Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 1741 - 1770 of 15281

Full-Text Articles in Entire DC Network

ปัญหากฎหมายในธุรกิจเช่าซื้อตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565, อธิวัฒน์ สินสิริวาณิชย์ Jan 2024

ปัญหากฎหมายในธุรกิจเช่าซื้อตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565, อธิวัฒน์ สินสิริวาณิชย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางและมาตรการทางกฎหมายในการกำกับดูแลสัญญาเช่าซื้อ เนื่องจากปัจจุบันแม้ธุรกรรมการเช่าซื้อรถยนต์จะมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่กลับคงปัญหาหนี้เสียสะสมเป็นระดับต้น ๆ ของประเภทหนี้เสียทั้งหมด ทั้งการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อภายใต้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ยังคงขาดความชัดเจน และเป็นการสร้างภาระแก่ผู้ประกอบธุรกิจจนเกินควร ไม่สอดคล้องกับกลไกตลาด ส่งผลให้ผู้บริโภคยังไม่ได้รับความคุ้มครองที่ควรเป็น และต้องเผชิญภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบธุรกิจที่สะท้อนกลับมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาและเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงมาตรการทางกฎหมายที่กำกับดูแลสัญญาเช่าซื้อให้สอดคล้องกับกลไกตลาดและสร้างความสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้บริโภคและการลดภาระแก่ผู้ประกอบธุรกิจ จึงเห็นควรให้มีการพิจารณาทบทวน ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้การประกอบธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ดังนี้ (1) มีมาตรการในการสร้างความตระหนักรู้ทางด้านการเงินแก่ผู้เช่าซื้อถึงค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นภายหลังเข้าทำสัญญา (2) ยกเลิกกฎเกณฑ์ที่เป็นการจำกัดสิทธิผู้ประกอบธุรกิจในการเรียกเก็บมูลหนี้ส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาเช่าซื้อภายหลังการขายทอดตลาด (3) ทบทวนอัตราส่วนลดดอกเบี้ยปิดบัญชีเช่าซื้อล่วงหน้าให้เป็นดุลพินิจของผู้ประกอบธุรกิจ และ (4) มีมาตรการในการสร้างความตระหนักถึงความเสี่ยงและผลอันเลวร้ายของสัญญาค้ำประกัน


Exploring The Patentability Of Computer Software In Thailand: A Comparative Study With The Us, Eu, Japanese, And Korean Patent Laws, Panida Pornpattra Jan 2024

Exploring The Patentability Of Computer Software In Thailand: A Comparative Study With The Us, Eu, Japanese, And Korean Patent Laws, Panida Pornpattra

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The patentability of software or computer programs is an ongoing issue within legal and technical communities worldwide, especially with the rise of artificial intelligence and machine learning technologies. Software or computer programs in Thailand are protected as literary works under the Copyright Act B.E. 2537 (1994), where they are defined as ‘instructions, sets of instructions, or any other components used in conjunction with a computer to make the computer work or to generate a result no matter what the computer language is.' In contrast, the Thai Patent Act B.E. 2522 (1979) does not adopt this definition. Instead, it explicitly excludes …


ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญาของผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคล, ธัญชนก ทวีกาญจน์ Jan 2024

ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญาของผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคล, ธัญชนก ทวีกาญจน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการดำเนินคดีอาญาของผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคลและเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาในการกำหนดบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการแทนนิติบุคคล ในกรณีที่ผู้แทนนิติบุคคลกระทำผิดต่อตัวนิติบุคคลหรือผู้แทนนิติบุคคลมีผลประโยชน์ขัดกันกับนิติบุคคลนั้นเอง จากการศึกษาพบว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5 (3) กำหนดให้ เฉพาะผู้จัดการหรือผู้แทนอื่นๆ ของนิติบุคคลเท่านั้นที่เป็นผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคลในการดำเนินคดีอาญา โดยประเทศไทยยังไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายในทางอาญากรณีการดำเนินคดีอาญาของนิติบุคคลในกรณีที่ผู้แทนนิติบุคคลกระทำผิดต่อตัวนิติบุคคล หรือผู้แทนนิติบุคคลมีผลประโยชน์ขัดกันกับนิติบุคคลนั้นเอง ส่งผลให้บุคคลอื่นที่มิใช่ผู้จัดการหรือผู้แทนตามกฎหมายของนิติบุคคลไม่มีอำนาจในการดำเนินคดีอาญาแทนนิติบุคคลที่เป็นผู้เสียหายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีที่เป็นความผิดอาญาอันยอมความได้ ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถดำเนินคดีอาญากับผู้แทนนิติบุคคลที่เป็นผู้กระทำความผิดอาญาต่อนิติบุคคลนั้นได้ ในต่างประเทศ อันได้แก่ ประเทศเยอรมนี แอฟริกาใต้ และญี่ปุ่น มีมาตรการทางกฎหมายที่แก้ไขปัญหาการดำเนินคดีอาญาของนิติบุคคล ในกรณีที่ผู้แทนนิติบุคคลไม่ร้องทุกข์หรือฟ้องร้องดำเนินคดีเนื่องจากเป็นผู้กระทำผิดต่อตัวนิติบุคคล หรือมีผลประโยชน์ขัดกันกับนิติบุคคลนั้นเสียเอง วิทยานิพนธ์เล่มนี้เสนอให้เพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของไทย ในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นนิติบุคคลและผู้มีอำนาจจัดการนิติบุคคลนั้นเป็นผู้กระทำผิดเองหรือมีผลประโยชน์ขัดแย้งกับนิติบุคคล ให้ตั้งผู้แทนเฉพาะคดีขึ้นเพื่อดำเนินคดีอาญาแทนนิติบุคคลนั้นได้


Daylighting Design For Museum In The Tropics: A Case Study Of The National Museum Of Cambodia, Thaileng Lov Jan 2024

Daylighting Design For Museum In The Tropics: A Case Study Of The National Museum Of Cambodia, Thaileng Lov

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Lighting design in cultural heritage spaces must balance artifact preservation with visitor comfort. The National Museum of Cambodia faces challenges from side lighting, introducing intense and uneven sunlight due to the sun's orientation. This study explores strategies to improve lighting uniformity while preserving the museum's architectural integrity, emphasizing natural light to create a visually appealing environment and reduce reliance on artificial lighting. Lighting performance was simulated in DIALux evo 12 at two-hour intervals on the summer solstice, equinox, and winter solstice to assess effectiveness. Findings indicate that maximizing natural light depends significantly on building orientation and space function. Simulations showed …


พลวัตและบทบาทของคติชนและวิถีชนของผู้เลี้ยงควายในจังหวัดชลบุรี, ชุตินันท์ มาลาธรรม Jan 2024

