Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Engineering (2554)
- Physical Sciences and Mathematics (865)
- Chemical Engineering (656)
- Civil and Environmental Engineering (478)
- Computer Sciences (463)
-
- Social and Behavioral Sciences (410)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (375)
- Industrial Engineering (372)
- Electrical and Computer Engineering (357)
- Medicine and Health Sciences (354)
- Operational Research (307)
- Civil Engineering (274)
- Construction Engineering and Management (274)
- Electrical and Electronics (264)
- Chemistry (251)
- Computer Engineering (242)
- Education (182)
- Business (169)
- Environmental Engineering (161)
- Life Sciences (143)
- Architecture (142)
- Materials Science and Engineering (118)
- Polymer Chemistry (117)
- Communication (105)
- Communication Technology and New Media (105)
- Mass Communication (105)
- Mechanical Engineering (102)
- Applied Mechanics (101)
- Economics (101)
- Engineering Mechanics (100)
Articles 211 - 240 of 4697
Full-Text Articles in Entire DC Network
Enhanced Cross-Modality Mri Segmentation Using Dilated Convolutions And Multi-Scale Gradient Map, Ghulam Murtaza
Enhanced Cross-Modality Mri Segmentation Using Dilated Convolutions And Multi-Scale Gradient Map, Ghulam Murtaza
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Magnetic resonance imaging (MRI) segmentation is critical for accurate medical diagnosis, but cross-modal segmentation presents significant challenges due to domain shifts between imaging modalities and limited labeled data. This study proposes an enhanced U-Net framework designed to improve segmentation accuracy and generalization across different MRI modalities. The method incorporates dilated convolutions in the encoder to expand the receptive field, allowing for better contextual information capture without increasing the number of parameters. Additionally, squeeze and excite (SE) blocks are introduced to recalibrate channel-wise feature importance, addressing variations in tissue contrast across modalities. A multi-scale gradient map fusion strategy, based on holistic …
การประเมินค่าความสูงออร์โทเมตริกของสถานีรับสัญญาณดาวเทียมแบบต่อเนื่องโดยวิธีการทำระดับด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียม Gnss, ปณิธาน บำรุงราษฎร์
การประเมินค่าความสูงออร์โทเมตริกของสถานีรับสัญญาณดาวเทียมแบบต่อเนื่องโดยวิธีการทำระดับด้วยระบบโครงข่ายดาวเทียม Gnss, ปณิธาน บำรุงราษฎร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ค่าความสูงออร์โทเมตริก (Orthometric height) คือ ค่าความสูงที่อ้างอิงจากระดับทะเลปานกลาง (Mean Sea Level, MSL) ซึ่งเป็นค่าความสูงที่ถูกนำไปใช้ในทางวิศวกรรมต่าง ๆ โดยในปัจจุบันได้มีการนำระบบนำทางด้วยดาวเทียม (Global Navigation Satellite System, GNSS) มาประยุกต์ใช้แทนการเดินระดับแบบดั้งเดิม (Classical leveling) โดยอาศัยค่าความสูงเหนือทรงรี (Ellipsoidal height) มาคำนวณร่วมกับค่าความสูงยีออยด์ (Geoid undulation) ที่ได้มาจากแบบจำลองยีออยด์ (Geoid model) ทำให้วิธีการนี้มีความสะดวกและประหยัดทรัพยากรในการปฏิบัติงานมากขึ้น อย่างไรก็ดี วิธีนี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องการใช้ระยะเส้นฐานที่เหมาะสม งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อประเมินประสิทธิภาพวิธีการทำระดับด้วยระบบนำทางด้วยดาวเทียม (GNSS leveling) เพื่อหาค่าความสูงออร์โทเมตริกของหมุดระดับชั้นที่ 1 ที่อยู่ในพื้นที่ภูมิประเทศแบบที่ราบสูงของประเทศไทย ร่วมกับแบบจำลองยีออยด์ความละเอียดสูงของประเทศไทย (Thai Geoid Model 2017, TGM2017) โดยใช้วิธีการรังวัดแบบสถิต (Static survey) และประมวลผลแบบ 3 เส้นฐาน กับสถานีรับสัญญาณดาวเทียมแบบต่อเนื่อง (Continuously Operating Reference Stations, CORS) กรมแผนที่ทหาร ที่มีระยะเส้นฐานมากกว่า 20 กิโลเมตร แล้วนำสมการคำนวณค่าความสูงออร์โทเมตริกแบบสัมบูรณ์ (Absolute) และสัมพัทธ์ (Relative) จาก 3 เส้นฐาน มาปรับแก้ด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Least-squares adjustment) แล้วเปรียบเทียบกับค่าที่ได้จาก 1 เส้นฐานที่สั้นที่สุด จากนั้นประเมินค่าความถูกต้องกับค่าความสูงออร์โทเมตริกของหมุดระดับชั้นที่ 1 จากการศึกษาพบว่าวิธีปรับแก้ด้วยสมการคำนวณค่าความสูงออร์โทเมตริกเป็นทางเลือกที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้แทนการเดินระดับระยะไกลได้
Classification Of Bearing Failure In Adverse Industrial Conditions, Bawar Masih
Classification Of Bearing Failure In Adverse Industrial Conditions, Bawar Masih
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In industrial environments, the detection of machinery reliability is frequently compromised by surrounding noise. This interference can lead to unexpected machine failures, resulting in costly downtime and extensive repair expenses. This study investigates the application of CNN and LSTM networks for fault diagnosis under noisy conditions to achieve high classification accuracy across varying SNRs. The CNN model, designed to capture localized features, proved particularly effective in extracting critical information from complex vibration data despite substantial background noise. In contrast, the LSTM model, while optimized for sequential data analysis, showed limited performance under high-noise conditions. Using the CWRU Bearing dataset, the …
Small Object Detection Techniques In Remote Sensing Images Using Aam And Raspp, Farhan Iqbal
Small Object Detection Techniques In Remote Sensing Images Using Aam And Raspp, Farhan Iqbal
