Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 151 - 180 of 375

Full-Text Articles in Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering

การลดความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตยางรองล้อรถยนต์, จิรกาล กัลยาโพธิ์ Jan 2020

การลดความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตยางรองล้อรถยนต์, จิรกาล กัลยาโพธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตยางรองล้อรถยนต์ โดยประยุกต์ใช้เทคนิคลีน หลักการศึกษาการทำงาน แผนภูมิการไหล และแผนผังบริเวณปฏิบัติงาน มาวิเคราะห์ประเภทของกิจกรรมที่เพิ่มคุณค่า ไม่เพิ่มคุณค่า ไม่เพิ่มคุณค่าแต่มีความจำเป็นต้องทำ และความสูญเปล่า 7 ประการ หลังจากนั้นได้นำหลัก ECRS มาช่วยกำหนดแนวทางในการปรับปรุงวิธีการทำงานด้วยเทคนิคการตั้งคำถาม 5W1H สามารถสรุปปัญหาที่พบ สาเหตุได้ดังนี้ กระบวนการผลิตมีความสูญเปล่าที่เกิดจากทำงานหรือกิจกรรมที่ไม่เกิดคุณค่า ทำงานที่ไม่เกิดประโยชน์ การทำงานที่ซ้ำซ้อน และความสูญเสียเนื่องจากการเคลื่อนไหว ระยะทางในการขนส่งที่มากเกินไป การออกแบบแผนผังการปฏิบัติงานไม่เหมาะสม แนวทางการแก้ไข โดยใช้หลัก ECRS ในการกำจัดและจัดเรียงใหม่ โดยทำการพิจารณางานที่สามารถทำรวมกันได้ งานที่ไม่จำเป็น งานที่สามารถตัดออกได้ ความสูญเสียที่เกิดจากการขนส่ง ลดการเคลื่อนที่ของพนักงานขนส่ง โดยการจัด Layout การวางพาเลทใหม่ให้พนักงานทำงานง่ายขึ้น ลดระยะทางการขนส่งโดยการปรับ Layout ใหม่ ผลการดำเนินการปรับปรุงสามารถลดกิจกรรมที่ไม่เพิ่มมูลค่าไม่จำเป็น (NVA) จาก 19 เหลือ 0 กิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 100 ลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นแต่เพิ่มมูลค่า (NNVA) จาก 92 เหลือ 81 กิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 12 ส่งผลให้จำนวนขั้นตอนก่อนการปรับปรุง 119 เหลือ 88 ขั้นตอน ลดลงไป 31 ขั้นตอน คิดเป็นร้อยละ 26 หลังจากการปรับปรุงสามารถลดเวลาที่ใช้ในการผลิตก่อนการปรับปรุง 67 เหลือ 49 นาที ลดลงไป 18 นาที คิดเป็นร้อยละ 26 และสามารถลดระยะทางที่ใช้ในการขนส่งหรือเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ มีระยะทางก่อนการปรับปรุง 212 เหลือ 19 เมตร ลงไป 193 เมตร คิดเป็นร้อยละ 91


การลดความสูญเสียในการปรับตั้งเครื่องฉีดชิ้นส่วนพลาสติก, พรรษชล พวงดี Jan 2020

การลดความสูญเสียในการปรับตั้งเครื่องฉีดชิ้นส่วนพลาสติก, พรรษชล พวงดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความสูญเสียอันได้แก่เวลาและปริมาณของเสียในระหว่างการปรับตั้งเครื่องฉีดในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกในเบาะรถยนต์ โดยงานวิจัยนี้จะทำการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาด้วยแผนภาพแสดงสาเหตุและผล พร้อมทั้งคัดเลือกตัวแปรนำเข้าโดยใช้การวิเคราะห์ลักษณะข้อบกพร่องและผลกระทบ (FMEA) จากนั้นทำการประยุกต์ใช้หลักการออกแบบการทดลองเพื่อหาปัจจัยนำเข้าที่มีนัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดของเสียประเภทฉีดไม่เต็มและฟองอากาศซึ่งเกิดขึ้นในช่วงของการปรับตั้ง จากการศึกษาพบว่าปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดของเสียประเภทฉีดไม่เต็มและฟองอากาศของชิ้นงานพลาสติกปิดด้านหลังเบาะด้านซ้าย ได้แก่ ความดันในการฉีด อุณหภูมิเบ้า และอุณหภูมิพลาสติกหลอมเหลว โดยระดับปัจจัยที่เหมาะสมคือ ความดันในการฉีดเท่ากับ 105 kg/cm2 อุณหภูมิเบ้า 60 °C และอุณหภูมิพลาสติกหลอมเหลว 230 °C โดยเมื่อนำระดับปัจจัยที่เหมาะสมมาทำการปรับใช้ในกระบวนการผลิตชิ้นงานพลาสติกปิดด้านหลังเบาะด้านซ้ายและประยุกต์ใช้กับการผลิตพลาสติกติกปิดด้านหลังเบาะด้านขวา พบว่าปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นในช่วงปรับฉีดของชิ้นงานพลาสติกปิดด้านหลังเบาะด้านซ้ายและขวาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยปริมาณของเสียประเภทฉีดไม่เต็มที่เกิดในช่วงการปรับฉีดเฉลี่ยลดลงจาก 25 ชิ้น เหลือเพียง 6 ชิ้น ปริมาณของเสียประเภทฟองอากาศที่เกิดในช่วงการปรับฉีดเฉลี่ยลดลงจาก 18 เหลือ 3 ชิ้น ปริมาณของเสียที่เกิดทั้งประเภทฉีดไม่เต็มและฟองอากาศภายในชิ้นงานเดียวกันในช่วงการปรับฉีดเฉลี่ยลดลงจาก 16 เหลือ 3 ชิ้น ซึ่งการปรับปรุงกระบวนการผลิตโดยใช้ค่าพารามิเตอร์ที่เหมาะสมในการปรับตั้งเครื่องฉีดพลาสติกยังสามารถช่วยลดเวลาในการทำงานลงได้จาก 48.57 นาที ลดลงเหลือ 17.60 นาที ทำให้โรงงานกรณีศึกษาสามารถผลิตชิ้นงานพลาสติกปิดด้านหลังเบาะด้านซ้ายเพิ่มขึ้นได้ 21 ชิ้นต่อวัน หรือ 420 ชิ้นต่อเดือน และยังพบว่าสามารถลดของเสียในช่วงผลิตจริงได้จาก 1.41% เหลือ 1.16%


การลดความหนาของชั้นสีในกระบวนการพ่นสีของกันชนรถยนต์โดยการปรับค่าปัจจัยของปืนพ่นสี, วิศรุต วัลลภาพันธุ์ Jan 2020

