Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Institution
-
- American Dental Association (4298)
- Chulalongkorn University (1270)
- Loma Linda University (976)
- Virginia Commonwealth University (838)
- Marquette University (721)
-
- University of the Pacific (455)
- Taiwanese Journal of Orthodontics (385)
- Loyola University Chicago (291)
- The Texas Medical Center Library (272)
- The British University in Egypt (251)
- Universitas Indonesia (245)
- Old Dominion University (237)
- University of Alabama at Birmingham (223)
- Roseman University of Health Sciences (184)
- Nova Southeastern University (175)
- Mansoura Journal of Dentistry (166)
- Saint Joseph University of Beirut (145)
- Western Kentucky University (141)
- Association of Arab Universities (136)
- University of Nevada, Las Vegas (136)
- University of Kentucky (105)
- Aga Khan University (97)
- JSS Academy of Higher Education and Research (89)
- West Virginia University (89)
- University of Nebraska Medical Center (85)
- LSU Health New Orleans (71)
- University of Louisville (61)
- City University of New York (CUNY) (59)
- University of New England (54)
- University of New Mexico (54)
- Keyword
-
- Dentistry (1370)
- Oral health (1132)
- American Dental Association (834)
- Newsletter (700)
- Newspaper (690)
-
- News (649)
- Professional association (622)
- Broadsheet (621)
- Paper (621)
- Organized Dentistry (575)
- Administration (574)
- Organization (570)
- Pamphlet (454)
- Dental health education (357)
- Brochure (294)
- ADA presidents (289)
- ADA (283)
- Governing documents (272)
- NDA (272)
- National Dental Association (272)
- Transactions of the ADA (272)
- Transactions of the NDA (272)
- Leaflet (247)
- Humans (237)
- Booklet (221)
- Business announcements (203)
- Business communications (203)
- Corporate communications (203)
- Corporate response (203)
- News release (203)
- Publication Year
- Publication
-
- Chulalongkorn University Dental Journal (907)
- ADA News (622)
- Loma Linda University Electronic Theses, Dissertations & Projects (603)
- ADA News Letter (570)
- Virginia Dental Journal (569)
-
- School of Dentistry Faculty Research and Publications (509)
- The Journal of the Michigan Dental Association (483)
- Journal of the American College of Dentists (395)
- Taiwanese Journal of Orthodontics (385)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (357)
- Patient Dental Health Education Materials 1929-1981 (352)
- Theses and Dissertations (343)
- Master's Theses (268)
- Faculty, Staff and Student Publications (263)
- Dentistry (251)
- Journal of Dentistry Indonesia (229)
- All ETDs from UAB (214)
- The New York State Dental Journal (207)
- News Releases (203)
- Dentalgram (201)
- Annual Research Symposium (184)
- ADA Transactions (177)
- Mansoura Journal of Dentistry (166)
- Master's Theses (2009 -) (153)
- International Arab Journal of Dentistry (145)
- Excellence Day (142)
- All Dugoni School of Dentistry Faculty Articles (135)
- Bulletin of the Virginia State Dental Association (126)
- Future Dental Journal (115)
- ADA Presidents 1860-1979 (113)
- Publication Type
Articles 10771 - 10800 of 13191
Full-Text Articles in Medicine and Health Sciences
Observation Of Bone Formation In The Mandibular Symphysis Following Surgical Separation And Slow Mechanical Expansion In A Baboon, Robert J. Homer
Observation Of Bone Formation In The Mandibular Symphysis Following Surgical Separation And Slow Mechanical Expansion In A Baboon, Robert J. Homer
Loma Linda University Electronic Theses, Dissertations & Projects
Mechanical expansion of the maxilla, at the midline suture, is a widely accepted orthodontic procedure used to gain arch width in certain types of maxillary deficient arches.
In animal research on the mandible, techniques using surgical separation at the symphysis with immediate expansion up to 12 mm, fixation with a metal splint, and autogenous bone transplanted into the expanded area, have been reported to be successful.
To date, no experiment utilizing slow mechanical expansion of the mandible at the symphysis has been reported.
In this pilot study, the mandible of a female baboon was surgically separated A-P at the symphysis. …
Ua66/4/2 Ceremony Of Capping & Pinning, Wku Dental Hygiene
Ua66/4/2 Ceremony Of Capping & Pinning, Wku Dental Hygiene
WKU Administration Documents
Program for capping & pinning ceremony.
