Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Translation Studies Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Articles 31 - 60 of 80

Full-Text Articles in Translation Studies

A Study Of The Problems Encountered By Interpreters In Translating Criminal Case Examination Questions From Thai Into English, Brian Keith Cutshall Jan 2021

A Study Of The Problems Encountered By Interpreters In Translating Criminal Case Examination Questions From Thai Into English, Brian Keith Cutshall

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The official language used in the Thai judicial system is the Thai central dialect. All documentation and testimony must be submitted in this language. Because of this, all documentation in a foreign language that needs to be submitted to the court must first be translated into Thai. Additionally, non-proficient speakers of Thai (NPT’s) require the services of an interpreter to render their foreign language testimony into Thai during court proceedings. The goal of this research was to study and better understand the types of problems that interpreters in court have in interpreting criminal case examination questions from Thai into English. …


Automatic Subtitling And Machine Translation In Aiding English To Thai Simultaneous Interpretation, Nutdanai Sornchai Jan 2021

Automatic Subtitling And Machine Translation In Aiding English To Thai Simultaneous Interpretation, Nutdanai Sornchai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

With the development of automatic speech recognition (ASR) and machine translation (MT) technology in recent years, their uses in simultaneous interpretation (SI) have been a subject of interest. This research, conducted to study these technologies in aiding the SI process, has four participants interpreted (English to Thai) three comparable speeches with automatic subtitling, with MT, and without subtitling. An audience then rated the interpretation renditions and answered a comprehension questionnaire. According to the participants, automatic subtitling allowed them to cross-check their translation, while MT provided a way to decrease the cognitive effort. According to the audience, automatic subtitling has a …


Smartphone-Tapping Vs Hand-Writing: A Comparative Study Of Note-Taking Alternatives For Consecutive Interpretation, Panuwat Sojaiwong Jan 2021

Smartphone-Tapping Vs Hand-Writing: A Comparative Study Of Note-Taking Alternatives For Consecutive Interpretation, Panuwat Sojaiwong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Tapping on a smartphone has expanded beyond texting, from interpersonal interaction to taking notes in an academic context. More specifically, consecutive interpreters, both novice and experienced, who are accustomed to smartphone tapping on a daily basis may be able to take notes on their smartphones. The study investigates the modern method of tapping on a smartphone as a note-taking alternative to the classic method of pen and paper. Six Thai interpreting students participated in a consecutive interpretation experiment. Participants were given the opportunity to practice both hand-writing and smartphone tapping for their consecutive interpretation tasks. The data was collected in …


การศึกษากลวิธีการแปลข่าวออนไลน์เรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 59 จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ของสำนักข่าวไทย, อาณัติ ศักดารณรงค์ Jan 2021

การศึกษากลวิธีการแปลข่าวออนไลน์เรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 59 จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ของสำนักข่าวไทย, อาณัติ ศักดารณรงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์เล่มนี้มุ่งศึกษาแนวทางการแปลข่าวออนไลน์เกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 59 จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยของฝ่ายข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวไทย ผู้วิจัยได้ประยุกต์ใช้กระบวนการแบบจำลองผู้เฝ้าประตูในการแก้ปัญหาการแปลข่าวตามแนวทางของ Erkka Vuorinen (1995) ที่ระบุว่า ผู้แปลใช้กระบวนการแบบจำลองผู้เฝ้าประตูทั้งสี่กระบวนการ ได้แก่ การเพิ่มข้อมูล การตัดข้อมูล การจัดเรียงข้อมูลใหม่ และการแทนที่ข้อมูลในการจัดการข้อมูลข่าว นอกจากนี้ ผู้วิจัยได้เลือกใช้แนวทางการวางกรอบเรื่องเล่าในการแปลของ Baker (2006) เพื่อวิเคราะห์บทบาทของผู้เรียบเรียงข่าวต่อการกำหนดกรอบความคิดของผู้รับสารอีกด้วย ผู้วิจัยคัดเลือกตัวอย่างข่าวเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 59 ซึ่งสำนักข่าวต่างประเทศเขียนเป็นภาษาอังกฤษ จำนวน 50 ข่าว และข่าวแปลเป็นภาษาไทยโดยฝ่ายข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวไทย 50 ข่าว ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 - มกราคม 2564 เพื่อนำมาใช้วิเคราะห์ด้วยกระบวนการแบบจำลองผู้เฝ้าประตูและแนวทางวางกรอบเรื่องเล่าในการแปล นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังได้สัมภาษณ์บรรณาธิการและผู้เรียบเรียงข่าวของฝ่ายข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวไทย จำนวน 2 คน เพื่อพิสูจน์สมมติฐานว่า ผู้เรียบเรียงข่าวของฝ่ายข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวไทย ได้นำกระบวนการแบบจำลองผู้เฝ้าประตูทั้งสี่กระบวนการมาประยุกต์ใช้ในการแปลข่าวเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และผู้เรียบเรียงข่าวมีบทบาทต่อการกำหนดกรอบความคิดของผู้รับสารตามแนวทางการวางกรอบเรื่องเล่าในการแปล ผลวิจัยพบว่า การแปลข่าวเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 59 จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ของฝ่ายข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวไทย ใช้กระบวนการแบบจำลองผู้เฝ้าประตูทั้งสี่กระบวนการตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ กล่าวคือ พบการตัดข้อมูลมากที่สุด ร้อยละ 55 ตามด้วยการเพิ่มข้อมูล ร้อยละ 20 การจัดเรียงข้อมูลใหม่ ร้อยละ 18 และการแทนที่ข้อมูล ร้อยละ 7 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการสื่อสารข้อมูลข้ามวัฒนธรรมและทำให้ผู้รับสารเข้าใจบริบทแวดล้อมของสถานการณ์ต่าง ๆ ตามข้อจำกัดของข่าวออนไลน์ด้วยการจัดลำดับความสำคัญของเนื้อหาและทำให้ข้อมูลสั้นกระชับตามหลักการเขียนข่าวแบบพีระมิดหัวกลับ นอกจากนี้ ผู้วิจัยพบว่าผู้เรียบเรียงยังมีบทบาทต่อการกำหนดกรอบความคิดของผู้รับสารตามแนวทางการวางกรอบเรื่องเล่าในการแปล กล่าวคือ พบว่ามีการกำหนดกรอบโดยการเลือกสรรข้อมูลมากที่สุด ร้อยละ 47 ตามด้วยการกำหนดกรอบโดยการเลือกใช้ถ้อยคำตีตรา ร้อยละ 23 การกำหนดกรอบโดยการเปลี่ยนตำแหน่งผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ ร้อยละ 16 และการกำหนดกรอบโดยการใช้เงื่อนเวลาและสถานที่ ร้อยละ 14 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความเป็นกลาง หลีกเลี่ยงประเด็นละเอียดอ่อน และลดความเอนเอียงในการนำเสนอข่าว


Investigation Of An Automatic Speech Recognition Software For Numbers Trigger Management In Remote Simultaneous Interpretation From English To Thai., Chirattikarn Kittimongkolmar Jan 2021

Investigation Of An Automatic Speech Recognition Software For Numbers Trigger Management In Remote Simultaneous Interpretation From English To Thai., Chirattikarn Kittimongkolmar

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

No abstract provided.


The Use Of Asr-Cai Tool And Its Impact On Interpreters’ Performance During Simultaneous Interpretation, Pannapat Tammasrisawat Jan 2021

The Use Of Asr-Cai Tool And Its Impact On Interpreters’ Performance During Simultaneous Interpretation, Pannapat Tammasrisawat

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Ever since automatic speech recognition (ASR) was introduced as a means to improve the terminology lookup mechanism and reduce additional cognitive effort in performing a terminology query, many studies have been conducted to investigate the use of ASR-CAI tools in simultaneous interpretation (SI). However, few studies have implemented the process-oriented method in addition to the product-based method in analyzing how the use of ASR-CAI tools may affect the interpreting process. By using both product/process-oriented approaches, this paper set out to investigate the impact of ASR-CAI tool on interpreters’ overall performance. The results showed that the support of ASR-CAI tool led …


User-Side Assessment On English To Thai And Thai To English Machine Interpreting: The Case Of Google Translate, Thatchaphon Silpi Jan 2021

User-Side Assessment On English To Thai And Thai To English Machine Interpreting: The Case Of Google Translate, Thatchaphon Silpi

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aims to assess Google Translate´s effectiveness in English-Thai consecutive interpreting based on users' comprehension and to investigate users’ satisfaction with MI renditions. Ten native speakers of Thai and eight native speakers of English were asked to listen to the translated speeches and complete a questionnaire to assess the Adequacy and Fluency of the MI. The findings showed that in terms of Adequacy of the English to Thai MI participants’ comprehension scores ranged from 2.4 to 3.45 out of 5, while Fluency received less than half of the maximum scores in all areas. In comparison, for the direction of …


การแปลกริยานุเคราะห์ในข้อบังคับการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภาและการประชุมคณะมนตรีบริหารสหภาพรัฐสภา, โกศล อุดมศิลป์ Jan 2021

