Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Medicine and Health Sciences Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

1998

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 451 - 480 of 1486

Full-Text Articles in Medicine and Health Sciences

1998 Commencement For College Of Health Professions May 1998

1998 Commencement For College Of Health Professions

Jefferson College of Nursing Commencements

No abstract provided.


Ua66/4/2 Ceremony Of Capping & Pinning, Wku Dental Hygiene May 1998

Ua66/4/2 Ceremony Of Capping & Pinning, Wku Dental Hygiene

WKU Administration Documents

Program from capping & pinning ceremony.


Are We Asking The Right Questions? An Evaluation Of Client Reportability To Medical Providers Concerning Concurrent Use Of Alternative Therapies, Nektarios Butterfield May 1998

Are We Asking The Right Questions? An Evaluation Of Client Reportability To Medical Providers Concerning Concurrent Use Of Alternative Therapies, Nektarios Butterfield

Master's Projects

The use of alternative therapies in the United States is becoming more and more prevalent. One out of three Americans use alternative therapies and the failure to report the use of alternative therapies could affect the client's health. The purpose of this study was to explore the extent to which clients use and report their use of alternative therapies to their medical care provider, as well as identifying barriers to reporting. A sample (N= 50) was selected randomly from a phone book. Of those 34 (68%) who used alternative therapies, 64% (n=32) reported use of alternative therapies while receiving medical …


What's Happening: May 13, 1998, Maine Medical Center May 1998

What's Happening: May 13, 1998, Maine Medical Center

What's Happening

No abstract provided.


1998 - The Third Annual Symposium Of Student Scholars May 1998

1998 - The Third Annual Symposium Of Student Scholars

Symposium of Student Scholars Program Books

The full program book from the Third Annual Symposium of Student Scholars, held on May 8th, 1998. Includes abstracts from the presentation and posters.


The Relationship Between Family Functioning And Pregnancy Among Teens, Karen Tucker May 1998

The Relationship Between Family Functioning And Pregnancy Among Teens, Karen Tucker

Electronic Dissertations and Theses

Little is known about what makes teens experiment with sex earlier and earlier in their lives. These young girls are faced with the burden and responsibility of parenthood at a time in their lives when they are coping poorly with their own developmental tasks. The teen's perception of family functioning may have a direct impact upon adolescent risk for pregnancy. This study investigated the relationship between family functioning and pregnancy among 13- to 19-year-olds using the Family Apgar Questionnaire. Although no significant difference between perception of family functioning and incidence of pregnancy was found, this study did conclude that age …


Knowledge, Attitudes And Behavior Of African American Undergraduate College Students Concerning Primary Preventative Health, Lionas Mayes May 1998

Knowledge, Attitudes And Behavior Of African American Undergraduate College Students Concerning Primary Preventative Health, Lionas Mayes

McCabe Thesis Collection

African Americans' knowledge about primary preventive health and their attitudes toward primary preventive health influence their health behavior. Primary preventive health behavior is also affected by the individuals' definition of health and the significance they ascribe to their health status. Attitudes toward primary preventive health determine whether health assessment is important in preventing disease. African Americans have a myriad of views about health and general well being. The purpose of this study is to determine the relationship between primary preventive health knowledge, primary preventive health attitudes and primary preventive health behavior in African American undergraduate students. A survey will be …


Synapse, Alabama Health Libraries Association May 1998

Synapse, Alabama Health Libraries Association

Synapse - Newsletter of ALHeLa

This is the Spring, 1998 edition of the ALHeLa newsletter - Synapse.

Contents include:

  • President's Column
  • ALHeLA 1998 Annual meeting
  • Attention Students! (1998 Grant Information)
  • News from Alabama
  • University of South Alabama biomedical library
  • Alabama Health Libraries Association 1998 Executive Committee
  • Alabama Health Libraries Association Executive Committee Meeting


Current Literature, Catholic Physicians' Guild May 1998

Current Literature, Catholic Physicians' Guild

The Linacre Quarterly

Material appearing below is thought to be of particular interest to Linacre Quarterly readers because of its moral, religious, or philosophic content. The medical literature constitutes the primary, but not the sole source of such material. In general abstracts are intended to reflect the substance of the original article. Contributions and comments from readers are invited (E.G. Laforet, MD., 170 Middlesex Rd Chestnut Hill, MA 02167.)


Information Interface - Volume 23, Issue 3 - May/June 1998, George Washington University, Himmelfarb Health Sciences Library May 1998

Information Interface - Volume 23, Issue 3 - May/June 1998, George Washington University, Himmelfarb Health Sciences Library

Information Interface (1976 - 2009)

News and information about Himmelfarb Health Sciences Library of interest to users.


