Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Civil and Environmental Engineering Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 271 - 300 of 788

Full-Text Articles in Civil and Environmental Engineering

การศึกษาผลของเสาเข็มเอียงในแท่นกลางทะเลต่อการต้านทานแรงจากแผ่นดินไหวและแรงกระแทกจากเรือ, กณิศ ขันการไถ Jan 2023

การศึกษาผลของเสาเข็มเอียงในแท่นกลางทะเลต่อการต้านทานแรงจากแผ่นดินไหวและแรงกระแทกจากเรือ, กณิศ ขันการไถ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงสร้างแท่นกลางทะเล (loading platform) ที่อยู่ตามชายฝั่งนั้นส่วนใหญ่ จะต้องสามารถรับแรงด้านข้างไม่ว่าจะเกิดจากแรงแผ่นดินไหว(Earthquake force), แรงกระแทกจากเรือ (Berthing force) ดังนั้นตัวโครงสร้างแท่นกลางทะเลจำเป็นต้องต้านทานต่อแรงด้านข้างได้ดี การใช้เสาเข็มเอียงเป็นที่นิยมในการรับแรงด้านข้าง ดังนั้นงานวิจัยนี้จะมุ่งเน้นไปการวิเคราะห์ปริมาณเสาเข็มเอียงและมุมเอียงของเสาเข็มมีผลอย่างไรต่อผลตอบสนองของโครงสร้าง โดยทำการสร้างแบบจำลองแท่นกลางทะเลที่มีความยาว 37 เมตรและกว้าง 47 เมตร โดยมีเสาเข็มทั้งหมด 96 ต้น โดยแบ่งเป็นด้านยาว 5 แถวและด้านกว้าง 9 แถว โดยที่การสร้างแบบจำลองออกเป็น 21 แบบจำลองโดยจะใช้โปรแกรม SAP2000 เพื่อที่จะศึกษาพารามิเตอร์ที่ทำการศึกษานั้นได้แก่ 1.มุมเอียงของเสาเข็ม 2.ปริมาณของเสาเข็มเอียง ที่ซึ่งจำนวนของเสาเข็มเอียงและมุมเอียงของเสาเข็มจะแตกต่างกันในแต่ละแบบจำลอง โดยจำนวนเสาเข็มเอียงนั้นแบ่งออกเป็น 0,8,16,24,40,60 ต้นและมุมเอียงของเสาเข็มแบ่งออกเป็น 1/3, 1/4, 1/6,1/8 ที่ซึ่งผลตอบสนองของโครงสร้างที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้แก่ แรงในแนวแกน, โมเมนต์ดัด, สัดส่วนการใช้งาน, การกระจัด โดยแรงภายนอกที่มาใช้ในการวิเคราะห์ได้แก่แรงแผ่นดินไหวโดยใช้วิธีการตอบสนองแบบโหมดและแรงกระแทกของเรือ โดยผลจากวิเคราะห์ผลตอบสนองแบบโหมดพบว่าเมื่อเพิ่มจำนวนเสาเข็มเอียงและมุมเอียงของเสาเข็มพบว่าคาบตามธรรมชาติของลักษณะการสั่นในทางด้านข้างลดลงจาก 1.34 วินาที เหลือ 0.28 วินาที และในกรณีแรงแผ่นดินไหวผลตอบสนองของโครงสร้างพบว่าพารามิเตอร์ทั้งสองส่งผลอย่างมากโดยเมื่อเพิ่มจำนวนเสาเข็มเอียงและมุมเอียงของเสาเข็มเอียงนั้นพบว่าค่าการกระจัดลดลงจากแบบจำลองที่ไม่มีเสาเข็มเอียงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และความแตกต่างของผลตอบสนองระหว่างเสาเข็มตรงและเสาเข็มเอียงพบว่าแตกต่างกันอย่างมากในแรงในแนวแกนและอัตราส่วนการใช้งาน


ผลของคุณสมบัติของมวลรวมชนิดหินปูนที่มีต่อคุณสมบัติทางวิศวกรรมของวัสดุผิวทางสโตนมัสติกแอสฟัลต์, ณัฐชนน พันธพาณิชย์กุล Jan 2023

ผลของคุณสมบัติของมวลรวมชนิดหินปูนที่มีต่อคุณสมบัติทางวิศวกรรมของวัสดุผิวทางสโตนมัสติกแอสฟัลต์, ณัฐชนน พันธพาณิชย์กุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ผิวทางส่วนใหญ่ในโครงข่ายถนนในประเทศไทยกว่าร้อยละ93 เป็น ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต โดยปัญหาหลักที่มักพบในผิวทางชนิดนี้ คือ ปัญหาการเกิดร่องล้อ (Rutting) ซึ่งการเกิดร่องล้อสามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ โดยวิธีการหนึ่งที่สามารถนำมาแก้ไขปัญหาการเกิดร่องล้อ คือ การใช้ผิวทาง สโตนมาสติกแอสฟัลต์ (SMA) ซึ่งเป็นแอสฟัลต์คอนกรีตที่ใช้วัสดุมวลรวมขนาดคละเรียงข้ามขนาด (Gap Grade) เพื่อให้ผิวทางมีลักษณะหยาบเป็นพิเศษซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการต้านทานการเกิดร่องล้อได้ โดยวัสดุมวลรวมส่วนใหญ่ที่นำมาออกแบบ ในประเทศไทย จะเป็นตะกรันเหล็ก(Slag) ซึ่งมีความทนทานและสามารถในการรับน้ำหนักได้ดี แต่มีข้อจำกัดเรื่องแหล่งที่มาที่มีน้อยหาได้ยากในบางพื้นที่ ดังนั้นการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติทางวิศวกรรมของหินปูนที่จะนำมาทดแทนจึงมีความสำคัญ เนื่องจาก หินปูนสามารถหาได้ง่ายกว่าและมีราคาถูกกว่า โดยจากงานวิจัยที่ผ่านมาในอดีตพบว่า คุณสมบัติพื้นฐานของมวลรวมหินปูนด้อยกว่ามวลรวมตะกรันเหล็ก(Slag) จึงมีความจำเป็นที่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพก่อน โดยงานวิจัยครั้งนี้ จะทำการคัดคุณภาพโดยพิจารณาที่คุณสมบัติของมวลรวมหยาบ ได้แก่ การต้านทานการสึกหรอ รูปทรง และลักษณะพื้นผิวของมวลรวมหยาบ จากนั้นทำการทดสอบคุณสมบัติ Marshall Mix Design และ ทดสอบปัจจัยด้านสมรรถนะ ได้แก่ ค่าความต้านทานต่อแรงดึงทางอ้อม (Indirect Tensile Strength) ค่าโมดูลัสคืนตัว (Resilience Modulus) และ ความสามารถในการต้านทานการเสียรูปอย่างถาวร (Permanent Deformation) โดยทดสอบความสามารถในการต้านทานการเกิดร่องล้อ (Rutting Resistance Test) ด้วยเครื่อง Hamburg Wheel Tracking และ ทดสอบความสามารถในการต้านทานการเสียรูปอย่างถาวร โดยการ ทดสอบ Dynamic Creep พบว่า ความแบนและความยาวของมวลรวม (Flat and Elongation) และ การแตกหักของอนุภาค (Fractured Particles) ส่งผลต่อ ค่าเสถียรภาพ (Stability) และ ค่าการยุบตัว (Flow) ในผิวทางสโตนมาสติกแอสฟัลต์ (SMA) โดยจากผลการทดสอบพบว่า การคัดคุณภาพของมวลรวมชนิดหินปูน ส่งผลให้มี ค่าเสถียรภาพ (Stability) เพิ่มขึ้น ค่าการยุบตัว (Flow) ลดลงเล็กน้อย และไม่ส่งผล ต่อค่า Voids in Mineral Aggregates (VMA) ค่า …


