Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Social and Behavioral Sciences (1284)
- Medicine and Health Sciences (835)
- Education (695)
- Engineering (506)
- Communication (468)
-
- Communication Technology and New Media (468)
- Mass Communication (468)
- Arts and Humanities (465)
- Physical Sciences and Mathematics (391)
- Business (241)
- Computer Sciences (231)
- Economics (199)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (196)
- Nursing (186)
- Public Health (183)
- Sociology (162)
- Educational Technology (144)
- Electrical and Computer Engineering (126)
- Medical Sciences (123)
- Educational Administration and Supervision (122)
- Law (117)
- Architecture (110)
- Electrical and Electronics (110)
- Dentistry (100)
- Technology and Innovation (100)
- Computer Engineering (96)
- Political Science (92)
- English Language and Literature (88)
- Fine Arts (85)
- Life Sciences (85)
Articles 871 - 900 of 4613
Full-Text Articles in Entire DC Network
การนำนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปปฏิบัติของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก, อภิชญา จันทร์ฉลอง
การนำนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปปฏิบัติของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก, อภิชญา จันทร์ฉลอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ต้องการคำตอบคำถามวิจัยที่ว่าการนำนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปปฏิบัติของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กเป็นอย่างไร เกิดภาระทางการบริหารและประโยชน์อย่างไรบ้าง ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก 8 กิจการ ผลการวิจัยพบว่า ประการที่หนึ่ง สามารถแบ่งลักษณะผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) กิจการโรงไฟฟ้าขนาดเล็กแบบดั้งเดิมที่ดำเนินกิจการด้วยการใช้ถ่านหินหรือแก๊สธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า 2) กิจการโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีหัวใจสีเขียวที่ดำเนินกิจการด้วยการใช้ลมหรือแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้า 3) กิจการไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้ชีวมวลจากกิจการหลักเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ตลาดไฟฟ้าของไทยได้รับการปกป้องโดยรัฐและมีผู้แข่งขันเพียงน้อยราย ทำให้ไม่ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากผู้บริโภคหรือตลาดภายนอกประเทศ ประการที่สอง งานวิจัยพบว่า ปัจจุบันนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังขาดความชัดเจน เนื่องจากยังไม่ได้มีการออกข้อกฎหมายที่เป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการใช้เครื่องมือเชิงนโยบายแบบบังคับ (Sticks) แต่เป็นลักษณะการใช้เครื่องมือเชิงนโยบายแบบจูงใจ (Carrots) และแบบการสื่อสาร (Sermons) ซึ่งความไม่สมบูรณ์ของการใช้เครื่องมือเชิงนโยบายนี้อาจมีส่วนทำให้ประเทศไทยไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้ ประการที่สาม ผู้ผลิตไฟฟ้าที่ดำเนินกิจการแบบดั้งเดิมด้วยเชื้อเพลิงถ่านหินหรือแก๊สธรรมชาติ มีการปรับตัวและแบกรับต้นทุนภาระทางการบริหารมากกว่ากิจการไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้ชีวมวลจากกิจการหลัก ในขณะที่ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กที่ดำเนินธุรกิจด้วยการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาดแบกรับภาระทางการบริหารน้อยที่สุด เนื่องจากการดำเนินการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาดถือเป็นการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งการปฏิบัติตามนโยบายของธุรกิจโรงไฟฟ้าขนาดเล็กเกิดจากการความจำเป็นต้องปรับตัวตามกลไกตลาดมากกว่าการกำหนดนโยบายของภาครัฐถึงแม้ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กจะมีภาระทางการบริหารจากการนำนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปปฏิบัติ ที่สำคัญได้แก่ ต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ก็ได้รับผลประโยชน์จากการปฏิบัติตามนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การเกิดภาพลักษณ์ที่ดีแก่องค์กร โดยผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะที่สำคัญ คือ ควรใช้เครื่องมือเชิงนโยบายแบบบังคับให้ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพราะผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กส่วนใหญ่มีความพร้อมในการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว
ปัญหาการรับรู้รายได้เพื่อการคำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร:ศึกษากรณีรายได้จากการให้บริการของธุรกิจให้บริการคลาวด์ (Cloud), ธีรารัตน์ นิธิสันถวะคุปต์
ปัญหาการรับรู้รายได้เพื่อการคำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร:ศึกษากรณีรายได้จากการให้บริการของธุรกิจให้บริการคลาวด์ (Cloud), ธีรารัตน์ นิธิสันถวะคุปต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษาฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด และหลักการรับรู้รายการรายได้ธุรกิจให้บริการการประมวลผลแบบคลาวด์ตามมาตรฐานการบัญชี และตามประมวลรัษฎากรของประเทศไทย และเปรียบเทียบกับกฎหมายภาษีอากรของต่างประเทศ รวมทั้งมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่ถูกใช้ในการอ้างอิง และเพื่อการวิเคราะห์ประเด็นปัญหา หรืออุปสรรคในการรับรู้รายการรายได้ของธุรกิจให้บริการการประมวลผลแบบคลาวด์ตามประมวลรัษฎากรในการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย รวมทั้งเพื่อศึกษา และเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุง กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือแนวทางในการปฏิบัติการรับรู้รายการรายได้ของธุรกิจให้บริการการประมวลผลแบบคลาวด์เพื่อใช้ในการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลให้สอดคล้องกับแนวคิดการจัดเก็บภาษีอากรที่ดีซึ่งจะช่วยให้กรมสรรพากรสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง และเป็นธรรมกับผู้เสียภาษี และเพื่อให้สอดคล้องกับการรับรู้รายได้ตามมาตรฐานการบัญชี ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 จากการศึกษาพบว่าการรับรู้รายการรายได้ธุรกิจให้บริการการประมวลผลแบบคลาวด์ โดยใช้เกณฑ์สิทธิของธุรกิจให้บริการการประมวลผลแบบคลาวด์ตามประมวลรัษฎากรไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 มาตรฐานการรายงานทางการเงิน และลักษณะภาษีอากรที่ดี ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้เสียภาษี และขัดต่อหลักความแน่นอนตามแนวคิดการจัดเก็บภาษีอากรที่ดี จึงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป ดังนั้น บทสรุปของการศึกษานี้ ผู้ศึกษาวิจัยจึงเสนอแนะโดยนำหลักการรับรู้รายการรายได้เพื่อการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของประเทศสหรัฐอเมริกามาเป็นแนวทางในการแก้ไข โดยให้มีการแก้ไขหลักเกณฑ์โดยการออกคำสั่งสรรพากรเพื่อแก้ไขแนวปฏิบัติในการรับรู้รายการรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรายได้ค่าบริการที่มีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้า ข้อ 2 (1) แห่งคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.73/2541 การให้เช่าทรัพย์สิน หรือการให้บริการอื่น ในส่วนของหลักการรับรู้รายการรายได้ธุรกิจให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป และก่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้เสียภาษี และหลักความแน่นอนตามแนวคิดการจัดเก็บภาษีอากรที่ดี รวมทั้งไม่ทำให้เกิดปัญหาความไม่สอดคล้องกันระหว่างการรับรู้รายการรายได้ และรายจ่ายตามมาตรฐานการบัญชี ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 กับการรับรู้รายการรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรอันจะช่วยทำให้ภาครัฐได้รับรายได้ภาษีอากรที่ถูกต้อง ครบถ้วน สามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดข้อพิพาทระหว่างรัฐ และผู้เสียภาษีอีกด้วย
