Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
Language Interpretation and Translation Commons™
Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Institution
-
- Chulalongkorn University (80)
- Western Michigan University (37)
- University at Albany, State University of New York (31)
- Georgia Southern University (11)
- Binghamton University (9)
-
- City University of New York (CUNY) (9)
- Association of Arab Universities (3)
- Dartmouth College (3)
- Butler University (2)
- Duquesne University (2)
- Lingnan University (2)
- Purdue University (2)
- University of Nebraska - Lincoln (2)
- University of Rhode Island (2)
- University of the Pacific (2)
- Ateneo de Manila University (1)
- Claremont Colleges (1)
- Colby College (1)
- De La Salle University (1)
- Emerson College (1)
- Lesley University (1)
- Minnesota State University, Mankato (1)
- Murray State University (1)
- San Jose State University (1)
- Southeastern University (1)
- Universitas Negeri Malang (1)
- University of Arkansas, Fayetteville (1)
- University of Dar es Salaam (1)
- University of Malaya (1)
- University of New Mexico (1)
- Keyword
-
- Translation (41)
- Poetry (27)
- French (6)
- German (5)
- Arabic (4)
-
- Comparative literature (3)
- Linguistics (3)
- Poetics (3)
- Science fiction (3)
- Aesthetics (2)
- Belonging (2)
- Comparative cultural studies (2)
- Comparison of primary texts across languages and cultures (2)
- Crisis (2)
- DPRK (2)
- Digital Humanities (2)
- Displacement (2)
- Espacio (2)
- French Literature (2)
- Hindi (2)
- Intercultural studies (2)
- Japanese (2)
- Korea (2)
- Literary theory (2)
- Medieval studies (2)
- Modernism (2)
- North Korea (2)
- Politics (2)
- South Korea (2)
- Translation Studies (2)
- Publication Year
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (80)
- Transference (37)
- Living in Languages (31)
- South East Coastal Conference on Languages & Literatures (SECCLL) (11)
- Comparative Literature Faculty and Student Scholarship (9)
-
- Dissertations, Theses, and Capstone Projects (4)
- Publications and Research (4)
- Al Jinan الجنان (2)
- CLCWeb: Comparative Literature and Culture (2)
- Dartmouth Scholarship (2)
- Electronic Theses and Dissertations (2)
- Journal of Feminist Scholarship (2)
- Lingnan Theses (MPhil & PhD) (2)
- Open Educational Resources (2)
- Scholarship and Professional Work - LAS (2)
- Akda: The Asian Journal of Literature, Culture, Performance (1)
- All Graduate Theses, Dissertations, and Other Capstone Projects (1)
- CMC Senior Theses (1)
- Comparative Literature M.A. Essays (1)
- Course Work (1)
- Department of Religious Studies Faculty Digital Projects (1)
- Dirassat (1)
- Expressive Therapies Capstone Theses (1)
- Filipino Faculty Publications (1)
- Foreign Languages & Literatures ETDs (1)
- Generative AI Teaching Activities (1)
- Graduate Theses and Dissertations (1)
- Honors Program: Senior Projects (Public) (1)
- Honors Theses (1)
- Journal of Humanities and Social Sciences (1)
- Publication Type
- File Type
Articles 31 - 60 of 216
Full-Text Articles in Language Interpretation and Translation
Pedro Mexía And The Politics Of Translation In The Early Modern World, Erin Fairweather, Robert Fritz
Pedro Mexía And The Politics Of Translation In The Early Modern World, Erin Fairweather, Robert Fritz
Posters-at-the-Capitol
Spanish humanist Pedro Mexía (1497-1551) wrote two highly influential texts in the sixteenth century, the Silva de varia lección (1540) and the Historia imperial y cesárea (1545), which were, notably, written in Spanish, a vernacular language, as opposed to Latin, the academic language of the age. As these books presented previously inaccessible scientific and historical knowledge to the common person, they were soon translated into several languages, achieving widespread fame and influence. However, the texts have been mostly forgotten and have seen little study in recent times. Nevertheless, the Silva and the Historia can help us better understand the politics …
Similes Mini Lesson Plan, Kristen S. Addessi
Similes Mini Lesson Plan, Kristen S. Addessi
Open Educational Resources
No abstract provided.
ประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็ง, อัจฉรียา คุ้มญาติ
ประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็ง, อัจฉรียา คุ้มญาติ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็ง ซึ่งประกอบด้วยศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับลำดับการรักษาโรคมะเร็ง วิธีการรักษาโรคมะเร็ง ยารักษาโรคมะเร็ง ตัวชี้วัดผลการรักษา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการจัดทำประมวลศัพท์ และนำประมวลศัพท์ที่ได้มาใช้อ้างอิงสำหรับผู้ที่ต้องทำความเข้าใจข้อมูลยารักษาโรคมะเร็งในระดับที่เกี่ยวข้อง เช่น อาสาสมัครโครงการวิจัยยามะเร็ง นักศึกษา นักแปล และผู้สนใจ การจัดทำประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็งนี้ได้อ้างอิงจากทฤษฎีและแนวทางการทำประมวลศัพท์ที่นักศัพทวิทยาเสนอไว้ โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การกำหนดหัวข้อ วัตถุประสงค์และขอบเขตการศึกษาในการจัดทำประมวลศัพท์ 2) การทบทวนวรรณกรรมทางศัพทวิทยาและการศึกษาข้อมูลยารักษาโรคมะเร็ง 3) การสร้างคลังข้อมูลภาษา และการดึงศัพท์จากคลังข้อมูลภาษา 4) การกำหนดมโนทัศน์สัมพันธ์ของศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็งและ 5) การบันทึกข้อมูลศัพท์เบื้องต้น การบันทึกข้อมูลศัพท์ และการเขียนคำนิยามเพื่อกำหนดศัพท์เทียบเคียงในภาษาไทย ประมวลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับยารักษาโรคมะเร็งประกอบด้วยศัพท์ทั้งหมด 30 คำ โดยจัดเรียงตามกลุ่มมโนทัศน์สัมพันธ์ และลำดับของมโนทัศน์ในมโนทัศน์สัมพันธ์ การนำเสนอศัพท์แต่ละคำประกอบด้วยศัพท์ภาษาอังกฤษ ศัพท์ภาษาไทย ขอบเขตข้อมูลที่พบศัพท์ มโนทัศน์สัมพันธ์พร้อมคำอธิบาย บริบทที่พบศัพท์ นิยามศัพท์ รูปศัพท์อื่น ประเภทของคำทางไวยากรณ์ และข้อมูลอ้างอิง
