Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
- Keyword
-
- รัฐธรรมนูญ (3)
- ไม่มี (3)
- กฎหมายขัดกัน (2)
- กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (2)
- กฎหมายแข่งขันทางการค้า (2)
-
- กลไกระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลก (2)
- การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (2)
- การระงับข้อพิพาท (2)
- การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (2)
- องค์การการค้าโลก (2)
- อนุญาโตตุลาการ (2)
- ASEAN-India; ASEAN Centrality; Multipolarity; Great Power Competition; Small States (1)
- Geography; Globalisation; Ulrich Beck; Risk Society; Knowledge Production (1)
- Node; หน่วยประสานเครือข่าย; คุณลักษณะของ node; งานพัฒนาสังคม; ทฤษฎีเครือข่าย-ผู้กระทำการ; ประเทศไทย (1)
- Parasite; Anti-capitalism; What is (not) to be done?; Ideology; Enjoyment (1)
- กฎหมายการลงทุนระหว่างประเทศ (1)
- กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (1)
- กฎหมายต่อต้านทรัสต์ (1)
- กฎหมายปกครอง (1)
- กฎหมายป่าไม้ (1)
- กฎหมายป้องกันการผูกขาด (1)
- กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (1)
- กฎหมายระหว่างประเทศ (1)
- กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล (1)
- กฎหมายละเมิด (1)
- กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ (1)
- กฎหมายหนี้ (1)
- กฎหมายอวกาศ (1)
- กฎหมายอังกฤษ (1)
- กฎหมายอาญาระหว่างประเทศ (1)
Articles 91 - 118 of 118
Full-Text Articles in Legal Studies
ตัวแสดงในเศรษฐกิจการเมืองญี่ปุ่นกับการกำหนดแนวทางการพัฒนาการเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง : ทบทวนกรอบคิดสามเหลี่ยมเหล็ก, นรุตม์ เจริญศรี
ตัวแสดงในเศรษฐกิจการเมืองญี่ปุ่นกับการกำหนดแนวทางการพัฒนาการเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง : ทบทวนกรอบคิดสามเหลี่ยมเหล็ก, นรุตม์ เจริญศรี
Journal of Social Sciences
วัตถุประสงค์ของบทความนี้คือเพื่อศึกษาวิเคราะห์กรอบความคิดสามเหลี่ยมเหล็กที่ถูกมักใช้อธิบายพลวัตเศรษฐกิจการเมืองของญี่ปุ่น แต่ยังขาดการผนวกมาวิเคราะห์ร่วมกับกระบวนการกำหนดนโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่น บทความนี้เลือกเอานโยบายต่างประเทศญี่ปุ่นที่มีต่อการพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงด้านการขนส่งระหว่างประเทศมาเป็นกรณีศึกษา เนื่องจากอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงเป็นพื้นที่ที่มีการลงทุนจากบริษัทเอกชนญี่ปุ่นอยู่จำนวนมาก หน่วยงานราชการและเอกชนของญี่ปุ่นได้แสดงความต้องการการพัฒนาการเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงไปยังกลไกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายวิธีการ ดังนั้นการศึกษาการแสดงความต้องการ และความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย (LDP) หน่วยงานราชการ และหน่วยงานธุรกิจจะช่วยทบทวนกรอบความคิดสามเหลี่ยมเหล็กว่ายังมีความสามารถในการอธิบายพลวัตทางเศรษฐกิจการเมืองญี่ปุ่นได้อย่างไร และเป็นการผนวกเอาการวิเคราะห์สามเหลี่ยมเหล็กและการกำหนดนโยบายต่างประเทศญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นพหุนิยม (pluralism) ของการกำหนดนโยบายต่างประเทศญี่ปุ่น
การใช้ภาพเล่าเรื่องซึ่งเป็นการสะท้อนเสียงของพลเมืองในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ดินในอุทยานแห่งชาติทับลาน, จุฬารัต ผดุงชีวิต, อาแว มะแส
การใช้ภาพเล่าเรื่องซึ่งเป็นการสะท้อนเสียงของพลเมืองในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ดินในอุทยานแห่งชาติทับลาน, จุฬารัต ผดุงชีวิต, อาแว มะแส
Journal of Social Sciences
วัตถุประสงค์หลักของบทความวิจัยมุ่งอภิปรายการใช้ภาพเล่าเรื่องเพื่อเป็นเสียงสะท้อนผ่านการสื่อสารที่สามารถมองเห็นในชุมชนท้องถิ่นโดยคนในชุมชนเป็นผู้เล่าและสะท้อนเสียงส่วนลึกที่สุดในการแก้ไขปัญหาที่ดินในอุทยานแห่งชาติทับลาน อนึ่ง ผู้เข้าร่วมในการศึกษามีจำนวน 6 คน จาก18 คนในงานวิจัยเพื่อร่วมในการวิจัยภาพถ่ายเล่าเรื่อง ได้แก่ ชาวบ้าน เอ็นจีโอ และพระนักพัฒนาในตำบลไทยสามัคคี ซึ่งประโยชน์จากการใช้ภาพถ่ายเล่าเรื่องจะช่วยบันทึกเรื่องราว สะท้อนแง่มุม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถือเป็นประจักษ์พยานในการศึกษาปัญหาที่ดิน อีกทั้งช่วยพัฒนาความสามารถของพลเมืองในการถกแถลงสาธารณะโดยใช้ภาพถ่าย ดังนั้นการศึกษานี้นำมาสู่การจุดประกายให้เห็นถึงบทบาทของการใช้ภาพเล่าเรื่องว่าเป็นวิธีการในการเข้าถึงแก่นแท้ในความรู้สึกเชิงศีลธรรมของประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือผ่านมุมมองของประชาชนในการพัฒนาชุมชนร่วมกันและเข้าถึงผู้กำหนดนโยบาย ทั้งนี้การนำผลงานวิจัยไปใช้เน้นเพื่อการพัฒนานโยบายสาธารณะและการเติมเต็มการศึกษาประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือในการจัดการปัญหาความขัดแย้งเรื่องที่ดิน
การเปลี่ยนรูปแบบของอาชญากรรมในศตวรรษที่ 21 : ปัญหาอาชญากรรมลูกผสมในสังคมไทย, ดิเรกฤทธิ์ บุษยธนากรณ์, สุมนทิพย์ จิตสว่าง
การเปลี่ยนรูปแบบของอาชญากรรมในศตวรรษที่ 21 : ปัญหาอาชญากรรมลูกผสมในสังคมไทย, ดิเรกฤทธิ์ บุษยธนากรณ์, สุมนทิพย์ จิตสว่าง
Journal of Social Sciences
บทความเรื่องนี้ศึกษาปัญหาอาชญากรรมลูกผสมที่เป็นปัญหาสำคัญในสังคมไทย โดยวิเคราะห์ปัญหาจากการสังเคราะห์เอกสาร พบว่าปัญหาอาชญากรรมในสังคมไทยในศตวรรษที่ 21 ถูกปรับเปลี่ยนจากการเป็นรูปแบบเดี่ยวมาเป็น “อาชญากรรมลูกผสม” ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ทั้งอาชญากรรมรูปแบบเดิม อาชญากรรมรูปแบบใหม่ อาชญากรรมรูปแบบอื่น ๆ และที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้เป็นอาชญากรรมแบบเบ็ดเสร็จ มีความซับซ้อน เชื่อมโยงสาเหตุจากปัจจัยการเปลี่ยนแปลงสังคมโดยเทคโนโลยี ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมทางสังคมในระดับมหภาค ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมทางสังคมในระดับจุลภาค ปัจจัยด้านกายภาพ/ชีวภาพ และปัจจัยด้านจิตวิทยา ที่ประสานสอดคล้องกับวิธีการก่ออาชญากรรม ทำให้ไม่สามารถเข้าใจรูปแบบที่แท้จริงของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นได้โดยง่าย นอกจากนี้แล้วอาชญากรรมลูกผสมจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอาชญากรผู้วางแผนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการก่ออาชญากรรมนั้น โดยมีลักษณะสำคัญ ได้แก่ ผู้กระทำผิดหรืออาชญากรมีการรวมตัวกันเป็นเครือข่าย/องค์กรมากขึ้น กระทำการข้ามรัฐ/ไร้พรมแดน พึ่งพาเทคโนโลยี และใช้วิธีการที่หลากหลายซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้าง ไม่จำกัดช่วงเวลาและสถานที่ สร้างการเลียนแบบ เข้าถึงเป้าหมายได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับเป้าหมาย คุ้มค่ามากที่สุดในการก่อเหตุต่อครั้ง เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน ติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ยาก ทำให้ต้องใช้บุคลากรและงบประมาณจำนวนมากในการปราบปราม ป้องกันและแก้ไข