การแปลกริยานุเคราะห์ในข้อบังคับการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภาและการประชุมคณะมนตรีบริหารสหภาพรัฐสภา, โกศล อุดมศิลป์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อหาแนวทางการแปลกริยานุเคราะห์ Shall, May และ Will ในข้อบังคับการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภาและข้อบังคับการประชุมคณะมนตรีบริหารสหภาพรัฐสภาจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย โดยมีคำถามการวิจัยว่ากริยานุเคราะห์ทั้ง 3 คำดังกล่าวมีความหมายและหน้าที่ อย่างไรในบริบทกฎหมายและสามารถแปลเป็นภาษาไทยได้ว่าอะไร ผลการวิจัยจากเอกสารและแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องพบว่า กริยานุเคราะห์ Shall, May และ Will ที่ใช้ในข้อบังคับของสหภาพรัฐสภาที่คัดสรรนับว่าเป็นหัวใจสำคัญของประโยค โดยเฉพาะในฐานะคำบอกทัศนะภาวะปริพัทธซึ่งเป็นเรื่องภาวะหน้าที่ การอนุญาต และการสั่งห้าม ในการแปลคำกริยานุเคราะห์ทั้ง 3 คำในตัวบทดังกล่าว ผู้วิจัยจึงนำเสนอแนวทางการแปลซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ Shall เป็นเรื่องของพันธะหน้าที่ May เป็นเรื่องของการอนุญาตและดุลยพินิจ และ Will เป็นเรื่องพันธะหน้าที่ซึ่งเกี่ยวโยงกับอนาคตกาลหรือเงื่อนไข โดยรูปภาษาที่ใช้ขึ้นอยู่ลักษณะการใช้งานในแต่ละประโยคและบริบท โดยสามารถอ้างอิงคำที่ใช้ในข้อบังคับการประชุมของรัฐสภาไทยประกอบการแปลได้ ผลการวิจัยและบทแปลที่ได้จากสารนิพนธ์ฉบับนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกรัฐสภา เจ้าหน้าที่รัฐสภา และบุคคลในวงงานรัฐสภาในการนำไปใช้ในภารกิจด้านรัฐสภาระหว่างประเทศของรัฐสภาไทย รวมถึงต่อผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการแปลกริยานุเคราะห์ในบริบทต่าง ๆ ต่อไป


การแปลศัพท์เฉพาะทางในข้อเสนอกฎหมายการบริการดิจิทัลและข้อเสนอกฎหมายการตลาดดิจิทัลของสหภาพยุโรป, นพรุจ พงษ์สิทธิถาวร Jan 2021

การแปลศัพท์เฉพาะทางในข้อเสนอกฎหมายการบริการดิจิทัลและข้อเสนอกฎหมายการตลาดดิจิทัลของสหภาพยุโรป, นพรุจ พงษ์สิทธิถาวร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้เป็นวิจัยประเภทโครงการแปลในหัวข้อ ‘การแปลศัพท์เฉพาะทางในข้อเสนอกฎหมายการบริการดิจิทัลและข้อเสนอกฎหมายการตลาดดิจิทัลของสหภาพยุโรป’ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาทฤษฎีและแนวทางด้านการแปลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งศึกษาแนวทางการวิเคราะห์ตัวบทประเภทกฎหมาย 2) เพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายการให้บริการดิจิทัลและกฎหมายการตลาดดิจิทัล 3) เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างคำศัพท์และบัญญัติศัพท์เฉพาะทาง 4) เพื่อแปลคำศัพท์เฉพาะทางเกี่ยวกับกฎหมายดิจิทัลจากข้อเสนอกฎหมายการให้บริการดิจิทัลและข้อเสนอกฎหมายการตลาดดิจิทัลในส่วนของบทนิยามและอภิธานศัพท์ที่คณะกรรมาธิการยุโรปจัดทำขึ้นในเว็บไซต์ของตน และ 5) เพื่อแปลตัวบทคัดสรรจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยจากข้อเสนอกฎหมายทั้งสองฉบับ ผู้วิจัยได้ตั้งสมมติฐานไว้ว่า การแปลคำศัพท์เฉพาะทางเกี่ยวกับกฎหมายดิจิทัลและตัวบทคัดสรรในข้อเสนอกฎหมายการให้บริการดิจิทัลและกฎหมายการตลาดดิจิทัลให้สามารถถ่ายทอดความหมายได้ครบถ้วนและเหมาะสมนั้น จะต้องใช้วิธีการแปลบัญญัติศัพท์ทั้งหมดสามวิธี ได้แก่ 1) วิธีทาบเทียบ (mapping-matching) 2) วิธียืมตรง (direct borrowing) 3) วิธียืมตรงโดยมีคำอธิบายเสริมสั้น ๆ ผลการศึกษาในภาพรวมสนับสนุนสมมติฐานโดยพบว่า วิธีการแปลบัญญัติศัพท์ด้วยวิธีทาบเทียบ (mapping-matching) สามารถนำมาใช้ได้กับคำศัพท์ที่คัดสรรทั้งหมด 17 คำ เช่น Content moderation, Digital Services Coordinator, Very Large Online Platforms คำกลุ่มนี้จะเป็นคำที่ความหมายสามารถนำคำไทยที่มีอยู่แล้วมาแปลเทียบรายคำได้ เนื่องจากมีความหมายไม่ซับซ้อนหรือมีความหมายคนที่ภาษาไทยมีคำที่ใช้แทนความหมายได้อย่างตรงตัวอยู่แล้ว วิธีการแปลบัญญัติศัพท์ด้วยวิธียืมตรง (direct borrowing) สามารถนำมาไปใช้กับคำศัพท์ที่คัดสรรทั้งหมดสามคำ ได้แก่ online interface, cloud computing services, และ software application คำกลุ่มนี้จะเป็นคำที่มีใจความที่ใหม่สำหรับวัฒนธรรมไทย และมีความหมายค่อนข้างซับซ้อน ทำให้ไม่มีคำไทยเดิมที่เหมาะแก่การนำมาใช้เพื่อสื่อความได้อย่างสั้นและกระชับ วิธีการแปลบัญญัติศัพท์ด้วยวิธียืมตรงโดยมีคำอธิบายเสริมสั้น ๆ ไม่ปรากฏคำศัพท์คัดสรรที่ต้องใช้วิธีนี้ในการแปล นอกจากนี้ วิธีการแปลนอกเหนือจากสมมติฐานที่ผู้วิจัยนำมาใช้มีสามวิธี ได้แก่ 1) แปลโดยการใช้คำศัพท์ที่มีอยู่แล้วประกอบคำอธิบายเพิ่มเติมและใช้แนวทางการบัญญัติศัพท์ด้วยวิธีทาบเทียบ (mapping-matching) (8 คำ) 2) แปลแบบตีความและใช้แนวทางการบัญญัติด้วยวิธีแปลยืม (loan translation) ในส่วนหนึ่งของคำและแปลโดยใช้วิธียืมตรง (direct borrowing) ในอีกส่วนหนึ่ง (1 คำ) และ 3) แปลแบบตีความและใช้แนวทางการบัญญัติด้วยวิธีทาบเทียบ (mapping-matching) ในส่วนหนึ่งของคำและแปลโดยใช้วิธียืมตรง (direct borrowing) ในอีกส่วนหนึ่ง (1 คำ)


การแปลคำศัพท์ด้านวัฒนธรรมภาษาฟาร์ซี (อัฟกานิสถาน) ในนวนิยายเรื่อง A Thousand ​Splendid Suns ของ Khaled Hosseini, พนิตนุช สัจจมงคล Jan 2021

การแปลคำศัพท์ด้านวัฒนธรรมภาษาฟาร์ซี (อัฟกานิสถาน) ในนวนิยายเรื่อง A Thousand ​Splendid Suns ของ Khaled Hosseini, พนิตนุช สัจจมงคล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษากลวิธีการแปล ลักษณะภาษาและระบบเสียงของภาษาฟาร์ซี ประวัติศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรมของประเทศอัฟกานิสถานเพื่อทำความเข้าใจกลวิธีการแปล ลักษณะเสียงของภาษาฟาร์ซี ฉากของเรื่อง ความเป็นอยู่ของตัวละครและสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมอัฟกันแล้วประยุกต์ใช้ในจัดการกับคำศัพท์ทางวัฒนธรรมภาษาฟาร์ซี (อัฟกานิสถาน) ในวรณกรรมเรื่อง A Thousand Splendid Suns ของคอลิด ฮุซัยนีย์ ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องที่นำมาใช้ในการศึกษาเพื่อหาแนวทางการแปลคำศัพท์ทางวัฒนธรรมที่เป็นประเด็นวิจัย ได้แก่ ทฤษฎีวาทกรรมวิเคราะห์ของคริสเตียอาเน่ นอร์ด แนวทางการวิเคราะห์ตัวบทประเภทวรรณกรรมของทอมลินสันและลินช์-บราวน์ แนวทางการศึกษาวรรณกรรมหลังยุคอาณานิคมของบิล แอชครอฟท์และคณะ การแปลแบบตีความของฌอง เดอลิล การศึกษารูปแบบการแก้ปัญหาในการแปลของแอนโทนี่ พิมประกอบกับนิยามและประเภทของวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ สังคมวัฒนธรรมของประเทศอัฟกานิสถาน ลักษณะภาษาฟาร์ซี และการใช้คำทับศัพท์ ทั้งนี้ กรอบการวิเคราะห์ที่นำมาใช้ในการศึกษาครั้งนี้ จะต้องนำทฤษฎีที่เกี่ยวข้องทั้งในด้านการวิเคราะห์ตัวบทต้นฉบับ และทฤษฎีการแปลเข้ามาช่วยให้สามารถถ่ายทอดบทแปลได้ใกล้เคียงหรือเทียบเท่าต้นฉบับ โดยเห็นว่าทฤษฎีวาทกรรมวิเคราะห์ของคริสเตียอาเน่ นอร์ด แนวทางการวิเคราะห์ตัวบทประเภทวรรณกรรมของทอมลินสันและลินช์-บราวน์ แนวทางการศึกษาวรรณกรรมหลังยุคอาณานิคมของบิล แอชครอฟท์และคณะ การแปลแบบตีความของฌอง เดอลิล การศึกษารูปแบบการแก้ปัญหาในการแปลของแอนโทนี่ พิมประกอบกับนิยามและประเภทของวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ สังคมวัฒนธรรมของประเทศอัฟกานิสถาน ลักษณะภาษาฟาร์ซีรวมทั้งจากเอกสารตัวอักษรและการสอบถามเจ้าของภาษาฟาร์ซี และการใช้คำทับศัพท์เพียงพอ ช่วยให้สามารถเลือกกลวิธีการแปลที่เหมาะสมกับการแปลตัวบทต้นฉบับ เพื่อถ่ายทอดจินตภาพและหน้าที่ในฐานะสื่อที่ผู้เขียนต้นฉบับต้องการสื่อไปยังผู้รับสารงานแปล จากการศึกษาทฤษฎีข้างต้นพบว่า การใช้ทฤษฎีต่าง ๆ ดังกล่าวช่วยให้สามารถนำมาประยุกต์สร้างหลักเกณฑ์การทับศัพท์คำศัพท์ทางวัฒนธรรมและเลือกใช้กลวิธีการแปลที่เหมาะสมกับตัวบทให้ถ่ายทอดความหมายและเจตนารมณ์ของผู้เขียนได้อย่างครบถ้วน แต่ด้วยข้อจำกัดทางความรู้ด้านสัทศาสตร์และอรรถศาสตร์ของภาษาฟาร์ซีทำให้ไม่สามารถสร้างหลักเกณฑ์การทับศัพท์จากภาษาฟาร์ซี (อัฟกานิสถาน) เป็นภาษาไทยได้แม่นยำสมบูรณ์


