Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Physical Sciences and Mathematics Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2021

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 27631 - 27660 of 27663

Full-Text Articles in Physical Sciences and Mathematics

การเปรียบเทียบความแม่นยำการจำแนกประเภทข้อมูลอนุกรมเวลาในปริภูมิเวกเตอร์ระหว่างวิธีแซ็คและวิธีบอส: กรณีศึกษา ข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจ, นภัสสร แก้วกล้า Jan 2021

การเปรียบเทียบความแม่นยำการจำแนกประเภทข้อมูลอนุกรมเวลาในปริภูมิเวกเตอร์ระหว่างวิธีแซ็คและวิธีบอส: กรณีศึกษา ข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจ, นภัสสร แก้วกล้า

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เป็นหัตถการสำคัญที่ใช้วินิจฉัยความผิดปกติของหัวใจ แต่การตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจนั้นก็อาจมีสัญญาณรบกวนแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งอาจทำให้ผลการวินิจฉัยทางการแพทย์ผิดพลาด งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบอัลกอริทึมสำหรับการจำแนกประเภทข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่มีสัญญาณรบกวนด้วย Symbolic Aggregate Approximation in Vector Space (SAXVSM) และ Bag of Symbolic Fourier Approximation Symbols in Vector Space (BOSSVS) เพื่อให้สามารถเลือกใช้อัลกอริทึมในการจำแนกประเภทข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้อย่างเหมาะสม โดยใช้ข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ECG5000 ซึ่งอยู่ในฐานข้อมูล Physionet ซึ่งข้อมูลชุดนี้ถูกบันทึกโดยศูนย์การแพทย์ Beth Israel Deaconess Medical Center (BIDMC) ที่เมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา และผู้วิจัยได้จำลองการสัญญาณรบกวนในคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 4 แบบ ได้แก่ 1) Electromyography (EMG) 2) Powerline Interference 3) Baseline Wander และ 4) Composite ที่ระดับ 25% 50% และ 100% เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการจำแนกประเภทจังหวะการเต้นของหัวใจปกติและผิดปกติด้วย SAXVSM และ BOSSVS จากการวิจัยสามารถสรุปได้ว่า สำหรับข้อมูลทั้ง 13 ชุด ทั้ง SAXVSM และ BOSSVSM มีประสิทธิภาพดีใกล้เคียงกัน โดยมีค่าความถูกต้องและคะแนน F1 อยู่ที่ 97-99% ค่าความแม่นยำอยู่ที่ 95-99% และค่าความระลึกอยู่ที่ 97-100% แต่ BOSSVS ใช้เวลาในการประมวลผลนานกว่า SAXVSM


การเปรียบเทียบวิธีบูตแสตรปในการประมาณช่วงความเชื่อมั่นของค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยเชิงเส้นที่มีมิติสูงด้วยวิธีลาสโซ่แบบปรับปรุงและพาร์เชียลริดจ์, พริษฐ์ ชาญเชิงพานิช Jan 2021

การเปรียบเทียบวิธีบูตแสตรปในการประมาณช่วงความเชื่อมั่นของค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยเชิงเส้นที่มีมิติสูงด้วยวิธีลาสโซ่แบบปรับปรุงและพาร์เชียลริดจ์, พริษฐ์ ชาญเชิงพานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอวิธีบูตแสตรปตัวประมาณสัมประสิทธิ์การถดถอยลาสโซ่แบบปรับปรุงและพาร์เชียลริดจ์ ซึ่งเป็นตัวประมาณแบบ 2 ขั้นตอน คือใช้วิธีลาสโซ่แบบปรับปรุงในการคัดเลือกตัวแปรอิสระจากนั้นใช้วิธีริดจ์ในการประมาณค่าสัมประสิทธิ์การถดถอย และเปรียบเทียบกับวิธีบูตแสตรปตัวประมาณสัมประสิทธิ์การถดถอยลาสโซ่และพาร์เชียลริดจ์ โดยทดลองบูตแสตรป 2 วิธีคือ วิธีสุ่มส่วนเหลือและวิธีสุ่มตัวแปรตามพร้อมกับตัวแปรอิสระ ซึ่งเกณฑ์ที่ใช้วัดประสิทธิภาพคือ ความกว้างของช่วงความเชื่อมั่น ความน่าจะเป็นครอบคลุม อัตราผลบวกเทียม และอัตราผลลบเทียม งานวิจัยนี้ศึกษาสัมประสิทธิ์การถดถอยใน 2 ลักษณะได้แก่ บางเบาอย่างอ่อนและบางเบาอย่างรุนแรง และจำลองข้อมูลจากการแจกแจงแบบปกติหลายตัวแปรโดยใช้เมทริกซ์ความแปรปรวนร่วมของค่าคลาดเคลื่อนที่แตกต่างกัน ทั้งหมด 8 กรณี ผลการศึกษาพบว่าวิธีบูตแสตรปแบบสุ่มส่วนเหลือตัวประมาณลาสโซ่แบบปรับปรุงและพาร์เชียลริดจ์มีประสิทธิภาพสูงสุดในแง่การให้ความกว้างของช่วงความเชื่อมั่นโดยเฉลี่ยสั้นที่สุดในเกือบทุกกรณี และวิธีบูตแสตรปแบบสุ่มตัวแปรตามพร้อมกับตัวแปรอิสระตัวประมาณลาสโซ่และพาร์เชียลริดจ์มีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อพิจารณาด้วยเกณฑ์อัตราผลบวกเทียม อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาด้วยเกณฑ์ความน่าจะเป็นครอบคลุมและอัตราผลลบเทียมพบว่าไม่ปรากฏวิธีการบูตแสตรปแบบใดแบบหนึ่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างชัดเจน


การพยากรณ์อนุกรมเวลาด้วยตัวแบบผสมระหว่าง Arimax และการถดถอยพหุนาม, วนิดา วงศ์วัฒนบัณฑิต Jan 2021

