Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Social and Behavioral Sciences Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2023

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 20131 - 20160 of 20704

Full-Text Articles in Social and Behavioral Sciences

การเมืองเรื่องการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2562, พรธิดา เผื่อนทิม Jan 2023

การเมืองเรื่องการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2562, พรธิดา เผื่อนทิม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาการเมืองเรื่องการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2562 โดยตั้งคำถามถึงปฏิบัติการในสนามเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ 2 ประการ คือ 1) บริบท เงื่อนไข หลังการรัฐประหาร พ.ศ. 2557 และกติกาทางการเมืองในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่ส่งผลต่อพรรคประชาธิปัตย์ในการลงแข่งขันในสนามเลือกตั้ง 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 เป็นอย่างไร และ 2) พรรคประชาธิปัตย์ใช้กลยุทธ์ในการหาเสียงเลือกตั้ง 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 อย่างไร ทั้งในระดับการลงพื้นที่ของผู้สมัครและในระดับการใช้สื่อเพื่อส่งสารไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้ง งานศึกษานี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการวิจัยเชิงเอกสาร และการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการศึกษาสะท้อนบริบทการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นภายใต้ระบอบอำนาจนิยมที่ให้มีการแข่งขัน และการแบ่งขั้วความคิดรูปแบบใหม่ของสังคมที่ด้านหนึ่งให้ความสำคัญกับหลักการประชาธิปไตยและต่อต้านระบอบเผด็จการที่มีกลุ่มทหารเข้ามาแทรกแซงทางการเมือง อีกด้านหนึ่งไม่ไว้วางใจนักการเมือง และสนับสนุนทหาร ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ไม่กล้าโอบรับทั้งสองหลักการอย่างหนักแน่น ทำให้เป็นปัจจัยสู่การสูญเสียฐานเสียงเดิมและในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถดึงดูดฐานเสียงใหม่ได้ กอปรกับปัญหาด้านยุทธศาสตร์นโยบายของพรรคที่ไม่มีจุดแข็งและจุดขายเพื่อตอบโจทย์กลุ่มฐานเสียงที่หลากหลายโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ นโยบายเด่นของพรรคประชาธิปัตย์เน้นการเหนี่ยวรั้งฐานเสียงเดิมในพื้นที่ภาคใต้ด้วยการชูนโยบายด้านการเกษตร ผลลัพธ์จากสนามเลือกตั้งปี 2562 แสดงให้เห็นความผุกร่อนและพลวัตของความผูกพันพรรคการเมือง (Party Identification) ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับฐานเสียงภาคใต้ที่ถูกท้าทายอย่างหนัก การเลือกตั้งครั้งนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสั่นคลอนความเชื่อดั้งเดิมที่ว่า “พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคของคนใต้” ในสนามการเมืองไทย ซึ่งปรากฏชัดขึ้นในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2566


โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในการเมืองโลก: กรณีศึกษาเส้นทางสายไหมดิจิทัลของสาธารณรัฐประชาชนจีน 2015-2021, วิทวัส อภิญ Jan 2023

โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในการเมืองโลก: กรณีศึกษาเส้นทางสายไหมดิจิทัลของสาธารณรัฐประชาชนจีน 2015-2021, วิทวัส อภิญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เนื่องจากความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้เส้นทางสายไหมดิจิทัลมีความสำคัญมากขึ้น (Digital Silk Road; DSR) โดย DSR เป็นส่วนหนึ่งของโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative; BRI) ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาระดับทวีปของสาธารณรัฐประชาชนจีน ด้วยความสำคัญที่มากขึ้นนี้นำไปสู่การศึกษาถึงเป้าหมายของ DSR และวิธีการของจีนเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว งานศึกษานี้จึงมีขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การศึกษา DSR มีความจำเป็นโดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับดิจิทัลทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอันเป็นรากฐานของการคงอยู่ของกิจกรรมทางดิจิทัลโดยรวม และสามารถเป็นตัวแปรต้นในการศึกษาผลกระทบที่เกิดจากโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวในการเมืองระหว่างประเทศ ข้อค้นพบในงานศึกษานำไปสู่คำตอบของเป้าหมายของ DSR คือการตอบสนองต่อปัจจัยภายในว่าด้วยความท้าทายทางเศรษฐกิจและความท้าทายทางข้อมูล รวมถึงปัจจัยภายนอก คือ การเมืองระหว่างประเทศโดยเฉพาะประเด็นความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา ทั้งสองปัจจัยกลายเป็นแรงผลักให้จีนแสวงหาอธิปไตยทางดิจิทัล เพื่อให้ DSR ประสบความสำเร็จจีนได้ดำเนินการลงทุนในต่างประเทศเกี่ยวกับดิจิทัลทั้งทางตรงและอ้อม โดยวิธีการทางเศรษฐกิจของจีนสามารถศึกษาผ่านเครื่องมือของเสรีนิยมใหม่อย่าง โซน (Zone) การสร้างนิเวศเศรษฐกิจ (business ecosystem) นอกจากนี้ยังมีการก่อร่างของโครงร่างระบบระหว่างประเทศของจีนผ่านการนำเสนอระเบียบดิจิทัลที่มาพร้อมกับ DSR


การพัฒนาแนวทางปฎิบัติงานด้านการติดตามคนหายและพิสูจน์ศพนิรนามในประเทศไทย, วีรวรรณ ลำดับศรี Jan 2023

