Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering Commons™
Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Institution
-
- Air Force Institute of Technology (605)
- Chulalongkorn University (307)
- Georgia Southern University (212)
- California State University, San Bernardino (182)
- Old Dominion University (168)
-
- University of Arkansas, Fayetteville (98)
- University of Nebraska - Lincoln (50)
- Embry-Riddle Aeronautical University (29)
- California Polytechnic State University, San Luis Obispo (28)
- University of South Florida (26)
- Walden University (26)
- World Maritime University (26)
- Clemson University (24)
- Wayne State University (22)
- University of Louisville (20)
- Southern Methodist University (19)
- University of Kentucky (19)
- University of Central Florida (18)
- Purdue University (14)
- University of Texas at El Paso (13)
- Department of Primary Industries and Regional Development, Western Australia (11)
- Indian Institute of Management Bangalore (10)
- Portland State University (10)
- West Virginia University (9)
- American University in Cairo (8)
- University of Northern Iowa (8)
- Association of Arab Universities (7)
- City University of New York (CUNY) (7)
- Technological University Dublin (7)
- Bucknell University (6)
- Keyword
-
- Simulation (67)
- Optimization (56)
- Operations research (31)
- Technology (30)
- Scheduling (28)
-
- Information (25)
- Machine learning (24)
- Applied sciences (23)
- Linear programming (20)
- Internet (19)
- Decision support systems (17)
- Decision making (15)
- Logistics (15)
- Operations Research (15)
- Discrete-event simulation (14)
- IT (14)
- Systems (14)
- Heuristics (13)
- Integer programming (13)
- Management (13)
- Mathematical optimization (13)
- Monte Carlo method (12)
- Neural networks (Computer science) (12)
- Reinforcement learning (12)
- Computer simulation (11)
- Forecasting (11)
- Neural networks (10)
- Project management (10)
- Reliability (10)
- ToC (10)
- Publication Year
- Publication
-
- Theses and Dissertations (598)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (307)
- Journal of International Technology and Information Management (181)
- Engineering Management & Systems Engineering Theses & Dissertations (100)
- Graduate Theses and Dissertations (63)
-
- 12th IMHRC Proceedings (Gardanne, France – 2012) (41)
- 11th IMHRC Proceedings (Milwaukee, Wisconsin. USA – 2010) (38)
- International Material Handling Research Colloquium (34)
- 14th IMHRC Proceedings (Karlsruhe, Germany – 2016) (33)
- 13th IMHRC Proceedings (Cincinnati, Ohio. USA – 2014) (32)
- Department of Industrial and Management Systems Engineering: Faculty Publications (32)
- 15th IMHRC Proceedings (Savannah, Georgia. USA – 2018) (30)
- Electronic Theses and Dissertations (29)
- Industrial Engineering Undergraduate Honors Theses (26)
- USF Tampa Graduate Theses and Dissertations (25)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (25)
- World Maritime University Dissertations (25)
- Faculty Publications (23)
- Engineering Management & Systems Engineering Faculty Publications (21)
- All Dissertations (18)
- Wayne State University Dissertations (15)
- Master's Theses (14)
- Operations Research and Engineering Management Theses and Dissertations (14)
- Industrial and Manufacturing Engineering (11)
- Open Access Theses & Dissertations (11)
- IIMB Management Review (10)
- VMASC Publications (10)
- Computational Modeling & Simulation Engineering Theses & Dissertations (9)
- Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD) (9)
- Journal of the Department of Agriculture, Western Australia, Series 4 (9)
- Publication Type
- File Type
Articles 271 - 300 of 2141
Full-Text Articles in Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering
การจัดลำดับความสำคัญของเกณฑ์สำหรับการจัดหาเครื่องจักรหนักในการก่อสร้างถนน โดยใช้การตัดสินใจแบบกลุ่มและการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้น, กาญจนพัฒน์ ตั้งสิทธิโชค
การจัดลำดับความสำคัญของเกณฑ์สำหรับการจัดหาเครื่องจักรหนักในการก่อสร้างถนน โดยใช้การตัดสินใจแบบกลุ่มและการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้น, กาญจนพัฒน์ ตั้งสิทธิโชค
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
นโยบายการจัดหาเครื่องจักรหนักมีผลต่อความสำเร็จของผู้รับเหมาก่อสร้างถนนระดับท้องถิ่น การกำหนดนโยบายที่เหมาะสมสามารถช่วยลดความเสี่ยงที่เครื่องจักรหนักไม่พร้อมใช้งาน งานไม่เสร็จตามกำหนด และป้องกันปัญหาต้นทุนสูงที่กว่าแผนงานก่อสร้างลงได้ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเลือกเกณฑ์ที่มีผลต่อการตัดสินใจต่อนโยบายการจัดหาเครื่องจักรหนัก เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยได้แก่ การวิเคราะห์เชิงลำดับชั้นและการตัดสินใจของกลุ่มผู้รับเหมาระดับท้องถิ่น ขั้นตอนการดำเนินงานเริ่มจาก (1) แบ่งกลุ่มผู้รับเหมาระดับท้องถิ่นเป็นสองกลุ่ม ตามขนาดทุนจดทะเบียนและตามศักยภาพในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรหนัก (2) สำรวจปัจจัยต่าง ๆ เพื่อกำหนดเป็นเกณฑ์ที่สัมพันธ์กับนโยบายของการจัดหาเครื่องจักร (3) สร้างผังโครงสร้างเชิงลำดับชั้นประกอบด้วยเกณฑ์หลัก 6 เกณฑ์ และนโยบาย 3 ทางเลือก ในงานวิจัยนี้ได้ใช้เครื่องจักรหนักกรณีศึกษา ได้แก่ รถเกลี่ยดิน รถตัก รถบรรทุกน้ำ และรถโม่คอนกรีตที่มีอายุงานสูง (4) ทำการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้นและทำการประเมินความเสี่ยงของโครงการควบคู่กัน ผลการวิจัยพบว่ากรณีรถเกลี่ยดิน รถตักและรถโม่คอนกรีต กลุ่มผู้รับเหมาขนาดกลางให้ความสำคัญมากต่อเกณฑ์หลักได้แก่ "ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโครงการ" (0.309, 0.297, 0.322) และเกณฑ์รองได้แก่ "ค่าใช้จ่ายจากการส่งงานล่าช้า" (0.405, 0.368, 0.371) ในขณะที่กลุ่มผู้รับเหมาขนาดเล็กให้ความสำคัญมากต่อเกณฑ์หลัก "ประสิทธิภาพของทีมซ่อมบำรุง" (0.419, 0.402, 0.376) และเกณฑ์รอง "ค่าใช้จ่ายในการจัดหา" (0.226, 0.203, 0.311) ส่วนกรณีรถบรรทุกน้ำกลุ่มผู้รับเหมาขนาดกลางให้ความสำคัญมากต่อเกณฑ์หลักได้แก่ "ประสิทธิภาพทีมซ่อมบำรุง" (0.313) และเกณฑ์รองได้แก่ "ค่าใช้จ่ายจากการส่งงานล่าช้า" (0.335) ในขณะที่กลุ่มผู้รับเหมาขนาดเล็กให้ความสำคัญมากต่อเกณฑ์หลัก "ประสิทธิภาพของทีมซ่อมบำรุง" (0.404) และเกณฑ์รอง "ค่าใช้จ่ายในการจัดหา" (0.273) ทั้งนี้ผู้รับเหมาขนาดกลางเลือกนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อเครื่องจักรใหม่เมื่อมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียค่าปรับงานไม่เสร็จตามกำหนด ส่วนผู้รับเหมาขนาดเล็กเลือกนโยบายที่เน้นการซ่อมแซมเครื่องจักรที่มีอยู่เดิมเนื่องจากความกังวลกับค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องจักรสูง
