Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Sociology Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2023

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 3001 - 3030 of 3173

Full-Text Articles in Sociology

การมีบุตรกับการทำงานของสตรีไทยที่สมรส, วริษา กังสวัสดิ์ Jan 2023

การมีบุตรกับการทำงานของสตรีไทยที่สมรส, วริษา กังสวัสดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสถานการณ์การทำงานของสตรีไทยที่สมรสแล้ว (2) วิเคราะห์ว่าปัจจัยด้านการมีบุตรส่งผลต่อการทำงานของสตรีที่สมรสแล้วหรือไม่อย่างไร และ (3) วิเคราะห์ปัจจัยด้านคุณลักษณะของสตรีและปัจจัยด้านครัวเรือนที่มีความสัมพันธ์กับการทำงานของสตรีที่สมรสแล้วในประเทศไทย การศึกษานี้ใช้กลุ่มตัวอย่างสตรีที่สมรสแล้ว อายุ 25-49 ปี จำนวน 5,124 ตัวอย่าง (แบบถ่วงน้ำหนัก) ใช้วิธีการวิเคราะห์แบบจำลองโพรบิตและการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณเพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม โดยแบบจำลองมีการใช้ตัวแปรเครื่องมือ คือตัวแปรภาวะการมีบุตรยากเพื่อแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ของตัวแปร ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยสตรีที่สมรสแล้วทำงานทั้งหมด 4,230 ตัวอย่าง (ร้อยละ 82.56) และสตรีที่สมรสแล้วไม่ทำงานทั้งหมด 894 ตัวอย่าง (ร้อยละ 17.44) สำหรับสตรีที่ทำงานมีการทำงานโดยเฉลี่ยวันละ 8.18 ชั่วโมง ทำงานเฉลี่ย 6 วันต่อสัปดาห์ และทำงานเฉลี่ยคิดเป็น 48.64 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยสตรีมีการทำงานเต็มเวลาที่ร้อยละ 77.64 ของผู้ที่ทำงาน และการทำงานไม่เต็มเวลาที่ร้อยละ 22.36 ของผู้ที่ทำงาน ด้านสถานภาพการทำงานของสตรี สัดส่วนที่มากที่สุดคือธุรกิจของตนเอง รองลงมาคือลูกจ้างเอกชน และช่วยธุรกิจของครัวเรือน ทั้งนี้ สตรีที่มองว่าตนเองมีการทำงานเท่ากับจำนวนชั่วโมงการทำงานโดยเฉลี่ยที่ต้องการมีสัดส่วนสูงที่สุด และรองลงมาคือมีการทำงานมากกว่าจำนวนชั่วโมงการทำงานโดยเฉลี่ยที่ต้องการสาเหตุหลักมาจากรูปแบบลักษณะงานที่ทำ ต้องการรายได้เพิ่มขึ้น และข้อกำหนดของบริษัทนอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์พบว่า จากการศึกษาในกลุ่มสตรีที่ทำงานพบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านจำนวนบุตรกับชั่วโมงการทำงานของสตรี โดยสตรีที่มีบุตรเพิ่มขึ้น 1 คน ส่งผลให้มีชั่วโมงการทำงานลดลง 3.2873 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 และกรณีในพื้นที่ชนบท สตรีที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชนบทเมื่อมีบุตรเพิ่มขึ้น 1 คน จะส่งผลให้ชั่วโมงการทำงานลดลง 3.9037 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 รวมถึงในแต่ละแบบจำลองปัจจัยด้านอายุของสตรี สถานภาพสมรส อายุแรกสมรสของสตรี รายได้ของคู่สมรส ผู้ดูแลหลักที่เลี้ยงดูคนในครัวเรือน ภาคที่อยู่อาศัย และเขตที่อยู่อาศัยมีความสัมพันธ์กับการทำงานของสตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีนโยบาย หรือมาตรการต่างๆ ให้แก่สตรีที่มีบุตรให้สามารถทำงานและเลี้ยงดูบุตรได้ เช่น สวัสดิการการลาคลอด ศูนย์รับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียนที่มีคุณภาพ อยู่ใกล้บ้าน และมีในทุกพื้นที่ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และมีการสนับสนุนเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อช่วยเหลือในการทำงานของมารดาพร้อมกับการเลี้ยงดูบุตร ตลอดจนความเท่าเทียมในการทำงานที่ส่งเสริมให้สตรีหลังลาคลอดบุตร เมื่อกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน สามารถเติบโตในหน้าที่การงานได้ นอกจากนี้ ยังควรมีการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่สตรี และพัฒนาทักษะต่างๆ ให้แก่สตรีที่มีบุตรที่ออกจากระบบแรงงานและกลับเข้ามาทำงานหลังจากบุตรมีอายุมากขึ้น สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานและพร้อมทำงานในตลาดแรงงานได้เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป


ความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในประเทศไทย : ก่อนและระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, วรชาติ โชครัศมีดาว Jan 2023

ความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในประเทศไทย : ก่อนและระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19, วรชาติ โชครัศมีดาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ประเทศไทยได้เปลี่ยนผ่านมาเป็นประเทศสังคมผู้สูงอายุมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2550 อย่างไรก็ตามกลับพบว่าผู้สูงอายุในประเทศไทยยังคงต้องทำงานเพื่อหารายได้มาใช้ดำรงชีวิตประจำวันเนื่องจากความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุส่วนใหญ่นั้นมาจากรายได้จากการทำงาน สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 (COVID-19) ได้ส่งผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพอนามัยต่อกลุ่มผู้สูงอายุในประเทศไทยเป็นอย่างมาก การวิจัยเรื่องความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในประเทศไทยในช่วงเวลาก่อนและระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19 มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านสังคมและประชากร ปัจจัยด้านสุขภาพ และปัจจัยด้านเศรษฐกิจของผู้สูงอายุที่มีต่อความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุ โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2560 และปี พ.ศ. 2564 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ มาวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านต่าง ๆ ด้วยแบบจําลองการถดถอยโลจิสติคทวิ ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยด้านสังคมและประชากร ปัจจัยด้านสุขภาพ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ และปัจจัยด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีผลต่อความมั่นคงทางการเงินของผู้สูงอายุในประเทศไทย จากข้อค้นพบที่ได้จากการวิจัยจึงมีการเสนอแนะให้ภาครัฐ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ควรมีการดำเนินนโยบายเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางการเงินให้แก่ผู้สูงอายุ เช่นการสนับสนุนด้านบริการสาธารณสุขแก่ผู้สูงอายุ ตลอดจนควรมีการดำเนินนโยบาย เพื่อให้ความรู้และส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ ในการเก็บสะสมความมั่งคั่งทางทรัพย์สินสำหรับไว้ใช้จ่ายหลังจากเกษียณ