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Remote sensing technology has advanced substantially, with significant research focused on identifying and recognizing small, distant objects within large-scale scenes. Despite these strides, the task remains difficult due to limitations in image resolution, varied object scales, dense object distribution, and diverse orientations. Current object detection methods often struggle to maintain the fine detail essential for small object detection, resulting in the loss of critical information. To address this, we introduce an Advanced Attention Mechanism (AAM) that combines a novel Combined Channel and Spatial Attention (CCSA) approach with Residual Atrous Spatial Pyramid Pooling (RASSP). This integration enhances detection accuracy by preserving …
การวิเคราะห์อนุกรมเวลาและความเร็วของตำแหน่งสถานีฐานอ้างอิงแบบรับสัญญาณต่อเนื่องถาวรโดยใช้เทคนิคการหาตำแหน่งแบบจุดเดี่ยวความละเอียดถูกต้องสูงในประเทศไทย, ยงยุทธ กิมาวะหา
การวิเคราะห์อนุกรมเวลาและความเร็วของตำแหน่งสถานีฐานอ้างอิงแบบรับสัญญาณต่อเนื่องถาวรโดยใช้เทคนิคการหาตำแหน่งแบบจุดเดี่ยวความละเอียดถูกต้องสูงในประเทศไทย, ยงยุทธ กิมาวะหา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาถึงพฤติกรรมการเคลื่อนที่ของสถานี CORS ในประเทศไทยจากการวิเคราะห์ข้อมูลอนุกรมเวลา ความเร็ว และทิศทางของตำแหน่งพิกัดที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา รวมถึงศึกษาผลกระทบจากอัตราการเคลื่อนตัวของตำแหน่งสถานี CORS ต่อการปิดบรรจบของโครงข่ายสามเหลี่ยมสถานี CORS ในระยะยาว โดยทำการประมวลผลข้อมูลรังวัดสัญญาณดาวเทียม GPS ของสถานีฐานอ้างอิงแบบรับสัญญาณต่อเนื่องถาวร (Continuously Operating Reference Station : CORS) จากโครงข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562-พ.ศ. 2566 ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 ปี ด้วยเทคนิคการหาตำแหน่งแบบจุดเดี่ยวความละเอียดถูกต้องสูง (Precise Point Positioning : PPP) โดยอาศัยซอฟต์แวร์เชิงวิจัย GipsyX ผลการวิจัยพบว่า สถานี CORS ในประเทศไทยมีการเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องไปในทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ที่มุมอะซิมัทเฉลี่ย 106° 29' 42.4" และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเฉลี่ย 29 มม./ปี โดยมีแนวโน้มอัตราการเปลี่ยนแปลงที่สูงสุดในแนวแกน E รองลงมาคือ N และ U ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาจากค่าความคลาดเคลื่อนสูงสุดในช่วงระยะเวลาอีก 30 ปี นับจาก Epoch 2024.0 การเคลื่อนตัวของตำแหน่งสถานี CORS จะส่งผลกระทบต่อการปิดบรรจบเฉลี่ยของโครงข่ายสามเหลี่ยมสถานี CORS ในบริเวณพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยเทียบกับเกณฑ์ความถูกต้องของลำดับชั้นงานสำรวจรังวัดด้วยดาวเทียมที่หน่วยงาน FGCS กำหนด อยู่ในลำดับชั้นงาน A คิดเป็น 59.47% ของพื้นที่ ชั้นงาน AA คิดเป็น 25.95% และส่งผลกระทบอยู่ในลำดับชั้นงาน B คิดเป็น 10.40% ของพื้นที่ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการเคลื่อนตัวของตำแหน่งสถานี CORS ในประเทศไทยมีการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอและทิศทางที่สอดคล้องกัน และยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อค่าความคลาดเคลื่อนในการเข้าบรรจบที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา อีกทั้งยังสะท้อนถึงการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกในบริเวณนั้นด้วย
ผลกระทบของไอโอโนสเฟียร์ต่อความถูกต้องทางตำแหน่งด้วยเทคนิคการรังวัดแบบจลน์แล้วประมวลผลภายหลังและผลกระทบต่อระยะเวลาในการหาตำแหน่งที่ถูกต้อง, ศุภสัณห์ วรรณายุวัฒน์
ผลกระทบของไอโอโนสเฟียร์ต่อความถูกต้องทางตำแหน่งด้วยเทคนิคการรังวัดแบบจลน์แล้วประมวลผลภายหลังและผลกระทบต่อระยะเวลาในการหาตำแหน่งที่ถูกต้อง, ศุภสัณห์ วรรณายุวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์เป็นชั้นบรรยากาศของโลกที่มีความสำคัญต่อการสื่อสาร และการระบุพิกัดตำแหน่งด้วยระบบดาวเทียม GNSS (Global Navigation Satellite System) เนื่องจากอิเล็กตรอนอิสระในชั้นบรรยากาศนี้มีผลกระทบต่อการแพร่กระจายของสัญญาณวิทยุ ทำให้เกิดการบิดเบือนหรือการสูญเสียสัญญาณได้ การศึกษาความแปรปรวนของชั้นไอโอโนสเฟียร์ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบสื่อสารและการสำรวจและทำแผนที่ด้วยระบบดาวเทียม GNSS ในงานวิจัยนี้จึงได้ศึกษาผลกระทบของชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ต่อความถูกต้องทางตำแหน่งการรังวัดด้วยเทคนิค Post Processing แบบ Kinematic (PPK) ในพื้นที่ประเทศไทย จากข้อมูล GNSS ในปี 2566 จากโครงข่ายสถานีฐานอ้างอิงพิกัดแบบต่อเนื่อง (Continuously Operating Reference Station, CORS) จำนวน 13 สถานีจากหน่วยงานกรมแผนที่ทหาร ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าความแปรปรวนของชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ในประเทศไทย มีความสัมพันธ์กับภูมิภาคของประเทศและฤดูกาล พบว่าความแปรปรวนของปริมาณอิเล็กตรอนรวมทั้งหมด (Total Electron Content, TEC) และดัชนีอัตราการเปลี่ยนแปลงของปริมาณอิเล็กตรอนทั้งหมด (Rate of Total Electron Content index, ROTI) เกิดขึ้นมากที่สุดในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งการเพิ่มขึ้นของค่า ROTI ส่งผลกระทบต่อความแม่นยำของการกำหนดตำแหน่ง โดยแสดงให้เห็นจากอัตราร้อยละการ Fixed Ambiguity สำเร็จลดลง ระยะเวลา Time-to-Fix เพิ่มขึ้น ค่าความคลาดเคลื่อนทางราบ (Horizontal RMSE) และค่าความคลาดเคลื่อนทางดิ่ง (Vertical RMSE) ที่สูงขึ้น ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงความแปรปรวนของชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนและดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับระบบ GNSS ในประเทศไทย
การปรับแก้ค่าระดับน้ำทะเลจากการทรุดตัวของสถานีมาตรวัดระดับน้ำทะเลในประเทศไทยด้วยข้อมูลดาวเทียม Gnss, วรินทร์ วรโชติศักดิ์ดากร