การพยากรณ์อนุกรมเวลาด้วยตัวแบบผสมระหว่าง Arimax และการถดถอยพหุนาม, วนิดา วงศ์วัฒนบัณฑิต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความถูกต้องของการพยากรณ์อนุกรมเวลาที่ได้จาก 3 ตัวแบบ คือ ตัวแบบ ARIMA, ตัวแบบ ARIMAX และตัวแบบผสมระหว่าง ARIMAX และการถดถอยพหุนาม ซึ่งใช้ชุดข้อมูลจริงของราคาหุ้น AMATA และหุ้น KBANK ในการศึกษา ครั้งนี้ได้ทำการแบ่งข้อมูลออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดที่ 1 สำหรับการสร้างตัวแบบการพยากรณ์ และชุดที่ 2 สำหรับการตรวจสอบความถูกต้องของตัวแบบพยากรณ์ โดยเกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบความถูกต้องของตัวแบบ คือ รากที่สองของค่าคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ย (Root Mean Square Error: RMSE) โดยตัวแบบที่ให้ค่า RMSE ต่ำที่สุด จะเป็นตัวแบบที่เหมาะสมที่สุด จากผลการศึกษาพบว่า ตัวแบบผสมระหว่าง ARIMAX และการถดถอยพหุนาม เป็นตัวแบบที่เหมาะสมที่สุดในการพยากรณ์ราคาหุ้น AMATA และหุ้น KBANK


การศึกษาเปรียบเทียบการประมาณค่าจากตัวแบบการถดถอย สำหรับข้อมูลที่มีการแจกแจงแบบล็อกนอร์มอล ที่ถูกตัดปลายทางขวาแบบสุ่มที่มีการแจกแจงแบบเบตา, ธัญพิชชา ยอดแก้ว Jan 2021

การศึกษาเปรียบเทียบการประมาณค่าจากตัวแบบการถดถอย สำหรับข้อมูลที่มีการแจกแจงแบบล็อกนอร์มอล ที่ถูกตัดปลายทางขวาแบบสุ่มที่มีการแจกแจงแบบเบตา, ธัญพิชชา ยอดแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบการประมาณค่าจากตัวแบบการถดถอย สำหรับข้อมูลที่มีการแจกแจงแบบล็อกนอร์มอล ที่ถูกตัดปลายทางขวาแบบสุ่มที่มีการแจกแจงแบบเบตา ด้วยวิธีการประมาณค่าแบบกำลังสองต่ำสุด (OLS) วิธีของแชตเทอร์จีและแมคลีช (CM) วิธีภาวะน่าจะเป็นสูงสุดด้วยขั้นตอนวิธีอีเอ็ม (MLE_EM) วิธีภาวะน่าจะเป็นสูงสุดด้วยขั้นตอนอีเอ็ม เมื่อมีการปรับค่าข้อมูลก่อนคำนวณด้วยค่าเฉลี่ย (MLE_EM_MEAN) และวิธีภาวะน่าจะเป็นสูงสุดด้วยขั้นตอนอีเอ็ม เมื่อมีการปรับค่าข้อมูลก่อนคำนวณด้วยค่ามัธยฐาน (MLE_EM_MED) เปรียบเทียบจากค่าประสิทธิภาพสัมพัทธ์ของค่าเฉลี่ยของค่าคลาดเคลื่อนกำลังสอง โดยจำลองข้อมูลทั้งหมด 2187 สถานการณ์ จากการศึกษาพบว่า 1) เมื่อข้อมูลมีขนาดเล็กหรือปานกลาง (n=30,50) และมีเปอร์เซ็นต์ในการถูกตัดปลายทางขวาน้อย (r1=10) วิธี OLS และ CM เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แตกต่างกันตามลักษณะการกระจายตัวของตัวแปรอิสระและความคลาดเคลื่อน 2) วิธีในกลุ่ม MLE_EM มีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อตัวอย่างขนาดปานกลาง (n=50) ถูกตัดปลายทางขวาปานกลางหรือมาก (r1=20,30) และตัวอย่างขนาดใหญ่ (n=100) โดยแบ่งตามช่วงการเข้ามาของข้อมูล เมื่อข้อมูลเข้ามาในช่วงต้นของการเปิดรับ วิธี MLE_EM_MED มีประสิทธิภาพสูงสุด ในขณะที่เมื่อข้อมูลเข้ามาในช่วงกลางของการเปิดรับ วิธีในกลุ่ม MLE_EM จะมีประสิทธิภาพสูงสุด และเมื่อข้อมูลเข้ามาในช่วงท้ายของการเปิดรับ วิธี MLE_EM และ MLE_EM_MEAN เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 3) ทุกวิธีมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อตัวอย่างมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือข้อมูลถูกตัดปลายทางขวาน้อยลง หรือสัดส่วนของช่วงเวลาที่เปิดรับข้อมูลเข้ามาเพื่อศึกษาต่อช่วงเวลาที่ศึกษาข้อมูลลดลง หรือความคลาดเคลื่อนกระจายตัวน้อยกว่าตัวแปรอิสระ


การทดสอบสกอร์และวิธีการบูทสแตรปสำหรับการทดสอบทวินามนิเสธที่มีค่าศูนย์จำนวนมาก, สิริยาภรณ์ บรรณสิทธิ์ Jan 2021

การทดสอบสกอร์และวิธีการบูทสแตรปสำหรับการทดสอบทวินามนิเสธที่มีค่าศูนย์จำนวนมาก, สิริยาภรณ์ บรรณสิทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถในการควบคุมความน่าจะเป็นของความผิดพลาดแบบที่ 1 และเพื่อศึกษาการเปรียบเทียบกำลังการทดสอบสำหรับวิธีการทดสอบสกอร์และวิธีการบูทสแตรปที่ประยุกต์กับการทดสอบสกอร์ สำหรับการแจกแจงทวินามนิเสธที่มีค่าศูนย์จำนวนมาก โดยพิจารณาความสามารถในการควบคุมความน่าจะเป็นของความผิดพลาดแบบที่ 1 และกำลังการทดสอบ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองโดยใช้วิธีการจำลองข้อมูลที่อาศัยเทคนิคมอนติคาร์โล ซึ่งในงานวิจัยได้จำลองข้อมูลที่มีการแจกแจงทวินามนิเสธที่มีค่าศูนย์จำนวนมาก ที่มีความน่าจะเป็นที่จะเกิดศูนย์เท่ากับ 0, 0.1, 0.2, 0.3, 0.4 และ 0.5 โดยมีค่าเฉลี่ยทวินามนิเสธเท่ากับ 1, 2, 3 และ 4 มีการกระจาย (Dispersion) สำหรับการแจกแจงทวินามนิเสธที่มีค่าศูนย์จำนวนมาก เท่ากับ 0.01, 0.025, 0.05 และ 0.075 ขนาดตัวอย่างเท่ากับ 20, 50 และ 100 และกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติของการทดสอบเท่ากับ 0.05 ในแต่ละสถานการณ์กระทำซ้ำ 5,000 ครั้ง ผลการวิจัยปรากฏว่าทั้งการทดสอบสกอร์และการทดสอบบูทสแตรปที่ประยุกต์ที่ประยุกต์กับการทดสอบสกอร์ สามารถควบคุมความน่าจะเป็นของความผิดพลาดแบบที่ 1 ได้ดี และเมื่อพิจารณากำลังการทดสอบพบว่า ส่วนมากการทดสอบบูทสแตรปที่ประยุกต์กับการทดสอบสกอร์ให้กำลังการทดสอบที่สูงกว่าการทดสอบสกอร์ จากการพิจารณาทั้งความน่าจะเป็นของความความผิดพลาดแบบที่ 1 และกำลังการทดสอบภายใต้การแจกแจงทวินามนิเสธที่มีค่าศูนย์จำนวนมาก สรุปได้ว่าวิธีการบูทสแตรปที่ประยุกต์กับการทดสอบสกอร์ช่วยให้การทดสอบสกอร์มีประสิทธิภาพมากขึ้น


