Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Social and Behavioral Sciences Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 541 - 570 of 2614

Full-Text Articles in Social and Behavioral Sciences

การลงทุนของจีนผ่านข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Bri) ในกัมพูชา : กรณีศึกษา โครงการดาราสาครในมิติด้านความมั่นคง, ธันยพร สมศรี Jan 2023

การลงทุนของจีนผ่านข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Bri) ในกัมพูชา : กรณีศึกษา โครงการดาราสาครในมิติด้านความมั่นคง, ธันยพร สมศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษางานชิ้นนี้ต้องการนำเสนอให้เห็นถึงการดำเนินนโยบายต่างประเทศของจีนที่นำโครงการข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative - BRI) มาใช้ในการเชื่อมจีนกับนานาประเทศทั่วโลก ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศต่าง ๆ ทั้งทางบกและทางทะเลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงขยายการลงทุน โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานในการส่งออกกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ขณะเดียวกันจีนก็ได้พัฒนาขีดความสามารถทางทหาร รวมถึงอาวุธยุทโปกรณ์ เห็นได้จากงบประมาณด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี แสดงให้เห็นถึงการผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจของจีนทางเศรษฐกิจและการเมืองความมั่นคงควบคู่กันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพื้นฐานที่จีนไปสร้างตามจุดยุทธศาสตร์เส้นทางการเดินเรือ ด้วยการออกแบบทำให้สามารถรองรับการใช้ประโยชน์ได้สองทางทั้งในเชิงพาณิชย์และการทหาร ทั้งนี้ โครงการดาราสาครของกัมพูชาเป็นหนึ่งในโครงการ BRI ที่สำคัญ ตั้งอยู่ในจุดภูมิรัฐศาสตร์ที่สามารถเข้าถึงทะเลจีนใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความขัดแย้งอ้างสิทธิ์ทับซ้อนกันระหว่างจีนและประเทศสมาชิกในอาเซียน แม้ว่าโครงการดังกล่าวจะถูกสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่ก็ไม่สามารถมองข้ามมิติด้านความมั่นคงไปได้ เนื่องจากภายในมีทั้งท่าเรือน้ำลึก สนามบิน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งมีศักยภาพในการรองรับกองทัพจีน โดยเหมาะแก่การเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการวางกองกำลังทหารและใช้สถานที่ดังกล่าวไปในภารกิจปกป้องเส้นทางการเดินเรือได้ ที่สำคัญ หากในอนาคตกัมพูชามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สามารถมีกองทัพต่างประเทศตั้งอยู่ภายในประเทศได้ โครงการดาราสาครอาจกลายเป็นฐานทัพแห่งที่สองในต่างประเทศของจีน นอกจากฐานทัพต่างประเทศแห่งแรกของจีนที่ประเทศจีบูติ


ความพยายามหลุดจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางของเวียดนาม, นวพร เกตุคง Jan 2023

ความพยายามหลุดจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางของเวียดนาม, นวพร เกตุคง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ ศึกษาความพยายามหลุดจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางของเวียดนามผ่านมุมมองทฤษฎีระบบโลกของอิมมานูเอล วอลเลอร์สไตน์ สำหรับการวิเคราะห์ว่าเพราะอะไรเวียดนามยังไม่สามารถขยับไปสู่การเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงได้ แม้เวียดนามจะมีการกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ตั้งเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนเพื่อยกระดับสู่การเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง จากการศึกษาพบว่าเวียดนามมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติเพื่อเพิ่มอัตราการเติบโตของจีดีพี ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการยกระดับสู่ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง อย่างไรก็ตามการเข้ามาลงทุนของต่างชาติส่งผลให้เวียดนามมีบทบาทเป็นฐานการผลิตให้แก่ผลิตภัณฑ์ของบรรษัทข้ามชาติของประเทศมหาอำนาจหรือประเทศที่พัฒนาแล้ว นำไปสู่การมีบทบาทของนายทุนในระบบเศรษฐกิจของเวียดนามก่อให้เกิดระบบทุนนิยม การเกิดชนชั้นนายทุนและแรงงาน การขูดรีดผลประโยชน์ ความเหลื่อมล้ำ และการได้รับผลประโยชน์ที่ไม่เท่าเทียมกันตามบทบาทการแบ่งงานกันทำในระบบโลก ซึ่งนายทุนย่อมได้รับผลประโยชน์สูงสุดในการลงทุน ดังนั้น บทบาทของประเทศมหาอำนาจที่เข้ามาลงทุนในเวียดนามทำให้เกิดความท้าทายและความตึงเครียดต่อการพัฒนาศักยภาพของเวียดนามให้หลุดออกจากรายได้ปานกลางระดับต่ำ


การฝึกร่วมและผสมกองทัพอากาศไทยในฐานะเครื่องมือการกระจายความเสี่ยงทางทหารในบริบทความขัดแย้งของมหาอำนาจ, พิชญ์ ชูกิจคุณ Jan 2023

การฝึกร่วมและผสมกองทัพอากาศไทยในฐานะเครื่องมือการกระจายความเสี่ยงทางทหารในบริบทความขัดแย้งของมหาอำนาจ, พิชญ์ ชูกิจคุณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์นี้ศึกษาการใช้การฝึกร่วม/ผสมกองทัพอากาศไทยเป็นเครื่องมือในการกระจายความเสี่ยงทางทหารในบริบทของความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาวิธีการที่กองทัพอากาศไทยดำเนินการฝึกร่วม/ผสมกับสหรัฐอเมริกาและจีน ภายใต้เงื่อนไขที่ทั้งสองชาติมีความขัดแย้งกัน และสำรวจว่ากลยุทธ์ดังกล่าวมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทยอย่างไร ในบริบทที่ทั้งสองมหาอำนาจพยายามที่จะขยายอิทธิพลในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก การศึกษาใช้ทฤษฎีทางเลือกอย่างสมเหตุสมผล (Rational-Choice Theory) และการทูตทางทหาร (Defense Diplomacy) เพื่อวิเคราะห์การดำเนินการด้านการฝึกร่วม/ผสมในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยงทางทหาร ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการฝึกร่วม/ผสมช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาความสมดุลทางอำนาจและลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งของมหาอำนาจได้ แต่ในทางกลับกัน การดำเนินการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบเชิงลบได้หากขาดความระมัดระวัง ดังนั้นกองทัพอากาศไทยจึงต้องพิจารณาให้รอบคอบตามปัจจัยและบริบทความมั่นคงของไทยนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบและการสูญเสียผลประโยชน์ในระยะยาว


ความท้าทายในการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับองค์การตำรวจสากลในการจัดส่งผู้ร้ายข้ามแดน, วริศรา สีน้ำเงิน Jan 2023

ความท้าทายในการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับองค์การตำรวจสากลในการจัดส่งผู้ร้ายข้ามแดน, วริศรา สีน้ำเงิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเรื่อง “ความท้าทายในการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและองค์การตำรวจสากลในการจัดส่งผู้ร้ายข้ามแดน” มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความท้าทายและอุปสรรคในการประสานงานระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยและองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) ในกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองการต่างประเทศ ฝ่ายตำรวจสากลและประสานงานภูมิภาค และการวิเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่าความท้าทายหลักในการทำงานร่วมกันระหว่างสององค์กรในการจัดส่งผู้ร้ายข้ามแดน คือการยึดถือหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในระหว่างรัฐ ซึ่งส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการ อุปสรรคเกิดจากความแตกต่างของระบบกฎหมายและกระบวนการทางกฎหมายของแต่ละประเทศที่แตกต่างกันทำให้การประสานงานระหว่างประเทศต้องใช้เวลามาก และรัฐอื่นจะเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ นอกจากนี้ การพิจารณาด้านสิทธิมนุษยชนยังมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจส่งผู้ร้ายข้ามแดนอีกด้วย ข้อเสนอแนะที่สำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน ได้แก่ การสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นระหว่างประเทศในการดำเนินงานทางกฎหมายและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพื่อให้การประสานงานระหว่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ


การศึกษาบทบาทของสำนักงบประมาณต่อการกระจายอำนาจทางการคลัง: กรณีศึกษาการจัดสรรเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, วีรภัทร์ อินทรนาค Jan 2023

การศึกษาบทบาทของสำนักงบประมาณต่อการกระจายอำนาจทางการคลัง: กรณีศึกษาการจัดสรรเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, วีรภัทร์ อินทรนาค