มาตรการทางกฎหมายในการป้องกันการดำเนินคดีที่เป็นการระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในคดีแพ่ง, ฐิติสา มุ่งพาลชล
มาตรการทางกฎหมายในการป้องกันการดำเนินคดีที่เป็นการระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในคดีแพ่ง, ฐิติสา มุ่งพาลชล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน หรือ Strategic Lawsuit Against Public Participation (SLAPP) เป็นการฟ้องคดีโดยที่โจทก์ไม่ได้มุ่งเอาชนะ แต่การดำเนินคดีเป็นไปเพื่อระงับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกในประเด็นประโยชน์สาธารณะที่เป็นปรปักษ์กับตน เนื่องด้วยกระบวนพิจารณาคดีของศาลที่ยาวนาน โจทก์จึงใช้กระบวนพิจารณาคดีที่ยาวนานเป็นเครื่องมือ เพราะแม้ท้ายที่สุดศาลจะพิจารณาเนื้อหาของกฎหมายสารบัญญัติแล้วยกฟ้องโจทก์ แต่จำเลยต้องเผชิญกับการต่อสู้คดีที่ยาวนานจนถูกกดดันทางอารมณ์ และท้ายที่สุดจำเลยจะยุติการแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่เป็นประโยชน์สาธารณะไปเอง ปัญหาของการฟ้องปิดปากจึงเป็นการทำให้ประชาชนไม่กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่เป็นประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะคดีแพ่งที่โจทก์มักจะเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงเป็นการฟ้องปิดปากจำเลยด้วยเงินไปโดยปริยาย เช่นนี้ การฟ้องปิดปากจึงเป็นการละเมิดต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกตามที่รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายลำดับสูงสุดได้บัญญัติรับรองไว้ การกระทำดังกล่าวจึงไม่สมควรได้รับการคุ้มครองจากศาลดังนั้น ผู้เขียนจึงได้เสนอมาตรการทางกฎหมายในการป้องกันการดำเนินคดีที่เป็นการระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในคดีแพ่ง โดยการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยกำหนดมาตรการยุติคดีโดยเร็ว มาตรการทางกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้มีการล่วงละเมิดเสรีภาพของบุคคลอื่นในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกในประเด็นที่เป็นประโยชน์สาธารณะ โดยใช้ศาลเป็นเครื่องมือให้อีกฝ่ายตกเป็นจำเลยในลักษณะเป็นการฟ้องปิดปากที่บริษัทเอกชนหรือนายทุนมักใช้เพื่อสร้างความยุ่งยากต่อผู้ที่มีความเห็นตรงข้ามกับตน การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเพื่อป้องกันการฟ้องปิดปากจะเป็นการรับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก แก้ปัญหาการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ และแก้ปัญหาคดีล้นศาลเนื่องจากมีการกำหนดกระบวนการที่ทำให้คดีเสร็จไปจากศาลโดยเร็ว
Correlation Between Air-Trapping And Severity Of Dyspnea In Non-Cystic Fibrosis Bronchiectasis, Saharat Yothinnoratham
Correlation Between Air-Trapping And Severity Of Dyspnea In Non-Cystic Fibrosis Bronchiectasis, Saharat Yothinnoratham
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
BACKGROUND: Bronchiectasis is an increasing problem worldwide. Most of bronchiectasis are idiopathic, mainly found in elderly. Patients usually suffer from chronic daily cough and phlegm and breathlessness. FEV1 has been used in many airway diseases such as asthma, COPD, in diagnosis and evaluation of dyspnea severity. However, its correlation with dyspnea in bronchiectasis is controversial. METHODS: Bronchiectasis patients with age more than 18 years old, all diagnosed with CT scan were enrolled. Patients who had history of exacerbation or infection within 4 weeks were excluded. The dyspnea was assessed using 4 symptoms score including mMRC, CAT score, VAS score, and …
พลังสุขภาพจิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในผู้ป่วยวัยรุ่นที่มีโรคหัวใจแต่กําเนิดที่มารับการรักษา ณ แผนกผู้ป่วยนอก ฝ่ายกุมารเวชศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, สุธาวี สมบูรณ์ทรัพย์
พลังสุขภาพจิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในผู้ป่วยวัยรุ่นที่มีโรคหัวใจแต่กําเนิดที่มารับการรักษา ณ แผนกผู้ป่วยนอก ฝ่ายกุมารเวชศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, สุธาวี สมบูรณ์ทรัพย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงพรรณาเพื่อศึกษาพลังสุขภาพจิตและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของผู้ป่วยวัยรุ่นที่มีโรคหัวใจแต่กำเนิดที่มารับการรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อายุ 13-18 ปี จำนวน 73 คน โดยมีครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลแบบประเมินความผูกพันใกล้ชิดกับเพื่อน แบบประเมินความเข้มแข็งทางใจในเด็กและแบบประเมินความเข้มแข็งทางใจในเด็ก วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติโดย สถิติเชิงพรรณนา และ สถิติ Chi-square และ Pearson correlation ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด มีค่าคะแนนเฉลี่ยพลังสุขภาพจิตระดับปานกลาง ช่วงอายุ 13-15 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลางร้อยละ 81.6 ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่มีช่วงอายุ 16-18 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 77.1 โดยมีปัจจัยที่สัมพันธ์กับพลังสุขภาพจิต ได้แก่ ด้านสถานภาพสมรสของผู้ปกครอง ความผูกพันใกล้ชิดกับเพื่อน ซึ่งปัจจัยด้านโรคและภาวะซึมเศร้าไม่มีความสัมพันธ์กับพลังสุขภาพจิต ผลการวิจัยครั้งนี้สามารถเป็นข้อมูลพื้นฐานระดับพลังสุขภาพจิตในกลุ่มวัยรุ่นที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เพื่อนำเป็นแนวทางในการประเมินสุขภาพจิตและพัฒนาแนวทางการดูแลสุขภาพจิต โดยเฉพาะการสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการดูแลวัยรุ่นของครอบครัวและกลุ่มเพื่อน เพื่อส่งเสริมพลังสุขภาพจิตแก่วัยรุ่นกลุ่มนี้
แบบจำลองการเรียนรู้โดยคำกระตุ้นสำหรับการจำแนกข้อความแบบน้อยนัด, ธนกร ทำอิ่นแก้ว
แบบจำลองการเรียนรู้โดยคำกระตุ้นสำหรับการจำแนกข้อความแบบน้อยนัด, ธนกร ทำอิ่นแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเรียนรู้โดยคำกระตุ้น (Prompt-based learning) ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการจำแนกประเภทข้อความในสถานการณ์ที่มีข้อมูลแบบน้อยนัด (Few-shot settings) ซึ่งเหนือกว่าวิธีการการปรับใช้แบบจำลองอย่างเต็มรูปแบบ (Full fine-tune) วิธีการนี้แปลงข้อมูลข้อความด้วยแม่แบบที่กำหนดขึ้น เพื่อให้แบบจำลองพยากรณ์คำที่ถูกปิดบัง (Masked language modeling) จากนั้นใช้ตัวแปลงคำ (Verbalizer) เพื่อจับคู่ผลลัพธ์ของแบบจำลองกับป้ายกำกับที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม วิธีการจำแนกประเภทข้อความด้วยการเรียนรู้โดยคำกระตุ้นถูกพัฒนาสำหรับชุดข้อมูลภาษาอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในการใช้งานในภาษาทรัพยากรต่ำ เช่น ภาษาไทย เพื่อแก้ไขปัญหานี้ งานวิจัยนี้ได้แนะนำวิธีการสองแบบ ได้แก่ LAAV สำหรับการจำแนกประเภทข้อความที่มีป้ายกำกับเดียว และ PLAML สำหรับการจำแนกประเภทข้อความที่มีหลายป้ายกำกับ โดยทั้งสองวิธีมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้โดยคำกระตุ้น สำหรับการจำแนกประเภทข้อความด้วยข้อมูลแบบน้อยนัด LAAV เสริมประสิทธิภาพด้วยการรวมคำ "และ" เข้าไป ทำให้สามารถสร้างคำที่เหมาะสมกว่าสำหรับตัวแปลงคำ และปรับให้ป้ายกำกับเข้ากับผลลัพธ์ของโมเดลภาษาได้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน PLAML ก็ได้รับการพัฒนาเพื่อรับมือกับข้อจำกัดของการจำแนกประเภทข้อความที่มีหลายป้ายกำกับ ซึ่งแต่ละป้ายกำกับมักมีความสัมพันธ์กัน โดยเสนอเทคนิคสามอย่าง ได้แก่ ค่าน้ำหนักของคำตัวแทนที่รับรู้ป้ายกำกับ แม่แบบที่รับรู้ป้ายกำกับ และกลไกการกำหนดเกณฑ์แบบเปลี่ยนแปลงได้ จากการทดลองพบว่า เทคนิค LAAV และ PLAML ได้เพิ่มความแม่นยำในการจำแนกประเภททั้งในชุดข้อมูลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสมและการแบ่งปันความรู้ในทีม โดยมีความปลอดภัยทางจิตใจเป็นตัวแปรส่งผ่าน และเพศของผู้นำเป็นตัวแปรกำกับ, จิรพรรณ จุลลางกูร
