Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 5401 - 5430 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

การผลักดันมรดกโลกของญี่ปุ่นภายใต้รัฐบาลชินโซะ อาเบะ ค.ศ. 2012 – 2020: เพื่อการเชิดชูอดีตและการหลงลืมความจริงโดยเจตนา, อมรรัตน์ โม้ชัย Jan 2022

การผลักดันมรดกโลกของญี่ปุ่นภายใต้รัฐบาลชินโซะ อาเบะ ค.ศ. 2012 – 2020: เพื่อการเชิดชูอดีตและการหลงลืมความจริงโดยเจตนา, อมรรัตน์ โม้ชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สิ่งของหรือสถานที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘มรดกโลก’ จากองค์กรยูเนสโกนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่แสดงคุณค่าว่าพื้นที่แห่งนั้นมีคุณค่าแก่การเยี่ยมชม เปรียบเสมือน “สิ่งมหัศจรรย์ของโลก” ยุคใหม่ ซึ่งจะช่วยปลูกฝังความภาคภูมิใจและสนับสนุนประเทศต่าง ๆ ในการที่จะรักษาสถานที่นั้น อย่างไรก็ตาม ‘สถานที่ปฏิวัติอุตสาหกรรมสมัยเมจิ’ (the Sites of Japan’s Meiji Industrial Revolution) หรือ SJMIR ในฐานะมรดกโลกนั้นได้เป็นโครงการหลักระดับชาติในการเผยแพร่เรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของญี่ปุ่นในยุคเมจิสู่สากล ภายใต้รัฐบาลอนุรักษ์นิยมของนายกรัฐมนตรีชินโซะ อาเบะ ค.ศ. 2012-2020 กลับมีจุดประสงค์เพื่อแสวงหา ‘การเป็นที่ยอมรับ’ นับหน้าถือตาในเวทีระหว่างประเทศ ในขณะที่ความจริงแล้วอำนาจของญี่ปุ่นมีสถานะที่ลดน้อยถอยลง และถึงแม้ว่าความคิดถึงระดับชาตินี้จะตรงกับวาทกรรมทางการเมืองร่วมสมัยของเขาเกี่ยวกับการเอาชนะความท้าทายในประเทศและระหว่างประเทศของญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 21 แต่ก็กระตุ้นให้ผู้คนหลงลืมมุมมองอื่นที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำของชาวเกาหลีเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงาน ลัทธิล่าอาณานิคม และสงคราม เช่นกัน โดยสารนิพนธ์ฉบับนี้จะสำรวจถึงกระบวนการการผลักดันการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ‘สถานที่ปฏิวัติอุตสาหกรรมสมัยเมจิ’ ซึ่งในเนื้อหาดังกล่าวจะชี้ให้เห็นถึงบทบาทของผู้เชี่ยวชาญด้านมรดกของญี่ปุ่นที่พยายามนำเสนอเพียงแต่เรื่องราวเชิงบวกถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วของญี่ปุ่นเท่านั้น อีกทั้งพยายามบิดเบือนเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ทางเลือกให้ถูกลืมเลือนไป


แนวทางการใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นสำนักงานไร้กระดาษ : กรณีศึกษา กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, อภิสรา ถึงสุขวงษ์ Jan 2022

แนวทางการใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นสำนักงานไร้กระดาษ : กรณีศึกษา กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, อภิสรา ถึงสุขวงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานะการใช้กระดาษของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และวิธีการที่เหมาะสมในการนำลายเซ็นอิเล็กทรอกนิกส์มาใช้กับเอกสารทางราชการ รวมถึงแนวทางการเปลี่ยนแปลงองค์กรและบุคลากรที่เหมาะสม ในการใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ขับเคลื่อนกรมพัฒนาฝีมือแรงงานสู่การเป็นสำนักงานไร้กระดาษ ด้วยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากบุคลากรจำนวน 7 คน และวิเคราะห์ตามกรอบแนวคิดทฤษฎีและหลักแนวคิดจากตัวอย่างงานวิจัยในต่างประเทศ ผลการศึกษา พบว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงานประสบความสำเร็จในการนำลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการออกหนังสือรับรองการพัฒนาฝีมือแรงงาน แต่หากเทียบสัดส่วนกับงานเอกสารอื่นๆ ภายในหน่วยงานถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก จึงกล่าวได้ว่ากรมพัฒนาฝีมือแรงงานยังมีสถานะเป็นสำนักงานกึ่งไร้กระดาษ ซึ่งหากจะพัฒนาไปสู่การเป็นสำนักงานไร้กระดาษ ผู้บริหารขององค์กรควรกำหนดนโยบายและแนวทางที่ชัดเจน เพื่อให้บุคลากรเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ แนวทางเหมาะสมที่สุด คือ การปรับเปลี่ยน “หนังสือภายใน” (แบบทั่วไป) ที่ไม่มีผลทางกฎหมาย ที่ยังใช้เป็นกระดาษและเซ็นด้วยปากกาอยู่ ให้เป็น“หนังสือภายในอิเล็กทรอนิกส์” โดยใช้ “ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์” จะเป็นวิธีการที่ทำให้บุคลากรทุกคนได้มีประสบการณ์ในการใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น


นโยบายผู้ลี้ภัยของประเทศไทยในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (ระหว่าง ค.ศ. 2014-2022), อมาวสี วิริยะนุเคราะห์ Jan 2022

นโยบายผู้ลี้ภัยของประเทศไทยในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (ระหว่าง ค.ศ. 2014-2022), อมาวสี วิริยะนุเคราะห์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บทความวิจัยนี้ศึกษาเรื่องนโยบายผู้ลี้ภัยของประเทศไทยในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ระหว่าง ค.ศ. 2014-2022 โดยมุ่งศึกษาปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาตัดสินใจดำเนินนโยบายผู้ลี้ภัยเพื่อยกระดับขีดความสามารถของรัฐบาลในเวทีระหว่างประเทศ โดยใช้กรอบการวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับบุคคล ระดับรัฐ และระดับระหว่างประเทศ เป็นกรอบแนวคิดหลัก และการดำเนินนโยบายต่างประเทศด้านผู้ลี้ภัยดังกล่าวได้ยกระดับขีดความสามารถของรัฐบาลในเวทีระหว่างประเทศหรือไม่ อย่างไร ผู้วิจัยพบว่าระดับระหว่างประเทศคือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการกำหนดนโยบายผู้ลี้ภัยของประเทศไทยมากที่สุดโดยเฉพาะสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาที่เข้าสู่อำนาจด้วยการรัฐประหาร ย่อมส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลความชอบธรรม (Legitimacy Deficit) ดังนั้นรัฐบาลย่อมต้องแสดงออกในด้านนโยบายเพื่อส่งเสริมความชอบธรรมให้กับตนเอง จึงได้มุ่งเน้นในด้านการส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพราะสิทธิมนุษยชนเป็นหลักการที่เสริมสร้างความชอบธรรมได้มากยิ่งขึ้นทั้งภายในประเทศและในเวทีระหว่างประเทศ นโยบายผู้ลี้ภัยจึงเป็นนโยบายของรัฐบาลเพื่อยกระดับขีดความสามารถของรัฐบาลในเวทีระหว่างประเทศ ตั้งแต่ ค.ศ. 2014 เป็นต้นมา ทำให้ประเทศไทยปรับเปลี่ยนนโยบายผู้ลี้ภัยจากการวางตัวเป็นกลาง นำไปสู่การมุ่งให้การช่วยเหลือผู้ลี้ภัยมากยิ่งขึ้น โดยพยายามมุ่งพัฒนาขีดความสามารถในมิติต่าง ๆ ได้แก่ ความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศ การทูต การศึกษา สาธารณสุข และการให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในด้านอื่น ๆ เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับผู้ลี้ภัย รวมถึงการสร้างความชอบธรรมให้กับประเทศและในเวทีระหว่างประเทศ