การออกแบบสถานีงานพุททูไลท์สำหรับศูนย์กระจายสินค้า วัสดุตกแต่งบ้าน, กิตาการ จิตรเอื้ออารีย์กุล
การออกแบบสถานีงานพุททูไลท์สำหรับศูนย์กระจายสินค้า วัสดุตกแต่งบ้าน, กิตาการ จิตรเอื้ออารีย์กุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
จากภาวะขาดแคลนแรงงาน บริษัทค้าปลีกหลายแห่งประยุกต์ระบบขนถ่ายวัสดุแบบกึ่งอัตโนมัติในศูนย์กระจายสินค้าเช่นเดียวกับบริษัทค้าปลีกวัสดุก่อสร้างกรณีศึกษาซึ่งนำระบบหยิบสินค้าด้วยแสง หรือ พุททูไลท์ (Put-to-Light) ซึ่งเป็นระบบขนวัสดุประเภทตะกร้าและระบุจำนวนที่ต้องการหยิบสำหรับพนักงาน ระบบดังกล่าวประกอบด้วยหลายสถานีงานซึ่งใช้สายพานร่วมกัน ในแต่ละสถานีงานประกอบไปด้วยตำแหน่งวางตะกร้าซึ่งระบุร้านสาขากับประเภทสินค้า รวมถึงลูกค้าในช่องทางอีคอมเมิร์ซ การวิเคราะห์เบื้องต้นพบว่าจำนวนการหยิบสินค้าเฉลี่ยต่อชั่วโมงแรงงานต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 5-10% เนื่องจากนโยบายการคัดสรรสินค้าในสถานีงาน การกีดขวางของตะกร้าสินค้าซึ่งมีการใช้สายพานร่วมกัน และประสิทธิภาพการหยิบของพนักงานรายบุคคล ดังนั้นงานวิจัยชิ้นนี้จึงนำเสนอชุดนโยบายด้านการดำเนินงาน ซึ่งครอบคลุม จำนวนและการกำหนดสถานีงาน การจัดการลูกค้าในช่องทางอีคอมเมิร์ซและประเภทตะกร้าสินค้า ความจุของตะกร้า และ ประสิทธิภาพของพนักงาน หลังจากการวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลในอดีตได้ถูกประยุกต์เข้ากับแบบจำลองสถานการณ์แบบ Monte Carlo เพื่อทดลองและเปรียบเทียบนโยบาย การทดลองพบว่าตำแหน่งของตะกร้าและการกำหนดสาขามีผลต่อจำนวนการกีดขวางและการเผาผลาญพลังงาน อย่างไรก็ตามความจุตะกร้าและประสิทธิภาพของพนักงานมีอิทธิพลเหนือปัจจัยอื่น ๆ โดยลดการกีดขวาง 39%, เวลาดำเนินงาน 16%, และการเผาผลาญพลังงาน 9% ข้อสรุปดังกล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรในระบบพุททูไลท์
การพัฒนารายการตรวจสอบคุณสมบัติของเทคโนโลยีอีเลิร์นนิง แบบประสานเวลาเชิงรุก: ความสอดคล้องระหว่างระบบและ โลกแห่งความจริง, ธันยพัฒน์ ศรลัมพ์
การพัฒนารายการตรวจสอบคุณสมบัติของเทคโนโลยีอีเลิร์นนิง แบบประสานเวลาเชิงรุก: ความสอดคล้องระหว่างระบบและ โลกแห่งความจริง, ธันยพัฒน์ ศรลัมพ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ส่งผลให้สถาบันการศึกษาหลายประเทศทั่วโลกตัดสินใจปิดตัวลงและเปลี่ยนรูปแบบการเรียนจากการเรียนรู้ในห้องเรียนแบบกายภาพไปเป็นการเรียนในรูปแบบออนไลน์ โดยอาศัยเทคโนโลยีการเรียนรู้แบบประสานเวลาเป็นสื่อกลาง แต่อย่างไรก็ตามมีการศึกษาประสิทธิผลของการเรียนรู้ในห้องเรียนแบบกายภาพเทียบกับการเรียนแบบออนไลน์ซึ่งพบว่าการเรียนรู้ในห้องเรียนแบบกายภาพเป็นที่ต้องการและพบว่ามีประสิทธิผลดีกว่าการเรียนรู้ออนไลน์ส่วนใหญ่ รวมถึงการศึกษาธรรมชาติของผู้เรียนพบว่าผู้เรียนต้องเรียนรู้และใช้งานหลายแพลตฟอร์มสำหรับการเรียนในหนึ่งหลักสูตร ดังนั้นจึงเกิดคำถามงานวิจัยที่ว่า คุณสมบัติ (Attribute) ที่จำเป็นต้องมีเพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานคืออะไร โดยในงานวิจัยนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อสร้างรายการตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการเรียนรู้แบบประสานเวลาให้สอดคล้องกันระหว่างระบบและโลกแห่งความเป็นจริง โดยจะถูกพัฒนาจาก 2 ประเด็น ทั้งในเชิงทฤษฎีและในเชิงการใช้งานจริง โดยเริ่มต้นที่เชิงทฤษฎีทางผู้วิจัยจัดทำการทบทวนงานวิจัยและการศึกษาเชิงประจักษ์เกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้เชิงรุกและในเชิงการใช้งานจริง ผู้วิจัยทำการรวบรวมปัญหาการใช้งานจริงของเทคโนโลยีการเรียนรู้แบบประสานเวลา หลังจากนั้นจึงสร้างแบบประเมินงานวิจัยเพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้เชิงรุกในมุมมองของการพัฒนาเทคโนโลยีการเรียนรู้ แล้วจึงทำการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ(Exploratory Factor Analysis: EFA) เพื่อสร้างแบบรายการตรวจสอบคุณสมบัติสำหรับการเรียนรู้แบบประสานเวลาเชิงรุก โดยรายการตรวจสอบคุณสมบัติที่ได้จะประกอบไปด้วย 9 ข้อหลัก 20 ข้อย่อย แล้วจึงทำการทดสอบความเชื่อมั่นของแบบรายการตรวจสอบคุณสมบัติดังกล่าว จากผลการทดสอบพบว่า ความเชื่อมั่นระหว่างผู้ประเมิน (Inter-Rater Reliability: IRR) ทั้ง 2 ท่าน พบว่าค่าสถิติแคปปา มีค่าเท่ากับ 0.773 ซึ่งหมายถึง ระดับความสอดคล้องของผู้ประเมินมีความสอดคล้องกันมาก จึงสรุปได้ว่ารายการตรวจสอบคุณสมบัตินี้มีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้งานได้จริง
การจัดตารางพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์ด้วยวิธีการฮิวริสติก : กรณีศึกษาของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย, นลธวัช สุคนธ์ภัทร
การจัดตารางพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์ด้วยวิธีการฮิวริสติก : กรณีศึกษาของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย, นลธวัช สุคนธ์ภัทร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาแนวทางการแก้ปัญหาการจัดตารางการทำงานของพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์ (Multi-objective Nurse Scheduling Problem : NSP) ด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ควบคู่ไปกับวิธีการฮิวริสติก ปัญหาการจัดตารางการทำงานพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์นี้ เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน อันเป็นผลเนื่องมาจากความหลากหลายของข้อจำกัด และวัตถุประสงค์หลักของปัญหาต่างๆ ที่มีความขัดแย้งกัน นอกจากนี้ โรงพยาบาลส่วนใหญ่ยังขาดระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดตารางการทำงาน ส่งผลทำให้ผู้จัดตารางการทำงานจำเป็นต้องดำเนินการจัดตารางการทำงานด้วยตนเอง ซึ่งมักใช้เวลาในการจัดที่ยาวนาน และผิดพลาดได้ง่าย เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยได้พัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่สะท้อนภาพการทำงานของผู้จัดตารางการทำงานพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์ขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่แผนกฉุกเฉิน เนื่องจากแผนกดังกล่าวมีความซับซ้อนในการปฎิบัติงานมากกว่าแผนกอื่นๆ อย่างไรก็ดี ผู้วิจัยพบว่า เมื่อปัญหาดังกล่าวมีขนาดใหญ่ขึ้น ประสิทธิภาพของแบบจำลองทางคณิตศาสตร์มีแนวโน้มที่ลดถอยลง ทั้งในเชิงคุณภาพของคำตอบ และเวลาที่ใช้ในการหาคำตอบ อันเป็นผลเนื่องมาจากความซับซ้อนของปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้ทำการพัฒนาฮิวริสติกขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดเวลาการหาคำตอบของปัญหาการจัดตารางการทำงานพยาบาลแบบหลายวัตถุประสงค์ โดยอ้างอิงจาก Adaptive Large Neighborhood Search (ALNS) ควบคู่ไปกับ Non-dominated Sorting Genetic Algorithm III (NSGA-III) จากผลการทดลอง ผู้วิจัยพบว่า วิธีการฮิวริสติกที่ถูกพัฒนาขึ้นมีคุณภาพเทียบเท่ากับวิธีแม่นตรงในปัญหาขนาดเล็ก โดยชุดคำตอบที่ได้จากวิธีการฮิวริสติกมีคุณภาพเทียบเท่ากับวิธีแม่นตรง หากแต่ใช้เวลาในการหาคำตอบที่สั้นกว่ามาก สำหรับปัญหาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น วิธีการฮิวริสติกที่ถูกพัฒนาขึ้นก็สามารถสร้างชุดคำตอบที่มีความหลากหลายในระยะเวลาที่สั้นกว่าวิธีการแบบดั้งเดิมเป็นอย่างมาก