การเปรียบเทียบวิธีการสอน โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน กับการใช้ ภาพนิ่ง แผ่นใส และเอกสาร ประกอบการสอน, มรกต ตันติประวรรณ May 1998

การเปรียบเทียบวิธีการสอน โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน กับการใช้ ภาพนิ่ง แผ่นใส และเอกสาร ประกอบการสอน, มรกต ตันติประวรรณ

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนของนิสิตชั้นปีที่ 2 เรื่องชนิดและส่วนประกอบของฟันปลอม โดยการสอน 3 วิธีคือ 1. การสอนโดยใช้ภาพนิ่ง แผ่นใส และเอกสาร เป็นสื่อประกอบการสอน 2. การสอนโดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์เป็นสื่อประกอบการสอน 3. การเรียนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยตนเอง วัสดุและวิธีการ แบ่งนิสิตอาสาสมัคร ชั้นปีที่ 2 ปีการศึกษา 2539 จํานวน 69 คน ตามแต้มเฉลี่ยสะสม ออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 23 คน กลุ่มที่ 1 เรียนโดยใช้แผ่นใส ภาพนิ่ง และเอกสาร เป็นสื่อประกอบการสอน กลุ่มที่ 2 เรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นสื่อประกอบการสอน กลุ่มที่ 3 นิสิตเรียนด้วยตนเองโดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ทั้ง 3 กลุ่มใช้เวลาในการเรียน 30 นาที จากนั้นทําแบบทดสอบ 20 นาที ใช้ค่าสถิติการ วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (ANOVA) วิเคราะห์คะแนนสอบที่ระดับนัยสําคัญ p<0.05 กลุ่มที่ 2 และ 3 ทําแบบทดสอบเพื่อประเมินบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และทัศนคติที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนผล ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนสอบในกลุ่มที่ 1 2 และ 3 คือ 20.39 + 3.27 21.17 : 2.57 และ 20.91 + 3.42 ตามลําดับ ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติของคะแนนสอบระหว่างกลุ่ม (p = 0.6871) นิสิตร้อยละ 95 ของกลุ่มที่ 2 และ 3 พอใจการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และต้องการ ให้มีบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในหัวข้ออื่น ๆ เพิ่มขึ้น สรุป การเรียนการสอนในหัวข้อเรื่อง ชนิดและส่วนประกอบของฟันปลอม พบว่านิสิตชั้นปีที่ 2 ที่เรียนโดยมีบทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นสื่อประกอบการสอน ให้ผลคะแนนสอบไม่แตกต่างจากการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรียนด้วยตนเอง กับการใช้แผ่นใส ภาพนิ่ง และเอกสารเป็นสื่อประกอบการสอน นิสิตส่วนใหญ่สนใจและพอใจกับ วิธีการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน


การเปรียบเทียบความพึงพอใจของการรับรสระหว่างคนสูงอายุและคนหนุ่มสาว, ยุทธนา ปัญญางาม, พรศรี ปฏิมานุเกษม May 1998

การเปรียบเทียบความพึงพอใจของการรับรสระหว่างคนสูงอายุและคนหนุ่มสาว, ยุทธนา ปัญญางาม, พรศรี ปฏิมานุเกษม

Chulalongkorn University Dental Journal

การเปลี่ยนแปลงรูปร่าง และลดจํานวนเซลล์ของต่อมรับรสจะเกิดขึ้นเมื่อคนมีอายุมากขึ้นซึ่งมีผลเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของการรับรสอาหาร วัตถุประสงค์ และคนหนุ่มสาว การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความแตกต่างของความพึงพอใจในการรับรสระหว่างคนสูงอายุ วิธีการศึกษา การศึกษากระทําในกลุ่มตัวอย่างที่มีสุขภาพสมบูรณ์ 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่ม คนสูงอายุ จํานวน 41 คน และกลุ่มคนหนุ่มสาว จํานวน 40 คน เข้ารับการทดลองชิมสารละลายที่มีรสหวาน เค็ม และเปรี้ยว ที่ความเข้มข้น ต่าง ๆ กัน 5 ระดับ ด้วยวิธีจิบและบ้วน แล้วนําข้อมูลมาวิเคราะห์หาความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจรส ระหว่างกลุ่มคนสูงอายุและกลุ่มคนหนุ่มสาวด้วยการทดสอบ ที (t-test)ผลการทดลองและสรุป ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนสูงอายุ และกลุ่มคนหนุ่มสาวรู้สึกพึงพอใจรสหวาน เค็ม และเปรี้ยว เมื่อความเข้มข้นของสารละลายซูโครส โซเดียมคลอไรด์ และกรดซิตริก เป็น 10.0 0.16 และ 0.32 กรัม% และ 5.0 0.16 และ 0.008 กรัม% ตามลําดับ อย่างไรก็ตามความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจ ระหว่างกลุ่มตัวอย่างทั้งสองเป็นไปอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.05) เฉพาะรสหวานและรสเปรี้ยวเท่านั้น นอกจาก นี้ยังพบว่าความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจในรสต่าง ๆ ระหว่างชายและหญิงเป็นไปอย่างไม่มีนัยสําคัญ ทางสถิติเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสรุปได้ว่าการรับรสจะเปลี่ยนไปเมื่ออายุมากขึ้น แต่เพศไม่มีอิทธิพลต่อการรับรส


