Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Communication Technology and New Media Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Articles 31 - 60 of 468

Full-Text Articles in Communication Technology and New Media

กลวิธีการเล่าเรื่องของสตรีมเมอร์เกมอาร์โอวี (Rov) ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย, ภัทรภร เสือม่วง Jan 2024

กลวิธีการเล่าเรื่องของสตรีมเมอร์เกมอาร์โอวี (Rov) ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย, ภัทรภร เสือม่วง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารูปแบบ และเนื้อหารายการเกมอาร์โอวีของสตรีมเมอร์ที่ประสบความสำเร็จ โดยใช้วิธีการ การวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) ผ่านวิดีโอคอนเทนต์เกี่ยวกับเกมอาร์โอวีบนยูทูบ จากสตรีมเมอร์เกมอาร์โอวี จำนวน 3 ช่อง ได้แก่ 1. กาย หงิด 2. กิต งายย 3. Doyser ผ่านการวิเคราะห์เนื้อหาและการจัดประเภทของเนื้อหา (Genre categorization) โดยใช้เครื่องมือลงรหัส (Coding Sheet) เพื่อเก็บข้อมูลจากวิดีโอที่มียอดเข้าชมมากที่สุดในปี พ.ศ. 2566 จำนวนช่องละ 20 คลิป รวมทั้งสิ้น 60 คลิป อีกทั้ง 2) เพื่อศึกษากลวิธีการเล่าเรื่องของสตรีมเมอร์เกมอาร์โอวีที่ประสบความสำเร็จ ด้วยวิธีการวิเคราะห์ตัวบท (Textual analysis) ผ่านวิดีโอคอนเทนต์เกี่ยวกับเกมอาร์โอวีในช่องยูทูบของสตรีมเมอร์ กาย หงิด โดยวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) จากวิดีโอที่มีผู้ชม 5 แสนคนขึ้นไป และอยู่ในระหว่างปี พ.ศ. 2562 - 2567 จำนวน 10 คลิป ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบ และเนื้อหารายการเกมอาร์โอวีเป็นประเภทรายการ (Genre) ที่เกิดขึ้นใหม่ โดยมีรูปแบบและเนื้อหารายการเกมอาร์โอวีที่ได้รับความนิยม ได้แก่ การเล่นเกมกับผู้อื่น (Reaction videos) คิดเป็นร้อยละ 75 และร้อยละ 90 ของคลิปวิดีโอในช่องกายหงิดและกิตงายตามลำดับ และมีลักษณะเนื้อหาแบบการแข่งขันเกม (Game tournaments and competitions) ร่วมกับสตรีมเมอร์ช่องอื่น (Collaboration) ในขณะเดียวกันก็มีรูปแบบเนื้อหารายการเกมอาร์โอวีที่ได้รับความนิยมรองลงมาและเป็นกระแสรอง คือ การสอนเทคนิคการเล่น (Walk-throughs and tutorials) คิดเป็นร้อยละ 85 ของคลิปวิดีโอในช่อง Doyser และมีลักษณะเนื้อหาแบบการวิเคราะห์เกมอย่างละเอียดลึกซึ้ง (Game Analysis) นอกจากนี้ ยังพบว่า 2) …


แนวทางการพัฒนาซีรีส์วายเพื่อขยายฐานผู้รับชม, ยงค์ยุทธ เติมต่อ Jan 2024

แนวทางการพัฒนาซีรีส์วายเพื่อขยายฐานผู้รับชม, ยงค์ยุทธ เติมต่อ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษาทัศนคติ การใช้ประโยชน์ และความพึงพอใจของผู้รับชมกลุ่มใหม่ที่มีต่อซีรีส์วาย และ (2) เพื่อศึกษาแนวทางในการขยายฐานผู้รับชมไปยังกลุ่มผู้รับชมซีรีส์วายกลุ่มใหม่ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มผู้ชมซีรีส์วายจำนวน 400 คน และข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับนักวิชาการ ผู้จัด ผู้กำกับ นักสิทธิมนุษยชน และผู้ชมซีรีส์วาย รวมจำนวน 8 คน ผลการวิจัยพบว่า ผู้ชมซีรีส์วายให้ความสำคัญกับเคมีของนักแสดง ความสมจริงของเนื้อหา และการสะท้อนประเด็นทางสังคม โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศและบทบาททางเพศที่ไม่ตายตัว นอกจากนี้ยังพบว่าอุตสาหกรรมซีรีส์วายมีแนวโน้มปรับตัวเพื่อสร้างสรรค์เนื้อหาที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยคำนึงถึงจริยธรรม ความเหมาะสมกับผู้ชมเยาวชน และการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่หลากหลายของกลุ่ม LGBTQIA+ ขณะเดียวกัน ผลการศึกษาเชิงคุณภาพยังชี้ให้เห็นถึงแนวทางในการพัฒนาซีรีส์วายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทั้งในด้านบท การแสดง และกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสามารถขยายฐานผู้ชมสู่กลุ่มใหม่ได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้กับตัวละครที่มีภูมิหลังหลากหลาย ทั้งในด้านอายุ พื้นที่ทางสังคม และวัฒนธรรม เพื่อหลุดพ้นจากภาพจำแบบเหมารวมของกลุ่มเพศหลากหลาย นอกจากนี้ ยังเสนอให้ขยายแนวเรื่องในลักษณะ Mix Genre เช่น แนวสืบสวน แฟนตาซี หรือดราม่าสะท้อนสังคม เพื่อเพิ่มความหลากหลายของเนื้อหา และตอบสนองความสนใจของผู้ชมยุคใหม่ที่แสวงหาความสดใหม่และความลึกซึ้งในประเด็นที่นำเสนอ


กระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างภาวะล้มแล้วลุกเมื่อเผชิญการวิจารณ์ร่างกายของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม, ญาณกร อุ่ยสมพงศ์ Jan 2024

กระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างภาวะล้มแล้วลุกเมื่อเผชิญการวิจารณ์ร่างกายของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม, ญาณกร อุ่ยสมพงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการสื่อสารเมื่อเผชิญการวิจารณ์ ร่างกายของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม และเพื่อศึกษารูปแบบการแสดงออกทางเนื้อหาเมื่อเผชิญ การวิจารณ์ร่างกายในสื่อสังคมของตนเอง การศึกษาได้ทำการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม ในกลุ่มความสวยความงามและแฟชั่น จำนวน 6 กรณีศึกษา ที่มีผู้ติดตามอย่างน้อย 10,800 คน รวมถึงวิเคราะห์เนื้อหา ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพจากข้อความ รูปภาพ และวิดีโอในสื่อสังคม ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างภาวะล้มแล้วลุกจากความอับอายเมื่อเผชิญ การวิจารณ์ร่างกายของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคม ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ไม่มีการตระหนักถึงความอับอายแต่มีการสื่อสาร เพื่อสร้างความปกติใหม่ และ เพื่อการรักษาและการใช้เครือข่ายการสื่อสาร 2) การตระหนักถึงความอับอาย เพื่อสร้างความปกติใหม่ เพื่อรักษาและใช้เครือข่าย การสื่อสาร เพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ และ เพื่อให้ความชอบธรรมกับความรู้สึกเชิงลบในขณะที่เน้นการกระทำเชิงบวก 3) การรับรู้เชิงวิเคราะห์ เพื่อสร้างตรรกะทางเลือก และเพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ 4) การเข้าถึง เพื่อรักษาและใช้เครือข่ายการสื่อสาร เพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ และ เพื่อให้ความชอบธรรมกับความรู้สึกเชิงลบในขณะที่เน้นการกระทำเชิงบวก 5) การพูดถึงความอับอาย เพื่อรักษาและใช้เครือข่ายการสื่อสาร เพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ และเพื่อให้ความชอบธรรมกับความรู้สึกเชิงลบในขณะที่เน้นการกระทำเชิงบวก นอกจากนี้ผลการศึกษารูปแบบการแสดงออกทางเนื้อหาเชิงบวกของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมเมื่อเผชิญการวิจารณ์ร่างกาย (รวม 2,881 เนื้อหา) สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่ (1) การแสดงอารมณ์ (39.5%) ที่ส่งเสริมการเข้าถึงและการพูดถึงความอับอายเพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์ (2) การแสดงตัวอย่าง (36.3%) ที่ส่งเสริมการเข้าถึง (3) การให้คำแนะนำและข้อเท็จจริงทั่วไป (23.9%) ที่ส่งเสริมการเข้าถึงและการพูดถึงความอับอาย และ (4) การรณรงค์ (0.3%) ที่ส่งเสริมการพูดถึงความอับอายเพื่อยึดเหนี่ยวอัตลักษณ์


