Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 3901 - 3930 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบและโปรแกรมควบคุมแสงสว่างทางไกลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของผู้ออกแบบแสงสว่างและทีมงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย, ธรรมนูญ จีระโสตถิกุล Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบและโปรแกรมควบคุมแสงสว่างทางไกลเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของผู้ออกแบบแสงสว่างและทีมงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย, ธรรมนูญ จีระโสตถิกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบและอุปกรณ์สำหรับการควบคุมแสงสว่างในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศไทย ในขณะที่หน่วยงานรัฐบาลประเทศไทยมีนโยบายการส่งออกอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นอีกหนึ่งรายได้หลักของประเทศ ส่งผลต่อความต้องการบุคลากรเชี่ยวชาญมากขึ้น ผู้วิจัยพบว่ากรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศได้ประยุกต์ใช้ระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อส่งสัญญาณระยะไกลในการควบคุมระบบแสงในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ดังนั้นงานวิจัยฉบับนี้จะศึกษาการนำเทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากรและประเมินความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้กับนักออกแบบและผู้ควบคุมระบบแสงในประเทศไทย การศึกษาวิจัยเก็บข้อมูลทั้งการศึกษาเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จากผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์การออกแบบแสงในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และการศึกษาเชิงปริมาณ (Quantitative Research) กลุ่มตัวอย่างจำนวน 100 ราย ผู้วิจัยได้นำเสนอการออกแบบระบบควบคุมแสงผ่านอินเทอร์เน็ตที่ประยุกต์ให้เหมาะสมกับผู้ออกแบบแสงชาวไทย ผ่านกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Development) ผลิตภัณฑ์ต้นแบบถูกออกแบบโดยเน้นความง่ายในการเชื่อมต่ออุปกรณ์และความสะดวกในการใช้งาน เพื่อรองรับผู้ที่มีความรู้ที่จำกัด มุ่งลดแรงงาน ประหยัดเวลา ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น ผลการศึกษาการยอมรับผลิตภัณฑ์ใหม่พบว่าผู้ที่ทดสอบผลิตภัณฑ์ต้นแบบมีความเห็นว่ามีประโยชน์และตรงความต้องการ ได้คะแนนมากถึง 4.45 คะแนน และมีความสนใจใช้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบจริง ได้คะแนน 4.4 คะแนน ในส่วนของการคาดการณ์และสมมุติฐานการดำเนินการทางธุรกิจก็มีความเป็นไปได้ในการประกอบธุรกิจด้วยระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ในระยะเวลาประมาน 3 ปี 4 เดือน


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเครื่องมือ เพื่อแนะนำที่พักอาศัยสำหรับเช่าที่เหมาะสมแก่ผู้เข้าพักและผู้ให้เช่าที่อาศัยในกรุงเทพและปริมณฑล, พิชญาภา พิทักษ์บุรี Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเครื่องมือ เพื่อแนะนำที่พักอาศัยสำหรับเช่าที่เหมาะสมแก่ผู้เข้าพักและผู้ให้เช่าที่อาศัยในกรุงเทพและปริมณฑล, พิชญาภา พิทักษ์บุรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้พัฒนาเครื่องมือแนะนำที่่พักอาศัยสำหรับเช่าให้เหมาะสมแก่ผู้พักอาศัย ในเขตกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล โดยใช้ระบบแนะนำ (Recommendation System) ในการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น และเพิ่มความพึงพอใจให้กับผู้ใช้งาน นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการเปรียบเทียบเสนอราคาที่แตกต่างและการเลือกสไตล์การตกแต่ง โทนสีของที่พักได้อีกด้วย เครื่องมือที่ได้ทำการพัฒนาอยู่ในรูปแบบเว็บไซต์ ใช้งานง่าย มีภาพประกอบ มีความปลอดภัย และ คาดหวังว่าจะสามารถช่วยให้ค้นหาที่พักอาศัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น วิจัยนี้ได้กล่าวถึงการสำรวจและวิเคราะห์พฤติกรรม รวมถึงความต้องการในการใช้เว็บไซต์ของกลุ่มตัวอย่าง 2 ส่วน ได้แก่ ผู้เช่าพักอาศัยในเขตกรุงเทพและเขตปริมณฑล และ ผู้ให้เช่าที่พักอาศัยในเขตกรุงเทพและเขตปริมณฑล จำนวนทั้งสิ้น 433 ราย โดยทั้ง 2 กลุ่มตัวอย่างได้ให้ความสนใจในการใช้เว็บไซต์แนะนำที่พักอาศัยสำหรับเช่า มีค่าเฉลี่ยผลรวมอยู่ที่ 4.00 และ 4.08 ตามลำดับ


การศึกษาความเป็นไปได้ในการนำแชทบอทมาเป็นที่ปรึกษาด้านความรักของคนไทย, ปานวาด สุขธำรงกุล Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ในการนำแชทบอทมาเป็นที่ปรึกษาด้านความรักของคนไทย, ปานวาด สุขธำรงกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเอไอแชทบอทมาใช้เป็นที่ปรึกษาด้านความรัก ความสัมพันธ์ของคนไทยในรูปแบบแอปพลิเคชัน โดยใช้เทคโนโลยี NLP และ ChatGPT4 เพื่อให้เอไอมีการใช้ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ ใกล้เคียงกับการให้คำปรึกษาโดยมนุษย์ และสามารถโต้ตอบเป็นภาษาไทย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้งานโดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือคนไทย ได้รับคำปรึกษาด้านความรัก ความสัมพันธ์ที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล เพื่อทำให้ผู้ใช้มีที่ปรึกษาด้านความรักของตนเอง อีกทั้งยังรู้สึกเสมือนได้พูดคุยกับเพื่อนที่พร้อมรับฟัง ช่วยแก้ปัญหา ปลอมประโลมจิตใจตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งแอปพลิเคชันถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย และคาดหวังว่าจะสามารถช่วยแก้ปัญหาความรัก ความสัมพันธ์ในสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้ได้กล่าวถึงการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรมด้านความรัก รวมถึงความต้องการใช้แอปพลิเคชันของกลุ่มตัวอย่าง จากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างที่มีประสบการณ์ด้านความรัก จำนวน 10 คน และใช้แบบสอบถามสำรวจการยอมรับในนวัตกรรมแอปพลิเคชัน AIU+ แชทบอทที่ปรึกษาด้านความรักจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 156 คน จากการสำรวจการยอมรับในแอปพลิเคชันพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความสนใจในแอปพลิเคชัน AIU+ แชทบอทที่ปรึกษาด้านความรักร้อยละ 94.9 จากนั้นจึงนำผลการศึกษาดังกล่าวมาออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสม เพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ต่อไป


