Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Communication Technology and New Media Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Articles 61 - 90 of 468

Full-Text Articles in Communication Technology and New Media

กระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างภาวะล้มแล้วลุกเมื่อเผชิญการวิจารณ์ร่างกายของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม, ญาณกร อุ่ยสมพงศ์ Jan 2024

กระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างภาวะล้มแล้วลุกเมื่อเผชิญการวิจารณ์ร่างกายของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม, ญาณกร อุ่ยสมพงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการสื่อสารเมื่อเผชิญการวิจารณ์ ร่างกายของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม และเพื่อศึกษารูปแบบการแสดงออกทางเนื้อหาเมื่อเผชิญ การวิจารณ์ร่างกายในสื่อสังคมของตนเอง การศึกษาได้ทำการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม ในกลุ่มความสวยความงามและแฟชั่น จำนวน 6 กรณีศึกษา ที่มีผู้ติดตามอย่างน้อย 10,800 คน รวมถึงวิเคราะห์เนื้อหา ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจากข้อความ รูปภาพ และวิดีโอในสื่อสังคม ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างภาวะล้มแล้วลุกจากความอับอายเมื่อเผชิญ การวิจารณ์ร่างกายของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ไม่มีการตระหนักถึงความอับอายแต่มีการสื่อสาร เพื่อสร้างความปกติใหม่ และ เพื่อการรักษาและการใช้เครือข่ายการสื่อสาร 2) การตระหนักถึงความอับอาย เพื่อสร้างความปกติใหม่ เพื่อรักษาและใช้เครือข่าย การสื่อสาร เพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ และ เพื่อให้ความชอบธรรมกับความรู้สึกเชิงลบในขณะที่เน้นการกระทำเชิงบวก 3) การรับรู้เชิงวิเคราะห์ เพื่อสร้างตรรกะทางเลือก และเพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ 4) การเข้าถึง เพื่อรักษาและใช้เครือข่ายการสื่อสาร เพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ และ เพื่อให้ความชอบธรรมกับความรู้สึกเชิงลบในขณะที่เน้นการกระทำเชิงบวก 5) การพูดถึงความอับอาย เพื่อรักษาและใช้เครือข่ายการสื่อสาร เพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ และเพื่อให้ความชอบธรรมกับความรู้สึกเชิงลบในขณะที่เน้นการกระทำเชิงบวก นอกจากนี้ผลการศึกษารูปแบบการแสดงออกทางเนื้อหาเชิงบวกของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมเมื่อเผชิญการวิจารณ์ร่างกาย (รวม 2,881 เนื้อหา) สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่ (1) การแสดงอารมณ์ (39.5%) ที่ส่งเสริมการเข้าถึงและการพูดถึงความอับอายเพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ (2) การแสดงตัวอย่าง (36.3%) ที่ส่งเสริมการเข้าถึง (3) การให้คำแนะนำและข้อเท็จจริงทั่วไป (23.9%) ที่ส่งเสริมการเข้าถึงและการพูดถึงความอับอาย และ (4) การรณรงค์ (0.3%) ที่ส่งเสริมการพูดถึงความอับอายเพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์


ความชื่นชอบต่อรูปแบบและเนื้อหาเกี่ยวกับการสื่อสารสุขภาพของผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีด, จันจิรา ลิ้นทอง Jan 2024

ความชื่นชอบต่อรูปแบบและเนื้อหาเกี่ยวกับการสื่อสารสุขภาพของผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีด, จันจิรา ลิ้นทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและเนื้อหาการสื่อสารสุขภาพที่ผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีดให้ความสนใจ โดยเก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก 20 ราย และการสนทนากลุ่ม 4 กลุ่ม ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล วิเคราะห์ด้วยวิธีวิเคราะห์แก่นสาร (Thematic Analysis) เพื่อสกัดรหัสและประเด็นที่สะท้อนความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ผลการวิจัยพบว่า ผู้ใช้สารเสพติดให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่เป็นกันเอง ไม่เป็นทางการ และสอดคล้องกับชีวิตจริง โดยนิยมการพูดคุยตัวต่อตัว การสนทนากลุ่มย่อย และการสื่อสารผ่านเพื่อนร่วมประสบการณ์ ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์และวิดีโอมักถูกมองว่าไม่ดึงดูดหรือไม่ตรงกับพฤติกรรมจริง ด้านเนื้อหา ผู้ใช้สารสนใจประเด็นในชีวิตประจำวัน เช่น การดูแลแผล อาการถอนยา การป้องกันการใช้ยาเกินขนาด การเจรจากับตำรวจ และประสบการณ์เลิกยา มากกว่าเนื้อหาเรื่องเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบซี หรือวัณโรค ซึ่งมักถูกมองว่าไกลตัวและซ้ำซาก แม้ยังคงเข้ารับบริการด้านสุขภาพเหล่านี้ นอกจากนี้ยังพบความสนใจในเนื้อหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคเรื้อรัง สุขภาพช่องปาก และการนอนหลับ ซึ่งเกี่ยวข้องทางอ้อมกับพฤติกรรมการใช้สาร ข้อค้นพบสะท้อนถึงความสำคัญของการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมที่ยึดบริบทชีวิตของผู้ใช้สารเป็นศูนย์กลาง เพื่อเพิ่มความเชื่อมโยง ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย


ความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติ, ธารมีน สุทธิอาคาร Jan 2024

ความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติ, ธารมีน สุทธิอาคาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่องชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) โดยมีจุดมุ่งหมายในการศึกษาความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติและศึกษากระบวนการสร้างสรรค์การแสดงในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติเพื่อนำเสนอความเป็นไทย ด้วยการวิเคราะห์ตัวบท (textual analysis) พิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 1998 ครั้งที่ 13 ณ กรุงเทพมหานคร และพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2007 ครั้งที่ 24 ณ จังหวัดนครราชสีมา และการสัมภาษณ์แบบเชิงลึก (in-dept interview) ผู้สร้างสรรค์การแสดงประกอบพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 1998 ครั้งที่ 13 ณ กรุงเทพมหานคร ผู้สร้างสรรค์การแสดงประกอบพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2007 ครั้งที่ 24 ณ จังหวัดนครราชสีมา และผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดง ผลการวิจัยพบว่า 1. มีการนำเสนอความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 1998 ครั้งที่ 13 จำนวน 9 หมวดหมู่ จากทั้งหมด 10 หมวดหมู่ ได้แก่ 1) สถาบันพระพุทธศาสนา 2) สถาบันพระมหากษัตริย์ 3) ภาษาและวรรณกรรม 4) ศิลปกรรม 5) ดนตรีไทย 6) การละเล่นพื้นบ้านแบบไทย 7) ลักษณะนิสัยและค่านิยมของคนไทย 8) กีฬาไทย และ 9) ความเป็นไทยในแง่มุมอื่น ๆ โดยไม่พบการนำเสนอความเป็นไทยเพียงหมวดหมู่เดียวคือหมวดหมู่ประเพณีไทย และการนำเสนอความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2007 ครั้งที่ 24 จำนวน 7 หมวดหมู่ จากทั้งหมด 10 หมวดหมู่ ได้แก่ 1) สถาบันพระพุทธศาสนา 2) สถาบันพระมหากษัตริย์ 3) ภาษาและวรรณกรรม 4) ศิลปกรรม 5) ดนตรีไทย 6) ลักษณะนิสัยและค่านิยมของคนไทย และ 7) ความเป็นไทยในแง่มุมอื่น ๆ โดยไม่พบการนำเสนอความเป็นไทยในหมวดหมู่ถึง 3 หมวดหมู่ คือ …


การวิเคราะห์ประเภทรายการสารคดีและการสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มยูทูบ, ซึง ดวงมณี Jan 2024

การวิเคราะห์ประเภทรายการสารคดีและการสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มยูทูบ, ซึง ดวงมณี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณลักษณะและประเภทของสารคดีบนแพลตฟอร์มยูทูบและ 2) เพื่อศึกษาแนวคิดและกระบวนการสร้างสรรค์สารคดีของผู้ผลิตบนแพลตฟอร์มยูทูบ โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) ผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์ช่องบนแพลตฟอร์มยูทูบ (Documentary analysis) ซึ่งผลิตโดยชาวไทยและมีจำนวนผู้ติดตามตั้งแต่ 1 ล้านคนขึ้นไป ระหว่างเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 ถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567 ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์สารคดี ผลการศึกษาพบว่า สารคดีบนแพลตฟอร์มยูทูบสามารถจำแนกตามคุณลักษณะเชิงเนื้อหาได้ 9 เนื้อหา ได้แก่ 1) วิถีชีวิตประชาชน 2) การท่องเที่ยว กิจกรรม และแนะนำสถานที่ 3) เรื่องแปลกและการสืบสวน 4) ประวัติศาสตร์และเหตุการณ์สำคัญ 5) พืชและสัตว์ 6) วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม 7) เครื่องยนต์และยานยนต์ 8) กีฬา และ 9) ภาพยนตร์ และจำแนกตามคุณลักษณะเชิงรูปแบบได้ 5 รูปแบบ ได้แก่ 1) สารคดีเชิงการมีส่วนร่วม 2) สารคดีเชิงเปิดเผยเรื่องราว 3) สารคดีเชิงรวมเหตุการณ์ 4) สารคดีเชิงพรรณนา และ 5) สารคดีเชิงการแสดง โดยแพลตฟอร์มยูทูบส่งผลให้เกิดผู้ผลิตที่มีความแตกต่างด้านแนวคิดและกระบวนการสร้างสรรค์สารคดี 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้ผลิตมืออาชีพ ซึ่งอยู่ในบริบทของการสร้างสรรค์สารคดีอยู่แล้ว และ 2) ผู้ผลิตที่มาจากผู้ชม ซึ่งมีแนวคิดและกระบวนการสร้างสรรค์ที่ไม่ยึดติดตามขนบเดิมจนเกิดเป็นรูปแบบสารคดีที่สามารถดึงดูดใจผู้ชมในวงกว้าง มีบทบาทให้เกิดการปรับโครงสร้างของกระบวนการสร้างสรรค์ และส่งผลต่อการขยายขอบเขตนิยามสารคดีในประเทศไทย