ความชื่นชอบต่อรูปแบบและเนื้อหาเกี่ยวกับการสื่อสารสุขภาพของผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีด, จันจิรา ลิ้นทอง Jan 2024

ความชื่นชอบต่อรูปแบบและเนื้อหาเกี่ยวกับการสื่อสารสุขภาพของผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีด, จันจิรา ลิ้นทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและเนื้อหาการสื่อสารสุขภาพที่ผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีดให้ความสนใจ โดยเก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก 20 ราย และการสนทนากลุ่ม 4 กลุ่ม ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล วิเคราะห์ด้วยวิธีวิเคราะห์แก่นสาร (Thematic Analysis) เพื่อสกัดรหัสและประเด็นที่สะท้อนความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ผลการวิจัยพบว่า ผู้ใช้สารเสพติดให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่เป็นกันเอง ไม่เป็นทางการ และสอดคล้องกับชีวิตจริง โดยนิยมการพูดคุยตัวต่อตัว การสนทนากลุ่มย่อย และการสื่อสารผ่านเพื่อนร่วมประสบการณ์ ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์และวิดีโอมักถูกมองว่าไม่ดึงดูดหรือไม่ตรงกับพฤติกรรมจริง ด้านเนื้อหา ผู้ใช้สารสนใจประเด็นในชีวิตประจำวัน เช่น การดูแลแผล อาการถอนยา การป้องกันการใช้ยาเกินขนาด การเจรจากับตำรวจ และประสบการณ์เลิกยา มากกว่าเนื้อหาเรื่องเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบซี หรือวัณโรค ซึ่งมักถูกมองว่าไกลตัวและซ้ำซาก แม้ยังคงเข้ารับบริการด้านสุขภาพเหล่านี้ นอกจากนี้ยังพบความสนใจในเนื้อหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคเรื้อรัง สุขภาพช่องปาก และการนอนหลับ ซึ่งเกี่ยวข้องทางอ้อมกับพฤติกรรมการใช้สาร ข้อค้นพบสะท้อนถึงความสำคัญของการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมที่ยึดบริบทชีวิตของผู้ใช้สารเป็นศูนย์กลาง เพื่อเพิ่มความเชื่อมโยง ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย


ความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติ, ธารมีน สุทธิอาคาร Jan 2024

ความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติ, ธารมีน สุทธิอาคาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่องชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) โดยมีจุดมุ่งหมายในการศึกษาความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติและศึกษากระบวนการสร้างสรรค์การแสดงในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติเพื่อนำเสนอความเป็นไทย ด้วยการวิเคราะห์ตัวบท (textual analysis) พิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 1998 ครั้งที่ 13 ณ กรุงเทพมหานคร และพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2007 ครั้งที่ 24 ณ จังหวัดนครราชสีมา และการสัมภาษณ์แบบเชิงลึก (in-dept interview) ผู้สร้างสรรค์การแสดงประกอบพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 1998 ครั้งที่ 13 ณ กรุงเทพมหานคร ผู้สร้างสรรค์การแสดงประกอบพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2007 ครั้งที่ 24 ณ จังหวัดนครราชสีมา และผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดง ผลการวิจัยพบว่า 1. มีการนำเสนอความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 1998 ครั้งที่ 13 จำนวน 9 หมวดหมู่ จากทั้งหมด 10 หมวดหมู่ ได้แก่ 1) สถาบันพระพุทธศาสนา 2) สถาบันพระมหากษัตริย์ 3) ภาษาและวรรณกรรม 4) ศิลปกรรม 5) ดนตรีไทย 6) การละเล่นพื้นบ้านแบบไทย 7) ลักษณะนิสัยและค่านิยมของคนไทย 8) กีฬาไทย และ 9) ความเป็นไทยในแง่มุมอื่น ๆ โดยไม่พบการนำเสนอความเป็นไทยเพียงหมวดหมู่เดียวคือหมวดหมู่ประเพณีไทย และการนำเสนอความเป็นไทยในพิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2007 ครั้งที่ 24 จำนวน 7 หมวดหมู่ จากทั้งหมด 10 หมวดหมู่ ได้แก่ 1) สถาบันพระพุทธศาสนา 2) สถาบันพระมหากษัตริย์ 3) ภาษาและวรรณกรรม 4) ศิลปกรรม 5) ดนตรีไทย 6) ลักษณะนิสัยและค่านิยมของคนไทย และ 7) ความเป็นไทยในแง่มุมอื่น ๆ โดยไม่พบการนำเสนอความเป็นไทยในหมวดหมู่ถึง 3 หมวดหมู่ คือ …


การวิเคราะห์ประเภทรายการสารคดีและการสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มยูทูบ, ซึง ดวงมณี Jan 2024

การวิเคราะห์ประเภทรายการสารคดีและการสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มยูทูบ, ซึง ดวงมณี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณลักษณะและประเภทของสารคดีบนแพลตฟอร์มยูทูบและ 2) เพื่อศึกษาแนวคิดและกระบวนการสร้างสรรค์สารคดีของผู้ผลิตบนแพลตฟอร์มยูทูบ โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) ผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์ช่องบนแพลตฟอร์มยูทูบ (Documentary analysis) ซึ่งผลิตโดยชาวไทยและมีจำนวนผู้ติดตามตั้งแต่ 1 ล้านคนขึ้นไป ระหว่างเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 ถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567 ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์สารคดี ผลการศึกษาพบว่า สารคดีบนแพลตฟอร์มยูทูบสามารถจำแนกตามคุณลักษณะเชิงเนื้อหาได้ 9 เนื้อหา ได้แก่ 1) วิถีชีวิตประชาชน 2) การท่องเที่ยว กิจกรรม และแนะนำสถานที่ 3) เรื่องแปลกและการสืบสวน 4) ประวัติศาสตร์และเหตุการณ์สำคัญ 5) พืชและสัตว์ 6) วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม 7) เครื่องยนต์และยานยนต์ 8) กีฬา และ 9) ภาพยนตร์ และจำแนกตามคุณลักษณะเชิงรูปแบบได้ 5 รูปแบบ ได้แก่ 1) สารคดีเชิงการมีส่วนร่วม 2) สารคดีเชิงเปิดเผยเรื่องราว 3) สารคดีเชิงรวมเหตุการณ์ 4) สารคดีเชิงพรรณนา และ 5) สารคดีเชิงการแสดง โดยแพลตฟอร์มยูทูบส่งผลให้เกิดผู้ผลิตที่มีความแตกต่างด้านแนวคิดและกระบวนการสร้างสรรค์สารคดี 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้ผลิตมืออาชีพ ซึ่งอยู่ในบริบทของการสร้างสรรค์สารคดีอยู่แล้ว และ 2) ผู้ผลิตที่มาจากผู้ชม ซึ่งมีแนวคิดและกระบวนการสร้างสรรค์ที่ไม่ยึดติดตามขนบเดิมจนเกิดเป็นรูปแบบสารคดีที่สามารถดึงดูดใจผู้ชมในวงกว้าง มีบทบาทให้เกิดการปรับโครงสร้างของกระบวนการสร้างสรรค์ และส่งผลต่อการขยายขอบเขตนิยามสารคดีในประเทศไทย


กลยุทธ์การสร้างสรรค์โฆษณาและการพัฒนานักโฆษณาเพื่อเข้าประกวดงานโฆษณา Cannes Lions, ศิรณัฐ สิริยากรนุรักษ์ Jan 2024

