Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Journalism Studies (41432)
- Mass Communication (35117)
- Arts and Humanities (24087)
- Education (16002)
- History (14404)
-
- Sociology (9935)
- United States History (8857)
- Social History (8737)
- Educational Administration and Supervision (7699)
- Organizational Communication (6958)
- Public Relations and Advertising (6855)
- Higher Education Administration (6794)
- Publishing (6621)
- Communication Technology and New Media (6382)
- Social Influence and Political Communication (6246)
- Sports Studies (5647)
- Higher Education (5412)
- Life Sciences (5364)
- Business (5299)
- Critical and Cultural Studies (4740)
- Race, Ethnicity and Post-Colonial Studies (3851)
- American Studies (3669)
- American Popular Culture (3348)
- Agriculture (3270)
- African American Studies (3235)
- Speech and Rhetorical Studies (3173)
- Social Media (3134)
- Gender, Race, Sexuality, and Ethnicity in Communication (3112)
- Institution
-
- San Jose State University (12757)
- Western Kentucky University (7288)
- University of Central Florida (4994)
- Wright State University (4585)
- Colby College (3024)
-
- Lindenwood University (2938)
- Morehead State University (2713)
- University of Memphis (2140)
- Providence College (2072)
- Winthrop University (2025)
- St. Mary's University (1499)
- Columbia College Chicago (1481)
- Hollins University (1401)
- Parkland College (1373)
- University of Nebraska - Lincoln (1183)
- University of Texas at Arlington (1128)
- Minnesota State University, Mankato (1047)
- University of Massachusetts Boston (904)
- Purdue University (854)
- Singapore Management University (813)
- CentraCare Health (780)
- Marquette University (748)
- University of Dayton (737)
- Georgia College (735)
- Old Dominion University (724)
- Eastern Illinois University (655)
- Seton Hall University (650)
- Portland State University (641)
- California Polytechnic State University, San Luis Obispo (621)
- University of Texas at El Paso (616)
- Keyword
-
- Spartan Daily (12401)
- Newspaper (12317)
- Western Kentucky University (6672)
- Student newspaper (4562)
- Student newspapers (3601)
-
- Communication (3427)
- Wright State University (3325)
- American newspapers (3003)
- Agricultural newspapers (3000)
- Central Maine (3000)
- Maine history (3000)
- Popular literature (3000)
- Student life (2774)
- 19th century newspapers (2670)
- Newspapers (2444)
- Future (2302)
- Central Florida Future (2282)
- Athletics (2141)
- Syllabus, syllabi, journalism, communication, media, strategic media (2138)
- African Americans (1966)
- Blacks (1929)
- Alumni (1928)
- Athletics (WKU) (1657)
- Faculty (1649)
- Local History (1554)
- Chester County SC (1552)
- Digital Collections (1552)
- Events (1520)
- Staff (1394)
- Community college (1366)
- Publication Year
- Publication
-
- Spartan Daily (School of Journalism and Mass Communications) (11410)
- WKU Administration Documents (6441)
- The Guardian Student Newspaper (2691)
- Central Florida Future (2281)
- The Waterville Mail (Waterville, Maine) (2161)
-
- Journalism and Strategic Media Syllabi Archive (2139)
- The Cowl (2008)
- Rowan County News Archive (1488)
- The Rattler (Previous issues) (1404)
- Hollins Student Newspapers (1384)
- Jessie Maye Smith Birds and Watchers Columns Collection (1036)
- Theses and Dissertations (1008)
- Columbia Chronicle (932)
- The Eastern Mail (Waterville, Maine) (839)
- On Sport and Society (805)
- Association for Communication Administration Bulletin (764)
- The Linden Bark (1924-1969) (759)
- Colonnade (724)
- Electronic Theses and Dissertations (652)
- Basic Communication Course Annual (641)
- Lindenwood Digest (590)
- CLCWeb: Comparative Literature and Culture (580)
- Masters Theses (574)
- Organization Management Journal (542)
- Kno.e.sis Publications (540)
- Communiqué (527)
- Journal of International and Global Studies (497)
- Morehead Independent Archive (497)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (468)
- College of Communication Faculty Research and Publications (446)
- Publication Type
Articles 6691 - 6720 of 89109
Full-Text Articles in Communication
ภาพยนตร์แอนิเมชันของกรีนพีซ ที่สร้างการรับรู้และจัดการประเด็นปัญหาการฟอกเขียว, ภาณุรัตน อำนวยพล
ภาพยนตร์แอนิเมชันของกรีนพีซ ที่สร้างการรับรู้และจัดการประเด็นปัญหาการฟอกเขียว, ภาณุรัตน อำนวยพล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาภาพยนตร์แอนิเมชันของกรีนพีซในการสร้างการรับรู้และจัดการประเด็นปัญหาการฟอกเขียว 2) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะที่มีต่อการใช้ภาพยนตร์แอนิเมชันในการสร้างการรับรู้และจัดการประเด็นปัญหาการฟอกเขียว งานวิจัยนี้ใช้วิธีทั้งการวิเคราะห์ตัวบทในภาพยนตร์แอนิเมชัน ทั้งหมด 12 คลิปวิดีโอ และการสัมภาษณ์เชิงลึก ซึ่งสัมภาษณ์กับบุคลากรในมูลนิธิด้านสิ่งแวดล้อม นักวิชาการ และนักข่าวด้านสิ่งแวดล้อม ผลการวิจัยพบว่า ภาพยนตร์แอนิเมชันนำเสนอ 2 รูปแบบหลัก คือ ภาพยนตร์สั้นและภาพกราฟิกเคลื่อนไหว โดยต่างนำเสนอเนื้อหา 2 ส่วนคือ 1) การเล่าปัญหาการฟอกเขียวของบริษัท ซึ่งผู้รับชมสามารถตระหนักรู้ถึงที่มา ลักษณะ และผลของปัญหาอันนำไปสู่การตั้งคำถามต่อการจัดการสิ่งแวดล้อม 2) เชิญชวนผู้รับชมให้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการฟอกเขียว ด้วยการลงนามหรือแชร์คลิปวิดีโอ ทั้งนี้ประเด็นการฟอกเขียวได้ถูกถ่ายทอดอย่างชัดเจนผ่านองค์ประกอบต่างๆ ในภาพยนตร์แอนิเมชันของกรีนพีซ โดยเทคนิคแอนิเมชันช่วยให้การถ่ายทอดดังกล่าวเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ภาพยนตร์แอนิเมชันของกรีนพีซยังมีแนวคิดสื่อเชิงเสนอแนะอีกด้วย
กระบวนการคัดสรร การออกแบบเรื่องเล่า และการนำเสนอของคิวเรเตอร์บนเวที Tedxbangkok, นิติพนธ์ ศิริพรอมาตย์
กระบวนการคัดสรร การออกแบบเรื่องเล่า และการนำเสนอของคิวเรเตอร์บนเวที Tedxbangkok, นิติพนธ์ ศิริพรอมาตย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงคุณภาพนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการคัดสรร การออกแบบเรื่องเล่า และการออกแบบการนําเสนอของคิวเรเตอร์บนเวที TEDxBangkok โดยมีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผ่านการศึกษาวีดีโอ บทพูด เอกสาร และงานวิจัย เพื่อสร้างเครื่องมือในการสนทนากลุ่ม (Focus Group) เพื่อให้ได้ข้อมูลในมิติของการทำงานร่วมกันในแบบทีม จากนั้นสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) รายบุคคลกับคิวเรเตอร์ 3 ท่านเดิม เพื่อให้ทราบถึงกระบวนการของคิวเรเตอร์ในการทำงานแบบปัจเจก จากนั้นสัมภาษณ์ผู้พูดที่มีประสบการณ์ร่วมงานกับคิวเรเตอร์ดังกล่าวที่ได้รับเลือกให้พูดบนเวที TEDxBangkok และเป็นผู้พูดที่มียอดการเช้าชมสูงสุดจากเวปไซต์ YouTube จำนวน 10 ท่าน เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคำตอบ (Cross-check for Reliability) โดยกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดได้มาจากการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ผลการวิจัยสามารถสรุปได้ 3 ประเด็นดังนี้ ประเด็นที่ 1 กระบวนการคัดสรรของคิวเรเตอร์ มีกระบวนการ ดังนี้ 1) การกำหนดแนวคิดหลัก 2) การคัดเลือกผู้พูด และ 3) การคัดสรรเรื่องราว การคัดสรรรเรื่องราวมีขั้นตอน ดังนี้ 1) การสัมภาษณ์และการณ์สังเกตทำความเข้าใจและตั้งคำถามกับผู้พูด 2) การระบุปัญหาทางสังคมถึงประเด็นที่ผู้พูดต้องการนำเสนอและผู้พูดสนใจเป็นพิเศษ 3) การระดมสมองและประชุมหารือเพื่อคัดหรือรวบรวมไอเดียที่น่าสนใจจากตัวผู้พูด 4) การสร้างบทพูดสำหรับการฝึกซ้อมและการทดลองพูดเพื่อหาจุดที่ชอบและหาจุดที่ต้องปรับเปลี่ยน 5) การฝึกซ้อมและการทดลองพูดเพื่อประเมินและพัฒนาโครงเรื่อง และ 6) การหาข้อสรุปและออกแบบการนำเสนอบนเวที และทุกขั้นตอนสามารถย้อนกลับไปมาได้ ประเด็นที่ 2 กระบวนการออกแบบเรื่องเล่าของคิวเรเตอร์บนเวที TEDxBangkok มี 3 ลักษณะ ดังนี้ 1) การออกแบบเรื่องเล่าโดยคิวเรเตอร์ใช้ลักษณะเฉพาะตัวของ คิวเรเตอร์แต่ละคน 2) การออกแบบเรื่องเล่าโดยให้ผู้พูดออกแบบเอง และ 3) การออกแบบเรื่องเล่าโดยปรับจากบทพูดของผู้พูด โดยพบว่าแบบที่ 3 นิยมใช้มากที่สุดและโครงเรื่องจะซับซ้อนและมีโครงสร้างเรื่องมากกว่าหนึ่งโครงสร้าง และประเด็นที่ 3 กระบวนการออกแบบการนำเสนอคิวเรเตอร์ TEDxBangkok พบว่ามี 6 ส่วน ดังนี้ 1) การเปิดการพูด 2) การปิดการพูด 3) …