อิทธิพลของการใช้อินเทอร์เน็ตต่อสุขภาวะของแรงงานนอกระบบในกรุงเทพมหานคร, สุดารัตน์ กันทะเนตร Jan 2023

อิทธิพลของการใช้อินเทอร์เน็ตต่อสุขภาวะของแรงงานนอกระบบในกรุงเทพมหานคร, สุดารัตน์ กันทะเนตร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางประชากร เศรษฐกิจ สังคม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้อินเทอร์เน็ตของแรงงานนอกระบบต่อสุขภาวะด้านร่างกาย จิตใจ สังคม ปัญญา และการทำงาน การศึกษานี้ใช้ข้อมูลข้อมูลทุติยภูมิจากโครงการนวัตกรรมเพื่อยกระดับความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ให้กับแรงงานนอกระบบที่เป็นผู้สูงอายุสำรองและผู้สูงอายุโดยการส่งเสริมเศรษฐกิจสังคมสมานฉันท์ผ่านแฟลตฟอร์มดิจิทัล กลุ่มตัวอย่างในการศึกษานี้คัดเลือกเฉพาะแรงงานนอกระบบที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ต จำนวน 705 คน ประกอบด้วย กลุ่มผู้สูงอายุสำรอง (อายุ 45-59 ปี) จำนวน 526 คน และกลุ่มผู้สูงอายุวัยต้น (อายุ 60-69 ปี) จำนวน 179 คน โดยใช้วิธีการวิเคราะห์การถดถอยแบบ โลจิสติกทวิภาค ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสุขภาวะของแรงงานนอกระบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ประกอบด้วย ปัจจัยทางประชากร ได้แก่ อายุ ปัจจัยทางเศรษฐกิจสังคม ได้แก่ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส รายได้ ปัจจัยด้านพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต ได้แก่ ความถี่ ระยะเวลา และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน และปัจจัยด้านความสามารถในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ได้แก่ ความสามารถในการเรียนรู้การใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ด้วยตนเอง ความสามารถในการสืบค้นข้อมูล ความสามารถในการเข้าใจเนื้อหาหรือข้อมูลต่าง ๆ และความสามารถในการแก้ไขปัญหาในการใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง ดังนั้น ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของแรงงานนอกระบบให้มีความเหมาะสม ทั้งความถี่ ระยะเวลา และรูปแบบการใช้งาน อีกทั้งควรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้แรงงานนอกระบบมีความสามารถในการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วยตนเอง เพื่อให้แรงงานนอกระบบเกิดสุขภาวะที่ดีทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม ปัญญา และการทำงาน ซึ่งจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงานนอกระบบของประเทศไทยต่อไป


รูปแบบการอยู่อาศัยและการออมของผู้สูงอายุไทย, พิฤดา พยัคฆ์ Jan 2023

รูปแบบการอยู่อาศัยและการออมของผู้สูงอายุไทย, พิฤดา พยัคฆ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงรูปแบบการอยู่อาศัยที่มีผลต่อการออมของผู้สูงอายุไทย โดยมีตัวแปรควบคุม ประกอบด้วย ปัจจัยทางประชากร ปัจจัยทางเศรษฐกิจ และปัจจัยทางสังคม โดยใช้ข้อมูล การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2564 ของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ มาทำการวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบสองทางเลือกด้วยวิธี Probit model ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนแหว่งกลางจะมีโอกาสออมน้อยกว่า เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง และมีโอกาสออมน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับรูปแบบการอยู่อาศัยแบบอื่น ซึ่งมีผลมาจากภาวะหนี้สินของตนเอง หรือ หนี้สินของครัวเรือน โดยจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลแบบไขว้ ชี้ให้เห็นว่า เกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนแหว่งกลางมีหนี้สินของครัวเรือนอยู่ ในขณะที่จำนวนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพังและมีหนี้สิน มีจำนวนไม่ถึง ร้อยละ 20 นอกจากนี้การมีเงินออมของผูู้สูงอายุมีความสัมพันธ์กับเพศของผู้สูงอายุ ซึ่งพบว่า ผู้สูงอายุหญิงส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในครัวเรือนที่ไม่มีหนี้สิน และมีสัดส่วนของการได้รับการเกื้อหนุนจากบุตรสูง จึงมีโอกาสในการออมมากกว่า เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุชาย ทั้งนี้ผู้สูงอายุช่วงตอนปลายส่วนใหญ่อยู่ในครัวเรือนปลอดหนี้ ทำให้มีโอกาสในการออมมากกว่า เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุช่วงอื่น สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในทุกระดับการศึกษา จะทำให้มีโอกาสออมมากกว่า ผู้สูงอายุที่ไม่มีการศึกษา โดยสะท้อนให้เห็นว่า รูปแบบการอยู่อาศัย มีผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุ รวมถึงการเกื้อหนุนจากบุตรในครัวเรือนและนอกครัวเรือน ที่เป็นอีกหนึ่งทางในการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมี ออมมากขึ้น เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับการเกื้อหนุนจากบุตร หรือ ไม่มีบุตร อีกทั้งภาวะหนี้สินของผู้สูงอายุ เช่น หนี้สินของตนเอง และหนี้สินของครัวเรือน เป็นประเด็นท้าทายที่ผู้สูงอายุต้องเผชิญ อันส่งผลต่อการออมโดยตรง


Women’S Educational Attainment And Sexual Coercion By Intimate Partners In Vietnam: Ethnic Differences In 2020-2021, Hang Thi Thuy Do Jan 2023

Women’S Educational Attainment And Sexual Coercion By Intimate Partners In Vietnam: Ethnic Differences In 2020-2021, Hang Thi Thuy Do

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Vietnam, a lower-middle-income nation in Southeast Asia, has recorded an increase in sexual assault in intimate relationships in recent years. Research about the ethnic differences associated with this issue is rarely explored. This quantitative study aims to investigate the relationship between women’s level of education and intimate partner sexual coercion in Vietnam through the lens of ethnic differences. The nationally representative dataset from the Vietnam Multiple Indicator Cluster Survey (MICS) 2020-2021 and multivariate logistic regression model for the sample of 6,187 women of reproductive age are employed. Findings illustrate that women acquiring education from the upper secondary level and above …


