Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Criminology and Criminal Justice Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Journal of Social Sciences

Keyword
Publication Year

Articles 1 - 30 of 87

Full-Text Articles in Criminology and Criminal Justice

บทบรรณาธิการ - ปีที่ 56 ฉบับที่ 1, ธนพันธ์ ไล่ประกอบทรัพย์ Jan 2026

บทบรรณาธิการ - ปีที่ 56 ฉบับที่ 1, ธนพันธ์ ไล่ประกอบทรัพย์

Journal of Social Sciences

No abstract provided.


จากน้ำมันถึงสะพาน : ภาคแสดงการประกอบร่วมของการปรับตัวต่อความเป็นรัฐสังคมนิยมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, สิทธา พสุทันท์ Jan 2026

จากน้ำมันถึงสะพาน : ภาคแสดงการประกอบร่วมของการปรับตัวต่อความเป็นรัฐสังคมนิยมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, สิทธา พสุทันท์

Journal of Social Sciences

บทความชิ้นนี้ศึกษากลไกการปรับตัวทางเศรษฐกิจและการเมืองของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวภายหลังยุคสังคมนิยม โดยมุ่งเน้นการอธิบาย “ภาคแสดงของกลไกการปรับตัว” ผ่านแนวคิดการประกอบร่วม (Assemblage) การอธิบายกลไกดังกล่าวศึกษาด้วยวิธีการเชิงชาติพันธุ์วรรณนา (Ethnography) จากการเดินทางร่วมกับรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงข้ามพรมแดนไทย-ลาว ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 และ 2 เพื่อสำรวจกลไกที่ประกอบร่วมกันในการดำรงอยู่ของรัฐสังคมนิยมลาว ระยะเวลาการเก็บข้อมูลเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 จนถึงเดือนเดือนกุมภาพันธ์ 2567 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 2 เดือน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า น้ำมันเชื้อเพลิงและสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเป็นผู้กระทำ (Actant) สำคัญในภาคแสดงของกลไกการปรับตัวต่อความเป็นรัฐสังคมนิยม งานศึกษานี้เสนอว่า การเข้าใจกลไกการปรับตัวต่อความเป็นรัฐสังคมนิยมจำเป็นต้องพิจารณาการประกอบร่วมจากผู้กระทำอื่นนอกเหนือจากรัฐ ซึ่งช่วยอธิบายความต่อเนื่องของการคงความเป็นสังคมนิยมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว


Thailand’S Alignment Strategy Amidst The Us-China Rivalry : A Role Theory Perspective, Wen Chou Han Jan 2026

Thailand’S Alignment Strategy Amidst The Us-China Rivalry : A Role Theory Perspective, Wen Chou Han

Journal of Social Sciences

This paper seeks to analyze how Thailand, as a middle power, navigates its alignment choices amid an intensifying US-China rivalry in the Asia-Pacific region through the lens of role theory. This paper also proposes several original mechanisms to operationalize the role theory in the analysis of Thailand’s strategy. To this end, Thailand’s foreign policy from the past decade (2012 to mid-2025) will be reviewed. The central argument is that Thailand is adopting a “soft hedging” strategy marked by opportunism and driven by its key goal of development, but is, at the same time, complicated by domestic political dysfunction (“fragmented centralism”). …


กระบวนการเรียนรู้โดยชุมชนท้องถิ่นเป็นฐานเพื่อการยกระดับและสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ จากฐานทุนในพื้นที่ : กรณีศึกษาเทศบาลเมืองสิงหนคร จังหวัดสงขลา, เธียรชัย พันธ์คง, ฟาริดา ซาชา, ธนากร พฤกษ์รัตนนภา, จักรกฤษณ์ หมั่นวิชา Jan 2026

กระบวนการเรียนรู้โดยชุมชนท้องถิ่นเป็นฐานเพื่อการยกระดับและสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ จากฐานทุนในพื้นที่ : กรณีศึกษาเทศบาลเมืองสิงหนคร จังหวัดสงขลา, เธียรชัย พันธ์คง, ฟาริดา ซาชา, ธนากร พฤกษ์รัตนนภา, จักรกฤษณ์ หมั่นวิชา

Journal of Social Sciences

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบทฐานทุนและเศรษฐกิจชุมชนในสิงหนคร 2) วิเคราะห์และสังเคราะห์กระบวนการเรียนรู้โดยชุมชนท้องถิ่นเป็นฐาน (Community-based learning : CBL) และ 3) สังเคราะห์ผลลัพธ์ของกระบวนการเรียนรู้และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแบบจำลองการพัฒนาเพื่อยกระดับและสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจจากฐานทุนในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยศึกษาพื้นที่ชุมชนเทศบาลเมืองสิงหนคร จังหวัดสงขลา ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) แบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory action research : PAR) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ เทศบาลเมืองสิงหนคร กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา เครือข่ายการศึกษาในพื้นที่ กลุ่มสตรี ผู้สูงอายุ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรกร ชาวประมง ผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยในพื้นที่ และกลุ่มภาคีต่าง ๆ

ผลการวิจัยพบว่า ทุนทางทรัพยากรและเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) 3 รายการ คือ ปลากะพงสามน้ำ มะม่วงเบาสงขลา และไข่ครอบสงขลา ทรัพยากรในทะเลสาบสงขลา การรวมกลุ่มของวิสาหกิจชุมชน เช่น กลุ่มขนมโบราณ กลุ่มผ้ามัดย้อม กลุ่มมะม่วงเบา กลุ่มปลากรอบ ทุนทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ ประวัติศาสตร์เมืองเก่าสิงหนคร (ซิงกอรา) และทุนทางสังคม คือ วิถีชีวิตคนพุทธ-มุสลิมที่กลมกลืน มีเครือข่ายการศึกษาและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง กระบวนการเรียนรู้ของชุมชนเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ เกิดจากความเชื่อมโยงระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการได้รับความรู้จากภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลในการอัปเดตองค์ความรู้ ผลลัพธ์ของกระบวนการเรียนรู้ ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ 6 ชนิด จำนวนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพ 93 คน กลุ่มวิสาหกิจจำนวน 19 กลุ่ม ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ จำนวน 5 แห่ง สำหรับข้อเสนอแนะ การวิจัยควรมีการพัฒนาอาชีพเสริม เช่น การทำขนมและการแปรรูปอาหารทะเลที่เชื่อมโยงเรื่องราวประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตเข้ากับการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ และใช้การตลาดดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน ผ่านกลไกการเรียนรู้โดยใช้ฐานทุนในพื้นที่เป็นหลัก


การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ก่ออาชญากรรมรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, ชัญญรัชต์ จรัสพัชรนนท์, กัญญ์ฐิตา ศรีภา, ธีรวุฒิ นิลเพ็ชร์ Jan 2026

การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ก่ออาชญากรรมรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, ชัญญรัชต์ จรัสพัชรนนท์, กัญญ์ฐิตา ศรีภา, ธีรวุฒิ นิลเพ็ชร์

Journal of Social Sciences

ในปัจจุบัน สถานการณ์อาชญากรรมรุนแรงที่กระทำโดยเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งนับเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการก่ออาชญากรรมในระดับสูง การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทและหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน ตลอดจนแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มเด็กและเยาวชนผู้กระทำความผิดในคดีอาชญากรรมรุนแรง การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) โดยมีเครื่องมือหลักในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key informants) จำนวนทั้งสิ้น 13 คน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และพนักงานอัยการ

ผลการวิจัยพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีบทบาทครอบคลุมกระบวนการทุกขั้นตอน ได้แก่ การป้องกันการกระทำความผิดผ่านโครงการและกิจกรรมเชิงรุก การจับกุมโดยใช้มาตรการที่เหมาะสมกับสภาพจิตใจและพัฒนาการของเด็ก การควบคุมตัวในสถานที่แยกจากผู้กระทำความผิดที่เป็นผู้ใหญ่ และการสอบสวนแบบสหวิชาชีพร่วมกับนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และพนักงานอัยการ อย่างไรก็ตาม การวิจัยพบปัญหาสำคัญหลายประการ อาทิ ช่องว่างของบทบัญญัติทางกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่แสวงหาประโยชน์จากเด็กและเยาวชน ความซับซ้อนของกระบวนการและข้อจำกัดด้านระยะเวลา การขาดสมรรถนะและความเชี่ยวชาญของบุคลากร ภาวะการขาดแคลนกำลังพลเฉพาะทาง เป็นต้น