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลลี่ เพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ โดยเพิ่มสารสกัดจากใบข้าว ที่ผ่านกระบวนการไมโครเอนแคปซูเลชัน, พีรญาณ์ วรคุณพิสิฐ Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลลี่ เพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ โดยเพิ่มสารสกัดจากใบข้าว ที่ผ่านกระบวนการไมโครเอนแคปซูเลชัน, พีรญาณ์ วรคุณพิสิฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทางการค้าและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลลี่เสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ โดยใช้สารสกัดจากใบข้าวที่ผ่านกระบวนการไมโครเอนแคปซูเลชัน การวิจัยได้ประเมินความต้องการของตลาด ศักยภาพของตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศไทย การยอมรับของผู้บริโภค โอกาสทางธุรกิจ และการแข่งขันในอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาแผนธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจถูกผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่าง 12 คน และการใช้แบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง 100 คน เพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพและการยอมรับผลิตภัณฑ์ ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาออกแบบและพัฒนากลยุทธ์การตลาดให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าและเป้าหมายเชิงพาณิชย์ โดยผลการวิจัย พบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีความพร้อมด้านเทคโนโลยี สามารถตอบความต้องการของตลาด โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สูงอายุที่มีประวัติเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งต้องการดูแลสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เจลลี่เพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ที่ผสมสารสกัดจากใบข้าวจะวางจำหน่ายในราคา 60 บาทต่อซองหรือ 1,800 บาทต่อกล่อง ผ่านช่องทางออนไลน์และร้านขายยา นอกจากนี้ เมื่อการศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงิน พบว่า มีศักยภาพในการทำกำไร โดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ 17,697,198.8 บาท อัตราผลตอบแทนภายใน 45.25% และระยะเวลาคืนทุนภายใน 2.54 ปี ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าผลิตภัณฑ์เจลลี่สุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ที่ผสมสารสกัดจากใบข้าวซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฟันของสุนัขที่มีส่วนผสมของเบต้า ไฮดรอกซีอะพาไทต์, ภูวเนศวร์ แสนจิตต์ Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฟันของสุนัขที่มีส่วนผสมของเบต้า ไฮดรอกซีอะพาไทต์, ภูวเนศวร์ แสนจิตต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้วิเคราะห์ความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์สำหรับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฟันของสุนัขที่มีส่วนผสมของเบต้า ไฮดรอกซีอะพาไทต์ เนื่องจากแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น ผู้วิจัยได้นำสารเบต้า ไฮดรอกซีอะพาไทต์ที่เกิดจากเทคโนโลยีการสังเคราะห์มาใช้ในการคืนกลับเนื้อฟัน (Remineralization) และประเมินศักยภาพทางการตลาดผ่านการสัมภาษณ์สัตวแพทย์ 5 คน และสำรวจความคิดเห็นเจ้าของสุนัข 100 คน ผลการศึกษาใช้ในการออกแบบกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริโภคคาดหวังว่าผลิตภัณฑ์จะช่วยให้สุขภาพฟันของสุนัขดีขึ้น และต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสมเหตุสมผล ข้อสรุปสำคัญในการออกแบบกลยุทธ์คือการสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายที่เข้าถึงง่ายและระบุกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน จากการศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงินสำหรับการจ้างผลิต (OEM) ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของเบต้า ไฮดรอกซีอะพาไทต์ ด้วยเงินลงทุน 1,500,000 บาท การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินเมื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในราคา 350 บาท และอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 5% พบว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า โดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของธุรกิจ (NPV) เป็นบวกที่ 1,298,261.11 บาท และมีอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ที่ 24.17% ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) อยู่ที่ 2.76 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน สรุปได้ว่าผลิตภัณฑ์นี้มีศักยภาพและความเป็นไปได้ในการพัฒนาเพื่อเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์


เศรษฐศาสตร์การเมืองของการกำหนดนโยบายดึงส่วนเกินและอุดหนุนในภาคเกษตรกรรม : กรณีศึกษาญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทย, กัลป์ กรุยรุ่งโรจน์ Jan 2023

เศรษฐศาสตร์การเมืองของการกำหนดนโยบายดึงส่วนเกินและอุดหนุนในภาคเกษตรกรรม : กรณีศึกษาญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทย, กัลป์ กรุยรุ่งโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการตอบคำถามว่าเพราะเหตุใดภาครัฐจึงดำเนินนโยบายที่มีผลทำให้เกิดการถ่ายโอนทรัพยากรระหว่างภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร เนื่องจากนโยบายการถ่ายโอนทรัพยากรระหว่างภาคการผลิตส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำระหว่างคนเมืองและคนชนบท โดยศึกษาจากประสบการณ์ในประเทศพัฒนาทีหลังในภูมิภาคเอเชียที่ปลูกข้าวเป็นพืชหลักอย่างประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทย เมื่อใช้กรอบการวิเคราะห์กระบวนการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของรังสรรค์ ธนะพรพันธ์ ที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยทางการเมืองและทุนนิยมโลกในการกำหนดนโยบาย เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ภาครัฐผลักดันนโยบายที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา จะพบว่าในช่วงเวลาที่ทั้ง 3 ประเทศมี “ระบบการเมืองแบบอำนาจนิยม” และ “ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจ” ภาครัฐจะผลักดันนโยบายดึงส่วนเกินออกจากภาคเกษตรเพื่อนำไปส่งเสริมการเจริญเติบโตในภาคเมือง โดยที่ชาวนาผู้เสียผลประโยชน์จากนโยบายไม่มีอำนาจในการคัดค้าน แต่เมื่อเวลาผ่านไปสถานการณ์ของทั้ง 3 ประเทศเปลี่ยน “ระบบการเมืองกลายเป็นแบบกระจายอำนาจมากขึ้น” และ “สูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านอาหาร” ภาครัฐจะเปลี่ยนไปผลักดันนโยบายอุดหนุนในภาคเกษตรเพื่อส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหารและซื้อใจชาวนาให้มาสนับสนุนอำนาจของตน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ประเทศต่าง ๆ หันมาดำเนินนโยบายอุดหนุนในภาคเกษตร ประเทศไทยกลับมีระดับการอุดหนุนที่ต่ำกว่าประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลีใต้ เนื่องมาจาก “ชาวนาไทยมีอำนาจต่อรองต่ำ” ไม่มีอำนาจกำหนดชัยชนะในการเลือกตั้งแบบญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ ภาครัฐจึงไม่มีแรงจูงใจในการการอุดหนุนในระดับสูงเพื่อดึงให้ชาวนามาเป็นพันธมิตรทางการเมือง นอกจากนี้ “ประเทศไทยไม่ได้เผชิญปัญหาความมั่นคงทางอาหารรุนแรง” ยังมีผลผลิตพอเพียงหล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศ ภาครัฐของไทยจึงไม่มีความจำเป็นที่จะดำเนินนโยบายอุดหนุนในภาคเกษตรในระดับสูงเพื่อผลักดันให้ชาวนาผลิตมากขึ้นให้เพียงพอต่อความต้องการเหมือนในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้


การศึกษาเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองว่าด้วยการวางกรอบในเรื่อง 'กลุ่มในและกลุ่มนอก' ในประชากรรุ่นแซดของประเทศไทย, ฐิติพงศ์ อรัญเวศ Jan 2023

การศึกษาเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองว่าด้วยการวางกรอบในเรื่อง 'กลุ่มในและกลุ่มนอก' ในประชากรรุ่นแซดของประเทศไทย, ฐิติพงศ์ อรัญเวศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พฤติกรรมเอนเอียงกลุ่มใน คือ แนวโน้มของปัจเจกบุคคลในการเลือกปฏิสัมพันธ์กับผู้ที่มีตัวตนหรือสถานะบางอย่างเหมือนกันกับตนเอง หรือ “กลุ่มใน” มากกว่าผู้ที่มีตัวตนหรือสถานะบางอย่างต่างกับตนเอง หรือ “กลุ่มนอก” ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในสาเหตุให้เกิดการเลือกปฏิบัติและพฤติการณ์ทุจริตเชิงระบบอุปถัมภ์ขึ้น และในประเทศไทยปัจจุบันยังพบว่ามีการใช้เส้นสายและระบบอุปถัมภ์เกิดขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากการใช้ช่องทางความสัมพันธ์ที่มีลักษณะเป็น “กลุ่มในและกลุ่มนอก” เช่น การใช้ความสัมพันธ์เชิงเครือญาติ สถานะทางสังคมต่างๆ เช่น สถาบันการศึกษา รวมทั้งทัศนคติหรืออุดมคติต่อบางอย่างที่มีร่วมกัน งานศึกษานี้จึงถูกจัดทำขึ้นเพื่อสำรวจคุณลักษณะ และรูปแบบความสัมพันธ์ที่เด่นที่สุด โดยการใช้วิธีการเศรษฐศาสตร์ทดลองในรูปแบบเกมเผด็จการ ผลการศึกษาสรุปออกมาได้ว่าอาสาสมัครมอบเงินจำลองให้ตัวเลือกที่เป็นเครือญาติมากที่สุด ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่ามีอิทธิพลทางสังคมเกี่ยวกับการตอบแทนบุญคุณ นอกเหนือจากนี้ ผลทางสถิติให้ผลว่าผู้ที่มีความถี่ในการมีพฤติกรรมเอนเอียงกลุ่มในที่สุดคือเพศหญิง โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกกรุงเทพมหานครฯ และปริมณฑล