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาบทบาทสำนักงบประมาณต่อการกระจายอำนาจทางการคลัง : กรณีศึกษาการจัดสรรเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และเสนอแนวทางการนำระบบงบประมาณแบบมุ่งผลสำเร็จ (Result-Based Budgeting : RBB) ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อสำรวจและวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคและความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแนวทางการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยตรง ผ่านแนวคิดทฤษฎีการกระจายอำนาจทางการคลัง ทฤษฎี SWOT Analysis วิเคราะห์บทสัมภาษณ์เชิงลึกจากเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณ เจ้าหน้าที่ อปท. และ นักวิชาการทางการคลัง ผลการวิจัยพบว่า การจัดสรรงบประมาณโดยตรงของสำนักงบประมาณ (สงป.) แบบแนวทางที่สอดคล้องกับ RBB ยังพบว่ามีข้อจำกัดในเรื่องบุคลากรและความเข้าใจต่อบริบทของแต่ละท้องถิ่นที่แตกต่างกัน ทำให้การจัดสรรงบประมาณไม่ทันต่อสถานการณ์ กระบวนการตรวจสอบและอนุมัติที่ซับซ้อน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสม การปรับปรุงระบบติดตามและประเมินผล การจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (big-Data) นำไปสู่การประยุกต์ใช้ข้อมูลเกิดการพัฒนาของท้องถิ่นในอนาคต นอกจากนี้ ปัจจุบัน สงป. ได้จัดตั้งสำนักงานเขต (สาขา) ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่าง สงป. กับ อปท. อย่างบูรณาการ สะสมองค์ความรู้ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้นำ อปท. มาชี้แจงงบประมาณโดยตรง เกิดความโปร่งใสและประสิทธิภาพในกระบวนการจัดสรรงบประมาณ


การพัฒนาประสิทธิภาพ ภายใต้บริบท มาตรการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลกรณีศึกษา ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ, วิธกร ต้นพรหม Jan 2023

การพัฒนาประสิทธิภาพ ภายใต้บริบท มาตรการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลกรณีศึกษา ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ, วิธกร ต้นพรหม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาแนวทางที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมสำหรับการดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ รวมถึงระบุปัญหาหรือข้อบกพร่องที่อาจส่งผลกระทบต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เพื่อนำไปสู่แนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยทั้งในเชิงรุกและเชิงรับของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยอาศัยกระบวนทัศน์ของแนวคิดและทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยงานวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ผ่านการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์เชิงลึกของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา ความปลอดภัย ทั้งในสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยและในท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ งานศึกษานี้พบว่า ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิมีแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพการรักษา ความปลอดภัยที่มีศักยภาพ สามารถรับมือต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้นได้ตามมาตรฐานสากล รวมถึงปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ตามที่หน่วยงานภาครัฐกำหนดไว้ได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง อย่างไรก็ตาม อาจมีปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิบางประการ อาทิ ปัจจัยด้านบุคลากร ปัจจัยด้านการบริหารจัดการพื้นที่ ปัจจัยด้านภัยคุกคามจากภายนอก และปัจจัยด้านการตระหนักรู้ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นต้น ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพของมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประกอบด้วย 1) การบังคับใช้กฎหมายและมาตรการต่าง ๆ อย่างเข้มงวดและชัดเจน 2) การเพิ่มค่าตอบแทนให้ผู้ปฏิบัติงานเพื่อรักษาความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน 3) การสร้างความสมดุลระหว่างมาตรการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น 4) การเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงกฎระเบียบและข้อปฏิบัติในการใช้บริการสนามบิน และ 5) การเพิ่มบทลงโทษ หากตรวจพบผู้โดยสารนำพาสิ่งผิดกฎหมายหรือวัตถุต้องห้ามขึ้นอากาศยาน


การดำเนินนโยบายของไทยต่อรัสเซียหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในสมัยรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน, ศุภิสรา ศิลปวรนันท์ Jan 2023

การดำเนินนโยบายของไทยต่อรัสเซียหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในสมัยรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน, ศุภิสรา ศิลปวรนันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 18 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดการเปลี่ยนแปลงการเมืองภายใน จึงทำให้รัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน ต้องแก้ปัญหาการเมืองภายในประเทศ ในขณะเดียวกันต้องกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศต่อนานาประเทศ ที่เป็นผลจากเหตุการณ์ภายในประเทศ หนึ่งในนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลชุดนี้คือการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับรัสเซียภายหลังการล่มสลายจองสหภาพโซเวียต ซึ่งต้องฟื้นฟูประเทศเช่นเดียวกันเมื่อเกิดเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาเดียวกัน ผู้เขียนใช้กรอบแนวคิดแง่มุมของการตัดสินใจ (The Decision-Making Approach to the study of International Politics) ของ Richard C. Snyder, H.W. Bruck and Burton Sapin เป็นแนวคิดการวิเคราะห์การตัดสินใจ เพื่ออธิบายปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อพฤติกรรมนโยบายต่างประเทศของไทยต่อรัสเซีย โดยได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากเอกสาร รายงาน หนังสือพิมพ์ วิทยานิพนธ์ ข่าวสาร และบทความวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล พบว่าในช่วงเวลาของรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน ดำเนินนโยบายต่างประเทศต่อรัสเซียโดยเน้นด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก


การลงทุนของบริษัทยานยนต์ไฟฟ้าจีน Byd (Build Your Dream) และประเทศไทยในฐานะฐานการผลิต, สรรค์สรวง ตันติวิธิเวท Jan 2023

การลงทุนของบริษัทยานยนต์ไฟฟ้าจีน Byd (Build Your Dream) และประเทศไทยในฐานะฐานการผลิต, สรรค์สรวง ตันติวิธิเวท

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์เล่มนี้เป็นการศึกษากิจกรรมทางเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศในประเด็นการลงทุนของบริษัท BYD (Build Your Dream) ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติจีนที่ได้ลงทุนตั้งฐานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยผ่านกรอบแนวคิดพาณิชยนิยมใหม่ (Neo-mercantilism) โดยมีระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมระหว่างการศึกษาข้อมูลจากเอกสารวิชาการกับการสัมภาษณ์บุคคลสำคัญที่มีส่วนต่อการเข้าใจบริบทการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างผู้บริหารค่ายยานยนต์ไฟฟ้า BYD ในประเทศไทย พร้อมนำข้อมูลที่ได้มาอธิบายประกอบการวิเคราะห์กับข้อมูลจากเอกสารอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้ได้รายละเอียดความชัดเจนที่ตรงตามสถานการณ์และบริบทของการลงทุนตั้งฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในไทยของ BYD การศึกษาค้นคว้าพบว่า การลงทุนของ BYD ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าถูกแฝงเอาไว้ด้วยบทบาทของรัฐจีน ผ่านการกำหนดนโยบาย และกำหนดอุตสาหกรรมมุ่งเป้าของตนเอง รวมถึงการส่งออกบริษัทข้ามชาติ (MNCs) ในฐานะกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศ อาศัยช่องโหว่ของความร่วมมือภายใต้ระบบเศรษฐกิจการเมืองร่วมสมัย กติกาการค้าเสรี รวมถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐกับรัฐเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ของจีนทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ซึ่งจะเป็นผลประโยชน์แห่งชาติของจีนอันจะนำไปสู่ของสั่งสมความมั่งคั่งของรัฐ รวมถึงได้สร้างผลกระทบในด้านต่าง ๆ ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและต่อผู้ผลิตรายดั้งเดิมที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตอย่างผู้ผลิตจากญี่ปุ่น รวมถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้นในปัจจุบัน


Research On Chinese Language Education Policy And Chinese Language Education Development In Thailand, Mengyao Zeng Jan 2023

Research On Chinese Language Education Policy And Chinese Language Education Development In Thailand, Mengyao Zeng

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Development of Chinese language Education in Thailand is highly typical, not only leading in global Chinese language education but also pioneering numerous firsts. Thailand was the first country to incorporate Chinese into its national education system, the first to invite Chinese language teacher volunteers from China, and the first to establish Confucius Classrooms. Over a century, Thai Chinese language education has experienced both prosperous "springs" and challenging "winters." In recent years, with the warming of Sino-Thai relations and the increased attention from the Thai Ministry of Education, the number of Mandarin learners has surged, marking a period of significant development …


การประเมินผลผลิตกาแฟด้วยเทคนิคอากาศยานไร้คนขับ, สาวิตรี จันทร์สิงห์ Jan 2023

การประเมินผลผลิตกาแฟด้วยเทคนิคอากาศยานไร้คนขับ, สาวิตรี จันทร์สิงห์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการให้ผลผลิตกาแฟและเพื่อพัฒนาแบบจำลอง การประเมินผลผลิตกาแฟพันธุ์อาราบิกาจากข้อมูลที่ได้จากอากาศยานไร้คนขับ ในพื้นที่บ้านสันเจริญ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยใช้แปลงตัวอย่าง 4 แปลง และมีช่วงระยะเวลาการเก็บเกี่ยวผลผลิตระหว่างปี 2021-2022 ผู้วิจัยใช้ปัจจัย ค่าความสูง ขนาดทรงพุ่ม เส้นรอบวงลำต้น และปัจจัยดัชนีความพืชพรรณความเขียวของพืชในช่วงคลื่นที่ตามองเห็น (VARI) ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์แบบจำลองสมการทางคณิตศาสตร์และการประเมินความน่าเชื่อถือทางสถิติด้วยค่าสัมประสิทธิ์การตัดสินใจ (R2) และค่ารากที่สองของค่าความคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ย (RMSE) ผลการวิจัย พบว่า สมการการประมาณค่าผลผลิตกาแฟของทั้ง 4 แปลง จากความสูง ขนาดทรงพุ่ม เส้นรอบวงลำต้น และ VARI สามารถอธิบายความผันแปรของผลผลิตได้ร้อยละ 74-88 และทุกตัวแปรมีผลต่อการคาดการณ์ผลผลิตกาแฟเฉลี่ยรายต้น อย่างมีนัยสำคัญที่ 95% ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการคาดการณ์ปริมาณผลผลิตมากที่สุดคือเส้นรอบวงลำต้น (0.582) รองลงมาคือดัชนีพืชพรรณ VARI (0.411) ขนาดทรงพุ่ม (0.406) และความสูง (-0.401) เมื่อวิเคราะห์การประเมินจำนวนผลผลิตเฉลี่ยรายต้นของทุกแปลงจะมีค่า RMSE เท่ากับ 2.12 กิโลกรัมต่อต้น นอกจากนี้ผู้วิจัยได้นำสมการการคาดการณ์ผลผลิตเฉลี่ยรายต้นที่ได้ไปทดสอบกับแปลงตรวจสอบ พบว่ามีค่า RMSE เท่ากับ 2.37 กิโลกรัมเฉลี่ยต่อต้น การวิจัยนี้สามารถนำไปเป็นตัวอย่างของการใช้ข้อมูลจากอากาศยานไร้คนขับไปวางแผนผลผลิตเกษตรกรรมต่อไป


