Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Physical Sciences and Mathematics Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 1441 - 1470 of 1876

Full-Text Articles in Physical Sciences and Mathematics

การจำแนกโครงสร้างจุลภาคไทเทเนียมด้วยโครงข่ายประสาทคอนโวลูชันเต็มรูป, สิโรดม มงคลธนาภรณ์ Jan 2018

การจำแนกโครงสร้างจุลภาคไทเทเนียมด้วยโครงข่ายประสาทคอนโวลูชันเต็มรูป, สิโรดม มงคลธนาภรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ได้มีการใช้การเรียนรู้เชิงลึกอย่างแพร่หลายเพื่อจำแนกภาพที่ให้ความแม่นยำสูง การแบ่งส่วนความหมายเป็นประเภทหนึ่งของการเรียนรู้เชิงลึกที่มุ่งเน้นการจำแนกคลาสในแต่ละพิกเซลของภาพ ทางด้านโลหะศาสตร์ ไทเทเนียมและอัลลอยมีคุณสมบัติที่โดดเด่นสำหรับการใช้งานทางชีวการแพทย์ โดยเฉพาะในการผ่าตัดฝังวัสดุทดแทน การตรวจสอบวัสดุโดยทั่วไปมักกระทำโดยผู้เชี่ยวชาญในการจำแนกโครงสร้างจุลภาคไทเทเนียม งานวิจัยนี้เสนอการประยุกต์ใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึกเพื่อเป็นแนวทางการจำแนกระดับพิกเซลโครงสร้างจุลภาคไทเทเนียมที่อาจช่วยลดทรัพยากรและความไม่แน่นอนระหว่างการควบคุมคุณภาพ วิธีการที่ใช้คือเทคนิคการแบ่งส่วนความหมายที่เรียกว่า โครงข่ายประสาทคอนโวลูชันเต็มรูปที่ถูกพัฒนาด้วยสถาปัตยกรรมยู-เน็ต งานวิจัยนี้ได้สำรวจการบูรณาการเทคนิคการปรับจูนเข้ากับสถาปัตยกรรมยู-เน็ตเพื่อปรับปรุงสมรรถนะแบบจำลอง โมเดลที่สร้างขึ้นถูกปรับจูนด้วยค่าน้ำหนักที่เรียนรู้มาแล้วก่อนหน้าจากตัวจำแนกวีจีจี-16 นอกจากนี้ ชุดข้อมูลภาพโครงสร้างจุลภาคไทเทเนียมได้ถูกเพิ่มจำนวนตัวอย่างด้วยวิธีความผิดปกติยืดหยุ่น สำหรับการประเมินสมรรถนะแบบจำลองจะใช้ตัววัด 4 ตัว ประกอบด้วย ความแม่นยำพิกเซล ความแม่นยำเฉลี่ย ไอโอยูเฉลี่ย และ ไอโอยูถ่วงน้ำหนักความถี่ ผลลัพธ์การประเมินพบว่าค่าความแม่นยำเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่เวลาเรียนรู้เร็วกว่ามากเทียบกับการเรียนรู้ปกติที่ไม่มีการปรับจูนค่าน้ำหนักเริ่มต้น


Boundwarden: Thread-Enforced Spatial Memory Safety Through Compile-Time Transformations, Smith Dhumbumroong Jan 2018

Boundwarden: Thread-Enforced Spatial Memory Safety Through Compile-Time Transformations, Smith Dhumbumroong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This dissertation presents BoundWarden, a novel runtime spatial memory safety enforcement technique that comprehensively detects and prevents buffer overflow and other out-of-bound errors in buffers on stack, heap, and BSS and data segments of memory. BoundWarden leverages the ubiquity of multi-core processors by offloading most of the works to a dedicated bound checking thread, which performs bound checking and manages metadata, thus reducing the runtime overhead. Since BoundWarden stores base and bound of buffers in a dedicated bound table, the memory layout of programs remains unchanged, thus preserving compatibility with existing libraries and binaries. Experiments showed that the prototype of …


Climate Change Adaptation On Water Resource Management : A Case Study Of Pakokku Township, Magway Region, Myanmary, Khin Maung Soe Jan 2018

Climate Change Adaptation On Water Resource Management : A Case Study Of Pakokku Township, Magway Region, Myanmary, Khin Maung Soe

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The Earth's temperature has increased in recent decades and the climate has changed. The adverse effects of climate change on natural systems have also become evident since the mid of the twentieth century. Water resources are mainly affected by climate change, particularly in the central part of Myanmar that faced with water shortage. The objective of the research is to study climate change adaptation on water resource management at the Pakokku Township, Magway Region, Myanmar. The four villages, namely Shin Ma Kan, Pan Tine Chone, Paung Laung Kan and Kyee were selected as the study area because of drought and …


Water Resource Efficiency Towards Sustainable Tourism At Patong Municipality, Phuket Province, Thailand, Palida Rattanopas Jan 2018

Water Resource Efficiency Towards Sustainable Tourism At Patong Municipality, Phuket Province, Thailand, Palida Rattanopas

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Tourism is one of the main incomes of Thailand that is directly contribute to the national GDP. Tourism affects not only on economic sector but also on the environment society. Sustainable tourism (ST) has become more important in conserving and maintaining natural resources for the next generation. The ST requires an efficient use of natural resources, particularly water resource. The objective of this research is to study water resource efficiency towards sustainable tourism at Patong Municipality, Kathu district of Phuket. Water shortage has taken place in Patong municipality for decades. A set of semi-structure questionnaires was used to in-depth interview …


Rethinking Inclusive And Sustainable Educational Development For Moken Children, Jason Sanglir Jan 2018

Rethinking Inclusive And Sustainable Educational Development For Moken Children, Jason Sanglir

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Despite numerous education readjustments, efforts for equal opportunity in education, and an increase in present enrollment, many indigenous children in Thailand continue to fall behind in the formal education system. This study focuses on the Moken Chao Lay (sea people) communities in southern Thailand and looks to analyze and understand situations and shortcomings of Moken children's education and why they are still underperforming in the formal education system. Traditional ways of knowing, especially knowing through nature, are used as a platform to rethink the way we look at indigenous children's education in Thailand. Interview data was collected from school teachers, …


การรีดิวซ์สีซัลเฟอร์โดยใช้น้ำตาลรีดิวซ์จากสารละลายหลังกำจัดสิ่งสกปรกเส้นด้ายสับปะรด, ณรงค์กร ตรีสาร Jan 2018