ปัญหาสุขภาพอนามัยในช่องปากและความต้องการ การบริการทางทันตกรรมของชุมชนหนึ่งในภาคตะวันออกของประเทศไทย, สมพล เล็กเฟื่องฟู, วีรศักดิ์ เหลืองจามีกร, สุนทร ระพิสุวรรณ
ปัญหาสุขภาพอนามัยในช่องปากและความต้องการ การบริการทางทันตกรรมของชุมชนหนึ่งในภาคตะวันออกของประเทศไทย, สมพล เล็กเฟื่องฟู, วีรศักดิ์ เหลืองจามีกร, สุนทร ระพิสุวรรณ
Chulalongkorn University Dental Journal
ได้ทําการศึกษาเพื่อหาวิธีการของการสํารวจสุขภาพอนามัยในปากของชนบทไทย โดยทําการศึกษาในกลุ่มประชาชนหมู่บ้านหินดาษ ตําบลดงน้อย อําเภอราชสาสน์ จังหวัดฉะเชิงเทรา จํานวน 158 คน (คิดเป็นจํานวนประชากรร้อยละ 29.53) ในกลุ่มอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปถึงมากกว่า 70 ปี โดยใช้แบบฟอร์มการ สํารวจที่ได้ดัดแปลงมาจากแบบฟอร์มของหน่วยทันตสุขภาพ องค์การอนามัยโลก ใช้เครื่องมือตรวจฟันเบอร์ 5 กระจกส่องปากแบบไม่ขยาย และแสงจากธรรมชาติ พบว่าแบบฟอร์มที่ใช้นี้เหมาะสม และแนะนําให้ใช้ในการสํารวจหาข้อมูลเบื้องต้น ทางทันตสาธารณสุข เพราะผลจากข้อมูลสามารถบ่งชี้สภาพต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาใน ปากและความต้องการของการบริการทางทันตกรรมสําหรับชุมชนนั้น ๆ ด้วย
อุบัติการณ์ของการมีฟันผุในฟันกรามแท้ซี่แรกของเด็กวัยเรียน, ระวีวรรณ ปัญญางาม, ยุทธนา ปัญญางาม
อุบัติการณ์ของการมีฟันผุในฟันกรามแท้ซี่แรกของเด็กวัยเรียน, ระวีวรรณ ปัญญางาม, ยุทธนา ปัญญางาม
Chulalongkorn University Dental Journal
จากการศึกษาอุบัติการณ์ของการมีฟันผุในฟันกรามแท้ซี่แรกของเด็กวัยเรียนที่มีระดับเศรษฐกิจต่ำในเขตกรุงเทพมหานครฯ พบว่า ด้านสบฟันของฟันกรามแท้ซี่ แรกจะมีอุบัติการณ์ของการมีฟันผุสูงที่สุด รองลงมาได้แก่ ด้านที่อยู่ชิดกับกระพุ้งแก้ม ด้านที่อยู่ชิดกับลิ้น ด้านใกล้และด้านไกลตามลําดับ และอัตราฟันผุ ถอน อุด ในฟันกรามล่างแท้ซี่แรกจะสูงกว่าฟันกรามบนแท้ซี่แรก โดยอัตราฟันผุ ถอน อุด นี้ จะเพิ่มขึ้นตามกลุ่มอายุที่เพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ ยังพบว่าในเด็กกลุ่มอายุ 8 ขวบ จะมีฟันกรามแท้ซี่แรกขึ้นเกือบครบสมบูรณ์ โดยฟันล่างจะขึ้นเร็วกว่าฟันบนเล็กน้อย
ความตึงเครียดในวิชาชีพทันตแพทย์, วันดี อภิณหสมิต
ความตึงเครียดในวิชาชีพทันตแพทย์, วันดี อภิณหสมิต
Chulalongkorn University Dental Journal
วิชาชีพทันตแพทย์เป็นงานหนัก แต่เป็นงานประณีตที่ต้องใช้กําลังกาย กําลังใจและกําลังความรู้อันละเอียดลึกซึ้ง ทันตแพทย์ต้องเผชิญกับปัญหารอบด้าน ทั้งจากตนเอง ครอบครัว การงาน สภาพเศรษฐกิจและสังคม สภาพการณ์เหล่านี้ ก่อให้เกิดความตึงเครียดได้มาก การลดหรือการกําจัดความตึงเครียดทําได้โดยการยอมรับปัญหา ค้นหาเหตุ ปัจจัยที่ผลักดันให้เกิด และหาแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข การปรับปรุงหลักสูตรทันตแพทย์ การจัดสภาพแวดล้อม การจัดบุคลากร การจัดตารางเวลา การหาวิธีช่วยให้ทํางานได้ง่ายขึ้นและการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ตลอดจนการสร้างดุลยภาพของชีวิต จะช่วยลดหรือแก้ไขและป้องกันความตึงเครียดได้ ส่วนการจัดตั้งกลุ่มเพื่อให้คําปรึกษาสําหรับทันตแพทย์ผู้มีปัญหาทางด้านจิตใจ ก็น่าจะเป็นแนวทางที่ดีอีกวิธีหนึ่ง การลดหรือการกําจัดตลอดจนการป้องกันความตึงเครียดมีผลดีต่อสุขภาพทาง กายและทางจิตใจ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางาน และเสริมสร้างชีวิตที่สุขสมบูรณ์แก่ทันตแพทย์
สภาพเหงือกและเนื้องอกในปากของหญิงตั้งครรภ์ ที่โรงพยาบาลราชวิถี, ยิ่งกมล อรุณินท์, นารี บุญภิรักษ์
สภาพเหงือกและเนื้องอกในปากของหญิงตั้งครรภ์ ที่โรงพยาบาลราชวิถี, ยิ่งกมล อรุณินท์, นารี บุญภิรักษ์