Systematic Review: Working Conditions And Health Outcomes Among Female Migrant Domestic Workers In Asia, Konchawan Chantima Jan 2023

Systematic Review: Working Conditions And Health Outcomes Among Female Migrant Domestic Workers In Asia, Konchawan Chantima

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

About 2.78 million people die as a result of occupational accidents and work-related diseases each year. Female migrant domestic workers (MDWs) in Asia represent substantial proportions of domestic work worldwide. The challenging working conditions faced by female MDWs have raised great concerns, which may subsequentially lead to poor physical and mental health. This study aimed to examine working conditions and health outcomes of female MDWs in Southeast and East Asia via a systematic review of peer-reviewed and English-written journal articles published during 2014 – 2023 in four academic databases (i.e., ScienceDirect, Scopus, Sagepub, and GoogleScholar). This systematic review study relied …


Labor Productivity In South Asia: The Impact Of Human Capital, Gender Dynamics And Innovation, Zun Yoon Nwe Jan 2023

Labor Productivity In South Asia: The Impact Of Human Capital, Gender Dynamics And Innovation, Zun Yoon Nwe

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This paper explores the impact of human capital, innovation, and gender dynamics on labor productivity in four South Asian countries: Bangladesh, India, Pakistan, and Nepal. This paper uses data from the World Bank Business Enterprise Survey and the OLS regression model to check the effectiveness of the determinant of labor productivity. The human capital variables considered include on-the-job training, skilled labor ratio, and R&D as explanatory factors. Additionally, the paper investigates the association between female ownership and female managers in firms with labor productivity. Theoretically, having a well-educated and well-trained workforce is key to boosting business productivity. Employees with higher …


The Role Of Talent Workers In Industrial Development: Empirical Evidence From China, Zhe Huang Jan 2023

The Role Of Talent Workers In Industrial Development: Empirical Evidence From China, Zhe Huang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Amidst the rapid advancement of industrialization and urgent demands from both domestic and international economic environments, China has officially entered a historic period of economic transition and demographic dividend shift. This study aims to explore the impact of demographic factors on China’s industrialization process and identify how shifts in the demographic and human capital components have influenced regional industrialization patterns in China over the past 25 years. Data came from China Statistical Yearbooks and were analyzed by using a Multiple Linear Regression method.The study first calculated the comprehensive industrialization index for various regions in China from 2000 to 2020. Then, …


Understanding Internal Migration In Myanmar: A Study On Recent Movements And Future Intentions, Thiri Moe Jan 2023

Understanding Internal Migration In Myanmar: A Study On Recent Movements And Future Intentions, Thiri Moe

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study explores the factors driving internal migration in Myanmar, focusing on movements within the past two years and the potential for future migration. Using data from round one of the Myanmar Household Welfare Survey (MHWS), the analysis applies descriptive statistics and logistic regression to explore key migration determinants. By analysing individuals and household characteristics and reasons for recent migration, this study aims to understand the internal migration in Myanmar. The research finds that younger individuals, those who are married or separated, and households with young children are more likely to have migrated. Education level and household size also play …


A Systematic Review On Non-Citizen Children Education In Malaysia With Policy Learning From Selected Economies, Lee Xiang Teh Jan 2023

A Systematic Review On Non-Citizen Children Education In Malaysia With Policy Learning From Selected Economies, Lee Xiang Teh

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Official statistics indicated that in 2023, Malaysia was home to approximately 617,900 non-citizen children. Despite this demographic, Malaysia has not signed the 1951 Refugee Convention and its 1967 Protocol, nor the 1954 Statelessness Convention. Consequently, all non-citizens, including refugees, asylum seekers, and stateless individuals, face similar treatment to undocumented migrants, limiting their access to education, healthcare services, and formal employment.This systematic review seeks to comprehensively analyse the current educational landscape for non-citizen children in Malaysia. It aims to compare Malaysia's education policies with those of other selected economies, identifying strengths and areas for improvement. The review also proposes key insights …


Exploring The Association Between Religiosity And Health Outcomes In Indonesia's Aging And Pre-Aging Muslim Population: Insights From The Indonesia Family Life Survey 5, Afridah Ikrimah Jan 2023

Exploring The Association Between Religiosity And Health Outcomes In Indonesia's Aging And Pre-Aging Muslim Population: Insights From The Indonesia Family Life Survey 5, Afridah Ikrimah

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study examines the association between Muslim religiosity and health outcomes among the aging and pre-aging populations in Indonesia, utilizing cross-sectional data from the Indonesia Family Life Survey (IFLS-5) with 4,535 respondents aged 50 and above. Multivariate logistic regression analysis investigates the associations between various dimensions of Muslim religiosity (i.e., self-perceived religiosity, frequency of daily prayer, and frequency of religious attendance) and health outcomes, including self-rated health, functional dependence, depression, insomnia, diabetes, liver disease, kidney disease, tuberculosis, heart problems, high cholesterol, stroke, and hypertension. Results show significant associations as follows: higher self-perceived religiosity is associated with better self-rated health and …


Fertility In Chin State, Myanmar: An Insight From Demographic And Health Survey, Win Zaw Myo Jan 2023

Fertility In Chin State, Myanmar: An Insight From Demographic And Health Survey, Win Zaw Myo

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Chin State has one of the highest fertility rates in Myanmar, which imposes significant pressure on both families and the state's resources. This study investigates the socio-economic factors influencing the number of children ever born (CEB) among ever-married women in Chin State, Myanmar. Using a subsample of 392 women aged 30 years and above from the female samples in Chin State in the Myanmar Demographic and Health Survey (MDHS), data were analyzed through five Poisson regression models. The findings indicate that older women tend to have more children. Women residing in rural areas show higher CEB compared to their urban …


Ip Development Strategies For Chinese Theaters In The Context Of The Creative Industries, Daiyi Yang Jan 2023

Ip Development Strategies For Chinese Theaters In The Context Of The Creative Industries, Daiyi Yang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In the context of the Chinese creative industries and the digital age, this study derived a definition of theater IP from the general point of view and the context of the Internet: 1) the theater original work, which is protected by IP law for its creativity and originality, where the protected interests include ownership of rights and interests ; 2) having a high degree of market recognition and exhibiting both cultural communication value and commercial worth ; and 3) as a core factor that increases the integration and expansion activity of the theater with other creative industries and media communication …


A Critique On Creative Economy As A Potential Tool For Promotion Of Thailand's Sustainable Development Policy, Jiratchaya Kosintharanon Jan 2023

A Critique On Creative Economy As A Potential Tool For Promotion Of Thailand's Sustainable Development Policy, Jiratchaya Kosintharanon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

