Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
Social and Behavioral Sciences Commons™
Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (547)
- Communication (468)
- Communication Technology and New Media (468)
- Mass Communication (468)
- Economics (441)
-
- Sociology (373)
- Political Science (342)
- International Relations (255)
- Psychology (255)
- Criminology (144)
- Social Justice (144)
- International and Area Studies (105)
- Asian Studies (100)
- Demography, Population, and Ecology (84)
- Linguistics (45)
- International Economics (32)
- Finance (31)
- Sociology of Culture (26)
- Health Economics (25)
- Geography (20)
- Anthropology (19)
- Library and Information Science (17)
- Arts and Humanities (8)
- Digital Humanities (6)
- Other Economics (2)
- Agricultural and Resource Economics (1)
- Architecture (1)
- Chinese Studies (1)
- Collection Development and Management (1)
Articles 1561 - 1590 of 2614
Full-Text Articles in Social and Behavioral Sciences
การตกเป็นเหยื่อการซื้อขายผลิตภัณฑ์ด้านความงามผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์, จิตลดา สุจิตต์
การตกเป็นเหยื่อการซื้อขายผลิตภัณฑ์ด้านความงามผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์, จิตลดา สุจิตต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ปัญหาการซื้อขายผลิตภัณฑ์ด้านความงามผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในสังคมไทย ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการตกเป็นเหยื่อและการกระทำผิด รวมถึงผลลัพธ์ของการตกเป็นเหยื่อ และแนวทางการป้องกันการตกเป็นเหยื่อ โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 4 กลุ่ม จำนวน 19 คน ประกอบด้วย ผู้เสียหาย ผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีและกำกับดูแล และผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ด้านความงามบนสื่อออนไลน์ และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยเก็บข้อมูลจากผู้เสียหายด้วยแบบสอบถามออนไลน์ จำนวน 27 คน ผลการศึกษาพบว่า ปัญหาที่พบ ได้แก่ ด้านกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย การชดเชยเยียวยา การควบคุมและกำกับดูแลร้านค้าออนไลน์ การควบคุมความปลอดภัยของสินค้ และการโฆษณาบนสื่อออนไลน์ โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการตกเป็นเหยื่อ ได้แก่ ค่านิยมการให้คุณค่าความงาม โอกาสในการตกเป็นเหยื่อ การมีส่วนร่วมของเหยื่อ การพึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่และพฤติกรรมของเหยื่อ ทั้งนี้ การพัฒนาแนวทางการป้องกันการตกเป็นเหยื่อในเรื่องนี้ ประกอบด้วย การปรับปรุงอัตราโทษทางกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องสำอางให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน การกำกับดูแลเพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ การบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานของต่างประเทศในการสืบสวนสอบสวน เป็นต้น
อาชญากรรมสิ่งแวดล้อม: กรณีศึกษาผลกระทบของการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ในประเทศไทย, นภัสสร เปียจันทร์
อาชญากรรมสิ่งแวดล้อม: กรณีศึกษาผลกระทบของการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ในประเทศไทย, นภัสสร เปียจันทร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์เรื่องอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม: กรณีศึกษาผลกระทบของการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและผลกระทบของการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ศึกษาปัจจัยของการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยและเสนอแนะแนวทางและมาตรการในการป้องกันและแก้ไขการลักลอบนําเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยให้สอดคล้องกับอนุสัญญาบาเซล (Basel Convention) โดยเป็นการศึกษาเชิงคุณภาพด้วยการวิจัยเชิงเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญในหน่วยงานภาครัฐบาลและภาคประชาสังคม จำนวน 10 ราย ผลการศึกษาพบว่า สภาพปัญหาการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์เริ่มมาจากการที่ประเทศจีนมีประกาศห้ามนำเข้าขยะรีไซเคิลอย่างเด็ดขาดในปี พ.ศ. 2560 และปัญหาการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่เดิมของประเทศไทย ทำให้ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยมีจำนวนสูงมากขึ้น พบการลักลอบโดยการสำแดงเท็จ การดำเนินการส่วนใหญ่มักยุติที่ชั้นศุลกากรโดยไม่เข้าสู่กระบวนการทางอาญาแม้จะมีกฎหมายระบุไว้ การลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ สุขภาพ สังคม ชุมชน และเศรษฐกิจของประเทศ สำหรับปัจจัยของการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์นั้น มีทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่ ปัจจัยด้านพื้นที่ ปัจจัยด้านการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย ปัจจัยด้านการบังคับใช้กฎหมาย และปัจจัยด้านความคุ้มค่า ผลการศึกษาแนวทางในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มีทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการปฏิบัติงาน และการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย/นโยบาย/มาตรการ และการบังคับใช้อย่างเคร่งครัด และการสร้างจิตสำนึก และการตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมให้มากยิ่งขึ้น
การนำกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้ในศาลเยาวชนและครอบครัว : ศึกษาการพัฒนามาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาชั้นหลังฟ้องคดี, อุดม ลาภิเศษพันธุ์
การนำกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้ในศาลเยาวชนและครอบครัว : ศึกษาการพัฒนามาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาชั้นหลังฟ้องคดี, อุดม ลาภิเศษพันธุ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเรื่อง การนำกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้ในศาลเยาวชนและครอบครัว : ศึกษาการพัฒนามาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาชั้นหลังฟ้องคดี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการนำกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาสำหรับเด็กและเยาวชนโดยศาลเยาวชนและครอบครัวผ่านการดำเนินการตามมาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาชั้นหลังฟ้องคดี ที่ได้นำแนวทางการศึกษาการนำนโยบายไปปฏิบัติมาใช้เป็นแนววิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคผ่านปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวจากขั้นตอนการนำไปปฏิบัติ และศึกษาเปรียบเทียบกับกระบวนการของต่างประเทศ นำไปสู่ข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาการดำเนินการตามมาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาชั้นหลังฟ้องคดี เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการนำไปปฏิบัติโดยศาลเยาวชนและครอบครัวได้ โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการวิจัยเอกสารที่เกี่ยวข้อง การสังเกต การอภิปรายกลุ่ม และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ให้ได้ข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์แบบอุปนัย สร้างข้อสรุปเพื่อตอบคำถามการวิจัย ผลการวิจัยพบว่า การดำเนินการตามมาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาชั้นหลังฟ้องคดี เป็นทางเลือกหนึ่งแทนกระบวนการทางตุลาการปกติ ซึ่งประยุกต์มาจากงานยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ที่ผู้กระทำสำนึกผิดเข้าสู่กระบวนการของการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายผ่านการพูดคุย ให้ได้ผลเชิงสมานฉันท์ที่ผู้เสียหายได้รับการชดเชยเยียวยา และผู้กระทำผิดได้แก้ไขบำบัดฟื้นฟูเพื่อกลับคืนสู่สังคมด้วยดี ซึ่งพบปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติโดยศาลเยาวชนและครอบครัว 5 ประการ คือ ด้านกฎหมาย ด้านคุณภาพและความพอเพียงของทรัพยากร ด้านลักษณะหน่วยงานผู้ปฏิบัติ ด้านการสื่อสารและควบคุมดูแล และด้านสภาพแวดล้อมหรือบริบท โดยสมควรปรับปรุงกฎหมาย จัดสรรทรัพยากร เพิ่มเติมหน่วยงานในองค์กรของผู้นำนโยบายไปปฏิบัติ และติดตามควบคุมดูแล เพื่อแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเยาวชนอย่างสมดุลกับการชดเชยเยียวยาความเสียหายที่เกิดจากอาชญากรรมอย่างเหมาะสมกับบริบทของสังคม
Does Online Marketing And Promotions Of Major Cineplex Attract The Consumer Brand Loyalty?, Tanatwee Kongkeaw
Does Online Marketing And Promotions Of Major Cineplex Attract The Consumer Brand Loyalty?, Tanatwee Kongkeaw
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The purposes of this study, I more consider online marketing and promotions than other factors, that attract consumer brand loyalty. According to consumer brand loyalty, if Major Cineplex uses those factors, it can be led to consumer brand loyalty attention and make Major Cineplex has more consumer brand loyalty. The sample that I used was 178 respondents. For the measurement, I had three typed which are Dichotomous scale, Determinant-choice scale, and Likert scale where Likert scale were 1 to 5. For the statistical descriptive, I used statistic summary such as, mean, median, mode, etc. also provide the frequency of each …
การสื่อสารเพื่อสร้างอัตลักษณ์ของ 'ศิลปินหญิงล้านตลับ' สังกัดบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน), ณัฐริณีย์ พร้อมวงศ์
การสื่อสารเพื่อสร้างอัตลักษณ์ของ 'ศิลปินหญิงล้านตลับ' สังกัดบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน), ณัฐริณีย์ พร้อมวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการสร้างอัตลักษณ์ของศิลปินหญิงล้านตลับและ เพื่อศึกษาการสื่อสารเพื่อการสร้างอัตลักษณ์ของศิลปินหญิงล้านตลับในสังกัดบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) งานวิจัยเรื่องนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) ศิลปินหญิงล้านตลับ ทีมงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างสรรค์ผลงานเพลง รวมถึงแฟนเพลงหรือผู้ติดตามผลงานของศิลปินหญิงล้านตลับ อีกทั้งใช้การวิเคราะห์ตัวบท (Textual analysis) จากแหล่งข้อมูลประเภทเอกสารและวิดีทัศน์ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่าการสร้างอัตลักษณ์ของศิลปินหญิงล้านตลับนั้น สร้างขึ้นจากทั้งบริษัทและตัวศิลปินเอง โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการสร้างอัตลักษณ์ของศิลปินหญิงจำแนกได้เป็น 4 ปัจจัย ได้แก่ 1) ปัจจัยด้านตัวตนของศิลปินหญิง 2) ปัจจัยด้านนโยบายของบริษัท 3) ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ 4) ปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรม พบว่าอัตลักษณ์สำคัญของศิลปินหญิงที่ผ่านกระบวนการสร้างนั้นมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ 1) อัตลักษณ์ด้านน้ำเสียง ถูกนำเสนอผ่านแนวเพลง และ 2) อัตลักษณ์ด้านบุคลิกลักษณะ ถูกนำเสนอผ่านการแต่งกาย การแสดงสดตามรายการโทรทัศน์หรือคอนเสิร์ตและการแสดงมิวสิกวิดีโอ ทั้งสองอัตลักษณ์นี้จะถูกเน้นนำเสนอผ่านศิลปินในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป
ปัจจัยพยากรณ์ความภักดีของผู้บริโภคที่มีต่อแอปพลิเคชันการให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จแบบตอบสนองความต้องการ, สิราวรรณ พรรณสวัสดิ์
ปัจจัยพยากรณ์ความภักดีของผู้บริโภคที่มีต่อแอปพลิเคชันการให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จแบบตอบสนองความต้องการ, สิราวรรณ พรรณสวัสดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปิดรับข้อมูลข่าวสาร ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ปัจจัยคุณภาพการให้บริการและความภักดีด้านพฤติกรรมและด้านทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อแอปพลิเคชันการให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จแบบตอบสนองความต้องการ ตลอดจนปัจจัยการเปิดรับข้อมูลข่าวสาร ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด และปัจจัยคุณภาพการให้บริการที่สามารถพยากรณ์ความภักดีต่อบริการแอปพลิเคชันการให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จแบบตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ที่ใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันการให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จแบบตอบสนองความต้องการอย่างน้อย 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 400 คน ผลการวิจัยพบว่า ผู้บริโภคมีการเปิดรับข้อมูลข่าวสารอยู่ในระดับปานกลาง โดยส่วนใหญ่จะเปิดรับผ่านทางสื่อออนไลน์ และมีทัศนคติในเชิงบวกต่อการใช้งานที่ง่ายและหลากหลาย รวมถึงการระบุราคาที่ชัดเจนในการใช้บริการ และมีความพึงพอใจอยู่ในระดับสูงต่อการใช้บริการแอปพลิเคชันการให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จแบบตอบสนองความต้องการที่มีความน่าเชื่อและไว้วางใจ รวมไปถึงผู้บริโภคมีความภักดีอยู่ในระดับที่สูงมากในด้านพฤติกรรมการใช้บริการซ้ำและการแนะนำบอกต่อ เมื่อวิเคราะห์ปัจจัยพยากรณ์พบว่า ปัจจัยคุณภาพการให้บริการสามารถพยากรณ์ความภักดีในการใช้บริการแอปพลิเคชันการให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จแบบตอบสนองความต้องการได้สูงสุด รองลงมาคือ ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ส่วนการเปิดรับข้อมูลข่าวสารไม่สามารถพยากรณ์ความภักดีในการใช้บริการแอปพลิเคชันการให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จแบบตอบสนองความต้องการได้