ประสบการณ์การจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน, ยุรดา สินสวัสดิ์ Jan 2023

ประสบการณ์การจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน, ยุรดา สินสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์การจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน ใช้ระเบียบวิธีวิจัยคุณภาพแนววิเคราะห์เชิงปรากฏการณ์วิทยาแบบตีความ (Interpretative Phenomenological Analysis: IPA) เก็บข้อมูลด้วยวิธีสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง ผู้เข้าร่วมวิจัยเป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์การทำงานเกิน 5 ปี จำนวน 9 ราย ประกอบด้วย นักเขียนนวนิยาย นักเขียนบทโทรทัศน์ และนักเขียนการ์ตูน ประเภทละ 3 ราย ผลการวิจัยพบ 2 ประเด็นหลักคือ สาเหตุของความเครียดและการจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน ประเด็นสาเหตุของความเครียด พบ 4 ประเด็นรอง ได้แก่ 1) การผูกตัวตนเข้ากับงาน ประกอบด้วย การถูกวิจารณ์และการถูกเกลียด ความต้องการเขียนงานที่เป็นตัวเอง และความคิดว่า “ฉันห่วยแตก ฉันไร้ค่า” 2) ความรู้สึกควบคุมอะไรไม่ได้ ประกอบด้วย การเขียนไม่ออก การทำนายยอดขายไม่ได้ และความไม่แน่นอนของการจ้างงาน 3) การทำงานหนัก ประกอบด้วย ความยากในการจัดการเวลา การใช้อารมณ์ความรู้สึกในการทำงาน และปัญหาสุขภาพจากการทำงานหนัก 4) การขาดโอกาสในการเติบโตทางอาชีพ ประกอบด้วย รัฐบาลไม่สนับสนุน ค่าตอบแทนที่จำกัด และการถูกเอาเปรียบ ประเด็นการจัดการความเครียด พบ 4 ประเด็นรอง ประกอบด้วย 1) การบริหารการเงิน ประกอบด้วย การทำงานเสริม และการเตรียมเงินสำรอง 2) การบริหารจัดการเวลา 3) การจัดการอารมณ์ด้านลบ ประกอบด้วย การเบี่ยงเบนความสนใจ การระบายให้คนรอบข้างฟัง การให้กำลังใจตนเอง การเขียนเพื่อการเยียวยา และการศึกษาจิตวิทยา 4) ทัศนคติที่เปลี่ยนไป ประกอบด้วย การอยู่ร่วมกับความเกลียดชัง การปล่อยวางอุดมคติ และการลดความคาดหวังด้านยอดขาย ผู้วิจัยได้อภิปรายผลวิจัยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว การวิจัยนี้ช่วยให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับประสบการณ์การเผชิญความเครียดและการจัดการความเครียดจากการทำงานของนักเขียน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศาสตร์การให้บริการการปรึกษาเชิงจิตวิทยาต่อไป


ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาของเด็ก, นิภาภรณ์ ไทยสงเคราะห์ Jan 2023

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาของเด็ก, นิภาภรณ์ ไทยสงเคราะห์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การลงทุนทางด้านการศึกษามีความสำคัญและจำเป็นสำหรับทุนมนุษย์ ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทำให้เด็กไทยไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาตามที่ควรจะเป็น การวิจัยนี้จึงต้องการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาที่คาดหวังในอนาคตของเด็กไทยหลังจบการศึกษาภาคบังคับในช่วงอายุ 15 ปี โดยศึกษาปัจจัยทางด้านภูมิหลังของตนเองและครอบครัว ปัจจัยทางต้านต้นทุนทางสังคมของครอบครัวและโรงเรียน และปัจจัยทางด้านอาชีพที่เด็กคาดหวังในอนาคต ผู้วิจัยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากโปรแกรมการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล ในปีพ.ศ. 2558 และ 2561 โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมการทดสอบปีพ.ศ. 2558 จำนวน 8,249 คน จาก 273 โรงเรียน และปีพ.ศ. 2561จำนวน 8,633 คน จาก 290 โรงเรียนในทุกสังกัดการศึกษา รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน 16,882 คน ผู้วิจัยใช้แบบจำลองการไบวาริเอทโพรบิท (Bivariate probit model ) ในการวิเคราะห์ความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาของเด็ก ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยทางด้านภูมิหลังของตนเองและครอบครัวมีความสัมพันธ์กับความคาดหวังต่อระดับการศึกษาของเด็กในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนั้นปัจจัยทางด้านของโรงเรียนและอาชีพที่เด็กคาดหวังในอนาคตก็มีอิทธิพลต่อความคาดหวังทางด้านระดับการศึกษาของเด็กอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นเดียวกัน


อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น, ณัฐนรี กิตติมงคลชัย Jan 2023

อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น, ณัฐนรี กิตติมงคลชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณา (ได้แก่ มิติด้านความเชี่ยวชาญ มิติด้านความน่าไว้วางใจ และมิติด้านความน่าดึงดูดใจ) และพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น (ได้แก่ ทัศนคติต่อโฆษณา ทัศนคติต่อตราสินค้า และความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค) และ 2) อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น โดยใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จาก 1) กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 24 - 44 ปี ที่เคยซื้อและใช้งานสินค้าเครื่องปรับอากาศ Daikin ภายในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา จำนวน 110 คน และ 1) กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 24 - 44 ปี ที่เคยซื้อและบริโภคสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Nissin ภายในช่วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 110 คน รวมทั้งหมด 220 คน ผลการวิจัยพบว่า คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นผู้มีชื่อเสียงที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุด คือ มิติด้านความน่าดึงดูดใจ ขณะที่คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นตัวการ์ตูนที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุด คือ มิติด้านความเชี่ยวชาญ นอกจากนั้น คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นผู้มีชื่อเสียงที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด คือ มิติด้านความน่าดึงดูดใจ และคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นตัวการ์ตูนที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด คือ มิติด้านความเชี่ยวชาญ


สนามวาทกรรม “ความผิดเพศ” และความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อกลุ่มเกย์เพศชายกลุ่มต่างๆภายใต้บริบท “สังคมนิยมชาย” ในประเทศไทย ในศตวรรษที่ 21, ธนา ร่างน้อย Jan 2023

สนามวาทกรรม “ความผิดเพศ” และความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อกลุ่มเกย์เพศชายกลุ่มต่างๆภายใต้บริบท “สังคมนิยมชาย” ในประเทศไทย ในศตวรรษที่ 21, ธนา ร่างน้อย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์และข้อถกเถียงเพื่อศึกษาวิเคราะห์การก่อตัวของการเกิดสนามวาทกรรม “ความผิดเพศ” ภายใต้บริบท “สังคมนิยมชาย” ในสังคมไทย โดยมุ่งศึกษาภาคปฏิบัติการของสนามวาทกรรม “ความผิดเพศ” ในศตวรรษที่ 21 ที่เป็นการปะทะกันระหว่างชุดวาทกรรมรักต่างเพศและชุดวาทกรรมรักเพศเดียวกันแบบคู่ตรงข้าม เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์และการเกิดความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อกลุ่มเกย์เพศชายกลุ่มต่างๆ ในสังคมไทย ผ่านการวิเคราะห์สื่อทางสังคมในรูปแบบต่าง ๆ และสื่อวัฒนธรรมป๊อป อาทิ ละครชุด ภาพยนตร์ บทเพลง หรือหนังสือ ตลอดจนการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อย่างเทศกาลไพรด์ รวมไปถึงการวิเคราะห์ชุดวาทกรรมทางการอย่าง “กฎหมาย” ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพื่อการสมรสเท่าเทียม และร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต ที่สังคมไทยยังคงมีปัญหาด้านตัวบทกฎหมายการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและการได้รับความคุ้มครองทางสิทธิและเสรีภาพของกลุ่มเกย์ที่มีข้อจำกัด สะท้อนให้เห็นการแย่งชิงพื้นที่ทางวาทกรรมในสนามวาทกรรมความผิดเพศที่นำไปสู่การเกิดความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อกลุ่มเกย์ ซึ่งผลการศึกษาพบว่า กลุ่มเกย์เพศชายในสังคมไทย ยังคงได้รับผลกระทบจากสนามวาทกรรม “ความผิดเพศ” โดยเฉพาะเรื่องการได้รับความคุ้มครองด้านสิทธิเสรีภาพและการเข้าถึงสิทธิตามกฎหมาย และขาดกฎหมายที่รองรับการแสดงออกและการเข้าถึงสิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศที่นำไปสู่การเกิดความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อเกย์เพศชายกลุ่มต่าง ๆ โดยงานวิจัยชิ้นนี้ได้สร้างคุณูปการทางวิชาการด้านการศึกษาวาทกรรมและการวิเคราะห์วาทกรรม และสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจด้านอาชญาวิทยาเกี่ยวกับความเกลียดชังทางเพศวิถีที่มีต่อกลุ่มเกย์ให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น