As the world is full of threats, development seems to be an international issue where the state authority has to seek for the most effective solution and drive the development in the country. In Thailand, there is the urgent call to reposition Thailand among ASEAN countries as they used to be and become a developed and sustainable society. Creative economy uses as the potential tool to enhance the sustainable growth and development which also being a feasible option for country. With a diverse usage in the world, it is difficult to ensure the effectiveness after implementation in a country. To …


ศาลเตี้ยออนไลน์ : กรณีศึกษาสถานการณ์ ปฏิสัมพันธ์ และผลกระทบที่เกี่ยวกับคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงแต่ถูกสืบสวนและตัดสินในโลกออนไลน์, เขมสรณ์ หนูขาว Jan 2023

ศาลเตี้ยออนไลน์ : กรณีศึกษาสถานการณ์ ปฏิสัมพันธ์ และผลกระทบที่เกี่ยวกับคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงแต่ถูกสืบสวนและตัดสินในโลกออนไลน์, เขมสรณ์ หนูขาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยเรื่อง “ศาลเตี้ยออนไลน์ : กรณีศึกษาสถานการณ์ ปฏิสัมพันธ์ และผลกระทบที่เกี่ยวกับคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงแต่ถูกสืบสวนและตัดสินในโลกออนไลน์” สามารถสรุปผลการศึกษาโดยอาศัยข้อมูลจากการวิจัยเชิงคุณภาพได้ว่า ศาลเตี้ยออนไลน์คือพื้นที่ทางอารมณ์ที่แสดงบทบาทคู่ขนานไปกับกระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก ในรูปแบบของพิธีกรรมที่ทุกคนสามารถริเริ่มและมีกลุ่มคนเข้าร่วมในภายหลัง กลายเป็นการกระทำซ้ำ ๆ ที่มีการเตรียมการ การปฏิบัติการ และการลงโทษ โดยเป็นการใช้อำนาจผ่านสื่อออนไลน์ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งและนำมาซึ่งความรุนแรง ประกอบด้วย 4 ตัวแสดงที่มีบทบาทแตกต่างกัน ได้แก่ 1) ผู้แสดงส่วนที่ 1 หมายถึง สื่อออนไลน์ที่มีอิทธิพลต่อสังคม 2) ผู้แสดงส่วนที่ 2 หมายถึง กลุ่มคนที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ 3) ใช้การมองเห็นและการรับรู้เป็นอาวุธจนเกิดการแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวาง และ 4) เหยื่อหรือผู้ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วยสถานการณ์ 5 รูปแบบ เรียงลำดับจากความรุนแรงน้อยไปหามาก ตั้งแต่การให้ข้อมูล การตีแผ่ การปักธง การสืบสวน และการไล่ล่า ซึ่งเป็นกระบวนการของสถานการณ์ที่ก่อรูปทรงจากพื้นที่ทางอารมณ์ จนกลายเป็นพลังงานทางอารมณ์ และแสดงออกผ่านปฏิสัมพันธ์แบบมีบทบาทแลกเปลี่ยน ที่อาจนำไปสู่ผลกระทบตามมาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านผู้กระทำ ด้านเหยื่อหรือผู้ได้รับผลกระทบ ด้านสิทธิมนุษยชน ด้านกระบวนการยุติธรรม และด้านสังคม อย่างไรก็ดี ศาลเตี้ยออนไลน์สามารถพิจารณาได้ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ด้านหนึ่งอาจก่อให้เกิดความอยุติธรรม กลายเป็นกระบวนการยุติธรรมไวรัลหรือกระบวนยุติธรรมแบบปากต่อปากในโลกออนไลน์ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงที่จะเกิดการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและการลงโทษที่ไม่ได้สัดส่วน อีกด้านหนึ่งเปรียบได้ดั่งรูปแบบคู่ขนานของกระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก ที่ช่วยถ่วงดุลกระบวนการยุติธรรมผ่านเลนส์เทคโนโลยี จึงจำเป็นจะต้องสนับสนุนด้านบวกและควบคุมด้านลบ เพื่อนำศาลเตี้ยออนไลน์ไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง


การวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อป้องกันการเกิดความขัดแย้งระหว่างคู่ครองในสังคมยุคดิจิทัล, ไวพจน์ กุลาชัย Jan 2023

การวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อป้องกันการเกิดความขัดแย้งระหว่างคู่ครองในสังคมยุคดิจิทัล, ไวพจน์ กุลาชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาวิจัยเรื่อง “การวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อป้องกันการเกิดความขัดแย้งระหว่างคู่ครองในสังคมยุคดิจิทัล” มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัจจัยที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างคู่ครองในยุคดิจิทัล (2) ศึกษาประเภทของความขัดแย้งระหว่างคู่ครองในยุคดิจิทัล (3) ศึกษาผลกระทบของความขัดแย้งระหว่างคู่ครองในยุคดิจิทัล และ (4) เสนอแนะแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคู่ครองในยุคดิจิทัล การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) โดยดำเนินการเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญซึ่งเป็นคู่ครองจำนวน 13 คู่ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก และทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์สรุปอุปนัย (analytic induction) ผลการศึกษา พบว่า การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีทำให้การใช้ชีวิตคู่มีความเปลี่ยนแปลงไปจากสังคมแบบเก่าทำให้การทำงานและชีวิตส่วนตัวเกิดความผูกพันจนไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เทคโนโลยีอาจสร้างความห่างเหินต่อชีวิตคู่ ซึ่งส่งผลต่อความขัดแย้งระหว่างคู่ครองและปัญหาอาชญากรรมรูปแบบใหม่ ส่วนปัจจัยที่ส่งผลต่อความขัดแย้งระหว่างคู่ครองประกอบด้วยปัจจัยเรียงตามลำดับความสำคัญ 12 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ปัจจัยด้านการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ปัจจัยด้านความแตกต่างในมุมมองหรือทัศนคติ ปัจจัยด้านการสื่อสาร ปัจจัยด้านการนอกใจ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูบุตร ปัจจัยด้านพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ ปัจจัยด้านครอบครัวและเครือญาติของคู่ครอง ปัจจัยด้านเวลาและการจัดการชีวิตประจำวัน ปัจจัยความแตกต่างด้านอายุ ปัจจัยด้านความมีระเบียบและวินัย และปัจจัยด้านการแต่งกาย โดยสามารถจำแนกประเภทของความขัดแย้งระหว่างคู่ครองได้ 5 ประเภท ได้แก่ ความขัดแย้งด้านพฤติกรรมและทัศนคติ ความขัดแย้งทางด้านการเงิน ความขัดแย้งทางด้านเพศ ความขัดแย้งด้านการเลี้ยงดูบุตร และความขัดแย้งทางด้านการแบ่งงานกันทำ นอกจากนั้น ผลการวิจัยยังพบว่า ความขัดแย้งระหว่างคู่ครองส่งผลกระทบในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ผลกระทบทางด้านจิตใจ ผลกระทบต่อความรุนแรงในครอบครัว ผลกระทบทางด้านร่างกาย ผลกระทบต่อลูก ผลกระทบต่อหน้าที่การงาน ผลกระทบด้านสังคม และผลกระทบด้านความพึงพอใจในความสัมพันธ์ ทั้งนี้ แนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคู่ครองในเชิงสร้างสรรค์ประกอบด้วย การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ การเรียนรู้ ปรับตัวและยอมรับกัน การจัดการทางอารมณ์ การสร้างบรรยากาศที่ดี การสร้างฐานะทางการเงิน การมีส่วนร่วมในงานบ้าน และการมีกิจกรรมร่วมกันซึ่งจะทำให้ครอบครัวสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคู่ครองควรมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น แอปพลิเคชั่นที่ช่วยในการสื่อสารและจัดการความขัดแย้งระหว่างค่าครอง มาช่วยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายที่ดำเนินการโดยภาครัฐ