การรีดิวซ์สีซัลเฟอร์โดยใช้น้ำตาลรีดิวซ์จากสารละลายหลังกำจัดสิ่งสกปรกเส้นด้ายสับปะรด, ณรงค์กร ตรีสาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในงานวิจัยนี้สารละลายหลังจากการกำจัดสิ่งสกปรกด้วยเอนไซม์ (มีน้ำตาลรีดิวซ์) ถูกใช้เพื่อ รีดิวซ์สี Sulfur Black BR สำหรับการย้อมเส้นด้ายสับปะรด ขั้นตอนแรกเส้นด้ายสับปะรดดิบถูกกำจัดสิ่งสกปรกด้วย มัลติเอนไซม์ (เพกติเนส เซลลูเลส และไซแลนเนส) ณ ภาวะที่เหมาะสมจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ จากนั้นนำสารละลายหลังการกำจัดสิ่งสกปรกไปวิเคราะห์หาปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์ และ ค่าศักย์การเกิดออกซิเดชัน-รีดักชัน (oxidation-reduction potential, ORP) ที่พีเอช 11 ณ เวลาต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรีดิวซ์สีซัลเฟอร์ สูตรที่เหมาะสมสำหรับการรีดิวซ์สี และการย้อมสีถูกวิเคราะห์รวมทั้งศึกษาสมบัติต่างๆของเส้นด้ายสับปะรดหลังการย้อมสี เช่น ความเข้มสี ค่าสี ร้อยละการผนึกสี ความคงทนของสีต่อการซักล้าง และความแข็งแรงของเส้นด้ายเปรียบเทียบกับเส้นด้ายสับปะรดย้อมด้วยสีที่ถูกรีดิวซ์ด้วยโซเดียมซัลไฟด์และด้วยกลูโคสจากภาวะที่เหมาะสม ผลการวิจัยพบว่า สารละลายหลังการกำจัดสิ่งสกปรกเส้นด้ายสับปะรดมีปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์ประมาณ 153.43 มิลลิกรัม/50 มิลลิลิตร/ด้าย 1 กรัม หลังการรีดิวซ์สีด้วยน้ำตาลรีดิวซ์นี้ และย้อมสีบนเส้นด้ายสับปะรด พบว่า เส้นด้ายนี้มีสีเข้มกว่า (K/S= 14.35) เส้นด้ายย้อมด้วยสีที่ผ่านการรีดิวซ์ด้วยโซเดียมซัลไฟด์(K/S= 13.22) ในขณะที่เส้นด้ายย้อมด้วยสีที่ผ่านการรีดิวซ์ด้วยกลูโคสมีสีเข้มมากที่สุด (K/S= 20.42) เส้นด้ายย้อมด้วยสีที่ผ่านการรีดิวซ์ด้วยกลูโคสและน้ำตาลรีดิวซ์ (สารละลายหลังการกำจัดสิ่งสกปรก) ต่างมีร้อยละการผนึกสีสูงกว่า สีคงทนการซักล้างมากกว่าและเส้นด้ายหลังย้อมแข็งแรงมากกว่าเส้นด้ายย้อมสีที่ผ่านการรีดิวซ์ด้วยโซเดียมซัลไฟด์ นอกจากนี้ พบว่า ในระหว่างการรีดิวซ์สีด้วยสารรีดิวซ์ทั้งสามชนิด สารละลายสีต่างมีค่า ORP อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการ คือ ระหว่าง -450 ถึง -680 มิลลิโวลต์ ณ พีเอช 11 ส่วนเวลาที่เหมาะสมสำหรับการรีดิวซ์สี Sulfur Black BR คือ เวลา 10 นาที สำหรับการรีดิวซ์ด้วยโซเดียมซัลไฟด์และด้วยกลูโคส และเวลา 20 นาที สำหรับการรีดิวซ์สีด้วยน้ำตาลรีดิวซ์ ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่า การรีดิวซ์สี Sulfur Black BR สามารถใช้กลูโคส และน้ำตาลรีดิวซ์แทนการใช้โซเดียมซัลไฟด์ โดยสามารถใช้รีดิวซ์สี และย้อมสีได้เส้นด้ายสมบัติต่างๆ ดีมาก อีกทั้งยังเป็นการใช้น้ำเสียจากการกำจัดสิ่งสกปรกเป็นวัตถุดิบในการรีดิวซ์สีซัลเฟอร์ และสามารถทำการกำจัดสิ่งสกปรก รีดิวซ์สี และย้อมสีบนเส้นด้ายสับปะรดในอ่างเดียวกัน โดยไม่ต้องทิ้งน้ำเสียเลย


การพัฒนาฟิล์มพอลิไดแอเซทิลีน/ซิงก์ออกไซด์/ยางธรรมชาตินาโนคอมพอสิตเป็นตัวรับรู้อุณหภูมิ, อันภิชา พวงสุวรรณ์ Jan 2018

การพัฒนาฟิล์มพอลิไดแอเซทิลีน/ซิงก์ออกไซด์/ยางธรรมชาตินาโนคอมพอสิตเป็นตัวรับรู้อุณหภูมิ, อันภิชา พวงสุวรรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาระบบการคงรูปยางสำหรับเตรียมฟิล์มยาง poly(PCDA)/ZnO นาโนคอมพอสิต ให้มีสมบัติเชิงกลที่สูงและร้อยการบวมตัวที่ต่ำ อีกทั้งสามารถตอบสนองต่ออุณหภูมิโดยการเปลี่ยนสีได้ดี สำหรับการคงรูปยางด้วยกำมะถัน พบว่าปริมาณสารตัวเร่งปฏิกิริยาคงรูป TBzTD อุณหภูมิและเวลาในการคงรูปมีบทบาทสำคัญต่อระดับการคงรูป โดยเมื่อทำการคงรูปที่ 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3 ชั่วโมง และ เติม TBzTD ในปริมาณ 4 และ 2 phr สำหรับฟิล์มยาง NR และ ENR ตามลำดับ จะได้ฟิล์มยางที่สมบัติความทนต่อแรงดึงและความต้านทานต่อตัวทำละลายสูงสุด ภายใต้ภาวะข้างต้น พบว่า ทั้งฟิล์ม poly(PCDA)/ZnO/NR และ poly(PCDA)/ZnO/ENR นาโนคอมพอสิต ยังคงมีสีน้ำเงินเช่นเดียวกับ poly(PCDA)/ZnO นาโนคอมพอสิต แต่จะขุ่นเล็กน้อย สเปกตรัมการดูดกลืนแสงบ่งชี้ว่า poly(PCDA)/ZnO นาโนคอมพอสิตบริสุทธิ์ และที่อยู่ในแผ่นฟิล์มยางมีลักษณะเหมือนกัน อย่างไรก็ตามเมื่อให้ความร้อน พบว่าฟิล์มยาง poly(PCDA)/ZnO นาโนคอมพอสิต ทั้งที่เตรียมจากสารละลายของ NR และของ ENR เริ่มเปลี่ยนสีจากสีน้ำเงินเป็นสีม่วงที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่า poly(PCDA)/ZnO นาโนคอมพอสิตบริสุทธิ์ ประมาณ 20 องศาเซลเซียส แต่มีอุณหภูมิที่ไม่สามารถเกิดผันของกลับสีได้แตกต่างกันอย่างไม่ชัดเจน สำหรับระบบการคงรูปยางด้วยรังสีลำอิเล็กตรอน พบว่า ฟิล์มที่ได้มีค่าความทนต่อแรงดึงสูงกว่าฟิล์มที่คงรูปด้วยกำมะถัน โดยภาวะที่ให้ฟิล์มยางที่มีสมบัติความทนต่อแรงดึงและความต้านทานต่อตัวทำละลายสูงสุด สำหรับฟิล์มยางที่เตรียมจากสารละลายยางทั้งสองชนิดและไม่มีการเติมสารเคมีใด ๆ คือ การฉายรังสีลำอิเล็กตรอนที่ 250 กิโลเกรย์ และอบให้ความร้อนที่ 50 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง และสำหรับฟิล์มยางจากน้ำยางธรรมชาติผสมสูตรคือ การฉายรังสีลำอิเล็กตรอนที่ 20 กิโลเกรย์ และอบให้ความร้อนที่ 50 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยฟิล์มยาง poly(PCDA)/ZnO/NR และฟิล์มยาง poly(PCDA)/ZnO/ENR นาโนคอมพอสิต ที่เตรียมจากสารละลายเริ่มเปลี่ยนสีที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส เช่นกัน ในขณะที่ฟิล์มยาง poly(PCDA)/ZnO/NR นาโนคอมพอสิต …