การแปลภาษาถิ่นจาเมกาในนวนิยายยุคหลังอาณานิคม เรื่อง The Book Of Night Women โดย มาร์ลอน เจมส์, หรรษา ต้นทอง Jan 2021

การแปลภาษาถิ่นจาเมกาในนวนิยายยุคหลังอาณานิคม เรื่อง The Book Of Night Women โดย มาร์ลอน เจมส์, หรรษา ต้นทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ เป็นการศึกษาแนวทางการแปลภาษาถิ่นจาเมกาในวรรณกรรมยุคหลังอาณานิคมเรื่อง The Book of Night Women ของ Marlon James ซึ่งเป็นนวนิยายที่สะท้อนถึงความหลากหลายทางภาษา ชาติพันธุ์และวัฒนธรรมในประเทศจาเมกาผ่านการใช้ภาษาของผู้เขียน ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดหลังอาณานิคม แนวคิดวรรณกรรมยุคหลังอาณานิคม ลักษณะภาษาถิ่นจาเมกา ลักษณะภาษาไทยถิ่นอีสานและภาษาไทยถิ่นโคราช ลักษณะภาษาเก่า รวมทั้งแนวทางการแปลภาษาถิ่นและภาษาต่างมาตรฐานอื่น ๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางการแปลที่รักษาความหลากหลายทางภาษาที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรมของประเทศจาเมกา ผลการวิจัยพบว่าการแปลเพื่อรักษาความหลากหลายทางภาษาซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายของสารนิพนธ์ฉบับนี้ทำได้โดยการวิเคราะห์ลักษณะภาษาที่ใช้ในตัวบทต้นฉบับและนำมาเทียบเคียงกับลักษณะของภาษาไทยถิ่นอีสานและภาษาไทยถิ่นโคราชเพื่อถ่ายทอดภาษาที่แตกต่างกันไปตามเชื้อชาติของตัวละคร เกิดเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาการแปลที่สามารถถ่ายทอดความหลากหลายทางภาษาจนนำไปสู่การถ่ายทอดต้นฉบับได้อย่างใกล้เคียง นอกจากนี้ แนวทางการแปลนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการต่อต้านอำนาจอาณานิคมและช่วยส่งเสริมการแสดงออกถึงอัตลักษณ์และตัวตนของคนที่ใช้ภาษาที่ไม่ใช่ภาษาศูนย์กลาง


การแปลบทสนทนาภาษาถิ่น Irish English ในนวนิยายเรื่อง The Commitments โดย Roddy Doyle, พิมพ์สุจี กิติโชตน์กุล Jan 2021

การแปลบทสนทนาภาษาถิ่น Irish English ในนวนิยายเรื่อง The Commitments โดย Roddy Doyle, พิมพ์สุจี กิติโชตน์กุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาการแปลลักษณะภาษาถิ่น Irish English หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ภาษา Hiberno-English ในนวนิยายหลัง อาณานิคมเรื่อง The Commitments จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งตัวบทมีการใช้ภาษาอังกฤษต่างมาตรฐาน รวมไปถึงคำหยาบและคำสแลงที่มีความแตกต่างจากภาษาปลายทางเป็นอย่างมาก ผู้วิจัยได้นำแนวทางการศึกษาวรรณกรรมยุคหลังอาณานิคมของบิล แอชครอฟท์และคณะ ลักษณะของภาษา Hiberno-English และทฤษฎีภาษาศาสตร์ระบบ-หน้าที่ของเอ็ม.เอ.เค. ฮัลลิเดย์ และคณะ มาใช้เป็นแนวทางการแปลเพื่อสร้างความหลากหลายทางภาษาและถ่ายทอดภาษา Hiberno-English ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชนชั้นแรงงานในไอร์แลนด์ยุคหลังอาณานิคม ผลการวิจัยพบว่า การแปลเพื่อรักษาความหลากหลายทางภาษาเป็นเป้าหมายหลักของสารนิพนธ์ฉบับนี้ ซึ่งทำได้โดยการแปลให้ความสำคัญกับตัวลักษณะภาษาที่ต่างมาตรฐานในตัวบทและประยุกต์ใช้ความต่างมาตรฐานของภาษาพูดในปลายทางผสมผสานกับภาษาถิ่นไทยกาญจนบุรี แนวทางการแปลเพื่อสะท้อนความหลากหลายทางภาษานี้สามารถสะท้อนการต่อต้านอำนาจอาณานิคม ช่วยแก้ปัญหาในการวิจัย และนำไปสู่การถ่ายทอดที่สะท้อนตัวบทต้นฉบับได้อย่างใกล้เคียง


การถ่ายทอดความเป็นสมัยใหม่นิยม (Modernism) ในบทกวีนิพนธ์เรื่อง “The Love Song Of J. Alfred Prufrock” โดย ที.เอส. เอเลียต (T.S. Eliot), มิรา อุไรกุล Jan 2020

การถ่ายทอดความเป็นสมัยใหม่นิยม (Modernism) ในบทกวีนิพนธ์เรื่อง “The Love Song Of J. Alfred Prufrock” โดย ที.เอส. เอเลียต (T.S. Eliot), มิรา อุไรกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาการถ่ายทอดความเป็นสมัยใหม่นิยม (Modernism) ในบท กวีนิพนธ์เรื่อง “The Love Song of J. Alfred Prufrock” โดย ที.เอส. เอเลียต จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับแนวคิดสมัยใหม่นิยมในบริบทของโลกตะวันตกและบทวิเคราะห์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการประพันธ์กวีนิพนธ์ของที.เอส. เอเลียต เพื่อนำมาใช้เป็น แนวทางการวิเคราะห์ตัวบท พร้อมทั้งศึกษาแนวคิดสมัยใหม่นิยมที่เกี่ยวข้องกับการประพันธ์ กวีนิพนธ์ในประเทศไทย แนวทางการประพันธ์กวีนิพนธ์ของกวีไทยร่วมสมัย ตลอดจนทฤษฎีการแปลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แนวทางการแปลกวีนิพนธ์ของฟรานซิส อาร์. โจนส์ (Francis R. Jones) รวมถึงแนวคิดเรื่องสัมพันธบท (Intertextuality) และกลวิธีการแปลของลอว์เรนซ์ เวนูติ (Lawrence Venuti) เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการแปลเพื่อถ่ายทอดความเป็นสมัยใหม่นิยมอันเป็นแนวคิดสำคัญของกวีนิพนธ์เรื่องนี้ ผลการวิจัยพบว่า การแปลเพื่อถ่ายทอดความเป็นสมัยใหม่นิยมอันเป็นเป้าหมายหลักของสารนิพนธ์ฉบับนี้ ทำได้ด้วยการวิเคราะห์และสังเคราะห์คุณลักษณะต่าง ๆ ที่สะท้อนความเป็นสมัยใหม่นิยมภายในตัวบทต้นฉบับ โดยประยุกต์ใช้โครงสร้างกวีนิพนธ์แบบผิดแผกจาก ขนบของกวีไทยในยุคร่วมสมัย และให้ความสำคัญกับความหมายเป็นหลัก ซึ่งสามารถสะท้อนความเป็นสมัยใหม่นิยมที่ตั้งคำถามต่อขนบ ทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาในการวิจัย และนำไปสู่บทแปลที่สามารถสะท้อนตัวบทต้นฉบับได้อย่างใกล้เคียง


การศึกษาขนบในการแปลชื่อภาพยนตร์บันเทิงคดีแนววิทยาศาสตร์ (Science Fiction Movies), ณพัฐธิกา จุลเด็น Jan 2020