การศึกษาเชิงเปรียบเทียบอิทธิพลของความไว้วางใจในการทำงานต่อความสำเร็จของโครงการก่อสร้างในแต่ละรูปแบบการส่งมอบโครงการ, พรธีรา สุเมธาธิกุล Jan 2023

การศึกษาเชิงเปรียบเทียบอิทธิพลของความไว้วางใจในการทำงานต่อความสำเร็จของโครงการก่อสร้างในแต่ละรูปแบบการส่งมอบโครงการ, พรธีรา สุเมธาธิกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

อุตสาหกรรมก่อสร้างมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังคงมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อไปในอนาคต โครงการก่อสร้างโดยทั่วไปมีลักษณะเฉพาะ มีการทำงานร่วมกันจากหลายฝ่าย เช่น เจ้าของโครงการ ผู้รับเหมา บริษัทที่ปรึกษา และผู้ออกแบบ เป็นต้น โดยแต่ละฝ่ายก็มีแรงจูงใจที่แตกต่างกัน บ่อยครั้งได้นำไปสู่ปัญหาความไว้ใจ ในการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นความไว้วางใจภายในองค์การ หรือความไว้วางใจระหว่างองค์การ ทำให้โครงการประสบปัญหาล่าช้าไม่เป็นไปตามแผนงาน นำไปสู่ต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น และส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการโดยรวม งานวิจัยนี้ศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อความไว้วางใจในการทำงานและอิทธิพลของความไว้วางใจต่อความสำเร็จของโครงการก่อสร้างที่มีการใช้รูปแบบการส่งมอบโครงการ (Project delivery methods, PDMs) ที่แตกต่างกัน อาทิเช่น การส่งมอบโครงการแบบปกติ (Design-Bid-Build approach, DBB) และการส่งมอบโครงการที่มีการรวมสัญญา (Integrated Project Delivery approach, IPD) งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงสำรวจ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย และเก็บรวบรวมจากผู้ที่เกี่ยวข้องในแต่ละด้านของโครงการก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยพัฒนากรอบแนวความคิดจากการทบทวนทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างแบบจำลองสมการโครงสร้าง (Structural equation modeling, SEM) สำหรับวิเคราะห์อิทธิพลของความไว้วางใจที่ส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการก่อสร้าง จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 คน ผลการศึกษาพบว่า ความไว้วางใจภายในองค์การ และความไว้วางใจระหว่างองค์การมีอิทธิพลทางบวกต่อความสำเร็จของโครงการก่อสร้าง โดยพบต่อว่า ความไว้วางใจสำคัญต่อโครงการก่อสร้างที่มีการใช้รูปแบบการส่งมอบโครงการที่มีการรวมสัญญามากกว่าโครงการก่อสร้างที่มีการใช้รูปแบบการส่งมอบโครงการแบบปกติ


Effect Of Temperature On Performance Of Crack Repair Materials On Rendered Walls, Pattharadej Sansara Jan 2023

Effect Of Temperature On Performance Of Crack Repair Materials On Rendered Walls, Pattharadej Sansara

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Cracking on wall surfaces, especially exterior rendered walls, is frequently found. Hence, whenever cracks initiate, it is unavoidable to repair such crack even though it may not be attributed to structural issues, but it may be the ingress of water to infiltrate into the wall. However, even though these fine cracks are sealed with some repair materials, re-cracking still occurs. One factor that causes such failure is temperature. Therefore, this thesis focuses on how temperature influences the performance of crack repair materials since temperature can cause the crack movement and make the repair materials fail subsequently. Moreover, crack movement has …


Impact Of Drainage Problem On Dynamic Behavior Of Ballasted Track-Bridge Structure, Ratabhat Wangtawesap Jan 2023

Impact Of Drainage Problem On Dynamic Behavior Of Ballasted Track-Bridge Structure, Ratabhat Wangtawesap

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Recently, the railway industry has favored expanding its network through the widespread use of ballasted tracks due to their cost-effectiveness and ease of construction. However, rising global temperatures have led to more unpredictable weather and increased rainfall, causing drainage issues in Thai railway bridges. The dynamic properties of ballast significantly influence the safety and performance of these railway systems. By conducting experiments on submerged ballast layers and integrating this data as a variable parameter in an optimization process, the research identifies diverse ballast properties under varying drainage conditions and use these properties to develops a numerical model for train-ballasted track-bridge …


Projections Of Drought Indices Under Climate Change In The Upper Chao Phraya River Basin, Pech Ponleu Jan 2023

Projections Of Drought Indices Under Climate Change In The Upper Chao Phraya River Basin, Pech Ponleu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Climate change significantly impacts water resource management by intensifying the variability and frequency of extreme events like droughts. This study aims to understand drought processes and assess climate change impacts on drought in the Upper Chao Phraya River basin. The Standardized Precipitation Index (SPI) and Standardized Streamflow Index (SSI) of 3-, 6- and 12-month accumulation periods were estimated for historical from 1985 to 2014, near future (NF) from 2025 to 2054 and far future (FF) from 2070 to 2099 periods. Using GCMs from CMIP6 (MPI-ESM1-2-L, IPSL-CM6A-LR, and GFDL-CM4), bias-corrected via quantile mapping, we found good agreement with observed rainfall data. …


Projecting Low Flow Indices To Climate Change Using Cmip6 For The Upper Chao Phraya River Basin, Thailand, Chantharath Yos Jan 2023

Projecting Low Flow Indices To Climate Change Using Cmip6 For The Upper Chao Phraya River Basin, Thailand, Chantharath Yos

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Human activities are impacting climate change. This is expected to cause a decrease in average runoff, leading to more frequent, longer, and more severe low-flow episodes at the catchment scale. Low-flow conditions can affect ecology, water quality, and water supply. The upper Chao Phraya River basin (CPRB) in Thailand has seen significant development and has experienced the effects of climate change. There is a critical question in the study of this region. Therefore, this study aims to develop low-flow indices, improve understanding of low-flow conditions, and assess the impacts of climate change on these indices. To assess the impact of …


การประยุกต์ใช้กล้องมัลติสเปกตรัมเพื่อประเมินค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจร, จินตสิทธิ์ ภู่พิชิต Jan 2023

