Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Digital Commons Network™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 901 - 930 of 4029

Full-Text Articles in Entire DC Network

Competition Versus Cooperation: International Programmes In Thailand's Higher Education, Gwyn Peredur Evans Jan 2023

Competition Versus Cooperation: International Programmes In Thailand's Higher Education, Gwyn Peredur Evans

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The purpose of this thesis has been to produce meaningful understandings of how the internationalisation of higher education (IHE) takes place within public higher education institutions in Thailand, within the context of economic and social drivers. It explores the peripheral voices of actors involved in the field, adopting a social constructivist approach to identify and understand the imperatives and processes of IHE in Thailand, how they are perceived by actors at the institutions, and how their understanding, interpretations and motivations are influenced by the country’s historical and cultural context, as well as their own social environments. By examining the relationship …


ความเชื่อมั่น ความต้องการ และการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของประชากรไทย โดยการจัดสรรของรัฐในช่วงระบาดของโควิด-19, ภิญญมาศ เดโชศุภกร Jan 2023

ความเชื่อมั่น ความต้องการ และการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของประชากรไทย โดยการจัดสรรของรัฐในช่วงระบาดของโควิด-19, ภิญญมาศ เดโชศุภกร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อ 1 ) ศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการวัคซีนของประชาชนไทยที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ 2) ศึกษาและวิเคราะห์การกระจายวัคซีนที่รัฐจัดสรรตามความเชื่อมั่นวัคซีนของประชาชน และ 3) พิสูจน์ความแตกต่างในการได้รับวัคซีนจากภาครัฐในแต่ละพื้นที่ ใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) โดยมีหน่วยในการวิเคราะห์ระดับจังหวัด จากสำนักงานสถิติแห่งชาติและกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ดังนี้ 1) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาความต้องการวัคซีน คือ ประชากรไทยที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปในครัวเรือนส่วนบุคคลทั่วประเทศ จำนวน 46,600 คน จากแบบสอบถาม โครงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (วัคซีน) ที่เก็บรวบรวมข้อมูล โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ 2) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาการได้รับวัคซีน คือ ประชากรไทย 69,556,204 คน จากรายงานผลการให้บริการวัคซีนโควิด-19 โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันและสถิติถดถอยพหุคูณจากผลการศึกษาพบว่าความต้องการวัคซีน ความเชื่อมั่นวัคซีน และการได้รับวัคซีน ได้แก่ เข็มที่ 1 เข็มที่ 2 และเข็มที่ 3 มีการกระจายวัคซีนแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ภูมิภาค โดยความต้องการวัคซีนและความเชื่อมั่นวัคซีนมีความสัมพันธ์กันและการได้รับวัคซีนส่งผลต่อพื้นที่ภูมิภาคที่แตกต่างกัน ผลการทดสอบโดยสถิติถดถอยพหุคูณ ทำให้ทราบว่าความต้องการวัคซีนเพิ่มขึ้น 1 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้จังหวัดได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 เข็มที่ 2 และเข็มที่ 3 เพิ่มขึ้น 0.278 , 0.362 และ 0.401 จุดเปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และความเชื่อมั่นวัคซีนไม่มีนัยสำคัญทางสถิติต่อการได้รับวัคซีนทั้ง 3 เข็ม นอกจากนี้ยังพบว่าพื้นที่เป็นตัวแปรสำคัญ โดยในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือมีการได้รับวัคซีนทั้ง 3 เข็มน้อยกว่ากรุงเทพมหานคร โดยพื้นที่ที่มีความต้องการวัคซีนและการได้รับวัคซีนสูงที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร แต่ในส่วนความเชื่อมั่นวัคซีนสูงที่สุด คือ พื้นที่ภาคใต้ แต่พบว่าในพื้นที่มีการได้รับวัคซีนต่ำ โดยผลจากการศึกษานี้ใช้เพื่อเป็นข้อเสนอแนะแนวทางการบริหารของภาครัฐเพื่อการได้รับวัคซีนของประชาชนในการรับมือโรคโควิด-19 ได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึงในแต่ละพื้นที่


The Impact Of English On Experiencing Othering: A Case Study Of Chulalongkorn University Students, Alejandro Soria Higuera Jan 2023

The Impact Of English On Experiencing Othering: A Case Study Of Chulalongkorn University Students, Alejandro Soria Higuera

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

International programs in Thailand possess distinctive characteristics as nearly all students are Thai nationals who have met the standard English proficiency requirements. Instruction is entirely in English, and these programs are situated within universities where the majority of students are enrolled in Thai-language programs. Additionally, Thai faculty and staff contribute to the necessity of using the Thai language for social interactions outside the classroom. This complexity surrounding international program students in Thailand has led to the purpose of this research, which is to study the impact of English communication inside and outside the classroom on the path to acquiring competence …


ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สุขศึกษาที่มีต่อพฤติกรรมการป้องกันการคุกคามทางเพศของเยาวชนโดยใช้กรณีศึกษาผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์, มัดหมี่ มณีปุระ Jan 2023

ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สุขศึกษาที่มีต่อพฤติกรรมการป้องกันการคุกคามทางเพศของเยาวชนโดยใช้กรณีศึกษาผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์, มัดหมี่ มณีปุระ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สุขศึกษาที่มีต่อพฤติกรรมการป้องกันการคุกคามทางเพศของเยาวชนโดยใช้กรณีศึกษาผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ วิธีดำเนินการวิจัยแบบกึ่งทดลอง โดยกลุ่มตัวอย่างใช้การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง เป็นโรงเรียนที่มีเยาวชน จำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยผ่านการวิเคราะห์ความตรงเชิงเนื้อหา และมีความเที่ยงของเครื่องมือจากการนำไปทดลองใช้และหาค่าความยากง่ายและอำนาจจำแนกของข้อสอบก่อนการทดลองใช้ โดยประกอบด้วย แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สุขศึกษาที่มีต่อพฤติกรรมการป้องกันการคุกคามทางเพศของเยาวชนโดยใช้กรณีศึกษาผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ จำนวน 8 แผน และแบบทดสอบพฤติกรรมการป้องกันการคุกคามทางเพศ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนด้วยค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1. ค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมการป้องกันการคุกคามทางเพศ กลุ่มทดลองหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมการป้องกันการคุกคามทางเพศ หลังการทดลองของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปผลการวิจัยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สุขศึกษาที่มีต่อพฤติกรรมการป้องกันการคุกคามทางเพศของเยาวชนโดยใช้กรณีศึกษาผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์สูงกว่าการจัดการเรียนรู้สุขศึกษาแบบปกติ


การพัฒนาแบบวัดสถานการณ์แบบออนไลน์สำหรับประเมินสมรรถนะระหว่างวัฒนธรรมของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโดยประยุกต์ใช้แนวคิดความต่อเนื่องของการพัฒนาระหว่างวัฒนธรรม, พิสิษฐ บรรจง Jan 2023

การพัฒนาแบบวัดสถานการณ์แบบออนไลน์สำหรับประเมินสมรรถนะระหว่างวัฒนธรรมของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโดยประยุกต์ใช้แนวคิดความต่อเนื่องของการพัฒนาระหว่างวัฒนธรรม, พิสิษฐ บรรจง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อพัฒนาแบบวัดสถานการณ์แบบออนไลน์สำหรับประเมินสมรรถนะระหว่างวัฒนธรรมของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโดยประยุกต์ใช้แนวคิดความต่อเนื่องของการพัฒนาระหว่างวัฒนธรรม และ2. เพื่อตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดที่สร้างขึ้น ตัวอย่างวิจัยคือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 604 คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบวัดสถานการณ์วัดสมรรถนะระหว่างวัฒนธรรมตามแนวคิดความต่อเนื่องของการพัฒนาระหว่างวัฒนธรรมรูปแบบออนไลน์โดยใช้เว็บไซต์ SurveyMonkey มีการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน และการตรวจสอบคุณสมบัติทางจิตมิติ ประกอบด้วย หลักฐานความตรงด้านเนื้อหา หลักฐานความตรงด้านโครงสร้างภายในด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และการวิเคราะห์โดยใช้โมเดลการให้คะแนนแบบลำดับขั้น และหลักฐานความตรงด้านความสัมพันธ์กับตัวแปรอื่น โดยใช้การวิเคราะห์ด้วยสถิติทดสอบที และการวิเคราะห์ความแปรปรวน ซึ่งมีผลการวิจัยดังนี้ 1. แบบที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยข้อคำถามจำนวน 20 ข้อ ค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหารายข้อ (I-CVI) เท่ากับ 1.00 และค่าความเที่ยงแบบความสอดคล้องภายในด้วยวิธีสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ( α = 0.912) 2. ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันพบว่า โมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ( χ2 = 142.072, df = 118, p = 0.065, GFI = 0.977, CFI = 0.998 SRMR = 0.024 และ RMSEA = 0.0184) เมื่อพิจารณาจากตาราง พบว่า ค่าน้ำหนักองค์ประกอบมาตรฐาน (β) มีค่าเป็นบวก มีขนาดตั้งแต่ 0.497 ถึง 0.718 และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทุกองค์ประกอบ 3. ผลการวิเคราะห์ โดยใช้โมเดลการให้คะแนนแบบลำดับขั้นพบว่า คำถามทุกข้อสอดคล้องกับกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยแต่ละข้อมีการกระจายของผลการตอบที่หลากหลายในแต่ละระดับสมรรถนะ ( β = -1.681 ถึง 1.651) เมื่อพิจารณาค่าเทรชโฮลด์พารามิเตอร์ทั้งหมด และค่าความชัน เป็นไปตามเกณฑ์ ( α = 1.222 ถึง 2.445) นั่นคือข้อคําถามมีความเหมาะสมและสามารถจำแนกสมรรถนะของผู้ตอบได้ในระดับดี …