Aryl Quinoline Derivatives From Iodine-Mediated Cyclization And Palladium-Catalyzed Coupling Reactions, Chantipa Lerswipapat Jan 2018

Aryl Quinoline Derivatives From Iodine-Mediated Cyclization And Palladium-Catalyzed Coupling Reactions, Chantipa Lerswipapat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Quinoline derivatives are significant and interested heterocyclic aromatic compounds which have been used in medicinal and agricultural fields. Besides, quinoline has also been used as dyes, catalysts and materials in optoelectronic applications. Herein, several quinoline derivatives bearing different substitution pattern at the 3- and 4-positions are designed and synthesized from aromatic amines such as aniline, 1-napthylamine and 1-aminopyrene. The 4-step synthetic process relies on the alkylation of aromatic amine with propagyl bromide, the Sonogashira coupling with an aryl halide, the iodine-mediated quinoline ring formation, and the Suzuki coupling with an aryl boronic acid. The structures of all new compounds are …


การทำนายข้อมูลจราจรเชิงพื้นที่และเวลาโดยใช้การฝังข้อมูลอุบัติเหตุร่วมกับนิวรอลเน็ตเวิร์กเชิงลึก, วนิดา ลิยงค์ Jan 2018

การทำนายข้อมูลจราจรเชิงพื้นที่และเวลาโดยใช้การฝังข้อมูลอุบัติเหตุร่วมกับนิวรอลเน็ตเวิร์กเชิงลึก, วนิดา ลิยงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ (Intelligent Transportation System, ITS) นั้น มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการดำรงชีวิตในปัจจุบัน และเมื่อไม่นานมานี้ เริ่มมีการนำการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) มาใช้ในการทำนายข้อมูลจราจรเพื่อช่วยให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญของการทำนายข้อมูลจราจรในเครือข่ายขนาดใหญ่คือการทำนายล่วงหน้าในหลาย ๆ ช่วงเวลา และทำนายในตำแหน่งที่แตกต่างกัน นอกจากนี้สำหรับการจราจรแล้ว อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นจะส่งผลกระทบต่อการจราจรเสมอ การเรียนรู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นของอุบัติเหตุจะช่วยให้การทำนายข้อมูลจราจรมีความแม่นยำขึ้น งานวิจัยนี้ จึงนำเสนอนิวรอลเน็ตเวิร์กที่เรียนรู้ความสัมพันธ์ในเชิงพื้นที่และเวลาของข้อมูลจราจร โดยใช้นิวรอลเน็ตเวิร์คแบบคอนโวลูชัน (Convolutional Neural Network, CNN) ร่วมกับหน่วยความจำระยะสั้นแบบยาว (Long Short-Term Memory, LSTM) เพื่อให้สามารถเรียนรู้และทำนายข้อมูลจราจรได้แม่นยำยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการนำตัวเข้ารหัสอัตโนมัติ (Autoencoder) มาเรียนรู้ข้อมูลอุบัติเหตุ เพื่อให้สามารถเรียนรู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงที่เกิดอุบัติเหตุไปพร้อม ๆ กันได้