การประยุกต์ใช้กล้องมัลติสเปกตรัมเพื่อประเมินค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจร, จินตสิทธิ์ ภู่พิชิต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาการประยุกต์ใช้กล้องมัลติสเปกตรัมเพื่อประเมินค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจรโดยมีวัตุประสงค์ในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจรที่ตรวจวัดจากเครื่องมือวัดค่าการสะท้อนแสงของสีตีเส้นกับข้อมูลภาพถ่ายสายทางด้วยกล้องมัลติสเปกตรัมที่ประกอบไปด้วย 5 ช่วงความยาวคลื่น ซึ่งพื้นที่ศึกษาคัดเลือกจากโครงการที่มีการประเมินผลการปฏิบัติงานการบำรุงและงานอำนวยความปลอดภัย (พ.ศ. 2564 – 2565) ของกรมทางหลวง โดยได้มีการออกแบบการเก็บข้อมูลสำรวจด้วยอากาศยานไร้คนขับร่วมกับกล้องมัลติสเปกตรัม ที่ปัจจัยต่างกัน ได้แก่ ด้านเวลา ด้านความสูง และมุมกล้องในการถ่ายภาพ เพื่อหาเทคนิคและวิธีการที่ทำให้ภาพถ่ายมีคุณภาพสูงที่สุด และนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวิเคราะห์ผลต่อไป ผลการศึกษาพบว่า ค่าเฉดสีที่ได้จากการเก็บข้อมูลภาพถ่ายสายทางด้วยกล้องมัลติสเปกตรัม มีความสัมพันธ์กับค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจร ที่เก็บด้วยเครื่องมือวัดค่าการสะท้อนแสงของสีตีเส้น ทั้งค่าสัมประสิทธิ์การสะท้อนแสงแบบย้อนกลับ (RL) และค่าสัมประสิทธิ์การสะท้อนแสงจากแหล่งกำเนิดทุกทิศทาง (Qd) ทั้งเส้นจราจรสีขาวและสีเหลือง โดยค่าเฉดสีที่มีความสัมพันธ์กับค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจรมากที่สุด คือ ค่าสัมประสิทธิ์การสะท้อนแสงจากแหล่งกำเนิดทุกทิศทาง (Qd) บนเส้นจราจรสีเหลือง ซึ่งผลที่ได้จากการวิจัย สามารถเสนอการประยุกต์ใช้กล้องมัลติสเปกตรัมในการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเส้นจราจร เพื่อประเมินค่าการสะท้อนแสงเบื้องต้น และใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการซ่อมบำรุงเส้นจราจรในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป


การศึกษาพฤติกรรมการรับแรงของท่อคอนกรีตเสริมแรงด้วยวัสดุพอลิเมอร์เสริมเส้นใยแก้วแบบเส้นภายใต้การทดสอบแบบสามแกน, นุฮ์ เหร่าหมัด Jan 2023

การศึกษาพฤติกรรมการรับแรงของท่อคอนกรีตเสริมแรงด้วยวัสดุพอลิเมอร์เสริมเส้นใยแก้วแบบเส้นภายใต้การทดสอบแบบสามแกน, นุฮ์ เหร่าหมัด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของท่อคอนกรีตขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน 600 มิลลิเมตร โดยเสริมแรงด้วยวัสดุพอลิเมอร์เสริมใยแก้วแบบเส้น (GFRP bar) 3 ท่อ โดยใช้วิธีการออกแบบทางตรง (Direct Design Method ) ซึ่งจะมีปริมาณเสริมวัสดุพอลิเมอร์เสริมใยแก้วแบบเส้น เท่ากับ 168.00 ตารางมิลลิเมตร (GFRP1P) 576.00 ตารางมิลลิเมตร (GFRP2P) และ 276 ตารางมิลลิเมตร (GFRP3P) โดยใช้วิธีการทดสอบแบบสามแกน (Three-Edge Bearing ) เพื่อหากำลังความต้านแรงอัดแตก และกำลังรับแรงกดสูงสุด อีกทั้งยังสังเกตรอยร้าว และลักษณะการวิบัติของท่อคอนกรีตเสริมวัสดุพอลิเมอร์เสริมใยแก้วแบบเส้น โดยจากผลการทดสอบพบว่า ท่อ GFRP1P GFRP2P และ GFRP3P มีค่าความต้านแรงอัดแตกเท่ากับ 42.70 66.72 และ 47.07 กิโลนิวตัน/เมตร และมีกำลังรับแรงกดสูงสุดเท่ากับ 47.26 79.43 และ 52.00 กิโลนิวตัน/เมตร ตามลำดับ โดยค่ากำลังรับแรงกดสูงสุดของท่อ GFRP1P และ GFRP3P น้อยกว่าท่อ RCP เท่ากับ 32.69 % และ 25.9 % ตามลำดับ ในส่วนของท่อ GFRP2P มากกว่าท่อ RCP 13.13 % ซึ่งลักษณะการวิบัติของท่อคอนกรีตเสริมจะเป็นลักษณะการวิบัติแบบเปราะ โดยท่อ GFRP1P และ GFRP3P จะวิบัติจากการแตกหักของวัสดุเสริมพอลิเมอร์เสริมใยแก้วแบบเส้น (FRP rupture) ที่ผิวด้านนอกบริเวณด้านข้างของท่อ (Spring line) และท่อGFRP2P จะวิบัติจากสูญเสียแรงยึดเหนี่ยวของคอนกรีตบริเวณด้านบนของท่อ (Concrete Cushing) โดยจากการเจาะสำรวจพบว่าเกิดการเคลื่อนตัวของวัสดุเสริมพอลิเมอร์เสริมใยแก้วแบบเส้นจากกระบวนการหล่อท่อ โดยท่อ GFRP1P และ GFRP3P จะเคลื่อนไปอยู่ในพื้นที่รับแรงอัด (Compression zone) แต่สำหรับท่อ GFRP2P เนื่องด้วยมีการเคลื่อนตัวเล็กน้อยทำให้วัสดุเสริมยังอยู่ในพื้นที่รับแรงดึง (Tension zone) โดยเมื่อนำผลที่ได้ไปเปรียบกับ …


การประยุกต์ใช้คอนกรีตมวลเบาเป็นผนังรับแรงในโครงสร้างที่พักอาศัย, ธนายุต กฤษฎากมล Jan 2023