ความชุกของโรคฟันผุของเด็กอายุ 2-12 ปี ที่มารับการรักษาที่คณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2536 เปรียบเทียบกับปี 2513 - 2531, วัชราภรณ์ ทัศจันทร์, พรรณิภา ศรีวณิชย์, สุภัทรา ชมรูปสวย May 1998

ความชุกของโรคฟันผุของเด็กอายุ 2-12 ปี ที่มารับการรักษาที่คณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2536 เปรียบเทียบกับปี 2513 - 2531, วัชราภรณ์ ทัศจันทร์, พรรณิภา ศรีวณิชย์, สุภัทรา ชมรูปสวย

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด และความสัมพันธ์ระหว่างค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด ของฟันน้ํานม และฟันถาวร กับอายุและเพศของเด็กที่มารับการรักษาที่ภาควิชาทันตกรรมสําหรับเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2536 เปรียบเทียบกับการศึกษาใน ปี พ.ศ. 2513, 2518, 2523, 2528 และ 2531 วิธีการ บันทึกค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด ของเด็กอายุ 2-6 ปี และอายุ 7-12 ปี จํานวน 274 คนที่เข้ามารับการตรวจ ทางคลินิก และได้รับการถ่ายภาพรังสีชนิดไบท์วิ่ง ที่ภาควิชาทันตกรรมสําหรับเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2536 เป็นการศึกษาต่อเนื่องทุก 5 ปี ผลการศึกษาและสรุปผล ค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุดในปี พ.ศ. 2536 ของฟันน้ํานมมีค่า 6.44 ซี่ คน และ 14.53 ด้าน/คน ฟันถาวรมีค่า 2.69 คน และ 4.09 ด้าน/คน ความแตกต่างระหว่างเพศกับค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด ของ ฟันน้ํานมและฟันถาวร เมื่อทดสอบ ค่าสถิติด้วย t-test พบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p>0.05) ค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด เป็นซี่/คน ด้าน/คน ของฟันน้ํานม เด็กอายุ 2-6 ปี และฟันถาวรเด็กอายุ 7-12 ปี จะมีค่า ลดลงจากการทําวิจัยผู้ป่วยเด็กที่มารับการรักษาในปีพ.ศ. 2513, 2518 และ 2523 แต่มีค่าสูงกว่าในปี พ.ศ. 2528 …


การเพิ่มขึ้นของแคลเซียมไอออนในอาหารเลี้ยงเซลล์กระตุ้นการสร้างไฟโบรเนกทินในเซลล์เพาะเลี้ยงจากเนื้อเยื่อเอ็นยึดปริทันต์ของมนุษย์, ทัศนีย์ ดรงค์สุวรรณ, ประสิทธิ์ ภวสันต์ May 1998

การเพิ่มขึ้นของแคลเซียมไอออนในอาหารเลี้ยงเซลล์กระตุ้นการสร้างไฟโบรเนกทินในเซลล์เพาะเลี้ยงจากเนื้อเยื่อเอ็นยึดปริทันต์ของมนุษย์, ทัศนีย์ ดรงค์สุวรรณ, ประสิทธิ์ ภวสันต์

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ การวิจัยนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน โดยในส่วนแรกทําขึ้นเพื่อศึกษาว่าการเพิ่มขึ้นของการสร้างไฟโบรเนกทิน โดยเซลล์เพาะเลี้ยงจากเอ็นยึดปริทันต์ของมนุษย์ในสภาวะที่มีเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์ จําเป็นต้องมีการสัมผัสโดยตรงระหว่างเซลล์กับไฮดรอกซีอาปาไทต์หรือไม่ และในส่วนที่สอง เราทําการศึกษาถึงผลของการเพิ่มของแคลเซียมไอออน ในอาหารเลี้ยงเซลล์ที่มีต่อการสร้างไฟโบรเนกทิน วัสดุและวิธีการ เราได้ทําการเลี้ยงเซลล์ในสภาวะต่าง ๆ คือ 1 สภาวะที่มีเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์ 2 เลี้ยงในอาหาร เลี้ยงเซลล์ที่แช่ไฮดรอกซีอาปาไทต์ และ 3 เติมสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ 5 มิลลิโมลาร์ หรือ อีจี ทีเอ 1 มิลลิโมลาร์ หรือ ไอโอโนฟอร์ 500 นาโนโมลาร์ เป็นเวลา 48 ชั่วโมง แล้วทําการวิเคราะห์ปริมาณไฟโบรเนกบินโดยเทคนิก เวสเทอร์นอนาไลซิส ผลการศึกษา เซลล์ที่เลี้ยงในสภาวะที่มีเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์ หรือในอาหารเลี้ยงเซลล์ที่แช่ไฮดรอกซีอาปาไทต์ จะสร้างไฟโบรเนกทินเพิ่มขึ้น 1.5 และ 1.9 เท่าตามลําดับ เซลล์ที่เลี้ยงในอาหารเลี้ยงเซลล์ที่เติมสารละลายแคลเซียม คลอไรด์ จะสร้างไฟโบรเนกทินเพิ่มมากขึ้นประมาณ 1.5 เท่า เช่นเดียวกับเซลล์ที่เลี้ยงในแคลเซียมไอโอโนฟอร์ ใน ขณะที่สารละลายอีจีทีเอจะทําให้การสร้างไฟโบรเนกทินลดลง สรุป การตอบสนองของเซลล์เอ็นยึดปริทันต์ต่อเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์โดยการเพิ่มการสร้างไฟโบรเนกบินไม่จําเป็นต้องมีการสัมผัสโดยตรงระหว่างเซลล์กับเกล็ดไฮดรอกซีอาปาไทต์ แต่เกิดจากสารที่ละลายออกจากไฮดรอกซีอาปาไทต์ นอกจากนี้ การสร้างไฟโบรเนกทินยังเพิ่มขึ้นในสภาวะที่มีแคลเซียมไอออนในอาหารเลี้ยงเซลล์มากขึ้น ดังนั้นผล ของการกระตุ้นการสร้างไฟโบรเนกทินของไฮดรอกซีอาปาไทต์น่าจะเกิดจากการละลายของแคลเซียมไอออนจากไฮดรอกซีอาปาไทต์และทําให้ระดับของแคลเซียมไอออนในอาหารเลี้ยงเซลล์เพิ่มสูงขึ้น