Fptp Electoral System Of Myanmar As A Barrier For Ethnic Minority Inclusiveness In Parliamentary Decision-Making, Yamonh Pwint Thit Jan 2022

Fptp Electoral System Of Myanmar As A Barrier For Ethnic Minority Inclusiveness In Parliamentary Decision-Making, Yamonh Pwint Thit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In Myanmar, the ethnic minority do not have equal access to public services to raise their issues and voices for it. They are not adequately represented in state institutions by the political system which does not grant the adequate opportunities to participate in decision-making at union level. Ethnic minorities believe that all groups should have equal access to public services and enjoy an efficient system of protection of human rights. Ethnic Diversity may result in tensions within the nation when one group is economically or socially or politically dominant or privileged. By being discriminated and marginalized through the political system, …


The Effect Of Ict Infrastructure On Inward Fdi In Apec Countries, Nyi La Min Jan 2022

The Effect Of Ict Infrastructure On Inward Fdi In Apec Countries, Nyi La Min

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this study is to examine the effect of information and communication technology (ICT) infrastructure on inward foreign direct investment (FDI) in the Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) region by using panel data from 20 APEC economies over the 2005-2020 period. Various indicators of ICT-related factors, including number fixed telephone subscriptions, mobile cellular subscriptions, broadband subscriptions, and internet users have been used to measure the level of ICT infrastructure development. Principal component analysis (PCA) method is used to transform four indicators of ICT infrastructure together into an ICT infrastructure index. The study uses fixed-effects model to investigate the effect …


A Study Of The Impact Of Financial Literacy And Financial Development On Peer-To-Peer Lending In Developed And Developing Countries, Joffre Tan Zheng Hong Jan 2022

A Study Of The Impact Of Financial Literacy And Financial Development On Peer-To-Peer Lending In Developed And Developing Countries, Joffre Tan Zheng Hong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study seeks to examine how financial literacy and financial development, specifically financial access, financial depth, and financial efficiency affect the expansion of peer-to-peer (P2P) lending using a sample of 40 economies with data obtained in 2020. The findings reveal financial literacy and financial efficiency positively affect the expansion of P2P lending, while financial depth negatively correlates with the expansion of P2P lending. Additionally, financial literacy contributes significantly to the expansion of P2P lending in developing economies, but not in developed economies. This finding suggests that financial literacy does not factor significantly into the expansion of P2P lending in developed …


The Relationship Between Environmental, Social, Governance, And Financial Performance Among Listed Companies In Thailand Between 2019-2022, Saranpong Daengdej Jan 2022

The Relationship Between Environmental, Social, Governance, And Financial Performance Among Listed Companies In Thailand Between 2019-2022, Saranpong Daengdej

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

No abstract provided.


The Relationship Between Single-Parent Families And Academic Performance, Hao Yang Jan 2022

The Relationship Between Single-Parent Families And Academic Performance, Hao Yang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

No abstract provided.


What Are The Earning Differentials Between Full-Time Workers In Public And Private Sector Who Are Bachelor Degree Holder In Thailand? Evidence From Thai Labor Force Survey Data In The Third Quarter Of 2022, Atit Saerepaiboonsub Jan 2022

What Are The Earning Differentials Between Full-Time Workers In Public And Private Sector Who Are Bachelor Degree Holder In Thailand? Evidence From Thai Labor Force Survey Data In The Third Quarter Of 2022, Atit Saerepaiboonsub

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study wants to investigate the wage gap (wage premium or wage discount) between public and private sector among bachelor degree holder employees in Thailand, especially, the relationship between individual characteristics and these gap, namely gender, age, region, occupation, education, etc. The size of the public sector wage premium is relatively high in countryside but will change into wage discount in central region. Premium by occupation in public sector can only be found in technician and service worker group, but discount for senior official and professional. In other words, the higher the job position they are in workplace, the higher …


ผลของ Lactobacillus Rhamnosus Gg ร่วมกับสารเคอคิวมินต่อการยับยั้งการมีชีวิตและกระตุ้นการตายแบบอะพอพโตซิสของเซลล์มะเร็งช่องปากชนิดสความัสเซลล์คาร์ซิโนมา, ชัชพันธุ์ อุดมพัฒนากร Jan 2022

ผลของ Lactobacillus Rhamnosus Gg ร่วมกับสารเคอคิวมินต่อการยับยั้งการมีชีวิตและกระตุ้นการตายแบบอะพอพโตซิสของเซลล์มะเร็งช่องปากชนิดสความัสเซลล์คาร์ซิโนมา, ชัชพันธุ์ อุดมพัฒนากร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