การสื่อสารทางการเมืองของนายกเทศมนตรีในการบริหารจัดการอุทกภัย : กรณีศึกษาเทศบาลนครยะลา, ปุญญวันต์ จิตประคอง Jan 2026

การสื่อสารทางการเมืองของนายกเทศมนตรีในการบริหารจัดการอุทกภัย : กรณีศึกษาเทศบาลนครยะลา, ปุญญวันต์ จิตประคอง

Journal of Social Sciences

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและกลยุทธ์การสื่อสารทางการเมืองของนายกเทศมนตรีนครยะลาในการบริหารจัดการอุทกภัย และวิเคราะห์ประสิทธิผลของกลยุทธ์การสื่อสารทางการเมืองที่มีต่อการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพแบบกรณีศึกษา และเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลหลัก 8 คน ประกอบด้วย นายกเทศมนตรีนครยะลา ปลัดเทศบาลนครยะลา หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครยะลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครยะลา ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับชุมชนและการวิเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แผนการบริหารจัดการอุทกภัย รายงานผลการดำเนินงาน และข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาโดยใช้กรอบทฤษฎีการสื่อสารในภาวะวิกฤต แนวคิดการสื่อสารทางการเมือง และแนวคิดการสร้างความยืดหยุ่นของเมือง ผลการศึกษาพบรูปแบบการสื่อสาร 5 ลักษณะ คือ การสื่อสารหลายช่องทางแบบบูรณาการ (ดิจิทัล ช่องทางดั้งเดิม และนวัตกรรม IoT) การสื่อสารแบบเรียลไทม์ 3 ระยะ มีการแจ้งล่วงหน้า 8 ชั่วโมง การจัดวางตำแหน่งของเทศบาลเป็นศูนย์กลางข้อมูลที่สามารถชี้แจงต่อสาธารณะ และมีการเปิดเผยข้อมูล ผ่านกลไกต่าง ๆ ประกอบด้วย สภากาแฟ การดูงาน และการประสานผู้ช่วยชุมชน 44 คน และการสร้างเครือข่าย Win-Win กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 20 แห่ง ส่งผลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญ 4 ด้าน ประกอบด้วย การเพิ่มการมีส่วนร่วม (ตัวแทนครัวเรือน 10,000 จาก 25,000 ครัวเรือน อาสาสมัคร 176 คน) การสร้างความไว้วางใจที่สั่งสม 20-21 ปี การเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือภัยพิบัติ (ตอบสนองรวดเร็วกว่าหน่วยงานอื่น) และการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ องค์ประกอบของความสำเร็จเกิดขึ้นมาจากความโปร่งใสและการแสดงให้เห็นการทำงานจริง การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนในการตัดสินใจ การคัดเลือกตัวแทนแต่ละหมู่บ้าน การแก้ปัญหาข้ามเขตตามหลักการ Win-Win และบารมีของผู้บริหารที่สั่งสมมา ซึ่งคุณลักษณะดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนากระบวนการบริหารจัดการภัยพิบัติในพื้นที่อื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สิทธิการป้องกันตนเองร่วมของญี่ปุ่นในยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก : มุมมองยุทธศาสตร์การกระจายความเสี่ยงแบบการถ่วงดุลทางอ้อม, พรพิทักษ์ นิ่มอนงค์ Jan 2026

สิทธิการป้องกันตนเองร่วมของญี่ปุ่นในยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก : มุมมองยุทธศาสตร์การกระจายความเสี่ยงแบบการถ่วงดุลทางอ้อม, พรพิทักษ์ นิ่มอนงค์

Journal of Social Sciences

นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ให้เหตุผลการยอมรับสิทธิการป้องกันตนเองร่วม (Collective Self-Defense : CSD) ว่า ภัยคุกคามต่อญี่ปุ่นกำลังทวีความรุนแรงรอบด้าน ทั้งขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ ข้อพิพาททางดินแดน รวมไปถึงการขยายอิทธิพลของจีนที่อาจเข้าแทนที่สหรัฐอเมริกาในภูมิภาค หากสถานะเดิม (Status quo) เปลี่ยนไป ญี่ปุ่นภายใต้รัฐธรรมนูญสันติภาพจะไม่อาจต่อสู้ได้เพียงลำพัง บทความชิ้นนี้ต้องการศึกษาพลวัตการใช้สิทธิการป้องกันตนเองร่วมของญี่ปุ่นในสมัยนายกรัฐมนตรีอาเบะ โดยศึกษาผ่านมุมมองการกระจายความเสี่ยง (Hedging) เพื่อตอบคำถามที่ว่า ญี่ปุ่นใช้สิทธิการป้องกันตนเองร่วมในยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกอย่างไร โดยเสนอว่า สิทธิการป้องกันตนเองร่วมช่วยเสริมสร้างการเป็นผู้สร้างสันติภาพเชิงรุกในเวทีโลก การกระชับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับพันธมิตรที่มีแนวคิดตามหลักนิติธรรมเหมือนกันนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา เป็นการกระจายความเสี่ยงโดยวิธีถ่วงดุลทางอ้อมให้ยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีกับจีนได้ ขณะเดียวกันก็แสดงถึงการกระจายความเสี่ยงแบบสองชั้นเพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐอเมริกา และเล่นบทบาทนำมากขึ้น


Strategic Engagement And Legal Pluralism : Navigating Knowledge And Expertise In Mining Disputes, Sara K. Phillips Jan 2026

Strategic Engagement And Legal Pluralism : Navigating Knowledge And Expertise In Mining Disputes, Sara K. Phillips

Journal of Social Sciences

This article explores how community and civil society actors in mining conflicts strategically engage with legal and technical vocabularies to assert legitimacy, contest exclusion, and influence mining governance. Drawing on an empirical case study of Thailand’s Chatree gold mine, the article analyzes how affected groups navigate overlapping normative systems, such as state law, transnational norms, and technocratic discourses, through informal learning and strategic appropriation of expert language. Framed through the conceptual lens of legal pluralism, the study highlights how actors interpret and mobilize diverse normative orders to articulate grievances, shape narratives, and attempt to gain access to decision-making spaces. These …


สำนักงบประมาณ ของรัฐสภา (Pbo) กับการปรับดุลอำนาจงบประมาณในประเทศไทย, จรัส สุวรรณมาลา, วีระศักดิ์ เครือเทพ, อุมาพร บึงมุม Jan 2025

สำนักงบประมาณ ของรัฐสภา (Pbo) กับการปรับดุลอำนาจงบประมาณในประเทศไทย, จรัส สุวรรณมาลา, วีระศักดิ์ เครือเทพ, อุมาพร บึงมุม

Journal of Social Sciences

ประเทศประชาธิปไตยทั้งหลายถือว่า บทบาทของรัฐสภาในการจัดทำและควบคุมงบประมาณของรัฐเป็นเรื่องสำคัญและไม่อาจทดแทนด้วยกลไกอื่นได้ แต่ในช่วงกว่าหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารมีบทบาทนำในการจัดทำงบประมาณของรัฐ เมื่อไม่นานมานี้เองที่รัฐสภาในประเทศต่าง ๆ รวมทั้งรัฐสภาไทย เริ่มตื่นตัว และปรับปรุงกระบวนการงบประมาณของรัฐสภา เพื่อกระชับอำนาจของรัฐสภาในการควบคุมงบประมาณให้มากขึ้น หนึ่งในเครื่องมือที่ฝ่ายนิติบัญญัติในประเทศต่าง ๆ นำมาใช้ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งในทำหน้าที่ควบคุมงบประมาณของรัฐ คือ การจัดตั้งสำนักงบประมาณของรัฐสภาขึ้น บทความวิจัยนี้ต้องการศึกษาบทบาทของสำนักงบประมาณของรัฐสภาไทย ตลอดจนถึงผลสืบเนื่องที่เกิดจากการจัดตั้งสำนักงบประมาณของรัฐสภาต่อการกระชับอำนาจในการควบคุมงบประมาณของรัฐสภา ผู้วิจัยได้สำรวจเอกสารสัมภาษณ์ บุคลากรของสำนักงบประมาณของรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการฝ่ายบริหาร และจัดประชุมเชิงปฏิบัติการและการสัมมนา เพื่อสอบทานข้อมูลและแปลความหมายข้อมูลร่วมกับผู้ให้ข้อมูลหลักที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการงบประมาณของรัฐสภา บทความวิจัยนี้บ่งชี้ว่า สำนักงบประมาณของรัฐสภามีส่วนสนับสนุนให้กระบวนการงบประมาณของฝ่ายนิติบัญญัติมีความเข้มแข็งมากขึ้น และมีส่วนช่วยให้รัฐสภาควบคุมงบประมาณของรัฐได้เพิ่มขึ้นระดับหนึ่ง น่าสังเกตว่า สำนักงบประมาณของรัฐสภาได้ใช้ความสามารถของหน่วยงานในการทำหน้าที่จนถึงขีดจำกัดสูงสุดที่สามารถทำได้ แต่ก็ยังไม่สามารถทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้ครอบคลุมครบถ้วนทุกด้าน รัฐสภาจึงควรแสวงหาแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถของสำนักงบประมาณของรัฐสภาให้เพิ่มขึ้น