การปรับแก้ค่าระดับน้ำทะเลจากการทรุดตัวของสถานีมาตรวัดระดับน้ำทะเลในประเทศไทยด้วยข้อมูลดาวเทียม Gnss, วรินทร์ วรโชติศักดิ์ดากร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศนั้นส่งผลให้เกิดอัตราการเปลี่ยนแปลงระดับทะเลเพิ่มสูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและประชากรที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่ง ประเทศไทยมีการติดตั้งสถานีวัดระดับน้ำทั้งฝั่งทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามัน เนื่องจากฐานของสถานีวัดระดับน้ำติดตั้งอยู่บนชั้นหินหรือชั้นตะกอนส่งผลให้ได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนตัวทางดิ่ง จากการศึกษาอัตราการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์ที่รวมการทรุดตัวของพื้นดิน จากสถานีวัดระดับน้ำ จำนวน 10 สถานี ใช้ข้อมูลตั้งแต่ปี พ.ศ.2548-2566 ฝั่งทะเลอ่าวไทยมีอัตราเพิ่มขึ้นในช่วงตั้งแต่ 3.7±0.9 มม./ปี จนถึง 14.6±1.5 มม./ปี และฝั่งทะเลอันดามัน สถานีวัดระดับน้ำเกาะตะเภาน้อย จ.ภูเก็ต ให้ผลลัพธ์ในอัตราเพิ่มขึ้นที่ 12.9±0.9 มม./ปี สถานีวัดระดับน้ำตำมะลัง อัตราที่ลดลง -2.1±1.0 มม./ปี และผลลัพธ์อัตราการทรุดตัวจากประมวลข้อมูลดาวเทียม GNSS โดยใช้ข้อมูลตั้งแต่ปี 2562-2566 อยู่ในช่วงตั้งแต่ -3.2±0.14 มม./ปี จนถึง -14.0±0.03 มม./ปี หลังจากแก้ไขด้วยอัตราการทรุดตัว ส่งผลให้อัตราการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลสัมบูรณ์ที่ได้จากสถานีวัดระดับน้ำ ฝั่งทะเลอ่าวไทยอยู่ในช่วงตั้งแต่ -0.3±0.9 มม./ปี จนถึง 6.4±0.8 มม./ปี และ ฝั่งทะเลอันดามัน สถานีวัดระดับน้ำเกาะตะเภาน้อยมีอัตราเพิ่มขึ้นที่ 9.0±0.9 มม./ปี และของสถานีวัดระดับน้ำตำมะลังมีอัตราลดลงที่ -5.6±1.0 มม./ปี และผลลัพธ์ของอัตราการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลสัมบูรณ์ที่ได้จากดาวเทียมอัลติเมตรี ฝั่งทะเลอ่าวไทยอยู่ในช่วงตั้งแต่ 4.7±0.6 มม./ปี จนถึง 6.2±0.5 มม./ปี และฝั่งทะเลอันดามัน 3.2±0.8 มม./ปี จนถึง 3.5±0.8 มม./ปี การประมาณการทรุดตัวของสถานีวัดระดับน้ำจากข้อมูล GNSS ไม่เหมาะสมมากนักในการปรับแก้อัตราการเปลี่ยนระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์ส่งผลให้อัตราการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลสัมบูรณ์ที่ได้จึงไม่มีความสม่ำเสมอ ดังนั้นการศึกษาการทรุดตัวโดยติดตั้งสถานีอ้างอิงดาวเทียม GNSS แบบทำงานต่อเนื่องตรงสถานีวัดระดับน้ำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ
Characterization Of Size Distribution And Source Contribution To Airborne Particles In Buddhist Religious Places In Bangkok, Sopannha Chy
Characterization Of Size Distribution And Source Contribution To Airborne Particles In Buddhist Religious Places In Bangkok, Sopannha Chy
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Ultrafine particles, defined as particles with diameter below 100 nm, present high health risks but presently remain unknown in air quality management in Thailand. To better understand ultrafine particles, the appropriate quantification must be by aerosol numbers in a size-resolved manner in addition to the mass-based information currently used. This study investigated the particle number concentration and size distribution as well as estimating the source emission rate from incense burning in 3 temples and 1 shrine located in Bangkok, Thailand on peak days and normal day from 10 a.m. to 5 p.m. The Scanning Mobility Particle Sizer (SMPS) and the …
"Adaptive Signal Control For Reducing The Effect Of Queue Spillback", Eamlong Tang
"Adaptive Signal Control For Reducing The Effect Of Queue Spillback", Eamlong Tang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Urban traffic congestion at signalized intersections poses significant challenges, with queue spillback events worsening delays, fuel consumption, and environmental impacts. This study addresses the critical issue of oversaturation at the Rama 4 intersection in Bangkok, where closely spaced intersections intensify congestion, leading to prolonged queues and inefficient green phase utilization. Traditional fixed-time signal controls lack the flexibility to adapt to fluctuating traffic volumes, emphasizing the need for an innovative approach. This research proposes an Adaptive Signal Control (ASC) scheme, utilizing VISSIM and VISVAP simulation tools to evaluate the system’s efficacy in managing real-time traffic conditions and reducing queue spillback events. …
Private Motorcycle Users' Insights Toward Public Bus Adoption In Phnom Penh, Eangthay Tang
Private Motorcycle Users' Insights Toward Public Bus Adoption In Phnom Penh, Eangthay Tang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
As Phnom Penh experiences rapid population growth and economic expansion, traffic congestion has worsened, largely due to the increasing ownership of private motorcycles. Despite the introduction of public bus services, adoption remains low as concerns over service quality, limited coverage, and inadequate infrastructure deter motorcycle users from making the shift. This study investigates the behavioral intentions, preferences, and concerns of motorcycle users, specifically targeting university students, to understand how public bus services can be improved to encourage adoption. Data were collected in July 2024 from 457 university students who regularly use motorcycles, using a structured questionnaire across four Phnom Penh …
The Effects Of Uv-Radiation On The Removal Of Microplastics In Water Using Agglomeration-Micro-Flotation, Palot Srichonphaisarn