Chulalongkorn University Dental Journal
ได้ทําการศึกษาสภาพของเหงือกและการเกิดเนื้องอกในปากของหญิงตั้งครรภ์ จํานวน 966 คน การตรวจสภาพเหงือกใช้วิธีการตรวจคนไข้ของทันตแพทย์ที่ใช้ ตรวจคนไข้อย่างละเอียดในห้องตรวจโรค โดยแบ่งการให้คะแนนเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ คะแนนเป็น 0, 1, 2 และ 3 พร้อมกับจดบันทึกจํานวนของเนื้องอกที่พบ ในจํานวน สตรีมีครรภ์ 966 คน พบเนื้องอก (pregnancy tumors) 26 ราย ซึ่งเท่ากับ 2.69% แบ่งออกเป็นพบในหญิงตั้งครรภ์ที่เคยมีประวัติได้รับการบําบัดทางทันตกรรม 17 ราย ซึ่งเท่ากับ 3.79% และพบในหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่เคยมีประวัติ การรักษาทางทันตกรรมเลย 9 ราย ซึ่งเท่ากับ 1.74 % จํานวนคนไข้ที่เคยรับการบําบัดทางทันตกรรมมีจํานวน 46.48% ส่วนผู้ที่ไม่เคยได้รับการบําบัดทางทันตกรรม เลยมี 53.52% จํานวนคนไข้ที่เคยได้รับการขูดหินน้ำลายมีเพียง 11.58 % คนไข้ที่ ได้รับการขูดหินน้ำลายอย่างสม่ำเสมอจะเป็นคนไข้ที่มีเศรษฐภาวะของครอบครัวดี คนไข้ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ในเรื่องประโยชน์ของการขูดหินน้ำลาย
การถอดรื้อเดือยฟัน, สมหมาย ชอบอิสระ
การถอดรื้อเดือยฟัน, สมหมาย ชอบอิสระ
Chulalongkorn University Dental Journal
ผู้ป่วยที่มีฟันเดือยแล้วภายหลังปรากฏมีหนองเกิดขึ้นที่ปลายรากฟันที่ใส่เดือยหรือทันตแพทย์ต้องการที่จะเปลี่ยนเดือยฟันใหม่ให้ผู้ป่วย เนื่องจากเดือยฟันเก่าเล็ก สั้น ไม่แข็งแรง ทําไว้ไม่ถูกต้อง กรณีเหล่านี้ทันตแพทย์อาจจะต้องทําการรื้อถอด เดือยฟันเก่าเพื่อทําการรักษาใหม่ให้ถูกต้อง ในบทความนี้ได้จําแนกชนิดของเดือยฟันและเสนอขั้นตอนในการรื้อถอดเดือยฟันด้วยเครื่องมือ และวิธีการอย่างง่าย ๆ พร้อมทั้งรายงานผลของการรื้อเดือยฟันในผู้ป่วย 16 คน
Abstract From Journals(ปกิณกะ : ย่อความจากวารสารต่างประเทศ)
Abstract From Journals(ปกิณกะ : ย่อความจากวารสารต่างประเทศ)
Chulalongkorn University Dental Journal
No abstract provided.
ฟันปลอมชนิดพันท้ายหายไปทั้งแถบ, โสภี ชาติสุทธิพันธุ์
ฟันปลอมชนิดพันท้ายหายไปทั้งแถบ, โสภี ชาติสุทธิพันธุ์
Chulalongkorn University Dental Journal
ในการใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้ให้แก่คนไข้ อาจมีปัญหาหลายประการเกิดขึ้นตามมา เช่น ฟันปลอมไม่มีประสิทธิภาพ ใช้บดเคี้ยวอาหารไม่ได้ ขณะบดเคี้ยวอาหารกดสันเหงือกเจ็บ มีแผล คนไข้รําคาญฟันปลอมมาก ส่วนมากปัญหาจะเกิดในฟันปลอมชนิดรองรับแรงโดยสันเหงือก วิธีแก้ไขต้องทําฟันปลอมให้ดีตั้งแต่เริ่มแรก มีข้อสําคัญควรระวัง 2 ประการ ที่จะช่วยให้ฟันปลอมชนิดรองรับแรงโดยสันเหงือก มีประสิทธิภาพดี เพื่อขจัดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้น
Aseptic Techniques Currently Used In Dental Hygiene Clinics Within Accredited Dental Hygiene Programs, Jan Shaner Greenlee
Aseptic Techniques Currently Used In Dental Hygiene Clinics Within Accredited Dental Hygiene Programs, Jan Shaner Greenlee
Dental Hygiene Theses & Dissertations
The purpose of this survey was to assess the aseptic techniques currently used in 197 accredited dental hygiene programs in the United States. A self-designed, 51-item questionnaire examined the aseptic techniques used in: (1) preparation of the dental hygiene clinic and unit, (2) instrument preparation, (3) preparation of the student practitioner, (4) preparation of the patient, (5) preparation of radiographic equipment, and (6) treatment of the hepatitis patient.
