Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Computer Engineering (50)
- Physical Sciences and Mathematics (42)
- Power and Energy (37)
- Mechanical Engineering (36)
- Systems and Communications (34)
-
- Materials Science and Engineering (25)
- Electronic Devices and Semiconductor Manufacturing (22)
- Electromagnetics and Photonics (21)
- Civil and Environmental Engineering (20)
- Signal Processing (20)
- Physics (19)
- Chemical Engineering (18)
- Computer Sciences (17)
- Other Electrical and Computer Engineering (16)
- Civil Engineering (15)
- Life Sciences (15)
- Structural Engineering (15)
- VLSI and Circuits, Embedded and Hardware Systems (15)
- Metallurgy (14)
- Ocean Engineering (14)
- Social and Behavioral Sciences (12)
- Biomedical Engineering and Bioengineering (11)
- Electro-Mechanical Systems (10)
- Optics (10)
- Digital Communications and Networking (9)
- Robotics (9)
- Controls and Control Theory (8)
- Institution
-
- California Polytechnic State University, San Luis Obispo (27)
- Chulalongkorn University (24)
- University of Arkansas, Fayetteville (22)
- Universitas Indonesia (15)
- Washington University in St. Louis (14)
-
- University of Texas at El Paso (10)
- New Jersey Institute of Technology (9)
- The University of Akron (9)
- Technological University Dublin (8)
- University of Dayton (8)
- Air Force Institute of Technology (7)
- Louisiana State University (6)
- San Jose State University (6)
- City University of New York (CUNY) (5)
- Kennesaw State University (5)
- University of Kentucky (5)
- University of Southern Maine (5)
- West Virginia University (5)
- Old Dominion University (4)
- American University in Cairo (3)
- Southern Methodist University (3)
- University at Albany, State University of New York (3)
- University of Dar es Salaam (3)
- Utah State University (3)
- Michigan Technological University (2)
- Ministry of Higher and Secondary Specialized Education of the Republic of Uzbekistan (2)
- Murray State University (2)
- University of Alabama in Huntsville (2)
- University of Denver (2)
- University of Louisville (2)
- Keyword
-
- Machine Learning (7)
- Optimization (5)
- Deep Learning (4)
- Design (4)
- Internet of things (4)
-
- Optoelectronics (4)
- Power Electronics (4)
- Arduino (3)
- Automation (3)
- DC-DC Converter (3)
- Deep learning (3)
- Firmware (3)
- MEMS (3)
- Machine learning (3)
- Reinforcement learning (3)
- Robotics (3)
- Wildfire (3)
- Additive Manufacturing (2)
- Additive manufacturing (2)
- Bibliometric Analysis (2)
- Buck (2)
- Cyber-physical systems (2)
- DC-DC (2)
- Daniel Felix Ritchie School of Engineering and Computer Science (2)
- Detection (2)
- Electrical (2)
- Electrical and Computer Engineering (2)
- Electronics (2)
- Embedded systems (2)
- FMCW (2)
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (24)
- Graduate Theses and Dissertations (14)
- Makara Journal of Technology (14)
- McKelvey School of Engineering Graduate Student Theses & Dissertations (14)
- Electrical Engineering (13)
-
- Master's Theses (13)
- Theses and Dissertations (12)
- Open Access Theses & Dissertations (10)
- Dissertations (9)
- Williams Honors College, Honors Research Projects (9)