การศึกษาภาพลักษณ์ของประเทศจีนผ่านอีสปอร์ต : การสื่อสาร กลยุทธ์การทูต และการตลาดเชิงเนื้อหา ผ่าน Honor Of Kings และ Arena Of Valor, ธีรติร์ บรรเทิง, พร้อมพรรณ แจ้งการดี Jan 2025

การศึกษาภาพลักษณ์ของประเทศจีนผ่านอีสปอร์ต : การสื่อสาร กลยุทธ์การทูต และการตลาดเชิงเนื้อหา ผ่าน Honor Of Kings และ Arena Of Valor, ธีรติร์ บรรเทิง, พร้อมพรรณ แจ้งการดี

Journal of Social Sciences

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาภาพลักษณ์รูปแบบการสื่อสารกลยุทธ์การทูตของจีน และศึกษาการตลาดเชิงเนื้อหาผ่านเกม Arena of Valor และ Honor of Kings (2) เปรียบเทียบความสอดคล้อง และความแตกต่างของทั้ง 2 เกม และ (3) เสนอแนะแนวทางในการพัฒนาเนื้อหา รูปแบบการสื่อสาร และกลยุทธ์การทูตผ่านอีสปอร์ตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ด้วยระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพโดย การวิจัยเอกสาร (documentary research) และการวิเคราะห์เนื้อหาที่ถูกนำเสนอบนเฟซบุ๊ก 4 เพจ ได้แก่ Honor of Kings, HoK Global Esports, Garena RoV Thailand, และ KingSauce Legends รวบรวมได้ ทั้งหมด 5,300 โพสต์  ผลการศึกษาพบว่า (1) รูปแบบการสื่อสารและการนำเสนอเนื้อหาของเกม Honor of Kings และ Arena of Valor มีความแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ของแต่ละเพจเกม Honor of Kings เน้นการนำเสนอให้เห็นถึงรูปแบบการเล่น การประกาศเปิดให้บริการในต่างประเทศ โดยใช้ตัวละครภายในเกมเป็นตัวนำเสนอผ่านรูปแบบวิดีโอความยาวประมาณ 1-3 นาที ด้านกิจกรรมการแข่งขันอีสปอร์ตและเงื่อนไขการแข่งขันของเกม Honor of Kings นำเสนอโดยการใช้ภาพนิ่งของนักกีฬาและภาพอินโฟกราฟิก (Infographic) ในขณะที่เกม Arena of Valor เน้นการนำเสนอเพื่อโฆษณาสินค้าและบริการของเกม รวมถึงการสร้างชุมชนผู้เล่น (communities) ผ่านการใช้ภาพนิ่งและผู้ทรงอิทธิพลออนไลน์ (influencer) (2) การนำเสนอเกม Honor of Kings สามารถสะท้อนภาพของวัฒนธรรมและความสร้างสรรค์ (creativity) เนื่องจากผู้ให้บริการเกมเป็นบริษัทภายในประเทศจีนที่ดำเนินนโยบายของบริษัทตามนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม (Ministry of Cultural) ของประเทศจีน ในขณะที่การนำเสนอเนื้อหาของเกม Arena of Valor ดำเนินการจากผู้ให้บริการภายนอกประเทศจีน จึงไม่ได้ดำเนินนโยบายของบริษัทตามทิศทางของกระทรวงวัฒนธรรม (Ministry of Cultural) …


การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและความต้องการในวาระท้ายของผู้ต้องขังสูงวัยในเรือนจำ, ปริญญา หวันเหล็ม, ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์ Jan 2025

การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและความต้องการในวาระท้ายของผู้ต้องขังสูงวัยในเรือนจำ, ปริญญา หวันเหล็ม, ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์

Journal of Social Sciences

บทความฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาวะของบริการด้านสุขภาพ และการเข้าถึงของระบบราชทัณฑ์ไทยในการดูแลแบบประคับประคองและการดูแลในวาระท้าย โดยอาศัยแนวคิดสิทธิมนุษยชน สิทธิผู้ต้องขัง แนวคิดการดูแลแบบประคับประคอง และกรอบข้อบังคับระดับสากลและข้อกฎหมายระดับประเทศ ทั้งนี้ ยังมุ่งศึกษาแนวทางการให้บริการด้านสุขภาพในมิติของการดูแลในระยะท้าย ความต้องการของผู้ต้องขังสูงวัยในเรือนจำ และรูปแบบการจัดการกับการตายในเรือนจำ ผ่านกลไกของราชทัณฑ์ไทยที่มีทีมสหวิชาชีพต่าง ๆ เข้ามาให้บริการผู้ต้องขังในระยะท้าย การศึกษาครั้งนี้อาศัยการวิจัยเชิงคุณภาพ และมีข้อค้นพบประการสำคัญว่า สภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังป่วยต้องเผชิญความยากลำบากในเรือนจำ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อความเจ็บป่วยได้ง่าย สภาพแวดล้อมของเรือนจำไม่สอดรับกับวัยสูงอายุ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องขังสูงวัยในวาระท้ายของชีวิตได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานสากลเทียบเท่าการรักษาในโรงพยาบาลภายนอก ด้วยทีมสหวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ ทั้งยังมีบริการระบบการให้เยี่ยมออนไลน์สำหรับผู้ต้องขังในวาระท้ายในเรือนจำ และความต้องการในวาระสุดท้ายของชีวิตผู้ต้องขังในเรือนจำ คือ การได้ “กลับบ้าน” ที่นับเป็นข้อค้นพบสำคัญ และเป็นความหวังสุดท้ายก่อนสิ้นลมหายใจ


ตัวคูณทางการคลัง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย, ภาวิน ศิริประภานุกูล Jan 2025

ตัวคูณทางการคลัง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย, ภาวิน ศิริประภานุกูล

Journal of Social Sciences

งานศึกษานี้ประเมินค่าตัวคูณทางการคลังโดยอาศัยกระบวนการทางเศรษฐมิติที่เป็นที่ยอมรับวงกว้างในปัจจุบัน โดยทดลองใช้ข้อมูลสะท้อนการใช้จ่ายของรัฐบาลที่แตกต่างกัน 5 ลักษณะ งานศึกษาพบว่าค่าตัวคูณการใช้จ่ายของรัฐบาลอยู่ที่ 0.25-0.49 ซึ่งมีค่าต่ำกว่า 1 อย่างชัดเจน ค่าตัวคูณดังกล่าวสะท้อนความไม่มีประสิทธิภาพของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจเปิดขนาดเล็กและมีสัดส่วนของภาคเศรษฐกิจนอกระบบในระดับสูง ทั้งนี้ ค่าตัวคูณการใช้จ่ายของรัฐบาลดังกล่าวประเมินขึ้นจากข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีของรัฐบาลที่มิได้คำนวณรวมการเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนของการชำระคืนต้นเงินกู้และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง/ชดใช้ทุนสำรองจ่าย ซึ่งมีความสอดคล้องการดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของรัฐบาลในทางปฏิบัติมากกว่าข้อมูลที่ถูกนำมาใช้ประเมินค่าตัวคูณทางการคลังในงานศึกษาในอดีต


การสังเคราะห์ภาวะความเป็นเจ้าบ้านบนพื้นฐานของการวิจัยสังคมเชิงประจักษ์ : กรณีศึกษามุมมองเกี่ยวกับผู้อพยพเข้ามาในพื้นที่ปลายทางยอดนิยมของทวีปยุโรป, ศิริพงศ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา Jan 2025

การสังเคราะห์ภาวะความเป็นเจ้าบ้านบนพื้นฐานของการวิจัยสังคมเชิงประจักษ์ : กรณีศึกษามุมมองเกี่ยวกับผู้อพยพเข้ามาในพื้นที่ปลายทางยอดนิยมของทวีปยุโรป, ศิริพงศ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