การพัฒนาแนวทางปฎิบัติงานด้านการติดตามคนหายและพิสูจน์ศพนิรนามในประเทศไทย, วีรวรรณ ลำดับศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการปฏิบัติงานด้านติดตามคนหายและพิสูจน์ศพนิรนามและวิเคราะห์แนวทางปฏิบัติงานด้านการติดตามกรณีคนหายและพิสูจน์ศพนิรนามในประเทศไทย และพัฒนาแนวทางปฏิบัติงานด้านการติดตามกรณีคนหายและพิสูจน์ศพนิรนามในประเทศไทย โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพด้านวิธีการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 11 คน ประกอบด้วย กลุ่มบริหารงานยุติธรรม จำนวนทั้งสิ้น 4 คน ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 1 คน ผู้ทรงคุณวุฒิกรมสอบสวนคดีพิเศษด้านการสืบสวนสอบสวน จำนวน 1 คน และ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กองคนหายและพิสูจน์ศพนิรนาม กลุ่มบริหารจัดการวัตถุพยาน จำนวน 2 คน กลุ่มนักวิชาการ จำนวนทั้งสิ้น 2 คน ได้แก่ นักวิจัย/นักวิชาการด้านการสืบสวนสอบสวนการรวบรวมพยานหลักฐาน และกลุ่มภาคประชาสังคม จำนวนทั้งสิ้น 5 คน ได้แก่ ตัวแทนจากภาคประชาชน จำนวน 3 คน ตัวแทนจากสื่อมวลชน จำนวน 1 คน และตัวแทนจากองค์กรพัฒนาภาคเอกชน ได้แก่ มูลนิธิกระจกเงา จำนวน 1 คน จากผลการศึกษาสภาพปัญหากรณีบุคคลสูญหายและพิสูจน์ศพนิรนามในประเทศไทย ประกอบด้วย 8 ด้าน ดังนี้ 1 ด้านกฎหมาย 2) การสอบสวน 3) การสืบสวน 4) การเข้าถึงกระบวนการยุดิธรรมของผู้เสียหาย 5) ด้านความเป็นอาชญากรรม 6) ด้านการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของผู้เสียหาย 7) ด้านการสืบค้นข้อมูลผู้สูญหายและศพนิรนาม และ 8) ด้านความหลากหลายของรูปแบบและพฤติการณ์ของคนหายและพิสูจน์ศพนิรนาม ทั้งนี้แนวทางการแก้ไขควรมีการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอย่างแท้จริงเพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการทำงาน ดำเนินการรับแจ้งคนหาย และกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้ไปในทิศทางเดียวกัน และเป็นประโยชน์สูงสุดในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน


พลวัตของแนวคิดและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในยุคหลังการรัฐประหาร พ.ศ. 2557 และผลกระทบต่อชุมชนพื้นที่รับน้ำ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา, อาทิตย์ ภูบุญคง Jan 2023

พลวัตของแนวคิดและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในยุคหลังการรัฐประหาร พ.ศ. 2557 และผลกระทบต่อชุมชนพื้นที่รับน้ำ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา, อาทิตย์ ภูบุญคง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้ประกอบด้วยวัตถุประสงค์การศึกษา 3 ส่วนคือ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดและพัฒนาการของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในประเทศไทย ก่อนและหลังรัฐประหาร 2557 2) เพื่อศึกษาปฏิบัติการ กลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่เกิดขึ้นจริงในระดับพื้นที่ และ 3) เพื่อศึกษาผลกระทบของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับชุมชน ผลการศึกษาพบว่า การจัดการน้ำในยุคหลังการรัฐประหาร พ.ศ. 2557 ถูกกำหนดทิศทางโดยโครงสร้างใหม่ผ่าน 3 เสาหลัก ประกอบด้วย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี และพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 โครงสร้างนี้มีเป้าประสงค์ร่วมคือการแก้ปัญหาการจัดการน้ำของไทยที่ขาดการบูรณาการ และยังมุ่งเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการน้ำระดับลุ่มน้ำและระดับพื้นที่อีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ในเชิงเนื้อหาการจัดการน้ำที่สถาปนาขึ้นใหม่เสมือนมีความก้าวหน้าอย่างมาก ทว่ายังมีรายละเอียดหลายส่วนที่ยังคงสะท้อนว่าอำนาจการจัดการน้ำยังคงรวมศูนย์ไว้ที่รัฐ สำหรับการจัดการน้ำระดับปฏิบัติการในพื้นที่รับน้ำบางบาลนั้น ได้มีการกำหนดโครงสร้างการจัดการน้ำหลายระดับให้สอดคล้องกับโครงสร้างระดับชาติ เช่น การจัดตั้งคณะกรรมการลุ่มน้ำเจ้าพระยา และการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ ไม่เพียงเท่านั้น การจัดการน้ำในพื้นที่แห่งนี้ยังอยู่ภายใต้นโยบายพื้นที่รับน้ำบางบาล ซึ่งมุ่งปกป้องพื้นที่เมืองและอุตสาหกรรมให้ปลอดภัยจากปัญหาน้ำท่วม ซึ่งกระบวนการกำหนดนโยบายนี้ดำเนินไปโดยปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีความหมาย ภายใต้โครงสร้างการจัดการน้ำที่ที่โยนภาระให้ชาวบ้านรับน้ำ ประกอบกับการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมยังไม่เกิดขึ้นจริงนั้น ได้ก่อให้เกิดผลกระทบหลายประการในพื้นที่ทั้งปัญหาน้ำท่วมและการขาดแคลนน้ำ เหตุดังนี้ ชาวบ้านในพื้นที่จึงสร้างพื้นที่การต่อสู้ต่อรองเพื่อเปลี่ยนแปลงการจัดการน้ำที่เป็นอยู่ให้เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น 2 รูปแบบได้แก่ การต่อสู้ต่อรองในพื้นที่สื่อ และการต่อสู้ต่อรองในพรมแดนความรู้ผ่านงานวิจัยชาวบ้าน


The Effect Of Institutional Factors On Inward Fdi In Asian Developing Countries, Thinn Nay Chi Sun Jan 2023

The Effect Of Institutional Factors On Inward Fdi In Asian Developing Countries, Thinn Nay Chi Sun

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study aims to examine the effect of institutional factors on inward foreign direct investment (FDI), using data from 23 Asian developing countries in the middle-income group from 1996 to 2021. The findings show that institutional factors such as control of corruption, government effectiveness, political stability, regulatory quality, and the rule of law, as well as macroeconomic factors such as Gross Domestic Product (GDP), trade openness, inflation, and exchange rate, are important determinants of FDI inflows into these countries. Although the results are mixed overall, upper-middle-income countries with higher quality in each institutional aspect can attract more FDI, whereas lower-middle-income …


การดำเนินงานการแปลงเอกสารจดหมายเหตุประเภทแผนที่ให้เป็นดิจิทัลของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ, พีรสันต์ ลำต้น Jan 2023

