Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 2701 - 2730 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

Analysis Of Plasma Extracellular Vesicle-Derived Micrornas From Patients With Nonalcoholic Fatty Liver Disease And Hepatocellular Carcinoma, Bootsakorn Boonkaew Jan 2023

Analysis Of Plasma Extracellular Vesicle-Derived Micrornas From Patients With Nonalcoholic Fatty Liver Disease And Hepatocellular Carcinoma, Bootsakorn Boonkaew

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Extracellular vesicle-derived microRNAs (EV-miRNAs) are promising circulating biomarkers for chronic liver disease. In this study, we explored the potential significance of plasma EV-miRNAs in non-hepatitis B-, non-hepatitis C-related HCC (NBNC-HCC). We compared plasma EV-miRNA profiles between NBNC-HCC and control groups including non-alcoholic fatty liver disease (NAFLD) and healthy controls using NanoString method. The differentially expressed EV-miRNAs were validated in another set of plasma samples by qRT-PCR. Five plasma EV-miRNAs were significantly elevated in HCC, which included miR-19-3p, miR-16-5p, miR-223-3p, miR-30d-5p, and miR-451a. Among them, EV-miR-19-3p exhibited the best diagnostic performance and displayed a high sensitivity for detecting AFP-negative HCC and …


Enhancement Of A Decellularized Tracheal Scaffold For Tracheal Tissue Engineering, Pensuda Sompunga Jan 2023

Enhancement Of A Decellularized Tracheal Scaffold For Tracheal Tissue Engineering, Pensuda Sompunga

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Development of tracheal substitutions currently lacks a standard protocol due to the complexity of trachea structure and function. Tissue-based treatments using patient's cells grown on an extracellular matrix (ECM) from donor tissue are promising approach in tissue engineering. The aim of this study was to develop canine dECM-based tissue engineered tracheal constructs, which serve as tissue model to develop decellularization process and cell carriers. Canine tracheas were performed vacuum-assisted decellularization (VAD) to create dual cell carrier systems, which are a decellularized tracheal scaffold (dTracheal scaffold) and a dECM hydrogel. The results from histology and biochemistry assay found that dTracheal scaffolds …


Evaluation Of Patient Radiation Dose And Risk Of Cancer From Ct Examinations, Saowapark Poosiri Jan 2023

Evaluation Of Patient Radiation Dose And Risk Of Cancer From Ct Examinations, Saowapark Poosiri

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Computed Tomography (CT) examinations have been increasingly requested and become the major sources of patient exposure. The cancer risk from CT scans is contingent upon the amount of organ absorbed dose. This study aims to evaluate the cumulative effective doses (CED) and risk of cancer incidence and mortality from recurrent CT examinations in a single day. The patient data at aged 15 to 75 years old performed CT examinations during the period of five years from January 2018 to December 2022 were collected from two academic centers. The CED and organ doses were evaluated using Radimetrics™ Enterprise Platform from Monte …


ผลของโปรแกรมการเต้น ซี แอนด์ ซี ต่อการเสริมสร้างความสามารถทางปัญญาในการจัดการพฤติกรรมของเด็กวัยอนุบาล, อริสรา แก้วม่วง Jan 2023

ผลของโปรแกรมการเต้น ซี แอนด์ ซี ต่อการเสริมสร้างความสามารถทางปัญญาในการจัดการพฤติกรรมของเด็กวัยอนุบาล, อริสรา แก้วม่วง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโปรแกรมการเต้น ซี แอนด์ ซี ที่มีต่อการเสริมสร้างความสามารถทางปัญญาในการจัดการพฤติกรรม (EF) ของเด็กวัยอนุบาล กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็ก ชั้นอนุบาล 2 ทั้งหมด 60 คน สุ่มกลุ่มตัวอย่างเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมด้วยวิธีการจับคู่เด็ก ที่มีคะแนนความสามารถทางปัญญาในการจัดการพฤติกรรม (EF) โดยรวม จากการประเมิน หัว-เท้า-เข่า-ไหล่ ในช่วงก่อนการเข้าร่วมโปรแกรมใกล้เคียงกัน เข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ทีละคู่ โดยให้เด็กกลุ่มทดลองเข้าร่วมโปรแกรมการเต้น ซี แอนด์ ซี รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง ในขณะที่เด็กกลุ่มควบคุมทำกิจกรรมตามปกติในชั้นเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติความแปรปรวนสองทางแบบผสม ผลการทดลองพบว่า โปรแกรมการเต้น ซี แอนด์ ซี ส่งผลต่อคะแนนความสามารถ ทางปัญญาในการจัดการพฤติกรรม (EF) โดยรวม จากการประเมิน หัว-เท้า-ไหล่-เข่า ของเด็กกลุ่มทดลอง สูงขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม และสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ .05 แต่ไม่ส่งต่อคะแนนความสามารถทางปัญญาในการจัดการพฤติกรรม (EF) แยกองค์ประกอบ การยับยั้งพฤติกรรม ความจำเพื่อใช้งาน และการยืดหยุ่นทางความคิด จากการประเมิน Early Years Toolbox (EYT)


Analytical Formula For Conditional Moments Of Extended Heston-Cev Hybrid Model With Time-Dependent Parameters, Promsiri Anunak Jan 2023

Analytical Formula For Conditional Moments Of Extended Heston-Cev Hybrid Model With Time-Dependent Parameters, Promsiri Anunak

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis proposes an analytical formula for the conditional moments of the extended Heston-CEV hybrid model, which is the combination of the Heston model and the March-Rosenfeld process, also known as the constant elasticity of variance (CEV) process, to model the price dynamics of the underlying asset. The formula is derived by solving a partial differential equation (PDE) that characterizes a two-dimensional process. This Monte Carlo simulation results to ensure its accuracy. Department formula is practical and more comprehensive than the existing results in the literature. The thesis also includes numerical validations by verifying the analytical formula against


โปรตีนเข้มข้นจากโครงไก่: การเตรียมและการใช้ในผลิตภัณฑ์นักเก็ต, ชนากานต์ มณฑาทิพย์กุล Jan 2023

โปรตีนเข้มข้นจากโครงไก่: การเตรียมและการใช้ในผลิตภัณฑ์นักเก็ต, ชนากานต์ มณฑาทิพย์กุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะที่เหมาะสมสำหรับการสกัดโปรตีนจากโครงไก่ เพื่อเตรียมโปรตีนเข้มข้นและนำมาศึกษาสมบัติทางเคมีกายภาพและสมบัติเชิงหน้าที่ของโปรตีนเข้มข้นจากโครงไก่และศึกษาผลของการเติมโปรตีนเข้มข้นต่อคุณภาพและเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์นักเก็ตไก่ ผลการศึกษาการสกัดโปรตีนด้วยสารละลายด่างที่ค่าความเป็นกรด-ด่าง 8.5 - 11.5 และระยะเวลาในการสกัด 30 - 300 นาที ด้วยวิธีพื้นผิวตอบสนองและการออกแบบการทดลองแบบส่วนผสมกลางพบว่าสมการการทำนายผลตอบสนองประสิทธิภาพในการผลิตโปรตีนเข้มข้นมีความเหมาะสมในการอธิบายความสัมพันธ์และทำนายค่าของตัวแปรอิสระให้มีความสัมพันธ์กับผลตอบสนองที่ต้องการ โดยค่าสัมประสิทธิ์การถดถอย (Regression coefficient) ของตัวแปรอิสระมีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพในการผลิตโปรตีนเข้มข้นในระบบฐานแห้ง (Dry basis) รวมถึงค่าสัมประสิทธิ์การตัดสินใจมีค่ามากกว่า 0.80 และมีค่า Root Mean Square Error (RMSE) ต่ำหมายความว่าค่าความแตกต่างเฉลี่ยกำลังสองระหว่างค่าที่ได้จากการทำนายกับค่าที่ได้จากการทดลองมีค่าต่ำ เมื่อพิจารณาค่า Adjusted r–Squared พบว่ามีค่าใกล้เคียงกับค่าสัมประสิทธิ์การตัดสินใจ การทำนายภาวะการสกัดโปรตีนจากโครงไก่จากการกำหนดเกณฑ์ของค่าประสิทธิภาพในการผลิตโปรตีนเข้มข้นสูงที่สุดพบว่าภาวะค่าความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 10.15 และระยะเวลาในการสกัดเท่ากับ 185 นาที เป็นภาวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสกัดโปรตีนจากโครงไก่ โดยค่าผลตอบสนองที่ได้จากการทำนายจากสมการมีความแตกต่างจากค่าที่ได้จากการทดลองเท่ากับ 12.67% เมื่อนำโปรตีนเข้มข้นที่ผลิตในภาวะที่เหมาะสมที่สุดมาทดสอบความสามารถในการอุ้มน้ำและค่าความสามารถในการเกิดอิมัลชันพบว่ายังมีความสามารถในการอุ้มน้ำต่ำกว่าเนื้อไก่ส่วนขาและส่วนอก (p < 0.05) จึงนำโปรตีนเข้มข้นมาพัฒนาสมบัติเชิงหน้าที่พบว่าการพัฒนาโปรตีนเข้มข้นด้วยกระบวนการปรับปรุงด้วยเกลือ ฟอสเฟตและความดันและการปรับปรุงด้วยเกลือ ฟอสเฟตและส่วนผสม (โปรตีนถั่วเหลืองไอโซเลท แป้งข้าวสาลี แป้งมันสำปะหลัง) และความดันส่งผลให้โปรตีนเข้มข้นมีความสามารถในการเกิดอิมัลชันและความสามารถในการคงตัวของอิมัลชันสูงกว่าโปรตีนเข้มข้นจากโครงไก่ที่ไม่ผ่านการปรับปรุงอยู่ในช่วงระหว่าง 6.03 - 12.27% และ 4.93 - 6.83% ตามลำดับ รวมถึงมีความสามารถในการละลายที่ดีกว่าเนื้อไก่ในช่วง pH เท่ากับ 6 - 7 เมื่อนำโปรตีนเข้มข้นเติมลงในผลิตภัณฑ์นักเก็ตไก่จะเห็นได้ว่าการเติมโปรตีนเข้มข้นที่สัดส่วนเท่ากับ 12.50% ส่งผลทำให้นักเก็ตไก่มีค่า Hardness, Gumminess และ Chewiness สูงกว่าสูตรปกติระหว่าง 3899.44 - 4324.59, 2676.22 - 3243.04 และ 2363.65 - 3011.87 g-force ในขณะที่ปริมาณโปรตีนและค่าสีของตัวอย่างนักเก็ตไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (p ≥ 0.05) เมื่อเทียบกับสูตรควบคุม นอกจากนี้การใช้โปรตีนเข้มข้นมีส่งผลให้ประสิทธิภาพในการผลิตสูงกว่าสูตรปกติ โดยประสิทธิภาพในการผลิตของสูตรเติมโปรตีนเข้มข้นปรับปรุงด้วยเกลือ ฟอสเฟตและส่วนผสม (โปรตีนถั่วเหลืองไอโซเลท แป้งข้าวสาลี แป้งมันสำปะหลัง) และความดันมีค่าสูงที่สุดเท่ากับ 136.43% แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากต้นทุนในระดับ Commercial production scale พบว่าการเติมโปรตีนเข้มข้นด้วยกระบวนการปรับปรุงด้วยเกลือ ฟอสเฟตและความดันมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด รวมถึงมีปริมาณโปรตีนและคุณภาพด้านสีไม่แตกต่างจากสูตรปกติ จึงเลือกโปรตีนเข้มข้นด้วยกระบวนการปรับปรุงด้วยเกลือ ฟอสเฟตและความดันเป็นกระบวนการปรับปรุงที่ดีที่สุด โดยในระยะเวลา 1 เดือนจะสามารถผลิตนักเก็ตไก่จากโปรตีนเข้มข้นได้ทั้งหมด 1250 กิโลกรัมและสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ที่ 175 บาทต่อเดือน


ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในการคัดกรองและตรวจสอบผู้โดยสารของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานดอนเมือง, รัฐพล สุวรรณรัฐ Jan 2023

ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในการคัดกรองและตรวจสอบผู้โดยสารของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานดอนเมือง, รัฐพล สุวรรณรัฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาปัญหา อุปสรรค และแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในการคัดกรองและตรวจสอบผู้โดยสารของตำรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานดอนเมืองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในการป้องกันอาชญากรรมในการคัดกรอง และตรวจสอบผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานดอนเมือง 2)เพื่อเสนอแนะแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรอง และตรวจสอบผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานดอนเมืองใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) โดยใช้แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (semi-structured selection interview) สัมภาษณ์ผู้ปฏิบัติงานระดับผู้บริหาร ผู้ควบคุมการปฏิบัติ และผู้ปฏิบัติงานในการคัดกรองและตรวจสอบผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานดอนเมืองที่เป็นผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 12 คน ผลการศึกษาพบว่า ปริมาณผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาในช่วงเวลาชั่วโมงหนาแน่น ทำให้ระบายผู้โดยสารได้ช้า หรือบุคลากรที่มีในหน่วยงานไม่เพียงพอ ระบบเทคโนโลยีไม่เสถียร ทำให้ไม่สามารถเก็บข้อมูลได้ครบถ้วน เป็นต้น แนวทางพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานควรมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยกัน เช่น ข้อมูลหมายจับ ข้อมูลประวัติบุคคลพ้นโทษ และมีการอัพเดทข้อมูลต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเป็นไปได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสนามบินและในหลายพื้นที่ต้องปฏิบัติ หน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีความจำเป็นต้องประสานตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ จึงควรมีช่องทางกลางในการประสานงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องใกล้ชิด และสามารถติดต่อสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง


ปัจจัยที่ทำให้บริษัทไทยยังคงรักษาฐานการลงทุนในเมียนมาภายหลังการรัฐประหาร 2021, เบญจ์รพี สระฏัน Jan 2023

ปัจจัยที่ทำให้บริษัทไทยยังคงรักษาฐานการลงทุนในเมียนมาภายหลังการรัฐประหาร 2021, เบญจ์รพี สระฏัน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาหาเหตุปัจจัยที่ทำให้บริษัทไทยยังคงรักษาฐานการลงทุนในเมียนมาภายหลังการเกิดรัฐประหาร 2021 ซึ่งได้ศึกษาวิจัยผ่านกรอบทฤษฎีเสรีนิยมใหม่ (Neoliberalism) ของ Friedrich Hayek เพื่อนำไปสู่คำตอบของคำถามวิจัย โดยส่วนแรกของสารนิพนธ์ฉบับนี้จะกล่าวถึงเหตุการณ์การรัฐประหารเมียนมา 2021 ความรุนแรงและการตอบโต้ของประชาชนที่เกิดขึ้น รวมไปถึงการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกทั้งจากสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ส่วนถัดไปผู้วิจัยได้กล่าวถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของไทยที่มีต่อเมียนมาและการวิเคราะห์หาสาเหตุโดยนำกรอบเสรีนิยมใหม่ (Neoliberalism) ของ Friedrich Hayek มาเป็นเครื่องมือสำคัญ นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้ยกตัวอย่างบริษัทเอกชนรายใหญ่ของไทยที่ยังคงรักษาฐานการลงทุนในเมียนมาเพื่อเป็นตัวอย่างประกอบทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และส่วนสุดท้ายคือบทสรุปที่ผู้วิจัยได้วิเคราะห์และสะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทไทยดำเนินการลงทุนในเมียนมาท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองภายหลังเกิดรัฐประหารขึ้นในปี 2021 ผ่านกรอบทฤษฎีเสรีนิยมใหม่ (Neoliberalism)


การพัฒนาพิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเสมือน สำหรับการเยี่ยมชมพร้อมกันหลายราย, ญาดา อังสนานนท์ Jan 2023

การพัฒนาพิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเสมือน สำหรับการเยี่ยมชมพร้อมกันหลายราย, ญาดา อังสนานนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้สร้างพิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในโลกเสมือนจริงสำหรับการใช้งานบนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ครอบคลุมตัวอาคารทั้งหลัง และสร้างนิทรรศการในโลกเสมือนที่จัดแสดงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ใกล้เคียงกับนิทรรศการจริงที่จัดแสดงอยู่บนชั้น 4 ของอาคาร ในระบบที่สร้างขึ้นนี้สามารถรองรับผู้ใช้งานได้พร้อมกันได้หลายราย โดยผู้ใช้แต่ละรายสามารถสร้างสรรค์ตัวละครใหม่ ๆ ที่หลากหลายเพื่อแสดงความเป็นตัวตนบนโลกเสมือนได้อย่างอิสระและมีเอกลักษณ์ที่เป็นของตนเอง ผู้เข้าเยี่ยมชมสามารถปรับเปลี่ยนมุมมองของกล้องให้มีระยะใกล้ไกลได้ช่วยให้อ่านเนื้อหาและข้อความต่าง ๆ ได้ และสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง กระโดด หรือแม้กระทั่งการเทเลพอร์ตไปยังจุดต่าง ๆ ภายในมีการนำเสนอความรู้ทางประวัติศาสตร์ในรูปแบบของ เสียงบรรยาย รูปภาพ วีดิทัศน์ และข้อความ ทำให้ผู้เยี่ยมชมสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเหตุการณ์สำคัญของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกันกับผู้อื่นได้ตลอดทุกช่วงเวลาโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานที่เดียวกัน ผลการทดลองในเบื้องต้นกับผู้ใช้งานที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีโลกเสมือนพบว่าผู้ใช้งานรู้สึกตื่นเต้นและพึงพอใจกับประสบการณ์ใหม่ที่ได้รับจากการท่องไปในโลกพิพิธภัณฑ์เสมือนแห่งนี้ ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความสมจริงและเข้าถึงได้ง่าย จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยีโลกเสมือนมาประยุกต์ใช้ให้เกิดเป็นมิติใหม่ของการเผยแพร่เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้อย่างกว้างขวาง


อิทธิพลของระยะวิ่งต่อการชาร์จและอัตราการชาร์จของยานยนต์ไฟฟ้าต่อการให้บริการ Ride Sharing ในพื้นที่จุฬา-สามย่าน, ภูมิรพี ขัดศรี Jan 2023

อิทธิพลของระยะวิ่งต่อการชาร์จและอัตราการชาร์จของยานยนต์ไฟฟ้าต่อการให้บริการ Ride Sharing ในพื้นที่จุฬา-สามย่าน, ภูมิรพี ขัดศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

หนึ่งในรูปแบบการเดินทางสมัยใหม่คือ ride sharing ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญร่วมกับระบบขนส่งสาธารณะที่จะนำไปสู่รูปแบบ Mobility as a Service ที่จะยกระดับคุณภาพและความสะดวกสบายในการเดินทางในเมืองได้มาก งานวิจัยนี้ศึกษาการใช้งานบริการ ride sharing ในพื้นที่จุฬา-สามย่าน ที่จะตอบสนองพฤติกรรมการเดินทางในพื้นที่มหาวิทยาลัย โดยมีการนำข้อมูลจากบริการจริงมาใช้ในการศึกษาผลกระทบของระยะวิ่งต่อการชาร์จและอัตราการชาร์จของยานยนต์ไฟฟ้าในการให้บริการ ride sharing ผ่านการจำลอง การจำลองบริการใน ride sharing ในพื้นที่จุฬามีขนาด 6.88 ตารางกิโลเมตร ในส่วนของ range มี 3 ขนาดได้แก่ long range, medium range, short range ตามลำดับ อัตราการชาร์จแบ่งออกเป็น 3 ขนาดได้แก่ fast charge, medium charge, slow charge ดังนั้น การจำลองจึงมี 9 สถานการณ์จำลองด้วยกันและใช้ยานพาหนะ 20 คัน ตัวชี้วัดสำหรับการจำลองการให้บริการ ได้แก่ Vehicle Kilometer Traveled (VKT) , service distance, %served และรายได้จากการให้บริการ ผลลัพธ์จากการวิเคราะห์พฤติกรรมและรูปแบบการเดินทางในพื้นที่ด้วย ride sharing ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่ามีช่วงการใช้งานสูงสุดอยู่ในช่วง 11:30-12:30 น. โดยมีจำนวนการเรียก 1 คนราว 70% และราว 92% คือการเรียกรถแบบไม่เกิน 3 คน ระยะเดินทางด้วย ride sharing ขั้นต่ำอยู่ที่ระยะทาง 400 เมตร สำหรับผลลัพธ์จากการจำลองทั้ง 9 สถานการณ์จำลองนั้น พบว่าผลกระทบจากการปรับอัตราการชาร์จนั้นส่งผลต่อการให้บริการมากกว่า range อย่างเห็นได้ชัดในทุกกรณี ซึ่งจากการสอบทวนผลลัพธ์กับผู้ประกอบการ ผลลัพธ์สอดคล้องกับการให้บริการจริง นอกจากนั้นจากผลลัพธ์พบว่าการเพิ่ม Range นั้นไม่ได้ให้ผลลัพธ์การบริการที่ดีขึ้นเสมอไป โดยกรณี short range:medium charge มี %served …


การวิเคราะห์ต้นทุนการรักษาโรคผมร่วงเป็นหย่อมด้วยวิธีการแพทย์ทางไกลกับการรับบริการตามมาตรฐาน ณ หน่วยบริการระดับตติยภูมิ, พิชญศักดิ์ พิชัย Jan 2023

การวิเคราะห์ต้นทุนการรักษาโรคผมร่วงเป็นหย่อมด้วยวิธีการแพทย์ทางไกลกับการรับบริการตามมาตรฐาน ณ หน่วยบริการระดับตติยภูมิ, พิชญศักดิ์ พิชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ภูมิหลัง: โรคผมร่วงเป็นหย่อม เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ไปทำลายต่อมรากผมจนทำให้ผมร่วง ส่งผลโดยตรงต่อสภาพจิตใจ อารมณ์ และคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมาก ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยสถาบันโรคผิวหนังเป็นหน่วยบริการระดับตติยภูมิ มีการให้บริการตรวจรักษาโดยใช้การแพทย์ทางไกลรักษาผู้ป่วยที่เคยตรวจรักษาที่สถาบันโรคผิวหนังเพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงการรักษาอย่างต่อเนื่อง วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาต้นทุนการแพทย์ทางไกล (telemedicine) และการรักษาที่โรงพยาบาล ในผู้ป่วยโรคผมร่วงเป็นหย่อม กลุ่มงานเส้นผมและเล็บ สถาบันโรคผิวหนัง ในมุมมองผู้ให้บริการ วิธีการ: เป็นการศึกษาย้อนหลังจากข้อมูลเวชระเบียน ข้อมูลด้านการเงิน ข้อมูลด้านพัสดุ ข้อมูลทางเภสัชกรรม โดยทำการศึกษาการวิเคราะห์ต้นทุนการแพทย์ทางไกล และการรักษามาตรฐานในผู้ป่วยโรคผมร่วงในปี 2564 ผล: ต้นทุนรวมทั้งหมดวิธีการแพทย์ทางไกลมีค่าเท่ากับ 84,209.09 บาท และมีต้นทุนต่อครั้ง มีค่าเท่ากับ 1,026.94 บาท/ครั้ง โดยสัดส่วนต้นทุนทางตรง ค่าแรง 27.21% ค่าลงทุน 47.22% และค่าวัสดุ 25.57% ในขณะที่ วิธีการรักษามาตรฐานต้นทุนรวมทั้งหมดมีค่าเท่ากับ 143,947.55 บาท และมีต้นทุนต่อครั้ง มีค่าเท่ากับ 778.09 บาท/ครั้ง โดยสัดส่วนต้นทุนทางตรง เป็น ค่าแรง ค่าลงทุน และค่าวัสดุ เท่ากับ 44.55% 27.65% และ27.80% ตามลำดับ ผลที่ได้เกิดจากปริมาณการใช้บริการการแพทย์ทางไกลที่ยังมีจำนวนน้อยในขณะที่ต้นทุนค่าลงทุนที่สูงทำให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อรายของการแพทย์ทางไกลสูงกว่า หากมีการเพิ่มปริมาณผู้ป่วยจะช่วยลดต้นทุนค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ต่อรายทำให้การบริการการแพทย์ทางไกลมีต้นทุนเฉลี่ยต่อรายถูกลงได้ สรุป: การให้บริการตรวจรักษาโดยใช้การแพทย์ทางไกลรักษาผู้ป่วยโรคผมร่วงเป็นหย่อมมีต้นทุนการให้บริการต่อรายในมุมมองผู้ให้บริการมากกว่าวิธีการรักษามาตรฐาน