ปัจจัยพยากรณ์ความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคต่อสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่รีวิวโดยเพ็ทอินฟลูเอนเซอร์ในรูปแบบวิดีโอสั้น, ณัชชา จันทวิมล
ปัจจัยพยากรณ์ความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคต่อสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่รีวิวโดยเพ็ทอินฟลูเอนเซอร์ในรูปแบบวิดีโอสั้น, ณัชชา จันทวิมล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสม (Mixed Methods Research) โดยเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Research) แบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) โดยการเก็บข้อมูลจากวิดีโอสั้นการรีวิวสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของเพ็ทอินฟลูเอนเซอร์ระยะเวลา 3 เดือนย้อนหลัง ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2567 ถึง เดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 ประกอบด้วยช่องชิเอลแมวมึน, ไข่ขาวลูกแมร๊, Japan จอมโหด and friends และ Gluta story จำนวน 110 คลิป และ การวิจัยเชิงสำรวจ โดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล โดยศึกษากลุ่มผู้บริโภคที่เลี้ยงสุนัขหรือแมวอย่างน้อย 1 ตัว ทุกเพศ ช่วงอายุตั้งแต่ 18-34 ปี มีการติดตามและรับชมคลิปวิดีโอสั้นการรีวิวสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของเพ็ทอินฟลูเอนเซอร์ในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 400 ชุด ผลการวิจัยด้านการวิเคราะห์เนื้อหา พบว่า ปัจจัยด้านคุณลักษณะของเพ็ทอินฟลูเอนเซอร์ที่ปรากฏมากที่สุด คือ ด้านความสอดคล้องของเนื้อหา เป็นการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเท่านั้น ส่วนปัจจัยด้านเนื้อหาการรีวิวสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่ปรากฏมากที่สุด คือ ด้านการเล่าเรื่อง ด้านความรัก (Love objects) และ ปัจจัยด้านรูปแบบของวิดีโอสั้นที่ปรากฏมากที่สุด คือ มีการนำเสนอผ่านช่องทาง TikTok มากที่สุด โดยมีระยะเวลาเฉลี่ย 1 – 3 นาที มีการนำเสนอภาพผ่านมุมมองเจ้าของสัตว์เลี้ยง และ ใช้เสียงบรรยายภาพ นอกจากนี้ผลการวิจัยเชิงสำรวจ พบว่า มีเพียงปัจจัยด้านรูปแบบของวิดีโอสั้นที่สามารถพยากรณ์ความตั้งใจซื้อสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของผู้บริโภคได้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
อิทธิพลของแรงจูงใจในการแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมขององค์กรต่อพฤติกรรมสนับสนุนองค์กรในเจเนอเรชันซี, ณัฐวลัย ภาคภากร
อิทธิพลของแรงจูงใจในการแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมขององค์กรต่อพฤติกรรมสนับสนุนองค์กรในเจเนอเรชันซี, ณัฐวลัย ภาคภากร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของการรับรู้แรงจูงใจในการแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมขององค์กรต่อการรับรู้ความแท้จริงขององค์กรและพฤติกรรมสนับสนุนองค์กรในกลุ่มเจเนอเรชันซี ด้วยการวิจัยเชิงปริมาณ ในรูปแบบการวิจัยเชิงสำรวจและใช้แบบสอบถามออนไลน์เก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างเจเนอเรชันซี อายุ 18-29 ปี ในประเทศไทย จำนวน 415 คน ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้แรงจูงใจในการแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมขององค์กรมีอิทธิพลเชิงบวกต่อการรับรู้ความแท้จริงขององค์กร การรับรู้แรงจูงใจในการแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมขององค์กรมีอิทธิพลเชิงบวกต่อพฤติกรรมสนับสนุนองค์กร รวมทั้งการรับรู้ความแท้จริงขององค์กรมีอิทธิพลเชิงบวกต่อพฤติกรรมสนับสนุนองค์กร โดยรายละเอียดพบว่า การอนุมานแรงจูงใจว่าองค์กรแสดงจุดยืนสนับสนุนประเด็นทางสังคมมาจากการยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก มีอิทธิพลต่อความแท้จริงขององค์กรและมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสนับสนุนองค์กรมากที่สุด อนึ่ง งานวิจัยนี้ประยุกต์ใช้แนวคิดบรรษัทบริบาลเป็นหลัก เพื่อทำความเข้าใจปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยองค์ความรู้ทางด้านการประชาสัมพันธ์
การสื่อสารประเด็นสังคมร่วมสมัยของละครไม่มีบทพูดในเทศกาลละครกรุงเทพ, ปณิชา เดชโรจนัย
การสื่อสารประเด็นสังคมร่วมสมัยของละครไม่มีบทพูดในเทศกาลละครกรุงเทพ, ปณิชา เดชโรจนัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์เรื่อง การสื่อสารประเด็นสังคมร่วมสมัยของละครไม่มีบทพูดในเทศกาลละครกรุงเทพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประเด็นทางสังคมร่วมสมัยของละครไม่มีบทพูดที่ปรากฎในเทศกาลละครกรุงเทพ และศึกษาวิธีการเล่าเรื่องและวิธีการสื่อสารถึงคุณลักษณะทางการแสดงของละครไม่มีบทพูดที่มีการสื่อสารประเด็นทางสังคมในเทศกาลละครกรุงเทพ โดยทำการคัดเลือกละครไม่มีบทพูดที่มีการสื่อสารประเด็นทางสังคมในเทศกาลละครกรุงเทพปีพ.ศ. 2566 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) จำนวน 10 เรื่อง ประกอบด้วย ละครใบ้ ฟิสิคัลเธียเตอร์ การเต้นร่วมสมัย และการแสดงแสง เสียง และเงา ผลการวิจัยพบว่า วิธีการสื่อสารประเด็นสังคมของละครไม่มีบทพูดในเทศกาลละครกรุงเทพ สามารถบอกเล่าเรื่องราวผ่านประเด็นสังคมได้เช่นเดียวกันกับละครที่มีบทพูด แต่มีวิธีการสื่อสารการแสดงที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละรูปแบบการแสดง ซึ่งการตีความอาจขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละบุคคล นับว่าเป็นจุดเด่นของละครไม่มีบทพูดที่ต้องการเปิดกว้างทางความคิดให้ผู้ชมสามารถจินตนาการและตีความเรื่องราวได้หลากหลายทิศทางอย่างไม่มีถูกหรือผิด ประเด็นสังคมที่ถูกเล่าผ่านละครไม่มีบทพูด ได้แก่ สิ่งแวดล้อม ครอบครัว ความเชื่อและความศรัทธาทางศาสนา การใช้ชีวิตและความไม่เท่าเทียมในสังคม และเศรษฐกิจ การเมือง ในขณะเดียวกันละครไม่มีบทพูดไม่ใช้วิธีการจัดวางโครงเรื่องเช่นเดียวกันกับละครที่มีบทพูด แต่ใช้วิธีการกำหนดแนวคิดหลักของเรื่องผ่านกระบวนการค้นหา การทดลอง และการสร้างงาน อีกทั้งยังนิยมสร้างสัญลักษณ์ในการแสดงเพื่อเป็นส่วนช่วยขยายเรื่องราว โดยมีคุณลักษณะเด่นในการสื่อสารประเด็นทางสังคมแตกต่างกันออกไปในแต่ละรูปแบบการแสดง ได้แก่ วิธีการสื่อสารผ่านท่วงท่าการเคลื่อนไหว การเลือกใช้อุปกรณ์ประกอบการแสดง การออกแบบเสียงประกอบการแสดง รวมถึงการจัดวางพื้นที่ให้สอดคล้องกับการแสดง
อิทธิพลของความต้องการของผู้บริโภคและภาพลักษณ์ตราสินค้าศิลปินนักร้องต่อการตอบสนองและความภักดีของผู้บริโภค, ธัญญรัตน์ จันทร์คำ