พลวัตและบทบาทของคติชนและวิถีชนของผู้เลี้ยงควายในจังหวัดชลบุรี, ชุตินันท์ มาลาธรรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มุ่งรวบรวมคติชนและวิถีชนของผู้เลี้ยงควายในจังหวัดชลบุรี แล้วนำมาวิเคราะห์พลวัตและบทบาทด้วยมุมมองคติชนวิทยา (folkloristics) และวิถีชนศึกษา (folklife studies) ผู้วิจัยเก็บข้อมูลภาคสนามระหว่าง พ.ศ.2563-2566 ในชุมชนที่มีการจัดประเพณีวิ่งควายในจังหวัดชลบุรี 24 แห่ง ได้แก่ อำเภอเมืองชลบุรี บ้านบึง บ่อทอง หนองใหญ่ พานทอง พนัสนิคม เกาะจันทร์ ศรีราชา และบางละมุง ในจังหวัดระยอง 2 แห่ง และจังหวัดฉะเชิงเทรา 1 แห่งผลการศึกษาพบว่า เดิมผู้เลี้ยงควายในจังหวัดชลบุรีเลี้ยงควายเป็นแรงงานในการเกษตร เมื่อวิถีชีวิตเปลี่ยนไป ผู้เลี้ยงควายสามารถปรับใช้คติชนและวิถีชนเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ในการเลี้ยงควายที่มีหลากหลายมากขึ้น ทั้งเพื่อขาย เพื่อประกวดควายงาม เพื่อวิ่งแข่งขัน และเพื่อร่วมประเพณี ผู้เลี้ยงปรับใช้ความรู้ความเชื่อเพื่อคัดเลือกควายที่ดี มีเคล็ดลับ การเลือกอาหาร การปรับใช้คติชนวัตถุ ทำให้ปัจจุบันควายมีรูปร่างลักษณะต่างกันมาก ควายงามมีลักษณะที่ดีตามเกณฑ์ของกรมปศุสัตว์ ทำให้ควายทั่วประเทศมีลักษณะคล้ายกัน ส่วนควายวิ่งมีลักษณะสูง ขายาวเรียวรัด ปราดเปรียวเพื่อให้วิ่งแข่งได้ จึงสามารถคงลักษณะเฉพาะของควายในชลบุรีไว้ได้จังหวัดชลบุรีมีการจัดประเพณีวิ่งควายในหลายชุมชน ต่อเนื่องตลอดทั้งปี มีทั้งประเพณีวิ่งควายในช่วงเทศกาลออกพรรษาที่จัดในชุมชนตลาดต่าง ๆ สัมพันธ์กับความเชื่อเกี่ยวกับประเพณีวิ่งควาย และประเพณีวิ่งควายนอกช่วงเทศกาลออกพรรษาที่จัดในพื้นที่ว่างเพื่อคัดเลือกควายและเพื่อความสนุกสนานเป็นสำคัญ ทั้งยังมีรูปแบบการใช้ควายแบบ “วิ่งควายบก” ที่มีคนนั่งบนตัวควาย และ “วิ่งควายคราดนา” ที่คนใช้ควายคู่เทียมคราดวิ่งแข่งในพื้นที่มีน้ำขังเลียนแบบการใช้ควายคราดนาเพื่อเตรียมทำนาข้าวด้วย ผู้เลี้ยงจึงต้องมีความรู้ในการฝึกฝนและดูแลควายอย่างดีต่อเนื่องตลอดทั้งปี จึงจะมีควายที่ดีสำหรับนำไปร่วมประเพณีวิ่งควายประเพณีวิ่งควายมีบทบาทหน้าที่สร้างความสนุกสนานเพลิดเพลิน ให้การศึกษาและรักษามาตรฐานพฤติกรรมของสังคม สร้างปฏิสัมพันธ์ของกลุ่มชนและเป็นเครื่องมือในการจัดการความสัมพันธ์เชิงอำนาจ สร้างและนำเสนออัตลักษณ์ทั้งอัตลักษณ์ของผู้เลี้ยงควาย ชุมชน และจังหวัด สร้างความทรงจำร่วมของกลุ่มชน และเป็นทุนทางวัฒนธรรมในบริบทเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทั้งนี้บทบาทหน้าที่ดังกล่าวล้วนมีพลวัตไปตามสภาพเศรษฐกิจ สังคม โลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะบทบาทอย่างยิ่งการเป็นทุนวัฒนธรรมเป็นบทบาทใหม่จากนโยบายส่งเสริมการใช้ทุนวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวคติชนและวิถีชนของผู้เลี้ยงควายในจังหวัดชลบุรีมีพลวัตของเรื่องเล่าเกี่ยวกับประเพณีวิ่งควาย พลวัตของความเชื่อในการคัดเลือกควาย พลวัตของคติชนประเภทวัตถุที่ใช้ในวิถีการเลี้ยงควาย และพลวัตของประเพณีพิธีกรรม พลวัตของดังกล่าวสัมพันธ์กับปัจจัยด้านสภาพเศรษฐกิจและสังคม สภาพแวดล้อมและการใช้พื้นที่ ความสัมพันธ์ของผู้คนและการเมืองท้องถิ่น ความเชื่อและทัศนะที่มีต่อควาย รวมถึงกระแสการส่งเสริมการท่องเที่ยวและโลกาภิวัตน์การใช้มุมมองการศึกษาทั้งคติชนวิทยาและวิถีชนศึกษาในวิทยานิพนธ์นี้จึงช่วยขยายขอบเขตการศึกษาความรู้ของผู้เลี้ยงควายให้กว้างและลึกมากขึ้น ทั้งยังเห็นมิติอื่น ๆ ในชีวิตของผู้เลี้ยงควายเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นแนวทางในการศึกษาคติชนเกี่ยวกับสัตว์ (animal lore) อื่น ๆ รวมถึงความรู้ในวิถีชีวิตของคนกลุ่มอื่น ๆ ต่อไป


The Assessment Of Thai Academic Librarians’ Burnout During The Covid-19 Pandemic, Angsurat Raya Jan 2024

The Assessment Of Thai Academic Librarians’ Burnout During The Covid-19 Pandemic, Angsurat Raya

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to determine the burnout level of Thai academic librarians during the COVID-19 pandemic by using the Copenhagen Burnout Inventory (CBI) and identify risk factors associated with Thai academic librarians’ burnout during the COVID-19 pandemic.A descriptive quantitative survey was conducted by using an online structured questionnaire distributed through a social media platform (Facebook Fanpage) to academic librarians affiliated with the Academic Librarian Group of Thailand Library Association. The survey incorporated 46 items including demographic information, working situations during the COVID-19 pandemic, and burnout assessment covering three domains: personal burnout, work-related burnout and client-related burnout which based on the …


"ว่านไสยเวช": อนุกรมวิธานพื้นบ้าน การสืบทอดความเชื่อเเละพิธีกรรมและบทบาทในสังคมอีสานร่วมสมัย, ชวพันธุ์ เพชรไกร Jan 2024

"ว่านไสยเวช": อนุกรมวิธานพื้นบ้าน การสืบทอดความเชื่อเเละพิธีกรรมและบทบาทในสังคมอีสานร่วมสมัย, ชวพันธุ์ เพชรไกร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้มุ่งศึกษารวบรวมและจัดอนุกรมวิธานพื้นบ้านของ “ว่านไสยเวช” ในสังคมอีสานร่วมสมัยและวิเคราะห์การสืบทอดและบทบาทของความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับ “ว่านไสยเวช” ดังกล่าว เก็บข้อมูลระหว่างปี 2564-2567 ด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากหมอว่านและนักสะสมว่านในอีสาน และการสังเกตอย่างมีส่วนร่วมพิธีกรรมเกี่ยวกับว่าน รวม 8 จังหวัด ประกอบด้วย หนองคาย นครพนม อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร สุรินทร์ ร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี ใช้แนวคิดเรื่องการจัดอนุกรมวิธานพื้นบ้าน แนวคิดเรื่องนิเวศวิทยากับความเชื่อพื้นบ้าน แนวคิดเรื่องคติชนในวิถีสุขภาพพื้นบ้าน และแนวคิดเรื่องบทบาทหน้าที่ของคติชนในสังคม เป็นกรอบแนวคิดในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการศึกษาพบว่า หมอว่านและนักสะสมว่านในอีสานสืบทอดความรู้เรื่องว่านในลักษณะมุขปาฐะเป็นหลักมีวิธีการจัดจำแนกประเภทของว่านอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย 8 ประเภทหลักที่สายการสืบทอดส่วนใหญ่รับรู้ตรงกัน ได้แก่ 1) แบ่งตามชื่อเรียกตามลักษณะทางกายภาพของว่าน 2) แบ่งตามชื่อเรียก ซึ่งนำมาจากลักษณะทางความเชื่อ 3) แบ่งตามเพศสมมติของว่าน 4) แบ่งตามตระกูลของว่าน5) แบ่งตามสรรพคุณของว่าน 6) แบ่งตามหน้าที่และสัมพันธภาพของว่าน 7) แบ่งตามประสาทสัมผัสของผู้ใช้ว่าน และ 8) แบ่งตามลักษณะของสิ่งที่ไม่ใช่พืช ทั้งนี้ พบว่าการสืบทอดในบางสายมีการจัดจำแนกประเภทว่านชุดย่อย ได้แก่ 1) ว่านพุทธคุณ 2) ว่านถอน 3) ว่านไสย 4) ว่านพราย 5) ว่านแสง 6) ว่านพิษ และ 7) ว่านผี ซึ่งเกณฑ์ในการจัดประเภทนี้มีฐานคิดมาจากวัฒนธรรมของอีสานและประสบการณ์ในการใช้ว่าน ทำให้เห็นถึงลำดับศักดิ์และชั้นของว่านแต่ละประเภทที่มีความหมายแตกต่างกัน การจัดจำแนกประเภทว่านของหมอว่านและนักสะสมว่านในอีสานยังมีความสัมพันธ์กับการสืบทอดความรู้เรื่องว่าน เนื่องจากศิษย์จะได้รับการถ่ายทอดความรู้เรื่องการจัดประเภทและการใช้งานว่านจากครูผ่านการร่วมพิธีกรรมต่าง ๆ จำแนกพิธีกรรมเกี่ยวกับว่านเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) กลุ่มพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการหาว่านและสร้างความศักดิ์สิทธิ์แก่ว่าน 2) กลุ่มพิธีกรรมที่ใช้ว่านในการรักษาโรคและความเจ็บป่วย และ 3) กลุ่มพิธีกรรมที่นำว่านมาทำเป็นวัตถุมงคลการจัดจำแนกประเภทของว่านต่าง ๆ ช่วยให้หมอว่านและนักสะสมว่านใช้ว่านหลัก ว่านรอง ว่านเสริม และว่านแก้ได้อย่างตรงตามสรรพคุณ ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้ว่านได้ดียิ่งขึ้นบทบาทของคติความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับ “ว่านไสยเวช” มีหลายประการ ได้แก่ 1) บทบาทในการรักษาโรค บำบัดความเจ็บป่วยทางจิตวิญญาณ และเป็นที่พึ่งทางใจ 2) บทบาทในการสืบทอดความรู้เรื่องพืชซึ่งสัมพันธ์กับการสืบทอดระบบความเชื่อทางศาสนา3) บทบาทในการกำหนดวิถีปฏิบัติของกลุ่มผู้ใช้ว่านซึ่งสัมพันธ์กับบรรทัดฐานทางสังคม 4) …


