Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Medicine and Health Sciences Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Sports Sciences

Institution
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type
File Type

Articles 1861 - 1890 of 9129

Full-Text Articles in Medicine and Health Sciences

The Bradley-Terry Model In Binary Outcome Driven Rankings: An Apllication In Amateur Hockey, Connor Meissner, Jeremy M. Losak Jan 2024

The Bradley-Terry Model In Binary Outcome Driven Rankings: An Apllication In Amateur Hockey, Connor Meissner, Jeremy M. Losak

Sport Management - All Scholarship

Ranking systems serve critical roles in sport settings, most notably in determining playoff participants and seeding. Numerous ranking methodologies exist that incorporate many input measures and produce models that are highly predictive of game outcomes. However, there are circumstances—especially for amateur sport leagues—in which more complex inputs are either unavailable or not desirable, as they may lead to adverse performance incentives. Therefore, the goal of this paper is to highlight a ranking methodology that only considers binary game outcomes, i.e., wins and losses. Specifically, we consider the efficacy of the Bradley-Terry Model to rank sport teams for playoff consideration. We …


คุณภาพชีวิตของบุคลากรสายปฏิบัติการในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, พิมพ์วิสาข์ เอี่ยมลาภะ Jan 2024

คุณภาพชีวิตของบุคลากรสายปฏิบัติการในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, พิมพ์วิสาข์ เอี่ยมลาภะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตโดยรวมและรายด้านของบุคลากรสายปฏิบัติการในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจำแนกตามตัวแปรเพศ อายุ รายได้ ระดับการศึกษา อายุการทำงานในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหน่วยงาน กลุ่มตัวอย่างเป็นบุคลากรสายปฏิบัติการที่ปฏิบัติงานอยู่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในเขตปทุมวัน ทั้งเพศชายและเพศหญิง อายุ 18 – 60 ปี และมีตำแหน่งงานระดับ P3 – P8 จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปและแบบสอบถามคุณภาพชีวิต WHOQOL–BREF–THAI วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Independent – Sample T Test เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลตามตัวแปรเพศ One-way ANOVA เพื่อเปรียบข้อมูลตามตัวแปรอายุ รายได้ ระดับการศึกษา อายุงานในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หน่วยงาน หากพบว่ามีความแตกต่างของค่าเฉลี่ย จึงค่อยไปทำการเปรียบเทียบรายคู่ (Multiple comparison) ด้วยวิธีของ Scheffé โดยกำหนดค่าความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ผลการวิจัย พบว่า คุณภาพชีวิตโดยรวมและรายด้าน ได้แก่ ด้านสุขภาพกาย ด้านจิตใจ ด้านสัมพันธภาพทางสังคม และด้านสิ่งแวดล้อมของบุคลากรสายปฏิบัติการในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อจำแนกตามตัวแปรเพศ อายุ รายได้ อายุการทำงานในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่แตกต่างกัน พบว่า มีคุณภาพชีวิตที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่ไม่พบความแตกต่างในตัวแปรระดับการศึกษา สรุปได้ว่า คุณภาพชีวิตของบุคลากรสายปฏิบัติการในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ในระดับปานกลาง


ผลของการฝึกแบบความหนักสูงสลับเบาร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนเลือดต่อสมรรถภาพด้านแอโรบิกและความสามารถในการพายเรือกรรเชียงระยะ 2,000 เมตรในนักกีฬาเรือกรรเชียงระดับเยาวชน, สุภัทรา ศิลปบรรเลง Jan 2024

ผลของการฝึกแบบความหนักสูงสลับเบาร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนเลือดต่อสมรรถภาพด้านแอโรบิกและความสามารถในการพายเรือกรรเชียงระยะ 2,000 เมตรในนักกีฬาเรือกรรเชียงระดับเยาวชน, สุภัทรา ศิลปบรรเลง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การฝึกแบบความหนักสูงสลับเบาเป็นรูปแบบการฝึกที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาสมรรถภาพความทนทานของร่างกายในนักกีฬาประเภททนทาน อย่างไรก็ตามการศึกษาผลของการฝึกแบบความหนักสูงสลับเบาร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนเลือดยังมีจำนวนจำกัด ดังนั้นงานวิจัยเรื่องนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการฝึกแบบความหนักสูงสลับเบาร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนเลือดในนักกีฬาเรือกรรเชียงเยาวชนต่อสมรรถภาพด้านแอโรบิกและความสามารถในการพายเรือกรรเชียง 2,000 เมตร การศึกษาที่1 มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแรงดันที่ใช้จำกัดการไหลเวียนเลือดที่เหมาะสมสำหรับใช้ร่วมกับการฝึกแบบความหนักสูงสลับเบา นักกีฬาเรือกรรเชียงเพศชายและหญิง อายุ 15-18 ปี จำนวน 14 คน เวียนเข้ารับการดึงกรรเชียงบก 4 รูปแบบ ได้แก่ การดึงกรรเชียงบกแบบความหนักสูงสลับเบาและการดึงกรรเชียงบกแบบความหนักสูงสลับเบาร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนเลือดที่ระดับ 40%, 50% และ 60% ของการปิดกั้นของหลอดเลือด (AOP) โดยเว้นระยะห่างแต่ละรูปแบบ 1 สัปดาห์ ทำการวัดระดับออกซิเจนในกล้ามเนื้อ, การทำงานของระบบหัวใจไหลเวียนเลือด, ระดับความรู้สึกเหนื่อย, ระดับความเจ็บปวดและความสามารถในการดึงกรรเชียงบก โดยพบว่า ระดับแรงดันที่ 50%AOP มีประสิทธิภาพที่สุดที่ทำให้ระดับออกซิเจนในกล้ามเนื้อลดลงต่ำที่สุดในขณะออกกำลังกาย ขณะที่ไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดและความสามารถในการดึงกรรเชียงบกแตกต่างจากระดับแรงดันอื่น การศึกษาที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการฝึกแบบความหนักสูงสลับเบาร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนเลือดต่อสมรรถภาพด้านแอโรบิกและความสามารถในการพายเรือกรรเชียง 2,000 เมตร นักกีฬาเรือกรรเชียงเพศชายและหญิง อายุ 15-18 ปี จำนวน 16 คน ได้รับการสุ่มด้วยวิธีการจับคู่แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มการฝึกด้วยความหนักสูงสลับเบาอย่างเดียว (HIIT) ประกอบด้วยการฝึก 4 เซทๆละ 2 นาที ที่ระดับความหนัก 90% ของพลังสูงสุด พักระหว่างเซท 2 นาที และ กลุ่มการฝึกแบบความหนักสูงสลับเบาร่วมกับการจำกัดการไหลเวียนเลือด (HIIT+BFR) ทั้งสองกลุ่มทำการฝึก 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ ก่อนและหลังการฝึก 6 สัปดาห์ ทำการวัดองค์ประกอบร่างกาย, ความแข็งแรงสูงสุดของรยางค์แขนและขา (1RM), ความสามารถในการใช้ออกซิเจนสูงสุด (VO2max), จุดวิกฤตการหายใจ (VT1 และ VT2) พลังวิกฤต (CP) ความสามารถในการทำงานแบบไม่ใช้ออกซิเจน (AWC) จลนพลศาสตร์การใช้ออกซิเจน (Oxygen kinetic), ระดับออกซิเจนในกล้ามเนื้อ (SmO2) และเวลาในการพายเรือ 2,000 เมตร จากนั้นทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความแปรปรวนสองทางแบบผสมผสานและทำการเปรียบเทียบรายคู่ด้วยวิธีบอนเฟอร์โรนี …


โปรแกรมการออกมาเล่นเพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ทางกายด้านสมรรถนะทางกายสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลายที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน, ชรินทร์ทิพย์ มั่นยืน Jan 2024