The Effects Of Uv-Radiation On The Removal Of Microplastics In Water Using Agglomeration-Micro-Flotation, Palot Srichonphaisarn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Microplastics, plastic particles with diameter 1 micrometer to 5 millimeters, can disturb marine ecosystems due to their small size and surface properties which can be a carrier for hazardous matters. While wastewater treatment plants could remove some microplastics but some of them remain. Among the various removal techniques, flotation is a potential method due to the hydrophobic nature of microplastics. This study investigates the effects of ultraviolet radiation on the surface wettability of microplastics and removal efficiency of microplastics. The 6 types of microplastics were prepared from plastic boards. After the ultraviolet radiation, the results showed that ultraviolet radiation could …
การกำหนดกำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานเเสงอาทิตย์ที่รองรับได้ในระบบจำหน่ายเเรงดันต่ำโดยใช้วิธีผสมผสานระหว่างวิธีเชิงสุ่มกับอนุกรมเวลา, ณัฐพัฒน์ รพีอาภากุล
การกำหนดกำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานเเสงอาทิตย์ที่รองรับได้ในระบบจำหน่ายเเรงดันต่ำโดยใช้วิธีผสมผสานระหว่างวิธีเชิงสุ่มกับอนุกรมเวลา, ณัฐพัฒน์ รพีอาภากุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เติบโตอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะการติดตั้งแบบบนหลังคา อย่างไรก็ตามการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงดันต่ำอาจส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้า เช่น โหลดหม้อแปลงและสายส่งไฟฟ้าเกินพิกัด แรงดันเกิน และความไม่สมดุลของแรงดันไฟฟ้า วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีการหาค่ากำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานเเสงอาทิตย์ที่รองรับได้ สำหรับระบบจำหน่ายแรงดันต่ำในประเทศไทย โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านโหลดหม้อแปลงและสายส่งไฟฟ้าเกินพิกัด แรงดันเกิน และความไม่สมดุลของแรงดันไฟฟ้า เนื่องจากการเชื่อมต่อระบบ งานวิจัยนี้ได้ใช้วิธีมอนติคาร์โลควบคู่กับการค้นหาแบบผสมระหว่างไบนารีและเชิงเส้น ในการวิเคราะห์และคำนวณค่ากำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานเเสงอาทิตย์ที่รองรับได้ โดยมีการทดลองในระบบทดสอบที่ดัดแปลงมากจากระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงดันต่ำของประเทศไทยจำนวน 15 ระบบ ผลการวิจัยพบว่าการใช้วิธีการผสมผสานระหว่างวิธีเชิงสุ่มและวิธีอนุกรมเวลาสามารถเพิ่มความเร็วในการคำนวณค่ากำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานเเสงอาทิตย์ที่รองรับได้ โดยที่ยังคงความถูกต้องเเละความเเม่นยำเอาไว้ได้ นอกจากนั้นพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อค่ากำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานเเสงอาทิตย์ที่รองรับได้อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ขนาดหม้อแปลง จำนวนผู้ติดตั้งระบบ PV และระยะจ่ายโหลดสูงสุด สุดท้ายได้นำเสนอเเนวคิดการใช้ค่ากำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานเเสงอาทิตย์ที่รองรับได้ ในการจำกัดกำลังติดตั้งรวมของระบบ ในข้อกำหนดการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงดันต่ำของประเทศไทย และนำเสนอแนวทางการแบบเวลาจริงเพื่อใช้ในระบบจัดการพลังงาน
Effect Of Zeolite Support Of Nickel-Copper Catalyst On Conversion Of Palm Oil To Sustainable Aviation Fuel, Natnicha Ritmun
Effect Of Zeolite Support Of Nickel-Copper Catalyst On Conversion Of Palm Oil To Sustainable Aviation Fuel, Natnicha Ritmun
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Sustainable aviation fuel (SAF) is increasingly recognized as a critical alternative for reducing the environmental impact of the aviation industry, which is a significant source of global greenhouse gas emissions. SAF production primarily utilizes vegetable oils as feedstock rather than biomass, due to their low functional group content and chemical structure that closely resembles that of fossil fuels. This research focuses on the development of bimetallic catalysts made from nickel, with copper as promoters, supported on various zeolites including SAPO-11, Zeolite Y, and Zeolite ZSM-5. The chemical and physical properties of these catalysts were analyzed using several techniques, including X-ray …
การลดของเสียจากรูพรุนของผลิตภัณฑ์ถังเก็บน้ำพลาสติกด้วยวิธี ซิกซ์ ซิกมา, ปณธร ก้านแก้ว
การลดของเสียจากรูพรุนของผลิตภัณฑ์ถังเก็บน้ำพลาสติกด้วยวิธี ซิกซ์ ซิกมา, ปณธร ก้านแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ถังเก็บน้ำพลาสติกประเภทโพลีเอทิลีน ผลิตโดยเครื่องจักรผลิตแบบหมุน ลดความผิดพลาดจาการเกิดของเสียประเภทรูพรุนในผลิตภัณฑ์ถังเก็บน้ำพลาสติกที่มีขนาดรูพรุนใหญ่กว่า 1 เซนติเมตร หรือ ขนาดรูพรุน 0.5 เซนติเมตร มีการกระจายตัวเกินกว่า 15 เซนติเมตร พบว่าผลิตภัณฑ์ถังเก็บน้ำพลาสติกรุ่น B002 มีของเสียสูงที่สุดที่ร้อยละ 21 ส่งผลให้เกิดมูลค่าการเสียโอกาสกว่า 21,972 บาท/เดือน การเกิดของเสียรูพรุนเกิดขึ้นในกระบวนการเผาแม่แบบ ใช้หลักการและแนวคิด ซิกซ์ ซิกมา ประยุกต์ในการปรับปรุงกระบวนการ ประกอบด้วย 5 ส่วน (D-M-A-I-C) ได้แก่ ขั้นตอนการนิยามปัญหาพบรูพรุนที่ตำแหน่ง 1. ด้านบน 2. ด้านล่าง และ 6. ด้านหลัง ขั้นตอนการวัดเพื่อกำหนดสาเหตุของปัญหาสามารถระบุปัจจัยได้ 4. ปัจจัย ได้แก่ อุณหภูมิ ระยะเวลา ความแรงหัวพ่นไฟและ วิธีการ ขั้นตอนการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาพิจารณาค่าที่ได้จากแบบจำลองที่มีนัยสำคัญโดยมีทั้งสิ้น 16การทดลองค่าความน่าเชื่อถือของแบบจำลองสูงสุดอยู่ที่ร้อยละ 84.76 ขั้นตอนการปรับปรุงแก้ไขกระบวนการนำค่าใช้โปรแกรมมินิแทบหาค่าปัจจัยที่ดีที่สุดทำการและทำการทดลอง และขั้นตอนการควบคุมกระบวนการผลิตสร้างวิธีการทำงานและใช้แผนภูมิควบคุมในการติดตามกระบวนการ ผลหลังจากการปรับปรุงกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ถังเก็บน้ำพลาสติก พบจำนวนของเสียสามารถลดลงทั้งหมดร้อยละ 21 ไม่พบของเสียจากข้อบกพร่องรูพรุนของผลิตภัณฑ์ถังน้ำพลาสติกรุ่น B002