อิทธิพลของความต้องการของผู้บริโภคและภาพลักษณ์ตราสินค้าศิลปินนักร้องต่อการตอบสนองและความภักดีของผู้บริโภค, ธัญญรัตน์ จันทร์คำ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ความต้องการของผู้บริโภค ภาพลักษณ์ตราสินค้าศิลปินนักร้อง การตอบสนองของผู้บริโภค (ได้แก่ ความผูกพัน ความพึงพอใจ ความไว้วางใจ ความมุ่งมั่น และความตั้งใจซื้อ) และความภักดีต่อตราสินค้าศิลปินนักร้องของผู้บริโภค 2) อิทธิพลของความต้องการของผู้บริโภคและภาพลักษณ์ตราสินค้าศิลปินนักร้อง ต่อการตอบสนองของผู้บริโภค และ 3) อิทธิพลของการตอบสนองของผู้บริโภค ต่อความภักดีต่อตราสินค้าศิลปินนักร้องของผู้บริโภค โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้วิธีวิจัยเชิงสํารวจ มีแบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จากกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 18 - 34 ปี จำนวน 435 คน ที่ติดตามศิลปิน ATLAS หรือศิลปิน PROXIE บนช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของศิลปิน ผลการวิจัยพบว่า ความต้องการของผู้บริโภค ในมิติบรรทัดฐานของเพื่อน มีอิทธิพลต่อการตอบสนองของผู้บริโภคมากที่สุด และภาพลักษณ์ตราสินค้าศิลปินนักร้อง ในมิติการออกแบบ และความสามารถรอบด้าน มีอิทธิพลต่อการตอบสนองของผู้บริโภคมากที่สุด นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังพบว่า การตอบสนองของผู้บริโภค ในด้านความผูกพัน และความตั้งใจซื้อ มีอิทธิพลต่อความภักดีต่อตราสินค้าศิลปินนักร้องของผู้บริโภค
อิทธิพลของความเกี่ยวพันต่อประเด็น และคุณค่าตราสินค้า ต่อพฤติกรรมผู้บริโภคต่อการเคลื่อนไหวของตราสินค้า ในประเด็นความงามที่หลากหลาย, ภัณฑิรา เพชรคอน
อิทธิพลของความเกี่ยวพันต่อประเด็น และคุณค่าตราสินค้า ต่อพฤติกรรมผู้บริโภคต่อการเคลื่อนไหวของตราสินค้า ในประเด็นความงามที่หลากหลาย, ภัณฑิรา เพชรคอน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงสํารวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ความเกี่ยวพันต่อประเด็น (ได้แก่ ความเกี่ยวพันด้านความคิด และความเกี่ยวพันด้านความรู้สึก) คุณค่าตราสินค้า (ได้แก่ ความตระหนักรู้ในตราสินค้า ภาพลักษณ์ตราสินค้า ความน่าเชื่อถือของตราสินค้า ความรู้สึกต่อตราสินค้า และความเป็นชุมชนของตราสินค้า) ความผูกพันต่อตราสินค้า (ได้แก่ ความผูกพันทางความคิด ความผูกพันทางความรู้สึก และความผูกพันทางพฤติกรรม) ทัศนคติต่อการเคลื่อนไหวของตราสินค้า และพฤติกรรมของผู้บริโภคของตราสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวในประเด็นความงามที่หลากหลาย (ได้แก่ ความตั้งใจซื้อสินค้า และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์) 2) อิทธิพลของความเกี่ยวพันต่อประเด็น คุณค่าตราสินค้า และความผูกพันต่อตราสินค้า ที่มีต่อทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคของตราสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวในประเด็นความงามที่หลากหลาย และ 3) อิทธิพลของทัศนคติของผู้บริโภคต่อการเคลื่อนไหวของตราสินค้า ที่มีต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อตราสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวในประเด็นความงามที่หลากหลาย โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถาม เก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จากกลุ่มผู้บริโภคเพศหญิง อายุระหว่าง 18 – 43 ปี ที่รู้จักตราสินค้า Mistine ตราสินค้า Wacoal หรือตราสินค้า Dove อย่างน้อยหนึ่งตราสินค้า และเคยรับรู้เกี่ยวกับประเด็นความงามที่หลากหลายมาก่อน จำนวน 515 คน ผลการวิจัยพบว่า ความเกี่ยวพันต่อประเด็น คุณค่าตราสินค้า และความผูกพันกับตราสินค้า มีอิทธิพลต่อทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคของตราสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวในประเด็นความงามที่หลากหลาย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ .05 โดยความน่าเชื่อถือของตราสินค้าและความผูกพันทางความรู้สึก มีอิทธิพลต่อทัศนคติของผู้บริโภคต่อการเคลื่อนไหวของตราสินค้า ความตั้งใจซื้อสินค้า และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ .05 นอกจากนี้ ทัศนคติของผู้บริโภคต่อการเคลื่อนไหวของตราสินค้า มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อสินค้า และการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ .05 โดยมีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อสินค้ามากกว่าการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
อิทธิพลของบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ต่อคุณค่าตราสินค้าและความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคที่มีต่อศิลปินบอยแบนด์ทีป๊อป วงพร็อกซี, วรดนู มังกรพิศม์
อิทธิพลของบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ต่อคุณค่าตราสินค้าและความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคที่มีต่อศิลปินบอยแบนด์ทีป๊อป วงพร็อกซี, วรดนู มังกรพิศม์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายความแตกต่างของลักษณะทางประชากรกับการประเมินการตลาดเชิงเนื้อหาแต่ละประเภท คุณค่าตราสินค้า และความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคที่มีต่อศิลปินกลุ่มชายไทยวงพร็อกซี และเพื่อศึกษาอิทธิพลของการตลาดเชิงเนื้อหาที่เผยแพร่ผ่านบัญชีสื่อสังคมออนไลน์แพลตฟอร์มติ๊กต็อกและเอ็กซ์ ที่มีต่อการประเมินคุณค่าตราสินค้า รวมถึงอิทธิพลของการตลาดเชิงเนื้อหาและคุณค่าตราสินค้า ต่อความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค โดยทำการศึกษากับผู้บริโภคกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 18 - 34 ปี ทุกเพศสภาพ ที่ได้รับชมเนื้อหาการสื่อสารการตลาดที่เกี่ยวกับศิลปินวงพร็อกซีบนแพลตฟอร์ม ติ๊กต็อกและเอ็กซ์ ทั้งเนื้อหาที่สร้างจากตราสินค้าและสร้างจากแฟนคลับ ภายในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 400 คน ด้วยการวิจัยเชิงสำรวจและแบบสอบถามออนไลน์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ในช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567 ผลการทดสอบสมมติฐานด้านลักษณะทางประชากรของผู้บริโภคกลุ่มตัวอย่าง พบว่า 1) อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่แตกต่างกัน มีการประเมินการตลาดเชิงเนื้อหาต่างกัน 2) อายุ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่แตกต่างกัน มีการประเมินคุณค่าตราสินค้าต่างกัน และ 3) อายุ อาชีพ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่แตกต่างกัน มีระดับความตั้งใจซื้อต่างกัน นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังพบว่า เนื้อหาการสื่อสารการตลาดที่สร้างจากตราสินค้าและสร้างจากแฟนคลับ มีอิทธิพลต่อการประเมินคุณค่าตราสินค้าบนแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน ทั้งในภาพรวมของคุณค่าตราสินค้าและมิติองค์ประกอบ กล่าวคือ เนื้อหาที่สร้างจากตราสินค้าบนติ๊กต็อกมีอิทธิพลต่อคุณค่าตราสินค้าทั้งในภาพรวม และ 5 มิติองค์ประกอบ ได้แก่ 1) การรับรู้ตราสินค้า 2) ความเชื่อมโยงกับตราสินค้า 3) การรับรู้คุณภาพ 4) ความภักดีต่อตราสินค้า และ 5) สินทรัพย์อื่น ๆ ของตราสินค้า แต่สำหรับเนื้อหาที่สร้างจากแฟนคลับบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ที่จะมีอิทธิพลต่อคุณค่าตราสินค้า โดยมีอิทธิพลต่อคุณค่าในภาพรวมและองค์ประกอบอีก 4 มิติ ยกเว้นมิติของการรับรู้ตราสินค้า และท้ายที่สุด คุณค่าตราสินค้าของศิลปินมีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยภายหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปปี พ.ศ. 2566, วิธาวินท์ ทาเอื้อ
