให้เกิดความหนาแน่นการใช้งานที่มากขึ้น ดึงดูดให้เกิดการสัญจรในศูนย์การค้ามากขึ้น ในส่วนของบริบทที่ตั้งนั้น ส่งผลต่อทั้งความหนาแน่นการใช้งานและลักษณะกลุ่มผู้ใช้งาน ซึ่งลักษณะกลุ่มผู้ใช้งานก็สะท้อนในลักษณะของกิจกรรมการใช้งานอีกด้วย
รูปแบบการให้บริการของรถสองแถวในพื้นที่โดยรอบสถานีระบบขนส่งมวลชนทางรางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, บัณฑิตา พันธวุฒิยานนท์
รูปแบบการให้บริการของรถสองแถวในพื้นที่โดยรอบสถานีระบบขนส่งมวลชนทางรางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, บัณฑิตา พันธวุฒิยานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
รถสองแถวเป็นระบบขนส่งกึ่งสาธารณะ (Paratransit) รูปแบบหนึ่งที่มีบทบาทเป็นระบบขนส่งรอง (Feeder mode) และยังได้รับการนิยามว่าเป็นระบบขนส่งนอกระบบ (Informal transport) ด้วยบริการที่ปรับตัวต่อสภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่าระบบขนส่งมวลชน งานวิจัยชิ้นนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน สถานการณ์การให้บริการของรถสองแถว และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินและรูปแบบการเปลี่ยนแปลงการให้บริการของรถสองแถวในพื้นที่โดยรอบสถานีระบบขนส่งมวลชนทางราง ประกอบด้วยสายสีเขียวอ่อน สายสีเขียวเข้ม สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีแดง สายสีเหลือง และแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ โดยกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ตัวแทนผู้ให้บริการรถสองแถวสายละ 1 ตัวอย่าง รวมทั้งสิ้น 100 ตัวอย่างผลการศึกษาพบว่า รูปแบบการให้บริการด้านระยะทางและความถี่มีความแตกต่างกันตามพื้นที่ โดยรถสองแถวที่ให้บริการในพื้นที่โดยรอบสถานีชานเมืองมีสัดส่วนการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและการผสมผสานการใช้ประโยชน์ที่ดินมากกว่า นอกจากนี้เส้นทางจำนวน 1 ใน 4 ยังมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการเพื่อทำหน้าที่ระบบขนส่งรอง อย่างไรก็ตาม รูปแบบการเปลี่ยนแปลงการให้บริการไม่ได้สัมพันธ์กับการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีนัยสำคัญ แต่เกิดจากนโยบายของผู้ประกอบการและผู้ให้บริการที่เล็งเห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ มีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ในสถานการณ์ที่ปริมาณผู้โดยสารลดลง ดังนั้น นโยบายสนับสนุนศักยภาพของรถสองแถวในการทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งรองของระบบขนส่งมวลชนทางรางจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนอย่างยั่งยืนต่อไป
โอกาสและข้อจํากัดในการปรับปรุงและซ่อมแซมเรือนรูปแบบดั้งเดิมของชาวไทยมุสลิมในชุมชนบ้านครัว กรุงเทพมหานคร, ฉัตรลดา กาตาสาย
โอกาสและข้อจํากัดในการปรับปรุงและซ่อมแซมเรือนรูปแบบดั้งเดิมของชาวไทยมุสลิมในชุมชนบ้านครัว กรุงเทพมหานคร, ฉัตรลดา กาตาสาย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ชุมชนบ้านครัวเป็นชุมชนไทยมุสลิมเก่าแก่ตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยอยุธยา และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) พระราชทานที่ดินให้อยู่ในฝั่งพระนคร เป็นชุมชนขนาดใหญ่ ปัจจุบันเป็นชุมชนที่ยังมีเรือนแบบดั้งเดิมตั้งแต่ยุคสมัยรัชกาลที่ 1-รัชกาลที่ 7 อยู่มากถึง 27 หลัง ชุมชนในปัจจุบันตั้งอยู่ระหว่างเขตราชเทวี และเขตปทุมวันที่มีการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่น เรือนดั้งเดิมเหล่านี้เสี่ยงต่อการสูญหาย ในขณะที่ชุมชนต้องการรักษาไว้เป็นสินทรัพย์แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโอกาสและข้อจํากัดในการปรับปรุงและซ่อมแซมเรือนรูปแบบดั้งเดิมของชาวไทยมุสลิมในชุมชนบ้านครัว โดยศึกษาลักษณะกายภาพของเรือนดั้งเดิม ความต้องการของครัวเรือน วิเคราะห์ปัจจัยข้อจำกัด และนำเสนอแนวทางการปรับปรุงเพื่อรักษาคุณค่าของเรือนดั้งเดิม พร้อมทั้งพัฒนาการใช้งานให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้อยู่อาศัย โดยงานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม (Mixed Methods Research) ประกอบด้วยการสำรวจภาคสนาม การสัมภาษณ์เชิงลึก และการวิเคราะห์ข้อมูลจากกรณีศึกษาของเรือนดั้งเดิม 5 หลัง เพื่อประเมินความต้องการและความสามารถในการปรับปรุงและซ่อมแซมเรือนรูปแบบดั้งเดิมภายใต้กรอบของแนวคิดการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นผลการศึกษาพบว่า เรือนกรณีศึกษาทั้ง 5 หลัง มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและคุณค่าทางประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมที่สำคัญ มีคุณค่าความแท้และเป็นตัวแทนของแต่ละยุคสมัยได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นองค์ประกอบสำคัญของแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เรือนเหล่านี้มีปัญหาทรุดโทรมและต้องการการปรับปรุง