Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Computer Sciences (234)
- Physical Sciences and Mathematics (234)
- Artificial Intelligence and Robotics (9)
- Digital Communications and Networking (6)
- Databases and Information Systems (5)
-
- Electrical and Computer Engineering (3)
- Business (2)
- Electronic Devices and Semiconductor Manufacturing (2)
- Computer and Systems Architecture (1)
- Digital Circuits (1)
- Econometrics (1)
- Economics (1)
- Growth and Development (1)
- Management Information Systems (1)
- Other Economics (1)
- Programming Languages and Compilers (1)
- Real Estate (1)
- Social and Behavioral Sciences (1)
- Systems and Communications (1)
- Keyword
- Publication Year
- Publication
- Publication Type
Articles 121 - 150 of 243
Full-Text Articles in Computer Engineering
A Rationale-Based Lifelong Learning Framework With Pseudo-Sample Replay Enhancement, Kasidis Kanwatchara
A Rationale-Based Lifelong Learning Framework With Pseudo-Sample Replay Enhancement, Kasidis Kanwatchara
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Lifelong learning (LL) is a machine learning paradigm in which a learner is sequentially trained on a stream of new tasks while preventing learned knowledge from being forgotten. To achieve lifelong language learning, pseudo-rehearsal methods leverage samples generated from a language model to refresh the knowledge of previously learned tasks. Without proper controls, however, these methods could fail to retain the knowledge of complex tasks with longer texts since most of the generated samples are low in quality. To overcome the problem, we propose three specific contributions. First, we utilize double language models, each of which specializes on a specific …
Data Augmentation For Thai Natural Language Processing Using Different Tokenization, Patawee Prakrankamanant
Data Augmentation For Thai Natural Language Processing Using Different Tokenization, Patawee Prakrankamanant
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Tokenization is one of the most important data pre-processing steps in the text classification task and also one of the main contributing factors in the model performance. However, getting good tokenizations is non-trivial when the input is noisy, and is especially problematic for languages without an explicit word delimiter such as Thai. Therefore, we proposed an alternative data augmentation method to improve the robustness of poor tokenization by using multiple tokenizations. We evaluated the performance of our algorithms on different Thai text classification datasets. The results suggested our augmentation scheme makes the model more robust to tokenization errors and can …
Performance Improvement Of Cms Simulation Via Loop Transformation, Teerit Ploensin
Performance Improvement Of Cms Simulation Via Loop Transformation, Teerit Ploensin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
High performance processor can tackle bottleneck issues by increasing vector lengths and leveling effectiveness of memory hierarchies to address these issue. Manual optimization of code is a difficult task when having multiple architecturedependent transformation. Our goal is to develop a tool that performs source code transformation based on loop optimization techniques, since a loop plays an important role in improving of performance in scientific simulation software. We implement an source-to-source transformation tool based libTooling, a Clang’s library, based on polyhedral model to simplify a loop transformation of CMSSW building pipeline. The tool also can be used for automatically transformation. The …
ขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมแบบกระชับชนิดควอนตัมสำหรับปัญหายาก, กมลลักษณ์ สุขเสน
ขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมแบบกระชับชนิดควอนตัมสำหรับปัญหายาก, กมลลักษณ์ สุขเสน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยทางด้านคอมพิวเตอร์เชิงควอนตัม (Quantum computer) ยังคงเป็นความท้าทายสำหรับนักวิจัยในการพัฒนาเทคนิคต่างๆเพื่อให้การประมวลผลข้อมูลควอนตัมขนาดใหญ่สามารถทำได้จริง มีงานวิจัยหลากหลายสาขาเกี่ยวกับการจำลองระบบควอนตัม โดยเฉพาะด้านอัลกอริทึมควอนตัมสำหรับแก้ปัญหา NP-hard ซึ่งใช้เวลาแก้ปัญหานานเกินกว่าจะเป็นไปได้จริงในเครื่องคอมพิวเตอร์ดั้งเดิม งานวิจัยนี้นำเสนอขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมแบบกระชับชนิดควอนตัม ซึ่งเป็นการนำข้อได้เปรียบจากการประมวลผลเชิงควอนตัม ได้แก่ สภาวะซ้อนทับของสถานะควอนตัม และการประมวลผลควอนตัมแบบขนานในอัลกอริทึมการค้นหาของโกรเวอร์ (Grover's search algorithm) มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการคัดเลือกโครโมโซมของขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมแบบกระชับชนิดดั้งเดิมที่มีการคัดเลือกโครโมโซมที่ดี เพื่อให้ได้ขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมแบบกระชับชนิดควอนตัมที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นในแง่ของความถูกต้องของคำตอบ ขั้นตอนวิธีที่นำเสนอสามารถแก้ปัญหา traveling salesman ขนาดเล็กได้บนเครื่องจำลองคอมพิวเตอร์ควอนตัม เนื่องจากจำนวนคิวบิตที่มีอย่างจำกัดจึงไม่สามารถทำการทดลองกับปัญหา traveling salesman ขนาดใหญ่ได้ แม้ว่าจำนวนฟังก์ชันที่ใช้ในการประเมินค่าความเหมาะสมของขั้นตอนวิธีที่นำเสนอมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นเอ็กโปเน็นเชียลเมื่อจำนวนเมืองเพิ่มขึ้น แต่ยังสามารถหาคำตอบที่ถูกต้องได้ดีกว่าขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมแบบกระชับชนิดดั้งเดิม นอกจากนี้ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าจำนวนรอบของโกรเวอร์ที่เหมาะสมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหาคำตอบที่เหมาะสมที่สุด ในขณะที่จำนวนช็อตหรือจำนวนรอบที่รันอัลกอริทึมช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคำตอบที่ได้จากการวัดค่าสถานะคิวบิต