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยภายหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปปี พ.ศ. 2566, วิธาวินท์ ทาเอื้อ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงปริมาณนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางประชากร การเปิดรับสื่อเกี่ยวกับการเมือง ทัศนคติที่มีต่อพรรคเพื่อไทย การมีส่วนร่วมทางการเมือง และอิทธิพลที่มีต่อภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีหรือเกิดตั้งแต่ปีพ.ศ. 2548 และมีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 5 ปีกับมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานครมาแล้วไม่น้อยกว่า 90 วัน จากผลการวิจัย พบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างเปิดรับสื่อเกี่ยวกับการเมืองโดยรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง 2) กลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติต่อพรรคเพื่อไทยโดยรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง 3) กลุ่มตัวอย่างมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยรวมอยู่ในระดับ น้อย 4) กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้ภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยโดยรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง และจากผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า 1) ลักษณะทางประชากรต่างกัน การเปิดรับสื่อเกี่ยวกับการเมืองไม่ต่างกัน 2) ลักษณะทางประชากรต่างกัน ทัศนคติที่มีต่อพรรคเพื่อไทยต่างกัน 3) ลักษณะทางประชากรต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองต่างกัน 4) ลักษณะทางประชากรต่างกันการรับรู้ภาพลักษณ์พรรคเพื่อไทยต่างกัน 5) การเปิดรับสื่อเกี่ยวกับการเมือง ทัศนคติที่มีต่อพรรคเพื่อไทย และการมีส่วนร่วมทางการเมือง มีอิทธิพลต่อการรับรู้ภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากผู้มีอิทธิพลทางความคิดในติ๊กต็อกและอิทธิพลของความน่าเชื่อถือของข้อมูลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค, ชมภัช ชาญเที่ยงธรรม
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากผู้มีอิทธิพลทางความคิดในติ๊กต็อกและอิทธิพลของความน่าเชื่อถือของข้อมูลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค, ชมภัช ชาญเที่ยงธรรม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงสำรวจผ่านช่องทางออนไลน์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจคุณภาพของข้อโต้แย้ง ความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร ผลของความนิยม การสนับสนุนทางสังคม ภาพลักษณ์ตราสินค้า ความคุ้นเคยต่อตราสินค้า ความน่าเชื่อถือของข้อมูล ทัศนคติต่อตราสินค้า การสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค 2) วิเคราะห์อิทธิพลของคุณภาพของข้อโต้แย้ง ความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร ผลของความนิยม การสนับสนุนทางสังคม ภาพลักษณ์ตราสินค้า และความคุ้นเคยต่อตราสินค้า ที่มีต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูล 3) วิเคราะห์อิทธิพลของความน่าเชื่อถือของข้อมูลต่อทัศนคติต่อตราสินค้า และ 4) วิเคราะห์อิทธิพลของทัศนคติต่อตราสินค้าที่มีต่อการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความตั้งใจซื้อ โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 435 คนที่มีช่วงอายุระหว่าง 18-43 ปี มีบัญชีผู้ใช้งานติ๊กต็อก และต้องเคยชมวิดีโอรีวิวสินค้าความงามของผู้มีอิทธิพลทางความคิดใน ติ๊กต็อก อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งในช่วงเดือน 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้คุณภาพของข้อโต้แย้ง ความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร โดยเฉพาะมิติด้านความน่าดึงดูดใจ การสนับสนุนทางสังคม ภาพลักษณ์ตราสินค้า ความน่าเชื่อถือของข้อมูล ทัศนคติต่อตราสินค้า การสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความตั้งใจซื้อ ในระดับสูง มีการรับรู้ผลของความนิยมในระดับกลางค่อนไปทางสูง และมีความคุ้นเคยต่อตราสินค้าในระดับกลาง นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า คุณภาพของข้อโต้แย้ง ความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร การสนับสนุนทางสังคม มีอิทธิพลต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่ ความน่าเชื่อถือของข้อมูลมีอิทธิพลต่อทัศนคติต่อตราสินค้า และทัศนคติต่อตราสินค้าเองก็มีอิทธิพลต่อการสื่อสารแบบบอกต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความตั้งใจซื้อ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
การตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้ออาหารที่เน้นพืชเป็นหลักของผู้บริโภคเจเนอเรชันเอกซ์, อนัญลักษณ์ เชาวลา
การตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้ออาหารที่เน้นพืชเป็นหลักของผู้บริโภคเจเนอเรชันเอกซ์, อนัญลักษณ์ เชาวลา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสำรวจการตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ปัจจัยพยากรณ์พฤติกรรมตามทฤษฎีพฤติกรรมตามแบบแผน (Theory of Planned Behavior) 3 ด้าน (ได้แก่ 1. ทัศนคติต่อพฤติกรรม 2. บรรทัดฐานส่วนบุคคล 3. การรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม) ความตระหนักในสิ่งแวดล้อม คุณค่าด้านความรู้สึก การสื่อสารการตลาด ความตั้งใจซื้อ และเพื่อศึกษาอิทธิพลของ การตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ปัจจัยพยากรณ์พฤติกรรม ความตระหนักในสิ่งแวดล้อม คุณค่าด้านความรู้สึก การสื่อสารการตลาด ที่มีต่อความตั้งใจซื้ออาหารที่เน้นพืชเป็นหลักของผู้บริโภคเจเนอเรชันเอกซ์ ที่มีอายุ 44-59 ปี จำนวน 400 คน ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ ผลการวิจัยพบว่า ผู้บริโภคมีระดับความเห็นต่อตัวแปร คิดเป็นค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ดังนี้ ความตระหนักในสิ่งแวดล้อม การตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ทัศนคติต่อพฤติกรรม ความตั้งใจซื้อ คุณค่าด้านความรู้สึก การรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม บรรทัดฐานส่วนบุคคล และการสื่อสารการตลาด โดยตัวแปรต้นที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้ออาหารที่เน้นพืชเป็นหลักมี 5 ตัวแปร ได้แก่ คุณค่าด้านความรู้สึก ทัศนคติต่อพฤติกรรม การรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม การสื่อสารการตลาด และบรรทัดฐานส่วนบุคคล โดยตัวแปรที่ไม่มีอิทธิพล ได้แก่ การตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพ และความตระหนักในสิ่งแวดล้อม จากผลการวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสื่อสารการตลาดโดยใช้เนื้อหาคุณค่าด้านความรู้สึกเป็นหลัก ซึ่งอาจมีผลต่อความตั้งใจซื้ออาหารที่เน้นพืชเป็นหลักของผู้บริโภคได้
การเปิดรับสื่อ ทัศนคติ และความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคต่อตราสินค้าแฟชั่นหรูหราที่มีศิลปินไทยเป็นทูตตราสินค้า, สุมนัส สุชาติ
การเปิดรับสื่อ ทัศนคติ และความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคต่อตราสินค้าแฟชั่นหรูหราที่มีศิลปินไทยเป็นทูตตราสินค้า, สุมนัส สุชาติ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ในรูปแบบเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยมีการเก็บข้อมูลใน 2 รูปแบบ ได้แก่ การสัมภาษณ์แบบสนทนากลุ่ม (Focus Group Interview) ซึ่งเก็บข้อมูลจาก 2 กลุ่ม ประกอบด้วยผู้บริโภคสินค้าแฟชั่นหรูหราระยะยาว 5 ปี และระยะสั้น 1-2 ปี รวมจำนวน 10 คน ในส่วนของการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล โดยศึกษากลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ใช่แฟนคลับศิลปินไทยและใช้สินค้าแฟชั่นหรูหรา ทุกเพศ ช่วงอายุตั้งแต่ 20-50 ปี จำนวน 400 ชุด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่าผู้บริโภคแฟชั่นหรูหรากลุ่มระยะยาวและผู้บริโภคแฟชั่นหรูหรากลุ่มระยะสั้นมีการเปิดรับสื่อ ทัศนคติ และความตั้งใจซื้อไม่แตกต่างกันมากนัก มีการเปิดรับสื่อบนช่องทางโซเชียลมีเดียน้อยมากถึงไม่เปิดรับสื่อ ด้านทัศนคติเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งเชิงบวกและเชิงลบต่อความเชี่ยวชาญของศิลปินไทย และมีความคิดเห็นตรงกันว่าทูตตราสินค้าไม่มีผลต่อความตั้งใจซื้อ ผลการวิจัยเชิงปริมาณ พบว่าลักษณะทางประชากรศาสตร์มีผลต่อการเปิดรับสื่อ ทัศนคติ และความตั้งใจซื้อ ด้านความสัมพันธ์พบว่า การเปิดรับสื่อกับทัศนคติ และทัศนคติกับความตั้งใจซื้อมีความสัมพันธ์กันในระดับต่ำ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
ความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดและพฤติกรรมผู้บริโภคในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, คมสัน ฟองคำ
ความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดและพฤติกรรมผู้บริโภคในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, คมสัน ฟองคำ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิด และพฤติกรรมผู้บริโภค (ทัศนคติต่อเนื้อหา ทัศนคติต่อตราสินค้า และการมีส่วนร่วมกับเนื้อหา) และ 2) ศึกษาความสัมพันธ์ของคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิด ทัศนคติต่อเนื้อหา ทัศนคติต่อตราสินค้า และการมีส่วนร่วมกับเนื้อหา โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างเจเนอเรชันวาย อายุระหว่าง 24-43 ปี จำนวนทั้งสิ้น 222 คน ที่มีความสนใจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านหรือคอนโด และเคยเห็นรีวิวเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านหรือคอนโดจากผู้มีอิทธิพลทางความคิดสายไลฟ์สไตล์ 1 ใน 6 ท่าน บนช่องทางติ๊กต็อก (TikTok) และระบุตราสินค้าอสังหาริมทรัพย์ได้สอดคล้องกับผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่ระบุข้างต้น โดยผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างรับรู้ถึงคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่ตนติดตามอยู่ในระดับที่สูง ทั้งในด้านคุณค่าของเนื้อหา (M = 4.26) และด้านความน่าเชื่อถือ (M = 4.09) กลุ่มตัวอย่างยังมีทัศนคติต่อเนื้อหาของผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่ตนติดตามในเชิงบวกมาก (M = 4.29) มีทัศนคติต่อตราสินค้าในเชิงบวกมาก (M = 4.38) และมีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่ค่อนข้างมาก (M = 4.09) ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดกับพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้น ทุกตัวแปรมีความสัมพันธ์กันในเชิงบวกทุกคู่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ไม่ว่าจะเป็น คุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดกับทัศนคติต่อเนื้อหา (r = .66**) คุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดกับทัศนคติต่อตราสินค้า (r = .59**) และคุณลักษณะของผู้มีอิทธิพลทางความคิดกับการมีส่วนร่วมกับเนื้อหา (r = .74**)
การสร้างและการสื่อสารคุณลักษณะเฉพาะตัวของพิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์, ลลิตภัคค์ วราพรกิจเสถียร
การสร้างและการสื่อสารคุณลักษณะเฉพาะตัวของพิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์, ลลิตภัคค์ วราพรกิจเสถียร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณลักษณะพิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ และ 2) ศึกษาวิธีการสื่อสาร การปรับเปลี่ยน คุณลักษณะเฉพาะตัวและการนำเสนอข่าวของพิธีกรร่วมในการดำเนินรายการ ประชากรในการวิจัยในครั้งนี้คือ ผู้ดําเนินรายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ มีขอบเขตงานวิจัยคือช่วงที่คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นผู้ดำเนินรายการเท่านั้น โดยผู้วิจัยได้ทำการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และมีการใช้เครื่องมือการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง ได้แก่ ผู้ควบคุมการผลิตรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ (โปรดิวเซอร์), พิธีกรร่วมทั้งหมด 2 คน ในรายการ รวมจำนวนผู้ให้ข้อมูลหลัก 3 คน และจัดทำ Focus Group ผู้รับชมรายการถึงความคิดเห็นและความคาดหวังที่มีต่อพิธีกรร่วมจำนวน 10-15 คน จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของข้อมูลเชิงพรรณนา ผลการศึกษาคุณลักษณะพิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ พบว่า 1.พิธีกรร่วมควรมีการปรับตัวและตามทันเนื้อหาข่าวของพิธีกรหลัก ต้องสามารถเสริมข้อมูลที่ตกหล่นหรือเพิ่มเติมรายละเอียดที่พิธีกรหลักนำเสนอได้ทันในจังหวะที่เหมาะสม สามารถคาดการณ์ข่าวที่พิธีกรหลักจะหยิบมาเล่า และสามารถเล่าข่าวต่อได้ทัน 2.ทักษะการตอบคำถามและแสดงความคิดเห็น: พิธีกรร่วมควรมีบทบาทในการพูดแทนความรู้สึกของผู้ชมและนำเสนอความคิดเห็นของผู้ชม 3.การใช้ถ้อยคำเรียบเรียงประโยค: พิธีกรร่วมควรเลือกจุดเด่นหรือไฮไลท์ที่น่าสนใจ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน มีการปรับคำพูดให้เหมาะสมกับผู้ชมทั่วไป 4.การควบคุมการแสดงออกทางสีหน้าท่าทาง: การแสดงสายตาและท่าทางควรสอดคล้องกับเนื้อข่าว โดยใช้ภาษากายที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สำหรับผลการศึกษาวิธีการสื่อสาร การปรับเปลี่ยน คุณลักษณะเฉพาะตัวและการนำเสนอข่าวของพิธีกรร่วมในการดำเนินรายการ พบว่า 1.การเล่าข่าวของพิธีกรร่วมควรมีการปรับการนำเสนอข่าวตามประเภทของข่าวและเนื้อหา ปรับสำนวนและภาษาตามเนื้อหาข่าวและความเข้าใจของผู้ชม 2.การฟังควรมีการรับส่งปฏิสัมพันธ์ในการนำเสนอข่าวกับพิธีกรหลักอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้การสังเกตและจับจังหวะของผู้ประกาศหลักเป็นสำคัญ 3.การปรากฏกายและการแต่งตัว พิธีกรร่วมต้องเลือกชุดที่สวมใส่แล้วมั่นใจ เรียบร้อย และคล่องตัวในการทำงาน 4.วิธีการสื่อสารตัวตนของพิธีกรร่วม ควรเข้าใจเนื้อข่าวกำลังนำเสนออย่างถ่องแท้ สามารถเล่าเรื่องและตอบคำถามสำคัญของแต่ละหัวข้อข่าวได้ ที่สำคัญคือ ต้องปรับตัวเข้ากับสไตล์ของพิธีกรหลักเข้าใจบทบาทของตนเองในการเสริมสร้างความน่าสนใจและต่อเนื่องของรายการสด มีการพัฒนาคาแรคเตอร์ที่มีเอกลักษณ์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อเพิ่มความกลมกล่อมให้กับรายการ
อิทธิพลของความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร และความไว้วางใจในโซเชียลคอมเมิร์ซต่อการตัดสินใจซื้ออาหารออนไลน์ผ่านติ๊กต๊อกช็อปของผู้บริโภค, ปุญญิศา รักหลวง
อิทธิพลของความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร และความไว้วางใจในโซเชียลคอมเมิร์ซต่อการตัดสินใจซื้ออาหารออนไลน์ผ่านติ๊กต๊อกช็อปของผู้บริโภค, ปุญญิศา รักหลวง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงปริมาณนี้มี อิทธิพลของความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร และความไว้วางใจในโซเชียลคอมเมิร์ซ ต่อการตัดสินใจซื้ออาหารออนไลน์ผ่านติ๊กต๊อกช็อปของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 204 คน ที่มีอายุระหว่าง 22 - 41 ปี เคยรับชมคอนเทนต์ด้านอาหารของอินฟลูเอนเซอร์ประเภท eSOLs ผ่าน ติ๊กต๊อก และเคยซื้ออาหารผ่านทางติ๊กต๊อกช็อป อย่างน้อย 1 ครั้งในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่าน ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า อิทธิพลของความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร และความไว้วางใจในโซเชียลคอมเมิร์ซ ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออาหารออนไลน์ผ่านติ๊กต๊อกช็อปของผู้บริโภค อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณาการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณพบว่า ตัวแปรด้านความไว้วางใจในโซเชียลคอมเมิร์ซ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้ออาหารออนไลน์ผ่านติ๊กต๊อกช็อปของผู้บริโภคมากกว่าด้านความน่าเชื่อถือของแหล่งสาร
ลักษณะทางประชากร ปัจจัยด้านจิตวิทยา การเปิดรับสื่อและการตัดสินใจใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมของกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่, เมธัส สัจจะเวทะ