การวางแผนและจัดตารางการทำงานสำหรับการทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์ยา ด้วยเทคนิคการหาค่าเหมาะสมที่สุด, วริศรา วรฤทัย
การวางแผนและจัดตารางการทำงานสำหรับการทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์ยา ด้วยเทคนิคการหาค่าเหมาะสมที่สุด, วริศรา วรฤทัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาการวางแผนและจัดตารางการทำงานสำหรับการทดสอบความคงตัวของยา โดยมีแนวคิดในการแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 การหารูปแบบมอบหมายงานให้กับพนักงานและเครื่องทดสอบ ในการแก้ปัญหาดังกล่าวแบบจำลองกำหนดการเชิงเส้นจำนวนเต็มแบบผสมได้ถูกนำมาใช้ในการหาคำตอบของปัญหา แต่เนื่องจากมีหลายวัตถุประสงค์ที่ใช้ในการตัดสินใจ อีกทั้งแต่ละวัตถุประสงค์มีหน่วยที่ต่างกัน ทำให้แก้ปัญหาด้วยแบบจำลองคณิตศาสตร์เดียวทำได้ยาก จึงได้มีการพัฒนาแบบจำลองคณิตศาสตร์จำนวน 2 โมเดลเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาดังกล่าว โมเดลที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อการลดความแตกต่างของภาระงานสูงสุด และต่ำที่สุด และการทำงานล่วงเวลาของพนักงานให้น้อยที่สุด ในขณะที่โมเดลที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาลำดับความสำคัญของการทดสอบยา ส่วนที่ 2 เป็นการจัดตารางการทำงานของพนักงานและเครื่องทดสอบด้วยวิธีการฮิวริสติก โดยมีข้อมูลนำเข้าจากผลคำตอบที่ได้รับในงานส่วนที่ 1 และได้นำกฎการจัดลำดับความสำคัญ จำนวน 2 วิธี ได้แก่ กฎการเลือกงานที่ใช้เวลาน้อยที่สุดทำก่อน และกฎการเลือกงานที่ใช้เวลาทำนานที่สุดทำก่อน มาใช้ในการเรียงลำดับงานจำนวน 3 รูปแบบ ได้แก่ เวลาปฏิบัติงานรวมของการทดสอบ เวลาปฏิบัติงานเวลาในขั้นตอนแรกของการทดสอบ และเวลาปฏิบัติงานตามหัวข้อทดสอบ ผลการวิจัยจากงานส่วนที่ 1 พบว่ารูปแบบการการมอบหมายงานให้พนักงานและเครื่องทดสอบจากแบบจำลองคณิตศาสตร์ทั้ง 2 โมเดลให้ค่าคำตอบที่เหมือนกัน โดยยาแต่ละชนิดมีการเลื่อนทดสอบไปในเดือนถัด ๆ ไปมากขึ้น ภายใต้เงื่อนไขยาแต่ละชนิดต้องทดสอบภายใน 4 เดือน โดยมีจำนวนยาที่เลื่อนการทดสอบออกไปจำนวน 2,013 ล็อต ในส่วนของภาระงานที่พนักงานได้รับพบว่ามีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน และในเดือนที่ 4 มีจำนวนภาระงานเกิดขึ้นสูงสุด ซึ่งทำให้เกิดการทำงานล่วงเวลาทั้งเภสัชกรและนักวิทยาศาสตร์ จากการจัดตารางการทำงานและวัดผลด้วยตัวชี้วัดประสิทธิภาพ พบว่าการจัดตารางการทำงานจากเวลาปฏิบัติงานเวลาในขั้นตอนแรกของการทดสอบ ด้วยวิธี SPT ให้ผลเฉลยที่ดีที่สุดตามวัตถุประสงค์ โดยไม่จำเป็นต้องทำงานล่วงเวลา โดยผลการศึกษานี้เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งที่ใช้ในการจัดตารางการทำงานของพนักงานและเครื่องทดสอบ
การศึกษาคุณลักษณะทางพื้นที่และเวลาของฝุ่น Pm 2.5 ในกรุงเทพมหานคร, กิตติยาภรณ์ ศิวิชัย
การศึกษาคุณลักษณะทางพื้นที่และเวลาของฝุ่น Pm 2.5 ในกรุงเทพมหานคร, กิตติยาภรณ์ ศิวิชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัญหามลพิษทางอากาศ เป็นปัญหาที่ไม่ก่อให้เกิดอาการอย่างฉับพลันทันที แต่ทำลายสุขภาพของมนุษย์เมื่อเวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ แม้ปัญหาของฝุ่น PM 2.5 นั้นรุนแรงจนก่อให้เกิดความตระหนักของประชาชน สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทยยังคงย่ำแย่อย่างต่อเนื่อง และสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าฝุ่น PM 2.5 ปกคลุมจนทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำลง เนื่องจากฝุ่นนั้นกระจายตัวแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ และแต่ละเวลา ผู้วิจัยจึงทำการศึกษาคุณลักษณะทางพื้นที่และเวลาของฝุ่น PM 2.5 ผ่านเทนเซอร์และการแยกองค์ประกอบเทนเซอร์ ด้วยวิธี Tucker decomposition จนได้รูปแบบของฝุ่นในแต่ละเขตและเวลา ผู้วิจัยพบว่า รูปแบบความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 นั้นมีความสัมพันธ์กับแนวทางการใช้ชีวิตของคนกรุงเทพมหานคร ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา พฤติกรรมของประชาชนทั้งก่อนและหลังการระบาดของโรคโควิด-19 การจราจร การก่อสร้าง และสถานที่สำคัญในเขตต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร ผลลัพธ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่า เราควรพิจารณาการกระจายจุดที่มีความหนาแน่นของประชากร การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อลดความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาว และในเขตต่าง ๆ ที่มีความเข้มข้นสูง
A Box-Behnken Design For Copper Recovery From E-Waste Pyrolysis Char By An Electrolysis Process, Chanut Thamcharoen
A Box-Behnken Design For Copper Recovery From E-Waste Pyrolysis Char By An Electrolysis Process, Chanut Thamcharoen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study presents the solvent extraction process for recovering copper from pyrolysis char derived from printed circuit boards (PCBs). To maximize copper yield, a response surface design based on the Box-Behnken design for the solvent extraction of PCBs char is proposed. Three process parameters of the extraction process were chosen as variable factors which are HCl concentration (2, 3, and 4 M), pulp density (50, 75, and 100 g/L) and reaction time (1, 2, and 3 h). The results from Analysis of Variance (ANOVA), R-squared (R2), and Adjusted R2 (R2adj) demonstrate the obtained regression model’s significance. The response surface method …
An Analysis Of Retail Promotion Effectiveness Using Agent-Based Modeling, Chutima Binsiravanich
An Analysis Of Retail Promotion Effectiveness Using Agent-Based Modeling, Chutima Binsiravanich
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In modern metropolitan environments, retailers engage in intense competition to attract consumers and increase profits. It is critical to develop an effective price promotion plan. However, the complexity of customer preferences and many product qualities in retail, especially for competitive products, makes it challenging to create effective promotional methods. This study proposes an agent-based simulation to represent the outcomes of strategic retail tactics where real-world testing for all strategies is not practical. In the simulation model, advertising efficacy and word-of-mouth influence drive consumer decisions, with subsequent judgments based on store price reductions. Twelve different promotion strategies (including different price reduction, …