การตัดไทม์เพทริเน็ตโดยใช้คุณสมบัติตรรกะเชิงเวลาแบบเมตริก, ปฏิมากร จริยฐิติพงศ์
การตัดไทม์เพทริเน็ตโดยใช้คุณสมบัติตรรกะเชิงเวลาแบบเมตริก, ปฏิมากร จริยฐิติพงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ไทม์เพทริเน็ตเป็นเครื่องมือสำหรับการสร้างแบบจำลองและทวนสอบระบบเวลาจริง ปริภูมิสถานะของไทม์เพทริเน็ตนั้นมีอัตราการเติบโตแบบเอกโพเนนเชียลเนื่องจากความซับซ้อนของระบบเวลาจริง ซึ่งปริภูมิสถานะที่มีขนาดใหญ่มากอาจทำให้เกิดการระเบิดของปริภูมิสถานะในการทำโมเดลเช็กกิง งานวิจัยนี้จึงนำเสนออัลกอริทึมการตัดไทม์เพทริเน็ตโดยใช้สูตรตรรกะเชิงเวลาแบบเมตริกเพื่อลดขนาดไทม์เพทริเน็ตโดยการกำจัดเพลสและทรานสิชันที่ไม่เกี่ยวข้องกับมาร์คกิงเริ่มต้นและคุณสมบัติของสูตรตรรกะเชิงเวลาแบบเมตริก นอกจากนี้อัลกอริทึมที่นำเสนอยังนำเสนอกราฟพึ่งพาซึ่งแสดงเป็นกราฟพึ่งพาที่แสดงช่วงเวลาโกลบอลของการยิงของทรานสิชันเพื่อแสดงพฤติกรรมการทำงานของไทม์เพทริเน็ต โดยไทม์เพทริเน็ตผลลัพธ์นั้นยังคงเส้นทางการทำงานที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการทำโมเดลเช็กกิง ดังนั้น โมเดลเช็กกิงสามารถสร้างปริภูมิสถานะที่เพียงพอต่อการทวนสอบเมื่อเทียบกับไทม์เพทริเน็ตที่ไม่ได้ตัด
ซอฟต์แวร์เฟรมเวิร์กสำหรับระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการฝึกฝนแบบปรับเหมาะได้ พร้อมด้วยส่วนประเมินตัวสร้างคำถาม, ปณิดา วิริยะชัยพร
ซอฟต์แวร์เฟรมเวิร์กสำหรับระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการฝึกฝนแบบปรับเหมาะได้ พร้อมด้วยส่วนประเมินตัวสร้างคำถาม, ปณิดา วิริยะชัยพร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ระบบสำหรับการฝึกฝนแบบปรับเหมาะ (adaptive practicing) สามารถส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าในปัจจุบันจะมีระบบนี้อยู่บ้าง แต่การสร้างระบบนี้ยังคงมีความซับซ้อนแม้ว่าปัจจุบันจะมีเครื่องมือต่าง ๆ มาช่วยเหลือก็ตาม วิทยานิพนธ์ฉบับนี้นำเสนอซอฟต์แวร์เฟรมเวิร์กสำหรับระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการฝึกฝนแบบปรับเหมาะได้ พร้อมด้วยส่วนประเมินตัวสร้างคำถาม โดยใช้ระบบการจัดอันดับของ Elo โดยเฟรมเวิร์กนี้สามารถนำตัวสร้างคำถามมาสร้างเป็นระบบสำหรับการฝึกฝนแบบปรับเหมาะได้อย่างง่ายดายในรูปแบบบริการเอพีไอ (Application Programming Interface; API) บนเว็บไซต์ ซึ่งในเฟรมเวิร์กนี้ประกอบไปด้วย 4 โมเดล ได้แก่ ตัวชี้วัดการเรียนรู้ ผู้เรียน โจทย์คำถาม และบทคำสั่ง นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วย 7 มอดูล ได้แก่ ส่วนเลือกโจทย์คำถาม ส่วนสร้างโจทย์คำถาม ส่วนคำนวณความแตกต่างระหว่างคำถาม ส่วนแสดงผลโจทย์คำถาม ส่วนตรวจสอบคำตอบ ส่วนแสดงผลย้อนกลับ (feedback) และส่วนปรับโจทย์คำถามให้เป็นปัจจุบัน การแยกส่วนสร้างโจทย์คำถามออกมานั้น ส่งผลให้เฟรมเวิร์กรองรับคำถามสำหรับหลายหัวข้อ อาทิ คำถามวิชาภาษาไทย คำถามวิชาคณิตศาสตร์ นอกจากนี้ส่วนสร้างโจทย์คำถามยังทำให้ระบบที่สร้างภายใต้เฟรมเวิร์กนี้ มีทรัพยากรโจทย์คำถามที่ไม่จำกัด และขยายฐานข้อมูลโจทย์คำถามได้อย่างอัตโนมัติ อีกทั้งเฟรมเวิร์กนี้ยังรองรับคำถามได้หลากหลายประเภทที่สามารถประเมินผลเป็นถูกและผิด อาทิ คำถามปรนัย คำถามเลือกจับคู่ เนื่องจากการออกแบบให้ส่วนแสดงผลโจทย์คำถามเป็นส่วนที่สามารถปรับแต่งได้ เฟรมเวิร์กนี้รองรับการออกรายงานทั้งหมด 5 ประเภทเพื่อใช้วิเคราะห์ทั้งในฝั่งผู้เรียนและฝั่งของระบบ ระบบที่สร้างภายใต้เฟรมเวิร์กนี้ถูกออกแบบให้เป็นเอพีไอจึงทำให้สามารถเชื่อมต่อกับโปรแกรมประยุกต์อื่น ๆ ได้ง่าย นอกจากนี้ระบบที่สร้างภายใต้เฟรมเวิร์กนี้สามารถรองรับการเรียนการสอนทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์สำหรับกลุ่มผู้เรียนทุกขนาด และทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยความเร็วตามความสามารถของตนเอง และผู้สอนไม่จำเป็นต้องสร้างคำถามสำหรับป้อนเข้าในระบบ
แบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึกสำหรับการจำแนกประเภทภาพแบบละเอียด, สรนันท์ พยัตศุภร
แบบจำลองการเรียนรู้เชิงลึกสำหรับการจำแนกประเภทภาพแบบละเอียด, สรนันท์ พยัตศุภร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การจำแนกประเภทภาพแบบละเอียดเป็นปัญหาการจำแนกประเภทภาพที่อยู่ในหมวดหมู่หลักเดียวกัน เช่น ชนิดของนก, รุ่นของรถยนต์และรุ่นของเครื่องบิน โดยปัญหาหลักของการจำแนกประเภทภาพแบบละเอียดคือมีความผันผวนภายในประเภทและความเหมือนระหว่างประเภทสูง ทำให้งานวิจัยส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การระบุตำแหน่งของวัตถุหรือชิ้นส่วนสำคัญของภาพด้วยการออกแบบโครงสร้างแบบจำลองที่มีความซับซ้อนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ในงานวิจัยนี้ได้นำเสนอวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพของความแม่นยำในการจำแนกประเภทซึ่งประกอบด้วยแบบจำลองสองระดับที่ทำหน้าที่แยกกันในการระบุตำแหน่งและจำแนกประเภท โดยการระบุตำแหน่งวัตถุทำหน้าที่หาพื้นที่ในรูปภาพที่มีวัตถุอยู่ด้วยสมมติฐานพื้นที่ต่อเนื่องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนการรวมของผังฟีเจอร์ ซึ่งสกัดมาจากหลังจากคอนโวลูชันนิวรอลเน็ตเวิร์ค หลังจากนั้นในขั้นตอนการจำแนกประเภท ได้ปรับปรุงฟังก์ชันสูญเสียค่าสูงสุดอย่างอ่อนด้วยการเพิ่มมาจินเชิงมุมปรับค่าได้ในค่ามุมระหว่างฟีเจอร์เวกเตอร์และเวกเตอร์ศูนย์กลางประจำแต่ละประเภทในระหว่างการฝึกสอนแบบจำลอง วิธีการในงานวิจัยนี้สามารถฝึกสอนแบบจำลองได้แบบเอ็นทูเอ็นโดยไม่ต้องใช้กล่องขอบเขตในการฝึกสอนเพิ่มเติม ทั้งนี้ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า เทคนิคที่งานวิจัยนี้นำมาใช้มีประสิทธฺภาพที่ดีบนชุดข้อมูลสามชุดที่มีการใช้อย่างกว้างขวางในการทดลองเกี่ยวกับการจำประแนกประเภทภาพแบบละเอียด
โมเดลควอนตัมโครงข่ายประสาทเทียมสำหรับปัญหาการถดถอย, สุรพันธุ์ เหล่าคนดี