โปรแกรมการออกมาเล่นเพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ทางกายด้านสมรรถนะทางกายสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลายที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน, ชรินทร์ทิพย์ มั่นยืน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโปรแกรมการออกมาเล่นเพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ทางกายด้านสมรรถนะทางกายสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลายที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน และเพื่อเปรียบเทียบความฉลาดรู้ทางกายด้านสมรรถนะทางกายก่อนและหลังการทำกิจกรรมด้วยโปรแกรมการออกมาเล่น กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนอายุ 10–11 ปี จำนวน 61 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 30 คน และกลุ่มควบคุม 31 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการออกมาเล่น 60 นาทีต่อวัน จำนวน 16 ครั้ง รวม 6 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมดำเนินกิจวัตรตามปกติ ผลการวิจัยพบว่า เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ก่อนและหลังการทดลอง ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในด้านสมรรถภาพทางแอโรบิก ความอดทนของกล้ามเนื้อ และระดับคะแนนรวม ยกเว้นความสามารถทางกลไกในทักษะการกระโดดสองเท้าและการก้าวสลับขาของกลุ่มทดลองที่ดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ภายในกลุ่มทดลอง พบว่าด้านความสามารถทางกลไกและระดับคะแนนดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ขณะที่กลุ่มควบคุมไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณาเป็นรายทักษะ กลุ่มทดลองมีทักษะการก้าวสลับขา กระโดดขาเดียว และการเตะ ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนกลุ่มควบคุมมีเพียงทักษะการก้าวสลับขาที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า โปรแกรมการออกมาเล่นสามารถส่งเสริมความสามารถทางกลไกในทักษะพื้นฐานบางด้าน เช่น การกระโดดสองเท้าและการก้าวสลับขา สำหรับนักเรียนที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วนได้ดีขึ้น


ผลของการดื่มนมถั่วลูกไก่ที่มีต่อสมรรถภาพความอดทนในนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนหญิง, ภารวี หิรัญเจริญ Jan 2024

ผลของการดื่มนมถั่วลูกไก่ที่มีต่อสมรรถภาพความอดทนในนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนหญิง, ภารวี หิรัญเจริญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของนมถั่วลูกไก่ที่มีผลต่อสมรรถภาพความอดทนในการวิ่งของนักวิ่ง ฮาล์ฟมาราธอนหญิง และเปรียบเทียบผลของการดื่มนมถั่วลูกไก่และนมถั่วเหลืองที่ส่งผลต่อการตอบสนองสารชีวเคมีในร่างกายและสมรรถภาพความอดทนของนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนหญิง กลุ่มตัวอย่าง คือ นักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนหญิง อายุระหว่าง 25 – 35 ปี จำนวน 14 คน ทำการทดลองในลักษณะแบบไขว้ สุ่มลำดับ และอำพรางสองฝ่าย เพื่อสุ่มลำดับการรับประทานเครื่องดื่ม ได้แก่ ครั้งที่ 1 นมถั่วลูกไก่ ครั้งที่ 2 นมถั่วเหลือง และครั้งที่ 3 สารหลอก ตัวแปรที่ทำการศึกษา ได้แก่ น้ำตาลในเลือด แลคเตทในเลือด กรดไขมันอิสระ และครีเอทีนไคเนส อาสาสมัครดื่มเครื่องดื่มและพัก 30 นาที แล้วขึ้นวิ่งบนลู่วิ่งกล อาสาสมัครได้รับการทดสอบอัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุดของร่างกาย (VO2max) เพื่อกำหนดความเร็ว 60% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด (VT1) วิ่งเป็นเวลา 60 นาที และปรับความเร็วเป็น 80% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด (VT2) วิ่งจนเหนื่อยหมดแรง ระหว่างการวิ่ง มีการเก็บผลน้ำตาลในเลือด แลคเตทในเลือด ระดับอัตราการแลกเปลี่ยนก๊าซ ระดับความรับรู้ต่อความเหนื่อยล้า และ อัตราการเต้นของหัวใจ เมื่ออาสาสมัครวิ่งจนเหนื่อยหมดแรง ทำการคลายความหนัก 5 นาทีและพัก 5 นาที ก่อนเก็บตัวอย่างเลือด หลังการทดสอบนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทดสอบความแปรปรวนแบบเกี่ยวข้องกันสองทาง ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05ผลการวิจัย ผลของการดื่มเครื่องดื่มทั้ง 3 ชนิด ไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในตัวแปรแลคเตทในเลือด กรดไขมันอิสระ ครีเอทีนไคเนส ระดับอัตราการแลกเปลี่ยนก๊าซ ระดับความรับรู้ต่อความเหนื่อยล้า และระยะเวลาของการออกกำลังกายจนเหนื่อยหมดแรง แต่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในน้ำตาลในเลือด ระหว่างกลุ่มนมถั่วลูกไก่ นมถั่วเหลือง และสารหลอกสรุปผลการวิจัย ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในตัวแปรแลคเตทในเลือด กรดไขมันอิสระ ครีเอทีนไคเนส ระดับอัตราการแลกเปลี่ยนก๊าซ ระดับความรับรู้ต่อความเหนื่อยล้า และระยะเวลาของการออกกำลังกายจนเหนื่อยหมดแรง ในระหว่างกลุ่มนมถั่วลูกไก่ นมถั่วเหลืองและสารหลอก แต่ภายในกลุ่มนมถั่วลูกไก่ มีแนวโน้มที่ดีในระดับน้ำตาลในเลือด แลคเตทในเลือด กรดไขมันอิสระและครีเอทีนไคเนส ดังนั้น …


ผลของการฝึกการยับยั้งการตอบสนองที่มีต่อความสามารถในการรับลูกตบของนักกีฬาวอลเลย์บอล, จิดาภา ศิริวรรณ์ Jan 2024

