Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 511 - 540 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

การเขียนบทละครเพื่อส่งเสริมการยอมรับตนเองและความมั่นใจของวัยรุ่น, สัจจาวุธ สุริยะดง Jan 2024

การเขียนบทละครเพื่อส่งเสริมการยอมรับตนเองและความมั่นใจของวัยรุ่น, สัจจาวุธ สุริยะดง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการเขียนบทละครเวทีสำหรับเยาวชนช่วงวัยรุ่น อายุ 12-15 ปี โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการยอมรับตนเองและความมั่นใจของวัยรุ่นผ่านบทละครเวที ผ่านการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ การเขียนบทละครตามแบบฉบับ, แนวทางการเขียนบทละครสำหรับเยาวชน, เกมออนไลน์, พัฒนาการของวัยรุ่นตอนต้น, และการทำงานร่วมกับเยาวชนในโครงการแก่นอีสานวัฒน์ เพื่อค้นหาสาระสำคัญที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นผู้วิจัยได้พัฒนาบทละครร่าง "ไอ้หัวกล่อง" ร่วมกับผู้กำกับและนักแสดงจนได้บทละครที่ใช้สำหรับการทดลองอ่านในกลุ่มเยาวชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ผลการศึกษาพบว่า บทละครสามารถสื่อสารประเด็นการยอมรับตนเองและการเห็นคุณค่าในตนเองได้ แต่ยังจำเป็นต้องพัฒนาบทให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องย่อที่เป็นส่วนสำคัญของการกำหนดทิศทางเรื่อง แม้ว่าบทละครในขั้นตอนนี้จะยังไม่สมบูรณ์ แต่การทดลองอ่านและรับฟังความคิดเห็นจากเยาวชนช่วยให้ผู้วิจัยสามารถเข้าใจถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและปรับปรุงบทละครได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่า บทละครสามารถพัฒนาเป็นเครื่องมือในการทำงานร่วมกับเยาวชนในฐานะฟาซิลิเตเตอร์ (Facilitator) โดยให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการเขียนบทและกระบวนการฝึกทำละคร ซึ่งช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้การยอมรับตนเองและสร้างความมั่นใจในตนเองจากการฝึกฝนทำละคร


การวิเคราะห์เขตบริการของโรงเรียนและปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน, กฤติน ไคลมี Jan 2024

การวิเคราะห์เขตบริการของโรงเรียนและปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน, กฤติน ไคลมี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โรงเรียนเป็นพื้นที่ทดลองทางสังคมที่มีบทบาทสำคัญในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่โลกภายนอก ผู้ปกครองจึงเลือกโรงเรียนที่ดีที่สุดภายใต้เงื่อนไขปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และปัจจัยทางภูมิศาสตร์ ในสังคมกรุงเทพมหานครที่ซับซ้อน ความหลากหลายของโรงเรียนส่งผลให้โรงเรียนมีความสามารถดึงดูดนักเรียนแตกต่างกัน ประกอบกับประชากรวัยเรียนที่ลดลง โรงเรียนต้องปรับตัวเพื่อดึงดูดให้ผู้ปกครองเลือกโรงเรียนนั้น ๆ ซึ่งการตัดสินใจของผู้ปกครองยังส่งผลต่อชีวิตประจำวันของนักเรียนที่ต้องใช้ชีวิตและเติบโตในนิเวศของโรงเรียนที่ผู้ปกครองได้เลือกสรรไว้ให้ งานวิจัยฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1 ) ศึกษาเขตบริการของโรงเรียนรัฐบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในซึ่งเกิดจากแบบรูปการกระจายของนักเรียน 2 ) ศึกษาปัจจัยและวิธีการเลือกโรงเรียนของผู้ปกครอง 3 ) ศึกษาผลกระทบจากการเลือกโรงเรียนที่ส่งผลต่อโรงเรียนและนักเรียน โดยใช้เครื่องมือวิจัยคือกระบวนการสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ แบบสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึก และการอภิปรายกลุ่ม ผลการศึกษา พบว่า เขตบริการของโรงเรียนไม่สอดคล้องกับเขตพื้นที่บริการของโรงเรียน แต่ละโรงเรียนมีขนาดเขตบริการที่ต่างกันอย่างมาก ซึ่งสัมพันธ์กับลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกันของแต่ละครอบครัว ส่งผลให้ผู้ปกครองมีวิธีการตัดสินใจ ให้ความสำคัญแก่ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในระดับต่างกัน โดยเฉพาะจากข้อจำกัดทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ส่งผลต่อตัวเลือกโรงเรียนที่ผู้ปกครองสามารถเลือก ปรากฏการณ์การเลือกโรงเรียนที่เกิดขึ้น สะท้อนผลกระทบจากการเลือกโรงเรียนของผู้ปกครองที่มีต่อโรงเรียน การบริหารจัดการโรงเรียน และนักเรียน โดยตัวแปรที่มีบทบาทสำคัญที่ก่อให้เกิดผลกระทบเหล่านี้ คือ จำนวนนักเรียน และลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคมของนักเรียน นอกจากนี้งานวิจัยนี้ยังพบว่าความสัมพันธ์ของปัจจัยการเลือกโรงเรียนของผู้ปกครอง โรงเรียน และนักเรียนนั้นยังเชื่อมโยงกับพื้นที่ละแวกโรงเรียนและพื้นที่เปลี่ยนผ่านระหว่างบ้านและโรงเรียนที่นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์ร่วมด้วย


Epidemiological And Molecular Studies On Lumpy Skin Disease Outbreaks In Beef Cattle In Thailand During 2021-2022, Phurida Sripipattanakul Jan 2024

Epidemiological And Molecular Studies On Lumpy Skin Disease Outbreaks In Beef Cattle In Thailand During 2021-2022, Phurida Sripipattanakul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Lumpy skin disease (LSD) is a vector-borne viral disease of cattle caused by the Lumpy skin disease virus (LSDV). LSD is considered as an emerging infectious disease in cattle in Asia and poses a significant threat to cattle production across Africa, Europe, and Asia. This study aimed to describe the epidemiological characteristics of LSD outbreaks in beef cattle in Thailand and to conduct a molecular survey of LSDV infection in beef cattle from May 2021 to December 2022. The study included 594 beef cattle from 257 farms affected by the LSD outbreaks in 28 provinces. We collected hair samples (n=492) …


การวิเคราะห์หาเวลาหยุดที่เหมาะสมของหุ้นกู้แปลงสภาพได้ในโครงสร้างพื้นฐานร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน โดยใช้คอปูลา, สหัสวรรษ พาคำ Jan 2024