ผลของการฝึกแบบผสมผสานระหว่างการออกกำลังกายและการฝึกพุทธิปัญญาต่อความสามารถการควบคุมความตั้งใจและปริมาณเซรั่มบีดีเอ็นเอฟของนักกีฬาอีสปอร์ตชาย, เตชิต เลิศเอนกวัฒนา Jan 2023

ผลของการฝึกแบบผสมผสานระหว่างการออกกำลังกายและการฝึกพุทธิปัญญาต่อความสามารถการควบคุมความตั้งใจและปริมาณเซรั่มบีดีเอ็นเอฟของนักกีฬาอีสปอร์ตชาย, เตชิต เลิศเอนกวัฒนา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ความตั้งใจเป็นทักษะที่สำคัญในการเล่นกีฬาอีสปอร์ตโดยส่งผลต่อการตัดสินใจ เวลาปฏิกิริยา และทักษะอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนถึงความสามารถในการเล่นเกมโดยรวม จึงเป็นไปได้ว่าการพัฒนาความสามารถด้านความตั้งใจอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการเล่นกีฬาอีสปอร์ตได้การวิจัยในครั้งนี้จึงมุ่งศึกษาลักษณะความสามารถความตั้งใจในกีฬาอีสปอร์ต โดยแบ่งเป็นสองการศึกษา ดังนี้การศึกษาที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถความตั้งใจระหว่างนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพและผู้เล่นอีสปอร์ตระดับมหาวิทยาลัย โดยทำการทดสอบความสามารถด้านความตั้งใจในนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพ 8 คนและผู้เล่นอีสปอร์ตระดับมหาวิทยาลัย 8 คนจากนักกีฬาอีสปอร์ตประเภทโมบา(MOBA) โดยใช้การทดสอบความตั้งใจแบบกระพริบ ทดสอบการค้นหาด้วยสายตา และการตอบสนองต่อสัญญาณไฟปฏิกิริยา ผลการทดลองพบว่ากลุ่มนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพมีอัตราการตอบสนองถูกต้องสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในการทดสอบความตั้งใจแบบกระพริบ (p = .033) และมีเวลาปฏิกิริยาตอบสนองเร็วกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในการทดสอบการค้นหาด้วยสายตา (p = .002) ในส่วนของการทดสอบตอบสนองต่อสัญญาณไฟปฏิกิริยาไม่พบว่ามีความแตกต่างกันการศึกษาที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลของการฝึกแบบผสมผสานระหว่างการออกกำลังกายและการฝึกพุทธิปัญญาต่อความสามารถด้านความตั้งใจและปริมาณเซรั่มบีดีเอ็นเอฟ โดยทำการทดลองในนักกีฬาอีสปอร์ตที่ผ่านการแข่งขันในรายการ CU Open จำนวน 32 คน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มฝึกผสมผสานการออกกำลังกายและการฝึกพุทธิปัญญา (Physical-Cognitive Exercise ;PCE) กลุ่มฝึกออกกำลังกาย (Physical Exercise; PE),กลุ่มฝึกพุทธิปัญญา (Cognitive Exercise (CE),และกลุ่มควบคุม (C). โดยทำการฝึก 4 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทำการทดสอบความตั้งใจแบบกระพริบ การค้นหาด้วยสายตา การตอบสนองต่อสัญญาณไฟปฏิกิริยา และวัดปริมาณเซรั่มบีดีเอ็นเอฟ ก่อนการทดลอง หลังการฝึกครั้งแรก และหลังการฝึก 4 สัปดาห์ ผลฉับพลันจากการฝึกพบว่า กลุ่ม PE และ CE มีอัตราการตอบสนองถูกต้องสูงกว่ากลุ่ม PCE และกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .017, = .020 และ p < .001, < .001 ตามลำดับ) ในการทดสอบความตั้งใจแบบกระพริบ และกลุ่ม CE มีเวลาปฏิกิริยาในการตอบสนองเร็วกว่ากลุ่มอื่นๆอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .004) ในการทดสอบการค้นหาด้วยสายตา หลังการฝึก 4 สัปดาห์ กลุ่ม PCE PE และ CE มีอัตราการตอบสนองถูกต้องสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .028, .008, < .001 ตามลำดับ) ในการทดสอบความตั้งใจแบบกระพริบ และกลุ่ม PCE และ PE มีอัตราการตอบสนองถูกต้องมากกว่ากลุ่ม CE อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .021, .003 ตามลำดับ) ในการทดสอบการค้นหาด้วยสายตา แต่มีเวลาปฏิกิริยาในการตอบสนองที่ช้ากว่ากลุ่ม CE (p = .003, .004) ในส่วนของปริมาณเซรั่มบีดีเอ็นเอฟ หลังการฝึกครั้งแรกพบว่ากลุ่ม PE มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .004) และหลังการฝึก 4 สัปดาห์พบว่ากลุ่ม PCE และ PE มีปริมาณเซรั่มบีดีเอ็นเอฟเพิ่มขึ้นกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .004, .024 ตามลำดับ)จากผลการทดลองพบว่านักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพมีความสามารถความตั้งใจที่สูงกว่านักกีฬาอีสปอร์ตในระดับสมัครเล่น โดยการฝึกแบบผสมผสานการออกกำลังกายและการฝึกพุทธิปัญญาสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความตั้งใจของนักกีฬาอีสปอร์ตในระดับสมัครเล่นได้ จึงอาจใช้เป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาความสามารถความตั้งใจ และอาจช่วยเพิ่มความสามารถในการเล่นและแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตได้ทางหนึ่ง


ผลฉับพลันของการนวดทุยหนาที่ใช้ระยะเวลาต่างกันต่ออาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อจากกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมในพนักงานสำนักงาน, ธีรา อารีย์ Jan 2023