การแปลศัพท์เฉพาะด้านภาพยนตร์ในหนังสือวิชาการ เรื่อง Cinematography: Theory And Practice For Cinematographers And Directors ของ Blain Brown, นนทพจน์ ไชยูปถัมภ์
การแปลศัพท์เฉพาะด้านภาพยนตร์ในหนังสือวิชาการ เรื่อง Cinematography: Theory And Practice For Cinematographers And Directors ของ Blain Brown, นนทพจน์ ไชยูปถัมภ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาและหาแนวทางในการแปลคำศัพท์เฉพาะด้านภาพยนตร์ในหนังสือเรื่อง Cinematography: Theory and Practice For Cinematographers and Directors, Third Edition ของ Blain Brown ผู้วิจัยคัดเลือกคำศัพท์ทั้งสิ้น 30 คำ โดยมีสมมติฐานของการวิจัยว่า ในการแปลศัพท์เฉพาะด้านภาพยนตร์ให้สามารถถ่ายทอดความหมายได้ถูกต้องและเหมาะสมนั้น จะต้องใช้กลวิธีการแปลทั้งหมดสองวิธี ได้แก่ 1) แปลแบบตีความโดยใช้คำที่มีอยู่แล้วในภาษาปลายทางและใช้แนวทางบัญญัติศัพท์โดยวิธีทาบเทียบ (Mapping-Matching) ตามแนวทางของสมศีล ฌานวังศะ (ม.ป.ป.) และ 2) แปลแบบถ่ายเสียงพร้อมเติมคำอธิบายสั้น ๆ และใช้แนวทางบัญญัติศัพท์โดยวิธียืมตรง (Direct Borrowing) ตามแนวทางของสมศีล ฌานวังศะ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ากลวิธีการแปลเป็นไปตามสมมติฐานคือ (1) แปลแบบตีความโดยใช้คำที่มีอยู่แล้วในภาษาปลายทางและใช้แนวทางบัญญัติศัพท์โดยวิธีทาบเทียบ (Mapping-Matching) ตามแนวทางของสมศีล ฌานวังศะ (ร้อยละ 73.3) และ (2) แปลแบบถ่ายเสียงพร้อมเติมคำอธิบายสั้น ๆ และใช้แนวทางบัญญัติศัพท์โดยวิธียืมตรง (Direct Borrowing) ตามแนวทางของสมศีล ฌานวังศะ (ร้อยละ 26.7) ซึ่งสอดคล้องกับกลวิธีการแปลศัพท์เฉพาะในงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ งานวิจัยของ วิภาดา เปรมวุฒิ (2533) โอซ่า มาร์คลุนด์ (2011) และทรงวุฒิ บุริมจิตต์ (2550) คือมีการใช้กลวิธีการแปลแบบตรงตัวและแบบไม่ตรงตัว และไม่พบกลวิธีการแปลโดยการแทนที่แนวคิดทางวัฒนธรรมในสังคมของผู้อ่านภาษาปลายทาง
การศึกษากลวิธีการแปลอติพจน์ในนวนิยายเรื่อง Crazy Rich Asians ของ Kevin Kwan หรือ เหลี่ยมโบตั๋น แปลโดย ศศิ พินทุ์, สุตาภัทร อรุณนวล
การศึกษากลวิธีการแปลอติพจน์ในนวนิยายเรื่อง Crazy Rich Asians ของ Kevin Kwan หรือ เหลี่ยมโบตั๋น แปลโดย ศศิ พินทุ์, สุตาภัทร อรุณนวล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาศึกษากลวิธีการแปลประโยคอติพจน์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ในนวนิยายเรื่อง Crazy Rich Asians ของ Kevin Kwan (2513) และฉบับแปลภาษาไทย เหลี่ยมโบตั๋น แปลโดย ศศิ พินทุ์ (2559) รวมถึงปัจจัยทางวัฒนธรรมบางประการที่ส่งผลต่อการแปลอติพจน์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ผู้วิจัยได้คัดเลือกประโยคที่ปรากฏการใช้อติพจน์จำนวน 60 ประโยค ตามแนวทางการจำแนกประเภทอติพจน์ของ Claudia Claridge (2011) และใช้กรอบการวิเคราะห์แนวทางการแปลความเปรียบและสำนวนภาษา (Trope Change) ของ Andrew Chesterman (2001) จากการจำแนกประเภทอติพจน์ที่ปรากฏในประโยคต้นฉบับภาษาอังกฤษ จำนวน 60 ประโยค พบอติพจน์ในตัวบทต้นฉบับ 6 ประเภท ได้แก่ อติพจน์แบบคำเดียว อติพจน์ระดับวลี อติพจน์ระดับอนุประโยค อติพจน์ที่แสดงจำนวน การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด และการใช้การเปรียบเทียบ โดยแบ่งเป็นอติพจน์ประเภทเดียวประโยคจำนวน 53 ประโยค และใช้อติพจน์มากกว่าหนึ่งประเภทร่วมกัน จำนวน 7 ประโยค จากการวิเคราะห์พบว่ากลวิธีที่ผู้แปลเลือกใช้ในการแปลประโยคอติพจน์ที่คัดสรรจำนวน 67 แห่ง มีทั้งหมด 3 กลวิธี ได้แก่ การรักษาอติพจน์หรือใช้สำนวนภาษาประเภทเดิม (55 แห่ง) เปลี่ยนไปใช้อติพจน์หรือสำนวนภาษาประเภทอื่น (3 ครั้ง) และแปลโดยไม่เก็บอติพจน์หรือสำนวนภาษา (9 แห่ง) โดยกลวิธีที่พบมากที่สุดคือ คงความเปรียบหรือสำนวนภาษาประเภทเดิม นอกจากนี้ยังพบว่าประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ เป็นปัจจัยทางวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อการแปลอติพจน์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งผู้แปลเลือกใช้กลวิธีการกรองทางวัฒนธรรม (cultural filtering) ควบคู่กับการคงความเปรียบหรือสำนวนภาษาประเภทเดิม โดยใช้คำที่มีความหมายต่างกัน หากแต่ยังมีความเชื่อมโยงกันในแง่ของการสื่อความ จึงทำให้เห็นภาพการเปรียบเทียบไปในทำนองเดียวกันกับต้นฉบับโดยหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่สื่อความทางเพศอย่างโจ่งแจ้ง เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทวัฒนธรรมไทย
แนวทางการแปลข้อความแสดงอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในบทความสารคดีของนิตยสาร National Geographic จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย, สริตา บูรณะสัมฤทธิ
แนวทางการแปลข้อความแสดงอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในบทความสารคดีของนิตยสาร National Geographic จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย, สริตา บูรณะสัมฤทธิ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในตัวบทสารคดีวิทยาศาสตร์จากนิตยสาร National Geographic และกลวิธีการถ่ายทอดอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์จากต้นฉบับอังกฤษไปยังฉบับแปลภาษาไทย ผู้วิจัยศึกษาแนวคิดอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ของ Lakoff และ Johnson (2003) แนวทางการระบุรูปภาษาที่แสดงอุปลักษณ์ของกลุ่ม Pragglejaz Group แนวทางการแปลอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์จากงานวิจัยตัวบทประเภทต่าง ๆ ตลอดจนประเภทอุปลักษณ์ที่พบในตัวบทวิทยาศาสตร์และสารคดี และประยุกต์ใช้กรอบการวิเคราะห์กลวิธีการแปลของ Papadoudi (2010) Schäffner (2004) Deignan et al. (1997) และ Toury (1995) ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า จากข้อมูลอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ที่เก็บจำนวน 126 ตัวอย่าง มีจำนวนรูปภาษาแสดงอุปลักษณ์ทั้งหมด 114 รูป สามารถจำแนกอุปลักษณ์ที่พบได้ 19 ประเภท เรียงลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด ได้แก่ อุปลักษณ์สงคราม อุปลักษณ์มนุษย์ อุปลักษณ์การเดินทาง อุปลักษณ์เชิงกายภาพ อุปลักษณ์สิ่งมีชีวิต อุปลักษณ์คอมพิวเตอร์ อุปลักษณ์ศิลปะ อุปลักษณ์ธุรกิจ อุปลักษณ์เครื่องนุ่งห่ม