การแปลบทพากย์เกม Grand Theft Auto: San Andreas, สาริศ ศรีเดือนดาว Jan 2024

การแปลบทพากย์เกม Grand Theft Auto: San Andreas, สาริศ ศรีเดือนดาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาแนวทางการแปลบทพากย์วิดีโอเกม Grand Theft Auto: San Andreas สำหรับการนำไปพากย์ในภาษาไทย โดยสังเคราะห์แนวทางการแปลและพากย์ตัวบทคัดสรร จากทฤษฎี แนวคิด และหลักการที่เกี่ยวข้องกับการแปลบทพากย์ การแปลเกม และการแปลตัวบทที่มีปัญหาด้านความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ของนักแปล บนสมมติฐานที่ว่าการประยุกต์ใช้ทฤษฎีดังกล่าวจะสามารถนำมาสังเคราะห์เป็นกลวิธีการแก้ปัญหาการแปลบทพากย์ของวิดีโอเกม Grand Theft Auto: San Andreas โดยเฉพาะในส่วนของปัญหาด้านความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ของนักแปลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำบทแปลมาพากย์เป็นฉบับภาษาไทยได้อย่างเป็นธรรมชาติในวัฒนธรรมปลายทาง ผลการวิจัยพบว่า ทฤษฎี แนวคิด และหลักการที่เกี่ยวข้องกับการแปลบทพากย์เกมที่ที่มีปัญหาด้านความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ของนักแปลดังกล่าวข้างต้น สามารถนำมาสังเคราะห์เป็นกลวิธีในการแก้ไขปัญหาในการแปลบทพากย์เกม Grand Theft Auto: San Andreas และนำมาใช้พากย์ได้โดยถ่ายทอดความหมายได้ใกล้เคียงกับตัวบทต้นฉบับมากที่สุด


การศึกษารายการสารคดีเชิงข่าวต่างประเทศ “ร้อยเรื่องรอบโลก”ในช่องยูทูบ “รอบโลก By กรุณา บัวคำศรี” ตามแนวปริจเฉทวิเคราะห์, ณัชชา หนูบุญคง Jan 2024

การศึกษารายการสารคดีเชิงข่าวต่างประเทศ “ร้อยเรื่องรอบโลก”ในช่องยูทูบ “รอบโลก By กรุณา บัวคำศรี” ตามแนวปริจเฉทวิเคราะห์, ณัชชา หนูบุญคง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้มี 2 ประการ คือ เพื่อวิเคราะห์ 1) โครงสร้างและองค์ประกอบที่เป็นลักษณะเด่นของรายการสารคดีเชิงข่าวต่างประเทศ “ร้อยเรื่องรอบโลก” ในช่องยูทูบ “รอบโลก by กรุณา บัวคำศรี” และ 2) กลวิธีทางภาษาในรายการสารคดีเชิงข่าวต่างประเทศ “ร้อยเรื่องรอบโลก” ในช่องยูทูบ “รอบโลก by กรุณา บัวคำศรี” แนวทางที่ใช้ศึกษา คือ แนวคิดปริจเฉทวิเคราะห์ และแนวคิดเกี่ยวกับวัจนปฏิบัติศาสตร์ ข้อมูลที่ศึกษาได้มาจากคลิปวิดีโอรายการสารคดีเชิงข่าวต่างประเทศ “ร้อยเรื่องรอบโลก” ในช่องยูทูบ “รอบโลก by กรุณา บัวคำศรี” ที่เผยแพร่ระหว่างวันที่ 1 มกราคม จนถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 โดยเลือกเก็บข้อมูลเฉพาะตอนที่เป็นเลขคี่ และเก็บข้อมูลเฉพาะตอนที่กรุณา บัวคำศรี เป็นผู้ดำเนินรายการหรือผู้บรรยาย ทั้งหมด 25 ตอน ความยาวจริง 7 ชั่วโมง 7 นาทีผลการศึกษาโครงสร้างและองค์ประกอบที่เป็นลักษณะเด่นพบว่าโครงสร้างหลักของรายการเป็นโครงสร้างแบบสารคดี เนื่องจากมีส่วนเกริ่นนำ ส่วนการดำเนินเรื่อง และส่วนท้ายของรายการที่เหมือนกับรายการสารคดีทั่วไป และเมื่อพิจารณาองค์ประกอบสำคัญที่ปรากฏในรายการสารคดีเชิงข่าวต่างประเทศดังกล่าวพบว่าเป็นองค์ประกอบของสารคดี เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริง ความคิดเห็น และเกร็ดความรู้ ในขณะที่องค์ประกอบของข่าวปรากฏเพียงข้อเท็จจริงเท่านั้น อย่างไรก็ตามผู้วิจัยพบว่าผู้ดำเนินรายการใช้ลีลาการนำเสนอที่แสดงลักษณะของข่าว ได้แก่ การแสดงการมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ของผู้ดำเนินรายการ การยกถ้อยคำให้สัมภาษณ์ของกลุ่มคนที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์มานำเสนอ และการนำเสนอเหตุการณ์ที่เคยเป็นข่าว ลีลาการนำเสนอดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นถึงลักษณะการนำเสนอของกรุณา บัวคำศรี และความเป็นสารคดีเชิงข่าวต่างประเทศผลการศึกษากลวิธีทางภาษาพบว่ามี 13 กลวิธีหลัก จำแนกตามวัตถุประสงค์หลักในการสื่อสาร ได้แก่ 1. เปิดมุมมองให้ผู้ชมมองเห็นภาพและเกิดความรู้สึกร่วมไปกับประเด็นที่นำเสนอ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เป็นเรื่องไกลตัว ได้แก่ 1) การใช้คำศัพท์ 2) การใช้รูปประโยคแบบต่าง ๆ 3) การใช้อุปลักษณ์ 4) การให้รายละเอียด 2. เพื่อทำให้ผู้ชมมองเห็นภาพกลุ่มคนที่รายการต้องการนำเสนอซึ่งแตกต่างจากผู้คนโดยทั่วไปในสังคม ประกอบด้วย 1) การใช้รูปประโยคแบบต่าง ๆ และ 2) การอ้างถึงโดยใช้คำแสดงความเป็นพวกเขาพวกเรา 3. เพื่อทำให้ผู้ชมฉุกคิดและเกิดความรู้สึกร่วมไปกับประเด็นที่ผู้ดำเนินรายการต้องการเสนอ ประกอบด้วย 1) การใช้คำถามเชิงวาทศิลป์ …


การแปลกริยาไร้ประธาน “ให้” ในพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ, สุวิพร ไฉไลสถาพร Jan 2024

การแปลกริยาไร้ประธาน “ให้” ในพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ, สุวิพร ไฉไลสถาพร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาและหาแนวทางการแปลกริยาไร้ประธาน “ให้” ที่แสดงมาลาบอกเล่า มาลาสั่ง และมาลาอนุญาตใน พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีสมมติฐานว่า กริยาไร้ประธาน “ให้” เป็นคำแสดงมาลาบอกเล่า มาลาสั่ง และมาลาอนุญาต และในการแปลกริยาดังกล่าวจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษจะขึ้นอยู่กับประเภทของมาลา โดยจะต้องเลือกคำแสดงมาลาที่สอดคล้องกันในภาษากฎหมายอังกฤษ จากการศึกษาพบกริยาไร้ประธาน “ให้” ในตัวบททั้งสิ้น 74 จุด แบ่งเป็นโครงสร้าง ให้ + (กรรม) + กริยา 60 จุด และ (กรรม) + ให้ + กริยา 14 จุด ไม่ละกรรม 55 จุด และละกรรม 19 จุด โดยสามารถจำแนกมาลาออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1) มาลาสั่ง 52 จุด 2) มาลาบอกเล่า 15 จุด 3) มาลาอนุญาต 6 จุด และ 4) มาลาสั่ง + อนุญาต 1 จุด กริยาไร้ประธาน "ให้" ที่พบสามารถแปลโดยใช้คำแสดงมาลาที่สอดคล้องกันในภาษากฎหมายอังกฤษ 60 จุด อีก 11 จุดต้องปรับเป็นคำชนิดอื่นเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ และอีก 3 จุดไม่ได้ทำการแปลเพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อน กล่าวโดยสรุปได้ว่ากริยาไร้ประธาน “ให้” ในตัวบทส่วนใหญ่อยู่ในโครงสร้าง ให้ + (กรรม) + กริยา (81.08%) ไม่ละกรรม (74.32%) แสดงมาลาสั่ง (70.27%) และสามารถแปลโดยใช้คำแสดงมาลาที่สอดคล้องกันในภาษากฎหมายอังกฤษ (81.08%) ผลการวิจัยสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้และยังสอดคล้องกับงานวิจัยที่ผ่านมาซึ่งระบุว่ากริยาไร้ประธาน “ให้” ในภาษากฎหมายไทยสื่อความหมายสั่งและอนุญาต งานวิจัยนี้ยังพบประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติม 2 ประการ ได้แก่ …


ความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ในการแปล: กรณีศึกษาเปรียบเทียบการแปลปาฐกถาในหัวข้อ “Democracy And Patronage System Of Thailand” โดยนายจักรภพ เพ็ญแขและพรรคประชาธิปัตย์, รตวัน ศรีพิเชียร Jan 2024

ความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ในการแปล: กรณีศึกษาเปรียบเทียบการแปลปาฐกถาในหัวข้อ “Democracy And Patronage System Of Thailand” โดยนายจักรภพ เพ็ญแขและพรรคประชาธิปัตย์, รตวัน ศรีพิเชียร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์นี้เป็นงานวิจัยที่ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างการเคลื่อนที่เกิดขึ้นในกระบวนการแปลปาฐกถาเรื่อง “Democracy and Patronage System of Thailand” กับหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ของบทแปลรวมถึงอุดมการณ์ของผู้แปล โดยใช้รูปแบบการวิเคราะห์เชิงระบบสำหรับการแปลเชิงพรรณนาของเจเรมี่ มันเดย์และทฤษฎีเรื่องเล่าของโมนา เบเคอร์การวิเคราะห์ข้อมูลมีขั้นตอนทั้งหมด 2 ขั้นตอนหลัก โดยขั้นตอนที่ 1 เป็นการศึกษาต้นฉบับและสำนวนแปล 2 ฉบับโดยใช้รูปแบบการวิเคราะห์เชิงระบบสำหรับการแปลเชิงพรรณนาของมันเดย์ ซึ่งประกอบด้วย 3 ขั้นตอนย่อย ได้แก่ (1) การวิเคราะห์ด้วยทฤษฎีไวยากรณ์ระบบและหน้าที่ (2) การวิเคราะห์ด้วยภาษาศาสตร์คลังข้อมูล และ (3) การวิเคราะห์ร่วมกับบริบททางสังคมและการเมือง และขั้นตอนที่ 2 ได้แก่ได้แก่การนำผลการวิเคราะห์ที่ได้จากขั้นตอนแรกมาวิเคราะห์ร่วมกับทฤษฎีเรื่องเล่า (Narrative Theory) โดยมุ่งศึกษาประเด็นทั้งหมด 3 ประเด็น ได้แก่ (1) ประเภทของเรื่องเล่าที่พบในกระบวนการแปลต้นฉบับ (2) องค์ประกอบของเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกับการเคลื่อนที่พบ (3) กลวิธีในการกำหนดกรอบเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกับการเคลื่อนที่พบจากการวิเคราะห์ต้นฉบับและสำนวนแปล 2 ฉบับตามขั้นตอนข้างต้น ทำให้พิสูจน์สมมติฐานได้ว่าการเคลื่อนที่เกิดขึ้นมีความเชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ในการแปลรวมถึงอุดมการณ์ของผู้แปล ผ่านการใช้ภาษาไม่ว่าจะในเชิงการสื่อความคิด เชิงการสื่อบุคคลสัมพันธ์ และเชิงความเรียง และการที่มีการเคลื่อนที่สามารถเชื่อมโยงได้กับองค์ประกอบของเรื่องเล่าทั้ง 4 องค์ประกอบ ได้แก่การลำดับเรื่อง ความเชื่อมโยงของเรื่องเล่า การวางโครงเรื่อง และ การเลือกสรรข้อมูล และการใช้กลวิธีในการวางกรอบเรื่องเล่า ได้แก่การเลือกสรรข้อมูล การใช้ถ้อยคำตีตรา และการเปลี่ยนตำแหน่งผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ แสดงให้เห็นว่าการเคลื่อนเหล่านั้นมีส่วนในการประกอบสร้างเรื่องเล่าของผู้แปลแต่ละคนให้มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของบทแปลและอุดมการณ์ของผู้แปลนอกจากนั้น การวิเคราะห์ด้วยทฤษฎีเรื่องเล่าทำให้พบว่าการแปลปาฐกถาเรื่อง “Democracy and Patronage System of Thailand” นำเสนอเรื่องเล่าปัจเจกบุคคล 1 เรื่องได้แก่เรื่องเล่าที่แสดงถึงจุดยืนของนายจักรภพต่อระบบอุปถัมภ์ เรื่องเล่าสาธารณะ 1 เรื่องได้แก่เรื่องเล่าสาธารณะว่าด้วยบทบาทของพระมหากษัตริย์ในสังคมไทย เรื่องเล่าวิชาการ 1 เรื่องได้แก่เรื่องเล่าวิชาการว่าด้วยระบบอุปถัมภ์และประชาธิปไตย และเรื่องเล่าแม่บท 1 เรื่องได้แก่เรื่องเล่าแม่บทว่าด้วยการเข้าสู่ประชาธิปไตย


กลวิธีการสร้างความตลกขบขันกับภาพแทนของผู้หญิงที่นำเสนอในการ์ตูนช่องบนเพจเฟซบุ๊ก “เบื่อเมีย” และ “ฟอร์มหมาแก่”, รชยา รัชตะวรรณ Jan 2024

กลวิธีการสร้างความตลกขบขันกับภาพแทนของผู้หญิงที่นำเสนอในการ์ตูนช่องบนเพจเฟซบุ๊ก “เบื่อเมีย” และ “ฟอร์มหมาแก่”, รชยา รัชตะวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาพแทนของผู้หญิงที่นำเสนอผ่านมุกตลกในการ์ตูนบนเฟซบุ๊ก โดยใช้กรอบการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ (Qualitative Content Analysis; QCA) ในการค้นหาหัวข้อ (theme) และเพื่อศึกษากลวิธีการสร้างความตลกขบขันของมุกตลกในการ์ตูนบนเฟซบุ๊ก โดยใช้ทฤษฎีทั่วไปของภาษาสื่ออารมณ์ขัน (General Theory of Verbal Humor; GTVH) ในการวิเคราะห์แหล่งความรู้ (Knowledge Resource; KR) 6 ประการ ซึ่งเป็นองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ช่วยในการสร้างความตลกขบขัน ได้แก่ ความขัดแย้งของตัวบท (Script Opposition) กลไกทางตรรกะ (Logical mechanism) สถานการณ์ (Situation) เป้าหมายในการล้อเลียน (Target) กลวิธ๊ในการบรรยาย (Narrative strategy) รูปภาษา (Language) โดยเก็บข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก “เบื่อเมีย” และ “ฟอร์มหมาแก่” จำนวน 87 ตัวอย่าง ผลการวิจัยพบว่ามุกตลกในการ์ตูนบนเฟซบุ๊กนำเสนอภาพแทนของผู้หญิงจำนวน 5 หัวข้อ ได้แก่ การควบคุมจัดการ การแสดงออกทางอารมณ์ การรับประทานอาหาร การดูแลรักษารูปร่างหน้าตา และการใช้เงิน การนำเสนอผู้หญิงในลักษณะดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นภาพแทนผู้หญิง (โดยเฉพาะในฐานะภรรยา) ว่าเป็นคนกินเก่ง ขี้โมโห เอาแต่ใจ บงการผู้ชาย ทั้งยังมีรูปร่างที่ไม่น่าดู ภาพแทนของผู้หญิงในลักษณะนี้ถูกนำเสนอผ่านตัวบทของความตลกขบขันซึ่งอาศัยความขัดแย้งของตัวบท (SO) เป็นองค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดที่มุกตลกในการ์ตูนช่องบนเฟซบุ๊กใช้ในสร้างความตลกขบขัน โดย SO ทำงานร่วมกันกับกลไกทางตรรกะ (LM) เสมอ อีกทั้งความตลกขบขันยังมักเกิดจากการทำงานร่วมกันของแหล่งความรู้ (KR) หลายประการด้วย


การฝึกฝนการใช้เสียงสำหรับนักแสดงตามเทคนิคการฝึกการใช้เสียงของ คริสติน ลิงค์เลเทอร์ : กรณีศึกษาการแสดงเดี่ยว เรื่อง เดอะ ฮิวแมน วอยซ์ ของ ฌอง กอกโต, จารุศรี ศุกระจันทร์ Jan 2024

การฝึกฝนการใช้เสียงสำหรับนักแสดงตามเทคนิคการฝึกการใช้เสียงของ คริสติน ลิงค์เลเทอร์ : กรณีศึกษาการแสดงเดี่ยว เรื่อง เดอะ ฮิวแมน วอยซ์ ของ ฌอง กอกโต, จารุศรี ศุกระจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและฝึกฝนเทคนิคการพัฒนาการใช้เสียงอันเป็นธรรมชาติ ของคริสติน ลิงค์เลเทอร์ และสังเคราะห์กระบวนการการนำเทคนิคดังกล่าวมาปรับใช้ในการพัฒนาการแสดงเดี่ยวบทละครเรื่อง เดอะ ฮิวแมน วอยซ์ เนื่องจากผู้วิจัยประสบปัญหาเกี่ยวกับการใช้เสียงในการแสดง กล่าวคือผู้วิจัยไม่สามารถถ่ายทอดความจริงภายในของตัวละครผ่านเสียงได้อย่างตรงไปตรงมาในบางสถานการณ์ ส่งผลให้ผู้ชมไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกและเรื่องราวของตัวละครได้อย่างลึกซึ้งและชัดเจน ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาเทคนิคดังกล่าวอันเป็นเทคนิคที่ช่วยให้นักแสดงสามารถค้นพบการใช้เสียงอย่างเป็นอิสระ นำไปสู่การสื่อสารความจริงภายในของตัวละครที่ละเอียดอ่อน ลึกซึ้ง และจริงใจยิ่งขึ้น ผู้วิจัยนำเทคนิคดังกล่าวมาใช้ฝึกฝนในขั้นตอนของการฝึกฝนเสียงเพื่อพัฒนาเสียง และเตรียมความพร้อมของเสียงก่อนการแสดง การฝึกซ้อมบทละคร และการเตรียมตัวก่อนทำการแสดงจริง ผู้วิจัยค้นพบว่าภายหลังการฝึกฝนการใช้เสียงด้วยเทคนิคพัฒนาการใช้เสียงอันเป็นธรรมชาติของคริสติน ลิงค์เลเทอร์ ผู้วิจัยสามารถกำจัดอุปสรรค์ที่ขัดขวางการเชื่อมโยงระหว่างเสียง และอารมณ์ความรู้สึกภายในของตัวละครได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้วิจัยสามารถถ่ายทอดความจริงภายในของตัวละครได้อย่างลุ่มลึก และจริงใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งผู้วิจัยค้นพบว่าตนเองพัฒนาทักษะอื่น ๆ ทางด้านการแสดงควบคู่ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวร่างกาย จินตนาการ และประสาทสัมผัส ส่งผลต่อการพัฒนาการแสดงองค์รวมของผู้วิจัย โดยผู้วิจัยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลวิจัย และสรุปผลการวิจัยจากการศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง จดบันทึกและบันทึกวิดีโอการฝึกซ้อม การรวบรวมแบบสอบถามจากผู้ชม และการสัมมนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านการใช้เสียง