การศึกษาขนบในการแปลชื่อภาพยนตร์บันเทิงคดีแนววิทยาศาสตร์ (Science Fiction Movies), ณพัฐธิกา จุลเด็น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาขนบในการแปลชื่อภาพยนตร์บันเทิงคดีแนววิทยาศาสตร์ (Science Fiction: Sci-fi) ระหว่างช่วงพ.ศ. 2541-2555 และช่วงพ.ศ. 2556-2563 เพื่อค้นหาว่าในยุคหลังการแปลชื่อภาพยนตร์บันเทิงคดีแนววิทยาศาสตร์มีขนบการแปลอย่างไร และสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวคืออะไร นอกจากนี้ผู้วิจัยยังต้องการศึกษาว่าประเภทย่อยของภาพยนตร์นั้นจะมีผลต่อขนบในการแปลภาพยนตร์หรือไม่ โดยผู้วิจัยได้คัดเลือกชื่อภาพยนตร์ไซไฟทั้งหมดจำนวน 229 รายชื่อ และได้จำแนกประเภทย่อยของภาพยนตร์ในทั้งสองช่วงเวลาออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ ภาพยนตร์ไซไฟ-แอ็คชั่น ภาพยนตร์ไซไฟ-ระทึกขวัญ ภาพยนตร์ไซไฟ-ผจญภัย ภาพยนตร์ไซไฟ-ตลก และภาพยนตร์ไซไฟ-โรแมนติก จากการศึกษาผู้วิจัยพบว่า ในยุคหลังนั้น กลุ่มภาพยนตร์ที่มีแนวโน้มของขนบในการแปลโดยเคลื่อนเข้าหาวัฒนธรรมปลายทาง ได้แก่ กลุ่มภาพยนตร์ไซไฟ-ตลก โดยสะท้อนผ่านการใช้กลวิธีการแปลแบบตั้งชื่อใหม่ และกลุ่มภาพยนตร์ไซไฟ-โรแมนติก โดยสะท้อนผ่านการใช้กลวิธีการแปลความ ทั้งนี้การใช้กลวิธีการแปลความและการตั้งชื่อใหม่อาจทำให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์และอาจทำให้ผู้ชมตัดสินใจรับชมภาพยนตร์ สำหรับกลุ่มภาพยนตร์ที่มีแนวโน้มของขนบในการแปลเเบบประนีประนอมระหว่างการเคลื่อนเข้าหาวัฒนธรรมต้นทางและปลายทาง ได้แก่ กลุ่มภาพยนตร์ไซไฟ-แอ็คชั่น กลุ่มภาพยนตร์ไซไฟ-ระทึกขวัญ และกลุ่มภาพยนตร์ไซไฟ-ผจญภัย โดยสะท้อนผ่านกลวิธีการแปลแบบทับศัพท์โดยการขยายความเพิ่มเติม ซึ่งการทับศัพท์เป็นการรักษาชื่อในภาษาต้นทาง และการขยายความเพิ่มเติมเป็นการสะท้อนเนื้อหาของภาพยนตร์เพื่อให้ผู้ชมเกิดความสนใจที่จะรับชมภาพยนตร์ดังกล่าว


การแปลนิทานร้อยกรองสำหรับเด็กเรื่อง The Everywhere Bear ของ Julia Donaldson เป็นร้อยกรองภาษาไทย, เอกชัย วังประภา Jan 2020

การแปลนิทานร้อยกรองสำหรับเด็กเรื่อง The Everywhere Bear ของ Julia Donaldson เป็นร้อยกรองภาษาไทย, เอกชัย วังประภา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์เรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแปลหนังสือนิทานร้อยกรองสำหรับเด็กเรื่อง The Everywhere Bear ของ จูเลีย โดนัลด์สัน จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ต้นฉบับเป็นตัวบทสื่อผสมระหว่างเนื้อความกับภาพประกอบซึ่งไม่สามารถแยกเป็นเอกเทศได้ ผู้วิจัยจึงศึกษาทฤษฎีการแปลที่เกี่ยวข้องโดยกำหนดแนวทางการแปลเป็นแบบสื่อสารความหมาย ประยุกต์ใช้แนวทางการแปลบทร้อยกรองของเลอเฟอแวร์ วิเคราะห์ตัวบทที่มีสื่อผสมหลายรูปแบบตามแนวคิดของนอร์ดและดิเซอร์โต ประยุกต์ใช้ทฤษฎีความเกี่ยวเนื่องของกุตต์ และทฤษฎีการสื่อสารรูปแบบผสมของเครสในการแก้ปัญหาการแปล สารนิพนธ์นี้มุ่งเน้นเสนอวิธีการแปลเพื่อสื่อความหมาย ดังนั้นทุกองค์ประกอบในสารนิพนธ์ ตั้งแต่การกำหนดแนวทางการแปล การวิเคราะห์ตัวบทต้นฉบับ การแปลตัวบท จนถึงการแก้ปัญหาการแปล ดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน ผลการวิจัยพบว่า ความรู้ ทฤษฎี และแนวคิดต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นช่วยให้ผู้วิจัยเข้าใจต้นฉบับ แก้ปัญหาการแปล และแปลตัวบทออกมาเป็นบทร้อยกรองภาษาไทยได้อย่างเหมาะสมและมีความสอดคล้องกันระหว่างบทแปลภาษาไทยกับภาพมากที่สุด


ประมวลศัพท์เรื่องความเท่าเทียมทางเพศ, ศิริพร เพียรชอบธรรม Jan 2020

ประมวลศัพท์เรื่องความเท่าเทียมทางเพศ, ศิริพร เพียรชอบธรรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทฤษฎีและกระบวนการจัดทำประมวลศัพท์ และนำความรู้ที่ได้มาสร้างประมวลศัพท์เรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งประกอบด้วยศัพท์ที่มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ และความเท่าเทียมทางเพศในมิติของการทำงาน สารนิพนธ์ฉบับนี้ยังมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ นักแปล ล่าม ตลอดจนผู้ที่สนใจในประเด็นความเท่าเทียมทางเพศในการใช้เป็นเอกสารอ้างอิง สารนิพนธ์ฉบับนี้ประยุกต์ใช้ทฤษฎี แนวทาง และหลักการตามกระบวนการจัดทำประมวลศัพท์ที่นักศัพทวิทยาหลายๆ ท่านได้นำเสนอไว้ และจัดทำเป็นประมวลศัพท์ที่ประกอบด้วยศัพท์จำนวนทั้งสิ้น 30 คำ ซึ่งแต่ละคำจะประกอบด้วยข้อมูลศัพท์ภาษาอังกฤษ ศัพท์เทียบเคียงภาษาไทย ประเภทไวยากรณ์ ขอบเขตข้อมูล นิยาม บริบทการใช้ศัพท์ รูปศัพท์อื่นที่เกี่ยวข้อง และหมายเหตุแสดงข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์


การแปลมนต์คาถาในนิยายภาพเรื่อง Zatanna ของ Paul Dini, ธัญจิรา จันทร์ประสิทธิ์ Jan 2020

การแปลมนต์คาถาในนิยายภาพเรื่อง Zatanna ของ Paul Dini, ธัญจิรา จันทร์ประสิทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์เรื่องนี้มุ่งหาแนวทางการแปลมนต์คาถาซึ่งเป็นศิลปะการเล่นทางภาษาแบบร่ายกลับหลังและพาลินโดรมในนิยายภาพเรื่อง ซาแทนน่า (Zatanna) ของ พอล ดินี (Paul Dini) ผู้วิจัยได้เสนอแนวทางการแปลไว้ 3 แนวทาง ได้แก่ 1. การประยุกต์ใช้แนวคิดเรื่องขนบการแปลของ กิเดียน ทูรี (Gideon Toury) ร่วมกับทฤษฎีวัจนกรรมของ เจ. แอล. ออสติน (J. L. Austin) และกระบวนการภารตานุวาทของ อัสนี พูลรักษ์ เพื่อเป็นแนวทางที่จะทำให้ผู้อ่านบทแปลภาษาไทยยอมรับได้ตามขนบภาษาเวทมนตร์ของไทย 2. การประยุกต์ใช้ทฤษฎีประเด็นสัมพันธ์ของ เออร์เนสต์ ออกัส กัตต์ (Ernest – August Gutt) ร่วมกับกลวิธีการแปลการเล่นคำของ เดิร์ก เดอลาบาสติตา (Dirk Delabastita) เพื่อทดแทนการเล่นทางภาษาของต้นฉบับและสร้างผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุดทั้งในแง่ของความหมายและการเล่นทางภาษา ซึ่งศิลปะการเล่นทางภาษาของไทยที่ผู้วิจัยเลือกใช้ คือ การเล่นคำผวนและฉันทลักษณ์ของกลบท และ 3. การปรับใช้กลวิธีการแปลการ์ตูนของ มิฮาล โบโดโร (Michal Borodo) เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาและวัจนลีลาของต้นฉบับภาษาอังกฤษออกมาเป็นบทแปลภาษาไทยได้อย่างสมจริงที่สุด ผลการศึกษาพบว่า การใช้คำยืมภาษาบาลีและภาษาสันสกฤตตามกระบวนการภารตานุวาทสามารถช่วยยกระดับภาษาของมนต์คาถาให้มีความศักดิ์สิทธิ์ตามขนบการใช้ภาษาเวทมนตร์ของไทย การเล่นคำผวนและฉันทลักษณ์ของกลบทเป็นกลวิธีที่สามารถสร้าง ผลลัพธ์ (Effect) ที่มีความใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุดและเป็นการเล่นคำที่ผู้ใช้ภาษาไทยส่วนใหญ่คุ้นเคย จึงไม่ต้องใช้ความพยายามในการทำความเข้าใจ (Effort) เกินความจำเป็น และการปรับใช้กลวิธีการแปลการ์ตูน ซึ่งประกอบด้วย การแปลแบบเพิ่ม (Addition) การแปลแบบลด (Condensation) และการแปลแบบแปลง (Transformation) ก็เป็นประโยชน์ต่อการแปลมนต์คาถาและข้อความทั้งหลายเช่นกัน


โครงการวิจัยแนวทางการแปลถ้อยคำที่สะท้อนอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในตัวบทโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบนเว็บไซต์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย, อรสุรางค์ แสงสมสุรศักดิ์ Jan 2020