อุปลักษณ์สุขภาพ อุปลักษณ์เกม กีฬา และการแข่งขัน อุปลักษณ์ก่อสร้าง อุปลักษณ์เครื่องจักร อุปลักษณ์พืชและการเพาะปลูก อุปลักษณ์เชิงทิศทาง อุปลักษณ์อาหาร อุปลักษณ์สัตว์ อุปลักษณ์ศาสนา และอุปลักษณ์ภัยธรรมชาติ จากการวิเคราะห์ พบว่าอุปลักษณ์ที่พบในภาษาอังกฤษปรากฏในภาษาไทยทุกประเภท ยกเว้นอุปลักษณ์ภัยธรรมชาติ ผลการวิเคราะห์บทแปลแตกต่างไปจากสมมติฐานเดิมที่ตั้งไว้ว่ากลวิธีการแปลที่พบมากสุดคือการแปลอุปลักษณ์โดยรักษามโนทัศน์เดิม การแปลอุปลักษณ์โดยใช้มโนทัศน์ที่แตกต่างกัน และการแปลโดยไม่รักษาอุปลักษณ์ ตามลำดับ แต่ผลการวิจัยพบว่ากลวิธีการแปลที่พบมากสุด ได้แก่ 1) การแปลโดยรักษามโนทัศน์เดิมและใช้รูปภาษาเหมือนเดิม พบร้อยละ 52.34 2) การแปลโดยไม่รักษาอุปลักษณ์ พบร้อยละ 21.09 3) การแปลโดยรักษามโนทัศน์เดิมแต่ใช้รูปภาษาที่ต่างไปจากเดิม พบร้อยละ 10.94 4) การแปลโดยใช้มโนทัศน์ที่ต่างกัน พบร้อยละ 10.16 5) การตัดอุปลักษณ์ในภาษาต้นทางทิ้ง พบร้อยละ 3.91 และ 6) การแปลสิ่งที่ไม่ใช่อุปลักษณ์เป็นอุปลักษณ์ พบร้อยละ 1.56 ทั้งนี้ ไม่พบการเพิ่มอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ลงไปในบทแปล โดยสรุป อุปลักษณ์ในตัวบทสารคดีวิทยาศาสตร์จากภาษาอังกฤษสามารถถ่ายทอดเป็นภาษาไทยได้เป็นส่วนใหญ่โดยไม่มีอุปสรรค โดยอุปลักษณ์แต่ละประเภทสามารถถ่ายทอดได้ผ่านกลวิธีที่แตกต่างกัน …
การแปลภาษาภาพพจน์เปรียบเทียบในหนังสือด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์เชิงปรัชญาการออกแบบ เรื่อง The Eyes Of The Skin: Architecture And The Senses ของ Juhani Pallasmaa, มานิตา บวรกีรติขจร
การแปลภาษาภาพพจน์เปรียบเทียบในหนังสือด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์เชิงปรัชญาการออกแบบ เรื่อง The Eyes Of The Skin: Architecture And The Senses ของ Juhani Pallasmaa, มานิตา บวรกีรติขจร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการแปลภาษาภาพพจน์เชิงเปรียบเทียบที่มี มโนอุปลักษณ์แฝงอยู่ในงานเขียนด้านปรัชญาการออกแบบสถาปัตยกรรม ซึ่งมักปรากฏการใช้คำศัพท์เชิงนามธรรมและภาษาภาพพจน์ (Figurative language) ที่โดดเด่นเพื่อสื่อถึงมโนทัศน์ทางปรัชญา (Philosophical concept) ผู้วิจัยเลือกศึกษาหนังสือ เรื่อง The Eyes of the Skin: Architecture and the Senses ของ จูฮานิ พาลาสมา (Juhani Pallasmaa) งานเขียนสำคัญในแวดวงสถาปัตยกรรมเชิงทฤษฎีที่มีรากฐานแนวคิดจากปรากฏการณ์วิทยา (Phenomenology) และการตั้งคำถามต่อแนวคิดดวงตาเป็นศูนย์กลางของการรับรู้ (Ocularcentrism) โดยเนื้อหานี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรม แต่ยังไม่เคยมีการศึกษากลวิธีการแปลหนังสือประเภทนี้อย่างเป็นระบบในบริบทภาษาไทย ในการวิเคราะห์ตัวบท เลือกพิจารณาส่วนที่ 2 (Part 2) จำนวน 34 หน้า พบว่ามีลักษณะของการใช้ภาษาภาพพจน์เปรียบเทียบที่มีมิติของมโนทัศน์ทางปรัชญาแฝงอยู่ โดยเฉพาะมโนทัศน์ที่เป็นมโนอุปลักษณ์ (Conceptual metaphor) เชิงภววิทยา (Ontological metaphor) ซึ่งสะท้อนกรอบความคิดของผู้เขียนที่ได้รับอิทธิพลมาจากปรากฏการณ์วิทยา การแปลเนื้อหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจความหมายแฝงและความหมายเชิงมโนทัศน์ (Connotative and conceptual meaning) เพื่อถ่ายทอดเจตนารมณ์และความลึกซึ้งของต้นฉบับได้อย่างแม่นยำในขั้นตอนการแปล ได้ประยุกต์ใช้แนวทางการแปลแบบตีความ (Interpretive approach) ของ ฌอง เดอลิลส์ (Jean Delisle) ร่วมกับทฤษฎีการตรงประเด็น (Relevance theory) ของ แอ็นสท์ ออกุสท์ กัทท์ (Ernst August Gutt) โดยมุ่งเน้นการแปลด้วยการตีความและการสร้างความหมายที่เทียบเคียงต้นฉบับ (Interpretive resemblance) เพื่อรักษาความหมายเชิงมโนทัศน์ คุณลักษณะของภาษาภาพพจน์ และถ่ายทอดแนวคิดของผู้เขียนให้สอดคล้องกับบริบทภาษาไทย
การแปลบทพากย์เกม Grand Theft Auto: San Andreas, สาริศ ศรีเดือนดาว
การแปลบทพากย์เกม Grand Theft Auto: San Andreas, สาริศ ศรีเดือนดาว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาแนวทางการแปลบทพากย์วิดีโอเกม Grand Theft Auto: San Andreas สำหรับการนำไปพากย์ในภาษาไทย โดยสังเคราะห์แนวทางการแปลและพากย์ตัวบทคัดสรร จากทฤษฎี แนวคิด และหลักการที่เกี่ยวข้องกับการแปลบทพากย์ การแปลเกม และการแปลตัวบทที่มีปัญหาด้านความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ของนักแปล บนสมมติฐานที่ว่าการประยุกต์ใช้ทฤษฎีดังกล่าวจะสามารถนำมาสังเคราะห์เป็นกลวิธีการแก้ปัญหาการแปลบทพากย์ของวิดีโอเกม Grand Theft Auto: San Andreas โดยเฉพาะในส่วนของปัญหาด้านความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ของนักแปลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำบทแปลมาพากย์เป็นฉบับภาษาไทยได้อย่างเป็นธรรมชาติในวัฒนธรรมปลายทาง ผลการวิจัยพบว่า ทฤษฎี แนวคิด และหลักการที่เกี่ยวข้องกับการแปลบทพากย์เกมที่ที่มีปัญหาด้านความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ของนักแปลดังกล่าวข้างต้น สามารถนำมาสังเคราะห์เป็นกลวิธีในการแก้ไขปัญหาในการแปลบทพากย์เกม Grand Theft Auto: San Andreas และนำมาใช้พากย์ได้โดยถ่ายทอดความหมายได้ใกล้เคียงกับตัวบทต้นฉบับมากที่สุด
การแปลกริยาไร้ประธาน “ให้” ในพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ, สุวิพร ไฉไลสถาพร
การแปลกริยาไร้ประธาน “ให้” ในพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ, สุวิพร ไฉไลสถาพร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาและหาแนวทางการแปลกริยาไร้ประธาน “ให้” ที่แสดงมาลาบอกเล่า มาลาสั่ง และมาลาอนุญาตใน พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีสมมติฐานว่า กริยาไร้ประธาน “ให้” เป็นคำแสดงมาลาบอกเล่า มาลาสั่ง และมาลาอนุญาต และในการแปลกริยาดังกล่าวจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษจะขึ้นอยู่กับประเภทของมาลา โดยจะต้องเลือกคำแสดงมาลาที่สอดคล้องกันในภาษากฎหมายอังกฤษ จากการศึกษาพบกริยาไร้ประธาน “ให้” ในตัวบททั้งสิ้น 74 จุด แบ่งเป็นโครงสร้าง ให้ + (กรรม) + กริยา 60 จุด และ (กรรม) + ให้ + กริยา 14 จุด ไม่ละกรรม 55 จุด และละกรรม 19 จุด โดยสามารถจำแนกมาลาออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1) มาลาสั่ง 52 จุด 2) มาลาบอกเล่า 15 จุด 3) มาลาอนุญาต 6 จุด และ 4) มาลาสั่ง + อนุญาต 1 จุด กริยาไร้ประธาน "ให้" ที่พบสามารถแปลโดยใช้คำแสดงมาลาที่สอดคล้องกันในภาษากฎหมายอังกฤษ 60 จุด อีก 11 จุดต้องปรับเป็นคำชนิดอื่นเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ และอีก 3 จุดไม่ได้ทำการแปลเพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อน กล่าวโดยสรุปได้ว่ากริยาไร้ประธาน “ให้” ในตัวบทส่วนใหญ่อยู่ในโครงสร้าง ให้ + (กรรม) + กริยา (81.08%) ไม่ละกรรม (74.32%) แสดงมาลาสั่ง (70.27%) และสามารถแปลโดยใช้คำแสดงมาลาที่สอดคล้องกันในภาษากฎหมายอังกฤษ (81.08%) ผลการวิจัยสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้และยังสอดคล้องกับงานวิจัยที่ผ่านมาซึ่งระบุว่ากริยาไร้ประธาน “ให้” ในภาษากฎหมายไทยสื่อความหมายสั่งและอนุญาต งานวิจัยนี้ยังพบประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติม 2 ประการ ได้แก่ …
ความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ในการแปล: กรณีศึกษาเปรียบเทียบการแปลปาฐกถาในหัวข้อ “Democracy And Patronage System Of Thailand” โดยนายจักรภพ เพ็ญแขและพรรคประชาธิปัตย์, รตวัน ศรีพิเชียร
ความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ในการแปล: กรณีศึกษาเปรียบเทียบการแปลปาฐกถาในหัวข้อ “Democracy And Patronage System Of Thailand” โดยนายจักรภพ เพ็ญแขและพรรคประชาธิปัตย์, รตวัน ศรีพิเชียร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์นี้เป็นงานวิจัยที่ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างการเคลื่อนที่เกิดขึ้นในกระบวนการแปลปาฐกถาเรื่อง “Democracy and Patronage System of Thailand” กับหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ของบทแปลรวมถึงอุดมการณ์ของผู้แปล โดยใช้รูปแบบการวิเคราะห์เชิงระบบสำหรับการแปลเชิงพรรณนาของเจเรมี่ มันเดย์และทฤษฎีเรื่องเล่าของโมนา เบเคอร์การวิเคราะห์ข้อมูลมีขั้นตอนทั้งหมด 2 ขั้นตอนหลัก โดยขั้นตอนที่ 1 เป็นการศึกษาต้นฉบับและสำนวนแปล 2 ฉบับโดยใช้รูปแบบการวิเคราะห์เชิงระบบสำหรับการแปลเชิงพรรณนาของมันเดย์ ซึ่งประกอบด้วย 3 ขั้นตอนย่อย ได้แก่ (1) การวิเคราะห์ด้วยทฤษฎีไวยากรณ์ระบบและหน้าที่ (2) การวิเคราะห์ด้วยภาษาศาสตร์คลังข้อมูล และ (3) การวิเคราะห์ร่วมกับบริบททางสังคมและการเมือง และขั้นตอนที่ 2 ได้แก่ได้แก่การนำผลการวิเคราะห์ที่ได้จากขั้นตอนแรกมาวิเคราะห์ร่วมกับทฤษฎีเรื่องเล่า (Narrative Theory) โดยมุ่งศึกษาประเด็นทั้งหมด 3 ประเด็น ได้แก่ (1) ประเภทของเรื่องเล่าที่พบในกระบวนการแปลต้นฉบับ (2) องค์ประกอบของเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกับการเคลื่อนที่พบ (3) กลวิธีในการกำหนดกรอบเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกับการเคลื่อนที่พบจากการวิเคราะห์ต้นฉบับและสำนวนแปล 2 ฉบับตามขั้นตอนข้างต้น ทำให้พิสูจน์สมมติฐานได้ว่าการเคลื่อนที่เกิดขึ้นมีความเชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ในการแปลรวมถึงอุดมการณ์ของผู้แปล ผ่านการใช้ภาษาไม่ว่าจะในเชิงการสื่อความคิด เชิงการสื่อบุคคลสัมพันธ์ และเชิงความเรียง และการที่มีการเคลื่อนที่สามารถเชื่อมโยงได้กับองค์ประกอบของเรื่องเล่าทั้ง 4 องค์ประกอบ ได้แก่การลำดับเรื่อง ความเชื่อมโยงของเรื่องเล่า การวางโครงเรื่อง และ การเลือกสรรข้อมูล และการใช้กลวิธีในการวางกรอบเรื่องเล่า ได้แก่การเลือกสรรข้อมูล การใช้ถ้อยคำตีตรา และการเปลี่ยนตำแหน่งผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ แสดงให้เห็นว่าการเคลื่อนเหล่านั้นมีส่วนในการประกอบสร้างเรื่องเล่าของผู้แปลแต่ละคนให้มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของบทแปลและอุดมการณ์ของผู้แปลนอกจากนั้น การวิเคราะห์ด้วยทฤษฎีเรื่องเล่าทำให้พบว่าการแปลปาฐกถาเรื่อง “Democracy and Patronage System of Thailand” นำเสนอเรื่องเล่าปัจเจกบุคคล 1 เรื่องได้แก่เรื่องเล่าที่แสดงถึงจุดยืนของนายจักรภพต่อระบบอุปถัมภ์ เรื่องเล่าสาธารณะ 1 เรื่องได้แก่เรื่องเล่าสาธารณะว่าด้วยบทบาทของพระมหากษัตริย์ในสังคมไทย เรื่องเล่าวิชาการ 1 เรื่องได้แก่เรื่องเล่าวิชาการว่าด้วยระบบอุปถัมภ์และประชาธิปไตย และเรื่องเล่าแม่บท 1 เรื่องได้แก่เรื่องเล่าแม่บทว่าด้วยการเข้าสู่ประชาธิปไตย
การแปลมุกตลกภาษาในละครซิทคอมเรื่อง Mind Your Language, ฐาปนี ชลิตาภานุกุล
การแปลมุกตลกภาษาในละครซิทคอมเรื่อง Mind Your Language, ฐาปนี ชลิตาภานุกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้จัดทําขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเรื่องบทบรรยายใต้ภาพ, ความขบขัน, และการเล่นคํา เพื่อทําความเข้าใจการเล่นคําที่ก่อให้เกิดความขบขันในละครซิทคอมเรื่อง Mind Your Language แล้วช่วยให้ผู้วิจัยพบแนวทางการแปลที่หลากหลายซึ่งสามารถสร้างอารมณ์ขันให้ผู้ชมในภาษาปลายทางได้ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวทางการแปลบทบรรยายใต้ภาพของเฮนริค ก็อตต์ลีบ (Henrik Gottlieb), การศึกษาความไม่เข้ากัน (Incongruity and Resolution), การศึกษาทฤษฎีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ (Relevance theory) ของแดน สเปอร์เบอร์ (Dan Sperber) และเดร์เดอร์ วิลสัน (Deirdre Wilson), การศึกษาทฤษฎีระบบภาษา (Register theory) ของไมเคิล ฮัลลิเดย์ (Michael Halliday) และแนวทางการแปลการเล่นคําของเดิร์ก ดิลาบาสทิทา (Dirk Delabastita) เพื่อเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ตัวบท และวิเคราะห์ปัญหาในการถ่ายทอดความขบขันในตัวบทที่เป็นสื่อโสตทัศน์ (Audiovisual work) รวมทั้งวางแผนแก้ปัญหาดังกล่าวผลการศึกษาวิจัยพบว่า ทฤษฎีและแนวทางต่าง ๆ ข้างต้นสามารถช่วยให้ผู้วิจัยเข้าใจกระบวนการสร้างความขบขันของการเล่นคำที่สัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง รวมทั้งประเภทของการเล่นคำที่เกิดในแต่ละสถานการณ์ ซึ่งทำให้ผู้วิจัยรู้ว่าควรแปลการเล่นคำในภาษาอังกฤษให้สอดคล้องกับการเล่นคำในภาษาไทยอย่างไร และเมื่อพบการเล่นคำที่มีความแตกต่างด้านวัฒนธรรมร่วมด้วย ผู้วิจัยก็พบว่าควรปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมและสังคมของผู้ชมในภาษาปลายทางเพื่อให้พวกเขาเข้าใจความไม่เข้ากันที่เกิดขึ้นให้เหตุการณ์นั้น ๆ แล้วรู้สึกขบขันตรงตามจุดมุ่งหมายของละครซิทคอม อย่างไรก็ตาม บางกรณีก็มีข้อจำกัดด้านภาพซึ่งปรากฏมาพร้อมกับบทบรรยายใต้ภาพที่มีการเล่นคำ ส่งผลให้ผู้วิจัยไม่อาจคงลักษณะของการเล่นคำตามตัวบทต้นฉบับไว้ได้
Japanese-English Translation: Nishida Kitarō––“Self-Determination Of The Eternal Now” 「永遠の今の自己限定」、西田幾多郎著(昭和六年七月) (July 1931) §1 Of 4; Complete Draft (Supersedes Draft Of 2 Jan 19); Translated By Christopher Southward; Revision And Expansion Underway, Christopher Southward