มะเร็งช่องปากชนิดสความัสเซลล์คาร์ซิโนมา (Oral squamous cell carcinoma, OSCC) จัดเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดของ มะเร็งศรีษะและลำคอ เคอคิวมินเป็นสารออกฤทธิ์หลักซึ่งพบได้ในขมิ้นชันและถูกใช้เป็นสมุนไพรสำหรับการรักษาโรคต่าง ๆ หลายชนิด รวมทั้ง ได้รับการพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการแล้วว่ามีคุณสมบัติในการยับยั้งเซลล์มะเร็งได้หลากหลายประเภท ในขณะที่โพรไบโอติกแบคทีเรีย Lactobacillus rhamnosus GG (LGG) ได้รับการพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการถึงคุณสมบัติในการยับยั้งเซลล์มะเร็งได้หลากหลายชนิดเช่นกัน และ มีรายงานถึงการนำ LGG ไปใช้ร่วมกับสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติชนิดอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสารธรรมชาตินั้นอีกด้วย ดังนั้นวัตถุประสงค์ ของการศึกษาในครั้งนี้คือ เพื่อศึกษาผลของการใช้เคอคิวมินร่วมกับน้ำเลี้ยงส่วนใสของแบคทีเรีย LGG (LGG cell-free supernatant, LGG CFS) ในการยับยั้งการมีชีวิตและกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งช่องปากชนิด OSCC (SCC-9 cells) เกิดการตายแบบอะพอพโตซิส ผลการศึกษาพบว่า เคอคิวมินและ LGG CFS มีคุณสมบัติในการยับยั้งการมีชีวิตของเซลล์มะเร็งช่องปาก SCC-9 cells โดยขึ้นอยู่กับความเข้มข้นที่ใช้ การใช้เคอคิว มินและ LGG CFS ที่ความเข้มข้นสูง (Curcumin 40 µg/ml และ 25% (volume/volume) LGG CFS ที่ความเข้มข้น 108 CFU/ml หรือความ เข้มเข้นเริ่มต้น (undiluted condition)) ในรูปแบบการใช้สารเดี่ยวหรือสารผสมร่วมกัน ส่งผลยับยั้งการมีชีวิตของทั้งเซลล์มะเร็งช่องปาก SCC9 cells และเซลล์เนื้อเยื่อเหงือก (human gingival fibroblast, HGF cells) เมื่อเปรียบเทียบกับสภาวะควบคุม (p<0.0001 สำหรับการใช้สาร เดี่ยวในเซลล์มะเร็งช่องปาก SCC-9 และการใช้สารเดี ่ยวและสารผสมในเซลล์เนื ้อเยื ่อเหงือก HGF และ p=0.02 สำหรับการใช้สารผสมใน เซลล์มะเร็งช่องปาก SCC-9) ในขณะที ่การใช้เคอคิวมินและ LGG CFS ในรูปแบบของสารผสมร่วมกันที ่ระดับความเข้มข้นต่ำ (Curcumin 5 µg/ml และ 25% (v/v) LGG CFS ความเข้มข้น 1:100 เท่าจากระดับความเข้มข้นเริ ่มต้น) สามารถยับยั ้งการมีชีวิตของเซลล์มะเร็งช่องปาก SCC-9 ได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเปรียบเทียบกับสภาวะการใช้สารเดี่ยวของเคอคิวมินและ LGG CFS ที่ระดับความเข้มข้นต่ำ และสภาวะควบคุม (p<0.0001, p=0.002 และ p=0.02 ตามลำดับ) และไม่ส่งผลต่อการมีชีวิตของเซลล์เนื้อเยื่อเหงือก HGF เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (p=0.14) ผลการวิเคราะห์ Flow analysis พบว่าสภาวะการใช้เคอคิวมินและ LGG CFS ร่วมกันที่ระดับความเข้มข้นต่ำ สามารถเหนี่ยวนำให้ เซลล์มะเร็ง SCC-9 เกิดการตายแบบอะพอพโตซิสได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้สารเดี่ยวและสภาวะควบคุม (p<0.0001 ในทุกสภาวะ) นอกจากนั้นสภาวะการใช้เคอคิวมินและ LGG CFS ร่วมกันที่ระดับความเข้มข้นต่ำ สามารถเหนี่ยวนำให้เซลล์มะเร็ง SCC-9 มีระดับการแสดงออกของ Bax/Bcl-2 ratio ที่สูงขึ้น ซึ่งมีผลให้ให้เซลล์มะเร็งเกิดการตายแบบอะพอพโตซิสต่อไป อย่างไรก็ตามสภาวะ เคอคิวมินและ LGG CFS ร่วมกันที่ระดับความเข้มข้นต่ำ ส่งผลต่อระดับการแสดงออกของโปรตีน caspase-3 ที ่สูงขึ้นอย่างไม่มีนัยสำคัญ (p=0.12) แต่ไม่มีผลต่อระอัตราส่วนการแสดงออกของโปรตีน Bcl-xL/Bak และโปรตีน Mcl-1/Bak เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (p=0.53 และ p=0.34 ตามลำดับ) การวิเคราะห์ LGG CFS ที่ความเข้มข้น 1:100 เท่าจากระดับความเข้มข้นเริ่มต้น ด้วยเทคนิค LC-MS/MS พบสารประเภท โปรตีนทั้งหมด 30 ชนิด ได้แก่ metabolic enzyme and protein จำนวน 26 ชนิด และ surface layer protein จำนวน 4 ชนิด การใช้สาร เคอคิวมินและ LGG CFS ร่วมกันที่ระดับความเข้มข้นต่ำ น่าจะมีผลในการยับยั้งเซลล์มะเร็งช่องปากชนิด SCC-9 แต่ไม่มีผลกระทบต่อเซลล์ เหงือก HGF ผลการศึกษาในครั้งนี้อาจนำไปสู่การพัฒนาวิธีป้องกันหรือรักษามะเร็งช่องปากชนิด OSCC รูปแบบใหม่ได้ในอนาคต


Influence Of Thai Drama Through Social Media On Popularity Of Thai Culture : Case Studies Of Students Of Busan University Of Foreign Studies, Youngseon Ko Jan 2022

Influence Of Thai Drama Through Social Media On Popularity Of Thai Culture : Case Studies Of Students Of Busan University Of Foreign Studies, Youngseon Ko

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

With the rapid development of social media in Korea, the influx of dramas from Southeast Asia, especially Thailand, is increasing. During this period, popularity of Thai culture is evidence. This research aims to determine whether Thai drama through social media influence the level of interest in Thai culture among Korean audiences. It analyzes how Thai dramas introduced to Korea through social media contribute to the rise in popularity of Thai culture. In addition, the research attempts to analyze which aspect of Thai culture interest Koreans Koreans and how they experience those cultures in South Korea. Busan is the city with …


Role Of Jak/Stat Signaling Pathway During Viral Infection In Black Tiger Shrimp Penaeus Monodon, Pasunee Laohawutthichai Jan 2022

Role Of Jak/Stat Signaling Pathway During Viral Infection In Black Tiger Shrimp Penaeus Monodon, Pasunee Laohawutthichai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Janus Kinase/signal transducers and activators of transcription (JAK/STAT) signaling pathway plays an important role for antiviral immunity. To stimulate the pathway, the cytokines, interferons, or other stimulators activate the receptor, which is then dimerized and activate JAKs, causing phosphorylation of the tyrosine residues of the receptor. Consequently, STATs are phosphorylated, dimerized and localized into the nucleus to regulate their target gene transcription. This study aims to better understand the role of JAK/STAT signaling pathway in Penaeus monodon during viral infection. From tissue distribution, PmDOME, PmJAK and PmSTAT transcripts were expressed in all tested tissues and up-regulated about 2-fold upon WSSV …


Macrophage-Cancer Cell Interaction In Three Dimension Liver Cancer Model, Pornlapat Keawvilai Jan 2022

Macrophage-Cancer Cell Interaction In Three Dimension Liver Cancer Model, Pornlapat Keawvilai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Hepatocellular carcinoma (HCC) is the one of the leading causes of cancer-related mortality. Liver cancer progression is significantly influenced by immune cells which infiltrate tumors and their interaction with liver cancer cells in the tumor microenvironment (TME). Circulating monocytes are recruited to tumor site by TME and differentiated into tumor-associated macrophages (TAMs) which are roughly divided into pro-inflammatory macrophages (M1) or pro-tumoral macrophages (M2). In order to study the interaction between macrophages and liver cancer cells. In in vitro, an effective liver cancer model which closely mimicks this crosstalk is necessary. This study aimed to fabricate a three-dimension (3D) liver …


Development Of Electrochemical Detection For Cortisol And Hepatitis C Virus Core Antigen, Pannaporn Pusomjit Jan 2022