การประมาณค่าเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกของลำต้นยูคาลิปตัสจากข้อมูลไลดาร์ที่ได้จากอากาศยานไร้คนขับด้วยเทคนิคการประมวลผลพอยต์คลาวด์, พีรพงศ์ แดงรุ่งโรจน์
การประมาณค่าเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกของลำต้นยูคาลิปตัสจากข้อมูลไลดาร์ที่ได้จากอากาศยานไร้คนขับด้วยเทคนิคการประมวลผลพอยต์คลาวด์, พีรพงศ์ แดงรุ่งโรจน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การจัดการป่าไม้สำคัญสำหรับการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน เนื่องจากความสามารถในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของป่าไม้ การวัดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกของต้นไม้จำเป็นในการประเมินความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนของป่าไม้ ซึ่งสำคัญในการพัฒนาการจัดการป่าไม้ให้มีประสิทธิภาพ วิธีการดั้งเดิมใช้แคลิเปอร์หรือเทปในการวัดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอก ซึ่งใช้แรงและเวลามาก เพราะฉะนั้นวิทยานิพนธ์นี้นำเสนอวิธีการในการประมาณค่าเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกของลำต้นยูคาลิปตัสจากข้อมูลไลดาร์ที่ได้จากอากาศยานไร้คนขับซึ่งเป็นวิธีที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสำหรับป่าไม้ขนาดใหญ่ แต่ปัญหาคือความหนาแน่นของจุดข้อมูลไลดาร์ต่ำเนื่องจากระยะห่างระหว่างอากาศยานไร้คนขับติดกล้องไลดาร์และต้นไม้ วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือพัฒนาวิธีการประมาณเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกภายใต้ปัญหาดังกล่าว ขั้นตอนประกอบด้วย การเก็บข้อมูล การทำให้ข้อมูลเป็นมาตรฐาน การแบ่งแยกต้นไม้แต่ละต้น การแบ่งแยกลำต้น การแปลง 2 มิติ และการประมาณค่าเส้นผ่านศูนย์เพียงอกด้วยเทคนิคต่างๆ ได้แก่ การประมาณค่าเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกด้วยการปรับค่าด้วยค่าคงที่ การประมาณค่าเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกด้วยคุณลักษณะของเปลือกหุ้มคอนเวกซ์ และการประมาณค่าเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกด้วยคุณลักษณะของต้นไม้ ประสิทธิภาพของแต่ละวิธีถูกประเมินโดยการเปรียบเทียบกับวิธีเส้นฐานที่อ้างอิงในงานวิจัย ในแง่ของความคลาดเคลื่อน และระยะเวลาดำเนินงาน ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าวิธีที่นำเสนอช่วยเพิ่มความแม่นยำในการประมาณเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอกในสภาวะที่มีความหนาแน่นของจุดข้อมูลต่ำ โดยค่าความคลาดเคลื่อนเท่ากับ 1.24 เซนติเมตรหรือเท่ากับร้อยละ 9.5
การพัฒนาระบบกล้องส่องท้องฟ้าราคาประหยัดที่มีความสามารถประมาณค่าความเข้มแสงอาทิตย์และพยากรณ์ความเข้มแสงระยะสั้นมาก, ศุภกร บุญประเสริฐ
การพัฒนาระบบกล้องส่องท้องฟ้าราคาประหยัดที่มีความสามารถประมาณค่าความเข้มแสงอาทิตย์และพยากรณ์ความเข้มแสงระยะสั้นมาก, ศุภกร บุญประเสริฐ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การพยากรณ์ความเข้มของแสงอาทิตย์ระยะสั้นมาก มีความสำคัญต่อการจัดการกับความผันผวนของพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อบูรณาการระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้เป็นไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ การพยากรณ์ความเข้มแสงในระยะสั้นมากนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธี แต่วิธีที่นิยมใช้ในปัจจุบันใช้กล้องส่องท้องฟ้าเนื่องจากสามารถเห็นได้ถึงการเคลื่อนที่ของเมฆ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในความผันผวนของระบบการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ แต่เนื่องจากกล้องส่องท้องฟ้ามีราคาสูงจึงทำให้ไม่สามารถติดตั้งได้อย่างแพร่หลาย ในงานวิจัยนี้ต้องการสร้างกล้องส่องท้องฟ้าราคาประหยัดที่สามารถประมาณและพยากรณ์ความเข้มแสงอาทิตย์ในระยะสั้นมากได้ โดยใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดร่วมกับระบบเก็บข้อมูลส่วนกลาง ทดสอบการประมาณค่าความเข้มแสง และพยากรณ์ความเข้มแสงในระยะสั้นมากโดยใช้ภาพที่ได้จากกล้องส่องท้องฟ้าราคาประหยัดที่ได้สร้างขึ้น ผลการพัฒนากล้องส่องท้องฟ้าสามารถถ่ายภาพท้องฟ้าได้ที่ความละเอียดเชิงเวลา 1 นาที มีมุมมองภาพ180 องศาในแนวนอน 102 องศาในแนวตั้ง และสามารถอัปโหลดเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ได้อย่างมีเสถียรภาพ ในส่วนของแบบจำลองประมาณค่าความเข้มแสง แบบจำลองสามารถให้ผลการประมาณมีรากของค่าคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ยอยู่ที่ 113.44 วัตต์/ตารางเมตร คิดเป็น 8.32 % เทียบกับค่าความเข้มแสงสูงสุด และในแบบจำลองพยากรณ์ความเข้มแสงล่วงหน้าระยะสั้นมากแบบจำลองที่ใช้ข้อมูลนำเข้าเพิ่มเติมจากเวกเตอร์การเคลื่อนที่ของเมฆสามารถให้ผลการพยากรณ์ที่ดีขึ้นกว่าแบบจำลองพยากรณ์ปกติโดยมีรากของค่าคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ยในช่วง 140 – 170 วัตต์/ตาราเมตร คิดเป็น 10.26 – 12.46 % เทียบกับค่าความเข้มแสงสูงสุด
การประยุกต์เทคนิคเหมืองข้อความเพื่อตรวจจับความผิดพลาดในแบบฟอร์มคำขอผลิตชิ้นงานทางวิศวกรรม, โยทะกา เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา
การประยุกต์เทคนิคเหมืองข้อความเพื่อตรวจจับความผิดพลาดในแบบฟอร์มคำขอผลิตชิ้นงานทางวิศวกรรม, โยทะกา เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว การจัดทำแบบฟอร์มคำขอสร้างผลิตภัณฑ์ (Engineering Build Request หรือ EBR) ที่ถูกต้องแม่นยำเป็นสิ่งสำคัญต่อการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต ข้อผิดพลาดในเอกสารเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายทางการเงิน เช่น ค่าปรับหรือการยกเลิกโครงการ การวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบข้อผิดพลาดใน EBR โดยประยุกต์ใช้เทคนิคการทำเหมืองข้อความ(Text Mining)ผ่านโปรแกรมไพทอน (Python) พร้อมทั้งผสานเทคโนโลยีการรู้จำตัวอักษร (Optical Character Recognition: OCR) และกระบวนการประมวลผลข้อความอัตโนมัติ วิธีการศึกษาประกอบด้วยการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของผู้ตรวจสอบเอกสารกับโปรแกรมอัตโนมัติโดยใช้การทดสอบ t-test แบบจับคู่ ผลการศึกษาพบว่า ระยะเวลาในการตรวจสอบของโปรแกรมอัตโนมัติ แตกต่างกันยังมีนัยสำคัญ (P-value < 0.001) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มผู้ตรวจสอบ โดยค่าเฉลี่ยระยะเวลาของโปรแกรมอัตโนมัติ คือ 0.0035 นาที และของผู้ตรวจสอบประมาณ 30 นาทีโดยเฉลี่ย และค่าความแม่นยำ (% Accuracy) ของโปรแกรมอัตโนมัติอยู่ที่ 99.48% และของผู้ตรวจสอบคือ 92.61%, 92.64% และ 92.72% ตามลำดับ จากการศึกษานี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารได้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาการผลิตได้ดีขึ้น