การศึกษากระบวนการฝึกฝนความทรงจำทางประสาทสัมผัสของ อูทา ฮาเกน และการฝึกฝนร่างกายของ เจอร์ซี่ โกรวทาฟสกี : กรณีศึกษา บทละครเรื่อง Death And Maiden (เดธ แอนด์ เดอะ เมเดน) ของ แอเรียล ดอร์ฟ, กุลสตรี ตั้งมานะกิจกำจาย Jan 2024

การศึกษากระบวนการฝึกฝนความทรงจำทางประสาทสัมผัสของ อูทา ฮาเกน และการฝึกฝนร่างกายของ เจอร์ซี่ โกรวทาฟสกี : กรณีศึกษา บทละครเรื่อง Death And Maiden (เดธ แอนด์ เดอะ เมเดน) ของ แอเรียล ดอร์ฟ, กุลสตรี ตั้งมานะกิจกำจาย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและสังเคราะห์กระบวนการฝึกฝนความทรงจำทางประสาทสัมผัสของ อูทา ฮาเกน และการฝึกฝน ร่างกายของ เจอร์ซี่ โกรวทาฟสกีเพื่อสามารถนำไปพัฒนาการแสดงผ่านตัวละคร พอลลินา ในละครเรื่องเดธ แอนด์ เดอะ เมเดน (Death and the Maiden) โดยผู้วิจัยได้ศึกษาทฤษฎีการแสดง และมีการฝึกฝนผ่านแบบฝึกหัดด้านการแสดงควบคู่ไปกับการฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาตนเองในด้านการเรียกความทรงจำทางประสาทสัมผัสมาใช้ในขณะทำการแสดงและพัฒนาตนเองในด้านการใช้ร่างกายเพื่อเป็นสื่อกลางในการสื่อสารของตัวละครอย่างมีอิสระและผ่อนคลาย เนื่องจากบทละครเรื่องนี้ตัวละครพอลลินา มีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกับตัวผู้วิจัยเองอย่างสิ้นเชิง จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายที่ผู้วิจัยจะพัฒนาความสามารถในการแสดงของตนให้สามารถถ่ายทอดตัวละครนี้ออกมาได้อย่างสมจริงแบบฝึกหัดที่ผู้วิจัยใช้ฝึกฝนเพื่อพัฒนาตนเองในด้านความทรงจำทางประสาทสัมผัสจะประกอบไปด้วย 12 แบบฝึกหัด โดยที่จะแบ่งการฝึกออกเป็น 4 สัปดาห์ และฝึกฝนสัปดาห์ละ 3 แบบฝึกหัด และแบบฝึกหัดฝึกฝนร่างกายจะประกอบไปด้วย 6 แบบฝึกหัด โดยที่แบ่งการฝึกออกเป็นสัปดาห์ละ 1 แบบฝึกหัด ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลโดยการจดบันทึก การบันทึกวิดิโอการฝึกซ้อมและการแสดง และมีการประเมินหลังการแสดงจบจากผู้เชี่ยวชาญทางการแสดง ผู้กำกับ นักแสดง และผู้ชมทั่วไปสิ่งที่ผู้วิจัยได้พัฒนาหลังจากการฝึกฝนแบบฝึกหัดจนครบ 10 สัปดาห์แล้วนำมาพัฒนาตนเองในการแสดงบนเวทีนั้น ผู้วิจัยสามารถเรียกความทรงจำทางประสาทสัมผัสมาใช้ขณะแสดงบนเวทีได้อย่างมีชัดเจนและเสถียร รวมไปถึงสามารถเทียบเคียงและใช้การจินตนาการเพื่อเข้าใจความเจ็บปวดของตัวละครที่ไม่ได้มีประสบการณ์ชีวิตเหมือนกับผู้วิจัยเอง และสามารถอยู่กับเหตุการณ์ตรงหน้าในขณะแสดงได้ดียิ่งขึ้น ในส่วนของร่างกายนั้น ผู้วิจัยรู้สึกได้ถึงความเป็นอิสระ ผ่อนคลาย ไม่เกิดอาการเกร็งจากความตื่นเต้นในขณะแสดง


การศึกษากระบวนการการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรม แนวเสียดสีเรื่อง ยัวร์ ซิสเตอร์ ฮัสแบนด์ ของ อัลเฟียน ซาร์ท เพื่อสื่อสารประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เท่าเทียม, ปิยนาฏ เลิศบัญชร Jan 2024

การศึกษากระบวนการการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรม แนวเสียดสีเรื่อง ยัวร์ ซิสเตอร์ ฮัสแบนด์ ของ อัลเฟียน ซาร์ท เพื่อสื่อสารประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เท่าเทียม, ปิยนาฏ เลิศบัญชร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาและสังเคราะห์กระบวนการการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรมแนวเสียดสีเรื่อง ยัวร์ซิสเตอร์ฮัสแบนด์ ของ อัลเฟียน ซาร์ท เพื่อที่จะสามารถสื่อสารประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เท่าเทียมได้ เนื่องด้วยการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรมเป็นแนวที่ผู้วิจัยคิดว่าตนเองยังไม่ถนัดและมีความสนใจที่จะเรียนรู้เพื่อหากระบวนการการกำกับการแสดงที่สามารถสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ชมและในขณะเดียวกันก็สามารถสื่อสารประเด็นสำคัญเรื่องการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เท่าเทียมที่เป็นเรื่องที่กระทบใจผู้วิจัยอย่างมากที่ซ่อนอยู่ในเรื่องไปด้วยได้ โดยบทละครเรื่องนี้มีความท้าทายตรงที่ถูกเขียนขึ้นโดยชาวมาเลย์สิงคโปร์แต่ผู้วิจัยต้องกำกับการแสดงให้ผู้ชมที่เป็นชาวไทยได้รับชม นอกจากการศึกษากระบวนการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรมแนวเสียดสีแล้ว ยังต้องศึกษากระบวนการการกำกับการแสดงโดยข้ามวัฒนธรรมจากวัฒนธรรมมาเลย์สิงคโปร์มายังผู้ชมชาวไทยให้ได้อีกด้วยผู้วิจัยเริ่มจากการรวบรวมข้อมูล ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ทั้งกระบวนการสร้างเสียงหัวเราะ สิ่งที่ทำให้ผู้ชมหัวเราะ กลวิธีการเสียดสี การกำกับการแสดง และที่สำคัญคือเรื่องของศาสนาและวัฒนธรรมเพราะตัวละครในเรื่องเป็นชาวมาเลย์สิงคโปร์ที่นับถือศาสนาอิสลาม มีวิถีชีวิตที่แตกต่างจากสังคมไทย เพื่อให้เข้าใจรายละเอียดที่มาที่ไปของการกระทำของตัวละคร นำมาวิเคราะห์ตีความและสร้างเป็นกรอบคิดเพื่อทำการทดลอง ผู้วิจัยมองว่า การจะทำให้ผู้ชมเข้าใจสารของเรื่องผ่านละครแนวสุขนาฏกรรมแนวเสียดสีนั้น จะต้องทำงานผ่าน 3 องค์ประกอบดังนี้ คือ 1. การทำงานกับนักแสดง 2.การทำงานกับจังหวะบนเวที และ 3. การทำงานกับภาพบนเวที เมื่อได้องค์ประกอบทั้งสามอย่างนี้แล้ว จึงเตรียมการซ้อม โดยการวิเคราะห์ตีความตามหลักการกำกับการแสดง ทั้งการหาความคิดหลัก ความต้องการ การกระทำ และความขัดแย้ง โดยเน้นย้ำเรื่องแกนตัวละครเพื่อให้ได้มาซึ่งทั้ง 3 องค์ประกอบเพื่อสื่อสารให้ผู้ชมสามารถเข้าใจประเด็นสำคัญของเรื่องเมื่อถึงวันแสดงผลการวิจัยพบว่าเมื่อทำงานผ่านองค์ประกอบทั้งสามอย่างตามหลักการกำกับการแสดงสามารถทำให้ผู้ชมสามารถเข้าใจประเด็นสำคัญของเรื่อง เกิดทั้งเสียงหัวเราะและความสะเทือนใจ และสร้างความตระหนักเรื่องการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เท่าเทียมในใจของผู้ชมได้ สร้างความมั่นใจให้กับผู้วิจัยในการกำกับการแสดงละครเวทีแนวสุขนาฏกรรมแนวเสียดสี และยังสามารถสื่อสารประเด็นสำคัญของเรื่องให้กับผู้ชมชาวไทย ถึงแม้ว่าบทละครเรื่องนี้จะถูกเขียนขึ้นในบริบทของประเทศสิงคโปร์ได้อีกด้วย


การเขียนบทละครเพลงเพื่อสร้างความเข้าใจของผู้ใกล้ชิดต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า, ภวินท์ แย้มกลีบ Jan 2024