บทบาทของเทคโนโลยีต่อความสัมพันธ์ทางชนชั้นในสังคมไทย: กรณีศึกษาแกร็บแท็กซี่ พ.ศ. 2555 - 2564, ธนวิชย์ ถาวร
บทบาทของเทคโนโลยีต่อความสัมพันธ์ทางชนชั้นในสังคมไทย: กรณีศึกษาแกร็บแท็กซี่ พ.ศ. 2555 - 2564, ธนวิชย์ ถาวร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาสองประเด็นด้วยกันคือ 1. เพื่อศึกษาเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อชนชั้นทางสังคม 2. เพื่อศึกษาลักษณะชนชั้นทางสังคมของแกร็บแท็กซี่ ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ในลักษณะที่เป็นกรณีศึกษา (Case Study) ผู้เขียนรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและการสังเกตแบบมีส่วนร่วม (Participant Observation) มาวิเคราะห์ข้อมูล โดยนำข้อมูลที่ได้จากการค้นคว้าวิจัยมาเชื่อมโยงและหาความสัมพันธ์ของข้อมูล เพื่อที่จะนำไปสู่การตีความ (Hermeneutics) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาของระบบทุนนิยมแพลตฟอร์มในปัจจุบัน และเป็นปัจจัยที่ทำให้ความสัมพันธ์ทางชนชั้นเปลี่ยนไปจากเดิม เป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีและไม่มีอำนาจในการควบคุมแพลตฟอร์ม(ปัจจัยในการผลิต) การแสวงหากำไรจากแพลตฟอร์ม และทำให้แพลตฟอร์มนั้นเสมือนเป็นของสาธารณะ แกร็บแท็กซี่เป็นหนึ่งในอาชีพที่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มในการทำงาน ส่งผลให้ลักษณะการทำงานของแกร็บแท็กซี่มีลักษณะคล้ายคลึงกับชนชั้นกลาง กล่าวคือเป็นเจ้าของปัจจัยในการผลิตเอง เลือกเวลาในการทำงานเองได้ แบกรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเสมือนเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว และสามารถเลือกทำงานแกร็บแท็กซี่ในเวลาว่างหลังเสร็จสิ้นจากงานประจำได้ เป็นอิสระในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน และในขณะเดียวกันนั้นแกร็บแท็กซี่ก็มีลักษณะคล้ายคลึงกับชนชั้นแรงงานที่ถูกแพลตฟอร์มของบรรษัทข้ามชาติขูดรีดมูลค่าส่วนเกินด้วย ดังนั้นอาชีพแกร็บแท็กซี่จึงมีความเป็นชนชั้นกลางและชนชั้นแรงงานในบางเวลา สอดคล้องกับทฤษฏีตำแหน่งของชนชั้นที่ขัดแย้งกันเองภายใน (Contradictory Class Location theory)
Forecasting The Thailand Housing Price Indexa Case Study On Condo Hpi During The Covid-19, Pengfei Chen
Forecasting The Thailand Housing Price Indexa Case Study On Condo Hpi During The Covid-19, Pengfei Chen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
HPI (house price index) measures the price development of houses sold to households. And it measures the price as a percentage change from some specific start date, which is treated as the benchmark with the index at 100. In another word, HPI reflects the housing market fluctuation in some respects. Moreover, real estate is a good type of investment for people for avoiding various risks. Hence, under the global rampant of COVID-19, forecasting the possible short-term floating of HPI would offer some foresight to the residential market both on individual and policy sides. In this paper, five kinds of models …
Influence Of Online Shopping Channel On Sales Volume Of Beauty Products During Covid-19, Vichayada Vorapongpisut
Influence Of Online Shopping Channel On Sales Volume Of Beauty Products During Covid-19, Vichayada Vorapongpisut
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Increasing numbers of online shopping users during COVID-19 have accelerated the growth of e-commerce, especially in the beauty sector in Thailand. The Uses and Gratifications Theory (UGT) and the Technology Acceptance Model (TAM) are combined in this study to produce an integrated model that predicts beauty product online sales, measured by a behavioral usage of online shopping for the purchase of beauty products in the context of COVID-19. The total number of respondents from the online survey is from 365 online beauty shoppers in Bangkok, aged 16 and above. By conducting a multiple linear regression analysis, the empirical results support …
การศึกษาความสัมพันธ์ไทย-จีนผ่านโครงการรถไฟความเร็วสูงระหว่างในปี ค.ศ. 2013-2020, เอกพจน์ ฮ้อแสงชัย
การศึกษาความสัมพันธ์ไทย-จีนผ่านโครงการรถไฟความเร็วสูงระหว่างในปี ค.ศ. 2013-2020, เอกพจน์ ฮ้อแสงชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้ต้องการศึกษาความล่าช้าในการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งถือเป็นโครงการที่สำคัญในการสานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับจีนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยและจีนผ่านการสร้างระบบเครือข่ายการคมนาคมขนส่งในภูมิภาค ทั้งนี้ การที่จีนให้การรับรองรัฐบาลรัฐประหารในไทยที่นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในปี ค.ศ. 2014 เปิดโอกาสให้จีนเข้ามาผลักดันให้รัฐบาลไทยเร่งดำเนินการสานต่อโครงการดังกล่าว ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่า ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรัฐบาลทั้งสองจะทำให้การดำเนินการโครงการฯ เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ในความเป็นจริงเกิดความล่าช้ามาโดยทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้อย่างรวดเร็ว จากการศึกษาครั้งนี้พบว่า ความล่าช้าดังกล่าวเกิดจากความพยายามของรัฐบาลไทยที่ต้องการรักษาสมดุลระหว่างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับจีนและความชอบธรรมภายในประเทศ ในขณะที่รัฐบาลไทยให้ฝ่ายจีนเป็นผู้ดำเนินการโครงการฯ โดยปราศจากคู่แข่ง แต่ก็พยายามแสดงให้สาธารณชนเห็นว่าการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนมิได้ทำให้ไทยต้องอ่อนข้อและอาจทำให้ประเทศไทยเสียผลประโยชน์แห่งชาติดังที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ จึงส่งผลให้การเจรจาไม่สามารถหาข้อยุติได้โดยง่าย ซึ่งสร้างความไม่พึงพอใจให้กับฝ่ายจีนและกลายมาเป็นประเด็นปัญหาท้าทายต่อรัฐบาลในการดำเนินความสัมพันธ์กับจีน กรณีศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า ถึงแม้ว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ฯ จะมีอำนาจเด็ดขาดในการดำเนินนโยบายแต่ยังคงต้องรักษาความชอบธรรมของระบอบการปกครองแบบเผด็จการท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงในไทยที่มีมาตลอดทศวรรษนับตั้งแต่การรัฐประหารโค้นล้มรัฐบาลพันตำรวจเอกทักษิณ ชินวัตร ในปี ค.ศ. 2006
คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Hrc) กับการจัดการประเด็นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวโรฮีนจาในเมียนมา, กฤตพร คารมคม
คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Hrc) กับการจัดการประเด็นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวโรฮีนจาในเมียนมา, กฤตพร คารมคม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาการดำเนินการของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) ต่อปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวโรฮีนจาในเมียนมา เพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินการของ HRC ว่ามีอิทธิพลต่อท่าทีด้านสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลเมียนมาอย่างไร และเผชิญอุปสรรคและข้อจำกัดอย่างไร โดยผู้วิจัยจะใช้กรอบแนวคิดกระบวนการขัดเกลาทางสังคมและแบบจำลองสไปรัลมาประกอบการวิเคราะห์ จากการศึกษาพบว่า HRC มุ่งแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนข้างต้น โดยการเปิดเวทีให้ภาคส่วนระหว่างประเทศเรียกร้องและมีข้อเสนอแนะให้เมียนมายอมรับบรรทัดฐานด้านสิทธิมนุษยชนผ่านกลไกการประชุมสมัยสามัญและสมัยพิเศษและกระบวนการ UPR ในขณะที่มอบอำนาจให้ผู้รายงานพิเศษฯ ประมวลข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวโรฮีนจา เพื่อเผยแพร่ประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การรับรู้ของประชาคมโลก ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวได้ส่งผลให้เมียนมาตอบสนองโดยการปฏิเสธข้อกล่าวหาที่มีต่อรัฐบาล อย่างไรก็ตาม เมียนมาได้ปฏิบัติตามข้อเสนอของ HRC ในบางประเด็น เช่น การพิสูจน์สัญชาติ การส่งกลับผู้หนีภัยโดยสมัครใจ แต่เป็นการปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับบรรทัดฐานสิทธิมนุษยชนสากลมากนัก โดยเมื่อวิเคราะห์ผ่านแบบจำลองสไปรัลนั้น ถือได้ว่า การตอบสนองของเมียนมาต่อ HRC ยังคงอยู่ในช่วงระยะเปลี่ยนผ่านจากระยะที่ 2 ไปสู่ระยะที่ 3 ทั้งนี้ การที่ HRC ไม่สามารถส่งเสริมให้เมียนมาปฏิบัติตามบรรทัดฐานด้านสิทธิมนุษยชนจนนำไปสู่ระยะที่ 5 ของแบบจำลองสไปรัลนั้น เกิดจากอุปสรรคและข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับภาคประชาสังคมภายในประเทศ รัฐบาลเมียนมา และกลไกของ HRC ซึ่งจำเป็นต้องมีการดำเนินการร่วมกันในหลายภาคส่วนเพื่อให้เมียนมาเปลี่ยนแปลงท่าทีและยอมรับบรรทัดฐานสิทธิมนุษยชนสากลมากขึ้น และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวโรฮีนจาในระยะยาว
Logistics Management In Retail Field Of Thailand- Big C Supercenter As A Case Study, Yiqin Zhang
Logistics Management In Retail Field Of Thailand- Big C Supercenter As A Case Study, Yiqin Zhang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Efficient Consumer Response (ECR) as the common extension of JIT in supply chain management, which intends to manage the integrated supply chain and create product in fluent way via the supply chain between retail and supplier by new technology to meet consumer satisfaction efficiently with lower cost. According to the ECR theory, it shows that ECR Model contains four main pillars including assortment, promotion, replenishment, and new product introduction. On basis of ECR Thailand, retail needs to collaborate with suppliers through new technology and information share when catering to satisfy customer at lower cost. Moreover, this paper uses ECR theories …
จีนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eec) กับการวางสมดุลในนโยบายต่างประเทศไทยต่อมหาอำนาจ, ภูริจักษ์ วิมลาภิรัต
จีนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eec) กับการวางสมดุลในนโยบายต่างประเทศไทยต่อมหาอำนาจ, ภูริจักษ์ วิมลาภิรัต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาความสำคัญของประเทศจีน ที่ได้ “ปักหมุด” ทางยุทธศาสตร์การเข้ามาลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของประเทศไทย โดยใช้กรอบแนวคิดของการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ที่เป็นการเข้ารวมกลุ่มสมัครพรรคพวกกับรัฐที่เข้มแข็งกว่าเพื่อผลประโยชน์ (Bandwagoning For Profit) มาเพื่อวิเคราะห์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน โดยเป้าหมายสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงที่จะทำให้ประเทศไทยเกิดสภาวะพึ่งพาต่อประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป จนอาจจะทำให้เสียสมดุลที่ส่งผลกระทบต่ออธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติของประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า นโยบายต่างประเทศของไทยได้หันเข้าหาประเทศจีนมากกว่าสหรัฐฯอย่างชัดเจน ซึ่งได้ส่งผลกระทบให้ประเทศไทยเสียสมดุล (Balance) ในความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจขั้วตรงข้ามไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนทำให้ประเทศไทยต้องพบกับความเสี่ยง และความยากลำบากจากการขาดอิสระในการกำหนดนโยบายต่างประเทศที่จะต้องยึดถือเอาลำดับความสำคัญ (Prioritize) ในการรักษาความสัมพันธ์ที่มีกับประเทศจีนเป็นหลัก จึงมีข้อเสนอแนะในการยึดจุดยืนของประเทศไทยจากการที่อยู่ในยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจทั้งสอง (Cooperative Security Locations) โดยหากประเทศไทยดำเนินนโยบายต่างประเทศที่รักษาสมดุลระหว่างมหาอำนาจทั้งสองได้อย่างดี ย่อมจะก่อให้เกิดผลประโยชน์แห่งชาติสูงสุดแก่ประเทศไทย รัฐบาลไทยจึงต้องตระหนักถึงความสำคัญในประเด็นนี้ก่อนที่จะสายเกินไป เพื่อที่จะนำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้อง และสร้างสมดุลอันนำมาซึ่งความมั่นคง รวมถึงการผลักดันด้านเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย ภายใต้บริบทยุคโลกาภิวัตน์ในปัจจุบัน
Does The Big Card Encourage Members To Be Loyal To Boost Sales Of Big C?, Rui Fang