การประยุกต์ใช้คอนกรีตมวลเบาเป็นผนังรับแรงในโครงสร้างที่พักอาศัย, ธนายุต กฤษฎากมล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันการก่อสร้างที่พักอาศัยมีความพยายามเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารให้มากขึ้น ปัจจัยหลักที่ทำให้บ้านสูญเสียพลังงานเกิดจากคุณสมบัติของผนังที่มีความเป็นฉนวนความร้อนที่ต่ำ ทำให้ตัวบ้านเกิดความร้อนสะสมจากแสงอาทิตย์ จึงต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการทำความเย็น เพื่อลดการใช้พลังงานดังกล่าว วัสดุคอนกรีตมวลเบาจึงถูกนำมาผลิตเป็นอิฐก้อนเพื่อใช้ก่อผนังทดแทนอิฐประเภทเดิม อย่างไรก็ตามคอนกรีตมวลเบานั้นนอกจากคุณสมบัติการเป็นฉนวนความร้อนที่ดีแล้ว ยังมีคุณสมบัติเชิงกลที่สามารถแบกทานแรงอัดได้ในระดับหนึ่งด้วย งานวิจัยนี้จึงศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้ผนังคอนกรีตมวลเบาเป็นผนังรับแรง (Bearing wall) เพื่อใช้วัสดุผนังให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะนำไปสู่การลดต้นทุนการก่อสร้างได้อย่างมีนัยสำคัญ การศึกษาพิจารณารูปแบบโครงสร้างบ้าน 2 ชั้น ก่อสร้างด้วยผนังคอนกรีตมวลเบาชนิดหล่อในที่ (Cast-in-place lightweight concrete) เพื่อให้ได้คุณสมบัติเชิงกลที่สม่ำเสมอ แล้วทำการวิเคราะห์ออกแบบโครงสร้างผนังตามมาตรฐาน ACI 530/530.1-13 ด้วยโปรแกรม ETABs โดยกำหนดให้ผนังบ้านมีความหนา 20 เซนติเมตร ผลการศึกษาพบว่าผนังคอนกรีตมวลเบาสามารถใช้เป็นผนังรับแรงได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐาน ACI และจากการศึกษาพบว่าข้อจำกัดของผนังชนิดนี้คือต้องเสริมเหล็กในส่วนผนังที่อยู่เหนือช่องเปิด เนื่องจากผนังไม่สามารถต้านทานแรงดัดที่เกิดขึ้นได้


Development Of Environmentally Friendly Dental Waste Transportation Method In Myanmar, Phyo Thiri Kyaw Jan 2023

Development Of Environmentally Friendly Dental Waste Transportation Method In Myanmar, Phyo Thiri Kyaw

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study delves into dental waste management practices in Yangon City, Myanmar, with a primary focus on optimizing waste transportation routes for environmental sustainability. Through a comprehensive survey of 13 dental clinics in each of the 13 townships in the Western Yangon District, the research employs a blend of quantitative and qualitative methods, including survey, GIS analysis and observational studies. The optimization cases explore diverse strategies for waste transportation routes, revealing that Cases 2 and 3 surpass the baseline scenario in terms of travel distance. These tailored optimization strategies showcase the effectiveness of creating environmentally friendly waste collection routes for …


Ph Modulation Of Arsenic Phytoextraction And Nutrient Uptake In Water Hyacinth (Eichhornia Crassipes (Mart.)), Hein Htet Aung Jan 2023

Ph Modulation Of Arsenic Phytoextraction And Nutrient Uptake In Water Hyacinth (Eichhornia Crassipes (Mart.)), Hein Htet Aung

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Arsenic contamination in water area poses significant threats to ecosystems as well as human health around the world. For reducing the rate of arsenic pollution, phytoremediation, which applies plant-based systems, could provide a long-term solution. A hyper-accumulating plant, water hyacinth (Eichhornia crassipes), which is known for its rapid growth and efficient nutrient uptake, has emerged as an attractive candidate for arsenic phytoextraction. However, the efficiency of arsenic removal by water hyacinth could be affected by a variety of environmental factors, including various ranges of pH in aquatic environments. This study investigates the effect of pH modulation on arsenic phytoextraction efficiency …


Numerical Modeling Of Reinforced Concrete Columns With Expanded Metal Mesh Ferrocement Under Constant Axial Load And Cyclic Lateral Loading, Khin Khin Moe Jan 2023

Numerical Modeling Of Reinforced Concrete Columns With Expanded Metal Mesh Ferrocement Under Constant Axial Load And Cyclic Lateral Loading, Khin Khin Moe

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research develops the numerical models of the unstrengthened and strengthened columns with an expanded metal mesh ferrocement jacket under constant axial load and cyclic lateral loading. The experimental data from two control and six strengthened columns validate the numerical model using nonlinear finite element analysis in OpenSees. The primary objective of this research is to model the seismic behavior of unstrengthened and ferrocement-strengthened reinforced concrete columns in OpenSees, considering two longitudinal steel ratios, two ferrocement jacket thicknesses, and the presence of two sizes of externally anchored longitudinal steel. The fiber-based displacement beam-column element was used. Each fiber section discretizes …


Characterizing Aerosol Size Distribution In An Urban Park: A Case Study Of Chulalongkorn University Centenary Park In Bangkok, Thailand, Zwe Htet Aung Jan 2023

Characterizing Aerosol Size Distribution In An Urban Park: A Case Study Of Chulalongkorn University Centenary Park In Bangkok, Thailand, Zwe Htet Aung

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigated the particle number size distribution (PNSD) in the Chulalongkorn University Centenary Park, an urban park in Bangkok. Two 7-day continuous measurements were conducted during February to March 2023 which is in the high PM2.5 pollution season of Bangkok. The measurement employed the Scanning Mobility Particle Sizer (SMPS) and the Optical Particle Sizer (OPS) to measure in the range of 10 – 10,000 nm. Measurement of PM2.5 and PM10 along with environmental parameters were brought into the analysis. The study characterized the particle number concentration levels and size distribution in relation to particle mass concentration and other environmental …


Numerical Modeling Of Reinforced Concrete Columns Strengthened By External Steel Collars And Steel Bars, Thin Zar Win Jan 2023

Numerical Modeling Of Reinforced Concrete Columns Strengthened By External Steel Collars And Steel Bars, Thin Zar Win

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigated numerical modeling for reinforced concrete columns strengthened by external hollow structural section (HSS) steel collars and external steel bars. The main objective of this study is to numerically assess the seismic performance of columns strengthened by external steel collars and external steel bars. The experimental test data of two control columns, four steel-collar-strengthened RC columns with external steel bars, performed by Panyakapo et.al. (2024), were taken as benchmarks for the validation of numerical analysis. The implementation of finite element models for RC columns was performed in the OpenSees program. The fiber-based displacement nonlinear beam-column element was used …


พฤติกรรมของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กที่เสริมกำลังด้วยเฟอร์โรซีเมนต์แบบตะแกรงเหล็กฉีกร่วมกับเหล็กเสริมตามยาวภายนอก, วรวุฒิ ริดมัด Jan 2023

พฤติกรรมของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กที่เสริมกำลังด้วยเฟอร์โรซีเมนต์แบบตะแกรงเหล็กฉีกร่วมกับเหล็กเสริมตามยาวภายนอก, วรวุฒิ ริดมัด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาพฤติกรรมการเสริมกำลังเสาคอนกรีตเสริมเหล็กด้วยเฟอร์โรซีเมนต์แบบตะแกรงเหล็กฉีกร่วมกับการเสริมเหล็กตามยาวภายนอก และเปรียบเทียบกำลังการรับแรงจากผลการทดลองกับการวิเคราะห์หน้าตัดอย่างง่ายด้วยโปรแกรม Response2000 และ ETABS ในการทดลองนี้ได้ทำการเสริมกำลังเสาคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 250มม.x250มม.มีความสูงเท่ากับ 1,600 มม.โดยการหุ้มด้วยเฟอร์โรซีเมนต์แบบตะแกรงเหล็กฉีกขนาด XS-33 จำนวน 2 ชั้น ร่วมกับการเสริมเหล็กตามยาวภายนอกโดยมีขนาดหน้าตัดหลังการเสริมกำลังเท่ากับ 350x350 มม. โดยแบ่งเสาออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1) เสา C1 เสริมเหล็กตามยาว 4-DB16 2). เสา C2 เสริมเหล็กตามยาว 8-DB16 ในการทดลองมีการเปลี่ยนแปลงขนาดเหล็กเสริมตามยาวภายนอกระหว่างเหล็กเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 มม. และ 12 มม. ในการทดลองมีการให้แรงกระทำต่อเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ทิศทางคือ แรงกระทำคงที่ในแนวดิ่ง ร่วมกับ แรงกระทำด้านข้างแบบวัฏจักร ผลการศึกษาพบว่าตัวอย่างเสาคอนกรีต C1 ที่เสริมกำลังด้วยเฟอร์โรซีเมนต์แบบตะแกรงเหล็กฉีกร่วมกับเหล็กเสริมตามยาวภายนอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 มม. สามารถเพิ่มกำลังรับแรงทางด้านข้างและค่าความเหนี่ยวได้เท่ากับ 61% และ 26% ของเสาควบคุมตามลำดับและเสา C1 ที่เสริมกำลังด้วยเฟอร์โรซีเมนต์แบบตะแกรงเหล็กฉีกร่วมกับเหล็กเสริมตามยาวภายนอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 มม. สามารถเพิ่มกำลังรับแรงทางด้านข้างและค่าความเหนี่ยวได้เท่ากับ 84% และ 26% ของเสาควบคุมตามลำดับ และตัวอย่างเสา C2 ที่เสริมกำลังด้วยเฟอร์โรซีเมนต์แบบตะแกรงเหล็กฉีกเพียงอย่างเดียวนั้นสามารถเพิ่มกำลังรับแรงทางด้านข้างและค่าความเหนี่ยวได้เท่ากับ 7% และ 79% ของเสาควบคุมตามลำดับ และเสา C2 ที่เสริมกำลังด้วยเฟอร์โรซีเมนต์แบบตะแกรงเหล็กฉีกร่วมกับเหล็กเสริมตามยาวภายนอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 มม.สามารถเพิ่มกำลังรับแรงทางด้านข้างและค่าความเหนี่ยวได้เท่ากับ 72% และ 25% ของเสาควบคุมตามลำดับ ค่ากำลังรับแรงดัดที่วิเคราะห์ได้จากโปรแกรม Response2000 และ ETABS จากการวิเคราะห์หน้าตัดอย่างง่ายพบว่ามีค่าใกล้เคียงกับผลการทดลองจริงแต่มีค่าสติฟเนสสูงกว่าผลการทดลอง เพราะไม่ได้พิจารณาการครากของเหล็กเสริมเข้าไปในฐานราก


Sustainable Brick Comprising Recycled Granite Particle Waste And Hemp Shiv, Wai Lin Phyo Jan 2023

Sustainable Brick Comprising Recycled Granite Particle Waste And Hemp Shiv, Wai Lin Phyo

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Products are responsible to fabricate using few natural resources and regenerating less waste in manufacturing according to eco-efficient concept reported by the World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) in 1991. As a consequence, reutilization of wastes from other production chains has been substantially increasing in brick production to contribute a more sustainable construction product. This study investigates the brick samples made the mixtures of recycled granite particle wastes and potential replacement of hemp shivs (10%, 20% and 30%), together with a few amounts of cement (around 11% by mass) by using clean energy production technique. Two brick specimens of …


การวิเคราะห์และเปรียบเทียบรอยแตกร้าวเนื่องจากความล้าในคานสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กด้วยระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์แบบไม่เชิงเส้นและภาพถ่ายทางอากาศจากอากาศยานไร้คนขับ, วีรวัฒน์ นิลประพันธุ์ Jan 2023

การวิเคราะห์และเปรียบเทียบรอยแตกร้าวเนื่องจากความล้าในคานสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กด้วยระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์แบบไม่เชิงเส้นและภาพถ่ายทางอากาศจากอากาศยานไร้คนขับ, วีรวัฒน์ นิลประพันธุ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันจำนวนของสะพานที่มีอายุการใช้งานยาวนานในประเทศไทยมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าในอนาคตจะมีปริมาณสะพานที่มีอายุการใช้งานยาวนานเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากปริมาณของสะพานในปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่สัญจรผ่านสะพาน จึงต้องมีการตรวจสอบความเสียหายของสะพานเพื่อหาสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเสียหาย โดยงานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาความเสียหายของสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีอายุการใช้งานยาวนาน ปัจจุบันสะพานดังกล่าวมีอายุการใช้งานรวมกว่า 73 ปี และงานวิจัยนี้จะทำการศึกษาความเสียหายที่เกิดขึ้นบริเวณคานตัวนอกของสะพาน ซึ่งจากการสำรวจความเสียหายด้วยสายตา (Visual Inspection) พบว่ามีรอยร้าวเนื่องจากแรงดัด (Flexural Cracks) เกิดขึ้นบริเวณกึ่งกลางคานสะพาน และรอยร้าวผสมผสานระหว่างแรงดัดและแรงเฉือน (Flexural-Shear Cracks) เกิดขึ้นบริเวณใกล้จุดรองรับของคานสะพาน และจากข้อสันนิษฐานคาดว่าสาเหตุของรอยร้าวดังกล่าวเกิดจากกำลังรับแรงดัดที่มากกว่าความสามารถการรับน้ำหนักบรรทุกของโครงสร้างคานสะพาน (Structural Capacity) หรืออาจเกิดจากแรงกระทำเนื่องจากความล้า (Fatigue Loading) ที่เกิดขึ้นเมื่อมีน้ำหนักบรรทุกกระทำซ้ำไปมา (Cyclic Loading) เป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการตรวจสอบความเสียหายในคานสะพานจึงได้มีการประยุกต์ใช้อากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicles : UAV) ร่วมกับระเบียบวิธีการทางไฟไนต์เอลิเมนต์แบบไม่เชิงเส้น (Nonlinear Finite Element Analysis : NLFEA) ด้วยน้ำหนักรถบรรทุกที่มีความแตกต่างกันในการระบุประเภทและระยะห่างของรอยร้าวที่ปรากฏบนคานสะพาน


Characterizing Size-Resolved Chemical Composition And Source Contributions Of Particulate Matter In The Bangkok Metropolitan Region By Geos-Chem Model, Si Thu Kyaw Jan 2023

Characterizing Size-Resolved Chemical Composition And Source Contributions Of Particulate Matter In The Bangkok Metropolitan Region By Geos-Chem Model, Si Thu Kyaw

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The GEOS-Chem chemistry-transport model with 15-bins microphysics scheme (TOMAS15) is used to determine the size-resolved chemical compositions of particulate matter and evaluate the aerosol number and mass size distributions over the Bangkok Metropolitan Region (BMR) during the year 2021. The predicted maximum 24-hour aerosol concentration over the nested grid domain during dry season reaches approximately 3 x 107 cm-3, whereas during the wet season, the maximum concentration is 1.7 x 107 cm-3. Over the BMR, the total aerosol number concentration of dry season is higher than that of the wet season with 14.8 x 106 cm-3 and 9.2 x 106 …