การเขียนบทละครเพลงเพื่อสร้างความเข้าใจของผู้ใกล้ชิดต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า, ภวินท์ แย้มกลีบ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้มุ่งเน้นการสร้างบทละครเพลงเพื่อสร้างความเข้าใจของผู้ใกล้ชิดต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โดยผู้วิจัยเลือกการนำเสนอผ่านรูปแบบละครเพลงและการเล่าเรื่องผ่านหลายตัวละคร ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าผ่านหนังสือ เอกสารวิชาการ และการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ร่วมจากนั้นจึงนำมาสกัดเพื่อออกแบบตัวละครและโครงเรื่อง โดยผู้วิจัยเน้นการเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครหลักที่เป็นคนใกล้ชิดผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสี่คน ที่มีสถานะความสัมพันธ์ต่อผู้ป่วยต่างกัน อาทิ คนรัก พ่อ แม่ พี่น้อง เพื่อนำเสนอมิติที่หลากหลายของคนใกล้ชิดผู้ป่วย บทละครในงานวิจัยชิ้นนี้ถูกจัดแสดงในชื่อ Spotlight on sunset โดยมีการเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามจากผู้ชมทั่วไป และการเสวนาร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปะการละครและด้านจิตเวชศาสตร์ ผลการศึกษาพบว่าบทละครสามารถทำให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากขึ้นได้ผ่านการถ่ายทอดโดยตัวละครและการดำเนินเรื่องรวมถึงเนื้อหาในบทเพลง แต่ผู้วิจัยยังไม่สามารถใช้วิธีเล่าเรื่องผ่านตัวละครหลักหลายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้มุมมองของผู้ชมยังคงอยู่กับตัวผู้ป่วยมากกว่าที่จะติดตามตัวละครคนใกล้ชิดดังที่ผู้วิจัยต้องการ นอกจากนี้การใช้บทเพลงที่มากเกินไปและเล่าใจความเดิมซ้ำ ๆ ก็ทำให้ละครมีความยาวมากจนอาจทำให้ผู้ชมหลุดออกจากเรื่องได้


กระบวนการกำกับการแสดงละครเวทีเรื่อง เธิร์สท์ ของ ยูจีน โอนีลล์ตามหลักแนวคิดละครแอบเสิร์ด, อรรถกฤษณ์ พฤกษ์เลิศตระกูล Jan 2024

กระบวนการกำกับการแสดงละครเวทีเรื่อง เธิร์สท์ ของ ยูจีน โอนีลล์ตามหลักแนวคิดละครแอบเสิร์ด, อรรถกฤษณ์ พฤกษ์เลิศตระกูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เกิดจากผู้วิจัยตีความบทละครแนวสมจริงเรื่อง เธิร์สท์ ของ ยูจีน โอนีลล์ มีความคิดหลักและประเด็นสำคัญว่าด้วยความไร้แก่นสารของชีวิต ซึ่งเป็นแนวคิดของละครแนวแอบเสิร์ด ทำให้ผู้วิจัยเกิดคำถามว่า จะใช้กระบวนการกำกับการแสดงเพื่อสื่อสารความคิดจากแนวละครแอบเสิร์ดนี้ให้ออกมาในละครสมจริงได้อย่างไร ดังนั้น จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทดลองกระบวนการกำกับการแสดงที่เหมาะสมให้สื่อสารเพื่อตอบข้อคำถามดังกล่าว ผู้วิจัยใช้วิธีวิจัยเชิงสร้างสรรค์ วิเคราะห์รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สร้างกรอบแนวคิดให้เข้าใจรายละเอียดของประเด็นดังกล่าวที่ซ่อนในเนื้อหาบทละคร แล้วนำมาวิเคราะห์ตีความตามหลักการสำหรับกำกับการแสดง และกำหนดแนวคิดงานออกแบบของผู้กำกับการแสดง รวบรวมเตรียมเป็นข้อมูลเพื่อกำกับการแสดง ในช่วงการวิเคราะห์ตีความและการฝึกซ้อม ผู้วิจัยใช้หลักแนวคิดของละครแอบเสิร์ดในการวิเคราะห์ตีความพฤติกรรมตัวละคร ประกอบกับหลักวิเคราะห์ตีความของ สตานิสลาฟสกี ใช้แบบฝึกหัดจินตนาการของแอดเลอร์ ใช้วิธีแนะนำการแสดงให้กับนักแสดงด้วยการเทียบเคียงเหตุการณ์ในเรื่องกับประสบการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วไป และใช้วิธีการซ้อมดำเนินผ่านฉากตามลำดับต่อเนื่อง เพื่อช่วยตรวจทานสร้างความเข้าใจแกนเงื่อนไขตัวละครให้กับนักแสดง อีกทั้งภาพรวมของจังหวะดำเนินเรื่องร่วมกับองค์ประกอบศิลป์ในการแสดง และทดลองเรียนรู้พัฒนาตลอดช่วงการฝึกซ้อมจนถึงขั้นแสดงผลงานละครต่อสาธารณะชน ผลวิจัยปรากฎว่า เมื่อผู้วิจัยมีกรอบแนวคิดประเด็นเรื่องความไร้แก่นสารของชีวิตมนุษย์ ช่วยเชื่อมโยงประกอบวิเคราะห์ตีความบทละคร ทำให้กระบวนการคิดของผู้วิจัยเข้าใจรายละเอียดในเนื้อหาของบทละครโดยเฉพาะความคิดหลักของเรื่องอย่างกระจ่าง และสร้างความมั่นใจให้กับผู้วิจัยเมื่อกำกับการแสดง สามารถสื่อสารเนื้อหาของบทละครแก่นักแสดง ตลอดจนผู้ชมละครเวทีให้รู้สึกร่วมไปตามรูปแบบนำเสนอละครสมจริงได้ นอกจากนี้ กระบวนวิธีวิจัยดังกล่าว อาจเป็นแนวทางและวิธีช่วยให้ผู้กำกับการแสดง ได้ฝึกหัดค้นหาความคิดหลักของเรื่องให้เข้าใจแม่นยำ ตระหนักกับสิ่งที่ต้องการสื่อสาร รวมทั้งลำดับความสำคัญโดยใช้ความคิดหลักนั้นนำทางค้นหารูปแบบกลวิธีนำเสนอได้อย่างมีทิศทางชัดเจนขึ้นด้วย


Buddhism And Khwan In The Religious System Of The Tai Khamtis' Villages In Arunachal Pradesh, India, Chow Kensan Tunkhang Jan 2024

Buddhism And Khwan In The Religious System Of The Tai Khamtis' Villages In Arunachal Pradesh, India, Chow Kensan Tunkhang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This thesis examines the interaction between Buddhism and Khwan, an indigenous belief in the soul, in three Tai Khamti villages in Arunachal Pradesh, India. The study aims to identify components of the Khwan belief tradition, as well as to investigate the nature of their relationships with Buddhism.Ethnographic cases reveal that Khwan is a distinct and indivisible essence that invigorates all living beings, and without one of which, an individual is susceptible to afflictions. Possessing a complete Khwan symbolises life, whereas its absence signifies death. There are four primary categories of Khwan ritual complexes conducted for an ailing individual: retrieving the …


การรวมเสียงพยัญชนะก้องและไม่ก้องในภาษาไทย ภาษาล้านนา และภาษาอีสาน, มาเรีย ฑิมพิกา โฉมชา Jan 2024

การรวมเสียงพยัญชนะก้องและไม่ก้องในภาษาไทย ภาษาล้านนา และภาษาอีสาน, มาเรีย ฑิมพิกา โฉมชา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การรวมเสียงก้องและไม่ก้องเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญต่อภาษาตระกูลไท เพราะทำให้หน่วยเสียง พยัญชนะในภาษามีจำนวนน้อยลงแต่มีจำนวนวรรณยุกต์เพิ่มขึ้น วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาช่วงเวลาการรวมกัน ของเสียงก้องและไม่ก้องในภาษาไทย ภาษาล้านนา และภาษาอีสาน โดยศึกษาการเขียนคำที่ไม่ตรงตามประวัติคำ ในจารึกทั้งสามภาษา รูปเขียนที่ไม่ตรงตามประวัติคำบ่งชี้ว่าเกิดความสับสนระหว่างอักขระที่เมื่อแรกประดิษฐ์เคย เปรียบต่างด้านความก้องและไม่ก้องและแสดงว่าเกิดการรวมเสียงก้องและไม่ก้องขึ้นแล้ว ผลการศึกษาบ่งชี้ว่าการ รวมเสียงก้องและไม่ก้องในภาษาไทยเกิดขึ้นอย่างช้าในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ภาษาล้านนา และภาษาอีสาน เกิดขึ้นอย่างช้าราวกลางพุทธศตวรรษที่ 20 ช่วงระยะเวลาการรวมเสียงก้องและไม่ก้องในภาษาไทย ภาษาล้านนา และภาษาอีสานที่เกิดขึ้นในระยะเวลาใกล้เคียงกันบ่งชี้ว่าการรวมเสียงก้องและไม่ก้องเป็นพัฒนาการในภาษา ตระกูลไทน่าจะมีปัจจัยทางภูมิศาสตร์ประกอบ เนื่องจากผู้พูดทั้งสามภาษามีถิ่นฐานที่ใกล้กันและการ ติดต่อสื่อสารกันอาจนำการเปลี่ยนแปลงทางเสียงมาสู่ทั้งสามภาษาในเวลาไล่เลี่ยกัน ผลการศึกษานี้สอดคล้องกับ ข้อเสนอของ Li (1977), Gedney (1989), Bickner (1992) และ Tangsiriwattanakul (2020) ผู้เสนอว่าการ รวมเสียงก้องและไม่ก้องนี้เกิดขึ้นหลังจากการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มคนไทในดินแดนประเทศไทยปัจจุบัน