การลดความหนาของชั้นสีในกระบวนการพ่นสีของกันชนรถยนต์โดยการปรับค่าปัจจัยของปืนพ่นสี, วิศรุต วัลลภาพันธุ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความหนาของชั้นสีใสบนกันชนรถยนต์ กับปัจจัยนำเข้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการนำเอาเครื่องมือทางสถิติมาช่วยค้นหาค่าปรับตั้งที่เหมาะสมสำหรับปัจจัยนำเข้าดังกล่าว เพื่อให้ความหนาของชั้นสีมีค่าใกล้เคียงกับค่าเป้าหมายที่ 17.5 um. สำหรับการระบุปัจจัยนำเข้านั้น ผู้วิจัยพบว่า ความกว้างหน้าปืน อัตราการไหลของสี และระยะห่างของปืนพ่น เป็น 3 ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความหนาของชั้นสีใสบนกันชนรถยนต์ จากนั้น ผู้วิจัยจึงได้ทำการออกแบบการทดลองพื้นผิวตอบสนองแบบ บ็อกซ์-เบห์นเคน เพื่อค้นหาสมการความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำเข้าทั้ง 3 กับความหนาของชั้นสีใส เพื่อระบุค่าระดับปัจจัยที่เหมาะสมสำหรับปัจจัยทั้ง 3 ที่จะทำให้ค่าความหนาของชั้นสีใสมีค่าใกล้เคียงกับค่าเป้าหมายที่ 17.5 um. มากที่สุด ทั้งนี้ผู้วิจัยพบว่า ค่าระดับปัจจัยที่เหมาะสมสำหรับความกว้างหน้าปืน อัตราการไหลของสี และระยะห่างของปืนพ่นมีค่าเท่ากับ 15 cm. 200 cc./min. และ 10 cm. ตามลำดับ และเมื่อนำค่าดังกล่าวมาทดสอบโดยผู้ฝึกสอนประจำแผนก ก็ปรากฎว่า ค่าความหนาของชั้นสีใสลดลงจาก 22.22 um. เหลือเพียง 17 um. ภายหลังจากการทดสอบเบื้องต้น ผู้วัจัยได้นำค่าระดับปัจจัยที่เหมาะสมดังกล่าวไปปรับตั้งในกระบวนการผลิตจริง แล้วทำการเก็บค่าความหนาของชั้นสีใสอีกเป็นจำนวน 30 วัน ผู้วิจัยพบว่า ค่าความหนาของชั้นสีใสลดลงจากค่าก่อนการปรับปรุงที่ 22.2 um. เหลือเพียง 17.4 um. ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเป้าหมายที่ 17.5 um. โดยยังคงคุณภาพของชิ้นงานได้ในระดับที่ดี อีกทั้งค่าความสามารถของกระบวนการที่ดี หรือ Cp และ Cpk ยังมีค่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ (1.49 และ1.45 ตามลำดับ) ส่งผลทำให้สามารถลดต้นทุนการใช้สี และปัญหาคุณภาพของชั้นสีลงได้อย่างมีนัยสำคัญ


การลดความแปรปรวนของความหนืดในการเตรียมน้ำแป้งมันสำปะหลัง, อธิตา บุญพร้อม Jan 2020

การลดความแปรปรวนของความหนืดในการเตรียมน้ำแป้งมันสำปะหลัง, อธิตา บุญพร้อม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในกระบวนการผลิตกระดาษ ขั้นตอนการเคลือบผิวของกระดาษเป็นขั้นตอนที่สำคัญเพื่อให้กระดาษมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น และทำให้ภาพที่ถูกพิมพ์ลงมาบนกระดาษมีความคมชัด โดยวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการเคลือบผิวหน้ากระดาษคือ น้ำแป้งมันสำปะหลัง โดยจะต้องทำการควบคุมค่าความหนืดของน้ำแป้งมันสำปะหลังให้อยู่ในค่าควบคุมในขั้นตอนการเตรียมน้ำแป้งมันสำปะหลังก่อนที่จะถูกเคลือบลงบนผิวหน้ากระดาษของเครื่องจักร จากปัญหาที่เกิดขึ้น พบว่าค่าความหนืดของแป้งมีค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.46 และมีค่าความหนืดของน้ำแป้งอยู่นอกเหนือค่าควบคุมเท่ากับ 41.43% พร้อมทั้งส่งผลให้เกิดของเสียในกระบวนการผลิตกระดาษจากคุณภาพความแข็งแรงต่ำกว่าค่าควบคุมถึง 230 ตันต่อปี โดยในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ต้องการศึกษาตัวแปรนำเข้า (Factor) ที่ส่งผลต่อค่าความหนืดของน้ำแป้งมันสำปะหลัง เพื่อลดความแปรปรวนของความหนืดในการเตรียมน้ำแป้งมันสำปะหลัง และลดของเสียในกระบวนการผลิตกระดาษ โดยในการทดลองได้ทำการศึกษาตัวแปรที่ส่งผลกระทบต่อค่าความหนืดของแป้งมันสำปะหลัง คือ ปริมาณสารละลายไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ (H2O2) ปริมาณสารละลายคอปเปอร์ซัลเฟต (CuSO4) และความเข้มข้นของน้ำแป้ง (%Solid Content) โดยผลการศึกษาสามารถลดความแปรปรวนของความหนืดโดยมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.38 และมีค่าความหนืดของน้ำแป้งอยู่ในค่าควบคุม พร้อมทั้งไม่ส่งผลให้เกิดของเสียในกระบวนการผลิตกระดาษด้วย


การวิเคราะห์การตัดสินใจผลิตเองหรือจ้างบริษัทอื่นมารับช่วงการผลิตแทนสำหรับโรงงานผลิตถุงกระสอบพลาสติกกรณีศึกษา, ฐิติวัฒน์ ชุนถนอม Jan 2020

การวิเคราะห์การตัดสินใจผลิตเองหรือจ้างบริษัทอื่นมารับช่วงการผลิตแทนสำหรับโรงงานผลิตถุงกระสอบพลาสติกกรณีศึกษา, ฐิติวัฒน์ ชุนถนอม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยครั้งนี้ได้ศึกษาภายในโรงงานกรณีศึกษาซึ่งเป็นโรงงานผลิตกระสอบพลาสติกสานแบบครบวงจร จากการศึกษาพบว่าต้นทุนผลิตเองภายในโรงงานมีต้นทุนการผลิตสูงกว่าจ้างผลิต ทางโรงงานกรณีศึกษาจึงเลือกจ้างผลิตมากกว่าผลิตเองส่งผลให้กำลังการผลิตเฉลี่ยต่ำกว่ากำลังการผลิตรวมและจากการวิเคราะห์วิธีการคำนวณแบบดั้งเดิมไม่คำนวณต้นทุนวัตถุดิบสูญเสียระหว่างกระบวนการ และนำต้นทุนแรงงานรวมในต้นทุนโสหุ้ยส่งผลให้ไม่สามารถสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้ถูกต้อง จากการวิเคราะห์ปัญหางานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีการคำนวณต้นทุนการผลิตให้สามารถสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้ถูกต้อง วิเคราะห์การตัดสินใจผลิตเองหรือจ้างบริษัทอื่นมารับช่วงการผลิตเพื่อให้สามารถวางแผนการผลิตได้เหมาะสม และนำผลการตัดสินใจออกแบบเครื่องมือสนับสนุนการวางแผนการผลิต โดยผู้วิจัยนำ Cost model และ สมดุลการใช้วัตถุดิบประยุกต์ในการออกแบบการคำนวณต้นทุนการผลิต การตัดสินใจผลิตเองหรือจ้างบริษัทอื่นมารับช่วงการผลิตได้ทำการร่วมประชุมกับทางผู้บริหาร ผู้จัดการฝ่ายผลิต ผู้จัดการฝ่ายขาย และพนักงานฝ่ายจัดซื้อเพื่อกำหนดเกณฑ์การตัดสินใจ เพื่อให้ความสำคัญและคะแนนสำหรับ 6 เกณฑ์การตัดสินใจ และการออกแบบการวางแผนการผลิตได้ทำการวางแผนตามผลการตัดสินใจผลิตเองหรือจ้างบริษัทอื่นมารับช่วงการผลิตแทน นอกจากนี้ผู้วิจัยได้ทำการออกแบบเครื่องมือสนับสนุนการวางแผนการผลิตเพื่อให้สามารถวางแผนได้อย่างรวดเร็ว ผลการวิจัยพบว่าวิธีการคำนวณต้นทุนที่ออกแบบสามารถสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้ถูกต้องมากกว่าวิธีการคำนวณต้นทุนแบบดั้งเดิมเนื่องจากได้ทำการคำนวณต้นทุนแต่ละประเภทอย่างถูกต้อง ซึ่งผลลัพธ์วิธีการคำนวณต้นทุนที่ออกแบบมีต้นทุนการผลิตเฉลี่ยต่ำกว่าวิธีการคำนวณต้นทุนแบบดั้งเดิม 0.42 บาทต่อใบหรือร้อยละ 10 แสดงถึงการตัดสินใจผลิตเองหรือจ้างบริษัทอื่นมารับช่วงการผลิตในอดีตซึ่งใช้ต้นทุนการผลิตเป็นเกณฑ์การตัดสินใจเพียงเกณฑ์เดียวนั้นมีโอกาสผิดพลาด นอกจากนี้ผลการตัดสินใจผลิตเองหรือจ้างบริษัทอื่นมารับช่วงการผลิตคือการจ้างบริษัทอื่นมารับช่วงการผลิตมีความเหมาะสมกับโรงงานกรณีศึกษา เมื่อทราบผลการตัดสินใจและเงื่อนไขการจ้างบริษัทอื่นมารับช่วงการผลิตนำผลและเงื่อนไขออกแบบการวางแผนการผลิตเพื่อให้สามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อปฏิกิริยาตอบสนองของคนบนป้ายบอกทางสาธารณะ: มุมมองของการออกแบบข้อมูล, สุนทร สังข์ทอง Jan 2020

การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อปฏิกิริยาตอบสนองของคนบนป้ายบอกทางสาธารณะ: มุมมองของการออกแบบข้อมูล, สุนทร สังข์ทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ป้ายบอกทางมีความสำคัญต่อการเดินทางเป็นอย่างยิ่ง ป้ายบอกทางจะบอกถึงสถานที่ ทิศทาง และระยะทาง ของสถานที่ที่จะทำการเดินทางไป แต่อย่างไรก็ตามจากการศึกษางานวิจัยที่ผ่านมายังไม่พบงานวิจัยที่ระบุเกี่ยวกับจำนวนป้ายที่มีผลต่อเวลาปฏิกิริยาตอบสนองต่อจำนวนข้อมูลบนป้ายบอกทาง ดังนั้นวัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือ เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลบนป้ายบอกทางที่มีต่อปฏิกิริยาตอบสนองในมุมมองของการออกแบบข้อมูล โดยมีจำนวนผู้เข้าทดสอบทั้งหมด 57 คน เริ่มจากการแบ่งกลุ่มผู้เข้าทดสอบ และทำการทดสอบการวัดความเร็วในการอ่าน ถัดมาเป็นการทดสอบการอ่านคำทั่วไป และคำเฉพาะจากจำนวนคำทั้งหมด 100 คำ หลังจากนั้นเป็นการทดสอบการตอบสนองบนป้ายบอกทาง ผลการทดลองของการศึกษาการตอบสนองบนป้ายบอกทาง พบว่า สามารถได้สมการทำนายเวลาของการตอบสนองบนป้ายบอกทาง โดยมีค่า R2 เท่ากับ 0.28 ซึ่งการอ่านป้ายบอกทางมีความแตกต่างจากการอ่านแบบปกติ เพราะการอ่านป้ายบอกทางเป็นการอ่านแบบข้าม คือ การที่อ่านผ่าน ๆ เพื่อต้องการข้อมูลทั่วไป เพื่อหาตำแหน่งเป้าหมายหรือทิศทางที่จะไปเท่านั้น ซึ่งต่างจากการอ่านแบบปกติ คือ การที่อ่านทุกตัวอักษรหรือทุกบรรทัด โดยผลจากการทดลองจะแสดงให้เห็นถึงเวลาจากการอ่านป้ายแตกต่างจากการอ่านแบบปกติอย่างเห็นได้ชัดเจน อย่างไรก็ตามผลจากการทดลองนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการออกแบบเกี่ยวกับการใช้จำนวนข้อมูลบนป้ายบอกทางที่มีพื้นที่บริเวณแคบ หรือการนำไปประยุกต์ใช้ในป้ายคำเตือน เรื่องของการอพยพผู้คนจากพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติได้ทันเวลา


การออกแบบกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้การออกแบบระบบการผลิต, สิรินาถ อ้ายดี Jan 2020

การออกแบบกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้การออกแบบระบบการผลิต, สิรินาถ อ้ายดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่องการออกแบบระบบการผลิต เป็นงานวิจัยที่ผสมผสานระหว่างทฤษฎีการออกแบบระบบการผลิต และประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นกรอบการออกแบบระบบการผลิตที่ผู้สนใจออกแบบระบบการผลิตสามารถนำไปใช้งานจริงได้ แต่ทั้งนี้รายละเอียดของงานวิจัยดังกล่าวมีความจำเพาะที่บุคคลที่จะสามารถเข้าใจ จำเป็นต้องมีพื้นฐานความรู้ หรือประสบการณ์เกี่ยวกับการออกแบบระบบการผลิต ด้วยเหตุนี้เองวิทยานิพนธ์นี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะออกแบบกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้การออกแบบระบบการผลิตของงานวิจัยดังกล่าวให้กับผู้รับการถ่ายทอด ประกอบด้วยบุคลากรสายวิชาการ และบุคลากรภาคอุตสาหกรรม วิทยานิพนธ์นี้มีขั้นตอนการออกแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้ เริ่มจากกำหนดคุณลักษณะของผู้รับการถ่ายทอด เพื่อให้ทราบถึงความคาดหวังที่ผู้รับการถ่ายทอดต้องการ และทำการออกแบบกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ตอบสนองต่อความคาดหวังดังกล่าว โดยการออกแบบนี้จะนำแบบจำลองการพัฒนาหลักสูตรของ Oliva ร่วมกับทฤษฎีที่มีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของมนุษย์ ประกอบด้วยการจัดจำแนกของ Bloom กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบของมนุษย์ ทฤษฎี Gestalt และทฤษฎี Gagne หลังจากนั้นจะนำผลลัพธ์ของการออกแบบไปถ่ายทอด โดยมีการประเมินผลผู้รับการถ่ายทอดด้วยการแจกแบบสอบถาม และการให้ผู้รับการถ่ายทอดปฏิบัติการออกแบบระบบการผลิตด้วยตนเอง และสุดท้ายจะมีการประเมินความถูกต้องและเหมาะสมของการออกแบบกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้วยการสัมภาษณ์ผู้วิจัยที่มีส่วนร่วมในการออกแบบงานวิจัยการออกแบบระบบการผลิต เพื่อให้ทราบถึงความคิดเห็นที่มีต่อการออกแบบกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ ส่วนผลลัพธ์ของวิทยานิพนธ์นี้ คือ กระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้การออกแบบระบบการผลิตที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับการถ่ายทอด โดยผู้รับการถ่ายทอดเกิดความเข้าใจได้อย่างถูกต้องตรงตามที่ผู้ออกแบบต้องการ อีกทั้งผู้รับการถ่ายทอดยังสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบของตนเองต่อไป


การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม้ไอศกรีมจากผงกล้วยดิบ, สิปโปทัย ศรีนิลรัตน์ Jan 2020

การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม้ไอศกรีมจากผงกล้วยดิบ, สิปโปทัย ศรีนิลรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาไม้ไอศกรีมจากผงกล้วยดิบ โดยอาศัยหลักการออกแบบการทดลอง เพื่อเป็นทางเลือกในการเพิ่มมูลค่าของกล้วยให้กับเกษตรกร และเป็นแนวทางให้กับผู้ประกอบกิจการในการลดขยะที่เกิดจากการทิ้งไม้ไอศกรีมแบบเดิม โดยไม้ไอศกรีมที่ผลิตได้ต้องมีคุณภาพที่เหมาะสมกับการใช้งานและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ซึ่งเริ่มจากทำการศึกษาวิธีการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ผง ด้วยการค้นคว้างานวิจัยและทดลองเบื้องต้น โดยพบว่าแป้งสาลีมีคุณสมบัติของตัวประสานที่ดีที่สุด และวิธีการผลิตอ้างอิงจากกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ขนมอบในอุตสาหกรรม จากนั้นทำการศึกษาปัจจัย 3 ปัจจัย คือ สัดส่วนผงกล้วยดิบต่อแป้งสาลีเอนกประสงค์ ปริมาณน้ำตาล และเวลาที่ใช้ในการอบ โดยการออกแบบการทดลองแบบบล็อกสุ่มสมบูรณ์ ซึ่งทำการทดสอบคุณภาพทางกายภาพด้านความแข็ง ความเปราะ และคุณภาพทางจุลินทรีย์ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถสรุปเงื่อนไขที่เหมาะสมในการผลิตไม้ไอศกรีมจากผงกล้วยดิบที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ได้ดังนี้ คือ สัดส่วนผงกล้วยดิบต่อแป้งสาลีเอนกประสงค์ตั้งแต่ร้อยละ 50:50 จนถึง 80:20 ปริมาณน้ำตาลร้อยละ 40 โดยน้ำหนักส่วนผสมแห้ง และเวลาที่ใช้ในการอบ 40 นาที ซึ่งมีผลของค่าความแข็งเฉลี่ยใกล้เคียงกับไม้ไอศกรีมจากไม้มากที่สุดอยู่ในช่วง 31.49 ± 2.19 นิวตัน ถึง 38.53 ± 4.86 นิวตัน และผลการทดสอบค่าวอเตอร์แอคทิวิตี้อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ทำให้เกิดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในระหว่างการเก็บรักษาอยู่ในช่วง 0.050 ± 0.002 ถึง 0.112 ± 0.062 นอกจากนี้ ไม้ไอศกรีมจากผงกล้วยดิบยังสามารถรับประทานได้ ซึ่งได้ศึกษาการยอมรับของผู้บริโภคที่มีต่อไม้ไอศกรีมจากผงกล้วยดิบ โดยการประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสจากการทำแบบสอบถาม และผลทดสอบการยอมรับผลิตภัณฑ์ไม้ไอศกรีมจากผงกล้วยดิบในคุณลักษณะด้านต่างๆ ได้แก่ สี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส และความชอบโดยรวมพบว่าอยู่ในระดับปานกลางถึงมาก โดยผลิตภัณฑ์ที่มีเงื่อนไขสัดส่วนผงกล้วยดิบต่อแป้งสาลีเอนกประสงค์ร้อยละ 50:50 ปริมาณน้ำตาลร้อยละ 40 โดยน้ำหนักส่วนผสมแห้ง และ เวลาที่ใช้ในการอบ 40 นาที มีระดับความชอบโดยรวมมากที่สุด และจากการประเมินต้นทุนในการผลิตไม้ไอศกรีมจากกล้วยดิบผงจะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายโดยประมาณอยู่ที่ชิ้นละ 1.57 บาท


ระบบสนับสนุนการจัดการสินค้าคงคลังสำหรับธุรกิจขายสินค้าตกแต่งบ้านผ่านช่องทางออนไลน์, นวัตธนิน ทศานนท์ Jan 2020

ระบบสนับสนุนการจัดการสินค้าคงคลังสำหรับธุรกิจขายสินค้าตกแต่งบ้านผ่านช่องทางออนไลน์, นวัตธนิน ทศานนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้นำเสนอวิธีการกำหนดนโยบายสั่งซื้อที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา พร้อมทั้งปรับปรุงและพัฒนาระบบในการสนับสนุนต่อการบริหารสินค้าคงคลังของธุรกิจออนไลน์ขายของตกแต่งบ้านที่ทำจากหินอ่อนเป็นกรณีศึกษา เพื่อรักษาระดับการให้บริการที่ทำให้ไม่เกิดการเสียโอกาสในการขาย งานวิจัยนี้เริ่มตั้งแต่การรวบรวมและศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จากนั้นทำการออกแบบนโยบายสั่งซื้อ สำหรับกลุ่มรายการสินค้าในช่วงที่ไม่มีปัจจัยส่งผลต่อยอดขายจะมีการประยุกต์ใช้แบบจำลองที่มีการกำหนดระยะเวลาการสั่งเติมสินค้าที่แน่นอน และมีการพิจารณารอบการสั่งและทบทวนสินค้าโดยมีการจำลองข้อมูลปริมาณความต้องการของปี พ.ศ.2563 และทำการรวมข้อมูลปริมาณต้องการตามรอบการทบทวน ให้ได้ข้อมูลที่มากพอที่สามารถสรุปการแจกแจงปกติ แล้วทำการตัดสินใจเลือกรอบที่เหมาะสมของสินค้าแต่ละรายการ สำหรับกลุ่มสินค้าที่มีปัจจัยในช่วงที่มีงานแสดงสินค้าส่งผลต่อยอดขายจะทำการแยกปริมาณความต้องการของสินค้าที่มียอดขายในช่วงงานแสดงสินค้า เพื่อหานโยบายการสั่งซื้อในลักษณะเดียวกับกลุ่มรายการสินค้าในช่วงที่ไม่มีปัจจัยส่งผลต่อยอดขาย แต่ในช่วงที่มีการจัดงานแสดงสินค้าไม่สามารถที่จะเติมสินค้าเข้ามาในคลังได้ทันเวลา จึงเป็นนโยบายการสั่งเติมสินค้าเป็นสั่งครั้งเดียว ขั้นตอนถัดมาทำการเลือกนโยบายสั่งซื้อที่เหมาะสมจากการจำลองสถานการณ์ โดยจะทำการสั่งซื้อเมื่อระดับคงคลังต่ำกว่าระดับคงคลังเป้าหมาย หรือระดับ OUL (Order-up-to Level) สำหรับรายการสินค้าที่ไม่มีปัจจัยส่งผลต่อยอดขาย โดยพิจารณาด้วยปริมาณสินค้าคงคลังเป้าหมายในระดับการให้บริการที่เหมาะสมกับรายการสินค้าแต่ละชนิด ที่ไม่ทำให้ระดับสินค้าคงคลังสิ้นงวดเฉลี่ย (Average Ending Inventory) สูง และไม่เกิดการเสียโอกาสในการขาย ในสำหรับรายการสินค้าที่มีปัจจัยที่ส่งผลต่อยอดขายนั้น เมื่อได้นโยบายสำหรับสินค้าแต่ละชนิด จะทำการสั่งเติมในปริมาณสูงสุด และในขั้นตอนสุดท้ายทำการวิเคราะห์ความคงทนของนโยบายสั่งซื้อที่เลือกเพื่อตรวจสอบอัตราการเติมเต็มพัสดุ และระดับการให้บริการตามรอบการสั่ง ทั้งนี้ผลของการวิจัยพบว่า จากเดิมสำหรับระดับปริมาณสินค้าคงคลังเป้าหมายในระดับการให้บริการ (Cycle service level) 99.90% นั้น ในบางรายการจะทำให้ระดับสินค้าคงคลังสิ้นงวดเฉลี่ยสูงเกินไป เมื่อมีการลดระดับปริมาณสินค้าคงคลังเป้าหมายในระดับการให้บริการที่ลดลงสำหรับสินค้าแต่ละรายการพบว่า เมื่อมีการสั่งในระดับปริมาณสินค้าคงคลังเป้าหมายที่เหมาะสมของสินค้าแต่ละรายการจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บได้ และในส่วนทดสอบประสิทธิภาพและความสามารถในการรองรับการเปลี่ยนแปลงความต้องการด้วยการจำลองสถานการณ์ พบว่า อัตราการเติมเต็มพัสดุ และระดับการให้บริการตามรอบการสั่ง มีการรองรับการเปลี่ยนแปลงของความต้องการเมื่อปริมาณความต้องการเพิ่มขึ้น 10% โดยเฉลี่ย ซึ่งอยู่ในระดับการให้บริการ 100% ทุกรายการ แต่เมื่อปริมาณความต้องการเพิ่มขึ้น 20% และ 40% โดยเฉลี่ย จะไม่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงความต้องการสำหรับสินค้าบางรายการ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เลวร้าย ในส่วนของปริมาณความต้องการที่เกิดขึ้นจริงของเดือนมกราคม ถึงเมษายน ปี พ.ศ. 2564 ได้ 100% ทุกรายการ