The questionnaire and a letter of transmittal were mailed to the clinical supervisor of each accredited dental hygiene program. Data were obtained from 173 returned questionnaires and analyzed via modal and percentage …
A Correlation Study Of Facial Soft Tissue Proportions (Golden Sections) And Cephalometric Measurements Of Golden Sections And The Eleven Factor Analysis, Russell Andrew Sutliff
A Correlation Study Of Facial Soft Tissue Proportions (Golden Sections) And Cephalometric Measurements Of Golden Sections And The Eleven Factor Analysis, Russell Andrew Sutliff
Loma Linda University Electronic Theses, Dissertations & Projects
Frontal photographs on a total of one hundred and three individuals who had been treated by Dr. Ricketts, and had been involved in a prior study at Rocky Mountain Data Systems, were evaluated for facial proportions according to Ricketts application of Pythagoras' golden section. Seven facial proportions were analyzed from 1:1 retention phase frontal photographs. Forty individuals, made up of twenty-two females and eighteen males, 12.2 to 21.0 years of age, were selected and divided into two groups of twenty each, according to their soft tissue facial proportions. A range of acceptability for the facial proportions was derived. Proportions within …
Activator Growth Augmentation : A Long-Term Perspective, William Emmerson
Activator Growth Augmentation : A Long-Term Perspective, William Emmerson
Loma Linda University Electronic Theses, Dissertations & Projects
A sample of twenty-three activator treated patients, in the growth years up to age eighteen were evaluated at three time intervals, before treatment, end of treatment, and five years post-treatment. The average time period of the post-treatment evaluation period was 5.7 years after the end of active therapy. The patients' ages ranged from 8.4 to 13.3 years at the beginning of activator treatment.
In the correction of the Class II malocclusion, no other form of orthopedic mechanics were utilized in this sample. In some cases full banding was used to align and level the arches prior to the activator therapy. …
The Effects Of Second Molar Extractions In Conjunction With Bionator Treatment, Mohammed Toufic Jeiroudi
The Effects Of Second Molar Extractions In Conjunction With Bionator Treatment, Mohammed Toufic Jeiroudi
Loma Linda University Electronic Theses, Dissertations & Projects
The intent of this paper is to evaluate the effects of second molar extractions in conjunction with Bionator treatments. Eighteen Orthodontic patients were used in this study. All had had second molars extracted. Lateral cephalometric radiographs were traced and used to evaluate the treatment. The average age at time of extraction was 13 years, 3 months. The average treatment time was 38.3 months.
There were some orthopedic changes. The convexity decreased significantly, the condyle axis increased more than expected in normal growth. Also, the lower facial height and facial axis both became more dolichotype (open).
The upper and lower incisors …
Force Loss In Retraction Springs At 37°C As Affected By Time, Roger Edward Clawson
Force Loss In Retraction Springs At 37°C As Affected By Time, Roger Edward Clawson
Loma Linda University Electronic Theses, Dissertations & Projects