การมีส่วนร่วมของอาสาสมัครรักษาดินแดนในการป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส, กรัณฑ์วาริษฐ์ สมจันทร์ Jan 2023

การมีส่วนร่วมของอาสาสมัครรักษาดินแดนในการป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส, กรัณฑ์วาริษฐ์ สมจันทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมของอาสาสมัครรักษาดินแดนในการป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของอาสาสมัครรักษาดินแดนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ในอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ปัญหาและอุปสรรคของอาสาสมัครในการมีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรมร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอสุไหงโกลก และเพื่อเสนอแนะแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของอาสาสมัครรักษาดินแดนในการมีส่วนร่วมกับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอสุไหงโกลก ในการป้องกันอาชญากรรม การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ อาสาสมัครรักษาดินแดน ในอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส จำนวน 202 ราย และผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการสัมภาษณ์จำนวน 8 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น คือ สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย สามารถแสดงรายละเอียด ดังนี้ 1) บทบาทของอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย พบว่า มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การเฝ้าระวังภัยคุกคามด้านความมั่นคง 2) บทบาทของอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ด้านการบริการ พบว่า มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ บทบาทในงานจิตอาสาพระราชทานและงานอื่น ๆ ที่เป็นการให้บริการสาธารณะ 3) ปัญหาและอุปสรรคของอาสาสมัคร ด้านการจัดการภายในองค์กร พบว่า อยู่ในระดับปานกลาง ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การขาดแคลนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์ 4) ปัญหาและอุปสรรคของอาสาสมัคร ด้านสภาพแวดล้อมภายนอกองค์กร พบว่า อยู่ในระดับปานกลาง ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การขาดความร่วมมือในการทำงานจากภายนอกองค์กร 5) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ สามารถสรุปข้อมูลในภาพรวมได้ว่า ในประเด็นบทบาทด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย อาสาสมัครมีการปฏิบัติงานเพื่อเฝ้าระวังภัย โดยเน้นเรื่องผู้ก่อความไม่สงบเป็นสำคัญ ส่วนบทบาทในด้านการบริการ จะเน้นไปที่การอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ สำหรับปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการทำงานของอาสาสมัคร จากการสัมภาษณ์ พบว่า มี 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาด้านการบังคับใช้กฎหมาย, ปัญหาด้านสวัสดิการของอาสาสมัคร, ปัญหาการขาดแคลนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์, ปัญหาด้านการขาดความร่วมมือในการทำงานภายนอกองค์กร และปัญหาด้านความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับข้อค้นพบที่ได้จากการวิจัยเชิงปริมาณ สำหรับแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครรักษาดินแดน จะต้องมีความสอดคล้องกับลักษณะปัญหาที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ …


แนวทางการป้องกันอาชญากรรมบนเทคโนโลยีการเงินแบบกระจายศูนย์ (Defi) : กรณีศึกษาปรากฏการณ์ล้มทั้งยืน (Rug Pull), กุลนันทน์ ศรีเจริญ Jan 2023

แนวทางการป้องกันอาชญากรรมบนเทคโนโลยีการเงินแบบกระจายศูนย์ (Defi) : กรณีศึกษาปรากฏการณ์ล้มทั้งยืน (Rug Pull), กุลนันทน์ ศรีเจริญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหา รูปแบบ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดปรากฏการณ์ล้มทั้งยืน (Rug Pull) ซึ่งเป็นอาชญากรรมบนเทคโนโลยีการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่สังคมและนำไปสู่การแสวงหาแนวทางป้องกันที่เหมาะสม ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการบูรณาการการวิจัยเชิงเอกสาร การสังเกตแบบชาติพันธุ์วรรณาดิจิทัลและการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญของหน่วยงานรัฐ หน่วยธุรกิจและตัวแทนนักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล จำนวน 16 ราย ผลการศึกษา พบว่า ปรากฎการณ์ล้มทั้งยืน (Rug Pull) เป็นอาชญากรรมไซเบอร์ที่อาศัยความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของ DeFi เจตนาหลอกลวงให้นักลงทุนนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาฝากในแพลตฟอร์ม จากนั้นเกิดสถานการณ์ทำให้นักลงทุนสูญเสียเงินลงทุนบางส่วน หรือทั้งหมด หรืออาจจะไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่กล่าวอ้าง ด้วยสภาพปัญหา 4 ด้าน คือ 1) ด้านโลกาภิวัตน์ ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมโดยไม่ระบุตัวตนของคู่สัญญาด้วยความรวดเร็วผ่านระบบนิเวศ DeFi การระบุพื้นที่ หรือเขตอำนาจศาลในการลงโทษผู้กระทำผิดจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก 2) ด้านสังคมความเสี่ยง เกิดขึ้นการจากนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีความซับซ้อน โดยมีสัญญาอัจฉริยะเป็นกลไกหลักในการควบคุมเงื่อนไขต่าง ๆ 3) ด้านกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่มีตัวกลางในการกำกับดูแล ทำให้ขาดการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงจากภาครัฐ เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นจากการฉ้อโกง หรือให้บริการที่ไม่เป็นธรรม จึงไม่ได้รับการคุ้มครอง และ 4) ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งขาดกระบวนการส่งต่อ หรือรับข้อมูลสำคัญที่จะนำมาใช้ในการติดตามตรวจสอบ สืบหาตัวผู้กระทำผิด ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ล้มทั้งยืนสามารถเกิดขึ้นได้ 3 รูปแบบ คือ 1) การขโมยสภาพคล่อง 2) การจำกัดการซื้อขาย และ การลากและทุบ โดยมีปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดปรากฎการณ์ล้มทั้งยืน 3 ปัจจัยหลัก คือ 1) เกิดจากผู้ที่มีความสามารถในการก่ออาชญากรรม 2) เกิดจากนักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล และ 3) เกิดจากขาดผู้พิทักษ์ที่มีความสามารถ ทั้งนี้ แนวทางการป้องกัน ได้แก่ การพัฒนาการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลบน DeFi ที่เป็นสากลและชัดเจน การสร้างเครือข่ายเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความเสี่ยงในการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลบน DeFi การส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัยและพัฒนาเครื่องมือ หรือกลไกการป้องกันฯ ให้มีประสิทธิภาพ การออกมาตรการกำกับดูแลผู้ให้บริการตรวจสอบสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract Security Audit) สำหรับแพลตฟอร์ม DeFi และการสร้างกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน (VASP) เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมไซเบอร์รูปแบบใหม่ ซึ่งจะสามารถลดช่องโอกาสของการเกิดปรากฎการณ์ล้มทั้งยืน (Rug …