ระบบดิจิทัลภาครัฐเพื่อการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ : การประเมินผลเชิงคุณภาพในกรณีประเทศไทย, ธนาพร เต็งรัตนประเสริฐ, ติญทรรศน์ ประทีปพรณรงค์
ระบบดิจิทัลภาครัฐเพื่อการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ : การประเมินผลเชิงคุณภาพในกรณีประเทศไทย, ธนาพร เต็งรัตนประเสริฐ, ติญทรรศน์ ประทีปพรณรงค์
Journal of Social Sciences
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลได้ส่งผลกระทบอย่างรวดเร็วและรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ภาครัฐจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนผ่านในทางเศรษฐกิจและสังคม และการจัดสรรผลประโยชน์จากเทคโนโลยีได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมา แม้ประเทศไทยจะมีการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล แต่การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัลที่เท่าเทียมกันยังคงเป็นความท้าทาย งานวิจัยนี้ใช้แนวทางเชิงคุณภาพ ศึกษาการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของภาครัฐในปัจจุบัน ผ่านระบบการให้บริการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วยระบบการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และระบบให้บริการรับคำร้องขอหนังสือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ระบบการจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบบพิธีการศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ กรมศุลกากร และระบบการชำระค่าธรรมเนียมทางอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานประกันสังคม รวมทั้งศึกษาองค์ประกอบความสำเร็จการใช้งานระบบดังกล่าว ผลการศึกษาพบว่าองค์ประกอบความสำเร็จของการปรับใช้ภาครัฐดิจิทัลอยู่ที่การลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล การส่งเสริมทักษะด้านดิจิทัล และการออกแบบสถาปัตยกรรมของภาครัฐเพื่อให้ตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
ระบบนิเวศที่เอื้อต่อการส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการสังคมในมหาวิทยาลัยไทย, จิตรสุดา ลิมเกรียงไกร
ระบบนิเวศที่เอื้อต่อการส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการสังคมในมหาวิทยาลัยไทย, จิตรสุดา ลิมเกรียงไกร
Journal of Social Sciences
การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาการพัฒนาระบบนิเวศที่เอื้อต่อการส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการสังคมในมหาวิทยาลัย ใช้รูปแบบของการวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบนิเวศผู้ประกอบการสังคมทั้งในเชิงนโยบายและในเชิงปฏิบัติ และปัจจัยแวดล้อมเกื้อหนุน ผลการวิจัยพบว่าระบบนิเวศที่เอื้อต่อการส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการสังคมในมหาวิทยาลัยไทย คือการเชื่อมโยงกันของห่วงโซ่ทางคุณค่าที่มีความสลับซับซ้อนเช่นเดียวกันกับระบบนิเวศทางธรรมชาติ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ ที่มีหน้าที่แตกต่างกันแต่มีการพึ่งพาอาศัยกันเป็นเรื่องสำคัญ โดยองค์ประกอบและปัจจัยเกื้อหนุนต่าง ๆ จำเป็นจะต้องมีควบคู่กันไปอย่างสมดุล ได้แก่ การบูรณาการประเด็นการประกอบการทางสังคมเข้าสู่การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย การสร้างงานวิจัยเพื่อส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการสังคม การสร้างเครือข่ายวิจัยเป็นกลไกเชื่อมต่อการสร้างผลกระทบทางสังคมผ่านกลุ่มผู้ประกอบการสังคม การให้คำปรึกษาและระบบพี่เลี้ยง การเชื่อมต่อความช่วยเหลือจากภาครัฐและภาคเอกชน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสนับสนุน และการสร้างพื้นที่การทำงานร่วมกันสำหรับส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการสังคม และองค์ประกอบหลักที่เป็นหัวใจของระบบนิเวศที่เอื้อต่อการส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการสังคมในมหาวิทยาลัยไทย คือทรัพยากรบุคคลในฐานะผู้ขับเคลื่อน ผู้ให้กำเนิด และผลักดันส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการสังคมในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ
ความคิดทางการเมืองของจอห์น สจ๊วต มิลล์ : ว่าด้วยแนวทางการป้องกันทรราชของเสียงข้างมาก, ศักดิ์สิทธิ์ ฆารเลิศ, พิศาล มุกดารัศมี, วรารัก เฉลิมพันธุศักดิ์
ความคิดทางการเมืองของจอห์น สจ๊วต มิลล์ : ว่าด้วยแนวทางการป้องกันทรราชของเสียงข้างมาก, ศักดิ์สิทธิ์ ฆารเลิศ, พิศาล มุกดารัศมี, วรารัก เฉลิมพันธุศักดิ์
Journal of Social Sciences
บทความเรื่องนี้ได้นำเสนอความเข้าใจเกี่ยวกับความคิดทางการเมืองของ John Stuart Mill ว่าด้วยแนวทางการป้องกันทรราชของเสียงข้างมาก โดยใช้วิธีการศึกษาแบบปรัชญาการเมือง ผ่านการวิเคราะห์ตีความตัวบทอย่างละเอียด ผลการศึกษาพบว่าทรราชของเสียงข้างมาก ในทัศนะของ Mill คือ สภาวะที่คนฝ่ายเสียงข้างมากในสังคมกดขี่หรือละเมิดเสรีภาพของคนฝ่ายเสียงข้างน้อยในสังคม ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ (1) ทรราชของเสียงข้างมากโดยกฎหมาย (2) ทรราชของเสียงข้างมากโดยสังคม หรือทรราชของเสียงข้างมากโดยมติความคิดเห็นและอารมณ์ความรู้สึกที่แพร่หลายของคนส่วนใหญ่ในสังคม Mill หวาดกลัวทรราชของเสียงข้างมาก และถือว่ามันเป็นความชั่วร้ายประการหนึ่งในสังคมประชาธิปไตย ดังนั้นเพื่อป้องกันทรราชของเสียงข้างมาก Mill จึงเสนอว่าปัจเจกบุคคล สังคม และรัฐ ต้องมีหลักการสำคัญอันเป็นแนวคิดและแนวปฏิบัติร่วมกัน ซึ่งได้แก่ (1) หลักแห่งอรรถประโยชน์ (2) หลักแห่งเสรีภาพของปัจเจกบุคคล (3) หลักแห่งขันติธรรม (4) หลักแห่งความเป็นภัยอันตรายแก่ผู้อื่น (5) หลักแห่งการมีส่วนร่วม (6) หลักแห่งการปกครองแบบมีตัวแทน และ (7) หลักแห่งการกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่น