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสมและการแบ่งปันความรู้ในทีม โดยมีความปลอดภัยทางจิตใจเป็นตัวแปรส่งผ่าน และเพศของผู้นำเป็นตัวแปรกำกับ, จิรพรรณ จุลลางกูร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสมและการแบ่งปันความรู้ในทีม โดยมีความปลอดภัยทางจิตใจเป็นตัวแปรส่งผ่าน และเพศของผู้นำเป็นตัวแปรกำกับ กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือ บุคลากรองค์การเอกชนในประเทศไทย ที่มีสมาชิกในทีม ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป จำนวน 300 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย มาตรวัดผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสม และมาตรวัดการแบ่งปันความรู้ในทีม มาตรวัดความปลอดภัยทางจิตใจ ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ Qualtrics ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสถิติ SPSS เพื่อวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา สถิติเชิงอนุมาน และการทดสอบตัวแปรส่งผ่านและตัวแปรกำกับ โดยมีผลของสมมติฐาน 5 สมมติฐาน ดังนี้ (1) ผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสมไม่มีความสัมพันธ์ทางบวกต่อการแบ่งปันความรู้ในทีมงาน (β = .07, p = .69) (2) ผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสมไม่มีความสัมพันธ์ทางบวกต่อความปลอดภัยทางจิตใจ (β = .16, p = .67) (3) เพศของผู้นำไม่มีอิทธิพลกำกับ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสมและความปลอดภัยทางจิตใจ (β = .06, p = .85) (4) ความปลอดภัยทางจิตใจไม่มีอิทธิพลส่งผ่านความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสมและการแบ่งปันความรู้ในทีมงาน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ 95% ช่วงชั้นความเชื่อมั่นที่ -.1841 และ .1571 และ (5) ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสมและการแบ่งปันความรู้ในทีม ไม่มีความปลอดภัยทางจิตใจเป็นตัวแปรส่งผ่าน และไม่มีเพศของผู้นำเป็นตัวแปรกำกับ (β = .01, p = .97) แต่ผลการวิจัยพบว่า ความปลอดภัยทางจิตใจส่งผลทางบวกต่อการแบ่งปันความรู้ในทีม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น จึงสามารถสรุปผลการวิจัยได้ว่า ผู้นำแบบแสดงออกอย่างเหมาะสม เป็นหนึ่งในคุณลักษณะของผู้นำ โดยไม่สามารถส่งผลและทำให้เกิดความปลอดภัยทางจิตใจและการแบ่งปันความรู้ในทีมงานได้ แต่ความปลอดภัยทางจิตใจจะส่งเสริมให้เกิดการแบ่งปันความรู้ในทีมงาน
ปัญหากฎหมายของบทบัญญัติตามมาตรา 31(2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537, ณัฐวีร์ แดงไชยศรี
ปัญหากฎหมายของบทบัญญัติตามมาตรา 31(2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537, ณัฐวีร์ แดงไชยศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การละเมิดลิขสิทธิ์โดยการเผยแพร่ต่อสาธารณชนถูกบัญญัติให้เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ทั้งกรณีการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้นตามมาตรา 27(2), 28(2), 30(2) และการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองตามมาตรา 31(2) และ เมื่อการเผยแพร่ต่อสาธารณชนสามารถกระทำต่องานที่มีการบันทึกลงในสื่อกลางที่สามารถจับต้องได้ (Fixed in any Tangible Medium) และ งานที่ไม่มีการบันทึกลงในสื่อกลางใด (Unfixed) ดังนั้นจึงทำให้มีการตีความและการปรับใช้กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น การเปิดเพลงจากแผ่นซีดีจริงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้น ในขณะที่การเปิดเพลงจากแผ่นซีดีที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์เป็นความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรอง การตีความเช่นนี้ทำให้บทบัญญัติของการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองตามมาตรา 31(2) มีความซ้ำซ้อนกับบทบัญญัติของการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นต้นตามมาตรา 27(2), 28(2) และ 30(2) ผู้เขียนได้ศึกษาแนวคิดของการละเมิดลิขสิทธิ์ตามกฎหมายไทย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ตลอดจนอนุสัญญากรุงเบิร์นว่าด้วยการคุ้มครองงานวรรณกรรมและศิลปกรรม และ ความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า ทั้งยังได้สัมภาษณ์ผู้พิพากษา ทนายความ ตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการและผู้บริโภค จากการศึกษาพบว่า ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองตามมาตรา 31 มีเจตนารมณ์ในการลงโทษผู้ที่ทำให้สำเนางานละเมิดลิขสิทธิ์แพร่กระจายออกไป เช่นนี้วัตถุแห่งการกระทำตามมาตรา 31 จึงต้องเป็นสำเนางานละเมิดลิขสิทธิ์ (Infringing Copy) ที่มีงานบันทึกลงในสื่อกลางที่สามารถจับต้องได้ (Fixed in any Tangible Medium) เท่านั้น นอกจากนี้ผู้เขียนยังพบว่าความหมายของคำว่า “เพื่อหากำไร” ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดของการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองตามมาตรา 31 มีความหมายกว้างกว่าคำว่า “เพื่อการค้า” ดังนั้นผู้ทำละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองเพื่อหากำไรจึงต้องรับโทษตามมาตรา 70 วรรคหนึ่ง และจะต้องรับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 70 วรรคสอง หากเป็นการทำละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองเพื่อการค้า ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงเสนอให้มีการแก้ไขบทบัญญัติความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 โดยต้องเป็นการกระทำแก่ “สำเนางานละเมิดลิขสิทธิ์” (Infringing Copy) และในมาตรา 31(2) แก้ไขคำว่า “เผยแพร่ต่อสาธารณชน” เป็นคำว่า “จัดแสดงต่อสาธารณชน” (Display/Exhibit to the Public) ส่วนบทกำหนดโทษของความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นรองตามมาตรา 70 วรรคหนึ่ง และ วรรคสอง ผู้เขียนเห็นว่ามีความเหมาะสมแล้ว
การบังคับใช้คำสั่งของสหภาพยุโรปว่าด้วยว่าด้วยการตรวจสอบสถานะความยั่งยืนขององค์กรนอกอาณาเขต: ศึกษากรณีสิทธิแรงงานเมียนมาร์, เน โม โม อุ้
การบังคับใช้คำสั่งของสหภาพยุโรปว่าด้วยว่าด้วยการตรวจสอบสถานะความยั่งยืนขององค์กรนอกอาณาเขต: ศึกษากรณีสิทธิแรงงานเมียนมาร์, เน โม โม อุ้
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ผลกระทบจากการปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิของเมียนมาได้ทำลายความพยายามทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนทุกคน วิทยานิพนธ์นี้เน้นย้ำถึงชีวิตของแรงงานในภาคอุตสาหกรรมเสื้อผ้าของเมียนมาที่ถูกเอารัดเอาเปรียบเนื่องจากการขาดการคุ้มครองสิทธิแรงงานที่มีประสิทธิภาพจากรัฐบาล และสำรวจวิธีการทางเลือกในการปกป้องแรงงาน คำสั่งของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อความยั่งยืนขององค์กร (Directive of Corporate Sustainability Due Diligence - EU Directive) ได้รับการอนุมัติโดยสภายุโรปเมื่อเร็ว ๆ นี้ และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตีความโดยประเทศสมาชิก คำสั่งนี้บังคับใช้และทำให้การดำเนินการด้านความรับผิดชอบต่อสิทธิมนุษยชน (HRDD) สำหรับบรรษัทข้ามชาติเป็นสิ่งถูกกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำสั่งนี้กำหนดให้บรรษัทต้องดูแลแนวปฏิบัติการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า และรับผิดชอบหากมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นในห่วงโซ่คุณค่านั้น วิทยานิพนธ์นี้ประเมินว่าคำสั่งนี้สามารถใช้เป็นทางเลือกในการปกป้องสิทธิของแรงงานเมียนมาได้หรือไม่ การวิเคราะห์ชี้ว่าในทางทฤษฎี ขอบเขตที่กว้างขวางของคำสั่งนี้สามารถครอบคลุมเมียนมาได้ และดังนั้น ข้อกำหนด HRDD ที่บังคับใช้ตามคำสั่งของสหภาพยุโรปอาจมีศักยภาพในการให้การคุ้มครองสิทธิแรงงานที่มีประสิทธิภาพสำหรับแรงงานเมียนมา
การจัดการความขัดแย้งเชิงสมานฉันท์กับบริการทางการแพทย์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลช่วงแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (พ.ศ. 2563 - 2564), ปิยะวัฒน์ เด่นดำรงกุล