Does The Big Card Encourage Members To Be Loyal To Boost Sales Of Big C?, Rui Fang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Nowadays, the competition in the sales market has become increasingly fierce. How to retain old customers, develop new customers and use membership card marketing strategies to stimulate consumers' shopping frequency and enhance their single purchase ability has become the key points of industry company marketing. This report uses qualitative analysis to collect the BJC Group’s annual reports and financial report for the past three years, and conducts in-depth analysis based on the relevant academic views of the predecessors. Big C is a complete retail shopping mall with all shopping channels, and its branches cover traditional shops and online stores across …
University Coworking Space: กรณีศึกษา หน่วยงานสร้างนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยไทย, ปริยฉัตร สุขเจริญ
University Coworking Space: กรณีศึกษา หน่วยงานสร้างนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยไทย, ปริยฉัตร สุขเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาความเป็นมาและจุดเริ่มต้นในการจัดพื้นที่ Coworking Space ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย (2) ศึกษาความเหมือนและความแตกต่างของ Coworking Space ของแต่ละมหาวิทยาลัย และ (3) ศึกษาบทบาทสำคัญของ Coworking Space ของมหาวิทยาลัยไทย ผ่านกรณีศึกษา 5 มหาวิทยาลัย คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการศึกษาเอกสาร การสังเกตการณ์ใน Coworking Space ทั้ง 5 แห่ง และการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวนทั้งสิ้น 31 ราย ได้แก่ 1) ผู้รับผิดชอบระดับกระทรวง 1 ราย 2) ผู้บริหาร Coworking Space 5 ราย 3) เจ้าหน้าที่ประจำ 5 ราย 4) บุคลากรในมหาวิทยาลัย 10 ราย และ 5) บุคคลภายนอกที่เข้าใช้บริการCoworking Space 10 ราย ผลการวิจัย มีดังนี้ (1) จุดเริ่มต้นของ Coworking Space ในมหาวิทยาลัยไทย ที่เปิดโอกาสให้คนนอกเข้ามาใช้บริการ มาจากความต้องการให้มี Coworking Space เป็นพื้นที่กลางเพื่อใช้ในการพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้มาใช้บริการ รวมถึงการสร้างให้เกิดเครือข่ายความสัมพันธ์ใน Coworking Space และความต้องการเชื่อมประสานระหว่างภาคมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน (2) Coworking Space ของแต่ละมหาวิทยาลัยมีทั้งความเหมือนและความต่าง จำแนกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ งบประมาณ รูปแบบการบริหารจัดการ และรูปแบบการให้บริการ ด้านงบประมาณพบว่ามหาวิทยาลัยทั้ง 5 แห่ง ล้วนได้รับงบประมาณจากภายนอกทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนเหมือนกัน แต่มีรูปแบบการบริหารงบประมาณที่แตกต่างและเฉพาะตัว …
นโยบายซาอุดิอาระเบียต่อความขัดแย้งในเยเมน ระหว่าง ค.ศ. 2018-2019, ณัฐภัทร ศิวะพรชัย
นโยบายซาอุดิอาระเบียต่อความขัดแย้งในเยเมน ระหว่าง ค.ศ. 2018-2019, ณัฐภัทร ศิวะพรชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์มุ่งศึกษานโยบายซาอุดิอาระเบียต่อความขัดแย้งในเยเมนระหว่าง ค.ศ. 2018 - 2019 เพื่อวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้ซาอุดิอาระเบียต้องให้ความสำคัญกับเยเมน โดยผู้วิจัยใช้แนวคิดเขตอิทธิพล (Sphere of influence) ของ Paul Keal เป็นแนวทางในการวิเคราะห์ การศึกษาครั้งนี้พบว่าซาอุดิอาระเบียดำเนินนโยบายต่อเยเมนเพื่อรักษาเยเมนไว้เป็นเขตอิทธิพล ไม่ให้ศัตรู รวมถึงพันธมิตรของซาอุดิอาระเบียเองเข้ามาขยายอิทธิพลในเยเมนได้
ประสิทธิผลในการดำเนินงานของกองอาสารักษาดินแดน กระทรวงมหาดไทย, นันทวัฒน์ ใสบาล
ประสิทธิผลในการดำเนินงานของกองอาสารักษาดินแดน กระทรวงมหาดไทย, นันทวัฒน์ ใสบาล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาเรื่อง ประสิทธิผลในการดำเนินงานของกองอาสารักษาดินแดน กระทรวงมหาดไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบและวิเคราะห์ประสิทธิผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของกองอาสารักษาดินแดนในพื้นที่ปกติและพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีคำถามการศึกษาที่สำคัญคือ ผลการดำเนินงานของกองอาสารักษาดินแดนในปัจจุบัน สอดคล้องกับเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 อย่างไร โดยมุ่งศึกษาตั้งแต่กระบวนการนโยบายตามแนวคิดวงจรนโยบาย ตลอดจนการศึกษาถึงการดำเนินนโยบายของกองอาสารักษาดินแดนในขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้การประเมินประสิทธิผลมีความครอบคลุม สามารถบ่งชี้ประสิทธิผลของการดำเนินนโยบายได้อย่างชัดเจน ผลการศึกษาพบว่า การดำเนินนโยบายของกองอาสารักษาดินแดนในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ได้มีการกำหนดประเด็นปัญหาเพื่อตอบสนองต่อภารกิจในการการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายใน ตามที่ปรากฏในพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 รวมถึงนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้ ในส่วนของการดำเนินนโยบายของกองอาสารักษาดินแดนในพื้นที่ปกตินั้น ยังขาดกระบวนการติดตามประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนการตั้งเป้าหมายซึ่งยังไม่ปรากฏเป้าหมายการดำเนินงานที่ชัดเจน แต่ในส่วนของการดำเนินนโยบายของกองอาสารักษาดินแดนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น นอกจากจะปรากฏเป้าหมายในการดำเนินงานที่ชัดเจนแล้ว ยังมีกระบวนการประเมินผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมจากหน่วยงานต้นสังกัด ตลอดจนหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ส่งผลดีต่อการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิผลของกองอาสารักษาดินแดนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสามารถนำมาเป็นตัวแบบในการปรับปรุงการขับเคลื่อนนโยบายกองอาสารักษาดินแดนในพื้นที่ปกติได้