ทุนมนุษย์ภายในองค์กรกับการสะสมทุนของภาคธุรกิจไทย : กรณีศึกษา 12 บริษัทใประเทศไทยในกลุ่มดัชนี 50, พีรดา ไชยศรี Jan 2023

ทุนมนุษย์ภายในองค์กรกับการสะสมทุนของภาคธุรกิจไทย : กรณีศึกษา 12 บริษัทใประเทศไทยในกลุ่มดัชนี 50, พีรดา ไชยศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิทยานิพนธ์เรื่องทุนมนุษย์ภายในองค์กรกับการสะสมทุนของภาคธุรกิจไทย มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผลิตภาพทุนมนุษย์กับการสะสมทุนทางเศรษฐกิจของภาคธุรกิจไทย 2) เพื่อศึกษาแนวคิดการสะสมทุนแบบยืดหยุ่นของเดวิด ฮาร์วีย์กับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของกรณีศึกษา: 12 บริษัทในกลุ่มดัชนี SET 50 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2566 แบ่งการศึกษาออกเป็น 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ดังนี้ 1.กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร 2. กลุ่มธุรกิจการเงิน 3. กลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร 4. กลุ่มอุตสาหกรรมการบริการ ใช้วิธีการศึกษาจากข้อมูลทุติยภูมิ รายงานประจำปี (แบบ 56-2), รายงานความยั่งยืน และนโยบายการบริหารทรัพยากรมนุษย์ด้วยรูปแบบการศึกษาข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อนำมาอธิบายความสัมพันธ์ของผลิตภาพทุนมนุษย์กับการสะสมทุนของภาคธุรกิจผ่านตัวชี้วัดการการประเมินผลิตภาพทุนมนุษย์ และการวิเคราะห์การสะสมทุนมนุษย์กับแนวคิดการสะสมทุนแบบยืดหยุ่นของเดวิด ฮาร์วีย์ (David Harvey) ในมุมมองเศรษฐศาสตร์การเมือง ผลการศึกษาความสัมพันธ์ของผลิตภาพทุนมนุษย์กับการสะสมทุนของภาคธุรกิจผ่านตัวชี้วัดการประเมินมูลค่าทุนมนุษย์ สะท้อนให้เห็นว่าในช่วงที่ภาคธุรกิจเผชิญสภาวะความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจที่มีความผันผวน ทำให้รายได้ขององค์กรลดลงแนวโน้มที่ภาคธุรกิจพยายามลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานลง เพื่อประคับประคองบริษัทให้อยู่รอด และการพิจารณาสัดส่วนการเติบโตของรายได้มีสัดส่วนการเติบโตมากกว่าค่าใช้จ่ายพนักงานและการลงทุนในทุนมนุษย์ รายได้ที่ถูกแบ่งปันเป็นกำไรของภาคธุรกิจมากกว่าสัดส่วนที่ถูกจ่ายให้เป็นค่าใช้จ่ายพนักงาน รวมไปถึงบางธุรกิจได้มีนโยบายลดจำนวนพนักงานเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและการนำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทน อาจนำมาสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความท้าทายของแรงงานในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญ ผลการศึกษาการวิเคราะห์การสะสมทุนมนุษย์กับแนวคิดการสะสมทุนแบบยืดหยุ่นของเดวิด ฮาร์วีย์ ระบบทุนนิยมเสรีนิยมใหม่ทำให้เกิดการสะสมทุนแบบยืดหยุ่น เป็นการปรับตัวของกลุ่มทุนโดยใช้กลไกการขูดรีดแรงงานแบบใหม่ผ่านการควบคุมตัวตนของแรงงาน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างแรงงานกับทุนคือการเปลี่ยนรูปแบบของการทำงานให้มีความยืดหยุ่น ทั้งลักษณะของระยะเวลาในการทำงานและพื้นที่การทำงาน และการเปลี่ยนรูปแรงงานให้อยู่ภายในเงื่อนไขของบริษัท กระบวนการบริหารจัดการทุนมนุษย์และการผ่อนปรนข้อบังคับบางอย่างจากทุนถูกใช้เป็นแรงเสริมให้แรงงานทุ่มเทและอุทิศตนในการทำงาน นำไปสู่การสะสมทุนความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจรวมไปถึงการสะสมชื่อเสียงของภาคธุรกิจทั้งสิ้น


วาทกรรมคนเสื้อแดง ฉบับรื้อสร้างใหม่ : กรณีศึกษา กลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่ ปี พ.ศ.2563-2565, ชนกานต์ วงศ์กิตติขจร Jan 2023

วาทกรรมคนเสื้อแดง ฉบับรื้อสร้างใหม่ : กรณีศึกษา กลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่ ปี พ.ศ.2563-2565, ชนกานต์ วงศ์กิตติขจร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วาทกรรมคนเสื้อแดงในสังคมไทยมีความเป็นพลวัตรมาโดยตลอด งานเขียนนี้มุ่งตอบคำถามว่ากลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่ นำโดยเยาวชน นักเรียน และนักศึกษา ในปี 2563 – 2565 ประกอบสร้างวาทกรรมคนเสื้อแดงว่าอย่างไร และแตกต่างจากวาทกรรมคนเสื้อแดงปี 2552-2555 อย่างไร โดยใช้วิธีวงศาวิทยาและวิเคราะห์วาทกรรมแนววิพากษ์ ผลการศึกษาพบว่าในปี 2552-2555 วาทกรรมคนเสื้อแดงแบ่งออกเป็นวาทกรรมคนเสื้อแดงในฐานะ “ผู้ร้าย” และ “วีรชน” ซึ่งเป็นวาทกรรมคู่ขัดแย้งที่ต่างฝ่ายต่างขับเคี่ยวเพื่อครอบครองพื้นที่ทางความคิดและกำหนดภาพแทนให้กับคนเสื้อแดง กลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่ ปี 2563 – 2565 เลือกรื้อถอนวาทกรรม “ผู้ร้าย” และสร้างวาทกรรม “วีรชน” จากชุดวาทกรรมเดิม ให้นิยามคนเสื้อแดงว่าเป็นผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความยุติธรรม มีสถานภาพเป็นมนุษย์และประชาชนคนไทย กลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่เชื่อมโยงกับคนเสื้อแดงเพราะก่อตัวขึ้นจากบริบทความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ผลักดันให้เข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง ทั้งสองกลุ่มเกิดจากการชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร และการยุบพรรคการเมือง นอกจากนี้ การรื้อสร้างวาทกรรม “วีรชน” เกิดจากการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของคนเสื้อแดงของกลุ่มผู้ชุมนุมคนรุ่นใหม่ผ่านสื่อออนไลน์ ที่นำเสนอข้อมูลเชิงวิพากษ์ขัดกับข้อมูลของฝ่ายรัฐบาล และการเน้นย้ำอุดมการณ์ของคนเสื้อแดงที่ใกล้เคียงกับของกลุ่มคนรุ่นใหม่ กล่าวคือการสร้างอัตลักษณ์ให้กับการชุมนุม ซึ่งช่วยส่งเสริมความชอบธรรมให้กับการเคลื่อนไหวที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน


โครงสร้างทางอำนาจกับระบบรัฐราชการไทย ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปีพ.ศ. 2521 พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2560, รัชฎาพร โรจนพิพัฒน์พงศ์ Jan 2023