โมเดลควอนตัมโครงข่ายประสาทเทียมสำหรับปัญหาการถดถอย, สุรพันธุ์ เหล่าคนดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ควอนตัมคอมพิวเตอร์ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่เหนือกว่าคอมพิวเตอร์แบบคลาสสิคในการแก้ไขปัญหาบางประเภทด้วยการใช้กฎของกลศาสตร์ควอนตัมและด้วยการรวมเอาความรู้ทางด้านการเรียนรู้ของเครื่องและควอนตัมคอมพิวเตอร์ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่เรียกว่าการเรียนรู้ของเครื่องแบบควอนตัม ควอนตัมโครงข่ายประสาทเทียมเป็นหนึ่งในรูปแบบของการใช้ความรู้ของการเรียนรู้ของเครื่องและคอมพิวเตอร์ควอนตัมด้วยการดัดแปลงความคิดจากการทำโครงข่ายประสาทเทียมแบบคลาสสิคและการใช้ควอนตัมเกทแบบปรับค่าได้มาเป็นค่าน้ำหนักของโครงข่ายประสาทเทียม ในงานวิจัยนี้ได้นำเสนอการประยุกต์ใช้ควอนตัมโครงข่ายประสาทเทียมด้วยข้อมูลจากโลกจริงเพื่อแก้ไขปัญหาการถดถอยเพื่อทำนายจำนวนโทเคนที่ใช้ในระบบประมูลรายวิชา โดยการทดลองจะถูกทำบนเครื่องจำลองคอมพิวเตอร์ควอนตัมของไอบีเอ็ม(Qiskit) ผลลัพธ์ของการทดลองได้แสดงให้เห็นว่าควอนตัมโครงข่ายประสาทเทียมสามารถบรรลุผลที่ดีในการทำนายเมื่อเปรียบเทียบกับโครงข่ายประสาทเทียมแบบคลาสสิคโดยโมเดลที่ดีที่สุดมีค่ารากที่สองของค่าเฉลี่ยความผิดพลาดกำลังสอง(RMSE) ที่ 6.38% วิธีการนี้ทำให้เกิดการเปิดกว้างสำหรับโอกาสที่จะสำรวจผลประโยชน์ของการเรียนรู้ของเครื่องแบบควอนตัมในการทำวิจัยในอนาคต
การประยุกต์การวิเคราะห์เครือข่ายสังคมเพื่อปรับปรุงกระบวนการทดสอบซอฟต์แวร์, พรรณธิภา บุญมาพบ
การประยุกต์การวิเคราะห์เครือข่ายสังคมเพื่อปรับปรุงกระบวนการทดสอบซอฟต์แวร์, พรรณธิภา บุญมาพบ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Jira Software เป็นโซลูชันการจัดการโครงการแบบอไจล์ ซึ่งเดิมออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือในการติดตามข้อบกพร่องและปัญหาที่เกิดขึ้นภายในโครงการ การค้นหาปัญหาหรือข้อมูลข้อบกพร่องสามารถทำได้โดยใช้ Jira Query Language (JQL) อย่างไรก็ตาม การสืบค้นปัญหาหรือข้อบกพร่องจากแหล่งที่เก็บข้อมูลจะคืนค่าข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงมาอย่างง่ายและธรรมดาทั่วไป ในงานวิจัยนี้ ได้นำเสนอแนวทางการสร้างภาพข้อมูลเครือข่ายเพื่อเปิดเผยความสัมพันธ์และการสื่อสารระหว่างตัวบทบาท เช่น คุณสมบัติของซอฟต์แวร์ ข้อบกพร่อง และบุคลากร โดยเทคนิคการวิเคราะห์เครือข่ายโซเชียลใช้สำหรับวิเคราะห์ข้อบกพร่องที่รวบรวมจากโครงการซอฟต์แวร์ภายในธนาคาร และ Gephi ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างเครือข่ายของบทบาทที่ระบุเป็นโหนดและการเชื่อมโยงของโหนดเหล่านั้น ซึ่งแนวทางของการวิเคราะห์เครือข่ายภาพนั้นใช้ได้จริงและให้ข้อมูลเชิงลึกในการวิเคราะห์ข้อบกพร่องที่จำเป็นสำหรับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ในเชิงรุก
Prioritization Of Mutation Test Case Generation With Centrality Measures, ศุภชัย ทรัพย์มาก
Prioritization Of Mutation Test Case Generation With Centrality Measures, ศุภชัย ทรัพย์มาก
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การทดสอบการกลายพันธุ์สามารถนำไปใช้กับการประเมินคุณภาพของกรณีทดสอบได้ การจัดลำดับความสำคัญของการสร้างการทดสอบการกลายพันธุ์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของแนวปฏิบัติทางอุตสาหกรรมที่จะมีส่วนช่วยในการประเมินกรณีทดสอบ โดยทั่วไปแล้ว อุตสาหกรรมจะส่งมอบผลิตภัณฑ์ภายใต้เงื่อนไขของเวลาสู่ตลาด ดังนั้นจึงต้องเสียสละงานทดสอบซอฟต์แวร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าจะต้องใช้กรณีทดสอบจำนวนมากสำหรับการตรวจสอบซอฟต์แวร์ การใช้การวัดศูนย์กลางเครือข่ายสังคม เพื่อจัดลำดับความสำคัญของการสร้างการทดสอบการกลายพันธุ์ ซอร์สโค้ดที่มีค่าเพจแรงก์สูงสุด จะถูกเน้นก่อนเมื่อพัฒนากรณีทดสอบ เนื่องจากโมดูลเหล่านี้เสี่ยงต่อข้อบกพร่องหรือความผิดปกติซึ่งอาจทำให้เกิดข้อบกพร่องที่ตามมาในโมดูลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ นอกจากนี้ แนวทางดังกล่าวจะช่วยระบุกรณีทดสอบที่ลดได้ในชุดทดสอบ โดยยังคงรักษาเกณฑ์เดียวกันกับจำนวนกรณีทดสอบเดิม
การสกัดตารางและรายการบนเว็บเป็นอาร์ดีเอฟ, จุลเทพ นันทขว้าง
การสกัดตารางและรายการบนเว็บเป็นอาร์ดีเอฟ, จุลเทพ นันทขว้าง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ทุกวันนี้ ลิงก์เดต้าได้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามการเติบโตของเว็บ นอกเหนือจากข้อมูลใหม่ที่สร้างขึ้นในรูปแบบซีแมนติกโดยเฉพาะ ส่วนหนึ่งมาจากการแปลงข้อมูลโครงสร้างที่มีอยู่ให้อยู่ในรูปแบบของข้อมูลเปิดระดับห้าดาว อย่างไรก็ตามยังคงมีข้อมูลจำนวนมากในรูปแบบโครงสร้างและกึ่งโครงสร้าง ตัวอย่างเช่นตารางและรายการซึ่งเป็นรูปแบบหลักที่มนุษย์ใช้อ่าน ยังรอการแปลงอยู่ งานวิจัยนี้กล่าวถึงงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการแปลงตารางและรายการมาเป็นข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้เครื่องสามารถอ่านได้ นอกจากนี้ยังเสนอวิธีการในการแปลงตารางและรายการเป็นรูปแบบ Resource Description Framework และยังคงเก็บโครงสร้างต้นฉบับที่จำเป็นไว้อย่างละเอียด ซึ่งทำให้สามารถที่จะสร้างข้อมูลโครงสร้างเดิมกลับมาได้ ระบบ TULIP ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับการพัฒนาซีแมนติกเว็บ วิธีการที่เสนอมีความยืดหยุ่นมากกว่าเมื่อเทียบกับงานอื่น ๆ เดต้าโมเดลของ TULIP สามารถรองรับการเก็บข้อมูลต้นฉบับอย่างครบถ้วน และสามารถนำมาแสดงใหม่ในมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิม เครื่องมือนี้สามารถใช้สร้างข้อมูลจำนวนมหาศาลสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้ใช้งานได้กว้างมากขึ้นกว่าเดิม
การสรุปใจความสำคัญของข้อความแบบสกัดสำหรับข่าวท่องเที่ยวภาษาไทย, ศรัญญา นาทองห่อ
