แนวทางการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตอาคารจากการเลือกใช้วัสดุในองค์ประกอบต่างๆของอาคาร : กรณีศึกษาอาคารสำนักงานในไทย,
2023
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
แนวทางการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตอาคารจากการเลือกใช้วัสดุในองค์ประกอบต่างๆของอาคาร : กรณีศึกษาอาคารสำนักงานในไทย, มนัญชัย ภัทรพงศ์มณี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แม้ว่าสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อนในภาคอาคารมาจากการใช้พลังงานระหว่างช่วงใช้สอย แต่ยังมีอีกส่วนที่มาจากกระบวนการการผลิตวัสดุก่อสร้าง ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมาก การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงตั้งแต่ช่วงการออกแบบอาคารงานวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมขององค์ประกอบอาคารสำนักงานในประเทศไทยด้วยกรณีศึกษา 3 อาคาร ด้วยการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตอาคาร เพื่อให้ผู้ออกแบบและเจ้าของโครงการทราบถึงแนวทางในการเลือกใช้ประเภทของวัสดุและโครงสร้างอาคารที่ช่วยลดผลกระทบฯ ที่ตรงเป้าหมายที่สุดได้ กระบวนการวิจัยเริ่มต้นจากการรวบรวมข้อมูลบัญชีรายการวัสดุ โดยอาศัย 2 วิธี ได้แก่ บัญชีแสดงปริมาณวัสดุ (BOQ) และการถอดปริมาณจากแบบสถาปัตยกรรม จากนั้นจึงประเมินผลกระทบฯ ด้วยโปรแกรม One Click LCA student version จากนั้นนำผลประเมินฯที่ได้ไปวิเคราะห์และหาแนวทางที่ช่วยลดผลกระทบฯ ทั้งนี้ยังมีการตรวจสอบการใช้พลังงานของอาคารตามแนวทางปรับปรุงต่าง ๆ ที่นำมาศึกษา ด้วยโปรแกรม EnergyPlus จากทั้ง 3 กรณีศึกษาพบว่า ระบบพื้นเป็นองค์ประกอบที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ตามด้วยระบบผนังภายนอก และระบบเสาเข็ม การลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจึงควรมุ่งเน้นในการลดผลกระทบจากโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและผนังภายนอกของอาคารเป็นหลัก โดยไม่เพิ่มผลกระทบช่วงการใช้สอยอาคารอันเกิดจากการใช้พลังงานที่มากขึ้น จึงเสนอแนวทางลดกระทบฯ ได้แก่ 1) การใช้ระบบพื้นไร้คานท้องเรียบแบบกลวงแทนระบบพื้นอัดแรง 2) การใช้ซีเมนต์ที่มีส่วนผสมเถ้าลอยเพิ่มขึ้นเป็น 30% 3) การใช้คานทำความเย็น 4) การใช้ผนังคอนกรีตมวลเบา และ 5) ผนังไฟเบอร์ซีเมนต์แทนผนังเดิม ซึ่งแนวทางเหล่านี้สามารถลดการใช้พลังงานและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการใช้วัสดุ ได้อย่างตรงเป้าหมาย
ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่หอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือโรงพยาบาลเฉพาะทาง,
2023
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่หอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือโรงพยาบาลเฉพาะทาง, ภากร นนทนานันท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปี 2562 มีการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน การจัดหาห้องแยกโรคสำหรับดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างปลอดภัยก็นับเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกัน ทำให้โรงพยาบาลในประเทศไทยเริ่มจัดตั้งห้องผู้ป่วยแยกโรคขึ้นภายในหอผู้ป่วยเพื่อพร้อมรับมือกับโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำเพื่อความปลอดภัยต่อผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ หอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศมีขั้นตอนและแนวทางในการรักษาที่เข้มงวดและแตกต่างจากหอผู้ป่วยทั่วไปเพื่อความปลอดภัยในการพยาบาลและการแพร่กระจายของเชื้อสู่บุคลากรภายในอาคาร การออกแบบพื้นที่หอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศให้เหมาะสมกับการใช้งานและกระบวนการให้บริการจึงมีความสำคัญมาก งานวิจัยนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะกายภาพของหอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศในปัจจุบัน รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ข้อควรระวัง และข้อจำกัดของพื้นที่เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาแนวทางในการออกแบบหอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ โดยศึกษาแบบทางสถาปัตยกรรมร่วมกับสังเกตการใช้งานพื้นที่ในอาคารกรณีศึกษาและการสัมภาษณ์เพื่อนำมาวิเคราะห์และสรุปผลจากการศึกษาพบว่าในปัจจุบันการออกแบบพื้นที่ ใช้คู่มือการออกแบบของหอผู้ป่วยในและได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบหอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ ในโรงพยาบาลกรณีศึกษาแบ่งพื้นที่ใช้งานได้ออกเป็น 4 ส่วน คือ 1.ส่วนพื้นที่บริการสำหรับผู้ป่วยและญาติ จะมีส่วนห้องเตรียม (Anteroom) ก่อนทุกครั้งเพื่อเข้าสู่ห้องพักผู้ป่วย มีการออกแบบและจัดลำดับการเข้าถึงพื้นที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับลักษณทางกายภาพของพื้นที่และใช้ขั้นตอนในการปฏิบัติงานเพื่อปรับใช้กับกายภาพของแต่ละกรณีศึกษา ผลการศึกษาพบว่าพื้นที่บริการสำหรับผู้ป่วยและญาติมักมีปัญหาการใช้งานพื้นที่ 2.