การพยากรณ์ราคาเศษเหล็กในประเทศไทยโดยใช้ตัวแบบผสมการแยกองค์ประกอบ, ทรรศมล วงศ์จิตสุขเกษม
การพยากรณ์ราคาเศษเหล็กในประเทศไทยโดยใช้ตัวแบบผสมการแยกองค์ประกอบ, ทรรศมล วงศ์จิตสุขเกษม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เศษเหล็กคือวัสดุที่เกิดจากการหมุนเวียนชิ้นส่วนเหล็กที่ถูกคัดทิ้งให้กลับเข้าสู่อุตสาหกรรมผลิตเหล็กอีกครั้ง ถือเป็นวัตถุดิบหลักของกระบวนการหล่อหลอมเหล็ก และราคาเศษเหล็กที่เปลี่ยนแปลงไปจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเหล็กเปลี่ยนแปลงตาม การพยากรณ์ราคาเศษเหล็กที่มีความแม่นยำจะส่งผลดีต่อการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อวัตถุดิบ งานวิจัยนี้จึงสนใจศึกษาการพัฒนาตัวแบบเพื่อใช้ในการพยากรณ์ราคาเศษเหล็กในประเทศไทยโดยใช้ตัวแบบผสมการแยกองค์ประกอบ ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงความแม่นยำของตัวแบบที่สร้างจากการใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องร่วมกับวิธีการแยกองค์ประกอบของข้อมูล โดยวิธีการทางสถิติและเทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องที่ศึกษา ได้แก่ SARIMA, Linear regression, Support vector regression, XGBoost, ANN และ LSTM จากการศึกษาพบว่าตัวแบบ SARIMA และ LSTM สามารถพยากรณ์ได้แม่นยำที่สุด แต่ตัวแบบ SARIMA ใช้เวลาน้อยกว่ามาก รองลงมาคือ ANN, Support vector regression, Linear regression และ XGBoost โดยตัวแบบ SARIMA มีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์จากค่า MAPE ที่ 2.96% ส่วนวิธีการแยกองค์ประกอบของข้อมูลที่ศึกษา ได้แก่ EMD, CEEMDAN และ VMD จากการศึกษาพบว่าการแยกองค์ประกอบของข้อมูลโดยใช้ VMD สามารถเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์ให้แก่เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องในการสร้างตัวแบบได้มากที่สุด รองลงมาคือ EMD และ CEEMDAN ตามลำดับ โดยที่เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้วิธีการแยกองค์ประกอบและให้ความแม่นยำมากที่สุดคือ Linear Regression ซึ่งตัวแบบผสมการแยกองค์ประกอบที่มีความแม่นยำมากที่สุดคือ VMD-LR มีความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์ MAPE ที่ 1.18%
การพัฒนาระบบการจัดการซ่อมบำรุงรักษาสำหรับโรงงานผลิตเครื่องสำอาง, ญานิกา ทากุดเรือ
การพัฒนาระบบการจัดการซ่อมบำรุงรักษาสำหรับโรงงานผลิตเครื่องสำอาง, ญานิกา ทากุดเรือ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโปรแกรมสำหรับการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรของโรงงานผลิตเครื่องสำอาง การศึกษาพบว่าเมื่อเครื่องจักรมีเหตุชำรุดจากการชำรุดกะทันหันต้องใช้เวลาในการซ่อมบำรุงรักษานาน ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตที่ต้องหยุดชะงัก จากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสภาพงานบำรุงรักษา การวิเคราะห์การไหลของข้อมูลในงานบำรุงรักษา รวมทั้งปรับปรุงกระบวนการไหลของข้อมูลเพื่อลดความซ้ำซ้อน ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน จึงได้มีการนำระบบจัดการงานบำรุงรักษาด้วยคอมพิวเตอร์เข้ามาเพื่อพัฒนาระบบบริหารงานบำรุงรักษา เพื่อรวบรวม จัดเก็บ และบริหารจัดการงาน โดยวางแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันจากการหาค่าระยะเวลาเฉลี่ยระหว่างการเกิดเหตุขัดข้อง (MTBF) และค่าระยะเวลาเฉลี่ยในการซ่อมบำรุง (MTTR) ในการวางแผนการเปลี่ยนอะไหล่ก่อนการเกิดเหตุขัดข้อง เพื่อให้เครื่องจักรมีความพร้อมสำหรับการใช้งานอยู่เสมอ ผลการวิจัยพบว่าเมื่อนำระบบการจัดการซ่อมบำรุงไปติดตั้ง อัตราความพร้อมในการทำงานของเครื่องจักร (Availability Rate) เพิ่มขึ้น 8.59% จาก 88.89% เป็น 97.48% ระยะเวลาเฉลี่ยระหว่างการเกิดเหตุขัดข้อง (MTBF) เพิ่มขึ้นขั้นต่ำ 42.04% จาก 88 วัน เป็นมากกว่า 125 วัน และระยะเวลาเฉลี่ยในการซ่อมบำรุง (MTTR) มีแนวโน้มลดลงค่าที่ลดลง
วิธีการฮิวริสติกส์แบบหลายวัตถุประสงค์สำหรับปัญหาการเก็บเกี่ยวถั่วลันเตา, พูนสิริ วสุพงศ์พิพัฒน์
วิธีการฮิวริสติกส์แบบหลายวัตถุประสงค์สำหรับปัญหาการเก็บเกี่ยวถั่วลันเตา, พูนสิริ วสุพงศ์พิพัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ทรัพยากรทางการเกษตรเป็นหนึ่งในทรัพยากรหลักที่สำคัญ ที่จำเป็นต้องมีการวางแผนการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้เลือกศึกษาปัญหาการวางแผนการจัดตารางการเก็บเกี่ยว โดยใช้ถั่วลันเตาเป็นกรณีศึกษา เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาหาปัจจัยและข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการการเก็บเกี่ยวถั่วลันเตาในเครือข่ายที่มีโรงแช่แข็งถั่วลันเตา และกลุ่มเกษตรกรที่ทำสัญญาซื้อขายถั่วลันเตากับโรงแช่แข็งถั่วลันเตาล่วงหน้า โดยโรงแช่แข็งถั่วลันเตาจะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการการเก็บเกี่ยวทั้งหมด จากข้อกำหนดต่าง ๆ ที่รวบรวมมา ผู้วิจัยได้สร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์แบบหลายวัตถุประสงค์ และออกแบบวิธีการทางฮิวริสติกส์แบบการหาค่าเหมาะสมที่สุดด้วยการเคลื่อนที่ของกลุ่มอนุภาค (Particle Swarm Optimization: PSO) เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมุ่งเน้นไปที่วัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน 3วัตถุประสงค์ คือ 1. การลดต้นทุนที่ใช้ในการขนส่งถั่วลันเตา 2. การลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่สิ่งแวดล้อม และ 3. การกระจายการเก็บเกี่ยวให้เกษตรกรได้รับการเก็บเกี่ยวอย่างเท่าเทียมกัน ผู้วิจัยได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของวิธีการทั้ง 2 ผ่านปัญหาจำลองขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ โดยผู้วิจัยพบว่า วิธีการฮิวริสติกส์ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพค่อนข้างดี โดยวิธีการดังกล่าวสามารถหาผลเฉลยของปัญหาแบบวัตถุประสงค์เดี่ยวที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับวิธีการแม่นตรงผ่านโปรแกรม CPLEX นอกจากนี้ วิธีการฮิวริสติกส์ที่พัฒนาขึ้นยังสามารถประยุกต์ใช้กับปัญหาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ในขณะที่วิธีการแบบแม่นตรงไม่สามารถให้คำตอบได้ เนื่องจากปัญหาด้านความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์
Bitcoin Algorithmic Trading Using Rsi And Stoch Technical Indicators, Pattrapon Chucheepchuenkamon
Bitcoin Algorithmic Trading Using Rsi And Stoch Technical Indicators, Pattrapon Chucheepchuenkamon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Algorithmic trading helps traders automate their trading decisions using computer programs. One widely used approach is to employ technical indicators such as the Relative Strength Index (RSI) and the Stochastic Oscillator (Stoch) to identify overbought and oversold conditions in the market. This paper studies various strategies using RSI and Stoch indicators, i.e., buying in an oversold market and selling in an overbought market, and analyzes their impact on changing market conditions, such as bullish, bearish, and sideways markets. Specifically, the paper proposes comparing five trading strategies: RSI-only strategy, Stoch-only strategy, RSI-and-Stoch strategy, RSI-or-Stoch strategy and buy-and-hold strategy and finding their …