ผลของการฝึกการยับยั้งการตอบสนองที่มีต่อความสามารถในการรับลูกตบของนักกีฬาวอลเลย์บอล, จิดาภา ศิริวรรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การรับลูกตบของนักกีฬาวอลเลย์บอลต้องอาศัยอาศัยการประมวล การตัดสินใจ การเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และรวมถึงความสามรถในการยับยั้งการ ตอบสนองที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งความสามารถในการควบคุมยับยั้งนั้นสนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมที่ยืดหยุ่น (flexible behavior) จากสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงไป เมื่อการตอบสนองต่อสิ่งเร้ารูปแบบเดิมไม่สามารถกระทำได้อีกต่อไป จึงจำเป็นจะต้องมีความสามารถการควบคุมยับยั้งให้มากขึ้นเพื่อจะส่งผลต่อความสามารถในการรับลูกตบที่มีผล ต่อกีฬาวอลเลย์บอล การวิจัยในครั้งนี้จึงมุ่งศึกษาการควบคุมยับยั้งในนักกีฬาวอลเลย์บอลและการฝึกควบคุมยับยั้งในนักกีฬาวอลเลย์บอล โดยแบ่งออกเป็นสองการศึกษา ดังนี้ การศึกษาที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถการควบคุมยับยั้งในนักกีฬาวอลเลย์บอลมืออาชีพและนักกีฬามือสมัครเล่น โดยทำการทดสอบความสามารถด้านการควบคุมยับยั้งในนักกีฬาวอลเลย์บอลมืออาชีพ 13 คนและนักกีฬาวอลเลย์บอลมือสมัครเล่น 13 คน ซึ่งใช้การทดสอบการควบคุมยับยั้งด้วย Spatial Stroop test ชุดทดสอบ Flanker task ชุดทดสอบ motor go no-go task with FitLight™ และชุดการทดสอบรับลูกตบด้วยงาน Spatial Stroop โดยเครื่องยิงลูกวอลเลย์บอล พบว่า ผลทางด้านลักษณะทางกายภาพของกลุ่มตัวอย่าง ความถี่ในการฝึกซ้อมกลุ่มนักกีฬามืออาชีพมีค่าเฉลี่ยมากกว่านักกีฬามือสมัครเล่นอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ(p =<.001) ผลการทดสอบชุดการทดสอบรับลูกตบด้วยงาน Spatial Stroop โดยเครื่องยิงลูกวอลเลย์บอล กลุ่มนักกีฬาอาชีพมีการตอบสนองเวลาปฏิกิริยาในสถานการณ์สิ่งเร้ากับการตอบสนองสอดคล้องกับเวลาปฏิกิริยาสถานการณ์สิ่งเร้ากับการตอบสนองไม่สอดคล้องกัน ผลของคะแนนรับลูกตบ จำนวนครั้งที่รับลูกได้ในสถานการณ์สอดคล้องกัน และร้อยละของความถูกต้องในการตอบสนองนักกีฬามืออาชีพที่มีค่าเฉลี่ยสูงกว่านักกีฬามือสมัครเล่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p =.001, p =.002, p =.005, p =.008, p =.019 ตามลำดับ) การศึกษาที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกควบคุมยับยั้งในนักกีฬาวอลเลย์บอล เพื่อเปรียบเทียบผลการทดสอบก่อนและหลังจากการฝึกควบคุมยับยั้ง กลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลระดับอุดมศึกษา สังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 14 คน เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างได้รับการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมจำนวน 1 คน จึงถูก คัดออกจากการศึกษาในครั้งนี้ดังนั้นกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น คือ 13 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มฝึกควบคุมยับยั้ง จำนวน 7 คน และกลุ่มควบคุม จำนวน 6 คน พบว่า ภายหลังฝึกควบคุมยับยั้งต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ผลการทดสอบ Flanker task ภายในกลุ่มทดลองความเร็วในการตอบสนองในสถานการณ์ไม่สอดคล้องกันมีความแตกต่างกันอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ(p =.016) หลังฝึกควบคุมยับยั้งผลการทดสอบ motor go no-go task with FitLight™ ผลของเวลาการตอบสนองและการทดสอบด้วยการรับลูกตบด้วย งาน Spatial Stroop โดยเครื่องยิงลูกวอลเลย์บอล พบว่าผลจำนวนครั้งในการรับลูกได้ในสถานการณ์สอดคล้องกับร้อยละความถูกต้องของกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยที่มากกว่ากลุ่ม ควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p =.031, p =.002, p =.003 ตามลำดับ) ภายหลังการฝึกพบว่าในกลุ่มทดลองมีเวลาปฏิกิริยาในสถานการณ์สอดคล้องกัน (S-R con) กับ เวลาปฏิกิริยาในสถานการณ์ไม่สอดคล้องกัน (S-R incon) เร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p =.039, p =.013 ตามล าดับ) และภายหลังการฝึกควบคุมยับยั้งระหว่างกลุ่ม ทดลอง กลุ่มควบคุมและนักกีฬามืออาชีพ พบว่าเวลาปฏิกิริยาในสถานการณ์สอดคล้องกันและไม่สอดคล้องกัน คะแนนการรับลูก จำนวนครั้งรับลูกได้ในสถานการณ์สอดคล้อง กัน และร้อยละความถูกต้อง ระหว่างกลุ่มนักกีฬามืออาชีพเทียบกับกลุ่มควบคุม มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p = .005, p = .033, p = .005, p = .027, p =. 019 ตามลำดับ) จากผลการทดลองพบว่านักกีฬาวอลเลย์บอลมืออาชีพมีความสามารถด้านการควบคุมยับยั้งที่สูงกว่านักกีฬามือสมัครเล่นในการรับข้อมูลและประมวลผลไปยังการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ทั้งในด้านการเคลื่อนไหวที่เป็นรูปแบบอัตโนมัติและการเคลื่อนไหวที่ต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ของเกม ซึ่งการฝึกควบคุม ยับยั้งนั้นสามารถเพิ่มความสามารถในการควบคุมยับยั้งและส่งผลต่อการพัฒนาการรับลูกตบในนักกีฬาวอลเลย์บอล


ผลของการฝึกรำไทยแอโรบิกบนตาราง 25 ช่องต่อการทำงานของหลอดเลือดสมองและพุทธิปัญญาในผู้สูงอายุที่มีภาวะพุทธิปัญญาบกพร่องเล็กน้อย, สญชัย พลเสน Jan 2024

ผลของการฝึกรำไทยแอโรบิกบนตาราง 25 ช่องต่อการทำงานของหลอดเลือดสมองและพุทธิปัญญาในผู้สูงอายุที่มีภาวะพุทธิปัญญาบกพร่องเล็กน้อย, สญชัย พลเสน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของกลุ่มฝึกรำไทยแอโรบิกบนตาราง 25 ช่อง ระยะเวลา 12 สัปดาห์ ที่มีต่อตัวแปรด้านสรีรวิทยา การทำงานของหลอดเลือดสมอง พุทธิปัญญา ระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในสมอง การทำงานของระบบหายใจ สุขสมรรถนะและสารชีวเคมีในเลือดในผู้สูงอายุที่มีภาวะพุทธิปัญญาบกพร่องเล็กน้อยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะพุทธิปัญญาบกพร่องเล็กน้อย อายุ 60-79 ปี จำนวน 40 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่มควบคุม ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ไม่ได้รับการฝึกใด ๆ จำนวน 20 คน และกลุ่มที่ 2 กลุ่มทดลอง ที่ได้รับฝึกรำไทยแอโรบิกบนตาราง 25 ช่อง ครั้งละ 60 นาที 3 วันต่อสัปดาห์ 12 สัปดาห์ โดยการและหลังการทดลองทำการทดสอบตัวแปรทางสรีรวิทยา การทำงานของหลอดเลือดสมอง พุทธิปัญญา ระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในสมอง การทำงานของระบบหายใจ สุขสมรรถนะและสารชีวเคมีในเลือด จากนั้นนำมาวิเคราะห์ผลทางสถิติ นำมาเปรียบเทียบระหว่างก่อนการทดลองและหลังการทดลองของแต่ละกลุ่ม และระหว่างกลุ่มการทดลองทั้ง 2 กลุ่ม โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทางแบบวัดซ้ำ หากพบความแตกต่างจึงทำการเปรียบเทียบแบบรายคู่ โดยใช้สถิติแอลเอชดี ที่ระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.5ผลการทดลองพบว่าหลังการทดลอง 12 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยตัวแปรทางสรีรวิทยา ได้แก่ ค่าของน้ำหนักตัว ดัชนีมวลกาย และอัตราการเต้นของหัวใจขณะพักลดลงที่ระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.5 และมีการพัฒนาของตัวแปรด้านสุขสมรรถนะ จากการทดสอบการนั่งเก้าอี้แล้วเอื้อมแตะปลายเท้า ระยะการเอื้อมแตะหลัง การลุกนั่งใน 30 วินาที การงอแขนใน 30 วินาที การยกขาซอยเท้าอยู่กับที่ 2 นาที และระยะทางในการเดิน 6 นาที การเดินและกลับตัว 3 เมตร ที่ระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.5 กลุ่มทดลองยังมีการเพิ่มขึ้นของตัวแปรด้านการทำงานของระบบหายใจ ได้แก่ ค่าปริมาตรสูงสุดของอากาศที่หายใจออกอย่างเร็วและแรงเต็มที่ ค่าปริมาตรของอากาศที่ถูกขับออกในวินาทีแรกของการหายใจออกอย่างเร็วและแรงเต็มที่ ค่าปริมาตรของอากาศจากการหายใจเข้า-ออกเต็มที่ในเวลา 1 นาที ค่าแรงดันการหายใจเข้าสูงสุด ค่าแรงดันการหายใจออกสูงสุด รวมไปถึงระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในสมองด้านซ้าย ที่ระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.5 …