พื้นผิวของวัสดุรากเทียมและอิทธิพลของลักษณะพื้นผิวต่อการเหนี่ยวนําการเกาะติดของเซลล์กระดูก, มงคล แตปรเมศามัย, วิเชฏฐ์ จินดาวณิค May 1998

พื้นผิวของวัสดุรากเทียมและอิทธิพลของลักษณะพื้นผิวต่อการเหนี่ยวนําการเกาะติดของเซลล์กระดูก, มงคล แตปรเมศามัย, วิเชฏฐ์ จินดาวณิค

Chulalongkorn University Dental Journal

วัสดุพื้นผิวของชิ้นรากเทียมมีได้หลายชนิด แต่ในรายงานนี้จะกล่าวถึงชิ้นรากเทียมที่ทําด้วยโลหะไททาเนียมบริสุทธิ์ ซึ่งโดยธรรมชาติจะมีชั้นออกไซด์ของโลหะไททาเนียมเคลือบที่ผิวชิ้นรากเทียม ความสําเร็จของงานทันตกรรมรากเทียมส่วนหนึ่งขึ้นกับการเกาะติดของเซลล์กระดูกกับผิวชิ้นรากเทียม ปัจจัยหนึ่งในหลาย ๆ ปัจจัยที่มีผลต่อการเกาะติดของเซลล์กระดูกกับผิวชิ้นรากเทียม ได้แก่สมบัติจําเพาะที่พื้นผิวของชิ้นรากเทียมซึ่งหมายความถึง ความสะอาดและปราศจากเชื้อ และพลังงานพื้นผิวของชิ้นรากเทียม การตรวจสอบพลังงานที่พื้นผิวของวัตถุอาจทําได้โดยวิธีการหรือเทคนิคต่าง ๆ เช่น การใช้แท่งผลึก เจอมาเนียม การหาค่ามุมสัมผัสของหยดของเหลวบนผิวชิ้นรากเทียม เพื่อเปรียบเทียบพลังงานพื้นผิวของชิ้นรากเทียม เมื่อผ่านกระบวนการปรับสภาพพื้นผิวในแบบต่าง ๆ การใช้วิธี เอลิปโซเมตรีในการวิเคราะห์ความหนาของแผ่นฟิล์มที่เคลือบบนวัตถุ การใช้กล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอนชนิดส่องกราด ร่วมกับการวิเคราะห์ส่วนประกอบของธาตุต่าง ๆ บนพื้นผิวส่วนบนสุดของวัตถุ โดยใช้วิธีดูการกระจายพลังงานของรังสีเอ็กซ์ เพื่อตรวจสอบสารต่าง ๆ ที่มีเลขอะตอมตั้งแต่ 11 ขึ้นไป วิธีนี้นํามาใช้ศึกษาแผ่นฟิล์มบาง ๆ ที่ปรากฏบนพื้นผิวโลหะซึ่งจะให้ข้อมูลมากกว่าการวิเคราะห์ด้วย กล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอนชนิดส่องกราดเพียงอย่างเดียว เป็นต้น ด้วยเหตุที่โลหะมีคุณสมบัติที่มีการเกิดชั้นออกไซด์ที่พื้นผิวเป็นธรรมชาติที่สําคัญ ดังนั้นเมื่อพิจารณาการเกาะประสานของกระดูกกับชิ้นรากเทียมจะเป็นการเกาะประสานของกระดูกกับชั้นออกไซด์ของโลหะที่พื้นผิวไม่ใช่เนื้อโลหะบริสุทธิ์โดยตรงโลหะที่นิยมใช้ทําชิ้นรากเทียมในปัจจุบันได้แก่ ไททาเนียม ซึ่งจะให้คุณสมบัติหลายอย่างตามที่ต้องการ จากข้อมูล ที่รวบรวมมาพบว่า การทําความสะอาดและการทําให้ปราศจากเชื้อแบบเดิมด้วยวิธีอบไอน้ําภายใต้ความดันพบการปนเปื้อนบนผิววัตถุและพลังงานที่พื้นผิวยังอยู่ในระดับต่ำคือมีค่าประมาณ 20 ดายน์/ซม. แต่วิธีการใช้คลื่นความถี่วิทยุจะทําให้พื้นผิวสะอาดมากขึ้นและเพิ่มพลังงานที่พื้นผิวได้ถึง 50-70 ดายน์/ซม. ซึ่งผลของการเพิ่มพลังงานที่พื้นผิวให้มีค่าสูงขึ้นนั้นจะมีผลในการเหนี่ยวนําให้เซลล์กระดูกมาเกาะติดกับผิวชิ้นรากเทียมได้เร็วขึ้น


