Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
Physical Sciences and Mathematics Commons™
Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Computer Sciences (3538)
- Life Sciences (3144)
- Earth Sciences (2670)
- Environmental Sciences (2583)
- Engineering (2365)
-
- Plant Sciences (1582)
- Soil Science (1554)
- Chemistry (1547)
- Agronomy and Crop Sciences (1480)
- Plant Biology (1470)
- Agricultural Science (1469)
- Weed Science (1450)
- Plant Pathology (1444)
- Physics (1299)
- Mathematics (1175)
- Social and Behavioral Sciences (1123)
- Artificial Intelligence and Robotics (1038)
- Medicine and Health Sciences (1022)
- Statistics and Probability (841)
- Sustainability (724)
- Environmental Monitoring (618)
- Education (589)
- Oceanography and Atmospheric Sciences and Meteorology (579)
- Environmental Indicators and Impact Assessment (574)
- Computer Engineering (547)
- Data Science (547)
- Environmental Health and Protection (532)
- Natural Resources and Conservation (504)
- Natural Resources Management and Policy (449)
- Institution
-
- University of Kentucky (1667)
- University of Nebraska - Lincoln (687)
- Singapore Management University (606)
- TÜBİTAK (404)
- Montana Tech Library (403)
-
- Old Dominion University (393)
- University of Texas Rio Grande Valley (277)
- Utah State University (273)
- China Coal Technology and Engineering Group (CCTEG) (254)
- Missouri University of Science and Technology (239)
- Chulalongkorn University (231)
- Changsha University of Science and Technology (227)
- China Simulation Federation (223)
- University of Arkansas, Fayetteville (179)
- The Texas Medical Center Library (171)
- University of Texas at El Paso (164)
- City University of New York (CUNY) (160)
- Technological University Dublin (148)
- Edith Cowan University (145)
- Neutrosophic Systems with Applications (142)
- University of South Florida (140)
- Kennesaw State University (137)
- Portland State University (136)
- Air Force Institute of Technology (126)
- Chapman University (124)
- Brigham Young University (119)
- University of New Mexico (119)
- Claremont Colleges (118)
- Michigan Technological University (116)
- Clemson University (115)
- Keyword
-
- Machine learning (273)
- Deep learning (179)
- Machine Learning (154)
- Climate change (140)
- Artificial intelligence (138)
-
- Humans (102)
- Priority Soils (101)
- Sustainability (87)
- Deep Learning (78)
- Metals Abatement (72)
- Weather (72)
- Artificial Intelligence (70)
- Technical Reports (70)
- UTEP Computer Science Department (70)
- COVID-19 (69)
- Grazing (67)
- Cybersecurity (59)
- Simulation (54)
- Classification (53)
- Drought summary (52)
- Droughts (52)
- Tennessee Climate Office (52)
- Biodiversity (51)
- Climate (49)
- Natural language processing (49)
- Physics (48)
- Chemistry (47)
- Mathematics (47)
- Security (47)
- Unreclaimed Sites (47)
- Publication
-
- IGC Proceedings (1977-2023) (1442)
- Research Collection School Of Computing and Information Systems (535)
- Theses and Dissertations (473)
- Silver Bow Creek/Butte Area Superfund Site (401)
- Coal Geology & Exploration (254)
-
- Journal of China & Foreign Highway (227)
- Journal of System Simulation (223)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (203)
- Faculty, Staff and Student Publications (158)
- Electronic Theses and Dissertations (142)
- Neutrosophic Systems with Applications (142)
- Turkish Journal of Mathematics (134)
- Research outputs 2022 to 2026 (132)
- Turkish Journal of Chemistry (118)
- USF Tampa Graduate Theses and Dissertations (112)
- United States Department of Agriculture Wildlife Services: Staff Publications (110)
- Faculty Publications (103)
- Dissertations (101)
- Bulletin of Chinese Academy of Sciences (Chinese Version) (100)
- All Works (98)
- Open Access Theses & Dissertations (93)
- School of Natural Resources: Faculty Publications (92)
- Annual Symposium on Biomathematics and Ecology Education and Research (86)
- Department of Physics and Astronomy: Faculty Publications (79)
- School of Mathematical & Statistical Sciences Faculty Publications (79)
- Turkish Journal of Electrical Engineering and Computer Sciences (78)
- Master's Projects (75)
- Dissertations and Theses (74)
- Honors Theses (74)
- Departmental Technical Reports (CS) (70)
- Publication Type
Articles 13681 - 13710 of 14121
Full-Text Articles in Physical Sciences and Mathematics
การจำลองกระบวนการแตกตัวด้วยไฮโดรเจน: ผลของตัวแปรกระบวนการต่อผลได้และสมบัติของผลิตภัณฑ์, กรองเกียรติ ณ ลำพูน
การจำลองกระบวนการแตกตัวด้วยไฮโดรเจน: ผลของตัวแปรกระบวนการต่อผลได้และสมบัติของผลิตภัณฑ์, กรองเกียรติ ณ ลำพูน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
กระบวนการแตกตัวด้วยไฮโดรเจนของกากน้ำมัน (Residue hydrocracking: RHC) เป็นกระบวนการสำคัญของการกลั่นน้ำมันที่เป็นการแปรรูปกากน้ำมันหนักให้เป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันเบาที่มีมูลค่า เช่น ดีเซลและเบนซิน กระบวนการนี้เป็นการเพิ่มมูลค่าของน้ำมันดิบหนักได้อย่างมากโดยการปรับปรุงกากที่มีมูลค่าต่ำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการในตลาดมากขึ้น โดย RHC เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนซึ่งเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิและความดันสูง รวมถึงตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อแตกโมเลกุลไฮโดรคาร์บอนขนาดใหญ่ที่พบในกากน้ำมันหนัก การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำลองกระบวนการแตกตัวด้วยไฮโดรเจนเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตดีเซลให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด โดยพิจารณาพารามิเตอร์ในกระบวนการต่างๆ โดยใช้แอสเพนไฮซิส พารามิเตอร์ในกระบวนการที่ทำการศึกษานั้น ได้แก่ คุณภาพวัตถุดิบ เช่น แก๊สออยล์สุญญากาศเบา (LVGO) แก๊สออยล์สุญญากาศหนัก (HVGO) และชอร์ตเรซิดิว (SR) อัตราการป้อนวัตถุดิบตั้งต้น อัตราส่วนระหว่างแก๊สไฮโดรเจนและน้ำมัน ความบริสุทธิ์ของแก๊สไฮโดรเจนที่เวียนกลับมาใช้ซ้ำ และอัตราส่วนระหว่างวัตถุดิบตั้งต้นและวัตถุดิบตั้งต้นที่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เวียนกลับมาเกิดปฏิกิริยาซ้ำ (CFR) ศึกษาโดยพัฒนาแบบจำลองของกระบวนการด้วยวิธีการออกแบบแฟกทอเรียลเพื่อตรวจสอบผลกระทบของพารามิเตอร์เหล่านี้ต่อการผลิตดีเซล ผลการจำลองแสดงให้เห็นว่าคุณภาพวัตถุดิบมีอิทธิพลมากที่สุดต่อการผลิตดีเซล ตามด้วยอัตราการป้อนวัตถุดิบ อัตราส่วนแก๊สต่อน้ำมัน ความบริสุทธิ์ของแก๊สไฮโดรเจนที่นำมารีไซเคิลในกระบวนการ และอัตราส่วนวัตถุดิบรวม ตามลำดับ ผลการจำลองยังแสดงให้เห็นว่าการปรับปรุงพารามิเตอร์ในกระบวนการสามารถเพิ่มผลผลิตดีเซลได้ ผลการจำลองนี้มีประโยชน์เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่นำไปปฏิบัติได้จริงสำหรับการปรับปรุงกระบวนการแตกตัวด้วยไฮโดรเจนเพื่อเพิ่มผลผลิตดีเซลให้ได้สูงสุด