ผลของการผสมผสานการฝึกพลัยโอเมตริกร่วมกับการฝึกเปลี่ยนทิศทางที่มีต่อสมรรถภาพกล้ามเนื้อขาและความสามารถแบบแอนแอโรบิกในนักกีฬาแฮนด์บอลเยาวชนเพศหญิง, สราลี วุฒิพิทยาธร Jan 2024

ผลของการผสมผสานการฝึกพลัยโอเมตริกร่วมกับการฝึกเปลี่ยนทิศทางที่มีต่อสมรรถภาพกล้ามเนื้อขาและความสามารถแบบแอนแอโรบิกในนักกีฬาแฮนด์บอลเยาวชนเพศหญิง, สราลี วุฒิพิทยาธร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental research design) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของการผสมผสานการฝึกพลัยโอเมตริกร่วมกับการฝึกเปลี่ยนทิศทางที่มีต่อสมรรถภาพกล้ามเนื้อขาและความสามารถแบบแอนแอโรบิกในนักกีฬาแฮนด์บอลเยาวชนเพศหญิง เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) เป็นนักกีฬาแฮนด์บอลระดับเยาวชนเพศหญิง อายุระหว่าง 15 - 18 ปี จากทีมแฮนด์บอลโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ จำนวน 16 คน แบ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 8 คน ด้วยวิธีการจับคู่ (Matched pair) จากผลการทดสอบความคล่องแคล่วว่องไวของอิลลินอยส์ อยู่ในช่วง 17 - 19 วินาที กลุ่มทดลองทำการฝึกผสมผสานการฝึกพลัยโอเมตริกร่วมกับการฝึกเปลี่ยนทิศทาง และกลุ่มควบคุมทำการฝึกพลัยโอเมตริกและการฝึกเปลี่ยนทิศทาง ทั้งสองกลุ่มฝึก 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ทำการทดสอบด้านสรีรวิทยา ได้แก่ อายุ ส่วนสูง น้ำหนัก และมวลกล้ามเนื้อ และทดสอบทางด้านสมรรถภาพทางกาย ได้แก่ พลังสูงสุด เวลาในการสปริ๊นท์ระยะ 5 เมตร และ 10 เมตร ความคล่องแคล่วว่องไว และความสามารถแบบแอนแอโรบิก ก่อนการฝึก หลังการฝึก 4 สัปดาห์ และหลังการฝึก 8 สัปดาห์ หลังจากนั้นวิเคราะห์ความแตกต่างภายในกลุ่มด้วยสถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวชนิดวัดซ้ำ (One-way ANOVA with repeated measures) และเมื่อพบความแตกต่างจึงทำการเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธีการของ Bonferroni และวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างกลุ่มด้วยการวิเคราะห์สถิติ Independent Sample t-test กำหนดความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการวิจัยพบว่า หลังการฝึก 4 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยความคล่องแคล่วว่องไวแตกต่างกับกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยเวลาสปริ๊นท์ระยะ 5 เมตร และ 10 เมตร ความสามารถแบบแอนแอโรบิกและดัชนีความล้าแตกต่างกับกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และไม่พบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยพลังสูงสุดและพลังแบบแอนแอโรบิกระหว่างกลุ่ม หลังการฝึก 8 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยค่าเฉลี่ยพลังสูงสุด …


การวิเคราะห์ลักษณะทางสรีรวิทยาและกิจกรรมในการแข่งขันจำลองของกีฬายูยิตสูประเภทต่อสู้ชายรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 62 กิโลกรัม, สมัญญา เข็มทอง Jan 2024

การวิเคราะห์ลักษณะทางสรีรวิทยาและกิจกรรมในการแข่งขันจำลองของกีฬายูยิตสูประเภทต่อสู้ชายรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 62 กิโลกรัม, สมัญญา เข็มทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางสรีรวิทยาและกิจกรรมในการแข่งขันของนักกีฬายูยิตสูประเภทต่อสู้ชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 62 กิโลกรัม คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) เป็นนักกีฬายูยิตสู ประเภทต่อสู้ชาย จำนวน 8 คน อายุ 18 – 24 ปี ที่มีสายสีน้ำตาลขึ้นไป จากอันดับ 1 – 8 ของสมาคมกีฬายูยิตสูแห่งประเทศไทย ทดสอบสมรรถภาพทางกายก่อนการแข่งขัน 2 วัน ในวันแข่งขันได้ทำการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ความเข้มข้นของแลคเตทในเลือดและระดับออกซิเจนในเลือด ทั้งก่อนและหลังการแข่งขันแต่ละครั้ง วิเคราะห์กิจกรรมในการแข่งขัน ได้แก่ ทักษะที่ใช้ เวลาในการแข่งขัน และวิธีการชนะจากวิดีโอบันทึกการแข่งขันจำนวน 16 วิดีโอ หลังจากนั้นนำผลการทดสอบมาวิเคราะห์เชิงสถิติ การวิเคราะห์สถิติภายในกลุ่มใช้สถิติ Paired sample T – test และการวิเคราะห์สถิติระหว่างกลุ่มใช้สถิติ Independent sample T - test กำหนดความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการศึกษาพบว่า หลังการแข่งขันอัตราการเต้นของหัวใจและความเข้มข้นของแลคเตทในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) ในกลุ่มผู้ชนะทั้งสามตัวแปรมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ในกลุ่มผู้แพ้มีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะอัตราการเต้นของหัวใจและความเข้มข้นของแลคเตทในเลือดเท่านั้น อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างผู้ชนะและผู้แพ้ ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในด้านการตอบสนองทางสรีรวิทยา สำหรับวิธีการชนะที่พบมากที่สุดคือการชนะด้วยการทำคะแนนหลังหมดเวลา (ร้อยละ 50) โดยมีอัตราส่วนการทำงานต่อการพักอยู่ที่ 4:1 ในส่วนของทักษะส่วนที่ 1 (การชก การเตะและการตั้งรับ) พบว่า หมัดตรงและท่าเตะเหวี่ยงเป็นท่าที่ใช้มากที่สุดแต่มีประสิทธิผลต่ำ ขณะที่การตั้งรับที่ใช้มากที่สุดคือการปัดป้องด้านล่าง ทักษะส่วนที่ 2 (การทุ่ม) พบว่า การทุ่มด้วยไหล่และสะโพกเป็นท่าที่ใช้มากที่สุดและมีประสิทธิผลสูง ส่วนทักษะที่มีประสิทธิผลต่ำคือการเกี่ยวขาด้านในและการทุ่มแบบนอนตะแคง ทักษะส่วนที่ 3 (การล็อค รัด หักหรือบิดข้อ) พบว่า การรัดคอด้วยลำตัวเป็นท่าที่มีประสิทธิผล ส่วนการรัดคอรูปสามเหลี่ยมและการล็อคข้อศอกหักแขนถึงแม้จะใช้มากแต่มีประสิทธิผลต่ำ กลุ่มผู้ชนะสามารถใช้ทักษะที่หลากหลายรูปแบบและแม่นยำพร้อมทั้งมีการวางแผนกลยุทธ์ที่ดีกว่า ขณะที่ผู้แพ้ใช้ทักษะซ้ำ ๆ และมีประสิทธิผลต่ำ สรุปได้ว่ากีฬายูยิตสูประเภทต่อสู้ เป็นกีฬาที่ต้องการการตอบสนองทางสรีรวิทยาสูงและความหลากหลายทางทักษะ แม้การตอบสนองทางสรีรวิทยาระหว่างผู้ชนะและผู้แพ้จะไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แต่รูปแบบที่หลากหลาย ประสิทธิผลของทักษะ และสมรรถภาพทางกายที่ดีคือปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ


การพัฒนาผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชงต่อการเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ ในนักเพาะกายชายเพื่อนันทนาการ, ณฐมน เปียแก้ว Jan 2024

การพัฒนาผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชงต่อการเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ ในนักเพาะกายชายเพื่อนันทนาการ, ณฐมน เปียแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมล็ดกัญชงอุดมไปด้วยโปรตีนและกรดไขมัน จึงมีความเป็นไปได้ว่าจะสามารถช่วยลดการอักเสบและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้ การวิจัยในครั้งนี้จึงต้องการพัฒนาผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชงและศึกษาผลการนำไปใช้ในนักเพาะกายชายเพื่อนันทนาการ โดยแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณค่าทางโภชนาการในผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชง และความชื่นชอบผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชงในนักเพาะกายชายเพื่อนันทนาการ พบว่าผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชงที่พัฒนาได้ปริมาณ 1 หน่วยบริโภค (40 กรัม) ประกอบด้วยโปรตีนจากเมล็ดกัญชง ร้อยละ 83 – 93 มอลโทเด็กซ์ทริน ร้อยละ 5 – 15 ซูคราโลส น้อยกว่าร้อยละ 1 และวัตถุเจือปนอาหาร (สารแต่งกลิ่นรส, สารแต่งสี) น้อยกว่าร้อยละ 1 และนำส่งตรวจคุณค่าทางโภชนาการพบว่ามีโปรตีน 20.03 กรัม กรดอะมิโนแบบโซ่กิ่ง 3.26 กรัม และไขมันทั้งหมด 5.16 กรัม จากนั้นให้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักเพาะกายชายเพื่อนันทนาการ อายุระหว่าง 20 - 30 ปี ที่รับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมประเภทโปรตีนเป็นปกติ จำนวน 30 คน ให้คะแนนความชอบแบบ 9-Point Hedonic Scale พบว่ามีคะแนนเฉลี่ยระหว่าง 5.00-7.99 แปลผลได้ว่ากลุ่มตัวอย่างรู้สึกเฉยๆ สามารถยอมรับผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชงได้ ขั้นตอนที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลฉับพลันของผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชงที่มีต่อการอักเสบของกล้ามเนื้อ และเพื่อเปรียบเทียบผลในช่วง 8 สัปดาห์ ระหว่างผงชงดื่มโปรตีนจากเมล็ดกัญชง ผงชงดื่มโปรตีนจากถั่วเหลือง และผงชงดื่มจากเวย์โปรตีนที่มีต่อการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการออกกำลังกายและการเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ ประกอบไปด้วย 3 ระยะ แบ่งกลุ่มตัวอย่างดังกล่าวออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 10 คน ได้แก่ กลุ่ม A บริโภคผงชงบริโภคโปรตีนจากเมล็ดกัญชง กลุ่ม B บริโภคผงชงดื่มโปรตีนจากถั่วเหลือง และ กลุ่ม C บริโภคผงชงดื่มโปรตีนจากเวย์โปรตีน ทดสอบผลฉับพลันของผงชงดื่มโปรตีน (ระยะที่ 1) ที่มีต่อสารชีวเคมีในเลือดและแรงหดตัวสูงสุดของกล้ามเนื้อ โดยทดสอบก่อนการทดลอง หลังการทดลองทันที หลังการทดลอง 24 และ 48 …


ผลของการฝึกเสริมด้วยซิงเกิ้ลเลคแฮมสตริงบริดจ์ ที่มีต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาและการเคลื่อนไหวของข้อเข่าขณะวิ่งในนักกีฬาหลังได้รับการผ่าตัดรักษาเอ็นไขว้หน้า, ชนุตร พิศิฏฐศักดิ์ Jan 2024

ผลของการฝึกเสริมด้วยซิงเกิ้ลเลคแฮมสตริงบริดจ์ ที่มีต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาและการเคลื่อนไหวของข้อเข่าขณะวิ่งในนักกีฬาหลังได้รับการผ่าตัดรักษาเอ็นไขว้หน้า, ชนุตร พิศิฏฐศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การบาดเจ็บของข้อเข่าในนักกีฬาที่พบได้บ่อยคือการบาดเจ็บของเอ็นไขว้หน้า และหากได้รับการรักษาโดยการผ่าตัด (Anterior Cruciate Ligament Reconstruction: ACLR) ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพให้กลับเข้าสู่ระดับก่อนได้รับบาดเจ็บ โปรแกรมการฟื้นฟูที่เพิ่มการออกกำลังกายของกล้ามเนื้อแฮมสตริงน่าจะช่วยลดความไม่สมดุลกันของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าได้ วัตถุประสงค์: ศึกษาผลของการเพิ่มการฝึกซิงเกิ้ลเลคแฮมตริงบริดจ์ (Single-Leg Hamstring Bridge: SLHB) เข้าในโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพมาตรฐานหลังการทำการผ่าตัดฟื้นฟูเอ็นไขว้หน้า ที่มีต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแฮมสตริงและชีวกลศาสตร์ของข้อเข่าในระหว่างการวิ่ง วิธีการวิจัย: นักกีฬาชาย 8 คนที่ได้รับการผ่าตัดฟื้นฟูเอ็นไขว้หน้าโดยใช้เนื้อเยื่อเอ็นกล้ามเนื้อแฮมสตริงของตนเอง เข้าร่วมการทดลองระยะเวลา 6 สัปดาห์ แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมที่ทำโปรแกรมฟื้นฟูมาตรฐาน และกลุ่มทดลองที่เพิ่มท่าการฝึกซิงเกิ้ลเลคแฮมสตริงบริดจ์แบบเพิ่มความต้านทานแบบก้าวหน้า แบ่งกลุ่มละ 4 คน โดยการสุ่ม ผลการศึกษา: กลุ่มทดลองมีการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญของค่าแรงบิดสูงสุดในการงอเข่าของขาข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ (p = 0.016) หลังการทดลอง และมุมข้อเข่าในจังหวะเท้าสัมผัสพื้นของขาที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ (p = 0.037) เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม สรุปผลการวิจัย: ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในมุมเข่าเมื่อเท้ากระทบพื้น แสดงให้เห็นว่าการฝึกซิงเกิ้ลเลคแฮมสตริงบริดจ์ช่วยเพิ่มความมั่นคงของเข่าขณะเคลื่อนไหว นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของมุมการงอ/เหยียดเข่าสูงสุดขณะสัมผัสพื้น และแรงบิดสูงสุดของขาข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ แสดงว่าการออกกำลังกายแบบซิงเกิ้ลเลคแฮมสตริงบริดจ์อาจช่วยเสริมผลของการฟื้นฟูเอ็นไขว้หน้า โดยการพัฒนาความสมดุลของข้างปกติเพื่อเพิ่มการช่วยเหลือขาข้างที่ได้รับบาดเจ็บผ่านการควบคุมของระบบประสาทส่วนกลาง แต่ทั้งนี้การพบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเฉพาะขาข้างปกติอาจยังยืนยันผลต่อขาข้างที่ได้รับบาดเจ็บได้ไม่ชัดเจน จึงควรวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประโยชน์โดยตรงสำหรับขาข้างที่ได้รับการผ่าตัดและผลลัพธ์ในระยะยาวของการกลับไปเล่นกีฬา