การพัฒนาแนวทางปฎิบัติงานด้านการติดตามคนหายและพิสูจน์ศพนิรนามในประเทศไทย, วีรวรรณ ลำดับศรี Jan 2023

การพัฒนาแนวทางปฎิบัติงานด้านการติดตามคนหายและพิสูจน์ศพนิรนามในประเทศไทย, วีรวรรณ ลำดับศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการปฏิบัติงานด้านติดตามคนหายและพิสูจน์ศพนิรนามและวิเคราะห์แนวทางปฏิบัติงานด้านการติดตามกรณีคนหายและพิสูจน์ศพนิรนามในประเทศไทย และพัฒนาแนวทางปฏิบัติงานด้านการติดตามกรณีคนหายและพิสูจน์ศพนิรนามในประเทศไทย โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพด้านวิธีการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 11 คน ประกอบด้วย กลุ่มบริหารงานยุติธรรม จำนวนทั้งสิ้น 4 คน ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 1 คน ผู้ทรงคุณวุฒิกรมสอบสวนคดีพิเศษด้านการสืบสวนสอบสวน จำนวน 1 คน และ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กองคนหายและพิสูจน์ศพนิรนาม กลุ่มบริหารจัดการวัตถุพยาน จำนวน 2 คน กลุ่มนักวิชาการ จำนวนทั้งสิ้น 2 คน ได้แก่ นักวิจัย/นักวิชาการด้านการสืบสวนสอบสวนการรวบรวมพยานหลักฐาน และกลุ่มภาคประชาสังคม จำนวนทั้งสิ้น 5 คน ได้แก่ ตัวแทนจากภาคประชาชน จำนวน 3 คน ตัวแทนจากสื่อมวลชน จำนวน 1 คน และตัวแทนจากองค์กรพัฒนาภาคเอกชน ได้แก่ มูลนิธิกระจกเงา จำนวน 1 คน จากผลการศึกษาสภาพปัญหากรณีบุคคลสูญหายและพิสูจน์ศพนิรนามในประเทศไทย ประกอบด้วย 8 ด้าน ดังนี้ 1 ด้านกฎหมาย 2) การสอบสวน 3) การสืบสวน 4) การเข้าถึงกระบวนการยุดิธรรมของผู้เสียหาย 5) ด้านความเป็นอาชญากรรม 6) ด้านการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของผู้เสียหาย 7) ด้านการสืบค้นข้อมูลผู้สูญหายและศพนิรนาม และ 8) ด้านความหลากหลายของรูปแบบและพฤติการณ์ของคนหายและพิสูจน์ศพนิรนาม ทั้งนี้แนวทางการแก้ไขควรมีการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอย่างแท้จริงเพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการทำงาน ดำเนินการรับแจ้งคนหาย และกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้ไปในทิศทางเดียวกัน และเป็นประโยชน์สูงสุดในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน


ผลกระทบจากปัจจัยทางประชากรและการนำเทคโนโลยีไปใช้ที่มีผลต่อรายได้และผลิตภาพของครัวเรือนเกษตรกรไทย, วรางค์รัตน์ ฎาณวรรณ Jan 2023