Comparative Literature Faculty and Student Scholarship
Japanese-English Translation: Nishida Kitarō––“Self-Determination of the Eternal Now” (July 1931) 「永遠の今の自己限定」、西田幾多郎著(昭和六年七月)
§1 of 4; Complete Draft (Supersedes Draft of 2 Jan 2019)
Translated from the Japanese by Christopher Southward; Revision and Expansion Underway, October 2023
Japanese-English Translation: Miki Kiyoshi —Thinking With Master Nishida (First Published In Fujin Kōron, August 1941) Complete Draft; Translated, Edited, And Revised By Christopher Southward, October 2022-September 2023 「西田先生のことども」、三木清著(初発 婦人公論、昭和十六年八月), Christopher Southward
Comparative Literature Faculty and Student Scholarship
Japanese-English Translation: Miki Kiyoshi —Thinking with Master Nishida (First Published in Fujin Kōron, August 1941) Complete Draft; Translated, Edited, and Revised by Christopher Southward, October 2022-September 2023「西田先生のことども」、三木清著(初発 婦人公論、昭和十六年八月)
Source text transcribed and published by Aozora Bunko–a compendium of public-domain Japanese literature, philosophy, and criticism
General website: https://www.aozora.gr.jp
Current text: https://www.aozora.gr.jp/cards/000218/files/50538_37481.html
Retranslation And Interpellation, Andrew Brooks
Retranslation And Interpellation, Andrew Brooks
Living in Languages
No abstract provided.
Confessing The Self Through Translation: The Evolution Of Proust’S Young Girl, Nicole A. Cosentino Phd
Confessing The Self Through Translation: The Evolution Of Proust’S Young Girl, Nicole A. Cosentino Phd
Living in Languages
No abstract provided.
A Study Of Cranf 1927: Woo Kwang Kien And Translation-Cultural Capital, Lisu Wang
A Study Of Cranf 1927: Woo Kwang Kien And Translation-Cultural Capital, Lisu Wang
Living in Languages
Largely ignored by Gaskell scholars, the early Chinese translations of Gaskell’s works have not been carefully looked at. From 1920 to 1945, the publication of four stories by Gaskell-- Cranford, Cousin Phillis, Hand and Heart, and The Old Nurse’s Story, witnessed the transformation from politics-orientated to independence in China’s publishing history. With their growing understanding of foreign literature, Chinese scholars had been translating and criticizing Gaskell’s works, and gradually formed a focus on Cranford. It was not by accident that Cranford has received great popularity: there is no similar novella in contemporary Chinese literature that …
Babel Blackness: The Aesth-Ethical Turn In Post-Colonial Translation, Emanuela Maltese
Babel Blackness: The Aesth-Ethical Turn In Post-Colonial Translation, Emanuela Maltese
Living in Languages
“How do we make art in an ethical way?” (Marlene NourbeSe Philip) is the leading question lying at the basis of this article, which inspired by the story of the unauthorized Italian translation of Zong! seeks to investigate on the ethics of translation and propose a new turn in translation studies, namely a black aesth-ethical one. The proposal here examined is indeed informed by both aesthetics, and ethics. It presents translation as a practice, that draws on recent debates on black aesthetics, with specific reference to the Afro-optimism (AO) of cultural theorist and poet Fred Moten (2013, 2018, 2019) and …
Five Poems By Chase Twichell, Translated By Claire Gacioch, Claire Gacioch, Yolande G. Schutter, Chase Twichell
Five Poems By Chase Twichell, Translated By Claire Gacioch, Claire Gacioch, Yolande G. Schutter, Chase Twichell
Living in Languages
No abstract provided.
“Foreign Soundingness” And Code-Switching Instead Of Translation: An Examination Of A Marketing Strategy In Contemporary Latino/A Music., Nerisha De Nil Padilla Cruz
“Foreign Soundingness” And Code-Switching Instead Of Translation: An Examination Of A Marketing Strategy In Contemporary Latino/A Music., Nerisha De Nil Padilla Cruz
Living in Languages
The focus of this investigation is to analyze the concept of “foreign soundingness” used by David Bellos in his essay “Fictions of the Foreign the Paradox of “Foreign-Soundingness” in the Latino/a music context. Specifically, it is interesting to see how code-switching between English and Spanish in certain songs can be used to connect with the US Latino/a community, but also be a “foreign soundingness” for the audience outside of the mainland. Additionally, I argue that due to the increase in the bilingual populace around the world, it is not necessary for contemporary artists to translate their music to a specific …
Belonging To Harlem: Reading Zora Neale Hurston’S Story In Slang, Rumi Coller-Takahashi
Belonging To Harlem: Reading Zora Neale Hurston’S Story In Slang, Rumi Coller-Takahashi
Living in Languages
This essay examines Zora Neale Hurston’s “Story in Harlem Slang” (1942) to analyze how the reading experience of the story captures relational dynamics in the community of Harlem. Written in the “Harlemese,” a distinctive lexicon developed in the 1920s, the story seemingly serves as a dictionary with an attached glossary and illustrations of the vernacular words. Reading the story, however, not so much allows the readers to join the linguistic community as requires them to be conscious of the border-crossing movements. Such a structure is intertwined with the character’s theatrical life as a male prostitute, whose way of belonging to …
Extreme Translation: Six Medieval Lessons For Everyone, Michelle Warren
Extreme Translation: Six Medieval Lessons For Everyone, Michelle Warren
Dartmouth Scholarship
No abstract provided.