ผลของการออกกำลังกายแบบฟังก์ชันนอลบาร์ด้วยเก้าอี้ต่อคิเนมาติกส์ขณะวิ่งและระดับความทนต่อแรงกดปวดในนักวิ่งระยะไกลเพศหญิงที่มีอาการปวดบริเวณข้อเข่าทางด้านนอก, อรวรรณ ใจหาญ Jan 2024

ผลของการออกกำลังกายแบบฟังก์ชันนอลบาร์ด้วยเก้าอี้ต่อคิเนมาติกส์ขณะวิ่งและระดับความทนต่อแรงกดปวดในนักวิ่งระยะไกลเพศหญิงที่มีอาการปวดบริเวณข้อเข่าทางด้านนอก, อรวรรณ ใจหาญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาผลของการออกกำลังกายแบบฟังก์ชันนอลบาร์ด้วยเก้าอี้ต่อคิเนมาติกส์ขณะวิ่งและระดับความทนต่อแรงกดปวดในนักวิ่งระยะไกลที่มีอาการปวดบริเวณข้อเข่าทางด้านนอก กลุ่มตัวอย่างเป็นอาสาสมัครนักวิ่งระยะไกล เพศหญิง ที่มีอาการปวดบริเวณข้อเข่าทางด้านนอกแบบเรื้อรัง อายุระหว่าง 20-45 ปี ที่มีประสบการณ์การแข่งขันในรายการวิ่งมินิมาราธอนหรือฮาฟมาราธอน ก่อนเข้าร่วมงานวิจัย มีรายงานระดับอาการปวดขณะวิ่งอย่างน้อย 3 จาก 10 คะแนน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทดลอง (15 คน) และกลุ่มควบคุม (12 คน) รวมทั้งสิ้น 27 คน โดยผู้วิจัยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ตัวแปรทางคิเนมาติกส์ขณะวิ่ง อาการปวดและระดับความสามารถในการทนต่อแรงกดปวด ความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ ความสามารถในการทรงตัวและลักษณะสัณฐานวิทยาของโครงสร้างอิลิโอทิเบียลแบนด์ (Iliotibial band; ITB) และกล้ามเนื้อกลูเตียสมีเดียส (Gluteus medius muscle; GMed) โดยทำการทดสอบก่อนและหลังการทดลองเป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยสถิติการทดสอบความแปรปรวนสองทางแบบผสม (Two-way mixed design ANOVA) เพื่อหาความแตกต่างของค่าเฉลี่ยภายในกลุ่มและเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีการทดสอบแอลเอสดี (LSD) โดยกำหนดระดับนัยสำคัญที่ 0.05 ผลจากการวิจัย พบว่า ภายหลังจากการออกกำลังกายเป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ ส่งผลต่อลักษณะทางชีวกลศาสตร์การเคลื่อนไหวของกระดูกเชิงกราน ข้อสะโพกและข้อเข่า เมื่อเข้าสู่ช่วงที่เท้าสัมผัสพื้นเต็มที่ในขณะวิ่ง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 โดยลักษณะการเกิดมุมการเอียงลง (Pelvic drop) ในขาข้างปกติมีค่าน้อยกว่ากลุ่มควบคุม มีมุมของการเกิดการเหยียดออกของข้อสะโพก (Hip extension) มุมกางของข้อสะโพก (Hip abduction) มุมการเกิดการหมุนออกของข้อสะโพก (Hip external rotation) และมุมงอเข่า (Knee flexion) ในขาข้างที่บาดเจ็บ ITBS มีค่าเพิ่มขึ้น รายงานค่าคะแนนความปวดที่เกิดขึ้นในขณะวิ่งมีค่าลดลง มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงของขนาดความหนาของโครงสร้าง ITB ลดลง ในขณะที่ขนาดของกล้ามเนื้อมีค่าเพิ่มขึ้นและค่าความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ แตกต่างจากก่อนทดลองและกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แต่อย่างไรก็ตาม ผลจากการวิจัยไม่พบค่าความแตกต่างของความสามารถในการทนต่อแรงกดปวดและค่าความสามารถในการทรงตัวทั้งในขณะอยู่นิ่งและแบบไดนามิก สรุปผลการวิจัย การฝึกออกกำลังกายแบบฟังก์ชันนอลบาร์ด้วยเก้าอี้ เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านลักษณะชีวกลศาสตร์ขณะวิ่ง คะแนนความปวด …


Equestrian Activities And Health Outcomes: A Multidimensional Analysis Of Physical Activity, Injury Patterns, And Occupational Concerns, Michaela Keener Jan 2024

Equestrian Activities And Health Outcomes: A Multidimensional Analysis Of Physical Activity, Injury Patterns, And Occupational Concerns, Michaela Keener

Theses and Dissertations--Rehabilitation Sciences

Over 6 million participate in equestrian activities each year. However, research focusing on the benefits and risks around equestrian activities is limited to epidemiological research and small sample sizes. Equestrian participation ranges from recreational to occupational, and little research has evaluated how the risks of participation change based on the level of participation. Special consideration needs to be given to the occupational equestrians as equestrian participation is their livelihood. The first two aims of this study were to evaluate the physical activity engagement, perceptions of equestrian as a sport, acute injury history, and chronic pain frequency of equestrians across all …


The Effect Of Adding Perceptual-Cognitive Load To Assessments And Intervention Strategies In Healthy Adults, Ke'la H. Porter Jan 2024

The Effect Of Adding Perceptual-Cognitive Load To Assessments And Intervention Strategies In Healthy Adults, Ke'la H. Porter

Theses and Dissertations--Rehabilitation Sciences

In collegiate athletes, approximately one in four injuries require more than seven days before the athlete can return to full participation. Additionally, there are significant long-term consequences associated with these injuries, such as pain and osteoarthritis. Despite the role that the sensorimotor system and cognitive function play in athletic competition, the interaction between these systems in relation to sport-related injury is commonly overlooked. The sensorimotor system integrates and processes sensory, motor, and central mechanisms to produce a motor response. Further, cognition constructs, such as visual attention or processing speed, allow athletes to navigate the chaotic sporting environment. When there are …


Physical And Psychosocial Factors Related To Firefighter Musculoskeletal Disorders, Jennifer Ellen Tinsley Kubala Jan 2024

Physical And Psychosocial Factors Related To Firefighter Musculoskeletal Disorders, Jennifer Ellen Tinsley Kubala

Theses and Dissertations--Rehabilitation Sciences

Career firefighters must perform physically and psychologically challenging duties in unpredictable and dangerous conditions. Previous investigations have found that firefighters suffer nearly 4 times the recorded musculoskeletal disorders (MSD) and workplace injuries compared to private and public sector workers, and take approximately 1.5 days longer to return to normal work. Thus, the burden of firefighter MSD experiences has been a growing area of exploration. The few investigations that have concurrently examined physical and psychosocial consequences experienced by firefighters have found a positive relationship between increased occupational stress reports and MSD experiences. However, these investigations, as well as those that individually …


Associations Between Urine Specific Gravity And Race/Ethnicity At The Population Level: Implications For Hydration Status Categorization, Ian P. Winter, Brain K. Ferguson, Patrick B. Wilson Jan 2024

Associations Between Urine Specific Gravity And Race/Ethnicity At The Population Level: Implications For Hydration Status Categorization, Ian P. Winter, Brain K. Ferguson, Patrick B. Wilson

Exercise Science Faculty Publications

Objective

We aimed to evaluate how urine specific gravity (USG) and rates of supposed hypohydration vary by race/ethnicity, and to examine how adjustment for several important factors impacts estimated USG.

Methods

Using the National Health and Nutrition Examination Survey, this cross‐sectional study evaluated a total of 4195 (2098 female, 2097 male) Americans and categorized them as supposedly hypohydrated (USG≥1.020) or not using spot urine samples. USG and prevalence of supposed hypohydration were compared across racial/ethnic groups, separately by gender. The analyses considered the impact of urine creatinine, body composition, age, dietary nutrients, and physical activity.