Equity In Maternal And Child Health In Myanmar: Benefit Incidence Analysis On Utilization Of Health Services, Myint Si Thu Jan 2023

Equity In Maternal And Child Health In Myanmar: Benefit Incidence Analysis On Utilization Of Health Services, Myint Si Thu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Utilization of maternal and child health services plays a crucial role in preventing pregnancy related deaths and child deaths. High levels of maternal and child mortalities are remaining as public health problems in Myanmar. Therefore, this study aims to examine the effects of socio-economic and geographical factors on utilization of maternal and child health services at public health facilities in Myanmar, and analyze the levels of benefit that go to the people in different wealth status. Secondary data analysis is conducted using maternal and child health data from Myanmar Demographic and Health Survey (MDHS) 2015- 16. Marginal effects of multinomial …


Intersectionality And Gender Injustice In Higher Education In Pre- And Post-Coup Myanmar, Ei Yin Yin Phyu Jan 2023

Intersectionality And Gender Injustice In Higher Education In Pre- And Post-Coup Myanmar, Ei Yin Yin Phyu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research examines gender injustice in Higher Education in pre- and post-coup Myanmar. It explores how gender injustice has been perceived and practiced during the semi- civilian government and after the 2021 coup, both in private and public spaces. Using intersectionality and gender injustice concepts, this research employs a qualitative approach, collecting primary data through interviews with women university scholars, as well as secondary sources such as legal documents, education laws, university policies and regulations regarding gender equality. It incorporates other gender-related concepts and frameworks in order to strengthen its empirical findings. Primary data collection included 17 female participants from …


อิทธิพลของการใช้อินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจกับรายได้ของลูกจ้างในประเทศไทย, กุลชาติ ประทุมชัย Jan 2023

อิทธิพลของการใช้อินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจกับรายได้ของลูกจ้างในประเทศไทย, กุลชาติ ประทุมชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาคือ (1) เพื่อศึกษาการใช้อินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจของลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (2) เพื่อทดสอบอิทธิพลของปัจจัยทางประชากรและสังคม ปัจจัยการทำงานและปัจจัยทรัพยากรการใช้อินเทอร์เน็ตที่ส่งผลต่อการใช้อินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจของลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และ (3) เพื่อทดสอบอิทธิพลของปัจจัยทางประชากรและสังคม ปัจจัยการทำงานและทุนทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่ส่งผลต่อรายได้ของลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยการศึกษาครั้งนี้ศึกษากลุ่มประชากรวัยแรงงานที่มีอายุ 18 – 59 ปี มีสถานภาพการทำงานเป็นลูกจ้างและมีการใช้อินเทอร์เน็ตในระหว่าง 3 เดือนก่อนวันสัมภาษณ์ ผู้ศึกษาใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากการสำรวจการใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารในครัวเรือนและการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ.2558 พ.ศ.2561 และพ.ศ.2563 ผลการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจของลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต พบว่า กลุ่มเพศหญิง อายุน้อย การศึกษาสูง อาศัยอยู่เขตเทศบาล รายได้สูง ทักษะแรงงานสูง มีการใช้คอมพิวเตอร์ทำงานและมีทรัพยากรการการใช้อินเทอร์เน็ตที่ดีกว่ามีแนวโน้มที่จะใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตทางเศรษฐกิจมากกว่า ในขณะที่ลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีรายได้ต่ำและทำงานเป็นลูกจ้างรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจมีแนวโน้มที่จะใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาเรียนรู้มากกว่า สำหรับการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้ของลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต พบว่า ลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีทุนทางเศรษฐกิจดิจิทัลต่ำที่สุดและสูงที่สุดนั้นมีช่องว่างทางรายได้ที่แตกต่างกันถึงร้อยละ 36 – 38 ส่วนลูกจ้างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นเพศหญิงและมีสถานภาพโสดเป็นกลุ่มที่มีความได้เปรียบด้านทุนทางเศรษฐกิจดิจิทัล แต่กลับได้รับผลตอบแทนทางรายได้ที่น้อยกว่าแสดงถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงทรัพยากรในพื้นที่นอกเขตดิจิทัล รวมถึงอาจมีข้อจำกัดในการแปลงทุนทางเศรษฐกิจดิจิทัลให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจในชีวิตจริง การศึกษาในครั้งนี้ทำให้ทราบผลกระทบของกระบวนการเปลี่ยนผ่านเป็นดิจิทัล (Digitalization) ที่มีต่อประชากรกลุ่มวัยแรงงาน การเข้าถึงทรัพยากรการใช้อินเทอร์เน็ตและการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพอาจช่วยส่งเสริมความเท่าเทียมกันในทางสังคมที่มีอยู่ได้ หากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถแปลงทุนในพื้นที่ดิจิทัลให้เป็นทุนในพื้นที่ชีวิตจริง ดังนั้นการลดช่องว่างทางดิจิทัลโดยส่งเสริมการเข้าถึงทรัพยากรในพื้นที่ดิจิทัลอย่างเท่าเทียมจึงมีความสำคัญในการสร้างสังคมที่เป็นธรรมในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล


วัณโรคข้ามแดน: ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษยธรรม ความเจ็บป่วย และแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ในประเทศไทย, จุฑามาศ ปิยะวงษ์ Jan 2023

วัณโรคข้ามแดน: ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษยธรรม ความเจ็บป่วย และแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ในประเทศไทย, จุฑามาศ ปิยะวงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัณโรค เป็นโรคที่อยู่กับสังคมมาอย่างยาวนาน ในปัจจุบันวัณโรค เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากการติดเชื้อเป็นอันดับสองของโลกตามรายงานสถานการณ์วัณโรคโดยองค์กรอนามัยโลกปี 2023 (WHO, 2023) โดยประเทศไทยและประเทศเมียนมาร์ยังคงเป็นประเทศที่ถูกจัดอันดับ 30 ประเทศที่มีภาระวัณโรคสูงอย่างต่อเนื่อง วิทยานิพนธ์นี้ นำเสนอประเด็นวัณโรคข้ามแดน เพื่อแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างมนุษย์และสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ภายในเครือข่ายการทำงานของวัณโรคกับแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ โดยวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแสดงที่อยู่ภายในเครือข่ายวัณโรคแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ที่ต่างมีผลและส่งผลต่อกันและกัน เนื่องจากการทำงานวัณโรคในแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์มีหลายแง่มุมที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญอย่างรอบด้านในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ชีวิตของแรงงานข้ามชาติในฐานะผู้ป่วย การให้ความช่วยเหลือตามมนุษยธรรม การเมืองของการให้ความช่วยเหลือ และการรักษาเพื่อให้หายจากความเจ็บป่วยที่ทุกมิติมีความเชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่ในการทำความเข้าใจวัณโรคให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นเพื่อเผยให้เห็นช่องว่างที่สำคัญบางประการในการทำงานวัณโรคที่ยังคงเป็นปัญหาในปัจจุบัน โดยการติดตามชีวิตผู้ป่วยวัณโรคแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์และการทำงานขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับวัณโรคใน 2 พื้นที่หลัก ได้แก่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และจังหวัดสมุทรสาคร ด้วยวิธีวิทยาการติดตาม (Following Method) เพื่อทำความเข้าใจเครือข่ายความสัมพันธ์ของตัวแสดงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น แรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ มนุษยธรรม ความเจ็บป่วย ยารักษา เชื้อโรค วิเคราะห์ด้วยกรอบทฤษฎีเครือข่าย-ผู้กระทำการเป็นแนวคิดหลักเพื่อนําเสนอข้อค้นพบสำคัญของการศึกษาที่ว่าด้วยประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษยธรรม ความเจ็บป่วย และแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ในประเทศไทย ข้อค้นพบของการศึกษานี้ เป็นการอธิบายความสัมพันธ์ของเครือข่ายและตัวแสดงที่เกี่ยวข้องกับวัณโรคในลักษณะของห่วงโซ่ที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับปัจเจก ระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับโลก ที่สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและเปราะบางมากไปกว่าการควบคุมโรคในทางการแพทย์และกฎหมายแรงงาน แต่จำเป็นต้องความเข้าใจในทุกมิติเพื่อขยายไปสู่การทำงานวัณโรคในมิติใหม่ต่อไปได้