โครงสร้างทางอำนาจกับระบบรัฐราชการไทย ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปีพ.ศ. 2521 พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2560, รัชฎาพร โรจนพิพัฒน์พงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศึกษาพลวัตและโครงสร้างทางอำนาจของรัฐผ่านรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปี พ.ศ. 2521 พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2560 และ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐราชการไทยและกลุ่มทุนผ่านแนวคิดสถาบันนิยมใหม่แนวประวัติศาสตร์ โดยพิจารณาผ่านกรอบสภาวะเส้นบังคับ (Path Dependence) และจุดเปลี่ยนที่สำคัญ (Critical Juncture) และแนวคิดรัฐราชการ (Bureaucratic Polity) โดยรัฐราชการไทยมีรากฐานมาจากการรวมอำนาจของคณะราษฎรและทหารหลังการปฏิวัติในปี พ.ศ. 2475 ซึ่งสร้างระบบที่ข้าราชการพลเรือนและทหารมีบทบาทสำคัญในการบริหารประเทศ การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญในแต่ละครั้งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างอำนาจใหม่ และเกิดการปรับตัวของรัฐราชการรวมไปถึงการเปลี่ยนผ่านอำนาจ ผลการศึกษาพบว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521 มีโครงสร้างแบบรวมศูนย์อำนาจไว้ในมือของรัฐบาล ทั้งนี้รัฐธรรมนูญได้มาจากการรัฐประหารส่งผลให้กลุ่มผู้มีอำนาจจากการรัฐประหารสามารถกำหนดโครงสร้างในรัฐธรรมนูญผ่านการจัดตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและกำหนดให้วุฒิสภามาจากการแต่งตั้งทั้งหมด ทำให้เป็นรูปแบบของรัฐราชการ โดยความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและกลุ่มทุนในช่วงของรัฐบาลเปรม จากวิกฤตน้ำมันทำให้ นโยบายเศรษฐกิจของประเทศมุ่งเน้นการผลิตแบบอุตสาหกรรมเพื่อทดแทนการน้ำเข้า และได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ทั้งยังมีการดำเนินนโยบายแบบส่งเสริมการผลิตและการส่งออก รวมถึงโครงการสนับสนุนทางภาษีให้การลงทุนของต่างประเทศ ภายใต้โครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ทำให้บทบาทของกลุ่มทุนธนาคารและทุนอุตสาหกรรมค่อนข้างเด่นชัด ผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มีการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองมาอยู่ในมือของนักการเมืองที่มีภูมิหลังจากนักธุรกิจ ทำให้ความเป็นรัฐราชการถดถอยไป แต่อย่างไรก็ตามโครงข่ายของข้าราชการก็ได้พยายามเข้ามาแฝงบตัวในบทบาทสำคัญ เช่น คณะร่างรัฐธรรมนูญ และ สมาชิกวุฒิสภา ทั้งนี้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 มีโครงสร้างแบบเน้นการกระจายอำนาจและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย แต่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและกลุ่มทุนมีความชัดเจนยิ่งขึ้นจากบทบาทของนักธุรกิจที่มานั่งตำแหน่งการเมือง ภายหลังจากวิกฤตต้มยำกุ้ง ทุนธนาคารเริ่มเสื่อมถอยแต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และการออกนโยบายของรัฐที่ทำเน้นฟื้นฟูพร้อมเติบโต ทำให้นโยบายเน้นไปทางประชานิยมเข้าถึงประชาชน และสนับสนุนอุตสาหกรรมให้เติบโต ทำให้ทุนอุตสาหกรรม และ ทุนสื่อสาร เข้ามามีผลประโยชน์ร่วมผ่านนโยบายของรัฐบาลเช่น การเจรจาทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มีโครงสร้างแบบรวมศูนย์อำนาจโดยอำนาจในการบริหารกลับมาอยู่ในเมือของข้าราชการอีกครั้งผ่านการทำรัฐประหาร และคณะรัฐประหารก็ได้เป็นผู้วางแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและจัดตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและกำหนดให้วุฒิสภามาจากการแต่งตั้งทั้งหมด ทำให้ประเทศไทยได้กลับมาเป็นรูปแบบของรัฐราชการอีกครั้ง ซึ่งได้พยายามดึงกลุ่มทุนเอกชนเข้ามามีบทบาทในการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ อย่างโครงการประชารัฐหรืออีอีซีที่เป็นการสานต่อโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ดจากสมัยของรัฐบาลเปรม ทั้งนี้จากวิกฤตโควิดทำให้รัฐบาลได้เน้นออกนโยบายเยียวยาภาคประชาชน ผ่านความช่วยเหลือทางการเงินจากนโยบายต่างๆ โดยสรุป แม้ว่าระบบราชการจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือลดลง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับกลุ่มธุรกิจก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดนแต่ละยุคมีรูปแบบความร่วมมือและการปรับตัวที่แตกต่างกันระหว่างรัฐและกลุ่มทุนในกำหนดนโยบายเศรษฐกิจและการปกครองของประเทศไทย


The Impact Of Foreign Direct Investment On Manufacturing Employment : A Comparative Study Of Zhejiang And Other Provinces, Dan Wu Jan 2023

The Impact Of Foreign Direct Investment On Manufacturing Employment : A Comparative Study Of Zhejiang And Other Provinces, Dan Wu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The purpose of this study is to examine the impact of FDI on manufacturing labor productivity in Zhejiang, Jiangsu and Shanghai using panel data between 2007 and 2020. This study investigates the differential effects of FDI in four manufacturing subsectors: Agriculture and Food Industries, Basic Industries, Light Industries and Heavy Industries. First, the empirical result shows that FDI has a significantly positive impact on manufacturing labor productivity in Zhejiang, Jiangsu and Shanghai. FDI has a greater impact on labor productivity in Jiangsu compared to Zhejiang and Shanghai. Second, R&D expenditure has a significant positive effect on labor productivity both in …


เศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยกลไกการส่งเสริมองค์การที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมในประเทศไทย : กรณีศึกษาวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise), ศุภชัย สมผล Jan 2023

เศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยกลไกการส่งเสริมองค์การที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสังคมในประเทศไทย : กรณีศึกษาวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise), ศุภชัย สมผล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาบทบาทและความสำคัญของวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) ต่อภาคเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย รวมทั้งวิเคราะห์การส่งเสริม SE ของภาครัฐและภาคส่วนอื่น ๆ และปัจจัยที่ส่งเสริมการดำเนินงานของ SE ผ่านการวิจัยเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และการตอบแบบสำรวจออนไลน์ ผลการศึกษาพบว่า ภาพรวมการดำเนินงานของ SE ในประเทศไทยมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยพิจารณาได้จากหลายมุมมอง เช่น ลักษณะการดำเนินงาน ผลลัพธ์ทางสังคม กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง และการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของรัฐ โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ซึ่ง SE เข้าไปมีบทบาทในแผนงานระดับชาติหลายประเด็น เช่น การพัฒนาที่ยั่งยืน และการปฏิรูประบบบริหารจัดการภาครัฐ รวมทั้ง SE ยังมีบทบาทเติมเต็มช่องว่างการให้บริการสาธารณะในลักษณะภาคส่วนที่สาม โดยมุ่งพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ ในมิติการส่งเสริม ตัวแสดงหลายภาคส่วนได้เข้ามามีบทบาทสนับสนุน SE ในหลายรูปแบบ ผ่านการใช้ความเชี่ยวชาญและอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงการสร้างความร่วมมือและเครือข่าย โดยเฉพาะภาครัฐที่ถือเป็นตัวแสดงสำคัญในการกำหนดแผนงานและกฎระเบียบเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสมต่อการส่งเสริม SE อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของรัฐซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดต่อการส่งเสริม SE และการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของ SE บางกลุ่ม อีกทั้งในบางกรณียังแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและกลุ่มทุนใหญ่ที่อาจส่งผลต่อการสนับสนุน SE อย่างไม่เท่าเทียม นอกจากนี้ บทวิเคราะห์เพิ่มเติมในเชิงเศรษฐศาสตร์การเมืองยังชี้ให้เห็นว่าแม้ภาครัฐจะมีกลไกการส่งเสริม SE ที่เป็นระบบมากขึ้น แต่ยังมีข้อสังเกตบางประเด็นต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน เช่น การขาดความต่อเนื่องในการกำหนดนิยามหรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และบางกรณีอาจเป็นบทบาทที่ไม่เหมาะสมต่อการส่งเสริม SE ขณะที่ มุมมองต่อปัจจัยที่ส่งเสริมการดำเนินงานของ SE ให้ประสบความสำเร็จเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น เครือข่ายสนับสนุน และการใช้บังคับพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2562 ซึ่งกฎหมายฉบับดังกล่าวช่วยสร้างโอกาสให้กิจการสามารถขยายผลการดำเนินงานและเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางท่านยังไม่เข้าสู่ระบบการส่งเสริมภายใต้กฎหมายฉบับนี้เนื่องด้วยหลายสาเหตุ รวมถึงการมีความเห็นว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวอาจเป็นช่องทางให้กลุ่มทุนใหญ่แสวงหาประโยชน์หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ


การเสริมสร้างอธิปไตยด้านอาหารของผู้ผลิตรายย่อยในประเทศไทย: กรณีศึกษา เครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านไทย, อรุณวตรี รัตนธารี Jan 2023

การเสริมสร้างอธิปไตยด้านอาหารของผู้ผลิตรายย่อยในประเทศไทย: กรณีศึกษา เครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านไทย, อรุณวตรี รัตนธารี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของเกษตรกร ผ่านการทำงานจากฐานราก โดยเลือกศึกษากระบวนการทำงานของเครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน ซึ่งเป็นการรวมตัวกันอย่างหลวม ๆ ของเกษตรกร องค์กรพัฒนาเอกชน และนักวิชาการ ตั้งแต่ พ.ศ.2541 โดยมีเป้าหมายในการทำงาน คือ ส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของเกษตรกรที่เป็นสมาชิก ด้วยการเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรเหล่านั้นสามารถเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่สอดคล้องกับระบบการผลิตอาหารที่ยั่งยืน ซึ่ง ณ ที่นี้ คือ เมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน งานวิจัยชิ้นนี้ ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากสมาชิกในเครือข่ายฯ ผ่านการสัมภาษณ์ โดยสมาชิกเหล่านั้นประกอบด้วยเกษตรกรรายย่อย ผู้บริโภค นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่ในเครือข่ายฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์กระบวนการทำงานของเครือข่ายฯ โดยยึดกรอบการวิเคราะห์ผ่านทฤษฎีอธิปไตยด้านอาหาร ทฤษฎีการจัดการทรัพยากรร่วม และทฤษฎีนิเวศวิทยาทางการเมือง เพื่อตอบคำถามวิจัยว่า เครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านมีกระบวนการส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของฝั่งเกษตรกรอย่างไรเพื่อแสวงหาแนวทางในการส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของฝั่งเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ผลการศึกษาพบว่า เมื่อนำกระบวนการทำงานของเครือข่ายฯ ที่ส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารผ่านการส่งเสริมองค์ความรู้เรื่องเมล็ดพันธุ์และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ในกลุ่มเกษตรกรที่เป็นสมาชิก มาวิเคราะห์ผ่านหลักการของทฤษฎีอธิปไตยด้านอาหาร พบว่ากระบวนการทำงานของเครือข่ายฯ มีส่วนช่วยส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของเกษตรกรจริง ทว่ายังจำกัดขอบเขตของการทำงานอยู่เพียงในกลุ่มสมาชิกของเครือข่ายฯ เท่านั้น จาก 2 สาเหตุสำคัญ คือ 1) เครือข่ายฯ ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม และ 2) เครือข่ายฯ มีต้นทุนไม่เพียงพอสำหรับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จึงประเมินได้ว่าการทำงานของเครือข่ายฯ ส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารจริง ทว่าเป็นการส่งเสริมอธิปไตยด้านอาหารของเกษตรกรเฉพาะกลุ่ม


A Comparative Country Study Of Outward Fdi Determinants With Special References Of Singapore, Malaysia And Thailand, Penporn Pathong Jan 2023

A Comparative Country Study Of Outward Fdi Determinants With Special References Of Singapore, Malaysia And Thailand, Penporn Pathong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Over the last decade, ASEAN outward FDI increased significantly despite being major recipients of FDI. Singapore, Malaysia, and Thailand have developed into an emerging investment source for many countries. Our study uses panel data analysis covering the period 2005–2019 to investigate and compare their determinants in order to draw policy implications. The results show that common factor that influence outward FDI of the above three countries are technology and geographic distance. Specific factors that influence outward FDI of individual countries differently are GDP, exchange rate, inflation rate, labor cost, export, import and political stability. For policies implication government can encourage …


Three Essays On Trade Costs And Firm Exports, Sunil Kumar Dash Jan 2023

Three Essays On Trade Costs And Firm Exports, Sunil Kumar Dash

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis consists of three separate and self-contained individual studies on trade costs and firm exports. According to the new “new trade theory” where trading firms are heterogeneous, only a few firms can export, while others cannot. The main tenet of the new “new trade theory” is that differences in export participation among firms can be explained by a combination of (1) fixed (sunk) costs of exporting and (2) heterogeneity in the firm characteristics (in terms of size or costs). The goal of the study is to analyze the behavior of firms in international trade while putting “firm heterogeneity” - …


ผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว: หลักฐานจากกลุ่มประเทศสมาชิกองค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (Unwto), พิชามญชุ์ เกื้อกิจ Jan 2023

ผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว: หลักฐานจากกลุ่มประเทศสมาชิกองค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (Unwto), พิชามญชุ์ เกื้อกิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สถานการณ์มลภาวะทางอากาศ (Air Pollution) ที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันสร้างความกังวลให้กับผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากปัญหามลภาวะทางอากาศที่เกิดขึ้นอยู่นี้ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้ามายังประเทศปลายทาง จึงเกิดความตระหนักถึงผลกระทบที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับจากปัญหามลภาวะทางอากาศที่เพิ่มขึ้น การศึกษานี้มีสองวัตถุประสงค์คือ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์และผลกระทบของมลภาวะทางอากาศต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาภายในกลุ่มประเทศสมาชิก UNWTO และเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การศึกษานี้ใช้ข้อมูลทุติยภูมิแบบแผง (Panel Data) ระหว่างปี ค.ศ. 1995 ถึงปี ค.ศ. 2019 และใช้ข้อมูลรายประเทศสมาชิกองค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ทั้งหมด 160 ประเทศ ผ่านการวิเคราะห์ด้วยแบบจำลอง Panel Data Regression โดยใช้สมการถดถอยด้วยวิธีการกำลังสองน้อยที่สุดแบบ Fixed Effects ผลการศึกษาพบว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศสมาชิก UNWTO โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ขณะที่ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM2.5 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศสมาชิก UNWTO ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติโดยเฉพาะประเทศที่อยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว นอกจากนี้ยังพบว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเฉลี่ยต่อหัวประชากรดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างชัดเจนในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุด จำนวนประชากรมีความสัมพันธ์เป็นบวกอย่างแข็งแกร่งต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในทั้ง 3 กลุ่มระดับการพัฒนา สัดส่วนพื้นที่ป่าไม้ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามายังประเทศปลายทางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อีกทั้งประเทศที่ปกครองด้วยระบอบอัตตาธิปไตยแบบเลือกตั้งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุดแต่มีความสัมพันธ์เชิงลบอย่างชัดเจนในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ในขณะที่ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบเลือกตั้งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติแต่ไม่มีความสัมพันธ์อย่างชัดเจนในกลุ่มระดับการพัฒนาใดเลย ในส่วนประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบเสรีนิยมพบว่ามีความสัมพันธ์ในเชิงลบอย่างชัดเจนในกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุดเท่านั้น


ผลกระทบของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณต่อตลาดการเงิน: กรณีศึกษาประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา, กมลภพ จันทร์กระมล Jan 2023

ผลกระทบของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณต่อตลาดการเงิน: กรณีศึกษาประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา, กมลภพ จันทร์กระมล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิกฤตโรคโควิด 2019 ส่งผลร้ายแรงอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจ ทำให้ธนาคารกลาง 21 แห่ง ต้องประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing: QE) โดยมาตรการ QE ในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นมาตรการ QE หลังที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ งานวิจัยศึกษาผลกระทบของมาตการ QE ต่อตลาดการเงินระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาด้วย 1) Event study ซึ่งวิเคราะห์การตอบสนองของตลาดการเงินในระยะสั้น 2) แบบจำลอง Global Vector Autoregression (GVAR) เป็นการศึกษาการตอบสนองของตลาดการเงินในระยะยาว ผลการศึกษาด้วยวิธี Event study พบว่า การตอบสนองของตลาดการเงินต่อมาตรการ QE ภาพรวมของประเทศกำลังพัฒนามีการตอบสนองมากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและระยะยาวมีการเปลี่ยนแปลงลดลงในประเทศกำลังพัฒนามากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว ในขณะที่ อัตราแลกเปลี่ยนของประเทศกำลังพัฒนาปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอเมริกามากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว และแนวโน้มของการปรับตัวของดัชนีตลาดตราสารทุนของประเทศกำลังพัฒนาปรับเพิ่มขึ้น ส่วนการศึกษาการตอบสนองของตลาดการเงินในระยะยาวต่อมาตรการ QE ด้วยแบบจำลอง GVAR พบว่า ผลของมาตรการ QE ของประเทศพัฒนาแล้วสามารถส่งผ่านไปยังประเทศอื่น ๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่การส่งผ่านไปยังต่างประเทศของประเทศกำลังพัฒนามีอยู่อย่างจำกัด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวที่แท้จริงทั้งสองกลุ่มประเทศมีแนวโน้มลดลงในระยะยาว อัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ราคาดัชนีที่แท้จริงในตลาดตราสารทุน ราคาทองคำ และราคาบิทคอยน์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว ในภาพรวมพบว่า มาตรการ QE ของประเทศกำลังพัฒนาส่งผลต่อตลาดการเงินในระยะสั้นที่รุนแรง แต่ผลกระทบระยะยาวมีอยู่อย่างจำกัด ส่วนประเทศพัฒนาแล้ว มาตรการ QE ตอบสนองได้ดีกว่าประเทศกำลังพัฒนาในระยะยาว


บทบาทของลูกต่อความสุขของผู้สูงอายุไทยในช่วงก่อนและหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, กรกต อากาศอำนวย Jan 2023

บทบาทของลูกต่อความสุขของผู้สูงอายุไทยในช่วงก่อนและหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, กรกต อากาศอำนวย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงความสุขของผู้สูงอายุ 3 กลุ่มในช่วงก่อนและหลังโควิด-19 ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุที่มีลูกและไม่มีลูก (รวม 88,714 คน) กลุ่มผู้สูงอายุที่อาศัยและไม่ได้อาศัยอยู่กับลูก (รวม 80,894 คน) และกลุ่มผู้สูงอายุที่ได้รับและไม่ได้รับการสนับสนุนจากลูกในด้านสิ่งของ การเยี่ยมเยียน และการติดต่อสื่อสาร (รวม 71,107 คน) โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทยปี 2557, 2560, และ 2564 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยแบบจำลอง Difference-in-Differences (DID) ที่ประมาณการด้วยวิธีกําลังสองน้อยที่สุด (OLS) ผลการศึกษาพบว่า ก่อนเกิดโควิด-19 ผู้สูงอายุที่มีลูก อาศัยอยู่กับลูก ได้รับสนับสนุนด้านสิ่งของ และได้เยี่ยมเยียนมีความสุขมากกว่าผู้สูงอายุที่ไม่มีลูก ไม่ได้อาศัยอยู่กับลูก ไม่ได้รับสนับสนุนด้านสิ่งของ และไม่ได้เยี่ยมเยียน ตามลำดับ แต่ผู้สูงอายุที่ติดต่อสื่อสารกับลูกพบว่ามีความสุขน้อยกว่าผู้สูงอายุที่ไม่ได้ติดต่อสื่อสารกับลูก และหลังเกิดโควิด-19 ความสุขของผู้สูงอายุทุกกลุ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้สูงอายุที่มีลูก อาศัยอยู่กับลูก ได้รับสนับสนุนด้านสิ่งของ และได้เยี่ยมเยียนจะมีความสุขลดลงมากกว่าผู้สูงอายุที่ไม่มีลูก ไม่ได้อาศัยอยู่กับลูก ไม่ได้รับสนับสนุนด้านสิ่งของ และไม่ได้เยี่ยมเยียน ตามลำดับ ส่วนผู้สูงอายุที่ติดต่อสื่อสารกับลูกจะมีความสุขลดลงน้อยกว่าผู้สูงอายุที่ไม่ได้ติดต่อสื่อสารกับลูก ซึ่งผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า บทบาทของลูกมีผลต่อความสุขของผู้สูงอายุไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโควิด-19 ด้วยเหตุนี้ การออกแบบนโยบายผู้สูงอายุโดยคำนึงถึงลักษณะครัวเรือนและบริบทแวดล้อมของผู้สูงอายุแต่ละกลุ่มจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความสุขให้ผู้สูงอายุได้


Essays On Physical Health, Mental Health, And Health Behaviors, Liyuan Yang Jan 2023

Essays On Physical Health, Mental Health, And Health Behaviors, Liyuan Yang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis examines the impact of mental health on physical health and specific health behaviors in Australia. Chapter 2 draws nationally representative panel data from the Household, Income and Labor Dynamics in Australia (HILDA) survey and applies a fixed-effects instrumental variable (FE-IV) approach to address the potential endogeneity of mental health. The analysis reveals that mental health positively affects physical health and plays a substantial role in explaining physical health compared to other covariates. To explore additional benefits of having better mental health, Chapter 3 investigates whether mental health can influence smoking behavior. The results indicate that improved mental health …


การประเมินผลกระทบของมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีต่อสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรไทย, ธิติวุฒิ พงศ์ธนไพศาล Jan 2023

การประเมินผลกระทบของมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีต่อสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรไทย, ธิติวุฒิ พงศ์ธนไพศาล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTMs) โดยเฉพาะมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) และมาตรการอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (TBT) ที่มีต่อมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรไทย ในรายพิกัดศุลกากร 23 หมวดสินค้า ไปยัง 15 ประเทศคู่ค้าอันดับแรก โดยวิเคราะห์ผ่านแบบจำลองโน้มถ่วง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001-2020 พบว่า โดยรวมมาตรการ SPS และ มาตรการ TBT ของประเทศคู่ค้ามีผลส่งเสริมการค้าไทยในการส่งออกสินค้าเกษตรฯ แต่กลับมีความแตกต่างของการกำหนดมาตรการเหล่านี้ขึ้นกับประเทศผู้กำหนดมาตรการ ซึ่งพบว่า มาตรการประเภท SPS จากประเทศคู่ค้าที่เป็นประเทศพัฒนาแล้วมีผลเสียต่อมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรฯ มากกว่ามาตรการที่กำหนดโดยประเทศที่กำลังพัฒนา หากพิจารณาผลกระทบจากมาตรการเหล่านี้จำแนกหมวดสินค้าฯ พบว่า ทั้งมาตรการ SPS และ TBT มีผลส่งเสริมการส่งออกในหมวดเนื้อสัตว์และส่วนอื่นของสัตว์ที่บริโภคได้ (HS 02) แม้จะเคยเผชิญกับโรคไข้หวัดนกระบาดในปี 2547 ทำให้การส่งออกไก่สดถูกระงับ ภาคเอกชนไทยจึงหันไปส่งออกไก่แปรรูปและพัฒนาระบบฟาร์มปิด จนไม่มีการกลับมาระบาดในอุตสาหกรรมไก่สดไทยซ้ำอีก ด้วยการพัฒนามาตรฐานที่ดีเหล่านี้ จึงทำให้อุตสาหกรรมไก่แช่แข็งไทยกลับมาส่งออกได้มากขึ้น สำหรับมาตรการ SPS ส่งผลกระทบเชิงลบต่อการค้าหมวดโกโก้และของปรุงแต่งที่ทำจากโกโก้ (HS 18) เนื่องจากผลผลิตเมล็ดโกโก้ไทยไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงงานแปรรูปเป็นช็อกโกแลต ทำให้ต้องนำเข้าเมล็ดโกโก้ที่เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปจากต่างประเทศในปริมาณที่มาก อีกทั้ง ยังพบเชื้อราในผลผลิตเกือบทุกตัวอย่าง ส่งผลกระทบในด้านคุณภาพของผลผลิต นอกจากนี้ ผลจากมาตรการ SPS ที่ส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่าการค้าสินค้าในหมวดผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ไม่ได้ระบุหรือรวมไว้ในที่อื่น (HS 05) ซึ่งหากพิจารณาระดับร้อยละโดยเฉลี่ยมาตรการ SPS พบว่า มีสัดส่วนที่ค่อนข้างต่ำ อีกทั้ง มาตรการ SPS จำแนกรายปีมีแนวโน้มเปลี่ยนไปในทิศทางเดียวกันกับมูลค่าการค้าในหมวดนี้ ในขณะที่มาตรการ TBT ที่มีเพียงบางปีเท่านั้น ในส่วนมาตรการ TBT ส่งผลเชิงบวกต่อการส่งออกสินค้าเกษตรในหมวดครั่ง รวมทั้งกัม เรซิน น้ำเลี้ยง (แซป) และสิ่งสกัดอื่น ๆ จากพืช (HS 13) ทั้งนี้ เป็นเพราะมาตรการ TBT ในหมวดนี้ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับหมวดอื่น ๆ จึงทำให้มีความสะดวกต่อการค้าและมาตรการ TBT มีแนวโน้มส่งเสริมการค้าในหมวดนี้ ในขณะมาตรการ TBT ส่งผลเชิงลบต่อการค้าในหมวดของปรุงแต่งจากธัญพืช แป้ง สตาร์ช หรือนม ผลิตภัณฑ์อาหารจำพวกเพสทรี …