ระบบสนับสนุนการบริหารสินค้าคงคลังสำหรับธุรกิจขายสินค้าตกแต่งบ้าน, ช่อผกา โพธิ์ร่มไทร Jan 2020

ระบบสนับสนุนการบริหารสินค้าคงคลังสำหรับธุรกิจขายสินค้าตกแต่งบ้าน, ช่อผกา โพธิ์ร่มไทร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้นำเสนอนโยบายการบริหารสินค้าคงคลังสำหรับธุรกิจขายสินค้าตกแต่งบ้านของบริษัทกรณีศึกษา ซึ่งมีการขายผ่านทางหน้าร้านสาขาต่างๆที่มีรูปแบบการขายที่แตกต่างกันและมีความต้องการที่ไม่แน่นอน ปัจจุบันมีการนำไปวางจำหน่ายที่หน้าร้านสาขาจำนวนมากเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียโอกาสในการขาย ซึ่งส่งผลให้มีปริมาณการจัดเก็บทั้งในส่วนของสินค้าคลังคลังบริษัทและที่สาขามีปริมาณสูง ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงได้นำเสนอวิธีการเพื่อกำหนดนโยบายคงคลังสำหรับบริหารสินค้าคงคลังของบริษัทและสาขาตามความเหมาะสมกับรูปแบบของความต้องการ งานวิจัยนี้เริ่มตั้งแต่การรวบรวมและศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากนั้นทำการออกแบบนโยบายการบริหารสินค้าคงคลังของสาขา เนื่องจากเป็นคลังที่ไม่สามารถตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังได้อย่างต่อเนื่อง และมีการคำนึงถึงข้อจำกัดและรูปแบบการขายที่แตกต่างกันของแต่ละสาขารวมไปถึงความไม่แน่นอนของปริมาณความต้องการสินค้า จึงมีการกำหนดแบบจำลองระดับคงคลังเป้าหมาย (Order-up-to Level Model: OUL) ที่มีการกำหนดรอบ (T) หรือระยะเวลาการสั่งเติมสินค้าที่แน่นอน คือ 2 และ 4 สัปดาห์ และมีเวลานำที่คงที่ คือ 1 สัปดาห์ สำหรับสาขากลุ่มที่ 1 และกำหนดรอบ (T) เท่ากับ 1 เดือน ระยะเวลานำคงที่ 1 เดือน สำหรับสาขากลุ่มที่ 2 โดยสั่งเติมปริมาณสินค้าเท่ากับ Q* ตามนโยบายที่กำหนด ด้วยระดับการให้บริการ 99.90% และสำหรับนโยบายการบริหารสินค้าคงคลังของบริษัท เนื่องจากเป็นคลังที่สามารถตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังได้อย่างต่อเนื่อง จึงมีการนำเสนอนโยบายคงคลังแบบจำลองจุดสั่งซื้อและปริมาณการสั่งคงที่ (Order-point Order quantity Model :OPOQ) ซึ่งมีการกำหนดจุดสั่งซื้อ (Reorder Point : ROP) เมื่อระดับสินค้าคงคลังตกมาถึงระดับจุดสั่งซื้อและสั่งเติมในปริมาณคงที่ Q โดยมีระยะเวลานำการผลิต 1 เดือน และขั้นตอนต่อมาได้มีการทดสอบนโยบายคงคลังโดยใช้วิธีการจำลองสถานการณ์ความต้องการสินค้า 3 รูปแบบ 1.ทดสอบนโยบายสินค้าคงคลังด้วยการด้วยการสุ่มข้อมูลจากความต้องการจากรูปแบบการกระจายที่ได้จากข้อมูลความต้องการในอดีตของปี พ.ศ.2562-2563 2.ทดสอบความคงทนของนโยบายสินค้าคงคลัง (Robustness Analysis) โดยมีการเพิ่มปริมาณความต้องการขึ้นโดยเฉลี่ย 10% 20% และ 40% และ 3.ทดสอบนโยบายสินค้าคงคลังด้วยการใช้ข้อมูลความต้องการที่เกิดขึ้นจริงของเดือนมกราคม ถึง เมษายน ปี พ.ศ.2564 โดยวัดประสิทธิภาพจากตัวชี้วัดทางด้านการบริหารสินค้าคงคลัง คือ ระดับสินค้าคงคลังเฉลี่ย และ ระดับการให้บริการ ทั้งนี้ผลของการวิจัยพบว่าผลลัพธ์ของระดับสินค้าคงคลังของสาขาที่ 1-6 และบริษัท ลดลงจากนโยบายสั่งซื้อแบบเดิมได้ 66.29%, 75.13%, 74.33%, 34.89%, 38.42%, 35.04% และ 73.31% ตามลำดับ ในขณะที่สินค้าทุกรายการสามารถตอบสนองต่อความต้องการได้ตามเป้าหมาย และสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของความต้องการที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย …


การปรับปรุงเปอร์เซ็นต์น้ำหนักที่สูญหายของผลิตภัณฑ์หนังเทียมพีวีซี ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ โดยวิธีซิกซ์ ซิกมา, รัตนาพร เล่ห์รักษ์ Jan 2020

การปรับปรุงเปอร์เซ็นต์น้ำหนักที่สูญหายของผลิตภัณฑ์หนังเทียมพีวีซี ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ โดยวิธีซิกซ์ ซิกมา, รัตนาพร เล่ห์รักษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สำหรับงานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงค่าเปอร์เซ็นต์น้ำหนักที่สูญหาย (%Weight-loss) ของผลิตภัณฑ์หนังเทียมพีวีซีประเภท PVC sponge leather ที่ความหนา 1.00±0.02 มม.ซึ่งถูกผลิตจากกระบวนคาเลนเดอร์ จากการตรวจสอบคุณภาพของหนังเทียมพีวีซีพบว่าค่าเปอร์เซ็นต์น้ำหนักที่สูญหายมีค่าเกิน 5% ซึ่งไม่ผ่านข้อกำหนดของค่ายรถยนต์ (Original equipment manufacturer, OEM) ดังนั้นจึงได้นำวิธีการซิกซ์ ซิกมา หรือขั้นตอน DMAIC มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและปรับปรุงกระบวนการผลิต โดยจะใช้แผนผังสาเหตุและผล (Cause and Effect Diagrams) และการวิเคราะห์ความล้มเหลวและผลกระทบ (Failure Mode and Effects Analysis, FMEA) เพื่อระบุปัจจัยที่คาดว่าจะผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์หนังเทียมพีวีซี สำหรับการออกแบบการทดลอง (Design of Experiments, DOE) จะถูกใช้เพื่อกำหนดปัจจัยที่มีนัยสำคัญและหาค่าพารามิเตอร์ที่เหมาะสมสำหรับกระบวนการผลิตเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาแบบเดิมขึ้นซ้ำอีก จากผลการวิเคราะห์ทางสถิติและผลการทดสอบผลิตภัณฑ์หลังจากการใช้พารามิเตอร์ใหม่พบว่าค่าดัชนีชี้วัดความสามารถของกระบวนการในระยะยาว (Ppk) เพิ่มขึ้นจาก 0.41 เป็น 6.52 ความผันแปรของกระบวนการผลิตลดลงจาก 99.6% เหลือเพียง 4.6% และค่าเปอร์เซ็นต์น้ำหนักที่สูญหายของผลิตภัณฑ์หนังเทียมพีวีซีโดยเฉลี่ยลดลงเหลือเพียง 0.901% เท่านั้น ซึ่งผ่านตามข้อกำหนดของค่ายรถยนต์หลังจากที่มีการใช้ค่าพารามิเตอร์ใหม่