การประกาศรายชื่อบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายเป็น " บุคคลที่ถูกกำหนด " ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2559 : กรณีศึกษาขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani หรือ Brn), สุุภวรรณ คนเที่ยง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ “การประกาศรายชื่อบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายเป็น “บุคคลที่ถูกกำหนด” ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2559 : กรณีศึกษาขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani หรือ BRN)” ฉบับนี้ มุ่งศึกษาเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่นำไปสู่ปรากฏการณ์การก่อการร้ายของขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani หรือ BRN) รวมถึงวิเคราะห์ผลกระทบตลอดจนแนวทางในการประกาศรายชื่อ BRN ให้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนดในลักษณะที่เป็นกลุ่มองค์กร ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2559 ผลการศึกษา พบว่า การก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani หรือ BRN) คือ การก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย ซึ่งมีลักษณะความเป็นองค์กรอาชญากรรม ผลจากการประกาศรายชื่อ BRN ให้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด จะเป็นจุดเริ่มต้นในการนำมาตรการบังคับทางกฎหมายมาใช้กับกลุ่มองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย อันมีผลให้สถานะของ BRN ถูกรับรองอย่างเป็นทางการโดยองค์กรที่ใช้อำนาจตุลาการ (ศาล) ว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายอันส่งผลต่อการระงับการดำเนินการกับทรัพย์สินของ BRN และข่ายงานผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ มิให้มีการทำธุรกรรมด้วยประการใด ๆ หรือนำทรัพย์สินไปใช้ในการก่อการร้าย แต่หากพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายได้เปลี่ยนแปลงไป ยังคงมีกลไกในการเพิกถอนรายชื่อออกจากการเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดได้ตามกฎหมาย แนวทางในการประกาศรายชื่อ BRN ให้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด เจ้าหน้าที่ผู้สืบสวนสอบสวนจะต้องพิสูจน์ความเชื่อมโยงของสถานการณ์การก่อการร้ายในเหตุการณ์ต่าง ๆ ว่าเป็นการก่ออาชญากรรมโดยกลุ่มบุคคลในองค์กรอาชญากรรมเดียวกัน อันได้แก่ องค์กร BRN โดยพิสูจน์ทราบให้ได้ว่ามีเหตุอันควรสงสัยและมีพยานหลักฐานอันสมควรว่า กลุ่ม BRN มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย โดยนำมาตรการทางเลือก ได้แก่ ยุติธรรมเชิงสมานฉันท์, ยุติธรรมชุมชน เข้ามาประกอบการดำเนินการทั้งก่อนและหลังการประกาศรายชื่อกลุ่ม BRN เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมก่อการร้ายของไทยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและเป็นต้นแบบในการดำเนินการกับองค์กรอาชญากรรมก่อการร้ายอื่นๆ ที่มีรูปแบบเดียวกันกับ BRN ต่อไป
Factors And Reasons Of Migration In Tambon Bannang Sata During The Time Of Conflict, Naruemon Yamareng
Factors And Reasons Of Migration In Tambon Bannang Sata During The Time Of Conflict, Naruemon Yamareng
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aims to find out the reasons and factors of migration in Tambon Bannang Sata, one of the most violence-affected zones with high mobility rate, since the recurrence of violence in the south in 2004, and how those reasons and factors differ between Muslims and Buddhists. Interview of all categories of migration were carried out including in-migration, out-migration and non-migration. Human security is used as a framework for data collection and analysis. It is found that people moved in and out of Tambon Bannang Sata with many reasons which could be categorized into three mains reasons: family matters, fear …
How Was The Effect Of Thailand’S Consumer Confidence Index On The Private Consumption Index For Thailand’S Non-Durables Goods?, Dilokphat Nanta
How Was The Effect Of Thailand’S Consumer Confidence Index On The Private Consumption Index For Thailand’S Non-Durables Goods?, Dilokphat Nanta
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper studies the effect of Thailand’s consumer confidence index on the private consumption index of Thailand for non-durables goods as well as considering the control variables from Keynesian theory of consumption (1936) for the objective factors that are quantifiable as known as economic indicators and use time-series data that is obtained from secondary data research over the past 10 years since January, 2011 until December, 2020 and then applies the ordinary least squared regression to examine. The result shows the positives relationship between the overall consumer confidence index and the private consumption index for non-durables goods, moreover, the consumer …
A Case Study Of Pana Coffee Company Limited On Coffee Production Analysis, Paninee Jongwutiwes
A Case Study Of Pana Coffee Company Limited On Coffee Production Analysis, Paninee Jongwutiwes
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Pana Coffee Group is a Thai organic coffee manufacturer in Chiang Mai, the northern part of Thailand. Organic Sustainable Value Chain is what they adhere. They handle the organic supply chain from upstream to downstream. They grow seedlings to saplings. They plant the saplings at own lands where the altitude, temperature, and humidity suit well without using any chemical substances, for instance, herbicides, pesticides, and fertilizers. They harvest the coffee once the coffee fruits are ripe. They have the mill which is fully-equipped with cutting-edge and environmental friendly machines to produce organic coffee that is supreme in quality. They also …
Why Do Thais Choose To Do Flexible Job? A Case Study Of Grabfood, Chayada Khiannok
Why Do Thais Choose To Do Flexible Job? A Case Study Of Grabfood, Chayada Khiannok
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study is to examine why Thai people want to do flexible job by studying GrabFood as case study. Data in the study was collected from online survey which were directly responded by GrabFood workers and I use binary logistic to estimate results. The result found that preference for flexibility is the key factor workers are likely to do freelance. The result of this study is similar to other related studies in that flexibility is an important factor people go on freelance. Therefore, it can be concluded that increase in value of flexibility is a major reason for people to …
Chinese Consumer's Behavior On Heytea's Co-Branding Campaign, Rui Pu