การดำเนินงานการแปลงเอกสารจดหมายเหตุประเภทแผนที่ให้เป็นดิจิทัลของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ, พีรสันต์ ลำต้น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะของเอกสารจดหมายเหตุประเภทแผนที่ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติได้รับมอบและจัดเก็บไว้ รวมถึงแหล่งที่มาและวิธีการได้มา และศึกษาการดำเนินงานการแปลงเอกสารจดหมายเหตุประเภทแผนที่ให้เป็นดิจิทัลของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในด้านนโยบายการแปลงให้เป็นดิจิทัล ด้านขั้นตอนการแปลงให้เป็นดิจิทัล และปัญหาที่ประสบ โดยใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติส่วนใหญ่จัดเก็บเอกสารจดหมายเหตุประเภทแผนที่ที่มีลักษณะเป็นแผนที่ แผนผัง และแบบแปลน โดยได้รับเอกสารจดหมายเหตุประเภทแผนที่จากหน่วยงานภาครัฐ และมีการกำหนดนโยบายการแปลงเอกสารจดหมายเหตุประเภทแผนที่ให้เป็นดิจิทัล หอจดหมายเหตุแห่งชาติส่วนใหญ่จัดจ้างหน่วยงานภายนอกให้ดำเนินการแปลงเอกสารจดหมายเหตุประเภทแผนที่ให้เป็นดิจิทัลโดยมีการกำหนดราละเอียดการว่าจ้างได้แก่ ค่าใช้จ่ายมีความเหมาะสมกับงบประมาณที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติได้รับ ความรวดเร็วในการส่งมอบงาน และหน่วยงานผู้รับจ้างมีประสบการณ์หรือเคยได้รับการว่าจ้างจากหอจดหมายเหตุในโครงการก่อนหน้า และหอจดหมายเหตุแห่งชาติมีการกำหนดประเภทของไฟล์ดิจิทัลที่โดยใช้รูปแบบ JPEG และ TIFF ที่มีความละเอียดระหว่าง 200-600 dpi และใช้สื่อจัดเก็บประเภทฮาร์ดไดรฟ์ ปัญหาที่ประสบได้แก่ ปัญหาด้านงบประมาณ ปัญหาด้านบุคลากร ปัญหาด้านนโยบาย และปัญหาด้านเทคโนโลยี


การศึกษาการประยุกต์ใช้มาตรฐานเมทาดาทาเพื่อการสงวนรักษาพรีมิส (Preservation Metadata: Implementation Strategies - Premis) สำหรับคอลเลกชันหนังสือหายากดิจิทัล, ศิริพร คำยาด Jan 2023

การศึกษาการประยุกต์ใช้มาตรฐานเมทาดาทาเพื่อการสงวนรักษาพรีมิส (Preservation Metadata: Implementation Strategies - Premis) สำหรับคอลเลกชันหนังสือหายากดิจิทัล, ศิริพร คำยาด

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

หนังสือหายากดิจิทัลของห้องสมุดมหาวิทยาลัยในไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นบนสภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยีที่พัฒนาและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วรุดหน้าไปกว่าองค์ความรู้ในการจัดการ เพื่อให้สามารถเข้าถึงและใช้งานหนังสือหายาดิจิทัลในระยะยาว งานวิจัยนี้จึงเน้นศึกษาการประยุกต์มาตรฐานเมทาดาทาเพื่อการสงวนรักษาพรีมิสสำหรับคอลเลกชันหนังสือหายากดิจิทัลในบริบทห้องสมุดมหาวิทยาลัย 3 แห่งในไทย เพื่อเป็นแนวทางกำหนดหน่วยเชิงความหมายในเอ็นทิตี (Entities) และกำหนดค่าข้อมูลในแต่ละหน่วยเชิงความหมายที่เหมาะสมกับบริบทความต้องการของหนังสือหายากดิจิทัล การศึกษาพบว่าบรรณารักษ์ของห้องสมุดทั้ง 3 แห่งกำหนดใช้ 3 เอ็นทิตี ได้แก่ วัตถุ (Object) เหตุการณ์ (Event) และตัวกระทำ (Agent) แต่ไม่เลือกใช้เอ็นทิตีสิทธิ์ (Rights) และกำหนดระดับความสำคัญของหน่วยเชิงความหมายใน 3 เอ็นทิตีที่ระดับความสำคัญต่างกันในแต่ละหน่วยงาน และแตกต่างกับระดับความสำคัญที่ปรากฏในรายการหน่วยเชิงความหมายต้นแบบ นอกจากนี้ บรรณารักษ์ที่เข้าร่วมการศึกษาทั้งหมดมีการกำหนดค่าข้อมูลและรูปแบบค่าข้อมูล และใช้แหล่งค่าข้อมูลที่คล้ายกัน เพราะมีกระบวนการจัดการและบรรณารักษ์ผู้ดูแลคอลเลกชันหนังสือหายากดิจิทัลที่มีประสบการณ์และองค์ความรู้ในการปฏิบัติงานที่ใกล้เคียงกัน ปัญหาที่พบจากการใช้มาตรฐานพรีมิส ได้แก่ ความซับซ้อนของมาตรฐานพรีมิสซึ่งกระทบต่อความสามารถในการเรียนรู้และเข้าใจมาตรฐาน ตลอดจนการกำหนดค่าข้อมูลและรูปแบบค่าข้อมูลของบรรณารักษ์ ความสับสนจากลักษณะโครงสร้างของมาตรฐาน และความกังวลเรื่องความสอดคล้องของมาตรฐานกับระบบที่หน่วยงานใช้งานอยู่ และพบความต้องการสิ่งสนับสนุนเพื่อการประยุกต์ใช้มาตรฐานพรีมิสสำหรับหนังสือหายากดิจิทัล ได้แก่ คู่มือ กรณีศึกษา และผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ยังพบความต้องการสิ่งสนับสนุนอื่น ๆ ได้แก่ การศึกษาช่องว่างระหว่างมาตรฐานพรีมิสกับระบบคลังสารสนเทศดิจิทัล ข้อมูลชี้แหล่งค่าข้อมูล เครื่องมือสกัดและบันทึกข้อมูลแทนคน (Automation) และองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการใช้งานมาตรฐานเมทาดาทาพรีมิส


การวิเคราะห์การฟื้นคืนความสัมพันธ์ไทย – ซาอุดีอาระเบียผ่านพระดำริในมกุฎราชกุมาร มุฮัมมัด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย, สิทธิกร สุทธิขาว Jan 2023