Immunogenicity And Allergenicity Of A Major Shrimp Allergen Displayed On The Surface Of Virus-Like Particles (Vlps), Supapich Chanasit Jan 2023

Immunogenicity And Allergenicity Of A Major Shrimp Allergen Displayed On The Surface Of Virus-Like Particles (Vlps), Supapich Chanasit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Frequencies of shrimp-induced anaphylaxis are particularly important in Asia; Asian countries consume more than 60% of the global seafood production. Currently, approved allergen-specific immunotherapy (AIT) for shrimp allergy is lacking. Shrimp sensitizations are only managed by strict avoidance and treatment with adrenaline. Clinical studies showed that oral immunotherapy (OIT), oral administrations of increasing amounts of food allergen extracts, can be now recognized as an alternative active treatment to strict food avoidance in certain patients with IgE-mediated food allergy. Up to now, the only FDA-approved OIT is for desensitization of peanut-allergic patients. Recently, sustained unresponsiveness to peanuts by OIT was shown …


Molecular Detection Of Canine And Feline Hemotropic Mycoplasmas In Northern Vietnam, Bui Thi Huyen Thuong Jan 2023

Molecular Detection Of Canine And Feline Hemotropic Mycoplasmas In Northern Vietnam, Bui Thi Huyen Thuong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Hemoplasma is commonly used to refer to hemotropic Mycoplasma bacterial species belonging to the genus Mycoplasma that can attach to the surface of red blood cells, potentially leading to hemolytic anemia. These organisms can infect a wide range of mammals, including companion animals and humans worldwide. Specifically for companion animals, two main hemoplasma species can infect dogs, and three major species can infect cats including Mycoplasma haemocanis, Candidatus Mycoplasma haematoparvum, Mycoplasma haemofelis, Candidatus Mycoplasma haemominutum, and Candidatus Mycoplasma turicensis, respectively. Currently, there is a lack of research data regarding hemoplasma infections in dogs and cats in Vietnam. Therefore, this study …


Challenges Of An Implementation And Enforcement Of Child Safety Seat Law In Thailand, Narisara Pan-Ngam Jan 2023

Challenges Of An Implementation And Enforcement Of Child Safety Seat Law In Thailand, Narisara Pan-Ngam

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In Thailand, car accidents are the second leading cause of death among children. According to the Child Safety Promotion and Injury Prevention Research Center (CSIP), in 2019, automobile accidents killed approximately 2500 children aged 1 to 14 years old per year, or 250 children each month on average. Most of the children who died in auto accidents were not wearing seat belts at the time of the crash.Generally, essential safety devices in the car are seatbelts and airbags, which will protect the passengers from fatal injuries when the car crashes. Unfortunately, seatbelt only grants the appropriate protection for adult passengers …


A Comparative Analysis Of Medical Malpractice Law In Telemedicine Between Thailand And Germany, Surusvadee Viravud Jan 2023

A Comparative Analysis Of Medical Malpractice Law In Telemedicine Between Thailand And Germany, Surusvadee Viravud

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในประเทศไทยและเยอรมนี การแพทย์ทางไกลได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชนทั่วไป การบริการทางการแพทย์นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปทั่วโลก การบริการการแพทย์ทางไกลมีประโยชน์หลายประการทั้งการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้น ตลอดจนส่งเสริมความสามารถในการให้บริการด้านสุขภาพของผู้ให้บริการทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม การแพทย์ทางไกลได้ก่อให้เกิดความท้าทายทางด้านกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการทุรเวชปฏิบัติทางการแพทย์ทางไกลโดยเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และผู้ให้บริการการแพทย์ทางไกลซึ่งมีรูปแบบและลักษณะแตกต่างจากการให้บริการทางการแพทย์แบบดั้งเดิมปัจจุบัน การให้บริการการแพทย์ทางไกลโดยแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตนั้นจะต้องทำตามหลักเกณฑ์ตามประกาศแพทยสภา ฉบับที่ 54/2563 ซึ่งได้กำหนดความหมายของคำว่า “การแพทย์ทางไกล" ไว้เป็นการเฉพาะ และยังปรากฏว่ามีออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องมาตรฐานสำหรับสถานพยาบาลที่ใช้ระบบบริการการแพทย์ทางไกล พ.ศ. 2564 เพื่อกำกับดูแลการให้บริการการแพทย์ทางไกลของผู้ให้บริการสถานพยาบาล อย่างไรก็ตาม ยังไม่ปรากฏว่ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเรียกค่าสินไหมทดแทนจากทุรเวชปฏิบัติด้านการแพทย์ทางไกลไว้โดยเฉพาะเจาะจง การบาดเจ็บที่เกิดจากการกระทำทุรเวชปฏิบัติทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นในกรณีการแพทย์ทางไกลจะอยู่ภายใต้มาตรา 420 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทย เช่นเดียวกับกรณีการกระทำทุรเวชปฏิบัติทางการแพทย์เช่นเดียวกับการแพทย์แบบดั้งเดิมงานวิจัยนี้พบว่าภาระการพิสูจน์ของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บภายใต้กรอบของกฎหมายการละเมิดทั่วไป ส่งผลให้ผู้ที่รับบริการการแพทย์ทางไกลมีภาระในการพิสูจน์เช่นว่านี้มากเกินสมควร เมื่อเปรียบเทียบกับระบบกฎหมายไทย ระบบกฎหมายของประเทศเยอรมนีได้สร้างกลไกที่เป็นระบบมาใช้เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการการแพทย์ทางไกลมีความรับผิดชอบต่อการบาดเจ็บนั้นมากขึ้นและคุ้มครองฝ่ายผู้รับบริการได้มากขึ้นในกรณีทุรเวชปฏิบัติในกิจการการแพทย์ทางไกล โดยงานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่การเปรียบเทียบแนวปฏิบัติของศาลเกี่ยวกับกรณีทุรเวชปฏิบัติทางการแพทย์ระหว่างประเทศไทยและเยอรมนี และชี้ให้เห็นความแตกต่างและประเด็นที่อาจนำเอามาปรับปรุง แนวทางการปฏิบัติของศาลเยอรมนีเป็นตัวอย่างหนึ่งของแนวทางที่ครอบคลุมและแสดงออกถึงการใช้กลไกทางกฎหมายที่ซับซ้อนเพื่อรับรองความปลอดภัยของผู้ป่วยผู้รับบริการและสร้างความรับผิดชอบให้แก่ผู้ให้บริการเพื่อจัดการกับความท้าทายทางกฎหมายในด้านการแพทย์ทางไกล ประเทศไทยสามารถนำแนวทางปฏิบัติจากกรอบกฎหมายของประเทศเยอรมนีมาปรับใช้เพื่อลดภาระการพิสูจน์สำหรับผู้ป่วยและรับรองความรับผิดของผู้ให้บริการด้านการแพทย์ทางไกล เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยของผู้ป่วยผู้รับบริการและการรักษาสิทธิของผู้ป่วยในกรณีที่อาจมีการเรียกร้องค่าเสียหายจากการรักษาพยาบาลของผู้ให้บริการการแพทย์ทางไกลในประเทศไทย และเพื่อรับประกันความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ป่วยผู้รับบริการการแพทย์ทางไกลในประเทศไทยมากกว่าปัจจุบัน


มาตรการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบโดยการเสริมสร้างศักยภาพในการพิจารณาสินเชื่อและบริหารจัดการของกองทุนหมู่บ้าน, ธาม สมุทรานนท์ Jan 2023

มาตรการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบโดยการเสริมสร้างศักยภาพในการพิจารณาสินเชื่อและบริหารจัดการของกองทุนหมู่บ้าน, ธาม สมุทรานนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ประเทศไทยนั้นประสบปัญหาหนี้นอกระบบในวงกว้าง ผู้ได้รับผลกระทบปัญหานี้โดยตรงคือผู้มีรายได้น้อย ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านชนบทและชุมชนแออัดในเมืองใหญ่ กลุ่มคนเหล่านี้ต้องทนที่จะกู้หนี้ยืมสินมาในอัตราดอกเบี้ยที่สูงถึงร้อยละยี่สิบต่อเดือน เพื่อนำเอามาเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยสูงมาก จึงทำให้ไม่สามารถหาเงินมาใช้คืนง่ายๆ ต้องติดอยู่ในวงจรอุบาว์แห่งการกู้หนี้ยืมสินไม่เรื่อยๆ ในขณะที่หากไม่สามารถชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้นได้ทันตามกรอบเวลาที่เจ้าหนี้นอกระบบกำหนด ก็จะถูกข่มขู่หรือทำร้ายร่างกาย ผู้มีรายได้น้อยไม่มีทางเลือกอื่นนัก เนื่องจากหากจะไม่ยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินในระบบ เช่น ธนาคารพาณิชย์ก็มักจะโดนปฏิเสธสินเชื่อ เนื่องจากสถาบันการเงินในระบบต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 อย่างเคร่งครัด ทำให้จำเป็นจะต้องมีข้อพิจารณาจำนวนมาก ก่อนที่จะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ ผู้มีรายได้น้อยที่ไปยื่นขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ จำเป็นจะต้องยื่นเอกสารแสดงหลักฐานทางการเงินที่เป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงยื่นหลักประกันที่เป็นสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ผู้มีรายได้น้อยจำนวนมากไม่อาจแสดงหลักฐานดังกล่าวได้สิ่งเหล่านี้ ธนาคารพาณิชย์จึงไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อแก่ผู้มีรายได้น้อยดังกล่าวได้ เพราะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงในการให้สินเชื่อที่พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 กำหนดมาอย่างเคร่งครัด อีกประการหนึ่งที่สำคัญ ธนาคารพาณิชย์ไม่มีสาขาย่อยลงไปถึงระดับหมู่บ้าน ประชาชนที่มีรายได้น้อยจะต้องเสียค่าเดินทางจำนวนมากเพื่อเข้าเมืองไปติดต่อธนาคาร จึงเป็นอีกสาเหตุที่ประชาชนกลุ่มนี้ไม่ประสงค์จะใช้บริการธนาคารพาณิชย์ เพื่อลดปัญหาหนี้นอกระบบและช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น รัฐบาลไทยจึงได้จัดตั้งกองทุนหมู่บ้านขึ้นในปี พ.ศ. 2544 โดยถือเป็นสถาบันการเงินรายย่อย เพื่อให้เป็นแหล่งทุนสำหรับชาวบ้านผู้มีรายได้น้อยโดยมีเงื่อนไขในการพิจารณาสินเชื่อที่แตกต่างไปจากการพิจารณาให้สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ คือสถาบันการเงินรายย่อยมีจุดประสงค์ในการในการช่วยเหลือให้ผู้มีรายได้น้อย เข้าถึงสินเชื่อได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าท้องตลาด และลดกระบวนการพิจารณาสินเชื่อให้เอื้อต่อวิถีชีวิตผู้มีรายได้น้อยไม่ว่าจะเป็น การไม่ขอเอกสารทางการเงินที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือการไม่เรียกหลักประกัน เป็นต้น กองทุนหมู่บ้านของประเทศไทยยังขาดศักยภาพในการพิจารณาสินเชื่อและบริหารจัดการเมื่อเปรียบเทียบกับจากสถาบันการเงินต่างประเทศได้แก่องค์กรการเงินรายย่อยและธนาคารเพื่อการพัฒนาชุมชนที่ก่อตั้งขึ้นในประเทศบังกลาเทศ (Grameen Bank) และธนาคารรักยัตในประเทศอินโดนีเซีย (PT Bank Rakyat Indonesia Tbk) จากการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับหลักหลักเกณฑ์และตัวชี้วัดที่พัฒนาขึ้นจากการศึกษาและวิเคราะห์ในเชิงเปรียบเทียบแล้ว กองทุนหมู่บ้านของประเทศไทยได้คะแนนการประเมินเพียงร้อยละ 45.81 % จากเกณฑ์การวัดคุณลักษณะของสถาบันการเงินรายย่อยที่ดี โดยมีข้อจำกัดประการสำคัญคือข้อจำกัดจากคุณภาพและศักยภาพของบุคลากรของกองทุนหมู่บ้าน ด้วยเหตุนี้ จึงเสนอให้มีการแก้ไขด้วยการแก้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และปรับปรุงเพิ่มเติมแนวทางปฏิบัติของกองทุน โดยรัฐควรจัดหาเงินทุนสนับสนุนให้ในระยะแรก เพื่อให้สามารถจ้างพนักงานได้ สถาบันการเงินรายย่อยที่ถูกบริหารโดยพนักงานมืออาชีพที่มีค่าตอบแทนชัดเจนหมู่บ้าน เพิ่มให้คณะกรรมการทำการรายงานผลดำเนินการกองทุนในทุกๆ ไตรมาส ไม่ใช่ปีละ 1 ครั้งเหมือนเก่า แต่เป็นปีละ 4 ครั้ง กองทุนหมู่บ้านควรจะแก้ปัญหาหนี้สูญด้วยการวางระบบการบริหารสินเชื่อให้รัดกุมมากขึ้น โดยสามารถเริ่มจากการนำการปล่อยกู้แบบกลุ่ม โดยอาจนำเอาตามแนวทางโมเดลของธนาคารกรามีนมาประยุกต์ใช้ ประยุกต์การปล่อยกู้แบบกลุ่มและใช้แรงกดดันทางสังคมเป็นหลักประกันทางเลือก แต่จะต้องทำแบบสอบถามในรูปแบบคล้ายคลึงกับที่ธนาคาร BRI ทำ ซึ่งเป็นแบบสอบถามความกลุ่มลูกค้าเป้าหมายธนาคารว่าต้องการให้สินเขื่อมีรูปแบบและเงื่อนไขอย่างไรบ้างถึงจะเหมาะสม และเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการผลักดันให้กองทุนหมู่บ้านอยู่รอดได้ด้วยตัวเอง รัฐบาลไทยควรจะยกระดับกองทุนหมู่บ้านให้แปรสถานะเป็นธนาคารรัฐวิสาหกิจ


แนวทางในการกำกับดูแลการออกแบบเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่เป็นรูปแบบการค้ามืด (Dark Patterns) ต่อผู้บริโภค, กษิณา เด่นสุริยพรม Jan 2023

แนวทางในการกำกับดูแลการออกแบบเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่เป็นรูปแบบการค้ามืด (Dark Patterns) ต่อผู้บริโภค, กษิณา เด่นสุริยพรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านการโฆษณาในรูปแบบการค้ามืด (Dark Patterns) ที่เป็นการชักจูงให้ผู้บริโภคกระทำหรือตัดสินใจในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคเองหรือเป็นการจำกัดสิทธิการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยการออกแบบเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันในรูปแบบของ Dark Patterns มีทั้งหมด 5 รูปแบบ ได้แก่ Nagging (การสร้างความรำคาญ), Obstruction (การขัดขวาง), Sneaking (การแอบซ่อน), Interface Interference (การแทรกแซง) และ Forced Action (การกระทำโดยบังคับ) โดยในแต่ละรูปแบบมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจตามที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องการ ปัจจุบันการซื้อขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เป็นการซื้อขายผ่านหน้าร้านค้าไปสู่การซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ทำให้ต้องมีการปรับปรุงมาตรการทางกฎหมายของประเทศไทยให้มีความชัดเจนเพียงพอและให้ทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องนี้ จึงสมควรกำหนดแนวทางหรือบทบัญญัติของกฎหมายในการคุ้มครองผู้บริโภคในการควบคุมการโฆษณาในรูปแบบของ Dark Patterns จากผลการศึกษาพบว่าในต่างประเทศมีมาตรการทางกฎหมายที่ชัดเจนในการควบคุมการโฆษณาในทุกรูปแบบของ Dark Patterns และมีบทลงโทษเพื่อเยียวยาผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรการทางกฎหมายของประเทศไทยผู้วิจัยจึงได้เสนอแนะแนวทางที่เหมาะสมในการคุ้มครองผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่เป็นรูปแบบการค้ามืด (Dark Patterns) และเสนอให้มีการแก้ไขบทบัญญัติในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ให้ชัดเจนเพียงพอในการกำกับดูแลการออกแบบเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคด้านการโฆษณาของประเทศไทย


แนวทางในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการอนุญาตจดทะเบียนรถยนต์สามล้อ, จีรัฐติกุล งามจรรยาภรณ์ Jan 2023

แนวทางในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการอนุญาตจดทะเบียนรถยนต์สามล้อ, จีรัฐติกุล งามจรรยาภรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากฎหมาย หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตจดทะเบียนรถยนต์สามล้อในปัจจุบัน ปัญหา และข้อจำกัดรวมถึงผลกระทบที่ได้รับจากกฎหมายหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตจดทะเบียนรถยนต์สามล้อในปัจจุบัน ตลอดจนศึกษาและวิเคราะห์ และเปรียบเทียบลักษณะโครงสร้าง ลักษณะการใช้งานตามประโยชน์ใช้สอย และสถิติอุบัติเหตุทางการจราจร เพื่อเสนอแนวทางในการพิจารณานำสู่การปรับปรุงกฎหมาย หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตจดทะเบียนรถยนต์สามล้อ จากการวิเคราะห์คุณสมบัติ และลักษณะโครงสร้าง ของรถยนต์สามล้อมีความแข็งแรง และสามารถบรรทุกสินค้า หรือผู้โดยสารได้ในจำนวนที่มากกว่ารถจักรยานยนต์ รวมไปถึงก่อให้ความสะดวก ความสบาย และคล่องตัวกับผู้ใช้งาน และผู้โดยสารตามหลักการขนส่ง รวมถึงก่อให้เกิดความปลอดภัยต่อสินค้า และผู้ใช้งานอีกด้วย รถยนต์สามล้อมีขนาดที่เล็กกะทัดรัดกว่ารถยนต์ และมีเหมาะสมกับสภาพถนนหรือลักษณะซอยในเมืองต่าง ๆ เช่น กรุงเทพมหานครที่มีซอยตันมากถึง 45% โดยใช้พื้นที่ในการจอดรถ และพื้นที่ในช่องทางเดินรถที่น้อยกว่า สามารถเดินรถในซอยแคบและกลับรถในซอยตันได้ แต่สามารถบรรทุกสินค้า หรือผู้โดยสารได้ไม่ต่างกันมาก อีกทั้งมีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยบางส่วนที่คล้ายคลึงกัน เช่น เข็มขัดนิรภัย โดยข้อมูลด้านอุบัติเหตุรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ และรถยนต์พบว่าลักษณะของโครงสร้าง ของรถยนต์สามล้อและความเร็วตามกฎหมายที่ต่ำกว่ายานพาหนะประเภทอื่น ๆ ส่งผลให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้งานมากกว่ารถจักรยานยนต์ทั้งในด้านความรุนแรงต่อการบาดเจ็บ และอัตราการเสียชีวิตของผู้ใช้งานยานพาหนะ พบว่าอัตราผู้เสียชีวิตของรถยนต์สามล้อมีน้อยกว่ารถจักรยานยนต์ และพบว่าในประเทศสิงค์โปร์ มีการใช้เพื่อการขนส่งจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของนิติบุคคล ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ทำให้เกิดความรัดกุมด้านการนำไปใช้งานให้ถูกประเภท รวมถึงประเทศอินเดียที่มีข้อกำหนดให้นำรถยนต์สามล้อที่ใช้ในธุรกิจเหล่านี้ ไปตรวจสภาพประจำปีเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ขับขี่ และผู้ใช้ถนนร่วมกัน อีกทั้งในปัจจุบันมีมาตรการส่งเสริมให้เปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อสอดคล้องต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงมีความเหมาะสมที่จะนำแนวทางการควบคุมดูแลของรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลในประเทศสิงคโปร์และอินเดียมาประยุกต์ใช้เพื่อเป็นแนวทางในการขออนุญาตจดทะเบียนรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมธุรกิจของภาคเอกชนต่าง ๆ ในสามารถมีทางเลือกในการใช้งานยานพาหนะอย่างเหมาะสม และลดต้นทุนของธุรกิจ รวมไปถึงการส่งเสริมการใช้เครื่องยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อลดมลภาวะในประเทศไทยเช่นกัน


มาตรการการส่งเสริมและควบคุมรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน สำหรับรับส่งคนพิการ - ผู้สูงอายุ, เซียเวย หลิน Jan 2023

มาตรการการส่งเสริมและควบคุมรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน สำหรับรับส่งคนพิการ - ผู้สูงอายุ, เซียเวย หลิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์" เมื่อปี 2564 โดยมีผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า 12.3 ล้านคน และมากเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน นอกจากนี้ ยังมีคนพิการ 2.1 ล้านคน ปัจจุบันผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้มีปัญหาสุขภาพ ประสบปัญหาด้านการเดินทาง กล่าวคือ มียานพาหนะที่สามารถรองรับกลุ่มคนพิเศษเหล่านี้น้อยเกินกว่าความต้องการ อีกทั้ง ยานพาหนะบางประเภทยังมีข้อจำกัดในการรองรับการใช้งานสำหรับผู้ที่ใช้วีลแชร์ขนาดใหญ่ หรือการเข้าถึงเส้นทางที่คับแคบ ดังนั้นรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง สำหรับรับส่งคนพิการและผู้สูงอายุ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ควรได้รับการผลักดันและส่งเสริมให้เกิดการผลิตและให้บริการมากขึ้น เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่สามารถนำมาใช้ในลักษณะของรถยนต์ส่วนตัวและรถขนส่งสาธารณะได้ มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการรองรับการใช้งานของผู้ใช้วีลแชร์แบบธรรมดาและไฟฟ้าทั้งขนาดเล็กและใหญ่ และมีอุปกรณ์ที่ช่วยลดภาระและการพึ่งพาคนรอบข้างของคนพิการและผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่งสำหรับรับ-ส่งคนพิการและผู้สูงอายุ ยังมีปัญหาด้านกฏหมายอยู่หลายประการ ประการที่ 1 คือปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูงเนื่องจากรถยนต์ดังกล่าวเข้าข่ายที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต 25% - 40% ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 และบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พิกัดที่ 06.02 ในกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 ทำให้ผู้ให้บริการต้องแบกรับต้นทุนที่สูง จึงมีการผลิตรถยนต์ประเภทดังกล่าวน้อยเกินกว่าความต้องการของตลาด ประการที่ 2 ประเทศไทยยังไม่มีมาตรการสนับสนุนและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่ชัดเจนในการควบคุมการผลิตและให้บริการอย่างเหมาะสมที่จะควบคุมให้การใช้รถประเภทนี้เพียงพอต่อความต้องการและมีความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน งานวิจัยเล่มนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อศึกษากฏหมาย มาตรการการส่งเสริมและควบคุมความปลอดภัยในการผลิตและให้บริการรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คนสำหรับรับส่งคนพิการ-ผู้สูงอายุของไทย และประเทศญี่ปุ่น เพื่อวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และหาแนวทางแนะนำเพื่อปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย จากการศึกษาพบว่ารัฐบาลไทยควรกำหนดมาตรการการส่งเสริมและควบคุมรถยนต์โดยสารดังกล่าว โดยกำหนดมาตรการทางภาษีที่เหมาะสม ออกกฏเกณฑ์การขออนุญาตผลิตรถยนต์ดังกล่าวให้ชัดเจนเพื่อลดขั้นตอนการดำเนินการและภาระของเจ้าหน้าที่ ให้เงินอุดหนุนและเงินสินเชื่อสำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ และเจ้าของกิจการที่จ้างงานคนพิการและผู้สูงอายุสำหรับซื้อรถยนต์โดยสารดังกล่าว รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็น นอกจากนี้ควรมีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อควบคุมการผลิตรถยนต์ดังกล่าวให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล มาตรการเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการและผู้สูงอายุ รวมทั้งเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเชิงการแพทย์ของประเทศไทย อีกทั้งทำให้การผลิตรถยนต์มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด และผู้ใช้บริการได้รับความปลอดภัยมากขึ้น


แนวทางการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสัตว์บำบัดในประเทศไทย, ฏุฬาณัฏ วันดี Jan 2023

แนวทางการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสัตว์บำบัดในประเทศไทย, ฏุฬาณัฏ วันดี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ธุรกิจสัตว์บำบัดมีความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย มีแนวโน้มอัตราการเจริญเติบโตของธุรกิจเพิ่มสูงขึ้นและถือเป็นธุรกิจใหม่ที่เริ่มได้รับความนิยม เหตุผลสำคัญที่ทำให้ธุรกิจประเภทนี้เจริญเติบโตคือประชากรของไทยบางส่วนประสบปัญหาทางด้านจิตใจ และอารมณ์ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม มีการนำสัตว์เลี้ยงมาฝึกฝนให้เกิดทักษะในการดูแลผู้ที่มีความ ซึมเศร้า ผู้สูงอายุ หรือเด็ก เพื่อให้จิตใจหรืออารมณ์ดีขึ้น หรือกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากธุรกิจสัตว์บำบัดมีความเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพสัตว์จึงต้องมีแนวทางหรือมาตรการทางกฎหมายที่มีความชัดเจนในการกำกับควบคุมดูแลธุรกิจสัตว์บำบัด และในทางกลับกันควรมีมาตรการในการส่งเสริมให้ธุรกิจสัตว์บำบัดมีมาตรฐาน เพื่อให้ไม่เป็นการทารุณกรรมสัตว์ทางกายและจิตใจ จากการศึกษากฎหมายของประเทศไทยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสัตว์บำบัดพบว่าประเทศไทยยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายที่เข้ามากำกับควบคุมดูแลธุรกิจสัตว์บำบัดโดยตรงแต่เป็นการใช้กฎหมายทั่วไปควบคุมดูแลกิจการที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ในทุกกรณี เช่น พระราชบัญญัติการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 เป็นต้น เมื่อพิจารณาแนวทางในการปฏิบัติพบว่าไม่มีแนวทางในการปฏิบัติเกี่ยวกับธุรกิจสัตว์บำบัดที่มีความชัดเจน มีประสิทธิภาพในการควบคุมธุรกิจสัตว์บำบัดนี้ ทำให้เกิดช่องโหว่ให้ผู้ประกอบธุรกิจมีการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์ทางจิตใจ จะเห็นได้ชัดเจนว่ากฎหมายของประเทศไทยยังไม่สามารถควบคุมธุรกิจสัตว์บำบัดได้ รวมถึงการกำหนดโทษแก่ผู้กระทำความผิดยังไม่มีผลในภาคบังคับทั้งในส่วนของการใช้บังคับกฎหมายและการลงโทษทางกฎหมายยังไม่ชัดเจน เมื่อพิจารณาในส่วนของกฎหมายประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่ากฎหมายของสหรัฐอเมริกามีมาตรฐานในการคุ้มครองสวัสดิการและสวัสดิภาพสัตว์ที่เหมาะสำหรับการนำมาใช้เป็นแนวทางในประเทศไทย โดยได้ทำการศึกษากฎหมายของสหรัฐอเมริกาเนื่องจากความเป็นหลักสากลและประเทศไทยได้นำหลักกฎหมายมาปรับใช้ ดังนั้นผู้เขียนจึงมีข้อเสนอแนะว่าให้มีแนวทางในการควบคุมธุรกิจสัตว์บำบัด มีการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับสัตว์ จากหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดตั้งแต่กระบวนการขอใบอนุญาตเปิดกิจการ ต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบวิธีการ และต้องมีผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาดูแล รัฐควรจัดหน่วยงานโดยเฉพาะเจาะจงในการกำหนดหน้าที่เกี่ยวกับการดูแลสวัสดิภาพสัตว์และควรกำหนดหน้าที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานหรือองค์กรในท้องถิ่นต้องมีความรู้เฉพาะด้านที่เปิดธุรกิจสัตว์บำบัด เพื่อเป็นการสอดส่องดูแลกิจการสัตว์บำบัด ตรวจสอบใบอนุญาตให้ตรงตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เป็นการควบคุมไม่ให้เกิดการทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งอาจเป็นไปในลักษณะการส่งเสริมให้การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์ให้ตรงตามมาตรฐานอันจะส่งผลดีต่อผู้รับบริการและสัตว์บำบัดอย่างดีที่สุด


ข้อจำกัดทางกฎหมายในการกำหนดวิธีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินสำหรับห้องชุดตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562, ณัฐชนน เลิศศิล Jan 2023

ข้อจำกัดทางกฎหมายในการกำหนดวิธีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินสำหรับห้องชุดตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562, ณัฐชนน เลิศศิล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาเล่มนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาถึงปัญหาการบังคับการใช้กฎหมายในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีห้องชุดตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพ.ศ. 2562 โดยมีการกำหนดถึงทรัพย์สินที่เข้าข่ายการเสียภาษีอย่างห้องชุด วิธีการคำนวณเพื่อจัดเก็บภาษีประเภทห้องชุด รวมถึงการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ.2562 ทั้งนี้ได้มีการออกกฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ.2562 เพื่อในการกำหนดและวิธีการราคาประเมินในกรณีการประเมินสำหรับห้องชุดนั้นได้มีออก “กฎกระทรวงกำหนดราคาประเมินห้องชุดและการจัดทำบัญชีราคาประเมินห้องชุด พ.ศ.2563" เพื่อในการกำหนดราคาประเมินและวิธีการประเมินสำหรับห้องชุดและการจัดทำบัญชีราคาประเมินห้องชุด ซึ่งจากการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวพบว่าเกิดปัญหาจากการกำหนดราคาโดยมีลำดับการประเมินโดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ตามข้อ 4 การกำหนดราคาประเมินห้องชุดโดยใช้ข้อมูลราคาตลาดของห้องชุดในอาคารชุดนั้น ในกรณีที่ไม่มีข้อมูลราคาตลาดหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะใช้ประเมินราคาได้ ให้ใช้วิธีการประเมินดังต่อไปนี้ตามลำดับ วิธีเปรียบเทียบราคาตลาด วิธีรายได้ และวิธีต้นทุน จากการศึกษาพบว่าจากการกำหนดลำดับวิธีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อกำหนดราคาประเมินห้องชุดจากการไม่มีข้อมูลราคาตลาดหรือมีแต่ไม่เพียงพอนั้นก่อให้เกิดความไม่เหมาะสมและความไม่เป็นธรรมต่อผู้เสียภาษีซึ่งส่งผลกระทบกับห้องชุดในบางกรณีเช่น กรณีห้องชุดสร้างมานานแล้วหรือห้องชุดใหม่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ทั้งนี้ยังมีการศึกษาหลักการประเมินมูลค่าทรัพย์สินของประเทศอังกฤษและมลรัฐนิวยอร์กประเทศสหรัฐอเมริกาของเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ถึงความแตกต่างของหลักการประเมินมูลค่าทรัพย์สินว่ามีความแตกต่างกับของประเทศไทยอย่างไรเพื่อที่จะสามารถนำมาปรับปรุงแก้ไขเป็นข้อเสนอแนะเพื่อให้การประเมินมูลค่าทรัพย์สินเป็นไปอย่างเหมาะสม


การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากรณีบุคคลธรรมดามีเงินได้เนื่องจากการทำงานระยะไกล (Remote Work) ในประเทศไทย, ณิชกานต์ สงวนรัตน์ Jan 2023

การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากรณีบุคคลธรรมดามีเงินได้เนื่องจากการทำงานระยะไกล (Remote Work) ในประเทศไทย, ณิชกานต์ สงวนรัตน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บริษัทต่างๆทั่วโลก ปรับตัวด้วยการบังคับใช้นโยบาย Remote Work หรือการทำงานระยะไกล ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ Work-From-Home (WFH) รวมไปถึง Work-From-Anywhere (WFA) จึงทำให้เกิดกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่า Remote Workers ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาวไทยรูปแบบ Home Base หรือชาวต่างชาติรูปแบบ Host Base จะเป็นพนักงานบริษัท (Employee) ฟรีแลนซ์ (Freelance) หรือทำธุรกิจส่วนตัว (Entrepreneur) พวกเขาสามารถทำงานระยะไกลจากที่ไหนบนโลกก็ได้ สามารถทำงานได้โดยไม่มีเงื่อนไขของสถานที่และเวลาในการทำงาน เมื่อมีทำงานระยะไกลจากในประเทศไทยให้แก่นายจ้างหรือผู้ว่าจ้างในต่างประเทศ กลุ่ม Remote Workers ต่างก็ต้องคำนึงถึงประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวกับคนเข้าเมืองและภาษีอากรที่เกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่อาจเกิดขึ้น จากการศึกษาพบว่า กลุ่ม Remote Workers มีเงินได้จากการทำงานระยะไกลจากในประเทศไทยให้แก่ต่างประเทศ จะต้องเสียภาษีเงินได้บนแหล่งเงินได้นอกประเทศเมื่อนำเงินได้ดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยตามบทบัญญัติมาตรา 41 วรรคสองและวรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร โดยกลุ่ม Remote Workers แต่ละรูปแบบมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ที่แตกต่างกันตามนิติสัมพันธ์ระหว่างผู้จ่ายและผู้รับ ได้แก่ เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) สำหรับรูปแบบการจ้างงานแบบ Employee ส่วนรูปแบบการจ้างงานแบบฟรีแลนซ์ (Freelance) มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) และรูปแบบการจ้างงานแบบผู้ประกอบการ (Entrepreneur) มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) เป็นผลทำให้ Remote Workers แต่ละรูปแบบต้องใช้แบบแสดงรายการในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่แตกต่างกันตามประเภทเงินได้พึงประเมิน โดยการยื่นแบบแสดงรายการภาษีนั้นผู้มีเงินได้สามารถเลือกยื่นได้ทั้งออนไลน์และกระดาษ แต่ทั้งสองรูปแบบยังคงเป็นอุปสรรคสำหรับกลุ่ม Remote Workers เนื่องจากไม่มีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ รวมไปถึงอุปสรรคในการดำเนินการและเตรียมเอกสารประกอบการขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอีกด้วย ซึ่งการกรอกเอกสารต่าง ๆ ต้องเป็นภาษาไทย เพราะหากไม่มีเลข ฯ ก็จะไม่สามารถยื่นภาษีได้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดทำให้ภาครัฐในฐานะผู้จัดเก็บภาษีไม่สามารถจัดเก็บรายได้เข้าคลังจากการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของผู้เสียภาษีกลุ่มบุคคลดังกล่าว นอกจากนี้ วิธีการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของประเทศไทยเป็นวิธีการประเมินตนเอง ( Self-Assessment) โดยผู้มีเงินได้มีหน้าที่แสดงประเภทเงินได้ จำนวนเงินได้ เพื่อคำนวณภาษีในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยตนเอง ผู้เงินได้โดยเฉพาะกลุ่ม Remote Workers ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของประเทศไทยซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร ทำให้ Remote Workers ชาวต่างชาติไม่ทราบว่าเงินได้ที่ตนได้รับจากการทำงานระยะไกลให้แก่นายจ้างหรือผู้ว่าจ้างในต่างประเทศต้องเสียภาษีให้แก่ประเทศไทยหรือไม่ เสียตามหลักเกณฑ์ใด ในอัตราเท่าไหร่ และเสียอย่างไร นอกจากนี้ในทางปฏิบัติยังมีปัญหาเกี่ยวกับระบบการจัดเก็บภาษี เพราะถ้าผู้มีเงินได้ไม่แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเงินได้ที่ตนได้รับจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศไว้ในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา …


มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะแรงงานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ, ดลพร จันทร์เอี่ยม Jan 2023

มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะแรงงานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ, ดลพร จันทร์เอี่ยม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนคือความพร้อมของทักษะแรงงานทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ปัจจุบันสถานการณ์การลงทุนในประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากแรงงานปัจจุบันมีทักษะไม่สอดคล้องกับทักษะที่ตลาดต้องการ (Skill Mismatch) นักลงทุนบางส่วนอาจลงทุนหรือย้ายฐานการผลิตสู่ประเทศอื่นๆ ที่มีความพร้อมด้านแรงงานมากกว่า ส่งผลให้ประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลง นอกจากนี้ การลงทุนได้กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ภาคกลางมากที่สุด และปัญหาความเลื่อมล้ำเชิงพื้นที่จึงคงอยู่ต่อไป ในปี พ.ศ. 2565 รัฐบาลได้กำหนดพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค ใน 16 จังหวัด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาเชิงพื้นที่ระดับภูมิภาคในการลดความเหลื่อมล้ำด้วยกระจายความเจริญสู่พื้นที่โดยรอบ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จึงได้ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ตามประกาศที่ 18/2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการลงทุนในคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษมากยิ่งขึ้น และกระตุ้นให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม กรณีผู้ประกอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมด้านการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล อย่างไรก็ดี จากสถิติภาวะการส่งเสริมการลงทุนในเดือนมกราคม - กันยายน พ.ศ. 2566 พบว่ายังไม่มีโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการดังกล่าวยังไม่ดึงดูดให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะแรงงานที่สอดคล้องกับความต้องการแรงงานในคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษอย่างเพียงพอ จากการศึกษาบทเรียนในการพัฒนาฝีมือแรงงานของประเทศสิงคโปร์ พบว่ารัฐบาลสิงคโปร์ได้ดำเนินกลยุทธ์ดึงดูดการลงทุนด้วยการพัฒนาทักษะแรงงาน โดยสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างเต็มที่ให้ดำเนินการพัฒนาแรงงานเพื่อยกระดับ ปรับเปลี่ยน และสร้างทักษะใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน รวมถึงการยกระดับทักษะแรงงานสู่ระบบคุณวุฒิวิชาชีพ พร้อมให้เงินอุดหนุนผู้ประกอบการสำหรับค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมและค่าจ้างของลูกจ้าง ตลอดจนส่งเสริมการจ้างงานคนในท้องถิ่น ดังนั้น นิสิตขอเสนอมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะแรงงานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ และแนวทางการสนับสนุนจากภาครัฐ ดังนี้ (1) มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อยกระดับ ปรับเปลี่ยน และสร้างทักษะใหม่ สำหรับแรงงานทุกช่วงวัยในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (2) มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อยกระดับฝีมือแรงงานสู่ระบบคุณวุฒิวิชาชีพ (3) มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อกระตุ้นการจ้างงานสำหรับผู้มีภูมิลำเนาในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (4) แนวทางการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยการจัดสรรงบประมาณที่มีประสิทธิภาพเพื่อกระตุ้นการจ้างงานซึ่ง 3 มาตรการ และแนวทางการสนับสนุนจากภาครัฐดังกล่าวจะสามารถจูงใจผู้ประกอบการให้ดำเนินการพัฒนาทักษะแรงงานซึ่งสอดคล้องกับความต้องการแรงงานในตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่องและเกิดการกระตุ้นการจ้างงานโดยเร็ว ดึงดูดการลงทุน ลดการเคลื่อนย้ายแรงงานออกนอกพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน เกิดการจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ รวมถึงการมีงานที่มีคุณค่า สำหรับทุกคนตามเป้าหมายที่ 8 ของ SDG ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) สู่สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน


แนวทางในการควบคุมพฤติกรรมที่ใช้อำนาจเหนือตลาดของธุรกิจแพลตฟอร์ม : กรณีศึกษาพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 และกฎหมายป้องกันการผูกขาดของสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2565, ถิง เจี่ยง Jan 2023

แนวทางในการควบคุมพฤติกรรมที่ใช้อำนาจเหนือตลาดของธุรกิจแพลตฟอร์ม : กรณีศึกษาพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 และกฎหมายป้องกันการผูกขาดของสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2565, ถิง เจี่ยง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาอย่างละเอียดเกี่ยวกับการควบคุมและกำกับดูแลการใช้อำนาจเหนือตลาดของธุรกิจแพลตฟอร์มอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุ่งเน้นไปที่การเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน และให้ความสำคัญกับการพิจารณาความแตกต่างในกฎหมายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทางการค้า โดยเน้นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแพลตฟอร์มซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ในการศึกษานี้ได้มีการเปรียบเทียบการบังคับใช้กฎหมายพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ของประเทศไทย กับกฎหมายป้องกันการผูกขาด พ.ศ. 2565 ของประเทศจีน โดยเน้นไปที่ความแตกต่างในคำจำกัดความทางกฎหมาย ขอบเขตของตลาด และการควบคุมผู้ที่มีอำนาจเหนือตลาดในทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ยังสำรวจว่าประเทศไทยและประเทศจีนจัดการกับความท้าทายที่เกิดจากธุรกิจแพลตฟอร์มที่ทรงพลังได้อย่างไร โดยมีเงื่อนไขและแนวทางของแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างกัน แต่งานวิจัยนี้ได้ชี้ชัดให้เห็นว่าประเทศไทยอาจได้รับประโยชน์จากการนำกลยุทธ์บางอย่างของประเทศจีนไปปรับใช้เพื่อจัดการปัญหาที่ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มใช้อำนาจเหนือตลาดได้อย่างมี ประสิทธิภาพและเสริมสร้างสมดุลการแข่งขัน ทั้งนี้ งานวิจัยนี้ได้ให้คำแนะนำหลายประการเพื่อปรับปรุงกรอบกฎหมายและกลไกการบังคับใช้ในประเทศไทย โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ของประเทศจีนในการจัดการกับแพลตฟอร์มที่มีอิทธิพล เน้นไปที่การกำหนดคำจำกัดความของธุรกิจแพลตฟอร์มที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การปรับปรุงวิธีการกำหนดตลาด และการพัฒนาเกณฑ์ในการพิสูจน์การใช้อำนาจเหนือลาด รวมถึงการปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมพฤติกรรมที่ใช้อำนาจเหนือตลาดของแพลตฟอร์ม ส่วนท้ายของงานวิจัยนี้ได้กล่าวถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจแพลตฟอร์มในประเทศไทย รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการควบคุมการผูกขาด และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสิทธิของผู้บริโภคและการแข่งขันที่ยุติธรรมในตลาด โดยสรุป งานวิจัยนี้ได้นำเสนอการเปรียบเทียบเชิงลึกระหว่างแนวทางการกำกับดูแลกับธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องปรับปรุงกฎหมายและกลไกการบังคับใช้เพื่อให้มั่นใจว่ามีการแข่งขันที่ยุติธรรม และมีการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเหมาะสมในเศรษฐกิจแพลตฟอร์มที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน


การนำเข้าแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือโดยวิธี Mou : มาตรการในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่มีประสิทธิภาพและเพื่อการพัฒนาให้สนองต่อการปฏิรูปประเทศกรณีศึกษาประเทศที่ทำ Mou, ธีรภัทร เรืองถาวรนันท์ Jan 2023

การนำเข้าแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือโดยวิธี Mou : มาตรการในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่มีประสิทธิภาพและเพื่อการพัฒนาให้สนองต่อการปฏิรูปประเทศกรณีศึกษาประเทศที่ทำ Mou, ธีรภัทร เรืองถาวรนันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันคนต่างด้าว เดินทางมาทำงานในแผ่นดินประเทศไทยโดยใช้กำลังกายความรู้ความสามารถเพื่อประสงค์ผลตอบแทนเป็นค่าจ้างหรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งมีบริบทสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการประสบความสำเร็จในการประกอบกิจการในหลายกิจการ ทั้งนี้มีสาเหตุจากงานประเภท 3D ได้แก่ งานหนัก (Difficult) งานสกปรก (Dirty) และงานอันตราย (Dangerous) ซึ่งแรงงานไทยไม่นิยมทำ แต่เป็นที่งานหลักของหลาย ๆ สถานประกอบกิจการซึ่งเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐาน หากอุตสาหกรรมพื้นฐานเกิดปัญหาจะทำให้อุตสาหกรรมส่วนกลางกับอุตสาหกรรมหลักก็จะเกิดผลกระทบไปด้วย ดังนั้นความต้องการของผู้ประกอบการที่ต้องการแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือ เนื่องจากแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือคือแรงงานระดับล่างซึ่งไม่จำเป็นต้องมีความรู้ความชำนาญ และทักษะฝีมือ เพียงแต่ทำงานตามคำชี้แนะหรือรูปแบบที่จัดไว้ได้เท่านั้น มีความคุ้มค่าจากค่าแรง และไม่มีปัญหาเหมือนแรงงานไทยที่จะเรียกร้องสิ่งต่าง ๆ กับผู้ประกอบการจึงเป็นที่มาว่าแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือมีความจำเป็นแต่ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับเรื่องของตลาดแรงงาน เพราะปัจจุบันนโยบายแรงงานมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาแรงงานเพื่อเป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 จนถึงปัจจุบันฉบับที่ 13 ประกอบกับปัจจุบันมีแผนปฏิรูปประเทศ และแผนยุทธศาสตร์ชาติ ผลการศึกษา พบว่าในปัจจุบันการนำแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือมีวิธีการนำเข้าด้วยกัน 3 แบบวิธี ซึ่งในแต่ละแบบวิธีเกิดในช่วงในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดยแบบที่ 1 แบบดั้งเดิมคือการขอวีซ่าเข้ามาทำงานในประเทศ แบบที่ 2 คือการนำเข้ามาผ่านบันทึกความเข้าใจระหว่างประเทศ (MOU) และแบบที่ 3 คือบัตรแรงงานต่างด้าวนำแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาในประเทศมาขึ้นทะเบียนเพื่อพิสูจน์สัญชาติ และออกบัตรดังกล่าวให้ การนำเข้ามาผ่านบันทึกความเข้าใจระหว่างประเทศ (MOU) เป็นวิธีที่ภาครัฐสนับสนุนเพื่อลดปัญหาด้านอาชญากรรม ด้านความสงบ ด้านสิทธิมนุษยชน และการขาดแคลนแรงงานภายในประเทศ ข้อเสนอแนะโดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการประชาสัมพันธ์การนำเข้าแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือผ่าน MOU ให้ ผู้ประกอบการ โดยผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งมีข้อมูลจาการจดทะเบียนบริษัท หรือข้อมูลผู้เสียภาษี โดยจัดทำคู่มือการขออนุญาตนำเข้าแรงงานต่างด้าว เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ประกอบกับพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่ม ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มแรงจูงใจให้สถานประกอบกิจการให้เลือกใช้การนำเข้าแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือผ่าน MOU มีการลดค่าธรรมเนียมในการนำเข้าลดค่าธรรมเนียมการตีวีซ่า และค่าธรรมเนียมต่อวีซ่าสำหรับแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือที่นำเข้าผ่าน MOU โดยขยายระยะเวลาการลดค่าธรรมเนียม และการลดขั้นตอนในการยื่นขออนุญาตนำเข้าแรงงานต่างด้วยโดยวิธี MOU ทั้งนี้ผู้เขียนมีความเชื่อมั่นว่าหากในประเด็นดังกล่าวได้รับการแก้ไขแล้ว สถานประกอบกิจการย่อมเลือกวิธีการนำเข้าแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือผ่าน MOU ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุด


แนวทางในการพัฒนากฎหมายอาคารชุดประเภทเช่าช่วงระยะยาวเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้เช่าช่วง, นฤพล เลิศปัญญาโรจน์ Jan 2023

แนวทางในการพัฒนากฎหมายอาคารชุดประเภทเช่าช่วงระยะยาวเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้เช่าช่วง, นฤพล เลิศปัญญาโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เจ้าของห้องชุดเช่าช่วงระยะยาวมีเพียงสิทธิครอบครองไม่สามารถจัดตั้งนิติบุคคลอาคาร และคณะกรรมการบริหารงานอาคารชุดได้เฉกเช่นเดียวกับอาคารชุดประเภทซื้อขายขาด ส่งผลให้ผู้ประกอบการซึ่งมีกรรมสิทธิ์ในอาคารชุดประเภทเช่าช่วงระยะยาวมีอำนาจในการบริหารงานอาคาร เกิดเป็นช่องว่างทางกฎหมายที่สามารถให้ผู้ประกอบการเองเอาเปรียบได้ ยกตัวอย่างเช่น การกำหนดค่าส่วนกลางที่สูงเกินจริง การบริหารงานเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบการ การกำหนดการบริหารงานที่ไม่เป็นธรรม ฯลฯ เนื่องด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นจึงเห็นควรให้มีการแก้ไขกฎหมายดังนี้ (1) การบริหารอาคาร การบริหารงานอาคารชุดเช่าช่วงระยะยาวควรมีการปรับเปลี่ยน โดยกำหนดให้เจ้าของห้องชุดเช่าช่วงระยะยาวนั้นมีสิทธิในการออกเสียง กำหนดนโยบายการบริหารอาคารชุด ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ลิดรอนสิทธิของผู้ประกอบการจนเกิดควร จึงเห็นควรให้ผู้ประกอบการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการคิดนโยบายในการบริหารงานอาคารชุดประเภทเช่าช่วงระยะ (2) การกำหนดค่าบริหารงานอาคาร ผู้เช่าช่วงเองต้องได้รับความเป็นธรรมในการกำหนดชำระค่าบริหารงานอาคารชุด กฎหมายควรกำหนดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาค่าบริหารงานอาคาร โดยการคำนวนค่าบริหารงานนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องชี้แจ้งข้อมูลต่าง ๆ โดยละเอียดให้ผู้เช่าช่วงรับทราบ โดยหากมีค่าใช้จ่ายใดที่สูงเกินมาตรฐานกลาง ผู้เช่าช่วงสามารถพิจารณาให้เปลี่ยนแปลงค่าดำเนินการนั้น ๆ ได้ (3) การคุ้มครองผู้บริโภค อาคารชุดประเภทเช่าช่วงระยะยาวนั้นควรได้รับการคุ้มครองเฉกเช่นเดียวกับอาคารชุดประเภทซื้อขายขาด ซึ่งหากพิจารณาถึงตัวบทกฎหมายพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 นั้นมีหลักการคุ้มครองผู้บริโภคที่ครอบคลุมกว่า ไม่ว่าจะเป็นด้านของการโฆษณา และการทำสัญญา จึงเห็นควรบัญญัติความหมายของอาคารชุดให้รวมไปถึงอาคารชุดเช่าช่วงระยะยาว เมื่อพิจารณาสถานการณ์เศษฐกิจของอาคารชุดเช่าช่วงระยะยาวที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้น การแก้ไขกฎหมายจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยข้อเสนอแนะที่กล่าวไปข้างต้นได้มีการคำนึงหลักความได้สัดส่วน ให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการ


มาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการซ่อมแซมเสื้อผ้า, นฤมล แต่งสวน Jan 2023

มาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการซ่อมแซมเสื้อผ้า, นฤมล แต่งสวน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันความนิยมของสินค้าแฟชั่นมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งมีการเปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายให้ทันตามยุคสมัยอยู่เสมอส่งผลทำให้เสื้อผ้าที่ไม่ใช้งานแล้วถูกทิ้งกลายเป็นขยะจำนวนมาก จากประเด็นปัญหาข้างต้น ทำให้ในต่างประเทศเริ่มตระหนักในเรื่องผลกระทบของสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการผลิตเสื้อผ้าตามกระแสนิยมและหันมาให้ความสนใจกับการซ่อมแซมเสื้อผ้าเพิ่มมากขึ้นเพื่อยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์และใช้เสื้อผ้าซ้ำ เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและปัญหาขยะที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทยพบว่ายังไม่มีมาตรการทางภาษีและมิใช่ภาษีเพื่อส่งเสริมการซ่อมแซมเสื้อผ้าสำหรับจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ผู้ศึกษาจึงสนใจที่จะศึกษาถึงมาตรการทางภาษีของประเทศออสเตรียและประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นประเทศที่ได้มีการนำมาตรการภาษีมูลค่าเพิ่มมาบังคับใช้จริง และสำหรับประเทศสวีเดนก็ยังมีมาตรการการลดหย่อนภาษี ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำต้นทุนและค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนในภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี สืบเนื่องจากมาตรการลดหย่อนภาษีของประเทศสวีเดนข้างต้น ทำให้มีมาตรการที่มิใช่ภาษีแฝงอยู่ในฝั่งของผู้บริโภคด้วย นอกจากนี้ ในประเทศออสเตรียยังมีมาตรการที่มิใช่ภาษีเช่นเดียวกัน คือเป็นโครงการให้บัตรกำนัลแก่ประชาชนเพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งจากมาตรการทางภาษีและมิใช่ภาษีเพื่อส่งเสริมการซ่อมแซมเสื้อผ้าของทั้งสองประเทศข้างต้น ผู้เขียนได้ทำการเปรียบเทียบและวิเคราะห์แนวทางในการนำมาปรับใช้กับประเทศไทยเพื่อผลักดันและเพิ่มแรงจูงใจให้แก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการซ่อมแซมเสื้อผ้าให้มากขึ้น เพื่อลดปัญหาขยะและลดมลพิษจากการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากการศึกษาเปรียบเทียบและวิเคราะห์แนวทางสำหรับมาตรการทางภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษีเพื่อส่งเสริมการซ่อมแซมเสื้อผ้าของประเทศไทยกับประเทศออสเตรียและประเทศสวีเดน พบว่าประเทศออสเตรียและประเทศสวีเดนมีมาตรการภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเป็นการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเหลือเพียงครึ่งเดียวจากอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มปกติสำหรับการซ่อมแซมเสื้อผ้า ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาซ่อมแซมเสื้อผ้ามากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาขยะและปัญหาสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น และสำหรับประเทศสวีเดนก็ยังมีมาตรการการลดหย่อนภาษี ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำต้นทุนและค่าใช้จ่ายบางส่วนสำหรับการให้บริการซ่อมแซมแก่ผู้บริโภคไปลดหย่อนในภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีได้ สืบเนื่องจากมาตรการลดหย่อนภาษีของประเทศสวีเดนข้างต้น ทำให้มีมาตรการที่มิใช่ภาษีแฝงอยู่ในฝั่งของผู้บริโภคด้วย กล่าวคือ เมื่อผู้บริโภคได้มีการว่าจ้างให้ผู้ประกอบการทำการซ่อมแซมเสื้อผ้าให้ ผู้บริโภคจะได้รับส่วนลดจากค่าบริการซ่อมแซมในใบแจ้งหนี้ทันที สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งจูงใจให้ผู้บริโภคหันมาซ่อมแซมเสื้อผ้ามากขึ้น นอกจากนี้ยังมีมาตรการมิใช่ภาษีของประเทศออสเตรียเช่นเดียวกัน คือเป็นโครงการให้ทุนสนับสนุนการซ่อมแซมโดยให้บัตรกำนัลค่าซ่อมแซมซึ่งโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากส่งผลให้โครงการนี้นำมาใช้ทั่วทั้งออสเตรีย แต่อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาประเทศไทยยังไม่มีมาตรการทางภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษีเพื่อส่งเสริมการซ่อมแซมเสื้อผ้า ดังนั้น ผู้ศึกษาเล็งเห็นว่าสำหรับประเทศไทย ภาครัฐควรนำแนวคิดของมาตรการทางภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษีดังกล่าวมาปรับใช้ภายในประเทศและเร่งส่งเสริมการซ่อมแซมเสื้อผ้าอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการซ่อมแซมและนำเสื้อผ้าที่ได้รับการซ่อมแซมกลับมาใช้ซ้ำในสัดส่วนที่มากขึ้น เพราะนอกจากทำให้เพิ่มอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์มากขึ้นแล้ว ยังทำให้เพิ่มมูลค่าแก่ตัวผลิตภัณฑ์อีกด้วยหากผลิตภัณฑ์นั้นได้รับการปรับแต่งเสื้อผ้าให้มีลวดลายเพิ่มขึ้น รวมถึงให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการซ่อมแซมได้เพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจในด้านนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนาสิ่งเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจนก่อให้เกิดธุรกิจที่มีมูลค่าสูง และสิ่งสำคัญที่ทำให้ภาครัฐบรรลุเป้าหมายของมาตรการดังกล่าว คือการช่วยลดการสูญเสียทรัพยากร ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้


แนวทางในการนำหลักการทางบัญชีตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 เรื่อง สัญญาประกันภัย มาใช้กับการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล, นันทนัช ศิริวัฒโก Jan 2023