นอกจากนี้การศึกษายังได้ดำเนินการวิเคราะห์การประมาณการค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดเพื่อประเมินความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ของกระบวนการแตกตัวด้วยไฮโดรเจน โดยได้พิจารณากรณีต่างๆ รวมถึงหน่วยแตกตัวด้วยไฮโดรเจนแบบขั้นตอนเดียวโดยไม่มีการรีไซเคิลและหน่วยแตกตัวด้วยไฮโดรเจนแบบขั้นตอนเดียวที่มีการรีไซเคิล การวิเคราะห์ได้พิจารณาต้นทุนในการลงทุน (Inside Battery Limits: ISBL และ Outside Battery Limits: OSBL) ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนตัวเร่งปฏิกิริยา ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และมูลค่าของผลิตภัณฑ์ ผลการศึกษาพบว่าหน่วยแตกตัวด้วยไฮโดรเจนแบบขั้นตอนเดียวที่มีการรีไซเคิลให้กำไรสูงกว่า มีประสิทธิภาพสูงกว่าหน่วยแตกตัวด้วยไฮโดรเจนแบบขั้นตอนเดียวโดยไม่มีการรีไซเคิล โดยอัตราส่วนของกำไรระหว่างหน่วยแตกตัวด้วยไฮโดรเจนแบบขั้นตอนเดียวที่มีการรีไซเคิลเมื่อเทียบกับหน่วยแตกตัวด้วยไฮโดรเจนแบบขั้นตอนเดียวโดยไม่มีการรีไซเคิลคือ 2.76 เท่า สำหรับวัตถุดิบแก๊สออยล์สุญญากาศเบา 2.35 เท่า สำหรับวัตถุดิบแก๊สออยล์สุญญากาศหนัก และ 3.32 เท่า สำหรับวัตถุดิบชอร์ตเรซิดิว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงข้อได้เปรียบทางเศรษฐศาสตร์ของกระบวนการที่มีการรีไซเคิล การวิเคราะห์การประมาณการค่าใช้จ่ายเน้นย้ำถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจในการปรับปรุงการกำหนดค่ากระบวนการแตกตัวด้วยไฮโดรเจนและสภาวะในการดำเนินการเพื่อเพิ่มผลผลิตดีเซลให้สูงสุดโดยพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น เงินลงทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และมูลค่าของผลิตภัณฑ์
Characterization Of Aroma-Active Compounds In Fried Chicken, Nattapon Deesom
Characterization Of Aroma-Active Compounds In Fried Chicken, Nattapon Deesom
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Fried chicken is a product with high consumption demand both in Thailand and abroad. Thailand ranks as the world's 4th largest in terms of export volume, accounting for 105 million baths. In addition, there is a growing preference for white meat among consumers today, leading to increased consumption rates of fried chicken. Therefore, quality control is essential, especially regarding aroma, which is the first sensory perception people experience with food. In this work, olfactory profile of fried chicken was first constructed to evaluate extracts obtained from different organic solvents. The dichloromethane extracts obtained from solvent assisted flavor evaporation (SAFE) showed …
สมบัติเชิงกายภาพ การดูดซึม และการคืนสภาพของตัวทำละลายผสม Amp-Pz-Mea สำหรับการดักจับคาร์บอน, วดียา พรสวัสดิ์กลิ่น
สมบัติเชิงกายภาพ การดูดซึม และการคืนสภาพของตัวทำละลายผสม Amp-Pz-Mea สำหรับการดักจับคาร์บอน, วดียา พรสวัสดิ์กลิ่น
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาตัวทำละลายผสมAMP-PZ-MEA 21 สูตร ความเข้มข้นรวม 20 30 และ 40 wt.% เปรียบเทียกับตัวทำละลายดั้งเดิม 30 wt.% MEA จากผลการศึกษาพบว่าการเพิ่มอัตราส่วนละลายผสม PZ/AMP จะส่งผลตัวทำละลายมีความจุการดูดซึมคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุดก่อนตกตะกอนสูงขึ้น ความหนาแน่นของตัวทำละลายผสมมีค่าใกล้เคียงกับตัวทำละลายดั้งเดิม ในส่วนความหนืดของตัวทำละลายผสมที่ ความเข้มข้นรวม 20 และ 30 wt.% มีค่าใกล้เคียงกับตัวทำละลายดั้งเดิม ที่ 40 wt.% มีความหนืดสูงกว่าตัวทำละลายดั้งเดิม สูตร 5/30/5 ความเข้มข้นรวม 40 wt.% คือสูตรที่มีค่าความจุการดูดซึมคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดมากกว่า 30 wt.% MEA ร้อยละ 32.60 จากการศึกษาสมรรถนะการถ่ายโอนมวลของตัวทำละลายผสม พบว่า สูตร 5/30/5 ความเข้มข้นรวม 30 wt.% มี KGaV และประสิทธิภาพการกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์สูงที่สุดซึ่งสูงกว่าตัวทำละลายดั้งเดิม 30 wt.% MEA ร้อยละ 310.59 และ 17.60 ตามลำดับ ตัวทำละลายผสมสูตรที่มีอัตราการคืนสภาพเริ่มต้นสูงที่สุด คือ 30/5/5 ที่ความเข้มข้นรวม 20 wt.% ในส่วนของภาระทางความร้อนในการคืนสภาพตัวทำละลายผสมในทุกสูตรยกเว้น 5/5/30 จะมีภาระทางความร้อนในการคืนสภาพตัวทำละลายต่ำกว่าตัวทำละลายดั้งเดิมร้อยละ 15.21-36.45 จากการประเมินศักยภาพของตัวทำละลายผสม โดยใช้ SP และ Optimizationโดยใช้โปรแกรม Design-Expert จากผลการประเมินทั้ง 2 วิธี พบว่า อัตราส่วน 5/30/5 ที่ความเข้มข้นรวม 40 wt.% เป็นอัตราส่วนความเข้มข้นที่มีศักยภาพสูงสำหรับใช้ทดแทนตัวทำละลายดั้งเดิม 30 wt.% MEA
Volatile Compound Profiles In Human Sweat Before And After Covid-19 Vaccination, Sorachar Phusrisom
Volatile Compound Profiles In Human Sweat Before And After Covid-19 Vaccination, Sorachar Phusrisom
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Vaccines have been reported to be effective at preventing people from getting the coronavirus (COVID-19) as well as reducing the harmful levels. This led to incorporation of the vaccinations into the protection protocol worldwide. The vaccinations could influence metabolisms, microbiome and metabolite distribution throughout human bodies including skin. This thesis applied gas chromatography ion mobility spectrometry (GC-IMS) and gas chromatography mass spectrometry (GC-MS) to differentiate the population with COVID-19 vaccination based on their different sweat volatile compound profiles. This involves tentative identification of 160 axillary swab samples obtained from 20 healthy volunteers before or after the COVID-19 vaccination at different …
การหาค่าที่เหมาะสมของสัดส่วนการป้อนเชื้อเพลิงชีวมวล-อากาศในหม้อไอน้ำฟลูอิไดซ์เบดแบบหมุนเวียนโดยใช้พลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ, สรธัญ ตันประเสริฐ
การหาค่าที่เหมาะสมของสัดส่วนการป้อนเชื้อเพลิงชีวมวล-อากาศในหม้อไอน้ำฟลูอิไดซ์เบดแบบหมุนเวียนโดยใช้พลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ, สรธัญ ตันประเสริฐ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในงานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาการหาค่าที่เหมาะสมในด้านสมรรถนะของหม้อไอน้ำและสิ่งแวดล้อมเมื่อทำการปรับเปลี่ยนภาวะการดำเนินการของหม้อไอน้ำฟลูอิไดซ์เบดแบบหมุนเวียนผ่านการสร้างแบบจำลองพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณร่วมกันกับแบบจำลองการไหลหลายวัฏภาค โดยได้ตรวจสอบความถูกต้องของแบบจำลองผ่านการเปรียบเทียบผลลัพธ์ของแบบจำลองกับภาวะการดำเนินการของโรงงาน สำหรับการปรับเปลี่ยนภาวะดำเนินการที่สนใจจะมีทั้งหมดสามด้าน ได้แก่ สัดส่วนเชื้อเพลิงชีวมวล ปริมาณเชื้อเพลิงผสม และอุณหภูมิอากาศขาเข้า โดยได้ออกแบบการทดลองแบบแฟคทอเรียลสองระดับ โดยที่มีผลลัพธ์ที่สนใจทั้งหมดสี่ด้าน ได้แก่ ผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน ผลกระทบต่อภาวะการเกิดฝนกรด พลังงานที่เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน และกำไรที่ได้จากการดำเนินการ ซี่งผลลัพธ์จากการสร้างแบบจำลองพบว่า เมื่อสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวมวลเพิ่มมากขึ้นส่งผลต่อมลภาวะที่ปลดปล่อยมีแนวโน้มที่ลดลงแต่ในทางกลับกันทำให้ศักยภาพในการแลกเปลี่ยนความร้อนของแก๊สเผาไหม้ลดลงเนื่องจากคุณสมบัติของเชื้อเพลิง และทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นเนื่องจากราคาของเชื้อเพลิง สำหรับปริมาณเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นทำให้มีการปลดปล่อยมลภาวะในภาพรวมมีค่าสูงขึ้นและทำให้ศักยภาพในการแลกเปลี่ยนความร้อนของแก๊สเผาไหม้มีค่าสูงขึ้น แต่มีกำไรที่ลดลงเนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากการดำเนินการ สำหรับปัจจัยของอุณหภูมิของอากาศขาเข้าจะส่งผลโดยตรงต่อปฏิกิริยาเคมีและศักยภาพในการแลกเปลี่ยนความร้อนแต่จะมีกำไรที่ได้ลดลงเนื่องจากมีการให้ความร้อนแก่อากาศ สุดท้ายจะนำผลลัพธ์ที่ได้ไปหาค่าที่เหมาะสมโดยวิธีการหาค่าที่เหมาะสมแบบหลายฟังก์ชันจุดประสงค์ เพื่อที่บรรลุเป้าหมายของการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่น้อยที่สุดและมีสมรรถนะของหม้อไอน้ำที่สูงที่สุด ภายใต้ข้อจำกัดทางสิ่งแวดล้อมและด้านสมรรถนะของหม้อไอน้ำ โดยผลลัพธ์พบว่าต้องมีสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวมวลอยู่ที่ร้อยละ 42.1 สัดส่วนอากาศต่อเชื้อเพลิงผสมอยู่ที่ 5.89 และมีอุณหภูมิของอากาศขาเข้าที่ 188 องศาเซลเซียส โดยภาวะดังกล่าวจะให้ค่าพลังงานจากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนเป็น 8.98 เมกะวัตต์ มีกำไรอยู่ที่ 3.87 ล้านบาทต่อวัน ผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนและภาวะการเกิดฝนกรดอยู่ที่ 1.14 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อเมกะวัตซ์ชั่วโมง และ 8.63 กรัมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ต่อกิโลวัตซ์ชั่วโมง ตามลำดับ
Α-Glucosidase Inhibitors From Leaves Of Cannabis Sativa And Cannabinoid Derivatives, Areeba Nayab
Α-Glucosidase Inhibitors From Leaves Of Cannabis Sativa And Cannabinoid Derivatives, Areeba Nayab
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Cannabinoids are naturally occurring secondary metabolites with antidiabetic, anti-inflammatory, and anticancer activity because of their enormous interaction efficiency with the human endocannabinoid system. α-glucosidase inhibitory activity guided isolation of Cannabis sativa L. yielded 6 compounds including Δ9-THC, cannabinol (CBN), and cannabichromene (CBC) as major compounds. This study also focused on the study of the structure-activity relationship of Δ9-THC that yielded 4 including 3 new compounds. The structures of isolated and synthesized compounds were elucidated by multiple spectroscopic techniques and with the comparison of previous reports. The isolated and derivatized compounds were evaluated for α-glucosidase inhibition. Among the isolated compounds cannabinol …
Microalgal-Plant Growth Promoting Bacterial Living Biofilters As Soil Amendment For Vegetable Cultivation, Augustine Odibo
Microalgal-Plant Growth Promoting Bacterial Living Biofilters As Soil Amendment For Vegetable Cultivation, Augustine Odibo
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study explored the use of microalgal-plant growth-promoting bacterial co-cultures as living biofilters (Chlorella vulgaris (CV) and Bacillus subtilis (BS) in different ratios) for soil amendment in vegetable cultivation. It aimed to investigate the soil amendment potential of these biofilters on three selected plants (i.e. morning glory, sunflower, and cucumber) over a 20-days plantation in a controlled environment. The highest biomass yields of morning glory, cucumber, and sunflower were 1.3 ± 0.1 g, 2.0 ± 0.3 g, and 1.5 ± 0.2 g when using CV/BS 1:1, CV/BS 3:1, and CV/BS 3:1 respectively. For sunflower, the biomass yield with CV/BS 1:1, …
Geophysical Characteristics Of Kuan Kreng Peat Swamp Forest At Thale Noi Area, Theethach Phiranram
Geophysical Characteristics Of Kuan Kreng Peat Swamp Forest At Thale Noi Area, Theethach Phiranram
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Peatlands, as an important carbon sink, store a large amount of atmospheric carbon. However, peatlands are vulnerable to environmental alteration due to anthropogenic and natural processes. While peatlands are degraded, carbon dioxide emissions arise. The Kuan Kreng peat swamp forest is the second largest peatland in Thailand and is in coastal wetland serving for carbon stock in the subsurface. To assess carbon stock in peatland, the thickness and distribution of the peat layer are necessary. This study determines physical and chemical characteristics of the peatlands in the coastal wetland, southern Thailand by conventional core study and geophysical surveys, including ground …
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านจิตเวช, ปณิดา คติการ
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านจิตเวช, ปณิดา คติการ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันปัญหาสุขภาพจิตของประชากรไทยเป็นที่ตระหนักรู้และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก การศึกษาพบว่าสุขภาพจิตโดยรวมของคนในประเทศไทยมีความเสี่ยงขึ้นมากขึ้น การฆ่าตัวตายจากปัญหาสุขภาพจิตมีอัตราเพิ่มขึ้น จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคจิตเวชที่มารับบริการต่อวันในหน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิตในปี พ.ศ. 2563 - 2565 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่บุคลากรด้านสุขภาพจิตและจิตเวชในประเทศไทยมีจำนวนจำกัดอย่างมาก ทำให้ความต้องการของโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านจิตเวชในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อนำไปวางแผน ช่วยประกอบการตัดสินใจ และกำหนดแนวทางในการดำเนินงานมีมากขึ้น โครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านจิตเวช” นี้ประกอบด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ (1) ระบบวิเคราะห์ผู้ป่วยใน (2) ระบบวิเคราะห์ผู้ป่วยนอก (3) ระบบวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้ป่วย (4) ระบบวิเคราะห์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (5) ระบบวิเคราะห์การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ ระบบได้พัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล Microsoft SQL Server Management Studio 18 และใช้โปรแกรม Tableau Desktop 2022.2.2 ในการจัดทำระบบวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล ระบบสารสนเทศจากโครงการพิเศษนี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่าง ๆ ที่หลากหลายได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ทิศทาง แนวโน้ม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยด้วยโรคทางจิตเวช อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ในการวางแผนจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าไก่สดและไก่แปรรูป, อรรวินท์ อนุเคราะห์
คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าไก่สดและไก่แปรรูป, อรรวินท์ อนุเคราะห์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันอุตสาหกรรมไก่เนื้อในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศแม้จะไม่ได้มีอัตราที่สูงมากนักแต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ผู้บริโภคหันมาสนใจบริโภคเนื้อไก่มากขึ้นจากกระแสการรักสุขภาพ ทั้งนี้ผู้ผลิตสินค้าเนื้อไก่ในประเทศส่วนใหญ่จะเป็นการผลิตแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำคือฟาร์มไก่ ไปจนถึงปลายน้ำคือผลิตออกมาเป็นสินค้าสำเร็จรูป ซึ่งเป็นเรื่องดีในการจัดการดูแลและควบคุมคุณภาพ แต่ขอบเขตการดูแลจัดการก็มากขึ้นเช่นกัน จึงจำเป็นจะต้องมีเครื่องมือที่ช่วยในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และตัดสินใจ เพื่อดำเนินธุรกิจให้เติบโตขึ้นตามแนวโน้มภาพรวมและแก้ปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน โครงการ “คลังข้อมูลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าไก่สดและไก่แปรรูป” ประกอบด้วย 5 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบวิเคราะห์ไก่เนื้อ ระบบวิเคราะห์การจัดซื้อบรรจุภัณฑ์ ระบบวิเคราะห์การผลิต ระบบวิเคราะห์การขายส่ง และ ระบบวิเคราะห์การขายปลีก ระบบได้ถูกพัฒนาขึ้นบนระบบจัดการฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2019 เครื่องมือที่ใช้ในการเตรียมข้อมูลโดย Microsoft Excel 2019 และ เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาและแสดงผลธุรกิจอัจฉริยะ Tableau Desktop Professional 2022.2 ระบบที่พัฒนาขึ้นนี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ข้อมูลในมุมมองต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับการดำเนินธุรกิจและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจ
One-Pot Iodine-Mediated Synthesis Of Cannabinol And Derivatives, Mongkonkorn Thanakorncharoenwit
One-Pot Iodine-Mediated Synthesis Of Cannabinol And Derivatives, Mongkonkorn Thanakorncharoenwit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Cannabinol (CBN) is a minor cannabinoid that exhibits a broad range of medicinal activities without psychoactive effects. CBN derivatives have been typically synthesized from a terpenoid and a resorcinol derivative, through a multistep reaction including the Friedel-Crafts alkylation, cyclization, and aromatization. In this study, we envisioned that iodine could act as a Lewis acid catalyst and an aromatization agent. Consequently, we developed a one-pot iodine-mediated reaction between (1S,4R)-p-menthadienol and 5-(1,1-dimethylheptyl)resorcinol for the synthesis of 3-(1,1-dimethylheptyl)cannabinol (DMH-CBN). Various reaction parameters were evaluated, and the reaction yields were analyzed by quantitative 1H NMR. The optimized reaction conditions were found to be 1.5 …
Development Of A Gel-Based Electrolyte For Determination Of Heavy Metals Using Smartphone, Nuntanuch Lersanantasit
Development Of A Gel-Based Electrolyte For Determination Of Heavy Metals Using Smartphone, Nuntanuch Lersanantasit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Herein, a portable electrochemical device using biopolymeric gel-based electrolyte for the on-field simultaneous determination of Cd(II) and Pb(II) is presented. Pectin, a natural polymer, was used as a chemical delivery medium due to its biodegradation and fast-dissolving properties. Differential pulse voltammetry (DPV) was used to detect electrochemical signal of Cd(II) and Pb(II) solution dropped on the pectin-based electrolyte platform. The modification of screen-printed graphene electrode with Sb-Bi bimetallic alloy using both in situ and pre-mixed method was able to enhance the sensitivity of the sensor. The experimental results demonstrated that the developed gel-based electrolyte was capable of generating sharp and …
Molecular Assembly Of Hyaluronic Acid Nanoparticles For Drug Delivery By Molecular Dynamics Simulation, Pisit Lerttanakij
Molecular Assembly Of Hyaluronic Acid Nanoparticles For Drug Delivery By Molecular Dynamics Simulation, Pisit Lerttanakij
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Nanoparticles (NPs) offer a promising approach in modern medicine for the treatment of various diseases. They serve as effective carriers for various drugs including antibiotics, antivirals and anticancer agents. Hyaluronic acid-based nanoparticles (HA-NPs) have been interested owing to their exceptional biocompatibility and biodegradability. Hyaluronic acid (HA) is a natural biopolymer with versatile applications. However, there have been limited numbers of studies on molecular simulations of nanoparticles, particularly HA-NPs. In this study, molecular dynamics simulations were employed to explore molecular models representing the assembly of HA-NPs. Two types of HA-NPs, acetylated hyaluronic acid nanoparticles (AcHA-NPs) and hyaluronic acid-ceramide nanoparticles (HACe-NPs), were …
Dynamic Nearest Neighbor Classifier Using Mass-Ratio-Variance Outlier Factors For Class Imbalance Problem, Patcharasiri Fuangfoo
Dynamic Nearest Neighbor Classifier Using Mass-Ratio-Variance Outlier Factors For Class Imbalance Problem, Patcharasiri Fuangfoo
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objective of classifcation is to assign a class to a given data instance. One well-recognized classifer is the k-NN model, where the class of an instance is determined by considering the majority class among its k nearest neighbors. However, k-NN’s performance weakens in imbalanced datasets. To address this, adjusting k for each instance based on factors like its position relative to clusters or isolation, and integrating density-based scores from a parameterfree Mass-ratio-variance Outlier Factor (MOF) into the k-NN process, helps determine suitable nearest neighbors. Our research focuses on the development of a dynamic nearest neighbor classifer tailored specifcally to …
Development Of Real-Time Particulate Matter Monitoring Using Smartphone Microscope, Parinton Jangtawee
Development Of Real-Time Particulate Matter Monitoring Using Smartphone Microscope, Parinton Jangtawee
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study introduces a novel paradigm in air quality surveillance, combining light-sheet technology with smartphone microscopy to monitor particulate matter in real time. By leveraging a laser beam transformed into a planar light sheet, suspended particles scatter light, enabling microscopic visualization and trajectory recording through a smartphone linked to a magnifying lens. This innovative methodology merges precision light-sheet illumination with smartphone accessibility, providing a portable, cost-effective, and sustainable solution for air quality assessment. Results demonstrate the system's robustness, showcasing a direct, linear correlation between response and particulate matter concentrations. This finding underscores the device's reliability and accuracy in quantifying particulate …