การบัญชีนิติวิทยา : กลไกป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ, อิฐฐนันธ์ ปุรณะพรรค์ Jan 2023

การบัญชีนิติวิทยา : กลไกป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ, อิฐฐนันธ์ ปุรณะพรรค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง “การบัญชีนิติวิทยา : กลไกการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อศึกษาถึงการใช้การบัญชีนิติวิทยามาต่อสู้กับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และเสนอ แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของการบัญชีนิติวิทยา โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 17 ท่าน และสังเคราะห์ข้อมูลเป็นข้อเสนอแนะที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ ผลการวิจัยที่สำคัญ พบว่า การบัญชีนิติวิทยา คือ การรวบรวมหลักฐานการก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตไปสำแดงในชั้นศาล โดยใช้เทคนิคการสืบสวนทางการเงินและการบัญชี กลไกการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจด้วยการใช้การบัญชีนิติวิทยา ประกอบด้วย (1) การป้องกันอาชญากรรม (Prevention) (2) การตรวจจับเฝ้าระวัง (Detection) (3) การสืบสวน (Investigation) เก็บรวบรวมหลักฐานขึ้นสู่ชั้นศาลหรือไกล่เกลี่ย และ (4) การเยียวยาชดใช้ผู้เสียหาย เทคนิคการบัญชีนิติวิทยาแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ (1) Collection Forensic คือ การตรวจสอบเอกสารและไฟล์เอกสาร (2) Digital Forensic คือ การสืบหาหลักฐานจากอุปกรณ์และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ ปัญหาและอุปสรรคของการใช้บัญชีนิติวิทยาในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานการบัญชีนิติวิทยาและจรรยาบรรณของนักบัญชีนิติวิทยา จึงควรจัดตั้ง “สมาคมนักบัญชีนิติวิทยาแห่งประเทศไทย” หรือกำหนดให้เป็นสาขาวิชาชีพแขนงหนึ่งใน “สภาวิชาชีพบัญชี” นักบัญชีนิติวิทยาภาคเอกชนถูกจำกัดการเข้าถึงฐานข้อมูลทางการเงิน ขณะที่หน่วยงานภาครัฐสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลได้เต็มที่ จึงอาจจำเป็นต้องมีกฎหมายพิเศษ เช่น “ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ” และการจัดตั้งองค์กรกลางที่เป็น “Single of Command” เช่น “กระทรวงความมั่นคงภายใน” หรือ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปป.อศ.)” หรือเพิ่มบทบาทหน้าที่ของ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)” นอกจากนี้ยังพบว่า ปัญหาด้านความรู้ความสามารถเกิดจาก “ระบบอุปถัมภ์” ผู้ตรวจสอบภาครัฐมักขาดทักษะด้านการบัญชีนิติวิทยาซึ่งเป็นพหุวิทยาการ (Multidisciplinary) เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ การพัฒนาหลักสูตรการบัญชีนิติวิทยาจึงจำเป็นอย่างยิ่ง โดยอาศัยความร่วมมือแบบสหวิทยาการ (Interdisciplinary) และการฝึกอบรมร่วมกับสภาวิชาชีพบัญชี


บทบาทของรัฐในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน: เปรียบเทียบการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนของเยอรมัน ฟินแลนด์ และลักซ์เซมเบิร์ก ในช่วงปี ค.ศ. 2015 – 2022, ชาราวดี พูลคล้าย Jan 2023

บทบาทของรัฐในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน: เปรียบเทียบการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนของเยอรมัน ฟินแลนด์ และลักซ์เซมเบิร์ก ในช่วงปี ค.ศ. 2015 – 2022, ชาราวดี พูลคล้าย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของรัฐด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศเยอรมัน ฟินแลนด์ และลักซ์เซมเบิร์ก ในช่วงค.ศ. 2015 – 2022 โดยวิเคราะห์พัฒนาการและรูปแบบการพัฒนาของทั้งสามประเทศ พบว่าทั้งเยอรมนี ฟินแลนด์ และลักเซมเบิร์กต่างประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแห่งความยั่งยืนนี้ โดยมีจุดร่วมคือรัฐเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมดผ่านการทำงานของกลไกราชการ (Bureaucratic Capacity) ที่มีความเป็นอิสระที่ฝังรากลึก (Embedded Autonomy) ระดับสูง ได้แก่ CEID ของเยอรมนี Sitra ของฟินแลนด์ และกระทรวง MEA, MECO และ MECDD ของลักเซมเบิร์ก นอกจากนี้ โครงสร้างและบทบาทและหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนเหล่านี้ยังสะท้อนภาพความเป็นรัฐที่นำการพัฒนาที่มีลักษณะเฉพาะของแต่ละประเทศ คือ เยอรมนีในฐานะรัฐที่นำการพัฒนาที่เน้นการมีส่วนร่วม ฟินแลนด์ในฐานะรัฐที่นำการพัฒนาที่เน้นการชี้นำด้วยความสมัครใจ และลักเซมเบิร์กในฐานะรัฐที่นำการพัฒนาที่เน้นการแบ่งงานกันทำ ซึ่งหมายความว่าการเป็นรัฐที่นำการพัฒนานั้นไม่ได้มีรูปแบบเดียวเสมอไป แต่สามารถมีได้หลายเส้นทางขึ้นอยู่กับบริบทที่เหมาะสมของแต่ละประเทศ


บทบาทสตรีมุสลิมในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน: กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์, ธิดาศิลป์ เปลี่ยนละออ Jan 2023

บทบาทสตรีมุสลิมในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน: กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์, ธิดาศิลป์ เปลี่ยนละออ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจบทบาทสตรีมุสลิมในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน ตลอดจนการรวมกลุ่ม ความสัมพันธ์ระหว่างภายในและภายนอกชุมชน และผลกระทบที่เกิดขึ้นใน 3 ด้าน คือด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม โดยศึกษาผ่านกลุ่มตัวอย่างที่เป็นสตรีมุสลิมในกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จำนวน 10 คน ภายใต้ทฤษฎีสตรีนิยมอิสลาม ร่วมกับแนวคิดเครือข่ายทางสังคม หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผลการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่ากลุ่มสตรีมุสลิมพยายามธำรงบทบาทตามที่พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในด้านบทบาทและสิทธิที่สตรีมุสลิมพึงปฏิบัติที่มากกว่าโลกส่วนตัว หากแต่กลุ่มสตรีมุสลิมได้ก้าวออกมาสู่โลกสาธารณะ การรวมกลุ่มสตรีเพื่อหารายได้และการก้าวขึ้นมาสู่บทบาทของผู้พัฒนาชุมชนที่ได้รับการยอมรับจากคนในชุมชน นอกจากนี้กลุ่มสตรีมุสลิมยังมีการเพิ่มพูนความรู้อยู่อย่างสม่ำเสมอเพื่อพัฒนาทักษะและความสามารถของตนเอง อีกทั้งยังมีการสร้างเครือข่ายทางสังคมทั้งกับคนภายในชุมชนและหน่วยงานภายนอก โดยการปฏิสัมพันธ์กับคนในชุมชนนั้นเป็นความสัมพันธ์ที่เข้มแข็ง มีความเรียบง่าย สนิทสนมและความเป็นเครือญาติกัน จึงให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่อย่างเสมอ สำหรับหน่วยงานภายนอกจะทำหน้าที่แจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆ รวมไปถึงการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนด้านงบประมาณในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้การเติบโตอย่างมั่นคงและการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืนมีความสอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยเมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนพบว่าได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนใน 3 ด้าน ประกอบไปด้วย ด้านเศรษฐกิจคือวิสาหกิจชุมชนมีบทบาทในการส่งเสริมการจ้างงาน การเพิ่มการกระจายรายได้ให้แก่คนในชุมชน การเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป ด้านสังคมมีการดึงการมีส่วนร่วมจากคนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม และด้านสิ่งแวดล้อมคือลดปัญหาการเกิดขยะ การพยายามอนุรักษ์น้ำ และส่งเสริมความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมแก่คนในชุมชน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนจำนวน 6 ข้อด้วยกัน ประกอบไปด้วย ข้อที่ 1 ขจัดความยากจน ข้อที่ 2 ขจัดความหิวโหย ข้อที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ ข้อที่ 5 ความเท่าเทียมทางเพศ ข้อที่ 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ และข้อที่ 13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


ปัญหาและอุปสรรคในการสืบสวนสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กและเยาวชนออนไลน์, ปฐมพงษ์ ศรีหาพล Jan 2023