กลยุทธ์การสร้างสรรค์โฆษณาและการพัฒนานักโฆษณาเพื่อเข้าประกวดงานโฆษณา Cannes Lions, ศิรณัฐ สิริยากรนุรักษ์ Jan 2024

กลยุทธ์การสร้างสรรค์โฆษณาและการพัฒนานักโฆษณาเพื่อเข้าประกวดงานโฆษณา Cannes Lions, ศิรณัฐ สิริยากรนุรักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การสร้างสรรค์งานโฆษณาที่ถูกส่งเข้าประกวดโฆษณาใน Cannes Lions จุดที่ต้องได้รับการพัฒนาและจุดแข็งของโฆษณาจากประเทศไทย และข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์งานโฆษณาของนักสร้างสรรค์โฆษณาจากประเทศไทย ผู้วิจัยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิเคราะห์เนื้อหาจากเอกสารเกี่ยวกับโฆษณาที่ได้รับรางวัลเพื่อเป็นชุดข้อมูลในเรื่องของรางวัลที่นักสร้างสรรค์โฆษณาจากประเทศไทยได้รับในช่วงระหว่างปี ค.ศ.2017 - 2022 จำนวน 34 ชิ้นงาน รวม 52 รางวัล ผลการวิจัยพบว่า กลยุทธ์การสร้างสรรค์ที่ปรากฏในงานโฆษณาจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลในงานประกวดโฆษณา Cannes Lions ระหว่างปี 2017-2022 สามารถจำแนกออกได้เป็น 8 ด้าน ได้แก่ กลยุทธ์การดึงดูดใจผ่านการสร้างความเชื่อถือด้วยการอธิบายคุณสมบัติของสินค้าและบริการ กลยุทธ์เกี่ยวกับสัญวิทยาเพื่อสื่อความหมายเกี่ยวกับข้อความหลักของโฆษณา กลยุทธ์การดึงดูดใจผ่านอารมณ์ขัน กลยุทธ์ด้านความแปลกใหม่ในการนำเสนอ กลยุทธ์ด้านการเล่าเรื่องที่มีความโดดเด่น กลยุทธ์เกี่ยวกับการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า กลยุทธ์เกี่ยวกับการสร้างอารมณ์ร่วม และกลยุทธ์เกี่ยวกับการให้ความสำคัญกับประเด็นทางสังคม โดยนักสร้างสรรค์โฆษณาจากประเทศไทยมีจุดเด่นเกี่ยวกับการเล่าเรื่องที่มีความหลากหลาย สามารถประยุกต์ใช้วัฒนธรรมและสิ่งใกล้ตัวมานำเสนอ สามารถดึงอารมณ์ร่วมจากผู้ชมและแฝงอารมณ์ขันที่มีเสน่ห์ สามารถด้านการสื่อสารผ่านความหมายแฝงในภาพ แต่ในขณะเดียวกันจุดที่นักสร้างสรรค์จากประเทศไทยยังต้องได้รับการพัฒนา คือ การพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์ไปสู่บริบทสากลรวมถึงเพิ่มความแปลกใหม่ พัฒนาทักษะด้านภาษา รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับชิ้นงานเพื่อความทันสมัยมากขึ้น โดยนักสร้างสรรค์โฆษณาจากประเทศไทยควรได้รับการพัฒนาทักษะตามหลัก “ทักษะไม้ที” หรือการพัฒนาตามหลักพหุทักษะ เพื่อให้นักสร้างสรรค์โฆษณาจากประเทศไทยมีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต้องมีและทักษะเฉพาะบุคคลที่ช่วยสร้างความโดดเด่นทัดเทียมกับนักสร้างสรรค์งานโฆษณาระดับโลก


ภาพยนตร์และพุทธปรัชญากับศักยภาพของภาพยนตร์ในการตื่นรู้ของผู้ชม, ธีรพงศ์ เสรีสำราญ Jan 2024

ภาพยนตร์และพุทธปรัชญากับศักยภาพของภาพยนตร์ในการตื่นรู้ของผู้ชม, ธีรพงศ์ เสรีสำราญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง ภาพยนตร์และพุทธปรัชญากับศักยภาพของภาพยนตร์ในการตื่นรู้ของผู้ชม มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากรอบแนวคิด ภาพยนตร์วิปัสสนา (Vipassanā Cinema) เพื่อใช้ในการศึกษาภาพยนตร์แนว Slow Cinema ในฐานะภาพยนตร์ที่มีศักยภาพในการกระตุ้นการตื่นรู้ของผู้ชม งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ (1) การวิเคราะห์ตัวบทภาพยนตร์ 4 เรื่อง ได้แก่ Dream of Light (Víctor Erice, 1992), Shirin (Abbas Kiarostami, 2008), ลุงบุญมีระลึกชาติ (Apichatpong Weerasethakul, 2010) และ Inside the Yellow Cocoon Shell (Phạm Thiên Ân, 2023) โดยพิจารณาองค์ประกอบการเล่าเรื่องและสุนทรียภาพที่สอดคล้องกับพุทธปรัชญาและสำรวจศักยภาพในการกระตุ้นการตื่นรู้ในผู้ชม (2) การศึกษาประสบการณ์ของผู้วิจัยต่อการเจริญวิปัสสนาและการชมภาพยนตร์ Slow Cinema ทั้ง 4 เรื่อง โดยใช้วิธีอัตชาติพันธุ์วรรณนา (autoethnography) และ (3) การศึกษาประสบการณ์ของผู้ชมจริง (actual audiences) ผ่านการรับชม ลุงบุญมีระลึกชาติ โดยกลุ่มคนรักหนัง (cinephiles) จำนวน 6 คน ผ่านการจดโน้ตในความมืดและการสัมภาษณ์เชิงลึกผลการวิจัยพบว่า กรอบแนวคิด ภาพยนตร์วิปัสสนา สามารถนำมาใช้เป็นกรอบแนวคิดในการวิเคราะห์ตัวบทภาพยนตร์ ศึกษาประสบการณ์การชมภาพยนตร์ในเชิงอัตวิสัยของผู้วิจัย และประสบการณ์ของผู้ชมจริง โดยมองภาพยนตร์ในฐานะเครื่องมือแห่งการเจริญวิปัสสนาที่อาจนำไปสู่การตื่นรู้ของผู้ชม ทั้งนี้ภาพยนตร์สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือแห่งการตื่นรู้ผ่านบริบทการรับชมที่เอื้อต่อภาวะการสังเกตภายใน และการจัดวางองค์ประกอบทางภาพยนตร์ที่ส่งเสริมภาวะการตื่นรู้ เช่น โครงสร้างการเล่าเรื่องที่ไม่เป็นเส้นตรง การนำเสนอความสามัญธรรมดาอย่างลึกซึ้ง การใช้จังหวะเชื่องช้าและช่วงเวลาที่ยืดยาว การออกแบบเสียงที่ส่งเสริมการฟังภายใน การนำเสนอความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง และการวางปริศนาธรรมทางภาพยนตร์ ผลการวิเคราะห์อัตชาติพันธุ์วรรณาของผู้วิจัยแสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้วิจัยได้ใคร่ครวญสิ่งที่เกิดขึ้นภายในกายและใจอย่างลึกซึ้ง ผ่านระดับของการเห็นโดยตรงซึ่งสะท้อนแก่นของการเจริญวิปัสสนา ผลการศึกษาประสบการณ์ของกลุ่มคนรักหนังพบว่า ผู้ชมมีประสบการณ์ที่สอดคล้องกับหลักสติปัฏฐาน 4 ได้แก่ การรับรู้ทางกาย (กายานุปัสสนา) ความรู้สึก (เวทนานุปัสสนา) จิตใจ (จิตตานุปัสสนา) และธรรมะภายใน (ธัมมานุปัสสนา) อีกทั้งยังสะท้อนถึงการตระหนักรู้ตามแนวคิดพุทธปรัชญา เช่น อนิจจัง ทุกขัง …


ภาพแทนของโรงเรียนและอุดมการณ์ของวัยรุ่นในโรงเรียนในซีรีส์วัยรุ่นไทย, ธนพล เชาวน์วานิชย์ Jan 2024