กลไกการดูดดึงแคดเมียมจากน้ำเสียโดยหญ้าเนเปียร์แคระ, เอกชา ตนานนท์ชัย Jan 2018

กลไกการดูดดึงแคดเมียมจากน้ำเสียโดยหญ้าเนเปียร์แคระ, เอกชา ตนานนท์ชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาผลของการเติมสารอีดีทีเอต่อการสะสมแคดเมียมในหญ้าเนเปียร์แคระ โดยทำการศึกษาหาระดับความเข้มข้นของแคดเมียมและสารอีดีทีเอ ที่ระดับความเข้มข้น 20, 40, 60, 80, และ 100 มิลลิกรัมต่อลิตร และอัตราส่วนโมลระหว่างแคดเมียมและสารอีดีทีเอ ในอัตาส่วน 1:0.5, 1:1, และ 1:2 โมล ที่มีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ดี มีการแสดงความเป็นพิษต่ำ และมีการสะสมแคดเมียมได้ในปริมาณมาก ทำการเก็บตัวอย่างทุกๆ 15 วัน เป็นระยะเวลา 45 วัน จากการศึกษาพบว่า แคดเมียมที่ระดับความเข้มข้น 40 มิลลิกรัมต่อลิตร และอัตราส่วนโมลระหว่างแคดเมียมและสารอีดีทีเอที่ 1:2 โมลมีความเหมาะสมสูงสุดกล่าวคือ พืชทดลองสามารถเจริญเติบโตได้ดี มีการแสดงความเป็นพิษต่ำ และมีการดูดดึงแคดเมียมได้ในปริมาณมาก สำหรับการศึกษากลไลการสะสมแคดเมียมในพืช จากการทดลองเปรียบเทียบชุดการทดลองที่มีการเติมแคดเมียม 40 มิลลิกรัมต่อลิตร และชุดการทดลองที่มีการเติมแคดเมียม 40 มิลลิกรัมต่อลิตรร่วมกับสารอีดีทีเอในอัตราส่วน 1:2 โมล และทำการเก็บตัวอย่างทุกๆ 7 วัน เป็นเวลา 105 วัน จากการวิเคราะห์หาปริมาณการสะสมแคดเมียมในพืช พบว่า เมื่อสิ้นสุดการทดลองหญ้าเนเปียร์แคระมีการสะสมแคดเมียมสูงสุดเท่ากับ 1,016.29 มิลลิกรัม โดยสะสมที่ส่วนใต้น้ำ (ราก) และส่วนเหนือน้ำ (ลำต้นและใบ) เท่ากับ 683.70 และ 333.69 มิลลิกรัมต่อต้น ตามลำดับ จากนั้นนำพืชที่มีการสะสมแคดเมียมสูงที่สุด อีกส่วนที่เตรียมไว้ มาทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ด้วยเครื่องเลเซอร์อะบเลชั่นอินดักทีฟลีคอบเพิลพลาสมาร์แมสสเปกโทรเมทรี (LA-ICP-MS) และลำแสงซินโครตรอนเทคนิคไมโครเอ็กเลย์ฟลูออเรสเซนซ์ (SR-XRF) พบว่า หญ้าเนเปียร์แคระมีการสะสมแคดเมียมสูงบริเวณเนื้อเยื่อชั้นนอก และท่อลำเลียงอาหาร ทั้งนี้การเติมสารอีดีทีเอ ส่งผลให้มีการดูดดึงแคดเมียมและเคลื่อนที่ไปสะสมในเนื้อเยื่อชั้นในเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่า แคดเมียมมีการสะสมบริเวณส่วนใต้น้ำของหญ้าเนเปียร์แคระเป็นส่วนมาก โดยผลการทดลองที่ได้มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงปริมาณที่วิเคราะห์ด้วยเครื่องอะตอมมิคแอบซอฟชั่นสเปกโตรมิเตอร์ (AAS) จึงสามารถระบุได้ว่า มีการสะสมแคดเมียมบริเวณส่วนใต้น้ำของหญ้าเนเปียร์แคระสูงสุด โดยเฉพาะชุดการทดลองที่มีการเติมสารอีดีทีเอ นอกจากนี้มีการศึกษาปัจจัยของสารอีดีทีเอ ต่อการเปลี่ยนฟอร์มของแคดเมียมในพืชร่วมด้วย โดยการใช้ลำแสงซินโครตรอน เทคนิคเอ็กเลย์แอบซอร์บชั่นสเปคโตรสโกปี (SR-XAS) ผลการศึกษาพบว่า เติมสารอีดีทีเอไม่ได้ทำให้แคดเมียมเปลี่ยนฟอร์มแต่อย่างใด จึงสามารถสรุปได้ว่าสารอีดีทีเอมีความเหมาะสมในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดดึงแคดเมียมในหญ้าเนเปียร์แคระได้ดีที่สุด


การปรับปรุงการแยกฉากหลังบนพื้นหลังสีเขียวไม่สม่ำเสมอแบบทันที, วรายุ จริยาวัฒนรัตน์ Jan 2018

การปรับปรุงการแยกฉากหลังบนพื้นหลังสีเขียวไม่สม่ำเสมอแบบทันที, วรายุ จริยาวัฒนรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์หลักของงานวิจัยนี้คือปรับปรุงการแยกฉากหลังบนพื้นหลังสีเขียวที่ไม่สม่ำเสมอแบบทันที ในวิธีการพื้นฐาน แต่ละพิกเซลจะถูกคำนวณว่าเป็นฉากหลังโดยใช้ค่าขีดจำกัดเดียวกันทั้งภาพเพียง 2 ค่า แต่ในความเป็นจริง วิธีการนี้มีปัญหาในหลาย ๆ กรณี เช่น พื้นหลังไม่ได้เป็นสีเดียวกันทั้งหมด หรือมีเงาของนักแสดงทอดลงไปที่พื้นหลัง เป็นต้น ดังนั้นการใช้ค่าขีดจำกัดเดียวกันหมดทั้งภาพจึงไม่เหมาะสมสำหรับกรณีดังกล่าว งานวิจัยนี้จึงใช้การประมาณความหนาแน่นเคอร์เนลมาช่วยในการหาค่าขีดจำกัดของแต่ละพิกเซลในภาพ เพื่อให้ทุก ๆ พิกเซลในภาพมีขีดจำกัดที่เหมาะสม และยังมีความเร็วในการประมวลผลที่สามารถออกอากาศสดได้ที่ 60 เฟรมต่อวินาที สำหรับความละเอียดระดับ Full HD


Finite Integration Method Using Chebyshev Polynomials For Solving Time-Dependent Linear Partial Differential Equations And Linear Fractional Order Differential Equations, Arnont Saengsiritongchai Jan 2018

Finite Integration Method Using Chebyshev Polynomials For Solving Time-Dependent Linear Partial Differential Equations And Linear Fractional Order Differential Equations, Arnont Saengsiritongchai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this thesis, we devise numerical algorithms base on the finite integration method (FIM) using Chebyshev polynomial to find numerical solutions of time-dependent linear partial differential equations and linear fractional order differential equations. The results show that for time-dependent linear partial differential equations, our algorithm gives a lot better accuracy than the traditional FIMs. Several examples illustrate that our algorithm for linear fractional order differential equations gives good approximate solution as well.


Fabrication Of Superhydrophobic Gold Film On Polymer Substrates, Siriwan Boonmeewiriya Jan 2018

Fabrication Of Superhydrophobic Gold Film On Polymer Substrates, Siriwan Boonmeewiriya

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Superhydrophobic surface was fabricated by a reduction reaction between chloroauric acid (HAuCl4) and sodium formate (HCOONa) on polydimethylsiloxane (PDMS) substrate without any further surface modification. This generated gold films with superhydrophobic properties examined by water contact angle (WCA) and contact angle hysteresis measurement. Wettability of the fabricated gold film on PDMS substrate can be controlled by the deposition time which provides the WCA > 160o and it could be up to 164.41o with a contact angle hysteresis of 1.93o when the deposition time was prolonged at least 2 hours. To propose the deposition mechanism, the morphological structure and chemical characters of …


ระบบนำทางหุ่นยนต์ด้วยหลายตัวนำทางย่อยและหลายแผนที่ย่อย, สุขุม สัตตรัตนามัย Jan 2018