ปัญหาและอุปสรรคในการสืบสวนสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กและเยาวชนออนไลน์, ปฐมพงษ์ ศรีหาพล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยเรื่อง ปัญหาและอุปสรรคในการสืบสวนสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กและเยาวชนออนไลน์ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาถึงปัญหาและอุปสรรคในการสืบสวนสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กและเยาวชนออนไลน์ 2) เพื่อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค การสืบสวนสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กและเยาวชนออนไลน์ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่มุ่งเน้นศึกษาผู้ที่มีหน้าที่ในการสืบสวน สอบสวน นักกฎหมาย ในคดีที่ผู้เสียหายเป็นเด็กในคดีออนไลน์ ผลการศึกษา พบว่า จากแบบสัมภาษณ์ทั้งหมด 9 คน โดยมีบทบาทหน้าที่ดังนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ TICAC จำนวน 5 คน นักจิตวิทยา จำนวน 1 คน พนักงานอัยการ จำนวน 1 คน NGO จำนวน 1 คน และนักสังคมสงเคราะห์ จำนวน 1 คน ปัญหาและอุปสรรค ข้อมูลที่เด็กไม่เต็มใจให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เนื่องจากว่าเด็กเป็นผู้เสียหาย เด็กอาย และไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ทราบหรือให้บุคคลอื่นทราบ ก็จะปกปิดเป็นความลับ และเกี่ยวกับเรื่องของพ่อแม่ผู้ปกครองผู้เสียหายที่ไม่เข้าใจบทบาทของเจ้าหน้าที่ว่าเข้าไปช่วยเหลือ ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลแต่ต้องการหาพยานหลักฐานเพื่อจับคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ เพราะไม่งั้นก็จะไปหลอกคนอื่นต่อ และที่เจอเป็นฝั่งของผู้เสียหาย เกี่ยวกับเรื่องของสภาพแวดล้อม และชุมชนของบ้านผู้เสียหาย ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดมาจากปัญหาครอบครัวที่บ้าน ปัญหาภายในครอบครัว และเป็นเรื่องของการเยาว์วัยของฝั่งผู้เสียหายคือสติปัญญาของเด็กยังไม่ก้าวทันภัยในส่วนของคนร้าย และปัญหาของการสืบสวนคือคนร้ายปิดบังอำพรางตัวตน บางทีสามารถขอข้อมูลจากทาง Facebook, Twitter ผู้ให้บริการในประเทศอย่างการขอ IP Address การขอหมายเลขโทรศัพท์มันต้องใช้เวลายุ่งยาก มันทำให้เป็นอุปสรรคในการสืบสวน ข้อเสนอแนะ เน้นในเรื่องของกระบวนการสืบสวนสอบสวนให้ละเอียดรอบคอบอย่างเดียว จะทำให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานจะง่ายขึ้น แล้วก็รวดเร็วขึ้น และทุกอย่างให้มองเห็นประโยชน์ของเด็กเป็นสำคัญมากกว่าผลประโยชน์ของหน่วยงานตัวเอง และปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการตรวจ เพราะมาพร้อมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ปัญหาที่เจอคือเรื่องการตรวจพยานหลักฐานทาง Computer เพราะส่วนใหญ่ผู้ต้องหามีการปิดล็อกพาสเวิร์ดทาง Computer และมือถือทำให้ยากขึ้นตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างเพียงพอหรือยังที่ต้องเก็บพยานหลักฐานคือให้เจ้าหน้าที่ผู้รับแจ้งมีความรู้มีสกิลในการแนะนำเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บพยานหลักฐาน และกระบวนการยุติธรรมที่เป็นมิตรสำหรับเด็ก ซึ่งมันขยายได้ว่าปัจจุบันมันยังไม่เป็นมิตรสำหรับเด็ก คือกระบวนการสืบสวนสอบสวนมันเหมือนการกระทำซ้ำกับเด็กด้วย พนักงานสืบสวนเองในหลายๆ พื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ที่ยังไม่ค่อยใช้สื่อ Online ตำรวจก็มีข้อจำกัดในการใช้เครื่องมือในการสืบสวน หรือบางแอพตำรวจยังไม่รู้จักเลย บางทีก็มีการใช้ถ้อยคำที่ทำร้ายจิตใจไม่เหมาะสม และการเก็บพยานหลักฐาน และขอเพิ่มเติมข้อเสนอแนะในด้านของกระบวนการยุติธรรมที่เป็นมิตรสำหรับเด็กสำคัญมากในเรื่องความเป็นส่วนตัวแล้ววิธีการในการพูดคุยกับผู้เสียหาย ให้มีการเพิ่มจำนวนพนักงานสอบสวนหญิง แล้วก็พนักงานอัยการผู้หญิง ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาปัจจุบันก็ที่เค้าเน้นหนักคือพวกบัญชีม้า เพราะทำให้ไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าใครเป็นคนกระทำความผิดจริง และข้อเสนอแนะไว้เรื่องเกี่ยวกับการเรื่องทางเพศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในการปราบปรามอาชญากรรมทางเพศ


บทบาทของญี่ปุ่นในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก, นนทิยุต ชัยพงศ์พณิชย์ Jan 2023

บทบาทของญี่ปุ่นในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก, นนทิยุต ชัยพงศ์พณิชย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสำคัญต่อระบบสังคมระหว่างประเทศและปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงเป็นปัญหาฉุกเฉินที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามการที่จะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับความร่วมมือจากประเทศต่าง ๆ ในโลก องค์การระหว่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหประชาชาติเป็นปัจจัยที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้การแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงสามารถประสบความสำเร็จภายใต้ความร่วมมือในระดับนานาชาติ สหประชาชาติได้มีการแพร่ขยายบรรทัดฐานที่จะนำไปสู่การดำเนินนโยบายของตัวรัฐคือบรรทัดฐาน "ความรับผิดชอบของผู้มีสถานะ" และ "การคำนึงถึงระบบองค์รวม" แต่การที่ญี่ปุ่นได้รับนำเอาบรรทัดฐานเหล่านี้มาดำเนินนโยบายนั้น ญี่ปุ่นไม่ได้รับเอาบรรทัดฐานมาโดยไม่เปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับบรรทัดฐานภายใน ญี่ปุ่นได้ดำเนินกระบวนการที่เรียกว่า "การทำให้เป็นท้องถิ่นของบรรทัดฐาน" ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้บรรทัดฐานภายนอกสามารถเชื่อมโยงกับบรรทัดฐานที่ได้รับการยอมอยู่แล้วเป็นวงกว้างในสังคมภายใน ทำให้การดำเนินนโยบายของตัวรัฐซึ่งเป็นนโยบายที่ได้รับอิทธิพลมาจากบรรทัดฐานภายนอกเหล่านี้สามารถดำเนินได้อย่างราบรื่นและปราศจากแรงต่อต้านจากสังคมภายใน


การเผชิญวาระท้ายของชีวิตและการดูแลแบบประคับประคองของผู้ต้องขังสูงวัยในเรือนจำ, ปริญญา หวันเหล็ม Jan 2023

การเผชิญวาระท้ายของชีวิตและการดูแลแบบประคับประคองของผู้ต้องขังสูงวัยในเรือนจำ, ปริญญา หวันเหล็ม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มุ่งสะท้อนให้เห็นพัฒนาการด้านสุขภาพและการเข้าถึงของระบบราชทัณฑ์ไทยในการดูแลแบบประคับประคอง ภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ตามกรอบข้อบังคับระดับสากลและข้อกฎหมายระดับประเทศ ทั้งนี้ ยังมุ่งศึกษาแนวทางการให้บริการด้านสุขภาพในมิติของการดูแลในระยะท้าย ความต้องการของผู้ต้องขังสูงวัยในเรือนจำ และรูปแบบการจัดการกับการตายในเรือนจำ ผ่านกลไกของราชทัณฑ์ไทยที่มีทีมสหวิชาชีพต่างๆที่เข้ามาให้บริการกับผู้ต้องขังในระยะท้ายกับผู้ต้องขัง การศึกษาครั้งนี้อาศัยการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาครั้งนี้มีข้อค้นพบประการสำคัญว่า โครงการราชทัณฑ์ปันสุขเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ คือจุดเปลี่ยนสำคัญของบริการสุขภาพในกรมราชทัณฑ์ ผู้ต้องขังสูงวัยในวาระท้ายของชีวิตนั้นได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานสากลเทียบเท่าการรักษาในโรงพยาบาลภายนอก ด้วยทีมสหวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ ทั้งยังมีบริการระบบการให้เยี่ยมออนไลน์สำหรับผู้ต้องขังในระยะท้ายในเรือนจำ และความต้องการในวาระสุดท้ายของชีวิตผู้ต้องขังในเรือนจำนั้นคือการได้ “กลับบ้าน” ที่นับเป็นข้อค้นพบสำคัญและเป็นความหวังสุดท้ายก่อนสิ้นลมหายใจ


นัยของความตาย: การทำให้เป็นดิจิทัล เดธทิวิตี้ และปฏิสัมพันธ์กับความตายของคนรุ่นใหม่ในบริบทเมือง, วรากร วิมุตติไชย Jan 2023