การวิเคราะห์เชิงสถาบันของระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับอุทกภัยในประเทศไทย : กรณีศึกษา อุทกภัยจากอิทธิพลพายุโซนร้อนปาบึก พ.ศ. 2562 ในจังหวัดนครศรีธรรมราช, ธวัฒชัย ปาละคะมาน
การวิเคราะห์เชิงสถาบันของระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับอุทกภัยในประเทศไทย : กรณีศึกษา อุทกภัยจากอิทธิพลพายุโซนร้อนปาบึก พ.ศ. 2562 ในจังหวัดนครศรีธรรมราช, ธวัฒชัย ปาละคะมาน
Journal of Social Sciences
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ทบทวนบริบทและแนวคิดระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับอุทกภัยที่มีในประเทศไทยและต่างประเทศ 2) ศึกษาการบริหารจัดการของระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับอุทกภัยของประเทศไทยในเหตุการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลพายุโซนร้อนปาบึกในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 3) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการเสริมสมรรถนะกลไกเชิงสถาบันของระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับอุทกภัยของประเทศไทยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน ซึ่งมีการใช้เครื่องมือการวิเคราะห์เครือข่ายทางสังคมและการสัมภาษณ์เชิงลึก วิธีเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถาม ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า 1) ประเทศไทยมีหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อดำเนินการด้านการเตือนภัยจำนวนมาก แต่มีการดำเนินการเตือนภัยที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลโดยเฉพาะในหน่วยงานระดับส่วนกลาง 2) ภาพรวมของเครือข่ายการเตือนภัยล่วงหน้าอยู่ในลักษณะการผสมผสานระหว่างเครือข่ายตารางแบบบางส่วนกับเครือข่ายที่เข้าถึงได้หลายช่องทางที่ไม่สมบูรณ์ บ่งชี้ว่า 2.1) เครือข่ายขาดการกำหนดบทบาทหน้าที่และทิศทางอย่างเป็นทางการจึงทำให้สมาชิกในเครือข่ายมีปฏิสัมพันธ์กันในระดับต่ำ 2.2) สมาชิกในเครือข่ายไม่มีการดำเนินกิจกรรมด้านการเตือนภัยล่วงหน้าเป็นการเฉพาะพอที่จะก่อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ส่งผลให้เครือข่ายขาดความเหนียวแน่น และ 2.3) เครือข่ายในระดับท้องถิ่นขาดการเชื่อมโยงกับกลไกการเตือนภัยล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ 3) เสนอให้มีการกำหนดให้มียุทธศาสตร์การเตือนภัยล่วงหน้าเป็นการเฉพาะที่กำหนดความสัมพันธ์เชิงอำนาจอย่างเป็นทางการของหน่วยงานต่าง ๆ ให้สอดคล้องกัน ตลอดจนกำหนดกลไกการติดตาม การประเมินผล และการพิจารณางบประมาณด้านการเตือนภัยที่มีเอกภาพทั้งประเทศ ตลอดจนกำหนดกลไกและการเตรียมพร้อมด้านการเตือนภัยในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมในแผนการจัดการภัยพิบัติท้องถิ่น และจัดให้มือคู่มือมาตรฐานปฏิบัติการด้านการเตือนภัย
การมีส่วนร่วมในกระบวนการที่ไม่มีส่วนร่วม? : มุมมองต่อการจัดการน้ำหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. 2554, เผ่าไทย สินอำพล
การมีส่วนร่วมในกระบวนการที่ไม่มีส่วนร่วม? : มุมมองต่อการจัดการน้ำหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. 2554, เผ่าไทย สินอำพล
Journal of Social Sciences
การปฏิรูปโครงสร้างการอภิบาลน้ำของไทยเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. 2554 เพื่อลดความเสี่ยงอุทกภัยและสร้างความมั่นคงในภาคการผลิต มีผลต่อสมดุลอำนาจทั้งในการกำหนดนโยบายและการปฏิบัติตั้งแต่ในระดับชาติจนถึงท้องถิ่น บทความปริทัศน์ชิ้นนี้สะท้อนความก้าวหน้าและความท้าทายในการจัดการน้ำของประเทศไทยภายใต้กรอบแนวคิดการอภิบาลน้ำแบบมีส่วนร่วม ผลการศึกษาพบว่าการจัดการน้ำในปัจจุบันเริ่มให้ความสำคัญต่อวิถีชีวิตผ่านการใช้พื้นที่รับน้ำนองและโครงการจัดการน้ำชุมชนด้วยข้อมูลสารสนเทศ แต่มิได้ทำให้เกิด “จุดเปลี่ยนแห่งความร่วมมือ” อย่างแท้จริง เนื่องจากการเปลี่ยนศูนย์อำนาจการจัดการน้ำไปสู่ระบอบรัฐราชการอย่างเข้มข้น ทำให้ชาวชนบทที่รองรับน้ำท่วมให้ภาครัฐมีวิถีชีวิตอยู่บนความไม่แน่นอน และยังเปิดโอกาสให้ภาคการเมือง ภาคประชาสังคม ชุมชนท้องถิ่น และภาคส่วนอื่น ๆ ในการมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายน้อยเกินไป จึงขาดการบูรณาการความรู้ที่หลากหลาย และการกำหนดสิทธิในการจัดการน้ำร่วมกันอย่างเสรี การต่อรองระบอบอภิบาลน้ำควรต้องดำเนินต่อไปให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของสังคม
การบริหารจัดการภัยพิบัติภายใต้ยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมแห่งชาติ (พ.ศ. 2560-2564) : กรณีศึกษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา, วรัชยา เชื้อจันทึก
การบริหารจัดการภัยพิบัติภายใต้ยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมแห่งชาติ (พ.ศ. 2560-2564) : กรณีศึกษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา, วรัชยา เชื้อจันทึก
Journal of Social Sciences
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติภายใต้ยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมแห่งชาติ (พ.ศ. 2560-2564) และ 2) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการภัยพิบัติภายใต้ยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมแห่งชาติ (พ.ศ. 2560-2564) ใช้การวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถาม (questionnaire) กับ 1) บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือตัวแทน ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จำนวน 104 คน 2) บุคลากรโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ประกอบด้วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน จำนวน 60 คน 3) ตัวแทนชุมชน จำนวน 140 คน รวมทั้งสิ้น 304 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่าระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติภายใต้ยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมแห่งชาติ (พ.ศ. 2560-2564) ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.06, S.D. = 0.52) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ การพัฒนาศักยภาพระบบการเตรียมพร้อม ( = 4.15, S.D. = 0.54) รองลงมาคือ การเสริมสร้างความร่วมมือการเตรียมพร้อมรับมือ ( = 4.06, S.D. = 0.60) การบริหารจัดการแผนแบบบูรณาการ ( = 4.02, S.D. = 0.66) และการเสริมสร้างศักยภาพของทุกภาคส่วน ( = 3.89, S.D. = 0.43) ตามลำดับ 2) แนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการภัยพิบัติภายใต้ยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมแห่งชาติ (พ.ศ. 2560-2564) ได้แก่ การเสริมสร้างศักยภาพของทุกภาคส่วน ประกอบด้วยการเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การเสริมสร้างศักยภาพของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล การเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน การเสริมสร้างศักยภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และการเสริมสร้างศักยภาพของประชาชน