Journal of Social Sciences

จุดมุ่งหมายหลักของงานวิจัยนี้คือการสังเคราะห์นิยามและองค์ประกอบของแนวคิด “ภาวะความเป็นเจ้าบ้าน” ซึ่งมีรากฐานจากผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงพหุระหว่างทัศนคติต่อผู้อพยพเข้ามาในประเทศของตนกับภูมิหลังทางประชากร การเมือง และสังคม ของเจ้าบ้านในพื้นที่ปลายทางยอดนิยมของทวีปยุโรป โดยใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลการสำรวจทางสังคมชาวยุโรป ผลการสังเคราะห์แสดงให้เห็นว่าภาวะความเป็นเจ้าบ้านคือภาวะทางจิตสังคมอย่างหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นทั้งสำนึกร่วมทางสังคมและความพึงพอใจส่วนบุคคลในฐานะเจ้าบ้าน เกี่ยวกับการยึดถือและปฏิบัติตามเป้าหมายและแนวปฏิบัติว่าด้วยการอาศัยอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมอย่างสันติ เพื่อนำไปสู่การเปิดใจยอมรับและให้การต้อนรับผู้อพยพอย่างมีไมตรีจิต นอกจากนี้ บุคคลที่มีทัศนคติเชิงบวกต่อผู้อพยพหรือมีภาวะความเป็นเจ้าบ้านอย่างเด่นชัด ประกอบด้วยคุณสมบัติสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ 1) การมีส่วนร่วมทางการเมือง 2) การได้รับการตอบสนองความต้องการพื้นฐานอย่างเพียงพอ 3) การมีทักษะการคิดเชิงวิพากษ์อย่างรอบด้าน ตลอดจนรู้เท่าทันอารมณ์และความรู้สึก 4) การคำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะและผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างสมดุล 5) การไม่ยึดติดกับอัตลักษณ์ของตน/พวกพ้องมากเกินไป และ 6) การมีความเห็นอกเห็นใจ/เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น รวมถึงมีมนุษยธรรมและให้ความสนใจแก่สิ่งรอบตัว


วัฏจักรแห่งอำนาจกับวิถีทางการเมืองของชาวสิงคโปร์เชื้อสายอินเดีย ภายใต้นโยบายพหุวัฒนธรรม, อภิรัฐ คำวัง Jan 2025

วัฏจักรแห่งอำนาจกับวิถีทางการเมืองของชาวสิงคโปร์เชื้อสายอินเดีย ภายใต้นโยบายพหุวัฒนธรรม, อภิรัฐ คำวัง

Journal of Social Sciences

บทความวิชาการนี้เป็นการศึกษาอิสระ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ชาวสิงคโปร์เชื้อสายอินเดียในฐานะชุมชนลำดับที่ 3 ภายใต้บริบทนโยบายพหุวัฒนธรรม โดยศึกษาบูรณาการด้านประวัติศาสตร์ สังคมวัฒนธรรม และรัฐศาสตร์ มุ่งพิจารณาถึงการเลือกตั้งทั่วไปกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี ผลการศึกษาในครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่า ก) สิงคโปร์เปิดพื้นที่เชิงอำนาจทางการเมืองการปกครอง เชื้อสายอินเดียได้เข้าถึงอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติผ่านการเลือกตั้งทั่วไป ระบบกำหนดให้มีเขตเลือกตั้งแบบรายกลุ่มที่มีเชื้อสายอินเดียเป็นสมาชิก (ตั้งแต่ ค.ศ. 1988) ในปัจจุบันสังกัดอยู่ในทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่การสร้างกลุ่มที่มีเชื้อสายตามอุดมการณ์และดำเนินตามนโยบายก็เป็นเรื่องยาก ข) ชุมชนเชื้อสายอินเดียมีประวัติศาสตร์ที่ได้เข้าถึงตำแหน่งระดับสูงในฝ่ายรัฐบาล และการได้เข้าถึงตำแหน่งที่มีอำนาจสูงสุดห้าในหกตำแหน่ง นั่นคือ ประธานาธิบดี รัฐมนตรีอาวุโส รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าผู้พิพากษาสูงสุด และประธานรัฐสภา อย่างไรก็ดี ชาวสิงคโปร์เชื้อสายอินเดียยังไม่ได้เข้าถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเชื้อสายจีนมีจารีตสืบทอดในตำแหน่งนี้มาโดยตลอด


การจัดสวัสดิการเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและสร้างความเป็นธรรมทางดิจิทัลแก่ผู้สูงอายุ, เบญจรัตน์ สัจกุล, สุธีรา แสนมนตรีกุล, เพ็ญจันทร์ ประดับมุข เชอร์เรอร์, โกสิน เทศวงษ์, เบญจพร พุดซา Jan 2025

การจัดสวัสดิการเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อและสร้างความเป็นธรรมทางดิจิทัลแก่ผู้สูงอายุ, เบญจรัตน์ สัจกุล, สุธีรา แสนมนตรีกุล, เพ็ญจันทร์ ประดับมุข เชอร์เรอร์, โกสิน เทศวงษ์, เบญจพร พุดซา

Journal of Social Sciences

ความเป็นธรรมทางดิจิทัล เป็นประเด็นที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึงมากนักในประเทศไทย ถึงแม้ว่าเป็นปัจจัยหนึ่งในการเกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร บริการ และสวัสดิการสังคมขั้นพื้นฐานของรัฐที่ประชาชนควรได้รับ ส่วนใหญ่เมื่อนึกถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคม ผู้คนมักกล่าวถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำทางสังคมในภาพกว้าง ในขณะที่ความเหลื่อมล้ำทางสังคมถูกซ่อนไว้ในทุกมิติของชีวิต ดังนั้น การกล่าวถึงประเด็นชี้เฉพาะเรื่อง “ความเป็นธรรมทางดิจิทัลด้านสื่อและเทคโนโลยี” จึงมีไม่มากนัก นับว่าเป็นช่องว่างขององค์ความรู้ทางวิชาการที่ควรศึกษาทำความเข้าใจเพิ่มเติม พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วนเพื่อจัดสวัสดิการที่เป็นธรรมให้แก่สมาชิกในสังคมอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะประชากรกลุ่มหลักที่จะกล่าวถึงในบทความนี้ นั่นคือ กลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการเปิดมุมมองทัศนคติที่หลากหลายและกว้างขวางขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดวยาคติ (ageism) ของผู้คนในสังคมที่มีความเชื่อว่า ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มวัยที่ล้าหลัง และตีตรา (stigma) ว่าเป็นกลุ่มประชากรที่ใช้งานสื่อเทคโนโลยีไม่เป็น ในขณะที่สถานการณ์สังคมปัจจุบันมิได้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป ซึ่งจากข้อมูลที่ผู้เขียนได้ร่วมกันศึกษาวิจัยในประเด็นนี้ ทำให้ค้นพบองค์ความรู้ชุดใหม่ที่แสดงให้เห็นว่ามีผู้สูงอายุเป็นจำนวนมากที่สามารถใช้สื่อเทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว ชำนาญ และหมั่นพัฒนาทักษะตนเอง ศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ เพื่อให้รู้เท่าทันสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ในทางตรงข้าม มีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่ยังขาดความรู้และทักษะใช้งานสื่อเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน ทำให้พวกเขาถูกตัดขาดจากสังคมบางกลุ่มไปโดยปริยาย รวมทั้งไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและสวัสดิการของภาครัฐได้


การเปลี่ยนแปลงสังคมภาคเกษตรกับเส้นทางสู่ความยากจนข้ามรุ่น: กรณีศึกษาครัวเรือนเกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญ, ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ Jan 2025

การเปลี่ยนแปลงสังคมภาคเกษตรกับเส้นทางสู่ความยากจนข้ามรุ่น: กรณีศึกษาครัวเรือนเกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญ, ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ

Journal of Social Sciences

เกษตรกรถูกระบุว่าเป็นกลุ่มอาชีพที่ประสบปัญหาความยากจนมากที่สุดในประเทศไทย โดยเฉพาะครัวเรือนในชนบทซึ่งมีรายได้น้อย บทความนี้วิเคราะห์การเลื่อนชั้นของเกษตรกรในสังคมชนบทผ่านกรณีศึกษาครัวเรือนเกษตรกร โดยการถกเถียงกับแนวคิดการเปลี่ยนแปลงสังคมภาคเกษตรที่ส่งผลต่อการเลื่อนชั้นทางสังคมและความยากจนข้ามรุ่น พบว่าครัวเรือนยากจนมีความพยายามในการยกระดับฐานะทางสังคมให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทว่าแต่ละครัวเรือนก็มีข้อจำกัดและเงื่อนไขในการเลื่อนชั้นทางสังคมที่แตกต่างกันท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสังคมภาคเกษตรที่โอกาส ทรัพยากร และเงินทุน รวมถึงช่องทางการศึกษาของบุตรหลานเป็นเงื่อนไขในการตัดสินใจด้านการพัฒนาครัวเรือน นอกจากปัจจัยส่วนบุคคลแล้ว ปัจจัยเชิงโครงสร้างมีความสำคัญต่อการวิเคราะห์ผลกระทบต่อความยากจนของเกษตรกร และปัญหาด้านการผลิตซ้ำนโยบายที่ส่งผลให้เกิดความยากจนมักจะไม่ได้รับความสนใจในการเป็นข้อถกเถียงในเชิงนโยบาย


การเมืองและยุทธศาสตร์ของการรวมกลุ่มชาวนา : จาก “นาแปลงใหญ่” สู่ความยืดหยุ่นด้วย “กลุ่มขนาดย่อม, วีระ หวังสัจจะโชค Jan 2025

การเมืองและยุทธศาสตร์ของการรวมกลุ่มชาวนา : จาก “นาแปลงใหญ่” สู่ความยืดหยุ่นด้วย “กลุ่มขนาดย่อม, วีระ หวังสัจจะโชค

Journal of Social Sciences

บทความวิจัยนี้ศึกษาความยืดหยุ่นปรับตัวของชาวนาต่อบทบาทของรัฐในการส่งเสริมการรวมกลุ่ม ผ่านนโยบายนาแปลงใหญ่และการตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ว่า การรวมกลุ่มของชาวนาผ่านนโยบายนาแปลงใหญ่มีการเมืองและยุทธศาสตร์ตอบสนองต่อนโยบายรัฐในมิติของตัวเอง ผ่านการแย่งชิงทรัพยากรและงบประมาณของรัฐ โดยดำเนินการวิจัยด้วยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ อย่างการสำรวจเอกสาร การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ และการจัดเสวนากลุ่ม โดยใช้กรณีศึกษา 5 พื้นที่ในจังหวัดพิษณุโลก ผลการศึกษาพบว่า ชาวนามีความยืดหยุ่นปรับตัวต่อนโยบายรวมกลุ่มของรัฐ ทำให้เกิดการรวมกลุ่มในมิติที่หลากหลายและไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐ จนอาจกล่าวได้ว่า การรวมกลุ่มของนโยบาย “นาแปลงใหญ่” เกิดผลลัพธ์ที่ไม่ตั้งใจ กลับทำให้เกิดการรวมกลุ่ม “ขนาดย่อม” ของชาวนา เพราะสอดคล้องกับการปรับตัวและผลประโยชน์ของกลุ่มขนาดย่อมที่เห็นชัดเจนมากกว่ากลุ่มขนาดใหญ่ ด้วยการรวมกลุ่มขยาดย่อมสามแนวทาง ประกอบด้วย (1) การรวมกลุ่มขนาดย่อมด้วย “ความจำเป็น” ทางวิถีการผลิต การตลาด และสังคม (2) การรวมกลุ่มด้วยยุทธศาสตร์ในการช่วงชิงทรัพยากรและผลประโยชน์จากภาครัฐ และ (3) การปรับตัวสู่การรวมกลุ่ม เพื่อสร้างฐานทางการเมืองท้องถิ่นและการเคลื่อนไหวทางสังคม


เปรียบเทียบการสร้างรัฐสวัสดิการในกลุ่มประเทศตะวันตกและตะวันออก : แนวทางในการทำความเข้าใจการพัฒนารัฐสวัสดิการ, วรรณภา ลีระศิริ, ภาคภูมิ แสงกนกกุล Jan 2025

เปรียบเทียบการสร้างรัฐสวัสดิการในกลุ่มประเทศตะวันตกและตะวันออก : แนวทางในการทำความเข้าใจการพัฒนารัฐสวัสดิการ, วรรณภา ลีระศิริ, ภาคภูมิ แสงกนกกุล

Journal of Social Sciences

บทความวิจัยฉบับนี้ศึกษาพัฒนาการของรัฐสวัสดิการในกลุ่มประเทศตะวันตกและตะวันออกเพื่อตอบคำถามว่าการนำเอาความสำเร็จของรัฐสวัสดิการตะวันตกมาเป็นต้นแบบเพียงพอและเหมาะสมต่อการสร้างรัฐสวัสดิการของไทยหรือไม่ผ่านการศึกษาพัฒนาการของรัฐสวัสดิการในยุโรปตะวันตก ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส และกลุ่มสแกนดิเนเวีย และประเทศที่พัฒนาแล้วในเอเชียอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงความเหมือนและความต่างของทั้งสองกลุ่ม การวิจัยนี้ใช้แนวทางการวิจัยประวัติศาสตร์เชิงสถาบัน (Historical Institutional Approach) เน้นไปที่ปัจจัยทางด้านอุดมการณ์และปัจจัยโครงสร้างเชิงสถาบันเป็นสำคัญ ผลการศึกษาพบว่ารัฐสวัสดิการมีหลากหลายรูปแบบและประวัติศาสตร์เชิงสถาบันมีอิทธิพลต่อการกำหนดเส้นทางการพัฒนารัฐสวัสดิการ การก่อร่างสร้างรัฐสวัสดิการไทยจึงมิอาจลอกเลียนแบบรัฐอื่นได้ทั้งหมดแต่ต้องเข้าใจบริบทและประวัติศาสตร์ของตนเอง ประยุกต์ปรับปรุงให้เหมาะสมกับปัญหาสังคมที่ประสบอยู่ และจำเป็นต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันซึ่งต้องใช้เวลาหลายทศวรรษหรือศตวรรษในการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านอุดมการณ์รัฐสวัสดิการ โครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม


การเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมในฐานะการปฏิบัติการทางสังคมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างคนท้องถิ่นกับผู้อพยพภายใต้ยุคสมัยแห่งการเคลื่อนย้าย : ข้อค้นพบจากการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการเข้ามาของผู้อพยพในเอเชียตะวันออก, ศิริพงศ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา Jan 2025

การเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมในฐานะการปฏิบัติการทางสังคมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างคนท้องถิ่นกับผู้อพยพภายใต้ยุคสมัยแห่งการเคลื่อนย้าย : ข้อค้นพบจากการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการเข้ามาของผู้อพยพในเอเชียตะวันออก, ศิริพงศ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

Journal of Social Sciences

จุดมุ่งหมายหลักของการวิจัยเชิงปริมาณครั้งนี้ คือ การศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างพฤติกรรมการเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมกับระดับการยินยอมให้ผู้อพยพเข้ามาในเอเชียตะวันออกของ พลเมืองที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ผู้วิจัยเลือกใช้แหล่งข้อมูลทุติยภูมิจากฐานข้อมูลด้านวัฒนธรรมของคลังข้อมูลการสำรวจทางสังคมในเอเชียตะวันออก (EASSDA) ฐานข้อมูลดังกล่าวเกิดจากการเก็บรวบรวมข้อมูลของกลุ่มตัวอย่างในภูมิภาคดังกล่าวจำนวน 4 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ซึ่งมีจำนวนตัวอย่างรวมทั้งหมด 9,029 ราย เมื่อพิจารณาถึงผลการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา กลุ่มตัวอย่างโดยส่วนใหญ่ยังไม่เปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมเท่าที่ควร และยินยอมระดับน้อยที่จะให้มีผู้อพยพเข้ามาในภูมิภาคของตน ในส่วนของผลการวิเคราะห์ สถิติเชิงอนุมานด้วยเทคนิคการวิเคราะห์การถดถอยพหุด้วยแบบจำลองโพรบิต ผู้วิจัยพบว่า พฤติกรรมการเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมเกือบทุกรูปแบบ (ยกเว้นการเปิดรับสื่อต่างประเทศ) ได้แก่ การพูดคุยเกี่ยวกับ ประเด็น/ปัญหาระหว่างประเทศกับผู้อื่น การเดินทางไปต่างประเทศ และการมีคนรู้จักเป็นชาวต่างชาติ ต่างเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกต่อการยินยอมระดับมากที่จะให้มีผู้อพยพเข้ามาในภูมิภาคดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า ระดับการศึกษาที่เพิ่มสูงขึ้นมีอิทธิพลเชิงบวกต่อการยินยอมระดับมากที่จะให้มีผู้อพยพในพื้นที่ของตน แต่ในทางตรงกันข้าม การยึดมั่นในความเป็นชาตินิยมเป็นอย่างมากเข้าข่ายเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งต่อการยินยอมระดับมากที่จะให้มีผู้อพยพเข้ามาในภูมิภาคดังกล่าวอย่างเห็นได้ชัด