ผลการเรียนของนิสิตทันตแพทย์ เมื่อใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์เป็นสื่อประกอบการสอนในวิชาครอบและสะพานฟัน, มรกต ตันติประวรรณ May 1998

ผลการเรียนของนิสิตทันตแพทย์ เมื่อใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์เป็นสื่อประกอบการสอนในวิชาครอบและสะพานฟัน, มรกต ตันติประวรรณ

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ เพื่อวัดผลคะแนนทดสอบของนิสิตชั้นปีที่ 4 ภายหลังการเรียนการสอน โดยใช้สื่อประกอบการสอน บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เปรียบเทียบกับการใช้แผ่นใสและภาพนิ่ง ในวิชาครอบและสะพานฟัน หัวข้อเรื่อง ฟันปลอมชนิดติดแน่นที่รองรับด้วยรากเทียม วัสดุและวิธีการ กลุ่มที่ 1 นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาคการศึกษาต้น ปีการศึกษา 2539 จํานวน 101 คน เข้ารับการเรียน การสอน โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นสื่อประกอบการสอน ตามตารางการสอนของวิชาครอบและสะพาน ฟัน ประจําปีการศึกษา 2539 กลุ่มที่ 2 นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาคการศึกษาต้น ปีการศึกษา 2540 เข้ารับการเรียนการสอน โดยใช้แผ่นใสและภาพนิ่งเป็นสื่อประกอบการสอน ตามตารางการสอนของวิชาครอบและสะพานฟัน ประจําปีการศึกษา 2540 จํานวน 100 คน นิสิตทั้ง 2 กลุ่ม ทําแบบทดสอบก่อนการเรียนใช้เวลา 10 นาที จากนั้นอาจารย์ผู้สอน บรรยายประกอบสื่อการสอน และตอบข้อซักถามเป็นเวลา 40 นาที นิสิตทําแบบทดสอบหลังการเรียนการสอน (เนื้อหา เหมือนกับแบบทดสอบก่อนการเรียนการสอน) ใช้เวลา 10 นาที บันทึกคะแนนสอบและแต้มเฉลี่ยสะสมของนิสิต ทั้ง 2 กลุ่ม นําผลที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้ค่าสถิติที (t-test) ในโปรแกรม SPSS for windows ที่ระดับนัยสําคัญทาง สถิติ p < 0.01 ประเมินบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และทัศนคติต่อการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ในกลุ่มที่ 1 โดยใช้แบบสอบถามผล ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแต้มเฉลี่ยสะสม และของคะแนนทดสอบก่อนการเรียนการสอนของนิสิต กลุ่มที่ 1 และ 2 มีค่า 2.79 + 0.40, 2.83 + 0.47 และ 11.66 + 2.20, 12.43 + 2.27 ตามลําดับ ไม่พบความ แตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติของแต้มเฉลี่ยสะสม และผลคะแนนสอบก่อนการเรียนการสอน ระหว่างกลุ่มที่ 1 และ 2 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนทดสอบภายหลังการเรียนการสอนของนิสิตกลุ่มที่ 1 และ 2 มีค่า 24.09 + 2.68 และ 22.26 + 2.29 ตามลําดับ พบความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.01) ของ คะแนนสอบภายหลังการเรียนการสอน ระหว่างกลุ่มที่ 1 และ 2 นิสิตร้อยละ 95 พอใจกับวิธีการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ สรุป การเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ทําให้นิสิตมีความตั้งใจ สนใจ และเข้าใจ ในบทเรียน มากกว่าการเรียนการสอนโดยใช้แผ่นใสและภาพนิ่งเป็นสื่อประกอบการสอน


Peroxidase Activity In Unstimulated Whole Saliva In Periodontitis Patients, Em-On Benjavongkulchai, Janpen Bunmongkolruksa, Wipavee Kosalathip May 1998

Peroxidase Activity In Unstimulated Whole Saliva In Periodontitis Patients, Em-On Benjavongkulchai, Janpen Bunmongkolruksa, Wipavee Kosalathip