พื้นที่ปฏิบัติงานหลักของแผนกโดยผู้ให้บริการและเจ้าหน้าที่ มีขนาดและการวางตำแหน่งแตกต่างกันขึ้นอยู่กับลักษณะทางกายภาพของพื้นที่และนโยบายของโรงพยาบาล การออกแบบพื้นที่ปฏิบัติงานหลักของแผนกควรมีขนาดสัมพันธ์กับจำนวนบุคลากรภายในหอผู้ป่วย 3.พื้นที่สนับสนุนการให้บริการและการปฏิบัติงาน มีหน้าที่สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ภายในหอผู้ป่วย โดยในกรณีศึกษามีพื้นที่สนับสนุนคล้ายกัน 4.พื้นที่อื่นๆ ในแต่ละกรณีศึกษามีพื้นที่เหล่านี้แตกต่างกันขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโรงพยาบาลและจุดประสงค์ในการใช้งานพื้นที่นั้นๆ ซึ่งต่างถูกใช้งานเพื่อสนับสนุนหอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศทั้งสิ้นจากการศึกษาสรุปผลได้ว่า ลักษณะทางกายภาพของหอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศในปัจจุบันมีการใช้งานพื้นที่และขั้นตอนการปฏิบัติงานต่างกับหอผู้ป่วยในทั่วไป ส่งผลให้พื้นที่บางส่วนภายในหอผู้ป่วยแยกโรคมีปัญหาในการใช้งานพื้นที่ โดยผู้ออกแบบควรคำนึงถึงการจัดเตรียมพื้นที่งานระบบ การแบ่งพื้นที่กับเส้นทางสัญจรภายในหอผู้ป่วย และลักษณะทางกายภาพเดิมของพื้นที่ เป็นส่วนสำคัญเพื่อพัฒนาแนวทางการออกแบบและเพื่อให้การใช้งานพื้นที่หอผู้ป่วยแยกโรคแพร่กระจายเชื้อทางอากาศมีประสิทธิภาพสูงสุด
ป้ายในอาคารผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของภาครัฐ,
2023
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ป้ายในอาคารผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของภาครัฐ, สุรัชนา ธนเดชดำรงศิริ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ป้ายภายในโรงพยาบาลเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการสื่อสารและช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการในโรงพยาบาล จึงควรมีการจัดการและการออกแบบที่ดีและมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันในแต่ละโรงพยาบาลมีอาคารที่แตกต่างกันหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละอาคารล้วนมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่แตกต่างกันตามบริบทของพื้นที่ และเนื่องจากโรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่รองรับผู้มาใช้บริการที่หลากหลายรวมถึงฝ่ายบริหาร เจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล ผู้ป่วยและผู้มาเยี่ยม วิธีการนำทางและการสื่อสารข้อมูลต่าง ๆ เพื่อไปยังสถานที่ที่ถูกต้องภายในอาคารจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ป้ายที่เหมาะสมจะช่วยนำทางให้ผู้มาใช้บริการสามารถ สัญจรได้อย่างไม่สับสน และมีความสะดวก รวดเร็ว และยังสามารถสื่อสารข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับสุขภาพ รวมถึงขั้นตอนการรับผู้ป่วย และสามารถลดระยะเวลารอคอยได้อีกด้วย ผู้วิจัยได้เห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้ทำการศึกษาป้ายในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของภาครัฐ จำนวน 4 โรงพยาบาล ในเขตจังหวัดกรุงเทพมหานครการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจป้ายภายในอาคารผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของภาครัฐ และศึกษามาตรฐาน ข้อกำหนดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับป้ายในโรงพยาบาล รวมถึงศึกษาวิเคราะห์รูปแบบและประเภทป้าย กับการใช้งานภายในอาคารผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของภาครัฐ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ผู้วิจัยได้ทำการวิจัยโดยศึกษามาตรฐาน ข้อกำหนดและทฤษฎีเกี่ยวกับป้าย แล้วทำการสำรวจป้ายภายในอาคารผู้ป่วยนอก จากนั้นได้ทำการสัมภาษณ์ผู้ออกแบบระบบป้าย ผู้ดูแลและจัดการป้ายของโรงพยาบาล โดยจำแนกป้ายออกเป็น 3 เกณฑ์ ดังนี้ 1. จำแนกประเภทป้ายตามประโยชน์ใช้สอย 2. จำแนกประเภทป้ายตามชนิดของป้าย 3. จำแนกประเภทป้ายตามวัสดุของป้าย และเปรียบเทียบอัตราส่วนจำนวนป้ายต่อพื้นที่ใช้สอยภายในอาคารส่วนของผู้ป่วยนอก รวมถึงวิเคราะห์เส้นทางสัญจรภายในอาคารกับตำแหน่งการติดตั้งป้ายผลการศึกษา พบว่า ประเภทของป้ายที่มีจำนวนมากที่สุดคือ ป้ายระบุสถานที่หรือสิ่งของ รองลงมาคือ ป้ายให้ข้อมูลข่าวสาร ป้ายบอกทิศทางและป้ายควบคุมหรือบังคับ ตามลำดับ ซึ่งจำนวนของป้ายแต่ละประเภทขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมภายในอาคารของแต่ละโรงพยาบาลกรณีศึกษา โดยจำนวนป้ายระบุสถานที่หรือสิ่งของแปรผันตามจำนวนหน่วยงานที่มีในอาคารและขั้นตอนในการรับการรักษาของหน่วยงานนั้น ๆ เพื่อสื่อสารให้ผู้มาใช้บริการรับรู้ข้อมูลต่าง ๆ นอกจากป้ายจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการ ยังสามารถเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของโรงพยาบาลได้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันป้ายในอาคารผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของภาครัฐนั้นยังประสบปัญหาอยู่หลายประการ ได้แก่ ป้ายมีจำนวนมาก และหลากหลายประเภท ป้ายไม่เป็นรูปแบบเดียวกัน รวมถึงปัญหาความซ้ำซ้อนของป้าย ส่งผลให้ผู้มาใช้บริการเกิดความสับสน แต่ในประเด็นของป้ายนำทางที่มีความชัดเจนนั้นมีความสอดคล้องกับมาตรฐาน และข้อกำหนด
การวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อกำหนดด้านบุคลากรในงานจ้างบริหารและควบคุมงานก่อสร้างอาคารภาครัฐ ช่วงปี พ.ศ. 2560-2565,
2023
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
การวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อกำหนดด้านบุคลากรในงานจ้างบริหารและควบคุมงานก่อสร้างอาคารภาครัฐ ช่วงปี พ.ศ. 2560-2565, สิริราช สาครจิตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาทฤษฎีและวิธีจัดโครงสร้างบุคลากรงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้างอาคารภาครัฐ ช่วงปี พ.ศ. 2560-2565 2) เพื่อศึกษาให้เข้าใจถึงการจัดบุคลากรงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้างภาครัฐและวิเคราะห์เปรียบเทียบกับอัตราการว่าจ้างควบคุมงานก่อสร้างโดยศึกษาจากเอกสารข้อกำหนดโครงการ (TOR) โดยนำข้อมูล แนวคิด ทฤษฎี กฎหมายและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเปรียบเทียบขั้นตอนการจัดโครงสร้างบุคลากร ประเภทโครงการเป็นกรอบในการดำเนินงาน และศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารข้อกำหนดโครงการ (TOR) ให้เข้าใจถึงโครงสร้าง ข้อมูลขององค์กรในการจัดบุคลากรงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างประชากร 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มเจ้าของโครงการ (หน่วยงานภาครัฐ) 2) กลุ่มผู้บริหารและควบคุมงานก่อสร้าง 3) กลุ่มผู้ดำเนินงานก่อสร้าง กลุ่มตัวอย่างเป็นสถาปนิก วิศวกร และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดโครงการ (TOR) ในการจัดบุคลากรจ้างควบคุมงานก่อสร้าง มีความเชี่ยวชาญด้านอาคารภาครัฐ และเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured Interview) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนามจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างและจากโครงการกรณีศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างร่วมกับข้อมูลโครงการกรณีศึกษาที่ได้ศึกษาในเบื้องต้นจากการศึกษาข้อกำหนดโครงการ (TOR) ที่ประกาศจ้างงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้างของหน่วยงานภาครัฐ และแบ่งการศึกษาเปรียบเทียบ 3 ช่วง ทั้งหมด 15 โครงการ คือช่วงที่ 1 ช่วงก่อนปี พ.ศ. 2560 (เป็นการศึกษาเปรียบเทียบ พ.ศ. 2557-2560) จำนวน 5 โครงการ ช่วงที่ 2 ช่วงปี พ.ศ. 2560-2562 จำนวน 5 โครงการ และช่วงที่ 3 ช่วงปี พ.ศ. 2562-2565 จำนวน 5 โครงการ รวมทั้งสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 เจ้าของโครงการการ (หน่วยงานภาครัฐ) กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้บริหารและควบคุมงานก่อสร้าง และกลุ่มที่ 3 กลุ่มผู้ดำเนินการก่อสร้าง พบว่าข้อกำหนดโครงการ (TOR) โดยเฉพาะด้านบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับอัตรากำลังพนักงานได้ระบุว่าเป็นพนักงานประจำและไม่ประจำหรือระบุเพียงจำนวนขั้นต่ำเท่านั้น ซึ่งโครงการกรณีศึกษาเปิดโอกาสให้ผู้ควบคุมงานนำเสนอคุณสมบัติและจำนวนบุคลากรในการคัดเลือกผู้ควบคุมงานอาคารภาครัฐ ทำให้แต่ละโครงการมีความแตกต่างของข้อกำหนดโครงการด้านบุคลากร รูปแบบอาคาร …
บทบาทหน้าที่ที่ปรึกษาบริหารงานก่อสร้างในการประยุกต์ใช้แบบจำลองสารสนเทศอาคาร โครงการก่อสร้างภาครัฐ,
2023
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
บทบาทหน้าที่ที่ปรึกษาบริหารงานก่อสร้างในการประยุกต์ใช้แบบจำลองสารสนเทศอาคาร โครงการก่อสร้างภาครัฐ, กฤตชัย ชวนบุญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
นับตั้งแต่ พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา หน่วยงานภาครัฐเริ่มมีการประยุกต์ใช้แบบจำลองสารสนเทศอาคาร (Building Information Modeling: BIM) เพื่อลดข้อผิดพลาดในการก่อสร้าง ประเด็นสำคัญของโครงการลักษณะการจัดจ้างประเภทออกแบบ-ประกวดราคา-ก่อสร้าง คือการส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานผู้ออกแบบไปยังผู้รับจ้างก่อสร้าง ขณะที่การศึกษาอย่างเป็นระบบเรื่องหน้าที่รับผิดชอบต่อ BIM ของฝ่ายที่ปรึกษาบริหารงานก่อสร้าง (Construction Management Consultant: CMC) ในประเทศไทยยังมีค่อนข้างจำกัด นำมาสู่วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้ BIM ช่วงก่อสร้างอาคารของภาครัฐและขอบเขตหน้าที่ด้าน BIM ของฝ่าย CMC จากกรณีศึกษา 7 โครงการ โดยทำการศึกษาจากเอกสารข้อกำหนดโครงการ (Terms of Reference: TOR) และการสัมภาษณ์ฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการทำงานด้วย BIM กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้าน BIM รวม 21 คน จากการศึกษาพบว่าหน่วยงานภาครัฐได้ใช้ BIM เพื่อลดข้อผิดพลาดจากแบบก่อสร้างและบันทึกข้อมูลการก่อสร้างจริง โดยช่วงปีที่เริ่มการก่อสร้างและมูลค่าของโครงการมีผลต่อวัตถุประสงค์การใช้ BIM ที่มากขึ้น สามารถจำแนกรูปแบบของลำดับการพัฒนาแบบจำลอง BIM ในช่วงก่อสร้างได้ 3 รูปแบบได้แก่ (1) การจัดทำขึ้นใหม่โดยอ้างอิงจากแบบ 2 มิติ (2) การจัดทำขึ้นใหม่โดยอ้างอิงจากแบบจำลอง BIM ช่วงออกแบบและ (3) การพัฒนาต่อจากแบบจำลอง BIM ช่วงออกแบบ รูปแบบที่พบโดยส่วนมากคือการสร้างแบบจำลอง BIM ขึ้นใหม่ในช่วงก่อสร้างโดยผู้รับจ้างก่อสร้างซึ่งขัดแย้งกับทฤษฎี เนื่องจากข้อมูลช่วงออกแบบไม่สอดคล้องกับการนำไปใช้งานต่อ โดยขอบเขตหน้าที่ต่อ BIM ของ CMC ที่เพิ่มเติมขึ้นคือ ด้านข้อกำหนดการปฏิบัติงาน บุคลากร และเครื่องมือบริหารโครงการ สำหรับประโยชน์จาก BIM ของ CMC สามารถเรียงลำดับตามวัตถุประสงค์การใช้ BIM ได้แก่ (1) ลดข้อผิดพลาดจากข้อขัดแย้งในแบบก่อสร้าง (2) บันทึกข้อมูลการก่อสร้างอาคาร (3) กำกับระยะเวลาตามแผนงาน (4) จำลองกระบวนการก่อสร้างจริงและ (5) คาดการณ์ค่าใช้จ่ายระหว่างการก่อสร้าง อย่างไรก็ตามปัญหาในการประยุกต์ใช้ BIM ช่วงการก่อสร้าง ของภาครัฐคือ ด้านบุคลากร ด้านกระบวนการ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน …
แนวทางการออกแบบหลังคาโค้งที่ใช้วัสดุมุงเหล็กรีดลอน,
2023
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
แนวทางการออกแบบหลังคาโค้งที่ใช้วัสดุมุงเหล็กรีดลอน, ณัฐธยาน์ แสงงาม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
หลังคาเป็นส่วนปกคลุมอาคาร มีหน้าที่ป้องกันแดดและฝน รูปแบบหลังคามาจากโครงสร้างและวัสดุมุง สำหรับอาคารโครงสร้างที่มีช่วงกว้าง เช่น อาคารโกดัง โรงงาน และคลังเก็บสินค้า นิยมใช้วัสดุมุงจากแผ่นเหล็กรีดลอน เพราะมีคุณสมบัติ บาง เบา และมีหลายรูปแบบ ทั้งแผ่นตรงธรรมดา แผ่นตรงแบบสอบ แผ่นโค้งธรรมดา แผ่นโค้งแบบสอบ แผ่นโค้งดัด และแผ่นโค้งสองทิศทาง จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า การผลิตแผ่นโค้งมีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน ซึ่งส่งผลต่อระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จึงมีวัตถุประสงค์ศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหา เพื่อเสนอแนวทางการออกแบบหลังคาโค้ง การศึกษาครั้งนี้ได้เลือกโครงการกรณีศึกษา จำนวน 13 อาคาร พบว่าการผลิตแผ่นโค้งมีใช้แผ่นโค้งแบบไม่ดัด จำนวน 5 หลัง และแบบดัด จำนวน 8 หลัง โดยนำส่วนโค้งของหลังคาจากแบบสถาปัตยกรรมมาใช้วิเคราะห์การผลิต โดยแปรผันตามรัศมีรุ่นของผลิตภัณฑ์แผ่นหลังคา ซึ่งระบุความสามารถความโค้งไม่ดัดไว้ในคู่มือผลิตภัณฑ์ การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีการทดลองโดยการจำลองแบบ 2 มิติและการคำนวณ เพื่อพิจารณาและหาแนวทางการกำหนดความโค้ง โดยทำทดลอง 2 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ทดลองปรับค่าความโค้ง เพื่อใช้วิเคราะห์โค้งโดยไม่ดัดและหาความสัมพันธ์กับหลังคาอาคาร ขั้นตอนที่ 2 ทดลองใช้วิธีต่อแผ่น เพื่อวิเคราะห์ความสามารถในการรับน้ำฝน ระยะพาดแป โดยใช้ข้อคำนึงเรื่องถึงวิธีการขนส่งแผ่น จากการศึกษาทำให้ทราบว่าแผ่นโค้งไม่ดัดทำได้ทุกอาคารที่มีหลังคาโค้ง โดยมีวิธีการกำหนดค่าความโค้งที่มีหน่วยเป็นรัศมีและความลาดเอียงของหลังคาที่มีหน่วยเป็นองศา โดยกำหนดรัศมีและองศาให้เป็นไปตามคำแนะนำของคู่มือตามรุ่นผลิตภัณฑ์ ที่มีค่าแปรผันกับความกว้างของอาคาร และแปรผกผันกับความสูงของหลังคา สำหรับกรณีการใช้หลังคาโค้งยาวต่อเนื่องต้องคำนึงด้านการขนส่งแผ่นหลังคา โดยสามารถยาวได้ตามข้อจำกัดของรถบรรทุกที่ใช้ขนส่งและการเข้าถึงหน้างานก่อสร้าง ซึ่งหากขนส่งไม่ได้จะส่งผลต่อการนำเครื่องจักรมาผลิตที่หน้างานก่อสร้างสามารถใช้วิธีการต่อแผ่นเพื่อพิจารณาข้อคำนึงดังกล่าว
การนำ Bim มาประยุกต์ใช้ในช่วงก่อนงานก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2559-2564,
2023
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