ลักษณะทางประชากร ปัจจัยด้านจิตวิทยา การเปิดรับสื่อและการตัดสินใจใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมของกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่, เมธัส สัจจะเวทะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความแตกต่างของลักษณะทางประชากร ปัจจัยด้านจิตวิทยา การเปิดรับสื่อและการตัดสินใจใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมของผู้บริโภคในพื้นที่ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 205 คน ที่มีอายุระหว่าง 18 – 60 ปี มีภูมิลำเนาหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม และเคยใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม อย่างน้อย 1 ครั้ง ในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นต่อปัจจัยด้านจิตวิทยาเกี่ยวกับการใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมทุกด้านในระดับมาก โดยมีระดับความคิดเห็นต่อด้านทัศนคติมากที่สุด มีการเปิดรับสื่อเกี่ยวกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก (Facebook) ในช่วงเวลา 16.01 – 22.00 น. มากที่สุด โดยได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและสินค้าใหม่ของร้านค้าในศูนย์การค้า และมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการทราบข้อมูลและการจำหน่ายสินค้าของร้านค้าในศูนย์การค้า นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างยังมีการตัดสินใจใช้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมโดยคำถึงความต้องการของตนเองก่อนตัดสินใจใช้บริการและจะยังคงใช้บริการศูนย์การค้าต่อไปในอนาคต ผลการทดสอบสมมติฐานยังพบว่า ลักษณะทางประชากร เพศและอาชีพของกลุ่มตัวอย่างที่แตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อปัจจัยด้านจิตวิทยาแตกต่างกัน และลักษณะทางประชากร เพศ อายุ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่แตกต่างกันมีการเปิดรับสื่อเกี่ยวกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมแตกต่างกัน รวมถึงลักษณะทางประชากร เพศ ระดับการศึกษา และอาชีพที่แตกต่างกันมีการตัดสินใจใช้บริการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรกับการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค, พิชามญชุ์ ผ่องกมล
ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรกับการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค, พิชามญชุ์ ผ่องกมล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการวิจัยเชิงสำรวจออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ความแท้จริงของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ความสอดคล้องขององค์กรกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และ 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ความแท้จริงของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ความสอดคล้องขององค์กรกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริโภคชาวไทยที่มีอายุระหว่าง 25 – 50 ปี และต้องเคยเห็น หรือเคยเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมขององค์กรธุรกิจค้าปลีก ผ่านสื่อออนไลน์หรือออฟไลน์อย่างน้อยจำนวน 1 ครั้ง ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 250 คน โดยผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างรับรู้แรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรค่อนข้างสูง (M = 4.02) ความแท้จริงของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับปานกลาง (M = 3.70) ความสอดคล้องขององค์กรกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับค่อนข้างสูง (M = 3.88) และการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้บริโภคอยู่ในระดับปานกลาง (M = 3.48) นอกจากนี้ ยังพบว่า ทุกคู่ตัวแปรมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ไม่ว่าจะเป็น แรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร กับความแท้จริงของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (r = 0.55) แรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร กับความสอดคล้องขององค์กรกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (r = 0.49) แรงจูงใจในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร กับการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (r = 0.55) ความแท้จริงของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม กับการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (r = 0.67) และความสอดคล้องขององค์กรกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม กับการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (r = 0.57)
การปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ของอุตสาหกรรมโฆษณา, ศุภณัฐ จั่นสกุล
การปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ของอุตสาหกรรมโฆษณา, ศุภณัฐ จั่นสกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติ ความคิดเห็น และแนวทางการปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์ผลงานโฆษณาของบุคลากรในอุตสาหกรรมโฆษณา ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทตัวแทนโฆษณาจำนวน 5 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารการตลาดจำนวน 5 ท่าน รวม 10 ท่าน ผลการวิจัยพบว่า ปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพ และลดขั้นตอนการทำงานของกระบวนการสร้างสรรค์โฆษณา จากคุณสมบัติในการทำงานได้แบบอัตโนมัติ ในด้านทัศนคติและความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งสองกลุ่มที่มีต่อปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์พบว่า ส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงบวก จากความคิดเห็นที่ว่า การทำงานในอุตสาหกรรมโฆษณาทำให้มีทัศนคติที่ดีต่อเทคโนโลยีใหม่เป็นทุนเดิม อีกทั้งปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ยังมีความสามารถที่หลากหลาย เพื่อใช้ในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตผลงานโฆษณาอีกด้วย ด้านแนวทางการปรับใช้งานในอุตสาหกรรมโฆษณาพบว่า ทักษะการใช้งานปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์จะกลายเป็นทักษะที่สำคัญในอนาคต แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างมาก แต่การใช้งานยังคงต้องการการควบคุม และการตัดสินใจโดยมนุษย์ เพื่อให้ผลลัพธ์มีความถูกต้อง และมีคุณภาพสูง ผลการวิจัยจึงได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ ในด้านการบริหารจัดการองค์กรเพื่อส่งเสริมการปรับใช้งานปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ โดยองค์กรควรเน้นการฝึกอบรม และการพัฒนาทักษะการใช้งานปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ของบุคลากร เพื่อให้กระบวนการทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
การเปิดรับข่าวสาร ทัศนคติ และการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤตบนสื่อสังคมออนไลน์ของผู้บริโภคชาวไทย, รตา ธีระพันธุ์
การเปิดรับข่าวสาร ทัศนคติ และการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤตบนสื่อสังคมออนไลน์ของผู้บริโภคชาวไทย, รตา ธีระพันธุ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและอธิบายความแตกต่างทางลักษณะประชากร และการเปิดรับข่าวสาร ทัศนคติ และการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติบนสื่อสังคมออนไลน์ของผู้บริโภคชาวไทยโดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยอายุระหว่าง 18 - 37 ปี ที่มีการรู้จักค่ายเพลงเกาหลีใต้อย่างน้อย 3 ค่ายเพลง และต้องมีการรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับค่ายเพลงเกาหลีใต้ดังกล่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จำนวน 204 คน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการเปิดรับข่าวสารค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติผ่านช่องทางยูทูบ (YouTube) ช่องทางหลักของค่ายเพลงมากที่สุด นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติต่อค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติบนสื่อสังคมออนไลน์ด้านการให้ข้อมูลและการสื่อสารเกี่ยวกับค่ายเพลงทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างชัดเจนและสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความใกล้ชิดกับกลุ่มแฟนคลับมากที่สุด และมีการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติบนสื่อสังคมออนไลน์จากการบอกต่อเนื้อหาการแถลงการณ์ของค่ายเพลงเกาหลีใต้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อกระจายข่าวสารมากที่สุด ลักษณะทางประชากรที่ด้านเพศที่แตกต่างกัน มีการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติบนสื่อสังคมออนไลน์แตกต่างกัน รวมถึงการเป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลีใต้ที่แตกต่างกัน มีการเปิดรับข่าวสาร ทัศนคติ และการสนับสนุนค่ายเพลงเกาหลีใต้ในการจัดการภาวะวิกฤติบนสื่อสังคมออนไลน์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