การจัดการความขัดแย้งเชิงสมานฉันท์กับบริการทางการแพทย์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลช่วงแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (พ.ศ. 2563 - 2564), ปิยะวัฒน์ เด่นดำรงกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาเชิงพรรณนานี้มุ่งศึกษาลักษณะ ปัจจัยที่สัมพันธ์ต่อความขัดแย้ง รูปแบบการจัดการที่มิได้เข้ากระบวนการศาลจากโรงพยาบาลตติยภูมิในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์ ตลอดจนโอกาสพัฒนาแนวคิดยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ โดยศึกษาข้อมูลเบื้องต้นจากหน่วยงานบริหารความขัดแย้งผ่านแบบสอบถาม และสัมภาษณ์เชิงลึกในผู้ที่เคยได้รับความเสียหายในบริการทางการแพทย์ ผู้บริหารระบบและไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ผลการศึกษาจากการสำรวจจากโรงพยาบาล 19 แห่ง พบว่าการให้ข้อมูลที่ไม่เหมาะสม และปัญหาการสื่อสาร เป็นเหตุสำคัญสูงสุด (ร้อยละ 71.5) ผู้ไกล่เกลี่ยที่เคยอบรมหลักสูตรการเจรจาไกล่เกลี่ย หรือการบริหารความขัดแย้งมีเพียงส่วนน้อย (ร้อยละ 12.2) และไม่มีผู้รู้จักแนวคิดยุติธรรมสมานฉันท์ ผลสัมภาษณ์เชิงลึกพบว่าความขัดแย้งนั้นเกี่ยวเนื่องกับผู้ป่วยเชื่อว่าความเสียหายนั้นเกิดจากการบริการ ความบกพร่องของสื่อสารหรือท่าทีของผู้ให้บริการ ส่วนอุปสรรคต่อความสำเร็จการยุติความขัดแย้งที่สำคัญ คือ ผู้บริหารความขัดแย้งขาดอำนาจตัดสินใจ แสดงออกไม่จริงใจและไม่เป็นกลาง ผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่ไม่แสดงความเห็นใจ และรูปแบบการเยียวยาที่ไม่ตรงความต้องการกับผู้เสียหาย สอดคล้องกับกรณียุติความขัดแย้งสำเร็จพบว่าคณะผู้เสียหายได้รับเยียวยาเพียงพอ ได้รับการสื่อสารที่เข้าใจและเข้าหาสม่ำเสมอ ดังนั้นผู้บริหารควรร่วมบริหารความขัดแย้ง ให้ความสำคัญกับภาระงานและส่งเสริมพัฒนาทักษะผู้ปฏิบัติ รวมทั้งนำหลักยุติธรรมสมานฉันท์มาประยุกต์ใช้ ที่มุ่งเน้นเยียวยาให้อภัยและนำไปสู่ยุติความขัดแย้งได้
การเรียกร้องสิทธิสตรีที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศในระหว่างสงคราม: กรณีศึกษาสตรีชาวยาซิดีในอิรักกับกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม, จินตนา คำอุดม
การเรียกร้องสิทธิสตรีที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศในระหว่างสงคราม: กรณีศึกษาสตรีชาวยาซิดีในอิรักกับกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม, จินตนา คำอุดม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สงครามและความขัดแย้งในปัจจุบัน นำมาซึ่งการเกิดผลกระทบตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านความมั่นคง ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ปัญหาผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาอันเกิดขึ้นกับผู้หญิง ซึ่งได้รับผลกระทบและตกเป็นเหยื่อโดยตรงจากความรุนแรงของสงคราม สารนิพนธ์นี้จึงต้องการศึกษาประเด็นความขัดแย้งร่วมสมัยในมิติเพศสภาพ โดยศึกษาประเด็นการเรียกร้องสิทธิสตรีที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศในระหว่างสงคราม กรณีศึกษาสตรีชาวยาซิดีในอิรักกับกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลามหรือไอซิส เมื่อปี 2014 ซึ่งได้กระทำความรุนแรงกดขี่ทางเพศต่อหญิงสาวชาติพันธุ์ยาซิดี ในสงครามการก่อการร้ายตามความเชื่อทางศาสนาของกลุ่มไอซิสในดินแดนตะวันออกกลาง ซึ่งระบอบชายเป็นใหญ่ที่ไอซิสพยายามสถาปนาขึ้นนี้ ถูกต่อต้านโดยกลุ่มสตรีผู้แปรสภาพจากเหยื่อมาเป็นผู้เรียกร้องสิทธิสตรี และยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น งานชิ้นนี้จึงมุ่งศึกษากระบวนการต่อสู้เรียกร้องของกลุ่มผู้หญิงยาซิดีมีรูปแบบและวิธีการต่อสู้อย่างไร ผลการศึกษาพบว่าสามารถแบ่งการต่อสู้ออกเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้ 1) การต่อสู้ผ่านวิธีการสันติวิธีและการตีแผ่ความจริง 2) การต่อสู้ผ่านการจัดตั้งกองกำลังทหารหญิง และ 3) การต่อสู้ผ่านการสร้างพันธมิตรและแสวงหาความร่วมมือ
เบื้องหลังการค้ามนุษย์เพื่อบังคับก่ออาชญากรรมหลอกลวงทางไซเบอร์และผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์, สุธิดา สังขพันธุ์
เบื้องหลังการค้ามนุษย์เพื่อบังคับก่ออาชญากรรมหลอกลวงทางไซเบอร์และผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์, สุธิดา สังขพันธุ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาถึงพลวัตที่ซับซ้อนของการค้ามนุษย์เพื่อบังคับก่ออาชญากรรมโดยองค์กรอาชญากรรมหลอกลวงทางไซเบอร์ข้ามชาติในบริบทที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผลกระทบที่มีต่อความมั่นคงของมนุษย์ในหลากหลายมิติ ในสถานการณ์ปัจจุบันที่การพัฒนาทางเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและแพลตฟอร์มดิจิทัลกลายเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้ในการหลอกลวงทางออนไลน์ ยังคงขาดงานศึกษาในทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงคนเพื่อบังคับก่ออาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมุมมองที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์ สารนิพนธ์ฉบับนี้จึงนำเสนอให้เห็นถึงกลไลวิธีการหลอกลวงบุคคลให้เข้ามาเป็นผู้ก่ออาชญากรรมออนไลน์ โดยเผยให้เห็นด้านมืดของเทคโนโลยีที่มีผลต่อการแสวงหาผลประโยชน์ของมนุษย์และความเชื่อมโยงกับเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และประเมินถึงผลกระทบในหลายมิติของอาชญากรรมที่มีต่อความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งความมั่นคงในระดับบุคคล ในด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัยของชุมชน รายงานฉบับนี้จัดทำโดยการวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิ วิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์กับการค้ามนุษย์ อุปสรรคต่อการปรามปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่นี้ที่เป็นผลจากความซับซ้อนทางเทคโนโลยี การไม่เปิดเผยตัวตนในโลกออนไลน์ กรอบกฎหมายที่ไม่พอเพียงต่อการแก้ปัญหา ความแตกต่างของเขตอำนาจศาล และอุปสรรคในการคัดแยกหรือช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหาย นอกจากนี้ ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างของความตระหนักรู้และทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทำให้เกิดความเปราะบางในสังคม เสนอแนะการแก้ไขปัญหาโดยการเพิ่มศักยภาพในการเก็บหลักฐานทางดิจิทัล เสริมสร้างการตระหนักรู้ของสังคม ทักษะความเข้าใจต่อเทคโนโลยี การปรับปรุงกรอบกฎหมายให้มีความสอดคล้องการสนับสนุนให้มีความร่วมมือระหว่างประเทศ และการสร้างกลไกช่วยเหลือคุ้มครองเหยื่อผู้เสียหายที่มีประสิทธิภาพ งานศึกษาฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาประเด็นปัญหาของการค้ามนุษย์และอาชญากรรมไซเบอร์ในเชิงกว้างที่เน้นให้เห็นถึงความจำเป็นในการตอบสนองต่อปัญหาด้วยวิธีการบูรณาการ และยึดตัวบุคคลเป็นศูนย์กลางเพื่อปกป้องไว้ซึ่งความมั่นคงของมนุษย์ภายในโลกดิจิทัลปัจจุบัน
A Psychometric Study Of Thai Farmer's Risk Perception On Agricultural Risks, Cato Lacroix
A Psychometric Study Of Thai Farmer's Risk Perception On Agricultural Risks, Cato Lacroix
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Agricultural risks, such as pests and disease, crop price, debt, and floods and/or droughts, pose a threat to farmers as their livelihood relies on their crop yields. The purpose of this research is to evaluate cash crop and high-value crop farmers’ risk perception towards agricultural risks, as well as their ability to cope and deal with these risks in Ayutthaya and Chanthaburi Province, Thailand. To determine the perceptions on agricultural risk, the psychometric paradigm was used which is among the first study in Thailand to do so. This study hypothesized that different crop types, farming regions, and socio-economic factors, may …
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันของธุรกิจพิพิธภัณฑ์, ณัฐธิดา มหาสิทธิวัฒน์
การใช้การคิดเชิงออกแบบเพื่อพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชันของธุรกิจพิพิธภัณฑ์, ณัฐธิดา มหาสิทธิวัฒน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