นัยของความตาย: การทำให้เป็นดิจิทัล เดธทิวิตี้ และปฏิสัมพันธ์กับความตายของคนรุ่นใหม่ในบริบทเมือง, วรากร วิมุตติไชย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปรากฏการณ์สมัยใหม่เรื่องตายที่ปรากฏให้เห็นในบริบทเมืองของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ เกิดขึ้นโดยมีลักษณะร่วมหลายประการ คือ (1) เป็นการนำเสนอความตายแบบที่ไม่ใช่เรื่องต้องห้าม (2) มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (3) นำความตายไปสอดแทรกในมิติอื่น ๆ ของชีวิตประจำวัน และท้ายที่สุด คือ (4) การใช้ความตายเพื่อตอบโจทย์ใหญ่ของสังคม คือ โจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคมสูงวัย และความเป็นปัจเจกที่เพิ่มสูงขึ้น โดยงานวิจัยนี้ศึกษาปรากฏการณ์สมัยใหม่เรื่องตายผ่านหกกรณีศึกษา แบ่งเป็นแพลตฟอร์มพวงหรีดทางเลือกออนไลน์ที่ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนความหมายของคุณค่าใหม่ที่สะท้อนความตระหนักถึงความเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อม และ ปรากฏการณ์เดธทิวิตี หรือ มรณิจกรรม อันเป็นการเปิดพื้นที่เรื่องตายใหม่ในสังคม โดยทั้งหกกรณีศึกษามีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ คือ การทำความตายให้เป็นดิจิทัล (digitalization of death) และ การเรียกร้องให้เกิดปฏิสัมพันธ์ต่อความตายแบบใหม่ในฐานะพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ภายในตนของปัจเจก (Transformative space) ซึ่งส่งผลให้ปฏิบัติการและการให้ความหมายต่อความตายของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในบริบทเมืองเปลี่ยนรูปโฉมไป และค้นพบว่าปรากฏการณ์สมัยใหม่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของพื้นที่กายภาพและดิจิทัลอย่างแยกจากกันไม่ได้ภายใต้ความเป็นสังคมเครือข่าย (network society) เพราะวัตถุประสงค์และความหมายของปรากฏการณ์จะบรรลุผลได้ก็ต่อเมื่อเกิดขึ้นจากเครือข่ายของพื้นที่ เวลา วัตถุ และข้อมูล ทั้งกายภาพและดิจิทัลนั่นเอง ท้ายที่สุด การเกิดขึ้นของปรากฏการณ์สมัยใหม่เรื่องตายอาจกำลังชี้ให้เห็นถึงภูมิทัศน์ความตาย (Deathscape) ที่กำลังเปลี่ยนไป และชี้ให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้ละเลยความตาย แต่กำลังเรียกร้องการเรียนรู้เรื่องตายในรูปแบบใหม่ที่ต้องอาศัยการประกอบขึ้นจากดิจิทัล การสร้างประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวมิดชิด และตอบโจทย์คุณค่าใหม่ของสากล


การศึกษาการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน : กรณีศึกษากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมยางพารา จังหวัดสงขลา, ภาณุรักษ์ ต่างจิตร Jan 2023

การศึกษาการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน : กรณีศึกษากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมยางพารา จังหวัดสงขลา, ภาณุรักษ์ ต่างจิตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่มุ่งให้สนใจกับกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมยางพาราจังหวัดสงขลา โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการศึกษาการนำนโยบายด้านการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานมาประยุกต์ใช้ในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมยางพาราดังกล่าว เพื่อให้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรคของกระบวนการการนำนโยบายไปปฏิบัติ และเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพ ผ่านการทบทวนเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และมีความเข้าใจลักษณะการทำงานของกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมยางพารา ผลการศึกษาพบว่า สถานประกอบการบางแห่งขาดมาตรการ ความเข้าใจกฎหมายที่คุ้มครองให้แรงงานปลอดภัยจากอุบัติเหตุที่เพียงพอ นอกจากนั้น ปัญหาในการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและเงื่อนไขตามกฎหมายยังทำให้การดำเนินการขาดความต่อเนื่อง ทั้งนี้หน่วยงานภาครัฐบางส่วน รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมยางพาราขนาดกลางและขนาดย่อมในจังหวัดสงขลาโดยส่วนใหญ่ มีทรัพยากรจำกัด ทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามนโยบายในด้านนี้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ รวมถึงปัญหาด้านทัศนคติต่อการจัดการส่งผลให้ผู้ประกอบการบางส่วนมีมุมมองต่อการจัดการด้านความปลอดภัยในลักษณะภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และท้ายสุด การขาดความเชื่อมโยงของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ทำให้การดำเนินการยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ในส่วนของข้อเสนอแนะนำของการศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน สำหรับภาครัฐ ควรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยให้ได้รับการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจใส่ใจกับการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย สำหรับสถานประกอบการ ควรมีการสนับสนุนการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรม ท้ายที่สุดสำหรับแรงงานในสถานประกอบการ ควรเสาะแสวงหาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิของลูกจ้างแรงงาน รวมถึงให้ความสำคัญและร่วมมือในการดำเนินการลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานด้วย


การศึกษาโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดของผู้เกี่ยวข้องในระดับปฏิบัติการ: กรณีศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ, เหมือนพิมพ์ รอบคอบ Jan 2023

การศึกษาโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดของผู้เกี่ยวข้องในระดับปฏิบัติการ: กรณีศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ, เหมือนพิมพ์ รอบคอบ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในกระบวนการรับสิทธิของโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด และ (2) เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอแนะสำหรับแนวทางในการพัฒนาโครงการ โดยเป็นการศึกษาด้วยรูปแบบการวิจัยแบบเชิงคุณภาพเกี่ยวกับกระบวนการรับสิทธิของโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดในจังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2563 - พ.ศ.2566 ในจังหวัดสมุทรปราการ โดยศึกษาจากเอกสารและการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง เก็บข้อมูลปฐมภูมิจากการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญทั้งหมด 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มผู้ปฏิบัตินโยบาย ซึ่งได้แก่ เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการส่วนกลางคือ ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการส่วนภูมิภาคคือ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการส่วนถิ่นจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 แห่ง ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลบางเพรียง เทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย เทศบาลนครสมุทรปราการ และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (2) กลุ่มผู้ปกครองที่เข้าร่วมโครงการ (3) กลุ่มผู้ปกครองที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ (กลุ่มตกหล่น) รวมทั้งหมด 28 ท่าน จากการศึกษาพบว่า หลักเกณฑ์และขั้นตอนในกระบวนการรับสิทธิมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะทำให้เกิดความเข้าใจต่อโครงการในระดับที่แตกต่างกันของกลุ่มผู้ปฏิบัตินโยบาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงประชาชนผู้รับบริการเนื่องจากขาดการสื่อสารและถ่ายทอดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัตินโยบายที่ชัดเจนและสม่ำเสมอต่อกลุ่มผู้ปฏิบัตินโยบายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การรับรองสถานะครัวเรือนผู้มีรายได้น้อยโดยใช้เกณฑ์รายได้เฉลี่ยสมาชิกครัวเรือนไม่สามารถคัดกรองได้อย่างแท้จริงและอาจเป็นช่องว่างให้เกิดเป็นประเด็นทางการเมืองได้ ความยากลำบากในการหาผู้รับรองสถานะครัวเรือนก่อให้เกิดต้นทุนในการปฏิบัติตามนโยบายและต้นทุนจิตวิทยาของกลุ่มผู้ประสงค์เข้ารับสิทธิ ระบบแอปพลิเคชันเงินเด็กไม่เสถียร การจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดในครั้งแรกมีความล่าช้า ผู้ศึกษาเห็นว่าแนวทางในการพัฒนาโครงการ คือ เพิ่มการสื่อสารระหว่างองค์การ จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานโครงการในฉบับย่อสำหรับกลุ่มผู้ปฏิบัตินโยบายในระดับต่างๆ แก้ไขแบบฟอร์มในการลงทะเบียนให้สั้นกระชับ ผู้ปกครองที่มีหลักฐานเอกสารรับรองรายได้ควรอนุโลมให้ไม่จำเป็นต้องมีผู้เซ็นรับรองสถานะครัวเรือน เป็นต้น สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายผู้ศึกษาเห็นว่าควรพัฒนาโครงการไปสู่การเป็นสวัสดิการแบบถ้วนหน้าสำหรับเด็กทุกคนตามแนวคิดการคุ้มครองทางสังคมถ้วนหน้าเพื่อลดต้นทุนในการเรียนรู้นโยบายและต้นทุนในการปฏิบัติตามนโยบายจากการศึกษาและปฏิบัติตามแนวทางนโยบายที่กำหนดรวมถึงต้นทุนทางด้านจิตวิทยาของผู้ปกครองที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงลดต้นทุนทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้นกับข้าราชการระดับปฏิบัติการในระดับต่างๆและลดการตีความแนวทางในการปฏิบัติตามนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับของกลุ่มผู้ปฏิบัตินโยบายที่เกี่ยวข้องอีกด้วย