ปัจจัยเชิงกลยุทธ์และบทบาทของของภาครัฐในการขับเคลื่อนความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ : กรณีศึกษาองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย, แววไพลิน พันธุ์ภักดี Jan 2025

ปัจจัยเชิงกลยุทธ์และบทบาทของของภาครัฐในการขับเคลื่อนความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ : กรณีศึกษาองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย, แววไพลิน พันธุ์ภักดี

Journal of Social Sciences

งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาปัจจัยเชิงกลยุทธ์และบทบาทของภาครัฐที่ส่งผลต่อความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจในประเทศไทย โดยวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบหลัก ได้แก่ ภาวะผู้นำ นโยบายองค์กร บุคลากร และการทำงานเป็นทีม และนวัตกรรมและเทคโนโลยี จากการเก็บข้อมูลจากพนักงาน 680 คน ในองค์กรขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การบูรณาการปัจจัยเชิงกลยุทธ์และการสนับสนุนจากภาครัฐเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคงและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะภาวะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ซึ่งสามารถกระตุ้นแรงจูงใจของพนักงาน ส่งผลต่อความยั่งยืนขององค์กรอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ นโยบายองค์กรที่มีแผนกลยุทธ์ชัดเจนและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้องค์กรปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม การลงทุนในนวัตกรรมและการวิจัยและพัฒนา (R&D) ช่วยเสริมสร้างโครงสร้างองค์กรให้ยั่งยืน ขณะที่ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายสนับสนุนภาวะผู้นำ การให้สิทธิ ประโยชน์ทางภาษี และการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา อีกทั้งการพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ยังช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านขององค์กรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างเป็นระบบ


การเมืองในนโยบายกัญชาของประเทศไทย, พิษณุ เสงี่ยมพงษ์ Jan 2025

การเมืองในนโยบายกัญชาของประเทศไทย, พิษณุ เสงี่ยมพงษ์

Journal of Social Sciences

บทความวิจัยนี้ศึกษานโยบายกัญชาของประเทศไทยภายในทิศทางเป็นเสรีนิยมมาก มีข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้กัญชาในประเทศไทย และมีความสับสนในความพยายามย้อนกลับไปเป็นอนุรักษนิยมอีกครั้งด้วย จุดประสงค์ศึกษากระบวนการนโยบายกัญชาของประเทศไทยในรายละเอียด มีคำถามวิจัยว่า นโยบายกัญชาของไทยมีลักษณะอย่างไร มีสมมติฐานว่า มีข้อห่วงใยอย่างมากในนโยบายลักษณะเสรีนิยมนี้มีความสับสนที่นโยบาย อาจย้อนกลับเป็นอนุรักษนิยมอีกครั้ง และมีการเมืองอยู่ภายในกระบวนการนโยบายกัญชา งานวิจัยใช้แนวคิดด้านความไม่แน่นอนทางวิทยาศาสตร์และความชาญฉลาดของประชาธิปไตยเป็นกรอบการศึกษา ประกอบการวิเคราะห์ตอบคำถามวิจัย ขอบเขตด้านเวลาในการศึกษาอยู่ระหว่าง พ.ศ. 2561-2567 งานวิจัยใช้ข้อมูลทุติยภูมิในการศึกษาประกอบด้วย หลักฐานการรายงานของสื่อมวลชนถึงกระบวนการนโยบายกัญชาไทย และเอกสารนโยบายสาธารณะด้านกัญชา เช่น ประกาศกระทรวง สำหรับข้อค้นพบและการวิเคราะห์ บทความวิจัยถกแถลงถึงความกำกวมในการเป็นสารเสพติดเป็นลักษณะของพืชกัญชา ที่อธิบายด้วยแนวคิดความไม่แน่นอนทางวิทยาศาสตร์ กัญชาได้รับการตีความว่าสามารถใช้ได้ทั้งในทางการแพทย์และในทางสันทนาการด้วย เกิดข้อห่วงใย และจำเป็นต้องติดตามดูแลการแพร่หลายของผลิตภัณฑ์กัญชาในอาหาร งานวิจัยวิเคราะห์อภิปรายการเมืองภายในนโยบายกัญชาของประเทศไทย เช่น ความพยายามผลักดันให้นโยบายกลับไปเป็นอนุรักษนิยมอีกครั้ง เป็นอีกส่วนหนึ่งของความสับสนของนโยบาย และงานวิจัยถกแถลงว่าความชาญฉลาดของประชาธิปไตยมีความสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการนโยบายกัญชา


แนวทางการจัดสวัสดิการสังคมที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี, อัญชนา สายสร้อย, ดารัณ พราหมณ์แก้ว Jan 2025

แนวทางการจัดสวัสดิการสังคมที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี, อัญชนา สายสร้อย, ดารัณ พราหมณ์แก้ว

Journal of Social Sciences

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการจัดสวัสดิการสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี 2) ศึกษาการจัดสวัสดิการสังคมที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี 3) เสนอแนวทางการจัดสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานวิธี ในเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี จำนวน 374 คน ด้วยตัวอย่างแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ส่วนวิธีวิจัยเชิงคุณภาพใช้แบบ สัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 20 คน โดยเลือกแบบเจาะจงจากปลัดเทศบาลเมืองเพชรบุรี เจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคมเทศบาลเมืองเพชรบุรี และตัวแทนผู้สูงอายุในชุมชน ผลการวิจัยพบว่า 1) การจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุและผลการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) ปัจจัยทางการจัดสวัสดิการสังคมที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี มีค่าสัมประสิทธิ์ถดถอย (R) = 0.728 ซึ่งส่งทางบวกทุกตัว มีประสิทธิภาพในการทำนาย ร้อยละ 53.10 นำมาเขียนเป็นสมการถดถอยได้ดังนี้ tot = 0.271 (X4) + 0.241 (X3) + 0.143 (X2) และ 3) แนวทางการจัดสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ คือ 1) ควรส่งเสริมกิจกรรมการสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัว 2) ควรจัดตั้งศูนย์บริการผู้สูงอายุเพื่อแก้ปัญหาผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง 3) ควรจัดตั้งศูนย์เพื่อดูแลผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และ 4) ควรจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละช่วงอายุ


การเล่นพนันออนไลน์บนแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือในกลุ่มผู้สูงอายุ, ประชาธิป กะทา Jan 2025

การเล่นพนันออนไลน์บนแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือในกลุ่มผู้สูงอายุ, ประชาธิป กะทา

Journal of Social Sciences

งานวิจัยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาลักษณะพฤติกรรมการเล่นพนันออนไลน์บนแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือในกลุ่มผู้สูงอายุ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่ทำให้ผู้สูงอายุเกิดแรงจูงใจในการเล่นพนันออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ และผลกระทบด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุที่นิยมเล่นพนันออนไลน์ งานวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลด้วยวิธีการชาติพันธุ์วรรณนาในกลุ่มผู้สูงอายุหลากหลายกลุ่มที่เล่นพนันออนไลน์ งานวิจัยมีข้อค้นพบสำคัญ คือ ผู้สูงอายุที่เล่นพนันออนไลน์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1) กลุ่มผู้สูงอายุที่นิยมเล่นการพนันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว 2) กลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่เคยเล่นการพนันอย่างจริงจังมาก่อน แต่เล่นพนันออนไลน์ด้วยเหตุผลว่ามีเวลาว่างและคาดหวังรายได้เพิ่ม ปัจจัยที่สร้างแรงจูงใจมีอยู่ 4 ปัจจัยหลัก คือ 1) ความชื่นชอบเล่นพนันเป็นทุนเดิม 2) วิถีชีวิตของผู้สูงอายุ 3) รายได้ที่ลดลงหลังเกษียณ 4) กลยุทธ์การตลาด ส่วนผลกระทบด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุที่นิยมเล่นพนันออนไลน์ ผู้สูงอายุประเมินตนเองว่าไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่ชัดเจน มีผู้สูงอายุจำนวนน้อยได้รับผลกระทบด้านจิตใจและความสัมพันธ์ในครอบครัว