พิพิธภัณฑสถาน หรือ พิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่ หรือสถาบันที่ไม่แสวงหาผลกำไร จัดตั้งขึ้นเพื่อการศึกษาในลักษณะการจัดแสดง ร่วมกับการอนุรักษ์จัดเก็บฟื้นฟูสภาพ โดยจัดแสดงในรูปแบบที่มนุษย์ทำขึ้น เช่น โบราณวัตถุ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และ วัตถุที่เกิดจากธรรมชาติ เช่น วัตถุทางธรณีวิทยา ชีววิทยา เป็นต้น พิพิธภัณฑ์ ไม่เพียงแค่เก็บรักษา และจัดแสดง แต่ยังให้ประสบการณ์ และมีการโต้ตอบแลกเปลี่ยนความรู้ในด้านต่าง ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หรือ พิพิธภัณฑ์สิ่งมีชีวิต ในปัจจุบันที่อินเทอร์เน็ตเติบโต ได้มีพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงเกิดขึ้นมากมายในลักษณะของเว็บไซต์ที่มีการจัดแสดงภาพ และ เสียง ให้ผู้เข้าชมสามารถรับฟังได้ พิพิธภัณฑ์จำนวนมาก จึงนำอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยสนับสนุนการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เยี่ยมชมในพิพิธภัณฑ์ เพื่อดึงดูดให้ผู้คนเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์มากขึ้น โครงการพิเศษนี้นำหลักการการคิดเชิงออกแบบ และ หลักการเกมิฟิเคชัน มาใช้ในการวิเคราะห์ และออกแบบระบบ รวมถึงจัดทำระบบต้นแบบ เพื่อนำไปพัฒนาโมไบล์แอปพลิเคชัน สำหรับลูกค้า และผู้ดูแลระบบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการเยี่ยมชม และเพิ่มความสะดวกสบายในการจัดการข้อมูลพิพิธภัณฑ์ ระบบต้นแบบนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของธุรกิรกิจพิพิธภัณฑ์ และ ทำให้องค์กรมีการดำเนินงานที่เป็นมาตรฐานมากยิ่งขึ้น
วิวัฒนาการการเรียนการสอนด้านการผังเมืองในประเทศไทย, เกวลี น้อยสันโดด
วิวัฒนาการการเรียนการสอนด้านการผังเมืองในประเทศไทย, เกวลี น้อยสันโดด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษารวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอนด้านผังเมืองในประเทศไทย และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของการเรียนการสอนด้านผังเมืองในประเทศไทยร่วมกับสถานการณ์ที่สำคัญที่เกี่ยวข้องในอดีต เพื่อศึกษาวิวัฒนาการการเรียนการสอนด้านผังเมือง และเพื่อเสนอแนะในการพัฒนาหลักสูตรด้านผังเมืองในอนาคตของประเทศไทย โดยมีวิธีการวิจัย ได้แก่ การรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร การวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เกี่ยวข้องได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนด้านการผังเมืองในประเทศไทย ผลการศึกษาจากการรวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอนด้านผังเมืองในประเทศไทยปัจจุบันพบว่าเปิดสอนทั้งหมด 10 สถาบัน มีหลักสูตรรวมทั้งสิ้น 19 หลักสูตร แบ่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่ หลักสูตรระดับปริญญาบัณฑิต และหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา หลักสูตรในช่วงแรกเป็นหลักสูตรในระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยศิลปากร และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทั้งสองหลักสูตรมีอิทธิพลต่อการก่อตั้งหลักสูตรในสถาบันอื่น ๆ ต่อมา ผลการวิเคราะห์ปัจจัยขับเคลื่อนที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนผังเมืองในอนาคต แสดงให้เห็นว่า การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เป็นปัจจัยระดับสากลที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ในขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทยพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด คือการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมสูงอายุ ทั้งนี้ สามารถสรุปข้อเสนอแนะในการพัฒนาหลักสูตรด้านผังเมืองในอนาคตของประเทศไทยที่ได้จากการสัมภาษณ์ได้ว่าแนวทางการปรับตัวของหลักสูตรด้านการผังเมืองในอนาคตได้แก่ 1) การปรับการเรียนการสอนให้เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) 2) การยึดมั่นในหลักการของการผังเมือง 3) การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นเป้าหมายสำคัญ 4) การเตรียมความพร้อมเพื่อการปรับเนื้อหาบนความไม่แน่นอน 5) การปรับหลักสูตรให้ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดวิชาชีพมากขึ้น และ 6) การสร้างเครือข่ายสู่ระดับนานาชาติ งานวิจัยนี้จึงมีข้อเสนอแนะเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับทิศทางของการจัดการเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน ซึ่งเน้นการสร้างทักษะในศตวรรษที่ 21 จึงควรเพิ่มเติมทักษะทางด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ ซึ่งจำเป็นสำหรับบุคลากรด้านการผังเมืองในอนาคต ในปัจจุบันสถาบันการศึกษาต่าง ๆ สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างอิสระโดยไม่จาเป็นต้องยึดโยงกับแนวทางขององค์กรวิชาชีพ จึงสามารถคาดหวังหลักสูตรที่มีความหลากหลายมากขึ้นในอนาคตได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรจะต้องสอดคล้องกับมุมมองทิศทางของวิชาชีพด้วย เนื่องจากการเรียนการสอนด้านการผังเมืองมีเนื้อหาที่ต้องสะท้อนทั้งมิติของวิชาชีพและวิชาการไปพร้อมกัน
การประเมินความเสี่ยงของการลงทุน Set100 ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์มหภาค โดยใช้ตัวแบบ Garch-Midas, ทัตพงศ์ บุญแก้วล้อม
การประเมินความเสี่ยงของการลงทุน Set100 ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์มหภาค โดยใช้ตัวแบบ Garch-Midas, ทัตพงศ์ บุญแก้วล้อม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารทุน SET100 ที่มีความผันผวน ผนวกเข้ากับตัวแปรทางเศรษฐศาสตร์มหภาค โดยใช้ข้อมูล SET100 index ในการวิเคราะห์ความผันผวนจากการลงทุนในตราสารทุน และใช้ร่วมกับตัวแปรทางเศรษฐศาสตร์มหภาค ได้แก่ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม อัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ อัตราการว่างงาน และอัตราแลกเปลี่ยน ในการแลกเปลี่ยนของสกุลเงินบาทต่อหลายๆ สกุลเงิน นั่นคือ ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และเยน ด้วยตัวแบบ GARCH-MIDAS ผนวกกับข้อมูล SET100 index ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีลักษณะเป็นแบบรายวัน กับข้อมูลตัวแปรทางเศรษฐศาสตร์มหภาคซึ่งเป็นข้อมูลที่มีลักษณะเป็นแบบรายเดือน เพื่อใช้ในการประเมินความเสี่ยง การเปรียบเทียบตัวแบบ GARCH (1,1) และตัวแบบ GARCH-MIDAS ในโครงสร้างต่างๆ จะใช้ค่า Mean square error (MSE) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการประมาณค่าความแปรปรวมโดยตัวแบบดังกล่าว กำหนดให้องค์ประกอบของความแปรปรวนระยะสั้นมีค่าคงที่ และมีการปรับปรุงองค์ประกอบของความแปรปรวนระยะยาว ได้แก่ ตัวแบบที่ใช้ค่าความผันผวนที่เกิดขึ้นจริง ตัวแบบที่ใช้ผลกระทบจากตัวแปรทางเศรษฐศาสตร์มหภาค และตัวแบบที่จะใช้ทั้งค่าความผันผวนที่เกิดขึ้นจริง และผลกระทบจากตัวแปรทางเศรษฐศาสตร์มหภาคร่วมกัน ผลการดำเนินการวิจัย พบว่า ตัวแบบ GARCH-MIDAS ที่ใช้ค่าความผันผวนที่เกิดขึ้นจริงเป็นฟังก์ชันการถดถอย Mixed data sampling (MIDAS) หรือตัวแบบ Realized volatility (RV) มีประสิทธิภาพในการประมาณค่าความแปรปรวนสูงกว่า ตัวแบบ GARCH (1,1) และตัวแบบ GARCH-MIDAS ในโครงสร้างอื่นๆ
Brand Experience Of Thai Consumers Towards Let's Relax Spa And Massage, Sasachol Chumnanvej
Brand Experience Of Thai Consumers Towards Let's Relax Spa And Massage, Sasachol Chumnanvej
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aimed to explore the brand experience of Thai consumers toward Let’s Relax Spa and Massage across four dimensions. Using qualitative methodology, nine participants were purposively selected for on-site and online in-depth interviews, ensuring diversity based on specific criteria. The participants, actual consumers aged 27-33, shared their experiences using open-ended questions guided by Brakus et al.'s (2009) brand experience dimensions and the 7Ps of service marketing. The findings indicated an overall positive brand experience, particularly in sensory and behavioral aspects, with outstanding experiences in sight, sound, and taste senses. While most participants had a positive affective experience, some expressed …
Consumers' Media Exposure, Attitude And Purchase Intention Toward Samsung Brand In Myanmar, Soe Darli