การสรุปใจความสำคัญของข้อความแบบสกัดสำหรับข่าวท่องเที่ยวภาษาไทย, ศรัญญา นาทองห่อ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัจจุบันเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์เป็นอย่างมากและยังถือว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการอำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์มากมายโดยเฉพาะทางด้านการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ เพื่อลดเวลาในการอ่านข่าวหรืออ่านบทความและข่าวออนไลน์ต่างๆ จากการวิจัยที่ผ่านมามีการศึกษาและพัฒนาการสรุปใจความสำคัญของภาษาไทยเป็นจำนวนมาก ในงานวิจัยนี้ได้นำเสนอวิธีการสรุปใจความสำคัญจากข่าวการท่องเที่ยวภาษาไทย 2 วิธีคือการเลือกประโยคจากการจัดกลุ่มประโยคด้วยเคมีนและการเลือกประโยคด้วยวิธีหาคำสำคัญประโยคจากหัวข้อข่าว โดยมีการพัฒนาและสร้างคลังข้อมูลรายการคำประสมเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดคำ โดยการทดลองนี้ใช้ข้อมูลข่าวการท่องเที่ยวไทย ทั้งหมด 400 ข่าวสำหรับใช้ทดลองในการสรุปใจความสำคัญ และ 5,000 ข่าวสำหรับการสร้างคลังข้อมูลรายการคำประสม การวัดประสิทธิภาพของวิธีการที่นำเสนอ มีการวัดประสิทธิภาพการสรุปใจความสำคัญโดยการเปรียบเทียบผลจากการสรุปที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาไทยเทียบกับผลสรุปที่ได้จากวิธีการที่นำเสนอ จากงานวิจัยนี้ในขั้นตอนการสร้างคำประสมได้คำประสมทั้งหมด จำนวน 2,340 คำ ผลการทดลองพบว่าวิธีตัดคำด้วยคัตคำร่วมกับตัดคำประสมได้ผลดีกว่าการตัดคำจากคัตคำเพียงอย่างเดียว และการสรุปใจความสำคัญโดยใช้การคำนวณค่าน้ำหนักของคำสำคัญโดยหาค่าความถี่ของคำจากหัวข้อข่าวเพียงอย่างเดียวและเลือกประโยคเรียงลำดับจากผลรวมความถี่ของคำสำคัญจากหัวข้อข่าวมีประสิทธิภาพและความแม่นยำสูงสุดโดยมีค่าความแม่นยำ ค่าความระลึกและค่าวัดประสิทธิภาพอยู่ที่ 0.8097 0.8367 และ 0.8216 ตามลำดับและเมื่อใช้คัตคำร่วมกับการตัดคำแบบเอ็นแกรมโดยวิธีการสรุปใจความสำคัญแบบเดียวกันได้ค่าความแม่นยำ ค่าความระลึกและค่าวัดประสิทธิภาพอยู่ที่ 0.8119 0.8398 และ 0.8242 ตามลำดับที่อัตราการบีบอัดร้อยละ 20
อัลกอริทึมการระบุการผันกลับของเซลลูลาร์ออโตมาตาหนึ่งมิติด้วยกราฟสับเซตย่อยภายใต้เงื่อนไขการกำหนดขอบเขตแบบไม่มีค่า, วรยุทธ วงศ์นิล
อัลกอริทึมการระบุการผันกลับของเซลลูลาร์ออโตมาตาหนึ่งมิติด้วยกราฟสับเซตย่อยภายใต้เงื่อนไขการกำหนดขอบเขตแบบไม่มีค่า, วรยุทธ วงศ์นิล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เซลลูลาร์ออโตมาตาถือเป็นโมเดลทางคณิตศาสตร์ที่สามารถทำงานแบบระบบพลวัต ซึ่งประกอบไปด้วยสถานะจำกัดที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระบบเรียกเซลล์ แต่ละเซลล์จะเปลี่ยนสถานะไปยังสถานะใหม่พร้อมกันด้วยการอาศัยกฎการส่งผ่านที่ขึ้นอยู่กับเซลล์รอบ ๆ ด้วยเวลาแบบเต็มหน่วย แม้ว่าเซลลูลาร์ออโตมาตามีโครงสร้างและนิยามในแบบพื้นฐาน แต่สามารถสร้างระบบที่พฤติกรรมมีความซับซ้อนได้ สมบัติในการผันกลับได้ของเซลลูลาร์ออโตมาตาถือเป็นสมบัติสำคัญที่ได้รับความสนใจในหลายงานวิจัยและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในงานหลาย ๆ ด้านในทางวิทยาศาสตร์ แต่สำหรับเซลลูลาร์ออโตมาตาหนึ่งมิติภายใต้เงื่อนไขการกำหนดขอบเขตแบบไม่มีค่ายังถือมีข้อจำกัดของจำนวนกฎที่มีไม่มากที่มีสมบัติดังกล่าว ในงานวิจัยนี้ศึกษาและเสนออัลกอริทึมการระบุการผันกลับของเซลลูลาร์ออโตมาตาหนึ่งมิติด้วยกราฟสับเซตย่อยภายใต้เงื่อนไขการกำหนดขอบเขตแบบไม่มีค่านิยามเซลล์เพื่อนบ้านด้วยเวกเตอร์ ด้วยการแทนเซลลูลาร์ออโตมาตาด้วยกราฟสับเซตย่อยเราเสนอวิธีในการระบุสมบัติการผันกลับได้ในกราฟโดยการพิจารณาเส้นเชื่อมและจุดยอดที่เชื่อมถึงกัน นอกจากนี้งานวิจัยนี้ยังเสนอวิธีในการคำนวณสถานะก่อนหน้าสำหรับสถานะใด ๆ ของเซลลูลาร์ออโตมาตาหนึ่งมิติที่มีสมบัติผันกลับได้ภายใต้เงื่อนไขการกำหนดขอบเขตแบบไม่มีค่า ซึ่งวิธีที่ได้เสนออยู่บนพื้นฐานของการพิจารณาลักษณะของเซลล์เพื่อนบ้านด้วยการคำนวณทางเดินบนกราฟด้วยการดำเนินการของเมตริกซ์
การวิเคราะห์ข้อความภาษาธรรมชาติตามประมวลกฎหมายอาญา, วีรยุทธ ครั่งกลาง
การวิเคราะห์ข้อความภาษาธรรมชาติตามประมวลกฎหมายอาญา, วีรยุทธ ครั่งกลาง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้วิเคราะห์การบังคับใช้กฎหมายอาญาของประเทศไทย ในภาค1 บทบัญญัติทั่วไป และภาค2 เฉพาะความผิดเกี่ยวกับชีวิต มาตรา 288 และมาตรา 289 ในลักษณะ10 ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย ส่วนแรกของวิทยานิพนธ์นี้ใช้ความรู้ด้านกฎหมายอาญาและคำพิพากษาของศาลฎีกาในการสร้างกฎในการพิจารณาที่มนุษย์สามารถเข้าใจได้ และส่วนที่สองคือการฝึกฝนแบบจำลองด้วยชุดข้อมูลจากคำพิพากษาด้วยเทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก โดยแก้ปัญหาความไม่สมดุลของกลุ่มข้อมูลฝึกสอนด้วยการสังเคราะห์ตัวอย่างข้อมูลในกลุ่มอื่น ๆ ให้มีจำนวนเท่ากับกลุ่มที่มากที่สุด และฝึกสอนด้วยโครงข่ายหน่วยความจำระยะสั้นแบบยาวทิศทางเดียวและสองทิศทาง ซึ่งเป็นโครงข่ายประสาทเทียมแบบวกกลับประเภทหนึ่ง และเมื่อวัดประสิทธิภาพแบบจำลองด้วยค่าเฉลี่ยมหภาคเอฟวัน พบว่าแบบจำลองของหน่วยความจำระยะสั้นแบบยาวสองทิศทางให้ประสิทธิภาพสูงกว่าแบบทิศทางเดียว และการใช้ค่าถ่วงน้ำหนักเริ่มต้นจากเรียนรู้ด้วยคลังข้อมูลขนาดใหญ่อื่น ให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่าการใช้เฉพาะข้อมูลฝึกสอน และท้ายสุดทำการทดสอบความแม่นยำของแบบจำลองจากข่าวอาชญากรรมด้วยเทคนิคการหาค่าเฉลี่ยความน่าจะเป็น เพื่อใช้เป็นข้อมูลขาเข้าของกฎการพิจารณา พบว่าสอดคล้องกับความเห็นของนักกฎหมาย 59 %
การวินิจฉัยโรคพาร์กินสันโดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง, หัสพล ธัมมิกรัตน์
การวินิจฉัยโรคพาร์กินสันโดยใช้การเรียนรู้ของเครื่อง, หัสพล ธัมมิกรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้นำเสนอวิธีการวินิจฉัยโรคพาร์กินสันด้วยการใช้การเรียนรู้ของเครื่องสำหรับการตรวจพบโรคพาร์กินสันในระยะเริ่มต้น โดยใช้โครงข่ายประสาทเทียมแบบวนซ้ำชนิดพิเศษ Long Short-Term Memory กับข้อมูลโรคพาร์กินสันที่ได้รับจากผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยข้อมูลที่ใช้ประกอบไปด้วยข้อมูลจากเซ็นเซอร์และคีย์บอร์ดจากการเก็บข้อมูลจากผู้ร่วมทดสอบซึ่งมีทั้งกลุ่มควบคุมและผู้ป่วยจำนวนหนึ่งผ่านตัวควบคุมที่เก็บข้อมูลคีย์บอร์ดและเซ็นเซอร์ ซึ่งข้อมูลเซ็นเซอร์มีค่าตัวแปรความเร่งและมุม ข้อมูลคีย์บอร์ดคือการกดคีย์บอร์ดเป็นตัวอักษรพร้อมทั้งเวลาการกดคีย์บอร์ด การวิจัยนี้ทำเพื่อช่วยการวินิจฉัยแยกแยะระหว่างอาการสั่นหรือมีปัญหาทางการควบคุมการเครื่องไหวของผู้ป่วยโรคอื่นและผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน การวิจัยนี้ได้ใช้การเรียนรู้ของเครื่องเพื่อคัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้นแทนการใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโรคพาร์กินสันสำหรับแพทย์แผนกผู้ป่วยนอกในวินิจฉัยการคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการใกล้เคียงอย่างการเคลื่อนไหว และความผิดปกติของระบบประสาทและสมอง ผลการวินิจฉัยพบว่าการเรียนรู้เครื่องสามารถตรวจพบการวินิจฉัยโรคพาร์กินสัน ได้ร้อยละความถูกต้องที่ 88.78 เปอร์เซ็นต์