- Electrical and Computer Engineering Faculty Publications (8)
- Articles (6)
- Electrical Engineering Undergraduate Honors Theses (6)
- Library Philosophy and Practice (e-journal) (6)
- Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD) (5)
- Thinking Matters Symposium (5)
- Electronic Theses and Dissertations (4)
- LSU Doctoral Dissertations (4)
- Theses and Dissertations--Electrical and Computer Engineering (4)
- Advanced Science Research Center (3)
- All Graduate Theses and Dissertations, Spring 1920 to Summer 2023 (3)
- Legacy Theses & Dissertations (2009 - 2024) (3)
- Senior Design Project For Engineers (3)
- Tanzania Journal of Engineering and Technology (TJET) (3)
- Dissertations and Theses (2)
- Dissertations, Master's Theses and Master's Reports (2)
- Electrical & Computer Engineering Faculty Publications (2)
- Electrical Engineering Theses and Dissertations (2)
- Electrical and Computer Engineering ETDs (2)
- Honors College Theses (2)
- Publication Type
Articles 241 - 247 of 247
Full-Text Articles in Electrical and Electronics
การประยุกต์ใช้การวัดอิมพีแดนซ์กับการตรวจสอบสภาพให้ซึมผ่านได้ของเยื่อหุ้มเซลล์, พัชรพล กังวาลโชคชัย
การประยุกต์ใช้การวัดอิมพีแดนซ์กับการตรวจสอบสภาพให้ซึมผ่านได้ของเยื่อหุ้มเซลล์, พัชรพล กังวาลโชคชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาการตรวจสอบสภาพให้ซึมผ่านได้ของเยื่อหุ้มเซลล์ที่เกิดจากอิเล็กโตรพอเรชัน ด้วยการประยุกต์ใช้การวิเคราะห์อิมพีแดนซ์. วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ เพื่อทดลองวัดอิมพีแดนซ์ของเซลล์โดยอาศัยระบบของไหลจุลภาคเพื่อควบคุมทิศทางของสนามไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าในการวัด และเพื่อประยุกต์ใช้การวัดอิมพีแดนซ์เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมอิเล็กโตรพอเรชันของเซลล์. เซลล์ทั้งหมด 3 ชนิด ถูกใช้ในงานวิจัยนี้ ได้แก่ เซลล์ดอกอัญชัน, เซลล์มาโครฟาจ J774 และเซลล์มะเร็งสุนัขชนิดมาสต์เซลล์. การวัดค่าอิมพีแดนซ์ใช้ความถี่อยู่ในช่วง 10 kHz ถึง 100 kHz. การประยุกต์ใช้ระบบของไหลจุลภาค ทำให้สามารถกระตุ้นให้เกิดอิเล็กโตรพอเรชัน ได้ด้วยแรงดันต่ำในช่วงตั้งแต่ 2 Vp ถึง 4 Vp. Corrected total cell fluorescence (CTCF) ถูกพิจารณาประกอบในการตรวจสอบสภาพให้ซึมผ่านได้ของเยื่อหุ้มเซลล์ร่วมกับการวัดอิมพีแดนซ์. เงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการทำอิเล็กโตรพอเรชันแบบชั่วคราวกับเซลล์มะเร็งสุนัขชนิดมาสต์เซลล์ คือ 2.5 Vp, ความถี่ 20 kHz และจำนวนลูกคลื่น 50 cycles (ทั้งหมด 15 ครั้ง) ซึ่งให้ประสิทธิภาพ 50%. การแยกความแตกต่างเซลล์ที่เกิดอิเล็กโตรพอเรชันแบบชั่วคราวและแบบถาวร กระทำโดยใช้สีย้อมฟลูออเรสเซนต์ Yo-Pro-1 และ Propidium iodide (PI) ร่วมกัน. สภาพให้ซึมผ่านได้ของเยื่อหุ้มเซลล์สามารถตรวจสอบได้ผ่านการวัดค่าความนำไฟฟ้า. ขนาดของการเปิดช่องของเยื่อหุ้มเซลล์สามารถตรวจสอบได้ในเชิงปริมาณ จากความแตกต่างระหว่างค่าความนำไฟฟ้ากรณีไม่มีเซลล์ถูกจับยึด และกรณีหลังป้อนพัลส์ไฟฟ้าสำหรับกระตุ้นการเปิดช่องของเยื่อหุ้มเซลล์ (∆GC). การคืนสภาพของเยื่อหุ้มเซลล์ตามเวลาไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยการวัดค่าความนำไฟฟ้าในงานวิจัยนี้ เนื่องจากความนำไฟฟ้าของสารละลายมีค่าสูงขึ้นตามเวลา ซึ่งสวนทางกับค่าการเปลี่ยนแปลงความนำไฟฟ้าที่เกิดจากการคืนสภาพของเยื่อหุ้มเซลล์. นอกจากนี้ แรงดันของพัลส์ที่สูงขึ้นเพียงเล็กน้อย อาจทำให้เยื่อหุ้มเซลล์เสียสภาพโดยถาวรได้. ทว่า เมื่อลดขนาดแรงดันไฟฟ้าหรือจำนวนลูกคลื่นลง การเกิดอิเล็กโตรพอเรชันจะไม่สามารถสังเกตได้อย่างชัดเจน.