กลยุทธ์การสร้างสรรค์โฆษณาและการพัฒนานักโฆษณาเพื่อเข้าประกวดงานโฆษณา Cannes Lions, ศิรณัฐ สิริยากรนุรักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การสร้างสรรค์งานโฆษณาที่ถูกส่งเข้าประกวดโฆษณาใน Cannes Lions จุดที่ต้องได้รับการพัฒนาและจุดแข็งของโฆษณาจากประเทศไทย และข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์งานโฆษณาของนักสร้างสรรค์โฆษณาจากประเทศไทย ผู้วิจัยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิเคราะห์เนื้อหาจากเอกสารเกี่ยวกับโฆษณาที่ได้รับรางวัลเพื่อเป็นชุดข้อมูลในเรื่องของรางวัลที่นักสร้างสรรค์โฆษณาจากประเทศไทยได้รับในช่วงระหว่างปี ค.ศ.2017 - 2022 จำนวน 34 ชิ้นงาน รวม 52 รางวัล ผลการวิจัยพบว่า กลยุทธ์การสร้างสรรค์ที่ปรากฏในงานโฆษณาจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลในงานประกวดโฆษณา Cannes Lions ระหว่างปี 2017-2022 สามารถจำแนกออกได้เป็น 8 ด้าน ได้แก่ กลยุทธ์การดึงดูดใจผ่านการสร้างความเชื่อถือด้วยการอธิบายคุณสมบัติของสินค้าและบริการ กลยุทธ์เกี่ยวกับสัญวิทยาเพื่อสื่อความหมายเกี่ยวกับข้อความหลักของโฆษณา กลยุทธ์การดึงดูดใจผ่านอารมณ์ขัน กลยุทธ์ด้านความแปลกใหม่ในการนำเสนอ กลยุทธ์ด้านการเล่าเรื่องที่มีความโดดเด่น กลยุทธ์เกี่ยวกับการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า กลยุทธ์เกี่ยวกับการสร้างอารมณ์ร่วม และกลยุทธ์เกี่ยวกับการให้ความสำคัญกับประเด็นทางสังคม โดยนักสร้างสรรค์โฆษณาจากประเทศไทยมีจุดเด่นเกี่ยวกับการเล่าเรื่องที่มีความหลากหลาย สามารถประยุกต์ใช้วัฒนธรรมและสิ่งใกล้ตัวมานำเสนอ สามารถดึงอารมณ์ร่วมจากผู้ชมและแฝงอารมณ์ขันที่มีเสน่ห์ สามารถด้านการสื่อสารผ่านความหมายแฝงในภาพ แต่ในขณะเดียวกันจุดที่นักสร้างสรรค์จากประเทศไทยยังต้องได้รับการพัฒนา คือ การพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์ไปสู่บริบทสากลรวมถึงเพิ่มความแปลกใหม่ พัฒนาทักษะด้านภาษา รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับชิ้นงานเพื่อความทันสมัยมากขึ้น โดยนักสร้างสรรค์โฆษณาจากประเทศไทยควรได้รับการพัฒนาทักษะตามหลัก “ทักษะไม้ที” หรือการพัฒนาตามหลักพหุทักษะ เพื่อให้นักสร้างสรรค์โฆษณาจากประเทศไทยมีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต้องมีและทักษะเฉพาะบุคคลที่ช่วยสร้างความโดดเด่นทัดเทียมกับนักสร้างสรรค์งานโฆษณาระดับโลก


ภาพยนตร์และพุทธปรัชญากับศักยภาพของภาพยนตร์ในการตื่นรู้ของผู้ชม, ธีรพงศ์ เสรีสำราญ Jan 2024

ภาพยนตร์และพุทธปรัชญากับศักยภาพของภาพยนตร์ในการตื่นรู้ของผู้ชม, ธีรพงศ์ เสรีสำราญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง ภาพยนตร์และพุทธปรัชญากับศักยภาพของภาพยนตร์ในการตื่นรู้ของผู้ชม มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากรอบแนวคิด ภาพยนตร์วิปัสสนา (Vipassanā Cinema) เพื่อใช้ในการศึกษาภาพยนตร์แนว Slow Cinema ในฐานะภาพยนตร์ที่มีศักยภาพในการกระตุ้นการตื่นรู้ของผู้ชม งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ (1) การวิเคราะห์ตัวบทภาพยนตร์ 4 เรื่อง ได้แก่ Dream of Light (Víctor Erice, 1992), Shirin (Abbas Kiarostami, 2008), ลุงบุญมีระลึกชาติ (Apichatpong Weerasethakul, 2010) และ Inside the Yellow Cocoon Shell (Phạm Thiên Ân, 2023) โดยพิจารณาองค์ประกอบการเล่าเรื่องและสุนทรียภาพที่สอดคล้องกับพุทธปรัชญาและสำรวจศักยภาพในการกระตุ้นการตื่นรู้ในผู้ชม (2) การศึกษาประสบการณ์ของผู้วิจัยต่อการเจริญวิปัสสนาและการชมภาพยนตร์ Slow Cinema ทั้ง 4 เรื่อง โดยใช้วิธีอัตชาติพันธุ์วรรณนา (autoethnography) และ (3) การศึกษาประสบการณ์ของผู้ชมจริง (actual audiences) ผ่านการรับชม ลุงบุญมีระลึกชาติ โดยกลุ่มคนรักหนัง (cinephiles) จำนวน 6 คน ผ่านการจดโน้ตในความมืดและการสัมภาษณ์เชิงลึกผลการวิจัยพบว่า กรอบแนวคิด ภาพยนตร์วิปัสสนา สามารถนำมาใช้เป็นกรอบแนวคิดในการวิเคราะห์ตัวบทภาพยนตร์ ศึกษาประสบการณ์การชมภาพยนตร์ในเชิงอัตวิสัยของผู้วิจัย และประสบการณ์ของผู้ชมจริง โดยมองภาพยนตร์ในฐานะเครื่องมือแห่งการเจริญวิปัสสนาที่อาจนำไปสู่การตื่นรู้ของผู้ชม ทั้งนี้ภาพยนตร์สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือแห่งการตื่นรู้ผ่านบริบทการรับชมที่เอื้อต่อภาวะการสังเกตภายใน และการจัดวางองค์ประกอบทางภาพยนตร์ที่ส่งเสริมภาวะการตื่นรู้ เช่น โครงสร้างการเล่าเรื่องที่ไม่เป็นเส้นตรง การนำเสนอความสามัญธรรมดาอย่างลึกซึ้ง การใช้จังหวะเชื่องช้าและช่วงเวลาที่ยืดยาว การออกแบบเสียงที่ส่งเสริมการฟังภายใน การนำเสนอความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง และการวางปริศนาธรรมทางภาพยนตร์ ผลการวิเคราะห์อัตชาติพันธุ์วรรณาของผู้วิจัยแสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้วิจัยได้ใคร่ครวญสิ่งที่เกิดขึ้นภายในกายและใจอย่างลึกซึ้ง ผ่านระดับของการเห็นโดยตรงซึ่งสะท้อนแก่นของการเจริญวิปัสสนา ผลการศึกษาประสบการณ์ของกลุ่มคนรักหนังพบว่า ผู้ชมมีประสบการณ์ที่สอดคล้องกับหลักสติปัฏฐาน 4 ได้แก่ การรับรู้ทางกาย (กายานุปัสสนา) ความรู้สึก (เวทนานุปัสสนา) จิตใจ (จิตตานุปัสสนา) และธรรมะภายใน (ธัมมานุปัสสนา) อีกทั้งยังสะท้อนถึงการตระหนักรู้ตามแนวคิดพุทธปรัชญา เช่น อนิจจัง ทุกขัง …


ภาพแทนของโรงเรียนและอุดมการณ์ของวัยรุ่นในโรงเรียนในซีรีส์วัยรุ่นไทย, ธนพล เชาวน์วานิชย์ Jan 2024