การวิเคราะห์โครงข่ายของโรคที่เกิดร่วมกันในผู้สูงอายุไทย, อรพินท์ สิงห์โตทอง Jan 2021

การวิเคราะห์โครงข่ายของโรคที่เกิดร่วมกันในผู้สูงอายุไทย, อรพินท์ สิงห์โตทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ภาวะโรคร่วม หรือ Comorbidity คือการเกิดโรคร่วมกันตั้งแต่สองโรคขึ้นไปในผู้ป่วยรายเดียวและเป็นประเด็นที่น่าสนใจทางด้านสาธารณสุข ผู้วิจัยจึงมีความสนใจศึกษาการวิเคราะห์โครงข่ายของภาวะโรคร่วมในผู้สูงอายุไทยโดยมีการเปรียบเทียบรูปแบบของโครงข่ายของภาวะโรคร่วม โดยใช้ข้อมูลประวัติการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ในปี พ.ศ.2562 ที่ได้จากฐานข้อมูลผู้ป่วยภายใต้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จากการศึกษาพบว่า การกำหนดรูปแบบและเกณฑ์ในการแบ่งรูปแบบปฏิสัมพันธ์ที่แตกต่างกันสำหรับการแสดงผลของโครงข่ายนั้นจะมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน สำหรับกรณีที่ผู้ศึกษาต้องการดูภาพรวมของโครงข่ายทั้งหมดว่ามีโรคใดบ้างที่พบมากเป็นลำดับแรก ๆ ควรกำหนดให้เกณฑ์ค่าความชุกในตำแหน่งเปอร์เซ็นไทล์ที่ต่ำ เพื่อให้โครงข่ายแสดงโหนดออกมาในจำนวนมากแต่ทั้งนี้อาจจะไม่เหมาะสำหรับการดูประเภทของรูปแบบปฏิสัมพันธ์เนื่องจากอาจเกิดเส้นเชื่อมจำนวนมากทำให้มีโครงข่ายความซับซ้อน สำหรับกรณีที่ต้องการทราบว่า โรคใดบ้างที่มีความสัมพันธ์กันสูง ควรจะกำหนดเกณฑ์ค่าลิฟต์ให้มีค่าสูง เนื่องจากค่าลิฟต์เป็นค่าที่บ่งบอกถึงระดับความสัมพันธ์ระหว่างคู่โหนดนั่นเอง และการกำหนดคุณลักษณะที่เหมาะสมให้กับส่วนประกอบของโครงข่ายจะทำให้เข้าใจถึงภาวะโรคร่วมได้ดี และโดยทั่วไปแล้วผู้วิจัยแนะนำให้ใช้การแสดงผลแบบ Fruchterman-Reingold เนื่องจากเป็นรูปแบบที่มีการกำหนดให้แต่ละเส้นเชื่อมตัดกันน้อยที่สุด รวมถึงการกระจายของโหนดอย่างเท่าเทียมทำให้โครงข่ายที่ได้มีความสวยงามและเข้าใจง่าย หรือทั้งนี้ผู้ใช้งานอาจจะพิจารณาจากหลายโครงข่ายประกอบกัน


ความเหมาะสมของโมเดลการวัดความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนแบบสะท้อนและแบบก่อตัว : การวิเคราะห์ด้วยสถิติแบบเบส์, พิมพ์ลักษณ์ เจริญวานิชกูร Jan 2021

ความเหมาะสมของโมเดลการวัดความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนแบบสะท้อนและแบบก่อตัว : การวิเคราะห์ด้วยสถิติแบบเบส์, พิมพ์ลักษณ์ เจริญวานิชกูร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความเหมาะสมของโมเดลการวัดความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนระหว่างโมเดลการวัดแบบสะท้อนและแบบก่อตัว 2) เปรียบเทียบความเป็นพลเมืองดิจิทัลและองค์ประกอบของความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนที่มีภูมิหลังต่างกัน โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 450 คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบสองขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบวัดความเป็นพลเมืองดิจิทัล จำนวน 46 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติบรรยาย การวิเคราะห์ความแปรปรวน การวิเคราะห์ด้วยสถิติแบบเบส์ และการวิเคราะห์ด้วยสถิติแบบความถี่ ด้วยโปรแกรม Mplus ผลการวิจัยพบว่า 1) โมเดลการวัดความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนแบบสะท้อน (Reflective-Reflective) มีความเหมาะสมมากกว่าโมเดลการวัดแบบก่อตัว (Reflective-Formative) 2) ความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียน เมื่อเปรียบเทียบตามเพศ ระดับชั้น ระยะเวลาที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการพักผ่อน และระยะเวลาที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อพบปะกับเพื่อนฝูง พบว่ามีความเป็นพลเมืองดิจิทัลแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่เมื่อเปรียบเทียบตามแผนการเรียน ขนาดโรงเรียน และระยะเวลาที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา พบว่ามีความเป็นพลเมืองดิจิทัลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อเปรียบเทียบปฏิสัมพันธ์ระหว่างขนาดโรงเรียนและแผนการเรียน พบว่า โรงเรียนขนาดกลาง นักเรียนที่ศึกษาในแผนการเรียนวิทย์–คณิตและศิลป์–คำนวณมีความเป็นพลเมืองดิจิทัลสูงกว่านักเรียนที่ศึกษาในแผนการเรียนศิลป์–ภาษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 พิจารณาองค์ประกอบของความเป็นพลเมืองดิจิทัล พบว่า องค์ประกอบที่ 1 การรู้ดิจิทัล นักเรียนที่ศึกษาในแผนการเรียนวิทย์–คณิตและศิลป์–คำนวณมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนที่ศึกษาในแผนการเรียนศิลป์–ภาษา นักเรียนที่ศึกษาในโรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดใหญ่พิเศษมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนที่ศึกษาในโรงเรียนขนาดกลาง และนักเรียนที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 5-6 ชั่วโมง มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนที่ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 องค์ประกอบที่ 2 การมีส่วนร่วมทางดิจิทัล นักเรียนหญิงมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนชาย นักเรียนที่ศึกษาในแผนการเรียนวิทย์–คณิตและศิลป์–คำนวณมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนที่ศึกษาในแผนการเรียนศิลป์–ภาษา นักเรียนที่ศึกษาในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนที่ศึกษาในโรงเรียนขนาดกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 องค์ประกอบที่ 3 การรักษาอัตลักษณ์ในโลกดิจิทัล นักเรียนที่ศึกษาในแผนการเรียนวิทย์–คณิตและศิลป์–คำนวณมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนที่ศึกษาในแผนการเรียนศิลป์–ภาษา นักเรียนที่ศึกษาในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนที่ศึกษาในโรงเรียนขนาดกลาง และนักเรียนที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 5-6 ชั่วโมง มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนที่ใช้เวลาน้อยกว่า 1 ชั่วโมง 1-2 ชั่วโมง และ 3-4 ชั่วโมง และนักเรียนที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษามากกว่า 6 ชั่วโมง มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่านักเรียนที่ใช้เวลาน้อยกว่า 1 ชั่วโมง และ 3-4 ชั่วโมง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 องค์ประกอบที่ 4 การมีจริยธรรมในการใช้ดิจิทัล …


การพัฒนาโมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักเรียนมัธยมศึกษา, อักษราภัคส์ โกสินรุ่งเรือง Jan 2021

การพัฒนาโมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักเรียนมัธยมศึกษา, อักษราภัคส์ โกสินรุ่งเรือง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) ศึกษาสภาพของทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักเรียน 2) ตรวจสอบความตรงของโมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักเรียนมัธยมศึกษากับข้อมูลเชิงประจักษ์ ตัวอย่างประกอบด้วยนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 893 คน และครูผู้สอนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 78 คน ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ซึ่งเก็บข้อมูลจากโรงเรียนจำนวน 39 แห่ง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดกรุงเทพมหานคร สุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามสำหรับนักเรียน และแบบสอบถามสำหรับครู การวิเคราะห์สถิติบรรยายด้วยโปรแกรม SPSS 22.0 และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับ (The Multilevel Structural Equation Model: MSEM) ด้วยโปรแกรม Mplus 8.8 ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพของทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักเรียนอยู่ในระดับปานกลาง เพศหญิงและเพศชายมีระดับทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมไม่แตกต่างกัน 2) โมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักเรียนมัธยมศึกษามีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (Chi-square = 86.903, df = 71, p-value = 0.0966 และ RMSEA = 0.016) โดยระดับนักเรียน พบว่า การอบรมเลี้ยงดูแบบประชาธิปไตย เจตคติต่อการเรียน และความเชื่ออำนาจภายในตน มีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักเรียน อีกทั้งการอบรมเลี้ยงดูแบบประชาธิปไตยยังส่งอิทธิพลทางอ้อมต่อทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักเรียนโดยส่งผ่านความเชื่ออำนาจภายในตนของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับระดับโรงเรียนพบว่า การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และบรรยากาศในชั้นเรียน มีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ตัวแปรทำนายทั้งหมดในระดับนักเรียนและระดับโรงเรียนสามารถอธิบายความแปรปรวนของทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมได้ร้อยละ 71 และ 95 ตามลำดับ


แนวทางการส่งเสริมความฉลาดรู้ทางการเงินของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย: การวิเคราะห์โมเดล สมการโครงสร้างพหุระดับ, ประกายแก้ว ไกรสงคราม Jan 2021

แนวทางการส่งเสริมความฉลาดรู้ทางการเงินของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย: การวิเคราะห์โมเดล สมการโครงสร้างพหุระดับ, ประกายแก้ว ไกรสงคราม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาโมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับของความฉลาดรู้ทางการเงินของนักเรียน 2) ตรวจสอบความสอดคล้องเชิงประจักษ์ของโมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับของความฉลาดรู้ทางการเงินของนักเรียน และ 3) นำเสนอแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับความฉลาดรู้ทางการเงินให้แก่นักเรียน ผู้วิจัยดำเนินการวิจัย 2 ระยะ ระยะที่ 1 การพัฒนาโมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับความฉลาดรู้ทางการเงินของนักเรียน ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย นักเรียน ครู และผู้บริหารโรงเรียน รวมทั้งสิ้น 2,073 คน ใช้การสุ่มแบบแบ่งชั้น ตามภูมิภาคและขนาดโรงเรียน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นให้มีคุณสมบัติการวัดเชิงจิตมิติ ส่วนระยะที่ 2 การศึกษาแนวทางการส่งเสริมความฉลาดรู้ทางการเงินของนักเรียน เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ นักเรียน ครู และผู้บริหาร รวม 22 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยายประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความเบ้ ความโด่ง และค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์ ส่วนการวิเคราะห์อิทธิพลระหว่างตัวแปรในการศึกษาครั้งนี้จะวิเคราะห์ด้วยโมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับ (3 ระดับ) โดยใช้โปรแกรม MPLUS ผลการวิจัยมีดังนี้ 1.โมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับของความฉลาดรู้ทางการเงินของนักเรียนแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ประกอบด้วยโมเดลระดับนักเรียน ระดับห้องเรียน และระดับโรงเรียน ตัวแปรระดับนักเรียนประกอบด้วย การปลูกฝังด้านการเงินจากครอบครัว ประสบการณ์ทางการเงินของนักเรียน และความฉลาดรู้ทางการเงินของนักเรียน โดยการปลูกฝังด้านการเงินจากครอบครัวเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลทางตรงต่อความฉลาดรู้ทางการเงินของนักเรียนและอ้อมผ่านประสบการณ์ทางการเงินของนักเรียน ตัวแปรระดับห้องเรียน ประกอบด้วยความฉลาดรู้ทางการเงินของครูและกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูด้านการเงิน โดยความฉลาดรู้ทางการเงินของครูมีอิทธิพลต่อกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูด้านการเงิน ในขณะที่ตัวแปรระดับโรงเรียนมีเพียงปัจจัยเดียวคือ การสนับสนุนของโรงเรียนด้านการจัดการเรียนรู้ทางการเงิน ซึ่งมีอิทธิพลต่อความฉลาดรู้ทางการเงินของครูและกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูด้านการเงินในระดับห้องเรียน นอกจากนี้กระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูด้านการเงินมีอิทธิพลต่อความฉลาดรู้ทางการเงินของนักเรียนในระดับนักเรียนด้วย 2.โมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับของความฉลาดรู้ทางการเงินของนักเรียนสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (chi² = 266.25, df = 140, p = .000, CFI = 0.979, TLI = 0.972, RMSEA = 0.021) ผลการวิเคราะห์พบว่า การปลูกฝังด้านการเงินจากครอบครัวมีอิทธิพลทางตรงต่อความฉลาดรู้ ทางการเงินของนักเรียนและประสบการณ์ทางการเงินของนักเรียนด้วยขนาด .616 และ .368 ตามลำดับ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้การปลูกฝังด้านการเงินจากครอบครัวยังส่งอิทธิพล โดยอ้อมผ่านประสบการณ์ทางการเงินของนักเรียนไปยังความฉลาดรู้ทางการเงินของนักเรียนด้วยขนาด .337 โดยสรุปแล้วมีค่าอิทธิพลโดยรวมขนาด .953 …


คอมพอสิตชีวภาพของยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์/เส้นใยนาโนเซลลูโลสที่ออกซิไดซ์ด้วยเทมโป, อัญชลิกา คงแสงแก้ว Jan 2021

คอมพอสิตชีวภาพของยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์/เส้นใยนาโนเซลลูโลสที่ออกซิไดซ์ด้วยเทมโป, อัญชลิกา คงแสงแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในงานวิจัยนี้ได้เตรียมไบโอคอมพอสิตของยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์/เส้นใยนาโนเซลลูโลสที่ออกซิไดซ์ด้วยเทมโป โดยสังเคราะห์ยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์ผ่านกระบวนการ “อินซิทู” อิพ็อกซิเดชัน ที่อัตราส่วนของกรดฟอร์มิก/ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เท่ากับ 0.75:0.75 โดยโมลของไอโซพรีน เป็นเวลา 6 ชั่วโมง ซึ่งยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์ที่เตรียมได้ มีปริมาณหมู่อิพ็อกไซด์ร้อยละ 30 นอกจากนี้ยังมีการเตรียมเส้นใยนาโนเซลลูโลสจากเส้นใยผักตบชวาผ่านกระบวนการเทมโปออกซิเดชัน โดยใช้โซเดียมไฮโปคลอไรท์ ในการทำปฏิกิริยาที่ปริมาณต่าง ๆ แล้วนำไปปั่นด้วยเครื่องปั่นความเร็วสูงเพื่อทำให้เส้นใยมีขนาดนาโนเมตร จากผลการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคฟูเรียร์แทรนส์ฟอร์มสเปกโทรสโกปี พบว่าเส้นใยนาโนเซลลูโลสที่อออกซิไดซ์ด้วยเทมโปมีหมู่โซเดียมคาร์บอกซิเลตปรากฏอยู่บนโครงสร้าง และปริมาณหมู่คาร์บอกซิลิกนั้นสัมพันธ์กับปริมาณโซเดียมไฮโปคลอไรท์ที่ใช้ในการทำปฏิกิริยา เมื่อปริมาณโซเดียมไฮโปคลอไรท์ที่ใช้ในกระบวนการออกซิเดชันเพิ่มขึ้น พบว่าร้อยละการส่องผ่านแสง เสถียรภาพของสารแขวนลอย และร้อยละความเป็นผลึกเพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้ามเสถียรภาพทางความร้อนของเส้นใยนาโนเซลลูโลสที่อออกซิไดซ์ด้วยเทมโป มีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อปริมาณโซเดียมไฮโปคลอไรท์เพิ่มขึ้น และเมื่อทำการเตรียม ไบโอคอมพอสิตของยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์/เส้นใยนาโนเซลลูโลสที่ออกซิไดซ์ด้วยเทมโป พบว่าเส้นใย นาโนเซลลูโลสที่ออกซิไดซ์ด้วยเทมโปมีผลในการช่วยปรับปรุงสมบัติเชิงกลและความต้านทานน้ำมันของ คอมพอสิต แต่เสถียรภาพทางความร้อนของคอมพอสิตไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์ โดยคอมพอสิตที่ผสมเส้นใยนาโนเซลลูโลสออกซิไดซ์ด้วยเทมโป 2 ส่วนต่อยาง ร้อยส่วน แสดงสมบัติเชิงกลที่ดีที่สุด โดยมีค่าความทนต่อแรงดึงและมอดุลัสที่ความเครียดร้อยละ 300 เพิ่มขึ้น 1.51 และ 1.64 เท่าตามลำดับ เมื่อเทียบกับยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์


ฟิล์มยางธรรมชาติเคลือบด้วยนาโนซิงก์ออกไซด์โดยกระบวนการจุ่มเคลือบเพื่อการใช้งานต้านแบคทีเรีย, ภาสุรีย์ ทองเลิศ Jan 2021