Demand Forecasting For A Food Condiment Manufacturer In Thailand, Woratanon Sirimak Jan 2020

Demand Forecasting For A Food Condiment Manufacturer In Thailand, Woratanon Sirimak

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The food industry is one of the most important industries in Thailand. The case study company is a condiment manufacturer that needs to manage and plan for their business efficiently. One of the most important issues is demand forecasting. The company should precisely forecast their product demands, which will be used for operation planning. This study proposes forecasting models for both short-term and long-term planning for three main condiment products. The data used are monthly condiment product demands from January 2013 to December 2020. The forecasting methods explored in the study are time series, machine learning, combined forecasting, and hybrid …


Improve Customer Experience By Introducing Coach Knowledge Assessment (Cka) Preparation Class: Case Study Thailand Coaching Institute, Thipsupang Sanjariyapipu Jan 2020

Improve Customer Experience By Introducing Coach Knowledge Assessment (Cka) Preparation Class: Case Study Thailand Coaching Institute, Thipsupang Sanjariyapipu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

From problem identification process in participants' perspective, the study found two major pain points: poor exam time management based on skill and speed; and concern of language, in coach knowledge assessment (CKA) experience. Therefore, the focus of this study would be improving ICF coach mentoring program for ACC to improve experience of participants who will take coach knowledge assessment (CKA). The key objective of this research is to improve customer experience by introducing coach knowledge assessment (CKA) preparation class: case study Thailand coaching institute. From the problem identification process, the proposed solution from literature review and expert's suggestion is coach …


การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการหมักส่ากากน้ำตาลจากอ้อย, ปวรัตน์ วงษ์สวรรค์ Jan 2020

การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการหมักส่ากากน้ำตาลจากอ้อย, ปวรัตน์ วงษ์สวรรค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้ได้ทำการศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการหมักส่ากากน้ำตาลจากอ้อยแบบกึ่งกะ (Fed - Batch Fermentation) ด้วยเชื้อจุลินทรีย์ Saccharomyces cerevisiae เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการหมักส่ากากน้ำตาลจากอ้อย โดยอาศัยเทคนิคการออกแบบการทดลอง (Design of Experiment) เนื่องจากในกระบวนการหมักส่ากากน้ำตาลจากอ้อยเพื่อผลิตสุราขาวในระดับอุตสาหกรรมต้องการผลิตน้ำส่าให้มีประสิทธิภาพการหมักสูง ใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า และคำนึงถึงกลิ่นรสเป็นสำคัญ โดยปัจจุบันโรงงานกรณีศึกษาได้รับวัตถุดิบกากน้ำตาลมีความเข้มข้นอยู่ในช่วง 48 - 53 % โดยน้ำหนักต่อน้ำหนัก หมักแบบกึ่งกะที่ความเข้มข้นของน้ำตาลเฉลี่ย 20.99 % โดยน้ำหนักต่อปริมาตร และมีประสิทธิภาพการหมักเฉลี่ย 79.96 % จากการศึกษาก่อนหน้าร่วมกับการใช้หลักการแผนภูมิก้างปลา (Fish bone diagram) มาช่วยในการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาที่มีผลต่อประสิทธิภาพการหมักส่ากากน้ำตาลจากอ้อยโดยผู้ที่มีประสบการณ์เชี่ยวชาญด้านการหมักส่ากากน้ำตาล พบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการหมักส่ากากน้ำตาลจากอ้อยมี 3 ปัจจัย ได้แก่ ความเข้มข้นของกากน้ำตาล ความเข้มข้นของน้ำตาลที่ใช้หมัก และอุณหภูมิภายในถังหมัก เมื่อนำมาออกแบบการทดลองด้วยวิธีแบบบ็อกซ์-เบห์นเคน (Box-Behnken Design) เพื่อหาค่าสภาวะที่เหมาะสมด้วยการออกแบบการทดลองแบบพื้นผิวตอบ (Response Surface Design) ของปัจจัยทั้ง 3 ปัจจัย ที่ส่งผลทำให้ประสิทธิภาพการหมักส่ากากน้ำตาลจากอ้อยเพิ่มสูงขึ้น พบว่า ความเข้มข้นของกากน้ำตาลที่ 50 % โดยน้ำหนักต่อน้ำหนัก ความเข้มข้นของน้ำตาลที่ใช้หมัก 16 % โดยน้ำหนักต่อปริมาตร และอุณหภูมิภายในถังหมัก 33 °C ส่งผลทำให้ค่าเฉลี่ยประสิทธิภาพการหมักกากน้ำตาลจากอ้อยเพิ่มขึ้น โดยมีค่าเท่ากับ 85.74 %


การปรับปรุงกำลังการผลิตของกระบวนการเตรียมยาง: กรณีศึกษาโรงงานผลิตยางรถยนต์, ชุติภา ลิ้มศรีวาณิชยกร Jan 2020

การปรับปรุงกำลังการผลิตของกระบวนการเตรียมยาง: กรณีศึกษาโรงงานผลิตยางรถยนต์, ชุติภา ลิ้มศรีวาณิชยกร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับกระบวนการตัดเตรียมยาง เนื่องจากความต้องการของลูกค้ามีเพิ่มมากขึ้น และไม่ให้เกิดคอขวดในสายการผลิต จึงทำการปรับปรุงโดยใช้เทคนิคลีน เพื่อลดความสูญเปล่าที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต ในสภาพปัจจุบันกระบวนการเตรียมยางมีกิจกรรมที่ไม่สร้างคุณค่าอยู่มาก โดยขั้นตอนงานวิจัยเริ่มจากการเก็บข้อมูลกิจกรรม เวลา และการไหลตามสภาพปัจจุบันของกระบวนการเพื่อศึกษาของกระบวนการตัดเตรียมยางที่เป็นคอขวดในการผลิตยาง จากนั้นวิเคราะห์ความสูญเสียของกระบวนการโดยการระดมสมองจากทีมงานและใช้แผนผังสายธารแห่งคุณค่า (Value Stream Mapping) ในการระบุถึงกิจกรรม NA NVA และ NNVA เมื่อทราบสาเหตุแล้วจึงนำหลักการ ECRS (Eliminate, Combine, Rearrange, Simplify) มาประยุกต์ใช้ในการลดกิจกรรมและการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น รวมไปถึงการใช้ระบบคัมบัง การกำหนดเวลามาตรฐานในการทำงาน และจัดแผนผังการไหลของกระบวนการ จึงส่งผลให้เวลาและความถี่ของกิจกรรมที่ไม่เกิดคุณค่าลดลง จากผลงานวิจัยเมื่อเปรียบกระบวนการก่อนและหลังการปรับปรุงพบว่าสามารถลดเวลาของกิจกรรมได้ 7146.6 เซ็นตินาที (71.5 นาที) ต่อกะ โดย 1 นาทีมีค่าเท่ากับ 100 เซ็นตินาที หรือคิดเป็นร้อยละ 16.4 และสามารถลดระยะทางของการขนส่งจากเดิม 151.3 เมตร ลดเหลือ 59.9 เมตรต่อกะ กำลังการผลิตการเตรียมยางเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยจาก 199 ก้อนต่อกะเวลา เป็น 255 ก้อนต่อกะเวลา