Development Of Electrochemical Detection For Cortisol And Hepatitis C Virus Core Antigen, Pannaporn Pusomjit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This dissertation focused on the development of electrochemical biosensors for the determination of essential biomarkers by using a label-free assay. This dissertation can be divided into two parts. In the first part, a non-invasive aptamer-based electrochemical biosensor using disposable screen-printed graphene electrodes (SPGEs) was developed for simple, rapid, and sensitive determination of cortisol. The specific recognition of the cortisol DNA aptamer (CApt) was modified with streptavidin magnetic beads (MBs) before simple immobilization onto the electrode surface using a neodymium magnet. The electrochemical behavior of the aptamer-based biosensor was assessed by using electrochemical impedance spectroscopy (EIS) and cyclic voltammetry (CV). Furthermore, …


ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, พรวิมล ชัยมานิตย์ Jan 2022

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, พรวิมล ชัยมานิตย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเพื่อให้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรค รวมทั้งแนวทางการพัฒนาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากร ของฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยใช้รูปแบบการศึกษาด้วยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ จากการสัมภาษณ์แบบเชิงลึก โดยมีประชากรกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน ผู้รับบริการและผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผลการศึกษาภายใต้กรอบแนวคิดปัจจัยภายในองค์กรที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานตามหลักการของ McKinsey’s 7S Framework พบว่า ประสิทธิภาพการทำงานของผู้ปฏิบัติงานฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุ สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างคุ้มค่า ทันเวลาและสร้างความพึงพอใจให้กับผู้รับบริการ โดยปัจจัยที่องค์การสามารถนำมาปรับแนวทางการบริหารจัดการเหมาะสม เสริมให้เกิดประสิทธิภาพในงานมากขึ้น ได้แก่ ด้านบุคลากรมีบุคลิกภาพและจำนวนเหมาะสม ด้านทักษะคือมีความรู้เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน และด้านค่านิยมร่วมที่เน้นการทำงานด้วยความรวดเร็วเท่าทันต่อสถานการณ์ นอกจากนี้ยังพบข้อจำกัดในการดำเนินการคือ มีการกำหนดลักษณะโครงสร้างองค์การแบบรวมศูนย์ทำให้เกิดการกระจุกตัวของการทำงานและอำนาจการตัดสินใจขึ้นอยู่กับผู้บริหารระดับสูง กลยุทธ์ที่ขาดความชัดเจนผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถรับรู้ได้ถึงเป้าประสงค์ที่แท้จริงของผู้บริหารที่ใช้เป็นหลักในการดำเนินงานในองค์การ ระบบสารสนเทศหลายระบบปฏิบัติการเป็นการทำงานซ้ำซ้อนกันสร้างความยุ่งยากและเพิ่มภาระงานให้กับผู้ปฏิบัติงาน รูปแบบการบริหารที่ยังไม่ถูกนำมาใช้อย่างตรงวัตถุประสงค์จากการสื่อสารของผู้บริหารไม่ได้ถูกส่งผ่านไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาตามที่ได้วางแนวทางการบริหารไว้ และการคัดเลือกบุคคลากรเป็นลักษณะงานสายสนับสนุนไม่ได้มีความเฉพาะทางวิชาชีพอาจจะทำให้บางครั้งความต้องการของผู้ปฏิบัติงานและองค์การไม่ตรงกันกระทบต่อแรงจูงใจ หากข้อจำกัดเหล่านี้ได้รับการปรับเปลี่ยนให้มีการกระจายโครงสร้างการปฏิบัติงานเน้นการกระจายอำนาจบริหารและนำความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงานมาใช้เป็นแนวทางพัฒนาการทำงานร่วมกันกับผู้บริหารก็จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพนำมาซึ่งประโยชน์ต่อองค์การมากยิ่งขึ้น


การพัฒนารูปแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบร่วมกับแนวคิดเกมมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการในห้องสมุดของนิสิตสาขาสารสนเทศศึกษา, ฐิติ อติชาติชยากร Jan 2022

การพัฒนารูปแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบร่วมกับแนวคิดเกมมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการในห้องสมุดของนิสิตสาขาสารสนเทศศึกษา, ฐิติ อติชาติชยากร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการเรียนรู้บนคลาวด์ตามกระบวนการคิดเชิงออกแบบร่วมกับแนวคิดเกมมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการในห้องสมุดของนิสิตสาขาสารสนเทศศึกษา 2) สร้างรูปแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์ตามกระบวนการคิดเชิงออกแบบร่วมกับแนวคิดเกมมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการในห้องสมุดของนิสิตสาขาสารสนเทศศึกษา 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบร่วมกับแนวคิดเกมมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการในห้องสมุดของนิสิตสาขาสารสนเทศศึกษา 4) นำเสนอรูปแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวโดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบร่วมกับแนวคิดเกมมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการในห้องสมุดของนิสิตสาขาสารสนเทศศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้พัฒนารูปแบบฯ คือ ผู้เชี่ยวชาญ 24 ท่าน นิสิตนักศึกษาสาขาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ จำนวน 388 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพและความต้องการเกี่ยวกับรูปแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์ฯ 2) แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ และ 3) แบบประเมินรับรองสภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์ฯ กลุ่มทดลองที่ใช้สภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์ฯ ได้แก่ นิสิตชั้นปีที่ 3 จำนวน 39 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แบบประเมินต้นแบบนวัตกรรมห้องสมุด 2) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ฯ ใช้เวลาทดลอง 8 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยสรุปว่า 1. สภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบร่วมกับแนวคิดเกมมิฟิเคชันเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการในห้องสมุดของนิสิตสาขาสารสนเทศศึกษาที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบได้แก่ 1) แนวคิดเกมมิฟิเคชัน 2) แหล่งข้อมูล 3) ผู้เรียน 4) ผู้สอน 5) สภาพแวดล้อมการเรียนรู้บนคลาวด์ 6) การประเมิน โดยมี 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การเข้าใจปัญหา 2) การนิยามปัญหา 3) การสร้างแนวความคิด 4) การสร้างต้นแบบ 5) การทดสอบต้นแบบ 2. ผลการทดลองใช้พบว่า 1) คะแนนความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการบริการหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลการประเมินนวัตกรรมการบริการหลังการประเมินอยู่ในระดับดีทุกกลุ่ม 3. ผลสำรวจความพึงพอใจที่มีต่อสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ฯ ของกลุ่มตัวอย่าง อยู่ในระดับมาก 4. ผู้ทรงคุณวุฒิให้การประเมินรับรองสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ฯ อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด


การพัฒนานวัตกรรมสะตีมศึกษาตามแนวทางการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานสำหรับนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูระดับประถมศึกษา, ณัชชา เจริญชนะกิจ Jan 2022