Chulalongkorn University Dental Journal

Objective To compare total peroxidase activity in whole saliva between periodontitis patients and perio- dontal healthy control by using more reliable and specific assay of 5-thio-2-nitrobenzoic acid (Nbs). Materials and methods Unstimulated whole saliva samples from periodontitis patients and periodontal healthy subjects (n = 15) were collected by expectoration. Flow rate was determined and pH was measured by pH paper. Total protein concentration and peroxidase activity were determined by Coomassie Brilliant Blue G250 and Nbs, respectively.Results and conclusions Mean values of flow rate, pH and total protein concentration in both groups were similar to each other. However, total peroxidase activity …


โรคฮิสติโอไซโตซิส เอ็กซ์ : รายงานผู้ป่วยและบทความปริทัศน์, กิตตพงษ์ ดนุไทย, วิจิตร ธรานนท์ May 1998

โรคฮิสติโอไซโตซิส เอ็กซ์ : รายงานผู้ป่วยและบทความปริทัศน์, กิตตพงษ์ ดนุไทย, วิจิตร ธรานนท์

Chulalongkorn University Dental Journal

โรคในกลุ่มของฮิสติโอไซโตซิส เอ็กซ์ ประกอบด้วย 3 โรคคือ อีโอซิโนฟิลิค แกรนูโลม่า โรคแฮนด์ ซูลเลอร์ คริสเตียน และ โรคเลทเทอเรอร์ ไซวี โรคในกลุ่มนี้มักพบในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยและมีลักษณะทางจุลพยาธิวิทยาคือ มีการเพิ่มจํานวนของแลงเกอฮานเซลล์รวมถึงการรวมตัวของพวกอีโอซิโนฟิล ลักษณะของภาพถ่ายทางรังสีจะพบเงาดําวงเดียวหรือหลายวงที่มีขอบเขตชัดเจนหรือลักษณะของฟันลอยอยู่ในอากาศในกรณีที่มีความรุนแรงมาก เนื่องจากลักษณะอาการแสดงในช่องปากที่หลากหลายซึ่งอาจนําไปสู่ปัญหาในการวินิจฉัยโรค บทความนี้จึงเน้นเกี่ยวกับบทบาทของการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางจุลพยาธิวิทยาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพบแลงเกอฮานเซลล์ การผ่าตัดเป็นการรักษาที่นิยมทํากันโดยเฉพาะรอยโรคในกระดูกขากรรไกรในขณะที่การใช้รังสีรักษาและเคมีบําบัดควรจะสงวนไว้ใช้ ในกรณีที่รอยโรคมีเป็นจํานวนมากหรือไม่สามารถเข้าไปทําการผ่าตัดได้ บทความนี้เป็นการรายงานถึงผู้ป่วยชายอายุ 22 ปีซึ่งมีปัญหาเหงือกบวมและฟันโยก นอกจากนี้ยังพบต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้ขากรรไกรล่างมีขนาดใหญ่ขึ้น ภาพถ่ายทางรังสีพบรอยโรคในกระดูกหลายชิ้น ชิ้นเนื้อที่ตัดไปตรวจทางจุลพยาธิวิทยาแสดงให้เห็นถึงกลุ่มของแลงเกอฮานเซลล์ที่อยู่ปะปนกับอีโอซิโนฟิล แลงเกอฮานเซลล์ย้อมติดสีเมื่อใช้เทคนิคอิมมูโนฮิสโตเคมีสําหรับเอส-หนึ่งร้อยการรักษาในผู้ป่วยรายนี้กระทําโดยใช้การผ่าตัดร่วมกับรังสีรักษา


การตรวจไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่ผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในร่องลึกปริทันต์จํานวน 33 ชนิดโดยวิธีแรพปิดเทสท์, จินตกร คูวัฒนสุชาติ May 1998

การตรวจไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่ผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในร่องลึกปริทันต์จํานวน 33 ชนิดโดยวิธีแรพปิดเทสท์, จินตกร คูวัฒนสุชาติ

Chulalongkorn University Dental Journal

วัตถุประสงค์ : ต้องการหาวิธีตรวจหา H2S ที่ทําได้ง่ายและสะดวก และบอกผลได้รวดเร็ว วัสดุและวิธีการ : ใช้สารอาหารพวกซัลเฟอร์ที่ใช้ในการผลิต H2S ของเชื้อจุลินทรีย์ เช่นพวก L-cysteine ผสมกับ L-methionine และ glutathione ใส่รวมกับ inactivated horse serum โดยมี Lead acetate paper strips เป็น indicator สรุปผล : Rapid test เป็นวิธีที่ใช้ในการตรวจหา H2S ที่ผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์พวกที่อาศัยอยู่ในร่องลึกปริทันต์ได้ดี ที่สุด เพราะเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก สามารถบอกผลได้เร็ว เพียงแค่ใช้เวลา 4 ชั่วโมง ก็สามารถบอกได้อย่างคร่าว ๆ ว่าเชื้อจุลินทรีย์ตัวนั้นผลิต H2S ออกมาได้หรือไม่ และสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าเชื้อจุลินทรีย์ตัวนั้นผลิต H2S ออกมาได้มากหรือน้อยเพียงใช้เวลาแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น