ภาพแทนของโรงเรียนและอุดมการณ์ของวัยรุ่นในโรงเรียนในซีรีส์วัยรุ่นไทย, ธนพล เชาวน์วานิชย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่อง "ภาพแทนของโรงเรียนและอุดมการณ์ของวัยรุ่นในโรงเรียนในซีรีส์วัยรุ่นไทย" เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพที่มุ่งวิเคราะห์การนำเสนอภาพโรงเรียน ภาพแทนและอุดมการณ์วัยรุ่นที่ปรากฏในซีรีส์วัยรุ่นไทยระหว่างปี พ.ศ. 2556 - 2566 จำนวน 15 เรื่อง โดยใช้แนวทางการวิเคราะห์ตัวบทและการวิเคราะห์อิงบริบท ผ่านกรอบแนวคิดเรื่องพื้นที่ ภาพแทน และอุดมการณ์ผลการวิจัยพบว่า โรงเรียนในซีรีส์วัยรุ่นไทยถูกนำเสนอในฐานะพื้นที่เชิงนามธรรม 4 มิติหลัก ได้แก่ (1) พื้นที่แห่งความสัมพันธ์และอารมณ์ปรารถนา (2) พื้นที่ของความรุนแรงและอำนาจ (3) พื้นที่การต่อต้านของนักเรียน และ (4) พื้นที่ของความเหลื่อมล้ำ โดยเล่าผ่านพื้นที่ทางกายภาพในโรงเรียนที่ปรากฏในซีรีส์วัยรุ่นไทย ทั้งมิติของพื้นที่เชิงรูปธรรมและการเข้าถึงการใช้งาน ความผูกพันกับสถานที่ และ พื้นที่ออนไลน์ในฐานะพื้นที่แห่งอำนาจของวัยรุ่น ภาพแทนของวัยรุ่นในซีรีส์วัยรุ่นไทย สามารถจำแนกได้เป็น 7 ประเภท ได้แก่ (1) วัยรุ่นผู้เปี่ยมด้วยอิสระและความสนุกสนาน (2) วัยรุ่นที่ไม่เป็นไปตามค่านิยมทางเพศของสังคม (3) วัยรุ่นผู้สับสนและปกปิดอัตลักษณ์ทางเพศ (4) วัยรุ่นเพศทางเลือก (5) วัยรุ่นในมิติความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจ (6) วัยรุ่นที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงและไม่เท่าเทียมในโรงเรียน และ (7) วัยรุ่นผู้ท้าทายและต่อต้าน ซีรีส์วัยรุ่นไทยแสดงให้เห็นการปะทะกันระหว่างอุดมการณ์กระแสหลักและอุดมการณ์ต่อต้านใน 3 ประเด็นหลัก (1) อุดมการณ์เรื่องเพศ (2) อุดมการณ์เรื่องอำนาจ และ (3) อุดมการณ์เรื่องความเหลื่อมล้ำ ซีรีส์วัยรุ่นไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมามีบทบาทสำคัญในการสะท้อนและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยเฉพาะในการท้าทายอุดมการณ์กระแสหลัก ส่งเสริมการตระหนักรู้เรื่องสิทธิและความเท่าเทียม และเสริมพลังให้วัยรุ่นกล้าที่จะลุกขึ้นมาตั้งคำถามกับความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม แม้ในบางกรณีจะยังคงประนีประนอมกับค่านิยมดั้งเดิมอยู่บ้างก็ตาม


การอภิบาลข้อมูลส่วนบุคคลในสื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทย, อรธนัท เกียรติศักดิ์สาคร Jan 2023

การอภิบาลข้อมูลส่วนบุคคลในสื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทย, อรธนัท เกียรติศักดิ์สาคร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพมีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาถึงภูมิทัศน์การพัฒนาการอภิบาลข้อมูลส่วนบุคคลในสื่อสังคมออนไลน์ 2) เพื่อศึกษาถึงบทบาท หน้าที่ 3) เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายและกลไกในบริบทของการโฆษณาบนสื่อสังคมออนไลน์ 4) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะสำหรับรูปแบบและกระบวนการของการอภิบาลข้อมูลส่วนบุคคลในสื่อสังคมออนไลน์ที่เหมาะสมกับประเทศไทย โดยใช้แนวคิดเรื่องกรอบการอภิบาลข้อมูล ระเบียบวิธีวิจัยใช้การวิเคราะห์เอกสารทั้งในและต่างประเทศ และใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลหลัก 4 ภาคส่วน คือ ภาครัฐ ภาคเทคโนโลยีสื่อสังคมออนไลน์ ภาคตลาด และภาคประชาชน นักวิชาการและวิชาชีพ ผลการวิจัยพบว่าการพัฒนาการอภิบาลข้อมูลส่วนบุคคลในสื่อสังคมออนไลน์มีพลวัตการเปลี่ยนแปลงแบ่งได้เป็น 3 ยุค คือ 1.การอภิบาลในฐานะสื่อ (Social Media) (ปี พ.ศ. 2543-2549) สื่อสังคมออนไลน์มีฐานะของช่องทางการสื่อสารเป็นหลัก 2.การอภิบาลในฐานะแพลตฟอร์มทางการตลาด (Social commerce platform) (ปี พ.ศ. 2550-2560) สื่อสังคมออนไลน์ได้พัฒนาเป็นแพลตฟอร์มในการรับลงโฆษณาโดยใช้ข้อมูลมาสร้างรายได้อย่างสูง รูปแบบการกำกับตนเองตามแนวทางของอุตสาหกรรมโฆษณา 3.การอภิบาลในฐานะเป็นสถาบันทางสังคม (Social Institution) (ปี พ.ศ. 2561-2566) สื่อสังคมออนไลน์มีความสำคัญในด้านเศรษฐกิจและมีอิทธิพลต่อสังคม และพบปัญหาการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก ภาครัฐจึงได้มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลอย่าง GDPR ของสหภาพยุโรป ที่ส่งผลต่อการออกกฎหมาย PDPA ของไทย รูปแบบการอภิบาลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นควรไปในทิศทางของการกำกับร่วมกับภาครัฐมากขึ้น แต่ในช่วงแรกนี้ภาครัฐได้ทำหน้าที่เป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการพัฒนากระบวนการตามกฎหมาย ส่วนของบทบาท หน้าที่ ได้มีการกำหนดตามกฎหมายอย่างชัดเจนแล้ว คือ ผู้ควบคุมข้อมูล ผู้ประมวลผลข้อมูลและเจ้าของข้อมูล แต่การปรับเปลี่ยนในด้านนโยบายและกลไกที่นำมาใช้ในการอภิบาลนั้นจะแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมกับบริบทและทรัพยากรของแต่ละองค์กร


เทคโนโลยีการสื่อสารความเป็นจริงเสมือนและความรอบรู้ทางดิจิทัลของคนไทย, กมลรัตน์ กิจรุ่งไพศาล Jan 2023

เทคโนโลยีการสื่อสารความเป็นจริงเสมือนและความรอบรู้ทางดิจิทัลของคนไทย, กมลรัตน์ กิจรุ่งไพศาล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและอธิบายเทคโนโลยีการสื่อสารวีอาร์ (Virtual Reality; VR) ด้านความไร้เดียงสาของผู้ใช้งานที่มีต่อวีอาร์ ความเสี่ยงจากการใช้งาน การตอบสนองต่อสถานการณ์วีอาร์ และความรอบรู้ทางดิจิทัลที่มีต่อวีอาร์ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี โดยใช้การวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่าง 400 คน อายุ 18-59 ปี ในกรุงเทพฯ และทดสอบใช้วีอาร์เนื้อหาแนวผจญภัยที่สร้างขึ้นสำหรับการวิจัย โดยผู้เข้าร่วมวิจัยเข้าถึงเนื้อหาผ่านแว่นวีอาร์และสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 13 คน นำผลการวิจัยสองส่วนมาสังเคราะห์และเสนอแนวทางเสริมสร้างความรอบรู้ทางดิจิทัลที่มีต่อวีอาร์ และตรวจสอบด้วยวิธีการประเมินอิงผู้เชี่ยวชาญ ผลการวิจัยเชิงสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีประสบการณ์เกี่ยวกับวีอาร์น้อย มีความรู้เกี่ยวกับวีอาร์และรับรู้ผลกระทบด้านจิตใจจากการใช้วีอาร์ปานกลาง มีความเสี่ยงปานกลางที่จะมีใจจดจ่ออยู่กับความเป็นจริงเสมือน ละเลยสภาพแวดล้อมทางกายภาพ และเข้าถึงเนื้อหาที่มีความเสี่ยง ด้านการตอบสนองต่อสถานการณ์วีอาร์ มีพฤติกรรมจมดิ่งอยู่กับสถานการณ์ในวีอาร์มาก ทำเหมือนที่ทำในชีวิตจริงปานกลาง แต่ละเลยต่อผู้อื่นน้อย ด้านความรอบรู้ทางดิจิทัลที่มีต่อวีอาร์พบว่า แยกแยะระหว่างโลกชีวิตจริงกับโลกวีอาร์ได้ปานกลาง ผลการทดสอบสมมติฐานสรุปได้ว่า ความไร้เดียงสาของผู้ใช้งานที่มีต่อวีอาร์ (β = 0.396) และความเสี่ยงจากการใช้งาน (β = -0.466) สามารถพยากรณ์ความรอบรู้ทางดิจิทัลที่มีต่อวีอาร์ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการสัมภาษณ์เชิงลึกหลังทดสอบเนื้อหาวีอาร์พบว่า ผู้เข้าร่วมวิจัยมีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับวีอาร์ค่อนข้างน้อย ยังไม่ตระหนักถึงความเสี่ยงและผลกระทบของวีอาร์ด้านจิตใจมากนัก การรับรู้ความเสี่ยงของเนื้อหาความเป็นจริงเสมือนแตกต่างกันไปตามภูมิหลัง ผู้ใช้งานที่ยังมีประสบการณ์ในการใช้วีอาร์ไม่มากควรพิจารณาแนวเนื้อหาและประเมินความเสี่ยงที่มีต่อจิตใจและร่างกายก่อนตัดสินใจเข้าถึงเนื้อหา แนวทางเสริมสร้างความรอบรู้ทางดิจิทัลที่มีต่อวีอาร์ ได้แก่ 1) ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวีอาร์และเนื้อหาความเป็นจริงเสมือน 2) สร้างทักษะและความสามารถในการใช้วีอาร์อย่างปลอดภัยผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติ 3) กำหนดนโยบายกำกับการเข้าถึงเนื้อหาความเป็นจริงเสมือนอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ


A Comparative Analysis Of Political Message Strategies And Transmedia Storytelling Techniques In The Electoral Campaigns Of Leni Robredo's Rosas And Ferdinand Marcos Jr's Unity Campaign, Rayns Keneth Sabalboro Ampon Jan 2023

A Comparative Analysis Of Political Message Strategies And Transmedia Storytelling Techniques In The Electoral Campaigns Of Leni Robredo's Rosas And Ferdinand Marcos Jr's Unity Campaign, Rayns Keneth Sabalboro Ampon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Electoral campaigning plays a vital role in any democratic society. The 2022 Philippines presidential election has been among the most divisive and digitally active campaigns. Numerous political messaging strategies have been used to create a compelling and persuasive message to engage the electorate. This comparative study contributes to the growing global literature on message and platform studies by focusing on political message strategies and the emerging concept of transmedia. This research utilized qualitative content analysis of online and offline campaign materials and in-depth interviews with campaign strategists to identify and compare the political message strategies of Ferdinand "Bongbong" Marcos Jr. …


คุณลักษณะและเทคนิคการสัมภาษณ์ของพิธีกรรายการประเภทฮาร์ดทอล์กของไทย, วัชรินทร์ ทวีโชติ Jan 2023

คุณลักษณะและเทคนิคการสัมภาษณ์ของพิธีกรรายการประเภทฮาร์ดทอล์กของไทย, วัชรินทร์ ทวีโชติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาลักษณะของรายการประเภทฮาร์ดทอล์กของไทย 2) เพื่อศึกษาคุณลักษณะของพิธีกรรายการประเภทฮาร์ดทอล์ก และ 3) เพื่อศึกษาเทคนิคการสัมภาษณ์ของพิธีกรรายการประเภทฮาร์ดทอล์กของไทย โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการศึกษาเอกสาร การวิเคราะห์เนื้อหา และการสัมภาษณ์เชิงลึก และใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ ด้วยการทำแบบสอบถามมาเป็นข้อมูลสนับสนุน ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะของรายการประเภทฮาร์ดทอล์กของไทย มีลักษณะ 10 ประการ ได้แก่ 1.การเท่าทันต่อเหตุการณ์ 2.ประเด็นที่เป็นกระแส 3.แนวทางการแก้ปัญหา 4.ลักษณะที่ถามตรง ถามลึก 5.มีผู้ดำเนินรายการเพียงคนเดียว 6.นำเสนอเนื้อหาของข่าวที่มีมุมมองที่หลากหลาย 7.เนื้อหาประเด็นการเมือง เศรษฐกิจ 8.แขกรับเชิญเป็นบุคคลในข่าวหรือเกี่ยวข้องกับข่าวนั้น 9.แขกรับเชิญเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ความเชี่ยวชาญ และ 10.ผู้ชมสามารถตอบโต้กับรายการได้ คุณลักษณะของพิธีกรรายการประเภทฮาร์ดทอล์ก แบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ ด้านความรู้ (Knowledge) ได้แก่ 1.เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ 2.เตรียมข้อมูลก่อนการสัมภาษณ์เสมอ 3.มีความเชื่อมั่นในตนเองและมีไหวพริบ 4.สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ 5.การฟังอย่างมีประสิทธิภาพ และ 6.มีความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ และด้านคุณลักษณะในตัวพิธีกร (Traits) ได้แก่ 1.เปิดใจรับฟังความคิดเห็นและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ 2.ต้องเป็นคนช่างสงสัยใคร่รู้ 3.สามารถนำเสนอประเด็นให้ผู้ชมได้วิเคราะห์ตาม 4.มีทิศทางการสัมภาษณ์ตรงประเด็น 5.สามารถสัมภาษณ์ประเด็นที่ยากให้เข้าใจง่าย ส่วนเทคนิคการสัมภาษณ์ของพิธีกรรายการประเภทฮาร์ดทอล์ก แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงก่อนการสัมภาษณ์ เทคนิคเลือกประเด็นสัมภาษณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และช่วงระหว่างการสัมภาษณ์ ได้แก่ สามารถถามคำถามแทนใจผู้ชม กล้าที่จะตั้งคำถาม การถามในลักษณะสรุปคำตอบ สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย/ปลอดภัย ด้วยลักษณะการสื่อสารแบบไม่เป็นทางการ มีทักษะการโน้มน้าวใจ การตัดบท/การแทรกจังหวะ และต้องมีความสามารถในการควบคุมเนื้อหาและเวลา


Brand Experience Of Thai Consumers Towards Let's Relax Spa And Massage, Sasachol Chumnanvej Jan 2023

Brand Experience Of Thai Consumers Towards Let's Relax Spa And Massage, Sasachol Chumnanvej

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed to explore the brand experience of Thai consumers toward Let’s Relax Spa and Massage across four dimensions. Using qualitative methodology, nine participants were purposively selected for on-site and online in-depth interviews, ensuring diversity based on specific criteria. The participants, actual consumers aged 27-33, shared their experiences using open-ended questions guided by Brakus et al.'s (2009) brand experience dimensions and the 7Ps of service marketing. The findings indicated an overall positive brand experience, particularly in sensory and behavioral aspects, with outstanding experiences in sight, sound, and taste senses. While most participants had a positive affective experience, some expressed …


Consumers' Media Exposure, Attitude And Purchase Intention Toward Samsung Brand In Myanmar, Soe Darli Jan 2023

Consumers' Media Exposure, Attitude And Purchase Intention Toward Samsung Brand In Myanmar, Soe Darli

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objectives of the study are to examine consumers’ media exposure, attitude, and purchase intention towards Samsung in Myanmar and to explore the relationship between media exposure and consumer attitude as well as consumer attitude and purchase intention. The study was conducted in a quantitative approach by using online questionnaires as a tool to collect data from 200 respondents who are Myanmar Citizens aged between 18 and 45 years old and who know about the latest Brand Ambassador Samsung Myanmar and the main Brand Ambassador of Samsung Galaxy Z Flip 5 Campaign. The result showed that overall respondents had low …


คุณลักษณะการสื่อสารภาวะผู้นำของผู้นำองค์กรเจนวาย กับการมีส่วนร่วมของพนักงานองค์กรในธุรกิจครอบครัวแบบ Smes ยุคดิสรัปชั่น, เมธากุล สุวรรณบุตร Jan 2023

คุณลักษณะการสื่อสารภาวะผู้นำของผู้นำองค์กรเจนวาย กับการมีส่วนร่วมของพนักงานองค์กรในธุรกิจครอบครัวแบบ Smes ยุคดิสรัปชั่น, เมธากุล สุวรรณบุตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed methods research) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การสื่อสารภาวะผู้นำของผู้นำองค์กร Gen Y 2) การรับรู้และความคาดหวังของพนักงานองค์กร (Gen Y และ Z) ต่อการสื่อสารภาวะผู้นำของผู้นำองค์กร Gen Y และ 3) การมีส่วนร่วมของพนักงานองค์กร (Gen Y และ Z) ในธุรกิจครอบครัวแบบ SMEs ยุคดิสรัปชั่น ผู้วิจัยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research method) เป็นหลัก โดยเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างพนักงาน Gen Y และ Gen Z จากโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวแบบ SMEs ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 200 คน ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบสมัครใจ (volunteer sampling) และวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research method) โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) กลุ่มตัวอย่างผู้บริหาร Gen Y พนักงาน Gen Y และ Gen Z จากโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวแบบ SMEs ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กลุ่มละ 3 คน รวมจำนวน 9 คน ผลการศึกษาพบว่า: 1.ในยุคดิสรัปชันที่สร้างความผันผวนทางเศรษฐกิจ กลุ่มตัวอย่างผู้บริหาร Gen Y ในธุรกิจครอบครัวแบบ SMEs พบความท้าทายด้านความแตกต่างในการทำงานของสมาชิกองค์กร และการบริหารที่แตกต่างจากผู้บริหารรุ่นก่อน ด้วยอายุและประสบการณ์ในการบริหารงานที่ไม่มาก คุณลักษณะสำคัญที่สะท้อนภาวะผู้นำที่กลุ่มตัวอย่างสื่อสารออกไป ได้แก่ การรับฟังและเปิดโอกาสให้สมาชิกองค์กรแสดงความคิดเห็น ความใส่ใจและเข้าใจต่อสมาชิกองค์กร ความชัดเจนในการตัดสินใจและวิสัยทัศน์ผู้นำ และความสามารถในการบริหารคน 2.กลุ่มตัวอย่างพนักงาน Gen Y และ Gen Z รับรู้การสื่อสารภาวะผู้นำของผู้นำองค์กร Gen Y ในหมวดการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เป็นอันดับหนึ่ง …


อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น, ณัฐนรี กิตติมงคลชัย Jan 2023

อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น, ณัฐนรี กิตติมงคลชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณา (ได้แก่ มิติด้านความเชี่ยวชาญ มิติด้านความน่าไว้วางใจ และมิติด้านความน่าดึงดูดใจ) และพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น (ได้แก่ ทัศนคติต่อโฆษณา ทัศนคติต่อตราสินค้า และความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค) และ 2) อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น โดยใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จาก 1) กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 24 - 44 ปี ที่เคยซื้อและใช้งานสินค้าเครื่องปรับอากาศ Daikin ภายในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา จำนวน 110 คน และ 1) กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 24 - 44 ปี ที่เคยซื้อและบริโภคสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Nissin ภายในช่วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 110 คน รวมทั้งหมด 220 คน ผลการวิจัยพบว่า คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นผู้มีชื่อเสียงที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุด คือ มิติด้านความน่าดึงดูดใจ ขณะที่คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นตัวการ์ตูนที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุด คือ มิติด้านความเชี่ยวชาญ นอกจากนั้น คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นผู้มีชื่อเสียงที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด คือ มิติด้านความน่าดึงดูดใจ และคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นตัวการ์ตูนที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด คือ มิติด้านความเชี่ยวชาญ


บทบาทหนังสือพิมพ์รายวันต่อการนำเสนอเนื้อหาที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน, ภัทรเวช ฟุ้งเฟื่อง Jan 2023

บทบาทหนังสือพิมพ์รายวันต่อการนำเสนอเนื้อหาที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน, ภัทรเวช ฟุ้งเฟื่อง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของหนังสือพิมพ์รายวันและการทำหน้าที่ของหัวหน้าโต๊ะข่าวต่างประเทศต่อการนำเสนอเนื้อหาที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน เช่นเดียวกับการศึกษาการรับรู้ของผู้รับสารต่อการนำเสนอเนื้อหาของหนังสือพิมพ์ภายหลังการเปิดประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ก่อนที่ประเทศไทยจะเป็นประธานหมุนเวียนของอาเซียน การศึกษาครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงปริมาณร่วมกับการวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ การวิเคราะห์เนื้อหาหนังสือพิมพ์รายวันที่มีการนำเสนอเนื้อหาที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน เพื่อรวบรวมการนำเสนอเนื้อหาที่ถูกนำเสนอในหนังสือพิมพ์ นอกจากนี้ยังมีการสัมภาษณ์เชิงลึก หัวหน้าโต๊ะข่าวต่างประเทศต่อการนำเสนอเนื้อหา และการวิจัยเชิงสำรวจเพื่อศึกษาการรับรู้ของผู้รับสารต่อการนำเสนอเนื้อหาที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน ผลการศึกษาพบว่า หนังสือพิมพ์แสดงบทบาทในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนผ่านการนำเสนอเนื้อหารายประเทศสมาชิกมากกว่าการนำเสนอเนื้อหาความร่วมมือระหว่างประเทศและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับประชาคมอาเซียนโดยตรง โดยให้น้ำหนักไปที่ประเด็นด้านสังคมวัฒนธรรมและรายงานสถานการณ์ของประเทศสมาชิกมากกว่า โดยประเทศที่ถูกนำเสนอมากที่สุด ได้แก่ เมียนมา มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ และบรูไนตามลำดับ ส่วนเนื้อหาความร่วมมือระหว่างประเทศพบว่ามีการนำเสนอความร่วมมือระดับทวิภาคีโดยเฉพาะประเด็นความร่วมมือระหว่างประเทศทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ สำหรับเนื้อหาที่เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนพบว่ามีการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับประชาคมเศรษฐกิจมากที่สุดเป็นอันดับแรก การทำหน้าที่ของหัวหน้าโต๊ะข่าวต่างประเทศที่พิจารณาเลือกนำเสนอเนื้อหาจากองค์ประกอบด้านผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย ความเกี่ยวข้อง ความใกล้ตัว และความสำคัญต่อผู้อ่านมากกว่าการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับประชาคมอาเซียนที่มีลักษณะอิงเหตุการณ์สำคัญ (event based) มากกว่าอิงประเด็นตามกรอบความร่วมมือของประชาคมอาเซียน ส่วนผู้รับสารมีการรับรู้และความเข้าใจต่อการนำเสนอเนื้อหาที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนในระดับมาก การรับรู้ต่อประเด็นเกี่ยวกับประเทศสมาชิก และความร่วมมือระหว่างประเทศในประชาคมอาเซียนมีการรับรู้ที่มีความไม่สอดคล้องกับการนำเสนอของหนังสือพิมพ์ ด้านการรับรู้ต่อประชาคมอาเซียนผู้รับสารมีความรู้ความเข้าใจถึงนโยบายและกลไกความร่วมมือทางธุรกิจจองอาเซียนมากกว่าด้านอื่น ๆ


ต้นแบบการจัดการการสื่อสารเพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชน, เณริศา ชัยศุภมงคลลาภ Jan 2023

ต้นแบบการจัดการการสื่อสารเพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชน, เณริศา ชัยศุภมงคลลาภ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง ต้นแบบการจัดการการสื่อสารเพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยนำแนวคิดด้านการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน ทฤษฎีการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมมาอธิบายการจัดการการสื่อสารของชุมชนในการกำหนดส่วนประสมทางการตลาด แนวคิดเกี่ยวกับการตลาดและแนวคิดการสื่อสารการตลาดมาศึกษากระบวนการทำงานด้านการกำหนดส่วนประสมทางการตลาดและการสื่อสารการตลาด รวมทั้งศึกษาปัญหาและอุปสรรคที่มีผลต่อการจัดการการสื่อสาร ทั้งนี้เพื่อเสนอต้นแบบของการจัดการการสื่อสารของการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยศึกษาในพื้นที่วิสาหกิจชุมชนชีววิถี ตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน และชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลหลักที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของชุมชน จำนวน 31 คน การสังเกตแบบมีส่วนร่วมในฐานะนักท่องเที่ยวและการวิเคราะห์เอกสาร ผลการวิจัย พบว่า ในกระบวนการทำงานของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยวด้านการกำหนดส่วนประสมทางการตลาด ชุมชนมีการใช้กระบวนการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน ตั้งแต่การตั้งแต่การเตรียมความพร้อมชุมชน การเตรียมความพร้อมเรื่องการตลาด และกระบวนการทำงานเพื่อเชื่อมโยงเรื่องชุมชนกับการตลาด โดยมีรูปแบบการสื่อสารทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ พร้อมไปกับการสร้างเครือข่ายการสื่อสารของกลุ่มคนทุกวัยในชุมชน ด้านกระบวนการทำงานของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยวด้านการสื่อสารการตลาด ชุมชนมีการค้นหาจุดเด่นของชุมชนนำมาสร้างสรรค์เป็นแนวคิดหลัก เพื่อใช้ในการสื่อสารการตลาดตามแนวคิดหมู่บ้านเฉพาะเรื่อง (Thematic Villages) โดยมีเครื่องมือหลัก คือ การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ของชุมชน ร่วมกับการเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อมวลชน การจัดกิจกรรมพิเศษและการร่วมกิจกรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ชุมชนยังขาดการบูรณาการเครื่องมือทางการสื่อสารการตลาด


การสร้างสรรค์เรียงความภาพถ่ายเพื่อสื่อสารเรื่องชีวิตและความตายจากวรรณกรรมเรื่องทิวส์เดส์วิทมอร์รี, ภัทรพร มะณู Jan 2023

การสร้างสรรค์เรียงความภาพถ่ายเพื่อสื่อสารเรื่องชีวิตและความตายจากวรรณกรรมเรื่องทิวส์เดส์วิทมอร์รี, ภัทรพร มะณู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเชิงสร้างสรรค์นี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างสรรค์เรียงความภาพถ่ายเพื่อสื่อสารเรื่องชีวิตและความตายจากวรรณกรรมเรื่องทิวส์เดส์วิทมอร์รี 2) เพื่อสำรวจทัศนคติของผู้ชมที่มีต่อเรียงความภาพถ่ายจากวรรณกรรมเรื่องทิวส์เดส์วิทมอร์รี มีเครื่องมือในการวิจัยดังต่อไปนี้ 1) วรรณกรรมทิวส์เดส์วิทมอร์รีฉบับภาษาอังกฤษและฉบับแปลไทย 2) บันทึกการสร้างสรรค์ 3) การทดสอบความเที่ยงของเครื่องมือจากผู้เชี่ยวชาญ 4) การสนทนากลุ่ม 5) แบบสอบถาม ผลการวิจัยพบว่า 1) ขั้นตอนก่อนการสร้างสรรค์ ต้องศึกษาและวิเคราะห์โครงสร้างการเล่าเรื่องของวรรณกรรมฯ เพื่อทำความเข้าใจและศึกษาเรื่องชีวิตและความตาย และงานดัดแปลงที่ผ่านมา 2) ขั้นตอนการสร้างสรรค์ ได้แก่ 1) การคัดเลือกและสังเคราะห์วรรณกรรมฯ บทที่แสดงถึงเรื่องชีวิตและความตายเพื่อสร้างสรรค์บทกลอนและตัวละคร 2) การสร้างฉาก 3) การถ่ายและตกแต่งภาพ 4) การจัดทำรูปเล่ม 5) การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ 3) ​ขั้นตอนหลังการสร้างสรรค์ การเผยแพร่ผลงานและสำรวจทัศคติผู้ชม 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มการสนทนากลุ่ม 2) กลุ่มการตอบแบบสอบถาม แบ่งออกเป็นกลุ่มผู้ที่เคยและไม่เคยอ่านวรรณกรรมฯ ผลการสำรวจผู้ที่เคยอ่านวรรณกรรมฯ สามารถเข้าใจเนื้อหาและแนวคิดเรื่องชีวิตและความตายได้ราบรื่นกว่าอีกกลุ่ม ทั้ง 2 กลุ่มนั้นชื่นชอบองค์ประกอบด้านภาพถ่ายมากที่สุด ส่วนใหญ่มีความเห็นว่าภาพถ่ายและกลอนนั้นส่งเสริมกัน การประเมินด้านการรับรู้เรื่องชีวิตและความตายมีเกณฑ์ในแต่ละองค์ประกอบส่วนใหญ่คือ มาก


ความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดและพฤติกรรมผู้บริโภคในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, คมสัน ฟองคำ Jan 2023

ความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดและพฤติกรรมผู้บริโภคในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, คมสัน ฟองคำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิด และพฤติกรรมผู้บริโภค (ทัศนคติต่อเนื้อหา ทัศนคติต่อตราสินค้า และการมีส่วนร่วมกับเนื้อหา) และ 2) ศึกษาความสัมพันธ์ของคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิด ทัศนคติต่อเนื้อหา ทัศนคติต่อตราสินค้า และการมีส่วนร่วมกับเนื้อหา โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างเจเนอเรชันวาย อายุระหว่าง 24-43 ปี จำนวนทั้งสิ้น 222 คน ที่มีความสนใจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านหรือคอนโด และเคยเห็นรีวิวเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านหรือคอนโดจากผู้มีอิทธิพลทางความคิดสายไลฟ์สไตล์ 1 ใน 6 ท่าน บนช่องทางติ๊กต็อก (TikTok) และระบุตราสินค้าอสังหาริมทรัพย์ได้สอดคล้องกับผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่ระบุข้างต้น โดยผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างรับรู้ถึงคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่ตนติดตามอยู่ในระดับที่สูง ทั้งในด้านคุณค่าของเนื้อหา (M = 4.26) และด้านความน่าเชื่อถือ (M = 4.09) กลุ่มตัวอย่างยังมีทัศนคติต่อเนื้อหาของผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่ตนติดตามในเชิงบวกมาก (M = 4.29) มีทัศนคติต่อตราสินค้าในเชิงบวกมาก (M = 4.38) และมีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่ค่อนข้างมาก (M = 4.09) ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดกับพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้น ทุกตัวแปรมีความสัมพันธ์กันในเชิงบวกทุกคู่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ไม่ว่าจะเป็น คุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดกับทัศนคติต่อเนื้อหา (r = .66**) คุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดกับทัศนคติต่อตราสินค้า (r = .59**) และคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดกับการมีส่วนร่วมกับเนื้อหา (r = .74**)


การสร้างและการสื่อสารคุณลักษณะเฉพาะตัวของพิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์, ลลิตภัคค์ วราพรกิจเสถียร Jan 2023

การสร้างและการสื่อสารคุณลักษณะเฉพาะตัวของพิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์, ลลิตภัคค์ วราพรกิจเสถียร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณลักษณะพิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ และ 2) ศึกษาวิธีการสื่อสาร การปรับเปลี่ยน คุณลักษณะเฉพาะตัวและการนำเสนอข่าวของพิธีกรร่วมในการดำเนินรายการ ประชากรในการวิจัยในครั้งนี้คือ ผู้ดําเนินรายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ มีขอบเขตงานวิจัยคือช่วงที่คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นผู้ดำเนินรายการเท่านั้น โดยผู้วิจัยได้ทำการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และมีการใช้เครื่องมือการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง ได้แก่ ผู้ควบคุมการผลิตรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ (โปรดิวเซอร์), พิธีกรร่วมทั้งหมด 2 คน ในรายการ รวมจำนวนผู้ให้ข้อมูลหลัก 3 คน และจัดทำ Focus Group ผู้รับชมรายการถึงความคิดเห็นและความคาดหวังที่มีต่อพิธีกรร่วมจำนวน 10-15 คน จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของข้อมูลเชิงพรรณนา ผลการศึกษาคุณลักษณะพิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ พบว่า 1.พิธีกรร่วมควรมีการปรับตัวและตามทันเนื้อหาข่าวของพิธีกรหลัก ต้องสามารถเสริมข้อมูลที่ตกหล่นหรือเพิ่มเติมรายละเอียดที่พิธีกรหลักนำเสนอได้ทันในจังหวะที่เหมาะสม สามารถคาดการณ์ข่าวที่พิธีกรหลักจะหยิบมาเล่า และสามารถเล่าข่าวต่อได้ทัน 2.ทักษะการตอบคำถามและแสดงความคิดเห็น: พิธีกรร่วมควรมีบทบาทในการพูดแทนความรู้สึกของผู้ชมและนำเสนอความคิดเห็นของผู้ชม 3.การใช้ถ้อยคำเรียบเรียงประโยค: พิธีกรร่วมควรเลือกจุดเด่นหรือไฮไลท์ที่น่าสนใจ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน มีการปรับคำพูดให้เหมาะสมกับผู้ชมทั่วไป 4.การควบคุมการแสดงออกทางสีหน้าท่าทาง: การแสดงสายตาและท่าทางควรสอดคล้องกับเนื้อข่าว โดยใช้ภาษากายที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สำหรับผลการศึกษาวิธีการสื่อสาร การปรับเปลี่ยน คุณลักษณะเฉพาะตัวและการนำเสนอข่าวของพิธีกรร่วมในการดำเนินรายการ พบว่า 1.การเล่าข่าวของพิธีกรร่วมควรมีการปรับการนำเสนอข่าวตามประเภทของข่าวและเนื้อหา ปรับสำนวนและภาษาตามเนื้อหาข่าวและความเข้าใจของผู้ชม 2.การฟังควรมีการรับส่งปฏิสัมพันธ์ในการนำเสนอข่าวกับพิธีกรหลักอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้การสังเกตและจับจังหวะของผู้ประกาศหลักเป็นสำคัญ 3.การปรากฏกายและการแต่งตัว พิธีกรร่วมต้องเลือกชุดที่สวมใส่แล้วมั่นใจ เรียบร้อย และคล่องตัวในการทำงาน 4.วิธีการสื่อสารตัวตนของพิธีกรร่วม ควรเข้าใจเนื้อข่าวกำลังนำเสนออย่างถ่องแท้ สามารถเล่าเรื่องและตอบคำถามสำคัญของแต่ละหัวข้อข่าวได้ ที่สำคัญคือ ต้องปรับตัวเข้ากับสไตล์ของพิธีกรหลักเข้าใจบทบาทของตนเองในการเสริมสร้างความน่าสนใจและต่อเนื่องของรายการสด มีการพัฒนาคาแรคเตอร์ที่มีเอกลักษณ์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อเพิ่มความกลมกล่อมให้กับรายการ


อิทธิพลของความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร และความไว้วางใจในโซเชียลคอมเมิร์ซต่อการตัดสินใจซื้ออาหารออนไลน์ผ่านติ๊กต๊อกช็อปของผู้บริโภค, ปุญญิศา รักหลวง Jan 2023

อิทธิพลของความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร และความไว้วางใจในโซเชียลคอมเมิร์ซต่อการตัดสินใจซื้ออาหารออนไลน์ผ่านติ๊กต๊อกช็อปของผู้บริโภค, ปุญญิศา รักหลวง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงปริมาณนี้มี อิทธิพลของความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร และความไว้วางใจในโซเชียลคอมเมิร์ซ ต่อการตัดสินใจซื้ออาหารออนไลน์ผ่านติ๊กต๊อกช็อปของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 204 คน ที่มีอายุระหว่าง 22 - 41 ปี เคยรับชมคอนเทนต์ด้านอาหารของอินฟลูเอนเซอร์ประเภท eSOLs ผ่าน ติ๊กต๊อก และเคยซื้ออาหารผ่านทางติ๊กต๊อกช็อป อย่างน้อย 1 ครั้งในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่าน ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า อิทธิพลของความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร และความไว้วางใจในโซเชียลคอมเมิร์ซ ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออาหารออนไลน์ผ่านติ๊กต๊อกช็อปของผู้บริโภค อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณาการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณพบว่า ตัวแปรด้านความไว้วางใจในโซเชียลคอมเมิร์ซ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้ออาหารออนไลน์ผ่านติ๊กต๊อกช็อปของผู้บริโภคมากกว่าด้านความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร


ลักษณะทางประชากร ปัจจัยด้านจิตวิทยา การเปิดรับสื่อและการตัดสินใจใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมของกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่, เมธัส สัจจะเวทะ Jan 2023