การวิเคราะห์หาเวลาหยุดที่เหมาะสมของหุ้นกู้แปลงสภาพได้ในโครงสร้างพื้นฐานร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน โดยใช้คอปูลา, สหัสวรรษ พาคำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในอนาคตประเทศไทยจะมีโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public Private Partnership หรือ PPP) เกิดขึ้นในต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น ทำให้นำมาซึ่งความเสี่ยงหลายด้าน เช่น ความเสี่ยงด้านจำนวนผู้ใช้บริการ ความเสี่ยงด้านรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียม และความเสี่ยงด้านเงินกู้ เป็นต้น ส่งผลให้ภาคเอกชนขาดความมั่นใจเข้าร่วมลงทุนในโครงการ PPP ในต่างจังหวัด เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวภาครัฐต้องให้การสนับสนุนทางการเงินในโครงการ PPP ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาการใช้เงินทุนชั้นลอยด้วยการใช้หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible debenture) เป็นหุ้นกู้ที่ให้สิทธิหน่วยงานรัฐเป็นผู้ถือหุ้นในโครงสร้างเงินทุน ซึ่งเป็นรูปแบบการสนับสนุนทางการเงินใหม่ในโครงการ PPP และศึกษาสัดส่วนโครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสม โดยเสนอการพัฒนาตัวแบบทางคณิตศาสตร์เพื่อวิเคราะห์หาเวลาหยุดที่เหมาะสมสำหรับการแปลงหนี้ให้เป็นทุน ทั้งการวิเคราะห์แบบ Deterministic และ Stochastic ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนของตัวแปรเสี่ยงหลายตัว โดยใช้คอปูลา (Copula) วิเคราะห์ตัวแปรเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งจะช่วยเป็นการกำหนดตัวแปรสำคัญในตัวแบบทางคณิตศาสตร์ และนำตัวแบบทางคณิตศาสตร์ไปประยุกต์ใช้กับโครงการตัวอย่างจริง คือ โครงการทางพิเศษสายเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยเสนอเป็นทางเลือกให้กับหน่วยงานรัฐนำหุ้นกู้แปลงสภาพไปประยุกต์ใช้กับโครงการ PPP เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบรูปแบบการสนับสนุนและโครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสมสามกรณี ผลลัพธ์ที่ได้ คือ กรณีที่สามหน่วยงานรัฐให้การสนับสนุนเงินทุนชั้นลอยด้วยรูปแบบหุ้นกู้แปลงสภาพและให้เงินสนับสนุนทางตรงในโครงการ PPP ทำให้มีความคุ้มค่าทางการเงินของโครงการสูงสุด และสามารถวิเคราะห์หาเวลาหยุดที่เหมาะสมที่เกิดขึ้นในระยะเวลาดำเนินการของระยะสัมปทานโครงการได้


Protein Expression Of Bone Marrow Mesenchymal Stem Cells Transfected On Green Fluorescent Protein Mrna And Collagen-Coated Titanium Disk, Wasamon Swangvong Jan 2024

Protein Expression Of Bone Marrow Mesenchymal Stem Cells Transfected On Green Fluorescent Protein Mrna And Collagen-Coated Titanium Disk, Wasamon Swangvong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

New strategies for surface modification have been explored to promote osseointegration and osteogenesis, which are crucial factors for the success of titanium dental implants. Coating the titanium surface with mRNA encoding therapeutic growth factors may achieve these objectives. In our pilot study, we employed green fluorescent protein (GFP) mRNA as a model. Our investigation focused on determining whether titanium disks coated with GFP mRNA encapsulated with lipid nanoparticles and collagen Type I (GFP mRNA-Col) could enhance transfection in human bone marrow mesenchymal stem cells (hBMSCs), in comparison to titanium disks coated with GFP mRNA alone, without collagen. We tested various …


นวดไทย : การสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแพทย์แผนไทย, กระจ่างศรี ศรีกระจ่าง Jan 2024

นวดไทย : การสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแพทย์แผนไทย, กระจ่างศรี ศรีกระจ่าง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์คุณค่ามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแพทย์แผนไทยด้านการนวดไทย 2) เพื่อวิเคราะห์การสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแพทย์แผนไทยด้านการนวดไทย และ 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแพทย์แผนไทยด้านการนวดไทย ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการศึกษาเอกสาร การศึกษาภาคสนาม การสัมภาษณ์เชิงลึก และการจัดสนทนากลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า 1) มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแพทย์แผนไทยด้านการนวดไทย มีคุณค่าด้านจริยศาสตร์ ได้แก่ ความกตัญญู คุณธรรมอันเป็นเครื่องประดับของหมอ มีคุณค่าด้านสุนทรียศาสตร์ ได้แก่ ความประทับใจและความรื่นรมย์ใจ ความภูมิใจและความพึงพอใจ ความรู้สึกอุ่นใจและความปลอดภัย และศิลปะการสื่อความ การสื่อสารด้วยความเข้าใจซึ่งกัน คุณค่าด้านอื่น ๆ ได้แก่ คุณค่าด้านสุขภาพที่สำคัญในการบำบัดและส่งเสริมสุขภาพองค์รวมของมนุษย์ คุณค่าด้านประวัติศาสตร์ จากหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงถึงความสำคัญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความเชื่อ และความสัมพันธ์ในสังคมไทยที่เน้นการช่วยเหลือและดูแลกันอย่างเรียบง่าย และคุณค่าด้านเศรษฐกิจพัฒนามาเป็นหนึ่งในธุรกิจบริการที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ 2) การสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแพทย์แผนไทยด้านการนวดไทยมีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีการสืบทอดผ่านรูปแบบการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการถ่ายทอดผ่านบรรพบุรุษ หมอพื้นบ้าน ปราชญ์พื้นบ้าน ครูภูมิปัญญาไทย ทั้งยังมีปัจจัยที่เอื้อต่อการสืบทอด 3) แนวทางการสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแพทย์แผนไทยด้านการนวดไทย แบ่งได้ 5 ประเด็น คือ องค์ความรู้ที่คัดสรรเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแพทย์แผนไทยด้านการนวดไทย ตัวผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแพทย์แผนไทยด้านการนวดไทย โดยการสืบทอดผ่านครอบครัวและชุมชน สืบทอดโดยการใช้เทคโนโลยี สืบทอดโดยการส่งเสริมจากหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยเล็งเห็นคุณค่าที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และคนในชุมชน ทั้งยังบูรณาการการสืบทอดกับการพัฒนาการศึกษา อันนำไปสู่ปัจจัยของความสำเร็จในการสืบทอด ศิลปะแห่งการสัมผัส ภูมิปัญญาแห่งแพทย์แผนไทย


ความต้องการในการจัดการหลังความตายของคนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, อุษา เพียรทวีกิจ Jan 2024