Consumers' Media Exposure, Attitude And Purchase Intention Toward Samsung Brand In Myanmar, Soe Darli
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objectives of the study are to examine consumers’ media exposure, attitude, and purchase intention towards Samsung in Myanmar and to explore the relationship between media exposure and consumer attitude as well as consumer attitude and purchase intention. The study was conducted in a quantitative approach by using online questionnaires as a tool to collect data from 200 respondents who are Myanmar Citizens aged between 18 and 45 years old and who know about the latest Brand Ambassador Samsung Myanmar and the main Brand Ambassador of Samsung Galaxy Z Flip 5 Campaign. The result showed that overall respondents had low …
คุณลักษณะการสื่อสารภาวะผู้นำของผู้นำองค์กรเจนวาย กับการมีส่วนร่วมของพนักงานองค์กรในธุรกิจครอบครัวแบบ Smes ยุคดิสรัปชั่น, เมธากุล สุวรรณบุตร
คุณลักษณะการสื่อสารภาวะผู้นำของผู้นำองค์กรเจนวาย กับการมีส่วนร่วมของพนักงานองค์กรในธุรกิจครอบครัวแบบ Smes ยุคดิสรัปชั่น, เมธากุล สุวรรณบุตร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed methods research) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การสื่อสารภาวะผู้นำของผู้นำองค์กร Gen Y 2) การรับรู้และความคาดหวังของพนักงานองค์กร (Gen Y และ Z) ต่อการสื่อสารภาวะผู้นำของผู้นำองค์กร Gen Y และ 3) การมีส่วนร่วมของพนักงานองค์กร (Gen Y และ Z) ในธุรกิจครอบครัวแบบ SMEs ยุคดิสรัปชั่น ผู้วิจัยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research method) เป็นหลัก โดยเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างพนักงาน Gen Y และ Gen Z จากโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวแบบ SMEs ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 200 คน ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบสมัครใจ (volunteer sampling) และวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research method) โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) กลุ่มตัวอย่างผู้บริหาร Gen Y พนักงาน Gen Y และ Gen Z จากโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวแบบ SMEs ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กลุ่มละ 3 คน รวมจำนวน 9 คน ผลการศึกษาพบว่า: 1.ในยุคดิสรัปชันที่สร้างความผันผวนทางเศรษฐกิจ กลุ่มตัวอย่างผู้บริหาร Gen Y ในธุรกิจครอบครัวแบบ SMEs พบความท้าทายด้านความแตกต่างในการทำงานของสมาชิกองค์กร และการบริหารที่แตกต่างจากผู้บริหารรุ่นก่อน ด้วยอายุและประสบการณ์ในการบริหารงานที่ไม่มาก คุณลักษณะสำคัญที่สะท้อนภาวะผู้นำที่กลุ่มตัวอย่างสื่อสารออกไป ได้แก่ การรับฟังและเปิดโอกาสให้สมาชิกองค์กรแสดงความคิดเห็น ความใส่ใจและเข้าใจต่อสมาชิกองค์กร ความชัดเจนในการตัดสินใจและวิสัยทัศน์ผู้นำ และความสามารถในการบริหารคน 2.กลุ่มตัวอย่างพนักงาน Gen Y และ Gen Z รับรู้การสื่อสารภาวะผู้นำของผู้นำองค์กร Gen Y ในหมวดการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เป็นอันดับหนึ่ง …
การลงทุนของจีนผ่านข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Bri) ในกัมพูชา : กรณีศึกษา โครงการดาราสาครในมิติด้านความมั่นคง, ธันยพร สมศรี
การลงทุนของจีนผ่านข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Bri) ในกัมพูชา : กรณีศึกษา โครงการดาราสาครในมิติด้านความมั่นคง, ธันยพร สมศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษางานชิ้นนี้ต้องการนำเสนอให้เห็นถึงการดำเนินนโยบายต่างประเทศของจีนที่นำโครงการข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative - BRI) มาใช้ในการเชื่อมจีนกับนานาประเทศทั่วโลก ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศต่าง ๆ ทั้งทางบกและทางทะเลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงขยายการลงทุน โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานในการส่งออกกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ขณะเดียวกันจีนก็ได้พัฒนาขีดความสามารถทางทหาร รวมถึงอาวุธยุทโปกรณ์ เห็นได้จากงบประมาณด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี แสดงให้เห็นถึงการผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจของจีนทางเศรษฐกิจและการเมืองความมั่นคงควบคู่กันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพื้นฐานที่จีนไปสร้างตามจุดยุทธศาสตร์เส้นทางการเดินเรือ ด้วยการออกแบบทำให้สามารถรองรับการใช้ประโยชน์ได้สองทางทั้งในเชิงพาณิชย์และการทหาร ทั้งนี้ โครงการดาราสาครของกัมพูชาเป็นหนึ่งในโครงการ BRI ที่สำคัญ ตั้งอยู่ในจุดภูมิรัฐศาสตร์ที่สามารถเข้าถึงทะเลจีนใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความขัดแย้งอ้างสิทธิ์ทับซ้อนกันระหว่างจีนและประเทศสมาชิกในอาเซียน แม้ว่าโครงการดังกล่าวจะถูกสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่ก็ไม่สามารถมองข้ามมิติด้านความมั่นคงไปได้ เนื่องจากภายในมีทั้งท่าเรือน้ำลึก สนามบิน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งมีศักยภาพในการรองรับกองทัพจีน โดยเหมาะแก่การเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการวางกองกำลังทหารและใช้สถานที่ดังกล่าวไปในภารกิจปกป้องเส้นทางการเดินเรือได้ ที่สำคัญ หากในอนาคตกัมพูชามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สามารถมีกองทัพต่างประเทศตั้งอยู่ภายในประเทศได้ โครงการดาราสาครอาจกลายเป็นฐานทัพแห่งที่สองในต่างประเทศของจีน นอกจากฐานทัพต่างประเทศแห่งแรกของจีนที่ประเทศจีบูติ
การพัฒนาประสิทธิภาพ ภายใต้บริบท มาตรการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลกรณีศึกษา ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ, วิธกร ต้นพรหม
การพัฒนาประสิทธิภาพ ภายใต้บริบท มาตรการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลกรณีศึกษา ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ, วิธกร ต้นพรหม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาแนวทางที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมสำหรับการดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ รวมถึงระบุปัญหาหรือข้อบกพร่องที่อาจส่งผลกระทบต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เพื่อนำไปสู่แนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยทั้งในเชิงรุกและเชิงรับของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยอาศัยกระบวนทัศน์ของแนวคิดและทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยงานวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ผ่านการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์เชิงลึกของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา ความปลอดภัย ทั้งในสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยและในท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ งานศึกษานี้พบว่า ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิมีแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพการรักษา ความปลอดภัยที่มีศักยภาพ สามารถรับมือต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้นได้ตามมาตรฐานสากล รวมถึงปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ตามที่หน่วยงานภาครัฐกำหนดไว้ได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง อย่างไรก็ตาม อาจมีปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิบางประการ อาทิ ปัจจัยด้านบุคลากร ปัจจัยด้านการบริหารจัดการพื้นที่ ปัจจัยด้านภัยคุกคามจากภายนอก และปัจจัยด้านการตระหนักรู้ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นต้น ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพของมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประกอบด้วย 1) การบังคับใช้กฎหมายและมาตรการต่าง ๆ อย่างเข้มงวดและชัดเจน 2) การเพิ่มค่าตอบแทนให้ผู้ปฏิบัติงานเพื่อรักษาความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน 3) การสร้างความสมดุลระหว่างมาตรการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น 4) การเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงกฎระเบียบและข้อปฏิบัติในการใช้บริการสนามบิน และ 5) การเพิ่มบทลงโทษ หากตรวจพบผู้โดยสารนำพาสิ่งผิดกฎหมายหรือวัตถุต้องห้ามขึ้นอากาศยาน