การวิเคราะห์การฟื้นคืนความสัมพันธ์ไทย – ซาอุดีอาระเบียผ่านพระดำริในมกุฎราชกุมาร มุฮัมมัด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย, สิทธิกร สุทธิขาว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาปัจจัยที่นำไปสู่การฟื้นคืนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยเน้นศึกษาปัจจัยพระดำริในมกุฎราชกุมาร มุฮัมมัด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย การศึกษาปัจจัยดังกล่าวอิงกับแนวคิดเรื่องผลประโยชน์แห่งชาติเป็นกรอบแนวคิดหลัก การศึกษาพบว่า ปี ค.ศ. 2015 ซาอุดีอาระเบียประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ด้วยเหตุดังกล่าว มกุฎราชกุมาร มุฮัมมัด บิน ซัลมาน จึงทรงมีดำริแผนเพื่อพัฒนาและปฏิรูปประเทศในช่วงปี ค.ศ. 2016 ถึง ปี ค.ศ. 2030 ภายใต้ยุทธศาสตร์วิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย 2030 เพื่อรับมือกับสถานการณ์สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจที่มีเป้าหมายการลดการพึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมัน รวมถึง การสร้างภาพลักษณ์ใหม่และทันสมัยมากยิ่งขึ้นแก่ซาอุดีอาระเบีย ทั้งนี้ การที่จะบรรลุวิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย 2030 ได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยการลงทุนขนาดใหญ่และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ ดังนั้น สิ่งที่ตามมาคือความต้องการแรงงานต่างชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานฝีมือ ด้วยเหตุดังกล่าว ไทยจึงเป็นประเทศเป้าหมายที่มีศักยภาพสำหรับซาอุดีอาระเบีย รวมถึงเป็นเหตุผลตามหลักผลประโยชน์แห่งชาติของซาอุดีอาระเบียที่ต้องการแรงงานไทยกลับเข้าไปทำงานเพื่อสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของซาอุดีอาระเบีย จึงเป็นที่มาของการฟื้นคืนความสัมพันธ์ระหว่างไทย - ซาอุดีอาระเบีย


ผลกระทบจากปัจจัยทางประชากรและการนำเทคโนโลยีไปใช้ที่มีผลต่อรายได้และผลิตภาพของครัวเรือนเกษตรกรไทย, วรางค์รัตน์ ฎาณวรรณ Jan 2023

ผลกระทบจากปัจจัยทางประชากรและการนำเทคโนโลยีไปใช้ที่มีผลต่อรายได้และผลิตภาพของครัวเรือนเกษตรกรไทย, วรางค์รัตน์ ฎาณวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบจากปัจจัยทางประชากรและการนำเทคโนโลยีไปใช้ที่มีผลต่อรายได้และผลิตภาพของครัวเรือนเกษตรกรไทย โดยรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิมาจาก 2 แหล่ง ประกอบด้วย ส่วนที่หนึ่ง ข้อมูลของครัวเรือนที่อยู่ในการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2564 และส่วนที่สอง ข้อมูลครัวเรือนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรในปี 2564 โดยเป็นครัวเรือนเกษตรที่ปลูกข้าวและครัวเรือนเกษตรที่ปลูกอ้อย โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสมการถดถอยพหุคูณแบบเส้นตรง (Multiple Linear Regression Analysis: MLR) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนที่หนึ่ง ซึ่งมีตัวแปรอิสระประกอบด้วย ปัจจัยทางประชากรของหัวหน้าครัวเรือน ปัจจัยลักษณะของครัวเรือน และปัจจัยด้านเศรษฐกิจของครัวเรือน โดยมีตัวแปรตามคือ รายได้ต่อไร่ของครัวเรือนเกษตร สำหรับการปลูกข้าว พบว่า ครัวเรือนที่มีหัวหน้าเป็นชายมีรายได้สูงกว่าเมื่อเทียบกับครัวเรือนที่มีหัวหน้าเป็นหญิง เนื่องจากการทำนายังเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยแรงงานและความแข็งแรง ในด้านอายุ หัวหน้าครัวเรือนในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปสามารถสร้างรายได้ต่อไร่สูงกว่าเมื่อเทียบกับหัวหน้าครัวเรือนที่มีอายุ 20-45 ปี ซึ่งสะท้อนถึงทักษะและประสบการณ์ในการปลูกข้าวที่สะสมเพิ่มตามอายุ เมื่อพิจารณาภูมิภาคที่ตั้งของครัวเรือนพบว่า ครัวเรือนที่ปลูกข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีการทำนาปีเป็นหลักจะมีรายได้ต่อพื้นที่ที่ต่ำว่าเมื่อเทียบกับครัวเรือนในภูมิภาคอื่นที่มีการทำนาปรังด้วย นอกจากนี้การเพาะปลูกบนพื้นที่เช่าจะมีรายได้ต่อไร่ที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการเพาะปลูกบนพื้นที่ของตนเอง ซึ่งอาจเกิดจากการแสวงหาพื้นที่เช่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ใกล้แหล่งน้ำ รวมถึงมีการปลูกข้าวแบบนาปรังร่วมด้วย สำหรับการปลูกอ้อย พบว่า หัวหน้าครัวเรือนที่เป็นหญิงสามารถสร้างรายได้สูงกว่าหัวหน้าครัวเรือนที่เป็นชาย อธิบายได้จากการมีการบริหารจัดการที่ดีตั้งแต่การวางแผนเพาะปลูกจนถึงการตัดอ้อยเพื่อส่งโรงงาน นอกจากนี้ ครัวเรือนที่ปลูกอ้อยบนพื้นที่เช่าก็จะมีรายได้ต่อไร่ที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับครัวเรือนที่ปลูกอ้อยบนพื้นที่ของตนเอง เช่นเดียวกันกับการปลูกข้าว ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนที่สอง ซึ่งมีตัวแปรอิสระประกอบด้วย ปัจจัยทางประชากรของหัวหน้าครัวเรือน และปัจจัยสนับสนุนการเพิ่มผลิตภาพ โดยมีตัวแปรตามคือ ผลิตภาพต่อไร่ของครัวเรือนเกษตรกร สำหรับการปลูกข้าว พบว่า ครัวเรือนที่มีหัวหน้าครัวเรือนเพศชายมีผลิตภาพสูงกว่าเมื่อเทียบกับครัวเรือนที่มีหัวหน้าเป็นหญิง ในด้านอายุ หัวหน้าครัวเรือนในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมีความสามารถสร้างผลิตภาพต่อไร่ได้สูงกว่าเมื่อเทียบกับหัวหน้าครัวเรือนช่วงอายุ 20-45 ปีและช่วงอายุ 46-59 ปี ซึ่งเห็นว่ากลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมีประทักษะและประสบการณ์ในการทำนามาหลายฤดู ทำให้สามารถมีความชำนาญในการวางแผนจัดการเกี่ยวกับผลผลิตที่ได้มาไม่เสียหาย ส่งผลให้ได้ผลิตภาพต่อไร่ดีกว่า ถึงแม้ว่าหัวหน้าครัวเรือนมีระดับการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษา แต่สามารถจัดการผลผลิตให้ได้ดีกว่าระดับการศึกษาสูงกว่า แสดงว่าการศึกษาไม่ได้มีผลเกี่ยวกับการเพิ่มผลผลิต แต่เป็นประสบการณ์จากการเพาะปลูกข้าว หัวหน้าครัวเรือนใช้พื้นที่ทำการเพาะปลูกข้าวในการสร้างรายได้โดยเช่าที่ดินและที่ดินสาธารณประโยชน์ ใช้แหล่งน้ำนอกเขตชลประทานในการเพิ่มผลิตภาพ ซึ่งพื้นที่เกษตรในการเพาะปลูกข้าวใกล้แหล่งน้ำ การใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรในการสร้างผลิตภาพข้าวนั้น ทั้ง 8 กลุ่มเครื่องจักรมีอิทธิพลทั้งหมด สำหรับการปลูกอ้อย พบกว่า หัวหน้าครัวเรือนเพศหญิงสามารถสร้างผลิตภาพได้สูงกว่าหัวหน้าครัวเรือนเพศชาย อธิบายได้จากหัวหน้าครัวเรือนเพศหญิงมีความใส่ใจ และการปรับตัวกับการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ดีกว่าหัวหน้าครัวเรือนเพศชาย ในกลุ่มอายุ 60 ปีมีความสามารถในการสร้างผลิตภาพได้ดีกว่า นั้นคือการใช้ประสบการณ์ในการเกษตรที่ยาวนาน และยังพบว่าเขตพื้นที่เพาะปลูกตะวันออกเฉียงเหนือสามารถสร้างผลิตภาพได้ดีกว่า นั้นหมายถึงเขตที่เพาะปลูกมีสภาพพื้นที่เกี่ยวกับน้ำและดินที่เอื้ออำนวยต่อการผลิต จึงช่วยส่งเสริมในการสร้างผลิตภาพที่ดีต่อการเพาะปลูกอ้อย การใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรในการสร้างผลิตภาพอ้อยนั้น มีเพียง 5กลุ่มเครื่องจักรมีอิทธิพล ได้แก่ …