โครงการวิจัยแนวทางการแปลถ้อยคำที่สะท้อนอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในตัวบทโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบนเว็บไซต์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย, อรสุรางค์ แสงสมสุรศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในตัวบทโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง รวมถึงศึกษากลวิธีการถ่ายทอดอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์จากต้นฉบับไปยังฉบับแปล การวิจัยนี้รวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอางสำหรับตกแต่งทั้งหมด 240 ผลิตภัณฑ์จากเว็บไซต์ตราสินค้าที่มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผู้วิจัยศึกษาแนวคิดอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ตามแนวภาษาศาสตร์ปริชานของ Lakoff และ Johnson (2003) แนวทางการระบุรูปภาษาแสดงอุปลักษณ์จากกลุ่มนักวิชาการ Pragglejaz Group (2007) และการจัดประเภทกลุ่มคำศัพท์ตามวงความหมายจากงานวิจัยเกี่ยวกับอุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ในตัวบทประเภทต่าง ๆ รวมถึงการศึกษาลักษณะภาษาโฆษณาและประเภทอุปลักษณ์ที่พบในโฆษณาเครื่องสำอางในภาษาอังกฤษและภาษาไทย และจากการศึกษาแนวทางการแปลอุปลักษณ์ตามแนวคิดแบบดั้งเดิมและตามแนวภาษาศาสตร์ปริชาน ผู้วิจัยได้เลือกใช้กรอบการวิเคราะห์กลวิธีการแปลที่ผสมผสานกันของ Deignan et al. (1997) Schäffner (2004) และ Toury (1995) ผลการวิจัยพบว่า ในตัวบทโฆษณาเครื่องสำอางภาษาอังกฤษที่คัดเลือกมามีอุปลักษณ์ทั้งหมด 29 ประเภท มีจำนวนรูปภาษาที่แสดงอุปลักษณ์ทั้งหมด 1,391 ตัวอย่าง ผู้วิจัยเลือกอุปลักษณ์ที่พบสูงสุดใน 10 อันดับแรก ได้แก่ อุปลักษณ์สงคราม แสง มนุษย์ สุขภาพ พืชและการเพาะปลูก สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องจักร ศิลปะ อาหารและโภชนาการ และภาชนะ ซึ่งจำนวนรูปภาษาที่แสดงอุปลักษณ์ทั้งหมด 1,166 ตัวอย่าง นำมาวิเคราะห์อุปลักษณ์ที่พบในฉบับแปลและกลวิธีการแปล พบว่าภาษาไทยและภาษาอังกฤษมีอุปลักษณ์ทั้งหมดนี้เหมือนกัน ผลการวิเคราะห์กลวิธีการแปลเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ กล่าวคือ พบว่ากลวิธีการแปลที่พบมากที่สุดคือ 1) การแปลโดยรักษามโนทัศน์เดิม แต่รูปภาษาแสดงอุปลักษณ์ต่างจากต้นฉบับ ร้อยละ 51.41 ตามด้วย 2) การแปลโดยรักษามโนทัศน์เดิม และรูปภาษาแสดงอุปลักษณ์ตรงตามต้นฉบับ ร้อยละ 26.90 3) การแปลโดยไม่รักษามโนทัศน์ (ไม่มีรูปภาษาแสดงอุปลักษณ์) ร้อยละ 12.93 4) การแปลโดยใช้มโนทัศน์ที่แตกต่างกัน ร้อยละ 4.62 และ 5) การละไม่แปล ร้อยละ 4.11 นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการเพิ่มมโนทัศน์ที่ไม่ปรากฏในต้นฉบับเข้ามาในฉบับแปลด้วย โดยสรุป การถ่ายทอดอุปลักษณ์เชิง มโนทัศน์ในตัวบทโฆษณาเครื่องสำอางจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทแทบไม่พบปัญหาในการแปลที่มาจากปัจจัยทางวัฒนธรรมซึ่งอาจเป็นเพราะวัฒนธรรมปลายทางรับค่านิยมและวัฒนธรรมจากต่างชาติโดยเฉพาะเรื่องความงามมาอย่างยาวนาน จึงสามารถรักษามโนทัศน์เดิมในต้นฉบับได้เป็นส่วนใหญ่ ส่วนกลวิธีการแปลอื่น ๆ แสดงให้เห็นการปรับบทแปลในตัวบทโฆษณาเครื่องสำอาง


การแปลบทร้อยกรองอิสระจากหนังสือเรื่อง Ceremony ของ Leslie Marmon Silko, นิดา สุสัณฐิตพงษ์ Jan 2020

การแปลบทร้อยกรองอิสระจากหนังสือเรื่อง Ceremony ของ Leslie Marmon Silko, นิดา สุสัณฐิตพงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาการแปลบทร้อยกรองจากภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย ซึ่งผู้วิจัยได้หยิบยกบทร้อยกรองอิสระจากหนังสือเรื่อง Ceremony ของ Leslie Marmon Silko มาเป็นกรณีศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทฤษฎีการแปลและแนวทางการแปลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวทางการวิเคราะห์ตัวบทประเภทบทร้อยกรองอิสระซึ่งมีลักษณะเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะ ควบคู่ไปกับการศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภาษาถิ่นและความเชื่อของชนพื้นเมืองอเมริกันอินเดียน เพื่อให้สามารถแปลส่วนหนึ่งของตัวบทที่คัดสรรจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยได้อย่างเหมาะสม สำหรับแนวทางการวิเคราะห์ตัวบท ผู้วิจัยได้เลือกใช้แนวทางการวิจารณ์วรรณกรรมอเมริกันร่วมสมัยผ่านมุมมองวรรณกรรมเชิงนิเวศ ของดารินทร์ ประดิษฐทัศนีย์ เพื่อวิเคราะห์ประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์และธรรมชาติที่ได้ถ่ายทอดผ่านเนื้อหาและกลวิธีการประพันธ์ นอกเหนือจากนั้น ผู้วิจัยยังได้ใช้ประยุกต์ใช้แนวทางการวิเคราะห์องค์ประกอบแปดประการของกวีนิพนธ์ ของจอห์น แมกเร เพื่อวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะและรูปแบบการประพันธ์ของบทร้อยกรองแต่ละบท ในส่วนของแนวทางการถ่ายทอดบทร้อยกรองอิสระจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ผู้วิจัยได้เลือกใช้กลวิธีการแปลแบบตีความตามแนวทางการแปลกวีนิพนธ์ของอังเดร เลอเฟอแวร์ ควบคู่ไปกับการประยุกต์ใช้รูปแบบและลักษณะเฉพาะของวรรณกรรมมุขปาฐะที่พบในวัฒนธรรมไทย โดยมีจุดประสงค์ที่จะถ่ายทอดบทร้อยกรองอิสระซึ่งสามารถรักษาความหมายได้อย่างครบถ้วนและสามารถสร้างผลกระทบทางอารมณ์แก่ผู้อ่านได้อย่างทัดเทียมและสอดคล้องกับหน้าที่ของตัวบทต้นฉบับ


การถ่ายทอดภาพพจน์ประเภทบุคคลวัตและอุปลักษณ์ในการแปลกวีนิพนธ์ เรื่อง Il Penseroso ของ John Milton, ปิยธิดา คำพิพจน์ Jan 2020

การถ่ายทอดภาพพจน์ประเภทบุคคลวัตและอุปลักษณ์ในการแปลกวีนิพนธ์ เรื่อง Il Penseroso ของ John Milton, ปิยธิดา คำพิพจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาการแปลบุคคลวัตและอุปลักษณ์ ในบทกวีนิพนธ์ เรื่อง Il Penseroso จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ผู้วิจัยได้นำทฤษฎีการกระทำการแปลของคริสติอันเน นอร์ด ทฤษฎีสโคโพสของคาทารินา ไรส์และฮานส์ แฟร์เมีย หลักการแปลกวีนิพนธ์ของอองเดร เลอเฟอแวร์ หลักการแปลกวีนิพนธ์และหลักการแปลอุปมาโวหารของสัญฉวี สายบัว หลักการแปลกวีนิพนธ์ของปราณี บานชื่น และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาใช้เป็นแนวทางการแปลเพื่อรักษาสุนทรียภาพและความหมายเดิมในตัวบทต้นฉบับ และถ่ายทอดการใช้ภาพพจน์ที่สะท้อนความเชื่อและความสามารถทางกวีนิพนธ์ของกวี ผลการวิจัยพบว่า การแปลบุคคลวัตและอุปลักษณ์ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของสารนิพนธ์จำเป็นต้องใช้แนวทางการแปลมากกว่าหนึ่งแนวทางเพื่อให้การแปลสัมฤทธิ์ผล โดยในการแปลบุคคลวัตด้านธรรมชาติสามารถใช้การแปลแบบตรงตัวได้ แต่ในการแปลบุคคลวัตด้านวรรณคดีจำเป็นต้องใช้การแปลแบบกึ่งตรงตัวควบคู่ไปกับการแปลเทียบเคียงและการขยายความเพื่อความเข้าใจของผู้อ่าน โดยแนวทางการแปลที่กล่าวถึงนี้สามารถรักษาสุนทรียภาพและความหมายเดิมในตัวบทต้นฉบับไว้ได้ และช่วยแก้ไขปัญหาการแปลจนนำไปสู่การถ่ายทอดการใช้ภาพพจน์ตามต้นฉบับได้อย่างใกล้เคียง


การศึกษากลวิธีการแปลคำนามและวลีที่ใช้เรียกสตรีเพศ ในสำนวนแปลเรื่อง ห้องส่วนตัว โดย มาลินี แก้วเนตร จากความเรียงแนวสตรีนิยมเรื่อง A Room Of One's Own ของ เวอร์จิเนีย วูล์ฟ, เยาวลักษณ์ กงษี Jan 2019