Reducing Smart Contract Runtime Errors On The Ethereum Blockchain, Siwapol Jumnongsaksub
Reducing Smart Contract Runtime Errors On The Ethereum Blockchain, Siwapol Jumnongsaksub
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
With smart contracts, a wide range of applications can be implemented on blockchains. Ethereum stores smart contract byte code with the smart contract ad-dress so, the Ethereum Virtual Machine (EVM) can read and execute transactions correctly. All executed transactions (both successful and failed transactions) are stored on the platform permanently. Failed transactions are thrown by the EVM due to runtime errors and result in monetary waste. The waste from these transactions add up to around 2 million Ethers or $634.2 million. In this thesis, we propose Evitar, a warning algorithm for reducing Ethereum smart contract runtime errors, which has two …
Red Blood Cell Segmentation And Classification From Microscopic Images Using Machine Learning, Korranat Naruenatthanaset
Red Blood Cell Segmentation And Classification From Microscopic Images Using Machine Learning, Korranat Naruenatthanaset
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Red blood cell morphology analysis plays an essential role in diagnosing many diseases caused by RBC disorders. This manual inspection is a long process and requires practice and experience. Since recent computer vision and image processing in the medical imaging area can provide efficient tools, it can help hematologists to automatically analyze images from a microscope in a reduced time and cost. This research presents a new method to segment and classify RBCs from blood smear images. The process started from data collection, which a new application was created for precisely labeling. The normalization was done to reduce the color …
Digital Platform Development For Performance Monitoring System In Oil And Gas Exploration And Production, Tanthai Poopaiboon
Digital Platform Development For Performance Monitoring System In Oil And Gas Exploration And Production, Tanthai Poopaiboon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The paper provides a case study to enhance the Performance Management System for Oil and Gas Exploration and Production industry. Although the system was designed for the Oil and Gas Exploration and Production industry, the paper could be applied effectively for other industries because the modern organisation mainly utilised the Key Performance Indicator (KPI) to reflect its performance. So, the paper could be applied to most organisations with minor modifications. The Advanced Performance Management System was developed systematically powered by digital transformation according to research methodology framework, including research, analysis, project development, and result measurement. The research stage is studying …
ระบบระบุตำแหน่งภายในอาคารสำหรับสมาร์ตโฟนด้วยการใช้เทคนิคลายนิ้วมือของสัญญาณวายฟายเชิงกำหนด, ธีรภัทร์ วงศ์สุธีรา
ระบบระบุตำแหน่งภายในอาคารสำหรับสมาร์ตโฟนด้วยการใช้เทคนิคลายนิ้วมือของสัญญาณวายฟายเชิงกำหนด, ธีรภัทร์ วงศ์สุธีรา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การระบุตำแหน่งภายในอาคารด้วยการใช้เทคนิคลายนิ้วมือของสัญญาณวายฟายมักจะทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพเมื่อนำไปใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ การระบุตำแหน่งดังกล่าวมักพบกับปัญหาตำแหน่งที่ไม่ตรงกัน ซึ่งทำให้เกิดความไม่แม่นยำในการระบุตำแหน่ง ยิ่งกว่านั้นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมก็สามารถลดประสิทธิภาพโดยรวมของระบบได้เช่นกัน เพื่อที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ งานวิจัยชิ้นนี้ได้นำเสนอ ระบบระบุตำแหน่งภายในอาคารสำหรับสมาร์ตโฟนด้วยการใช้เทคนิคลายนิ้วมือของสัญญาณวายฟายเชิงกำหนด ระบบนี้ประกอบด้วยกันทั้งหมด 3 ส่วน ส่วนที่หนึ่งคืออัลกอริทึมสำหรับจัดหมวดหมู่พื้นที่ โดยส่วนนี้จะจำแนกคำร้องขอจากผู้ใช้งาน ว่าถูกส่งมาจากภายนอกอาคารหรือภายในอาคารใด เพื่อกรองคำร้องขอที่ถูกส่งมาจากพื้นที่ภายนอกอาคารหรือพื้นที่ที่ระบบไม่ได้ครอบคลุมออกไป ส่วนที่สองคืออัลกอริทึมระบุตำแหน่งภายในอาคาร ส่วนนี้จะใช้ข้อมูลจากส่วนแรก ในการลดขอบเขตการค้นหาลายนิ้วมือของสัญญาณลง ทำให้สามารถลดระยะเวลาในการประมวลผลเพื่อหาตำแหน่งที่แน่นอนได้อย่างมหาศาล นอกจากนี้อัลกอริทึมในส่วนนี้จะคำนึงถึงปัญหาตำแหน่งที่ไม่ตรงกัน เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว ส่วนที่สามคืออัลกอริทึมตรวจจับบีเอสเอสไอดีที่หายไปจากคำร้องขอจากผู้ใช้งานและปรับปรุงฐานข้อมูล เพื่อให้ระบบสามารถปรับตัวกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้ จากผลการทดลอง ระบบที่นำเสนอสามารถจัดหมวดหมู่พื้นที่ ระบุตำแหน่งภายในอาคารและตรวจจับบีเอสเอสไอดีที่หายไปได้อย่างแม่นยำ โดยอัลกอริทึมสำหรับจัดหมวดหมู่พื้นที่สามารถลดระยะเวลาในการประมวลผลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบกับงานวิจัยที่ผ่านมา นอกจากนี้อัลกอริทึมตรวจจับบีเอสเอสไอดีที่หายไปสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทั้งระบบที่นำเสนอและงานวิจัยที่ผ่านมาได้อย่างมาก