ฟิล์มยางธรรมชาติเคลือบด้วยนาโนซิงก์ออกไซด์โดยกระบวนการจุ่มเคลือบเพื่อการใช้งานต้านแบคทีเรีย, ภาสุรีย์ ทองเลิศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเตรียมฟิล์มยางธรรมชาติเคลือบด้วยอนุภาคนาโนซิงก์ออกไซด์เพื่อการต้านแบคทีเรีย แบ่งเป็นสองขั้นตอน คือ ขั้นตอนแรกเตรียมสารแขวนลอยนาโนซิงก์ออกไซด์ จากการปรับปรุงพื้นผิวของอนุภาคนาโนซิงก์ออกไซด์ด้วยสารช่วยกระจายตัวต่างกัน ได้แก่ (3-Glycidyloxypropyl) trimethoxysilane (GPTMS), Oleic acid (OA) หรือ Polyvinyl alcohol (PVA) ร่วมกับ Sodium dodecyl sulfate (SDS) โดยศึกษาอิทธิพลของปริมาณอนุภาคนาโนซิงก์ออกไซด์ในสารแขวนลอยที่ร้อยละ 0.2, 0.4, 1 และ 3 โดยน้ำหนักต่อปริมาตร ศึกษาอิทธิพลระยะเวลาการเตรียมสารแขวนลอยผ่านคลื่นความถี่สูงที่ 5, 10, 15, 30 และ 60 นาที และศึกษาอิทธิพลอัตราส่วนของอนุภาคนาโนซิงก์ออกไซด์ต่อ SDS ต่อสารช่วยกระจายตัว คือ 1 : 0.25 : 0.05, 1 : 0.25 : 0.1, 1 : 0.25 : 0.2 และ 1 : 0.25 : 0.25 ต่อเสถียรภาพการกระจายของสารแขวนลอยทั้งสามชนิด จากการทดลองพบว่า สารแขวนลอยนาโนซิงก์ออกไซด์ที่เตรียมจากปริมาณนาโนซิงก์ออกไซด์ร้อยละ 1 โดยน้ำหนักต่อปริมาตร ผ่านคลื่นความถี่สูงที่ระยะเวลา 30 นาที โดยมีสัดส่วนของ ZnO : SDS : สารช่วยกระจายตัว ที่ 1 : 0.25 : 0.2 จะให้เสถียรภาพการกระจายตัวของอนุภาคนาโนซิงก์ออกไซด์สูงที่สุด โดยสังเกตจากการตกตะกอน ทั้งนี้ ZnO/SDS/GPTMS ได้ถูกนำไปใช้ในขั้นตอนต่อไป พอลิยูรีเทน (ImDHL®) ถูกนำมาใช้เป็นชั้นกลางระหว่างฟิล์มยางธรรมชาติและนาโนซิงก์ออกไซด์ พบว่าอนุภาคของนาโนซิงก์ออกไซด์ถูกปกคลุมด้วยชั้นของพอลิยูรีเทน ทำให้ไม่สามารถต้านแบคทีเรียได้ แต่ทำให้ความทนแรงดึงสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การเคลือบด้วยสารแขวนลอยนาโนซิงก์ออกไซด์ด้วยการผ่านคลื่นความถี่สูง และการปรับผิวชั้นฟิล์มด้วยโปแทสเซียมเปอร์ซัลเฟต พบว่าทั้งสองวิธีนี้สามารถต้านแบคทีเรียได้ โดยฟิล์มยางธรรมชาติที่เตรียมจากการปรับผิวฟิล์มด้วยโปแทสเซียมเปอร์ซัลเฟตต้านแบคทีเรียได้สูงที่สุดทั้ง Escherichia coli (E. …


การตกแต่งสำเร็จผ้าไหมไทยระงับกลิ่นกายด้วยบีตาไซโคลเดกซ์ทริน, รัตนาวดี ศรีอ่อนจันทร์ Jan 2021

การตกแต่งสำเร็จผ้าไหมไทยระงับกลิ่นกายด้วยบีตาไซโคลเดกซ์ทริน, รัตนาวดี ศรีอ่อนจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้แสดงการศึกษาการผลิตผ้าไหมไทยที่สามารถลดกลิ่นตัวผ่านกระบวนการตกแต่งสำเร็จผ้าด้วยบีตาไซโคลเดกซ์ทรินที่ทำหน้าที่ดูดกลิ่นตัว และใช้สารช่วยผนึกติดชนิดอะคริลิกเพื่อยึดบีตาไซโคลเดกซ์ทรินให้เกาะติดบนผ้าและให้มีความคงทนต่อการซักล้าง ซึ่งการศึกษานี้ประกอบด้วย การตกแต่งสำเร็จผ้าด้วยสูตรและภาวะต่าง ๆ, การทดสอบสมบัติของผ้า เช่น การลดกลิ่นตัว ความคงทนต่อการซักล้าง ความแข็งกระด้างและความแข็งแรงของผ้า สีของผ้า รวมทั้งการวิเคราะห์พื้นผิวของผ้า, และภาวะที่เหมาะสมสำหรับการตกแต่งสำเร็จ จากผลการศึกษาพบว่า สูตรและภาวะการตกแต่งสำเร็จที่เหมาะสมในงานวิจัยนี้คือ ตกแต่งสำเร็จผ้าด้วยการจุ่ม-อัดรีดผ้า 1 รอบ (1 อ่าง) และ 2 รอบ (2 อ่าง) ในสารตกแต่งสำเร็จที่ประกอบด้วยบีตาไซโคลเดกซ์ทริน 20 กรัมต่อลิตร และสารช่วยผนึกติดอะคริลิก 100 กรัมต่อลิตร อบผนึกผ้าที่ 130 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3 นาที จะได้ผ้าที่สามารถลดกลิ่นตัวและคงทนต่อการซักล้างมากกว่า 20 รอบ และผ้ามีสมบัติต่าง ๆ ที่ยอมรับได้เมื่อเทียบกับผ้าก่อนตกแต่งสำเร็จ เช่น การดูดซึมน้ำลดลงบ้าง ความแข็งแรงและการยืดตัวของผ้าเปลี่ยนแปลงน้อย ผ้าแข็งกระด้างขึ้นแต่หลังซักล้างแข็งกระด้างลดลง ผ้าเหลืองขึ้นบ้างเล็กน้อย ซึ่งการตกแต่งสำเร็จผ้าด้วยการจุ่ม-อัดรีดผ้า 1 รอบ (1 อ่าง) จะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าและใช้เวลาสั้นกว่าการตกแต่งสำเร็จผ้าด้วยการจุ่ม-อัดรีดผ้า 2 รอบ (2 อ่าง) แต่การตกแต่งสำเร็จผ้าด้วยการจุ่ม-อัดรีดผ้า 2 รอบ (2 อ่าง) มีแนวโน้มให้ผ้าที่มีประสิทธิภาพการลดกลิ่นตัวที่ยาวนานกว่าการตกแต่งสำเร็จผ้าด้วยการจุ่ม-อัดรีดผ้า 1 รอบ (1 อ่าง) เมื่อต้องซักล้างผ้ามากกว่า 20 รอบขึ้นไป


Hydrogen Production By Steam Reforming Of Fusel Oil Over Ni-Based Fiber Catalyst, Tham Le Mai Hong Jan 2021

Hydrogen Production By Steam Reforming Of Fusel Oil Over Ni-Based Fiber Catalyst, Tham Le Mai Hong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research was focused on the hydrogen production from steam reforming of fusel oil which is a by-product of bioethanol production, over Ni-based fiber catalyst. The Ni-based fiber catalyst was prepared by wetness impregnation of nickel nitrate on silica fiber (SF). After that, carbon nanotubes-silica fibrous composite (CNTs-SF) will be prepared by ethanol reforming over 30Ni/SF catalyst. The combination of the large specific surface area of CNTs and the silica fiber tubular structure was supposed to achieve high hydrogen yields as well as to increase catalytic stability. Different amount loading Ni on multi-walled carbon nanotube composite silica fiber was tested …


Synthesis, Cytotoxicity And Anti-Inflammatory Activity Of Piperine Derivatives, Dina Nur Shinta Jan 2021