การทูตเพื่อสาธารณสุขของจีน: การให้ความช่วยเหลือด้านวัคซีนในสถานการณ์การระบาดของโควิด 19, กรกมล ปรปักษ์ขาม Jan 2023

การทูตเพื่อสาธารณสุขของจีน: การให้ความช่วยเหลือด้านวัคซีนในสถานการณ์การระบาดของโควิด 19, กรกมล ปรปักษ์ขาม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งเน้นศึกษาการดำเนินนโยบายการทูตเพื่อสาธารณสุขของจีนในการให้ความช่วยเหลือด้านวัคซีนในสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 โดยมีจุดประสงค์ในการสร้างความเข้าใจว่าเพราะเหตุใดการดำเนินนโยบายการทูตเพื่อสาธารณสุขและการทูตวัคซีนของจีนในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะผู้ให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ส่งผลให้สามารถเจรจาโน้มน้าวประเทศต่าง ๆ และสามารถนำไปสู่การขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเป้าหมายได้ แต่การทูตวัคซีนของจีนที่ดำเนินนโยบายระหว่างสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 กลับส่งผลให้ภาพลักษณ์ของจีนดีขึ้นในช่วงแรกของการระบาดเท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากการวิพากษ์วิจารณ์และข้อกังขาของประเทศอื่น ๆ ที่มีต่อวัคซีนโควิด 19 ของจีน ทั้งยังส่งผลกระทบต่อ Soft Power ของจีน ดังนั้น ผู้เขียนจึงนำแนวคิด Soft Power ของ Joseph Nye มาอธิบายถึงความพยายามดังกล่าวของจีน ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ถึงแม้ว่าการทูตวัคซีนของจีนจะได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบมากนักต่อนโยบายการทูตเพื่อสาธารณสุขที่จีนดำเนินมาอย่างยาวนาน เนื่องจากการทูตเพื่อสาธารณสุขที่จีนใช้เป็น Soft Power ผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น กรอบความร่วมมือด้านสุขภาพในประเด็นสุขภาพที่สำคัญ และดำเนินไปพร้อมกับยุทธศาสตร์ BRI มีความมั่นคงอยู่แล้ว ดังนั้น การดำเนินนโยบายการทูตเพื่อสาธารณสุขเป็น Soft Power ที่มีความจริงใจและโปร่งใส ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และมีการเน้นไปยังกรอบความร่วมมือด้านสุขภาพนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะมหาอำนาจและการเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือของจีนได้ดี


อาวุธและการเลือกข้าง: การจัดหายุทโธปกรณ์ทางทหารของกองทัพไทยหลังรัฐประหาร 2557, ฐานันดร์ กาญจนนิรินธน์ Jan 2023