ผลฉับพลันของการนวดทุยหนาที่ใช้ระยะเวลาต่างกันต่ออาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อจากกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมในพนักงานสำนักงาน, ธีรา อารีย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลฉับพลันของการนวดทุยหนาที่ใช้ระยะเวลาต่างกันที่มีต่ออาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อและองศาการเคลื่อนไหวของคอจากกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมในพนักงานสำนักงาน กลุ่มตัวอย่างพนักงานสำนักงานทั้งชายและหญิง มีอายุระหว่าง 25-45 ปี ที่มีอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อคอ บ่า และไหล่ จากกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม จำนวน 64 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 32 คน ได้รับการนวดทุยหนาทั้งหมด 2 เงื่อนไข กลุ่มที่จับฉลากได้รับเงื่อนไขที่ 1 นวดทุยหนา 10 นาที ตามด้วยเงื่อนไขที่ 2 นวดทุยหนา 20 นาที ส่วนกลุ่มที่จับฉลากได้รับเงื่อนไขที่ 2 นวดทุยหนา 20 นาที ตามด้วยเงื่อนไขที่ 1 นวดทุยหนา 10 นาที เป็นการวิจัยแบบไขว้ (Cross-Over Design) พักระหว่างเงื่อนไข 7 วัน เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความเจ็บปวด (Numerical Rating Scale; NRS) แบบการวัดระดับกั้นความรู้สึกเจ็บปวดด้วยแรงกด (Pressure Pain Threshold; PPT) บริเวณกล้ามเนื้ออัพเพอะทราพิเซียสทั้งซ้ายและขวา และแบบการวัดองศาการเคลื่อนไหวของคอ (Cervical Rang of Motion; CROM) ในท่าก้มคอ เงยคอ หันคอไปด้านซ้าย หันคอไปด้านขวา เอียงคอไปด้านซ้าย และเอียงคอไปด้านขวา นำผลที่ได้มาค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบก่อนและหลังแต่ละเงื่อนไข และระหว่างเงื่อนไข โดยการทดสอบค่าทีแบบรายคู่ (Paired sample t-test) ที่ระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05ผลการวิจัยพบว่าผลฉับพลันของการนวดทุยหนาที่ใช้ระยะเวลาต่างกันต่ออาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อจากกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมในพนักงานสำนักงาน เมื่อเปรียบเทียบการนวดทุยหนาก่อนและหลังการทดลองทั้ง 2 เงื่อนไข พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ย NRS ลดลง ค่าเฉลี่ย PPT และค่าเฉลี่ย CROM เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ยกเว้นท่าเงยคอที่ใช้การนวดทุยหนา 10 นาที ไม่แตกต่างกัน …


ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้ขับรถจักรยานยนต์ส่งอาหารในกรุงเทพมหานคร, บุญญิสา ชยันโต Jan 2023

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้ขับรถจักรยานยนต์ส่งอาหารในกรุงเทพมหานคร, บุญญิสา ชยันโต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey study) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตรวมไปถึงปัจจัยใดจะสามารถทำนายคุณภาพชีวิตของผู้ขับรถจักรยานยนต์ส่งอาหารในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์ส่งอาหารในกรุงเทพมหานคร จำนวน 562 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ประกอบไปด้วย แบบสอบถามคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกชุดย่อ ฉบับภาษาไทย (WHOQOL-BREF-THAI) แบบวัดความเครียดกรมสุขภาพจิต (SPST-20) และแบบสอบถามที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นเพื่อสอบถามปัจจัยส่วนบุคคล สิ่งแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคในการทำงาน และความปลอดภัยในการทำงาน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติค่าความสัมพันธ์ (Pearson's Correlation) และสถิติการวิเคราะห์สมการถดถอยโลจิสติค (Logistic Regression) กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ผลการวิจัยพบว่า ผู้ขับรถจักรยานยนต์ส่งอาหารมีคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับดี คุณภาพชีวิตมีความสัมพันธ์เชิงบวกที่ระดับต่ำกับการวิ่งงานเฉลี่ยรอบต่อวันและเวลาพักระหว่างการทำงานขับรถจักรยานยนต์ส่งอาหารเฉลี่ยในแต่ละวัน แต่ความเครียดจากการทำงานมีความสัมพันธ์เชิงลบกับคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้ยังพบว่าปัจจัยอื่นๆ เช่น เวลาในการประกอบอาชีพขับรถจักรยานยนต์ส่งอาหาร รายได้เฉลี่ยจากการขับรถจักรยานยนต์ส่งอาหาร ระยะเวลาเฉลี่ยในการทำงานขับรถจักรยานยนต์ส่งอาหารวันต่อสัปดาห์ และระยะเวลาเฉลี่ยในการขับรถจักรยานยนต์ส่งอาหารต่อวันมีความสัมพันธ์ทางลบกับคุณภาพชีวิต ความเครียดจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานสามารถทำนายคุณภาพชีวิตได้ กล่าวคือ ผู้ขับรถจักรยานยนต์ส่งอาหารที่มีความเครียดสูงและมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ดีจะมีคุณภาพชีวิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปได้ว่า คุณภาพชีวิตของผู้ขับรถจักรยานยนต์ส่งอาหารในกรุงเทพมหานครอยู่ในระดับดี ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน สิ่งแวดล้อมในการทำงานที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานและความเครียดจากการทำงานมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตและสามารถทำนายคุณภาพชีวิตได้


การศึกษารูปแบบของยีน Mgrb และความชุกของยีน Mcr-1 ถึง Mcr-10 ใน Escherichia Coli และ Klebsiella Pneumoniae ที่ดื้อยา Colistin จากสิ่งส่งตรวจของผู้ป่วยในโรงพยาบาลเลิดสิน, ขวัญชนม์ เจียรกิติวณิช Jan 2023

การศึกษารูปแบบของยีน Mgrb และความชุกของยีน Mcr-1 ถึง Mcr-10 ใน Escherichia Coli และ Klebsiella Pneumoniae ที่ดื้อยา Colistin จากสิ่งส่งตรวจของผู้ป่วยในโรงพยาบาลเลิดสิน, ขวัญชนม์ เจียรกิติวณิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การดื้อยา colistin มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Enterobacterales เนื่องมาจากการนำยา colistin กลับมาใช้ในการรักษาเชื้อดื้อยาหลายขนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อแบคทีเรียแกรมลบที่ดื้อยา carbapenem ประกอบกับการถ่ายทอดยีน mobile colistin-resistant (mcr) ผ่านทาง plasmid ซึ่งส่งผลให้การแพร่ระบาดของเชื้อดื้อยา colistin เกิดขึ้นในวงกว้างอย่างรวดเร็ว สถานการณ์เชื้อกลุ่ม Enterobacterales ที่ดื้อยา colistin ในประเทศไทยกำลังเป็นที่สนใจ เนื่องมาจากเริ่มพบอัตราเชื้อดื้อยาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในภาคการปศุสัตว์และในโรงพยาบาล การศึกษาครั้งนี้ได้ศึกษาลักษณะจีโนมของเชื้อ E. coli และ K. pneumoniae ที่ดื้อยา colistin ที่เพาะแยกได้จากผู้ป่วยของโรงพยาบาลเลิดสิน กรุงเทพมหานคร ในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2565 และศึกษาความสัมพันธ์และการกระจายตัวของเชื้อในแผนกต่างๆ ของโรงพยาบาล เชื้อที่เก็บได้ทั้งหมดจำนวน 54 ตัวอย่าง ประกอบด้วยเชื้อ E. coli และ K. pneumoniae จำนวน 14 และ 40 ตัวอย่าง ตามลำดับ ซึ่งให้ผลดื้อยา colistin เมื่อทดสอบด้วยเครื่องอัตโนมัติ Sensititre™ Gram Negative MIC Plate เชื้อส่วนใหญ่เพาะแยกจากปัสสาวะ (46.30%, p-value=0.38) และเสมหะ (29.63%, p-value=0.63) โดยเพาะแยกเชื้อได้จากผู้ป่วยใน (81.48%) มากกว่าผู้ป่วยนอก (18.52%) อย่างมีนัยสำคัญ (p-value=0.000) ภายหลังนำเชื้อทั้งหมดไปวิเคราะห์ลำดับเบสด้วยเทคนิค Illumina whole genome sequencing (WGS) สามารถจำแนกสายพันธุ์ของเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื้อ E. coli และ K. pneumoniae มีรูปแบบยีนก่อโรคที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด และพบยีน blaCTX-M, blaTEM, blaOXA ,blaSHV ,ยีน aac, ยีน qnr …


Musculoskeletal Disorders, Perceived Stress, And Ergonomic Risk Factors Among Pakistani Smartphone Esports Athletes, Muhammad Athar Khan Jan 2023

Musculoskeletal Disorders, Perceived Stress, And Ergonomic Risk Factors Among Pakistani Smartphone Esports Athletes, Muhammad Athar Khan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Smartphone eSports athletes face various health risks due to prolonged sitting and poor posture.Objective: To investigate the frequency of musculoskeletal disorders, perceived stress levels, health risks and ergonomic risk factors among smartphone eSports athletes and determine the association between levels of perceived stress and MSDs.Methods: A cross-sectional study was conducted on 145 participants. Nordic Musculoskeletal Questionnaire, Perceived Stress Scale (PSS-10), questionnaire on health risks and rapid upper limb assessment (RULA) were used to collect data. The chi-square test determined the association between MSDs and perceived stress.Results: The study revealed that neck pain was the most prevalent issue, affecting 41.4% …


ปัญหาและการแก้ไขปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียของศูนย์การค้า: กรณีศึกษาศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน, โกสินทร์ แจ่มประเสริฐ Jan 2023