การรักษารอยโรคปริทันต์โดยการเหนี่ยวนําเนื้อเยื่อ ด้วยแผ่นยางกันน้ำลายร่วมกับวัสดุปลูกกระดูก : รายงานผู้ป่วย 2 ราย, อภิชาติ ศิลปอาชา, นวลฉวี หงษ์ประสงค์ May 1998

การรักษารอยโรคปริทันต์โดยการเหนี่ยวนําเนื้อเยื่อ ด้วยแผ่นยางกันน้ำลายร่วมกับวัสดุปลูกกระดูก : รายงานผู้ป่วย 2 ราย, อภิชาติ ศิลปอาชา, นวลฉวี หงษ์ประสงค์

Chulalongkorn University Dental Journal

การรักษาโรคปริทันต์ด้วยการผ่าตัดโดยการใช้กระบวนการเหนี่ยวนําเนื้อเยื่อให้สร้างอวัยวะปริทันต์ขึ้นใหม่ในบริเวณรอยโรค (จีทีอาร์) จําเป็นต้องใช้แผ่นกั้นเพื่อป้องกันเซลล์ที่ไม่ต้องการให้เข้าไปบริเวณผิวฟัน และเปิดโอกาสให้เซลล์ที่ต้องการได้แก่เซลล์ของเอ็นยึดปริทันต์และเซลล์ของกระดูกเบ้าฟันที่เป็นตัวอ่อนได้เข้าในยังบริเวณผิวรากฟัน สร้างเนื้อเยื่อปริทันต์ในบริเวณที่สูญเสียไป แผ่นกั้นที่ใช้แบ่งเป็นแผ่นกั้นชนิดที่ไม่สลายและสามารถละลายได้เองทั้งสองชนิดได้ผลิตขายในท้องตลาดมีลักษณะตามรอยโรคที่ต้องการใช้ ใช้ได้ผลดี และเมื่อใช้ร่วมกับวัสดุปลูกกระดูกจะให้ผลดียิ่งขึ้น แต่เนื่องจากมีราคาสูงมาก โดยเฉพาะในรอยโรคที่อยู่ติดกันหลาย ๆ รอยโรคจะต้องใช้แผ่นกั้นหลายชิ้นเย็บต่อเนื่อง นอกจากราคาแพงแล้วยังยุ่งยากและอาจให้ผลดีไม่เท่าที่ควร ดังนั้นแผ่นยางกันน้ำลายจึงถูกนํามาใช้แทนแผ่นกั้นในท้องตลาด ซึ่งพบว่าสามารถใช้เป็นแผ่นกั้นได้ดี ทําให้เกิดกระบวนการเหนี่ยวนําเนื้อเยื่อให้สร้างอวัยวะปริทันต์ขึ้นใหม่ได้เหมือนกับการใช้แผ่นกั้นในท้องตลาด ในรายงานนี้เป็นรายงานการผ่าตัดแบบจีทีอาร์ ใน ผู้ป่วยโรคปริทันต์อักเสบ ซึ่งมีรอยโรคหลาย ๆ รอยโรคในบริเวณเดียวกัน 2 ราย โดยใช้แผ่นยางกันน้ำลายเป็นแผ่นกั้นและได้ตามผลการรักษามาแล้วเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งพบว่าการหายของรอยโรคดีและคงสภาพได้ เช่นเดียวกับผู้ป่วยซึ่งใช้แผ่นกั้นในท้องตลาดในการผ่าตัดแบบเดียวกัน


The Effects Of Managed Care On The Quality Of Dental Hygiene Care, Marybeth Magner May 1998

The Effects Of Managed Care On The Quality Of Dental Hygiene Care, Marybeth Magner

Masters Theses & Specialist Projects

Managed care has become a prominent mechanism for insuring dental care. Empirical research suggests that managed dental plans provide lower quality care to patients. However, few studies have specifically addressed the effects of managed care on the quality of dental hygiene care. Thus, in this study the researcher examines whether dental hygienists deliver a lower level of treatment to managed care patients than to those who are not subject to managed care. Questionnaire data were gathered from 193 members of the American Dental Hygienists' Association residing in the Chicago area. The primary independent variable, managed care, was measured with an …


Defining The Roles Of Physical And Occupational Therapists In The Health-Care Environment Today, Sandi Jo Haile May 1998

Defining The Roles Of Physical And Occupational Therapists In The Health-Care Environment Today, Sandi Jo Haile

Mahurin Honors College Capstone Experience/Thesis Projects

No abstract provided.