การนำ Bim มาประยุกต์ใช้ในช่วงก่อนงานก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2559-2564, ธีระพงษ์ อินทรพาณิชย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การนำ BIM มาใช้ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างภาคเอกชนของประเทศไทยเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายซึ่งการนำ BIM มาใช้มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในช่วงกระบวนการก่อสร้าง ช่วงพัฒนาโครงการโดยทั่วไปสามารถจำแนกออกเป็น 3 ช่วงหลักๆ ได้แก่ ช่วงออกแบบ (Design phase) ช่วงก่อสร้าง (Construction phase) และช่วงการบริหารทรัพยากรอาคาร (Facility management) ซึ่งแต่ละช่วงก็มีความต้องการในด้านข้อมูลที่แตกต่างกัน จะเห็นได้ว่าในช่วงการพัฒนาโครงการถึงแม้จะเป็นช่วงที่มีการดำเนินงานหลักแต่ช่วงของการส่งผ่านข้อมูลระหว่างช่วงออกแบบไปยังช่วงก่อสร้างยังไม่มีความชัดเจน รอยต่อตรงนี้เรียกว่าช่วง Pre-construction การทำงานในช่วงก่อนการก่อสร้างเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญเนื่องจากเป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถควบคุมความสำเร็จของโครงการได้ งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษา สถานการณ์ รูปแบบกระบวนการ และปัจจัยการนํา BIM มาใช้งานในช่วงก่อนการก่อสร้าง โดยงานวิจัยนี้ใช้วิธีการศึกษาโดยการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในช่วงก่อนการก่อสร้างของอาคารชุดพักอาศัยภาคเอกชนของประเทศไทยและศึกษาข้อมูลมาตรฐาน คู่มือ BIM เพื่อนำมาวิเคราะห์เพื่อหาความสอดคล้อง สถานการณ์ ปัจจัย ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะของการนำ BIM มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม จากผลงานวิจัยพบว่ารูปแบบการนำ BIM มาใช้ในกรณีศึกษาเป็นรูปแบบ Design-Bid-Build ซึ่งจำเป็นต้องส่งผ่านข้อมูลต่างองค์กรซึ่งมีโอกาสทำให้เกิดการตกหล่นของข้อมูลแต่การนำ BIM มาใช้สามารถช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เนื่องจากเป็นระบบการทำงานที่เชื่อมข้อมูลต่างๆตลอดช่วงการทำงานของโครงการเข้าด้วยกัน ซึ่งมีข้อดีที่ช่วยส่งเสริมในเรื่อง การส่งผ่านข้อมูล การถอดปริมาณ และประมาณราคา ทำให้เห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นก่อนการก่อสร้าง ส่วนในด้านปัจจัยพบว่าการนำ BIM มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดในการทำงาน ด้านปัญหาและอุปสรรคพบว่า เกิดปัญหาด้านระยะเวลาในการทำงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงก่อนการก่อสร้าง และจากผลงานวิจัยมีข้อเสนอแนะคือ ควรเพิ่มบุคลากรที่มีทักษะการทำงานด้วย BIM และควรได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
การเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมประดับกระเบื้องเคลือบ กรณีศึกษา: พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร,
2023
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
การเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมประดับกระเบื้องเคลือบ กรณีศึกษา: พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร, สุรศักดิ์ บำรุงเรือน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาในปัจจุบันพบปัญหาการอนุรักษ์ในประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการเก็บข้อมูล ทั้งนี้พบว่าการเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมยังขาดการประเมินและการวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบด้านก่อนการกำหนดวิธีอนุรักษ์ ปัญหานี้อาจเกิดจากการขาดข้อมูลภาคเอกสารและการบันทึกสภาพอาคารอย่างละเอียดเพียงพอ รวมทั้งอาจจะเกิดจากขาดการนำข้อมูลด้านต่าง ๆ มาวิเคราะห์ประกอบกันเพื่อสรุปแนวทางการอนุรักษ์ จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น วิทยานิพนธ์นี้ต้องการที่จะแก้ไขและปรับปรุงกระบวนการจัดทำเอกสารในการดำเนินงานขั้นต้นของการอนุรักษ์ โดยเน้นการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมประดับกระเบื้องเคลือบ การเลือกสถาปัตยกรรมประเภทนี้มีที่มาจากการประดับด้วยงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่า อย่างไรก็ตา,กระเบื้องที่ประกอบกันขึ้นอย่างสลับซับซ้อน ห่อหุ้มทั้งพื้นผิวและโครงสร้าง ก่อให้เกิดความท้าทายในการเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้หากมีการประเมินผลจากข้อมูลเพียงด้านเดียว อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะลดคุณค่าของงานได้ วัตถุประสงค์หลักของวิทยานิพนธ์คือการสร้างชุดเครื่องมือการเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์ ในเบื้องต้นผู้วิจัยจะสร้างชุดข้อมูลพื้นฐาน กำหนดวิธีการสร้างแบบสถาปัตยกรรมที่มีความถูกต้อง โดยใช้วิธีโฟโตแกรมเมตรี(Photogrammetry) เพื่อเก็บข้อมูลสภาพปัจจุบันของอาคารโดยละเอียด จากนั้นนําชุดการเก็บข้อมูลที่พัฒนาขึ้นมาทดสอบกับกรณีศึกษา พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ผลจากการใช้เครื่องมือเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการเก็บข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์อย่างรอบด้าน เนื่องจากช่วยให้นักอนุรักษ์เลือกวิธีการอนุรักษ์ได้อย่างเหมาะสม ชุดการเก็บข้อมูลที่นำมาใช้มีข้อดีสองประการ ดังนี้ 1) ชุดการเก็บข้อมูลช่วยให้สามารถบันทึกสภาพและประเด็นปัญหา จึงทําให้เกิดความเข้าใจงานได้อย่างลึกซึ้ง 2) ชุดการเก็บข้อมูลมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์อย่างรอบด้านช่วยให้เกิดความเข้าใจสาเหตุของการเสื่อมสภาพ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ตลอดจนชี้ให้เห็นองค์ประกอบที่มีคุณค่า โดยเฉพาะคุณค่าอันเนื่องมาจากความเป็นของแท้ ฝีมือช่าง และการใช้วัสดุดั้งเดิม ซึ่งประเด็นเหล่านี้มักถูกมองข้ามไปโดยผู้ปฏิบัติงานที่มักจะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงเพื่อความสวยงามและความทนทานผ่านการซ่อมแซมและการเปลี่ยนวัสดุ