ปัญหาและการแก้ไขปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียของศูนย์การค้า: กรณีศึกษาศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน, โกสินทร์ แจ่มประเสริฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เหตุการณ์กลิ่นไม่พึงประสงค์รุนแรงจากระบบบำบัดน้ำเสียที่เกิดขึ้นภายในศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน หลังเปิดใช้งานอาคารได้ 1 เดือน เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557 ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินการของร้านค้าและเกิดการร้องเรียนจากผู้ใช้บริการภายในอาคาร ซึ่งการจัดการปัญหาและการแก้ไขปัญหาเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายกายภาพ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการรวบรวมข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ฝ่ายอาคาร ฝ่ายวิศวกรรม ช่างประจำอาคาร และรูปภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูล ถอดบทเรียนจากการศึกษา สรุป และอภิปรายผลจากการศึกษาเหตุการณ์กลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นภายในศูนย์การค้า พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์พื้นที่ และการเปลี่ยนประเภทกิจการ ซึ่งเป็นความต้องการของเจ้าของโครงการในการเปลี่ยนแปลงแผนธุรกิจ ให้สอดคล้องกับการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยการเพิ่มที่นั่งโรงละครและกิจการประเภทร้านอาหาร ทำให้ปริมาณน้ำเสียจากกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น ส่งผลให้การบำบัดน้ำเสียไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากน้ำเสียที่เข้าระบบบำบัดเกินความจุของระบบบำบัดน้ำเสียที่ออกแบบไว้ตั้งแต่ก่อสร้าง ประกอบกับแผนงานการดูแลบำรุงรักษายังไม่ชัดเจน เนื่องจากหลังการก่อสร้างโครงการยังอยู่ในการรับประกัน 2 ปี จากผู้ก่อสร้าง ทำให้เจ้าของโครงการไม่ทราบถึงผลกระทบ และไม่ได้ให้ความสำคัญในการจัดส่งเจ้าหน้าที่มาควบคุมการใช้งาน และดูแลบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี รวมถึงการจัดหาบุคลากรที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญมาปฏิบัติงาน อีกทั้งเจ้าของโครงการเป็นหน่วยงานอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ ทำให้การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยฐานข้อมูล ได้แก่ จำนวนร้านค้า ประเภทกิจการ เปรียบเทียบระหว่างการออกแบบและหลังการเปิดใช้งานอาคาร ปริมาณการใช้น้ำ ผลการวิเคราะห์การตรวจค่าน้ำเสีย และการวินิจฉัยโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการกำหนดรูปแบบและรายละเอียดในการจัดจ้างแก้ไขปัญหา โดยการจัดซื้อจัดจ้างต้องยึดตามระเบียบปฏิบัติ ซึ่งมีกระบวนการขั้นตอนซับซ้อนและต้องใช้ระยะเวลาในการจัดจ้าง ทำให้การแก้ไขปัญหาล่าช้า ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรผลจากการศึกษาชี้ให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้น 4 ลักษณะ คือ 1) ปัญหาการใช้สารเคมีทำความสะอาดในช่วงเปิดศูนย์การค้า 2) ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในพื้นที่ศูนย์การค้า 3) ปัญหาการเกิดคราบสีดำบนเครื่องประดับที่เป็นโลหะของร้านค้า 4) ปัญหาการระบายอากาศจากบ่อบำบัดน้ำเสียที่ถูกปล่อยออกบริเวณหน้าประตูข้างอาคารชั้น 1 และผลจากการศึกษาการแก้ไขปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียที่เกิดขึ้นแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 1) การแก้ไขปัญหาโดยการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย 2) การแก้ไขปัญหาโดยการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียเพิ่มเติมเพื่อรองรับปริมาณน้ำเสียที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากการปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจก่อนการขายพื้นที่ ทีมขายต้องมีการขอข้อมูลงานระบบต่าง ๆ และทำงานร่วมกับทีมวิศวกรรมในการตรวจเช็คความพร้อมของพื้นที่ให้เหมาะสมกับประเภทกิจการ โดยคำนึงถึงความสามารถ ขนาดพิกัดการทำงานของระบบต่าง ๆ ของอาคารในการรองรับการใช้งานที่จะเกิดขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลให้กับเจ้าของโครงการในการบริหารทรัพยากรกายภาพ Facility Management (FM) เพื่อลดผลกระทบ ทำให้อาคารมีความสะดวก ปลอดภัย และมีสิ่งแวดล้อมที่ดีเมื่อเข้าใช้อาคาร


แนวทางการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยของการเคหะแห่งชาติ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ในโครงการฟื้นฟูเมืองรามอินทรา ระยะที่ 2, ภาณุพงศ์ ศิริยานนท์ Jan 2023

แนวทางการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยของการเคหะแห่งชาติ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ในโครงการฟื้นฟูเมืองรามอินทรา ระยะที่ 2, ภาณุพงศ์ ศิริยานนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและนำเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่โครงการฟื้นฟูเมืองรามอินทราระยะที่ 2 ซึ่งจากเดิมเป็นโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบให้เป็นอาคารสูง เพื่อเพิ่มพื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่สีเขียวให้กับโครงการ โดยเปลี่ยนโครงการเคหะชุมชนแนวราบเดิมที่ขาดการจัดสรรพื้นที่สีเขียวสำหรับชุมชน และพื้นที่เปิดโล่งทั้งหมดเป็นพื้นที่ถนนและทางเท้าที่เป็นพื้นที่ดาดแข็ง ซึ่งทำเลที่ตั้งโครงการในปัจจุบันมีความเป็นเมืองสูง ทั้งในด้านสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ทำให้ที่ดินมีศักยภาพในการพัฒนาสูงขึ้นจากเดิมเป็นอย่างมาก จึงเหมาะสำหรับการหาแนวทางการพัฒนาพื้นที่ให้สมประโยชน์ตามศักยภาพของที่ดินที่ตั้งโครงการมากยิ่งขึ้น การวิจัยนี้ได้มีการศึกษาทฤษฎีและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เกิดเป็นแนวทางเลือก 3 รูปแบบโดยมีความสูงอาคารเป็นตัวแปรกำหนด รูปแบบที่1 เป็นอาคารที่มีความสูง 8 ชั้น รูปแบบที่ 2 เป็นอาคารสูง 15-25 ชั้น และรูปแบบที่ 3 ความสูงอาคารสูงสุด 35 ชั้น ซึ่งเป็นความสูงตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาของการเคหะแห่งชาติ โดยแต่ละรูปแบบจะต้องคำนึงถึงปัจจัย 3 ประการได้แก่ (1) มาตรฐานที่พักอาศัยของการเคหะแห่งชาติ (2) การเพิ่มพื้นที่เปิดโล่ง พื้นที่สีเขียวยั่งยืน และ(3) การใช้ประโยชน์ที่ดินได้คุ้มค่าและสมประโยชน์งานวิจัยฉบับนี้เป็นการเปรียบเทียบในเชิงปริมาณ โดยจากการศึกษาและวิเคราะห์รูปแบบแนวทางเลือกทั้ง 3 รูปแบบ สรุปได้ว่าแนวทางการพัฒนารูปแบบอาคารพักอาศัยจากแนวราบเป็นอาคารสูงสามารถช่วยเพิ่มพื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่สีเขียวที่เป็นพื้นที่สีเขียวยั่งยืนในโครงการได้ อาคารยิ่งสูงจะยิ่งลดพื้นที่อาคารปกคลุมดินลงได้และยังสามารถจัดสรรพื้นที่เพื่อการทำกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ ของผู้อาศัยในโครงการได้มากขึ้น โดยรูปแบบแนวทางเลือกที่ 3 ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้ความสูงอาคารสูงสุด 35 ชั้น มีความเหมาะสมสูงสุดตามวัตถุประสงค์ของงานวิจัยซึ่งเน้นไปในด้านการพัฒนาที่สามารถเพิ่มพื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่สีเขียวที่เป็นพื้นที่สีเขียวยั่งยืนในโครงการฟื้นฟูเมืองรามอินทราระยะที่ 2 ได้ และเป็นไปตามแผนพัฒนาของการเคหะแห่งชาติ รวมถึงมีความเหมาะสมกับบริบทพื้นที่ตั้งโครงการในปัจจุบัน