Improving Electrochemical Properties Of Gdbaco2o5 And Ndbaco2o5 By Ca Substitution And A-Site Cation Deficiency, Yupadee Ung-Arphorn
Improving Electrochemical Properties Of Gdbaco2o5 And Ndbaco2o5 By Ca Substitution And A-Site Cation Deficiency, Yupadee Ung-Arphorn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Ca-substituted layered perovskites of MBa1-xCaxCo2O5+δ (M = Nd; NBCax and Gd; GBCax, x = 0.0-0.4) and A-site deficiency in Nd1-xBa0.9Ca0.1Co2O5+δ (NdxBCa) and NdBa0.9-x Ca0.1Co2O5+δ (NBaxCa) have been investigated in order to improve electrochemical performance of cathode materials for intermediate-temperature solid oxide fuel cell (IT-SOFC, 600-800°C). All materials are synthesized in air by a conventional solid-state reaction with calcination and sintering temperatures of 800°C and 1200°C for 6 hours. NBCO adopts a layered perovskite with a tetragonal crystal structure while GBCO shows an orthorhombic crystal structure. Incorporating Ca into the Ba-site of NBCO structure reveals a structural transition from P4/mmm tetragonal …
ผลของไฟเทตต่อการเคลื่อนที่ การกระจายตัว รูปฟอร์มของสารหนูและแมงกานีสในผักตบชวา, วัณณิภา ก้วยเจริญพานิชก์
ผลของไฟเทตต่อการเคลื่อนที่ การกระจายตัว รูปฟอร์มของสารหนูและแมงกานีสในผักตบชวา, วัณณิภา ก้วยเจริญพานิชก์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาการเคลื่อนที่ การกระจายตัว รูปฟอร์มของสารหนู และแมงกานีสในผักตบชวาที่ปลูกในน้ำเสียสังเคราะห์ โดยแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ทดสอบการแสดงความเป็นพิษ (Phytotoxicity) ของสารละลายสารหนูที่ระดับความเข้มข้น 0.25, 0.50 และ 1.0 มิลลิกรัม/ลิตร, แมงกานีสที่ระดับความเข้มข้น 5.0, 10.0 และ 20.0 มิลลิกรัมต่อลิตร และ Sodium Phytate ที่ระดับความเข้มข้น 1.0, 5.0, 10.0 และ 15.0 มิลลิกรัมต่อลิตร ที่มีต่อการเจริญเติบโตของผักตบชวา โดยพบว่า ระดับความเข้มข้มของสารหนู 0.25 และแมงกานีส 5 มิลลิกรัมต่อลิตร พืชสามารถเจริญเติบโตและแสดงความเป็นพิษน้อยสุด จึงนำไปใช้ในการทดลองขั้นตอนที่ 2 สำหรับการแสดงความเป็นพิษของสาร Sodium Phytate พบว่า พืชแสดงความเป็นพิษอยู่ในระดับต่ำมาก สำหรับขั้นตอนที่ 2 ประกอบด้วย 3 ชุดการทดลอง ได้แก่ 1) ชุดสารหนู 0.25 และทองแดง 1 มิลลิกรัมต่อลิตร 2) ชุดแมงกานีส 5 และทองแดง 1 มิลลิกรัมต่อลิตร และ 3) ชุดสารหนู 0.25 แมงกานีส 5 และทองแดง 1 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยทั้ง 3 ชุดการทดลองได้ทำการทดลองที่ความเป็นกรดเป็นด่าง 4, 5, และ 6 โดยไม่มีและมีการเติม Sodium Phytate ที่อัตราส่วน Sodium Phytate ต่อทองแดง 1:3 โมล และ 1:6 โมล โดยเก็บตัวอย่างน้ำและตัวอย่างพืชส่วนเหนือน้ำ (ลำต้นและใบ) และส่วนใต้น้ำ (ราก) ในวันที่ …
การวิเคราะห์ความเปราะบางด้านอัคคีภัยของชุมชนแออัดในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพมหานคร, วรวรรธน์ ใจกล้า
การวิเคราะห์ความเปราะบางด้านอัคคีภัยของชุมชนแออัดในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพมหานคร, วรวรรธน์ ใจกล้า
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ความหนาแน่นของเมืองที่เพิ่มขึ้นในกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้มีแนวโน้มในการเกิดภัยพิบัติที่มากขึ้น โดยเฉพาะอัคคีภัยในพื้นที่อยู่อาศัยที่มีประชากรหนาแน่น ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในการจัดการเมือง งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อระบุปัจจัยที่สำคัญในการจัดการความเสี่ยงอัคคีภัยในชุมชนที่เปราะบางให้มีประสิทธิภาพ โดยวัตถุประสงค์ของการศึกษานี้ คือ การประเมินความเสี่ยงของอัคคีภัยในชุมชนแออัดในเขตธุรกิจศูนย์กลางเมืองของกรุงเทพมหานคร และเสนอแนวทางปฏิบัติในการลดความเสี่ยง การวิจัยนี้ใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ ด้วยโปรแกรม ArcGIS เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่เกี่ยวกับความเสี่ยงอัคคีภัยในชุมชน 246 แห่ง ใน 16 เขตในพื้นที่ธุรกิจศูนย์กลางเมือง และการวิเคราะห์ทางสถิติด้วยการวิเคราะห์แบบจำลองความสัมพันธ์ (regression model) เพื่อพัฒนาแบบจำลองการคาดการณ์ปัจจัยความเสี่ยง ผลการศึกษาพบว่า มีปัจจัยความเสี่ยงสำคัญของอัคคีภัย 4 ประการ ได้แก่ ความหนาแน่นของครอบครัว, ความน่าจะเป็นของการถูกไล่รื้อ, ความใกล้ชิดกับสถานีดับเพลิง, และการเข้าถึงของรถดับเพลิง ซึ่งมีนัยสำคัญทางสถิติต่อความเสี่ยงของอัคคีภัย และระดับความเสี่ยงในพื้นที่ธุรกิจศูนย์กลางเมืองมีความแตกต่างกัน โดยพบว่ามีชุมชน 3 แห่งที่มีความเสี่ยงสูงมาก, ชุมชน 18 แห่งมีความเสี่ยงสูง, และชุมชน 36 แห่งมีความเสี่ยงปานกลาง ผลการศึกษานี้ได้ชี้ให้เห็นถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง และนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 4 ข้อ ได้แก่ การลดความหนาแน่นของครอบครัว, การปรับปรุงความมั่นคงด้านการอยู่อาศัย, การส่งเสริมการบูรณาการชุมชน, และการเพิ่มการเข้าถึงบริการฉุกเฉิน โดยกลยุทธ์เหล่านี้จะมีความสำคัญในการลดความเสี่ยงของอัคคีและการเพิ่มความปลอดภัยในชุมชนแออัดในเมือง
การประยุกต์ใช้กาบไผ่ในงานด้านบรรจุภัณฑ์อาหาร, โสภิดา ศุภเกียรติกุล
การประยุกต์ใช้กาบไผ่ในงานด้านบรรจุภัณฑ์อาหาร, โสภิดา ศุภเกียรติกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บรรจุภัณฑ์อาหารพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้งเป็นหนึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน เนื่องจากก่อให้เกิดขยะพลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ การศึกษาวัสดุธรรมชาติเพื่อเป็นทางเลือกและมีศักยภาพในการนำมาใช้ทดแทนบรรจุภัณฑ์พลาสติกจึงมีความสำคัญ ดังนั้น วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือ เพื่อศึกษาสมบัติเชิงกายภาพของกาบไผ่ สภาวะที่เหมาะสมของระยะเวลาการแช่น้ำก่อนการขึ้นรูปกาบไผ่เป็นบรรจุภัณฑ์ และคุณลักษณะของบรรจุภัณฑ์กาบไผ่ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน สมบัติเชิงกล สมบัติการทนต่ออุณหภูมิ และสมบัติการย่อยสลายทางชีวภาพ โดยทำการศึกษากาบไผ่ 10 พันธุ์ ได้แก่ ซางหวาน ซางหม่น ซางนวล หม่าจู กิมซุง จีน ตง หก เฮียะ และช้าง ผลการศึกษาพบว่า สมบัติเชิงกายภาพของกาบไผ่ทั้ง 10 พันธุ์ มีความหลากหลายมากทั้งด้านขนาด น้ำหนัก และความหนา โดยพันธุ์ที่มีความกว้างฐานกาบมากที่สุดคือ ไผ่ช้าง (50.51 ซม.) พันธุ์ที่มีความยาวกาบมากที่สุด คือ ไผ่ตง (55.45 ซม.) พันธุ์ที่มีน้ำหนักมากที่สุด คือ ไผ่ช้าง (32.08 กรัม) และพันธุ์ที่มีความหนากาบมากที่สุด คือ ไผ่เฮี๊ยะ (1.87 มม.) เมื่อนำกาบไผ่ทั้ง 10 พันธุ์มาขึ้นรูปเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารพบว่า ความสามารถในการขึ้นรูปสูงสุด 3 พันธุ์ ได้แก่ ซางหม่น (88.89%) ตงและหม่าจู (77.78%) จากนั้นศึกษาความสามารถในการขึ้นรูปและประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์ทั้งด้านการรั่วซึมและความคงรูป พบว่า กาบไผ่พันธุ์ตงที่ระยะเวลาการแช่น้ำ 3 นาที มีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อนำบรรจุภัณฑ์จากกาบไผ่พันธุ์ตงมาทดสอบสมบัติต่าง ๆ พบว่า บรรจุภัณฑ์มีน้ำหนักเฉลี่ย 5.02 กรัม ความจุ 200 มิลลิลิตร บรรจุภัณฑ์สามารถรองรับน้ำได้จนครบเวลา 180 นาที เมื่อบรรจุน้ำปริมาตรครึ่งหนึ่ง แต่สามารถรองรับน้ำได้เพียง 20 นาทีหากบรรจุจนเต็ม บรรจุภัณฑ์สามารถรองรับน้ำร้อนได้จนครบ 30 นาที และสามารถเข้าไมโครเวฟได้ตลอดการทดสอบ 5 นาที การทดสอบการย่อยสลายพบว่า บรรจุภัณฑ์มีการย่อยสลายทางชีวภาพคิดเป็นร้อยละ 32.25 เมื่อเวลาผ่านไป 28 วัน โดยสรุปบรรจุภัณฑ์จากกาบไผ่มีคุณลักษณะเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ที่ระบุไว้ทุกประการ บรรจุภัณฑ์อาหารจากกาบไผ่จึงเป็นทางเลือกที่สำคัญในการนำมาประยุกต์เพื่อลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก
การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ สำหรับระบบการแพทย์ฉุกเฉินในสถานการณ์ภัยพิบัติ: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ, ศุภกิตติ์ เวียนเสี้ยว
การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ สำหรับระบบการแพทย์ฉุกเฉินในสถานการณ์ภัยพิบัติ: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ, ศุภกิตติ์ เวียนเสี้ยว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ สำหรับระบบการแพทย์ฉุกเฉินในภัยพิบัติ ตามกรอบในการสืบค้น (PICo Framework) โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยคือการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ เกณฑ์การคัดเข้างานวิจัย คือ งานวิจัยหรือบทความที่เกี่ยวข้องกับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ และภัยพิบัติ ในประเทศและต่างประเทศ ที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 ถึง พ.ศ. 2565 ส่วนเกณฑ์การคัดออกงานวิจัย คือ ไม่มีเอกสารงานวิจัยฉบับเต็ม งานวิจัยซ้ำกัน ทำการสืบค้นทั้งหมด 6 ฐานข้อมูล ได้แก่ ThaiJo, Journal of Emergency Medical Services of Thailand, Science Direct, PubMed, Scopus และ Scholar เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มี 3 ส่วน ได้แก่ 1) แบบคัดกรองสำหรับทบทวนงานวิจัย 2) แบบบันทึกผลการสกัดข้อมูล และ 3) แบบประเมินคุณภาพการวิจัยของโจแอนนา บริกส์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เนื้อหา งานวิจัยที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจำนวน 14 บทความ ผลการวิจัย พบว่า 1) ด้านระดับความน่าเชื่อถือของงานวิจัยเป็นประเภทการสังเกตเชิงพรรณนามากที่สุด ร้อยละ 42.9 2) ประเภทภัยพิบัติทางธรรมชาติถูกพบมากที่สุด ร้อยละ 57.1 3) การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจพบหัวข้อแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) (ระดับ 4) มากที่สุด ร้อยละ 100 4) องค์ประกอบการทำงานระบบการแพทย์ฉุกเฉินพบหัวข้อระยะการออกปฏิบัติการของหน่วยการแพทย์ฉุกเฉิน (Response) มากที่สุด ร้อยละ 42.9 และ 5) องค์ประกอบการจัดการจัดการภัยพิบัติพบหัวข้อการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ (Preparation Phase) มากที่สุด ร้อยละ 44.8 จากการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบในครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์งานวิจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจสำหรับระบบการแพทย์ฉุกเฉินในภัยพิบัติในปัจจุบัน ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจในการพัฒนางานวิจัยในอนาคต
การศึกษาแนวคิดการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อการจัดการภัยพิบัติทางโรคระบาดในประเทศไทย: กรณีศึกษาการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19, อิสร์ อักษรานุเคราะห์
การศึกษาแนวคิดการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อการจัดการภัยพิบัติทางโรคระบาดในประเทศไทย: กรณีศึกษาการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19, อิสร์ อักษรานุเคราะห์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงพรรณนามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อการจัดการภัยพิบัติทางโรคระบาดในประเทศไทย กรณีศึกษาการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 เก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์และส่งแบบสอบถามให้ผู้บริหารและผู้ที่ทำงานในโรงพยาบาลสนามในประเทศไทย จำนวน 5 กลุ่ม โดยเลือกโรงพยาบาลสนามที่เป็นตัวแทนของหน่วยงานทางสาธารณสุขในพื้นที่ ได้แก่ หน่วยงานที่สังกัด กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงและหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ, โรงพยาบาลเอกชน และมหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญในด้านการบริหารสาธารณสุข, การควบคุมโรคและด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลสนาม จำนวน 15 คน โดยใช้เทคนิคเดลฟาย (Delphi technique) ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 3 รอบ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาพิสัยระหว่างควอไทล์ (Interquartile Range; IQR) และค่ามัธยฐาน (Median) ผลการศึกษา พบว่า ประเด็นที่สอดคล้องกับแนวคิดการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม มีทั้งหมด 8 ประเด็น ได้แก่ 1) ความหมายและบทบาทของโรงพยาบาลสนาม 2) คุณสมบัติสำคัญของโรงพยาบาลสนาม 3) องค์ประกอบในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม 4) รูปแบบหรือกระบวนการดำเนินงาน 5) การเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในอนาคต 6) ปัญหาหลักในการจัดตั้งและการทำงานในโรงพยาบาลสนาม 7) อุปสรรคที่สำคัญที่สุดในการดำเนินงานโรงพยาบาลสนาม และ 8) หลักการแก้ไขปัญหาในโรงพยาบาลสนาม สรุป แนวคิดการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อการจัดการภัยพิบัติทางโรคระบาดในประเทศไทย กรณีศึกษาการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ช่วยให้เห็นแนวทางในการจัดการภัยพิบัติในด้านการจัดตั้งและดำเนินการโรงพยาบาลสนามเมื่อเกิดโรคระบาดได้
การวิเคราะห์โครงข่ายสำหรับแผนที่ทรัพยากรเพื่อการตอบโต้เหตุอัคคีภัย กรณีศึกษาเขตพระโขนง, กัญจณ์ หริ่งรอด
การวิเคราะห์โครงข่ายสำหรับแผนที่ทรัพยากรเพื่อการตอบโต้เหตุอัคคีภัย กรณีศึกษาเขตพระโขนง, กัญจณ์ หริ่งรอด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์โครงข่ายการกระจายทรัพยากรด้านการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินประเภทอัคคีภัย โดยพิจารณาศักยภาพเชิงพื้นที่ต่อการปฏิบัติการระงับเหตุอัคคีภัยในขอบเขตพื้นที่ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร โดยนำข้อมูลเชิงพื้นที่ (spatial data) ตำแหน่งของทรัพยากรในการจัดการอัคคีภัย ความหนาแน่นของประชากร และสถิติตำแหน่งการเกิดเหตุอัคคีภัยระหว่างปี พ.ศ. 2563-2566 มาวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างระยะทางและเวลาที่ใช้ในการเผชิญเหตุ (response time) โดยใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (GIS) แสดงการวิเคราะห์โครงข่าย (Network Analysis) ด้วยข้อมูลแบบเปิด (Open Data) ผ่านการนำเสนอแผนที่แบบเซลล์หกเหลี่ยม (Hexagonal Cell) เพื่อศักยภาพในการเผชิญเหตุอัคคีภัย และเสนอแนวทางการกระจายทรัพยากรด้านการจัดการระงับอัคคีภัยอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เนื่องจากเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ 13,576,720 ตารางเมตร สามารถแบ่งเป็นแผนที่รูปแบบเซลล์หกเหลี่ยมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 ม. ได้ 1,675 เซลล์ ผลการวิเคราะห์เบื้องต้นชี้ให้เห็นว่า ภูมิศาสตร์ของการวางทรัพยากรในการควบคุมอัคคีภัย โดยเฉพาะสถานีดับเพลิง มีผลต่อศักยภาพในการควบคุมอัคคีภัย ตำแหน่งของทรัพยากรในการเผชิญเหตุอัคคีภัยซึ่งกระจายอยู่ในทิศ เหนือ ตะวันออก และตะวันตก ช่วยให้การเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุสามารถใช้เวลาที่สั้นที่สุดในการควบคุมอัคคีภัยได้ภายในมาตรฐานขั้นต่ำคือ 10 นาที อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาระยะทาง อุปสรรคด้านการจราจร และโอกาสในการเกิดเหตุซึ่งขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของจำนวนประชากรแล้ว สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังต้องการข้อมูลด้านสถิติของเวลาที่ใช้ในการเผชิญเหตุ (response time) ในแต่ละช่วงเวลา เพื่อนำไปพัฒนาระบบบริการการเผชิญเหตุอัคคีภัยที่สอดคล้องกับการปฏิบัติการในเวลาที่ต่างกันออกไปและพิจารณาการกระจายทรัพยากรให้ครอบคลุมในเขตพระโขนงเพื่อเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ประสบภัยและผู้อยู่อาศัยต่อไป
การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดความแห้งแล้งของพื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคอง, นนทพร คุขุนทด
การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดความแห้งแล้งของพื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคอง, นนทพร คุขุนทด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ความแห้งแล้งเป็นภัยทางธรรมชาติที่สร้างความเสียหายให้แก่หลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากความแห้งแล้งตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย หนึ่งในพื้นที่ที่ประสบปัญหาความแห้งแล้งอย่างต่อเนื่อง คือ พื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเสี่ยงในการเกิดความแห้งแล้ง และประเมินพื้นที่เสี่ยงในการเกิดความแห้งแล้งของพื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคองในปี พ.ศ. 2564 โดยการประยุกต์ใช้กระบวนการวิเคราะห์ตามลำดับชั้น (Analytic Hierarchy Process: AHP) ร่วมกับระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) และวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินของพื้นที่ลุ่มน้ำจากอดีตถึงปัจจุบัน โดยการศึกษาวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม Landsat-5 และ Landsat-7 จาก 3 ช่วงเวลาปี พ.ศ. 2543 พ.ศ. 2554 และ พ.ศ. 2564 พร้อมทั้งคาดการแนวโน้มการใช้ประโยชน์ที่ดินของพื้นที่ลุ่มน้ำในปี พ.ศ. 2575 ด้วยแบบจำลอง CA-Markov และประเมินความเสี่ยงในการเกิดความแห้งแล้งของพื้นที่ลุ่มน้ำในปี พ.ศ. 2575 อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเสี่ยงในการเกิดความแห้งแล้งมากที่สุดสามลำดับแรก คือ ปริมาณน้ำฝน ความถี่วันฝนตก และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ของลุ่มน้ำลำตะคองเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในการเกิดความแห้งแล้งระดับสูง กระจายตัวอยู่ทุกส่วนของพื้นที่ลุ่มน้ำ และการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินของพื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคองระหว่างช่วงเวลา 21 ปี (พ.ศ. 2543 – 2564) สอดคล้องกับผลการคาดการณ์การใช้ประโยชน์ที่ดินปี พ.ศ. 2575 ชี้ให้เห็นว่า ส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนแปลงจากพื้นที่เกษตรกรรมไปเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินรูปแบบอื่น ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง ทำให้พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้างมีขนาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพรวมของพื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคองมีระดับความเสี่ยงในการเกิดความแห้งแล้งสูงขึ้น
The Future Of Meat Substitutes For Sustainable Food System: Insights From Chinese Consumer Preference And Role Of Agenda Setting, Wenxuan Guo
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The future of meat substitutes for China's sustainable food system was examined in this dissertation. Influence of media agenda-setting, consumer perception, preferences, and experts' opinions towards sustainable meat systems were investigated by text mining, online questionnaire survey, and stakeholder in-depth interviews. Integration of the agenda-setting concerning meat substitutes with the 2022 Chinese government dietary policy and the influence of articles in mainstream news is recommended. The research findings contribute to bridging the gap between policy formulation, agenda-setting, and public perception and suggest that media provide information consistently with the national food policy and provide education and knowledge correctly and clearly. …
ผลของโปรแกรมการให้ความรู้เกี่ยวกับภัยก่อการร้ายที่ใช้อินโฟกราฟิกต่อ ความรู้ ทัศนคติ และทักษะ, ธนพงษ์ เจียรวัฒนนุกูล
ผลของโปรแกรมการให้ความรู้เกี่ยวกับภัยก่อการร้ายที่ใช้อินโฟกราฟิกต่อ ความรู้ ทัศนคติ และทักษะ, ธนพงษ์ เจียรวัฒนนุกูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บทความนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคะแนนความรู้ ทัศนคติ และทักษะ ของนักเรียนก่อนและหลังได้รับการศึกษาโปรแกรมให้ความรู้เกี่ยวกับภัยก่อการร้ายโดยใช้อินโฟกราฟิก กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 37 คน โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบประเมินความรู้ ทัศนคติ ทักษะ และค่าความเที่ยงตรงของแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test dependent ผลการวิจัยพบว่า หลังการศึกษา นักเรียนมีคะแนนความรู้ ทัศนคติ และทักษะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 คะแนนความรู้ ทัศนคติ และทักษะของนักเรียนก่อนได้รับการศึกษามีค่าเท่ากับ 12.91, 40.48, 16.72 ตามลำดับผลรวม 70.11 คะแนน หลังจากได้รับการศึกษาพบว่ามีคะแนน ความรู้ ทัศนคติ ทักษะ เพิ่มขึ้นเป็น 16.29, 46.75, 20.00 ตามลำดับ ผลรวม 83.04 คะแนน โปรแกรมการให้ความรู้เกี่ยวกับภัยก่อการร้ายที่ใช้อินโฟกราฟิกต่อ ความรู้ ทัศนคติ และทักษะ ได้มีการให้ความรู้พื้นฐานที่จำเป็นต่อการลดความเสี่ยงจากภัยก่อการร้ายควบคู่ไปกับการทำกิจกรรม เช่น การให้นักเรียนทดลองและปฏิบัติตามทฤษฎีที่เรียนได้แก่ การหนี การซ่อน การสู้ มีการสอนเนื้อหาต่าง ๆ ที่เป็นไปตามหลักสากลสอดคล้องกับหลักการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย 4 ระยะ ได่แก่ การเตรียมความพร้อม (Preparedness) การเผชิญเหตุ (Response) การป้องกัน (Prevention) การฟื้นฟู (Recovery) การส่งเสริมความรู้ ทัศนคติ ทักษะในรูปแบบต่าง ๆ จะช่วยส่งเสริมความตระหนักในการลดความเสี่ยงจากภัยก่อการร้ายทั้งในระดับบุคคลและระดับชุมชนได้อย่างปลอดภัย
Digital Sustainable Livelihoods And Displacement: A Study Of Myanmar Mixed Migrants In Mae Sot, Thailand, Thinn Nadi Soe
Digital Sustainable Livelihoods And Displacement: A Study Of Myanmar Mixed Migrants In Mae Sot, Thailand, Thinn Nadi Soe
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study explores how digital tools enhance sustainable livelihoods for Myanmar mixed migrants in Thailand and examines how digital resources integrate into livelihood strategies for self-reliance and socio-economic well-being using a modified Sustainable Livelihood Framework. Insights from key informants’ experiences, and stakeholder perspectives reveal that mixed migrants leverage strong human and social capital, showing adaptability and resilience, which can lead to sustainable livelihoods with digital engagement. However, major challenges in financial stability, digital access, natural resources, and social inclusion require further support.