งานวิจัยเสนอแนวทางการออกแบบปรับปรุง 2 รูปแบบ ได้แก่ (1) แบบประหยัด ที่เน้นการซ่อมแซมขั้นพื้นฐานเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และ (2) แบบสมเหตุสมผล ที่เน้นการอนุรักษ์และปรับปรุงเรือนดั้งเดิมให้คงเอกลักษณ์ พร้อมรองรับการใช้งานในอนาคต การคำนวณงบประมาณเบื้องต้น พบว่ามีงบค่าปรับปรุงซ่อมแซม ตั้งแต่ 30,000-85,000 บาท ขึ้นอยู่กับขอบเขตและลักษณะของการปรับปรุงที่ผู้อยู่อาศัยจะเลือกจากการวิเคราะห์โอกาสและข้อจำกัดของผู้อยู่อาศัย พบว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและมีรายได้ไม่มั่นคง แต่มีความต้องการปรับปรุงเรือนเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพและเสริมสร้างรายได้ รวมถึงการสืบทอดคุณค่าของเรือนไว้ให้กับทายาทรุ่นหลัง แต่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ไม่เพียงพอสำหรับการปรับปรุงในระดับที่ต้องการ จากการสัมภาษณ์หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ทุกหน่วยงานเล็งเห็นถึงโอกาสในการประสบความสำเร็จในการดำเนินงานและหลายหน่วยงานสามารถให้การสนับสนุน ทั้งในด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ด้านงบประมาณ และการประกอบอาชีพ นอกจากนี้ยังเห็นพ้องว่า การดำเนินการนี้จำเป็นต้องให้ผู้อยู่อาศัย เจ้าของเรือน และชุมชนเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความเข้าใจในปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของชุมชนจึงเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงและอนุรักษ์เรือนดั้งเดิมในชุมชนบ้านครัว โดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้อยู่อาศัยและชุมชนเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด นอกจากนี้ การทำงานร่วมกันระหว่างชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน เพื่อระดมทรัพยากรและสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ด้วยการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมก็เป็นสิ่งสำคัญ รวมทั้งควรมีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Photosynthesis-Related Parameters In Leucobryum Aduncum Moss Bags As Bioindicators Of Environmental Stress Caused By Road Traffic, Chaiwat Boonpeng, Pawanrat Butrid, Marisa Pischom, Sutatip Noikrad, Kansri Boonpragob
Photosynthesis-Related Parameters In Leucobryum Aduncum Moss Bags As Bioindicators Of Environmental Stress Caused By Road Traffic, Chaiwat Boonpeng, Pawanrat Butrid, Marisa Pischom, Sutatip Noikrad, Kansri Boonpragob
Applied Environmental Research
The physiological response in moss samples is often used as an early warning signal of environmental stress caused by air pollution. This study aimed to test the efficiency of photosynthesis-related parameters in Leucobryum aduncum moss bags as bioindicators of environmental stress related to road traffic. The moss samples were collected and prepared in a relatively unpolluted area and then transplanted at 7 sites in forested, rural, and urban areas. The moss samples were picked up after being exposed for 1 and 3 months for physiological measurements. The results showed that the average values of all physiological parameters were highest in …
Analyzing Climate Change Status Through Evaluating Trend Of Temperature And Rainfall And Predicting Future Climate Change Status At Lake Tana Basin, Tesfaye Bayu Zeleke, Tri Retnaningsih Soeprobowati, Solomon Adissu, Meseret Abatechanie
Analyzing Climate Change Status Through Evaluating Trend Of Temperature And Rainfall And Predicting Future Climate Change Status At Lake Tana Basin, Tesfaye Bayu Zeleke, Tri Retnaningsih Soeprobowati, Solomon Adissu, Meseret Abatechanie
Applied Environmental Research
The trends of temperature and rainfall are critical indicators of climate change within a certain area. However, the existence of climate change is not locally understood in most parts of the world. This research aims to analyze the trend of temperature and rainfall in the Lake Tana Sub-basin as a means to understand the current and future status of climate change. The trends of temperature and rainfall were analyzed using the modified Mann-Kendall trend test, while the autoregressive integrated moving average model (ARIMA) was used to predict future temperature and rainfall. The findings reveal that monthly temperatures show a significant …