From “A Room Of Your Own” To “A Room Of Her Own”: Women Rewriting Women And The Path To Feminist Practice, Vasiliki Misiou
From “A Room Of Your Own” To “A Room Of Her Own”: Women Rewriting Women And The Path To Feminist Practice, Vasiliki Misiou
Journal of Feminist Scholarship
Virginia Woolf’s A Room of One’s Own (1929) was first translated in Greek by Mina Dalamanga (Odysseus Editions) in 1980. Almost forty years later, in 2019, Vasia Tzanakari was assigned the translation of Woolf’s seminal text by Metaichmio Publications. And in 2021, a new translation by Sparti Gerodimou saw the light of day, published by Erato Publications (2021). Three different women translators have thus rendered Woolf’s text in Greek with all three publications coming out at times marked by significant changes in Greek society. Exploring the context in which the agents were situated and drawing on feminist translation practices and …
กลวิธีการแปลคำที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษในบทบรรยายใต้ภาพ : กรณีศึกษาภาพยนตร์เรื่อง ร่างทรง, พิมพ์ศุภางค์ เมตไตรพันธ์
กลวิธีการแปลคำที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษในบทบรรยายใต้ภาพ : กรณีศึกษาภาพยนตร์เรื่อง ร่างทรง, พิมพ์ศุภางค์ เมตไตรพันธ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาแนวโน้มการเลือกใช้กลวิธีการแปลเพื่อถ่ายทอดความหมายของคำและวลีในบทบรรยายใต้ภาพภาษาอังกฤษ เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ ศาสนาและสิ่งเหนือธรรมชาติของไทยที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง ร่างทรง จำนวนทั้งสิ้น 52 คำ โดยมีสมมติฐานการวิจัยว่าในการแปลเพื่อถ่ายทอดความคำและวลีที่มีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อ ศาสนาและสิ่งเหนือธรรมชาติของไทยจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษในบทบรรยายใต้ภาพภาษาอังกฤษของภาพยนตร์เรื่อง ร่างทรง นั้น ผู้แปลมีแนวโน้มจะเลือกใช้กลวิธีการเทียบทางวัฒนธรรมบ่อยครั้งที่สุด จากการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด ผู้วิจัยพบว่าผู้แปลมีการเลือกใช้กลวิธีการแปลคำทั้งในระดับคำและระดับประโยค ในระดับคำ ผู้แปลเลือกใช้กลวิธีทั้งหมด 55 ครั้ง โดยเลือกใช้กลวิธีการปรับความหนาแน่น 15 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 27.27) การคัดลอกคำด้วยการถ่ายทอดในระดับคำ 15 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 27.27) การเทียบทางวัฒนธรรม 16 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 29.09) การคัดลอกคำด้วยการถ่ายทอดในระดับสัทศาสตร์ 7 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 12.73) และไม่พบการแปล 2 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 3.64) จะเห็นได้ว่าผู้แปลเลือกใช้กลวิธีในระดับคำในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน โดยเลือกใช้กลวิธีการเทียบทางวัฒนธรรมบ่อยครั้งที่สุด ในระดับประโยค ผู้เลือกใช้กลวิธีทั้งหมด 14 ครั้ง โดยเลือกใช้กลวิธีการปรับมุมมอง 4 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 28.57) การจัดเรียงใหม่ 4 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 28.57) การปรับเปลี่ยนตัวบท 4 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 28.57) และการทดแทน 2 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 14.29) จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยพบว่าผู้แปลมีแนวโน้มที่จะเลือกกลวิธีการเทียบเคียงทางวัฒนธรรมบ่อยครั้งมากที่สุดในการแปลคำและวลีทางด้านวัฒนธรรมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ ศาสนาและสิ่งเหนือธรรมชาติเพื่อให้ตัวบทฉบับแปลถ่ายทอดความหมายได้สอดคล้องกับวัฒนธรรมปลายทางซึ่งจะทำให้ผู้รับสารฉบับปลายทางเชื่อมโยงได้โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายเพิ่มเติม ทำให้บทบรรยายใต้ภาพมีลักษณะเป็นไปตามข้อจำกัดของบทบรรยายใต้ภาพทั้งในด้านพื้นที่และด้านเวลา ผลการวิจัยครั้งนี้มีลักษณะสอดคล้องกับผลของงานวิจัยเรื่องการแปลคำทางวัฒนธรรมในส่วนที่ศึกษาเกี่ยวกับกลวิธีการแปลข้ามวัฒนธรรมในการแปลสื่อโสตทัศน์ ที่มีผลลัพธ์ว่ากลวิธีที่เน้นไปทางความเข้าใจของผู้รับสารฉบับปลายทาง โดยกลวิธีที่พบบ่อยครั้งมากที่สุดคือกลวิธีการเทียบทางวัฒนธรรมเช่นเดียวกัน
Colonial Translation Turned Vietnamization: Phạm Quỳnh And The Discourse Of Transculturation, Camellia Pham
Colonial Translation Turned Vietnamization: Phạm Quỳnh And The Discourse Of Transculturation, Camellia Pham
Comparative Literature M.A. Essays
Vietnam during French colonialism (1861-1945) was a site of hybrid enunciations that displayed tensions with multiple languages (Chinese, Vietnamese, French) and multiple scripts (classical Chinese, Nôm script, Quốc Ngữ, and French) while existing under the influence of various powers (the Nguyễn feudal dynasty, the French colonial government, and the nascent Democratic Republic of Vietnam). The array of choices reflected a state of confusion in which every decision made by Vietnamese translators was inherently political. This eccentric hybridity is well exemplified in translations by Phạm Quỳnh 范瓊 (1892-1945), a late Nguyễn dynasty monarchist and early French colonial collaborator.
My paper …
การศึกษาขนบในการแปลชื่อภาพยนตร์ไทยแนวตลก (Comedy Movies), บุญฑิกา รัตนประสิทธิ์กุล