อินเดียกับการจัดการจลาจลในกรณีแคชเมียร์, สุรัตน์ โหราชัยกุล, สิริกร ธารีรัตนาวิบูลย์
อินเดียกับการจัดการจลาจลในกรณีแคชเมียร์, สุรัตน์ โหราชัยกุล, สิริกร ธารีรัตนาวิบูลย์
Journal of Social Sciences
นับตั้งแต่ได้รับเอกราชในปี ค.ศ. 1947 อินเดียก็เผชิญความท้าทายด้านความมั่นคงมาโดยตลอด ในบรรดาความท้าทายเหล่านั้น การก่อจลาจลในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับแคชเมียร์หรือในแคชเมียร์ ปัญจาบ ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนักซาไลต์ เป็นภัยคุกคามที่บั่นทอนความมั่นคงแห่งชาติของอินเดียมากที่สุด บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพียงข้อเดียวคือ เพื่อตอบคำถามวิจัยว่าอินเดียมีวิธีจัดการกับปัญหาจลาจลในแคชเมียร์อย่างไร ในขณะเดียวกันก็มีข้อโต้แย้งสำคัญสองประการ คือ (1) การก่อจลาจลในแคชเมียร์มีปัจจัยภายนอกมาเกี่ยวข้องอย่างสำคัญยิ่ง ทำให้รัฐบาลอินเดียแก้ปัญหาได้ยากลำบาก และ (2) การแก้ปัญหาแคชเมียร์ของอินเดียมีหลักคิดและวิธีตรงกับกรอบความมั่นคงแบบดั้งเดิมและกรอบความมั่นคงของมนุษย์ผสมผสานกัน ต่างจากโลกวิชาการที่มักจะมองกรอบทั้งสองแยกจากกันสิ้นเชิง บทความแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกบรรยายพัฒนาการประเด็นปัญหาการจลาจลในแคชเมียร์ ส่วนที่สองอธิบายการจัดการจลาจลแคชเมียร์ของอินเดีย และส่วนสุดท้ายสรุปเนื้อหาใจความของบทความพร้อมทิ้งท้ายด้วยข้อคิดบางประการ
วัฒนธรรมสร้างสรรค์ขององค์การสมองซีกขวาที่นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมองค์การระดับโลก : ศึกษากรณี วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย, ชนิดา จิตตรุทธะ
วัฒนธรรมสร้างสรรค์ขององค์การสมองซีกขวาที่นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมองค์การระดับโลก : ศึกษากรณี วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย, ชนิดา จิตตรุทธะ
Journal of Social Sciences
วัฒนธรรมสร้างสรรค์ขององค์การสมองซีกขวาซึ่งเป็นองค์การที่มีศักยภาพในการทำหน้าที่ของสมองซีกขวาในการผลิตจินตนาการนั้น เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างนวัตกรรมองค์การระดับโลก อาทิ มหาวิหาร ซากราดา ฟามิเลีย บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะการบริหารวัฒนธรรมองค์การ ของวัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย ว่าได้อาศัยวัฒนธรรมสร้างสรรค์ขององค์การสมองซีกขวาหรือไม่ อย่างไร ในการสร้างนวัตกรรมองค์การ และศึกษามาตรการเพื่อส่งเสริมและประยุกต์ใช้กับองค์การภาครัฐ โดยอาศัยการบูรณาการข้ามศาสตร์ ด้วยวิธีวิจัยแบบผสม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ กลุ่มผู้ที่ปฎิบัติงานในวัดร่องขุ่น กลุ่มผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ และกลุ่มสาธารณชน ข้อค้นพบคือ (1) การบริหารวัฒนธรรมองค์การของวัดร่องขุ่น ได้อาศัยวัฒนธรรมสร้างสรรค์ขององค์การสมองซีกขวาทุกมิติ ข้อมูลจากแบบสอบถามแสดงว่ากลุ่มตัวอย่างมีการรับรู้วัฒนธรรมสร้างสรรค์ ลักษณะองค์การสมองซีกขวา และการสร้างนวัตกรรมของวัดร่องขุ่น อยู่ในระดับสูงที่สุด สอดคล้องกับผลการสัมภาษณ์และข้อเสนอทางทฤษฎี (2) มาตรการส่งเสริมและประยุกต์ใช้การบริหารด้วยแนวทางวัฒนธรรมสร้างสรรรค์ขององค์การสมองซีกขวา เพื่อสร้างนวัตกรรมขององค์การภาครัฐ ได้แก่ การส่งเสริมวัฒนธรรมเชิงรุกและวัฒนธรรมมืออาชีพ การขจัดวัฒนธรรมความกลัวและวัฒนธรรมการลอกเลียนแบบ
แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556, สุมนทิพย์ จิตสว่าง, นัทธี จิตสว่าง, แสงโสม กออุดม
แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556, สุมนทิพย์ จิตสว่าง, นัทธี จิตสว่าง, แสงโสม กออุดม
Journal of Social Sciences
งานวิจัยเรื่อง “แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการบังคับใช้กฎหมายของต่างประเทศในการป้องกันปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ประเมินผลการดำเนินงานและผลกระทบของการบังคับใช้ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 อันนำมาสู่การเสนอแนะแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของการบังคับใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยเป็นการวิจัยเชิงผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาพบว่าการบังคับใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้มีประสิทธิภาพในด้านคุณภาพของการนำมาใช้ โดยสามารถเป็นเครื่องมือในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบมูลค่ามหาศาล บรรลุเจตนารมณ์ของกฎหมายในการลงโทษองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ข้อเสนอแนะที่สำคัญ ได้แก่ การกำหนดนโยบายในการนำพระราชบัญญัติฉบับนี้มาใช้อย่างจริงจัง การจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานควบคู่กับการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง และการจัดตั้งหน่วยงานกลางทำหน้าที่ใน การตรวจสอบคดีที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นต้น
แนวคิดว่าด้วยศีลธรรมระหว่างประเทศของ Morgenthau และ Bull : ความเหมือน ความต่าง และนัย, มุนินทร วัฒนายากร
แนวคิดว่าด้วยศีลธรรมระหว่างประเทศของ Morgenthau และ Bull : ความเหมือน ความต่าง และนัย, มุนินทร วัฒนายากร
Journal of Social Sciences