ภาพแทนของโรงเรียนและอุดมการณ์ของวัยรุ่นในโรงเรียนในซีรีส์วัยรุ่นไทย, ธนพล เชาวน์วานิชย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่อง "ภาพแทนของโรงเรียนและอุดมการณ์ของวัยรุ่นในโรงเรียนในซีรีส์วัยรุ่นไทย" เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพที่มุ่งวิเคราะห์การนำเสนอภาพโรงเรียน ภาพแทนและอุดมการณ์วัยรุ่นที่ปรากฏในซีรีส์วัยรุ่นไทยระหว่างปี พ.ศ. 2556 - 2566 จำนวน 15 เรื่อง โดยใช้แนวทางการวิเคราะห์ตัวบทและการวิเคราะห์อิงบริบท ผ่านกรอบแนวคิดเรื่องพื้นที่ ภาพแทน และอุดมการณ์ผลการวิจัยพบว่า โรงเรียนในซีรีส์วัยรุ่นไทยถูกนำเสนอในฐานะพื้นที่เชิงนามธรรม 4 มิติหลัก ได้แก่ (1) พื้นที่แห่งความสัมพันธ์และอารมณ์ปรารถนา (2) พื้นที่ของความรุนแรงและอำนาจ (3) พื้นที่การต่อต้านของนักเรียน และ (4) พื้นที่ของความเหลื่อมล้ำ โดยเล่าผ่านพื้นที่ทางกายภาพในโรงเรียนที่ปรากฏในซีรีส์วัยรุ่นไทย ทั้งมิติของพื้นที่เชิงรูปธรรมและการเข้าถึงการใช้งาน ความผูกพันกับสถานที่ และ พื้นที่ออนไลน์ในฐานะพื้นที่แห่งอำนาจของวัยรุ่น ภาพแทนของวัยรุ่นในซีรีส์วัยรุ่นไทย สามารถจำแนกได้เป็น 7 ประเภท ได้แก่ (1) วัยรุ่นผู้เปี่ยมด้วยอิสระและความสนุกสนาน (2) วัยรุ่นที่ไม่เป็นไปตามค่านิยมทางเพศของสังคม (3) วัยรุ่นผู้สับสนและปกปิดอัตลักษณ์ทางเพศ (4) วัยรุ่นเพศทางเลือก (5) วัยรุ่นในมิติความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจ (6) วัยรุ่นที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงและไม่เท่าเทียมในโรงเรียน และ (7) วัยรุ่นผู้ท้าทายและต่อต้าน ซีรีส์วัยรุ่นไทยแสดงให้เห็นการปะทะกันระหว่างอุดมการณ์กระแสหลักและอุดมการณ์ต่อต้านใน 3 ประเด็นหลัก (1) อุดมการณ์เรื่องเพศ (2) อุดมการณ์เรื่องอำนาจ และ (3) อุดมการณ์เรื่องความเหลื่อมล้ำ ซีรีส์วัยรุ่นไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมามีบทบาทสำคัญในการสะท้อนและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยเฉพาะในการท้าทายอุดมการณ์กระแสหลัก ส่งเสริมการตระหนักรู้เรื่องสิทธิและความเท่าเทียม และเสริมพลังให้วัยรุ่นกล้าที่จะลุกขึ้นมาตั้งคำถามกับความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม แม้ในบางกรณีจะยังคงประนีประนอมกับค่านิยมดั้งเดิมอยู่บ้างก็ตาม


การเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กร ความเชื่อมั่น และความตั้งใจลงทุนของนักลงทุนไทยในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, พิชญา เมืองแมน Jan 2024

การเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กร ความเชื่อมั่น และความตั้งใจลงทุนของนักลงทุนไทยในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, พิชญา เมืองแมน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ของการเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กร ความเชื่อมั่น และความตั้งใจลงทุนของนักลงทุนไทย เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการเชิงสำรวจ (Survey Research) ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ จำนวน 210 คน ผลการศึกษาพบว่า (1) นักลงทุนส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 47.6 รองลงมาเป็นเพศชาย ร้อยละ 46.7 และกลุ่ม LGBTQ+ ร้อยละ 5.7 มีอายุ 26-35 ปี ร้อยละ 59.0 และมีการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ร้อยละ 94.3 (2) นักลงทุนใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กร ร้อยละ 80.0 รองลงมาคือเว็บไซต์ข่าวการเงิน ร้อยละ 66.7 และ YouTube ร้อยละ 55.2 (3) นักลงทุนสนใจข้อมูลนวัตกรรมด้าน Artificial Intelligence มากที่สุด ร้อยละ 76.2 รองลงมาคือ Data Center ร้อยละ 59.0 และ Cloud Computing ร้อยละ 53.3 (4) ระดับการรับรู้เกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลนวัตกรรมองค์กรอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.03) (5) ระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อองค์กรที่สื่อสารนวัตกรรมอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.13) (6) ระดับความตั้งใจลงทุนในองค์กรที่สื่อสารนวัตกรรมอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.13) (7) ระดับการเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมต่อการความตั้งใจลงทุนอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 3.98) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า (1) การเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมขององค์กรมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน (r = 0.729, p<0.01) (2) ความเชื่อมั่นของนักลงทุนมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความตั้งใจในการลงทุน (r = 0.785, p < 0.01) (3) การเปิดรับข้อมูลนวัตกรรมองค์กรมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อความตั้งใจลงทุน (r=0.672, p< 0.01) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งสนับสนุนสมมติฐานการวิจัยทั้งสามข้อ


The Influences Of Entrepreneur Personal Branding Of Electric Vehicles On Social Media On Gen Z'S Behavioral Responses In China, Jianchao Fu Jan 2024

The Influences Of Entrepreneur Personal Branding Of Electric Vehicles On Social Media On Gen Z'S Behavioral Responses In China, Jianchao Fu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to: 1) examine how electric vehicle (EV) entrepreneurs’ personal branding on social media (PBS) affects Generation Z consumers in China; 2) analyze how this branding influences three components of the Theory of Planned Behavior—Attitude toward the behavior (A), Subjective Norms (SN), and Perceived Behavioral Control (PB); 3) study how these components affect behavioral responses (BR); and 4) test a structural equation model (SEM) based on these relationships. A quantitative method was used, with data collected via an online questionnaire from 200 Gen Z consumers (aged 18–27) in mainland China in May 2025. Data analysis utilized the SEM. …


The Strategic Influence Of Opinion Leaders In Chinese Fandom Culture Of Thai Boys’ Love Series, Cristine Lin Jan 2024

The Strategic Influence Of Opinion Leaders In Chinese Fandom Culture Of Thai Boys’ Love Series, Cristine Lin

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study adopts a strategic communication perspective to examine the strategic influence of opinion leaders in Chinese fandom culture of Thai Boys’ Love (BL) series. The research focuses on “Da-fen,” a fandom-specific term referring to influential fan figures who play key leadership roles within online fan communities. By using a qualitative research design, the study combines semi-structured interviews with textual analysis of high-engagement social media posts. Three research questions guide the inquiry: (1) How do fan opinion leaders build and maintain leadership roles within Chinese fandom of Thai BL series? (2) What strategic communication practices do opinion leaders use to …


การประกอบสร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัล (Carnivalesque) ในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก, ณภัทร ศิริอาชาวัฒนา Jan 2024

การประกอบสร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัล (Carnivalesque) ในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก, ณภัทร ศิริอาชาวัฒนา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประกอบสร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัลในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก กลยุทธ์ในสร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัลในภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตก และภาพยนตร์หอแต๋วแตกช่วยผลักดันการต่อสู้ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือไม่อย่างไร โดยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ด้วยการวิเคราะห์ตัวบท (Textual Analysis) จากกลุ่มตัวอย่างภาพยนตร์หอแต๋วแตกจำนวน 4 ภาค ได้แก่ ภาคที่ 1 หอแต๋วแตก (พ.ศ. 2550) ภาคที่ 3 หอแต๋วแตก แหวกชิมิ (พ.ศ. 2554) ภาคที่ 6 หอแต๋วแตก แหกต่อไม่รอแล้วนะ (พ.ศ. 2561) และภาคที่ 9 หอแต๋วแตก แหกสัปะหยด (พ.ศ. 2567) โดยคัดเลือกด้วยเกณฑ์ด้านพื้นที่ของหอที่ต่างกันในแต่ละภาค ผลการวิจัยพบว่าภาพยนตร์ชุดนี้ได้สร้างพื้นที่แบบคาร์นิวัล (Carnivalesque) ขึ้นตามแนวคิดของมิคาอิล บัคติน (Mikhail Bakhtin) ด้วยกลไกคาร์นิวัล 3 ประการ ได้แก่ การกลับหัวกลับหางสถานะ (Turning Upside Down), การแสดงความรื่นรมย์ผ่านร่างกาย (Bodily Pleasure) และการสร้างความขบขันเกินขอบเขต (Laughter by Excession) ในพื้นที่กึ่งสาธารณะอย่างหอพัก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตัวละครผู้มีความหลากหลายทางเพศมีอำนาจควบคุม พลิกสถานะจากผู้ถูกกดทับในชีวิตจริงสู่ผู้มีอำนาจในโลกของภาพยนตร์ ผ่านการแสดงออกอันเกินจริง การแต่งกายหลุดกรอบ และการใช้อารมณ์ขันท่ามกลางบรรยากาศสยองขวัญ ทั้งยังสลับบทบาทกับเพศชายหญิงที่มักเป็นชนชั้นนำในสังคมจริง เพื่อวิพากษ์และลดทอนอำนาจแบบดั้งเดิม ทั้งจากรัฐ สังคม ศาสนา และวาทกรรมชายเป็นใหญ่ โดยทุกภาคจบลงด้วยชัยชนะของตัวละครผู้มีความหลากหลายทางเพศ ตอกย้ำว่า “ธรรมะชนะอธรรม” ภาพยนตร์ชุดหอแต๋วแตกนี้จึงไม่เพียงเป็นเครื่องมือในการต่อต้านในการต่อสู้ทางจินตนาการของผู้มีความหลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว (temporary liberation) เพื่อปลอดปล่อยความเจ็บปวดและหล่อเลี้ยงความหวังของผู้มีความหลากหลายทางเพศอีกด้วย