การศึกษาขนบในการแปลชื่อภาพยนตร์ไทยแนวตลก (Comedy Movies), บุญฑิกา รัตนประสิทธิ์กุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาขนบในการแปลชื่อภาพยนตร์ไทยแนวตลก (Comedy Movies) ในช่วงพ.ศ. 2543-2553 และในช่วงพ.ศ. 2554-2565 เพื่อค้นหาว่าในยุคหลังการแปลชื่อภาพยนตร์ไทยแนวตลกมีขนบการแปลอย่างไร และสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวคืออะไร นอกจากนี้ผู้วิจัยยังต้องการศึกษาว่าประเภทย่อยของภาพยนตร์นั้นจะมีผลต่อขนบในการแปลภาพยนตร์หรือไม่ โดยผู้วิจัยได้คัดเลือกชื่อภาพยนตร์แนวตลกทั้งหมด จำนวน 250 รายชื่อ และได้จำแนกประเภทย่อยของภาพยนตร์ในทั้งสองช่วงเวลาออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ ภาพยนตร์ตลก ภาพยนตร์ตลกโรแมนติก ภาพยนตร์ตลกสยองขวัญ ภาพยนตร์ตลกแอ็คชั่น และภาพยนตร์ตลกดราม่า จากการศึกษาผู้วิจัยพบว่า ในยุคแรก กลวิธีการแปลชื่อภาพยนตร์ที่นิยมมากที่สุด ได้แก่ การแปลความ รองลงมาคือการตั้งชื่อใหม่ และการทับศัพท์ตามลำดับ ในขณะที่ช่วงยุคหลังนั้น กลวิธีการแปลชื่อภาพยนตร์ที่นิยมมากที่สุด ได้แก่ การทับศัพท์ การตั้งชื่อใหม่ และการแปลความ เมื่อเปรียบเทียบขนบการแปลชื่อภาพยนตร์ในสองช่วงเวลาตามประเภทย่อยของภาพยนตร์ พบว่ากลุ่มภาพยนตร์ที่มีแนวโน้มของขนบในการแปลโดยเคลื่อนเข้าหาวัฒนธรรมปลายทาง ได้แก่ กลุ่มภาพยนตร์ตลกสยองขวัญ โดยสะท้อนผ่านการใช้กลวิธีการแปลแบบตั้งชื่อใหม่ และกลุ่มภาพยนตร์ตลกแอ็คชั่น ภาพยนตร์ตลกสยองขวัญ และภาพยนตร์ตลกดราม่า โดยสะท้อนผ่านการใช้กลวิธีการแปลความ ทั้งนี้การใช้กลวิธีการแปลความและการตั้งชื่อใหม่อาจทำให้ ผู้ชมเข้าใจเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์และอาจทำให้ผู้ชมตัดสินใจชมภาพยนตร์ สำหรับกลุ่มภาพยนตร์ที่มีแนวโน้มของขนบในการแปลแบบเคลื่อนเข้าหาวัฒนธรรมต้นทาง ได้แก่ กลุ่มภาพยนตร์ตลก และภาพยนตร์ตลกโรแมนติก โดยสะท้อนผ่านกลวิธีการแปลแบบทับศัพท์ ซึ่งการทับศัพท์เป็นการรักษาชื่อในภาษาต้นทาง แต่ในบางกรณีชื่อในต้นทางก็เป็นการทับศัพท์คำภาษาอังกฤษ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ชมในวัฒนธรรมปลายทางเกิดความเข้าใจและสนใจที่จะชมภาพยนตร์ดังกล่าว
การถ่ายทอดวัจนลีลาของตัวละคร Cole และ Solas ในเกม Dragon Age: Inquisition ของบริษัท Bioware, ปทุมจิต อธิคมกมลาศัย
การถ่ายทอดวัจนลีลาของตัวละคร Cole และ Solas ในเกม Dragon Age: Inquisition ของบริษัท Bioware, ปทุมจิต อธิคมกมลาศัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาการแปลวัจนลีลาของตัวละคร Cole และ Solas ในเกม Dragon Age: Inquisition (2014) ผู้วิจัยคัดเลือกตัวอย่างบทสนทนาในเกมดังกล่าวของตัวละครทั้งสองพร้อมบริบทแวดล้อมทั้งหมด 30 หน้า และตั้งสมมติฐานในการวิจัยว่าปัญหาด้านวัจนลีลาอันประกอบด้วยการใช้โครงสร้างประโยคไม่สมบูรณ์ โวหารบุคลาธิษฐาน ถ้อยคำที่มีความกำกวมคลุมเครือ เลียนแบบจังหวะหนักเบาของกาพย์กลอน เล่นสัมผัสอักษร และเลือกสรรถ้อยคำที่มีระดับภาษาสูงกว่าบทสนทนาปกติ ออกมาเป็นบทบรรยายภาษาไทยได้อย่างเหมาะสม มีอรรถรสเทียบเคียงได้กับต้นฉบับนั้นสามารถแก้ไขด้วยการวิเคราะห์วัจนลีลาตามแนวทางการวิเคราะห์และการแปลตัวบทประเภทวิดีโอเกมที่มินาโกะ โอ’เฮเกน (Minako O’Hagan) และการ์เมนแมนจิรอน (Carmen Mangiron) (2013) รายงาน กรอบวิเคราะห์ Systemic functional linguistics (SFL) ของไมเคิล ฮัลลิเดย์ (Michael Halliday, 2014) แนวคิดการแปลวัจนลีลาของจีน โบส-ไบเออร์ (Jean Boase-Beier, 2019) ข้อจำกัดและกลวิธีการแปลบทบรรยายภาพยนตร์ที่เสนอโดยฆอร์เฆ ดิอัซ-ซินตัส (Jorge Díaz-Cintas) และอาลิเนอ รีมาเอล (Aline Remael) (2020) ร่วมกับการศึกษาโครงสร้างประโยคที่ไม่สมบูรณ์ในภาษาไทยผลการวิจัยพบว่าทฤษฎีและแนวทางต่าง ๆ ตามที่ได้ศึกษามีประโยชน์ต่อการแปลเป็นอย่างยิ่ง สามารถใช้แก้ไขปัญหาการถ่ายทอดวัจนลีลาให้มีสมมูลภาพใกล้เคียงกับต้นฉบับ ทั้งยังทำให้ผู้วิจัยตระหนักและใส่ใจเรื่องกลวิธีที่ใช้เพื่อถ่ายทอดวัจนลีลาในภาษาอังกฤษให้ออกมาอย่างเหมาะสมในภาษาไทยด้วยความต่างทางภาษา สรรหาวิธีทดแทนหรือชดเชยอย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับหน้าที่บทบรรยายได้อย่างเหมาะสม
การแปลมุกตลกภาษาจากหนังสือการ์ตูนของ Liz Climo เรื่อง The Lobster Is The Best Medicine, The Little World Of Liz Climo และ Best Bear Ever, เชษฐ์ธิดา ชินพีระเสถียร
การแปลมุกตลกภาษาจากหนังสือการ์ตูนของ Liz Climo เรื่อง The Lobster Is The Best Medicine, The Little World Of Liz Climo และ Best Bear Ever, เชษฐ์ธิดา ชินพีระเสถียร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาแนวทางการแปลมุกตลกจากการเล่นคำและเล่นภาษาในหนังสือการ์ตูนคอมิกสตริปเรื่อง lobster is the best medicine, the little world of liz climo และ best Bear ever ของลิซ คลิโม (Liz Climo) จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ผู้วิจัยได้ศึกษาการถ่ายทอดเนื้อหาของตัวบทการ์ตูนประเภทต่าง ๆ และทฤษฎีการสร้างความขบขันโดยใช้ภาษา เพื่อนำมาประกอบกับแนวทางการวิเคราะห์ตัวบทประเภทสารคดีของคริสติอาเน นอร์ด (Christiane Nord) ในการวิเคราะห์และทำความเข้าใจตัวบทและวางแผนการแปล พร้อมทั้งศึกษาทฤษฎีและแนวทางการแปลต่าง ๆ รวมทั้งประยุกต์ใช้ทฤษฎีการสื่อความโดยใช้วิธีหลากหลาย (Multimodality) และทฤษฎีการแปลการเล่นคำของเดิร์ก เดอลาบาสติตา (Dirk Delabastita) ได้แก่ การแปลการเล่นคำเป็นการเล่นคำ (pun>pun) การแปลการเล่นคำเป็นวรรณศิลป์ที่สัมพันธ์กัน (pun>related rhetorical device) และการแปลการเล่นคำเป็นคำธรรมดา (pun>non-pun) ในการกำหนดแนวทางการแปล เพื่อรักษาลีลาการเล่นภาษาอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้เขียน ในข้อจำกัดเรื่องภาพประกอบ โดยยังถ่ายทอดเนื้อหามุกตลกได้ถูกต้องตามต้นฉบับ และศึกษาทฤษฎีสมมูลภาพ (Equivalence) ของยูจีน ไนดา (Eugene Nida) เพื่อถ่ายทอดความขบขันให้ได้ใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุด ผลการศึกษาพบว่าทฤษฎีและแนวทางการแปลต่าง ๆ ข้างต้นนำมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาการแปลได้ และได้บทแปลที่รักษาลีลาการเล่นภาษา ถ่ายทอดเนื้อหาและสร้างผลลัพธ์ได้ใกล้เคียงกับต้นฉบับ