Closed helix retraction springs fabricated from .016 X .016 inch Blue Elgiloy, Permachrome Standard stain less steel, and Multiphase orthodontic wire were tested at 37°C in their heat and nonheat treated condition to determine force relaxation properties. Electronic equipment consisting of load cells, regulated power supply, and an automatic recording device were used to measure force changes which occurred in the wire samples over a seven day period. A constant temperature was maintained by an ethylene glycol and water circulator. A temperature probe and an electronic thermometer monitored the 37°C water bath surrounding the wire samples. The data was graphed …
ครอบฟันหลักในฟันปลอมชนิดถอดได้, ตระกล เมฆญารัชชนานนท์, สดจิตต์ ทองธรรมชาติ
ครอบฟันหลักในฟันปลอมชนิดถอดได้, ตระกล เมฆญารัชชนานนท์, สดจิตต์ ทองธรรมชาติ
Chulalongkorn University Dental Journal
ในการทําฟันปลอมชนิดถอดได้ ซึ่งต้องใช้ฟันเป็นหลักสําคัญในการช่วยให้ฟันปลอมได้ยึดติดแน่น โดยปกติการกรอแต่งฟันเพียงอย่างเดียวก็เหมาะสมที่จะรองรับฟันปลอม แต่ในบางครั้งเนื่องจากฟันหลักไม่เหมาะสม เช่น ฟันหลักผุมาก รูปร่างไม่เหมาะสม ฟันยื่นเลยระดับการสบฟันในแนวปกติมาก จึงต้องปรับสภาพของฟันหลักให้มีรูปร่างสมบูรณ์ก่อน โดยการทําครอบฟัน การครอบฟันอาจรวมทั้งเมื่อต้องการยึดฟันให้ติดกัน ซึ่งการทําครอบให้ได้รับความสําเร็จนั้นจะขึ้นกับการวางแผนการรักษาที่ดี มีขั้นตอนการทํางานในคลินิกและในห้องปฏิบัติการที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ประกอบการพิจารณา รวมทั้งขั้นตอน ในการทําครอบฟันหลักเพื่อใช้เป็นหลักยึดสําหรับฟันปลอมชนิดถอดได้
ยาชา, ธาราทิพย์ สูอำพัน, พวงเพ็ชร เดชะประทุมวัน
ยาชา, ธาราทิพย์ สูอำพัน, พวงเพ็ชร เดชะประทุมวัน
Chulalongkorn University Dental Journal
การทบทวนความรู้เรื่องยาชาที่ใช้ทั่วๆ ไป โดยกล่าวถึงการแบ่งพวก กลไกการออกฤทธิ์ และอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาชา รวมทั้งยาบีบหลอดเลือดที่มีอยู่ในยาเตรียมใช้ของยาชา
ความชุกของโรคฟันผุในเด็กนักเรียนอายุ 6-14 ปี หลังการปรับระดับฟลูออไรด์ในน้ำประปาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา, พิสมร ตินทุกะสิริ, สุนทร ระพิสุวรรณ, ศิริเพ็ญ อรุณประพันธ์, ธีระ คุณะวิภากร
ความชุกของโรคฟันผุในเด็กนักเรียนอายุ 6-14 ปี หลังการปรับระดับฟลูออไรด์ในน้ำประปาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา, พิสมร ตินทุกะสิริ, สุนทร ระพิสุวรรณ, ศิริเพ็ญ อรุณประพันธ์, ธีระ คุณะวิภากร
Chulalongkorn University Dental Journal
จากการศึกษาการปรับระดับฟลูออไรด์ในน้ำประปาที่ความเข้มข้น 0.7 ส่วนในล้านส่วนในเขต ประปาท้องถิ่น อ.บางปะกง กับผลที่มีต่อการลดจํานวนฟันผุในเด็กนักเรียนอายุ 6-14 ปี พบว่า ค่าของฟันผุ อุด ถอน นับเป็นด้าน (DMFS) ในฟันแท้ของเด็กในท้องถิ่นที่ใช้น้ำประปาปรับระดับฟลูออไรด์เท่ากับ 2.05 ด้านต่อคน ซึ่งน้อยกว่าค่าฟันผุ อุด ถอน ของเด็กในกลุ่มเปรียบเทียบ ซึ่งอยู่นอกเขตประปา มีค่าเท่ากับ 2.25 ด้านต่อคน เด็กที่ได้รับฟลูออไรด์จะมีอัตราฟันผุลดลง 33.22% มีอัตราการปลอดจากโรคฟัน 54.34% ขณะที่ อัตราการปลอดจากโรคฟันผุในเด็กกลุ่มเปรียบเทียบมีค่าเท่ากับ 36.87% และอัตราการผุด้านประชิดในเด็ก กลุ่มทดลองน้อยกว่าเด็กในกลุ่มเปรียบเทียบอย่างเห็นได้ชัด
วิวัฒนาการของการทำความสะอาดช่องปาก, คณะกรรมการจัดทำประวัติและวิวัฒนาการของวิธีการและอุปรณ์ที่ใช้ในการทำความสะอาดฟันและช่องปาก
วิวัฒนาการของการทำความสะอาดช่องปาก, คณะกรรมการจัดทำประวัติและวิวัฒนาการของวิธีการและอุปรณ์ที่ใช้ในการทำความสะอาดฟันและช่องปาก
Chulalongkorn University Dental Journal
No abstract provided.
Abstract From Journals(ปกิณกะ : ย่อความจากวารสารต่างประเทศ)
Abstract From Journals(ปกิณกะ : ย่อความจากวารสารต่างประเทศ)
Chulalongkorn University Dental Journal
No abstract provided.