อิทธิพลของทัศนคติ กลุ่มอ้างอิง และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทย, นันท์หทัย บัวเลิศ Jan 2024

อิทธิพลของทัศนคติ กลุ่มอ้างอิง และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทย, นันท์หทัย บัวเลิศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ทัศนคติต่อตราสินค้า อิทธิพลของกลุ่มอ้างอิง (ได้แก่ อิทธิพลด้านข้อมูล อิทธิพลเชิงเปรียบเทียบ และอิทธิพลแบบให้ปฏิบัติตาม) การสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยของผู้บริโภค ในเรื่องของความตั้งใจซื้อซ้ำและความภักดีต่อตราสินค้า และ 2) อิทธิพลของทัศนคติ กลุ่มอ้างอิง และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จากกลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 18-44 ปี ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และต้องเคยซื้อและใช้ยาดมตราหงส์ไทยมาอย่างน้อย 1 เดือน จำนวนทั้งสิ้น 264 คน แบ่งเป็น 1) อายุ 18-28 ปี (Generation Z) จำนวน 132 คน และ 2) อายุ 29-44 ปี (Generation Y) จำนวน 132 คน ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุดคือ ทัศนคติต่อตราสินค้า นอกจากนั้น ทัศนคติต่อตราสินค้าและอิทธิพลเชิงเปรียบเทียบ มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยในเรื่องของความตั้งใจซื้อซ้ำและความภักดีต่อตราสินค้า ในขณะที่อิทธิพลแบบให้ปฏิบัติตาม มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อยาดมตราหงส์ไทยในเรื่องของความตั้งใจซื้อซ้ำเท่านั้น และสุดท้าย อิทธิพลด้านข้อมูลและอิทธิพลเชิงเปรียบเทียบของกลุ่มอายุ Generation Z และ Generation Y แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ


อิทธิพลพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อสินค้าของไทย ในกลุ่มผู้บริโภค, ฟ้าใส วิศรุตวณิช Jan 2024

อิทธิพลพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อสินค้าของไทย ในกลุ่มผู้บริโภค, ฟ้าใส วิศรุตวณิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของคุณลักษณะของพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่มีต่อความไว้วางใจในสินค้าไทย และศึกษาอิทธิพลของความไว้วางใจในสินค้าไทยที่ใช้พรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่มีต่อความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการสำรวจความคิดเห็น (Survey Research) เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมการซื้อและความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคไทย กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริโภคอายุระหว่าง 18-35 ปี ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) จำนวน 272 คน ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า (1) คุณลักษณะของพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ชาหมัก (r = .852, p < 0.01) (2) ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ชาหมักมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์ชาหมัก (r = .874, p < 0.01) (3) คุณลักษณะของพรีเซนเตอร์ชาวเกาหลีใต้มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า (r = .907, p < 0.01) (4) ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้ามีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า (r = .903, p < 0.01) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งรับสมมติฐานทุกข้อ ความไว้วางใจสามารถไกล่เกลี่ยอิทธิพลของพรีเซนเตอร์ได้ 87.7% ในผลิตภัณฑ์ชาหมัก และ 94.0% ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า


การรับรู้ ทัศนคติ และการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี, ณัฐฌา ชำนิยันต์ Jan 2024

การรับรู้ ทัศนคติ และการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี, ณัฐฌา ชำนิยันต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้ ทัศนคติ และการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี โดยศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง การรับรู้ ทัศนคติ และการตอบสนองของผู้บริโภคต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี ด้วยการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณผ่านแบบสอบถามออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 ชุด ด้วยวิธีวิจัยเชิงสำรวจ ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้การสื่อสารการตลาดผ่านดนตรีโดยรวมอยู่ในระดับมากโดยเฉพาะประเด็นที่สามารถจดจำการใช้ดนตรีเพื่อเชื่อมโยงศิลปินกับกลุ่มเป้าหมายของตราสินค้าได้ (M= 3.93), มีทัศนคติเชิงบวกต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรี โดยเฉพาะกลยุทธ์ที่ใช้ศิลปินเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ (M = 4.29) และมีระดับการตอบสนองต่อการสื่อสารการตลาดผ่านดนตรีในระดับมาก โดยเฉพาะในด้านความตั้งใจ (M = 4.05) ทั้งนี้ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า 1. การรับรู้มีความสัมพันธ์กับทัศนคติในระดับปานกลาง โดยเฉพาะกลยุทธ์การร่วมมือระหว่างศิลปินและตราสินค้าในการสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก (r = 0.47) และ 2. ทัศนคติมีความสัมพันธ์กับการตอบสนองในระดับปานกลาง โดยเฉพาะในด้านความตั้งใจ (r = 0.52) สะท้อนให้เห็นว่า การสื่อสารการตลาดผ่านดนตรีมีบทบาทในการกระตุ้นอารมณ์ สร้างประสบการณ์ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในทุกมิติ


The Influence Of Virtual Anchor Live Streaming On Chinese Consumer Responses, Pik Shan Chan Jan 2024

The Influence Of Virtual Anchor Live Streaming On Chinese Consumer Responses, Pik Shan Chan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In the context of China's e-commerce live-streaming industry, this study explores the influence of consumer ethnocentrism (CET) and cosmopolitanism (COS) on perceptions of virtual anchors, using the Technology Acceptance Model (TAM) to examine the effects on perceived usefulness (PU), perceived ease of use (PEOU), and perceived enjoyment (PE), which ultimately shape consumer behavioral responses (CBR). A quantitative survey was conducted with 204 participants who had prior experience watching live streams on Chinese e-commerce platforms. Using structural equation modeling (SEM), the study found that CET positively impacts PU (β=0.766), PEOU (β=0.899), and PE (β=0.511), while COS positively influences PU (β=0.593), PEOU …


Perception, Prefered Channels And Content Of Youth In Bhutan Towards Waste Separation And Management, Thinley Lhendup Jan 2024

Perception, Prefered Channels And Content Of Youth In Bhutan Towards Waste Separation And Management, Thinley Lhendup

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores Bhutanese youth's perceptions, communication preferences, and engagement with waste separation and management, focusing on students at Yangchenphu Higher Secondary School (YHSS) in Thimphu. Using a mixed-methods approach, it combines surveys of 185 students with interviews from teachers and administrators to examine knowledge, attitudes, behaviors, and systemic challenges. Findings reveal high awareness and positive attitudes among students, with social media and video content preferred for communication. However, barriers such as time constraints, inadequate infrastructure, and reliance on extrinsic motivators limit effectiveness. Key themes include Shared Responsibility, Challenges in Sustaining Engagement, System Effectiveness, Civic Education, and Policy Support. The …


The Comparison Of Pomelo Brand’S Image Between Generation Y And Generation Z Consumers In Thailand, Kiranapat Buranapatpakorn Jan 2024

The Comparison Of Pomelo Brand’S Image Between Generation Y And Generation Z Consumers In Thailand, Kiranapat Buranapatpakorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this research was to explore the brand image of Pomelo among Generation Y and Generation Z consumers in Thailand and to study the generational differences and similarities in the brand image of Pomelo. The study is based on Keller’s (1993) Brand Image, which is a perception of a brand as reflected by the brand associations, including 3 dimensions, which are attributes composed of product-related attributes, and non-product-related attributes, benefits composed of experiential benefits, symbolic benefits, and functional benefits, and attitudes consisted of cognitive, affective, and conative. The research instrument of this study is an in-depth interview. The …


Organizational Gossip, Interpersonal Trust, And Communication Climates In Business Enterprises, Punrawee Nidhiutai Jan 2024