การพัฒนานวัตกรรมสะตีมศึกษาตามแนวทางการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานสำหรับนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูระดับประถมศึกษา, ณัชชา เจริญชนะกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัย ดังนี้ 1) ศึกษาองค์ประกอบและวิเคราะห์แนวทางฯ 2) พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมฯ 3) ศึกษาผลการนำนวัตกรรมไปใช้ฯ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ 1) ผู้เชี่ยวชาญด้านสะตีมศึกษา 2) ครูศิลปะที่มีการสอนศิลปะแบบบูรณาการ 3) ครูประถมศึกษาที่จัดการเรียนการสอนในรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับสะตีมศึกษา จำนวน 400 คน 4) ผู้เชี่ยวชาญให้ความคิดเห็นในการพัฒนานวัตกรรม 5) นิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูระดับประถมศึกษารายวิชาที่เกี่ยวข้องกับสะตีมศึกษา และรายวิชาศิลปะ เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถามความคิดเห็น Matrix analysis และ Design analysis เครื่องมือการวางแผนการออกแบบบอร์ดเกมการศึกษา แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินความพึงพอใจ แบบประเมินประสิทธิภาพ และแบบสอบวัดความรู้ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติบรรยาย วิเคราะห์แบบสอบถามโดยคำนวณหา Priority Need Index วิเคราะห์การประเมินตนเองโดยเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยก่อน-หลัง วิเคราะห์แบบวัดความรู้ด้วยสถิติทดสอบที วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหา มีผลการวิจัย ดังนี้ มีความต้องการจำเป็นในการพัฒนานวัตกรรมฯ ด้านองค์ความรู้แนวคิดสะตีมศึกษา มี PNI = 0.213 ด้านการนำแนวคิดสะตีมศึกษาไปปฏิบัติ มี PNI = 0.197 ด้านระดับปัญหาและอุปสรรคมีค่าเฉลี่ยรวมในระดับปานกลาง (x̄ = 3.38) สอดคล้องกับผลจากการสัมภาษณ์จึงสามารถสรุปเป็นจุดเน้นและแนวทางการพัฒนานวัตกรรม ด้วย CHILD Model นำมาพัฒนาเป็นต้นแบบนวัตกรรมบอร์ดเกม “STEAM Story” สำหรับเรียนรู้และฝึกทักษะการวางแผนการสอนแบบบูรณาการตามแนวคิดสะตีมศึกษา สามารถเล่นได้ 4-6 คน เป็นบอร์ดเกมแบบกึ่งร่วมมือกัน ใช้เวลา 60 นาทีขึ้นไป ผลลัพธ์ที่ได้จากการเล่น เป็นแผนการสอนสะตีมศึกษา 1 หน้า โดยวิธีการเล่นแบ่งเป็น 3 เฟส ความพึงพอใจต่อการทดลองใช้นวัตกรรมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.70) จากการประเมินตนเองพบว่าทัศนคติ ความรู้ และความสามารถในการพัฒนาแผนการสอนสะตีมศึกษา หลังใช้นวัตกรรมมากกว่าก่อนใช้นวัตกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากแบบสอบวัดความรู้ พบว่าค่าเฉลี่ยก่อนใช้ = 11.15, ค่าเฉลี่ยหลังใช้ = 16.00, ค่าสถิติทดสอบที …


แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามแนวคิดสุขภาวะทางจิต, ลัดดาพร สิมะรักษ์อำไพ Jan 2022

แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามแนวคิดสุขภาวะทางจิต, ลัดดาพร สิมะรักษ์อำไพ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารงานวิชาการโรงเรียนผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามแนวคิดผู้มีสุขภาวะทางจิตและ เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามแนวคิดผู้มีสุขภาวะทางจิต โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ โรงเรียนผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 58 แห่ง ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ดูแลงานวิชาการหรือคณะกรรมการวิชาการ และครูหรือจิตอาสาสอน ผู้ให้ข้อมูลมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 174 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบประเมินและแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบันของการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามแนวคิดผู้มีสุขภาวะทางจิต ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ ด้านการจัดการเรียนการสอน สภาพที่พึงประสงค์ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ขอบข่ายการบริหารงานวิชาการ ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ ด้านการจัดการเรียนการสอน และความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารงานวิชาการโรงเรียนผู้สูงอายุตามแนวคิดสุขภาวะทางจิต คือ ด้านการวัดประเมินผล (PNImodified = 0.1111) มีลำดับความต้องการจำเป็นสูงที่สุด และด้านการจัดการเรียนการสอน มีลำดับความต้องการจำเป็นต่ำที่สุด (PNImodified = 0.0851) เมื่อพิจารณารายด้านของสุขภาวะทางจิต พบว่า ด้านความเป็นตัวของตัวเองหรือการมีอิสระแห่งตน (PNImodified = 0.1267) มีค่าความต้องการจำเป็นสูงที่สุด และด้านที่มีค่าความต้องการจำเป็นต่ำที่สุด คือ ด้านการมีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น (PNImodified = 0.0802) แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการโรงเรียนผู้สูงอายุตามแนวคิดสุขภาวะทางจิต ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก 6 แนวทางย่อย และ 24 วิธีดำเนินการ ได้แก่ แนวทางที่ 1)พัฒนาการวัดและประเมินผล เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุทางด้านความเป็นตัวของตัวเองหรือการมีอิสระแห่งตน การยอมรับในตนเองและการมีความงอกงามในตน ประกอบด้วย 2 แนวทางย่อย คือ 1) กำหนดแนวปฏิบัติในการวัดและประเมินผลเพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุด้านความเป็นตัวของตัวเองหรือการมีอิสระแห่งตน และการยอมรับในตนเองและการมีความงอกงามในตนและ2) จัดทำเครื่องมือในการวัดและประเมินผล เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุด้านความเป็นตัวของตัวเองหรือการมีอิสระแห่งตน การยอมรับในตนเองและการมีความงอกงามในตน แนวทางที่ 2) พัฒนาหลักสูตรที่เน้นสุขภาวะทางจิตด้านการมีเป้าหมายในชีวิต การมีความสามารถจัดการกับสิ่งแวดล้อมและการยอมรับในตัวเอง ประกอบด้วย 2 แนวทางย่อย คือ 1) วิเคราะห์ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อพัฒนาสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุด้านการมีเป้าหมายในชีวิต การมีความสามารถจัดการกับสิ่งแวดล้อมและการยอมรับในตัวเองและ2) กำหนดจุดมุ่งหมายหรือโครงสร้างของหลักสูตร สถานศึกษาเพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุด้านการมีเป้าหมายในชีวิต การมีความสามารถจัดการกับสิ่งแวดล้อมและการมีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น แนวทางที่ 3) ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนด้านความเป็นตัวของตัวเองหรือการมีอิสระแห่งตน การมีเป้าหมายในชีวิตและการยอมรับในตนเอง …


Indoor And Outdoor Localization In An Unknown Environment With Window Detection For Unmanned Aerial Vehicles, Laphonchai Jirachuphun Jan 2022

Indoor And Outdoor Localization In An Unknown Environment With Window Detection For Unmanned Aerial Vehicles, Laphonchai Jirachuphun