อาวุธและการเลือกข้าง: การจัดหายุทโธปกรณ์ทางทหารของกองทัพไทยหลังรัฐประหาร 2557, ฐานันดร์ กาญจนนิรินธน์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์นี้ใช้การค้นคว้าจากเอกสารสาธารณะและเอกสารทางราชการเพื่อวิเคราะห์การจัดการเชิงกลยุทธ์เพื่อแก้ไขข้อจำกัดในการจัดหาอาวุธของกองทัพไทยหลังรัฐประหารปีพุทธศักราช 2557 ท่ามกลางข้อจำกัดจากนโยบายสหรัฐอเมริกาที่ระงับความช่วยเหลือต่างประเทศต่อประเทศที่มีระบอบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ผลการศึกษาเผยให้เห็นว่ากองทัพได้หันมาจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทางทหารที่สำคัญจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีข้อตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและจีนในการจัดซื้อเรือดำน้ำ S26T ซึ่งถือเป็นอาวุธยุทธศาสตร์ อย่างไรก็ดีการแก้ไขข้อจำกัดนี้มิได้บ่งถึงการละทิ้งความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์กับสหรัฐอเมริกาโดยสมบูรณ์ เนื่องจากความสัมพันธ์ทวิภาคีครอบคลุมหลายด้าน เช่น ความมั่นคงและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ กรณีศึกษาเกี่ยวกับความล้มเหลวในการจัดหาเรือดำน้ำเผยให้เห็นว่าการเปลี่ยนไปจัดหาหรือพึ่งพาอาวุธจากจีนเพียงประเทศเดียวอาจมิใช่ประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศไทย การศึกษายังเน้นถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมอาวุธในประเทศ และชี้ให้เห็นว่าการลงทุนในภาคส่วนนี้สามารถยกระดับการพึ่งตนเองและลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศในระยะยาว แม้มิใช่สิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ทันทีทันใดก็ตาม


นโยบายของออสเตรเลียต่อจีน ห้วงปี ค.ศ. 2015-2022, ธนิษฐา แพงวงษ์ Jan 2023

นโยบายของออสเตรเลียต่อจีน ห้วงปี ค.ศ. 2015-2022, ธนิษฐา แพงวงษ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อพลวัตของความสัมพันธ์เชิงนโยบายต่างประเทศระหว่างออสเตรเลียและจีน ซึ่งทวีความตึงเครียดมากขึ้นนับตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 2015 เป็นต้นมา โดยมีการตั้งข้อสังเกตถึงการผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจใหม่ของจีน เกิดเป็นการแข่งขันทางยุทธศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นจนสร้างความกังวลให้หมู่ประเทศตะวันตก รวมถึงการรับรู้ว่าจีนเป็นภัยคุกคามทั้งระดับรัฐบาลและประชาชน ทำให้ออสเตรเลียเปลี่ยนแนวทางการดำเนินนโยบายไปในทิศทางเดียวกันกับสหรัฐอเมริกาเพื่อสกัดกั้นอิทธิพลจีนอย่างชัดเจน เหล่านี้จึงกลายเป็นความท้าทายต่อการดำเนินนโยบายของออสเตรเลียในระยะต่อมา ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับการบริหารความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศและความมั่นคง


ความริเริ่มด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้กรอบความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมในอาเซียน: อุปสรรคและความท้าทาย, ตรีสิริ เซะวิเศษ Jan 2023

ความริเริ่มด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้กรอบความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมในอาเซียน: อุปสรรคและความท้าทาย, ตรีสิริ เซะวิเศษ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญกับปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่รุนแรงขึ้น หลังจีนห้ามนำเข้าขยะและของเสียอันตรายหลายประเภท ตั้งแต่ปี 2018 ส่งผลให้ภูมิภาคแห่งนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ในการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายจากประเทศพัฒนาแล้วแทน ประกอบกับปัจจัยการบริโภคอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Electrical and Electronic Equipment: EEE) ที่ทำให้ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศสมาชิกเพิ่มสูงขึ้นมาก แต่อาเซียนยังไม่มีการบังคับใช้กฎระเบียบเข้มงวดจัดการปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความเป็นกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น สารนิพนธ์เรื่องนี้จึงต้องการศึกษาว่าอาเซียนมีความริเริ่มด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้กรอบความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไร รวมถึง อุปสรรคและความท้าทายที่เกิดขึ้น สารนิพนธ์เรื่องนี้ใช้กรอบแนวคิดเสรีนิยมใหม่เชิงสถาบัน (Neoliberalism) ภายใต้นิยามของ Robert O. Keohane ที่เน้นความสำคัญของสถาบันและองค์กรระหว่างประเทศในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างรัฐ สนับสนุนด้วยทฤษฎีระบอบ (Regime Theory) ของ Stephen D. Krasner ที่อธิบายว่าระบอบระหว่างประเทศ ประกอบด้วยชุดกฎเกณฑ์ บรรทัดฐานและการตัดสินใจ ซึ่งกำหนดพฤติกรรมและบทบาทของรัฐในการแก้ปัญหาร่วมกัน โดยผลการศึกษาพบว่าความริเริ่มด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้กรอบความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมในอาเซียนเผชิญอุปสรรคและความท้าทายหลายประการ จากการขาดกฎระเบียบ มาตรฐานที่แตกต่างกันระหว่างชาติสมาชิก กลไกการบังคับใช้ ทำให้อาเซียนต้องจัดตั้งระบอบด้านสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาคที่มุ่งเน้นแก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นการเฉพาะขึ้นร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ


นโยบายต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีชินโซะ อาเบะ : ความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นกับฟิลิปปินส์ภายใต้ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก, พิชญ์ คุ้มล้วนล้อม Jan 2023

นโยบายต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีชินโซะ อาเบะ : ความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นกับฟิลิปปินส์ภายใต้ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก, พิชญ์ คุ้มล้วนล้อม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นกับฟิลิปปินส์ภายใต้ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก และเพื่อทำความเข้าใจการดำเนินนโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่นในสมัยนายกรัฐมนตรีชินโซะ อาเบะ โดยใช้กรอบแนวคิดดุลแห่งอำนาจ จากผลการศึกษาพบว่าการขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาคภัย คุกคามด้านความมั่นคงจากเกาหลีเหนือ และความกังวลในท่าทีที่ไม่แน่นอนของสหรัฐอเมริกา เป็นปัจจัยที่ทำให้ญี่ปุ่นต้องปรับนโยบายความมั่นคงจากการพึ่งพาความคุ้มครองทางทหารของสหรัฐไปสู่แนวทางที่พึ่งพาตนเองมากขึ้น การปกป้องความมั่นคงและเสถียรภาพทางทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกมีความจำเป็นต่อความอยู่รอดของประเทศ จึงทำให้ยุทธศาสตร์นี้ได้รับการยอมรับมากขึ้นในสังคมชาวญี่ปุ่น อีกทั้งยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกยังช่วยให้ญี่ปุ่นสามารถส่งเสริมความสัมพันธ์พหุภาคีและทวิภาคีกับประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมได้ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งกับจีนในประเด็นทางทะเลเช่นเดียวกับญี่ปุ่น จึงได้มีการกระชับความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงระหว่างกัน ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินยุทธศาสตร์ของนายอาเบะได้เป็นอย่างดี