การแปลภาษาวัยรุ่นในวรรณกรรมเรื่อง Dork Diaries ของ Rachel Renee Russell, ศรัณยา บริสุทธิ์สวัสดิ์
การแปลภาษาวัยรุ่นในวรรณกรรมเรื่อง Dork Diaries ของ Rachel Renee Russell, ศรัณยา บริสุทธิ์สวัสดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการแปลภาษาวัยรุ่น เพื่อแปลภาษาวัยรุ่นในวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง Dork Diaries ของ Rachel Renee Russell ผู้วิจัยตั้งสมมติฐานว่าการใช้ภาษาวัยรุ่นในวรรณกรรมเป็นเจตนาของผู้ประพันธ์ให้ภาษาสื่อความหมายทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ ผู้วิจัยจึงศึกษาทฤษฎีการแปลของ Ernst-August Gutt ที่ประยุกต์มาจากทฤษฎีความเกี่ยวเนื่องมาแก้ปัญหาในการแปล เนื่องจากเป็นทฤษฎีที่พัฒนามาจากแนวคิดวัจนปฏิบัติศาสตร์ จึงน่าจะเหมาะสมกับการแปลภาษาวัยรุ่น นอกจากนั้นผู้วิจัยได้ศึกษากลวิธีการแปลภาษาวัยรุ่นเพิ่มเติมจากงานวิจัยที่ผ่านมารวมถึงแนวคิดการแปลภาษาวัยรุ่นในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการแปลภาษาสแลงที่เป็นลักษณะโดดเด่นของภาษาวัยรุ่น เพื่อเป็นแนวทางในการแปลให้บทแปลบรรลุสามารถเป้าหมายในการสื่อความหมายและสร้างอรรถรสจากการใช้ภาษาวัยรุ่นให้แก่ผู้อ่านภาษาฉบับแปลได้เทียบเท่ากับผู้อ่านภาษาต้นฉบับ ผลการวิจัยพบว่า ทฤษฎีการแปลของ Gutt ช่วยผู้วิจัยในการตัดสินใจเลือกกลวิธีการแปลที่เหมาะสมได้เป็นอย่างดี โดยกลวิธีที่ใช้ในการแปลตัวบทคัดสรรแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มกลวิธีการแปลภาษาที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ประกอบด้วย 7 กลวิธี ได้แก่ การแปลโดยการใช้คำที่ใช้ในวัฒนธรรมปลายทาง การแปลโดยการใช้คำที่เท่าเทียมกัน การแปลด้วยคำที่มีความหมายเป็นกลาง การแปลโดยถอดความด้วยคำที่มีความเชื่อมโยงกับต้นฉบับ การแปลโดยการถอดความด้วยคำที่ไม่มีความเชื่อมโยงกับต้นฉบับ การแปลเป็นคำที่ไม่มาตรฐาน และ การแปลด้วยการทับศัพท์ 2) กลุ่มกลวิธีการแปลโวหารภาพพจน์ ประกอบด้วย 3 กลวิธี ได้แก่ การแปลตรงตัว การแปลแบบตรงตัวและตีความ และ การแปลด้วยโวหารเทียบเคียง 3) กลุ่มกลวิธีการแปลการเล่นคำ ประกอบด้วย 1 กลวิธี ได้แก่ การแปลการเล่นคำในภาษาต้นทางเป็นการเล่นคำในภาษาปลายทาง
การแปลคําศัพท์ด้านวัฒนธรรมในการ์ตูนช่องเรื่อง ฉันชื่อแสงดาว ของ Ancienttear C. Zanael, ศศินิภา ศรีสุคนธรัตน์
การแปลคําศัพท์ด้านวัฒนธรรมในการ์ตูนช่องเรื่อง ฉันชื่อแสงดาว ของ Ancienttear C. Zanael, ศศินิภา ศรีสุคนธรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์นี้มุ่งหาแนวทางในการแปลคำด้านวัฒนธรรมที่ปรากฏในการ์ตูนช่องเรื่อง ฉันชื่อแสงดาว จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ผู้วิจัยใช้กลวิธีการแปลแบบรักษาความแปลกต่างของลอเรนซ์ เวนุติ (Lawrence Venuti) ในการรักษากรอบการแปล ประกอบกับสังเคราะห์กลวิธีการแปลคำทางวัฒนธรรม 12 วิธีของปีเตอร์ นิวมาร์ก (Peter Newmark) และแนวทางการประยุกต์ใช้กลวิธีการแปลคำทางวัฒนธรรมประเภทต่าง ๆ ของสุพรรณี ปิ่นมณีออกมาได้เป็น 7 กลวิธี ได้แก่ 1) ใช้การถอดเสียงหรือคำทับศัพท์ 2) ใช้การเทียบเคียงคำทางวัฒนธรรม 3) ใช้การแปลแบบตรงตัว หรือแปลแบบคำต่อคำ 4) ใช้การละ 5) ใช้เชิงอรรถหรืออธิบายความ 6) ใช้การแปลแบบกว้าง 7) การใช้กลวิธีร่วมกัน ผลการศึกษาพบว่ากลวิธีที่ยกมาทั้ง 7 ประการสามารถนำมาใช้ในการแปลตัวบทได้ทั้งหมด โดยใช้กลวิธีการแปลแบบตรงตัวมากที่สุด 14 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 35 ของจำนวนทั้งหมด และใช้กลวิธีการแปลแบบละน้อยที่สุด 1 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 2 ของจำนวนทั้งหมด ทั้งนี้ผู้วิจัยพบปัญหาในด้านข้อจำกัดของพื้นที่ เมื่อนำข้อความบรรจุลงในกรอบคำพูด บางประโยคมีความยาวมากเนื่องจากต้องเก็บความหมายจากภาษาต้นทางให้ครบถ้วนทำให้ไม่สามารถบรรจุลงในกรอบได้พอดี จึงต้องอาศัยการปรับขนาดตัวอักษรและจัดย่อหน้าใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตัวบท
การแปลการเล่นคําจากหนังสือ The Unofficial Harry Potter Joke Book: Great Guffaws For Gryffindor ของ Brian Boone, เพ็ญสิริ บุญแสนแผน
การแปลการเล่นคําจากหนังสือ The Unofficial Harry Potter Joke Book: Great Guffaws For Gryffindor ของ Brian Boone, เพ็ญสิริ บุญแสนแผน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการแปลการเล่นคําจากหนังสือ The Unofficial Harry Potter Joke Book: Great Guffaws for Gryffindor ของ Brian Boone จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ตัวบทเป็นการนำเสนอมุกตลกหลากหลายรูปแบบในบริบทของหนังสือและภาพยนตร์ชุดเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งการนำเสนอมุกตลกนั้นมีการใช้การเล่นคำที่โดดเด่น การแปลการเล่นคำในคู่ภาษาที่มีลักษณะการใช้ภาษาที่แตกต่างกันนั้นมีความท้าทายและไม่อาจทำได้ง่าย ผู้วิจัยนำแนวทางการแปลการเล่นคำของเดิร์ก เดอลาบาสติตา มาใช้เป็นแนวทางในการแปลการเล่นคำในตัวบท ประกอบกับการศึกษาโครงสร้างและบทบาทการเล่นคำในภาษาอังกฤษและภาษาไทย และแนวทางการนำเสนอความตลกในบริบทภาษาไทย เพื่อให้เข้าใจลักษณะการเล่นคำและสามารถถ่ายทอดบทแปลที่รักษาไว้ซึ่งการเล่นคำและความตลกได้อย่างเหมาะสม ผลการวิจัยพบว่า การแปลเพื่อรักษาการเล่นคำในตัวบทมุกตลกซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของสารนิพนธ์เล่มนี้ สามารถทำได้โดยใช้แนวทางการแปลการเล่นคำของเดิร์ก เดอลาบาสติตา และคำนึงถึงลักษณะการเล่นคำที่เหมาะสมและเป็นไปได้ในภาษาไทย รวมถึงสร้างสรรค์ความตลกในบทแปลตามแนวทางการนำเสนอความตลกที่รวบรวมโดยนารีรัตน์ บุญช่วย จึงทำให้สามารถถ่ายทอดบทแปลที่คงไว้ซึ่งการเล่นคำที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับและสร้างความตลกสนุกสนานให้กับผู้อ่านบทแปลได้