Effects Of Covid-19 Policy On Air Quality In Lagos State, Nigeria, Chika Floyd Amaechi, Alex Enuneku, Ugochinyere Stephanie Amadi, Akus Kingsley Okoduwa
Effects Of Covid-19 Policy On Air Quality In Lagos State, Nigeria, Chika Floyd Amaechi, Alex Enuneku, Ugochinyere Stephanie Amadi, Akus Kingsley Okoduwa
Applied Environmental Research
The decrease in air quality has been a major concern in the world for decades, and it has continued to worsen with toxic gases accumulating at exponential rates. The atmosphere has been heavily polluted as a result of anthropogenic activities, and these activities were greatly reduced during the COVID-19 pandemic when a lockdown policy was imposed. The study area, Lagos, is the state in Nigeria with the highest population count, making it most susceptible to the spread of the coronavirus and, as such, having the strictest policy regulations. This study seeks to evaluate the effects of the COVID-19 lockdown policy …
Social Return On Investment (Sroi) From The Community Waste Bank Implementation Under The Learning Center Of Systematic Waste Management Innovation According To The Circular Economy Concept, Pornpod Sridan, Pichaya Surapolchai, Thidasil Plainlaor, Apinya Tanyaim, Nuchanad Hounnaklang, Onuma Zongram, Yotwadee Hawangchu
Social Return On Investment (Sroi) From The Community Waste Bank Implementation Under The Learning Center Of Systematic Waste Management Innovation According To The Circular Economy Concept, Pornpod Sridan, Pichaya Surapolchai, Thidasil Plainlaor, Apinya Tanyaim, Nuchanad Hounnaklang, Onuma Zongram, Yotwadee Hawangchu
Applied Environmental Research
This article presents the results of social return on investment (SROI) evaluation in the community’s waste bank program implemented in the Moo 7 and Moo 8 Villages of Tan Diao Subdistrict, Kaeng Khoi District, Saraburi Province during 2020–2022, which is a part of the Learning Centre of Systematic Waste Management Innovation According to the Concept of Circular Economy project. This research employed participatory action research to collect data on total cost for investment and income from selling recyclable waste through in-depth interviews and focus groups with a total of 40 stakeholders including: 25 community members, 5 community leaders, 3 representatives …
Green Retail Development For Plastic Waste Prevention – Regime Trajectories And Levers For Change In Thailand’S Socio-Technical System Of Single-Use Plastics, Siri Luther, Sujitra Vassanadumrongdee
Green Retail Development For Plastic Waste Prevention – Regime Trajectories And Levers For Change In Thailand’S Socio-Technical System Of Single-Use Plastics, Siri Luther, Sujitra Vassanadumrongdee
Applied Environmental Research
Thailand faces significant plastic waste management challenges. Around 2018-2019, a growing number of green retail shops started emerging in Thailand, offering products and services that eliminate or reduce the consumption of single-use plastics (SUPs). This paper intends to explore green retail as a niche in the Thai socio-technical system of SUPs. It aims to understand the socio-technical system’s current state, identify niche dynamics and momentum, illustrate key regime trajectories, and highlight policy levers. The study uses secondary data from academic articles and policy documentation, along with primary data from interviews with 20 Thai green retail founders conducted between 2020 and …
Meteorological Conditions And Pm2.5 Impact On Covid-19 Case Fatality Ratios (Cfr) In Bangkok Metropolitan Region, Viranphat Singrakphon, Chidsanuphong Chart-Asa, Pasicha Chaikaew
Meteorological Conditions And Pm2.5 Impact On Covid-19 Case Fatality Ratios (Cfr) In Bangkok Metropolitan Region, Viranphat Singrakphon, Chidsanuphong Chart-Asa, Pasicha Chaikaew
Applied Environmental Research