การอพยพเข้ามาในประเทศไทยของผู้แสวงหาที่พักพิงชาวปากีสถานที่นับถือศาสนาคริสต์ ระหว่างปี ค.ศ. 2009-2023, นิรัชพร โพ้ท Jan 2023

การอพยพเข้ามาในประเทศไทยของผู้แสวงหาที่พักพิงชาวปากีสถานที่นับถือศาสนาคริสต์ ระหว่างปี ค.ศ. 2009-2023, นิรัชพร โพ้ท

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ มุ่งเน้นศึกษาเกี่ยวกับผู้แสวงหาที่พักพิงชาวปากีสถานที่นับถือศาสนาคริสต์ในประเทศไทย โดยมีคำถามหลัก 2 ข้อ ประกอบด้วย 1) อะไรคือสาเหตุสำคัญที่ส่งผลให้ผู้แสวงหาที่พักพิงชาวปากีสถานที่นับถือศาสนาคริสต์ตัดสินใจอพยพ และ 2) ทำไมผู้แสวงหาที่พักพิงชาวปากีสถานผู้นับถือศาสนาคริสต์ จึงเลือกเดินทางมายังประเทศไทย วิธีการดำเนินการวิจัยเน้นการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างผู้แสวงหาที่พักพิงชาวปากีสถานที่นับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งเดินทางมายังประเทศไทยระหว่าง ปี ค.ศ. 2009-2023 จำนวน 15 คน จากการสัมภาษณ์พบว่า สาเหตุสำคัญของการอพยพ คือ ปัจจัยทางการเมือง ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความขัดแย้งในชุมชนท้องถิ่น เนื่องมาจากความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่างกันจนนำไปสู่การฟ้องร้องโทษฐานกระทำความผิดกฎหมายดูหมิ่นศาสนา และยังพบว่าสาเหตุที่ผู้แสวงหาที่พักพิงชาวปากีสถานที่นับถือศาสนาคริสต์เลือกเดินทางมายังประเทศไทย เนื่องจากผู้แสวงหาที่พักพิงอาศัยเครือข่ายทางสังคม เครือข่ายศาสนา และเครือข่ายความเป็นคนบ้านเดียวกันในการอพยพ เครือข่ายเหล่านี้ มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผู้แสวงหาที่พักพิง รวมถึงกลุ่มประชาสังคม องค์กรศาสนา หน่วยงาน INGOs และมิชชั่นนารี มีบทบาทอย่างมากในการช่วยเหลือผู้แสวงหาที่พักพิง โดยมีการพึ่งพาซึ่งกันและกันในลักษณะที่คล้ายคลึงกับ “ผู้อุปภัมถ์และผู้พึ่งพา” (Patron and Client) สร้างผลประโยชน์ให้กับทั้งสองฝ่าย


ความตึงเครียดทางชาติพันธุ์ในมาเลเซีย : กรณีศึกษาชาติพันธุ์สยามในรัฐกลันตัน, ภูวดล หน่อแก้ว Jan 2023

ความตึงเครียดทางชาติพันธุ์ในมาเลเซีย : กรณีศึกษาชาติพันธุ์สยามในรัฐกลันตัน, ภูวดล หน่อแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ตลอดระยะเวลาที่อังกฤษได้ปกครองและมีอิทธิพลเหนือดินแดนคาบสมุทรมลายู ได้ใช้วิธีการแบ่งแยกและปกครอง(Divide and Rule) มาปกครองชาติอาณานิคม และหลังจากที่มาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี ค.ศ.1957 ก็ได้นำวิธีการดังกล่าว มาใช้ปกป้องผลประโยชน์และสิทธิของชาวมลายูและชนพื้นเมืองในฐานะภูมิบุตรา หรือบุตรแห่งแผ่นดิน โดยที่นโยบายภูมิบุตรา ได้ถูกนำมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านทางนโยบายเศรษฐกิจใหม่(New Economic Policy : NEP) เป็นการซ้ำเติม ความตึงเครียดระหว่างชาติพันธุ์ให้มีมากกว่าเดิม แม้ว่าเป้าหมายหลักของนโยบายดังกล่าว จะเป็นกลุ่มคนมาเลเซียเชื้อสายจีนและอินเดีย แต่ก็ส่งผลกระทบทางอ้อม ไปยังชาวมาเลเซียเชื้อสายไทย หรือชาวสยาม ซึ่งเป็นประชากรส่วนน้อย ทำให้ได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าวนี้ด้วยเช่นกัน กระบวนการถูกทำให้เป็นคนชายขอบ(marginalization) และการกีดกันทั้งทางด้านวัฒนธรรม กฎหมาย การศึกษา และด้านการประกอบอาชีพ ผ่านกลไกทางนโยบายของรัฐอย่างเป็นระบบเช่นนี้ ประกอบกับ การที่ไม่ได้มีฐานอำนาจทางเศรษฐกิจดังเช่นชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนและอินเดีย ทำให้ชาวมาเลเซียเชื้อสายไทย จำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด เพื่อคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ของตนให้ดำรงสืบไป


การดำเนินยุทธศาสตร์ความมั่นคงของญี่ปุ่นต่อสหรัฐอเมริกาในสมัยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์, พงศกร ฉัตรศรี Jan 2023

การดำเนินยุทธศาสตร์ความมั่นคงของญี่ปุ่นต่อสหรัฐอเมริกาในสมัยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์, พงศกร ฉัตรศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ภายหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์เข้ารับตำเเหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในปี 2017 ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนเเปลงต่อนโยบายความมั่นคงเเละยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของประเทศญี่ปุ่นในสมัยของนายกรัฐมนตรี อาเบะ ชินโซะ ความไม่เเน่นอนด้านนโยบายต่างประเทศเเละความมั่นคงของสหรัฐฯภายใต้การนำของทรัมป์ก่อให้ความกังวลเกิดความมั่นคงต่อระบบพันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น ส่งผลให้อาเบะจำเป็นต้องดำเนินยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของญี่ปุ่นต่อสหรัฐฯท่ามกลางสภาวะพื้นฐานของความไม่เเน่นอนตลอดการดำรงตำเเหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯภายใต้การขยายอิทธิพลด้านความมั่นคงจีนที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคอินโด-เเปซิฟิก สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการศึกษาการดำเนินยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของญี่ปุ่นต่อสหรัฐฯในช่วงการดำรงตำเเหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงระหว่าง ปี 2017-2020 ในช่วงสมัยการดำรงตำเเหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นอาเบะ ชินโซะ มีเเนวทางอย่างไรในการดำเนินนโยนายต่างประเทศด้านความมั่นคงเเละอาเบะดำเนินยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงอย่างไรเพื่อตอบสนองต่อบทบาทของสหรัฐฯในภูมิภาคอินโด-เเปซิฟิก เพื่อถ่วงดุลอำนาจจากการขยายอิทธิพลของจีนเเละรักษาเสถียรภาพด้านความมั่นคงระหว่างประเทศของญี่ปุ่นที่เกิดจากความเเปลี่ยนทางการเมืองของสหรัฐฯ.