บทความชิ้นนี้ศึกษาแนวคิดว่าด้วยศีลธรรมระหว่างประเทศของ Hans J. Morgenthau และ Hedley Bull โดยมุ่งตอบคำถามว่า “ถึงแม้ว่า Morgenthau และ Bull มีสมมติฐานว่ารัฐเป็นตัวแสดงหลักในการเมืองระหว่างประเทศที่มีสภาพเป็นอนาธิปไตย และถึงแม้ว่าทั้งสองตระหนักถึงบทบาทของศีลธรรมในการเมืองระหว่างประเทศ กระนั้น Morgenthau และ Bull มีแนวคิดว่าด้วยศีลธรรมระหว่างประเทศแตกต่างกันอย่างไร?” เมื่อศึกษางานชิ้นเอกของทั้งสองอย่าง Politics Among Nations และ The Anarchical Society ประกอบกับงานที่เกี่ยวข้อง จึงพบความเหมือน 5 ประการและความแตกต่าง 8 ประการ บทความชิ้นนี้เสนอว่าสมมติฐานว่าด้วยศีลธรรมเชิงประจักษ์และการวิเคราะห์ระดับระบบระหว่างประเทศทำให้แนวคิดว่าด้วยศีลธรรมของ Bull มีความคับแคบกว่าแนวคิดของ Morgenthau ที่ตั้งอยู่บนภววิทยาของธรรมชาติมนุษย์และระดับการวิเคราะห์แบบปัจเจกและระดับรัฐ บทความชิ้นนี้ยังมุ่งตอบคำถามที่ว่า “ความแตกต่างของแนวคิดทั้งสองมีนัยอย่างไร?” โดยเลือกศึกษาแนวคิดเรื่องสิทธิมนุษยชน บทความชิ้นนี้จึงเสนอต่อไปว่าแนวคิดว่าด้วยศีลธรรมระหว่างประเทศของ Morgenthau เปิดพื้นที่ให้แก่แนวคิดเรื่องสิทธิมนุษยชนมากกว่าแนวคิดของ Bull ขณะที่แนวคิดของ Bull ระบุถึงสถาบันและกลไกระหว่างประเทศที่สามารถใช้พัฒนาแนวคิดสิทธิมนุษยชนได้มากกว่าแนวคิดของ Morgenthau
ความเชื่อเรื่องนัตกับการเมืองวัฒนธรรม : พหุวัฒนธรรมท่ามกลางกระแสความเป็นเมืองในมัณฑะเลย์, กฤติธี ศรีเกตุ
ความเชื่อเรื่องนัตกับการเมืองวัฒนธรรม : พหุวัฒนธรรมท่ามกลางกระแสความเป็นเมืองในมัณฑะเลย์, กฤติธี ศรีเกตุ
Journal of Social Sciences
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์พหุวัฒนธรรมและประชาธิปไตยเชิงวัฒนธรรมผ่านพื้นที่ความเชื่อเรื่องนัตในพื้นที่มัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ผลการวิจัยพบว่าในพื้นที่ความเชื่อเรื่องนัตมีหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายผู้ปกครองและฝ่ายประชาชนผู้นับถือนัต โดยฝ่ายผู้ปกครองพยายามเข้ามาควบคุมจัดการหรือกระทั่งทำลายความเชื่อเรื่องนัตในบางยุค อันเป็นลักษณะของความรุนแรงทางวัฒนธรรม อย่างไรก็ตามการจัดการควบคุมดังกล่าวก็ไม่สามารถทำได้เด็ดขาดในระดับที่ผู้คนรู้สึกเป็นพวกเดียวกันได้ เอกภาพทางวัฒนธรรมความเชื่อไม่เคยเกิดขึ้น ปรากฏเป็นการต่อรองและการประนีประนอมอยู่เสมอ กระทั่งพื้นที่ความเชื่อเรื่องนัตสามารถเปิดรับเอาความหลากหลายเข้ามาอยู่ร่วมกัน แม้การเมืองเมียนมาปัจจุบันจะยังค่อนไปทางเผด็จการ แต่พหุวัฒนธรรมที่สะท้อนให้เห็นในพื้นที่ความเชื่อเรื่องนัต ก็จะเป็นปราการสำคัญในการป้องกันกระแสสุดโต่ง และจะเป็นพื้นฐานสำคัญรองรับกระแสการขยายตัวของเมือง ตลอดจนการพัฒนาประชาธิปไตยของเมียนมาในอนาคต
Node : หน่วยประสานเครือข่ายงานด้านการพัฒนาสังคมในมุมมองทฤษฎีเครือข่าย-ผู้กระทำการ, สมพงษ์ จิตระดับ, นวพร สุนันท์ลิกานนท์
Node : หน่วยประสานเครือข่ายงานด้านการพัฒนาสังคมในมุมมองทฤษฎีเครือข่าย-ผู้กระทำการ, สมพงษ์ จิตระดับ, นวพร สุนันท์ลิกานนท์
Journal of Social Sciences
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออรรถาธิบายความเป็นมาของ node หน่วยประสานเครือข่ายงานด้านการพัฒนาสังคมในประเทศไทยและอภิปรายใน 3 ประเด็น คือ 1. บทบาทและรูปแบบการทำงาน 2. องค์ประกอบด้านคุณลักษณะของ node ประกอบด้วยคุณลักษณะด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติต่อการทำงานพัฒนาสังคม และ 3. ความสัมพันธ์ของ node กับงานพัฒนาสังคมตามทฤษฎีเครือข่าย-ผู้กระทำการ ผลการถอดบทเรียนการทำงานของหน่วยปฏิบัติการวิจัยเพื่อการพัฒนาด้านเด็กและเยาวชน พบว่า 1. node มีบทบาทเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมโดยมีรูปแบบการทำงานแบบประสานความร่วมมือกับองค์กรทางสังคม 2. node ต้องมีคุณลักษณะด้านความรู้ที่หลากหลายทั้งกว้างและลึกเชิงประเด็น มีทักษะการสื่อสารเพื่อสร้างพื้นที่การมีส่วนร่วม และมีอุดมการณ์ในการทำงานเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ และ 3. ความสัมพันธ์สัมพัทธ์ตามแนวคิดทฤษฎีเครือข่าย-ผู้กระทำการที่ node สร้างผ่านการทำงานพัฒนาสังคมทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ข้ามองค์กรและสานเครือข่ายงานด้านการพัฒนาสังคมให้ขยายออกไปในแนวระนาบจนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในระดับปัจเจกชน พื้นที่ ตลอดจนโครงสร้างทางสังคม
Parasite And The Ideological Barriers To Emancipatory Politics, Soravis Jayanama
Parasite And The Ideological Barriers To Emancipatory Politics, Soravis Jayanama
Journal of Social Sciences
In this essay, my contention is two-fold. One, Bong Joon-ho’s f ilm Parasite (2019) is not simply about class inequality but more importantly addresses the question “what is (not) to be done?”.To appreciate this point, we have to investigate it alongside Bong’s previous f ilms, especially Snowpiercer (2013) and Okja (2017). Although these three f ilms possess vastly different storylines,they all wrestle with this burning political question from different angles: seizure of state power and revolution (Snowpiercer), “folk politics” (Okja), and neoliberal privatization of social problems (Parasite). They all implicitly demand for better or more concrete visions of systemic transformation. …
ความคิดทางการเมืองไทยในนโยบายการพัฒนา, พัด ลวางกูร
ความคิดทางการเมืองไทยในนโยบายการพัฒนา, พัด ลวางกูร
Journal of Social Sciences
เบื้องหลังของทุกนโยบายการพัฒนาประกอบด้วยความคิดทางการเมือง ซึ่งรัฐอาศัยอำนาจในการประกอบสร้าง “ความรู้” และ “แนวทาง” การพัฒนาโดยมีเป้าหมายให้เกิดผลดังเช่นที่รัฐต้องการ บทความวิจัยนี้มุ่งศึกษาความคิดทางการเมืองไทยในนโยบายการพัฒนา โดยอาศัยแนวทางการวิเคราะห์วาทกรรมเชิงวิพากษ์ ซึ่งตัวบทที่เลือกมาศึกษา ได้แก่ คู่มือการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศผ่านโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้ผลิตและตั้งใจถ่ายทอดเนื้อหาดังกล่าวให้ประชาชนผ่านการจัดเวทีในหมู่บ้านและชุมชนก่อนการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2562 ตัวบทดังกล่าวสะท้อนความคิดทางการเมืองของรัฐบาล คสช. ในเรื่อง 1) ประชาธิปไตยไทยนิยมและสากลนิยม 2) การเลือกตั้งคนดี 3) รัฐอุปถัมภ์ และ 4) ประชาชนเป็นผู้รับการอุปถัมภ์ ซึ่งความคิดและปฏิบัติการทางวาทกรรมของรัฐบาล คสช. เป็นการผสมผสานรูปแบบดั้งเดิมและรูปแบบใหม่ ด้วยหวังว่าจะสามารถรักษาความเป็นอำนาจนิยม พร้อมไปกับการได้รับการยอมรับจากประชาชน ทั้งหมดนี้สามารถเข้าใจได้ผ่านบริบททางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของนโยบายการพัฒนาของไทยตั้งแต่อดีตสู่ปัจจุบัน