การพยากรณ์โหลดไฟฟ้าของเกาะพะงันและการประยุกต์ใช้ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่กับการตัดยอดโหลดไฟฟ้า, ภาคภูมิ น้อยวรรณะ
การพยากรณ์โหลดไฟฟ้าของเกาะพะงันและการประยุกต์ใช้ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่กับการตัดยอดโหลดไฟฟ้า, ภาคภูมิ น้อยวรรณะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้นําเสนอการประยุกต์ใช้ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่กับการตัดยอดโหลดไฟฟ้าเพื่อให้โหลดไฟฟ้ารวมสูงสุดรายปีของเกาะพะงันมีค่าไม่เกินพิกัดการรับโหลดกำลังไฟฟ้าของสายเคเบิลใต้น้ำ การประยุกต์ใช้ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่กับการตัดยอดโหลดไฟฟ้าต้องอาศัยการพยากรณ์โหลดไฟฟ้ารวมสูงสุดและเวลาที่เกิดโหลดไฟฟ้ารวมสูงสุด เราพัฒนาแบบจําลองวิธีปรับให้เรียบด้วยเอ็กซ์โปเนนเชียลของโฮลท์-วินเทอร์ร่วมกับแบบจําลองโครงข่ายประสาทเทียม (Integrated Holt-Winters Exponential Smoothing and Artificial Neural Networks; IHWANN) เพื่อพยากรณ์โหลดไฟฟ้ารายชั่วโมงล่วงหน้า 1 วัน ผลการทดลองเชิงตัวเลขแสดงให้เห็นว่าแบบจำลอง IHWANN มีความแม่นยํามากกว่าแบบจําลองวิธีปรับให้เรียบด้วยเอ็กซ์โปเนนเชียลของโฮลท์-วินเทอร์ (Holt-Winters Exponential Smoothing) และแบบจําลองโครงข่ายประสาทเทียม (Artificial Neural Networks) หลังจากนั้น เราประยุกต์ใช้งานแบบจำลอง IHWANN ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่เพื่อตัดยอดโหลดไฟฟ้าโดยกำหนดให้โหลดไฟฟ้ารวมสูงสุดรายปีของเกาะพะงันมีค่าไม่เกินพิกัดการรับโหลดของสายเคเบิลใต้น้ำ อีกทั้ง เรานําเสนอการออกแบบขนาดของระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ และเวลาเหมาะที่สุดสำหรับการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ 2 ขั้น โดยขั้นตอนวิธีอย่างง่ายของการหาค่าเหมาะที่สุดเชิงการจัด (Combinatorial Optimization) เมื่อเปรียบเทียบระหว่างการออกแบบระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ 1 ขั้น กับการออกแบบระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ 2 ขั้น พบว่าการออกแบบระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ 1 ขั้น มีอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return; IRR) -30.079% และการออกแบบระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่แบบ 2 ขั้นมีอัตราผลตอบแทนภายใน -11.296% ดังนั้น การออกแบบระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ 2 ขั้นมีความเหมาะสมในการลงทุนมากว่าการออกแบบระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ 1 ขั้น
การวิเคราะห์ประโยชน์ด้านเศรษฐศาสตร์ของระบบผลิตไฟฟ้าแบบกระจายตัวสำหรับการให้บริการเสริมด้านกำลังไฟฟ้าเสมือนในประเทศไทย, ภูวศรัณย์ พิสุทธไทรงาม