From Silence To Forte: Developing An Inclusive Space For Persian Musicians To Flourish,
2023
Virginia Commonwealth University
From Silence To Forte: Developing An Inclusive Space For Persian Musicians To Flourish, Sholeh Salimi
Theses and Dissertations
Music serves as a reflection of culture and conveys various emotional and intellectual states, such as a nation's perspective, social attitudes, and historical background. However, the Iranian revolution in 1979 led to the ban of music by the new regime, limiting the output and audience for Iranian music. In addition, the emergence of Western music accessibility through technology posed challenges for traditional Persian music, and the government's restrictions on music further compounded the problem. To support and advance the preservation and dissemination of Iranian music, this study aims to explore how an interior designer can create a space that enables …
Evaluating Biophilic Design Characteristics In Lincoln Public Schools,
2023
University of Nebraska-Lincoln
Evaluating Biophilic Design Characteristics In Lincoln Public Schools, Sarah Burr
Department of Environmental Studies: Undergraduate Student Theses
A mixed qualitative-quantitative study was conducted in Lincoln, Nebraska to observe and evaluate the biophilic design characteristics in Lincoln Public Schools (LPS). There is a significant lack of nature in urban environments, especially in older buildings and schools, therefore incorporating natural elements in school buildings can promote the success of students and contribute to improved well-being. The research question this study aims to address is: How and to what degree are Lincoln Public Schools integrating biophilic design characteristics in their high school buildings? Four high schools were toured utilizing an evaluation form with 10 biophilic design characteristics and a 5-point …
Cohort Comfort Models — Using Occupant’S Similarity To Predict Personal Thermal Preference With Less Data,
2023
Singapore Management University
Cohort Comfort Models — Using Occupant’S Similarity To Predict Personal Thermal Preference With Less Data, Matias Quintana, Stefano Schiavon, Federico Tartarini, Joyce Kim, Clayton Miller
Research Collection College of Integrative Studies
Cohort Comfort Models (CCM) are introduced as a technique for creating a personalized thermal prediction for a new building occupant without the need to collect large amounts of individual comfort-related data. This approach leverages historical data collected from a sample population, who have some underlying preference similarity to the new occupant. The method uses background information such as physical and demographic characteristics and one-time onboarding surveys (satisfaction with life scale, highly sensitive person scale, personality traits) from the new occupant, as well as physiological and environmental sensor measurements paired with a few thermal preference responses. The framework was implemented using …
Cozie Apple: An Ios Mobile And Smartwatch Application For Environmental Quality Satisfaction And Physiological Data Collection,
2023
Singapore Management University
Cozie Apple: An Ios Mobile And Smartwatch Application For Environmental Quality Satisfaction And Physiological Data Collection, Federico Tartarini, Mario Frei, Stefano Schiavon, Xuan Yun Chua, Clayton Miller
Research Collection College of Integrative Studies
Collecting feedback from people in indoor and outdoor environments is traditionally challenging and complex to achieve in a reliable, longitudinal, and non-intrusive way. This paper introduces Cozie Apple, an open-source mobile and smartwatch application for iOS devices. This platform allows people to complete a watch-based micro-survey and provide real-time feedback about environmental conditions via their Apple Watch. It leverages the inbuilt sensors of the smartwatch to collect physiological (e.g., heart rate, activity) and environmental (sound level) data. This paper outlines data collected from 48 research participants who used the platform to report perceptions of urban-scale environmental comfort (noise and thermal) …