ระบบควบคุมเกมแอคชั่นแนวยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งที่ผสานระบบต่อประสานระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์เข้าไปด้วย, ศุภชัย เต็งตระกูล
ระบบควบคุมเกมแอคชั่นแนวยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งที่ผสานระบบต่อประสานระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์เข้าไปด้วย, ศุภชัย เต็งตระกูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เทคโนโลยีการต่อประสานระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain Computer Interface: BCI) ที่ใช้สัญญาณ Electroencephalogram (EEG) เป็นเทคโนโลยี BCI ที่เหมาะกับการนำมาใช้ควบคุมเกมที่สุดเพราะความสะดวกและปลอดภัยต่อผู้ใช้ แต่แม้ว่าจะมีการศึกษาประเด็นนี้กันมานานหลายปี การออกแบบเกม BCI ก็ยังไม่สามารถก้าวข้ามจุดอ่อนพื้นฐานของสัญญาณ EEG ได้ ส่งผลให้ตัวเกมที่ออกมาขาดระบบการเล่นที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับเกมอื่นในท้องตลาด งานวิจัยชิ้นนี้จึงเสนอระบบควบคุมแบบใหม่ที่นำระบบ BCI ที่ใช้วิธีการจำแนก Steady-State Visually Evoked Potential (SSVEP) ที่ดีที่สุดในปัจจุบันอย่าง Riemannian มารวมกับอุปกรณ์ควบคุมอีก 3 อย่าง ได้แก่ คีย์บอร์ด (Keyboard) เมาส์ (Mouse) และเครื่องตรวจจับตำแหน่งการมอง (Eye Tracker) นอกจากนั้นงานวิจัยชิ้นนี้ยังเสนอเกมแอคชั่นแนวยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (Action First-person Shooter: Action FPS) ที่ถูกพัฒนามาให้ทำงานร่วมกับระบบควบคุมดังกล่าวเพื่อสร้างประสบการณ์การเล่นเกมด้วยระบบ BCI ที่ดียิ่งขึ้น โดยตัวเกมจะมี 3 ฟีเจอร์ (Features) สำคัญ ได้แก่ การชะลอเวลา การไฮไลต์ตัวกระตุ้น SSVEP ที่ถูกมองอยู่ และการออกคำสั่ง SSVEP ให้โดยอัตโนมัติเมื่อผู้เล่นไม่สามารถใช้ได้แลกกับการไม่ได้รับของรางวัลบางอย่าง จากผลการทดสอบของผู้ร่วมทดสอบ 10 คนพบว่า ผู้ร่วมทดสอบทุกคนสามารถใช้คำสั่งผ่านเครื่องตรวจจับตำแหน่งการมองได้ดีในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับใช้คำสั่งได้ไม่ดีเท่าเดิม ส่วนการใช้คำสั่งผ่าน SSVEP ผลที่ออกมาแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละคำสั่ง คำสั่งที่ผู้ร่วมทดสอบใช้สำเร็จด้วยตัวเองมากที่สุดมีโอกาสใช้สำเร็จอยู่ที่ 71% ส่วนคำสั่งที่ผู้ร่วมทดสอบใช้สำเร็จด้วยตัวเองน้อยที่สุดมีโอกาสเพียง 49% เท่านั้น โดยรวมแล้วระบบควบคุมนี้ถือว่ามีความสามารถเพียงพอที่จะนำไปใช้ควบคุมเกมแนว FPS ได้ แต่ยังต้องปรับปรุงเรื่องความคงที่ของประสิทธิภาพของระบบ BCI และทางเลือกเกี่ยวกับการควบคุมด้วยเครื่องตรวจจับตำแหน่งการมอง และถึงแม้ว่าปัญหาเหล่านี้จะส่งผลให้ผู้ร่วมทดสอบไม่ได้รับความสะดวกสบายในการเล่นอยู่บ้าง แต่ผู้ร่วมทดสอบ 90% ก็ยังคงสนุกกับตัวเกมอยู่ เนื่องจากฟีเจอร์ของตัวเกมมีส่วนช่วยให้ผู้ร่วมทดสอบรู้สึกว่ายังสามารถควบคุมเกมได้
การประยุกต์ใช้ไมโครฟรอนต์เอนส์กับการปรับโครงสร้างใหม่ซิงเกิลเพจแอปพลิเคชัน, ณัฐพร นพปฎล
การประยุกต์ใช้ไมโครฟรอนต์เอนส์กับการปรับโครงสร้างใหม่ซิงเกิลเพจแอปพลิเคชัน, ณัฐพร นพปฎล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สถาปัตยกรรมระบบซอฟต์แวร์ปกติมักแบ่งแยกเป็นส่วนหน้าและส่วนหลัง โดยที่แบ็กเอนด์มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ในขณะที่ฟรอนต์เอนด์รับผิดชอบการโต้ตอบระหว่างไคลเอนต์และระบบ บรรดาแนวทางสถาปัตยกรรมแบ็กเอนด์ในปัจจุบัน ไมโครเซอร์วิสเป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับระบบที่สามารถขยายได้ ในขณะเดียวกัน แอปพลิเคชันฝั่งไคลเอนต์ก็เติบโตขึ้นตามขนาดและความซับซ้อนเช่นกัน แนวคิดไมโครฟรอนต์เอนส์ได้ปรากฏขึ้นเป็นวิวัฒนาการทางตรรกของสถาปัตยกรรมฝั่งฟรอนต์เอนด์ของเว็บแอปพลิเคชัน คล้ายคลึงกับไมโครเซอร์วิส แนวคิดทั้งสองมีประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบพร้อมกัน นอกเหนือจากสมรรถนะที่เพิ่มขึ้นอันเป็นผลมาจากการแบ่งแยกแอปพลิเคชันขนาดใหญ่ออกเป็นส่วนเล็กๆ วิทยานิพนธ์นี้นำเสนอการประยุกต์ใช้ไมโครฟรอนต์เอนส์สำหรับการพัฒนาเว็บไซต์โปรแกรมสืบค้นทางกฎหมายเป็นกรณีศึกษา เนื่องจากโปรแกรมสืบค้นโดยปกติทั่วไปจัดเป็นโครงการซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ การพัฒนาเป็นซิงเกิลเพจแอปพลิเคชันจึงมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถรองรับงานที่มีปริมาณมากขึ้น ระบบขยายตัวไม่ได้ดี และค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาสูง การออกแบบฝั่งไคลแอนต์บนพื้นฐานไมโครฟรอนต์เอนด์ผนวกกับเทคโนโลยีแบ็กเอนด์แบบไมโครเซอร์วิสได้ถูกนำเสนอในงานวิจัยนี้ สำหรับการประเมินผล ความต้องการใหม่ของหน้าเว็บ รายละเอียดเอกสาร ได้ถูกพัฒนาขึ้นด้วยแองกูลาร์และเพิ่มเข้าไปในระบบปัจจุบันที่เป็นซิงเกิลเพจแอปพลิเคชัน เพื่อเปรียบเทียบกับการพัฒนาฟีเจอร์ดังกล่าวด้วยไมโครฟรอนต์เอนด์ ตัววัดทั้งสามที่ถูกเลือกสำหรับการประเมินสมรรถนะประกอบด้วย ความขึ้นต่อกันของคอมโพเนนต์ เวลาการพัฒนา และเวลาการทดสอบ ผลลัพธ์ค่าการวัดรายงานค่าตัววัดทั้งสามตัวที่ลดลงเมื่อพัฒนาด้วยไมโครฟรอนต์เอนด์ อย่างไรก็ตาม ทีมงานมีความรู้สึกว่าต้องใช้ความพยายามมากขึ้นกับการพัฒนาแบบใหม่ด้วยไมโครฟรอนต์เอนด์
การรีมอดุลาไรเซชันด้วยการค้นหาต้องห้าม, พจนารถ จันทน์วัฒนวงษ์
การรีมอดุลาไรเซชันด้วยการค้นหาต้องห้าม, พจนารถ จันทน์วัฒนวงษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้นำเสนอการรีมอดุลาไรเซชันซอฟต์แวร์ด้วยการค้นหาต้องห้าม เพื่อค้นหารูปแบบการจัดสรรคลาสไปยังแพ็กเกจที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งเป็นการปรับปรุงสภาพมอดุลาร์ของซอฟต์แวร์ โดยทำการค้นหาคลาสที่ไม่เหมาะสมกับแพ็กเกจ เพื่อย้ายไปยังแพ็กเกจที่เหมาะสมมากขึ้น การรีมอดุลาไรเซชันซอฟต์แวร์ด้วยการค้นหาต้องห้ามนี้ ประกอบไปด้วยขั้นตอนการตรวจสอบว่า ซอฟต์แวร์นั้นมีความจำเป็นต้องทำการรีมอดุลาไรเซชันหรือไม่ ด้วยเกณฑ์ค่าสัมประสิทธิ์ซิลูเอทของระบบซอฟต์แวร์ และหากซอฟต์แวร์จำเป็นต้องรีมอดุลาไรเซชัน ขั้นตอนถัดไปคือทำการค้นหาด้วยการค้นหาต้องห้ามจะค้นหารูปแบบการจัดสรรคลาสที่เหมาะสม เพื่อปรับปรุงระบบซอฟต์แวร์ให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ซึ่งวิธีการนี้สามารถเป็นเครื่องมือช่วยวิศวกรซอฟต์แวร์ตัดสินใจในการทำรีมอดุลาไรเซชันได้ เพื่อสนับสนุนวิธีการรีมอดุลาไรเซชันด้วยการค้นหาต้องห้าม จึงได้พัฒนาเครื่องมือเพื่อทดสอบกับซอฟต์แวร์และกรณีตัวอย่างที่พัฒนาด้วยภาษาจาวารวมเจ็ดตัวอย่าง จากการทดสอบพบว่า เครื่องมือสามารถตรวจสอบได้ว่าซอฟต์แวร์ควรมีการรีมอดุลาไรเซชันหรือไม่ และเครื่องมือสามารถค้นหาและแนะนำวิธีมูฟคลาสรีแฟคทอริงเพื่อทำให้ระบบซอฟต์แวร์มีคุณภาพที่ดีขึ้น โดยประเมินจากการใช้ตัววัดสัมประสิทธิ์ซิลูเอทและเทอร์โบเอ็มคิว เมื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังการรีมอดุลาไรเซชันแล้วพบว่ามีค่าเพิ่มขึ้น