การวิเคราะห์ประโยชน์ด้านเศรษฐศาสตร์ของระบบผลิตไฟฟ้าแบบกระจายตัวสำหรับการให้บริการเสริมด้านกำลังไฟฟ้าเสมือนในประเทศไทย, ภูวศรัณย์ พิสุทธไทรงาม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเพิ่มขึ้นของความจุกำลังการผลิตติดตั้งของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบกระจายตัวในประเทศไทยอาจลดการพึ่งพาระบบผลิตไฟฟ้าแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นผู้ให้บริการหลักในการบริการเสริมของระบบไฟฟ้า เมื่อปริมาณบริการเสริมลดจำนวนลง ระบบไฟฟ้าอาจพบกับปัญหาในหลายด้าน เช่น ไฟฟ้าดับ และ คุณภาพไฟฟ้าต่ำ ดังนั้น ได้มีการเสนอแนวคิดของการนำระบบผลิตไฟฟ้าแบบกระจายตัวมาเป็นผู้ให้บริการเสริม สำหรับการศึกษาครั้งนี้เน้นที่การศึกษาการนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบกระจายตัวมาให้บริการกำลังไฟฟ้าเสมือน และศึกษาความคุ้มค่าในด้านเศรษฐศาสตร์เมื่อนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบกระจายตัวมาช่วยเหลือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบดั้งเดิมในการจายกำลังไฟฟ้าเสมือน โดยอาจส่งผลต่อปริมาณกำลังไฟฟ้าสำรองพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าที่สั่งเดินเครื่อง โปรแกรม DIgSILENT และวิธีการแบ่งต้นทุนกำลังไฟฟ้าสำรองถูกใช้ในการดำเนินการศึกษาครั้งนี้ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการให้บริการกำลังไฟฟ้าเสมือนจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบกระจายตัวทำให้เกิดความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐศาสตร์ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณกำลังไฟฟ้าสำรองพร้อมจ่ายจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบดั้งเดิม
ระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัยโดยใช้ขอบข่ายงานการเรียนรู้ของเครื่องบนคลาวด์, อรรถวุฒิ อิสระวิริยะกุล
ระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัยโดยใช้ขอบข่ายงานการเรียนรู้ของเครื่องบนคลาวด์, อรรถวุฒิ อิสระวิริยะกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การทำนายพฤติกรรมผู้อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญสำหรับอาคารอัจฉริยะ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เน้นการพัฒนาระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ เนื่องจากเครื่องปรับอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในอาคารที่กินพลังงานไฟฟ้าสูง และมีความเกี่ยวข้องกับความรู้สึกสบายของผู้อยู่อาศัยโดยตรง จากการศึกษางานวิจัยก่อนหน้า แบบจำลองทำนายความรู้สึกสบายเชิงความร้อนถูกสร้างจากข้อมูลที่เก็บโดยการตอบแบบสอบถาม จากนั้นผลลัพธ์ของแบบจำลองจะถูกใช้ในการควบคุมเครื่องปรับอากาศ การเปิดปิดเครื่องปรับอากาศใช้วิธีกำหนดระยะกระจัด ระหว่างที่อยู่อาศัยกับผู้อยู่อาศัย ซึ่งเมื่อผู้อยู่อาศัยเข้าใกล้ที่อยู่อาศัยมากกว่ารัศมีที่กำหนด ระบบจะสั่งเปิดการทำงาน วิธีการที่กล่าวไปข้างต้นทั้งหมดมีปัญหาคือ หากผู้อยู่อาศัยไม่ป้อนข้อมูล แบบจำลองจะให้ผลลัพธ์ไม่ตรงกับความรู้สึกสบายเชิงความร้อนจริง และการกำหนดระยะรัศมี ไม่สามารถสะท้อนถึงพฤติกรรมที่เป็นกิจวัตร วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงนำเสนอระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศด้วยขอบข่ายงานการเรียนรู้ของเครื่องแบบปรับตัวได้ โดยใช้ข้อมูลสภาวะแวดล้อมที่เก็บค่าได้ ข้อมูลสภาพอากาศ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางที่เป็นกิจวัตร ในการสร้างแบบจำลองการทำนายการมาถึงของผู้อยู่อาศัย ซึ่งใช้ในการเปิดปิดเครื่องปรับอากาศโดยอัตโนมัติ และแบบจำลองการจำแนกความรู้สึกสบายเชิงความร้อน ซึ่งใช้ในการปรับอุณหภูมิให้สอดคล้องกับความรู้สึกสบายผู้อยู่อาศัย ระบบที่พัฒนาขึ้นถูกประยุกต์ใช้บนคลาวด์ ทำให้สามารถลดภาระในการประมวลผลของอุปกรณ์ปลายทาง และสามารถพัฒนาเพิ่มเติมโดยปราศจากขีดจำกัดของอุปกรณ์ ระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถควบคุมเครื่องปรับอากาศแบบเรียลไทม์ โดยการฝึกสอนแบบจำลองใหม่โดยอัตโนมัติทำให้การทำนายการมาถึงของผู้อยู่อาศัยล่วงหน้า 10 นาทีมีความแม่นยำมากกว่า 90% และการจำแนกความรู้สึกสบายเชิงความร้อน มีค่าเรียกกลับของความรู้สึกสบายมากกว่า 80% ถึงแม้พฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไป
ระบบส่องสว่างอัจฉริยะสำหรับการเลียนแบบแสงในรอบวันและแสงจ้า, สมยศ สันติมาลัย
ระบบส่องสว่างอัจฉริยะสำหรับการเลียนแบบแสงในรอบวันและแสงจ้า, สมยศ สันติมาลัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านแสงประดิษฐ์ได้รับการพัฒนามากขึ้นให้เหมาะสมต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมุ่งที่จะพัฒนาระบบส่องสว่างอัจฉริยะสำหรับการเลียนแบบแสงในรอบวันและแสงจ้า โดยผลการวิจัยสามารถสรุปได้ดังนี้ การศึกษาลักษณะการกระจายพลังงานของสเปกตรัม (SPD) แสงในรอบวัน ณ อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม แสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิสัมพันธ์ของสี (CCT) และค่าความเข้มของแสงแตกต่างกันในฤดูร้อนและฤดูหนาวเนื่องจากปัจจัยหลักเกี่ยวกับระยะห่างและองศาในการได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ ระบบส่องสว่างถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้โปรแกรม RGB–Input software สำหรับคัดเลือกหลอด RGB–LED 2 แบบ ได้แก่ LED–A และ LED–B ซึ่งให้ CCT ในช่วง 3,500 – 10,000 เคลวิน และกำหนดค่าพิกัด x – y บนแผนภาพสี (Chromaticity diagram) ของทั้งสองฤดู โดยพิจารณาจากค่าทางเรดิโอเมทตรี โฟโตแมตรี และค่าความผิดพลาดของ CCT ผลการวิเคราะห์พบว่า LED–A มีประสิทธิภาพในการควบคุมการให้แสงตามกำหนดที่ดีกว่า LED–B การพัฒนาระบบส่องสว่างอัจฉริยะเพื่อเลียนแบบแสงในรอบวันโดยใช้หลอด LED–A และหลอด white–LED สามารถปรับปรุงการให้สีของแสงที่มีพิกัด x – y ของแสงใกล้เคียงกับแสงในรอบวันมากขึ้น โดยมีความสว่างสูงสุดที่ 339 ลักซ์ ค่า CS สูงสุดที่ 0.40 ซึ่งจะเป็นแสงที่เลียนแบบแสงในช่วงบ่ายของทั้งสองฤดู จากผลการทดลองยังพบว่าในระดับความสว่างที่เท่ากัน แสงที่มีองค์ประกอบของคลื่นแสงสีน้ำเงินสูงกว่าจะให้การกระตุ้นที่สูงกว่าอย่างชัดเจน จากการทดสอบโดยใช้ผู้เข้าร่วมการวิจัย จำนวน 32 คน พบว่า ค่าคะแนนเฉลี่ยด้านความพึงพอใจ การออกแบบรูปลักษณ์ที่ทันสมัย และความสะดวกในการใช้งานของระบบไฟแสงประดิษฐ์อัจฉริยะมีค่าคะแนนมากกว่าโคมไฟทางการค้า