The emergence of a novel coronavirus strain triggered a global health crisis, impacting both health and economies worldwide, including Thailand since 2019. While prior research hinted at connections between environmental factors and rising COVID-19 cases, these links remained inconclusive. This study investigated indoor and outdoor (I/O) ratios and explored potential correlations between fine particulate matter (PM2.5), meteorological conditions, and the case fatality rate (CFR%) of COVID-19 in Bangkok and its metropolitan area from January to December 2021. In Spearman’s Rank correlation analysis, the results found that CFR% exhibited a positive correlation with relative humidity (RH) (r=0.187) and a negative correlation …
Multi-Class Waste Classification Using Convolutional Neural Network, Yanfahmi Rayhan, Achmad Pratama Rifai
Multi-Class Waste Classification Using Convolutional Neural Network, Yanfahmi Rayhan, Achmad Pratama Rifai
Applied Environmental Research
This study explores a method of waste classification using deep learning, specifically employing the Convolutional Neural Network (CNN). This research involves the creation of a unique dataset, a hybrid of publicly accessible data and a newly compiled collection of images across 13 waste classes: paper, glass, wood, metal, clothes, PCB e-waste, non-PCB e-waste, PET, HDPE, LDPE, PP, PVC, and PS. The development of the CNN model was approached in two ways: transfer learning and full learning. In the transfer learning approach, two pre-trained models, MobileNetV2 and DenseNet121, were utilized. While in the full learning approach, the architecture is constructed using …
Monitoring Of Estrone From Hospital Wastewater And Its Removal By Photocatalytic Membrane Reactor, Nicha Karnjanamit, Chongdee Thammakhet-Buranachai, Panitan Jutaporn, Watsa Khongnakorn
Monitoring Of Estrone From Hospital Wastewater And Its Removal By Photocatalytic Membrane Reactor, Nicha Karnjanamit, Chongdee Thammakhet-Buranachai, Panitan Jutaporn, Watsa Khongnakorn
Applied Environmental Research
Steroid hormones, classified as endocrine-disrupting compounds (EDCs), pose significant environmental and health concerns due to their persistence and potential adverse effects. This study investigates the presence of estrone (E1) in hospital wastewater and the efficiency of E1 removal through a photocatalytic membrane reactor (PMR). Wastewater samples were collected from two hospitals with different wastewater treatment processes. The concentration of E1 was analyzed using a combination of solid phase extraction (SPE) and liquid chromatography-tandem mass spectrometry (LC-MS/MS). The PMR experimental setup involved a polyvinylidene fluoride (PVDF) membrane incorporated with 1 wt% titanium dioxide (PVDF/TiO2). The PMR performance was evaluated with and …
Alstonia Scholaris Fruit Biomass, A Novel Adsorbent For The Removal Of Lead From Aqueous Solution, Aasif Abdullah Baba, Ajit Kumar Das, Abhik Gupta
Alstonia Scholaris Fruit Biomass, A Novel Adsorbent For The Removal Of Lead From Aqueous Solution, Aasif Abdullah Baba, Ajit Kumar Das, Abhik Gupta
Applied Environmental Research
The biosorption of lead (Pb) ions on Alstonia scholaris fruit biomass was investigated in batch and column experiments in an aqueous solution, emphasising the possible binding mechanism of Pb ions on the fruit biomass. The adsorption process was found to be dependent on parameters like adsorbent dose, initial Pb ion concentration, contact time, and pH. No impact was found on Pb adsorption during competitive adsorption. The results suggested that the fruit biomass could remove more than 97% of Pb ions from the aqueous solution. The Freundlich isotherm model best explained the obtained results. The monolayer adsorption capacity of the A. …
Theoretical Approaches To Food Waste Behaviours: An Overview, Dane Chia, Chin Choo Yap, Mohamed Kheireddine Aroua, Lai Ti Gew
Theoretical Approaches To Food Waste Behaviours: An Overview, Dane Chia, Chin Choo Yap, Mohamed Kheireddine Aroua, Lai Ti Gew
Applied Environmental Research