Results

Differences in supposed hypohydration …


The Effects Of Static Versus Dynamic Stretching On Lower Extremity Power Output And Flexibility In Dancers, Meloney George Jan 2024

The Effects Of Static Versus Dynamic Stretching On Lower Extremity Power Output And Flexibility In Dancers, Meloney George

Williams Honors College, Honors Research Projects

Collegiate dancers require a large range of motion throughout all joints for performance success. Previous research has shown static (STA) stretching to be most effective at improving flexibility (Chaabene et al. 2019), due to this factor, warmups for dance are primarily based on STA stretching to allow dancers to reach their maximum flexibility. Previous research has also shown that STA stretching before activity can have negative effects on an athlete’s power output, and a large amount of power is essential for dance. PURPOSE: Determine the effect of STA and dynamic (DYN) stretching on lower extremity power and flexibility in collegiate …


ผลของการฝึกพลัยโอเมตริกด้วยขาเดียวและขาสองข้างร่วมกับการเปลี่ยนทิศทางที่มีต่อสมรรถภาพร่างกายในนักกีฬาแฮนด์บอลชาย, สถาพร พื้นดอนเค็ง Jan 2024

ผลของการฝึกพลัยโอเมตริกด้วยขาเดียวและขาสองข้างร่วมกับการเปลี่ยนทิศทางที่มีต่อสมรรถภาพร่างกายในนักกีฬาแฮนด์บอลชาย, สถาพร พื้นดอนเค็ง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการฝึกพลัยโอเมตริกด้วยขาเดียวร่วมกับการเปลี่ยนทิศทางที่มีต่อสมรรถภาพร่างกายในนักกีฬาแฮนด์บอลชาย วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่างนักกีฬาแฮนด์บอลระดับมหาวิทยาลัย เพศชาย อายุระหว่าง 18-25 ปี จำนวน 24 คน แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 12 คน กลุ่มที่ 1 ฝึกพลัยโอเมตริกด้วยขาเดียวร่วมกับการเปลี่ยนทิศทาง และกลุ่มที่ 2 ฝึกพลัยโอเมตริกด้วยขาสองข้างร่วมกับการเปลี่ยนทิศทาง ทั้งสองกลุ่มฝึกการกระโดดและตามด้วยการวิ่งเร็วเปลี่ยนทิศทาง จำนวน 6-10 ชุด ทำการฝึก 2 วันต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ก่อนและหลังการฝึก ทำการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ได้แก่ ความสามารถในการกระโดดสูง ความคล่องแคล่วว่องไว การความสามารถด้านการทรงตัว และความสามารถด้านการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดแบบซ้ำ จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ทางสถิติโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความแตกต่างภายในกลุ่ม โดยการทดสอบค่าทีแบบรายคู่และความแตกต่างระหว่างกลุ่ม โดยการทดสอบค่าทีแบบอิสระ กำหนดความมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ผลการวิจัย หลังการฝึก 8 สัปดาห์ พบว่า กลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 มีความคล่องแคล่วว่องไว การความสามารถในการทรงตัวในขาข้างที่ถนัด เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และกลุ่มที่ 1 มีความสามารถในการกระโดดสูง ความสามารถในการทรงตัวในขาข้างที่ไม่ถนัด และความสามารถด้านการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดแบบซ้ำ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบหลังการฝึกระหว่างกลุ่ม พบว่า ทั้ง 2 กลุ่มไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกตัวแปร สรุปผลการวิจัย การฝึกพลัยโอเมตริกด้วยขาเดียวร่วมกับการเปลี่ยนทิศทางช่วยพัฒนา พลังกล้ามเนื้อขา ความคล่องแคล่วว่องไว ความสามารถในการทรงตัว และความสามารถด้านการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดแบบซ้ำ จึงเป็นโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาสมรรถภาพร่างกายให้แก่นักกีฬาแฮนด์บอลเป็นอย่างได้ดี


Fat-Free Mass Is Positively Associated With Urine Specific Gravity In Athletes And Active Adults: A Quantitative Review, Patrick B. Wilson, Ian P. Winter Jan 2024

Fat-Free Mass Is Positively Associated With Urine Specific Gravity In Athletes And Active Adults: A Quantitative Review, Patrick B. Wilson, Ian P. Winter

Exercise Science Faculty Publications

Background: Urine specific gravity (USG) is a commonly used assessment method to estimate the prevalence of hypohydration, typically based on a common threshold of ≥ 1.020. Some research has shown that USG can vary based on body size and composition, but the evidence to date is limited. This review examined whether an association between fat-free mass (FFM), a component of body composition, and USG could be detected among published articles that have reported these variables in athletes and physically active individuals.

Methods: By searching Google Scholar, the authors identified a large number of published articles (n = 161) reporting anthropometrics …


The Relationship Between Sleep, Physical Activity, And Musculoskeletal Injury, In Us And Saudi College Students, Abdulaziz Hasan Alameer Jan 2024

The Relationship Between Sleep, Physical Activity, And Musculoskeletal Injury, In Us And Saudi College Students, Abdulaziz Hasan Alameer

Theses and Dissertations--Rehabilitation Sciences

According to the National Sleep Foundation, individuals should sleep 7-9 hours every night. Recently, insufficient or poor sleep has been linked to diabetes, cardiovascular illness, stroke, obesity, and Alzheimer's disease. Insufficient sleep for college students can negatively impact academic performance and mental health. In addition, especially for collegiate athletes, there is evidence that insufficient sleep is associated with an increased risk of musculoskeletal injury. However, it is uncertain if the link between sleep and injury varies between populations, types of individuals (athletes vs non-athletes), sports or types of exercise, or training volume. Despite the health risks of inadequate sleep, up …


Using Inertial Measurement Units (Imus) To Assess Fatigue-Related Changes In Running: Applications In Training Load Management, Reiley Thomas Bergin Jan 2024

Using Inertial Measurement Units (Imus) To Assess Fatigue-Related Changes In Running: Applications In Training Load Management, Reiley Thomas Bergin

Theses and Dissertations--Rehabilitation Sciences

The inertial measurement unit (IMU) is the most researched wearable technology in running. Yet, few studies have validated IMU-derived measures against accepted laboratory standards, such as three-dimensional (3D) motion capture and force plates. IMUs have the potential to provide information that can guide training load management decisions; however, no study has explored their capability to assess fatigue-related changes in running across consecutive days of training. Therefore, the purpose of this project was to evaluate the validity and reliability of IMU-derived measures and assess their capability for detecting fatigue-related changes in running in the days following an intensified training bout. The …


Midlife Health Crisis Of Former Competitive Athletes: Dissecting Their Experiences Via Qualitative Study, Jacob J. Capin, Taylor Wolf, Jena Heck Street, Carolyn S. Smith, Shannon L. Lennon, William B. Farquhar, Sandra K. Hunter, Linda B. Piacentine Jan 2024

Midlife Health Crisis Of Former Competitive Athletes: Dissecting Their Experiences Via Qualitative Study, Jacob J. Capin, Taylor Wolf, Jena Heck Street, Carolyn S. Smith, Shannon L. Lennon, William B. Farquhar, Sandra K. Hunter, Linda B. Piacentine

Physical Therapy Faculty Research and Publications

Sports participation confers many health benefits yet greatly increases injury risk. Long-term health outcomes in former athletes and transition to life after competitive sports are understudied. Ending a sport may pose physical and psychosocial challenges. The purpose was to determine the lived experiences of former competitive athletes and how their sports participation impacted their long-term health and well-being. Former college varsity athletes participated in semistructured interviews focusing on their experiences, including past and current health, the impact of injuries, activity, exercise, diet and transition to life after competitive sport. Thematic analysis was completed using a collaborative, iterative process. Thirty-one (16 …