Netflix กับการส่งเสริมวัฒนธรรมระดับโลก: Netflix กับกระแสวัฒนธรรมเกาหลีใต้, เกตน์สิริ กองสินพิพัฒน์ Jan 2023

Netflix กับการส่งเสริมวัฒนธรรมระดับโลก: Netflix กับกระแสวัฒนธรรมเกาหลีใต้, เกตน์สิริ กองสินพิพัฒน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาการเติบโตของกระแสวัฒนธรรมเกาหลีใต้ (Korean Wave) ผ่าน Netflix ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่กำลังเติบโตและได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ชมทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของ Netflix ต่อการเติบโตของกระแสวัฒนธรรมเกาหลีใต้ ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้ใช้การวิจัยเชิงคุณภาพแบบวิจัยเชิงเอกสารเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์เชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ของเกาหลีใต้ ผลการศึกษาพบว่า Netflix คือผู้เปลี่ยนเกมในอุตสาหกรรมโทรทัศน์โลกจากการเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ผู้สมัครสมาชิกสามารถเข้าถึงและรับชมเนื้อหาจากทั่วโลกได้อย่างไม่จำกัด โดย Netflix ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ให้แก่วงการโทรทัศน์ เช่น การรับชมอย่างต่อเนื่อง (binge-watching) และการรับชมตามความต้องการ (on-demand) รวมถึงคุณสมบัติอื่น ๆ ที่อำนวยความสะดวกและสร้างประสบการณ์การรับชมที่น่าพึงพอใจให้แก่ผู้ชม และเพื่อสนับสนุนการใช้งานและคุณสมบัติต่าง ๆ ที่แนะนำให้แก่ผู้ใช้งาน Netflix จึงก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตเนื้อหาต้นฉบับ (Netflix Originals) โดยเกาหลีใต้เป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนสำหรับกลยุทธ์ Localization ที่ Netflix เข้ามาลงทุนและสร้างความร่วมมือกับผู้ผลิตสื่อท้องถิ่นในการสร้างเนื้อหาต้นฉบับในรูปแบบของสื่อวัฒนธรรมเกาหลี รวมถึงเป็นแพลตฟอร์มในการเผยแพร่วัฒนธรรมเกาหลีใต้ที่สำคัญ Netflix จึงมีบทบาทเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ของเกาหลีใต้ นอกจากนี้ บริการและความสะดวกสบายของ Netflix ดึงดูดให้มีผู้ใช้งาน Netflix เป็นจำนวนมากทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมข้ามชาติเปิดกว้างมากขึ้น เมื่อเนื้อหาทางวัฒนธรรมถูกเผยแพร่บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง Netflix จึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้กระแสวัฒนธรรมเกาหลีใต้เติบโตมากขึ้นในระดับโลก


กล่องคอมเมนต์แห่งความเกลียดชังในบริบทสังคมไทย: กรณีศึกษาแฮชแท็กข่าวอาชญากรรมบนเฟซบุ๊ก, รมิดา แสงสวัสดิ์ Jan 2023

กล่องคอมเมนต์แห่งความเกลียดชังในบริบทสังคมไทย: กรณีศึกษาแฮชแท็กข่าวอาชญากรรมบนเฟซบุ๊ก, รมิดา แสงสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและลักษณะของข้อความที่แสดงถึงความเกลียดชังต่ออีกฝักฝ่ายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข่าวอาชญากรรมในประเทศไทยบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก รวมถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการรับรู้ และการรับรู้ข้อความที่แสดงถึงความเกลียดชังของผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก และเพื่อศึกษามาตรการควบคุมการแสดงความคิดเห็นที่เป็นการแพร่กระจายความเกลียดชังบนสื่อสังคมออนไลน์ต่อบุคคลอื่น โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการวิจัยแบบเอกสาร การรวบรวมข้อมูลเอกสารที่เป็นข้อความที่แสดงถึงความเกลียดชังใต้โพสต์ข่าวอาชญากรรมในคดีฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพ คดีอดีตผู้กำกับใช้ถุงคลุมหัวผู้ต้องหายาเสพติด และคดีฆาตกรรมเน็ตไอดอล และการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างต่อผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 15 คน ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบข้อความที่แสดงความเกลียดชังต่ออีกฝักฝ่ายที่พบเหมือนกันทั้งสามคดีคือ การแบ่งแยกแบบไม่ตั้งใจต่อกลุ่มเป้าหมาย ลักษณะของข้อความที่พบมักเป็นการบอกกล่าว การชี้นำ และการแสดงความรู้สึก ซึ่งสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้ให้ข้อมูลสำคัญต่อข้อความที่แสดงความเกลียดชังใต้โพสต์ข่าวอาชญากรรม ส่วนปัจจัยที่ส่งผลต่อการรับรู้นั้นพบว่ามีอยู่ 3 ปัจจัย คือ (1) ปัจจัยด้านจิต ได้แก่ แรงจูงใจส่วนตนและวัฒนธรรม (2) ปัจจัยด้านสังคม ได้แก่ การได้รับการยอมรับ การเลียนแบบหรือการคล้อยตามผู้ที่เคารพนับถือ ความต้องการในการปกป้องกลุ่มตน และการอบรมเลี้ยงดู และ (3) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม ได้แก่ การเข้าถึงง่าย ความเป็นนิรนาม กฎหมายและการขาดผู้ตรวจตรา ขณะที่การรับรู้ข้อความที่แสดงถึงความเกลียดชังล้วนได้รับอิทธิพลมาจากปัจจัยการรับรู้ทั้งสามและการนำเสนอข่าวของสำนักข่าวอันจะเป็นการกำหนดทิศทางให้การตอบสนองมีความแตกต่างหลากหลาย มาตรการควบคุมการแสดงความคิดเห็นที่เป็นการแพร่กระจายความเกลียดชังบนสื่อสังคมออนไลน์ นอกเหนือไปจากกฎหมายและนโยบายแพลตฟอร์มที่มีอยู่ ควรมีการจัดตั้งหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเข้ามาช่วยประสานการแก้ปัญหาและดำเนินคดีระหว่างภาครัฐและเจ้าของแพลตฟอร์ม เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับระบบโครงข่ายคอมพิวเตอร์เข้ามาร่วมติดตามและตรวจสอบ บรรจุวิชาความรู้เท่าทันสื่อเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมแนะแนว สร้างกลุ่มศิลปินดาราตัวอย่างประชาสัมพันธ์เรื่องสิทธิเสรีภาพ สร้างสื่อเรื่องสั้นที่เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย จัดตั้งพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในระดับชุมชน จัดตั้ง Online Community เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นต่างในระดับสังคมแบบไม่เปิดเผยตัวตน


ต้นแบบการจัดการการสื่อสารเพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชน, เณริศา ชัยศุภมงคลลาภ Jan 2023

ต้นแบบการจัดการการสื่อสารเพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชน, เณริศา ชัยศุภมงคลลาภ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง ต้นแบบการจัดการการสื่อสารเพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยนำแนวคิดด้านการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน ทฤษฎีการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมมาอธิบายการจัดการการสื่อสารของชุมชนในการกำหนดส่วนประสมทางการตลาด แนวคิดเกี่ยวกับการตลาดและแนวคิดการสื่อสารการตลาดมาศึกษากระบวนการทำงานด้านการกำหนดส่วนประสมทางการตลาดและการสื่อสารการตลาด รวมทั้งศึกษาปัญหาและอุปสรรคที่มีผลต่อการจัดการการสื่อสาร ทั้งนี้เพื่อเสนอต้นแบบของการจัดการการสื่อสารของการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยศึกษาในพื้นที่วิสาหกิจชุมชนชีววิถี ตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน และชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลหลักที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของชุมชน จำนวน 31 คน การสังเกตแบบมีส่วนร่วมในฐานะนักท่องเที่ยวและการวิเคราะห์เอกสาร ผลการวิจัย พบว่า ในกระบวนการทำงานของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยวด้านการกำหนดส่วนประสมทางการตลาด ชุมชนมีการใช้กระบวนการสื่อสารแบบมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน ตั้งแต่การตั้งแต่การเตรียมความพร้อมชุมชน การเตรียมความพร้อมเรื่องการตลาด และกระบวนการทำงานเพื่อเชื่อมโยงเรื่องชุมชนกับการตลาด โดยมีรูปแบบการสื่อสารทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ พร้อมไปกับการสร้างเครือข่ายการสื่อสารของกลุ่มคนทุกวัยในชุมชน ด้านกระบวนการทำงานของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยวด้านการสื่อสารการตลาด ชุมชนมีการค้นหาจุดเด่นของชุมชนนำมาสร้างสรรค์เป็นแนวคิดหลัก เพื่อใช้ในการสื่อสารการตลาดตามแนวคิดหมู่บ้านเฉพาะเรื่อง (Thematic Villages) โดยมีเครื่องมือหลัก คือ การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ของชุมชน ร่วมกับการเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อมวลชน การจัดกิจกรรมพิเศษและการร่วมกิจกรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ชุมชนยังขาดการบูรณาการเครื่องมือทางการสื่อสารการตลาด