ผลกระทบจากปัจจัยทางประชากรและการนำเทคโนโลยีไปใช้ที่มีผลต่อรายได้และผลิตภาพของครัวเรือนเกษตรกรไทย, วรางค์รัตน์ ฎาณวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบจากปัจจัยทางประชากรและการนำเทคโนโลยีไปใช้ที่มีผลต่อรายได้และผลิตภาพของครัวเรือนเกษตรกรไทย โดยรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิมาจาก 2 แหล่ง ประกอบด้วย ส่วนที่หนึ่ง ข้อมูลของครัวเรือนที่อยู่ในการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2564 และส่วนที่สอง ข้อมูลครัวเรือนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรในปี 2564 โดยเป็นครัวเรือนเกษตรที่ปลูกข้าวและครัวเรือนเกษตรที่ปลูกอ้อย โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสมการถดถอยพหุคูณแบบเส้นตรง (Multiple Linear Regression Analysis: MLR) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนที่หนึ่ง ซึ่งมีตัวแปรอิสระประกอบด้วย ปัจจัยทางประชากรของหัวหน้าครัวเรือน ปัจจัยลักษณะของครัวเรือน และปัจจัยด้านเศรษฐกิจของครัวเรือน โดยมีตัวแปรตามคือ รายได้ต่อไร่ของครัวเรือนเกษตร สำหรับการปลูกข้าว พบว่า ครัวเรือนที่มีหัวหน้าเป็นชายมีรายได้สูงกว่าเมื่อเทียบกับครัวเรือนที่มีหัวหน้าเป็นหญิง เนื่องจากการทำนายังเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยแรงงานและความแข็งแรง ในด้านอายุ หัวหน้าครัวเรือนในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปสามารถสร้างรายได้ต่อไร่สูงกว่าเมื่อเทียบกับหัวหน้าครัวเรือนที่มีอายุ 20-45 ปี ซึ่งสะท้อนถึงทักษะและประสบการณ์ในการปลูกข้าวที่สะสมเพิ่มตามอายุ เมื่อพิจารณาภูมิภาคที่ตั้งของครัวเรือนพบว่า ครัวเรือนที่ปลูกข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีการทำนาปีเป็นหลักจะมีรายได้ต่อพื้นที่ที่ต่ำว่าเมื่อเทียบกับครัวเรือนในภูมิภาคอื่นที่มีการทำนาปรังด้วย นอกจากนี้การเพาะปลูกบนพื้นที่เช่าจะมีรายได้ต่อไร่ที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการเพาะปลูกบนพื้นที่ของตนเอง ซึ่งอาจเกิดจากการแสวงหาพื้นที่เช่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ใกล้แหล่งน้ำ รวมถึงมีการปลูกข้าวแบบนาปรังร่วมด้วย สำหรับการปลูกอ้อย พบว่า หัวหน้าครัวเรือนที่เป็นหญิงสามารถสร้างรายได้สูงกว่าหัวหน้าครัวเรือนที่เป็นชาย อธิบายได้จากการมีการบริหารจัดการที่ดีตั้งแต่การวางแผนเพาะปลูกจนถึงการตัดอ้อยเพื่อส่งโรงงาน นอกจากนี้ ครัวเรือนที่ปลูกอ้อยบนพื้นที่เช่าก็จะมีรายได้ต่อไร่ที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับครัวเรือนที่ปลูกอ้อยบนพื้นที่ของตนเอง เช่นเดียวกันกับการปลูกข้าว ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนที่สอง ซึ่งมีตัวแปรอิสระประกอบด้วย ปัจจัยทางประชากรของหัวหน้าครัวเรือน และปัจจัยสนับสนุนการเพิ่มผลิตภาพ โดยมีตัวแปรตามคือ ผลิตภาพต่อไร่ของครัวเรือนเกษตรกร สำหรับการปลูกข้าว พบว่า ครัวเรือนที่มีหัวหน้าครัวเรือนเพศชายมีผลิตภาพสูงกว่าเมื่อเทียบกับครัวเรือนที่มีหัวหน้าเป็นหญิง ในด้านอายุ หัวหน้าครัวเรือนในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมีความสามารถสร้างผลิตภาพต่อไร่ได้สูงกว่าเมื่อเทียบกับหัวหน้าครัวเรือนช่วงอายุ 20-45 ปีและช่วงอายุ 46-59 ปี ซึ่งเห็นว่ากลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมีประทักษะและประสบการณ์ในการทำนามาหลายฤดู ทำให้สามารถมีความชำนาญในการวางแผนจัดการเกี่ยวกับผลผลิตที่ได้มาไม่เสียหาย ส่งผลให้ได้ผลิตภาพต่อไร่ดีกว่า ถึงแม้ว่าหัวหน้าครัวเรือนมีระดับการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษา แต่สามารถจัดการผลผลิตให้ได้ดีกว่าระดับการศึกษาสูงกว่า แสดงว่าการศึกษาไม่ได้มีผลเกี่ยวกับการเพิ่มผลผลิต แต่เป็นประสบการณ์จากการเพาะปลูกข้าว หัวหน้าครัวเรือนใช้พื้นที่ทำการเพาะปลูกข้าวในการสร้างรายได้โดยเช่าที่ดินและที่ดินสาธารณประโยชน์ ใช้แหล่งน้ำนอกเขตชลประทานในการเพิ่มผลิตภาพ ซึ่งพื้นที่เกษตรในการเพาะปลูกข้าวใกล้แหล่งน้ำ การใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรในการสร้างผลิตภาพข้าวนั้น ทั้ง 8 กลุ่มเครื่องจักรมีอิทธิพลทั้งหมด สำหรับการปลูกอ้อย พบกว่า หัวหน้าครัวเรือนเพศหญิงสามารถสร้างผลิตภาพได้สูงกว่าหัวหน้าครัวเรือนเพศชาย อธิบายได้จากหัวหน้าครัวเรือนเพศหญิงมีความใส่ใจ และการปรับตัวกับการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ดีกว่าหัวหน้าครัวเรือนเพศชาย ในกลุ่มอายุ 60 ปีมีความสามารถในการสร้างผลิตภาพได้ดีกว่า นั้นคือการใช้ประสบการณ์ในการเกษตรที่ยาวนาน และยังพบว่าเขตพื้นที่เพาะปลูกตะวันออกเฉียงเหนือสามารถสร้างผลิตภาพได้ดีกว่า นั้นหมายถึงเขตที่เพาะปลูกมีสภาพพื้นที่เกี่ยวกับน้ำและดินที่เอื้ออำนวยต่อการผลิต จึงช่วยส่งเสริมในการสร้างผลิตภาพที่ดีต่อการเพาะปลูกอ้อย การใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรในการสร้างผลิตภาพอ้อยนั้น มีเพียง 5กลุ่มเครื่องจักรมีอิทธิพล ได้แก่ …


Cultural Destination Branding For Doi Mae Salong : Stakeholders’ Perspectives, Shu Ma Jan 2023

Cultural Destination Branding For Doi Mae Salong : Stakeholders’ Perspectives, Shu Ma

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study uses qualitative and quantitative methods to propose and develop Doi Mae Salong's destination branding. Here are the research goals: This research aims to: 1) investigate the community identity, destination resources, and significance of Doi Mae Salong ; 2) collect data on Doi Mae Salong's tourism resources and current tourism situation ; 3) identify the stakeholders' destination branding goals for Doi Mae Salong ; and 4) develop Doi Mae Salong's brand based on its resources and stakeholders' perspectives. During the quantitative phase, on-site visitors completed a questionnaire with an IOC score of 0.896 between August 8 and September 8, …


Employment Situation Of Older Persons In Vietnam: Impact Of Covid-19 And Individual Coping Strategies, Trieu Thi Phuong Jan 2023

Employment Situation Of Older Persons In Vietnam: Impact Of Covid-19 And Individual Coping Strategies, Trieu Thi Phuong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Providing a secured employment system is a sustainable strategy given the context of a rapid population aging in Vietnam when the country is still in the lower-middle income group and a large part of older persons are living in low socioeconomic conditions. This work aims to investigate the situation of older persons’ employment in Vietnam (employing the 2018 and 2020 Vietnam Housing and Living Standard Surveys) and the impact of COVID-19 on their employment and individual coping strategies to overcome employment difficulties (utilizing the 2021 Labour Force Survey). This study finds that older persons with retirement pension, facing health problems, …