Challenges To Building Sustainability; Case Study Of Green Building Implementation In Abubakar Tafawa Balewa University Bauchi, Nigeria,
2022
Real Estate and Facilities Management/Technology Management and Business/Science, Universiti Tun Hussein ONN Malaysia, Johor, 86400, Malaysia
Challenges To Building Sustainability; Case Study Of Green Building Implementation In Abubakar Tafawa Balewa University Bauchi, Nigeria, Sani Inusa Milala, Audu Danladi, Shuaibu H. Manga, Inusa Ibrahim
Journal of Environmental Science and Sustainable Development
Abubakar Tafawa Balewa University (ATBU) has become the tip of the iceberg since technology globalization has created a welcoming environment for green construction. However, there are several roadblocks to overcome, this includes barriers to technology. Dependence on technology stifles the autonomous growth of one's technology. This implementation of sustainable green building has been implemented in ATBU such as green construction, financing, among others. The study has the primary aim of assessing the impediment to the sustainable implementation of green building practices in ATBU. Quantitative research design is adopted in this study where questionnaire survey strategy was used to collect data. …
Reduction Of Embodied Carbon In Buildings Through Use Of Low Carbon Strategies And Standardization And Enforcement Of Life Cycle Assessment,
2022
University of San Francisco
Reduction Of Embodied Carbon In Buildings Through Use Of Low Carbon Strategies And Standardization And Enforcement Of Life Cycle Assessment, Bhargavi Sai Sudhakar
Master's Projects and Capstones
The building and construction industry is energy intensive and as of 2021, this industry is responsible for 37% of the total global greenhouse gas emissions. In previous studies of conventional buildings, the operational energy of a building contributed to 80% and the embodied energy contributed to 20% of the total life cycle energy. With increase in policies and standards that focus on reducing the operational energy, low energy and certified green buildings have emerged where the operational energy has considerably reduced. The relative and absolute share of embodied energy in these energy efficient buildings have increased due to excessive use …
Human Composting Is Changing The Landscape Of Death Care (Literally) — And It Could Be Legal In New York State As Soon As Next Year,
2022
Craig Newmark Graduate School of Journalism
Human Composting Is Changing The Landscape Of Death Care (Literally) — And It Could Be Legal In New York State As Soon As Next Year, Rachael Robertson
Capstones
Soon New Yorkers might have a new option for end of life care: Natural Organic Reduction, or human composting. Rather than being buried or cremated, New Yorkres might have the option of having their body composted and turned into soil as an environmentally friendly burial alternative. A bill legalizing Natural Organic Reduction in NYS and setting regulations similar to cremation is sitting on Governor Hochul's desk. Death, remembrance, and disposition are especially difficult in New York City, where there is not enough cemetery space for the number of people who die annually. Through audio, data, and print, I explore how …
Energy Efficiency Retrofit And Decarbonization Of Old And Historic Buildings In California,
2022
The University of San Francisco
Energy Efficiency Retrofit And Decarbonization Of Old And Historic Buildings In California, Daria Nikolaeva
Master's Projects and Capstones