Evaluation Of The Success Of Adoptive Versus Passive Transfer Of Immunity Against Trypanosoma Cruzi, Karen Powell May 1998

Evaluation Of The Success Of Adoptive Versus Passive Transfer Of Immunity Against Trypanosoma Cruzi, Karen Powell

Masters Theses & Specialist Projects

Several investigators have demonstrated an increased resistance to the protozoal parasite Trypanosoma cruzi (the causative agent of Chagas' disease) in highly susceptible C3H mice when maintained at an environmental temperature of 36°C. This increased resistance is manifested as delay in onset of parasitemia, decreased parasitemia, decreased pathology, and increased longevity with eventual clearing of the parasite from the bloodstream. In addition, this enhanced resistance has been shown to be an immunologic phenomenon and not due to the direct effects of elevated temperature on the parasite itself. To ascertain the possible contributions of humoral vs. cellular immunity to the above phenomenon, …


Political Correctness Revisited, Jan Narveson May 1998

Political Correctness Revisited, Jan Narveson

Center for the Study of Ethics in Society Papers

Presented February 19th , 1998 for the Center for the Study of Ethics in Society


Na/K-Atpase-Mediated 86rb+ Uptake And Asymmetrical Trophectoderm Localization Of Alpha1 And Alpha3 Na/K-Atpase Isoforms During Bovine Preattachment Development., D H Betts, L C Barcroft, A J Watson May 1998

Na/K-Atpase-Mediated 86rb+ Uptake And Asymmetrical Trophectoderm Localization Of Alpha1 And Alpha3 Na/K-Atpase Isoforms During Bovine Preattachment Development., D H Betts, L C Barcroft, A J Watson

Obstetrics & Gynaecology Publications

This study evaluated Na/K-ATPase alpha 1- and alpha 3-subunit isoform polypeptide expression and localization during bovine preattachment development. Na/K-ATPase cation transport activity from the one-cell to blastocyst stage was also determined by measuring ouabain-sensitive 86Rb+ uptake. Both alpha1- and alpha 3-subunit polypeptides were detected by immunofluorescence to encircle the entire cell margins of each blastomere of inseminated zygotes, cleavage stage embryos, and morulae. Immunofluorescent localization of alpha1-subunit polypeptide in bovine blastocysts revealed an alpha1 immunofluorescence signal confined to the basolateral membrane margins of the trophectoderm and encircling the cell periphery of each inner cell mass (ICM) cell. In contrast, alpha …


Being Alone: The Experience Of Elderly Homebound Females, Sharon Davis Burt Dnsc, Msn, Rn May 1998

Being Alone: The Experience Of Elderly Homebound Females, Sharon Davis Burt Dnsc, Msn, Rn

Dissertations

Elderly women comprise one of the fastest growing segments of the population in the United States. This growth is due in large part to increasing longevity, and a woman's life expectancy has now reached 79 years. However, along with those added years comes an increase in morbidity and a greater likelihood of living alone. This study describes the life experience of a specific group of elderly women, those who are homebound and living alone. When elderly women are included in research, the same combination of descriptors used for the participants in this study has not been incorporated. Consequently, while much …


Testing A Theoretical Model Of Critical Thinking And Cognitive Development, Jane Rapps Dnsc, Ms, Msed, Rn May 1998

Testing A Theoretical Model Of Critical Thinking And Cognitive Development, Jane Rapps Dnsc, Ms, Msed, Rn

Dissertations

The goal of nursing education is to educate individuals in such a way that they become self-determining, independent thinkers who are prepared to keep pace with the rapidly changing demands of today's health care system. Nurses must utilize critical thought and reasoned action in clinical practice in order to render state of the art health care for individuals, families, groups, and communities. The purpose of this study was to test a proposed theoretical model of critical thinking and cognitive development. Perry's theory of adult cognitive development and Kataoka-Yahiro and Saylor's Critical Thinking Model for Nursing Judgment guided this research. Data …


Anger Management For Adults, Gary L. Heath May 1998

Anger Management For Adults, Gary L. Heath

Graduate Theses

Eight adults participated in a 2 part anger management course in a quasiexperimental within-subjects outcome study. Anger was described with the Anger Cycle®. Cognitive, relaxation and social skills training were used to teach alternative strategies for expressing anger. The Anger Information Test (AIT) and the State Trait Anger Expression Inventory (STAXI) were administered at pretreatment, posttreatment and follow-up (2 weeks later). Seven subscales of the STAXI were used; Trait Anger, Anger Temperament, Anger Reactivity, Anger In, Anger Out, Anger Control and Anger Expression. An overall significant within-subjects difference was found on .changes from both tests. Two of the 4 hypothesized …


Age And Violent Sexual Abuse: Does Victim's Age And Violence Associated With Sexual Abuse Influence The Risk Of Suicide?, Debra A. Keel May 1998

Age And Violent Sexual Abuse: Does Victim's Age And Violence Associated With Sexual Abuse Influence The Risk Of Suicide?, Debra A. Keel

Graduate Theses

Previous research on childhood sexual abuse has indicated an increased risk of suicide for children who experience more severe sexual abuse and children who experience sexual abuse accompanied by physical abuse. This study investigated the difference in suicide risk associated with varying severity of sexual abuse, and the difference in suicide risk associated with age at the time of sexual abuse. Data was collected from the psychological records of a state juvenile correctional facility for boys. Statistical analysis revealed no significant difference between those who experienced penetrating sexual abuse versus non-penetrating sexual abuse; however, an overall significant difference was found …


Decision Making In Oncology, N. Voravud May 1998

Decision Making In Oncology, N. Voravud

Chulalongkorn Medical Journal

No abstract provided.