Organizational Gossip, Interpersonal Trust, And Communication Climates In Business Enterprises, Punrawee Nidhiutai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objectives of this study were: 1) to explore the levels and bases of interpersonal trust among employees in the organizational gossip process, and 2) to explore the role of organizational gossip in fostering certain communication climates (i.e., defensive and supportive climates). Adopting an inductive, qualitative approach, 12 semi-structured in-depth interviews were conducted with four participants from small enterprises, four participants from medium-sized enterprises, and four participants from large enterprises in the creative industries in Thailand. Findings revealed that a high level of interpersonal trust among colleagues concerning work-related matters does not necessarily equate to the same level of trust …


อิทธิพลของความเกี่ยวพันบุคคลที่มีชื่อเสียงและคุณค่าตราสินค้าต่อความตั้งใจในการเยี่ยมชมตราสินค้าจุดหมายปลายทางค่ายเพลงเกาหลี, มทินา ลิ่มวานิชรัตน์ Jan 2024

อิทธิพลของความเกี่ยวพันบุคคลที่มีชื่อเสียงและคุณค่าตราสินค้าต่อความตั้งใจในการเยี่ยมชมตราสินค้าจุดหมายปลายทางค่ายเพลงเกาหลี, มทินา ลิ่มวานิชรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของอิทธิพลของความเกี่ยวพันบุคคลที่มีชื่อเสียงและคุณค่าตราสินค้าต่อความตั้งใจในการเยี่ยมชม ตราสินค้าจุดหมายปลายทางค่ายเพลงเกาหลี โดยตั้งสมมติฐานว่าความเกี่ยวพันบุคคลมีชื่อเสียงและคุณค่าตราสินค้ามีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจในการเยี่ยมชม และความเกี่ยวพันบุคคลมีชื่อเสียงส่งผลต่อคุณค่าตราสินค้าจุดหมายปลายทาง งานวิจัยนี้มุ่งเติมเต็มช่องว่างองค์ความรู้เกี่ยวกับบทบาทของค่ายเพลงในการสร้างแบรนด์จุดหมายปลายทาง และสามารถประยุกต์ใช้กับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในไทย การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากแฟนคลับชาวไทยจำนวน 400 คน ที่ชื่นชอบศิลปินจาก SM หรือ YG และรู้จักสถานที่ KWANGYA@SEOUL หรือ The SameE โดยใช้แบบสอบถามปลายปิดผ่านออนไลน์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการถดถอยพหุคูณที่ระดับนัยสำคัญ .05 ผลการวิจัยพบว่า ความเกี่ยวพันกับศิลปินและคุณค่าตราสินค้าจุดหมายปลายทางมีอิทธิพลต่อความตั้งใจในการเยี่ยมชม โดยความผูกพันทางอารมณ์ของแฟนคลับเป็นแรงผลักดันสำคัญ งานวิจัยเสนอให้ส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวเชิงแฟนคลับ และออกแบบแบรนด์จุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงผู้บริโภคกับศิลปินในระดับจิตใจ


กระบวนการสื่อสารในการรวมกลุ่มของวัยรุ่น Gen Z ต่อสื่อการ์ตูนญี่ปุ่นในประเทศไทย, ชญานนท์ ครองบุญชู Jan 2024

กระบวนการสื่อสารในการรวมกลุ่มของวัยรุ่น Gen Z ต่อสื่อการ์ตูนญี่ปุ่นในประเทศไทย, ชญานนท์ ครองบุญชู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และศึกษารูปแบบกลยุทธ์ กระบวนการ และการสื่อสารที่ก่อให้เกิดอิทธิพลในการรวมกลุ่มของวัยรุ่น Gen Z ในบริบทของสื่อการ์ตูนญี่ปุ่นที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคและการตอบสนองต่อกลยุทธ์การสื่อสารของบริษัทนำเข้าสื่อการ์ตูนญี่ปุ่น การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 30 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งต่อการสร้างอิทธิพลในการรวมกลุ่มของสื่อการ์ตูนญี่ปุ่นในประเทศไทย จำนวน 9 คน และผู้รับชมสื่อการ์ตูนญี่ปุ่นที่เกิดในปี พ.ศ. 2540-2549 จำนวน 21 คน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพดำเนินการด้วยเทคนิคการวิเคราะห์แก่นสารผลการวิจัยพบว่า กระบวนการการรวมกลุ่มประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ขั้นตอนการค้นพบ ขั้นตอนการเรียนรู้ ขั้นตอนการมีส่วนร่วม และขั้นตอนการสร้างอัตลักษณ์ วงการการ์ตูนญี่ปุ่นในไทยมีการรวมกลุ่มแบบผสมผสานระหว่างสื่อออนไลน์และออฟไลน์ กลยุทธ์การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพต้องเน้นหลักการ 3T ได้แก่ ความจริงใจในการสื่อสารที่ซื่อสัตย์และไม่มีการปิดบัง ความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลและกระบวนการที่จำเป็น และความรวดเร็วในการตอบสนองและอัปเดตข้อมูลอย่างทันท่วงที ผลการวิจัยยังพบว่าผู้บริโภค Gen Z ที่มีประสบการณ์แตกต่างกันมีพฤติกรรมและความต้องการในการรวมกลุ่มแตกต่างกัน การรวมกลุ่มมักเกิดขึ้นในพื้นที่ออนไลน์แล้วจึงนำไปสู่การรวมกลุ่มแบบออฟไลน์ ผ่านแฟนการ์ตูนญี่ปุ่นในโลกออนไลน์ที่มีบทบาทในฐานะผู้ร่วมผลิตที่ขับเคลื่อนวัฒนธรรม


The Influence Of Consumer Perception Of Csr On True Corporation Brand Image And Loyalty, Takumi Kato Jan 2024

The Influence Of Consumer Perception Of Csr On True Corporation Brand Image And Loyalty, Takumi Kato

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines the impact of consumer perceptions of corporate social responsibility (CSR) on brand image and brand loyalty, focusing on True Corporation in Thailand. Data were collected from 204 respondents aged 18 to 54 through an online questionnaire. The findings reveal that True Corporation has established a comprehensive CSR image encompassing customer-oriented, economic-oriented, and community-oriented dimensions. Additionally, consumer perceptions of CSR significantly influence both brand image and brand loyalty.


การพัฒนาเครื่องมือวัดประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือน, จินต์สิรี ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา Jan 2024

การพัฒนาเครื่องมือวัดประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือน, จินต์สิรี ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้ จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาเครื่องมือวัดประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือน (Customer experience in virtual event marketing communication หรือ CEVEM) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างกรอบแนวคิด (Conceptualization) ประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือน 2) พัฒนาเครื่องมือวัด (Measurement) ประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือน ที่มีความเที่ยง (Reliability) และความตรง (Validity) และ 3) ทดสอบความไม่แปรเปลี่ยน (Invariance) ของเครื่องมือวัดประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือนที่พัฒนาขึ้น ตามประเภทของผลิตภัณฑ์ที่สื่อสาร โดยงานวิจัยได้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม (Mixed methods) เริ่มต้นจากการวิเคราะห์เอกสาร (Documentary analysis) และสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interviews) กับนักวิชาการ 6 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม 6 ท่าน จากนั้นจึงได้เก็บข้อมูลเชิงปริมาณด้วยการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey research) กับกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับชมการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือนจำนวน 453 คน ผลการวิจัยจากการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (Exploratory factor analysis) พบว่า มาตรวัดประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือนประกอบไปด้วย 6 มิติ อันได้แก่ 1) ประสบการณ์ความใหม่ 2) ประสบการณ์ความสัมพันธ์ 3) ประสบการณ์ความลื่นไหล 4) ประสบการณ์ปัญญา 5) ประสบการณ์อารมณ์ และ 6) ประสบการณ์กายภาพ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาคอยู่ที่ .97 จึงถือได้ว่า มาตรวัดนี้มีความเที่ยง และจากการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory factor analysis) พบว่า โมเดลที่พัฒนาขึ้นมีความตรงเชิงโครงสร้าง นอกจากนั้น ผลการทดสอบความไม่แปรเปลี่ยนยังแสดงให้เห็นว่า มาตรวัดที่สร้างขึ้นนั้น ไม่มีความแปรเปลี่ยนตามประเภทผลิตภัณฑ์ โดยสามารถใช้ได้ในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือนทั้งประเภทผลิตภัณฑ์และการบริการ (Generalizability) และสุดท้าย การทดสอบอิทธิพลชี้ให้เห็นว่า ประสบการณ์ผู้บริโภคในการสื่อสารการตลาดด้วยอีเวนต์เสมือนนั้น ส่งอิทธิพลเชิงบวกต่อทั้งทัศนคติต่อตราสินค้า (Brand attitude) และความพึงพอใจต่องานอีเวนต์ (Event satisfaction) ตามลำดับ


การรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของโทรทัศน์ดิจิทัลไทยที่เป็นที่นิยมในช่วงปีพ.ศ.2560-2564, ณัฏฐา รังกระโทก Jan 2024

การรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของโทรทัศน์ดิจิทัลไทยที่เป็นที่นิยมในช่วงปีพ.ศ.2560-2564, ณัฏฐา รังกระโทก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของโทรทัศน์ดิจิทัลไทย และปัจจัยที่มีผลต่อการรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของโทรทัศน์ดิจิทัลไทย โดยใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสานด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาจากรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล 3ช่องที่มีเรตติ้งสูงที่สุด 10 อันดับแรกในช่วงปี 2560-2564 จำนวน 95 คลิป และการสัมภาษณ์เชิงลึกนักวิชาชีพสื่อและผู้เชี่ยวชาญ 9 คนเกี่ยวกับแนวทางการรายงานข่าว ปัญหาการรายงานข่าว และปัจจัยที่มีผลต่อการรายงานข่าวการฆ่าตัวตายของโทรทัศน์ดิจิทัลไทย รวมถึงข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการรายงานข่าวการฆ่าตัวตายที่เหมาะสม ผลการวิจัยพบว่าการรายงานข่าวส่วนใหญ่เป็นกรณีการฆ่าตัวตายที่สำเร็จและมักระบุว่าปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการฆ่าตัวตายเป็นปัจจัยด้านสุขภาพจิต โดยเกือบทุกข่าวยังนำเสนอรายละเอียดของการฆ่าตัวตาย ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียชีวิตและผู้ใกล้ชิด และใช้ภาษาที่เร้าอารมณ์ ซึ่งเป็นการรายงานข่าวที่ไม่สอดคล้องกับจริยธรรมวิชาชีพและแนวปฏิบัติในการป้องกันการฆ่าตัวตาย ปัจจัยที่ส่งผลให้การรายงานข่าวมีปัญหา ได้แก่ 1) ความนิยมของผู้รับสารไทยต่อข่าวอาชญากรรม 2) การแข่งขันของสื่อเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้รับสาร 3) สื่อมวลชนยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันการฆ่าตัวตาย ในส่วนข้อเสนอแนะเพื่อให้การรายงานข่าวการฆ่าตัวตายเป็นไปอย่างเหมาะสม คือ การนำเสนอเฉพาะกรณีที่เป็นประโยชน์สาธารณะ การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตและปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อพฤติกรรมการฆ่าตัวตายให้กับสังคม และการระบุช่องทางป้องกันการฆ่าตัวตายเพื่อให้กลุ่มเสี่ยงได้เข้าถึงความช่วยเหลือ โดยควรจัดการอบรมสื่อมวลชนเกี่ยวกับการรายงานข่าวการฆ่าตัวตาย อีกทั้งยังมีข้อเสนอแนะให้สถานีโทรทัศน์ องค์กรวิชาชีพ และองค์กรกำกับดูแลกระตุ้นให้การกำกับดูแลตนเองของสื่อมวลชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสังคมต้องตระหนักเรื่องการป้องกันการฆ่าตัวตาย เพื่อกำกับดูแลให้สื่อมวลชนรายงานข่าวการฆ่าตัวตายอย่างเหมาะสม


ปัจจัยด้านพฤติกรรมของนักแสดงซีรีส์วายกับการยุติการเป็นแฟน, ชรินรัตน์ องค์เพลาเพลิด Jan 2024

ปัจจัยด้านพฤติกรรมของนักแสดงซีรีส์วายกับการยุติการเป็นแฟน, ชรินรัตน์ องค์เพลาเพลิด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับผลกระทบของพฤติกรรมนักแสดงซีรีส์วายต่อการตัดสินใจยุติการเป็นแฟน และ (2) วิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้แฟนของนักแสดงซีรีส์วายที่มีประเด็นข่าวเชิงลบตัดสินใจยังคงการเป็นแฟนหรือยุติการเป็นแฟน ผ่านการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพ จากการสํารวจกลุ่มตัวอย่างแฟนคลับนักแสดงซีรีส์วายไทย ทั้งหมด 401 คน และ การสัมภาษณ์เชิงลึกจากแฟนคลับนักแสดงซีรีส์วายไทย ทั้งหมด 14 คน แบ่งเป็น แฟนที่ยังติดตามนักแสดงซีรีส์วายอยู่ จำนวน 6 คน และแฟนที่เลิกติดตามนักแสดงซีรีส์วายด้วยปัจจัยพฤติกรรมจำนวน 8 คน ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยหลักด้านพฤติกรรมของนักแสดงซีรีส์วายที่ทำให้แฟนคลับตัดสินใจยุติการเป็นแฟนสูงที่สุด คือ พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศกับผู้เยาว์ พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการข่มขืน พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอนาจาร ซึ่งหากนักแสดงซีรีส์วายมีพฤติกรรมในกลุ่มนี้ แฟนมีแนวโน้มที่จะยุติการเป็นแฟนในทันที ในขณะที่พฤติกรรมอื่น ๆ อาจจะมีการให้อภัย และยังเป็นแฟนต่อไป โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในคือ เพศ อายุ การศึกษา มุมมองที่มีต่อนักแสดง รูปแบบการเป็นแฟน และปัจจัยภายนอกคือ พฤติกรรมในอดีต การตอบสนองของค่าย/ศิลปิน พฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และคนรอบข้าง/กระแสสังคม ดังนั้นเพื่อป้องกันการยุติการเป็นแฟน นักแสดงซีรีส์วายควรจะสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับแฟน รักษาภาพลักษณ์ที่ดี สื่อสารกับแฟนคลับอย่างสม่ำเสมอ เข้าใจความต้องการของแฟน และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ส่วนค่ายของนักแสดงควรที่จะให้ความสำคัญกับการคัดเลือกนักแสดงที่มีความสามารถและพฤติกรรมที่ดี วางแผนการตลาดให้เหมาะสมกับภาพลักษณ์ และใส่ใจในเรื่องการจัดการวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ


เนื้อหาและอัตลักษณ์ของวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก, พงศธรณ์ จันทร์แสงกุล Jan 2024