การกำหนดขนาดที่เหมาะสมของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่โดยคำนึงถึงการจัดสรรกำลังผลิตและพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนในระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย, อัจฉรา ยิ้มประไพ
การกำหนดขนาดที่เหมาะสมของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่โดยคำนึงถึงการจัดสรรกำลังผลิตและพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนในระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย, อัจฉรา ยิ้มประไพ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันมีการส่งเสริมให้นำพลังงานหมุนเวียนเข้ามาใช้งานมากยิ่งขึ้น เนื่องจากไม่มีค่าเชื้อเพลิง เป็นพลังงานสะอาด ซึ่งแหล่งเชื้อเพลิงหลักที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย คือ เชื้อเพลิงฟอสซิล ซี่งแนวโน้มจะขาดแคลนและมีราคาสูงในอนาคต ดังนั้นพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม จึงกลายมาเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพื่อนำมาใช้ผลิตไฟฟ้า แต่การเพิ่มขึ้นของพลังงานนี้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของความต้องการใช้ไฟฟ้า เนื่องจากไม่สามารถควบคุมและไม่สามารถพยากรณ์ได้อย่างแน่นอน และส่งผลต่อการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จึงเสนอให้นำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เข้ามาใช้งานในระบบไฟฟ้า เพื่อพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่น และมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และราคาการติดตั้งยังมีแนวโน้มที่ลดลงอีกด้วย วิทยานิพนธ์ฉบับนี้นำเสนอการหาขนาดของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่เหมาะสม เมื่อมีการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน และทำงานร่วมกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในแผนการเดินเครื่องแบบเดิม เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยที่ต้นทุนในระบบไฟฟ้านั้นต่ำที่สุด ซึ่งทำการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ และพิจารณาราคาการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ร่วมด้วย ในงานนี้พิจารณาการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนในแต่ละการทดสอบ โดยใช้ข้อมูลความต้องการใช้ไฟฟ้าและแผนการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จากผลการวิเคราะห์พบว่าสามารถหาขนาดที่เหมาะสมของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ได้ เมื่อมีพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนเพิ่มขึ้น 90% โดยทำงานร่วมกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและได้ผลของต้นทุนของระบบที่ต่ำที่สุดเมื่อพิจารณาราคาในการติดตั้งของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ร่วมด้วย