ประสบการณ์วัยเด็กของผู้ที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า, ศุภวิชญ์ วชิรบรรจง
ประสบการณ์วัยเด็กของผู้ที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า, ศุภวิชญ์ วชิรบรรจง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์วัยเด็กของผู้ที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบปรากฏการณ์วิทยาเชิงตีความ ผู้ให้ข้อมูลหลักประกอบด้วย 6 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าช่วงอายุต่ำกว่า 18 ปี ข้อมูลถูกเก็บรวบรวมผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยคำถามแบบกึ่งโครงสร้าง ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเผยให้เห็นแก่นสาระของประสบการณ์ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) การรับรู้ความไม่ปกติในชีวิต แต่ไม่เข้าใจว่าเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งรวมถึงการรับรู้ว่าพ่อแม่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแต่ไม่ได้เข้าใจลักษณะของโรคอย่างแท้จริง ความกังวลและรู้สึกผิดว่าตนอาจเป็นสาเหตุของความเจ็บป่วย การรับรู้ว่าพ่อแม่ที่ป่วยจิตใจอ่อนไหว และพ่อแม่ที่ป่วยไม่อบอุ่นเหมือนที่เคยเป็น (2) รู้สึกท่วมท้นและไม่แน่ใจว่าจะต้องทำตัวอย่างไรในช่วงวิกฤติของพ่อแม่ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของพ่อแม่ที่ป่วย ลำบากใจเมื่อต้องรับมือกับพ่อแม่ที่ป่วยตอนอาการกำเริบ รู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อไม่สามารถพึ่งพาพ่อแม่ที่ป่วยได้ และรู้สึกสงสารเห็นใจพ่อแม่ที่เป็นผู้ดูแล (3) การปรับเปลี่ยนตนเองเพื่อให้อยู่กับพ่อแม่ที่ป่วยได้ ซึ่งรวมถึงความพยายามในการปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตร่วมกับพ่อแม่ที่ป่วย การกำหนดเป้าหมายในชีวิตและรับผิดชอบต่อตนเอง การทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยดูแลพ่อแม่ที่ป่วย และการมีบทบาทใหม่เป็นที่พึ่งทางใจให้พ่อแม่ ข้อค้นพบจากการศึกษานี้สามารถช่วยทำความเข้าใจประสบการณ์ทางจิตใจของผู้ที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในการช่วยเหลือทางจิตใจให้กับผู้รับบริการที่มีพ่อแม่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โดยช่วยให้พวกเขาปรับตัวและลดผลกระทบจากประสบการณ์ดังกล่าวได้
Prediction Of Optimal Binding Constraints Of Linear Programming Problem Using Deep Learning, Natdanai Kafakthong
Prediction Of Optimal Binding Constraints Of Linear Programming Problem Using Deep Learning, Natdanai Kafakthong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This thesis presents innovative deep learning models designed to enhance the efficiency of solving linear programming, transportation, and traveling salesman problems. The first model, LP-Net, predicts the binding optimal constraints in linear programming problems, achieving faster solution times compared to traditional solvers like CPLEX. The second model, Transport-Net, predicts optimal basic feasible arcs for transportation problems, demonstrating significant speedups and superior scalability over both CPLEX and Gurobi in large-scale instances. The third model, TSP-Net, addresses the traveling salesman problem by predicting an initial near-optimal tour, outperforming Gurobi and genetic algorithms in computational efficiency. Collectively, these deep learning approaches offer transformative …
Development Of Titanate-Based High-Entropy Perovskite Oxides For High-Energy Density Capacitor, Ketkaeo Bunpang
Development Of Titanate-Based High-Entropy Perovskite Oxides For High-Energy Density Capacitor, Ketkaeo Bunpang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The development of dielectric materials with suitable properties for high-energy density capacitors is essential for the advancement of future electronic technologies. This study focuses on the effects of substituting monovalent and trivalent ions at the A and B sites in high-entropy perovskite oxide structures based on titanates. (A'0.2A"0.2Ba0.2Ca0.2Sr0.2)(Ti1-xMex)O3 (A' = Na+, K+, A" = Bi3+, La3+, Me = Zr4+, (Mg1/3Nb2/3)4+, x = 0.00–0.2) compounds were synthesized using the solid-state reaction method. The results revealed that compounds containing Bi3+ exhibited a high dielectric constant (~3000), low dielectric loss (~0.1), and stable relaxor ferroelectric behavior. In contrast, compounds containing La3+ displayed linear …