การออกแบบฮิวริสติกเพื่อการจัดตารางการทำงานของนักประดิษฐ์ตาเทียมในการผลิตตาเทียมเฉพาะบุคคล, รชา เลิศศักดิ์วานิช
การออกแบบฮิวริสติกเพื่อการจัดตารางการทำงานของนักประดิษฐ์ตาเทียมในการผลิตตาเทียมเฉพาะบุคคล, รชา เลิศศักดิ์วานิช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ตาเทียมเฉพาะบุคคลเป็นอุปกรณ์ทดแทนดวงตาที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจของผู้ป่วยที่สูญเสียดวงตา โดยประดิษฐ์ขึ้นให้เหมาะสมกับตาข้างที่เหลืออยู่ของผู้ป่วย ทำให้ต้องออกแบบเฉพาะบุคคล และใช้ผู้เชี่ยวชาญในการประดิษฐ์ ทำให้การวางแผนการทำงานและการจัดตารางการทำงานเป็นไปได้ยาก ต้องเผื่อเวลาการนัดหมายผู้ป่วย ซึ่งอาจเกิดผลเสียกับผู้ป่วย ดังนั้นจึงต้องการให้เวลาเสร็จงานของการประดิษฐ์ตาเทียมและความล่าช้าน้อยที่สุด นอกจากนี้กระบวนการประดิษฐ์ยังมีความซับซ้อนและหลายขั้นตอน ทำให้ต้องพิจารณาทักษะการทำงานในการมอบหมายงานและจัดลำดับของงานประดิษฐ์ เพื่อลดเวลาสูญเปล่าจากการรอคอยในกระบวนการต้ม ผู้วิจัยได้นำเสนอแบบจำลองทางคณิตศาสตร์และออกแบบขั้นตอนวิธีฮิวริสติกสำหรับการมอบหมายงานและจัดตารางการประดิษฐ์ตาเทียมเฉพาะบุคคล เพื่อให้มีเวลาเสร็จงานและเวลาล่าช้าน้อยที่สุด โดยได้นำเสนอวิธีเชิงพันธุกรรม ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถประยุกต์ใช้กับปัญหาได้หลากหลาย รวมถึงสามารถพัฒนาเพื่อให้คำตอบที่ได้เป็นคำตอบที่ดีที่สุด ซึ่งในงานวิจัยนี้ได้เปรียบเทียบผลลัพธ์จากการใช้วิธีคัดเลือก วิธีสลับสมาชิก และวิธีกลายพันธุ์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้ขั้นตอนวิธีที่เหมาะสมมากที่สุด และใช้ขั้นตอนวิธีดังกล่าวในการทดสอบปัจจัยต่าง ๆ ผลจากการทดลองพบว่าวิธีเชิงพันธุกรรมใช้เวลาประมวลผลเพียง 34 วินาที ซึ่งน้อยกว่าแบบจำลองคณิตศาสตร์ถึง 98% รวมถึงให้ผลลัพธ์ของตารางการประดิษฐ์ตาเทียมที่ดี โดยมีการทำกระบวนการอื่นในระหว่างการรอต้มทุกครั้งเพื่อลดเวลารอคอยของนักประดิษฐ์ตาเทียม และผลจากการทดสอบปัจจัยพบว่าผลลัพธ์ที่ได้จากกรณีที่พิจารณาเวลานัดหมายสามารถครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ได้มากกว่าการไม่พิจารณาเวลานัดหมาย และในการศึกษาความสำคัญของวัตถุประสงค์พบว่าควรจะให้ความสำคัญกับวัตถุประสงค์ที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมมากที่สุด ทั้งมุมมองด้านเวลาและความสมดุลของการมอบหมายงาน
Systematic Analysis Of Covid-19 Consequences: Health, Economic, And Tourism Aspects, Kumpol Saengtabtim
Systematic Analysis Of Covid-19 Consequences: Health, Economic, And Tourism Aspects, Kumpol Saengtabtim
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In 2020, our world faced the impact of the COVID-19 situation, which caused a lot of harm and consequences in multiple aspects. Many organizations and sectors were affected a lot by the pandemic. This research performed a holistic analysis to extract the lessons learned based on health, economic, and tourism consequences. Both qualitative and quantitative methodologies were used to extract the best approach to prepare for the next pandemic. For the health aspect, the stepwise regression was used to extract the potential IHR States Parties Self-Assessment Annual Report (SPAR) health capacity provided by the World Health Organization (WHO) to deal …
การตัดสินใจหลายเกณฑ์แบบไฮบริดเพื่อหาคู่ค้าพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำ, จิรยุ พุดพวง
การตัดสินใจหลายเกณฑ์แบบไฮบริดเพื่อหาคู่ค้าพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำ, จิรยุ พุดพวง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้นำเสนอแนวทางในการคัดเลือกคู่ค้าเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำ โดยใช้วิธีการผสมผสานระหว่างตรรกศาสตร์คลุมเครือ กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (F-AHP) และวิธีการจัดลำดับความสำคัญโดยพิจารณาจากความคล้ายคลึงกันในอุดมคติ (F-TOPSIS) เพื่อจัดการกับความกำกวมและความไม่แน่นอนในการตัดสินใจของมนุษย์ กระบวนการไฮบริดนี้ประกอบด้วยหลายขั้นตอนหลัก ได้แก่ การศึกษาขั้นตอนการตัดสินใจและการคัดเลือกเกณฑ์จากวรรณกรรมและผู้เชี่ยวชาญ การวิเคราะห์ข้อมูลการจัดซื้อ การประเมินความสำคัญของเกณฑ์โดยใช้ F-AHP และการจัดอันดับทางเลือกโดยใช้ F-TOPSIS พร้อมทั้งการวิเคราะห์ความไว (Sensitivity Analysis) ของเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อประเมินความเสถียรของผลลัพธ์ ผลการศึกษาจากกรณีศึกษาพบว่าวิธีการนี้สามารถลดการสูญเสียรายได้อย่างมีนัยสำคัญ ประมาณ 3.2 ล้านดอลลาร์ และช่วยลดความเสี่ยงในการเลือกคู่ค้าที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและความสามารถในการแข่งขันในตลาด นอกจากนี้ยังส่งผลให้มีการประหยัดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า และปรับปรุงประสิทธิภาพในการส่งมอบสินค้าและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังมีการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่สามารถปรับเปลี่ยนและนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีลักษณะการตัดสินใจที่ซับซ้อนเช่นเดียวกัน
การสำรวจคุณลักษณะของอนุกรมเวลาที่เหมาะสมกับตัวแบบความจำระยะยาวระยะสั้นต่าง ๆ, ลักษณ์นภิศ แก้วหวังสกูล
การสำรวจคุณลักษณะของอนุกรมเวลาที่เหมาะสมกับตัวแบบความจำระยะยาวระยะสั้นต่าง ๆ, ลักษณ์นภิศ แก้วหวังสกูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ข้อมูลมีความสำคัญในการดำเนินชีวิตและธุรกิจ และในปัจจุบันที่ข้อมูลมีปริมาณมาก การพยากรณ์ข้อมูลอนุกรมเวลาจึงเป็นกระบวนการที่มีบทบาทสำคัญ หนึ่งในเทคนิคที่ได้รับความนิยมในการพยากรณ์คือ การเรียนรู้ของเครื่อง (ML) โดยเฉพาะตัวแบบ LSTM การเลือกใช้ตัวแบบ LSTM ในการพยากรณ์ข้อมูลอนุกรมเวลายังมีความท้าทาย เนื่องจากประสิทธิภาพของตัวแบบขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของข้อมูลอนุกรมเวลา เช่น Skewness Kurtosis Chaotic และ Coefficient of Variation (CV) การศึกษานี้จึงมุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของข้อมูลอนุกรมเวลาและผลกระทบต่อประสิทธิภาพของตัวแบบ LSTM แบบต่าง ๆ ได้แก่ LSTM Bi-LSTM และ CNN-LSTM โดยใช้ชุดข้อมูลจำนวน 50 ชุด จาก www.kaggle.com และสร้างชุดข้อมูลเพื่อพิจารณาทางสถิติด้วยการออกแบบการทดลอง (DOE) ผลการศึกษาพบว่าลักษณะที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการพยากรณ์คือ Skewness Kurtosis และCV โดย Skewness จะส่งผลต่อประสิทธิภาพอย่างมีนัยสำคัญต่อเมื่อข้อมูลชุดนั้นมี Kurtosis ร่วมด้วย ส่วน Kurtosis และ CV ส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการพยากรณ์เมื่อ Kurtosis เป็นแบบ Leptokurtic และ CV มีค่ามากกว่า 20% ซึ่งสอดคล้องกันทั้งจากชุดข้อมูลที่ได้จาก www.kaggle.com และข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นมา ความโกลาหลจะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญมี Skewness Kurtosis และ CV ร่วมด้วย และตัวแบบไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการพยากรณ์