ระบบนำทางหุ่นยนต์ด้วยหลายตัวนำทางย่อยและหลายแผนที่ย่อย, สุขุม สัตตรัตนามัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การใช้งานหุ่นยนต์อัตโนมัติในเขตเมืองที่มีความหลากหลายของลักษณะพื้นที่สูงเป็นงานท้าทายที่ต้องการโปรแกรมนำทางและรูปแบบแผนที่ที่แตกต่างกันในแต่ละบริเวณ การปฏิบัติงานของหุ่นยนต์ในโลกจริงต้องเจอกับสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เช่น ฝนตกหรือความคับคั่งของบริเวณที่ต้องนำทาง ส่งผลให้ต้องปรับแผนเส้นทาง ในงานวิจัยนี้นำเสนอระบบนำทางหุ่นยนต์ในโลกจริงซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ของการสลับการทำงานระหว่างโปรแกรมนำทางหลายตัวอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถจัดการกับพฤติกรรมของหุ่นยนต์และสภาพแวดล้อมที่ท้าทายได้ ระบบที่นำเสนอในงานวิจัยนี้เป็นผลลัพธ์ของการติดตั้งหุ่นยนต์จริงในระบบซึ่งมีผู้ใช้งานและสภาพแวดล้อมจริง


Knowing When Not To Answer: Positional Peptide Sequencing With Encoder-Decoder Networks, Korrawe Karunratanakul Jan 2018

Knowing When Not To Answer: Positional Peptide Sequencing With Encoder-Decoder Networks, Korrawe Karunratanakul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การถอดรหัสเปปไทด์นั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการศึกษาโปรตีน โดยทั่วไปแล้วการวิเคราะห์ข้อมูล mass spectrum นั้นจะศึกษาเพียงสายของกรดอะมิโนที่ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลเท่านั้น ทำให้การค้นหาสายเปปไทด์แบบใหม่ที่อาจเกิดจากการกลายพันธุ์นั้นทำได้ยาก วิถีการถอดรหัสด้วยดีโนโวแก้ไขข้อจำกัดนี้ด้วยการถอดรหัสสายเปปไทด์โดยตรงจากข้อมูล mass spectrum โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการแตกตัวของไอออน ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ฐานข้อมูลโปรตีนช่วย อย่างไรก็ดี วิธีดังกล่าวยังมีข้อจำกัดด้านความแม่นยำและต้องการการตรวจทานโดยผู้เชี่ยวชาญ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้นำเสนอวิธีการถอดรหัสเปปไทด์ด้วยวิธีการดีโนโวแบบใหม่ชื่อ SMSNet โดยใช้โมเดล deep learning เข้าช่วย โดยยังสามารถทำนายกรดอะมิโนได้อย่างครอบคลุมในระดับความแม่นยำของกรดอะมิโนที่ 95% งานฉบับนี้เสนอขั้นตอน ถอดรหัส ตัดออก และสืบค้น เพื่อตัดผลทำนายในตำแหน่งที่มีความกำกวมออกและใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลโปรตีนช่วยเพื่อให้ทำนายสายเปปไทด์ได้ถูกต้องทั้งเส้น นอกจากนี้ งานนี้ได้นำเสนอการใช้ rescorer ในการแก้ไขคะแนนความมั่นใจสำหรับผลทำนายในแต่ละตำแหน่ง ซึ่งส่งผลให้สามารถแยกกลุ่มคะแนนความมั่นใจสำหรับคำตอบที่ถูกต้องและคำตอบที่ผิดได้ดียิ่งขึ้น เมื่อประกอบทุกขั้นตอนวิธีในงานวิจัยฉบับนี้เข้าด้วยกันพบว่า SMSNet สามารถทำนายสายเปปไทด์ได้ในประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับการทำนายด้วยฐานข้อมูลในการทดลองจริง


Determination Of Sugar In Non-Alcoholic Beverages Using Near Infrared Spectroscopy Combined With Chemometrics, Sureerat Makmuang Jan 2018

Determination Of Sugar In Non-Alcoholic Beverages Using Near Infrared Spectroscopy Combined With Chemometrics, Sureerat Makmuang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The measurement of Near infrared (NIR) spectroscopy, combined with chemometric techniques, has been widely employed for quality control in food products. This study presents a methodology to optimize the calibration models, called "universal model" of NIR spectra of primary condition (glucose solutions) and maintain the accurate prediction of secondary conditions. For instance, the models were designed for determination of glucose concentration in non-alcoholic drinks. Three stages of methodology including pre-processing, feature selection and main component extraction were applied to spectral data in order to obtain the universal calibration model. The simulated NIR spectra with different noise levels were used to …


Preparation Of Polyurethane And Polyisocyanurate Foams Catalyzed By Metal Acetate-Ammonia Complexes, Benjatham Sukkaneewat Jan 2018

Preparation Of Polyurethane And Polyisocyanurate Foams Catalyzed By Metal Acetate-Ammonia Complexes, Benjatham Sukkaneewat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Metal acetate-ammonia complex solutions, namely Cu(Amm) and Zn(Amm), were synthesized and characterized by UV-visible spectroscopy and MALDI-TOF mass spectrometry. Cu(Amm) and Zn(Amm) were used as homogeneous catalysts for accelerating gelling (urethane formation) and blowing reactions (CO2 generation) of rigid polyurethane (RPUR) and polyisocyanurate (PIR) foams. Potassium octoate solution in diethylene glycol, which was used as a trimerization catalyst, was mixed with Cu(Amm) or Zn(Amm) to give a catalyst mixture which can catalyze gelling, blowing and trimerization reactions for the preparation of PIR foams. The catalytic activity of Cu(Amm) and Zn(Amm) in gelling and blowing reactions was compared to that of …


Pdms-Silver Nanocomposite For Bendable And Stretchable Conductive Stripes, Porapak Suriya Jan 2018

Pdms-Silver Nanocomposite For Bendable And Stretchable Conductive Stripes, Porapak Suriya

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this research, a simple and low-cost protocol for fabricating PDMS-silver composite as flexible conductive polymer is presented. Rod-shaped silver acetate (RS-AcOAg) was synthesized and fabricated into a solvent-cast RS-AcOAg film. The film was thermally decomposed into porous silver structures at 300ºC. The thermal decomposition of RS-AcOAg film induced the formation of silver microparticles (AgNPs) on the surface of RS-AcOAg with the expense of RS-AcOAg rod. AgNPs sintered into bigger particles and turned RS-AcOAg film into porous silver film consisting of interconnected quasi-sphere silver microparticles (AgMPs). The sintered structures transformed porous silver into rigid structures and affected the electrical resistivity …


ไฮโดรจิเนชันของคาร์บอนไดออกไซด์เป็นโอเลฟินส์เบาบนตัวเร่งปฏิกิริยาเส้นใย Co-Fe/Cnt-Sio2, กนกกร พงษ์ภมร Jan 2018