Buildings are responsible for almost 40% of total global greenhouse gas emissions and the retrofitting of existing buildings is an essential part of solving the problem. About 75% of buildings in Californian were constructed before the first energy-efficiency building code was adopted in 1978. Old buildings are inefficient, responsible for large carbon footprints and must be retrofitted to stay on track with the state's climate targets. However, current policies do not require substantial changes and tend to favor historic preservation over energy efficiency, missing improvement opportunities. Recognizing the significance of carbon intensity, the 2019 California Energy Efficiency Action Plan shifted …
Applying Unsupervised Machine Learning Clustering
Techniques To Early Childcare Soundscapes,
2022
University of Nebraska-Lincoln
Applying Unsupervised Machine Learning Clustering Techniques To Early Childcare Soundscapes, Kenton Hummel, Erica E. Ryherd, Iason Konstantzos, Abbie Raikes
Durham School of Architectural Engineering and Construction: Faculty Publications
Early childhood is a critical time period for language, brain, cognitive, and social/emotional development. Out-of-home childcare is a normative, typical experience for millions of young children. Although Indoor Environmental Quality (IEQ) in K-12 settings has received recent, significant attention, the links between IEQ and children’s learning and development in early childcare settings is a less understood topic. This work focuses specifically on the sound aspect of IEQ in early childcare settings to better understand typical noise levels and occupant experience. Standard approaches to analyzing background noise will be presented alongside more detailed statistical analyses utilizing unsupervised machine learning clustering techniques. …
Paradigm Of The Post Natural: Critiquing Capitalist Ideals Through Environmental Degradation,
2022
Syracuse University
Paradigm Of The Post Natural: Critiquing Capitalist Ideals Through Environmental Degradation, Andrea De Haro, Charlotte Bascombe
Architecture Thesis Prep
There is an unspoken value in the destructiveness caused by design that is exposed through the exploitation of natural resources. This thesis seeks to exemplify the aesthetic value inherent within these newly defined environments. Nature is a source for human consumption, and as such it has developed into a commodity. By now it should be made evident that humanity’s presence is everywhere. There is no ecosystem left unturned by human manipulation Iin this respect, nature is dead. Deforested sites of oil fracking leave mile long toxic ponds highlighting the destructive pursuits that capitalism creates. Chernobyl showcases how human errors in …
Tectonic Thresholds: Reclaiming Space Through Geomorphological Design,
2022
Syracuse University
Tectonic Thresholds: Reclaiming Space Through Geomorphological Design, Amreeta Verma
Architecture Thesis Prep
This research posits that a revitalization of indigenous earth architecture practices in a contemporary context can mitigate the immense waste and embodied carbon in the construction industry. Earth materials are the focus of this research because they are locally sourced, abundantly available, and can be reused or returned to the natural environment, when utilized in a circular consumption cycle. Designing for reuse reduces the impact of construction waste on the burgeoning issue of environmental degradation and resource depletion.
The structural viability and environmental enclosure capabilities of soil throughout its lifecycle will be tested in different forms derived geomorphically from the …
The Ark: Sanctuary For Isfs,
2022
Syracuse University
The Ark: Sanctuary For Isfs, Zejun Sun, Wei Wei Li
Architecture Thesis Prep
The thesis is aiming to decrease the potential flooding damages to the ISFs, and a balance between the limited resources and high population density to relieve the flooding issues through the renovation and reconstruction of local churches in the Baseco Compound.
Flooding has become one of the most common and devastated issues in developing countries, and it is worsen by the housing crisis that lead to a formation of informal settlements with shoddy constructions and destabilized communities. What is an applicable approach to decrease the potential flooding damage to the ISFs? How to find a balance between the limited resources …