เนื้อหาและอัตลักษณ์ของวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก, พงศธรณ์ จันทร์แสงกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อวิเคราะห์เนื้อหาของวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก และ 2) เพื่อศึกษาอัตลักษณ์ของวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก โดยศึกษาวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก นักสร้างสรรค์วิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก 6 ช่อง คือ ช่องฮาโรย ช่องสุนา Channel ช่องฐาว่า ช่องแหวดนภา ช่องแหลงเล่า และช่อง Thomas Tom จํานวนทั้งหมด 80 คลิป ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.2566 จนถึงเดือนมีนาคม พ.ศ.2567 ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกนักสร้างรรค์วิดีโอสั้น จำนวน 6 ท่าน เพื่อศึกษาถึงแรงบันดาลใจและที่มาในการผลิตเนื้อหาวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก ผลการศึกษาพบว่า เนื้อหาในวิดีโอสั้นที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อกนั้น มีทั้งหมด 5 ประเภท โดยเนื้อหาวิดีโอสั้นในชีวิตประจำวัน พบมากที่สุด จำนวน 43 คลิป คิดเป็นร้อยละ 53.75 รองลงมาคือ เนื้อหาวิดีโอสั้นที่มีการรีวิวสินค้าและเนื้อหาวิดีโอสั้นที่เกี่ยวกับครอบครัว มีจำนวนรูปแบบละ 10 คลิป คิดเป็นร้อยละ 12.5 รวมเป็นร้อยละ 25 ของทั้งสองประเภท ถัดมาเป็นเนื้อหาวิดีโอสั้นที่มีการดัดแปลงภาษาอื่นให้เป็นภาษาไทยถิ่นใต้ มีจำนวน 9 คลิป คิดเป็นร้อยละ 11.25 และสุดท้ายเป็นเนื้อหาวิดีโอสั้นประเพณีพิธีกรรมภาคใต้ มีจำนวน 8 คลิป คิดเป็นร้อยละ 10 ส่วนผลการศึกษาอัตลักษณ์ของวิดีโอสั้น ที่ใช้ภาษาไทยถิ่นใต้บนแอปพลิเคชันติ๊กต็อกนั้น มีทั้งหมด 5 ประเภท พบว่า มีรูปแบบอัตลักษณ์ด้านภาษาถิ่นมากที่สุด โดยภาษาไทยถิ่นใต้ในแต่ละพื้นที่ มีรูปแบบสำเนียงและคำพูดที่แตกต่างกันตามบริบทของแต่ละพื้นที่ รองลงมาเป็นรูปแบบอัตลักษณ์ด้านอาหาร โดยอาหารพื้นถิ่นในแต่ละพื้นที่ ได้รับอิทธิพลจากจีนและอินเดีย ทำให้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมการกิน ถัดมาเป็นรูปแบบอัตลักษณ์ด้านอุปนิสัยชาวใต้ ชาวใต้จะเป็นกลุ่มคนที่รักพวกพ้อง ถึงแม้ว่าไม่ได้เป็นเครือญาติกัน ก็ถือว่านับเป็นพวกพ้องเดียวกัน หรือในกรณีที่ถูกดูถูกเหยียดหยาม จะไม่ยอมจำนนต่อคำพูดหรือการกระทำดังกล่าว ถัดมาเป็นรูปแบบอัตลักษณ์ด้านประเพณี ชาวใต้ให้ความสำคัญกับประเพณีสารทเดือนสิบและประเพณีถือศีลกินผัก โดยทั้งสองประเพณีนั้นถือเป็นประเพณีที่สำคัญของทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยเชื้อสายจีน และสุดท้ายรูปแบบอัตลักษณ์ด้านอาชีพ พบว่า อาชีพหลักของชาวใต้ คือ เกษตรกร ปรากฏพืชเศรษฐกิจของภาคใต้ คือ …


บทบาทของผู้พิการในฐานะนักแสดงละครซีรีส์และภาพยนตร์ไทย, ภาลฎา ฐิตะวชิระ Jan 2024

บทบาทของผู้พิการในฐานะนักแสดงละครซีรีส์และภาพยนตร์ไทย, ภาลฎา ฐิตะวชิระ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาและความท้าทายของผู้พิการในฐานะนักแสดงละครซีรีส์และภาพยนตร์ไทย และ 2) สร้างข้อเสนอแนะต่ออุตสาหกรรมสื่อที่ช่วยส่งเสริมนักแสดงผู้พิการ โดยมุ่งเน้นไปที่การสะท้อนปัญหาใน 8 ด้าน ได้แก่ ทัศนคติและการรับรู้ ความท้าทายด้านกายภาพ โอกาสที่จำกัด แนวโน้มการจ้างงาน ประเภทความพิการ ค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวก กฎหมายและประกันภัย และ ทักษะและการฝึกอบรม การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยวิเคราะห์ตัวบทจากผลงาน 4 เรื่อง ได้แก่ ผู้ชายชื่อต้น ผู้หญิงชื่อนุช (2535) เอ๋อเหรอ (2548) สงครามนางงาม 2 (2558) และ Sweet Sensory (2566) พร้อมทั้งสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 14 คน ครอบคลุมนักแสดงผู้พิการ ผู้มีส่วนร่วมในการผลิต และ ตัวแทนจากสมาคมวิชาชีพ และ ผู้พิการ ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาที่สำคัญได้แก่ ทัศนคติที่ยังมองผู้พิการว่าเป็นภาระ บทบาทที่จำกัดให้สะท้อนความสงสารหรือความสามารถพิเศษเกินจริง การขาดสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานที่ถ่ายทำ และ การขาดโอกาสพัฒนาทักษะของนักแสดงผู้พิการทำให้ทักษะไม่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุน เช่น ล่ามภาษามือและอุปกรณ์ช่วยเหลือ มักถูกมองว่าเป็นภาระเพิ่มต้นทุนของโปรดักชัน ขณะที่กฎหมายและระบบประกันภัยยังไม่รองรับความต้องการเฉพาะของผู้พิการ ข้อเสนอแนะสำคัญคือการปรับปรุงทัศนคติของทีมงานและสังคมผ่านการอบรมและสร้างบทบาทที่สะท้อนชีวิตจริงของผู้พิการ การปรับปรุงสถานที่ถ่ายทำให้รองรับผู้พิการทุกประเภท การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมที่ครอบคลุมความต้องการเฉพาะทาง การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวกผ่านกองทุน และการพัฒนากฎหมายและนโยบายที่ส่งเสริมความเท่าเทียมในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ข้อค้นพบเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างและวัฒนธรรม เพื่อให้ผู้พิการได้รับการยอมรับและสนับสนุนในฐานะบุคคลที่มีศักยภาพและสิทธิเสมอภาคในวงการบันเทิงไทย


Chinese Consumers’ Perception Of Thailand As A Tourism Destination Via Xiaohongshu Platform, Zihuan Xu Jan 2024

Chinese Consumers’ Perception Of Thailand As A Tourism Destination Via Xiaohongshu Platform, Zihuan Xu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines how prior travel experience, demographic factors, and user-generated content (UGC) on Xiaohongshu collectively influence Chinese consumers’ perceptions of Thailand as a tourist destination, with a focus on shopping. Consumer perception is analyzed across four dimensions: cognition, emotion, language, and behavior. The findings reveal that prior travel experience has the most significant impact, with those who have visited Thailand showing more positive perceptions across all dimensions compared to those who have not. Demographic factors, such as age and occupation, also play a role, particularly in influencing language. Exposure to Xiaohongshu UGC primarily affects the behavioral dimension, enhancing purchase …


ภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย, รวินท์นิภา ทองสาริ Jan 2024

ภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย, รวินท์นิภา ทองสาริ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย 3) เพื่อสร้างข้อเสนอแนะในการส่งเสริมภาพสะท้อนเชิงบวกของประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย โดยใช้วิธีศึกษาการวิเคราะห์ภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย โดยการศึกษาจากซีรีส์ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์เกาหลีใต้ในช่วงปี พ.ศ. 2547-2566 ระยะเวลา 19 ปี เป็นเรื่องที่ออกอากาศทางช่องโทรทัศน์ของสถานีเกาหลีใต้ 5 สถานี ได้แก่ KBS, SBS, MBC, JTBC และ TVN โดยศึกษาจากซีรีส์ที่มีฉากในประเทศไทยและเดินทางเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยจำนวน 11 เรื่อง ร่วมกับการการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเข้ามาถ่ายทำซีรีส์เกาหลีในประเทศไทยและนักวิชาการเกาหลีศึกษา จากการศึกษาการวิเคราะห์ภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ภาพสะท้อนประเทศไทยเชิงบวก แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการท่องเที่ยว ด้านอาหาร ด้านวัฒนธรรม ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ภาพสะท้อนประเทศไทยเชิงลบ แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านคมนาคม ด้านสังคม ด้านความปลอดภัย ภาพสะท้อนประเทศไทยเชิงผสม แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ด้านภูมิอากาศ ด้านศาสนา ปัจจัยที่มีผลต่อภาพสะท้อนประเทศไทยในซีรีส์เกาหลีที่ถ่ายทำในไทย ได้แก่ ความสัมพันธ์ไทย-เกาหลีใต้ที่ดี การสนับสนุนจากรัฐบาลไทย ความเหมาะสมของบทและเนื้อเรื่อง นโยบายและเป้าหมายของเกาหลีใต้ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยที่มีทีมงานเชี่ยวชาญ และสถานที่ถ่ายทำที่หลากหลาย ข้อเสนอแนะเชิงบวกในการส่งเสริมภาพสะท้อนประเทศไทย ได้แก่ ส่งเสริมความร่วมมือทางวัฒนธรรม นำเสนอภาพสะท้อนที่ตรงกับความเป็นจริง เน้นเอกลักษณ์และความหลากหลายทางวัฒนธรรม สนับสนุนนโยบายและสิทธิประโยชน์ทางการเงิน โปรโมตจุดเด่นของไทยตลอดปี ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยผ่านสื่อ ประสานงานกับชุมชนในพื้นที่ถ่ายทำ โปรโมตในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ และใช้กลยุทธ์ Product Placement