ไฮโดรจิเนชันของคาร์บอนไดออกไซด์เป็นโอเลฟินส์เบาบนตัวเร่งปฏิกิริยาเส้นใย Co-Fe/Cnt-Sio2, กนกกร พงษ์ภมร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงทำให้เกิดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์นั้นเป็นสาเหตุหลักของการเกิดปรากฎการณ์เรือนกระจก (Greenhouse effect) และส่งผลกระทบมากมายต่อโลกงานวิจัยนี้จึงมีจุดประสงค์ในการศึกษาการเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนชนิดโอเลฟินส์บนตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะคู่โคบอลต์และเหล็ก (Bimetallic Co-Fe) โดยใช้คาร์บอนนาโนทิวบ์ซิลิกาไฟเบอร์ (CNT-SiO2 fiber) เป็นตัวรองรับในการทำปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจน (H2) ของคาร์บอนไดออกไซด์แทนการใช้คาร์บอนมอนอกไซด์ (10CoFe/CNT-SiO2 fiber) โดยการเตรียมตัวเร่งปฏิกิริยาบนตัวรองรับคาร์บอนนาโนทิวบ์ซิลิกาไฟเบอร์ที่มีการปรับปรุงพื้นผิวของตัวรองรับจะให้ประสิทธิภาพที่ดีในการทำปฏิกิริยาไฮโดรจิเนชันของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะคู่ที่มีการเติมตัวสนับสนุนโพแทสเซียม (10CoFe-K/CNT-SiO2 fiber) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตโอเลฟินส์และสารประกอบไฮโดรคาร์บอนสายโซ่ยาวซึ่งคือการสร้างพันธะของคาร์บอนนั่นเอง และจากการศึกษาภาวะที่เหมาะสมในการทำปฏิกิริยาไฮโดรจิเนชันของคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตโอเลฟินส์คือ ที่อุณหภูมิ 350 องศาเซลเซียส ความดัน 25 บาร์ และค่าอัตราส่วนของน้ำหนักตัวเร่งปฏิกิริยาต่ออัตราเร็วของสารป้อน (W/F) เท่ากับ 10 กรัม(ตัวเร่งปฏิกิริยา)•ชั่วโมง/โมล โดยการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา 10CoFe-10K/CNT-SiO2 fiber สามารถให้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นโอเลฟินส์ได้สูงสุดและยังช่วยยับยั้งในการเกิดมีเทน ซึ่งจะให้ค่าร้อยละการเปลี่ยนแปลงของคาร์บอนไดออกไซด์เท่ากับ 40.90 ค่าร้อยละการเลือกเกิดของผลิตภัณฑ์ที่เป็นโอเลฟินส์เท่ากับ 8.79 และค่าร้อยละการเลือกเกิดของผลิตภัณฑ์ที่เป็นมีเทนเท่ากับ 58.96 และทำการศึกษาคุณลักษณะของตัวเร่งปฏิกิริยาต่างๆ


ไพโรไลซิสของน้ำมันปาล์มจากทะลายปาล์มเปล่าโดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาเถ้าลอยถ่านหิน, กัณทิมา นิยะกิจ Jan 2018

ไพโรไลซิสของน้ำมันปาล์มจากทะลายปาล์มเปล่าโดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาเถ้าลอยถ่านหิน, กัณทิมา นิยะกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาไพโรไลซิสของน้ำมันปาล์มจากทะลายปาล์มเปล่าโดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาเถ้าถ่านหิน (CFA) โดยปฏิกิริยาจะถูกดำเนินการในเครื่องปฏิกรณ์แบบแบตช์ขนาด 70 มิลลิลิตร และเถ้าลอยถ่านหินถูกแคลไซน์ที่อุณหภูมิ 600 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 5 ชั่วโมง การออกแบบการทดลองเชิงแฟคทอเรียลสองระดับประกอบด้วย 4 ปัจจัย ได้แก่ อุณหภูมิในการทำปฏิกิริยา 420-450 องศาเซลเซียส เวลาในการทำปฏิกิริยา 30-60 นาที ปริมาณตัวเร่งปฏิกิริยาร้อยละ 1-5 (โดยน้ำหนักของน้ำมัน) และความดันไฮโดรเจน 1-5 บาร์ ถูกนำมาใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ค่าการตอบสนองที่ทำการวิเคราะห์คือร้อยละผลได้ของผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงเหลวและร้อยละผลได้ของดีเซลในผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงเหลว มีการวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อหาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อค่าการตอบสนองและเพื่อหาภาวะที่เหมาะสม องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงเหลวที่ได้วิเคราะห์โดยใช้เครื่องแก๊สโครมาโทกราฟีจำลองการกลั่นและเครื่องแก๊สโครมาโทกราฟีแมสสเปกโตรมิเตอร์ตามลำดับ ภาวะที่เหมาะสมที่ได้จากโปรแกรม Design-Expert คืออุณหภูมิในการทำปฏิกิริยา 420 องศาเซลเซียส เวลาในการทำปฏิกิริยา 30 นาที ปริมาณตัวเร่งปฏิกิริยาร้อยละ 1 โดยน้ำหนัก และความดันไฮโดรเจน 1 บาร์ ซึ่งได้ผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงเหลวสูงสุดร้อยละ 87.98 โดยน้ำหนัก และสัดส่วนดีเซลในผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงเหลวสูงสุดร้อยละ 42.19 โดยน้ำหนัก จากการวิเคราะห์ทางเคมีฟิสิกส์ผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงเหลวที่ได้มีค่าความร้อน 40.18 เมกะจูลต่อกิโลกรัม ใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซล และค่าความเป็นกรด 0.20 มิลลิกรัมโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ต่อกรัม ซึ่งมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของน้ำมันดีเซล เมื่อนำไปผ่านกระบวนการกลั่นแยกและทำให้บริสุทธิ์จะสามารถนำไปใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลได้


แบบจำลองพลวัตและระบบการควบคุมการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ในฟลูอิไดซ์เบดโดยใช้พลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ, ชนนิกานต์ ถิระพาณิชยกุล Jan 2018