ลักษณะทางประชากร ปัจจัยด้านจิตวิทยา การเปิดรับสื่อและการตัดสินใจใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมของกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่, เมธัส สัจจะเวทะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความแตกต่างของลักษณะทางประชากร ปัจจัยด้านจิตวิทยา การเปิดรับสื่อและการตัดสินใจใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมของผู้บริโภคในพื้นที่ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 205 คน ที่มีอายุระหว่าง 18 – 60 ปี มีภูมิลำเนาหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม และเคยใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม อย่างน้อย 1 ครั้ง ในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นต่อปัจจัยด้านจิตวิทยาเกี่ยวกับการใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมทุกด้านในระดับมาก โดยมีระดับความคิดเห็นต่อด้านทัศนคติมากที่สุด มีการเปิดรับสื่อเกี่ยวกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก (Facebook) ในช่วงเวลา 16.01 – 22.00 น. มากที่สุด โดยได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและสินค้าใหม่ของร้านค้าในศูนย์การค้า และมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการทราบข้อมูลและการจำหน่ายสินค้าของร้านค้าในศูนย์การค้า นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างยังมีการตัดสินใจใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมโดยคำถึงความต้องการของตนเองก่อนตัดสินใจใช้บริการและจะยังคงใช้บริการศูนย์การค้าต่อไปในอนาคต ผลการทดสอบสมมติฐานยังพบว่า ลักษณะทางประชากร เพศและอาชีพของกลุ่มตัวอย่างที่แตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อปัจจัยด้านจิตวิทยาแตกต่างกัน และลักษณะทางประชากร เพศ อายุ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่แตกต่างกันมีการเปิดรับสื่อเกี่ยวกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมแตกต่างกัน รวมถึงลักษณะทางประชากร เพศ ระดับการศึกษา และอาชีพที่แตกต่างกันมีการตัดสินใจใช้บริการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรกับการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค, พิชามญชุ์ ผ่องกมล Jan 2023

ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรกับการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค, พิชามญชุ์ ผ่องกมล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการวิจัยเชิงสำรวจออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ความแท้จริงของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ความสอดคล้องขององค์กรกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และ 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ความแท้จริงของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ความสอดคล้องขององค์กรกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริโภคชาวไทยที่มีอายุระหว่าง 25 – 50 ปี และต้องเคยเห็น หรือเคยเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมขององค์กรธุรกิจค้าปลีก ผ่านสื่อออนไลน์หรือออฟไลน์อย่างน้อยจำนวน 1 ครั้ง ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 250 คน โดยผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างรับรู้แรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรค่อนข้างสูง (M = 4.02) ความแท้จริงของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับปานกลาง (M = 3.70) ความสอดคล้องขององค์กรกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับค่อนข้างสูง (M = 3.88) และการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้บริโภคอยู่ในระดับปานกลาง (M = 3.48) นอกจากนี้ ยังพบว่า ทุกคู่ตัวแปรมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ไม่ว่าจะเป็น แรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร กับความแท้จริงของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (r = 0.55) แรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร กับความสอดคล้องขององค์กรกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (r = 0.49) แรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร กับการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (r = 0.55) ความแท้จริงของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม กับการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (r = 0.67) และความสอดคล้องขององค์กรกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม กับการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (r = 0.57)


การปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ของอุตสาหกรรมโฆษณา, ศุภณัฐ จั่นสกุล Jan 2023

การปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ของอุตสาหกรรมโฆษณา, ศุภณัฐ จั่นสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติ ความคิดเห็น และแนวทางการปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์ผลงานโฆษณาของบุคลากรในอุตสาหกรรมโฆษณา ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทตัวแทนโฆษณาจำนวน 5 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารการตลาดจำนวน 5 ท่าน รวม 10 ท่าน ผลการวิจัยพบว่า ปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพ และลดขั้นตอนการทำงานของกระบวนการสร้างสรรค์โฆษณา จากคุณสมบัติในการทำงานได้แบบอัตโนมัติ ในด้านทัศนคติและความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งสองกลุ่มที่มีต่อปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์พบว่า ส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงบวก จากความคิดเห็นที่ว่า การทำงานในอุตสาหกรรมโฆษณาทำให้มีทัศนคติที่ดีต่อเทคโนโลยีใหม่เป็นทุนเดิม อีกทั้งปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ยังมีความสามารถที่หลากหลาย เพื่อใช้ในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตผลงานโฆษณาอีกด้วย ด้านแนวทางการปรับใช้งานในอุตสาหกรรมโฆษณาพบว่า ทักษะการใช้งานปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์จะกลายเป็นทักษะที่สำคัญในอนาคต แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างมาก แต่การใช้งานยังคงต้องการการควบคุม และการตัดสินใจโดยมนุษย์ เพื่อให้ผลลัพธ์มีความถูกต้อง และมีคุณภาพสูง ผลการวิจัยจึงได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ ในด้านการบริหารจัดการองค์กรเพื่อส่งเสริมการปรับใช้งานปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ โดยองค์กรควรเน้นการฝึกอบรม และการพัฒนาทักษะการใช้งานปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ของบุคลากร เพื่อให้กระบวนการทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด


การเปิดรับข่าวสาร ทัศนคติ และการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤตบนสื่อสังคมออนไลน์ของผู้บริโภคชาวไทย, รตา ธีระพันธุ์ Jan 2023

การเปิดรับข่าวสาร ทัศนคติ และการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤตบนสื่อสังคมออนไลน์ของผู้บริโภคชาวไทย, รตา ธีระพันธุ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและอธิบายความแตกต่างทางลักษณะประชากร และการเปิดรับข่าวสาร ทัศนคติ และการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติบนสื่อสังคมออนไลน์ของผู้บริโภคชาวไทยโดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยอายุระหว่าง 18 - 37 ปี ที่มีการรู้จักค่ายเพลงเกาหลีใต้อย่างน้อย 3 ค่ายเพลง และต้องมีการรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับค่ายเพลงเกาหลีใต้ดังกล่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จำนวน 204 คน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการเปิดรับข่าวสารค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติผ่านช่องทางยูทูบ (YouTube) ช่องทางหลักของค่ายเพลงมากที่สุด นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติต่อค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติบนสื่อสังคมออนไลน์ด้านการให้ข้อมูลและการสื่อสารเกี่ยวกับค่ายเพลงทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างชัดเจนและสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความใกล้ชิดกับกลุ่มแฟนคลับมากที่สุด และมีการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติบนสื่อสังคมออนไลน์จากการบอกต่อเนื้อหาการแถลงการณ์ของค่ายเพลงเกาหลีใต้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อกระจายข่าวสารมากที่สุด ลักษณะทางประชากรที่ด้านเพศที่แตกต่างกัน มีการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติบนสื่อสังคมออนไลน์แตกต่างกัน รวมถึงการเป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลีใต้ที่แตกต่างกัน มีการเปิดรับข่าวสาร ทัศนคติ และการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติบนสื่อสังคมออนไลน์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05


อิทธิพลของการเปิดรับเนื้อหาที่มีการวางสินค้าบนยูทูบและทัศนคติที่มีต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค, อนล ธรเลิศพิมล Jan 2023

อิทธิพลของการเปิดรับเนื้อหาที่มีการวางสินค้าบนยูทูบและทัศนคติที่มีต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค, อนล ธรเลิศพิมล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์คือ 1.เพื่อสำรวจการเปิดรับเนื้อหาที่มีการวางสินค้าบนยูทูบ ทัศนคติของผู้บริโภคต่อลักษณะของผู้ส่งสาร การรับรู้ความเสี่ยง (ด้านประสิทธิภาพ การเงิน จิตวิทยา) การตระหนักต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม และความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค 2.เพื่อสำรวจอิทธิพลของการเปิดรับเนื้อหาที่มีการวางสินค้าบนยูทูบ ทัศนคติของผู้บริโภคต่อลักษณะของผู้ส่งสาร การรับรู้ความเสี่ยง และการตระหนักต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม ต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค ใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจ ด้วยการใช้แบบสอบถาม เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ระหว่างอายุ 25 – 50 ปี จำนวนทั้งสิ้น 200 ตัวอย่าง โดยวิเคราะห์ผลการวิจัยด้วยวิธีการสถิติแบบการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย (Simple Linear Regression) และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคูณ (Multiple Linear Regression) สำหรับผลการวิจัยเป็นไปตามสมมติฐาน และมีนัยสำคัญทางสถิติ 1) การเปิดรับเนื้อหาที่มีการวางสินค้าบนยูทูบ มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค 2) ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค มากที่สุดได้แก่ ทัศนคติของผู้บริโภคต่อลักษณะของผู้ส่งสาร ผู้วิจัยได้นำเสนอแนวทางในการประยุกต์ใช้สำหรับการออกแบบการสื่อสารของรถยนต์ไฟฟ้า โดยในด้านของผู้ส่งสารแนะนำให้ใช้ผู้ส่งสารที่กล่าวถึงหรือรีวิวรถยนต์ไฟฟ้าที่ดูน่าดึงดูดใจ ใช้เนื้อหาวิดีโออย่างสนุกและน่าสนใจมากที่สุด ระยะเวลารับชม 5 – 10 นาทีต่อครั้ง และมีเนื้อหาที่แสดงหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อม ก็อาจเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคระหว่างอายุ 25 – 50 ปีได้


ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อต่อองค์กร คุณค่าตราสินค้า และการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม, อัญชลี สุนันต๊ะ Jan 2023

ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อต่อองค์กร คุณค่าตราสินค้า และการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม, อัญชลี สุนันต๊ะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการวิจัยเชิงสำรวจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจความเชื่อต่อองค์กร คุณค่าตราสินค้า และการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในมุมมองของผู้บริโภค 2) อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อต่อองค์กรกับคุณค่าตราสินค้า 3) อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อต่อองค์กรกับการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และ 4) อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างคุณค่าตราสินค้ากับการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในมุมมองของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวนทั้งสิ้น 237 คน อายุระหว่าง 20-45 ปี ที่บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และเคยเห็นกิจกรรมของบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างน้อย 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา โดยผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความเชื่อต่อองค์กร (M=4.17) และรับรู้คุณค่าตราสินค้าในระดับสูง (M=4.05) และมีการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรในระดับปานกลาง (M=3.97) อีกทั้งในด้านของความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรนั้น ทุกตัวแปรมีความสัมพันธ์กันทุกคู่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ไม่ว่าจะเป็น ความเชื่อต่อองค์กรกับคุณค่าตราสินค้า (r=0.71*) ความเชื่อต่อองค์กรกับการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (r=0.73*) และคุณค่าตราสินค้ากับการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (r=0.83*)