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this thesis, we design and build a system for unmanned aerial vehicles (UAVs). We combine, adjust and improve existing open-source algorithms for localization tasks in an indoor and outdoor environment with window detection for transitioning between the two environments. For outdoor localization, we mainly use GPS, while for indoor localization, we use Extended Kalman Filter (EKF). However, for the transitioning area where the GPS is unreliable and the environment has too few structures for EKf, we use an opening such as a window or a door for localization with a stereo camera. We compare our technique with GPS only, …


Photocatalytic Films For Efficient Gas Phase Co2 Reduction Into Value-Added Chemicals, Mohammad Fereidooni Jan 2022

Photocatalytic Films For Efficient Gas Phase Co2 Reduction Into Value-Added Chemicals, Mohammad Fereidooni

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

A viable method to lower the atmospheric CO2 concentration is artificial photosynthesis, which converts CO2 and H2O into products with added value. Herein, the catalytic activity of thin photocatalytic films was examined in water vapor, batch, and flow reactor configurations for CO2 reduction. In addition to the experimental study, a theoretical analysis of the reaction mechanism over silica-modified amorphous TiO2 (AM-TiO2-SiO2) and indium tin oxide (ITO) photocatalysts is conducted. In the case of AM-TiO2-SiO2, the research shows that surfaces with low loading of SiO2 groups have a higher affinity for certain target molecules (T-M). This affinity accelerates adsorption and reaction …


Automatic Image-Based Sbfe Approach For Multiphase-Materials Topology Optimization Under Dynamic Loading, Rut Su Jan 2022

Automatic Image-Based Sbfe Approach For Multiphase-Materials Topology Optimization Under Dynamic Loading, Rut Su

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis presents the efficient topology optimization methods constructed within the state-of-the-art polygon scaled boundary finite element (SBFE) framework. The SBFE approach enables the discrete model construction of structures comprising of arbitrary curve geometry lying in 2D and/or 3D spaces. More explicitly, incorporated with quadtree (in 2D) and octree (3D) mesh refinements the automatic adaptive mesh scheme run within the polygon SBFE framework provides the cost-effective model generation allowing hanging nodes. These distinctive features present the developed SBFE approach well suiting as an underlying modeling framework for the topology design optimization of solids. The bi-directional evolutionary structural optimization (BESO) algorithm …


Electrocatalytic Hydrogenation Of Nitrobenzene On High Entropy Materials (Hems), Victor Manuel Marquez Espinoza Jan 2022

Electrocatalytic Hydrogenation Of Nitrobenzene On High Entropy Materials (Hems), Victor Manuel Marquez Espinoza

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Global warming and environmental pollution are two of the major challenges currently in the spotlight of the research community. Nitrobenzene electrocatalytic hydrogenation could simultaneously tackle two problems. In the first place, as an option to replace the resource-inefficient and non-environmentally friendly processes for aniline production used nowadays. Also, as a viable and applicable process to enhance the degradation efficiency for wastewater treatment rising technologies, using nitrobenzene as a model pollutant. Herein, We present a comprehensive study of the nitrobenzene catalytic hydrogenation using high entropy materials (HEMs) as electrode materials. Different synthesis methods were used to produce high entropy alloys (HEAs) …


Fatty Acid Methyl Ester Production By Transesterification Of Refined Palm Oil With Methanol Catalysed By Anion-Exchange Resin With Tetrahydrofuran As A Co-Solvent, Zargul Ammara Jan 2022

Fatty Acid Methyl Ester Production By Transesterification Of Refined Palm Oil With Methanol Catalysed By Anion-Exchange Resin With Tetrahydrofuran As A Co-Solvent, Zargul Ammara

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Alkaline anion exchange resins, specifically dense AmberLiteTM IRA402 and porous AmberLystTM A26, are used to study the transesterification of palm oil and methanol. A common industrial process for creating biodiesel or green solvents is transesterification. While homogeneous catalysts like sodium methoxide and sodium hydroxide are used in most transesterification facilities, heterogeneous catalysts have the benefit of being simpler to separate from the finished product. The goal of this study was to better understand how palm oil and methanol combine to produce fatty acid methyl ester (FAME), a prevalent kind of biodiesel. Previous studies mainly investigated the production of fatty acid …


การประยุกต์ใช้โดโลไมต์จากดินตะกอนเหมืองหินปูนสำหรับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด, กรบงกช วรนาถสุรงค์ Jan 2022

การประยุกต์ใช้โดโลไมต์จากดินตะกอนเหมืองหินปูนสำหรับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด, กรบงกช วรนาถสุรงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประยุกต์ใช้โดโลไมต์จากดินตะกอนเหมืองหินมาเป็นสารตัวเติมผสมกับมูลไก่สำหรับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด โดยหาสัดส่วนที่ให้คุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์กรมวิชาการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ดินตะกอนเหมืองหิน และสามารถลดต้นทุนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดได้ โดยงานวิจัยนี้ ใช้ดินตะกอนเหมืองหินกรณีศึกษาในจังหวัดชุมพรที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าโดโลไมต์ นำมาผสมมูลไก่สำหรับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดทั้งหมด 7 สัดส่วน ได้แก่ 0:100 (T0), 10:90 (T1), 20:80 (T2), 30:70 (T3), 40:60 (T4), 50:50 (T5) และ 60:40 (T6) และวางแผนการปลูกทดลองแบบสุ่มอย่างสมบูรณ์ (Completely Randomized Design: CRD) กับผักสลัด 2 ชนิด คือ กรีนโอ๊ค และกรีนคอส โดยใช้ดินของจังหวัดปทุมธานี เพื่อทำการเปรียบเทียบกับสัดส่วนที่ควบคุม (T0) จำนวน 3 ซ้ำ ผลการศึกษาพบว่า สัดส่วนที่ T0 – T4 มีคุณสมบัติทางเคมีทั้งหมดผ่านเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์กรมวิชาการเกษตร คุณสมบัติทางเคมีและทางกายภาพของดินหลังปลูกดีขึ้นโดยเฉพาะสัดส่วนที่ T3 และ T4 สัดส่วนโดโลไมต์ที่มากขึ้นส่งผลให้ดินมีความโปร่งพรุนมากขึ้น ผลการเจริญเติบโตและผลผลิตในสัดส่วนที่ T0 – T4 นั้นไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งกรีนโอ๊คและกรีนคอส แต่สัดส่วนที่ T4 ให้ผลผลิตน้อยสุด เพราะสัดส่วนของมูลไก่ที่เป็นแหล่งธาตุอาหารพืชหลักของผักสลัดน้อยลง ดังนั้นสัดส่วนโดโลไมต์จากดินตะกอนเหมืองหินกรณีศึกษาแห่งนี้ที่ใช้เป็นสารตัวเติมผสมกับมูลไก่สำหรับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด ที่ดีที่สุด คือ สัดส่วนของโดโลไมต์ต่อมูลไก่ที่ 30 : 70 (T3) ซึ่งสามารถลดต้นทุนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดได้ถึง 24.41%


การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ของลูกอมที่มีสารช่วยในการเติมเนื้อฟัน, จิตธนา สันทวี Jan 2022

การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ของลูกอมที่มีสารช่วยในการเติมเนื้อฟัน, จิตธนา สันทวี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ลูกอมที่มีสารช่วยเติมเนื้อฟันที่มีประสิทธิภาพในการคืนกลับเนื้อฟัน และเพื่อศึกษาประเมินศักยภาพความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ วิเคราะห์การตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ลูกอมที่มีสารช่วยเติมเนื้อฟัน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มประสบการณ์ประสาทสัมผัสการรับรสของบริการสปา โดยได้ศึกษาความเป็นไปได้ด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวนทั้งสิ้น 60 คน สำหรับการวัดในเชิงปริมาณ และ การสังเกตพฤติกรรมการรับประทานผลิตภัณฑ์ลูกอมต้นแบบสำหรับการวัดในเชิงคุณภาพ ผลการวิเคราะห์จากแบบสอบถามพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกบริโภคลูกอมของผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ รสชาติ กลิ่น และ สี โดยคุณสมบัติความสามารถของลูกอมที่ผู้ให้ข้อมูลสนใจนอกเหนือจากการทำให้ชุ่มคอหรือการช่วยระงับกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่มีอยู่ทั่วไปในตลาดนั้น คือ การช่วยรักษาสุขภาพฟันแข็งแรง และยินยอมที่ซื้อผลิตภัณฑ์ลูกอมในราคาที่สูงขึ้นหากตัวผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติและประโยชน์ที่คุ้มค่า และผลการวิเคราะห์จากการสังเกตพฤติกรรมการรับประทานผลิตภัณฑ์ลูกอมต้นแบบพบว่าผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่มีส่วนผสมของสารช่วยในการเติมเนื้อฟันไม่ทำให้ลูกอมสูญเสียรสชาติ หรือ แตกต่างไปจากเดิม คณะผู้วิจัยได้นำเสนอลูกอมที่มีสารช่วยในการเติมเนื้อฟัน พบว่า ผู้ให้ข้อมูลมีความสนใจต่อนวัตกรรม และรับรู้ถึงประโยชน์ของนวัตกรรม ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงนำลูกอมที่มีสารช่วยเติมเนื้อฟันไปทำการศึกษาต่อยอดถึงความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจต่อไป


กรณีศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับน้ำยาล้างรถแบบเจลบอล, พรเทพ หงส์วัฒนกุล Jan 2022

กรณีศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับน้ำยาล้างรถแบบเจลบอล, พรเทพ หงส์วัฒนกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่องกรณีศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับน้ำยาล้างรถแบบเจลบอล เพื่อหาความเป็นไปได้ที่น้ำยาล้างรถแบบเจลบอลสามารถออกสู่ตลาด และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งาน โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์การแข่งขันธุรกิจ การวิเคราะห์ปัจจัยภายในและภายนอก และการวิเคราะห์ลูกค้า จากแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 111 คน ผลการวิเคราะห์แบบสอบถามพบว่า ปัจจัยที่จะทำให้ผู้ใช้งานสนใจได้ต้องมีคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ที่มีความสามารถในการทำความสะอาดได้ดี เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการผลิตน้ำยาล้างรถยนต์ นอกจากนี้คุณสมบัติเพิ่มเติมของน้ำยาล้างรถที่พึงควรมี คือ ความมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือป้องกันรังสียูวีได้ โดยราคาอยู่ในช่วงที่สมเหตุสมผลหรืออยู่ในช่วง 101-300 บาทต่อเดือน รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ สุดท้ายการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้งานของน้ำยาล้างรถแบบเจลบอล หรือคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญให้กับผู้ที่ต้องการใช้งานรับรู้ได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เกิดกระแสของทางสังคม ให้เกิดการอยากทดลองใช้งาน


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เนยออร์แกนิคคอเลสเตอรอลต่ำ เสริมประโยชน์จากโพรไบโอติก”, ธวัชชัย ทิพย์อุด Jan 2022

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เนยออร์แกนิคคอเลสเตอรอลต่ำ เสริมประโยชน์จากโพรไบโอติก”, ธวัชชัย ทิพย์อุด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่องการศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เนยออร์แกนิคคอเลสเตอรอลต่ำ เสริมประโยชน์จากโพรไบโอติก” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ในตลาดภายในประเทศไทย รวมถึงศึกษาความต้องการทางการตลาดและการยอมรับผลิตภัณฑ์ และเพื่อศึกษาโอกาสทางธุรกิจเพื่อจัดทำแผนธุรกิจใหม่ของผลิตภัณฑ์ โดยการวิจัยนี้มีการใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจ และการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยเครื่องมือการสัมภาษณ์เชิงลึก ในกลุ่มเป้าหมาย 10 ราย และเครื่องมือการใช้แบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและการยอมรับผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคทั่วไป จำนวน 100 ราย นำมาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา ทำให้เห็นภาพรวมของข้อมูลและความสัมพันธ์ของข้อมูล สรุปผลการวิจัยพบว่า มีความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ ทั้งในเรื่องของความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต ความเป็นไปได้และโอกาสทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง โดยกลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์คือกลุ่มผู้บริโภคที่ซื้อผลิตภัณฑ์เนยมาเพื่อทานสดร่วมกับอาหาร และจากการศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงิน พบว่าโครงการมีความสามารถในการทำกำไร อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) เป็นบวก และระยะเวลาคืนทุนภายใน 2 ปี ด้านการศึกษาความต้องการทางการตลาดและการยอมรับผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคมีความต้องการผลิตภัณฑ์เนยที่มีการลดปริมาณคอเลสเตอรอล เนื่องจากความกังวลที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ และต้องการผลิตภัณฑ์เนยที่เสริมจุลินทรีย์โพรไบโอติกท้องถิ่น ซึ่งมีส่วนช่วยให้สามารถรักษาสมดุลในระบบทางเดินอาหาร กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งงานวิจัยมีโอกาสทางด้านการตลาดและพัฒนาสู่แผนธุรกิจได้


การศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากเปลือกหอยแมลงภู่สำหรับการปรับสภาพดินก่อนเพาะปลูก, ชาญชัย ชวานนท์ Jan 2022

การศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากเปลือกหอยแมลงภู่สำหรับการปรับสภาพดินก่อนเพาะปลูก, ชาญชัย ชวานนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ขยะเปลือกหอยแมลงภู่สามารถเป็นประโยชน์ต่อพื้นที่เพาะปลูกที่ประสบปัญหาดินเปรี้ยว ด้วยกระบวนการ waste-to-value โดยนวัตกรรมแปรรูปเปลือกหอยแมลงภู่แคลเซียมคาร์บอเนตแบบอะราโกไนต์ให้มีขนาดไมโครเมตรและนาโนเมตรที่สามารถแก้ดินเปรี้ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ใช้ปริมาณน้อยกว่าปูนแบบเดิม และยังสามารถนำแร่ธาตุสำคัญคือ ไนโตรเจนและฟอสฟอรัส เข้าไปอยู่แทนที่สารอินทรีย์ในโครงสร้างอะราโกไนต์ได้ สร้างให้เกิดผลิตภัณฑ์หมวดหมู่ใหม่เป็นสินค้า “ทูอินวัน” ที่สามารถแก้ดินเปรี้ยวได้เหมือนปูนแล้วจึงปล่อยแร่ธาตุไนโตรเจนและฟอสฟอรัสลงสู่ดินได้เหมือนปุ๋ยธาตุหลัก ช่วยลดต้นทุนวัสดุเพาะปลูกและแรงงานการหว่านจากเดิม 2 ครั้งให้เหลือเพียงครั้งเดียว งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ด้วยการศึกษาความต้องการของตลาด การยอมรับในผลิตภัณฑ์ และโอกาสในการทําธุรกิจ โดยมีขอบเขตการศึกษาพืชเศรษฐกิจ คือ ข้าว ด้วยวิธีดำเนินการวิจัยที่เหมาะสมกับลักษณะอุปนิสัยของกลุ่มเป้าหมายหลักคือเกษตรกร ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์พบว่าราคาและประสิทธิภาพคุ้มค่าเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อวัสดุเพื่อการเพาะปลูก โดยที่ปัญหาดินเปรี้ยวยังเป็นหนึ่งในปัญหาเกี่ยวกับดินที่กระทบเกษตรกรมากเป็นอันดับต้นๆ และข้อมูลจากแบบสอบถามพบความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลความสนใจในผลิตภัณฑ์เปรียบเทียบกับข้อมูลระดับผลกระทบปัญหาดินเปรี้ยว และเปรียบเทียบกับข้อมูลความคิดเห็นเรื่องการประหยัดกว่าการใช้วัสดุแบบเดิม และเปรียบเทียบกับข้อมูลจังหวัดที่ทำการเพาะปลูกอยู่ ส่วนกลยุทธ์การตลาดควรมุ่งไปที่การเปลี่ยนจากการใช้ผลิตภัณฑ์เดิม (Brand Switching) ซึ่งเป็นหมวดหมู่แบบเดิมมาเป็นผลิตภัณฑ์ในหมวดหมู่ใหม่ โดยมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องการจัดทำแผนธุรกิจ คือต้องให้ความสำคัญอย่างมากกับการสร้างแบรนด์ของผลิตภัณฑ์


การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับทรายแมวที่ สามารถตรวจสุขภาพแมวจากการเปลี่ยนสีได้, ปุญญิศา ดาวฉาย Jan 2022

การศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับทรายแมวที่ สามารถตรวจสุขภาพแมวจากการเปลี่ยนสีได้, ปุญญิศา ดาวฉาย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและประเมินศักยภาพตลาดและความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับทรายแมวที่สามารถตรวจสอบสุขภาพแมวจากการเปลี่ยนสีได้ และ เพื่อพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ทรายแมวที่สามารถตรวจสอบสุขภาพแมวจากการเปลี่ยนสีได้ ให้ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด โดยได้ศึกษาความเป็นไปได้ด้วย แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จํานวนทั้งสิ้น 100 คน โดยวัดทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ ผลการวิเคราะห์จากแบบสอบถามพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของผู้ให้ข้อมูล ด้านผลิตภัณฑ์ คือ เลือกใช้เพราะมีความเป็นมิตรต่อสัตว์ ด้านราคา คือ เลือกใช้เพราะราคาสมเหตุสมผล ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย คือ เลือกใช้เพราะมีช่องทางจัดจำหน่ายที่หลากหลายและเข้าถึงง่าย ด้านการส่งเสริมการขาย คือ เลือกใช้เพราะมีการจัดโปรโมชั่น ส่วนลด ด้านการใช้บริการส่วนบุคคล คือ เลือกใช้เพราะมีการให้ข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่น แก่ลูกค้า อย่างสม่ำเสมอ และ ด้านการใช้บริการส่วนบุคคล คือ เลือกใช้เพราะมีระบบความปลอดภัยในการชำระเงินให้กับลูกค้า กระบวนการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้ให้ข้อมูล ด้านการรับรู้ความต้องการ คือ การมีโปรโมชั่นดึงดูดใจ ด้านการค้นหาข้อมูล คือ การอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง ด้านการประเมินทางเลือก คือ การพิจารณาจากราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ ด้านการตัดสินใจซื้อ คือ การตัดสินใจซื้อจากประสบการณ์ และ ด้านพฤติกรรมหลังการซื้อ คือ มีการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับข้อสงสัยต่างๆ และจากที่ คณะผู้วิจัยได้นําเสนอการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ชุดเครื่องตรวจสุขภาพของแมวจากการเปลี่ยนสีของทรายแมว พบว่า มีความพึงผู้ให้ข้อมูลมีความพอใจต่อนวัตกรรม และรับรู้ถึงประโยชน์ของนวัตกรรม ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยนํา ชุดเครื่องตรวจสุขภาพของแมวจากการเปลี่ยนสีของทรายแมว ไปทําการศึกษาต่อยอดถึงความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจต่อไป


การศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเทคนิคในการบูรณาการระบบประมวลคุณภาพอากาศภายในอาคารอัจฉริยะจากเซนเซอร์, ชนินาถ รักษ์บางแหลม Jan 2022

การศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเทคนิคในการบูรณาการระบบประมวลคุณภาพอากาศภายในอาคารอัจฉริยะจากเซนเซอร์, ชนินาถ รักษ์บางแหลม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเทคนิคในการบูรณาการระบบเซนเซอร์ของอาคารอัจฉริยะ เพื่อศึกษาองค์ประกอบและการประมวลผลระบบเซนเซอร์ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพอากาศภายในอาคารอัจฉริยะ (Smart Building) จากการศึกษาหาความสัมพันธ์ของปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพอากาศภายในอาคารอัจฉริยะ (Smart building) เพื่อประเมินศักยภาพตลาดและความเป็นไปได้ของธุรกิจการประยุกต์ใช้ระบบเซนเซอร์ในอาคารอัจฉริยะ (Smart building) โดยมีขอบเขตทางการศึกษา คือ ใช้กรณีศึกษาแหล่งข้อมูลเซนเซอร์จากอาคารอัจฉริยะของ ระบบบริหารจัดการพลังงาน (CU BEMS) อาคารจามจุรี 5 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Research) จากกลุ่มประชากรตัวอย่าง จำนวน 92 ราย เพื่อศึกษาปัจจัยการยอมรับนวัตกรรมและพฤติกรรมของผู้ใช้งานอาคารอัจฉริยะ ผ่านการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูลวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์การทำงานประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จากเทคโนโลยีเซนเซอร์ของอาคารอัจฉริยะ ด้วยการกำหนดตัวแปรต้น (Independent Variable) เป็นมลพิษทางอากาศกับพฤติกรรมผู้ใช้งานอาคาร และ ตัวแปรตาม (Dependent Variable) คือ เซนเซอร์ภายในอาคารอัจฉริยะที่บ่งชี้ถึงคุณภาพอากาศภายในอาคาร