อิทธิพลของการเปิดรับเนื้อหาที่มีการวางสินค้าบนยูทูบและทัศนคติที่มีต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค, อนล ธรเลิศพิมล
อิทธิพลของการเปิดรับเนื้อหาที่มีการวางสินค้าบนยูทูบและทัศนคติที่มีต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค, อนล ธรเลิศพิมล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์คือ 1.เพื่อสำรวจการเปิดรับเนื้อหาที่มีการวางสินค้าบนยูทูบ ทัศนคติของผู้บริโภคต่อลักษณะของผู้ส่งสาร การรับรู้ความเสี่ยง (ด้านประสิทธิภาพ การเงิน จิตวิทยา) การตระหนักต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม และความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค 2.เพื่อสำรวจอิทธิพลของการเปิดรับเนื้อหาที่มีการวางสินค้าบนยูทูบ ทัศนคติของผู้บริโภคต่อลักษณะของผู้ส่งสาร การรับรู้ความเสี่ยง และการตระหนักต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม ต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค ใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจ ด้วยการใช้แบบสอบถาม เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ระหว่างอายุ 25 – 50 ปี จำนวนทั้งสิ้น 200 ตัวอย่าง โดยวิเคราะห์ผลการวิจัยด้วยวิธีการสถิติแบบการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย (Simple Linear Regression) และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคูณ (Multiple Linear Regression) สำหรับผลการวิจัยเป็นไปตามสมมติฐาน และมีนัยสำคัญทางสถิติ 1) การเปิดรับเนื้อหาที่มีการวางสินค้าบนยูทูบ มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค 2) ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค มากที่สุดได้แก่ ทัศนคติของผู้บริโภคต่อลักษณะของผู้ส่งสาร ผู้วิจัยได้นำเสนอแนวทางในการประยุกต์ใช้สำหรับการออกแบบการสื่อสารของรถยนต์ไฟฟ้า โดยในด้านของผู้ส่งสารแนะนำให้ใช้ผู้ส่งสารที่กล่าวถึงหรือรีวิวรถยนต์ไฟฟ้าที่ดูน่าดึงดูดใจ ใช้เนื้อหาวิดีโออย่างสนุกและน่าสนใจมากที่สุด ระยะเวลารับชม 5 – 10 นาทีต่อครั้ง และมีเนื้อหาที่แสดงหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อม ก็อาจเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคระหว่างอายุ 25 – 50 ปีได้
ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อต่อองค์กร คุณค่าตราสินค้า และการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม, อัญชลี สุนันต๊ะ
ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อต่อองค์กร คุณค่าตราสินค้า และการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม, อัญชลี สุนันต๊ะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณด้วยวิธีการวิจัยเชิงสำรวจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจความเชื่อต่อองค์กร คุณค่าตราสินค้า และการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในมุมมองของผู้บริโภค 2) อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อต่อองค์กรกับคุณค่าตราสินค้า 3) อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อต่อองค์กรกับการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และ 4) อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างคุณค่าตราสินค้ากับการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในมุมมองของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวนทั้งสิ้น 237 คน อายุระหว่าง 20-45 ปี ที่บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และเคยเห็นกิจกรรมของบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างน้อย 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา โดยผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความเชื่อต่อองค์กร (M=4.17) และรับรู้คุณค่าตราสินค้าในระดับสูง (M=4.05) และมีการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรในระดับปานกลาง (M=3.97) อีกทั้งในด้านของความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรนั้น ทุกตัวแปรมีความสัมพันธ์กันทุกคู่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ไม่ว่าจะเป็น ความเชื่อต่อองค์กรกับคุณค่าตราสินค้า (r=0.71*) ความเชื่อต่อองค์กรกับการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (r=0.73*) และคุณค่าตราสินค้ากับการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (r=0.83*)
A Test Of A Dual Model Of Positive And Negative Eors: Dialogic Employee Communication Perceptions Related To Employee-Organization Relationships And Employee Megaphoning Intentions, Minjeong Kang, Ejae Lee, Young Kim, Sung-Un Yang
A Test Of A Dual Model Of Positive And Negative Eors: Dialogic Employee Communication Perceptions Related To Employee-Organization Relationships And Employee Megaphoning Intentions, Minjeong Kang, Ejae Lee, Young Kim, Sung-Un Yang
College of Communication Faculty Research and Publications
This study investigated how employees’ perceptions of an organization’s dialogic employee communication influence their evaluations of their positive and negative relationships with the organization. The study further examined how employees’ relationship assessments could drive their intentions for positive and negative megaphoning about their organizations. To test the differentiating effects of dialogic employee communication on positive and negative employee-organization relationships (EORs) and, subsequently, employee megaphoning intentions, we used a dual measure with the positive and the negative EORs. The online survey of 527 full-time U.S. employees showed that dialogic employee communication – particularly mutuality orientation – distinctively influenced the employees’ EOR …
Identities Of Women In Indian Art And History, Nalini Rao
Identities Of Women In Indian Art And History, Nalini Rao
Monsoon: South Asian Studies Association Journal
The stereotypical image of Indian women portrayed in the art of stone sculpture is often interpreted as images of beauty that are sensuous, religious as well depict social life. There are historical reasons for depicting her as such. This paper inquires into the changing depiction and social forces that influenced feminine imagery. This paper examines the portrayal of beauty through idealization of female body which has evolved over the centuries in India. It also aims to understand their changing status and explores issues of feminine identity, status, and empowerment largely in ancient and medieval India. It also provides a brief …
Relationship Between Country Culture, Country Demographics, And Restaurant Electronic Word-Of-Mouth Valence Ratings, Cynthia Roberts Maubert