Battery Sales Forecasting Using Traditional Forecasting And Machine Learning Techniques, Santi Wongkamphu
Battery Sales Forecasting Using Traditional Forecasting And Machine Learning Techniques, Santi Wongkamphu
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Battery sales forecasting is crucial for demand planning in the automotive battery industry. This objective of this study is to identify traditional forecasting methods and machine learning techniques to predict monthly sales for a case-study battery manufacturer in Thailand. The monthly sales data of the 10-best-selling products are from January 2018 to December 2023. Traditional forecasting models considered in this research are Holt’s Linear Trend, Holt-Winters Seasonal, Autoregressive Integrated Moving Average (ARIMA), Seasonal ARIMA (SARIMA) and SARIMA with Exogenous Variables (SARIMAX). The machine learning approaches are Long Short-Term Memory (LSTM) and Artificial Neural Networks (ANN). Hybrid models integrating both traditional …
การลดของเสียในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนไมโครเวฟของโรงงานกรณีศึกษา, เวยาวัจ เกาเทียน
การลดของเสียในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนไมโครเวฟของโรงงานกรณีศึกษา, เวยาวัจ เกาเทียน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดของเสียที่เกิดจากขั้นตอนการยึดติดชิ้นงานสองชิ้นเข้าด้วยกันบริเวณเวฟไกด์ในกระบวนการผลิตโครงสร้างหลักของไมโครเวฟที่ต้องมีช่องว่างไม่เกิน 0.2 มิลลิเมตร โดยนำเทคนิคซิกซ์ ซิกมาเข้ามาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหา โดยการดำเนินงานวิจัยเริ่มจากการตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาสภาพปัญหา และกระบวนการในการผลิตผลิตภัณฑ์ไมโครเวฟ จากนั้นทำการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาและปัจจัยที่เกี่ยวข้องด้วยแผนภาพแสดงสาเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) พร้อมทั้งคัดกรองปัจจัยโดยการประเมินตัวเลขแสดงความเสี่ยง (RPN : Risk Priority Number) จากการวิเคราะห์ลักษณะข้อบกพร่องและผลกระทบ (FMEA : Failure Mode and Effect Analysis) หลังจากนั้นเมื่อคัดกรองปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดของเสียในกระบวนการผลิตแล้ว โดยประกอบด้วย 5 ปัจจัยได้แก่ (1)ความสูงติดตั้งพั๊นซ์ในชุดดาย(2) ความหนาของแผ่นเหล็ก (3) กระบวนการผลิตของผู้ผลิตไม่ได้มาตรฐาน (4) พนักงานไม่มีการฝึกอบรมก่อนปฏิบัติงาน และ(5) ไม่มีการใช้ฟิกเจอร์ในการล็อคชิ้นงาน โดยปัจจัยที่ (4)และ(5) ได้ทำการปรับปรุงแล้วเสร็จก่อนการออกแบบการทดลอง จากนั้นจึงนำปัจจัย (1)-(3) มาทำการประยุกต์โดยใช้การออกแบบการทดลองเชิงแฟคทอเรียล พบว่ามีปัจจัยจำนวน 2 ปัจจัยที่มีผลต่อค่าช่องว่างอย่างมีนัยสำคัญ คือ การปรับตั้งค่าความสูงติดตั้งพั๊นซ์ในชุดดายโดยตั้งค่าที่ระยะความสูง 35 มิลลิเมตร และค่าความหนาแผ่นเหล็กที่ใช้ในการผลิตที่ 0.4 มิลลิเมตร หลังจากนำค่ามาปรับใช้ในกระบวนการ พบว่าเปอร์เซ็นต์ของเสียที่เกิดขึ้นมีจำนวนลดลงจากเดิม โดยก่อนการปรับปรุงยอดของเสียเท่ากับ 70.37 เปอร์เซ็นต์และหลังปรับปรุงพบยอดของเสียที่ตรวจติดตามลดลงเหลือเท่ากับ 17.78 เปอร์เซ็นต์
การปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับโรงงานปิโตรเคมีขั้นปลาย, อิทธิชัย เสือเหลือง
การปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับโรงงานปิโตรเคมีขั้นปลาย, อิทธิชัย เสือเหลือง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการวัตถุดิบคงคลังของวัตถุดิบตั้งต้นของโรงงานปิโตรเคมีขั้นปลาย ในระยะเริ่มดำเนินกิจการ จากการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาด้วยเทคนิคทำไม - ทำไม พบว่ากระบวนการปัจจุบันขาดการวางแผนและขาดการประสานงานสำหรับการจัดซื้อวัตถุดิบตั้งต้นอย่างมีประสิทธิภาพทำให้เกิดผลกระทบที่ตามมาคือ 1) วัตถุดิบตั้งต้นไม่เพียงพอต่อการผลิต 2) เมื่อมีรถแท็งก์ติดตรึงมาส่งวัตถุดิบแต่ไม่สามารถรับวัตถุดิบเข้าถังเก็บได้ การดำเนินงานวิจัยนี้ใช้หลักการปรับรื้อกระบวนการทางธุรกิจร่วมกับการเข้าไปศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีขององค์กรอื่นสององค์กรที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นปลายซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ในด้านนโยบายการจัดการวัตถุดิบคงคลัง กระบวนการวางแผนสั่งซื้อวัตถุดิบและการประสานงาน โดยมีขั้นตอนในการดำเนินงานวิจัยเริ่มจาก 1) ระบุกระบวนการปัจจุบัน 2) วิเคราะห์กระบวนการปัจจุบัน 3) ออกแบบกระบวนการใหม่ และ 4) ทดสอบกระบวนการทำงานใหม่และนำไปใช้งาน จากการดำเนินงานมีส่วนสำคัญที่เปลี่ยนแปลงไปจากกระบวนการเดิม คือมีการปรับเปลี่ยนหน้าที่รับผิดชอบของพนักงานวางแผนการผลิต การกำหนดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างพนักงานวางแผนการผลิตกับส่วนผลิตและส่วนบำรุงรักษา และการพัฒนาตารางและเชื่อมโยงสูตรในไฟล์เอ็กซ์เซลเพื่อใช้ในการจำลองสถานการณ์สำหรับการวางแผนสั่งซื้อวัตถุดิบโดยกำหนดนโยบายการสั่งซื้อและจัดเก็บภายใต้ข้อจำกัดของโรงงานอย่างเหมาะสมร่วมกับการใช้ข้อมูลระดับวัตถุดิบคงคลังจากระบบการจัดการข้อมูลโรงงาน ผลการดำเนินงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าสามารถลดจำนวนครั้งโดยเฉลี่ยต่อเดือนที่วัตถุดิบตั้งต้นไม่เพียงพอต่อการผลิตจาก 0.78 ครั้งต่อเดือนเป็น 0 ครั้งต่อเดือน และลดจำนวนครั้งโดยเฉลี่ยต่อเดือนที่ไม่สามารถรับวัตถุดิบตั้งต้นจากรถแท็งก์ติดตรึงเข้าถังเก็บได้จาก 0.44 ครั้งต่อเดือนเป็น 0 ครั้งต่อเดือนเช่นกัน
การพยากรณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศไทยด้วยปัจจัยอัตราเงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าโดยใช้วิธีการเรียนรู้เชิงลึก, เตชินท์ อานนท์วัฒนา
การพยากรณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศไทยด้วยปัจจัยอัตราเงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าโดยใช้วิธีการเรียนรู้เชิงลึก, เตชินท์ อานนท์วัฒนา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงความแม่นยำของการพยากรณ์เงินเฟ้อทั่วไปในประเทศไทย โดยการประเมินประสิทธิภาพของแบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึก แบบจำลองอนุกรมเวลา และแบบจำลองแบบผสมในช่วงการพยากรณ์ล่วงหน้า 1, 3, 6 และ 12 เดือน รวมถึงมีการประเมินประสิทธิภาพของการเพิ่มตัวแปรอัตราเงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าในแบบจำลอง โดยจะมีการวิเคราะห์เปรียบเทียบแบบจำลองต่าง ๆ ได้แก่ ANN, RNN, LSTM, VAR, Hybrid Model (VAR-ANN) และ BOTMM ของธนาคารแห่งประเทศไทย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาแบบจำลองที่มีประสิทธิภาพในการพยากรณ์สูงที่สุด และแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มตัวแปรอัตราเงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าที่มีต่อความแม่นยำในการพยากรณ์ โดยผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าแบบจำลองแบบผสม Hybrid (VAR-ANN) มีประสิทธิภาพเหนือกว่าแบบจำลองอื่น ๆ ในทุกช่วงการพยากรณ์ล่วงหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ นอกจากนี้ผลลัพธ์จากการเพิ่มตัวแปรอัตราเงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าช่วยเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์อย่างมาก ผลลัพธ์เหล่านี้เป็นประโยชน์สำหรับผู้กำหนดนโยบายและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการพยากรณ์เงินเฟ้อ และแสดงให้เห็นถึงข้อได้เปรียบในเชิงปฏิบัติของแบบจำลองแบบผสมในการเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์สำหรับตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจของประเทศไทย
Virtual Reality Of Labless Foundry And Heat Treatment For Next Industrial Training, Naris Lawankowit
Virtual Reality Of Labless Foundry And Heat Treatment For Next Industrial Training, Naris Lawankowit
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study presents an innovative Virtual Reality (VR) application tailored to educate users on Foundry and Heat Treatment operations. Its primary objectives encompass the creation of a secure and lifelike learning environment while ensuring accessibility. The development process was a meticulous fusion of technology, incorporating the Unity engine, 3D modeling, and seamless Salesforce integration, all grounded in extensive research. The VR application's structure strategically subdivides these industrial processes into four stations: Molding, Furnace, Workbench, and Heat Treatment. This detailed approach empowers users to engage directly in these operations, making it a valuable educational tool. The study's significance extends to the …
การออกแบบระบบแชทบอทร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ช่วยวินิจฉัยการแพ้ยา, ปกรณ์ เสงี่ยมรัตน์
การออกแบบระบบแชทบอทร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ช่วยวินิจฉัยการแพ้ยา, ปกรณ์ เสงี่ยมรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการศึกษาและพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยวินิจฉัยอาการแพ้ยา โดยใช้ระบบแชทบอทปัญญาประดิษฐ์ที่มีการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) และเทคนิคการจำแนกประเภทข้อมูลภาพ ในการวิจัยและพัฒนาแบบจำลองการจำแนกข้อมูลภาพเพื่อการตรวจหาอาการแพ้ยา นักพัฒนาเลือกใช้แบบจำลอง InceptionV3 และแบบจำลอง MobileNetV2 ซึ่งเป็นโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าแบบจำลอง MobileNetV2 มีประสิทธิภาพดีกว่าแบบจำลอง InceptionV3 โดยมีความแม่นยำสุดท้ายที่ 99.29% อีกทั้งขนาดของแบบจำลอง MobileNetV2 มีขนาดเล็กทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟนและยังพบว่าการจำแนกผื่นแพ้ยาสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อนำแบบจำลองไปมาใช้ในแชทบอทที่พัฒนา พบว่าแบบจำลองที่มีค่า Kappa 0.76 มีความเห็นพ้องที่ดีระหว่างการทำนายและค่าจริง ส่วนการทดสอบการพัฒนาและการใช้งานของแชทบอทประสบให้ผลลัพธ์ที่เป็นบวก แชทบอทสามารถตอบสนองสถานการณ์ที่อาสาสมัครทดสอบได้ 100% และมีคะแนน System Usability Scale (SUS) ที่ยอมรับได้ที่ 70.1 ด้วยการพัฒนานี้ทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ยาชนิดไม่รุนแรง ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาล ระบบแชทบอทสามารถช่วยเหลือเบื้องต้นในการวิเคราะห์อาการแพ้ยา ข้อมูลชนิดการแพ้ยา ข้อมูลบริการคลินิก และให้คำแนะนำเพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์ ซึ่งยังช่วยลดเวลาเดินทางและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการไปโรงพยาบาล นอกจากนี้ระบบแชทบอทที่ได้พัฒนาขึ้นมานี้ยังสามารถเป็นต้นแบบเพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการแพทย์ในอนาคตและการรองรับเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์
การออกแบบการวางแผนและควบคุมการเตรียมสินค้าเพื่อขายสำหรับแฟรนไชส์ประเภทซุ้มขายอาหาร, พัชรินทร์ โจมกุ่ย
การออกแบบการวางแผนและควบคุมการเตรียมสินค้าเพื่อขายสำหรับแฟรนไชส์ประเภทซุ้มขายอาหาร, พัชรินทร์ โจมกุ่ย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ได้ออกแบบการวางแผนและควบคุมการเตรียมสินค้าเพื่อขายให้กับร้านแฟรนไชส์ประเภทซุ้มขายอาหารที่มีพนักงานทำงานหนึ่งคน ดำเนินงานทุกอย่างภายในร้าน มีสินค้าขายทั้งหมด 16 รายการ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ นึ่ง ย่างและทอด โดยจะมีเตาประเภทละ 1 เครื่อง เนื่องจากการทำงานในร้านกรณีศึกษานี้ยังไม่มีประสิทธิภาพ เกิดสินค้าปรุงสุกไม่เพียงพอและสินค้าเหลือท้ายวันทำให้เป็นมูลค่าความสูญเสีย เมื่อคิดคำนวณแล้วพบว่ามีมูลค่าความเสียหาย 31.5% เมื่อเทียบกับมูลค่ากำไร ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงหากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข ปัจจุบันร้านกรณีศึกษานี้ไม่มีการบันทึกข้อมูลการขายสินค้า ไม่มีการเรียงลำดับการปรุงสุกสินค้า ผู้ปฏิบัติงานดำเนินการปรุงสุกและคาดเดาปริมาณการขายสินค้าตามประสบการณ์ส่วนตัว ผู้วิจัยจึงได้สนใจแก้ปัญหาโดยการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการสินค้าและเงื่อนไขการผลิต เพื่อออกแบบวิธีการวางแผนการเตรียมสินค้าเพื่อขายซึ่งประกอบด้วย 1) การออกแบบตารางการลำดับการผลิตสินค้าล็อตแรก และ 2) การกำหนดนโนบายในการควบคุมการเตรียมสินค้าเพื่อขาย รวมถึงออกแบบโปรแกรมการจัดการสินค้าคงคลังและการแจ้งเตือนเพื่อสั่งผลิตด้วย Microsoft Excel ผลการศึกษาพบว่าการผลิตสินค้าล็อตแรกสามารถลดเวลาลงจากเดิมได้ประมาณ 34.21% และนโยบายการการควบคุมการเตรียมสินค้าเพื่อขายสามารถลดปริมาณสินค้าเหลือและสินค้าขาดมือระหว่างวันเฉลี่ยต่อวันได้ทุกรายการซึ่งมูลค่าความเสียหายลดลงเหลือ 8.66% เมื่อเทียบกับมูลค่ากำไรซึ่งทำให้สามารถเพิ่มมูลค่ากำไรได้ 8.66 %
Integrated Machine Learning And Optimization Approaches, Dogacan Yilmaz
Integrated Machine Learning And Optimization Approaches, Dogacan Yilmaz
Dissertations