การสร้างกรณีทดสอบจากบีพีเอ็มเอ็นที่มีการเรียกใช้ดีเอ็มเอ็น, บุศรินทร์ บุญมีพิพิธ
การสร้างกรณีทดสอบจากบีพีเอ็มเอ็นที่มีการเรียกใช้ดีเอ็มเอ็น, บุศรินทร์ บุญมีพิพิธ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บีพีเอ็มเอ็นถูกนำมาใช้ในการจัดการกระบวนการทางธุรกิจ โดยใช้ในการสื่อสารการทำงานผ่านสัญลักษณ์ที่เป็นมาตรฐานของแบบจำลอง ซึ่งการจัดการกระบวนการทางธุรกิจดังกล่าวอาจเกิดระหว่างขั้นตอนการรวบรวมความต้องการของกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ เนื่องจากกระบวนการทางธุรกิจที่มีความซับซ้อนมักจะมีกฎการตัดสินใจ ดังนั้น ดีเอ็มเอ็นจึงถูกนำมาใช้ร่วมกับบีพีเอ็มเอ็นเพื่ออธิบายกฎเหล่านี้ในรูปแบบของตารางการตัดสินใจดีเอ็มเอ็น ดีเอ็มเอ็นยังช่วยให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถระบุกฎทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งทำให้รูปแบบกระบวนการทางธุรกิจเข้าใจได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม แบบจำลองเหล่านี้จำเป็นต้องถูกทวนสอบด้วยกรณีทดสอบ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีงานวิจัยเกี่ยวกับการสร้างกรณีทดสอบจากบีพีเอ็มเอ็น แต่ยังไม่มีงานวิจัยใดที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับบีพีเอ็มเอ็นที่มีการเรียกใช้ดีเอ็มเอ็น วิทยานิพนธ์นี้จึงนำเสนอการสร้างกรณีทดสอบจากบีพีเอ็มเอ็นที่มีการเรียกใช้ดีเอ็มเอ็น โดยเริ่มจากนำเข้าและวิเคราะห์ไฟล์บีพีเอ็มเอ็น ไฟล์ดีเอ็มเอ็น ไฟล์เส้นทางการทดสอบ และไฟล์กรณีทดสอบเดิม เพื่อค้นหาว่ามีกฎใดของตารางการตัดสินใจดีเอ็มเอ็นที่ยังไม่ถูกใช้งานในกรณีทดสอบ จากนั้นจึงสร้างกรณีทดสอบให้ครอบคลุมครบทุกกฎ ด้วยวิธีการนี้ทำให้กรณีทดสอบมีกฎครอบคลุมครบทุกกฎ ซึ่งมั่นใจได้ว่ากระบวนการทางธุรกิจถูกทวนสอบอย่างอย่างถี่ถ้วน
การสร้างกรณีทดสอบสำหรับเว็บเซอร์วิสแบบดับเบิลยูเอส-บีเพลจากกราฟการเรียกเชิงสถิต, วารีรัตน์ บัวเสนาะ
การสร้างกรณีทดสอบสำหรับเว็บเซอร์วิสแบบดับเบิลยูเอส-บีเพลจากกราฟการเรียกเชิงสถิต, วารีรัตน์ บัวเสนาะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เว็บเซอร์วิสถูกใช้งานกันอย่างแพร่หลายและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การพัฒนาเว็บเซอร์วิสนั้นไม่ยึดติดกับภาษาที่ใช้ในการพัฒนาจึงทำให้เว็บเซอร์วิสมีรูปแบบที่หลากหลายและแตกต่างกันออกไป จึงต้องมีมาตรฐานในการควบคุมและประสานกระบวนการธุรกิจผ่านทางเว็บเซอร์วิส มาตรฐานนี้ถูกเรียกว่าดับเบิลยูเอส-บีเพล การทดสอบเว็บเซอร์วิสนั้นก็เป็นกระบวนการที่สำคัญในการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อให้ตรงตามความต้องการของกระบวนการธุรกิจ งานวิจัยในปัจจุบันมีการนำเสนอแนวคิดและเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างกรณีทดสอบสำหรับดับเบิลยูเอส-บีเพล โดยมุ่งเน้นเพียงกระบวนการธุรกิจในไฟล์ดับเบิลยูเอส-บีเพลเพียงหนึ่งไฟล์เท่านั้น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอแนวทางและเครื่องมือการสร้างกรณีทดสอบสำหรับดับเบิลยูเอส-บีเพลจากกราฟการเรียกเชิงสถิต เพื่อรองรับกรณีที่มีการเรียกใช้กระบวนการย่อยระหว่างไฟล์ดับเบิลยูเอส-บีเพล โดยเครื่องมือจะวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของแต่ละไฟล์ แทรกชุดคำสั่งในรหัสต้นทาง วิเคราะห์ความสัมพันธ์การเรียกใช้งานระหว่างไฟล์ดับเบิลยูเอส-บีเพลเพื่อสร้างกราฟการเรียกเชิงสถิต จากนั้นสร้างทางเดินทดสอบจากกราฟการเรียกเชิงสถิตเพื่อให้ได้ความครอบคลุมในระดับกิ่ง
การสร้างเทสต์สคริปต์สําหรับโปรแกรมประยุกต์บนเว็บ, พันทกานต์ ศรีวิชัยนันท์
การสร้างเทสต์สคริปต์สําหรับโปรแกรมประยุกต์บนเว็บ, พันทกานต์ ศรีวิชัยนันท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การทดสอบซอฟต์แวร์เป็นกระบวนการหนึ่งที่สำคัญต่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อค้นหาข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ในระบบ สามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับซอฟต์แวร์ได้ การทดสอบซอฟต์แวร์ด้วยมือเป็นการทดสอบรูปแบบหนึ่งที่สามารถค้นหาข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์ได้ ทุก ๆ ครั้งที่ซอฟต์แวร์มีการเปลี่ยนแปลงต้องมีการทดสอบเพื่อเป็นการประกันคุณภาพของซอฟต์แวร์ อย่างไรก็ตามการทดสอบนั้นจะใช้จำนวนนักทดสอบ เวลาที่ใช้ทดสอบ เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะการทดสอบแบบถดถอย แม้ว่าปัจจุบันนี้จะมีการใช้การทดสอบแบบอัตโนมัติมาช่วยลดเวลาที่ใช้ในการทดสอบลงแล้ว ยังต้องอาศัยนักทดสอบที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการสร้างเทสต์สคริปต์ ทำให้การสร้างเทสต์สคริปต์ในช่วงเวลาเริ่มต้นนั้นอาจใช้เวลานาน งานวิจัยนี้จึงได้เล็งเห็นความสำคัญที่จะช่วยนักทดสอบสร้างเทสต์สคริปต์ได้ง่ายขึ้น จึงนำเสนอวิธีการสร้างเทสต์สคริปต์สำหรับโปรแกรมประยุกต์บนเว็บจากการนำเข้าชื่อยูอาร์แอลเพื่อวิเคราะห์อินพุตฟิลด์และไฟล์เอกซ์เอสดีเพื่อสร้างข้อมูลทดสอบ โดยใช้วิธีการสร้างข้อมูลทดสอบแบบการวิเคราะห์ค่าขอบเขตแล้วสร้างเป็นเทสต์สคริปต์ ซึ่งเทสต์สคริปต์ที่ได้มานั้นจะถูกใช้งานภายใต้โรบอทเฟรมเวิร์ค หลังจากผู้วิจัยได้ทดสอบเครื่องมือเพื่อสร้างเทสต์สคริปต์ พบว่าเครื่องมือสามารถสร้างเทสต์สคริปต์และนำไปใช้งานภายใต้โรบอทเฟรมเวิร์คได้จริง
การเฝ้าสังเกตการเรียกใช้คอลล์แอ็คทีวิตีและเซอร์วิสทาสก์สำหรับบีพีเอ็มเอ็น, วรณัฎฐ์ ดวงแก้ว