การย้ายปลูกฟันในฟันกรามล่างซี่สุดท้าย ซึ่งมีปลายรากเจริญเต็มที่แล้ว : รายงานผู้ป่วย 2 ราย, แสงทิพย์ ญาณะจารี, แอนนา เทพวนังกูร
การย้ายปลูกฟันในฟันกรามล่างซี่สุดท้าย ซึ่งมีปลายรากเจริญเต็มที่แล้ว : รายงานผู้ป่วย 2 ราย, แสงทิพย์ ญาณะจารี, แอนนา เทพวนังกูร
Chulalongkorn University Dental Journal
การย้ายปลูกฟันกรามล่างซี่สุดท้ายซึ่งมีการเจริญของปลายรากฟันเต็มที่แล้ว ในผู้ป่วย 2 รายแสดง การรักษาคลองรากฟันเป็นสิ่งจําเป็นต้องกระทําในช่วงเวลาที่เหมาะสม ความล้มเหลวของการ บําบัด ประกอบด้วย ฟันยึดติดกับกระดูก (ankylosis) และการละลายของรากฟัน เป็นสิ่งที่ต้องคํานึงถึง โดยเฉพาะในรายที่ต้องรักษาคลองรากฟันทันทีก่อนการย้ายปลูกฟัน
สุขภาพช่องปากของนิสิตทันตแพทย์ ปีที่ 1-2524 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เพ็ญศรี สิทธิสมวงศ์, ภรณี พีรานนท์
สุขภาพช่องปากของนิสิตทันตแพทย์ ปีที่ 1-2524 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เพ็ญศรี สิทธิสมวงศ์, ภรณี พีรานนท์
Chulalongkorn University Dental Journal
การสํารวจสุขภาพช่องปากของนิสิตทันตแพทย์ ปีที่ 1 ปีการศึกษา 2524 จํานวน 80 คน โดยใช้เกณฑ์และวิธีการขององค์การอนามัยโลก (1977) พบว่าดัชนีโรคฟันผุ (DMFT) ของนิสิตเฉลี่ย 10.03 ซี/คน นิสิตชาย 9.14 ซี/คน นิสิตหญิง 10.69 ซี่/คน สถานภาพของโรคฟันผุ และโรคปริทันต์ของกลุ่มนิสิตชายและหญิงไม่แตกต่างกันเมื่อทดสอบทางสถิติ โรคฟันผุส่วนใหญ่ได้รับการรักษาแล้ว ความต้องการการรักษาต่ำส่วนใหญ่ต้องการเพียงอุดฟัน 1 ด้าน สําหรับโรคปริทันต์พบว่ามีคราบฟันชนิดอ่อนถึง 100% ทั้งชายและหญิง และคราบหินปูน 90.24% ในชาย 89.74% ในหญิง อัตราความชุกชุมของโรคเหงือกอักเสบ 7.30% ในชาย และ 7.69% ในหญิง การรักษาต้องการเพียงการทําความสะอาดช่องปากและคําแนะนําวิธีการรักษาสุขภาพในช่องปากเท่านั้น มีการไปใช้บริการทันตกรรมในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาสูง ส่วนใหญ่ไปรับการอุดฟัน นิสิตร้อยละ 90 มารับบริการที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และให้บริการโดยนิสิตทันตแพทย์ ร้อยละ 99 ของนิสิตแสดงความต้องการคําแนะนําหรือรักษาทันตสุขภาพ ความต้องการส่วนใหญ่ได้แก่วิธีการป้องกันโรคและดูแลรักษาสุขภาพของช่องปาก
การผุของฟันแท้ของนักเรียน โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร, โอบเอื้อ เจริญทรัพย์, ระวีวรรณ ปัญญางาม
การผุของฟันแท้ของนักเรียน โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร, โอบเอื้อ เจริญทรัพย์, ระวีวรรณ ปัญญางาม
Chulalongkorn University Dental Journal
จากการสํารวจทันตสุขภาพนักเรียนโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร อายุ 6-12 ปี จํานวน 728 คน ชายและหญิงเท่า ๆ กัน พบอัตราความชุกของโรคฟันผุในฟันแท้ของเด็กกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 73.9 รอยผุจะเริ่มปรากฏในกลุ่มฟันกราม ฟันกรามน้อยและฟันหน้าเมื่อเด็กอายุ 6, 7 และ 8 ปีตามลําดับ โดยอัตราความชุกของโรคฟันผุในกลุ่มฟันกรามเป็นร้อยละ 25.4, 35.31, 44.42, 55.04, 52.49, 50.41 และ 47.47 ในเด็กกลุ่มอายุ 6,7,8,9,10,11 และ 12 ปีตามลําดับ ซึ่งสูงกว่าอัตราดังกล่าวของกลุ่มฟันกรามน้อย และกลุ่มฟันหน้าของเด็กทุกกลุ่มอายุ จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างอายุของเด็กกับตัวแปรตามอื่น ๆ ได้แก่ จํานวนเฉลี่ยของฟันที่ขึ้นในช่องปาก ค่าเฉลี่ยฟันผุถอนอุดคิดเป็นซี่ต่อคนและด้านต่อคน โดยวิธีของเปียร์สัน พบว่าเป็นไปอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (P < 0.001) โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่ายสูงถึง 0.99, 0.93 และ 0.94 ตามลําดับ เมื่อจําแนกค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด คิดเป็นซี่ต่อคนของเด็ก อายุตั้งแต่ 6-12 ปีเฉพาะกลุ่มฟันกราม พบว่ามีค่าเท่ากับ 0.62, 1.31, 1.75, 2.24, 2.21, 2.46 และ 3.00 ตามลําดับ ในขณะที่ค่าเฉลี่ยดังกล่าวเฉพาะกลุ่มฟันกรามน้อยมีค่าเท่ากับ 0.00, 