การจำแนกและประเมินความเสียหายแบบอัตโนมัติสำหรับการตรวจสอบพื้นผิวทางสะพานด้วยข้อมูลจากอากาศยานไร้คนขับ, สหัสวรรษ เชื่อมชัยตระกูล Jan 2023

การจำแนกและประเมินความเสียหายแบบอัตโนมัติสำหรับการตรวจสอบพื้นผิวทางสะพานด้วยข้อมูลจากอากาศยานไร้คนขับ, สหัสวรรษ เชื่อมชัยตระกูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การตรวจสอบและการประเมินสุขภาพของโครงสร้างสะพานเป็นสิ่งสำคัญที่บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของโครงสร้างสะพาน โดยส่วนที่มีผลกระทบต่อผู้ใช้สะพานมากที่สุดคือพื้นผิวทางสะพาน เนื่องด้วยพื้นผิวทางสะพานเป็นส่วนที่ใช้เพื่อการสัญจรและได้รับความเสียหายเป็นอันดับแรกสุดจากน้ำหนักบรรทุก การตรวจสอบด้วยตาเปล่า (Visual Inspection) เป็นขั้นตอนแรกในการตรวจสอบความเสียหายสะพาน ซึ่งในการตรวจสอบนี้ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ ความเข้าใจโครงสร้างสะพาน การได้รับการฝึกอบรม และมีประสบการณ์ในการตรวจสอบ รวมถึงการปิดช่องทางการจราจรเพื่อทำการตรวจสอบซึ่งอาจทำให้การจราจรติดขัดได้ และมีการใช้ผู้ปฏิบัติงานเพื่อดูแลรักษาด้านความปลอดภัยมาก นอกจากนี้การเก็บข้อมูลด้านความเสียหายนั้นใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายที่สูง งานวิจัยนี้ได้ศึกษาการตรวจสอบความเสียหายของพื้นผิวทางสะพานด้วยข้อมูลภาพถ่ายจากอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicles :UAV) ที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความแม่นยำสำหรับการตรวจสอบความเสียหายเนื่องด้วยการนำข้อมูลภาพถ่ายความเสียหายที่ได้จากอากาศยานไร้คนขับมาประมวลผลภาพสำหรับการสร้างภาพออร์โธโมเสค (Orthomosaic image) ซึ่งมีความละเอียดสูงเหมาะแก่การใช้ตรวจสอบความเสียหาย และระบุความเสียหายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ด้วยกระบวนการ การตรวจจับและการคำนวณขนาดเชิงปริมาณของความเสียหาย รวมไปถึงการจำแนกประเภทของความเสียหายที่สนใจแบบอัตโนมัติ โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก (Deep learning) และนำเสนอการประเมินสุขภาพของพื้นผิวทางสะพานเพื่อนำไปสู่การจัดลำดับความสำคัญสำหรับการบำรุงรักษาพื้นสะพานในอนาคต


พฤติกรรมการยึดเหนี่ยวระหว่างกรอบแบบคานที่ทำการพิมพ์ 3 มิติ กับคอนกรีตหล่อทีหลัง, อธิพัฒน์ ทองญวน Jan 2023

พฤติกรรมการยึดเหนี่ยวระหว่างกรอบแบบคานที่ทำการพิมพ์ 3 มิติ กับคอนกรีตหล่อทีหลัง, อธิพัฒน์ ทองญวน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในงานด้านวิศวกรรม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการก่อสร้างที่มีการออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรมที่มีความซับซ้อนและมีรูปแบบที่หลากหลาย โดยเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานก่อสร้างได้ เช่น การพิมพ์กรอบแบบคานที่มีรูปแบบอิสระ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการยึดเหนี่ยวของกรอบแบบคานที่มีการหล่อทีหลังจากที่ทำการขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ ซึ่งกรอบแบบคานดังกล่าวจะใช้วิธีการพิมพ์แบบระบบบฉีดเนื้อวัสดุเป็นแบบเส้นกลม (Fused Deposition Modeling, FDM) พิมพ์เนื้อคอนกรีตซ้อนทับกันไปจนได้เป็นกรอบแบบ โดยมีการศึกษาพฤติกรรมของรูปแบบพื้นผิวที่มีลักษณะแตกต่างกันและปัจจัยด้านอายุของกรอบแบบหล่อที่มีอายุต่างกันต่อประสิทธิภาพการยึดเหนี่ยวกับคอนกรีตที่ทำการหล่อในภายหลังจากนั้นผลการทดสอบจะถูกนำมาวิเคราะห์และเปรียบเทียบผลเพื่อหาประสิทธิภาพการยึดเหนี่ยวระหว่างพื้นผิวซึ่งประสิทธิภาพการยึดเหนี่ยวระหว่างพื้นผิวกับคอนกรีตหล่อทีหลังช่วงเวลาที่ดีสุดอยู่ในช่วงระยะเวลา 7 วันจากการทดสอบ


Effect Of Co-Existing Parameters On The Adsorption Of Perfluorooctanoic Acid (Pfoa) On Powdered Activated Charcoal, Aung Thit Htun Jan 2023

Effect Of Co-Existing Parameters On The Adsorption Of Perfluorooctanoic Acid (Pfoa) On Powdered Activated Charcoal, Aung Thit Htun

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this study the adsorption of PFOA on three different commercial Powdered Activated Charcoal (PACs), wood-based, bamboo-based and coconut-shell-based activated charcoals, was explored. The influence of PACs characteristics on adsorption has been evaluated and the presence of oxygen containing functional groups significantly affect the adsorption mechanism. The adsorption equilibrium of PFOA, the initial concentration of 1 mg/L was achieved in 2 hours by the doses of 1.2 g/L of PACs. The effect of pH, adsorbent types, hardness ions and temperature in adsorption efficiency of PAC was investigated by batch experiments. The results of adsorption kinetic showed that PFOA adsorption on …


Characterizing Particle Number Size Distributions And Source Contribution For Public Elementary School Classrooms In Bangkok, Hnin Phyu Phyu Aung Jan 2023

Characterizing Particle Number Size Distributions And Source Contribution For Public Elementary School Classrooms In Bangkok, Hnin Phyu Phyu Aung

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study characterizes particle number size distributions (PNSD) and source contributions for public elementary school classrooms in Bangkok. Using Scanning Mobility Particle Sizers (SMPS) and Optical Particle Sizers (OPS), measurements covered particle sizes from 10 nm to 10 µm during regular school hours on weekdays and under various experimental conditions on weekends. The particle number concentrations (PNC) showed significant fluctuations for all four schools with peak levels observed during morning rush hours coinciding with students' arrival and indoor activities. The findings revealed predominant Aitken mode particles both indoors and outdoors. During weekdays, the PNSD was significantly unimodal, with sigma (σ) …