การศึกษากลวิธีการแปลคำนามและวลีที่ใช้เรียกสตรีเพศ ในสำนวนแปลเรื่อง ห้องส่วนตัว โดย มาลินี แก้วเนตร จากความเรียงแนวสตรีนิยมเรื่อง A Room Of One's Own ของ เวอร์จิเนีย วูล์ฟ, เยาวลักษณ์ กงษี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการแปลคำนาม และวลีที่ใช้เรียกสตรีเพศ ในสำนวนแปลเรื่อง ห้องส่วนตัว โดย มาลินี แก้วเนตร จากความเรียงแนวสตรีนิยมเรื่อง A Room of One’s Own ของ เวอร์จิเนีย วูล์ฟ ซึ่งผู้วิจัยได้รวบรวมคำนาม และวลีที่ใช้เรียกขานหรือกล่าวถึงสตรีเพศ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 33 คำ เช่น คำว่า feminist, girl, female, wife, lady, woman/women, harlot, courtesan เป็นต้น โดยที่ผู้วิจัยต้องการพิสูจน์สมมติฐานที่ว่า ในการแปลคำนาม และวลีที่ใช้เรียกสตรีเพศ ในสำนวนแปลเรื่อง ห้องส่วนตัว นี้ มีการใช้ 3 กลวิธี ได้แก่ การแปลตรงตัว การแปลแบบตีความ และการแปลแบบทับศัพท์ ผลการวิเคราะห์สรุปได้ว่า ในสำนวนแปลดังกล่าวพบว่ามีการใช้ทั้ง 3 กลวิธีดังกล่าวจริง โดยกลวิธีที่ปรากฏมากที่สุดคือการแปลแบบตรงตัว คิดเป็นร้อยละ 55.06 เพื่อให้ผู้อ่านได้รับสารจากผู้เขียนครบถ้วน และตรงตามเจตนาของผู้เขียน รองลงมาเป็นการแปลแบบตีความ คิดเป็นร้อยละ 42.69 เพื่อให้บทแปล มีความกระจ่างชัด สละสลวย เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังพบว่า ในบางบริบทจะมีการเพิ่มคำ และละคำไม่แปล ทั้งในกลวิธีการแปลตรงตัว และการแปลแบบตีความ เพื่อให้บทแปลเป็นธรรมชาติ และเนื้อความไม่ซ้ำซ้อน กลวิธีสุดท้ายที่ปรากฏว่ามีการใช้น้อยที่สุดคือการแปลแบบทับศัพท์ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 2.25 เท่านั้น โดยการแปลแบบ ทับศัพท์ พบได้ใน 2 กรณี ได้แก่ 1. คำภาษาอังกฤษคำนั้นเป็นคำที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี และ 2. คำนั้นเป็นชื่อเรียกตัวละคร ซึ่งมีการใช้การทับศัพท์อย่างกว้างขวางในวงการวรรณกรรม


การถ่ายทอดวัจนลีลาในหนังสือเรื่อง The Seven Lamps Of Architecture ของ John Ruskin, นัทธมน ตั้งตรงมิตร Jan 2019

การถ่ายทอดวัจนลีลาในหนังสือเรื่อง The Seven Lamps Of Architecture ของ John Ruskin, นัทธมน ตั้งตรงมิตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และคิดค้นกลวิธีการถ่ายทอดวัจนลีลาของตัวบทประเภทอรรถสารที่ประพันธ์ด้วยรูปแบบรจนาสารในตัวบทคัดสรรของหนังสือเรื่อง The Seven Lamps of Architecture ของ John Ruskin เพื่อนำไปสู่บทแปลซึ่งมีอรรถรสเทียบเคียงกับต้นฉบับ ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าแนวทางการวิเคราะห์ตัวบทของคริสติอาเน นอร์ด (Christiane Nord) ทฤษฎีสโกพอส (Skopostheorie) ของแคธารินา ไรส์ และ ฮานส์ เจ แฟร์เมียร์ (Katharina Reiss & Hans J. Vermeer) ทฤษฎีการแปลของปีเตอร์ นิวมาร์ก (Peter Newmark) และแนวทางการแปลวัจนลีลา (Stylistic Approaches) ของจีน โบแอส-เบเออร์ (Jean Boase-Beier) รวมถึงความรู้ทางประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมฟื้นฟูกอธิกในยุควิกตอเรียนของประเทศอังกฤษเพื่อเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ตัวบทการวิเคราะห์ปัญหาในการถ่ายทอดวัจนลีลา การวางแผนการแปล และการแก้ปัญหาในการถ่ายทอดวัจนลีลาดังกล่าว ผลการวิจัยพบว่า การประยุกต์ใช้ทฤษฎีและแนวคิดต่าง ๆ ข้างต้นโดยยึดกลวิธีการแปลแบบสื่อความ (Communicative Translation) และการแปลแบบครบความ (Semantic Translation) ตามทฤษฎีการแปลของ นิวมาร์กเป็นหลัก ร่วมกับการปรับบทแปลทั้งในระดับคำ วลี และโครงสร้างประโยค จะช่วยแก้ไขปัญหาการแปลตัวบทที่มีการใช้วัจนลีลาโดดเด่นได้ในระดับดี โดยสามารถรักษารูปแบบวัจนลีลาและวรรณศิลป์ดั้งเดิม รวมทั้งสามารถคงอรรถรสเทียบเคียงต้นฉบับไว้ได้


การศึกษาการแปลเทพนิยาย Oscar Wilde เรื่อง The Fisherman And His Sould : เปรียบเทียบสำนวนของ อ.สนิทวงศ์ และสำนวนของ วลัยภรณ์ นาคพันธุ์, ภูษณิศา เขมะเสวี Jan 2019

การศึกษาการแปลเทพนิยาย Oscar Wilde เรื่อง The Fisherman And His Sould : เปรียบเทียบสำนวนของ อ.สนิทวงศ์ และสำนวนของ วลัยภรณ์ นาคพันธุ์, ภูษณิศา เขมะเสวี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์นี้ศึกษาการแปลเทพนิยายเรื่อง The Fisherman and His Soul ของออสการ์ ไวลด์ โดยเปรียบเทียบระหว่างสำนวน วิญญาณของชาวประมง ของอ.สนิทวงศ์ และสำนวน ชาวประมงกับจิตวิญญาณ ของวลัยภรณ์ นาคพันธุ์ ผู้วิจัยศึกษาทบทวนทฤษฎีต่างๆ เพื่อหาเกณฑ์ที่เหมาะในการเปรียบเทียบกลุ่มตัวอย่างและวิเคราะห์ตัวบทต้นฉบับก่อนลงมือเปรียบเทียบ การศึกษาเปรียบเทียบยืนยันสมมติฐานการวิจัยว่าสำนวนแปลทั้ง ๒ สำนวนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ กล่าวคือ สำนวนของ อ.สนิทวงศ์ เก็บเนื้อหาสำคัญ วรรณศิลป์ นัยยะซ่อนเร้น ตลอดจนวัฒนธรรมต้นทางไว้ค่อนข้างครบถ้วน ทำให้สำนวนของ อ.สนิทวงศ์มีมิติและน่าสนใจกว่าสำนวนของวลัยภรณ์ที่แปลโดยปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมของผู้อ่านปลายทาง ซึ่งทำให้นัยยะซ่อนเร้น ความคิด ความเชื่อ ถ้อยคำประชดประชัน อันเป็นเอกลักษณ์ของออสการ์ ไวลด์ไม่ปรากฏเด่นชัด ผลก็คือ สำนวนของ อ.สนิทวงศ์เก็บรักษา “สาร” (message) ของผู้ประพันธ์ เมื่อแปลเป็นภาษาปลายทาง ผู้อ่านชาวไทยจึงได้รับ “สาร” ซึ่งรักษา "รหัสวัฒนธรรม" (culture code) ต้นฉบับได้ครบถ้วน งานวิจัยช่วยให้ได้ข้อสรุปว่า การแปลเทพนิยายที่ดี คือการแปลโดยถ่ายทอดวรรณศิลป์ให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับ และแปลโดยถ่ายทอดวัฒนธรรมต้นฉบับมากกว่าปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมปลายทาง


ประมวลศัพท์เรื่องกฎหมายการแข่งขันทางการค้า, กาญจนาภรณ์ พ่วงสุวรรณ Jan 2019

ประมวลศัพท์เรื่องกฎหมายการแข่งขันทางการค้า, กาญจนาภรณ์ พ่วงสุวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอประมวลศัพท์เรื่องกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ประกอบด้วยคำศัพท์ในส่วนที่เป็นลักษณะทั่วไป หลักเกณฑ์การพิจารณาการกำหนดตลาด ผู้ที่มีส่วนในตลาด โครงสร้างตลาด และพฤติกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดการแข่งขันทางการค้า โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้เป็นแหล่งอ้างอิงและแหล่งที่รวบรวมความรู้ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจหรือบุคคลทั่วไปที่สนใจศึกษากฎหมายฉบับนี้ ในการจัดทำประมวลศัพท์ฉบับนี้ ได้ศึกษาและนำทฤษฎีและแนวทางการจัดทำประมวลศัพท์ของนักศัพทวิทยาและสำนักต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ โดยแบ่งเป็น 5 ขั้นตอนที่สำคัญ ดังนี้ 1) การกำหนดหัวข้อ ขอบเขตการศึกษา แลวัตถุประสงค์ในการจัดทำประมวลศัพท์ 2) การศึกษาทฤษฎีและระเบียบวิธีในการจัดทำประมวลศัพท์ 3) การรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำคลังข้อมูลภาษา และการดึงคำศัพท์เฉพาะทาง 4) การสร้างมโนทัศน์สัมพันธ์ 5) การจัดทำบันทึกข้อมูลศัพท์เบื้องต้นและบันทึกข้อมูลศัพท์เพื่อกำหนดนิยามและคำศัพท์เทียบเคียงในภาษาไทย ประมวลศัพท์เรื่องกฎหมายการแข่งทางการค้านี้ประกอบด้วยคำศัพท์ทั้งหมด 36 คำ ซึ่งนำเสนอตามการจัดกลุ่มและลำดับของมโนทัศน์สัมพันธ์ การนำเสนอคำศัพท์แต่ละคำนั้น ประกอบด้วยคำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำศัพท์เทียบเคียงในภาษาไทย คำนิยาม ประเภททางไวยากรณ์ หมวดหมู่ บริบทอ้างอิงที่พบคำศัพท์ รูปทางภาษาอื่นของคำศัพท์ ความสัมพันธ์กับคำศัพท์อื่น เป็นต้น