Food waste around the world has emerged as a pressing issue that calls for attention and intervention. Analysing the food waste problem without understanding wasteful behaviour antecedents may oversimplify this multi-faceted issue, which will then compromise the development of interventions. This paper provides an overview of the theoretical approaches to food waste behaviour antecedents, followed by evidence-based interventions, using the Theory of Planned Behaviour (TPB), the Norm Activation Model (NAM), and the Social Practice Theory (SPT). These theories encompass the psychological, behavioural, societal, material, and structural factors that influence food waste practices. Our aim is to provide a holistic understanding …
Assessing The Relationship And Effect Of Air Pollution [Pm 2.5] On Child Respiratory Illness And Child Mortality In The Philippines, Roel F. Ceballos, Rachell C. Gallano, Lenard D. Visaya
Assessing The Relationship And Effect Of Air Pollution [Pm 2.5] On Child Respiratory Illness And Child Mortality In The Philippines, Roel F. Ceballos, Rachell C. Gallano, Lenard D. Visaya
Applied Environmental Research
Air pollution is the presence of harmful substances in the air, which can seriously impact human health and the environment. Among the air pollutants, fine particulate matter (PM) 2.5, being a microscopic particle, poses serious health risks since it can enter the blood circulation and go deep into the lungs. PM 2.5 has been linked to several health problems, such as early mortality, problems with children's development, and unfavorable birth outcomes. In this regard, the study aims to investigate the relationship and effect of PM 2.5 on child respi-ratory illness and child mortality in the Philippines. Data on child respiratory …
Exposure To Metal Accumulation In Chicken Giblets And Human Health Risk In Lokoja, Nigeria, Jude Ehwevwerhere Emurotu, Lami Habib, Ephraim Musa Dallatu, Adamu Shuaibu Onakpa, Aloysius Akaangee Pam
Exposure To Metal Accumulation In Chicken Giblets And Human Health Risk In Lokoja, Nigeria, Jude Ehwevwerhere Emurotu, Lami Habib, Ephraim Musa Dallatu, Adamu Shuaibu Onakpa, Aloysius Akaangee Pam
Applied Environmental Research
When consumed, the toxic heavy metals in chicken giblets pose a grave risk to humans. An inductively coupled plasma optical emission spectrometer (ICP-OES) was used to measure the concentrations of metals (Al, Cd, Co, Cr, Ni, Mn, and Pb) in the liver, gizzard, and kidney of chickens from the Lokoja poultry market. Except for lead, which slightly exceeded the FAO/WHO limit of 0.1 mg kg-1, the metal concentrations found were all within the threshold limit. The estimated daily intake (EDI), hazard quotient (HQ), hazard index (HI), and cancer risk (CR) were used to assess the risks that humans would face …
Assessing The Short- And Long-Term Health Effects Of Nitrogen Dioxide In Agadir, Morocco: A Who Airq+ Model Application, Youssef Bouchriti, Mohamed Ait Haddou, Abderrahmane Achbani, Amal Korrida, Hasnaa Sine, Jamila Rida, Mohamed Boukrim, Belkacem Kabbachi
Assessing The Short- And Long-Term Health Effects Of Nitrogen Dioxide In Agadir, Morocco: A Who Airq+ Model Application, Youssef Bouchriti, Mohamed Ait Haddou, Abderrahmane Achbani, Amal Korrida, Hasnaa Sine, Jamila Rida, Mohamed Boukrim, Belkacem Kabbachi
Applied Environmental Research
Epidemiological studies have revealed that exposure to atmospheric nitrogen dioxide (NO2) increases the risk of acute and chronic diseases. This study used the WHO AirQ model to assess both the short- and long-term impacts of NO2 on human health in the city of Agadir in Morocco. The mean NO2 values were obtained from measurements taken at two locations. This study assessed the long- term health effects of NO2 on natural all-cause mortality (LT-ACM), mortality due to respiratory diseases (LT-RD), and morbidity due to chronic obstructive pulmo-nary disease (LT-COPD), as well as the short-term health impacts of NO2 on natural all-cause …
Unveiling Long-Term Impacts Of Forest Cover Changes And Carbon Storage Assessment In Nan Province, Thailand, Jiratiwan Kruasilp, Sura Pattanakiat, Siam Lawawirojwong, Thamarat Phutthai, Poonperm Vardhanabindu, Warinthorn Kiadtikornthaweeyot Evans, Anne Jacquine