การจำลองอุทกพลศาสตร์ของหอฟื้นฟูสภาพตัวดูดซับสำหรับกระบวนการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยตัวดูดซับโพแทสเซียมคาร์บอนเนตบนตัวรองรับอลูมินาในเครื่องปฏิกรณ์ฟลูอิไดซ์เบดหมุนเวียน, ณัฐธิดา ภักดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปรากฏการณ์โลกร้อนจากการปล่อยแก๊สเรือนกระจก โดยเฉพาะแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage, CCS) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเพื่อลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ โดยเฉพาะกระบวนการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์หลังการเผาไหม้ (Post-combustion capture) งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาแบบจำลองอุทกพลศาสตร์ของหอฟื้นฟูสภาพตัวดูดซับในระบบฟลูอิไดซ์เบดหมุนเวียน และวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และการฟื้นฟูตัวดูดซับ ขั้นตอนการวิจัยประกอบด้วยการจำลองกระบวนการด้วยแบบจำลองพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ (Computational Fluid Dynamics, CFD) โดยแบ่งการจำลองออกเป็นสองส่วน ได้แก่ การจำลองแบบไม่มีปฏิกิริยาเคมีเพื่อหาการเลือกแบบจำลอง Drag model ที่เหมาะสมสำหรับการจำลองอุทกพลศาสตร์ในไรเซอร์และดาวเนอร์ และการจำลองแบบมีปฏิกิริยาเคมีเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพในการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และการฟื้นฟูตัวดูดซับ รวมถึงการศึกษาผลของตัวแปรกระบวนการที่สำคัญ เช่น อุณหภูมิผนังดาวเนอร์ ความดันขาออกของดาวเนอร์ ปริมาณเบดเริ่มต้น และอัตราการไหลของตัวดูดซับ ผลการทดลองพบว่า การใช้แบบจำลอง Gidaspow ในไรเซอร์และดาวเนอร์ให้ผลการจำลองการไหลในระบบฟลูอิไดซ์เบดหมุนเวียนที่สอดคล้องกับข้อมูลเชิงทดลอง การปรับอุณหภูมิผนังดาวเนอร์จาก 473 เคลวินเป็น 573 เคลวิน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูตัวดูดซับจาก 24.36% เป็น 31.02% แต่ลดประสิทธิภาพการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จาก 80.93% เป็น 78.11% นอกจากนี้ การลดความดันขาออกจาก 0 ปาสคาลเป็น -2000 ปาสคาล และการเพิ่มอัตราการป้อนกลับตัวดูดซับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบอย่างมีนัยสำคัญ จากการศึกษาผลร่วมของตัวแปรกระบวนการ พบว่าปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และการฟื้นฟูตัวดูดซับ ได้แก่ อุณหภูมิผนังดาวเนอร์ ความดันขาออกของดาวเนอร์ ปริมาณเบดเริ่มต้น และอัตราการไหลของตัวดูดซับ การปรับค่าดังกล่าวในช่วงที่เหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และการฟื้นฟูตัวดูดซับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Fixed Point And Periodic Cycle Of Sequence Arises From Number Of Factors, Thanapong Jaitrakoon
Fixed Point And Periodic Cycle Of Sequence Arises From Number Of Factors, Thanapong Jaitrakoon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Let. {an} and {bn} be sequences of positive integers. For each positive integer n., define an+1 to be the eube of the number of positive factors of an and define bn+1 to be the forth power of the number of positive factors of bn. This thesis proves that (i) if a1 > 1, then (an) eventually becomes the fixed point, namely 21952 or 64000, or {an}eventually becomes a sequence having periodie cycle of prime period 2, namely (64, 343) or (343, 64); (ii) if b1 > 1, then {bn} is eventually the fixed point, namely 625, 6561 or 4100625.
Evaluating The Binding Modes Of Hepatitis B E-Antigen Inhibitor By In Silico Method, Wigrom Yogboworn
Evaluating The Binding Modes Of Hepatitis B E-Antigen Inhibitor By In Silico Method, Wigrom Yogboworn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Hepatitis B, caused by the hepatitis B virus (HBV), is a significant global health concern, primarily affecting the liver and leading to severe complications, including drug resistance and chronic infection. Numerous studies have linked these conditions to the presence of hepatitis B core antigen (HBcAg) and hepatitis B e antigen (HBeAg). HBeAg, in particular, is known to have the innate immune response, resulting in diminished immunity and delayed disease diagnosis and treatment. Despite this, the molecular structure and interactions between inhibitors and HBeAg remain poorly understood, posing a significant challenge to the development of effective treatments. This work employs molecular …
การใช้เหมืองกระบวนการข้อมูลแบบหลายชั้นสำหรับเพื่อวิเคราะห์วิถีการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยโรคเบาหวาน, Kantapat Chaichareenon
การใช้เหมืองกระบวนการข้อมูลแบบหลายชั้นสำหรับเพื่อวิเคราะห์วิถีการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยโรคเบาหวาน, Kantapat Chaichareenon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study addresses the challenge of chronic diseases like diabetes, requiring ongoing care. It aims to visualize revisit intervals affecting patient treatment using multi-level process mining and machine learning to identify factors causing missed appointments. Our research shows that patients with improvements have shorter revisit intervals than those deteriorating, with a P-value of 3.83x10%. A significant challenge is the high number of no-shows. Using PyCaret to compare 14 models, we found that the historical attendance of individual patients is a crucial factor in predicting no-shows, with an AUC score of 0.80 using the Gradient Boosting Clas-sifier. Our analysis suggests that …
Linear Actuator Using Electromagnetic Brake For Damping Modulation In Physical Human-Robot Interaction, Zahid Ullah
Linear Actuator Using Electromagnetic Brake For Damping Modulation In Physical Human-Robot Interaction, Zahid Ullah
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Improving the transparency of high-transmission-ratio linear actuators is essential for enhancing the safety and performance of high-force robotic systems that engage in physical contact with humans in unstructured environments. However, achieving this goal presents significant challenges. A proposed solution for active body weight support systems involves a linear actuator design, combining a high-force unit with an agile, highly back-drivable unit, using an electrorheological-fluid brake. This dissertation introduces an approach that utilizes an electromagnetic (EM) brake with a reduced rotor inertia to address these challenges. The EM brake's increased torque capacity allows for integration with a low-gear-ratio linear transmission. The mini …