แบบจำลองพลวัตและระบบการควบคุมการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ในฟลูอิไดซ์เบดโดยใช้พลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ, ชนนิกานต์ ถิระพาณิชยกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เนื่องจากจำนวนประชากรโลกเพิ่มขึ้นและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทำให้มีความต้องการพลังงานมากขึ้น ส่งผลให้ต้องผลิตพลังงานมากขึ้นโดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้า นำมาซึ่งการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมากสู่บรรยากาศเนื่องจากเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้ายังเป็นเชื้อเพลิงฐานคาร์บอน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นปัจจัยหลักต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในงานวิจัยนี้ทำการพัฒนาแบบจำลองพลวัตสำหรับกระบวนการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์หลังกระบวนการเผาไหม้ด้วยตัวดูดซับของแข็งโซเดียมคาร์บอเนต (Na2CO3) ในไรเซอร์ของฟลูอิไดซ์เบดแบบหมุนเวียนโดยใช้โปรแกรมจำลองพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณสำเร็จรูป ANSYS FLUENT จากนั้น ทำการปรับตัวแปรดำเนินการ ได้แก่ ความเร็วของแก๊สเผาไหม้ องค์ประกอบของแก๊สเผาไหม้ที่ป้อนเข้า อุณหภูมิของแก๊สเผาไหม้ที่ป้อนเข้า และอัตราการป้อนตัวดูดซับของแข็ง ประเมินผลกระทบต่อสัดส่วนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่บริเวณทางออก ด้วยเหตุนี้ระบบควบคุมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการปรับปรุงกระบวนการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ โดยในงานวิจัยนี้กำหนดให้ตัวแปรควบคุม คือ สัดส่วนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่บริเวณทางออก และตัวแปรปรับค่าได้ คือ อัตราการป้อนตัวดูดซับของแข็ง ในขณะที่ตัวแปรรบกวน คือ ความเร็วของแก๊สเผาไหม้ สัดส่วนของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในแก๊สเผาไหม้ที่ป้อนเข้า สัดส่วนของไอน้ำในแก๊สเผาไหม้ที่ป้อนเข้า และอุณหภูมิของแก๊สเผาไหม้ที่ป้อนเข้า ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรดำเนินการต่างๆ และสัดส่วนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่บริเวณทางออกถูกวิเคราะห์ และสร้างระบบควบคุมด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป MATLAB จากนั้นจึงนำระบบควบคุมพีไอดีมาใช้ในแบบจำลองพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณด้วยการเขียนภาษาคอมพิวเตอร์ในระบบไฟล์ประยุกต์ใช้ระบบไฟล์โลคัล (UDF) และทดสอบสมรรถนะของระบบควบคุมเมื่อตัวแปรรบกวนเปลี่ยนแปลง


ไฮโดรดีออกซิจิเนชันของน้ำมันปาล์มเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพไฮโดรคาร์บอนบนตัวเร่งปฏิกิริยา Ni-Mo แบบไม่มีตัวรองรับ, ทิฆัมพร บุริมสิทธิกุล Jan 2018

ไฮโดรดีออกซิจิเนชันของน้ำมันปาล์มเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพไฮโดรคาร์บอนบนตัวเร่งปฏิกิริยา Ni-Mo แบบไม่มีตัวรองรับ, ทิฆัมพร บุริมสิทธิกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการผลิตน้ำมันดีเซลชีวภาพสังเคราะห์ (bio-hydrogenated diesel, BHD) ซึ่งเป็นน้ำมันดีเซลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่กำลังได้รับความสนใจเป็นเชื้อเพลิงหมุนเวียนสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล BHD เป็นน้ำมันไบโอดีเซลรุ่นที่ 2 ที่สามารถผลิตจากการนำน้ำมันพืชทำปฏิกิริยาไฮโดรทรีทเมนต์ ในงานวิจัยนี้ศึกษาปฏิกิริยาไฮโดรดีออกซิจิเนชัน (hydrodeoxygenation, HDO) ของน้ำมันปาล์มบนตัวเร่งปฏิกิริยานิกเกิลโมลิบดินัมซัลไฟด์ (NiMoS2) แบบไม่มีตัวรองรับที่มีอัตราส่วนอะตอมของ Ni/(Ni+Mo) ที่ 0.2 ที่เตรียมด้วยวิธีไฮโดรเทอร์มัล ศึกษาผลของตัวแปรดำเนินการ เช่น เวลา อุณหภูมิ และความเข้มข้นของสารตั้งต้นที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของน้ำมันปาล์มและการกระจายผลิตภัณฑ์ พบว่า การเพิ่มเวลาและอุณหภูมิส่งผลให้ปฏิกิริยาดำเนินผ่านเส้นทางดีคาร์บอกซิเลชันและดีคาร์บอนิเลชัน ภายใต้ภาวะที่เหมาะสม (อุณหภูมิ 300 องศาเซลเซียส เวลา 3 ชั่วโมง และความดันไฮโดรเจนเริ่มต้น 30 บาร์) ผลได้ของผลิตภัณฑ์นอร์มัลแอลเคน C15-C18 โดยมีร้อยละผลได้ร้อยละ 81.4 โดยมวล โดยมีร้อยละการเลือกเกิดของ C15-C18 คือ ร้อยละ 23.6, 18.0, 32.0 และ 25.6 โดยมวลตามลำดับ จากการวิเคราะห์ด้วยแก๊สโครมาโทกราฟแมสสเปกโทรสโกปี พบผลิตภัณฑ์ข้างเคียงคือ แอลคีน แอลกอฮอล์ และเอสเทอร์ จากการวิเคราะห์ลักษณะสมบัติของตัวเร่งปฏิกิริยาด้วยเทคนิคต่างๆ พบว่าตัวเร่งปฏิกิริยามีลักษณะเป็นชั้น มีจำนวนขอบและมุมที่มาก และมุมของนิกเกิลที่ยื่นออกมา ส่งผลให้เกิดการเร่งปฏิกิริยาที่ดี นอกจากนั้นตัวเร่งปฏิกิริยาสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำในไฮโดรดีออกซิจิเนชันของน้ำมันปาล์มได้อย่างน้อย 4 รอบ โดยยังมีสมรรถนะที่ดี


เส้นโค้งสมดุลของการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยโพแทสเซียมคาร์บอเนตในฟลูอิไดซ์เบด, นิธิวดี อินทร์มณี Jan 2018

เส้นโค้งสมดุลของการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยโพแทสเซียมคาร์บอเนตในฟลูอิไดซ์เบด, นิธิวดี อินทร์มณี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันปัญหาภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบโดยตรงต่อโลกในหลายๆ ด้าน เช่น อุณหภูมิบรรยากาศที่สูงขึ้น ปัญหาพายุ และปัญหาภัยแล้ง โดยสาเหตุหลักมาจากการปลดปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศในปริมาณมาก ดังนั้น การดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ก่อนปลดปล่อยสู่บรรยากาศจึงมีความสำคัญ สำหรับการออกแบบและการจำลองกระบวนการแยกสาร ข้อมูลสมดุลการดูดซับและจลนศาสตร์การดูดซับถือเป็นข้อมูลพื้นฐานที่มีความสำคัญและจำเป็น ในการพัฒนาและหาแบบจำลองที่บ่งบอกธรรมชาติของการดูดซับนั้นๆ ในงานวิจัยนี้ทำการศึกษาสมดุลการดูดซับและจลนศาสตร์การดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของตัวดูดซับโพแทสเซียมคาร์บอเนตบนตัวรองรับแกมม่าอลูมินา โดยทำการทดลองที่อุณหภูมิ 45, 60 ,75 และ 90 องศาเซลเซียส ความดันช่วง 0-1 บาร์ ข้อมูลที่ได้จะนำมาสร้างความสัมพันธ์กับแบบจำลอง จากผลการทดลอง พบว่า แบบจำลองของซิปส์เป็นแบบจำลองที่เหมาะสมที่สุดในการอธิบายสมดุลการดูดซับ การดูดซับเกิดขึ้นบนตัวดูดซับที่มีความไม่เป็นเนื้อเดียวกัน เนื่องจากการปรับปรุงตัวดูดซับด้วยการอิมเพรกบนตัวรองรับแกมม่าอลูมินา และแบบจำลองของอาฟรามี เป็นแบบจำลองที่เหมาะสมในการอธิบายจลนศาสตร์การดูดซับที่สุด บ่งบอกว่ากระบวนการดูดซับมีความซับซ้อน กล่าวคือเกิดการดูดซับเชิงกายภาพร่วมกับการดูดซับเชิงเคมี และมีกลไกการเกิดปฏิกิริยามากกว่าหนึ่งกลไก นอกจากนี้ยัง พบว่า ภาวะที่ดีที่สุดในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์คือที่ ความดัน 1 บาร์ อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส


Physical Properties Of Propylene/Propane Mixtures In Zeolitic Imidazolate Frameworks By Dftb And Molecular Dynamics Simulation, Benjawan Kaewruksa Jan 2018

Physical Properties Of Propylene/Propane Mixtures In Zeolitic Imidazolate Frameworks By Dftb And Molecular Dynamics Simulation, Benjawan Kaewruksa

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Zeolitic imidazolate frameworks (ZIFs) are fascinating porous materials which were widely utilized for gas adsorptions, separation and storage due to its high thermal and chemical stability. In this work, adsorptions of propane and propylene in ZIF−8 and ZIF−67 pores were studied under the periodic boundary condition based on the SCC−DFTB method. Six and eleven adsorption configurations of propane and propylene molecules can be observed in the ZIF−8 pore, whereas only four adsorption configurations in the ZIF−67 pore were found. Based on the most stable configurations, the adsorption energies of propane both ZIF−8 pore and ZIF−67 pore are lower than propylene. …


Fluorescent Probes For Detection Of Aldehyde Compounds, Piyanan Pranee Jan 2018

Fluorescent Probes For Detection Of Aldehyde Compounds, Piyanan Pranee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Long-chain aldehyde compounds such as hexanal, heptanal, octanal and nonanal are regarded as potential biomarkers of many lung cancer disease and served as the important quality indicators of fat and oil products. As advantage of the hydrophobic tails of hydrocarbon chain and hydrophilic head of aldehyde, we expected that long-chained aldehydes might act as the induced-fit surfactants to form the completely self-assembling organized nanomicelle. In this research, the nanomicellar probes for specific long-chain aldehyde compounds have been achieved in the challenge concept such that among aldehydes especially long-chain aldehyde compounds, would react with Naph-NH2 to form complete micelle-like particles via …


Styryl-Bodipy Fluorescent Sensors For Reactive Oxygen Species Detection In Cells, Suthikorn Jantra Jan 2018

Styryl-Bodipy Fluorescent Sensors For Reactive Oxygen Species Detection In Cells, Suthikorn Jantra

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Fluorescent probes are great tools for visualization and imaging of reactive oxygen species (ROS) in living cells. Although several probes perform well with green emission, however, to maximize light penetration for tissue imaging and minimize interference from auto-fluorescence, a probe with longer wavelength is desirable. In this study, three new boron dipyrromethene (BODIPY)-based fluorescent probes SB1, SB2 and SB4 have been developed for detection of ROS. Each probe has two styryl groups anchored to the BODIPY pyrrole rings to extend the emission wavelength into the red region (634–662 nm). Among them, we found that SB2 containing electron-rich p-hydroxyl styryl groups …


Oxidized Carbon Particles From Styrene, Titiporn Sansureerungsikul Jan 2018

Oxidized Carbon Particles From Styrene, Titiporn Sansureerungsikul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

It has been reported the spherical shape of oxidized carbon nanoparticulates shows higher ability to penetrate phospholipid bilayer membrane than tubular and sheet shapes. However, the effect of the particle size on this membrane penetration ability have never been investigated. In this work, we synthesized various sizes of oxidized carbon spheres through a four steps process. Firstly, we adjusted the surfactants and styrene concentrations to prepare polystyrene of various sizes. Then, the polystyrene particles of selected sizes were hypercrosslinked via Frieldel-Craft alkylation reaction. After that, hypercrosslinked polystyreneparticles were pyrolyzed under N2 atmosphere to obtain carbon nanospheres of various sizes. The …


Decolorization Of Reactive Black 5 Using Soil Bacterial Consortium Under A Combined Dynamic And Static Condition, Dita Puspita Sari Jan 2018

Decolorization Of Reactive Black 5 Using Soil Bacterial Consortium Under A Combined Dynamic And Static Condition, Dita Puspita Sari

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Decolorization of Reactive Black 5 (RB-5) dye by isolated soil bacterial consortium had been conducted in this research. This study aims to determine the effect of operating conditions and kinetics of RB-5 decolorization by single strains and the consortium. Bacterial strains capable of RB-5 decolorization were isolated and identified as Micrococcus sp., Janibacter sp. and Rhodococcus sp. The RB-5 synthetic wastewater was used in the experiments with five days of incubation time. The studied conditions include combinations of shaking (dynamic) and static period of incubation, bacterial concentration, initial pH, temperature, and initial dye concentration. The results showed that the combined …


Application Of Reduced Graphene Oxide/ Natural Rubber Composite For Petroleum Removal In Sea Water, Siripak Songsaeng Jan 2018

Application Of Reduced Graphene Oxide/ Natural Rubber Composite For Petroleum Removal In Sea Water, Siripak Songsaeng

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this study, the natural rubber (NR) composite foam was prepared to enhance oil adsorption performance of NR foam. The reduced graphene oxide (rGO) was synthesized from graphite waste by oxidation and reduction processes. In the oxidation step, different oxidation conditions (thermal-sonication and stirring-sonication) were studied in order to achieve the highest interlayer spacing in graphite structure. Then, the reduction was carried out using L-ascorbic acid (L-AA) as a reducing agent. Furthermore, morphology and surface properties of the synthesized rGO were investigated. To prepare the NR composite foams, NR latex was mixed with various contents of rGO (0.25, 0.5, 1.0 …


Preceding-Jump Simplex Method, Natdanai Kafakthong Jan 2018

Preceding-Jump Simplex Method, Natdanai Kafakthong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

A practical linear programming solver uses the simplex method to identify the optimal solution by iteratively searching among adjacent feasible vertices. It may visit numerous vertices before finding the optimal one for a large linear programming problem taking a long time to succeed. This research proposes a heuristic method to alleviate this issue by jumping to a new vertex close to the optimal one before performing the simplex method. The new vertex is identified by first jumping from the initial vertex along the gradient vector of the objective function or alternative direction if the objective direction points out of the …