การกำหนดกรอบข่าวและปฏิสัมพันธ์บนพื้นที่ข่าวออนไลน์เกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์, รัชฎาวรรณ รองทอง Jan 2023

การกำหนดกรอบข่าวและปฏิสัมพันธ์บนพื้นที่ข่าวออนไลน์เกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์, รัชฎาวรรณ รองทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อวิเคราะห์และอธิบายการกำหนดกรอบของข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์ของสื่อมวลชนบนออนไลน์และเพจนำเสนอข่าวและเหตุการณ์บนสื่อออนไลน์ 2) เพื่อวิเคราะห์และอธิบายปฏิสัมพันธ์บนพื้นที่ข่าวออนไลน์เกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์ที่สะท้อนการใช้ภาษาและการร่วมกระทำในการระรานทางไซเบอร์ และ 3) เพื่อสร้างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์บนช่องทางออนไลน์ ใช้วิธีการวิจัยกรณีศึกษาจำนวน 2 กรณี ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาข่าวเกี่ยวกับกรณีศึกษาที่นำเสนอบนสื่อออนไลน์ จำนวนรวม 61 ชิ้นข่าว วิเคราะห์เนื้อหาการแสดงความคิดเห็น จำนวน 11,968 ความคิดเห็น และการสัมภาษณ์เชิงลึกนักวิชาชีพด้านข่าวและผู้ผลิตเนื้อหาออนไลน์ จำนวน 12 คน ผลการวิจัยพบว่า การกำหนดกรอบของข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์ ได้แก่ ความขัดแย้ง ผลกระทบ การสำนึกผิด และการคลี่คลาย ทั้งนี้ไม่พบการนำเสนอกรอบข่าวเกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาหรือการนำเสนอทางออกในข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์ที่ผู้ถูกระรานเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และไม่พบการกำหนดกรอบข่าวเกี่ยวกับการให้กำลังใจหรือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์ที่ผู้ถูกระรานเป็นบุคคลธรรมดา ปฏิสัมพันธ์บนพื้นที่ข่าวออนไลน์เกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์พบว่า มีการแสดงความคิดเห็นที่ไม่เกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์แต่เกี่ยวกับบุคคลในข่าวมากที่สุดในข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์ที่ผู้ถูกระรานเป็นบุคคลมีชื่อเสียง และมีการแสดงความคิดเห็นที่ไม่สนับสนุนการระรานทางไซเบอร์มากที่สุดในข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์ที่ผู้ถูกระรานเป็นบุคคลธรรมดา ทั้งนี้ยังพบการกดถูกใจและการกดแบ่งปันข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์มากที่สุดในการเผยแพร่ข่าวช่วงแรกและค่อย ๆ ลดลงตามระยะเวลาการนำเสนอข่าว ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์บนช่องทางออนไลน์ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1) กำหนดการควบคุมโดยยึดหลักจริยธรรมของสื่อสารมวลชนที่สอดคล้องกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และเพิ่มช่องทางการร้องเรียนให้กับผู้ที่รับผลกระทบจากการนำเสนอข่าวการระรานทางไซเบอร์ 2) กำหนดเกณฑ์เชิงจริยธรรมการนำเสนอข่าวของผู้ให้บริการสื่อ/ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์เน้นเนื้อหาที่ไม่เพิ่มความหวาดกลัวในการตกเป็นเหยื่อจากการถูกระรานทางไซเบอร์ เฝ้าระวังการนำเสนอเนื้อหาข่าวที่อาจนำไปสู่การระรานทางไซเบอร์ และการเฝ้าระวังปฏิสัมพันธ์ออนไลน์เชิงลบของผู้อ่านข่าวที่นำเสนอ และ 3) กำหนดมาตรการส่งเสริมให้ผู้ใช้สื่อ/ ผู้บริโภค ตระหนักรู้เรื่องการระรานทางไซเบอร์และเพิ่มทักษะความเป็นพลเมืองดิจิทัล


การสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุ, สมรักษ์ เจียมธีรสกุล Jan 2023

การสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุ, สมรักษ์ เจียมธีรสกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง "การสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุ" มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายในสังคมไทย การให้ความหมายเรื่องความตายของผู้สูงอายุ และพฤติกรรมการสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุ ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้แบบสัมภาษณ์ชนิดมีโครงสร้างเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้สูงอายุกรณีศึกษา 18 คน การเตรียมตัวตายเป็นพฤติกรรมสังคม และพฤติกรรมวัฒนธรรม ผู้สูงอายุคิดวางแผนเตรียมตัวตายโดยใช้การสื่อสารเป็นเครื่องมือ การสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายเป็นกระบวนการในการสร้างความหมายร่วมกันระหว่างผู้ร่วมกระทำการสื่อสารซึ่งมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ปฏิสัมพันธ์ในที่นี้มีขอบเขตตั้งแต่ระดับภายในตนเอง ปฏิสัมพันธ์ต่อบุคคลใกล้ชิด ต่อกลุ่ม และต่อสาธารณะ ผู้สูงอายุให้ความหมายความตาย 5 ความหมาย ได้แก่ ความตายคือการไม่มีชีวิตอยู่ ความตายคือการเคลื่อนย้ายของจิต ความตายคือการเปลี่ยนภพตามพระประสงค์ของพระเจ้า ความตายคือการเดินทางครั้งใหม่-การเกิด ความตายคือการพลัดพรากหรือถูกทำให้พลัดพรากจากที่เป็นอยู่ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุมี 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปัจจัยตัวบุคคล ปัจจัยศาสนา ปัจจัยด้านสังคมวัฒนธรรม และปัจจัยสถานภาพทางสังคมเศรษฐกิจ สื่อและช่องทางการสื่อสารเพื่อการเตรียมตัวตายของผู้สูงอายุ ได้แก่ สื่อบุคคล สื่อเฉพาะกิจ สื่อเชิงวัฒนธรรม สื่อวัตถุ และสื่อสังคม


แบบจำลองการทำนายและแนวทางการจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ทางการเมืองโดยใช้บิ๊กดาต้า, จุติพร ปริญโญกุล Jan 2023

แบบจำลองการทำนายและแนวทางการจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ทางการเมืองโดยใช้บิ๊กดาต้า, จุติพร ปริญโญกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบสมผสานวิธี ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้าในการจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ทางการเมือง 2) เพื่อสร้างแบบจำลองการทำนายและแนวทางการจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ทางการเมือง โดยเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) จากผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informants) ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ และผู้เชี่ยวชาญด้านบิ๊กดาต้า ทั้งวิชาการและวิชาชีพจำนวน 10 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินเกณฑ์การวัดระดับความรู้สึก (Sentiment) ด้วยวิธีการตรวจสอบสามเส้า (Triangulation) ประกอบด้วย นักวิชาการด้านภาษาศาสตร์ สื่อมวลชนสายการเมือง ผู้นำทางความคิดประเด็นทางการเมือง และนักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง จำนวน 5 ท่าน นอกจากนี้ยังใช้บิ๊กดาต้าทางการเมืองจากสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ ทวิตเตอร์ (Twitter) เฟซบุ๊ก (Facebook) ยูทูป (Youtube) อินสตาแกรม (Instagram) และเว็บไซต์ (Website) จำนวน 132,660 ข้อมูล เพื่อพัฒนาเป็นแบบจำลองการทำนายภาวะวิกฤตออนไลน์ทางการเมือง ผลการศึกษาพบว่า 1) บิ๊กดาต้าสามารถนำมาใช้เพื่อการจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ทางการเมืองได้ทุกขั้นตอนของการจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ ซึ่งข้อมูลและแบบจำลองที่เหมาะสมสำหรับการทำนายภาวะวิกฤตออนไลน์ทางการเมืองคือข้อมูลประเภทข้อความจากสื่อสังคมออนไลน์ และแบบจำลองการทำนายที่เหมาะสมคือแบบจำลองการเรียนรู้แบบมีผู้สอน (Supervised Learning) นอกจากนี้การพัฒนาเกณฑ์การวัดระดับความรู้สึก (Sentiment) สำหรับใช้เพื่อประเมินความรุนแรงของภาวะวิกฤตออนไลน์ที่ละเอียดมากขึ้น แบ่งได้เป็น 7 ระดับ ได้แก่ ความรู้สึกเป็นบวกมากที่สุด ความรู้สึกเป็นบวกมาก ความรู้สึกเป็นบวก ความรู้สึกเป็นกลาง ความรู้สึกเป็นลบ ความรู้สึกเป็นลบมาก และความรู้สึกเป็นลบมากที่สุด 2) แบบจำลองการทำนายวิกฤตออนไลน์ทางการเมืองที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ แบบจำลองที่พัฒนาด้วย Random Forest Classifier ได้ผลดังนี้ ค่าความถูกต้อง (Accuracy) 0.93 ค่าความระลึก (Recall) Macro avg 0.67 และ Weighted avg 0.93 ค่าความแม่นยำ (Precision) Macro avg 0.85 และ Weighted avg 0.93 และค่าเอฟวัน (F1 Score) Macro …