This dissertation focuses on the integration of machine learning and optimization. Specifically, novel machine learning-based frameworks are proposed to help solve a broad range of well-known operations research problems to reduce the solution times. The first study presents a bidirectional Long Short-Term Memory framework to learn optimal solutions to sequential decision-making problems. Computational results show that the framework significantly reduces the solution time of benchmark capacitated lot-sizing problems without much loss in feasibility and optimality. Also, models trained using shorter planning horizons can successfully predict the optimal solution of the instances with longer planning horizons. For the hardest data set, …
Implementation Of The Plan For Every Part (Pfep) Tool And Additional Methodologies For Operational Improvement., Bernardo Luis Borges Pedroso
Implementation Of The Plan For Every Part (Pfep) Tool And Additional Methodologies For Operational Improvement., Bernardo Luis Borges Pedroso
Masters Theses
The work focused on the inventory management of Dimplex Thermal Solutions, which had a profoundly overstocked warehouse and was suffering from significant operating expenses, due to the absence of a grounded ordering policy and the need to rent external storage space, respectively.
The main objective of the thesis was to solve the primarily mentioned problems, by constructing a Plan For Every Part (PFEP) tool, followed by the application of an inventory policy and the proposal of a redesigned warehouse layout, to compute ideal stock values and calculate the footprint requirements for Dimplex’s updated inventory levels, respectively. The execution step concerned …
Models And Algorithms For Trauma Network Design., Sagarkumar Dhirubhai Hirpara
Models And Algorithms For Trauma Network Design., Sagarkumar Dhirubhai Hirpara
Electronic Theses and Dissertations
Trauma continues to be the leading cause of death and disability in the US for people aged 44 and under, making it a major public health problem. The geographical maldistribution of Trauma Centers (TCs), and the resulting higher access time to the nearest TC, has been shown to impact trauma patient safety and increase disability or mortality. State governments often design a trauma network to provide prompt and definitive care to their citizens. However, this process is mainly manual and experience-based and often leads to a suboptimal network in terms of patient safety and resource utilization. This dissertation fills important …
Essays On Perioperative Services Problems In Healthcare, Amogh S. Bhosekar
Essays On Perioperative Services Problems In Healthcare, Amogh S. Bhosekar
All Dissertations
One of the critical challenges in healthcare operations management is to efficiently utilize the expensive resources needed while maintaining the quality of care provided. Simulation and optimization methods can be effectively used to provide better healthcare services. This can be achieved by developing models to minimize patient waiting times, minimize healthcare supply chain and logistics costs, and maximize access. In this proposal, we study some of the important problems in healthcare operations management. More specifically, we focus on perioperative services and study scheduling of operating rooms (ORs) and management of necessary resources such as staff, equipment, and surgical instruments. We …
On Variants Of Sliding And Frank-Wolfe Type Methods And Their Applications In Video Co-Localization, Seyed Hamid Nazari
On Variants Of Sliding And Frank-Wolfe Type Methods And Their Applications In Video Co-Localization, Seyed Hamid Nazari
All Dissertations
In this dissertation, our main focus is to design and analyze first-order methods for computing approximate solutions to convex, smooth optimization problems over certain feasible sets. Specifically, our goal in this dissertation is to explore some variants of sliding and Frank-Wolfe (FW) type algorithms, analyze their convergence complexity, and examine their performance in numerical experiments. We achieve three accomplishments in our research results throughout this dissertation. First, we incorporate a linesearch technique to a well-known projection-free sliding algorithm, namely the conditional gradient sliding (CGS) method. Our proposed algorithm, called the conditional gradient sliding with linesearch (CGSls), does not require the …
Optimal Scheduling Of Aircraft Test And Evaluation Fleets To Balance Availability For Testing And Training, Sarah E. Hoops
Optimal Scheduling Of Aircraft Test And Evaluation Fleets To Balance Availability For Testing And Training, Sarah E. Hoops
Theses and Dissertations
The 96th Test Wing at Eglin Air Force Base manually schedules a fleet of approximately 26 aircraft to conduct a range of missions over a one-to-two year planning period. This study automates the scheduling process, does so in a manner that optimizes multiple planning goals related to aircraft availability for training, and provides the 96th Test Wing with a software tool for the implementation that can be used by operational analysts within the command. We formulate the scheduling problem as a multiobjective, nonlinear, binary integer math program that seeks to maximize both the lowest percent of time any aircraft is …
Recall Distortion In Neural Network Pruning And The Undecayed Pruning Algorithm, Aidan Good, Jiaqi Lin, Hannah Sieg, Mikey Ferguson, Xin Yu, Shandian Zhe, Jerzy Wieczorek, Thiago Serra
Recall Distortion In Neural Network Pruning And The Undecayed Pruning Algorithm, Aidan Good, Jiaqi Lin, Hannah Sieg, Mikey Ferguson, Xin Yu, Shandian Zhe, Jerzy Wieczorek, Thiago Serra
Faculty Conference Papers and Presentations
Pruning techniques have been successfully used in neural networks to trade accuracy for sparsity. However, the impact of network pruning is not uniform: prior work has shown that the recall for underrepresented classes in a dataset may be more negatively affected. In this work, we study such relative distortions in recall by hypothesizing an intensification effect that is inherent to the model. Namely, that pruning makes recall relatively worse for a class with recall below accuracy and, conversely, that it makes recall relatively better for a class with recall above accuracy. In addition, we propose a new pruning algorithm aimed …