Asean Centrality In The Era Of Great Power Competition: Hedging For Survival And Prosperity, William J. Jones, Chanya Supakul Jan 2025

Asean Centrality In The Era Of Great Power Competition: Hedging For Survival And Prosperity, William J. Jones, Chanya Supakul

Journal of Social Sciences

The Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) was formed in 1967 with the Bangkok Conference as a bulwark against the spread of Communism in Southeast Asia. In its 57 years of existence, ASEAN has proven to be a durable organization capable of organizational change. Furthermore, as the oldest and only standing regional organization with full membership of its region, or sub-region, ASEAN has a large degree of credibility in international affairs. With the end of the Unipolar moment where the ‘West’ led by the United States exercised hegemony and the beginning of a multipolar world, ASEAN and its member states …


พลังแห่งการอดอาหารประท้วง : การอดอาหารประท้วงทำงานอย่างไร?, เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ Jan 2024

พลังแห่งการอดอาหารประท้วง : การอดอาหารประท้วงทำงานอย่างไร?, เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์

Journal of Social Sciences

บทความนี้ศึกษาการอดอาหารประท้วง (hunger strike) ผ่านการรวบรวมและประมวลข้อค้นพบจากงานศึกษาต่าง ๆ บทความอภิปรายใน 3 ประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกัน ได้แก่ ประการแรก โต้แย้งต่อความเข้าใจที่ว่า การอดอาหารประท้วงจะทำงานได้ผลก็เฉพาะในบางเงื่อนไขอย่างการอดอาหารในบริบทประชาธิปไตยหรือการใช้การอดอาหารต่อผู้ที่รักในตัวผู้อดอาหาร  ประการที่สอง เสนอว่าการอดอาหารประท้วงทำงานอย่างไร  และ ประการสุดท้าย การสำรวจปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จของการอดอาหารประท้วง  บทความสำรวจภาพรวมกรณีการอดอาหารประท้วงสมัยใหม่เพื่อยืนยันว่า การอดอาหารประท้วงถูกใช้ในบริบทที่หลากหลาย  รวมทั้งในเชิงผลลัพธ์การอดอาหารประท้วงอาจนำไปสู่การได้รับการตอบสนองข้อเรียกร้องแม้ภายใต้ระบอบเผด็จการ  บทความเสนอว่า การอดอาหารประท้วงมีกลไกการทำงานที่สำคัญประกอบด้วย การระดมความสนใจในการสื่อสาร, การระดมการสนับสนุนและความเห็นอกเห็นใจ, การบีบบังคับ, และการเบี่ยงเบนสถานะ ความรับผิด เหล่านี้ทำให้การอดอาหารประท้วงยังคงทำงานได้แม้ถูกใช้ในบริบทที่ไม่เป็นประชาธิปไตยหรือใช้ต่อผู้ที่เห็นว่า ผู้อดอาหารเป็นศัตรู


ความชุก ลักษณะทางประชากรและทางคลินิกของเหตุการณ์สังหารหมู่และกราดยิงในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2537-2566 และข้อเสนอแนะจากการวิเคราะห์ทางจิตเวชศาสตร์, พร ทิสยากร, ธันวัน เจริญไชยเนาว์, เหมือนเพชร ราชายนต์, วิชยุตม์ เพศยนาวิน, พิมพ์ประพันธ์ อุไรกุล Jan 2024

ความชุก ลักษณะทางประชากรและทางคลินิกของเหตุการณ์สังหารหมู่และกราดยิงในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2537-2566 และข้อเสนอแนะจากการวิเคราะห์ทางจิตเวชศาสตร์, พร ทิสยากร, ธันวัน เจริญไชยเนาว์, เหมือนเพชร ราชายนต์, วิชยุตม์ เพศยนาวิน, พิมพ์ประพันธ์ อุไรกุล

Journal of Social Sciences

เหตุการณ์สังหารหมู่และกราดยิงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยสร้างความสูญเสีย ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างมาก งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างฐานข้อมูลของการเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่และกราดยิงในประเทศไทย วิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และเสนอแนะข้อคิดเห็นจากมุมมองทางจิตเวชศาสตร์ ผู้วิจัยทำการศึกษาเชิงพรรณนาแบบย้อนหลังโดยรวบรวมเหตุการณ์สังหารหมู่และกราดยิงในประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. 2537 - 2566 โดยใช้คำจำกัดความทางวิชาการสากล แล้วเก็บข้อมูลลักษณะทางประชากรและทางคลินิก รวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุและเหยื่อ ผลการวิจัยพบมีเหตุการณ์สังหารหมู่และกราดยิงเกิดขึ้นรวม 78 ครั้งใน 30 ปีที่ผ่านมา โดยเป็นเหตุการณ์สังหารหมู่ 65 ครั้ง และเหตุการณ์กราดยิง 49 ครั้ง ผู้ก่อเหตุสังหารหมู่ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย (89.23%) ใช้อาวุธปืนก่อเหตุ (66.16%) มีประวัติการใช้สารเสพติด (27.69%) มีประวัติการฝึกใช้ปืน (20%) มีประวัติโรคทางจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (7.7%) มีผู้เสียชีวิต 348 รายจากเหตุการณ์รวมทั้งหมด โดยสรุปคือเหตุการณ์สังหารหมู่และกราดยิงในประเทศไทยเกิดขึ้นเป็นประจำและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ปัจจัยสำคัญของเหตุการณ์สังหารหมู่ในประเทศไทยคือการเข้าถึงและฝึกใช้อาวุธปืน ปัญหายาเสพติด ส่วนประวัติโรคทางจิตเวชพบไม่มาก การสร้างฐานข้อมูลและศึกษาเหตุการณ์เหล่านี้ทางวิชาการต่อไป อาจนำไปสู่แนวทางป้องกันที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต


ระบอบอำนาจนิยมที่มีการเลือกตั้ง : กรอบแนวคิด, การเลือกตั้งในระบอบอำนาจนิยม และการควบคุมบงการ, อุเชนทร์ เชียงเสน Jan 2024

ระบอบอำนาจนิยมที่มีการเลือกตั้ง : กรอบแนวคิด, การเลือกตั้งในระบอบอำนาจนิยม และการควบคุมบงการ, อุเชนทร์ เชียงเสน

Journal of Social Sciences

บทความนี้เป็นการสำรวจแนวความคิดที่อธิบายปรากฎการณ์ระบอบการเมืองโลกหลัง “คลื่นลูกที่สามของประชาธิปไตย” ซึ่งพบว่าประเทศจำนวนมากไม่ได้เป็นไปตามกระบวนทัศน์การเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย  แต่ตกอยู่ภายใต้ระบอบการเมืองที่เรียกว่า “อำนาจนิยมที่มีการเลือกตั้ง (Electoral Authoritarianism)” ที่เป็นการปกครองแบบอำนาจนิยมแต่ยังคงมีการเลือกตั้งแบบหลายพรรคและสถาบันการเมืองแบบประชาธิปไตยไว้ นอกจากนั้นยังพยายามอภิปรายถึงบทบาทของการเลือกตั้ง ที่โดยทั่วไปแล้วจะเป็นเครื่องมือในระบอบประชาธิปไตยหรือเป็นกลไกสำคัญในการทำให้เป็นประชาธิปไตย ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการปกครองแบบอำนาจนิยม เพื่อสร้างความชอบธรรมและการยอมรับจากประชาคมทั้งในและนอกประเทศ และสุดท้าย สำรวจวิธีการควบคุมบงการการเลือกตั้งและสถาบันการเมืองเพื่อรักษาอำนาจของผู้ครองครองแบบอำนาจนิยมไว้ต่อไป


บทสำรวจชีวิตของคนจนเมืองหลุดระบบ : กรณีศึกษาคนจนเช่าบ้าน/ห้องในเขตกรุงเทพมหานคร, พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ Jan 2024

บทสำรวจชีวิตของคนจนเมืองหลุดระบบ : กรณีศึกษาคนจนเช่าบ้าน/ห้องในเขตกรุงเทพมหานคร, พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์