Exploring Job Burnout And Engagement Amongst Construction Managers In Thailand: A Cross-Sectional Study Using Structural Equation Modelling, Thinley Lhendup Jan 2023

Exploring Job Burnout And Engagement Amongst Construction Managers In Thailand: A Cross-Sectional Study Using Structural Equation Modelling, Thinley Lhendup

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Studies of job burnout have gained appreciable momentum within the construction industry in the past few decades, however literature incorporating the Maslach Burnout Inventory (MBI) is still sparse. Furthermore, a single piece of literature can be traced that utilized the six Areas of Worklife Survey (AWS) as an independent variable influencing burnout among construction professionals. This study proposed a hypothetical model in which Areas of Worklife potentially contribute to Job Burnout/Engagement among construction professionals in Thailand and explored the consequential relationships between perceived Job Performance and Turnover Intentions. Cross-Sectional data was explored using an online questionnaire survey, and Structural Equation …


การวิเคราะห์แรงเฉือนสำหรับการออกแบบต้านทานแผ่นดินไหวของกำแพงโครงสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กเมื่อพิจารณาผลของปฏิสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับชั้นดินในเขตกรุงเทพมหานคร, สาริน กาญจนพันธุ Jan 2023

การวิเคราะห์แรงเฉือนสำหรับการออกแบบต้านทานแผ่นดินไหวของกำแพงโครงสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กเมื่อพิจารณาผลของปฏิสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับชั้นดินในเขตกรุงเทพมหานคร, สาริน กาญจนพันธุ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการพิจารณาความเหมาะสมของวิธีการคำนวณแรงเฉือนสำหรับออกแบบกำแพงโครงสร้างเมื่อพิจารณาผลของปฏิสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับชั้นดิน (soil-structure interaction, SSI) ในเขตกรุงเทพฯ โดยมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหวของประเทศไทยฉบับล่าสุดได้มีการเสนอวิธีคำนวณแรงเฉือนด้วยวิธีที่เรียกว่า Modified Response Spectrum Analysis (MRSA) การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของวิธี MRSA เมื่อมีการพิจารณาผลของ SSI และเปรียบเทียบกับการคำนวณด้วยวิธีต่างๆ โดยศึกษาอาคารทั้งหมด 3 หลังประกอบไปด้วยอาคารสูง 8, 15 และ 39 ชั้น โดยจำลองฐานรองรับแบบยึดแน่น (fixed-base model, FB) เพื่อเปรียบเทียบผลการวิเคราะห์กับการจำลองฐานรองรับที่คำนึงถึงความอ่อนตัวของชั้นดิน (compliant-base model, CB) โดยจะพิจารณาผลตอบสนองของอาคาร เช่น ค่าแรงเฉือน ค่าโมเมนต์พลิกคว่ำ การเคลื่อนตัวสัมพัทธ์ระหว่างชั้น การเคลื่อนตัวของชั้น เป็นต้น จากผลการศึกษาพบว่าอาคารสูงน้อยจะได้รับผลกระทบจากการพิจารณา SSI มากกว่าอาคารสูง เนื่องจากฐานรากอาคารมีขนาดเล็ก และเสาเข็มที่ไม่ลึกมากทำให้ฐานรองรับมีความอ่อนตัวมากกว่าอาคารที่มีฐานรากขนาดใหญ่ที่มีพฤติกรรมใกล้เคียงกับกับฐานรองรับแบบยึดแน่น


การประเมินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการขยะพลาสติกกรณีศึกษา: เทศบาลนครระยอง, สรกฤษณ์ บุญวิรัตน์ Jan 2023

การประเมินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการขยะพลาสติกกรณีศึกษา: เทศบาลนครระยอง, สรกฤษณ์ บุญวิรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ประเทศไทยได้ประสบกับปัญหาขยะพลาสติกที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะขยะพลาสติกบรรจุภัณฑ์ ประเทศไทยจึงประกาศใช้แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573 เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก ถึงแม้มาตรการการจัดการขยะจะถูกบังคับใช้ แต่พลาสติกยังคงเป็นปัญหาภายในพื้นที่ชุมชน เทศบาลนครระยองจึงถูกใช้เป็นพื้นที่ศึกษาในงานชิ้นนี้ เนื่องจากเป็นหนึ่งในพื้นที่อุตสาหกรรมของประเทศและเป็นพื้นที่ต้นแบบในการจัดการขยะพลาสติกในชุมชน งานชิ้นนี้ได้ทำการศึกษาและประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยพิจารณาตั้งแต่การผลิตจนถึงการจัดการขยะที่ปลายทางตามแผนการจัดการขยะพลาสติกของประเทศไทยที่แตกต่างกันในพื้นที่เทศบาลนครระยอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาองค์ประกอบของขยะพลาสติกและเพื่อเสนอแนวทางการจัดการขยะพลาสติกที่เหมาะสมกับการจัดการขยะพลาสติกที่มีในเทศบาลนครระยอง ซึ่งมาตรการ ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากที่สุด ได้แก่ การเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว 4 ชนิด ประกอบด้วย ถุงพลาสติกหูหิ้ว ความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน, กล่องโฟมบรรจุอาหาร, แก้วพลาสติก ความหนาน้อยกว่า 100 ไมครอน, และหลอดพลาสติก โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 2,875.8 ตันต่อปี


การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงปริมาณและความเข้มข้นของตะกอนแขวนลอยในแม่น้ำโขงสายประธาน, คมกริช อินนันชัย Jan 2023

การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงปริมาณและความเข้มข้นของตะกอนแขวนลอยในแม่น้ำโขงสายประธาน, คมกริช อินนันชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แม่น้ำโขงเป็นส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ที่อยู่ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยหล่อเลี้ยงการดำรงชีวิตของผู้คนหลายล้านคนผ่านการจัดหาทรัพยากรต่าง ๆ ทั้งอาหาร น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และเป็นแหล่งพลังงาน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางยุคของโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่กำลังขยายตัวตามแนวแม่น้ำโขงสายหลักและแม่น้ำสาขา เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานในภูมิภาคที่เพิ่มมากขึ้น ก็นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงการไหลเวียนตามธรรมชาติของน้ำและการพัดพาตะกอนที่ต้องเผชิญกับการขัดขวางจากโครงสร้างขนาดใหญ่เหล่านี้ ก่อให้เกิดความท้าทายที่สำคัญต่อความสมบูรณ์ระบบนิเวศของแม่น้ำ การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงปริมาณและความเข้มข้นของตะกอนแขวนลอยในแม่น้ำโขงสายประธาน ในลุ่มน้ำโขงตอนล่างช่วงที่ไหลผ่านประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงค่าความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการไหลของน้ำและปริมาณตะกอนแขวนลอยในช่วงปี พ.ศ. 2560 ถึง พ.ศ. 2566 ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของปริมาณตะกอนแขวนลอยเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลในอดีตที่จัดเก็บในช่วงเวลาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2515 โดยการแบ่งข้อมูลเป็น 3 ช่วงเวลาตามการเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำ รวมทั้งศึกษาแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของตะกอนแขวนลอย โดยการวิเคราะห์ได้ใช้ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดปริมาณน้ำและตะกอนแขวนลอย จำนวน 5 สถานี ได้แก่สถานีเชียงแสน สถานีเชียงคาน สถานีหนองคาย สถานีมุกดาหาร และสถานีโขงเจียม ผลการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยของปริมาณตะกอนแขวนลอยรายปี เปรียบเทียบกับข้อมูลในอดีต พบว่า ปริมาณตะกอนแขวนลอยลดลงคิดเป็นร้อยละ 32.61 – 91.17 ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิเคราะห์ปริมาณตะกอนแขวนลอยสะสมของแต่ละสถานี ในส่วนของการวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของความเข้มข้นตะกอนแขวนลอย ทั้งความเข้มข้นเฉลี่ยรายปี ความเข้มข้นช่วงฤดูน้ำหลากเฉลี่ย และความเข้มข้นช่วงฤดูน้ำแล้งเฉลี่ย ทำการวิเคราะห์แนวโน้มด้วยวิธี Mann-Kendall โดยมีค่าทดสอบอยู่ที่ -2.89 ถึง -5.06 แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการลดลงของความเข้มข้นตะกอนแขวนลอยอย่างมีนัยสำคัญในทุกสถานี