การเปรียบเทียบทางสังคมผ่านสถานะทางเศรษฐกิจของครัวเรือนกับสุขภาวะทางจิตในประเทศไทย, มนัชญา ชูยิ่งสกุลทิพย์ Jan 2023

การเปรียบเทียบทางสังคมผ่านสถานะทางเศรษฐกิจของครัวเรือนกับสุขภาวะทางจิตในประเทศไทย, มนัชญา ชูยิ่งสกุลทิพย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สุขภาวะทางจิตของประชาชนไทยย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง กอปรกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นในประเทศไทย อาจกระตุ้นให้เกิดการเปรียบเทียบทางสังคมและส่งผลเสียต่อสุขภาวะทางจิตต่อไปได้ การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของสถานะทางเศรษฐกิจ (ค่าใช้จ่ายและความมั่งคั่ง) ของครัวเรือนโดยเปรียบเทียบกับกลุ่มอ้างอิง ได้แก่ คนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดและลักษณะพื้นที่เดียวกัน ต่อสุขภาวะทางจิต (ความสุขและความพึงพอใจในชีวิต) ของประชาชนไทย ทั้งในภาพรวมและจำแนกตามช่วงวัย โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากสำรวจสุขภาพจิต (ความสุข) คนไทย ปี พ.ศ. 2563 และทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการประมาณการสมการถดถอยแบบกำลังสองน้อยที่สุด ผลการศึกษาในภาพรวม พบว่า การเพิ่มขึ้นของช่องว่างระหว่างสถานะทางเศรษฐกิจของครัวเรือนตนเองกับของกลุ่มอ้างอิงโดยเฉลี่ย ส่งผลดีต่อสุขภาวะทางจิตของผู้ที่มีสถานะทางเศรษฐกิจดีกว่าในขนาดที่ใกล้เคียงกับสุขภาวะทางจิตที่ย่ำแย่ลงของผู้ที่มีสถานะทางเศรษฐกิจด้อยกว่ากลุ่มอ้างอิง (Symmetric effect) ทั้งนี้ ช่องว่างของค่าใช้จ่ายส่งผลต่อทั้งความสุขและความพึงพอใจในชีวิต ต่างจากช่องว่างของความมั่งคั่งที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในชีวิตเท่านั้น ผลการวิเคราะห์กรณีของผู้ใหญ่สอดคล้องกับในภาพรวม ตรงข้ามกับกรณีของเยาวชนไทยที่พบว่า สถานะทางเศรษฐกิจของครัวเรือนโดยเปรียบเทียบไม่ส่งผลต่อสุขภาวะทางจิต ส่วนกรณีของผู้สูงอายุ ความมั่งคั่งสัมพัทธ์มีผลต่อความพึงพอใจในชีวิตของผู้ที่มีสถานะดีกว่ากลุ่มอ้างอิงเท่านั้น ส่วนผู้ที่มีสถานะด้อยกว่าไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ (Asymmetric effect) ผลการศึกษาบ่งชี้ว่า ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสามารถก่อให้เกิดช่องว่างด้านสุขภาวะทางจิตของประชาชนไทยผ่านกลไกการเปรียบเทียบทางสังคมได้ ดังนั้น นอกจากนโยบายในการลดช่องว่างทางเศรษฐกิจแล้ว ภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรสนับสนุนการปลูกฝังและเพิ่มพูนอุปนิสัยการเห็นคุณค่าในตนเอง (self-esteem) ตลอดช่วงอายุของบุคคล เพื่อลดการเปรียบเทียบกับผู้อื่นที่อาจบั่นทอนสุขภาวะทางจิตลง


An Empirical Study Of Interactivity And Companionship Influencing The Reward Of Game Streamers In Douyu, Mu Zhou Jan 2023

An Empirical Study Of Interactivity And Companionship Influencing The Reward Of Game Streamers In Douyu, Mu Zhou

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The 'streamer' is a new freelancer in the online gaming industry. In this paper, we obtained data for 46 game streamers on Douyu platform and using panel data two-way FE regression we found that: (1) streamers who have more companionship to viewers earned more reward income; (2) the more bullets they got, the more reward income they earned. Especially for head streamers, the ability to get bullets has a positive impact on earning reward income than that of non-head streamers. The results of the study provide more empirical support for the impact of streamer decision-making and rewarding behavior, and provide …


Effects Of Social Activities On Labor Participation Among Middle-Aged And Older Adults In China, Shixun Yuan Jan 2023

Effects Of Social Activities On Labor Participation Among Middle-Aged And Older Adults In China, Shixun Yuan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This paper empirically explores how social activities affect the labor force participation of middle-aged and older adults using data from the 2018 China Health and Retirement Longitudinal Study (CHARLS). Based on 2SLS and IV-probit regression analyses, where social participation is endogenized, there are three key discoveries. First, social activity is negatively associated with labor force involvement and, when instrumental variables are used to minimize endogeneity bias, the negative effect of social participation is found to be stronger. Second, helping others is the only form of social participation that is positively related to labor participation. Finally, the effect of social engagement …


Returns To Higher Education In Urban And Rural Regions In China (2010-2020), Weixuan Zhang Jan 2023

Returns To Higher Education In Urban And Rural Regions In China (2010-2020), Weixuan Zhang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The purpose of this research is to shed light on the impact of different educational paths on the entire wage distribution in rural and urban areas in China from 2010 to 2020. The thesis employed the quantile regression (QR) method using the dataset from the China Family Panel Survey. The OLS regression results reveal a positive correlation between years of education and wages, with each additional year of education associated with a 7.1 percent increase in wages. However, QR and instrumental variable QR results show a diminishing trend in the return to education across income deciles, indicating declining marginal returns …


Returns To Education In Different Industries Of Thailand, Thayatham Sombooncharoen Jan 2023

Returns To Education In Different Industries Of Thailand, Thayatham Sombooncharoen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research focuses on the analysis of the current state of the labor market by computing returns on education across industry and sub-industries levels. The main goal is to find if there are differences in returns between different types of education attainment. The research used the Labor Force Survey from 2012, 2014, 2015, 2016, 2017, and 2019 with the extended Mincerian method. The Mincerian method is the most popular method used by labor economists globally to find returns to education. This research restricts those working 30 hours or more per week. Furthermore, the data was also restricted to all types …


The Effect Of Chinese Foreign Direct Investment On Economic Growth In Belt And Road Initiative Countries, Rui Tang Jan 2023

The Effect Of Chinese Foreign Direct Investment On Economic Growth In Belt And Road Initiative Countries, Rui Tang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to analyze the effect of Chinese foreign direct investment (FDI) and economic growth in Belt and Road Initiative (BRI) countries, taking into consideration the interaction effect of human capital and the mediating role of transport infrastructure. The findings, which use fixed effect models on data from 110 BRI countries from 2003 to 2020, provide evidence that Chinese FDI has a significant positive effect on BRI countries’ economic growth. In terms of human capital, countries with relatively low level of education do not gain additional benefits from FDI-human capital interaction. Furthermore, the indirect effect of Chinese FDI on …


การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อช่วยคัดเลือกของขวัญตามโอกาสต่างๆภายใต้งบประมาณและประเภทของผู้รับ, ณัฏฐ์ธนนท์ สิทธิจินดา Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อช่วยคัดเลือกของขวัญตามโอกาสต่างๆภายใต้งบประมาณและประเภทของผู้รับ, ณัฏฐ์ธนนท์ สิทธิจินดา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันคัดเลือกของขวัญตามโอกาสต่าง ๆ ภายใต้งบประมาณและประเภทของผู้รับ โดยใช้การวิเคราะห์จากข้อมูลผ่านระบบ Recommendation System เพื่อค้นหาของขวัญให้เหมาะกับงบประมาณและความชอบของผู้รับ รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ จากการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในช่วงวัยทำงานและมีพฤติกรรมซื้อของออนไลน์ พบว่ามีปัญหาในการที่ต้องเลือกซื้อของขวัญภายใต้งบประมาณที่จำกัด ซึ่งนำไปสู่การออกแบบและพัฒนานวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ให้และผู้รับนอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลาในการค้นหาของขวัญ ทำให้การเลือกซื้อของขวัญเป็นอะไรที่ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้นและคาดหวังว่าจะสามารถช่วยให้การเลือกซื้อของขวัญเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น โดยมีการสํารวจและวิเคราะห์พฤติกรรม รวมถึงความต้องการในการใช้แอปพลิเคชันของกลุ่มตัวอย่างได้แก่ กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ต้องเข้าสังคมและมีการซื้อของขวัญในแต่ละปี จํานวนทั้งสิ้น 406 คน โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนมากจะมอบของขวัญในวันแสดงความยินดีต่างๆ วันเกิด และ วันปีใหม่ โดยประเภทของขวัญที่มอบให้มีหลากหลายขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้ให้และความชอบของผู้รับ และมีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 15 คน ได้มีการให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาต่อ โดยผู้ทำแบบสำรวจได้ให้ความสนใจในการใช้แอปพลิเคชันช่วยคัดเลือกของขวัญตามโอกาสต่าง ๆ ภายใต้งบประมาณและประเภทของผู้รับ เพราะช่วยประหยัดเวลาในการหาของขวัญได้และเป็นของขวัญที่อยู่ภายใต้งบประมาณ


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช็อกโกแลตไทยเพื่อสุขภาพ เสริมประโยชน์จากโพรไบโอติก, วีระศักดิ์ บุญวงษ์ Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช็อกโกแลตไทยเพื่อสุขภาพ เสริมประโยชน์จากโพรไบโอติก, วีระศักดิ์ บุญวงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง "การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช็อกโกแลตไทยเพื่อสุขภาพเสริมประโยชน์จากโพรไบโอติก" มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการทางการตลาดและการยอมรับผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการสำรวจโอกาสทางธุรกิจเพื่อจัดทำแผนธุรกิจสำหรับผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตเพื่อสุขภาพ โดยใช้เครื่องมือสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มเป้าหมาย 10 คน และแบบสอบถามกับกลุ่มเป้าหมายทั่วไป 100 คน เพื่อรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์เชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า ผลิตภัณฑ์นี้มีความเป็นไปได้เชิงธุรกิจที่ดีในตลาดประเทศไทย การสำรวจพบว่า 76.8% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความสนใจในผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตเสริมโพรไบโอติก และ 42.8% มีความตั้งใจที่จะซื้อผลิตภัณฑ์อย่างแน่นอน นอกจากนี้ การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเงินยังแสดงผลลัพธ์เชิงบวก โดยมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value - NPV) ที่ 27,127,406 บาท และอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return - IRR) 52% ซึ่งเป็นอัตราที่สูง ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ประมาณ 2 ปี แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตเพื่อสุขภาพเสริมประโยชน์จากโพรไบโอติกเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดี ผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตเพื่อสุขภาพในประเทศไทย ด้วยปัจจัยต่างๆ ที่สนับสนุนทั้งจากการวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ การดำเนินการตามแผนธุรกิจที่รอบคอบและการมุ่งเน้นความต้องการของผู้บริโภคจะช่วยให้ธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จในระยะยาว


เกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่ใช้ทดแทนกลิตเตอร์ในผลิตภัณฑ์สีน้ำในงานศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย, วัชราภรณ์ ภาณุพินทุ Jan 2023

เกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่ใช้ทดแทนกลิตเตอร์ในผลิตภัณฑ์สีน้ำในงานศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย, วัชราภรณ์ ภาณุพินทุ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยเรื่องความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์เกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่ใช้ทดแทนกลิตเตอร์ในผลิตภัณฑ์สีน้ำในงานศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นวัสดุทางเลือกทดแทนกลิตเตอร์ที่ทำจากไมโครพลาสติก เพื่อให้ตรงกับกระแสรักษ์โลก ที่ปัจจุบันคนในสังคมมีพฤติกรรมใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม จากผลการศึกษาความเป็นไปได้ด้วยการใช้เครื่องมือแบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับจำนวน 60 คน พบว่า ด้านมุมมองและพฤติกรรมการเลือกใช้สีน้ำ คือ เลือกจากราคา ด้านทัศนคติและพฤติกรรมการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สีน้ำที่มีประกาย คือ คุณสมบัติของสีน้ำที่มีประกายและสีน้ำที่มีประกายควรผลิตได้จากธรรมชาติ ด้านความสนใจในผลิตภัณฑ์เกล็ดประกายมุกจากเปลือกหอยแมลงภู่ที่ใช้ในงานศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย คือ มีความปลอดภัย มีความน่าสนใจ และดีกับสิ่งแวดล้อม เพราะผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าเป็นวัสดุธรรมชาติและสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยได้ ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยเล็งเห็นถึงโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติ และมีความปลอดภัยต่อเด็ก สามารถส่งเสริมพัฒนาการสร้างสรรค์ของเด็กต่อไปได้ในอนาคต


การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สบู่เหลวผสมสครับจากวัสดุเกล็ดเปลือกหอยแมลงภู่แทนที่พลาสติกไมโครบีดส์, ศิขริน ศุภชนานนท์ Jan 2023

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สบู่เหลวผสมสครับจากวัสดุเกล็ดเปลือกหอยแมลงภู่แทนที่พลาสติกไมโครบีดส์, ศิขริน ศุภชนานนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สบู่เหลวผสมสครับจากวัสดุเกร็ดเปลือกหอยแมลงภู่แทนที่พลาสติกไมโครบีดส์ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยีและการตลาดของผลิตภัณฑ์ โดยศึกษาความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกและแบบสอบถาม ผลการวิจัยพบว่าเทคโนโลยีสครับจากเกล็ดเปลือกหอยแมลงภู่เป็นนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีแคลเซียมคาร์บอเนตธรรมชาติ 100% และมีคุณสมบัติในการบำรุงผิว ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการทำความสะอาดและขัดผิวโดยไม่ทำให้ผิวแห้งกร้าน และมีความสนใจในผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงอายุ 25-34 ปี มีความสนใจในนวัตกรรมสบู่เหลวแบบสครับจากเกร็ดเปลือกหอยแมลงภู่ และให้ความสำคัญกับคุณสมบัติความชุ่มชื้น ไม่ระคายเคืองผิว เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความล้างออกง่าย การประเมินความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์พบว่าเทคโนโลยีสครับจากเกร็ดเปลือกหอยแมลงภู่มีความพร้อมใช้งานจริง และมีศักยภาพในการทำกำไรในตลาดที่มีแนวโน้มเติบโต นอกจากนี้ การวิจัยยังเน้นย้ำถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะเปลือกหอยแมลงภู่ และเสนอแนะการนำเปลือกหอยแมลงภู่มาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