การสังเคราะห์อนุภาคนาโนของทองแดงโดยใช้กระบวนการทางไฟฟ้าช่วย, พชร ชลายน
การสังเคราะห์อนุภาคนาโนของทองแดงโดยใช้กระบวนการทางไฟฟ้าช่วย, พชร ชลายน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ทองแดงอนุภาคนาโนเป็นวัสดุที่มีการนำมาใช้งานอย่างแพร่หลาย ทั้งในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ทางด้านพลังงาน และทางการแพทย์ ทองแดงและออกไซด์ของทองแดงอนุภาคนาโนมีสมบัติการต้านเชื้อแบคมีเรียที่ใกล้เคียงกับเงินอนุภาคนาโนแต่มีราคาที่ต่ำกว่ามาก จึงมีแนวโน้มในการนำมาใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น แต่เนื่องจากการสังเคราะห์ทองแดงอนุภาคนาโนมีข้อจำกัดหลายประการ ได้แก่ วิธีการสังเคราะห์ทางเคมีและไฟฟ้าเคมีมักใช้สารตั้งต้นและให้ผลิตผลพลอยได้ที่เป็นสารพิษ วิธีการสังเคราะห์บางวิธีจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่ซับซ้อนและบำรุงรักษายาก และวิธีการสังเคราะห์ส่วนใหญ่ควบคุมขนาดของอนุภาคที่สังเคราะห์ได้ยาก งานวิทยานิพนธ์นี้จึงได้พัฒนาวิธีการสังเคราะห์ทองแดงอนุภาคนาโนโดยใช้วิธีทางไฟฟ้าช่วย ที่ไม่เกิดผลิตผลพลอยได้ที่เป็นพิษ อุปกรณ์ที่ใช้ในการสังเคราะห์หาได้ง่าย และสามารถควบคุมขนาดของอนุภาคทองแดงที่สังเคราะห์ได้ โดยเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากวิธีทางไฟฟ้าเคมีที่ใช้แท่งทองแดงเป็นขั้วแอโนดเพื่อให้ไอออนของทองแดงแก่สารละลาย ใช้กรดแอสคอร์บิกเป็นสารรีดิวซ์ และใช้กัมอารบิกเป็นสารที่ทำให้เกิดการคงตัว โดยสามารถสังเคราะห์ทองแดงอนุภาคไมโครและนาโนได้โดยใช้ไฟฟ้ากระแสตรงแรงดัน 1.5 V และไฟฟ้ากระแสสลับแบบ Rectangular pulse train ที่แอมพลิจูด 1.5 V ที่ความถี่ตั้งแต่ 1 Hz–10 kHz และสังเคราะห์คอปเปอร์ (II) ออกไซด์อนุภาคนาโน โดยใช้วิธีทางไฟฟ้าช่วยร่วมกับ Ultrasonication และสังเคราะห์คอปเปอร์ (I) ออกไซด์อนุภาคนาโนจากคอปเปอร์ (II) ออกไซด์อนุภาคนาโนโดยใช้วิธี Hydrothermal อนุภาคที่สังเคราะห์ได้ทั้งหมดได้นำไปตรวจสอบขนาดและธาตุองค์ประกอบด้วยวิธี Scanning Electron Microscopy (SEM) และ Energy Dispersive Spectrometry (EDS) ผลการตรวจสอบพบว่าค่าเฉลี่ยของขนาดของอนุภาคทองแดงลดลงเมื่อใช้ความถี่ของ Pulse train ที่สูงขึ้น และพบว่าทองแดงอนุภาคไมโครและนาโนที่สังเคราะห์ได้โดยใช้ไฟฟ้ากระแสตรงที่แรงดัน 0.75 V ร่วมกับวิธี Ultrasonication มีขนาดเฉลี่ย 575 nm และ 118 nm ตามลำดับ อนุภาคของคอปเปอร์ (II) ออกไซด์ที่สังเคราะห์ได้ มีขนาดเฉลี่ยที่ 56 nm และอนุภาคของคอปเปอร์ (I) ออกไซด์ที่สังเคราะห์ได้ มีขนาดเฉลี่ยที่ 50 nm นอกจากนี้ได้นำอนุภาคที่สังเคราะห์ได้ทั้ง 4 ชนิดที่ความเข้มข้น 0.5 mmol/ml ไปทดสอบสมบัติการต้านเชื้อแบคทีเรีย (Antibacterial properties) โดยใช้วิธี Conventional total viable count test โดยใช้เชื้อแบคทีเรียมาตรฐาน 4 ชนิด คือ Escherichia …