การเพิ่มอัตราผลผลิตของการตรวจสอบยางรถยนต์, ธนกร สงวนวงศ์วาน Jan 2020

การเพิ่มอัตราผลผลิตของการตรวจสอบยางรถยนต์, ธนกร สงวนวงศ์วาน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในการศึกษากระบวนการตรวจสอบยางรถยนต์พบว่าผลผลิตไม่ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ดังนั้นงานวิจัยฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มอัตราผลผลิตของการตรวจสอบยางรถยนต์ โดยมุ่งเน้นในการปรับปรุงรอบเวลา (Cycle time) การตรวจสอบยางรถยนต์ ให้ลดลง ซึ่งใช้หลักการการศึกษางานและเวลา วิเคราะห์กระบวนการทำงานจากแผนผังสายธารแห่งคุณค่า (Value Stream Mapping) และบ่งชี้กิจกรรมที่ไม่ก่อเกิดมูลค่าเพิ่ม (Non-value-added) ที่ส่งผลต่อกระบวนการทำงาน จากนั้นจึงนำหลักการ ECRS เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์และลดกิจกรรมที่สูญเปล่าจากกระบวนการทำงาน จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าในกระบวนการทำงานมีการทำงานที่ซ้ำซ้อน การขนส่งที่ไม่จำเป็น และท่าทางการเคลื่อนไหวในกระบวนการผลิตที่เป็นกิจกรรมที่ไม่ก่อเกิดมูลค่าเพิ่ม ซึ่งทำให้อัตราผลผลิตลดลง ส่งผลให้รอบเวลาสำหรับการตรวจสอบยางรถยนต์มากขึ้นเมื่อเทียบกับเป้าหมาย หลังจากได้ทำการปรับปรุงการทำงานจากการลดกิจกรรมที่ไม่ก่อเกิดมูลค่าเพิ่ม สามารถลดขั้นตอนของกระบวนการตรวจสอบยางรถยนต์เกรด A จากเดิม 17 ขั้นตอน เป็น 14 ขั้นตอน กระบวนการตรวจสอบยางรถยนต์เกรด B จากเดิม 18 ขั้นตอน เป็น 15 ขั้นตอน กระบวนการตรวจสอบยางรถยนต์เกรด C จากเดิม 26 ขั้นตอน เป็น 23 ขั้นตอนและกระบวนการตรวจสอบยางรถยนต์เกรด D จากเดิม 27 ขั้นตอน เป็น 26 ขั้นตอน โดยจากการลดขั้นตอนการทำงานทำให้รอบเวลาการตรวจสอบยางรถยนต์จากเดิมเฉลี่ย 77 เซ็นตินาที (47.40 วินาที) ต่อเส้น เป็น 69 เซ็นตินาที (39.60 วินาที)ต่อเส้น หรือคิดเป็น 16.46 เปอร์เซ็นต์ โดย 1 วินาที จะเท่ากับ 0.6 เซ็นตินาที ส่งผลให้พนักงานตรวจสอบยางรถยนต์ได้มากขึ้นจากเดิม 288 เส้นต่อคนต่อวัน เป็น 316 เส้นต่อคนต่อวัน


Optimization Model For Chemical Tank Container Management, Atiwich Anantkijthamrong Jan 2020

Optimization Model For Chemical Tank Container Management, Atiwich Anantkijthamrong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Owing to lack of appropriate tool for operational decision, this study aims to develop an optimization model for chemical tank container management using linear programming methodology. The objective function is to maximize net profit while taking container routing, empty container repositioning, and container spot leasing into account as decision variables. The basic constraints used in the model are related to spot demand accommodation and conservation of tank container flows. On top of that, additional repositioning constraints and financial incentives may be utilized to promote empty container repositioning, hence, allow the model to behave alike actual operation. The model results show …


A Model Predictive Control Strategy Based On Predicted Mean Vote For A Building Hvac System, Chanthawit Anuntasethakul Jan 2020

A Model Predictive Control Strategy Based On Predicted Mean Vote For A Building Hvac System, Chanthawit Anuntasethakul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis proposes a design of a supervisory model predictive controller for a heating-ventilation-air-conditioning (HVAC) control system. The control objective is to minimize the operating cost and take into account of electrical load shaving and thermal comfort of users. To ensure that thermal comfort is well regulated, we utilize the Predicted Mean Vote (PMV) as an indicator and determine an acceptable bound of a desired set-point temperature. The control design consists of two layers, namely, a supervisory control (SC) layer and a model predictive control (MPC) layer. For the SC layer, we explore a configuration including the choice of predesign …


A Study Of Customers' Willingness To Purchase Organic Fresh Milk In Thailand, Jeerawan Punwaree Jan 2020

A Study Of Customers' Willingness To Purchase Organic Fresh Milk In Thailand, Jeerawan Punwaree

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Nowadays, most consumers often are care about health due to the COVID-19 and personal needs. Dairy products are specific products that are generally consumed by every age group, from children, teenagers, adults, to the elderly. Organic milk could provide an advantageous alternative for health conscious consumers as it must be certified by government agencies prior to market launching. There are many studies supported that organic milk is more beneficial than conventional milk. Theory of Planned Behavior (TPB) was applied to study the factors affected consumers' willingness to purchase organic fresh milk in Thailand. Through the questionnaire method and analysis by …


Determining The Effectiveness Of The Health-Edrm Framework And Twitter Data Analysis As The Near Real-Time Source Of Information During The Covid-19 Situation, Kumpol Saengtabtim Jan 2020

Determining The Effectiveness Of The Health-Edrm Framework And Twitter Data Analysis As The Near Real-Time Source Of Information During The Covid-19 Situation, Kumpol Saengtabtim

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Coronavirus pandemic or COVID-19 pandemic is considered to be one of the most severe disasters that affect both lives and economics to all the countries around the world. Health Emergency and Disaster Risk Management Framework or HEALTH-EDRM framework is the disaster management framework established in late 2019. One objective of this framework is to reduce the impact of the disaster that affects the lives of the people. Risk communication which is considered as the main function of this framework is also the main key for reducing the amount of affecting people. In this research, the analysis of the effectiveness of …


Manufacturing Cost Reduction In A Filling Process Of Aerosol Products, Nattagun Charoenbunsupkarn Jan 2020

Manufacturing Cost Reduction In A Filling Process Of Aerosol Products, Nattagun Charoenbunsupkarn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research focuses on the development of heuristics that help reduce the production cost of an aerosol filling process of a case study company, while satisfying all related constraints, including production capacity and due dates. The proposed heuristics are a two-phase one, where the initial solutions are first constructed based on simple dispatching rules, and, once completed, such solution is then iteratively improved by two different improvement heuristics, namely 2OPT and Node Shift. A tabu list is also embedded within such a framework to help reduce its computational time. We have assessed the performances of these heuristics based on 6 …


Sop Development For Erp/Software Project Management Of A Consulting Company, Piyanat Viengcome Jan 2020

Sop Development For Erp/Software Project Management Of A Consulting Company, Piyanat Viengcome

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Presently, ERP/software consulting company has experienced in information gathering process from users in customer company which lead to insufficient to-be process development and vendor selection process. The unexpected results would be extra budget and high manual workload in organization. The possible root cause is uncleared procedure to proceed the project management in ERP/software implementation. The objective of this research is to develop the standard operating procedure for ERP/software project management of a consulting company concentrated in manufacturing industry in Thailand. The methodology starts with studying of competitors' approach from their websites. The ERP expert interview is the next step, 3 …