อำนาจรัฐและความเข้มแข็งของระบอบอำนาจนิยมจีนในยุคปฏิรูป : การปราบปราม การกีดขวาง และการครอบงำ, อรรถวัตต์ อัศวนัดดา
อำนาจรัฐและความเข้มแข็งของระบอบอำนาจนิยมจีนในยุคปฏิรูป : การปราบปราม การกีดขวาง และการครอบงำ, อรรถวัตต์ อัศวนัดดา
Journal of Social Sciences
บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่ออธิบายเรื่องความเข้มแข็งของระบอบอำนาจนิยมภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ผ่านคำถามที่ว่าอะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบอบพรรค-รัฐ ดำรงอยู่ได้ในสังคมจีน โดยหลังจากการประกาศใช้นโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศในช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 ประเทศจีนได้เติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด ทำให้เกิดชนชั้นกลางและผู้อาศัยในเขตเมืองจำนวนมาก ซึ่งเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและสังคมที่ว่านี้สอดคล้องกับแม่แบบการพัฒนาไปสู่สังคมประชาธิปไตย แต่ทว่าจวบจนถึงปัจจุบัน พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังคงอยู่ในอำนาจอย่างมีเสถียรภาพ บทความนี้เสนอข้อถกผ่านมิติของอำนาจ โดยเสนอว่าสาเหตุที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังคงปกครองประเทศจีนอยู่ได้นั้น เพราะพรรคมีอำนาจเหนือภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นและกระทบต่อพรรค โดยอำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์จีนนั้นแบ่งออกเป็น 3 มิติ มิติแรกคืออำนาจในการบังคับ ปราบปราม ผ่านการใช้กองกำลังทางการทหารและตำรวจ อำนาจมิติที่สองคืออำนาจในการกีดกันประเด็นที่สุ่มเสี่ยง อันตรายต่อการรักษาสถานภาพเดิมไม่ให้เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจ ผ่านการคัดสรรสมาชิกพรรค การปกปิดข้อมูล ข่าวสาร และการโฆษณาชวนเชื่อ และอำนาจมิติที่สามคืออำนาจในการครอบงำทางเลือกของประชาชน ให้หลีกเลี่ยงการกระทำที่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของพรรค
การควบคุมโดยพลเรือนและการสร้างความมั่นคงให้กับประชาธิปไตยในเกาหลีใต้ : จากการสร้างความเป็นทหารอาชีพสู่การสร้างความเป็นพลเรือนในกองทัพ, นิธิ เนื่องจำนงค์
การควบคุมโดยพลเรือนและการสร้างความมั่นคงให้กับประชาธิปไตยในเกาหลีใต้ : จากการสร้างความเป็นทหารอาชีพสู่การสร้างความเป็นพลเรือนในกองทัพ, นิธิ เนื่องจำนงค์
Journal of Social Sciences
บทความนี้ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับประชาธิปไตยในเกาหลีใต้ โดยในการศึกษาจะใช้นิยามขั้นต่ำของการสร้างความมั่นคงให้กับประชาธิปไตยที่ให้ความสำคัญกับประเด็นคำถามที่ว่าประชาธิปไตยจะมีเสถียรภาพได้อย่างไร หรืออะไรคือเงื่อนไขที่เกื้อหนุนให้ประเทศประชาธิปไตยใหม่ไม่หันย้อนกลับไปสู่ระบอบเผด็จการอำนาจนิยม ข้อถกเถียงสำคัญของงานนี้คือการควบคุมโดยพลเรือนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้ประชาธิปไตยในเกาหลีใต้มีความมั่นคงและยั่งยืน การดำเนินการดังกล่าวเป็นการปลดชนวนภัยคุกคามต่อเสถียรภาพของประชาธิปไตยที่น่าเกรงขามมากที่สุด ในกรณีของเกาหลีใต้ กระบวนการสถาปนาการควบคุมกองทัพโดยพลเรือนเริ่มต้นจากการปลดย้ายกลุ่มนายทหารที่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและและการขับเคลื่อนการปฏิรูปภาคความมั่นคงที่มุ่งเน้นหลักความเป็นมืออาชีพของกองทัพ ความพยายามที่ผลักดันทหารกลับเข้าสู่กรมกองนี้ได้แผ้วถางทางให้กับรัฐบาลพลเรือนชุดถัดมาให้ดำเนินการขับเคลื่อนการปฏิรูประลอกใหม่ที่มุ่งเน้นทิศทางของการทำให้กองทัพมีความเป็นพลเรือนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่พลเรือนในกระทรวงการป้องกันประเทศ และการสนับสนุนค่านิยมแบบประชาธิปไตยในกองทัพ อาทิ หลักสิทธิมนุษยชน เป็นต้น
ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: มองผ่านภาวะผู้นำทหารในการยุติการสู้รบบ้านร่มเกล้า-บ่อแตน, พยัญชน์ เอี่ยมศิลป์
ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: มองผ่านภาวะผู้นำทหารในการยุติการสู้รบบ้านร่มเกล้า-บ่อแตน, พยัญชน์ เอี่ยมศิลป์
Journal of Social Sciences
บทความชิ้นนี้ค้นคว้าเกี่ยวกับการเจรจาโดยผู้นำลาวระดับสูงกับ จปร.7 ซึ่งในกรณีนี้มี พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ทำหน้าที่ประสานความสัมพันธ์กับเจ้าสุภานุวงศ์ สู่ข้อตกลงหยุดยิง เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 การศึกษาพบว่าปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระหว่างไทย-ลาว ในกรณีศึกษานี้มีที่มาจากปัญหาดังนี้ 1. ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาวและการเมืองภายในไทยและลาว 2. เศรษฐกิจชายแดนที่มีการทำสัมปทานไม้โดยบริษัทไทย 3. สนธิสัญญาไม่เสมอภาค ซึ่งต้องร่วมกันแก้ไข 4. สงครามเย็นเริ่มส่อเค้าว่าจะสิ้นสุด ซึ่งจะส่งผลให้มีการเปลี่ยนขั้วการเมืองระหว่างประเทศตามมา 5. ยุทธศาสตร์ทางทหารต่อ อดีต ผ.ก.ค. “หมู่บ้านจัดตั้งฯ” 6. ตัวแสดง “สงครามสามหมู่บ้าน” เข้ามามีบทบาทซ้ำใน “บ้านร่มเกล้า” 7. ผลการสืบสิทธิ์ ตีความสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1907 การตีความแผนที่ตามสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1907 ที่แตกต่างกับปัจจุบัน
อิสลามการเมืองในมาเลเซีย, สามารถ ทองเฝือ
อิสลามการเมืองในมาเลเซีย, สามารถ ทองเฝือ
Journal of Social Sciences
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาการของอิสลามการเมืองในมาเลเซียและศึกษาถึงผลกระทบจากการใช้อิสลามการเมืองในประเทศมาเลเซียต่อการกำหนดทิศทางการวางรากฐานทางการเมืองโดยยึดแนวทางอิสลาม โดยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลบนสมมติฐานที่ว่าศาสนาอิสลามและแนวคิดอิสลามนั้นมีอิทธิพลต่อพัฒนาการด้านการเมืองในมาเลเซียหลังได้รับเอกราชอย่างไร ปัจจัยภายนอกอย่างสภาวการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกมุสลิมจากภูมิภาคอื่น ๆ นั้นส่งผลต่อการเป็นอิสลามการเมืองในมาเลเซียอย่างไร ตลอดจนมีการนำอิสลามมาบูรณาการปรับใช้อย่างไรในบริบททางการเมืองและเหตุการณ์ในแต่ละยุคสมัย ผลการวิจัยพบว่ามาเลเซียได้นำเอาอิสลามเข้ามามีส่วนกำหนดอนาคตของประเทศและอัตลักษณ์ของชาติ เพื่อสร้างพลังทางการเมืองที่เข้มแข็ง ทั้งนี้มาเลเซียยังได้ใช้สถานะความเป็นรัฐมุสลิมที่ใช้กฎหมายชารีอะห์และความเป็นหนึ่งเดียวของประชาชาติมุสลิมในการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อโลกมุสลิมจนได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากนานาประเทศและถือเป็นการสร้างเกียรติแก่ประเทศชาติ ถือเป็นความสำเร็จของมาเลเซียที่ได้นำเอาอิสลามมาใช้ในทางการเมืองการปกครองนับตั้งแต่ได้รับเอกราช