ประมวลศัพท์เรื่องดัชนีสมรรถนะโรงไฟฟ้า, รังสีนี บัวทอง Jan 2019

ประมวลศัพท์เรื่องดัชนีสมรรถนะโรงไฟฟ้า, รังสีนี บัวทอง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอประมวลศัพท์เรื่องดัชนีสมรรถนะโรงไฟฟ้าซึ่งประกอบด้วยศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับสมรรถนะโรงไฟฟ้าด้านความพร้อมเดินเครื่อง ความเชื่อถือได้ และการบำรุงรักษา โดยใช้ทฤษฎีและกระบวนการทางศัพทวิทยาในการจัดประมวลศัพท์อย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้ศัพท์เทียบเคียงภาษาไทยซึ่งเป็นผลผลิตสุดท้ายของการทำประมวลศัพท์ที่มีความเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับในกลุ่มผู้ใช้งาน และเป็นประโยชน์ในฐานะเครื่องมือสำหรับนักแปล รวมทั้งเป็นแหล่งอ้างอิงการใช้คำที่เกี่ยวข้องกับดัชนีสมรรถนะโรงไฟฟ้าแก่วิศวกรหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชา รวมทั้งบุคคลทั่วไปที่สนใจศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับดัชนีสมรรถนะโรงไฟฟ้า ระเบียบวิธีการจัดทำประมวลศัพท์นี้ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การกำหนดหัวข้อและขอบเขตของประมวลศัพท์ กลุ่มเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ในการจัดทำประมวลศัพท์ 2) การศึกษาและรวบรวมข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับดัชนีสมรรถนะโรงไฟฟ้า 3) การสร้างคลังข้อมูลภาษาจากเอกสารดัชนีสมรรถนะโรงไฟฟ้าที่คัดเลือกไว้ 4) การคัดเลือกศัพท์จากคลังข้อมูลภาษา 5) การกำหนดรูปแบบของมโนทัศน์และมโนทัศน์สัมพันธ์ 6) การจัดทำบันทึกข้อมูลศัพท์เบื้องต้น บันทึกข้อมูลศัพท์ พร้อมนิยามและศัพท์เทียบเคียงภาษาไทย ประมวลศัพท์เรื่องดัชนีสมรรถนะโรงไฟฟ้าประกอบด้วยศัพท์ทั้งหมด 39 คำ โดยจัดเรียงตามกลุ่มมโนทัศน์สัมพันธ์และได้รวบรวมไว้ในดัชนีค้นคำศัพท์ท้ายเล่มตามลำดับตัวอักษรภาษาอังกฤษ บันทึกข้อมูลศัพท์ประกอบด้วย ศัพท์ภาษาอังกฤษ ศัพท์เทียบเคียงภาษาไทย ประเภททางไวยากรณ์ บริบทที่พบศัพท์ นิยาม ข้อมูลทางภาษา เช่น คำเหมือน คำตรงกันข้าม และข้อมูลอ้างอิง


การศึกษาแนวทางการแปลข้อความที่มีลักษณะการให้คำนิยามในวรรณกรรมเรื่อง "A Series Of Unfortunate Events" ของ Lemony Snicket แปลโดย อาริตา พงศ์ธรานนท์, ณัฐชนน หนูแดง Jan 2018

การศึกษาแนวทางการแปลข้อความที่มีลักษณะการให้คำนิยามในวรรณกรรมเรื่อง "A Series Of Unfortunate Events" ของ Lemony Snicket แปลโดย อาริตา พงศ์ธรานนท์, ณัฐชนน หนูแดง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาแนวทางการแปลข้อความที่มีลักษณะการให้คำนิยามในนวนิยายชุด A Series of Unfortunate Events เขียนโดย Lemony Snicket แปลโดย อาริตา พงศ์ธรานนท์ โดยศึกษาจากข้อความที่มีลักษณะการให้คำนิยามที่มี 4 รูปแบบ ได้แก่ 1) การอธิบายความหมายแบบตรงตัว 2) การอธิบายความหมายตามสถานการณ์ 3) การอธิบายความหมายด้วยการใช้ความหมายมากกว่าหนึ่งความหมาย และ 4) การอธิบายด้วยการหลากคำหรือการใช้คำที่ง่ายกว่าหรือซับซ้อนน้อยกว่า ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องที่ใช้ประกอบการศึกษา ได้แก่ ทฤษฎีวาทกรรมวิเคราะห์ของ Christiane Nord ทฤษฎี Scene-and-frame Semantics ของ Charles J. Fillmore และแนวทางการแปลแบบตีความ (Interpretative Approach) ของ Jean Delisle โดยผู้วิจัยใช้ทฤษฎีดังกล่าวในการวิเคราะห์แนวทางการแปลข้อความที่มีลักษณะการให้คำนิยามว่าผู้แปลใช้วิธีการใดในการเลือกแปลข้อความลักษณะดังกล่าว หลังจากที่ได้นำทฤษฎีดังกล่าวข้างต้นมาวิเคราะห์แนวทางการแปลพบว่า ผู้แปลจำเป็นต้องวิเคราะห์ภาพ (Scene) ของต้นฉบับเพื่อให้เห็นภาพและความหมายที่ชัดเจนตามที่ผู้ประพันธ์ต้องการสื่อสาร ก่อนถ่ายทอดฉบับแปลโดยใช้รูปแบบ (Frame) ที่ทำให้เห็นภาพเช่นเดียวกันกับต้นฉบับ ซึ่งในการแปลข้อความที่มีลักษณะการให้คำนิยามทั้ง 4 รูปแบบ บางครั้งผู้แปลไม่สามารถแปลตรงตัวได้ จึงจำเป็นต้องปรับรูปแบบทางภาษาให้แตกต่างจากต้นฉบับโดยยึดความหมายเป็นหลักเพื่อให้ผู้อ่านฉบับแปลเห็นภาพเช่นเดียวกับผู้อ่านต้นฉบับ กรณีที่ผู้แปลไม่สามารถแปลแบบตรงตัวได้ ผู้แปลจึงใช้วิธีอื่นในการแก้ปัญหาการแปล เช่น การแปลโดยการอธิบายขยายความ หรือการเลือกที่จะตัดเนื้อความบางส่วนเพื่อให้ข้อความที่มีลักษณะการให้คำนิยามเป็นเหตุเป็นผลในภาษาไทย


การแปลป้ายพิพิธภัณฑ์ กรณีศึกษาพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษาวัดหนังราชวรวิหาร, ณัฐสุดา แก่นน้อย Jan 2018

การแปลป้ายพิพิธภัณฑ์ กรณีศึกษาพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษาวัดหนังราชวรวิหาร, ณัฐสุดา แก่นน้อย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการแปลตัวบทในพิพิธภัณฑ์ และแปลตัวบทต้นฉบับบางส่วนในพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษาวัดหนังราชวรวิหาร โดยผู้วิจัยเลือกแปลป้ายพิพิธภัณฑ์บรรยายวัตถุที่นำมาจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษาวัดหนังราชวรวิหาร รวมทั้งหมด ๑๙๗ ป้าย คือป้ายพิพิธภัณฑ์บริเวณชั้น ๑ ของนิทรรศการจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวสวนของชุมชนวัดหนังในอดีต และป้ายพิพิธภัณฑ์บริเวณชั้น ๒ ของนิทรรศการซึ่งจัดแสดงเรื่องยาแผนโบราณของวัดหนัง ผลการศึกษา พบว่าการแปลป้ายแสดงคำบรรยายวัตถุที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ นอกจากจะต้องพิจารณาเลือกใช้คำศัพท์ที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้อ่านในวัฒนธรรมปลายทางแล้ว ยังต้องพิจารณาวัตถุที่นำมา จัดแสดงประกอบด้วย เนื่องจากวัตถุที่นำมาจัดแสดงบางชิ้นแม้จะมีชื่อเรียกเหมือนกับคำในวัฒนธรรมปลายทาง แต่ลักษณะเฉพาะของวัตถุชิ้นนั้นไม่เหมือนกับวัตถุในวัฒนธรรมปลายทาง และวัตถุที่นำมา จัดแสดงบางชิ้นไม่พบในวัฒนธรรมปลายทาง โดยผู้วิจัยพบว่าการใช้แนวทางในการวิเคราะห์ตัวบทต้นฉบับ ของคริสติอาเน นอร์ด ทฤษฎีของปีเตอร์ นิวมาร์ก ทฤษฎีหลากรูปแบบ ทฤษฎีเกี่ยวกับการแปลพิพิธภัณฑ์ (Museum Translation) และความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการแปลพิพิธภัณฑ์ สามารถนำมาใช้ในการศึกษาตัวบทและวิเคราะห์ปัญหาที่พบในการแปลป้ายของพิพิธภัณฑ์เพื่อวัดหนังฯ นำไปสู่แนวทางการแปลป้ายพิพิธภัณฑ์ซึ่งผู้วิจัยจึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนคำศัพท์ และโครงสร้างประโยคในภาษาปลายทางที่ใช้ในการแปลใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุที่นำมาจัดแสดง และจะสามารถทำให้ผู้อ่านได้รับความเข้าใจที่ถูกต้องมากที่สุด