กระบวนการแก้ไขปัญหาการเป็นตัวละครเเละการอยู่กับความต้องการของตัวละคร: กรณีศึกษาการแสดงเป็นตัวละคร "มาช่า"ในละครเวทีเรื่อง วานย่า เเละซอนย่า เเละ มาช่า เเละสไปค์ (2555) ของ คริสโตเฟอร์ ดูแรง, นวฉัตร เสนวิรัช Jan 2024

กระบวนการแก้ไขปัญหาการเป็นตัวละครเเละการอยู่กับความต้องการของตัวละคร: กรณีศึกษาการแสดงเป็นตัวละคร "มาช่า"ในละครเวทีเรื่อง วานย่า เเละซอนย่า เเละ มาช่า เเละสไปค์ (2555) ของ คริสโตเฟอร์ ดูแรง, นวฉัตร เสนวิรัช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขปัญหาการเป็นตัวละครและการอยู่ กับความต้องการของตัวละคร : กรณีศึกษาการแสดงเป็นตัวละคร “มาช่า” ในละครเวทีเรื่อง วานย่า และ ซอนย่า และ มาช่า และ สไปค์ (2555) ของ คริสโตเฟอร์ ดูแรง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกฝนและพัฒนาทักษะการแสดงในการเป็นตัวละครและการอยู่กับความต้องการของตัวละครของนักแสดงและเพื่อค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหาการเป็นตัวละครและการอยู่กับความต้องการตัวละครของนักแสดงในฐานะตัวละคร “มาช่า (Masha)” ในบทละครเวทีเรื่อง “Vanya and Sonia and Masha and Spike” เนื่องจากผู้วิจัยยังมีประสบการณ์ด้านการแสดงไม่มากพอทำให้ผู้วิจัยประสบปัญหาในการแสดง 2 เรื่อง คือ 1.) การเป็นตัวละครหรือการเข้าถึงบทบาทของตัวละคร และ 2.) การอยู่กับความต้องการของตัวละคร โดยมีคำถามงานวิจัยว่า ผู้วิจัยจะสามารถพัฒนาทักษะการแสดงเรื่องการเป็นตัวละครเเละการอยู่กับความต้องการของตัวละครของนักแสดงในการแสดงบทละครเวทีเรื่อง “Vanya and Sonia and Masha and Spike” ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งในงานวิจัยชิ้นนี้ผู้วิจัยได้ค้นคว้าหาข้อมูล แนวคิด ทฤษฎี ของนักการละครตะวันตกที่ได้ร่ำเรียนจากศาสตร์ด้านการแสดงของหลักสูตรปริญญาโท ภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยตั้งสมมติฐานของงานวิจัยไว้ว่าการเป็นตัวละครและการอยู่กับความต้องการของตัวละคร "มาช่า (Masha)" จะช่วยให้ร่างกายของผู้วิจัยในฐานะนักแสดงสามารถตอบสนองออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งนี้กระบวนการดำเนินงานวิจัยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 กระบวนการคือ 1.) การทำงานวิเคราะห์บทละครและตัวละคร 2.) กระบวนการฝึกซ้อมการแสดง 3.) ช่วงระยะเวลาการทำงานก่อนวันแสดง (Pre - Production) และ 4.) ช่วงระยะเวลาการแสดงและหลังการแสดง (Production) นอกจากนี้ผู้วิจัยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเพื่อประเมินผลการวิจัย 2 แบบดังนี้ คือ 1.) แบบบันทึกวิดิโอการซ้อมการแสดงและการสังเกต (Observation) ผู้วิจัยได้มีการจดบันทึกคำแนะนำจากผู้กำกับหลังการฝึกซ้อมทุกครั้ง พร้อมทั้งบันทึกภาพวิดิโอตอนช่วงฝึกซ้อมบางช่วงกับบันทึกวิดีโอรอบวันแสดงจริง และ 2.) การประเมินผลจากการแสดงจริงของช่วงระยะหลังการแสดง(Post Production) ซึ่งผู้วิจัยได้จัดทำแบบสอบถามจากผู้รับชมการแสดงและคำแนะนำจากผู้กำกับและครูที่ปรึกษาหลักด้านการแสดง ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า การเป็นตัวละครและการอยู่กับความต้องการของตัวละครนั้นต้องเริ่มจากการเข้าใจตัวละครโดยการที่นักแสดงต้องมีความรู้สึกนึกคิดแบบตัวละคร พร้อมทั้งการปล่อยวางตนเองให้อยู่กับปัจจุบันขณะ(Moment) จะสามารถช่วยให้ผู้วิจัยสามารถสื่อสารการแสดง ถ่ายทอดบทบาท และสามารถตอบสนองปรับเปลี่ยนวิธีการการแสดงที่มีมิติหลากหลายพร้อมทั้งแสดงตามสถานการณ์ในฉากได้อย่างเหมาะสม ซึ่งผู้วิจัยได้นำ แนวคิด ทฤษฎี เทคนิคการแสดงของผู้เชี่ยวชาญการแสดงชื่อดังทั้ง 3 ท่านคือ …


การใช้ศิลปะการละครเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจสำหรับนักศึกษาแพทย์ไทย, ชนัตถ์ พงษ์พานิช Jan 2024

การใช้ศิลปะการละครเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจสำหรับนักศึกษาแพทย์ไทย, ชนัตถ์ พงษ์พานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจเป็นหนึ่งในทักษะความเป็นมืออาชีพของแพทย์ที่ควรเสริมสร้างตั้งแต่การเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ความเห็นอกเห็นใจส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ดีของแพทย์และคนไข้ ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและเก็บข้อมูลจากคนไข้ได้ดีขึ้น ลดความวิตกกังวลและความเครียดของคนไข้ ศิลปะการละครเป็นศาสตร์ที่มีศักยภาพในการฝึกฝนความเห็นอกเห็นใจ ปัจจุบันมีการใช้ละครด้นสดมาบูรณาการกับการฝึกฝนทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจในนักศึกษาแพทย์ แต่ยังขาดการศึกษาที่ใช้ทฤษฎีการแสดงมาประยุกต์ในเชิงปฏิบัติ และยังไม่มีการศึกษารูปแบบนี้ในประเทศไทย วิจัยนี้ศึกษาการออกแบบ ‘หลักสูตรการแสดงเพื่อความเห็นอกเห็นใจ’ สำหรับนักศึกษาแพทย์ไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเหมาะสม ความพึงพอใจ และทัศนคติของนักศึกษาแพทย์ที่มีต่อหลักสูตร ตลอดจนศึกษาพัฒนาการด้านการสื่อสารและทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไปหลังเรียน การออกแบบหลักสูตรใช้หลักการแสดงของนักการละครชาวรัสเซีย คอนสแตนติน สตานิสลาฟสกี ประกอบด้วยทักษะ 3 ด้าน ได้แก่ ภาวะสร้างสรรค์ การเชื่อมโยง และจินตนาการ นำมาบูรณาการกับการฝึกฝนทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจ ได้เป็นหลักสูตรการแสดงความยาว 3 วัน รวมทั้งสิ้น 18 ชั่วโมงที่มุ่งหวังให้นักศึกษาแพทย์เชื่อมโยงกับตนเอง ผู้อื่น และคนไข้อย่างมืออาชีพ หลักสูตรได้นำมาใช้กับนักศึกษาแพทย์กลุ่มนำร่อง 6 ราย เพื่อปรับปรุงหลักสูตรและกลุ่มตัวอย่าง 21 ราย เพื่อวัดผล ตัวอย่าง 19 ราย ได้สื่อสารกับผู้ป่วยจำลองก่อนและหลังเรียนเพื่อประเมินทักษะการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงไป ผลวิจัยพบว่ามากกว่า 95% ของกลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยว่าหลักสูตรช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจ ได้เข้าใจความเห็นอกเห็นใจมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาแพทย์ อยากชักชวนเพื่อนให้มาเรียน สนใจเข้าร่วมอีกในอนาคต และเห็นด้วยว่าการละครช่วยให้ฝึกฝนทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจได้ดีขึ้น การสื่อสารกับผู้ป่วยจำลองหลังจบหลักสูตรพบว่า ตัวอย่างมีคะแนนการประเมินทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจสูงขึ้นในทุกด้าน ทักษะที่พัฒนาเด่นชัดคือด้านความเห็นอกเห็นใจและภาษากาย ตัวอย่างได้สะท้อนถึงคุณลักษณะเด่นของละครในการพัฒนาศักยภาพทั้งในระดับบุคคลไปถึงระดับระหว่างบุคคล การเรียนรู้มนุษย์และอารมณ์ต่าง ๆ ผ่านตัวละครคือจุดเด่นของหลักสูตรนี้ ละครเป็นกิจกรรมแบบบูรณาการที่เหมาะสมและสามารถพัฒนาทักษะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจของนักศึกษาแพทย์ได้ สามารถประยุกต์เป็นกิจกรรมเสริมในรายวิชาหรือประยุกต์ใช้กับบุคลากรทางการแพทย์ได้


การรับมือกับการถูกกลั่นแกล้งทางสังคม : การสร้างสรรค์ศิลปะการแสดงสดจากเรื่องเล่าประสบการณ์ส่วนตัว, จุฑาพิชญ์ อุสาหะ Jan 2024