Journal of Social Sciences

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย “บทสำรวจเบื้องต้นชีวิตของคนจนเมืองหลุดระบบ:กรณีศึกษา คนจนเช่าบ้าน/เช่าห้องในเขตกรุงเทพมหานคร”ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่ม เฉพาะสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โครงการวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยช่วงที่สอง ที่สืบ เนื่องมาจากงานวิจัย “การทบทวนสถานการณ์ปัญหาของคนจนเมืองหลุดระบบในประเทศไทย” ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานเดียวกัน เป้าหมายหลักของการวิจัยคือ การสังเคราะห์ปัญหาของคนจน เมืองที่หลุดระบบการช่วยเหลือจากรัฐซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคนจนเมืองทั้งหมด คนจนเมืองหลุดระบบ เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ถูกสำรวจในฐานข้อมูลของรัฐ ไม่มีนโยบายภาครัฐเพื่อดูแลโดยตรงและขาดการ ศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ การระบาดของโรคโควิด-19 ยิ่งตอกย้ำให้มีสภาพความเป็นอยู่ของคนจน เมืองหลุดระบบให้แย่ลง การวิจัยครั้งนี้ใช้กรณีศึกษา และเก็บข้อมูลผ่านการสำรวจชีวิตกลุ่ม คนจนเช่าบ้าน/ห้องในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเน้นศึกษาคนจนเช่าบ้าน/ห้องราคาถูก ทั้งในและนอกชุมชนแออัด เพื่อเข้าใจระบบบ้าน/ห้องเช่าของคนจนเมือง และวิถีชีวิตของคนจนที่เช่าบ้าน/ห้อง การเก็บข้อมูล ดำเนินการผ่านการทบทวนวรรณกรรม ทบทวนเอกสาร และสัมภาษณ์ภาครัฐ ภาคประชาสังคม ผู้เช่าบ้าน และผู้ให้เช่า งานวิจัยค้นพบว่า กลุ่มคนจนเช่าบ้าน/เช่าห้องมีลักษณะขาดความมั่นคงในที่อยู่อาศัย ขาดนโยบาย และหน่วยงานดูแลโดยตรง งานวิจัยมีข้อเสนอว่า ภาครัฐควรกำหนดนโยบายด้านบ้านเช่าห้องเช่าและ ตั้งกระทรวงที่กำหนดนโยบายที่ครอบคลุมด้านที่อยู่อาศัยโดยตรง ทั้งควรขยายอำนาจการดูแลบ้าน/ห้องเช่า ให้รัฐบาลท้องถิ่น


การปรับตัวและการต่อรองของชุมชนชาติพันธุ์ต่อนโยบายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยรัฐ : กรณีศึกษาชุมชนบ้านกลาง และชุมชนบ้านฮ่าง จังหวัดลำปาง, วัชรารินทร์ วงศ์ษานิติ Jan 2024

การปรับตัวและการต่อรองของชุมชนชาติพันธุ์ต่อนโยบายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยรัฐ : กรณีศึกษาชุมชนบ้านกลาง และชุมชนบ้านฮ่าง จังหวัดลำปาง, วัชรารินทร์ วงศ์ษานิติ

Journal of Social Sciences

จากการศึกษา พบว่า นโยบายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของรัฐ เช่น นโยบายทวงคืนผืนป่า การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) มาตรการการใช้ที่ดินในเขตลุ่มน้ำ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชุมชนบ้านกลางและชุมชนบ้านแม่ฮ่างได้รับผลกระทบทำให้เกิดการสูญเสียที่ดินทำกิน การสูญเสียวิถีไร่หมุนเวียนที่มาแต่เดิม และมีการห้ามใช้ประโยชน์จากป่า ซึ่งผลกระทบที่ชุมชนได้รับนำมาสู่การปรับตัวและการต่อรอง ผลการวิจัยพบว่า การปรับตัวของชุมชนบ้านกลางและชุมชนบ้านแม่ฮ่างมีทั้งที่เป็นไปในลักษณะคล้ายคลึงกันและแตกต่างกัน การปรับตัวที่คล้ายคลึงกัน คือ การลดจำนวนปีของไร่หมุนเวียน และการลดขนาดพื้นที่แปลง หรือเลิกการทำไร่หมุนเวียน แต่ความแตกต่างคือชุมชนบ้านกลางยังคงยืนหยัดทำไร่หมุนเวียนอยู่แม้จะต้องปรับรูปแบบและรอบเวลา ในขณะที่ชุมชนบ้านแม่ฮ่างหันมาปลูกพืชเกษตรกรรมผสมผสานและนำการท่องเที่ยวมาเป็นแหล่งรายได้เสริม จึงนำมาสู่การต่อรองของชุมชนทั้งสอง ประกอบด้วยการเคลื่อนไหวชุมนุม การต่อรองผ่านสื่อออนไลน์ การจัดทำข้อมูลชุมชน และการจัดการทรัพยากรของชุมชน ซึ่งการต่อรองเหล่านี้เป็นการเรียกร้องสิทธิของชุมชน และแสดงให้เห็นถึงการยืนหยัดต่อสู้ในการรักษาอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของตนเองที่ชุมชนพิสูจน์ว่าคนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล ส่วนผลที่เกิดขึ้นหลังจากการปรับตัวและการต่อรองของชุมชน คือหน่วยงานรัฐประนีประนอมให้ชุมชนบ้านกลางและชุมชนบ้านแม่ฮ่างมีสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ เช่น แบ่งพื้นที่ในการเข้าไปเก็บของป่าโดยไม่ต้องขออนุญาตแต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่จำกัด และพื้นที่บางส่วนของชุมชนได้รับการกันออกจากพื้นที่เตรียมการประกาศอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท นอกจากนี้ทั้งสองชุมชนได้มีส่วนร่วมกับกรมป่าไม้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การฟื้นฟูป่าไม้ การปลูกป่า รวมถึงการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ข้อมูลร่วมกันกับรัฐ ตลอดจนการบวชป่าที่รัฐได้เข้ามาร่วมพิธีกรรมด้วย ผลที่เกิดขึ้นทำให้รัฐไม่เข้ามาแทรกแซงการจัดการป่าของชุมชนมากนัก เนื่องจากเป็นประเพณีของชุมชนที่มีการสืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนานและรัฐเริ่มเข้าใจในแนวทางการดูแลป่าตามแบบแผนของชุมชนมากขึ้น อย่างไรก็ดี รัฐก็ยังมีบทบาทหลักในการจัดการทรัพยากรผ่านกลไกของกฎหมายหรือนโยบาย และชุมชนยังไม่มีความมั่นคงในถิ่นที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ชุมชนบ้านกลางและชุมชนบ้านแม่ฮ่างยังเรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้มีการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชนในรูปแบบโฉนดชุมชน และกระจายอำนาจการจัดการทรัพยากรสู่ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และถึงแม้บางส่วนของชุมชนบ้านกลางและชุมชนบ้านแม่ฮ่างจะได้รับการกันออกจากพื้นที่เตรียมประกาศอุทยานฯ แต่ยังมีพื้นที่ส่วนใหญ่ยังอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท โดยอยู่ในขั้นตอบการตรวจสอบสิทธิ์เป็นลำดับไป


การประเมินผลระบบอภิบาลระบบสุขภาพปฐมภูมิของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ได้รับการถ่ายโอนไปสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ปีงบประมาณ 2566, อุดม ทุมโฆสิต, จันทรานุช มหากาญจนะ, อลงกต สารกาล, สุพัฒน์จิตร ลาดบัวขาว, กรณ์ หุวะนันทน์ Jan 2024

การประเมินผลระบบอภิบาลระบบสุขภาพปฐมภูมิของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ได้รับการถ่ายโอนไปสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ปีงบประมาณ 2566, อุดม ทุมโฆสิต, จันทรานุช มหากาญจนะ, อลงกต สารกาล, สุพัฒน์จิตร ลาดบัวขาว, กรณ์ หุวะนันทน์

Journal of Social Sciences

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการอภิบาลระบบสุขภาพปฐมภูมิของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ได้รับการถ่ายโอนไปสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัดในปีงบประมาณ 2566 ผลแห่งการทบทวนวรรณกรรมทำให้เกิดกรอบแนวคิดการวิจัยโดยการผสมผสานตัวแบบอภิบาลขององค์การอนามัยโลกกับตัวแบบระบบสุขภาพปฐมภูมิของไทยประกอบกัน ในด้านระเบียบวิธีวิจัย คณะวิจัยได้เลือกใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบสำรวจและอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น (Exploratory with Descriptive Case Study) ผลการวิจัยพบว่า การอภิบาลระบบสุขภาพปฐมภูมิของไทยยังอยู่ในฐานะเริ่มต้น กลไกต่าง ๆ ยังมีลักษณะเป็นเพียงรูปแบบมากกว่าแก่นแท้ที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งมีความจำเป็นต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นทั้งในระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด และระดับชาติ