Unveiling Long-Term Impacts Of Forest Cover Changes And Carbon Storage Assessment In Nan Province, Thailand, Jiratiwan Kruasilp, Sura Pattanakiat, Siam Lawawirojwong, Thamarat Phutthai, Poonperm Vardhanabindu, Warinthorn Kiadtikornthaweeyot Evans, Anne Jacquine
Applied Environmental Research
Forests serve as carbon sink by storing and sequestrating carbon dioxide from the atmosphere. Forest cover loss adversely affects communities by increasing risks to the shortage of carbon storage. This study provides a comprehensive understanding of forest fragmentation and assessment of forest cover changes impacts on carbon storage over Nan province during 1990 to 2019. Spatial and temporal patterns were explored using landscape metrics analysis. Forest areas declined 10.69% over 30 years using random forest classifier based on Google Earth Engine platform, with an overall accuracy of 97.10%. The highest rate of forest cover changes was 5.27% (2010 to 2014), …
Junkshops As Recycling Chain Actors In The Recovery Of Waste Resources From A Highly Urbanized City In The Philippines, Aries Roda D. Romallosa, Mary O’ T. Mary O’ T. Penetrante, Neil G. Ravena
Junkshops As Recycling Chain Actors In The Recovery Of Waste Resources From A Highly Urbanized City In The Philippines, Aries Roda D. Romallosa, Mary O’ T. Mary O’ T. Penetrante, Neil G. Ravena
Applied Environmental Research
This study was performed in order to identify the role and work mechanism of the 33 junkshops in the recovery of valuable recyclable materials for further processing by the next level hierarchy of recycling chain actors in Iloilo City, Philippines. Results revealed that more than 65% of the junkshops operate at 7 to 8 hours per day, hire 1 to 4 male workers, operate at an area of 50 to 1000 m2 with structures made of light materials, and with a capital outlay of
Spatiotemporal Patterns Of Land Surface Temperature, Urban Heat Island, And Potential Heat Stress Risk Areas Assessment For Tropical Inland City And Coastal City In Thailand, Thar Htet Aung, Sakpod Tongleamnak, Rasamee Suwanwerakamtorn
Spatiotemporal Patterns Of Land Surface Temperature, Urban Heat Island, And Potential Heat Stress Risk Areas Assessment For Tropical Inland City And Coastal City In Thailand, Thar Htet Aung, Sakpod Tongleamnak, Rasamee Suwanwerakamtorn
Applied Environmental Research
Global warming and rapid urban growth, compounded by the urban heat island (UHI) effect, are posing substantial challenges for urban populations and ecological well-being due to increased heat stress risks. This study aimed to analyze the spatiotemporal patterns of land surface temperature (LST), UHI, and potential heat stress risk areas (PHSRA) in two distinct cities, an inland city, Nakhon Ratchasima, and a coastal city, Si Racha, during the summer. Geoinformatics techniques and Crichton’s Risk Triangle method were employed, using updated demographic data and Sentinel-3 data from 2017 to 2022. The findings indicate that the inland city daytime average LST values …
Geospatial Modelling Of Flood Susceptibility Of The Calabar City, Cross River State, Nigeria, Joel Efiong, Eme Efiong, Oluyemi Akintoye, Ebin Inah, Obianuju Awan, Francis Ogban
Geospatial Modelling Of Flood Susceptibility Of The Calabar City, Cross River State, Nigeria, Joel Efiong, Eme Efiong, Oluyemi Akintoye, Ebin Inah, Obianuju Awan, Francis Ogban
Applied Environmental Research
Flooding remains a major environmental problem in many parts of the world including Nigeria, causing untold losses. This study modelled the flood susceptibility of Calabar Metropolis using frequency ratio and geographical information system (GIS). Direct field observation and key informant approaches were used to obtain 127 previous and current flood locations in the study area from which a database of historical flood occurrence was developed. Using the geostatistical analyst tool within a geographical information environment the flood locations were split into two parts in the ratio of 70:30 percent for the training and testing processes, respectively. Eight flood conditioning factors …