การเตรียมและลักษณะเฉพาะของแวกซ์เอสเทอร์จากกรดปาลมิติก, ณัฐกมล ดีมูลมั่ง
การเตรียมและลักษณะเฉพาะของแวกซ์เอสเทอร์จากกรดปาลมิติก, ณัฐกมล ดีมูลมั่ง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการสังเคราะห์แวกซ์ปาลมิติกผ่านปฏิกิริยารีดักชันและปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยารีดักชันเป็นการเปลี่ยนกรดปาลมิติกเป็นปาลมิติกแอลกอฮอล์ ตัวแปรของการศึกษานี้คือปริมาณของตัวเร่งปฏิกิริยาและเวลา ภาวะที่เหมาะสมในการทำปฏิกิริยาคือ ปริมาณของตัวเร่งปฏิกิริยา 2.66%w/w และเวลา 24 ชั่วโมง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ได้เป็นของผสมระหว่างผลิตภัณฑ์ปาลมิติกแอลกอฮอล์และกรดปาลมิติกส่วนเกิน จึงมีการสกัดแยกด้วยตัวทำละลาย เช่น เมทานอล เอทานอล ไอโซ-โพรพานอล เมทิลเอทิลคีโตน และไดเมทิลฟอร์มาไมด์ เพื่อแยกกรดปาลมิติกและผลิตภัณฑ์ปาลมิติกแอลกอฮอล์ จากนั้นทำปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันเพื่อสังเคราะห์แวกซ์เอสเทอร์ที่ได้จากกรดปาลมิติกและปาลมิติกแอลกอฮอล์ พบว่าแวกซ์ปาลมิติกสังเคราะห์จากปาลมิติกแอลกอฮอล์ได้สำเร็จ (อัตราส่วนระหว่าง CA/ตัวทำละลายเป็น 1:2) คือ W-CA-MeOH2, W-CA-EtOH2 และ W-CA-MEK2 ให้ร้อยละผลได้ของแวกซ์ปาลมิติกเอสเทอร์สูงที่ 48.1, 71.0 และ 56.7% ตามลำดับ สมบัติทางกายภาพและทางเคมีของแวกซ์ปาลมิติกศึกษาด้วยการวิเคราะห์ FTIR, XRD, NMR, DSC และ TGA แวกซ์ปาลมิติก W-CA-EtOH2 ซึ่งเป็นสารเคลือบกระดาษมีค่าความไม่ชอบน้ำยิ่งยวดสูงด้วยค่ามุมสัมผัส 161.4 องศา นอกจากนี้การเคลือบ W-CA-EtOH2 มีความต้านทานน้ำสูงโดยมีการดูดซึมน้ำต่ำที่ 0.43 ผลของการศึกษานี้บ่งบอกกระดาษที่เคลือบด้วยแวกซ์ปาลมิติกมีประสิทธิภาพความทนน้ำเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับกระดาษที่ไม่คลือบ
Research On Chinese Language Education Policy And Chinese Language Education Development In Thailand, Mengyao Zeng
Research On Chinese Language Education Policy And Chinese Language Education Development In Thailand, Mengyao Zeng
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Development of Chinese language Education in Thailand is highly typical, not only leading in global Chinese language education but also pioneering numerous firsts. Thailand was the first country to incorporate Chinese into its national education system, the first to invite Chinese language teacher volunteers from China, and the first to establish Confucius Classrooms. Over a century, Thai Chinese language education has experienced both prosperous "springs" and challenging "winters." In recent years, with the warming of Sino-Thai relations and the increased attention from the Thai Ministry of Education, the number of Mandarin learners has surged, marking a period of significant development …
ผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมป้องกันภาวะน้ำเกินในผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว, ปริญญา ยอดอาษา
ผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมป้องกันภาวะน้ำเกินในผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว, ปริญญา ยอดอาษา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยแบบกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมป้องกันภาวะน้ำเกินในผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว เพศชายและหญิง อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด โดยจับคู่ให้มีลักษณะคล้ายคลึงกันในเรื่องเพศ อายุ ระดับการศึกษา แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 30 คน โดยกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติและกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพร่วมกับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามพฤติกรรมป้องกันภาวะน้ำเกิน และแบบสอบถามประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับหัวใจล้มเหลวและภาวะน้ำเกิน ผ่านการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ .95 และ .80 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .91 และ .93 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและเปรียบเทียบความแตกต่างด้วยสถิติทดสอบที ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมป้องกันภาวะน้ำเกินในผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวในกลุ่มทดลองหลังได้รับโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมป้องกันภาวะน้ำเกินในผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวที่ได้รับโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Perception-Based Actions On Sustainable Living: A Case Of Foreigners Of Chulalongkorn University, Thailand, Nelly Waithera Ndenya
Perception-Based Actions On Sustainable Living: A Case Of Foreigners Of Chulalongkorn University, Thailand, Nelly Waithera Ndenya
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Living is sustainable when it recognizes the effects of our lifestyle decisions on the environment and figures out how to make life better and lighter for everyone. A "people lens" approach to sustainability is novel, contemporary, and highly advantageous. Chulalongkorn University, Higher Education Institutions acting as the spearheads of sustainable living in local and international communities, are mandated to implement crucial policies, practices, and programmes supporting sustainable living of foreigners of Chulalongkorn University. This study aimed to identify factors influencing sustainable living of foreigners of Chulalongkorn University and to provide recommendations for boosting sustainable living in the university. By applying …
Influence Of Tidal Current On Heavy Metal Dynamics In The Chao Phraya River Estuary, Kansiri Silrat
Influence Of Tidal Current On Heavy Metal Dynamics In The Chao Phraya River Estuary, Kansiri Silrat
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The Chao Phraya River estuary, a vital ecological and economic region in Thailand, faces significant contamination challenges due to anthropogenic activities. This study aims to investigate the influence of tidal currents on the dynamics of heavy metals (HMs) in the estuarine ecosystem, focusing on cadmium (Cd), arsenic (As), lead (Pb), copper (Cu), and zinc (Zn). A sampling was conducted over two tidal periods on April 29-30, 2021, including both surface and vertical water samples and surface sediment collected at multiple tidal currents. The results reveal notable variations in HMs concentrations influenced by tidal cycles. For water samples, cadmium concentrations ranged …
นวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ, รุ่งทิพย์ มานะกิจ
นวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ, รุ่งทิพย์ มานะกิจ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษากรอบแนวคิดของการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน และสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ 2. ศึกษาระดับสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพของผู้บริหารโรงเรียน 3. ศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ และ 4. พัฒนานวัตกรรมการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนตามแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธีพหุระยะ แบ่งเป็น 4 ระยะ กลุ่มตัวอย่าง คือ โรงเรียนที่มีการจัดการศึกษาในระดับปฐมวัย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 394 โรงเรียน จากประชากรทั้งหมดจำนวน 25,893 โรงเรียน โดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ผู้ให้ข้อมูลในการตอบแบบประเมินและแบบสอบถาม คือ ผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 330 คน และ 320 คน ตามลำดับ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมิน แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการคำนวณความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และความต้องการจำเป็น ผลการวิจัย พบว่า 1. กรอบแนวคิดของการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน ประกอบด้วย 2 รูปแบบการพัฒนาคือ 1) การพัฒนาระหว่างเวลาการปฏิบัติงาน ได้แก่ การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง การมอบหมายงาน การหมุนเวียนงาน การทำงานร่วมกับองค์กรหรือชุมชนอื่น ๆ การสอนงานและการเป็นพี่เลี้ยง และ 2) การพัฒนานอกเวลาการปฏิบัติงาน ได้แก่ การเรียนในชั้นเรียนหรือคอร์สเรียนต่าง ๆ การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเข้าร่วมประชุม/ฝึกอบรม/สัมมนา สถานการณ์จำลอง/บทบาทสมมติ การทัศนศึกษา/การเยี่ยมชม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากชุมชนแห่งการปฏิบัติ กรอบแนวคิดสมรรถนะนักการศึกษาปฐมวัยมืออาชีพ ประกอบด้วย 1) ความสามารถด้านการส่งเสริมการดูแลและพัฒนาเด็กปฐมวัย 2) ความสามารถด้านการพัฒนาหลักสูตรและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย 3) ความสามารถด้านการจัดการระบบการสังเกต คัดกรอง การวัดและประเมินผล และการจัดทำสารนิทัศน์สำหรับเด็กปฐมวัย 4) ความสามารถด้านการส่งเสริมสุขภาพ ความปลอดภัย และโภชนาการสำหรับเด็กปฐมวัย 5) ความสามารถด้านการเสริมสร้างความสัมพันธ์ ปฏิสัมพันธ์ และการแนะแนวเด็กปฐมวัยและครอบครัว 6) ความสามารถด้านการสร้างการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนในการพัฒนาเด็กปฐมวัย 7) ความสามารถด้านการมีภาวะผู้นำทางการศึกษาปฐมวัย 8) ความสามารถด้านการพัฒนาทางวิชาชีพปฐมวัย 9) …
องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์และเครื่องมือการตลาดดิจิทัลที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อรองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทย, นพกฤษฏิ์ ธนพรพัฒนรักษ์
องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์และเครื่องมือการตลาดดิจิทัลที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อรองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทย, นพกฤษฏิ์ ธนพรพัฒนรักษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วัตถุประสงค์ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลและเครื่องมือการตลาดดิจิทัลที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทยวิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคคลที่มีสัญชาติไทยผู้มีประสบการณ์ในการซื้อรองเท้าฟุตบอล อย่างน้อย 1 ครั้ง จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม Google Form ที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างค่าคำถามกับวัตถุประสงค์ พบว่าค่าที่ได้คือ 0.9 และค่าความเที่ยงของแบบสอบถามเท่ากับ 0.84 ผู้วิจัยเก็บแบบสอบถามออนไลน์จาก กลุ่มของเฟซบุ๊ค โดยคัดเลือกกลุ่มสำหรับแลกเปลี่ยนข่าวสารและซื้อขายรองเท้าฟุตบอล ได้แก่ 1) สตั๊ดของแท้ หายาก ราคาถูก 2) รองเท้าสตั๊ดหายาก - ของแท้ - ราคาถูก ซื้อ-ขาย 3) พวกบ้า Mizuno Nike Adidas Thailand 4) Adidas Football TH 5) Nike Football TH II วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐานได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนสถิติในการทดสอบสมติฐาน ใช้ค่าสถิติสมการถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ โดยตั้งระดับนัยสำคัญทางสถิติไว้ที่ 0.05ผลการวิจัย เมื่อทดสอบสมมติฐาน พบว่า ปัจจัยด้านผลประโยชน์หลัก ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์พื้นฐาน ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ที่คาดหวัง ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนเพิ่มเติม ปัจจัยด้านศักยภาพเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การตลาดผ่านช่องทางการเสิร์ช การตลาดผ่านการประชาสัมพันธ์ออนไลน์ การตลาดแบบพันธมิตร การตลาดโฆษณาด้วยรูปภาพ และการตลาดผ่านสื่อสังคม ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และการตลาดผ่านอีเมล ไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทยสรุปผลการวิจัย ปัจจัยด้านผลประโยชน์หลัก ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์พื้นฐาน ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ที่คาดหวัง ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนเพิ่มเติม ปัจจัยด้านศักยภาพเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การตลาดผ่านช่องทางการเสิร์ช การตลาดผ่านการประชาสัมพันธ์ออนไลน์ การตลาดแบบพันธมิตร การตลาดโฆษณาด้วยรูปภาพ และการตลาดผ่านสื่อสังคม ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตบอลของผู้บริโภคชาวไทย
Comparison Of Postural Control, Balance And Fall In Copd Patients With Breathing Pattern Disorder, Irfan Ahmad
Comparison Of Postural Control, Balance And Fall In Copd Patients With Breathing Pattern Disorder, Irfan Ahmad
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Objective Up to 50% of patients with chronic obstructive pulmonary disease (COPD) experience breathing pattern disorders (BPD). The diaphragmatic dysfunction associated with COPD has been associated with balance impairment, and improved diaphragmatic breathing has been preliminarily associated with improved static balance and marching in place. This study aimed to compare clinical gait and balance measures and the risk of falling between patients with COPD-induced BPD and older adult controls and correlate the severity of BPD to gait and balance measures. Methods Gait and balance of fifty-six patients with COPD and 56 older adult controls were measured using the timed up …
อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น, ณัฐนรี กิตติมงคลชัย
อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น, ณัฐนรี กิตติมงคลชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณา (ได้แก่ มิติด้านความเชี่ยวชาญ มิติด้านความน่าไว้วางใจ และมิติด้านความน่าดึงดูดใจ) และพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น (ได้แก่ ทัศนคติต่อโฆษณา ทัศนคติต่อตราสินค้า และความตั้งใจซื้อของผู้บริโภค) และ 2) อิทธิพลของคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น โดยใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จาก 1) กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 24 - 44 ปี ที่เคยซื้อและใช้งานสินค้าเครื่องปรับอากาศ Daikin ภายในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา จำนวน 110 คน และ 1) กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 24 - 44 ปี ที่เคยซื้อและบริโภคสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Nissin ภายในช่วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 110 คน รวมทั้งหมด 220 คน ผลการวิจัยพบว่า คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นผู้มีชื่อเสียงที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุด คือ มิติด้านความน่าดึงดูดใจ ขณะที่คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นตัวการ์ตูนที่มีค่าเฉลี่ยรวมมากที่สุด คือ มิติด้านความเชี่ยวชาญ นอกจากนั้น คุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นผู้มีชื่อเสียงที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด คือ มิติด้านความน่าดึงดูดใจ และคุณลักษณะผู้ส่งสารในโฆษณาที่เป็นตัวการ์ตูนที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคตราสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด คือ มิติด้านความเชี่ยวชาญ