0.04, 0.06, 0.27, 0.25, 0.22 และ 0.26 และค่าเฉลี่ยดังกล่าวเฉพาะกลุ่มฟันหน้ามีค่าเท่ากับ 0.00, 0.00, 0.06, 0.10, 0.12, 0.17 0.14 ตามลําดับ และเมื่อทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเหล่านี้เฉพาะในเด็กแต่ละกลุ่มอายุทีละคู่ด้วยวิธีทดสอบคู่-ที พบว่าค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุดของกลุ่มฟันกรามสูงกว่ากลุ่มฟันกรามน้อย และกลุ่มฟันหน้าของเด็กทุก ๆ กลุ่มอายุ อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (P < 0.01) ในขณะที่ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยดังกล่าว ระหว่างกลุ่มฟันกรามน้อยกับกลุ่มฟันหน้าของเด็กแต่ละกลุ่มอายุมีเพียงเล็กน้อย และไม่มีนัยสําคัญทางสถิติ
การวิเคราะห์หาปริมาณฟลูออไรด์ทั้งหมดในยาสีฟัน โดยวิธี Acid Diffusion, ต่อถาวร จันทามงคล, บุญชัย พรหมยารัตน์, รังสรรค์ จิรังษีวัฒนา, จีรศักดิ์ นพคุณ
การวิเคราะห์หาปริมาณฟลูออไรด์ทั้งหมดในยาสีฟัน โดยวิธี Acid Diffusion, ต่อถาวร จันทามงคล, บุญชัย พรหมยารัตน์, รังสรรค์ จิรังษีวัฒนา, จีรศักดิ์ นพคุณ
Chulalongkorn University Dental Journal
การวิเคราะห์หาปริมาณฟลูออไรด์ทั้งหมดที่ผสมอยู่ในยาสีฟัน โดยวิธี acid diffusion ด้วยการใช้ กรดเพอร์คลอริก (4.6 M perchloric acid) เป็นตัวสกัดฟลูออไรด์ออกมาจากยาสีฟัน ที่อุณหภูมิปกติของห้องปฏิบัติการ โดยมี hexamethyldisiloxane เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา พบว่าวิธีการวิเคราะห์โดยวิธีนี้ สามารถสกัดฟลูออไรด์ ออกมาจากสารละลายที่ใช้ในการทดสอบได้ร้อยละ 95.1 ± 3.2 ของปริมาณฟลูออไรด์มาตรฐานที่เติมลงไปในสารละลาย ปริมาณยาสีฟันที่เหมาะสมที่จะนํามาใช้ในการวิเคราะห์โดยวิธีนี้เท่ากับ 0.5 กรัม จากการวิเคราะห์ หาปริมาณฟลูออไรด์ทั้งหมดในยาสีฟันจํานวน 11 ชนิด พบว่าปริมาณฟลูออไรด์ที่ผสมอยู่ในยาสีฟันที่ได้จากการวิเคราะห์โดยวิธี acid diffusion ส่วนใหญ่ไม่มีความแตกต่างกันในทางสถิติ (P > 05) กับปริมาณฟลูออไรด์ที่คํานวณได้ จากน้ำหนักร้อยละของฟลูออไรด์ที่ผสมอยู่ในยาสีฟัน
การศึกษาวิธีวิเคราะห์หาฟลูออไรด์ไอออนในยาสีฟัน, ศิริพร โชติไพบูลย์พันธุ์, ศานตี เตชาภิประนัย, พิเชียร อังจันทร์เพ็ญ
การศึกษาวิธีวิเคราะห์หาฟลูออไรด์ไอออนในยาสีฟัน, ศิริพร โชติไพบูลย์พันธุ์, ศานตี เตชาภิประนัย, พิเชียร อังจันทร์เพ็ญ
Chulalongkorn University Dental Journal
จากการทดลองเปรียบเทียบวิธีหาปริมาณฟลูออไรด์ไอออน ในยาสีฟันที่ผสมโซเดียมฟลูออไรด์ แสตนนิสฟลูออไรด์ และโซเดียมโมโนฟลูออไรฟอสเฟต ด้วยวิธีต่าง ๆ กัน 6 วิธี โดยอาศัยเครื่องวัดปริมาณไอออน (Ionalyzer) และ ฟลูออไรด์อิเล็คโตรด พบว่ายาสีฟันที่ผสมโซเดียมฟลูออไรด์ และแสตนนัสฟลูออไรด์ ได้ผลใกล้เคียงกันทุกวิธี แต่วิธี Modifired TIS AB ซึ่งได้คิดดัดแปลงขึ้น สามารถทําได้ผลดี สะดวก รวดเร็วและประหยัดกว่า ส่วนยาสีฟันที่ผสม โซเดียมโมโนฟลูออโรฟอสเฟต (MFP) เหมาะที่จะใช้วิธีของ Pearce ซึ่งผลที่ ได้จะมีค่าสูงกว่าเล็กน้อย
Median Lethal Dose Of Some Local Anaesthetic Preparations, Prasert Songkittiguna
Median Lethal Dose Of Some Local Anaesthetic Preparations, Prasert Songkittiguna
Chulalongkorn University Dental Journal
The median lethal dose (LD50) of local anaesthetics in mice was determined by the method of Reed & Muench. No statistical difference (P < 0.05) was found in comparing the (LD50) of the four commonly-used local anaesthetic preparations; they were lidocaine 2%, lidocaine 2% with adrenaline 1:80,000, lidocaine 2% with noradrenaline 1:50,000 and prilocaine 3% with felypressin 0.03 IU. It is suggested therefore that, in mice, the (LD50) of these local anaesthetics are comparable. However, lidocaine 2% with noradrenaline 1:50,000 had a wider therapeutic index, therefore it could be the safest local anaesthetic among the other three drugs.