Identities Of Women In Indian Art And History, Nalini Rao Jan 2023

Identities Of Women In Indian Art And History, Nalini Rao

Monsoon: South Asian Studies Association Journal

The stereotypical image of Indian women portrayed in the art of stone sculpture is often interpreted as images of beauty that are sensuous, religious as well depict social life. There are historical reasons for depicting her as such. This paper inquires into the changing depiction and social forces that influenced feminine imagery. This paper examines the portrayal of beauty through idealization of female body which has evolved over the centuries in India. It also aims to understand their changing status and explores issues of feminine identity, status, and empowerment largely in ancient and medieval India. It also provides a brief …


Quality Care Is Equitable Care: A Call To Action To Link Quality To Achieving Health Equity Within Acute Care Surgery, Lisa M Knowlton, Tanya Zakrison, Lillian S Kao, Marta L Mccrum, Suresh Agarwal, Brandon Bruns, Kathie-Ann Joseph, Cherisse Berry Jan 2023

Quality Care Is Equitable Care: A Call To Action To Link Quality To Achieving Health Equity Within Acute Care Surgery, Lisa M Knowlton, Tanya Zakrison, Lillian S Kao, Marta L Mccrum, Suresh Agarwal, Brandon Bruns, Kathie-Ann Joseph, Cherisse Berry

Faculty, Staff and Student Publications

Health equity is defined as the sixth domain of healthcare quality. Understanding health disparities in acute care surgery (defined as trauma surgery, emergency general surgery and surgical critical care) is key to identifying targets that will improve outcomes and ensure delivery of high-quality care within healthcare organizations. Implementing a health equity framework within institutions such that local acute care surgeons can ensure equity is a component of quality is imperative. Recognizing this need, the AAST (American Association for the Surgery of Trauma) Diversity, Equity and Inclusion Committee convened an expert panel entitled 'Quality Care is Equitable Care' at the 81st …


Assessing The Relationships Between Direct And Vicarious Exposure To Healthcare Discrimination And Erasure, Mistrust In Healthcare, And The Healthcare Utilization Behaviors Among Transgender And Gender Independent Individuals, Kyle L. Mason Jan 2023

Assessing The Relationships Between Direct And Vicarious Exposure To Healthcare Discrimination And Erasure, Mistrust In Healthcare, And The Healthcare Utilization Behaviors Among Transgender And Gender Independent Individuals, Kyle L. Mason

Theses and Dissertations

Healthcare inaccessibility through direct exposure (i.e., personal) to myriad forms of gender identity-related discrimination and erasure among the Transgender and Gender Independent (TGI) population has been documented by prior studies. The myriad barriers that individuals who embody TGI identities encounter to accessing healthcare are associated with the underutilization of healthcare, which may further exacerbate the health disparities that exist between this population and cisgender individuals in the United States (U.S.). Although the impacts of the harm that direct exposure to healthcare discrimination and erasure may have on TGI individuals are known, their exposure to such harm vicariously (i.e., through observation …


Perceptions Of Trail Safety In Humboldt County, California: An Analysis Of Safety Concerns, Factors That Impact Trail Use, And The Value People Place On Trails, Natalie C. Arroyo Jan 2023

Perceptions Of Trail Safety In Humboldt County, California: An Analysis Of Safety Concerns, Factors That Impact Trail Use, And The Value People Place On Trails, Natalie C. Arroyo

Cal Poly Humboldt theses and projects

Trails in Humboldt County, California that are used for both transportation and recreation have myriad community benefits. However, people’s concerns about feeling safe can affect trail use, design, and development, as well as how trails are valued and perceived by residents. There has been a lack of information in Humboldt County about trail safety perceptions despite it being a factor that repeatedly arises in infrastructure planning and funding conversations. My research was focused on answering the following questions: (1) How do Humboldt County trail users perceive their safety on and near trails? (2) What factors affect these perceptions about safety, …


Nebraska Annual Social Indicators Survey (Nasis) 2023 Methodology Report, Bureau Of Sociological Research Jan 2023

Nebraska Annual Social Indicators Survey (Nasis) 2023 Methodology Report, Bureau Of Sociological Research

Nebraska Annual Social Indicators Survey (NASIS)

No abstract provided.


Toxic Timescapes: Examining Toxicity Across Time And Space, Simone M. Müller, May-Brith Ohman Nielsen Jan 2023

Toxic Timescapes: Examining Toxicity Across Time And Space, Simone M. Müller, May-Brith Ohman Nielsen

Ohio University Press Open Access Books

An interdisciplinary environmental humanities volume that explores human-environment relationships on our permanently polluted planet.

While toxicity and pollution are ever present in modern daily life, politicians, juridical systems, media outlets, scholars, and the public alike show great difficulty in detecting, defining, monitoring, or generally coming to terms with them. This volume’s contributors argue that the source of this difficulty lies in the struggle to make sense of the intersecting temporal and spatial scales working on the human and more-than-human body, while continuing to acknowledge race, class, and gender in terms of global environmental justice and social inequality.

The term toxic …


Transport 2040 : Impact Of Technology On Seafarers : The Future Of Work, World Maritime University Jan 2023

Transport 2040 : Impact Of Technology On Seafarers : The Future Of Work, World Maritime University

Reports

Through generous funding from the International Transport Workers’ Federation (ITF), the World Maritime University (WMU) has conducted Phase II of the Transport 2040 flagship project, building on the previous Phase I of the project. Phase II offers a further in-depth exploration of a number of maritime issues related to future ship technologies, including automation, and seeks to qualify the probable impact on seafarers.

Recent discussions in the maritime sector have given rise to expectations that automated ships could become operative in the near future, which has prompted the International Maritime Organization (IMO) to initiate a number of activities. Digital smart …


Mind Wandering In Daily Life: A National Experience Sampling Study Of Intentional And Unintentional Mind Wandering Episodes Reported By Working Adults Ages 25 – 50, Paula C. Lowe Jan 2023

Mind Wandering In Daily Life: A National Experience Sampling Study Of Intentional And Unintentional Mind Wandering Episodes Reported By Working Adults Ages 25 – 50, Paula C. Lowe

Antioch University Dissertations & Theses

Numerous researchers have investigated thinking that drifts away from what the individual was doing, thinking that is known as mind wandering. Their inquiries were often conducted in university lab settings with student participants. To learn about mind wandering in the daily life of working adults, this experience sampling study investigated intentional and unintentional mind wandering episodes as reported by working adults, ages 25–50, living across the United States. In this age frame, work and family responsibilities have increased in complexity and overlap. Using a smartphone app, participants were randomly notified to answer experience sampling surveys six times a day for …