ความต้องการในการจัดการหลังความตายของคนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, อุษา เพียรทวีกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการในการจัดการหลังความตายของคนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการศึกษาแบบผสมผสาน (Mixed Method) ด้วยการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิธีการสุ่มแบบโควต้า (Quota Sampling) จำนวน 400 ราย โดยแบ่งเป็นชาวพุทธ 200 ราย ชาวอิสลาม 120 ราย ชาวคริสต์ 60 ราย และผู้ไม่นับถือศาสนา 20 ราย และจากวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Interview) จำนวน 20 ราย โดยแบ่งเป็น ชาวพุทธ 8 ราย ชาวอิสลาม 6 ราย ชาวคริสต์ 3 ราย และผู้ไม่นับถือศาสนา 3 ราย จากประชากรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยข้อมูลเชิงปริมาณได้นำมาวิเคราะห์ด้วยสถิติไคสแควร์ (Chi-Square) และนำข้อมูลเชิงคุณภาพมาวิเคราะห์ร่วมกัน ผลการศึกษาพบว่า ความต้องการในการจัดการหลังความตายส่วนใหญ่ในด้านของการจัดการร่าง (ศพ) คือ ต้องการจัดการในรูปแบบประเพณีนิยมที่เป็นในลักษณะของการฝังหรือการเผา รองลงมาคือ การบริจาคร่างกายเพื่อเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ ต่อมาในส่วนของการจัดการเกี่ยวกับพิธีกรรมศพ พบว่า ความต้องการของกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คือ ต้องการจัดการตามแบบศาสนาทุกขั้นตอน รองลงมาคือ ต้องการทำตามแบบทางศาสนาแต่ไม่ต้องการปฏิบัติตามทุกขั้นตอน และในส่วนของการจัดการเกี่ยวกับร่องรอยที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัลพบว่า ส่วนใหญ่ต้องการให้ปล่อยบัญชีของตนเองไว้ตามปกติหากจากไปแล้ว ไม่ต้องมีการจัดการใด ๆ รองลงมาคือ ต้องการจัดการด้วยการฝากฝังบุคคลอื่นให้ช่วยดำเนินการปิดบัญชีให้ ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความต้องการในการจัดการหลังความตายของคนเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานครคือ ปัจจัยส่วนบุคคลในด้านของ อาชีพและ ระดับการศึกษา ต่อมาคือ ปัจจัยทางศาสนาหรือความเชื่อ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสังคมเมืองในด้านของสิ่งที่ต้องการหรือคาดหวังมากที่สุดเมื่อได้จากโลกนี้ไปแล้ว


Diasporic Identity And Integration In Transnational Marriages Between Thai And Foreign Spouses, Caspar Darling Jan 2024

Diasporic Identity And Integration In Transnational Marriages Between Thai And Foreign Spouses, Caspar Darling

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The purpose of this study is to gain a better understanding of transnational Thai marriages in Thailand and what implications they have on the host society. The research objectives involved analyzing the social practices, level of integration, and social, economic, and political dimensions of this phenomenon. The methodology involved using census data and in-depth qualitative data based on 10 semi-structured interviews with foreign spouses in transnational Thai marriages based in Thailand. My findings revealed four key themes related to the research objectives. They were cultural awareness, the importance of communication, strength of relationship with the in-laws, and raising children. It …


การออกแบบและพัฒนาระบบการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบสกรัมตามมาตรฐาน Iso/Iec 12207, กีรติกา ห่อเกียรติ Jan 2024

การออกแบบและพัฒนาระบบการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบสกรัมตามมาตรฐาน Iso/Iec 12207, กีรติกา ห่อเกียรติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงงานมหาบัณฑิตนี้มีวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงกระบวนการจัดการความรู้ของหน่วยงานแห่งหนึ่งให้สอดคล้องกับมาตรฐานไอเอสโอ/ไออีซี 12207 กระบวนการจัดการความรู้นี้นำเสนอสำหรับโครงการที่ใช้ระเบียบวิธีแบบเอจายล์ตามกรอบงานสกรัม พร้อมทั้งได้ออกแบบและพัฒนาระบบการจัดการความรู้ เพื่อสนับสนุนการประยุกต์ใช้กระบวนการจัดการความรู้ภายในองค์กร ระบบที่พัฒนาสามารถให้บริการในการจัดเก็บ ค้นหา และแบ่งปันความรู้จากโครงการต่าง ๆ ขององค์กร อีกทั้งสนับสนุนให้มีการแบ่งปันความรู้เพื่อให้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ความสอดคล้องตามความต้องการของผู้ใช้ และช่วยเพิ่มสมรรถนะในการทำงานของทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ การดำเนินงานเริ่มจากการศึกษาแนวคิดและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้ รวมถึงการวิเคราะห์มาตรฐาน ไอเอสโอ/ไออีซี 12207 เพื่อประเมินและปรับปรุงกระบวนการจัดการความรู้ในปัจจุบันของ 2 กิจกรรม ได้แก่ “กิจกรรมที่ 3) การแบ่งปันสินทรัพย์ความรู้ทั่วทั้งองค์กร” และ “กิจกรรมที่ 4) การจัดการความรู้ ทักษะ และสินทรัพย์ความรู้” ในการปรับปรุงกระบวนการนั้นได้นำเสนอ โครงสร้างพื้นฐานกระบวนการ และการนิยามกระบวนการที่ปรับปรุง จากนั้นได้ทำการพัฒนาระบบการจัดการความรู้ ที่สามารถรองรับกระบวนการจัดการความรู้ที่ปรับปรุงแล้ว รวมถึงทวนสอบระบบกับความต้องการเชิงฟังก์ชัน และเพื่อยืนยันว่าระบบสามารถสนับสนุนกระบวนการทำงานของทีมสกรัมตามการนิยามกระบวนการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ของโครงงานนี้แสดงว่า ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการความรู้ภายในองค์กรตัวอย่าง และสามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับองค์กรอื่น ๆ ที่ต้องการปรับปรุงกระบวนการจัดการความรู้ในบริบทของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบสกรัม


A Comprehensive Comparative Analysis Of Thailand’S Food Security Policies Against The Committee On World Food Security Frameworks, Noppamart Kamsaen Jan 2024

A Comprehensive Comparative Analysis Of Thailand’S Food Security Policies Against The Committee On World Food Security Frameworks, Noppamart Kamsaen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to conduct a comprehensive comparative analysis of Thailand's food security policies against the Committee on World Food Security (CFS) frameworks. The research examines the evolution of Thailand's food security policies and their alignment with CFS guidelines. It analyzes two main policy frameworks: the Food Security Strategy Framework (2017-2021) by the Ministry of Agriculture and Cooperatives and the Thailand Food Management Action Plan Phase 1 (2023-2027) by the National Food Committee. The findings highlight gaps in areas such as human dignity, gender equality, inclusive governance, and crisis protection. Recommendations include implementing programs for vulnerable groups, promoting gender equality …


Enhancing Multilingual Sentence Representation Learning For The Job Recruitment Domain, Napat Laosaengpha Jan 2024

Enhancing Multilingual Sentence Representation Learning For The Job Recruitment Domain, Napat Laosaengpha

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

With the advancement in natural language processing (NLP), there has been significant development in multilingual pretraining sentence encoder. Typically, these pretraining models are trained on large-scale datasets that consist of general text data from various sources such as Wikipedia. However, the general proposed models aren't enough to understand contexts in such a domain-specific, especially in the job recruitment domain. It is due to its niche nature and the lack of readily available related information. To enhance the existing multilingual pretraining sentence encoder and mitigate the aforementioned problems, we first propose multi-task dual-encoder framework to improve the sentence encoder for general-purpose …


The Challenges Of Job-Hopping Motives: A Generation Z Perspective, Anne Marie Tan Jan 2024