การพัฒนาไฮโดรเจลนำไฟฟ้าจากสารเชิงซ้อนพอลิอิเล็กโทรไลต์, ทิชากร สังอรดี
การพัฒนาไฮโดรเจลนำไฟฟ้าจากสารเชิงซ้อนพอลิอิเล็กโทรไลต์, ทิชากร สังอรดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในงานวิจัยนี้ไฮโดรเจลเมมเบรนของแบคทีเรียเซลลูโลส/สารเชิงซ้อนพอลิอิเล็กโทรไลต์คอมพอสิต ได้ถูกเตรียมเพื่อใช้เป็นตั้วกั้นขั้วอิเล็กโทรด โดยสารละลายสารเชิงซ้อนพอลิอิเล็กโทรไลต์ถูกเตรียมจากการผสม พอลิโซเดียม 4-สไตรีนซัลโฟเนต (พอลิอิเล็กโทรไลต์ประจุลบ) ปริมาณร้อยละ 40-60 โดยโมล กับพอลิ(ไดเมทิลไดอัลลิลแอมโมเนียมคลอไรด์) (พอลิอิเล็กโทรไลต์ประจุบวก) โดยมีเกลือโซเดียมคลอไรด์ทำหน้าที่เป็นชีลด์ดิ้ง เอเจนต์ (เพื่อลดอันตรกิริยาระหว่างประจุลบและประจุบวก) โดยแบคทีเรียเซลลูโลสได้ถูกเตรียมให้อยู่ในรูปของฟองน้ำที่มีรูพรุน 3 มิติ ที่ได้จากการนำแบคทีเรียเซลลูโลสไปปั่นในสารละลายด่าง (โซเดียมไฮดรอกไซด์) ก่อนนำไปผ่านกระบวนการฟรีซ-ธอร์เพื่อให้ได้โครงร่างที่มีรูพรุนจำนวนมาก แล้วจึงนำฟองน้ำแบคทีเรียเซลลูโลสที่เตรียมได้ไปทำการเชื่อมขวางสายโซ่ด้วยกลูตารัลดีไฮด์เพื่อเพิ่มความแข็งแรง จากนั้นนำฟองน้ำแบคทีเรียเซลลูโลสจุ่มลงในสารละลายสารเชิงซ้อนพอลิอิเล็กโทรไลต์ก่อนนำไปกำจัดเกลือโซเดียมคลอไรด์ด้วยการแช่ใน น้ำกลั่น โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้ คือ ไฮโดรเจลของสารเชิงซ้อนพอลิอิเล็กโทรไลต์ที่มีแบคทีเรียเซลลูโลสเป็นตัวพยุง จากการทดสอบสมบัติต่างๆ ของไฮโดรเจลเมมเบรนที่เตรียมได้ พบว่า ความทนแรงดึงมีค่าอยู่ในช่วง 56-108 กิโลปาสคาล ความสามารถดูดซึมสารละลายอิเล็กโทรไลต์มีค่าอยู่ในช่วงร้อยละ 413-476 การซึมผ่านของ ไฮดรอกไซด์ไอออนมีค่าประมาณ 2 x 10-2 เซนติเมตร²/นาที การนำไอออนของไฮดรอกไซด์มีค่าระหว่าง 30.9–42.5 มิลลิซีเมนส์/เซนติเมตร ค่าประสิทธิภาพคูลอมบิกจากการทดสอบเก็บประจุ/คายประจุที่ความหนาแน่นกระแส 0.5 แอมแปร์/กรัม จำนวน 2000 รอบ มีค่าระหว่างร้อยละ 84.2-89.1 และการทดสอบการพอกพูน และการละลายสังกะสีในเซลล์สังกะสีแบบสมมาตร ทำให้ขั้วสังกะสีมีการกัดกร่อนน้อยลง และมีการเติบโตของ เดนไดรต์ช้าลงจากการมีประจุทางไฟฟ้าไปชะลอหรือดึงดูดไอออนของสังกะสี จากผลการทดลองแสดงว่า ไฮโดรเจลเมมเบรนของแบคทีเรียเซลลูโลส/สารเชิงซ้อนพอลิอิเล็กโทรไลต์คอมพอสิตที่เตรียมได้สามารถนำไปใช้เป็นแผ่นกั้นขั้วอิเล็กโทรด และเพิ่มความเสถียรในแบตเตอรี่สังกะสีไอออนได้
Mixture Sutoregressive Models For Thai Stock Market Data, Apicha Suthichayapipat
Mixture Sutoregressive Models For Thai Stock Market Data, Apicha Suthichayapipat
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The autoregressive (AR) model is one of the most widely used time series forecasting models. The standard AR model was established using the normal distribution, which is violated in some datasets, notably financial data. Therefore, alternative distributions are proposed in the literature, such as the concept of mixture distributions. This concept is also applied to time series modeling in the family of mixture autoregressive models that combine different autoregressive components. Specifically, we consider both the univariate mixture autoregressive model and the multivariate mixture autoregressive model based on the normal and t distributions. In this study, we construct the EM algorithm …
Assessment Of Microplastics In The Surface Water Of Sitio Pulo, Navotas, Metro Manila, Mark Lester C. Galicia, Carl Luis P. Flestado, Jeff Ryan S. Magalong, Ronald Benz L. Rivera, Kim M. Villacorte, William Peter G. Sarmiento, Chester C. Deocaris
Assessment Of Microplastics In The Surface Water Of Sitio Pulo, Navotas, Metro Manila, Mark Lester C. Galicia, Carl Luis P. Flestado, Jeff Ryan S. Magalong, Ronald Benz L. Rivera, Kim M. Villacorte, William Peter G. Sarmiento, Chester C. Deocaris
Applied Environmental Research
Microplastics are synthetic polymer particles with a length of 5 mm or less with no well-defined lower boundary. These debris particles are known to affect marine and aquatic organisms which poses a threat to biodiversity and marine resources. In this study, the isolated microplastic from the coastal and lagoon surface waters of Sitio Pulo is described. Sitio Pulo is a barrier island mangrove sanctuary located at Brgy. Tanza I, Navotas City surrounded by Manila Bay. The samples collected last July 4 and 25, 2019, were isolated, profiled, and analyzed. A total of four hundred forty-nine (449) microplastic fragments were isolated …
A Framework For Assessing Environmental Incidents In Coastal Areas: A Case Study In The Southeastern Coastal Area Of Vietnam, Cuong Le Tan, Phuoc Nguyen Van, Quan Nguyen Hong, Loan Tran Thi Diem, Minh Tran Thanh
A Framework For Assessing Environmental Incidents In Coastal Areas: A Case Study In The Southeastern Coastal Area Of Vietnam, Cuong Le Tan, Phuoc Nguyen Van, Quan Nguyen Hong, Loan Tran Thi Diem, Minh Tran Thanh
Applied Environmental Research
As developing dynamic regions, coastal areas have a high potential for environmental incidents, especially chemical spills, which may permanently threaten livelihoods and coastal ecosystems. Establishing an appropriate methodological framework for assessing environmental incidents in coastal areas, ensuring increased predictability and minimising potential consequences is a trend of interest to scientists. In this study, the environmental risk assessment model was applied to develop a framework for assessing environmental incidents in coastal areas due to chemical spills from the mainland based on hazard, exposure and vulnerability factors (i.e., sensitivity and adaptability). Using the multiple criteria decision-making (MCDM) method approach, suitable criteria, their …