ลูดวิก แองไจนา (Ludwig's Angina) รายงานผู้ป่วย 2 ราย, ไพศาล กังวลกิจ
ลูดวิก แองไจนา (Ludwig's Angina) รายงานผู้ป่วย 2 ราย, ไพศาล กังวลกิจ
Chulalongkorn University Dental Journal
Ludwig's angina เป็นการอักเสบที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน รุนแรง ที่บริเวณใต้ขากรรไกร (submandibular), ใต้คาง (submental) และใต้ลิ้น (sublingual) การอักเสบนี้มักกระจายหาขอบเขตไม่ได้ และเป็นทั้ง 2 ข้าง ปัจจุบันพบได้ไม่บ่อยนัก เนื่องจากมียาปฏิชีวนะที่ดี สาเหตุของการอักเสบนี้ส่วน ใหญ่เกิดจากฟัน ในรายงานฉบับนี้ได้กล่าวถึง ผู้ป่วย 2 รายที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี เนื่องจากมีอาการบวมที่บริเวณใต้ขากรรไกร คอและพื้นช่องปาก ได้ให้การวินิจฉัยว่าเป็น Ludwigs angina ซึ่งมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อของ ฟันกรามล่างขวา ซี่ที่ 1 (# 46) ได้ให้การรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะในขนาดสูง เจาะคอ และใส่ท่อหายใจเพื่อป้องกันการอุดตันของทางเดินหายใจ กรีดระบายหนอง (Incision and drainage) และถอนฟันที่เป็นสาเหตุออก
ผลของความเป็นกรดและด่าง ของยาอมบ้วนปากคลอเฮกซิดีน ต่อการเกิดคราบสีบนฟันอะคริลิก, พวงเพ็ชร เดชะประทุมวัน, วณี ทวีทรัพย์
ผลของความเป็นกรดและด่าง ของยาอมบ้วนปากคลอเฮกซิดีน ต่อการเกิดคราบสีบนฟันอะคริลิก, พวงเพ็ชร เดชะประทุมวัน, วณี ทวีทรัพย์
Chulalongkorn University Dental Journal
มีรายงานการเกิดคราบสีบนฟันหลังจากการใช้ยาอมบ้วนปากคลอเฮกซิดีน โดยเฉพาะเมื่อมีสารอาหารบางอย่าง การทดลองนี้เพื่อต้องการศึกษาผลของการใช้ กาแฟ ชา แทนนิน โกโก้ และน้ำหวานสีแดง ร่วมกับ ยาอมบ้วนปากคลอเฮกซิดีน 0.2% ที่เป็นกรด เปรียบเทียบกับน้ำยาที่เป็นด่าง ในการเกิดคราบสี ผลปรากฏว่าไม่มีความแตกต่างกันระหว่างยาอมบ้วนปากทั้งสองชนิด
การใช้น้ำยาทําลายเชื้อในรอยพิมพ์ปาก, ประเวศ เสรีเชษฐพงษ์, ศรีวรพงษ์ พงษ์สถิตย์
การใช้น้ำยาทําลายเชื้อในรอยพิมพ์ปาก, ประเวศ เสรีเชษฐพงษ์, ศรีวรพงษ์ พงษ์สถิตย์
Chulalongkorn University Dental Journal
เนื่องจากรอยพิมพ์เป็นสื่อที่อาจจะนําเชื้อโรคจากปากของผู้ป่วยมาสู่แบบจําลองได้ ดังนั้น ทุกรอยพิมพ์จึงควร ได้รับการทําลายเชื้อ รอยพิมพ์ชนิดโพลีซัลไฟด์ (polysulfide) ซิลิโคน (Silicone) โพลีอีเทอร์ (polyether) ซิงค์ออกไซด์ยูจินอล (zinc oxide eugenol) จะถูกทําลายเชื้อได้ดีโดยใช้น้ำยาสําหรับฆ่าเชื้อ และเมื่อได้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อแล้ว แบบจําลองยังคงมีขนาด รูปร่าง (dimensional stability) และรายละเอียด (surface detail sharpness) ที่ถูกต้องเหมือนเดิม ส่วนรอยพิมพ์ที่ใช้วัสดุชนิดไฮโดรคอลลอยด์ชนิดผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ (reversible and irreversible hydrocolloid) คอมพาวด์ (impression compound) จะใช้น้ำยาฆ่าเชื้อไม่ได้ดีเพราะแบบจําลองที่ได้จะมีขนาดและรายละเอียดเปลี่ยนไป
Ua60/5/1 Scrapbook, Junior American Dental Hygienist's Association
Ua60/5/1 Scrapbook, Junior American Dental Hygienist's Association
Student Organizations
Scrapbook documenting 1982 of the Junior American Dental Hygienist's Association at WKU. People included in the scrapbook are: Leslie Hazelip, Marci Butler, Kay Ezell, Kim Lemmons, Lisa Barnwell, Cindy Colgan, Paula Parrish, Kim Smith, Jamie Wren, Nancy Robertson, Mary Conklin, Pam Hagerman, Linda Vanderheyden, Jeff Howlett, Kathy Murphey, Mima Hoskins and Sherry Cox.
Ua60/5 Wku Dental Hygiene Class Of 1982, Wku Dental Hygiene
Ua60/5 Wku Dental Hygiene Class Of 1982, Wku Dental Hygiene
WKU Administration Documents
Members of the 1982 dental hygiene class: Paula Parrish, Mary Conklin, Linda Vanderheyden, Leslie Hazelip, Susie Brewer, Kim Smith, Pam Hagerman, Lisa Barnwell, Kathleen Murphy, Jamie Wren, Kim Lemmons, Marci Butler, Cindy Colgan, Nancy Robertson and Kay Ezell.