อิทธิพลของระบบนิเวศวิทยาพื้นที่ปากแม่น้ำในการฟื้นฟูคุณภาพน้ำด้วยพืช : กรณีศึกษา ปากแม่น้ำบางปะกง จังหวัด ฉะเชิงเทรา, สุชานาถ บุญยะชัย Jan 2023

อิทธิพลของระบบนิเวศวิทยาพื้นที่ปากแม่น้ำในการฟื้นฟูคุณภาพน้ำด้วยพืช : กรณีศึกษา ปากแม่น้ำบางปะกง จังหวัด ฉะเชิงเทรา, สุชานาถ บุญยะชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ระบบนิเวศชายฝั่งของลุ่มน้ำบางปะกงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย โดยระบบนิเวศเหล่านี้ให้บริการด้านระบบนิเวศที่มีคุณภาพสูง นำมาซึ่ง การพัฒนาพื้นที่ การเกษตร และการอุตสาหกรรม และได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่งเหล่านี้ ทำให้เกิดการเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมและการสูญเสียบริการด้านระบบนิเวศ การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางน้ำโดยใช้พืชเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งได้ โดยพืชสามารถช่วยลดการกัดเซาะชายฝั่ง ปรับปรุงคุณภาพน้ำ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพได้ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจศักยภาพของการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางน้ำโดยใช้พืชในระบบนิเวศชายฝั่งของลุ่มน้ำบางปะกง โดยการเปรียบเทียบตัวอย่างน้ำเก้าตัวอย่างที่เก็บจากสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของแม่น้ำบางปะกง การวิเคราะห์ในวิจัยนี้มีเครื่องประเมินตัวโดยใช้ดัชนีคุณภาพน้ำ (WQI) ซึ่งพิจารณาจากห้าพารามิเตอร์ ดังนี้ ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (DO) ความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ (BOD) การปนเปื้อนของแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด (TCB) การปนเปื้อนของแบคทีเรียกลุ่มคอลโคลิฟอร์ม (FCB) และแอมโมเนีย (NH3) ตามมาตรฐานที่กำหนดโดยกรมควบคุมมลพิษ (PCD) ผลลัพธ์ที่ได้จะถูกวิเคราะห์เทียบกับปัจจัยที่มีอิทธิพล นั่นคือ อัตราส่วนความแตกต่างประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ได้จากกรมพัฒนาที่ดิน (LDD)การศึกษานำมาซึ่งหกผลลัพธ์หลักที่ใช้ในการสรุปผลคือ: 1) ค่า WQI 2) อายุเฉลี่ยในการดำรงอยู่ของระบบนิเวศ 3) ช่วงค่า NDVI 4) อัตราส่วนของพื้นที่นิเวศบริการ 5) พื้นที่พัฒนาโดยมนุษย์ในแง่ เกษตรกรรม และ 6) พื้นที่พัฒนาโดยมนุษย์ในแง่ พื้นที่พัฒนาเมืองและอุสาหกรรม เมื่อนำผลลัพธ์มาเปรียบเทียบตามแหล่งที่มาและคะแนนคุณภาพน้ำ โดยเรียงจากคุณภาพต่ำสุดไปสูงสุด ผลการวิจัยมีดังนี้ 1. ดัชนีคุณภาพน้ำส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงที่ไม่ดี โดย BOD และ NH3 เป็นพารามิเตอร์ที่เป็นปัญหารุนแรง ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากการทำฟาร์ม การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการพัฒนาเมืองที่ขยายเข้ามาในพื้นที่บริการด้านระบบนิเวศ 2. พื้นอัตราส่วนการที่ดินด้านนิเวศบริการที่มากกว่า ได้แก่ ปากแม่น้ำ ป่าชายเลน ไม้ยืนต้น ป่าผลัดใบ พื้นที่ลุ่ม ทุ่งหญ้าและไม้ละเมาะ ซึ่งมีค่า NDVI สูง มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางน้ำโดยพืชมากขึ้น เนื่องจากมีสารปนเปื้อนทางน้ำที่ต่ำกว่า เช่น BOD, TCB และ FCB


ทัศนคติต่อการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยของกลุ่มวัยเริ่มทำงานที่เป็นผู้เช่าอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ญาณิน พิชยกุล Jan 2023

ทัศนคติต่อการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยของกลุ่มวัยเริ่มทำงานที่เป็นผู้เช่าอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ญาณิน พิชยกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กลุ่มวัยเริ่มทำงานคือกลุ่มบุคคลที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการทำงาน มีอายุอยู่ในช่วง 21 – 30 ปี มักเพิ่งจบการศึกษา ปัจจุบันส่วนใหญ่อยู่ในเจเนอเรชั่นแซดซึ่งมีทัศนคติต่างไปจากเจเนอเรชั่นก่อน ๆ ทั้งนี้คนส่วนใหญ่ล้วนมีความต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง แต่ความสามารถในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยของกลุ่มนี้ลดลง และมีแนวโน้มความนิยมเช่าเกิดขึ้น ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาลักษณะเศรษฐกิจ สังคม และลักษณะที่เช่าอยู่อาศัยในปัจจุบัน เหตุผลของการเช่าอยู่ในปัจจุบัน ทัศนคติต่อการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในอนาคต โดยสอบถามกลุ่มวัยเริ่มทำงานผู้เช่าอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจำนวน 399 คนผลการศึกษาพบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างวัยเริ่มทำงานส่วนใหญ่มักเป็นโสด การศึกษาระดับปริญญาตรี มีอาชีพเป็นพนักงานประจำบริษัทเอกชน ไม่มีอาชีพที่สอง มีรายได้ส่วนบุคคล 10,000-25,000 บาทต่อเดือน รายได้ครัวเรือนมากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน และชื่นชอบการเล่นโซเชียลมีเดีย 2) ลักษณะที่เช่าในปัจจุบัน มักตั้งอยู่ในปริมณฑล รูปแบบอะพาร์ตเมนต์ ส่วนพื้นที่เช่าคือ 21-25 ตารางเมตร และมักเช่า 5,001-7,000 บาทต่อเดือน โดยเลือกเช่าเพราะทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้ที่ทำงานหรือเดินทางไปทำงานได้สะดวกเป็นสำคัญ 3) กลุ่มตัวอย่างอยู่อาศัยในที่เช่าทุกวันและอาศัยอยู่คนเดียว เดินทางไปทำงานด้วยรถจักรยานยนต์ โดยใช้เวลาเดินทาง 15-30 นาที ใช้พื้นที่ที่พักในการประกอบอาหารและออกกำลังกาย และบางส่วนมีการเลี้ยงสัตว์ 4) ความพึงพอใจในการอยู่อาศัยอยู่ในระดับปานกลางถึงปานกลางค่อนมาก โดยพอใจด้านทำเลที่สุด และไม่ค่อยพบปัญหาจากการเช่าอยู่อาศัย 5) ความต้องการที่อยู่อาศัยในอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้า ต้องการซื้อร้อยละ 67.9 ต้องการเช่าร้อยละ 30.8 และอื่น ๆ โดยต้องการซื้อบ้านเดี่ยวหรือบ้านแฝด ส่วนราคาที่อยู่อาศัยที่ต้องการคือ 1-2 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความมั่นคงในชีวิต ส่วนกลุ่มที่ต้องการเช่าเลือกจะเช่าคอนโดมิเนียม โดยค่าเช่าที่ต้องการคือ 4,001-7,000 บาทต่อเดือน เพราะสามารถโยกย้ายได้ง่าย กลุ่มวัยเริ่มทำงานส่วนมากกำลังวางแผนทางการเงินและยังไม่มีแผนกลับภูมิลำเนาผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่ากลุ่มวัยเริ่มทำงานที่เป็นผู้เช่าในปัจจุบันส่วนมากต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในอีก 5 ปีข้างหน้า และมีความสามารถในการจ่ายในไม่เกิน 1.3 ล้านบาท โดยคำนึงถึงทำเลที่ตั้งที่ใกล้ที่ทำงานหรือเดินทางไปทำงานสะดวก ดังนั้นจึงมีข้อเสนอแนะต่อการเคหะแห่งชาติ รัฐบาลและบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พิจารณาเร่งเพิ่มจำนวนที่อยู่อาศัยในรูปแบบเช่าและเช่าซื้อ รวมถึงพัฒนาคุณภาพบ้านเช่าเพื่อบุคคลกลุ่มนี้ในช่วงแรกของการทำงาน จากนั้นจึงเพิ่มอุปทานบ้านราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท เน้นการออกแบบบรรยากาศที่ดีภายในที่พัก มีส่วนกลางตามสำคัญ โดยมุ่งเน้นทำเลที่ใกล้แหล่งงานหรือสามารถเดินทางได้สะดวก และร่วมกับสถาบันการเงินส่งเสริมการให้ความรู้ด้านการวางแผนทางการเงินเพื่อที่อยู่อาศัยต่อกลุ่มวัยเริ่มทำงาน