การพัฒนาโครงการก่อสร้างอาคารโดยใช้วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน กรณีศึกษาอาคารธุรกิจค้าปลีกร้าน Mr.Diy ประเทศไทย, ธงพรหม จุลรักษา Jan 2023

การพัฒนาโครงการก่อสร้างอาคารโดยใช้วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน กรณีศึกษาอาคารธุรกิจค้าปลีกร้าน Mr.Diy ประเทศไทย, ธงพรหม จุลรักษา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การพัฒนาโครงการก่อสร้างโดยการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนขยายสาขาธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาตัวอย่างแบบจำลองอาคารร้านค้าปลีก MR DIY ขนาด 600 ตารางเมตร โดยเลือกใช้วัสดุก่อสร้างตามแนวทางของ LEED และข้อมูลการประเมินคาร์บอน ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าวัสดุก่อสร้างแบบดั้งเดิม เช่น ปูนฉาบและกระเบื้องมี Embodied Carbon ที่สูง อาคารต้นแบบมีค่า OTTV (Overall Thermal Transfer Value) เท่ากับ 36.83 Watt/m² และค่า RTTV (Roof Thermal Transfer Value) เท่ากับ 5.49 Watt/m² ซึ่งทั้งสองค่าผ่านตามเกณฑ์มาตรฐาน แสดงให้เห็นถึงการออกแบบที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการถ่ายเทความร้อนและการประหยัดพลังงานอย่างมีประสิทธิผล การนำหลอดไฟ LED มาใช้ช่วยลดการใช้พลังงานลง 48% และลดการปลดปล่อยคาร์บอนลง 18,758 kgCO2e การเปลี่ยนมาใช้ระบบแอร์แบบ Inverter ช่วยลดการใช้พลังงานลง 25% และลดการปลดปล่อยคาร์บอนลง 19,932 kgCO2e ขณะเดียวกัน การติดตั้งระบบ Solar Cell ช่วยลดการใช้พลังงานลง 36% และลดการปลดปล่อยคาร์บอนลง 39,270 kgCO2e ต่อปี การวิเคราะห์ทางการเงินแสดงให้เห็นว่าการลงทุนในเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเหล่านี้มีความคุ้มค่า มีระยะเวลาคืนทุนที่เหมาะสมและมีประโยชน์ระยะยาวในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน


แนวทางการบริหารจัดการเพื่อมุ่งสู่โรงแรมสีเขียวอย่างยั่งยืน กรณีศึกษา โรงแรมป่าตอง เบย์ ฮิลล์, ณัฐวัฒน์ สุกใส Jan 2023

แนวทางการบริหารจัดการเพื่อมุ่งสู่โรงแรมสีเขียวอย่างยั่งยืน กรณีศึกษา โรงแรมป่าตอง เบย์ ฮิลล์, ณัฐวัฒน์ สุกใส

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ เรื่อง แนวทางการบริหารจัดการเพื่อมุ่งสู่โรงแรมสีเขียวอย่างยั่งยืน: กรณีศึกษา โรงแรมป่าตอง เบย์ ฮิลล์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการโรงแรมสีเขียวอย่างยั่งยืน รวมถึงปัญหาและอุปสรรคที่พบในการบริหารจัดการ และเสนอแนะแนวทางเพื่อความยั่งยืน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร บทความ สื่อออนไลน์ และการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้บริหาร ผู้จัดการ และพนักงานของโรงแรมป่าตอง เบย์ ฮิลล์ จำนวน 16 คน ผลการศึกษาพบว่า ผู้บริหารมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมโครงการ Green Hotel ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงเผชิญกับปัญหาด้านการกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนและการพัฒนาบุคลากร อย่างไรก็ตาม จุดแข็งสำคัญของโรงแรมคือผู้บริหารที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและเป็นแบบอย่างในเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม ข้อเสนอแนะจากการศึกษา ได้แก่ การออกนโยบายสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน และการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อวางแผนการจัดการสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อมประจำปี เพื่อให้โรงแรมสามารถพัฒนาเข้าสู่ Green Hotel และนำไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว


การวิเคราะห์การจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม กรณีศึกษาบริษัทจดทะเบียนในรายชื่อหุ้นยั่งยืน กลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค, ธัญญลักษณ์ บุญลพ Jan 2023

การวิเคราะห์การจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม กรณีศึกษาบริษัทจดทะเบียนในรายชื่อหุ้นยั่งยืน กลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค, ธัญญลักษณ์ บุญลพ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ได้ศึกษากรอบแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารายชื่อหุ้นยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในมิติสิ่งแวดล้อม ด้านการจัดการสภาพภูมิอากาศของบริษัทจดทะเบียนกลุ่มอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค พบว่า มีแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องกับแนวคิด Triple Bottom Line ที่วัดประสิทธิภาพของการดำเนินธุรกิจไม่เพียงแค่จากมุมมองการทำกำไรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ทั้งนี้สามารถถอดบทเรียนและนำไปประยุกต์ใช้ภายในองค์กร โดยเริ่มจากการจัดตั้งคณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเมินความเสี่ยง โดยระดับความเสี่ยงสูงที่สุด คือ ความเสี่ยงจะโดนมาตรการกีดกันทางการค้าด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความเสี่ยงจากภาวะร้อนจัด และภัยแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อวัตถุดิบหลักขององค์กร ต่อมาประเมิน และวิเคราะห์คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร มี 64,998.88 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า คิดเป็น Scope 1 (7%), Scope 2 (7%) และ Scope3 (86%) และเสนอแผนการจัดการลดก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ให้มีการจัดทำโครงการ และกำหนด KPI เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การติดตั้งโซลาร์รูฟ การใช้เชื้อเพลิงสะอาด หรือการเปลี่ยนเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆมาเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟ และเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบรีไซเคิล และวัตถุดิบจากธรรมชาติ