แนวทางในการนำหลักการทางบัญชีตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 เรื่อง สัญญาประกันภัย มาใช้กับการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล, นันทนัช ศิริวัฒโก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิธีการทางบัญชีสำหรับสัญญาประกันภัยนั้นจะเปลี่ยนแปลงเมื่อมาตรฐานรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 เรื่อง สัญญาประกันภัย ถูกบังคับใช้อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2568 โดยมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้งบการเงินของบริษัทประกันภัยสามารถเปรียบเทียบกับงบการเงินของอุตสาหกรรมอื่นๆ และต่อบริษัทภายในอุตสาหกรรมเดียวกันได้ และเพื่อให้มูลค่าของสัญญาประกันภัยในงบการเงินสามารถสะท้อนสภาพเศรษฐกิจ ณ ปัจจุบันได้ จึงนำมาสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญของมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับใหม่นี้ คือ การกำหนดให้กิจการต้องวัดมูลค่าเริ่มแรกของกลุ่มสัญญาประกันภัย และจะต้องทยอยรับรู้กำไรจากการให้บริการตามสัญญานั้นตลอดช่วงอายุของสัญญา จากการศึกษาพบว่า วิธีการทางบัญชีตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 นั้นไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติตามประมวลรัษฎากรสำหรับการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เนื่องจากตามประมวลรัษฎากรนั้นกำหนดให้การรับรู้รายได้และค่าใช้จ่ายต้องเป็นไปตามเกณฑ์สิทธิ ซึ่งไม่สอดคล้องกับการทยอยรับรู้กำไรจากการให้บริการตามสัญญา และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบริษัทประกันรวมถึงผลขาดทุนทันทีจากสัญญาที่ทำให้เกิดขาดทุน รวมทั้งการกำหนดรายจ่ายต้องห้ามเงินสำรองเบี้ยประกันภัยที่รับรู้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นๆ เป็นจำนวนร้อยละจากเบี้ยประกันภัยรับสุทธิ (หักเบี้ยประกันภัยต่อ) แต่ตามมาตรฐานฉบับใหม่นี้ไม่มีการแสดงเบี้ยประกันภัยรับและเงินสำรองในงบการเงินอีกต่อไป รวมทั้งในช่วงเปลี่ยนผ่านจากมาตรฐานฉบับปัจจุบันไปสู่มาตรฐานฉบับใหม่ กิจการต้องวัดมูลค่า ณ วันแรก สำหรับสัญญาประกันภัยที่ถืออยู่ โดยการวัดมูลค่านี้จะทำให้กิจการต้องทำรายการปรับปรุงกำไรซึ่งเคยรับรู้แล้วในอดีตผ่านกำไรสะสม และรับรู้ส่วนของกำไรของสัญญาผ่านการทยอยรับรู้ตลอดช่วงอายุของสัญญาประกันภัยต่อไปในอนาคต ดังนั้นหากจะต้องนำกำไรมาเสียภาษีซ้ำเมื่อรับรู้เป็นอีกงวดในอนาคตจากกำไรจำนวนเดิมที่เคยรับรู้ไปแล้วในอดีตนั้นจะทำให้เกิดการเสียภาษีซ้ำซ้อน ดังนั้นการแก้ไข หรือออกกฎหมายอนุบัญญัติมาเพื่อสนับสนุนหลักการทางบัญชีตามมาตรฐานฉบับใหม่เพื่อให้กิจการสามารถถือวิธีการรับรู้รายได้และค่าใช้จ่ายมาตรฐานรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 เป็นเกณฑ์สิทธิตามประมวลรัษฎากร และกำหนดนโยบายทางภาษีที่ชัดเจนในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อให้ผู้เสียภาษีมิต้องตีความด้วยตนเอง อันนำมาสู่ความไม่เป็นธรรมในการเสียภาษีเนื่องจากรายการปรับปรุงทางภาษีที่แตกต่างกัน และทำให้ผู้เสียภาษีประหยัดต้นทุนในการทำรายการปรับปรุง เป็นผลให้รัฐสามารถเก็บภาษีได้ตรงตามความเป็นจริงและเป็นไปตามหลักภาษีอากรที่ดีอีกด้วย


แนวทางในการพัฒนาการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร แก่นายจ้างที่ได้จัดฝึกอบรมพัฒนาทักษะฝีมือลูกจ้าง เพื่อยกระดับฝีมือแรงงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545, สิษฐพงศ์ วามะศิริภัทร Jan 2023

แนวทางในการพัฒนาการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร แก่นายจ้างที่ได้จัดฝึกอบรมพัฒนาทักษะฝีมือลูกจ้าง เพื่อยกระดับฝีมือแรงงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545, สิษฐพงศ์ วามะศิริภัทร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอกัตศึกษาฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษานโยบายการยกระดับฝีมือแรงงาน ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 ที่สอดคล้องกับมาตรการจูงใจทางภาษีอากร และการนำส่งรายงานการฝึกอบรมลูกจ้างของนายจ้าง 2. ศึกษาประสิทธิภาพของมาตรการจูงใจทางภาษีอากร และการนำส่งรายงานการฝึกอบรมลูกจ้างของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 ที่มีผลต่อการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานในประเทศ และ 3.เสนอแนะแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของฝีมือแรงงานในประเทศ ที่สอดคล้องกับการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร และการนำส่งรายงานฝึกอบรมลูกจ้างจากผลการศึกษาพบว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 ในหัวข้อการลดหย่อนภาษีร้อยละ 200 นั้น มีข้อกำหนดในการยื่นลดหย่อน รวมไปถึงการยื่นรายงานการอบรมเพื่อนำส่งให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่เฉพาะเจาะจงของหน่วยงาน กล่าวคือ ต้องนำส่งรายงานตามที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานกำหนดเท่านั้น และหลักสูตรที่ยื่นอบรมต้องเป็นไปตามที่บัญญัติไว้เช่นกัน ทำให้ถึงแม้ว่ากรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะประชาสัมพันธ์ว่า นโยบายดังกล่าวเป็นไปเพื่อการสร้างแรงจูงใจให้กับสถานประกอบการในการส่งลูกจ้างเข้าฝึกอบรม ตามนโยบายแผนพัฒนาชาติก็ตาม แต่มาตรการทางภาษี และการนำส่งรายงานการฝึกอบรมยังคงไม่ครอบคลุมและถูกจำกัดอยู่ในกรอบข้อกำหนด ทำให้การฝึกยกระดับฝีมือแรงงานในไทยไม่สามารถพัฒนาฝีมือแรงงานของคนในประเทศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และกระจายความรู้ในแขนงอื่น ๆ ได้กว้างขวางเพียงพอผู้ศึกษาได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) การกำหนดมาตรการลดหย่อนทางภาษี และการส่งรายงานการฝึกอบรมควรมีการกำหนดรูปแบบแผนที่ครอบคลุมทุกกิจกรรม ที่เป็นไปเพื่อการพัฒนาทักษะ และความรู้ในการทำงาน 2) เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมในการออกแบบหลักสูตรอบรมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่ตอบโจทย์การยกระดับฝีมือแรงงานอย่างแท้จริง 3) กรมพัฒนาฝีมือแรงงานควรให้การสนับสนุนสวัสดิการขั้นพื้นฐานในการฝึกอบรม รวมไปการเพิ่มอัตราเงินคืนให้แก่สถานประกอบการ 4) การยกระดับฝีมือแรงงานอาจจะต้องเพิ่มเติมในส่วนของการสนับสนุนการยกระดับความรู้เชิงบูรณาการ และการลงมือปฏิบัติจริงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบุคคลที่ไม่ใช่ความรู้เชิงทฤษฎีเพียงอย่างเดียว


Legal Issues On Transnational Subsidies : Eu Investigations Of The Chinese Investments In Egypt And Indonesia, พิชญพัฒน์ เบ็ญจาศิริโรจน์ Jan 2023

Legal Issues On Transnational Subsidies : Eu Investigations Of The Chinese Investments In Egypt And Indonesia, พิชญพัฒน์ เบ็ญจาศิริโรจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การอุดหนุน (Subsidy) เป็นประเด็นที่ได้รับการถกเถียงทั้งในแง่นิยามและความชอบด้วยกฎหมาย ที่ผ่านมา นักวิชาการและผู้กำหนดนโยบายได้พยายามที่จะกำหนดขอบเขตของนิยามและมาตรฐานในการพิสูจน์การอุดหนุนและคำนวณหาประโยชน์ที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะกำกับควบคุมการอุดหนุนให้อยู่ภายใต้กฎระเบียบระหว่างประเทศ โดยภายใต้กฎหมายขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization—WTO) นั้น ความตกลงว่าด้วยการอุดหนุนและมาตรการตอบโต้ (Agreement on Subsidies and Countervailing Measures—SCM) เป็นความตกลงหลักที่กำกับควบคุมการอุดหนุน อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมของการอุดหนุนได้เปลี่ยนแปลงไปและทำให้เกิดสภาวการณ์ที่การอุดหนุนสามารถกระทำข้ามผ่านเขตแดนระหว่างประเทศ ซึ่งอาจทำให้การอุดหนุนดังกล่าวอยู่นอกเหนือขอบเขตของนิยามภายใต้ความตกลง SCM โดยอาจกล่าวได้ว่า การเติบโตและการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนบนเวทีโลกเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้เกิดสภาวการณ์ดังกล่าว การส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศภายใต้ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative—BRI) ส่งผลในวงกว้างและเผชิญกับความท้าทาย ซึ่งรวมถึงประเด็นการอุดหนุนข้ามชาติ (Transnational Subsidy) กล่าวคือ การที่รัฐบาลจีนหรือหน่วยงานของรัฐจีน (public body) ให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับบริษัทจีนหรือบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทจีนกับบริษัทท้องถิ่นซึ่งผลิตสินค้าอยู่นอกประเทศจีน และสินค้านั้นถูกส่งออกไปยังประเทศหรือภูมิภาคอื่น ประเด็นดังกล่าวนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายว่าการอุดหนุนข้ามชาติดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับควบคุมของ WTO หรือไม่เอกัตศึกษานี้มุ่งศึกษาเพื่อตอบปัญหาการอุดหนุนข้ามชาติว่าอยู่ภายใต้ขอบเขตของนิยามการอุดหนุนของความตกลง SCM หรือไม่ ซึ่งหากอยู่ภายใต้ความตกลง SCM การอุดหนุนข้ามชาติจะสามารถถูกไต่สวนและดำเนินการตอบโต้ภายใต้กฎระเบียบของ WTO ได้ เอกัตศึกษานี้ศึกษาทบทวนพัฒนาการของระเบียบที่กำกับควบคุมการอุดหนุน โดยเฉพาะในประเด็นนิยามและการตีความข้อกฎหมายภายใต้ความตกลง SCM ที่เกี่ยวข้องกับการอุดหนุนที่ข้ามผ่านเขตแดนระหว่างประเทศ และวิเคราะห์การไต่สวนการอุดหนุนข้ามชาติของสภาพยุโรป 2 กรณี ได้แก่ การนำเข้าผ้าใยแก้วถักและ/หรือทอ (woven and/or stitched glass fiber fabrics) จากอียิปต์ (EC-Case 2020/776) และการนำเข้าสินค้าแผ่นสแตนเลสรีดเย็น (stainless steel cold-rolled flat products) จากอินโดนีเซีย (EC-Case 2022/433) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลจีนหรือหน่วยงานของรัฐบาลจีน รวมทั้งศึกษาหลักกฎหมายระหว่างประเทศและการวินิจฉัยคดีของ WTO ที่เกี่ยวข้องเพื่อตอบปัญหาหลักของเอกัตศึกษานี้ และวิเคราะห์นัยของปัญหาดังกล่าวและเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับประเทศไทยผลการศึกษาของเอกัตศึกษานี้พบว่า การอุดหนุนข้ามชาติอาจเป็นการอุดหนุนตามนิยามของข้อ 1 และข้อ 2 ของความตกลง SCM หากสามารถพิสูจน์ได้ว่า การให้ความช่วยเหลือที่เป็นตัวเงิน (financial contribution) นั้น เข้าเงื่อนไขของการอุดหนุนต้องห้าม (prohibited subsidy) หรือเป็นการให้ความช่วยเหลือที่ประโยชน์ของการอุดหนุนนั้นตกอยู่กับวิสาหกิจภายในเขตแดนของรัฐบาล ซึ่งทำให้เป็นการอุดหนุนที่อาจถูกตอบโต้ได้ (actionable subsidy) หากส่งผลกระทบต่อประโยชน์ของสมาชิกอื่นของ …