Relationship Between Country Culture, Country Demographics, And Restaurant Electronic Word-Of-Mouth Valence Ratings, Cynthia Roberts Maubert
Walden Dissertations and Doctoral Studies
Researchers have documented that country culture and country demographics influence electronic word-of-mouth (eWOM) within various industries. Although past research has shown the importance of eWOM to restaurants as a measure of consumer satisfaction, researchers have not established the effect of country culture and country demographics on eWOM within the restaurant industry. Thus, the specific management problem addressed in this quantitative correlational study was the lack of knowledge and understanding regarding the relationship between country culture, country demographics, and restaurant eWOM valence ratings. Grounded in Hofstede’s cultural dimensions theory, the research questions addressed six measures of country culture, 12 measures of …
Employer Perceptions Of The Skills Gap In College Graduates’ Written Communication, Julie Minnaugh
Employer Perceptions Of The Skills Gap In College Graduates’ Written Communication, Julie Minnaugh
Walden Dissertations and Doctoral Studies
U.S. employers have reported that many college graduates are underprepared in written communication when hired and that lack of preparedness hinders these graduates’ employment success. Higher education institution (HEI) administrators need information regarding which writing skills should be taught across the curriculum to improve student outcomes. The purpose of this study was to investigate employers’ perspectives on the written communication skills gap that hinders college graduates from being successful in their professional practice. Swales’s six characteristics of a discourse community provided a conceptual lens for the study, as graduates commencing employment represent newcomers to a discourse community. A basic qualitative …
Twitter Sentiment Analysis: Applications In Healthcare And Finance, Jiali Wang
Twitter Sentiment Analysis: Applications In Healthcare And Finance, Jiali Wang
Dissertations
This research explores the influence of Twitter sentiment on healthcare and finance industries. It assesses how Twitter sentiment and culture measure influence COVID-19 statistics, and it investigates the impact of Twitter sentiment on S&P 1500 stock mispricing. Furthermore, it examines how tweet sentiment predicts major industry returns.
The first part examines how Hofstede’s Culture Dimensions (HCD) and Twitter economic uncertainty index (TEU) relate to COVID-19 infection rate and death rate. The results show certain aspects in HCD, such as power distance index (PDI) and masculinity (MAS) both are negatively and significantly associated with the infection rate, while indulgence (IVR) and …
From Safety To Source Domination And Diversity Content: Media Challenges In The Pandemic Era, Erwin Kartinawati
From Safety To Source Domination And Diversity Content: Media Challenges In The Pandemic Era, Erwin Kartinawati
Informasi
All sectors of human life have been affected by the Covid-19 virus, including the media industry. There have been many changes in the media organization. The patterns that have become standard have completely changed due to the pandemic. The media face many challenges because of that. Those are the risk to the safety of workers, the loss of several types of jobs, the dominance of information sources, and threats to the diversity of information that the public can receive. Those were the results of this study. That results were obtained by a research process carried out from May to mid-December …
The Influence Of The Use Of Website-Based Learning Media On Engineering Drawing Materials, Tuti Suartini, Aan Sukandar, Fikran Fauzul Zadi, Anggraili Salsabila Fikadinda, Wahid Maulana
The Influence Of The Use Of Website-Based Learning Media On Engineering Drawing Materials, Tuti Suartini, Aan Sukandar, Fikran Fauzul Zadi, Anggraili Salsabila Fikadinda, Wahid Maulana
Informasi
The era of digitalization actually offers various conveniences. Learning can be done through various methods, not only conventional methods. The widespread use of the internet network must be utilized optimally in various fields. So that digital technology is very functional today to do online learning. The influence of the production of learning media with website-based technology on responses to the learning activities of the Engineering Drawing course, Mechanical Engineering Education Department. Learning media used through the web aims to be used as alternative teaching materials in the learning process in the hybrid learning era. The technology used allows users to …
Tanoker Community As A Counter Culture Movement To Communicate Traditional Games In Ledokombo Jember Indonesia, Juariyah Juariyah, Putri Robiatul Adawiyah
Tanoker Community As A Counter Culture Movement To Communicate Traditional Games In Ledokombo Jember Indonesia, Juariyah Juariyah, Putri Robiatul Adawiyah
Informasi
Tanoker is one of the traditional games in Indonesia which is one of the cultural heritages whose existence must be protected and preserved. The Tanoker community has begun to actively promote this traditional game to be introduced to the community. The purpose of this study is to examine the Tanoker community in their efforts to prevent the negative impact of online gaming culture through traditional games. This type of research using in this study is a qualitative approach with ethnographic methods was used in this study as well as by analyzing the text and interview results. The results showed that …
"Merapi Volcano Imaginary" An Alternative Multimedia Learning Geography In The South Region Of Merapi Volcanism, Muhammad Nursa'ban, Mukminan Mukminan, Mawanti Widyastuti, Dimas Sekar Langit, Muhammad Choirul Anwar
"Merapi Volcano Imaginary" An Alternative Multimedia Learning Geography In The South Region Of Merapi Volcanism, Muhammad Nursa'ban, Mukminan Mukminan, Mawanti Widyastuti, Dimas Sekar Langit, Muhammad Choirul Anwar
Informasi
This study aims to anticipate the loss of learning for students in the geography education field practice in the southern region of Merapi Volcano during the Covid-19 Pandemic era by developing Android-based interactive learning multimedia as a medium as well as teaching materials. The development uses the ADDIE method (Analysis, Design, Development, Implementation, and Evaluation). Product feasibility was assessed by six material and media expert lecturers and 10 geography education students as users. The result of the development is an interactive multimedia with flipped book combined with Adobe Flash Maker on Android, with the name "Merapi Volcano Imaginary". The contents …