ความรุนแรงต่อผู้สูงอายุ : สถานการณ์ สาเหตุ และการรับมือ, ปุณยวัจน์ ไตรจุฑากาญจน์
ความรุนแรงต่อผู้สูงอายุ : สถานการณ์ สาเหตุ และการรับมือ, ปุณยวัจน์ ไตรจุฑากาญจน์
Journal of Social Sciences
บทความวิจัยเรื่อง “ความรุนแรงต่อผู้สูงอายุ: สถานการณ์ สาเหตุ และการรับมือ” เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงสถานการณ์ปัญหาความรุนแรงต่อผู้สูงอายุของสังคมไทยในปัจจุบันและสาเหตุของความรุนแรงต่อผู้สูงอายุ รวมถึงแนวทางการสนับสนุนจากเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขความรุนแรงต่อผู้สูงอายุ ดำเนินการใน 5 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี เชียงใหม่ หนองบัวลำภู และสงขลา จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดจำนวน 1,215 ราย ผลการศึกษาพบว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่ถูกกระทำความรุนแรงทางด้านอารมณ์และจิตใจมากที่สุด ซึ่งสาเหตุความรุนแรงส่วนใหญ่มาจากภาวะความเครียดจากบุคคลที่เกี่ยวข้องอันสืบเนื่องมาจากปัญหาทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลภายในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด ซึ่งผู้กระทำความรุนแรงส่วนใหญ่มักเป็นคู่สมรส ลูกหลาน ญาติพี่น้อง คนใกล้ชิดเพื่อน และเพื่อนบ้าน ที่ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และแนวทางการสนับสนุนจากเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขความรุนแรงต่อผู้สูงอายุ พบว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะได้รับการสนับสนุนในด้านของการให้คำปรึกษา แนะนำ ให้กำลังใจจากสมาชิกในครอบครัว เครือญาติ เพื่อนบ้านและทีมสหวิชาชีพ
ที่มาทางสังคมของนโยบายสาธารณะ : บทสำรวจแนวความคิดและการประยุกต์ใช้, พิษณุ เสงี่ยมพงษ์
ที่มาทางสังคมของนโยบายสาธารณะ : บทสำรวจแนวความคิดและการประยุกต์ใช้, พิษณุ เสงี่ยมพงษ์
Journal of Social Sciences
บทความนี้อภิปรายปัจจัยทางสังคมที่มีผลต่อนโยบายสาธารณะ ในเบื้องแรก ความขัดแย้งระหว่างปัจเจกชนและกลุ่มหลากหลายเป็นเหตุปัจจัยของนโยบายสาธารณะที่ช่วยจัดการความขัดแย้งนั้น และความขัดแย้งบางอย่างในสังคมมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งส่งสัญญาณความจำเป็นของนโยบายสาธารณะ กลุ่มที่หลากหลายก็แข่งกันผลักดันสาระของนโยบายสาธารณะตามที่ตนต้องการ สังคมต้องการนโยบายสาธารณะเพื่อตอบสนองการแบ่งแยกชนชั้นทางสังคมและปัญหาของความไม่เท่าเทียมที่มักจะมาจากระบบของการแบ่งแยกชนชั้น และปัญหาสังคมเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ตัดสินรูปลักษณะของนโยบายสาธารณะ โดยที่ปัญหาสังคมนั้นมีความละเอียดอ่อน หรือไม่คงที่ ซึ่งหมายถึงว่าคนในสังคมมีมุมมองที่แตกต่างหลากหลายเกี่ยวกับปัญหาสังคม ดังนั้นการนิยามปัญหาและประเด็นทางสังคมถูกใช้เป็นเครื่องมือในการโน้มน้าวทิศทางและสาระของนโยบาย คุณค่าและแนวความคิดล้วนมีที่ทางอยู่ในมุมมองต่อปัญหาสังคม บางคุณค่าและแนวความคิดครอบงำการนิยามประเด็นปัญหา ซึ่งก็จะกลายเป็นตัวการกำหนดสาระและทิศทางของนโยบายสาธารณะไปโดยปริยาย และสุดท้าย ความความคิดเห็นสาธารณะและผลประโยชน์สาธารณะ ซึ่งมีความหมายในตัวเองที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ก็เป็นตัวการกำหนดทิศทางของนโยบายสาธารณะอย่างมากได้ทั้งสองอย่าง
Ai กับการบริหารงานบุคคล, ชญานุช จาตุรจินดา
Ai กับการบริหารงานบุคคล, ชญานุช จาตุรจินดา
Journal of Social Sciences
บทความเรื่องนี้กล่าวถึงบทบาทของ AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ ในการนำมาใช้ในงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยกล่าวถึงวงจรชีวิตของ AI ในกระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษย์และประเด็นท้าทายในการนำ AI เข้ามาใช้ในแต่ละช่วงของวงจรชีวิตไปจนถึงการนำ AI เข้ามาใช้ในกระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษย์ คือทำหน้าที่ช่วยเหลือฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ในกระบวนการทำงานตั้งแต่การรับสมัครพนักงานและคัดกรองผู้สมัคร การสัมภาษณ์ การจัดการสวัสดิการ การพัฒนาศักยภาพของพนักงาน การจัดทำเงินเดือน ไปจนถึงการประเมินผลการปฏิบัติงาน และการเลื่อนขั้นเงินเดือนของพนักงาน อย่างไรก็ตามบทความชิ้นนี้ยังชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดบางประการที่ AI ยังไม่สามารถทำหรือมีเทียบเท่ามนุษย์ได้ เช่น ทักษะทางด้านอารมณ์ (soft skills) แม้ในท้ายที่สุดต้องยอมรับว่ากิจกรรมหรืองานบางอย่าง AI ควรเข้ามาแทนที่มนุษย์ เพื่อความสะดวกและความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตามก็ยังมีกิจกรรมหรืองานบางอย่างที่ AI ไม่สามารถเข้ามาแทนที่มนุษย์ได้ แต่กำเนิดมาเพื่อเป็นเครื่องมือที่จะช่วยเหลือการทำงานของมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพิ่มมากขึ้น
การสำรวจเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับองค์ความรู้ด้านการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นในประเทศไทย, ชัยยนต์ ประดิษฐศิลป์, ชัยณรงค์ เครือนวน, จิตรา สมบัติรัตนานันท์
การสำรวจเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับองค์ความรู้ด้านการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นในประเทศไทย, ชัยยนต์ ประดิษฐศิลป์, ชัยณรงค์ เครือนวน, จิตรา สมบัติรัตนานันท์
Journal of Social Sciences
งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานภาพและวิพากษ์องค์ความรู้ทางด้านทฤษฎีเกี่ยวกับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นในปัจจุบัน รวมถึงจะเสนอแนะประเด็นวิจัยและวิธีวิทยาหลักในการขับเคลื่อนการวิจัยในอนาคต ระเบียบวิธีวิจัยที่จะใช้เป็นการสังเคราะห์งานวิจัยเชิงวิพากษ์ ผลการศึกษาพบว่ามีแนวคิดเชิงทฤษฎีดังกล่าวทั้งหมด 5 แนวคิด คือ แนวคิดท้องถิ่นนิยมกระแสหลัก แนวคิดท้องถิ่นนิยมแบบใหม่ แนวคิดท้องถิ่นนิยมทวนกระแส แนวคิดทฤษฎีการเลือกสาธารณะ และแนวคิดระดมมวลชนมีส่วนร่วม เมื่อวิพากษ์ทฤษฎีกระจายอำนาจทั้ง 5 แนวคิด จะพบว่ามีจุดแข็งและจุดอ่อนด้วยกันทั้งหมด การวิจัยเพื่อการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นในอนาคตควรบูรณาการประเด็นวิจัยเกี่ยวกับการออกแบบสถาบันทางการปกครอง การสร้างระบบบริหารจัดการงานสาธารณะโดยเครือข่ายชุมชน การเสริมสร้างสมรรถนะของชุมชน การกระจายอำนาจการคลังท้องถิ่น และการพัฒนาระบบบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม ส่วนวิธีวิทยาในการวิจัยเพื่อกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นในอนาคตควรใช้แนวการวิจัยเชิงสหวิทยาการแบบข้ามพ้นสาขา
การศึกษาวิจัยกลไกการบริหารจัดการสาธารณภัยในระดับพื้นที่, ศิริรักษ์ สิงหเสม, วสันต์ เหลืองประภัสร์, ภัทรวุฒิ เฉยศิริ
การศึกษาวิจัยกลไกการบริหารจัดการสาธารณภัยในระดับพื้นที่, ศิริรักษ์ สิงหเสม, วสันต์ เหลืองประภัสร์, ภัทรวุฒิ เฉยศิริ
Journal of Social Sciences
ความพยายามให้เกิดการบริหารจัดการสาธารณภัยอย่างเป็นระบบเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่รัฐบาลวางแนวทางไว้ในการปฏิรูประบบราชการเมื่อปี พ.ศ. 2545 และนำไปสู่การก่อตั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยมีภารกิจหน้าที่ในการจัดทำแผนแม่บท วางมาตรการ ส่งเสริมสนับสนุน การป้องกัน บรรเทาและฟื้นฟูจากสาธารณภัย บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัญหากลไกการบริหารจัดการสาธารณภัยในระดับพื้นที่และเสนอตัวแบบการบริหารจัดการที่เหมาะสม จากการวิจัยกรณีศึกษา 8 จังหวัด พบข้อจำกัดของการบริหารจัดการทั้งในแง่ระบบงาน กลไก และโครงสร้าง ผลการศึกษานำมาซึ่งข้อเสนอในการกำหนดกลไกการบริหารจัดการสาธารณภัยในระดับพื้นที่ 3 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด รูปแบบสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลุ่มอำเภอ และรูปแบบสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ โดยรูปแบบที่เหมาะสมกับพื้นที่ตามหลักการบริหารจัดการเป็นรูปแบบสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลุ่มอำเภอ เพราะมีความชัดเจนในโครงสร้างการตอบสนองภารกิจเชิงความเชี่ยวชาญและฐานะของหน่วยงานเชิงอำนาจหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ไม่มีรูปแบบใดดีที่สุดเพราะการประยุกต์ใช้ยังเกี่ยวพันกับสภาพพื้นที่และการเข้าถึง ลักษณะสาธารณภัย ประชากรและขอบเขตการปกครอง และศักยภาพของเครือข่าย นอกจากนี้การประยุกต์ใช้ยังต้องอาศัยขีดความสามารถของหน่วยปฏิบัติด้วย นำไปสู่ข้อเสนอแนะว่าขีดความสามารถของผู้จัดการสาธารณภัยเป็นเงื่อนไขของการพัฒนาการบริหารจัดการสาธารณภัย
มิติระหว่างประเทศของกระบวนการปฏิรูปทางการเมือง และเศรษฐกิจของเมียนมา (ค.ศ. 2007-2015), ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร
มิติระหว่างประเทศของกระบวนการปฏิรูปทางการเมือง และเศรษฐกิจของเมียนมา (ค.ศ. 2007-2015), ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร
Journal of Social Sciences
บทความวิจัยศึกษามิติระหว่างประเทศของกระบวนการปฏิรูปทางการเมืองและเศรษฐกิจของเมียนมา ใน 3 ด้าน ได้แก่ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ การพัฒนาระบบการอภิบาลประชาธิปไตย และกระบวนการสันติภาพและการเจรจาปรองดอง ตลอดจนวิเคราะห์บริบทระหว่างประเทศและตัวแสดงภายนอก ได้แก่ รัฐบาลและองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ ว่ามีบทบาทและอิทธิพลต่อกระบวนการประชาธิปไตยนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 ถึง ค.ศ. 2015 หรือไม่ อย่างไร โดยอาศัยการศึกษาเรื่องกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตย (democratization) และการสถาปนาความมั่นคงสถาพรของระบอบประชาธิปไตย (democratic consolidation) เป็นกรอบความคิดสำคัญ การเปลี่ยนผ่านและกระบวนการประชาธิปไตยของเมียนมาถูกริเริ่ม ขับเคลื่อน และยังคงครอบงำโดยรัฐบาลทหารและกองทัพ อีกทั้งการพัฒนาประชาธิปไตยเข้มแข็ง จะยังคงขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์และความจริงจังของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กองทัพ และความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ฝ่าย ดังนั้นตัวแสดงภายนอกจึงมีอิทธิพลอย่างจำกัดในการส่งเสริมกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยของเมียนมา อย่างไรก็ดี งานวิจัยพบว่าตัวแสดงภายนอกยังสามารถสนับสนุนกระบวนการปฏิรูปประเทศที่สำคัญและจำเป็นต่อการวางรากฐานเพื่อการมีประชาธิปไตยที่เข้มแข็งในเมียนมาได้ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการพัฒนาเชิงสถาบันและการพัฒนาท้องถิ่น
ความเชื่อในวิทยาศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ในความเชื่อ : ความเป็นไปของสภาพอากาศกับการปะทะกันของอำนาจในคำพยากรณ์, วิสุทธิ์ เวชวราภรณ์
ความเชื่อในวิทยาศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ในความเชื่อ : ความเป็นไปของสภาพอากาศกับการปะทะกันของอำนาจในคำพยากรณ์, วิสุทธิ์ เวชวราภรณ์
Journal of Social Sciences
แม้ว่าการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตสมัยใหม่ของผู้คนทั่วไปจะมีคำพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยากำกับแนวเป็นทาง ทว่า เหตุใดเหล่าพ่อค้าแม่ขายในตลาดนัดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานครกลับปฏิเสธคำพยากรณ์ดังกล่าวของทางการและหันไปเชื่อถือปากคำของเจ้าเข้าทรงคนหนึ่งซึ่งช่วยบอกพวกเขาว่าสภาพอากาศในแต่ละวันจะเป็นอย่างไรแทน บทความพยายามตอบคำถามนี้ผ่านการแกะรอยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและให้ข้อเสนอว่าการหันไปเชื่อถือคำพยากรณ์อากาศของเจ้าเข้าทรงเป็นหนทางที่ผู้ค้าในตลาดนัดเข้าถึงอำนาจในอีกวิถีหนึ่งสำหรับต่อสู้ดิ้นรนกับกรงขังของความรู้ อันถูกสร้างขึ้นจากปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์และสิทธิอำนาจของหน่วยงานทางการ อีกทั้งยังครอบทับความเป็นไปได้ในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของพวกเขา นอกจากนี้บทความยังอภิปรายมุมมองเชิงแนวคิดและทฤษฎีผ่านการทำงานภาคสนามและการทบทวนวรรณกรรมเพื่อชี้ให้เห็นถึงรูปลักษณ์อันผสมผเสของสิ่งต่าง ๆ อันนำไปสู่คำพยากรณ์อากาศทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์และเชิงความเชื่อเหมือน ๆ กัน