Key Success Factors Of Area Business Continuity Management Based On Stakeholders' Perspective Using Ahp Method: A Case Study Of An Automotive Component Company In Ayutthaya Province, Thailand, Sansanee Sapapthai Jan 2020

Key Success Factors Of Area Business Continuity Management Based On Stakeholders' Perspective Using Ahp Method: A Case Study Of An Automotive Component Company In Ayutthaya Province, Thailand, Sansanee Sapapthai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The 2011 Thailand floods caused extensive damages widely areas. Especially in the manufacturing sector, it is not the only individual company but also the supply chain disruption. Area Business Continuity Management (Area-BCM) is a valuable system that helps businesses successfully reduce flood damage. To achieve the project's ultimate goal, a significant factor that impacts Area-BCM activities is essential. Delphi method with 10 Business Continuity Management (BCM) experts was employed to identify potential success factors. Further, Analytic Hierarchy Process (AHP) was applied to examine the relative weight of importance in a total of 20 factors that can be separated into 4 …


Engine Oil Change Lead Time Reduction Of Commercial Vehicle Service Center In Thailand, Sufee Datoh Jan 2020

Engine Oil Change Lead Time Reduction Of Commercial Vehicle Service Center In Thailand, Sufee Datoh

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In the high competition, the service time is one of many important factors that some customers are likely to concern. This thesis would like to investigate the root causes of the unnecessary activities in a selected authorised service centre which can be improved overall service lead time especially engine oil changing service and light commercial vehicles only (Pick-up and SUV) and to be a prototype improvement plan to suggest other authorised service centres in Thailand in the future. The procedure of engine oil change service can be grouped into 3 phases including the pre-checking, maintenance and post-checking phase. The idea …


A Comparison Of Forecasting Methods For Rotable Spare Parts In A Thai Low-Cost Airline, Supannika Thummathid Jan 2020

A Comparison Of Forecasting Methods For Rotable Spare Parts In A Thai Low-Cost Airline, Supannika Thummathid

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research intents to compare and evaluate 3 different methods for forecasting irregular demand of aircraft spare parts by focusing on Rotable part group of Company A which is the leading low-cost airline in Thailand and operate by Airbus A320 model. Based on the demand classification, it is observed that most of the spare part demands presented an intermittent demand pattern. The forecasting methods Croston's, Holt's Linear and Multi-Layer Perceptron trained with Backpropagation of Neural Network Model are applied on the historical data of 36 Rotable spare parts by dividing into 2 sets which are initialization set period 60 months …


Proactive Customer Service Operations Development For An Automotive Tyre Service Centre, Suttida Wittayapichet Jan 2020

Proactive Customer Service Operations Development For An Automotive Tyre Service Centre, Suttida Wittayapichet

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The purpose of this research is to create new customer service model in fleet management for Company A which is the automotive tyre service centre due to change the company administration to be proactive management by developing relationship with customers. Also, the research focuses on customers in private companies, which are fleets of large vehicles, in order to maximize customer loyalty with the main customer group of company. Therefore, the design of this research used Business Model Canvas (BMC) to be the structure of the research and adapting Vendor Managed Inventory (VMI) concept to develop in the form of Vendor …


การปรับความลึกในการตัด สำหรับชิ้นส่วนอากาศยาน, ชัชนก ขำแผลง Jan 2019

การปรับความลึกในการตัด สำหรับชิ้นส่วนอากาศยาน, ชัชนก ขำแผลง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสึกหรอของเม็ดมีดคาร์ไบด์อันเนื่องมาจากกระบวนการกลึงอินโคเนล718 ซึ่งพบปัญหาว่าเมื่อผลิตงานอย่างต่อเนื่องจะทำให้ขนาดของชิ้นงานคลาดเคลื่อนไปตามอายุเม็ดมีดกลึงที่มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีการปรับค่าความลึกในการกลึงของพนักงาน แต่การปรับค่าของพนักงานนี้ยังไม่ถูกต้องจึงทำให้เกิดของเสียมากมายจากกระบวนการนี้ ดังนั้นจุดประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ การหาค่าการปรับความลึกการกลึงที่ถูกต้องและทำให้ผลิตงานที่ดีได้ ซึ่งผลที่ได้จากการทดลอง คือ กราฟความสัมพันธ์ระหว่างระยะสึกของเม็ดมีดกลึงกับอายุของเม็ดมีดกลึงและค่าระยะสึกเม็ดมีดกลึงนี้สามารถนำมาใช้หาค่าการปรับความลึกได้ ซึ่งทำให้สามารถหากราฟความสัมพันธ์ระหว่างการปรับความลึกของเม็ดมีดกลึงกับอายุของเม็ดมีดกลึง และค่านี้สามารถนำไปสร้างสมการการปรับความลึกการตัดในช่วงอายุของเม็ดมีดกลึงต่างๆได้ ซึ่งเมื่อนำค่าการปรับความลึกที่ได้จากสมการไปทดลองผลิตชิ้นงานพบว่าได้ชิ้นงานเป็นงานดีทั้งหมด และเมื่อนำขนาดชิ้นงานที่ผลิตด้วยการปรับลึกจากสมการมาคิดเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนและเปรียบเทียบขนาดชิ้นงานที่ผลิตด้วยการปรับลึกด้วยพนักงาน จะพบว่าวิธีการปรับลึกด้วยสมการได้ขนาดของชิ้นงานที่มีค่าความคลาดเคลื่อนที่น้อยกว่า โดยเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนที่มากที่สุดของค่าการปรับจากพนักงาน คือ 0.947 เปอร์เซ็นต์ แต่เปอร์เซ็นความคลาดเคลื่อนที่มากที่สุดของค่าการปรับจากสมการ คือ 0.168 เปอร์เซ็นต์


Quality Function Deployment For Service Quality Improvement In Co-Working Space Design, Patcharin Tanuphol Jan 2019

Quality Function Deployment For Service Quality Improvement In Co-Working Space Design, Patcharin Tanuphol

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Service is defined as the integration of the study, design and execution of service systems. Furthermore, the service-related activities are significant drivers in encouraging organization’s expertise as well as bringing together the mesh of organization, people, technologies and information in order to create value both to and with customers and stakeholders. Therefore, it is necessary for any organizations to understand the needs and provide satisfaction. This research aims to describe the application of quality function deployment for service quality improvement in co-working space design in an organization. The expected outcome of the research is the design framework which strategically specifies …


Offshore Crew Boat Sailing Time Prediction Models, Atiporn Chongterdtoonskul Jan 2019

Offshore Crew Boat Sailing Time Prediction Models, Atiporn Chongterdtoonskul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this study, the relationship between travelling time of crew boats and the potential related factors was studied to improve prediction model for travelling time calculation. According to lack of data analysis, the existing calculation method had very high forecast error for crew boat’s morning route which is the main route for boat A and boat B. The selected variables were total distance and boat speed as internal factors while using significant wave height, wave direction, wind speed, and wind direction as external factors. 2017-2019 data were used in this analysis by dividing into 2017-2018 as train and validate data. …


Analyzing And Forecasting Online Tour Bookings Using Google Analytics Metrics, Jiaranai Awichanirost Jan 2019

Analyzing And Forecasting Online Tour Bookings Using Google Analytics Metrics, Jiaranai Awichanirost

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In today's world, the internet is growing fast and has revolutionized many business operations in the tourism industry. The tourism industry plays an important role in Thailand's GDP and is a great boost to the domestic economy. Most tour operators have created websites to be used as part of their business operations which are the main way to build relationships with customers and sales and hence make the website performance measurement an important strategic factor for online marketing. The objective of this research is to analyze the significant impact of Google Analytics metrics that is a measurement of website performance …