แนวทางการพัฒนากายภาพและสภาพแวดล้อมสถานบริบาลสำหรับผู้สูงอายุ ประเภทบ้านเดี่ยว ขนาดน้อยกว่า 20 เตียง ในเขตกรุงเทพมหานคร, พิชญ์สินี ตันไพบูลย์ Jan 2023

แนวทางการพัฒนากายภาพและสภาพแวดล้อมสถานบริบาลสำหรับผู้สูงอายุ ประเภทบ้านเดี่ยว ขนาดน้อยกว่า 20 เตียง ในเขตกรุงเทพมหานคร, พิชญ์สินี ตันไพบูลย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในปัจจุบันสังคมสูงวัยเป็นประเด็นที่หลายประเทศให้ความสนใจมากขึ้นจากการที่สัดส่วนจำนวนผู้สูงอายุมีการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี โดยในประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (complete aged society) ใน พ.ศ. 2565 ทำให้ปัจจุบันธุรกิจดูแลผู้สูงอายุมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งสถานบริบาลผู้สูงอายุขนาดเล็กมักจะเป็นลักษณะบ้านเดี่ยวและตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร จากประเด็นดังกล่าวจึงทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อการพัฒนา ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนา รวมทั้งเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาสถานบริบาลให้เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยผู้สูงอายุผู้วิจัยได้ทำการศึกษาจากกรณีศึกษาทั้งหมด 4 แห่ง ด้วยการสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกอบการและผู้ปฏิบัติงานภายในสถานบริบาลสำหรับผู้สูงอายุ รวมทั้งได้มีการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ผู้ประกอบการสถานบริบาลมักจะเลือกบ้านเดี่ยวมาพัฒนาเนื่องจากต้องการให้ผู้พักอาศัยได้มีบริเวณสำหรับการเดิน ทำกิจกรรม และพักผ่อน ส่วนทางกายภาพพบว่า ส่วนใหญ่ทำถูกต้องตามกฎกระทรวงและมาตรฐาน แต่มีปัญหาและข้อจำกัดในการใช้งานบางอย่าง โดยเฉพาะบริเวณห้องน้ำ บันได ทางลาด และที่จอดรถ และพบปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาสถานบริบาล 3 ประการ คือ 1) สภาพแวดล้อมที่ตั้ง 2) โครงสร้างอาคาร 3) งบประมาณ จากข้อจำกัดด้านงบประมาณที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีการให้ลำดับความสำคัญในการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีการให้ลำดับความสำคัญในการปรับปรุง 5 พื้นที่หลัก ดังนี้ 1) ห้องน้ำ 2) ประตู 3) ทางลาด 4) บันได 5) ลิฟต์ นอกจากนี้พบว่าลักษณะการอยู่อาศัยที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุต้องให้ความสำคัญกับบรรยากาศของที่อยู่อาศัยทั้งภายในสถานบริบาลและสภาพแวดล้อมภายนอกจากผลการศึกษาลักษณะที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ ที่พบว่าสถานบริบาลควรมีการคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุเป็นหลัก เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุสามารถช่วยเหลือตนเองได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุและตรวจสอบความถูกต้องของสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสถานบริบาลสำหรับผู้สูงอายุตามข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกด้วย


Effectiveness Of The Stage Of Change And Learning Resources In Educational Institutions (Sclr) For Reducing Alcohol Consumption Among University Students: A Quasi Experimental Study, Rangsima Passara Jan 2023

Effectiveness Of The Stage Of Change And Learning Resources In Educational Institutions (Sclr) For Reducing Alcohol Consumption Among University Students: A Quasi Experimental Study, Rangsima Passara

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aimed to test the effectiveness of an alcohol prevention program, SCLR (S = stage, C = change, L = learning, and R = resources), on the knowledge about alcohol and alcohol consumption of moderate drinkers who were Rajabhat University students in Bangkok. A quasi-experiment was implemented in two Rajabhat universities. One hundred eighty-four moderate drinkers voluntarily participated in the program (Intervention, n = 92; Control, n = 92). Knowledge about alcohol and alcohol consumption was assessed four times: at baseline, at exit point (6 weeks after baseline), 1 month, 3 months, and 6 months post-intervention. Data were analyzed …


Effectiveness Of Lower Balancing Exercise (Modified Maneevej Program) Through Facebook Reducing Pms Among Undergraduate Students In Kasetsart University, Sakon Nakhon Campus, Thailand, Apiradee Wangkahart Jan 2023

Effectiveness Of Lower Balancing Exercise (Modified Maneevej Program) Through Facebook Reducing Pms Among Undergraduate Students In Kasetsart University, Sakon Nakhon Campus, Thailand, Apiradee Wangkahart

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Premenstrual Syndrome (PMS) is a worldwide public health issue which is present in all cultures of women. This is a chronic disorder that affects more than over a million women around the world among those who have started their period of menstruation. Adolescence is a phenomenon which is a sign of reproductive maturity and might not be seen as a health problem or condition. World Health Organization reported that approximately 199 million women have premenstrual syndrome. Studies showed that about 20% of women of reproductive age find these premenstrual symptoms distressing. Experiencing such symptoms is cited as affecting women’s interpersonal …


Romanticizing Same-Sex Love In Thai Bl Series: A Case Study Of My School President, Die Yang Jan 2023

Romanticizing Same-Sex Love In Thai Bl Series: A Case Study Of My School President, Die Yang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This paper examines the romanticized representation of same-sex love relationships in Thai BL series through a case study of the Thai television series My School President. It is found that the series, despite its theme of same-sex love, still presents traditional gender stereotypes, with character images and gender roles displaying obvious traditional gender traits. Tinn and Gun display traditional masculine and feminine traits, with Tinn portraying strength and decisiveness, and Gun portraying gentleness and dependence, respectively. Through a romanticized narrative approach, the drama emphasizes the characters' deep affection and mutual support, however, this idealized portrayal can lead to viewers' misconceptions …


ประสบการณ์การดูแลบุตรในห้องแยกของผู้ดูแลที่มีบุตรติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, กิจพรรณ ปินไชย Jan 2023

ประสบการณ์การดูแลบุตรในห้องแยกของผู้ดูแลที่มีบุตรติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, กิจพรรณ ปินไชย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเชิงคุณภาพแบบบรรยายครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์การดูแลบุตรของผู้ดูแลที่มีบุตรติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คัดเลือกผู้ให้ข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจง คือ ผู้ดูแลซึ่งเป็นมารดาของผู้ป่วยเด็กวัยเรียนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ร่วมกับมีภาวะปอดอักเสบระดับปานกลางหรือรุนแรง เข้ารับการรักษาในห้องแยก เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก จนข้อมูลอิ่มตัวด้วยจำนวนผู้ให้ข้อมูล 7 ราย นำข้อมูลมาวิเคราะห์เนื้อหาเกิดเป็นประเด็นหลัก 3 ประเด็น คือ 1) ดูแลอย่างใกล้ชิด และเป็นคนทำทุกอย่าง 2) ความยากและลำบาก และ 3) ความรู้สึกขณะที่อยู่กับบุตรตลอดเวลาออกจากห้องแยกไม่ได้ ผลการศึกษาก่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับประสบการณ์การดูแลบุตรในห้องแยกของผู้ดูแลที่มีบุตรติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และสามารถนำข้อมูลการวิจัยนี้ไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการดูแลผู้ป่วยเด็กได้อย่างเหมาะสม และตรงตามความต้องการของผู้ป่วยและผู้ดูแลอย่างแท้จริง รวมถึงเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการจัดการองค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยเด็กโรคอุบัติใหม่ที่ต้องได้รับการรักษาภายในห้องแยก


ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพโดยใช้สมาร์ทโฟนแอปพลิเคชันไลน์ต่อพฤติกรรมป้องกันอาการกำเริบของโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ของผู้ดูแลเด็กวัยเรียนโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้, โสวรรณ ตรีคูณสถิต Jan 2023

ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพโดยใช้สมาร์ทโฟนแอปพลิเคชันไลน์ต่อพฤติกรรมป้องกันอาการกำเริบของโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ของผู้ดูแลเด็กวัยเรียนโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้, โสวรรณ ตรีคูณสถิต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง ศึกษาสองกลุ่มแบบวัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพโดยใช้สมาร์ทโฟนแอปพลิเคชันไลน์ต่อพฤติกรรมป้องกันอาการกำเริบของโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ของผู้ดูแลเด็กวัยเรียนโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ อายุ 6-12 ปี ที่เข้ารับบริการที่คลินิกโรคภูมิแพ้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 30 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพโดยใช้สมาร์ทโฟนแอปพลิเคชันไลน์ที่ออกแบบโดยใช้แนวคิดของเพนเดอร์ (2001) ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ กำกับการทดลองด้วยแบบสอบถามการรับรู้ประโยชน์ รับรู้อุปสรรค และรับรู้ความสามารถของตนต่อการปฏิบัติพฤติกรรม ประเมินพฤติกรรมป้องกันอาการกำเริบของโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ด้วยแบบสอบถามพฤติกรรมป้องกันอาการกำเริบของโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ เครื่องมือทุกฉบับมีค่าความตรงตามเนื้อหาและค่าความเที่ยงที่ยอมรับได้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบที (t-test) ผลการวิจัย พบว่า ผู้ดูแลเด็กโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้กลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพโดยใช้สมาร์ทโฟนแอปพลิเคชันไลน์ มีพฤติกรรมป้องกันอาการกำเริบของโรคสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t= 7.68, p< .05) และผู้ดูแลเด็กโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้กลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพโดยใช้สมาร์ทโฟนแอปพลิเคชันไลน์ มีพฤติกรรมป้องกันอาการกำเริบของโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t= -4.25, p< .05)


การศึกษาสมรรถนะพยาบาลจบใหม่ที่พึงประสงค์ โรงพยาบาลของรัฐ, พริมพิริยะ จินดาวัลณ์ Jan 2023

การศึกษาสมรรถนะพยาบาลจบใหม่ที่พึงประสงค์ โรงพยาบาลของรัฐ, พริมพิริยะ จินดาวัลณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมรรถนะพยาบาลจบใหม่ที่พึงประสงค์ โรงพยาบาลของรัฐ โดยใช้การวิจัยอนาคตแบบเดลฟายเทคนิค กลุ่มตัวอย่าง คือผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 20 คน ประกอบด้วย กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารโรงพยาบาลของรัฐ/คณะพยาบาลศาสตร์ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญระดับหัวหน้ากลุ่มงาน กลุ่มหัวหน้าหอผู้ป่วย กลุ่มอาจารย์พยาบาล และกลุ่มพยาบาลวิชาชีพพี่เลี้ยงหรือหัวหน้าเวร วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 3 รอบ คือ 1) การสัมภาษณ์สมรรถนะพยาบาลจบใหม่ที่พึงประสงค์ 2) นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เนื้อหาแล้วนำมาสร้างแบบสอบถาม เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญประมาณค่าความสำคัญ และ 3) นำข้อมูลมาคำนวณหาค่ามัธยฐาน ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ และจัดทำแบบสอบถามแล้วส่งกลับให้ผู้เชี่ยวชาญยืนยันคำตอบ ผลการวิจัยพบว่า สมรรถนะพยาบาลจบใหม่ที่พึงประสงค์ โรงพยาบาลของรัฐ ประกอบด้วย 10 สมรรถนะ ดังนี้ 1) สมรรถนะด้านความฉลาดรู้ทางเทคโนโลยีดิจิทัล 2) สมรรถนะด้านจริยธรรม จรรยาบรรณ กฎหมายวิชาชีพ และกฎหมายเทคโนโลยีดิจิทัล 3) สมรรถนะด้านความรู้ทางทฤษฎี และการปฏิบัติการพยาบาลและการผดุงครรภ์ 4) สมรรถนะด้านการสื่อสารที่มีความหลากหลาย 5) สมรรถนะด้านการพัฒนาตนเองและหน่วยงาน 6) สมรรถนะด้านการวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล 7) สมรรถนะด้านภาวะผู้นำและการบริหารทีมพยาบาล 8) สมรรถนะด้านการปรับตัวกับความหลากหลาย 9) สมรรถนะด้านการจัดการและการแก้ปัญหาทางการพยาบาล 10) สมรรถนะด้านการบริหารจัดการต้นทุนและทรัพยากร โดยมีค่าระดับความสำคัญอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด (Md = 4.10 – 4.72, IR = 0.28 – 1.08)


ประสบการณ์การเป็นพยาบาลผู้ประกอบการคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น, นครินทร์ เชื่อนิจ Jan 2023

ประสบการณ์การเป็นพยาบาลผู้ประกอบการคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น, นครินทร์ เชื่อนิจ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเชิงคุณภาพแบบปรากฏการณ์วิทยาแบบตีความนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรยายประสบการณ์การเป็นพยาบาลผู้ประกอบการคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น ผู้ให้ข้อมูล คือ พยาบาลวิชาชีพผู้ประกอบการคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการและให้บริการคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่นอย่างน้อย 2 ปี และมีความยินดีในการเข้าร่วมเป็นผู้ให้ข้อมูลในการวิจัย จำนวน 12 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก การบันทึกเสียง บันทึกภาคสนาม ร่วมกับการสังเกต วิเคราะห์ข้อมูลตามวิธีการ van Manen และ ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลตามเกณฑ์ของ Guba and Lincoln ผลการวิเคราะห์ข้อมูลประสบการณ์การเป็นพยาบาลผู้ประกอบการคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น ประกอบด้วย 5 ประเด็นหลัก และ 19 ประเด็นย่อย ดังต่อไปนี้ 1.เริ่มต้นสนใจคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น ประกอบด้วย 3 ประเด็นย่อย ได้แก่ 1.1) ทำความรู้จักคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น 1.2) เห็นช่องทางการให้บริการในชุมชน และ 1.3) สมัครเป็นหน่วยบริการเครือข่าย 2. การจัดบริการสุขภาพ ประกอบด้วย 2 ประเด็นย่อย ได้แก่ 2.1) การให้บริการสุขภาพในคลินิก และ 2.2) การให้บริการดูแลสุขภาพที่บ้าน 3. การบริหารจัดการคลินิก ประกอบด้วย 7 ประเด็นย่อย ได้แก่ 3.1) ประชาสัมพันธ์คลินิก 3.2) จัดบุคลากรในการให้บริการ 3.3) จัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ 3.4) ติดต่อประสานงาน 3.5) เบิกจ่ายค่าบริการพยาบาล 3.6) จัดการต้นทุนและงบดุลของคลินิก และ 3.7) จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย 4. อุปสรรคการดำเนินงานคลินิก ประกอบด้วย 4 ประเด็นย่อย ได้แก่ 4.1) ข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ 4.2) ความยากลำบากในการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4.3) ความยุ่งยากในการเบิกจ่ายค่าบริการ และ 4.4) การคิดอัตราค่าบริการที่ต่ำกว่าต้นทุน 5. ผลลัพธ์การให้บริการของคลินิก ประกอบด้วย 3 ประเด็นย่อย ได้แก่ 5.1) ผลลัพธ์รับต่อผู้รับบริการ 5.2) …


อิทธิพลของการใช้อินเทอร์เน็ตต่อสุขภาวะของแรงงานนอกระบบในกรุงเทพมหานคร, สุดารัตน์ กันทะเนตร Jan 2023