Does The Size-Weight Illusion Exist During Deadlift?, Dakota Kerbow, Luke Mallory, Robin Dorociak, Peter Jang, Andrew Meszaros Jan 2024

Does The Size-Weight Illusion Exist During Deadlift?, Dakota Kerbow, Luke Mallory, Robin Dorociak, Peter Jang, Andrew Meszaros

Student-Faculty Research - College of Physical Therapy

Purpose:

to assess whether the SWI exists during deadlift (whole body loading), and identify the mechanical factors that explain or overcome the illusion


Fatigue Changes Biomechanical Variables In Drop Vertical Jump Performance In Competitive Basketball Players, Isabella Bruno, Caroline Linardos, Michala Rennels, Kristina Williams, Robin Dorociak, Jaydee Romick, Jason Brumitt Jan 2024

Fatigue Changes Biomechanical Variables In Drop Vertical Jump Performance In Competitive Basketball Players, Isabella Bruno, Caroline Linardos, Michala Rennels, Kristina Williams, Robin Dorociak, Jaydee Romick, Jason Brumitt

Student-Faculty Research - College of Physical Therapy

The drop vertical jump (DVJ) has been used as a tool to identify athletes at risk for injury. Initial studies have suggested an association between biomechanical variables and injury (1); however, subsequent research has demonstrated no relationship (2-4). Evaluating variables in fatigued athletes may help clinicians identify athletes at risk. Advances in motion capture technology now allow for assessment of variables after a fatigue protocol.


Prediction Of Recurrent Lateral Ankle Sprain And Ankle Pain Using Applied Care Strategies And Patient-Reported Outcomes, Ryan S. Mccann, Elisabeth Ohrnberger, Kyle B. Kosik, Phillip A. Gribble Jan 2024

Prediction Of Recurrent Lateral Ankle Sprain And Ankle Pain Using Applied Care Strategies And Patient-Reported Outcomes, Ryan S. Mccann, Elisabeth Ohrnberger, Kyle B. Kosik, Phillip A. Gribble

Rehabilitation Sciences Faculty Publications

Context

Patients with lateral ankle sprains (LASs) often have deficient patient-reported outcomes (PROs) at return to activity (RTA), potentially increasing risk for recurrent LAS and ankle pain. Additionally, applied care strategies are known to correct impairments, but their ability to mitigate risk for long-term consequences remains unknown.

Objective

To determine if applied care strategies and PRO scores at RTA and 6 months after RTA predict recurrent LAS and ankle pain 12 months after an acute LAS. DESIGN: Prospective cohort study.

Setting

Online survey.

Patients or Other Participants

We enrolled 63 individuals within 1 week of sustaining an acute LAS.

Main …


Athletic Trainers' Perceptions Of The Structure And Barriers To Online Continuing Education Clinical Documentation Models, Sara L. Nottingham, Tricia M. Kasamatsu, Julie M. Cavallario, Cailee E. Welch Bacon Jan 2024

Athletic Trainers' Perceptions Of The Structure And Barriers To Online Continuing Education Clinical Documentation Models, Sara L. Nottingham, Tricia M. Kasamatsu, Julie M. Cavallario, Cailee E. Welch Bacon

Rehabilitation Sciences Faculty Publications

Context: Athletic trainers (ATs) appreciate the accessibility of web-based continuing education (CE) opportunities. ATs describe needing more CE opportunities related to clinical documentation, but the effectiveness of CE in this content area has not been studied.

Objective: Obtain ATs’ perceptions of their experiences accessing web-based CE specific to clinical documentation.

Design: Qualitative study.

Setting: Web-based audio interviews.

Patients or Other Participants: Twenty-nine ATs, averaging 36.2 ± 9.0 years of age, including 16 women and 13 men who represented 8 different clinical practice settings.

Data Collection and Analysis: Participants previously completed 1 of 2 web-based CE modules specific to clinical documentation, …


Retention And Transfer Of Fractal Gait Training, Logan J. Frame, Nikita A. Kuznetsov, Louisa D. Raisbeck, Christopher K. Rhea Jan 2024

Retention And Transfer Of Fractal Gait Training, Logan J. Frame, Nikita A. Kuznetsov, Louisa D. Raisbeck, Christopher K. Rhea

Rehabilitation Sciences Faculty Publications

Background/Purpose: Fractal gait patterns have been shown to be modifiable, but the extent to which they are retained and transferred to new contexts is relatively unknown. This study aimed to close those gaps by enrolling participants (N = 23) in a seven-day fractal gait training program. Methods: Building on related work, the fractal gait training occurred on a treadmill over a 10-min period. Before and after the treadmill training, each participant walked for 10 min overground without the fractal stimulus used during training. The daily post-test was used to examine immediate retention and transfer of the fractal gait patterns from …


Models Of Video Feedback For Youth Athletes Performing An American Football Tackle, Eric Schussler, Richard J. Jagacinski, Ajit Chaudhari, John A. Buford, James A. Onate Jan 2024

Models Of Video Feedback For Youth Athletes Performing An American Football Tackle, Eric Schussler, Richard J. Jagacinski, Ajit Chaudhari, John A. Buford, James A. Onate

Rehabilitation Sciences Faculty Publications

Context: Video feedback is an expeditious method for improving athlete safety when performing activities with an inherent risk of injury. Providing appropriate and validated feedback during tackling training in American football may be a mechanism for athletes to learn safe tackling performance.

Objective: To determine the effect of video feedback in the instruction of tackling form.

Design: Controlled laboratory study.

Setting: Laboratory.

Patients or Other Participants: A total of 32 youth football athletes (28 boys, 4 girls; age ¼ 11.8 6 0.8 years) participated in 1 day of training. Of those, 14 participants completed 2 additional days of training and …


Muslim Collegiate Student-Athletes' Experience With Fasting During Ramadan While Participating In Sport, Mishaal Amjad, Julie M. Cavallario, Nicolette A. Harris, Cailee E. Welch Bacon Jan 2024

Muslim Collegiate Student-Athletes' Experience With Fasting During Ramadan While Participating In Sport, Mishaal Amjad, Julie M. Cavallario, Nicolette A. Harris, Cailee E. Welch Bacon

Rehabilitation Sciences Faculty Publications

Context: As colleges and universities continue to focus on creating diverse, equitable, and inclusive environments, it is important to gain more knowledge on the experiences that Muslim student-athletes have while fasting during the month of Ramadan. While previous researchers have investigated the physical effects of fasting on the body, little is known about the challenges or support Muslim student athletes experience while fasting and participating in sport during Ramadan.

Objective: To explore the experiences of Muslim collegiate student-athletes regarding fasting during Ramadan while participating in sports.

Design: Consensual qualitative research.

Setting: Individual video interviews.

Participants: 12 Muslim collegiate student-athletes (4 …


Herniated Nucleus Pulposus Radiculopathy In Athletes, Elizabeth G. Massel Jan 2024

Herniated Nucleus Pulposus Radiculopathy In Athletes, Elizabeth G. Massel

Capstone Showcase

Herniated nucleus pulposus (HNP), commonly referred to as intervertebral disc (IVD) herniation, is the second most common cause of neck and back pain, and most common cause of radiculopathy. The purpose of this CME article is to provide guidance on the medical management and secondary prevention of HNP in athletic populations, and highlight the pathophysiological process of mechanical overload putting athletes at a proportionately higher risk of the disease. It will address the unique pathophysiology of overuse-related HNP, as opposed to underuse, with the mechanical overload on vertebral discs associated with many sports. It will also review, with more emphasis …