ชาตินิยมกับความเป็นอื่นที่พบในการแปลบทละครเรื่อง The Merchant Of Venice ของ William Shakespeare กรณีศึกษา : บทพระราชนิพนธ์แปลในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง เวนิสวาณิช, ดอม ขุนพินิจ Jan 2018

ชาตินิยมกับความเป็นอื่นที่พบในการแปลบทละครเรื่อง The Merchant Of Venice ของ William Shakespeare กรณีศึกษา : บทพระราชนิพนธ์แปลในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง เวนิสวาณิช, ดอม ขุนพินิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเรื่อง ชาตินิยมกับความเป็นอื่นที่พบในการแปลบทละครเรื่อง ‘The Merchant of Venice’ ของ William Shakespeare กรณีศึกษา: บทพระราชนิพนธ์แปลในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเรื่อง ‘เวนิสวาณิช’ นี้เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพตามแนวทางวัฒนธรรมศึกษาในศาสตร์การแปล โดยมุ่งศึกษาบทบาทของการแปลในการประกอบสร้างอัตลักษณ์ความเป็นอื่นและความเป็นไทยในฐานะส่วนหนึ่งของแนวคิดชาตินิยมที่ปรากฏในบทแปล เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างบทบาทของการแปลกับบริบททางประวัติศาสตร์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในประเด็นดังกล่าว ในการศึกษา ผู้วิจัยได้ทบทวนทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในกรอบของศาสตร์การแปล ได้แก่ แนวคิดเรื่องอุดมการณ์ วาทกรรม และทฤษฎีวาทกรรมวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ ตลอดจนแนวคิดเรื่องความเป็นอื่นและความเป็นไทย แล้วจึงได้ศึกษาแง่มุมที่เกี่ยวข้องที่ปรากฏในตัวบทต้นฉบับและบริบททางประวัติศาสตร์ของฉบับแปล ก่อนจะทำการวิเคราะห์บทแปลที่มีการสอดแทรกวาทกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความเป็นอื่นจากตัวบทต้นฉบับ The Merchant of Venice ของวิลเลียม เชกสเปียร์ ในบทพระราชนิพนธ์แปล เวนิสวาณิช ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วยแนวทางวาทกรรมวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ ผลการศึกษาพบว่า ใน เวนิสวาณิช ปรากฏการปรับบทแปลที่มีส่วนในการกำหนดสร้างและขับเน้นอัตลักษณ์ความเป็นอื่นของตัวละครในเรื่อง และสอดแทรกอัตลักษณ์ความเป็นไทยอันพึงประสงค์ในสายตาของฝ่ายอำนาจนำ ได้แก่การเชิดชูสถาบันกษัตริย์ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในฐานะสัญลักษณ์ของชาติ การปรับบทแปลเช่นนี้เป็นผลจากความกังวลที่มีต่อสถานะความเป็นชาติของสยามท่ามกลางกระแสการไหลบ่าของอิทธิพลจากต่างชาติ ทั้งจากชาติตะวันตกที่เข้ามาล่าอาณานิคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจากชาวจีนโพ้นทะเลที่เข้ามาอาศัยอยู่ในสยาม และเผยให้เห็นบทบาทของการแปลในการเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนอุดมการณ์ โดยสอดคล้องกับบริบททางสังคมและการเมืองในสมัยดังกล่าว


การศึกษากลวิธีการแปลประโยคเคล็ฟต์ที่ใช้สรรพนาม "It" ประเภท Dummy Subject ในนวนิยายเรื่อง The Murder Of Roger Ackroyd ของอกาธา คริสตี้ : กรณีศึกษาสำนวนแปลของพิรุณรัตน์, สุนันทา ชัยณรงค์เดชากุล Jan 2018

การศึกษากลวิธีการแปลประโยคเคล็ฟต์ที่ใช้สรรพนาม "It" ประเภท Dummy Subject ในนวนิยายเรื่อง The Murder Of Roger Ackroyd ของอกาธา คริสตี้ : กรณีศึกษาสำนวนแปลของพิรุณรัตน์, สุนันทา ชัยณรงค์เดชากุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการแปลประโยคเคล็ฟต์ที่ใช้สรรพนาม ‘it’ ประเภท Dummy subject ในตัวบทนวนิยาย จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย และเพื่อประมวลกลวิธีการแปลจากกรณีศึกษาเรื่อง The Murder of Roger Ackroyd ของอกาธา คริสตี้ และหนังสือแปลเรื่อง คดีฆาตกรรมโรเจอร์ แอ็กครอยด์ โดยพิรุณรัตน์ เนื่องจากภาษาไทยไม่มีโครงสร้างประโยคที่เทียบเท่ากันทางความหมายกับโครงสร้างประโยคเคล็ฟต์ จึงอาจเป็นปัญหาการแปลที่สำคัญได้ งานวิจัยนี้มุ่งเน้นที่ประโยคเคล็ฟต์ที่ใช้สรรพนาม ‘it’ ประเภท Dummy subject จานวน 63 ประโยค และกลวิธีการแปลสองระดับ ได้แก่ ระดับโครงสร้างประโยคและระดับคำ ผลการวิเคราะห์เชิงปริมาณสรุปได้ว่า กลวิธีการแปลระดับโครงสร้างประโยคใช้การปรับโครงสร้างประโยคใหม่จำนวน 60 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 95.24 และใช้การรักษาโครงสร้างประโยคตามต้นฉบับจำนวน 3 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 4.76 ในการปรับโครงสร้างประโยคใหม่พบว่าผู้แปลใช้การหาประธาน หรือการปรับส่วนใด ส่วนหนึ่งของประโยคเป็นประธานมากที่สุด จำนวน 44 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 73.33 รองลงมาได้แก่การเปลี่ยนประโยคเป็นวลี ส่วนกลวิธีการแปลระดับคำใช้การเติมคำเน้นมากที่สุด จำนวน 17 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 26.98 รองลงมาได้แก่การเติมลักษณนาม ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพสรุปได้ว่า การแปลประโยคเคล็ฟต์ในนวนิยายเรื่องนี้ นักแปลใช้กลวิธี การปรับบทแปลระดับโครงสร้างประโยคและระดับคำร่วมกัน โดยไม่รักษารูปแบบโครงสร้างประโยคเคล็ฟต์เสมอไป แต่ยังคงรักษาหน้าที่และเจตนาในการสื่อสารของโครงสร้างประโยคเคล็ฟต์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นแนวทาง การแปลที่นักแปลอาศัยการตีความและทำความเข้าใจความหมายโดยนัยที่สื่อผ่านการใช้ประโยคเคล็ฟต์เป็นหลักก่อน แล้วจึงถ่ายทอดความหมายนั้นเป็นภาษาปลายทางอย่างเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับแนวทางการแปลแบบตีความที่เดอลีลส์ (1988) นำเสนอ ทฤษฎี Skopostheorie ที่ไร้ส์และแฟร์เมียร์ (1984) นำเสนอ และทฤษฎีวัจนกรรมที่เฮอนิกช์และคุสเมาล์ (1982) นำมาใช้ในการแปล


การถ่ายทอดวัจนลีลาในนวนิยายเรื่อง Days Without End ของ เซบาสเตียน แบร์รี่, ณัฐกรณ์ อังสิริเสณี Jan 2018

การถ่ายทอดวัจนลีลาในนวนิยายเรื่อง Days Without End ของ เซบาสเตียน แบร์รี่, ณัฐกรณ์ อังสิริเสณี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะของวัจนลีลา วิเคราะห์ปัญหา การแปล รวมถึงแก้ปัญหาโดยการหาแนวทางการแปล เพื่อถ่ายทอดวัจนลีลาในนวนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่อง Days Without End ของเซบาสเตียน แบร์รี อันไม่เป็นไปตามขนบการประพันธ์นวนิยายบางส่วน ให้ได้บทแปลที่ทำหน้าที่ทั้งสื่อความหมาย และให้อรรถรสแก่ผู้อ่านได้ใกล้เคียงกับต้นฉบับ การถ่ายทอดวัจนลีลาเริ่มจากการศึกษาแนวคิดและระเบียบวิธีที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาวัจนลีลาประเภทต่าง ๆ ได้แก่ ทฤษฎีวัจนลีลา ของ พอล ซิมป์สัน (Paul Simpson) ทฤษฎีวัจนลีลาเชิงวจนปฏิบัติศาสตร์ ของ เอลิซาเบธ แบล็ค (Elizabeth Black) และแนวทางการแปลวัจนลีลา ของ ฌ็อง โบส-ไบเออร์ (Jean Boase-Beier) รวมถึงลักษณะการประกอบสร้างทางภาษาเพื่อสร้างความ โดดเด่นให้กับวัจนลีลา และผลงานด้านการแปลวัจนลีลาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันอันปรากฎในวรรณกรรมเรื่องอื่น หลังจากที่ผู้วิจัยได้รวบรวมแนวคิด ระเบียบวิธี และทฤษฎีข้างต้นแล้วนำมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์และการแปลเพื่อถ่ายทอดวัจนลีลา พบว่าความรู้ที่ได้จากการศึกษาเหล่านั้นสามารถช่วยแก้ปัญหาการถ่ายทอดวัจนลีลาจากภาษาของต้นฉบับให้เป็นภาษาปลายทางได้เป็นผลสาเร็จ อย่างไรก็ตาม ยังต้องอาศัยองค์ประกอบด้านความรู้ทางประวัติศาสตร์และบริบททางสังคมที่เป็นฉากหลังของ นวนิยายอย่างละเอียดลึกซึ้ง เพื่อช่วยในการทำความเข้าใจเนื้อหาและสารของผู้ประพันธ์อันสะท้อนผ่านวัจนลีลาเหล่านั้นให้ได้ดียิ่งขึ้น