Synthesis, Cytotoxicity And Anti-Inflammatory Activity Of Piperine Derivatives, Dina Nur Shinta

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Cancer is a significant leading cause of mortality worldwide which has been struggled in the clinical over the years. Parallelly, chronic inflammation becomes one of the risk factors to cause cancer. In searching for new potential anti-cancer and anti-inflammatory agents, an amide, ester, and dimer series of piperine derivatives were synthesized and screened for their anti-cancer and anti-inflammatory activities. Piperine (1) was isolated from fruits of Piper longum L. and hydrolyzed under reflux conditions to obtain piperic acid (2) as a starting material for the synthesis. The conversion of piperic acid to an amide series (3a-j) was involving an azabenzotriazole …


Distribution Of Green Spaces In Omaha, Nebraska, Sofia Gavia Jan 2021

Distribution Of Green Spaces In Omaha, Nebraska, Sofia Gavia

Department of Environmental Studies: Undergraduate Student Theses

The distribution of parks often depends on the races, ethnicity, and socioeconomic class of a community’s households. Parks and green spaces provides community residents recreational opportunities, economic benefits, and improves community public health. The unequal distribution of parks and green spaces in a city is a social issue found across the country. Limited research has been done on the relationship between green spaces and park access and social justice in Omaha, Nebraska. This study discusses whether there is a difference in how parks are distributed in Omaha, NE in terms of social justice and equitable distribution. Research is done using …


Analysis Of Drinking Water Disinfection Options, Bryce Carlen Jan 2021

Analysis Of Drinking Water Disinfection Options, Bryce Carlen

Department of Environmental Studies: Undergraduate Student Theses

This thesis utilizes existing research to provide a framework that can be used for community and disaster planning. It analyses the critical process of water disinfection for drinking water. It focuses on chemical, distillation, and ultraviolet treatments in both centralized and point-of-use treatment. This thesis aims to provide a method for communities to determine the optimal water treatment, utilizing a framework based on weighted criteria. The decision-making framework is an easy-to-use and flexible process that communities can tailor for their specific needs to find the optimal treatment relative to their needs. In this study’s generalized example, ultraviolet treatment and distillation …


Audit Of Waste Collected Over One Week From Superior Dental Health Of Lincoln, Bryclin Alstrom Jan 2021

Audit Of Waste Collected Over One Week From Superior Dental Health Of Lincoln, Bryclin Alstrom

Department of Environmental Studies: Undergraduate Student Theses

A waste audit of Superior Dental Health of Lincoln was conducted in order to propagate the implementation of sustainable waste management practices within the company. Differentiating between hazardous waste and solid waste is necessary for environmentally friendly waste management and ceasing the spread of infectious pathogens. The audit identified nine different materials contributing to the biomedical waste stream of the company. Of which, personal protective equipment (PPE) is of major concern due to the financial commitment necessary to acquire / dispose of these products, as well as the strain in supply due to the current COVID-19 pandemic. The results of …


Long-Term Impacts Of 2019 Flood Experiences On Nebraskans’ Climate Change Perceptions, Caitlin Kingsley Jan 2021

Long-Term Impacts Of 2019 Flood Experiences On Nebraskans’ Climate Change Perceptions, Caitlin Kingsley

Department of Environmental Studies: Undergraduate Student Theses

This study examines climate change perceptions in Nebraskans who experienced or witnessed flooding in March 2019. The purpose is to determine the impacts of 2019 flood experiences on Nebraskans’ climate change perceptions. The objectives are to determine the influence of flood proximity on changes in climate change perceptions, determine whether 2019 flooding had long-term impacts on Nebraskans’ climate change perceptions, and determine the influence of personal background factors on perceptions. A three-phase interview was utilized to collect background information, climate change perceptions, 2019 flood experiences, and relationships between 2019 flood experiences and climate change perceptions. Background information and climate change …


The Effect Of Urban Forests On Air Quality And Human Health, Chance Wilken Jan 2021

The Effect Of Urban Forests On Air Quality And Human Health, Chance Wilken

Department of Environmental Studies: Undergraduate Student Theses

Following the industrial revolution, the impacts of climate change have been increasingly impactful on both rural and urban populations around the world. As population density and urbanization increase throughout the globe, the influences of climate change will continue to play a dangerous role in its influence on people's lives. Due to negative health impacts on humans and the economic costs in cities, climate change is one of the most important issues to understand in the 21st century. Air quality and human health are two components of climate change that are impacted most significantly. The bulk of this work is to …


Designing A Mobile App And Online Directory To Increase The Visibility Of Environmental Organizations In A Community, Kayla Vondracek Jan 2021

Designing A Mobile App And Online Directory To Increase The Visibility Of Environmental Organizations In A Community, Kayla Vondracek

Department of Environmental Studies: Undergraduate Student Theses

Concern for environmental degradation, natural resource depletion, and public health has long been a necessary part of a strongly developed and sophisticated society. Humans are primarily responsible for the depletion of the natural environment as it supplies the commodities required to ensure the long-term survival of civilizations. As cultures continue to evolve, so does the practice of land stewardship and protection of resources. With the necessary expansion of industry and housing needed to support a rising human population, the management of natural resources, pollution control, and the environment has become increasingly important to people worldwide. Bernstein and Szuster (2019) suggest …


Investigating Predation Risk Experienced By Wintering Birds At A Supplied-Food Garden, Madison Smart Jan 2021

Investigating Predation Risk Experienced By Wintering Birds At A Supplied-Food Garden, Madison Smart

Department of Environmental Studies: Undergraduate Student Theses

Wintering birds are particularly susceptible to predation while foraging at feeders. The ‘starvation vs. predation’ survival trade-off is felt most acutely in winter because energy demands are higher compared to milder seasons. This study investigated sense of predation risk experienced by members of a wintering mixed-species flock. The objective was to determine which species take on increased predation risk in order to forage at feeders, and if there was bias for one species over another. A raptor (experimental) and non-raptor (control) model were presented to a mixed-flock at feeders within Pioneers Park Nature Center. The first species to return to …


Precipitation Impact On Crop Yield, Ian Ritchie Jan 2021

Precipitation Impact On Crop Yield, Ian Ritchie

Department of Environmental Studies: Undergraduate Student Theses

Climate change is a massive force impacting and changing many weather trends, including precipitation rates. This thesis will study the relationship between crop yield and changes in precipitation. Understanding crop yield is important in determining overall crop supply every year as well as crop prices. Many factors can have either a negative or a positive impact on crop yields. One of these many factors is precipitation. This thesis looks directly at the impacts of changes in precipitation on corn yield in Iowa from 1991-2020. To do this, a regression analysis was performed to compare changes in yearly precipitation rates for …