การรับมือกับการถูกกลั่นแกล้งทางสังคม : การสร้างสรรค์ศิลปะการแสดงสดจากเรื่องเล่าประสบการณ์ส่วนตัว, จุฑาพิชญ์ อุสาหะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยทางศิลปะที่บูรณาการข้ามศาสตร์ระหว่างศิลปะแสดงสด กับศิลปะการละคร โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผลงาน “ศิลปะแสดงสด”ด้วยสื่อศิลปะหลายรูปแบบ และประยุกต์ใช้กลวิธีของศิลปะการละคร ได้แก่ การเล่าเรื่อง และ การแสดง เพื่อนำเสนอผลงาน ศิลปะแสดงสด จากเรื่องเล่าส่วนตัวและความทรงจำ โดยกำหนดประเด็นหลักที่จะสื่อสาร ได้แก่ การกลับไปทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ได้ทำความเข้าใจกับอดีต การเยียวยาและการรับรู้บริบทของ “ครอบครัว” ที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อก้าวพ้นผ่านเวลาที่ยากลำบากผู้วิจัยคาดหวังว่าผลงาน “ศิลปะแสดงสด” ที่ใช้หลักของการเล่าเรื่องและการแสดงทางศิลปะการละคร จะสามารถสื่อสารและสร้างประสบการณ์การรับรู้ในการรับมือกับเหตุการณ์ร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นจากการถูกกลั่นแกล้งทางสังคมให้กับผู้ชมแต่ละบุคคลในขณะชมการแสดง ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ และ จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ชมในการรับรู้เรื่องราวที่เป็นประเด็นทางสังคมนำไปสู่การก้าวผ่านความรู้สึกอันเป็นทุกข์ของตนได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต


The Development Of A Lateral Flow Immunochromatographic Strip Test For Evaluation Of Specific Antibody Levels Against Porcine Epidemic Diarrhea Virus In Pig Milk, Patumporn Jermsutjarit Jan 2024

The Development Of A Lateral Flow Immunochromatographic Strip Test For Evaluation Of Specific Antibody Levels Against Porcine Epidemic Diarrhea Virus In Pig Milk, Patumporn Jermsutjarit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Porcine epidemic diarrhea virus (PEDV) causes severe watery diarrhea in pigs of all ages, but it is particularly devastating in neonatal piglets, where it can result in 100% mortality. Therefore, lactogenic immunity is crucial for protecting against PEDV infection and reducing its virulence. One method for controlling PEDV outbreaks involves using feedback as a protocol, which entails inoculating pregnant sows with infected-PEDV intestines from piglets to enhance lactogenic immunity against PEDV. Interestingly, high serial passage of PEDV has been shown to reduce the virus's virulence. To understand the effects of serial passage, the PEDV was serially passaged both in vitro …


The Development Of A Differentiating Of Infected From Vaccinated Animals (Diva) Elisa To Detect Antibody Against Senecavirus A, Parin Watcharavongtip Jan 2024

The Development Of A Differentiating Of Infected From Vaccinated Animals (Diva) Elisa To Detect Antibody Against Senecavirus A, Parin Watcharavongtip

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Senecavirus A (SVA) is the causative agent of porcine idiopathic vesicular disease (PIVD), a condition clinically indistinguishable from other vesicular diseases in pigs, such as foot and mouth disease (FMD). This similarity complicates differential diagnosis, impacting the global swine industry, including Thailand. Rapid and accurate diagnostic methods are essential for effective disease control. Therefore, developing a highly sensitive and specific diagnostic tool for detecting SVA infection is crucial for distinguishing it from other vesicular diseases and controlling its spread. In this study, we conducted a retrospective analysis of SVA emergence in diagnostic samples from 2010 to 2021 in Thailand, with …


Development Of An Endometrial Cell Culture System Of Thai Swamp Buffalo (Bubalus Bubalis) For Studying The Endometrial-Embryo Interactions, Ruchikon Jongsuwanwattana Jan 2024

Development Of An Endometrial Cell Culture System Of Thai Swamp Buffalo (Bubalus Bubalis) For Studying The Endometrial-Embryo Interactions, Ruchikon Jongsuwanwattana

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Developing and optimizing endometrial sampling techniques are critical for advancing reproductive management and research in cattle and swamp buffalo. This PhD thesis aims i) to design a novel endometrial sampling device for cows and swamp buffaloes, ii) to develop a minimally invasive endometrial cell sample collection technique in cows and buffaloes to prepare endometrial cell culture, iii) to validate the developed mixed endometrial cell culture system retrieved by brush cytology techniques in cows and swamp buffaloes and iv) to utilize the minimally invasive endometrial cell sampling technique for investigation of reproductive disease in ruminant herds. The research is consequently structured …


Proteomic Analysis Of Saliva, Serum And Tissue In Feline Mammary Tumors Using Maldi-Tof Mass Spectrometry And Lc-Mass Spectrometry/Mass Spectrometry, Weejarin Paphussaro Jan 2024

Proteomic Analysis Of Saliva, Serum And Tissue In Feline Mammary Tumors Using Maldi-Tof Mass Spectrometry And Lc-Mass Spectrometry/Mass Spectrometry, Weejarin Paphussaro

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Feline mammary carcinomas (FMC) are commonly found in female cats. Early detection is necessary to prevent both local and distant metastasis and increase survival times. However, the current protein biomarkers of FMC are limited. Several biomarkers of cancers have been discovered by mass spectrometry (MS)-based proteomics, such as matrix-assisted laser desorption ionization-time of flight mass spectrometry (MALDI-TOF MS) and liquid chromatography-mass spectrometry/ mass spectrometry (LC-MS/MS) which high sensitivity and accuracy for identified biomarker in various cancer. The purpose of this study was to identify protein expression in saliva, serum and tissue in FMC using MALDI-TOF MS and LC-MS/MS. Results of …


Molecular Characterization And Immunohistochemical Investigation Using Anti-Capsid Protein Antibody Of Canine Circovirus Associated With Respiratory Diseases In Thai Dogs, Wichan Dankaona Jan 2024

Molecular Characterization And Immunohistochemical Investigation Using Anti-Capsid Protein Antibody Of Canine Circovirus Associated With Respiratory Diseases In Thai Dogs, Wichan Dankaona

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Canine circovirus (CanineCV) is an emerging virus linked to various diseases in dogs, especially respiratory and gastrointestinal ailments. This thesis focuses on molecular characterization and histopathological investigation of CanineCV in dogs from Thailand, aiming to provide insights into the role of virus in canine respiratory diseases. The study involved genomic-based surveillance of CanineCV from nasal and oral swabs of infected dogs by employing polymerase chain reaction (PCR) assay. Additionally, the in situ hybridization (ISH) technique was used to identify and localize the viral genome within infected tissues. The CanineCV recombinant capsid gene (rCap) and protein (rCap) were synthesized and characterized, …


Impacts Of Pcv3 And Pcv2 On Reproductive Performance In The Vietnamese Industrial Sow Herds, Tien Tran Nam Jan 2024

Impacts Of Pcv3 And Pcv2 On Reproductive Performance In The Vietnamese Industrial Sow Herds, Tien Tran Nam

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Porcine circovirus (PCV) 2 is a globally prevalent virus causing negative impacts on the swine industry. Controlling PCV2 with vaccines is a mandatory requirement in the farming procedures depending on the prevalence of the virus and farm management system including vaccination program. It should be noted that PCV2d management in the studied farms appeared under control via the effective vaccination program. Since the first descriptions of PCV3 in the US, many publications on the viral pathogenesis and effects on susceptible animals have been conducted, but complete consensus has not been reached. Therefore, an alternative approach to studying the virus is …


Use Of Ultrasonography For Evaluation Of Response To Chemotherapy In Canine Multicentric Lymphoma, Somchin Sutthigran Jan 2024

Use Of Ultrasonography For Evaluation Of Response To Chemotherapy In Canine Multicentric Lymphoma, Somchin Sutthigran

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Canine multicentric lymphoma (CML) is a common hematopoietic neoplasm in dogs that initially responds well to treatment but often relapses due to chemotherapy resistance. Evaluating the treatment response is a critical factor in helping veterinary oncologists plan and adjust chemotherapeutic protocols. This study aims to investigate the use of basic diagnostic imaging techniques, such as ultrasound (US), advanced imaging, such as computed tomography (CT) and hematologic and blood chemistry parameters, to enhance the evaluation of treatment response for this disease. This prospective observational study included 95 lymphomatous lymph nodes (LLNs) from 15 dogs with CML and 60 normal lymph nodes …


Vaccination Against Streptococcus Iniae And Bacillus Probiotic For Health Enhancement In Juvenile Barramundi (Lates Calcarifer), Pornpawit Tanpichai Jan 2024

Vaccination Against Streptococcus Iniae And Bacillus Probiotic For Health Enhancement In Juvenile Barramundi (Lates Calcarifer), Pornpawit Tanpichai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Juvenile Asian seabass (Lates calcarifer) with an average body weight of 10 ± 0.7 g were used to investigate the efficacy of an inactivated Streptococcus iniae vaccine and the probiotic Bacillus subtilis. Fish were intraperitoneally vaccinated with 1012 CFU fish−1 of formalin-killed S. iniae (V) or sham vaccinated (S) with sterile normal saline solution (NSS). Both groups were fed with Bacillus probiotic (5 × 109 CFU kg-1 diet) for 6 weeks. The protective efficacy of the vaccine against S. iniae examined at 4, 10 and 20 weeks post-vaccination showed that vaccinated (V) and vaccinated and probiotic (VP) groups had no …