Chinese Consumer's Behavior On Heytea's Co-Branding Campaign, Rui Pu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objective of this research was to study Chinese consumer behaviors on Heytea's co-branding campaigns (i.e., Dove, Kiehl's, and Fenty Beauty). Based on the quantitative research approach, two hundred and six Heytea's current millennial consumers, aged between 20 and 40 years old in China, who had purchased Heytea's products in the past six months, were asked to complete online questionnaires, to study their perception, attitude, and behavioral intention. The findings illustrated that most respondents had favorable perceptions on Heytea. For co-branding campaigns, most respondents felt Kiehl's and Fenty Beauty had more distinctive brand identity than Dove, resulting in less positive …
Chinese Fans’ Attitude Towards Thai Boy's Love Tv Dramas, Boy Love Tv Actors And Their Intention To Travel To Thailand, Jialin Gu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Nowadays, more and more subcultures have emerged, such as fan culture, and the resulting fan economic impact is also growing. Certain brands or industries have already developed to use the enthusiasm of fans to achieve specific promotional effects. Therefore, the objectives of this research are to examine the Chinese fans' exposure to Thai BL TV dramas, their attitude toward BL celebrities, and intention to travel to Thailand, as well as the relationship between Chinese fans' attitudes towards Thai BL TV dramas and their attitudes towards celebrities in BL TV dramas, and the relationship between Chinese fans' attitudes towards celebrities in …
Consumer's Media Exposure, Attitude And Purchasing Behavior On "Café Amazon For Chance", Sirapassorn Cheepborisut
Consumer's Media Exposure, Attitude And Purchasing Behavior On "Café Amazon For Chance", Sirapassorn Cheepborisut
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objective of this research was to study the media exposure, consumers’ attitude and consumers’ purchasing behavior toward Café Amazon for Chance by using surveys to collect the data from current customers at Café Amazon for Chance aged 18 and above. Two hundred and seven were collected. The result shows that the media exposure of Café Amazon for Chance’s is low level. However, the majority of the sample has a good attitude toward the social enterprise concept of Café Amazon for Chance that supports social disabilities to have a career and be able to work equivalent to normal employees. Moreover, …
Consumers’ Exposure To Facebook Pages Regarding Environment, Environmental Awareness, And Behavioral Tendency In Thailand, Porntip Jakmongkolchai
Consumers’ Exposure To Facebook Pages Regarding Environment, Environmental Awareness, And Behavioral Tendency In Thailand, Porntip Jakmongkolchai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research aims to analyze the exposure to Facebook pages regarding environment, consumers’ environmental awareness, and their behavioral tendency. The research explores the relationship between the exposure to Facebook pages and consumers’ environmental awareness, as well as relationship between consumers’ environmental awareness and their behavioral tendency. This quantitative research was conducted through an online survey which collected data from 200 respondents, aged between 18 to 64 years old who currently reside in Thailand. The results from the study reveals that respondents frequently see both text post and photo post equally (M = 2.47) from Environman or 3WheelsUncle or other Facebook …
ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้สื่อในที่ทำงาน และแรงจูงใจในการทำงานของพนักงานเจเนอเรชันเอกซ์และวาย ในองค์กรเอกชนไทยที่มีวัฒนธรรมการทำงานแบบญี่ปุ่น, ทัศนวรรณ มานัสวิน
ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้สื่อในที่ทำงาน และแรงจูงใจในการทำงานของพนักงานเจเนอเรชันเอกซ์และวาย ในองค์กรเอกชนไทยที่มีวัฒนธรรมการทำงานแบบญี่ปุ่น, ทัศนวรรณ มานัสวิน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้สื่อในที่ทำงาน และแรงจูงใจในการทำงานของพนักงานในองค์กร เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนการสื่อสารภายในองค์กร ให้พนักงานทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ในการเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง คือ พนักงานบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดที่มีอายุงาน 3 เดือนขึ้นไป แบ่งเป็นพนักงานเจเนอเรชันเอกซ์ 100 คน และพนักงานเจเนอเรชันวาย 100 คน รวม 200 คน เพื่อเป็นการวิจัยนำร่อง ผลการวิจัยพบว่า 1) ด้านการใช้สื่อในที่ทำงาน พนักงานเจเนอเรชันเอกซ์มีความถี่แตกต่างจากพนักงานเจเนอเรชันวายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่ระยะเวลาเฉลี่ยไม่แตกต่างกัน 2) ในด้านความพึงพอใจต่อการใช้สื่อในที่ทำงาน พนักงานเจเนอเรชันเอกซ์มีความพึงพอใจไม่แตกต่างจากพนักงานเจเนอเรชันวาย 3) พนักงานเจเนอเรชันเอกซ์ มีแรงจูงใจในการทำงานไม่แตกต่างจากพนักงานเจเนอเรชันวาย 4) ด้านการใช้สื่อในที่ทำงาน พนักงานเจเนอเรชันเอกซ์มีความถี่ และระยะเวลาเฉลี่ยไม่สัมพันธ์กับแรงจูงใจในการทำงาน ในขณะที่พนักงานเจเนอเรชันวายมีความสัมพันธ์ระหว่างความถี่และแรงจูงใจในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาเฉลี่ยและแรงจูงใจในการทำงาน 5) ในด้านความพึงพอใจต่อการใช้สื่อในที่ทำงาน พนักงานเจเนอเรชันเอกซ์ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจและแรงจูงใจในการทำงาน ในขณะที่พนักงานเจนเนอเรชันวายมีความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจและแรงจูงใจในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
Strategic Analysis: A Case Study Of Sunsweet Public Company Limited, Panupong Senapitak
Strategic Analysis: A Case Study Of Sunsweet Public Company Limited, Panupong Senapitak
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This individual study investigates and describes the organizational and market factors associated with providing a management framework that has benefited Sunsweet Public Co.,Ltd. to have a disproportional share of the food and agricultural industry's overall profits, providing fuel for further market dominance. The study consists of two different studies: one study examines the market situational analysis offering a broad look at an industry that provides a comprehensive information outline of the industry overall, and it is headed. Whist the other examines the company's performance, competitive analysis, and prospect and examines the other factors associated with the outcome of being a …
การศึกษาการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อตอบสนองทิศทางการพัฒนาประเทศตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติกรณีศึกษา กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, ธัญญา อนุวัตรยรรยง
การศึกษาการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อตอบสนองทิศทางการพัฒนาประเทศตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติกรณีศึกษา กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, ธัญญา อนุวัตรยรรยง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อตอบสนองทิศทางการพัฒนาประเทศตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ กรณีศึกษา กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาระดับประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนภารกิจของกรมในการตอบสนองทิศทางการพัฒนาประเทศตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และ 2) เพื่อศึกษาและจัดลำดับปัจจัยทางการบริหารที่สำคัญ (Key Success Factors) ของกรมในการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อตอบสนองทิศทางการพัฒนาประเทศตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ โดยใช้การวิจัยแบบผสมผสานทั้งการวิจัยเชิงปริมาณด้วยแบบสอบจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 188 คน วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเชิงพรรณนาด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างโดยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มตัวอย่างที่มีบทบาทในการจัดทำแผนงานโครงการของกรม จำนวน 9 คน ซึ่งประกอบด้วยประเด็นคำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการจัดทำข้อเสนอโครงการและปัจจัยทางการบริหารที่สำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจกรมเพื่อตอบสนองต่อแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งการจัดลำดับความสำคัญของปัจจัยทางการบริหารที่สำคัญเพื่อนำไปสู่ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงหรือพัฒนาระบบการบริหารงานภายในของกรมให้มีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อทิศทางการพัฒนาประเทศได้ ผลการวิจัยพบว่า จากข้อมูลเชิงปริมาณ กรมมีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนภารกิจผ่านการจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อตอบสนองต่อแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติในระดับสูงทั้ง 5 ประเด็นของแผนแม่บทฯ ที่กรมมีภารกิจเกี่ยวข้อง ในขณะที่ประสิทธิภาพของปัจจัยทางการบริหารที่สำคัญในปัจจุบันของของกรม พบว่า ทุกปัจจัยมีประสิทธิภาพอยู่ในระดับสูงเช่นกัน ซึ่งไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ว่ามีประสิทธิภาพในระดับปานกลาง อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิจัยเอกสาร พบว่า ในการจัดทำข้อเสนอโครงการ ไม่มีใครงการใดที่สามารถอธิบายได้ถึงสัดส่วนในการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายตามตัวชี้วัดของแผนแม่บทฯ (Contribution) ซึ่งไม่เป็นไปตามแนวคิดในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติผ่านแผนระดับที่ 3 รวมทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพที่ได้จากการสัมภาษณ์เกี่ยวกับปัจจัยทางการบริหารที่สำคัญ พบว่า ทุกปัจจัยยังมีปัญหาอุปสรรคในหลายส่วนที่ยังต้องปรับปรุงแก้ไข ไม่สอดคล้องกับข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบสอบถามข้างต้น จึงอาจไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่า ประสิทธิภาพที่แท้จริงของกรมอยู่ในระดับใด ทั้งนี้ พบว่า ผลการจัดลำดับปัจจัยทางการบริหารที่สำคัญ 3 ลำดับแรก คือ ปัจจัยความรู้ความสามารถ (Skill) มีความสำคัญเป็นลำดับแรกเท่ากับปัจจัยบุคลากร (Staff) รองลงมาเป็นปัจจัยค่านิยมร่วม (Shared Values) และปัจจัยกลยุทธ์ (Strategy) ตามลำดับ
การศึกษาวิเคราะห์ความเป็นผู้นำของตัวละครดอน วิโต้ คอร์ลีโอเน ในบริบทขององค์การอาชญากรรมในประเทศสหรัฐอเมริกา (ค.ศ.1945-1955) ผ่านภาพยนตร์เรื่อง “เดอะก็อตฟาเธอร์”, เดชาพล อ้วนภักดี
การศึกษาวิเคราะห์ความเป็นผู้นำของตัวละครดอน วิโต้ คอร์ลีโอเน ในบริบทขององค์การอาชญากรรมในประเทศสหรัฐอเมริกา (ค.ศ.1945-1955) ผ่านภาพยนตร์เรื่อง “เดอะก็อตฟาเธอร์”, เดชาพล อ้วนภักดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของสหรัฐอเมริกาในช่วง ค.ศ.1945-1955 ในภาพยนตร์เรื่องเดอะ ก็อตฟาเธอร์และ 2) เพื่อวิเคราะห์ความเป็นผู้นำของดอน วิโต้ คอร์ลีโอเนในบริบทขององค์การอาชญากรรมในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วง ค.ศ.1945-1955 จากภาพยนตร์เรื่องเดอะ ก็อตฟาเธอร์ การศึกษาเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการวิจัยผ่านสื่อร่วมสมัยโดยการวิเคราะห์ภาพยนตร์ การศึกษาเอกสารและการสัมภาษณ์เจาะลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ผลการวิจัยพบว่า สภาพการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของสหรัฐอเมริกาในช่วง ค.ศ.1945-1955 โดย“สภาพทางการเมือง” สมัยนั้นเน้นการให้ความเสมอภาคและเสรีภาพตามหลักสิทธิมนุษยชนแก่ทั้งคนผิวขาวและผิวดำ การสืบทอดอุดมการณ์ การตรากฎหมายว่าด้วยสิทธิของพลมือง (สิทธิมนุษยชน) การยกเลิกรัฐบัญญัติแรงงานทั้งนี้สภาพการเมืองขึ้นอยู่กับนโยบายทางการเมืองของผู้หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาซึ่งมีอิทธิพลเป็นอย่างมาต่อระบบการเมืองของสหรัฐอเมริกาโดยมีพรรคที่สำคัญ 2 พรรคคือ พรรคริพับลิกันและพรรคเดโมแครต ส่วน “สภาพทางเศรษฐกิจ” คือ การเร่งจัดงบประมาณการเงินให้สมดุล การยกเลิกกฎหมายการควบคุมค่าเช่า ค่าจ้างและราคาสินค้า ปรับปรุงแบบแผนการทำงานของรัฐบาลกลางให้ประหยัด ยกเลิกธุรกิจของรัฐที่ต้องแข่งขันกับเอกชน การลดงบประมาณด้านการป้องกันประเทศและที่สำคัญคือ การลดภาษีรายได้ให้ประชาชนและ “สภาพสังคมและวัฒนธรรม” สืบเนื่องจากมาจากระบบเศรษฐกิจที่ดีทำให้สหรัฐอเมริกาในในสมัยนั้นได้สมยานามที่ว่า “สังคมที่มั่งคั่งจนเหลือกินเหลือใช้ (The Affluent Society)” และความเป็นผู้นำของดอนวิโต้ คอร์ลีโอเน ในบริบทขององค์การอาชญากรรมในภาพยนตร์เรื่องเดอะ ก็อตฟาเธอร์ พบว่า ความเป็นผู้นำของ ดอน วิโต้ คอร์ลีโอเน มีภาวะความเป็นผู้นำหลากหลายด้านประกอบด้วย ความกล้าหาญ ความเด็ดขาดและความรอบคอบในการตัดสินใจ วิสัยทัศน์ในเชิงธุรกิจ วิธีการเจรจาอย่างมีประสิทธิภาพ การรักษาคำพูดและการบริหารคน