Analyzing The Effect Of Second-Class Currents On Neutron Beta Decay Observables And The Effect Of Thomas Rotation On The Relativistic Transformations Of Electromagnetic Fields, Lakshya Malhotra Jan 2021

Analyzing The Effect Of Second-Class Currents On Neutron Beta Decay Observables And The Effect Of Thomas Rotation On The Relativistic Transformations Of Electromagnetic Fields, Lakshya Malhotra

Theses and Dissertations--Physics and Astronomy

The next generation of neutron beta decay measurements will attempt to analyze various beta decay observables of up to O(10-4) precision. At this level of experimental precision, the effects of second-class currents will contribute theoretical uncertainties to the interpretation of these measurements. Therefore, it is important to investigate the effects of these second-class currents on decay parameters, such as the Fierz interference term b which is linear in beyond standard model couplings. A maximum likelihood statistical framework and Rfit techniques are employed to study these second-class currents effects. Inputs to the Rfit technique are obtained through …


Strongly Correlated Phases In Quantum Hall Systems, Amartya Saha Jan 2021

Strongly Correlated Phases In Quantum Hall Systems, Amartya Saha

Theses and Dissertations--Physics and Astronomy

Quantum Hall systems have a one-body energy spectrum consisting of dispersion-less Landau levels. Electron-electron interactions thus dominate in partially filled Landau levels, which exhibit a myriad of strongly correlated phases such as quantum hall ferromagnets and fractional quantum Hall phases. We study two examples of these phenomena.

In the first project, we explore the ground state of a system with an interface between two semi-infinite regions with fillings ν= 4 and ν= 3 respectively. The width of the interface can be controlled by varying the background potential, which provides an additional tuning parameter. For a certain range of …


Effective Field Theory Applications: From Dark Matter To Neutrino Nucleon Scattering, Qing Chen Jan 2021

Effective Field Theory Applications: From Dark Matter To Neutrino Nucleon Scattering, Qing Chen

Theses and Dissertations--Physics and Astronomy

Weakly-interacting-massive-particles (WIMPs) are a large class of viable dark matter candidates. We compute cross sections for electroweak-doublet WIMPs scattering on atomic nuclei, at leading and subleading order using heavy WIMP effective field theory. Neutrino-nucleon charged current elastic scattering is an important process in the detectors of long baseline accelerator neutrino oscillation experiments. We compute QED radiative corrections to this process employing soft-collinear effective field theory.


Magnetization Dynamics In Kagome Artificial Spin Ice Considering The Effect Of Vertex And Geometrical Lattice Distortion, Ali Frotanpour Jan 2021

Magnetization Dynamics In Kagome Artificial Spin Ice Considering The Effect Of Vertex And Geometrical Lattice Distortion, Ali Frotanpour

Theses and Dissertations--Physics and Astronomy

Artificial spin ices (ASI) have been shown to exhibit dynamic magnetic responses that are dramatically different from plane magnetic thin films. A number of magnetic ASI have been fabricated and measured in recent years. However, some important effects including influence of vertex and geometrical distortion on their dynamic response have not been addressed. This dissertation adopts Ferromagnetic Resonance (FMR) spectroscopy to study magnetization dynamics in fabricated artificial spin ices with a contentiously distorted Honeycomb geometry with the specific goal of exploring how the vertex and lattice distortion affect the dynamic magnetic response. Samples were patterned using electron beam lithography techniques. …


Topics In Quantum Quench And Entanglement, Sinong Liu Jan 2021

Topics In Quantum Quench And Entanglement, Sinong Liu

Theses and Dissertations--Physics and Astronomy

The dissertation includes two parts.

In Part I, we study non-equilibrium phenomena in various models associated with global quantum quench. It is known that local quantities, when subjected to global quantum quench across or approaching critical points, exhibit a variety of universal scaling behaviors at various quench rates. To investigate if similar scaling holds for non-local quantities, we consider the scaling behavior of circuit complexity under quantum quench across the critical massless point in Majorana fermion field theory of the one-dimensional integrable transverse field Ising model and find it obeys such scaling. To investigate if similar scaling holds for non-relativistic …


Optical Metasurfaces, Fatih Balli Jan 2021

Optical Metasurfaces, Fatih Balli

Theses and Dissertations--Physics and Astronomy

Traditional optical elements, such as refractive lenses, mirrors, phase plates and polarizers have been used for various purposes such as imaging systems, lithographic printing, astronomical observations and display technology. Despite their long-term achievements, they can be bulky and not suitable for miniaturization. On the other hand, recent nanotechnology advances allowed us to manufacture micro and nanoscale devices with ultra-compact sizes. Metasurfaces, 2D engineered artificial interfaces, have emerged as candidates to replace traditional refractive lenses with ultra-thin miniaturized optical elements. They possess sub-wavelength unit cell structures with a specific geometry and material selection. Each unit cell can uniquely tailor the phase, …


Exploring The X-Ray Universe In The Microcalorimeter Era, Priyanka Chakraborty Jan 2021

Exploring The X-Ray Universe In The Microcalorimeter Era, Priyanka Chakraborty

Theses and Dissertations--Physics and Astronomy

Next-generation microcalorimeter missions like XRISM and Athena will revolutionize X-ray spectroscopy by offering a plethora of high-resolution X-ray spectra. Interpreting these observations requires a complete understanding of how matter interacts with light through such microphysical processes as absorption and excitation. I developed a framework describing the atomic processes for both collisionally-ionized and photoionized plasmas over a wide range of column densities. Through various line-intensity and line-ratio spectral diagnostics, I established four asymptotic limits; Cases A, B, C, and D. These apply to the formation of lines in H- and He-like systems. This is the first work describing these limits in …


Axial Symmetry Tests Of Milky Way Disk Stars Probe The Galaxy's Matter Distribution, Austin Hinkel Jan 2021

Axial Symmetry Tests Of Milky Way Disk Stars Probe The Galaxy's Matter Distribution, Austin Hinkel

Theses and Dissertations--Physics and Astronomy

In Galactic dynamics, various assumptions have been employed for mathematical ease. These assumptions are approximately valid, but departures reveal perturbations on our Galaxy. In this dissertation, we select a complete, Gaia DR2 data set, and using this data, we find evidence for axial symmetry breaking in the Galaxy, away from the spiral arms and the Galactic bar. This asymmetry is compatible with a prolate dark matter halo tilted with respect to the disk, with a long axis pointing in the direction of the Magellanic Clouds, and this matches an inventory of nearby torques. These asymmetries vary North and South of …