การเฝ้าสังเกตการเรียกใช้คอลล์แอ็คทีวิตีและเซอร์วิสทาสก์สำหรับบีพีเอ็มเอ็น, วรณัฎฐ์ ดวงแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์เชิงบริการนั้นถูกนำมาใช้งานในการผนวกรวมเซอร์วิสที่มีอยู่เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อลดเวลาและความซ้ำซ้อนในการพัฒนาเซอร์วิสตามกระบวนการทางธุรกิจขององค์กร ซึ่งในกระบวนการทางธุรกิจที่ออกแบบอาจมีการติดต่อเรียกใช้งานกับเซอร์วิส จำนวนมาก ดังนั้นเพื่อให้ผู้ออกแบบกระบวนการเห็นถึงองค์ประกอบและภาพรวมการทำงานภายในกระบวนการนั้น องค์กรหลายแห่งจึงออกแบบและจำลองการทำงานของกระบวนการโดยใช้ ภาษาบีพีเอ็มเอ็นที่สามารถรองรับกับการออกแบบกระบวนการทางธุรกิจ บีพีเอ็มเอ็นยังประกอบด้วยคอลล์แอ็คทีวิตีและเซอร์วิสทาสก์ โดยที่คอลล์แอ็คทีวิตีจะเรียกใช้บีพีเอ็มเอ็นอื่นที่อยู่ภายในเครื่องประมวลผลแบบจำลองบีพีเอ็มเอ็นเดียวกัน ในขณะที่เซอร์วิสทาสก์จะเรียกใช้งานเว็บเซอร์วิสที่อยู่ภายนอก วิทยานิพนธ์นี้นำเสนอแนวทางและเครื่องมือสำหรับการเฝ้าสังเกตการเรียกใช้ คอลล์แอ็คทีวิตีและเซอร์วิสทาสก์สำหรับบีพีเอ็มเอ็น โดยผู้ทดสอบนำเข้าไฟล์บีพีเอ็มเอ็น กรณีทดสอบเดิมและเส้นทางการทดสอบ จากนั้นดำเนินการตรวจสอบกรณีทดสอบเดิมกับเส้นทางการทดสอบ และเมื่อพบว่ามีเส้นทางที่ยังไม่ถูกทดสอบ กรณีทดสอบใหม่จะถูกสร้างขึ้นแบบสุ่มของเส้นทางการทดสอบแบบกิ่ง โดยสุ่มข้อมูลนำเข้าตามข้อจำกัดของตัวแปร สุดท้ายแล้วกรณีทดสอบที่สร้างขึ้นจะถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล ส่งผลให้กรณีทดสอบที่ได้มีความครอบคลุมทุก ๆ คอลล์แอ็คทีวิตีและเซอร์วิสทาสก์
การแปลงตรรกเชิงเวลาแบบเมตริกไปเป็นตรรกเชิงเวลาเชิงเส้นสำหรับโพรเมลา, จุฑามาศ กะวิเศษ
การแปลงตรรกเชิงเวลาแบบเมตริกไปเป็นตรรกเชิงเวลาเชิงเส้นสำหรับโพรเมลา, จุฑามาศ กะวิเศษ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การทวนสอบสำหรับระบบเรียลไทม์เป็นสิ่งสำคัญและหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยปกติแล้วระบบเรียลไทม์จะอยู่ในรูปแบบที่เป็นรูปแบบทางการและถูกตรวจสอบเพื่อให้สามารถรองรับคุณลักษณะที่สำคัญ ๆ ได้ แบบจำลองที่อยู่ในรูปแบบที่เป็นทางการนี้สามารถตรวจสอบคุณลักษณะที่สนใจด้วยใช้การตรวจสอบแบบจำลอง อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบคุณลักษณะของแบบจำลองดังกล่าว ที่ได้ประสิทธิภาพสามารถเขียนแทนให้อยู่ในรูปแบบของตรรกเชิงเวลาแบบเมตริก หรือเอ็มทีแอล ซึ่งสามารถระบุช่วงเวลาที่สนใจได้ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้นำเสนอทางเลือกหนึ่งสำหรับการแปลงสมการในรูปบบแอลทีแอลไปเป็นสมการในรูปแบบของตรรกศาสตร์เชิงเส้น หรือแอลทีแอล ที่ทำงานร่วมกันกับภาษาโพรเมลา จากคุณลักษณะของเอ็มทีแอลที่ประกอบไปด้วย ตัวดำเนินการแบบตลอดไป ตัวดำเนินการแบบในที่สุด ตัวดำเนินการแบบถัดไป ตัวดำเนินการจนกระทั่งแบบเข้ม และตัวดำเนินการจนกระทั่งแบบอ่อน จากคุณะลักษณะทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นคุณลักษณะที่ได้นำมาศึกษาในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ กรณีศึกษาแบบจำลองระบบการบรรจุในแจ้งยอดหนี้บัตรเครดิตที่อยู่ในรูปแบบของไทม์แพททริเนทและถูกเขียนด้วยภาษาโพรเมลาซึ่งทำงานด้วยระบบสัญญาณนาฬิกาหลักและนาฬิกาย่อยเพื่อรองรับการทำงานกับเงื่อนไขด้านเวลาของกระบวนการในกรณีศึกษา การแปลงสมการในรูปแบบของเอ็มทีแอลพร้อมด้วยเงื่อนไขของเวลาไปเป็นสมการในรูปแบบของแอลทีแอลแสดงให้เห็นว่าการทวนสอบแบบจำลองกรณีศึกษาทำงานได้อย่างถูกต้องโดยทวนสอบแบบจำลองดังกล่าวด้วยเครื่องมือสปิน
วงจรควอนตัมสำหรับขั้นตอนวิธีการของชอร์, วิภู เมธาชวลิต
วงจรควอนตัมสำหรับขั้นตอนวิธีการของชอร์, วิภู เมธาชวลิต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิธีขั้นตอนการหาตัวประกอบจำนวนเฉพาะของชอร์เป็นหนึ่งในปัญหาที่น่าสนใจสำหรับคอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยงานวิจัยนี้ต้องศึกษาถึงพฤติกรรมของวงจรขั้นตอนวิธีการของชอร์เมื่อนำมาใช้กับคอมพิวเตอร์ควอนตัมในปัจจุบัน โดยเลือกนำการออกแบบวงจรที่นำเสนอไว้โดย สตีเฟ่น เบอรีการ์ด มาทำการทดลองบนคอมพิวเตอร์ควอนตัมของทางบริษัทไอบีเอ็มขนาด 15 คิวบิต
Multi-Evidence Learning For Medical Diagnosis, Tongjai Yampaka
Multi-Evidence Learning For Medical Diagnosis, Tongjai Yampaka
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In recent years, a great many approaches for learning from multiple sources by considering the diversity of different views have been proposed. The most interesting field is medical diagnosis. For example, breast cancer screening normally employs two views of mammography (Cranio-Caudal and Medio-Lateral-Oblique) or two modes of ultrasound (B-mode and Doppler mode) breast images. This study proposes a multi-evidence learning model that combines the multiple evidences of breast images to improve diagnosis. Two views mammography and two modes of ultrasound were used. Our proposed model consists of four stages. First, feature extraction using Convolutional Neuron Networks was operated to extract …
Techno-Economic Analysis Of Diethyl Ether Production Via Catalytic Dehydration Of Ethanol, Boonraksa Chaiapha
Techno-Economic Analysis Of Diethyl Ether Production Via Catalytic Dehydration Of Ethanol, Boonraksa Chaiapha
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The major source of energy comes from non-renewable fuels, which have a non-sustainability and negative impact on the environment. Thus, there is change to renewable fuels as bioethanol. Diethyl ether (DEE) is a part of bioethanol. However, the increase of electric vehicles (EV) may decrease ethanol demand for biofuel in the future. Thus, it will be interesting in adding value to ethanol via the catalytic dehydration to produce DEE by conduct techno-economic analysis. Further, there is comparison on different concentrations of ethanol (93% and 95% ethanol) that affect DEE production. For simulation part, the DEE capacity of 3,600 tons/year is …