อิทธิพลของการใช้อินเทอร์เน็ตต่อสุขภาวะของแรงงานนอกระบบในกรุงเทพมหานคร, สุดารัตน์ กันทะเนตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางประชากร เศรษฐกิจ สังคม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้อินเทอร์เน็ตของแรงงานนอกระบบต่อสุขภาวะด้านร่างกาย จิตใจ สังคม ปัญญา และการทำงาน การศึกษานี้ใช้ข้อมูลข้อมูลทุติยภูมิจากโครงการนวัตกรรมเพื่อยกระดับความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ให้กับแรงงานนอกระบบที่เป็นผู้สูงอายุสำรองและผู้สูงอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกิจสังคมสมานฉันท์ผ่านแฟลตฟอร์มดิจิทัล กลุ่มตัวอย่างในการศึกษานี้คัดเลือกเฉพาะแรงงานนอกระบบที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ต จำนวน 705 คน ประกอบด้วย กลุ่มผู้สูงอายุสำรอง (อายุ 45-59 ปี) จำนวน 526 คน และกลุ่มผู้สูงอายุวัยต้น (อายุ 60-69 ปี) จำนวน 179 คน โดยใช้วิธีการวิเคราะห์การถดถอยแบบ โลจิสติกทวิภาค ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสุขภาวะของแรงงานนอกระบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ประกอบด้วย ปัจจัยทางประชากร ได้แก่ อายุ ปัจจัยทางเศรษฐกิจสังคม ได้แก่ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส รายได้ ปัจจัยด้านพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต ได้แก่ ความถี่ ระยะเวลา และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน และปัจจัยด้านความสามารถในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ได้แก่ ความสามารถในการเรียนรู้การใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ด้วยตนเอง ความสามารถในการสืบค้นข้อมูล ความสามารถในการเข้าใจเนื้อหาหรือข้อมูลต่าง ๆ และความสามารถในการแก้ไขปัญหาในการใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง ดังนั้น ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของแรงงานนอกระบบให้มีความเหมาะสม ทั้งความถี่ ระยะเวลา และรูปแบบการใช้งาน อีกทั้งควรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้แรงงานนอกระบบมีความสามารถในการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วยตนเอง เพื่อให้แรงงานนอกระบบเกิดสุขภาวะที่ดีทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม ปัญญา และการทำงาน ซึ่งจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงานนอกระบบของประเทศไทยต่อไป


Women’S Educational Attainment And Sexual Coercion By Intimate Partners In Vietnam: Ethnic Differences In 2020-2021, Hang Thi Thuy Do Jan 2023

Women’S Educational Attainment And Sexual Coercion By Intimate Partners In Vietnam: Ethnic Differences In 2020-2021, Hang Thi Thuy Do

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Vietnam, a lower-middle-income nation in Southeast Asia, has recorded an increase in sexual assault in intimate relationships in recent years. Research about the ethnic differences associated with this issue is rarely explored. This quantitative study aims to investigate the relationship between women’s level of education and intimate partner sexual coercion in Vietnam through the lens of ethnic differences. The nationally representative dataset from the Vietnam Multiple Indicator Cluster Survey (MICS) 2020-2021 and multivariate logistic regression model for the sample of 6,187 women of reproductive age are employed. Findings illustrate that women acquiring education from the upper secondary level and above …


The Effectiveness Of "Teach To Say-No" Intervention On Teacher's Knowledge, Attitude, Feasibility, And Acceptability Towards Child Sexual Abuse Prevention Program In Phnom Penh City, Cambodia: A Mixed Methods Study, Swarnamala Kantipudi Jan 2023

The Effectiveness Of "Teach To Say-No" Intervention On Teacher's Knowledge, Attitude, Feasibility, And Acceptability Towards Child Sexual Abuse Prevention Program In Phnom Penh City, Cambodia: A Mixed Methods Study, Swarnamala Kantipudi

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Child sexual abuse is a highly debated issue worldwide. Protecting children from sexual abuse and implementing primary prevention approaches is a crucial task for LMICs. The objective of this research is to evaluate the effectiveness of a CSA prevention program “teach to say-NO". The evaluation includes measuring knowledge and attitudes, as well as analyzing the feasibility and acceptability of the intervention among primary school teachers in a school environment.A total of 146 primary school teachers from 22 public schools in Phnom Penh, Cambodia were involved in the study. Additionally, 29 teachers participated in a qualitative study. The research design consisted …


Formulation Of Polyphenol-Loaded Microemulsions Against Human Breast Cancer Cells, Ghea Putri Cristy Jan 2023

Formulation Of Polyphenol-Loaded Microemulsions Against Human Breast Cancer Cells, Ghea Putri Cristy

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Breast cancer is one of the deadliest cancers and is categorized into the hormone-dependent and hormone-independent phenotypes. Plant-derived polyphenols have been deemed as one of possible solutions to combat breast cancer. This study explored inhibition of selected plant polyphenols on human 5-lipoxygenase (5-LOX), and further focused on how microemulsion encapsulation was used to enhance the deliverability of the polyphenols, namely quercetin, kaempferol, and rosmarinic acid, and to understand the nature of these compounds in terms of cytotoxicity and antioxidant properties by performing assays, including DPPH and nitric oxide assays. The results showed that kaempferol has the highest inhibition on 5-LOX …


Determinants Of Adverse Events Related To Topical Whitening Products Among Female Students Of Iqraa College For Sciences And Technology, Medicine And Pharmacy Program In Sudan: A Cross-Sectional Study., Suha Gafar Mohamedkhair Ibrahim Jan 2023

Determinants Of Adverse Events Related To Topical Whitening Products Among Female Students Of Iqraa College For Sciences And Technology, Medicine And Pharmacy Program In Sudan: A Cross-Sectional Study., Suha Gafar Mohamedkhair Ibrahim

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: This study aimed to explore the factors associated with adverse events related to topical whitening products among female students in Sudan.Methods: A cross-sectional study was conducted from September to October 2023 among 208 participants in Sudan. The questionnaire by researcher and researcher’s assistants, was constructed with a total of seventeen questions. For data analysis, we performed descriptive statistics analysis, bivariate analysis with simple logistic regression, and multivariable analysis with binary logistic regression.Results: The results imply that students with middle household income were 93% less likely to get adverse events compared to those students with low household income with p-value …


Knowledge, Attitudes, And Practices (Kap) Towards Indoor Air Pollution Among Residents In Yangon And Mandalay, Myanmar: A Cross-Sectional Study, Min Thant Thaw Jan 2023

Knowledge, Attitudes, And Practices (Kap) Towards Indoor Air Pollution Among Residents In Yangon And Mandalay, Myanmar: A Cross-Sectional Study, Min Thant Thaw

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: Indoor air pollution (IAP) is a growing public health threat, but little is known about knowledge, attitudes, and practices among urban residents in Myanmar. Rapid development in cities like Yangon and Mandalay might exacerbate pollution while increasing time spent indoors. This study aims to assess the knowledge, attitudes, and practices (KAP) related to Indoor Air Pollution (IAP) among residents of Yangon and Mandalay.Methods: A cross-sectional survey involving 579 participants (100% response rate) was conducted using six-sections questionnaire; socio-economic data, knowledge, attitudes, information accessibility, health perception, and practices. Knowledge and attitudes were evaluated using modified Bloom's cut-off points and Likert …


The Role Of Social Media On Utilization Of Hiv Prevention Services Among Men Who Have Sex With Men In Yangon, Myanmar: A Qualitative Study, Thet Zaw Naung Jan 2023

The Role Of Social Media On Utilization Of Hiv Prevention Services Among Men Who Have Sex With Men In Yangon, Myanmar: A Qualitative Study, Thet Zaw Naung

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Background: HIV remains a significant global health challenge, disproportionately affecting populations such as men who have sex with men (MSM). In Myanmar, MSM faces high HIV prevalence and numerous barriers to accessing prevention services. Social media has emerged as a powerful tool in health communication, potentially enhancing HIV prevention efforts.Objective: This study explores the role of social media in the utilization of HIV prevention services among MSM in Yangon, Myanmar.Methodology: A qualitative research design was employed, involving in-depth interviews with 40 MSM recruited from two Key Population Service Centers in Yangon. Participants were selected using voluntary sampling, and data were …


Prevalence Of Hiv Testing And Its Determinants Among Youths In The Gambia: From 2019/2020 Demographic Health Survey, Abdou Jarju Jan 2023

Prevalence Of Hiv Testing And Its Determinants Among Youths In The Gambia: From 2019/2020 Demographic Health Survey, Abdou Jarju

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Introduction: HIV is a pathogen that attacks the immune system. Globally, 3.9 million youth aged 15-24 years living with the virus in 2017. In Sub-Saharan Africa, girls and boys accounted for 63% and 50% respectively. The Gambia, youth accounted for 37% of all HIV cases. Objective: To determine the prevalence and determinant factors of HIV testing among youth15 – 29 years in The Gambia.Methodology: Secondary data were used for analysis. This study population was 7438 youth aged 15 to 29 years. Sociodemographic and Economic knowledge about HIV/AIDS, risky sexual behaviors, and mass media exposure were used as predictors of HIV …