The Challenges Of Job-Hopping Motives: A Generation Z Perspective, Anne Marie Tan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Job-hopping is growing at a phenomenal rate amongst the newest cohort to enter the workforce and it comes with great consequences for organisations all over the world. The purpose of this study was to examine the relationships between flexibility and autonomy at work, organizational commitment, psychological safety, and job-hopping motives in a sample population of Generation Z and first jobbers in Bangkok, Thailand. This study uses a cross-sectional correlational design to investigate these relationships and to find significance in their interactions. Data was collected through online surveys and was analysed through regression and sequential mediation analysis. Results reveal that flexibility …


ข้อพิจารณาเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำทะเบียน มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยในระดับชาติ ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้, ฐิตาสินี คำโสภา Jan 2024

ข้อพิจารณาเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำทะเบียน มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยในระดับชาติ ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้, ฐิตาสินี คำโสภา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ศึกษาแนวทางเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ที่ออกภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เนื่องจากการจัดทำทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เป็นส่วนสำคัญในการปกป้องและคุ้มครอง องค์ความรู้ ประเพณี ความเชื่อ และการปฏิบัติ ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นและเป็นอัตลักษณ์ที่สำคัญของแต่ละชุมชนและประเทศ ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีกระบวนการ ที่ชัดเจนในการจัดทำทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จึงอาจจะทำให้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทย เสี่ยงต่อการสูญหายขององค์ความรู้ในทักษะดั้งเดิม เสี่ยงจากการนำไปใช้ในทางที่ผิด ขาดการสืบทอด และอาจสูญเสียความหลากหลาย ทางวัฒนธรรมในระดับโลก ดังนั้น การพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาในประเด็นที่ยังมีความไม่ชัดเจนนั้น เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง การแก้ไขปัญหานี้ ประเทศไทยต้องมีกระบวนการจัดทำทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้มีความชัดเจน โดยใช้วิธีการตามข้อเสนอแนะ คือ การออกประกาศ หรือ ระเบียบ เพื่อเป็นแนวทางหรือข้อปฏิบัติร่วมกันระหว่างการดำเนินงานให้เกิดความชัดเจน และเพื่อกำหนดมาตรฐานให้สอดคล้องเป็นไปในแนวทางเดียวกันตามความมุ่งประสงค์ของอนุสัญญา จึงศึกษาหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ได้แก่ ความยินยอมของชุมชน การมีส่วนร่วมของชุมชน การเปิดกว้างทางทะเบียน ข้อมูลที่สำคัญของทะเบียน วัตถุประสงค์ของทะเบียน การติดตาม และการปรับปรุงข้อมูลทะเบียน การรายงานผลการดำเนินงาน และการเข้าถึงข้อมูลทะเบียน โดยการศึกษาในทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศตัวอย่าง และของประเทศไทย ดังนั้น ประเทศไทย ควรออกประกาศ หรือ ระเบียบ จึงเป็นวิธีที่สามารถใช้แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับชาติ


ปัญหาการใช้อำนาจเหนือตลาดที่ไม่เป็นธรรมของธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม, รุ่งโรจน์ ลีลาบูรณะศักดิ์ Jan 2024

ปัญหาการใช้อำนาจเหนือตลาดที่ไม่เป็นธรรมของธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม, รุ่งโรจน์ ลีลาบูรณะศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม แนวคิดเกี่ยวกับดิจิทัลแพลตฟอร์ม ลักษณะเฉพาะของดิจิทัลแพลตฟอร์ม และมาตรการทางกฎหมายของประเทศไทยและต่างประเทศในการกำกับดูแลธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาดที่ไม่เป็นธรรม โดยการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 และประกาศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับกฎหมายและมาตรการทางกฎหมายของต่างประเทศ ได้แก่ สหภาพยุโรป ประเทศเยอรมนี และประเทศจีน เพื่อศึกษาแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้าของประเทศไทยหรือการบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่ ในการป้องกันและกำกับดูแลธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มให้เหมาะสมและเป็นธรรม การศึกษาวิจัยนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการวิจัยด้วยการวิเคราะห์เอกสาร (Document Research) เพื่อศึกษา ค้นคว้า และรวบรวมข้อมูลจากเอกสารทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ จากการศึกษาวิจัยพบว่าการประกอบธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มมีความแตกต่างจากการประกอบธุรกิจทั่วไป เนื่องจากลักษณะเฉพาะและความซับซ้อนของธุรกิจ ทำให้เกิดปัญหาในการพิจารณาและบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าของประเทศไทยเพื่อกำกับดูแลและป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาดของธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม กฎหมายการแข่งขันทางการค้าและมาตรการทางกฎหมายของประเทศไทยจึงยังไม่ครอบคลุมและชัดเจนเพียงพอที่จะป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาดที่ไม่เป็นธรรม ผู้วิจัยจึงเสนอแนะให้มีการประกาศแนวทางแนวทางพิจารณาการใช้อำนาจเหนือตลาดที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อป้องกันและกำกับดูแลธุรกิจการให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อก่อให้เกิดการแข่งขันทางการค้าอย่างเสรีและเป็นธรรม รวมถึงเพื่อคุ้มครองผู้ใช้งานและผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มรายอื่น


การทบทวนมาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทย, ปลายฟ้า เงินมา Jan 2024

การทบทวนมาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทย, ปลายฟ้า เงินมา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากมาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทยภายใต้มาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มีลักษณะควบคุมอย่างสิ้นเชิง และมีขอบเขตคุ้มครองที่กว้างครอบคลุมทั้งเยาวชนและบุคคลทั่วไป และมาตรการภายใต้มาตรา 32 นั้นไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนโดยให้ตระหนักถึงพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดจนช่วยป้องกันเด็กและเยาวชนมิให้เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย อย่างไรก็ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ยังไม่สามารถที่จะควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ดีเนื่องจากในปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจมีวิธีการโฆษณา การสื่อสารทางการโฆษณา และการส่งเสริมการขายที่หลากหลายไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมสถิติของผู้ดื่มแอลกอฮอล์จึงเพิ่มขึ้นแม้จะมีกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่รัดกุมในด้านการจำกัดการโฆษณาแล้วก็ตาม นอกจากนี้มาตรการทางตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 นั้นควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้มข้นมากเกินไปและเรื่องขอบเขตของบทบัญญัติที่กว้างเกินไป พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักในการดำเนินมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และมีแผนยุทธศาสตร์แอลกอฮอล์ระดับชาติที่เป็นแผนแม่บทในการวางนโยบายจัดการปัญหาแอลกอฮอล์ที่มีการให้อำนาจออกประกาศเพิ่มเติมได้อย่างไม่มีขอบเขต และไม่มีคำจำกัดความหรือแนวทางการตีความที่ชัดเจน ทำให้ผู้บังคับใช้กฎหมายสามารถตีความ การแสดงชื่อสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายใด ๆ ให้มีจุดประสงค์เพื่อสื่อสารการโฆษณาซึ่งเป็นการตีความที่เป็นโทษต่อประชาชน มาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมายที่ใช้บังคับในปัจจุบันนั้นมีลักษณะการจำกัดเสรีภาพด้านการประกอบธุรกิจและด้านการโฆษณา และการแสดงความคิดเห็นของผู้บริโภค ส่งผลให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า และผู้โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการโฆษณาตามมาตรา 32 เนื่องจากมาตราการดังกล่าวไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญเพราะเป็นการจำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพ และเสรีภาพในการโฆษณา ทั้งยังไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และแผนการปฏิรูปประเทศในด้านเศรษฐกิจ ผุ้วิจัยจึงศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะที่เป็นการกำกับดูแลเพื่อส่งเสริมการโฆษณา เพื่อสร้างค่านิยมใหม่ในการบริโภคแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงการบริโภคในหมู่ผู้เยาว์ ผุ้วิจัยเสนอให้การกำกับดูแลการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีแนวทางข้อจำกัดการโฆษณาด้านต่างๆ เช่น ด้านเนื้อหา ด้านเวลา ด้านสถานที่ และด้านการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทางที่เหมาะสมโดยเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551


ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหางานพัสดุภาครัฐก่อน และหลังสถานการณ์โควิด-19 ศึกษากรณี : ธนาคารออมสิน, ยศภัทร ช่วงมณี Jan 2024

ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหางานพัสดุภาครัฐก่อน และหลังสถานการณ์โควิด-19 ศึกษากรณี : ธนาคารออมสิน, ยศภัทร ช่วงมณี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์เรื่อง ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหางานพัสดุภาครัฐก่อนและหลังสถานการณ์โควิด-19 ศึกษากรณีธนาคารออมสิน โดยศึกษาด้วยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพจากเอกสารที่เกี่ยวข้องและการสัมภาษณ์แบบเชิงลึกจากบุคลากร ที่เกี่ยวข้องกับงานพัสดุ ธนาคารออมสิน เพื่อศึกษาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ปัญหาและความท้าทาย ตลอดจนวิธีการแก้ไขปัญหาของการบริหารงานพัสดุของธนาคารออมสินจากการศึกษาพบว่า ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ธนาคารออมสินต้องพิจารณาชะลอหรือยกเลิกโครงการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งโครงการต่างๆ ที่อยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว การดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย ระเบียบ เป็นไปได้ยาก เนื่องจากในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีความจำเป็นจะต้องมีการประชุมหารือร่วมกันในรูปแบบคณะกรรมการต่างๆ และยังไม่สามารถประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ เพราะกฎหมาย และระเบียบ ในขณะนั้น ยังไม่รับรองให้สามารถปฏิบัติได้ ประกอบกับการบริหารงานด้านทรัพยากรบุคคลมีความแตกต่างจากก่อนมีสถานการณ์โควิด-19 เพราะภายหลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 ธนาคารออมสินมีการปรับลดอัตรากำลังโดยไม่ทดแทนพนักงานที่เกษียณอายุ ส่งผลให้การปฏิบัติงานเกิดความล่าช้า รวมทั้งการประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากจะต้องมีการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการตรวจรับพัสดุ เช่น การกำหนดรายละเอียดขอบเขตของงาน (Term of Reference : TOR) การกำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง การจัดทำจัดสัญญาและการตรวจรับงาน ตลอดจนการจัดเก็บเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอุปกรณ์หรือเครื่องมือไม่สอดคล้องกับมาตรการลดงานเอกสารขององค์กรอย่างไรก็ตาม แนวทางการพัฒนาและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความคล่องตัว ในการปฏิบัติงาน หน่วยงานควรกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้สามารถจัดทำและนำเสนองานให้ผู้บริหารอนุมัติในรูปแบบระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลในรูปแบบระบบออนไลน์ ทั้งนี้แม้ว่าภายหลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ยุติลง องค์กรควรที่จะถอดบทเรียนจากสถานการณ์ดังกล่าวมาใช้ในการเรียนรู้ โดยเฉพาะการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือการยอมรับเรื่องการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ระเบียบวิธีปฏิบัติต่างๆ เพื่อลดระยะเวลาหรือขั้นตอนการปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างไปเป็นอย่างรวดเร็วและกระชับเวลาได้มากยิ่งขึ้น


แนวทางการส่งเสริมคุณธรรมของหน่วยงานภาครัฐไทยผ่านกลไกแผนการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม: กรณีศึกษากรมการพัฒนาชุมชน, กมลชัย สุวรรณรงค์ Jan 2024

แนวทางการส่งเสริมคุณธรรมของหน่วยงานภาครัฐไทยผ่านกลไกแผนการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม: กรณีศึกษากรมการพัฒนาชุมชน, กมลชัย สุวรรณรงค์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการดำเนินงานตามแผนการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรมของกรมการพัฒนาชุมชน และเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ของแผนการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรมของกรมการพัฒนาชุมชน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ การเก็บข้อมูลจากเอกสารของหน่วยงานและการสัมภาษณ์ผู้ปฏิบัติงานและผู้มีความรู้เกี่ยวกับการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรมภาครัฐ และ มีประสบการณ์ในการส่งเสริมคุณธรรม ของกรมการพัฒนาชุมชน จำนวนรวม 8 คน โดยมีข้อค้นพบ จากงานวิจัยฉบับนี้ ผลการดำเนินงานตามแผนการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม คือ 1) กิจกรรม โครงการ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมองค์กรคุณธรรม 2) การมีส่วนร่วม ความสามัคคีของบุคลากร 3) พฤติกรรม หรืออุปนิสัยของบุคลากร 4) วัฒนธรรมองค์กร 5) ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และ ในส่วนของผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานตามแผนการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม 1) ผลผลิต (Outputs) รูปเล่มเอกสารสรุปและรายงานผลการดำเนินงาน และวิดีทัศน์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของการดำเนินงาน 2) ผลลัพธ์ (Outcomes) การจัดการความรู้ และ ความเข้าใจการถ่ายทอดองค์ความรู้ 3) ความคุ้มค่า คือการดำเนินงานด้าน การส่งเสริมองค์กรคุณธรรมไม่ได้มีการจัดทำงบประมาณ เพิ่มเติม โดยพบว่า การดำเนินงานตามแผน การขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรมของกรมการพัฒนาชุมชน ส่งผลให้องค์กรมีแนวทางการปฏิบัติที่มีคุณธรรมก่อให้เกิดโครงการ กิจกรรมใหม่ๆ ที่สร้างคุณธรรมให้กับบุคลากรในองค์กร โดยเน้นการมีส่วนร่วม ของทุกฝ่ายในแผนการขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรมให้บุคลากรทุกระดับมีส่วนในการแสดงความคิดเห็นและ ร่วมดำเนินการโครงการ กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อทำให้เกิดพฤติกรรมหรืออุปนิสัยที่มีคุณธรรม ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานตามภารกิจหน้าที่ของบุคลากร และได้เกิดผลสัมฤทธิ์การส่งเสริมองค์กรคุณธรรม ส่งผลต่อความสำเร็จของการดำเนินงานตามเป้าหมายของแผนการขับเคลื่อน องค์กรคุณธรรมในองค์กร


ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งยุคดิจิทัลของบุคลากร กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สังกัดส่วนกลาง, ณัฐณิชา บรรดาศักดิ์ Jan 2024

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งยุคดิจิทัลของบุคลากร กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สังกัดส่วนกลาง, ณัฐณิชา บรรดาศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงการยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งยุคดิจิทัล และปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งยุคดิจิทัลของบุคลากรกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สังกัดส่วนกลาง โดยเป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลในรูปแบบแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างประจำ ที่ปฏิบัติงานในตำแหน่งต่าง ๆ จากหน่วยงานภายในสังกัดส่วนกลางของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน รวมจำนวน 256 คน และประมวลผลข้อมูลผ่านโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ SPSS โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างในภาพรวมยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งยุคดิจิทัลระดับมาก เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ในส่วนของปัจจัยทางด้านภูมิหลังของประชากร พบว่าตำแหน่งงานนิติกรมีระดับการยอมรับการเปลี่ยนแปลงสูงกว่าตำแหน่งงานเจ้าพนักงานธุรการ และในส่วนของปัจจัยจูงใจ พบว่าปัจจัยด้านการสื่อสารนโยบายและการปฏิบัติ และปัจจัยด้านระบบการดำเนินงาน ส่งผลต่อระดับการยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งยุคดิจิทัลของบุคลากรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี และปัจจัยด้านการพัฒนาบุคลากร ไม่ส่งผลต่อการยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งยุคดิจิทัลของบุคลากรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นกรมจึงควรมุ่งพัฒนาการสื่อสารนโยบายและการมีคู่มือการปฏิบัติงาน รวมถึงการพัฒนาระบบการดำเนินงานให้มีความง่ายในการใช้งาน และอาจมีการพัฒนาในด้านอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น การพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะการจัดอบรมให้ความรู้ เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารนโยบาย และเพื่อทำให้บุคลากรมีระดับการยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรแห่งยุคดิจิทัลเพิ่มขึ้น


การศึกษาแรงจูงใจในการเลือกเข้าทํางานระหว่างหน่วยงานเอกชนและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ (องค์การเภสัชกรรม) ของกลุ่ม Generation Z, พริมา วิริยาทรพันธุ์ Jan 2024

การศึกษาแรงจูงใจในการเลือกเข้าทํางานระหว่างหน่วยงานเอกชนและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ (องค์การเภสัชกรรม) ของกลุ่ม Generation Z, พริมา วิริยาทรพันธุ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

-


การศึกษาองค์การที่แปรรูปเป็นรัฐวิสาหกิจ กรณีศึกษา บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน (ทอท.), ศศิภา ดิษฐกุล Jan 2024

การศึกษาองค์การที่แปรรูปเป็นรัฐวิสาหกิจ กรณีศึกษา บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน (ทอท.), ศศิภา ดิษฐกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์การที่ผ่านกระบวนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยมุ่งเน้นกรณีศึกษาของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญที่มีบทบาทในการบริหารจัดการท่าอากาศยานหลักของประเทศไทย งานวิจัยนี้วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในด้านโครงสร้างองค์การ การบริหารจัดการ และประสิทธิภาพการดำเนินงาน หลังจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นองค์การมหาชนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 จนถึงปัจจุบัน โดยใช้กรอบการวิจัยที่ครอบคลุมทั้งมิติด้านการเงิน การให้บริการ กระบวนการภายใน และการเรียนรู้และพัฒนา เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบในเชิงลึกและประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องวิธีการศึกษาใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยรวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้บริหารและบุคลากรของ ทอท. รวมถึงการสังเกตการณ์และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ ผลการศึกษาพบว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในเชิงโครงสร้างองค์กร ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารงาน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การแปรรูปยังช่วยให้การดำเนินงานของ ทอท. มีความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันยังคงมีความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาประสิทธิภาพในระยะยาวผลการศึกษานี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เข้าใจถึงกระบวนการและผลลัพธ์ของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจในกรณีของ ทอท. เท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนานโยบายและแนวทางการบริหารจัดการองค์กรภาครัฐอื่น ๆ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการในอนาคต


Enhancing Biodegradation Of Pla/Pbat Mulch In Soil By Biosurfactant And Bioaugmentation, Nontach Nanthawuthipan Jan 2024

Enhancing Biodegradation Of Pla/Pbat Mulch In Soil By Biosurfactant And Bioaugmentation, Nontach Nanthawuthipan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Plastic mulch comprised of a blending of polylactic acid (PLA) and polybutylene adipate-co-terephthalate (PBAT), also known as PLA/PBAT, is an alternative for traditional plastic mulch. Nevertheless, it still takes a substantial time to degrade. This study aimed to promote biodegradation of the PLA/PBAT mulch in soil by using a biosurfactant solution produced from Brevibacterium casei NK8 to pretreat mulch before adding a bacterial consortium (Chitinophaga jiangningensis EA02, Nocardioides zeae EA12, Stenotrophomonas pavanii EA33, and Gordonia desulfuricans EA63). The first phase was to study the effect of UV-C irradiation on the plastic mulch to simulate natural photodegradation. The result showed that …


การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการกำหนดปัญหาวิจัยของนิสิตครูโดยใช้การวิจัยประสบการณ์ผู้ใช้แบบรวดเร็ว, ศุภธินี ศรีสวัสดิ์ Jan 2024

การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการกำหนดปัญหาวิจัยของนิสิตครูโดยใช้การวิจัยประสบการณ์ผู้ใช้แบบรวดเร็ว, ศุภธินี ศรีสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การกําหนดปัญหาวิจัยเป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการทำวิจัย เป็นตัวกำหนดทิศทางและแนวทางในการทำวิจัยก่อนที่จะเริ่มต้นทำวิจัยในบริบทของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูที่ได้เรียนรู้สภาพการทำงานจริงในโรงเรียนครั้งแรกจึงอาจไม่มีประสบการณ์มากนักในการกำหนดปัญหาวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ลักษณะการกำหนดปัญหาวิจัย ปัญหาอุปสรรคและสิ่งสนับสนุนการกำหนดปัญหาวิจัยของนิสิตครู 2) ออกแบบแพลตฟอร์มดิจิทัลในการส่งเสริมการกำหนดปัญหาวิจัยของนิสิตครู และ 3) เพื่อวิเคราะห์ผลการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นในการส่งเสริมการกำหนดปัญหาวิจัยของนิสิตครูแบ่งวิธีการดำเนินวิจัยออกเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 การสำรวจสภาพปัญหา ตัวอย่างวิจัย คือ นิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพตามหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต/ศึกษาศาสตรบัณฑิต/การศึกษาบัณฑิต(หลักสูตร 4 ปี) จำนวน 320 คน โดยผู้วิจัยใช้วิธีการเลือกตัวอย่างวิจัยแบบเจาะจง (purposive sampling)คือ นิสิตครูที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูปีการศึกษา 2566 จากมหาวิทยาลัยจำนวน 4 แห่ง ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยใช้แบบสอบถามร่วมกับการสัมภาษณ์ ระยะที่ 2 การออกแบบแพลตฟอร์มดิจิทัล และระยะที่ 3 การนำต้นแบบแพลตฟอร์มดิจิทัลสู่การปฏิบัติ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ความสามารถในการกำหนดปัญหาวิจัยของนิสิตครูอยู่ในระดับมาก โดยด้านการวิเคราะห์สภาพปัญหา พบว่า นิสิตวิเคราะห์วัตถุประสงค์การเรียนที่ต้องจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนได้ (M=4.57, SD= .56) ด้านการระบุปัญหา พบว่า นิสิตอธิบายได้ว่าอะไรเป็นปัญหาการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับนักเรียน (M=4.55, SD= .61) และ ด้านการประเมินและกำหนดปัญหา พบว่า นิสิตตัดสินใจได้ว่าควรใช้วิธีการใดในการแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ ของนักเรียน (M=4.51, SD= .61) ปัญหาด้านความรู้และทักษะในการทำวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน พบว่า นิสิตไม่สามารถระบุประเด็นปัญหาวิจัยที่มีความสำคัญจำเป็นต้องแก้ไขหรือพัฒนาได้จากการศึกษาข้อมูลของนักเรียน (M=1.47, SD= .57) ด้านเจตคติในการทำวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน พบว่า นิสิตรู้สึกไม่สนุกกับการทำวิจัยในชั้นเรียน (M=2.05, SD= .90) และสิ่งสนับสนุนในการกำหนดปัญหาวิจัย ด้านการสนับสนุนจากคณะ พบว่า คณะส่งเสริมให้นิสิตแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์การทำวิจัยในชั้นเรียน (M=4.20, SD= .87) ด้านการสนับสนุนจากคนรอบข้าง พบว่า นิสิตสามารถขอความช่วยเหลือจากอาจารย์นิเทศหรืออาจารย์พี่เลี้ยงเพื่อประโยชน์ในการวิจัยได้เสมอและมีเพื่อนนิสิตที่สามารถช่วยเหลือได้ เมื่อฉันประสบปัญหาในการทำวิจัย (M=4.56, SD= .68) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพจากการวิจัยประสบการณ์ผู้ใช้ กลุ่มผู้ใช้ที่นิสิตครูจำนวน 10 คน พบว่า นิสิตครูยังมีความรู้ความเข้าใจที่ไม่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการออกแบบการวิจัยที่ครอบคลุมการกําหนดปัญหาวิจัย ตลอดจนการขาดการเข้าถึงแหล่งข้อมูลในการค้นหางานวิจัย 2. ข้อมูลจากการสำรวจปัญหาของผู้ใช้มาสร้างเรื่องราวผู้ใช้ตามคุณลักษณะของนิสิตครู …


The Influence Of Youtube Advertising Value On Consumer Responses, Ratanak Sophal Jan 2024

The Influence Of Youtube Advertising Value On Consumer Responses, Ratanak Sophal

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objectives of this research are to explore the values of YouTube advertising—namely entertainment, informativeness, credibility, and irritation—and their influence on consumer responses, including perceived advertising value, attitude towards YouTube advertising, and shopping intention. Additionally, the study examines the relationships between perceived advertising value, attitude towards YouTube advertising, and shopping intention. Data were collected via an online survey from 291 Thai respondents, aged 18–55 years, who had been exposed to YouTube advertisements. The results show that YouTube advertisements were perceived as neither highly entertaining (M = 2.75), informative (M = 2.99), nor credible (M = 2.89), and were viewed as …


User Generated Content (Ugc) On Douyin And The Great Wall Cannon Branding Strategy, Runzhi Shi Jan 2024

User Generated Content (Ugc) On Douyin And The Great Wall Cannon Branding Strategy, Runzhi Shi

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the impact of User-Generated Content (UGC) on brand communication, focusing on the viral "Great Wall Cannon" case on Douyin, a leading short-video platform in China. Existing research predominantly emphasizes Western platforms and lacks in-depth analysis of UGC's role within China's unique cultural and regulatory framework, leaving a gap in understanding its potential for brand marketing. Using qualitative methods, including content analysis, semi-structured interviews, and secondary data review, this research examines how UGC enhances brand visibility, shapes consumer perceptions, and builds emotional connections. The proposed approach highlights the strengths of leveraging Douyin's algorithm-driven content dissemination and authentic user …


Predicting Quality Of Life In Driving Scene Using Image Recognition Techniques And User Group Information, Ployrada Suvarnakuta Jan 2024

Predicting Quality Of Life In Driving Scene Using Image Recognition Techniques And User Group Information, Ployrada Suvarnakuta

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study presents a machine learning approach for predicting perceived urban Quality of Life (QoL) by integrating visual features from street-level imagery with personal attributes, including demographic, socioeconomic, and travel behavior data. Using datasets from Bangkok and London, we trained supervised models—Support Vector Machines and Multilayer Perceptrons—under multiple input configurations to evaluate the contribution of each data type. Results show that combining visual and personal features improves prediction accuracy compared to using visual features alone. Statistical feature selection identified income, education, housing stability, and travel patterns as consistently important predictors, with some variation across urban contexts. These findings underscore the …


การปรับปรุงระบบขนส่งเพื่อการส่งออกสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ กรณีศึกษาผู้ผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูป, กฤษณะพงษ์ เกตุขุนทด Jan 2024

การปรับปรุงระบบขนส่งเพื่อการส่งออกสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ กรณีศึกษาผู้ผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูป, กฤษณะพงษ์ เกตุขุนทด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบแนวทางการขนส่งสินค้าเพื่อการส่งออกที่เหมาะสมสำหรับผู้ผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูปในประเทศไทย โดยพิจารณาแนวทางการขนส่งหลัก 3 แนวทาง ได้แก่ คลังสินค้าเช่า และทำการขนส่งด้วยรถบรรทุกทั้งหมด คลังสินค้าสร้างเองในโรงงาน และทำการขนส่งด้วยรถบรรทุกทั้งหมด คลังสินค้าสร้างเองในโรงงาน และทำการขนส่งด้วยรถบรรทุกควบคู่กับการขนส่งผ่าน สถานีบรรจุและแยกสินค้า กล่องลาดกระบัง (Inland Container Depot: ICD) เพื่อขนส่งด้วยรถไฟไปที่ท่าเรือ การประเมินต้นทุนรวมในช่วงเวลา 10 ปี ดำเนินการภายใต้สมมติฐาน 3 กรณี ได้แก่ กรณีฐาน (Base Case) ที่ปริมาณส่งออกเติบโตปีละ 2%, กรณี High Demand ที่เติบโตปีละ 6% และกรณีที่ต้นทุนปรับตัวตาม Real GDP ที่ 1.8% ต่อปี ผลการศึกษา พบว่า แนวทางที่ 1 มีต้นทุนรวมต่ำที่สุดในกรณี Base Case แต่ไวต่อความผันผวนของต้นทุน ผันแปร แนวทางที่ 2 มีต้นทุนสูงที่สุดที่เกิดจากการลงทุนสร้างคลังสินค้า แต่สามารถรองรับปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้นจากความต้องการในอนาคตได้ ส่วนแนวทางที่ 3 แม้มีต้นทุนระดับกลางที่เกิดจากก่อสร้างคลังสินค้า แต่สามารถควบคุมต้นทุนด้านการขนส่งได้ในกรณีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตามจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรม พบว่ายังมีข้อจำกัดของระบบราง เช่น ความไม่แน่นอนของรอบรถ ตารางรถไฟอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดต้นทุนแฝงและกระทบต่อความเชื่อมั่น ผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจของผู้ประกอบการในการเลือกแนวทางขนส่งที่เหมาะสม และวางแผนการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตของการส่งออกในอนาคต