Programmable Metasurface For Radiation Beam Control, Pubet Sangmahamad
Programmable Metasurface For Radiation Beam Control, Pubet Sangmahamad
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This dissertation focuses on the design, development, and experiment of a programmable metasurface-based reconfigurable reflectarray (R-RA) system, featuring dual polarizations and 1-bit phase shift resolution. The proposed R-RA unit cell incorporates PIN diodes to dynamically control the reflection phase of incident waves, enabling real-time beam control. The dissertation addresses the complexity of the biasing network by introducing a digital control system based on a microcontroller and shift registers, allowing independent biasing control of each unit cell. A 16 by 16 R-RA array using a microstrip Jerusalem cross-shaped element is designed, fabricated, and experimentally tested. Simulations and measurements are conducted to …
Methanol Production Via Co2 Hydrogenation In Gas Phase With 1-Propanol Assisted In Fixed Bed Reactor, Narakorn Ninkaew
Methanol Production Via Co2 Hydrogenation In Gas Phase With 1-Propanol Assisted In Fixed Bed Reactor, Narakorn Ninkaew
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The methanol synthesis from CO2 hydrogenation reaction using 1-propanol alcohol was selected to solvent involved in the new reaction pathway with CO2 and H2 as reactants in a gas phase fixed bed reactor. To study the effect of temperature at 160-230 °C, space velocity (GHSV) at 60-592 h-1, the mole ratio of 1 propanol to CO2 at 0-1.25, H2 to CO2 mole ratio of 5 and a pressure of 30 bar. From the experiment, the mole ratio of 1 propanol to CO2 at 1, the temperature of 170 °C and the space velocity of 420 h-1. It was found that …
การศึกษาพฤติกรรมด้านกำลังของดินตะกอนกว๊านพะเยาผสมซีเมนต์ที่เสริมเส้นใยเปลือกข้าวโพด, พิสิษฐ์ ผลาสิงห์
การศึกษาพฤติกรรมด้านกำลังของดินตะกอนกว๊านพะเยาผสมซีเมนต์ที่เสริมเส้นใยเปลือกข้าวโพด, พิสิษฐ์ ผลาสิงห์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยเกี่ยวกับการนำวัสดุเหลือทิ้งมาพัฒนาสมบัติทางวิศวกรรมเพื่อเป็นทางเลือกในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง นอกจากจะเป็นการลดต้นทุนการก่อสร้างและเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้งแล้วนั้น ยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ดังเช่น ดินตะกอนกว๊านพะเยา และเปลือกข้าวโพด ซึ่งจัดว่าเป็นวัสดุเหลือทิ้งและมีจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดพะเยา การกองเก็บและการกำจัดวัสดุดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาทางสิ่งแวดล้อมอย่างมาก งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมแรงอัดแกนเดี่ยว พฤติกรรมแรงดึงทางอ้อม และ พฤติกรรมแรงดัดของดินตะกอนกว๊านพะเยาผสมปูนซีเมนต์ที่เสริมเส้นใยข้าวโพด โดยทําการทดสอบกําลังอัดแกนเดี่ยวที่ปริมาณปูนซีเมนต์ร้อยละ 7 ปริมาณเส้นใยร้อยละ 0.5 1.0 และ 2.0 โดยน้ำหนักของดินแห้ง และความยาวเส้นใย 10 20 และ 40 มิลลิเมตร ตามลำดับ ที่อายุการบ่ม 7และ 28 วัน ผลการทดสอบพบว่าการเพิ่มเส้นใยช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมเปราะของตัวอย่างดินตะกอนกว๊านพะเยาผสมปูนซีเมนต์ ให้เป็นพฤติกรรมเหนียวและช่วยลดการสูญเสียกําลังหลังจากกําลังรับแรงสูงสุด ท้ายสุดของงานวิจัยนี้จะนำเสนออัตราส่วนและความยาวที่เหมาะสมของเส้นใยข้าวโพดสำหรับนำไปใช้ในงานวิศวกรรม
Deep Learning-Based For Epileptogenic Zone Detection In 18f-Fdg Pet Imaging For Drug-Resistant Epilepsy, Peerawat Wattanachareekul
Deep Learning-Based For Epileptogenic Zone Detection In 18f-Fdg Pet Imaging For Drug-Resistant Epilepsy, Peerawat Wattanachareekul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
-
การออกแบบและพัฒนาบริการด้านความมั่นคงโดยใช้วิธีปฏิบัติด้านความมั่นคง ของระบบแบบไมโครเซอร์วิส, สฤษฐิ์ราช ทรัพย์สิน
การออกแบบและพัฒนาบริการด้านความมั่นคงโดยใช้วิธีปฏิบัติด้านความมั่นคง ของระบบแบบไมโครเซอร์วิส, สฤษฐิ์ราช ทรัพย์สิน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอการออกแบบและพัฒนาไมโครเซอร์วิสด้านความมั่นคง โดยการประยุกต์ใช้แบบรูปความมั่นคง แบบรูปไมโครเซอร์วิส และวิธีปฏิบัติด้านความมั่นคงของระบบแบบ ไมโครเซอร์วิส โดยเริ่มจากการศึกษาแบบรูปความมั่นคง 5 รายการ ได้แก่ แบบรูปการออกแบบและใช้รหัสผ่าน แบบรูปการให้อำนาจ แบบรูปการควบคุมการเข้าถึงเชิงบทบาท แบบรูปการกำหนดสิทธิ์ให้กับบทบาท และแบบรูปความมั่นคงหลายระดับ เพื่อนำมากำหนดเป็นรายการความต้องการของระบบสำหรับการออกแบบและพัฒนาไมโครเซอร์วิสด้านความมั่นคง ร่วมกับการประยุกต์ใช้แบบรูปไมโครเซอร์วิสและวิธีปฏิบัติ ด้านความมั่นคงของระบบแบบไมโครเซอร์วิส 28 รายการ ผู้วิจัยได้ทำการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบของไมโครเซอร์วิสด้านความมั่นคง ออกแบบแผนภาพคลาสและความสัมพันธ์ระหว่างคลาส ออกแบบแผนภาพลำดับแสดงการทำงานร่วมกันของระบบไมโครเซอร์วิสด้านความมั่นคง จากนั้นทำการพัฒนาไมโครเซอร์วิสด้านความมั่นคงตามการออกแบบ และประยุกต์ใช้ ไมโครเซอร์วิสด้านความมั่นคงกับระบบผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล อีกทั้งได้ตรวจสอบความถูกต้อง ความเหมาะสม และคุณภาพของการออกแบบและพัฒนา ด้วยการประเมินการออกแบบและพัฒนา ไมโครเซอร์วิสด้านความมั่นคงโดยผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการวิเคราะห์แบบรูปที่ไม่ดีของการออกแบบระบบแบบไมโครเซอร์วิส ซึ่งระบบที่พัฒนาสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับแอปพลิเคชันโดเมนที่ต้องการจัดการความมั่นคงของระบบ ซึ่งมีประโยชน์คือช่วยลดเวลาในการพัฒนา และเป็นการสนับสนุนการใช้ซ้ำไมโครเซอร์วิสด้านความมั่นคงที่พัฒนาขึ้น