Assessing The Socioeconomic Impacts Of Solar Irrigation In Myanmar: A Case Study Of Smallholder Farmers, May Thi Thi Moe Jan 2024

Assessing The Socioeconomic Impacts Of Solar Irrigation In Myanmar: A Case Study Of Smallholder Farmers, May Thi Thi Moe

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study addresses the critical challenge of enhancing agricultural sustainability in Myanmar’s Central Dry Zone (CDZ), a region characterized by water scarcity and a high reliance on costly diesel irrigation. To address the knowledge gap on the localized impacts of solar-powered irrigation systems (SPIS), this research assesses their socioeconomic benefits and adoption barriers among smallholder farmers in Pyawbwe Township. Guided by a revitalized 21st-Century Sustainable Livelihoods Framework, the study employed a qualitative design, conducting in-depth interviews with 27 farmers and four experts. Data were analyzed using thematic analysis, complemented by economic calculations (ROI, PBP, NPV) to provide robust evidence of …


การตรวจสอบคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ กรณีพนักงานอัยการเป็นพนักงานสอบสวน : ศึกษากรณีตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕, ชญาภา ภัทรธนศักดิ์ Jan 2024

การตรวจสอบคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ กรณีพนักงานอัยการเป็นพนักงานสอบสวน : ศึกษากรณีตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕, ชญาภา ภัทรธนศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาปัญหาทางกฎหมายที่เกิดขึ้นจากการที่พนักงานอัยการทำหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ กล่าวคือ แม้กฎหมายดังกล่าวจะกำหนดให้พนักงานอัยการเป็นพนักงานสอบสวน แต่พนักงานอัยการผู้ทำหน้าที่สอบสวนกลับไม่ได้เป็นผู้พิจารณาสั่งคดีเอง ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักการที่ให้การสอบสวนและการสั่งคดีเป็นกระบวนการเดียวกัน อีกทั้งพระราชบัญญัตินี้ยังไม่มีหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการตรวจสอบคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการในกรณีดังกล่าว การตรวจสอบคำสั่งไม่ฟ้องจึงต้องดำเนินไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๕ และ ๑๔๕/๑ และตามมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ อย่างไรก็ตาม กลไกการตรวจสอบตามกฎหมายทั้งสามมาตราดังกล่าวยังไม่เหมาะสมหรือสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ซึ่งมุ่งคุ้มครองบุคคลจากการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย อันเป็นความผิดที่กระทบกระเทือนต่อสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และที่มักมีผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เนื่องจากบุคคลที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอาจอยู่ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่รัฐผู้ถูกกล่าวหา อันอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรมในคดีดังกล่าว วิทยานิพนธ์นี้จึงเสนอแนะให้กำหนดให้พนักงานอัยการซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนสามารถใช้อำนาจสั่งคดีได้โดยตรง และให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ โดยเพิ่มระบบการตรวจสอบคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการที่โปร่งใสและชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเสนอให้ศาลอุทธรณ์มีบทบาทตรวจสอบคำสั่งไม่ฟ้องภายหลังจากที่คำสั่งนั้นผ่านการพิจารณาของอัยการสูงสุดแล้ว ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมหลักการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจภายในกระบวนการยุติธรรม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริงในสังคมไทย


บทบาทของเครือข่ายการเคลื่อนไหวข้ามชาติ (Tans) ในการสนับสนุนสิทธิสตรีเกาหลีใต้ ในสมัยประธานาธิบดียุนซอกยอล (ค.ศ. 2022-2025), ปิยนุช ชัยสมพร Jan 2024

บทบาทของเครือข่ายการเคลื่อนไหวข้ามชาติ (Tans) ในการสนับสนุนสิทธิสตรีเกาหลีใต้ ในสมัยประธานาธิบดียุนซอกยอล (ค.ศ. 2022-2025), ปิยนุช ชัยสมพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาบทบาทของสหพันธ์สมาคมสตรีเกาหลีใต้ (Korean Women’s Association United – KWAU) ในการร่วมมือกับเครือข่ายการเคลื่อนไหวข้ามชาติ (Transnational Advocacy Networks – TANs) เพื่อส่งเสริมและปกป้องสิทธิสตรีในช่วงรัฐบาลของประธานาธิบดียุนซอกยอล (ค.ศ. 2022–2025) โดยใช้กรอบแนวคิด Boomerang Effect ของ Keck และ Sikkink (1998) ในการวิเคราะห์กลไกการเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคมเมื่อรัฐเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องด้านสิทธิมนุษยชน ผลการวิจัยพบว่าแม้ TANs จะเคยเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในอดีต แต่ในบริบทร่วมสมัยของเกาหลีใต้กลับเผชิญข้อจำกัดหลายประการ ทั้งจากกระแสต่อต้านเฟมินิสม์ภายในประเทศ การเผยแพร่ข้อมูลเท็จผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ การลดบทบาทของรัฐผ่านการยุบกระทรวงความเท่าเทียมทางเพศ และการโจมตีองค์กรสิทธิมนุษยชนว่าเป็นกลุ่มแทรกแซงจากต่างชาติ อย่างไรก็ตาม KWAU และพันธมิตรยังสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์โดยหันมาใช้สื่อสร้างสรรค์ การเคลื่อนไหวเชิงวัฒนธรรม และการสื่อสารที่ลดระดับการเผชิญหน้าเพื่อสร้างการยอมรับในระดับรากหญ้า งานวิจัยนี้เสนอให้เสริมพลังกลยุทธ์ Sandwich Effect ซึ่งผสานแรงกดดันจากภายในและภายนอก พร้อมทั้งเสนอให้รัฐ ภาคเอกชน และองค์กรวิชาการมีบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริมสิทธิสตรีท่ามกลางกระแสอนุรักษนิยมร่วมสมัย


A Robust Form Understanding System Using Graph-Based Neural Network, Chavin Chuangchaichatchavarn Jan 2024

A Robust Form Understanding System Using Graph-Based Neural Network, Chavin Chuangchaichatchavarn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In this work, we address the challenge of form understanding in real-world documents affected by OCR noise and layout uncertainty. We introduce TONDFU, a bilingual Thai and English dataset consisting of official documents such as vehicle registrations and utility bills, annotated for entity labelling and entity linking. We also introduce a noisy character feature extractor that captures lexical and spatial patterns to improve the model's robustness against noisy textual content. This feature is integrated with geometric, visual, and semantic features in the graph-based model. Experiments show that the noisy character feature outperforms the frequency histogram baseline, and with pretraining on …