The 2014 Central American Migrant Crisis: Necropolitics And Its Consequences, Siyapah Surathumrong Jan 2023

The 2014 Central American Migrant Crisis: Necropolitics And Its Consequences, Siyapah Surathumrong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

In the summer of 2014, a surge of more than 69,000 unaccompanied children apprehended at the US-Mexico border, urging the media outlets to coin this emergence “the Central American Migrant Crisis.” Immediate responses by the Obama Administration have deemed successful results, with number of children apprehended at the border has decreased rapidly. Thus, it took years for the issue to resurface, revealing that not only the crisis has never been fully solved, but many unaccompanied children also still suffered from what US policies have inflicted upon them. In order to investigate into the heart of the crisis, this research argues …


Green Bri ของจีนและการจัดการภาพลักษณ์ระหว่างประเทศ, สรวีย์ ขาวมาก Jan 2023

Green Bri ของจีนและการจัดการภาพลักษณ์ระหว่างประเทศ, สรวีย์ ขาวมาก

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์นี้ศึกษาวิเคราะห์ความพยายามของจีนในการจัดการภาพลักษณ์ข้อริเริ่ม BRI ผ่านการเปลี่ยนแปลงสู่แนวคิดการพัฒนาสีเขียว จีนได้ริเริ่ม BRI เป็นนโยบายต่างประเทศที่สำคัญในปี ค.ศ. 2013 อย่างไรก็ตามกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในโครงการ BRI ได้ทำให้จีนมุ่งสู่แนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากบรรทัดฐานและกรอบข้อตกลงระหว่างประเทศที่ผลักดันโดยองค์การระหว่างประเทศอย่างสหประชาชาติ มาปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ BRI เป็นตัวแบบสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงทางยุทธศาสตร์นี้ไม่เพียงแต่พยายามจัดการกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของ BRI แต่ยังมุ่งสร้างจุดยืนระดับโลกของจีนให้ดีขึ้นในการเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องสิ่งแวดล้อม เมื่อพิจารณาตามข้อเสนอหลักของ Martha Finnemore ที่ว่ารัฐรับเอาบรรทัดฐานและคุณค่าใหม่ผ่านองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจีนรับเอาหลักการพัฒนาสีเขียวมาใช้ทางยุทธศาสตร์เพื่อปรับเปลี่ยนการรับรู้ระหว่างประเทศของการดำเนินนโยบายต่างประเทศจีน การรับมานี้ไม่เพียงช่วยลดข้อกังวลต่างๆ ที่เกี่ยวกับ BRI แต่ยังทำให้จีนก้าวสู่การเป็นผู้นำที่ปฏิบัติตามวาระสีเขียวในเวทีโลกอีกด้วย อย่างไรก็ตามการที่จีนให้คำมั่นสัญญาต่อการพัฒนาสีเขียวในโครงการ BRI ทำให้เกิดการสำรวจตรวจสอบจากตัวแสดงระหว่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่อาจพยายามค้นหาเพื่อทำให้จีนรับผิดชอบต่อการดำเนินการทางสิ่งแวดล้อมของ green BRI ตามที่ได้ให้ไว้กล่าวโดยสรุป สารนิพนธ์เสนอว่าการนำแนวคิดการพัฒนาสีเขียวมาใช้เพื่อปรับการดำเนินโครงการ BRI ไปเป็น green BRI ของจีนเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของคำมั่นสัญญาและพันธกิจต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน พันธกิจดังกล่าวเป็นสิ่งที่จะถูกใช้อ้างอิงต่อไปในความร่วมมือระหว่างประเทศของจีนที่เกี่ยวข้องกับ Green BRI ด้านหนึ่งจีนจะถูกตรวจสอบความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น แต่พร้อมกันนั้นก็เป็นโอกาสสำหรับจีนที่จะแสดงให้เห็นถึงการอุทิศตนต่อความรับผิดชอบในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการปฏิบัติตามบรรทัดฐานและมาตรฐานระหว่างประเทศ


การขยายตัวของกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศกับการบริหารจัดการความมั่นคงทางทะเล : ศึกษาบทบาทของกองทัพเรือกับการจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล, วิศเวศ คุ้มราษี Jan 2023

การขยายตัวของกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศกับการบริหารจัดการความมั่นคงทางทะเล : ศึกษาบทบาทของกองทัพเรือกับการจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล, วิศเวศ คุ้มราษี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ของสารนิพนธ์ฉบับนี้คือการศึกษาสมรรถนะและประสิทธิภาพของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) ในการทำหน้าที่บูรณาการยุทธศาสตร์ แผนงาน และบริหารทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือระหว่างประเทศและการปฏิบัติตามกรอบพันธกรณีของระบอบระหว่างประเทศด้านความมั่นคงทางทะเล โดยใช้แนวคิดของเสรีนิยมใหม่เชิงสถาบันเป็นกรอบการวิเคราะห์ และใช้การวิจัยเอกสารทั้งเอกสารทางการและที่เปิดเผยต่อสาธารณะเป็นวิธีศึกษา สารนิพนธ์ได้ข้อค้นพบว่าความร่วมมือและการประสานการปฏิบัติงานภายในประเทศเพื่อให้เป็นไปตามกรอบของระบอบระหว่างประเทศส่งผลให้เกิดการกระจายความรับผิดชอบในการบริหารจัดการความมั่นคงทางทะเลที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร การจัดตั้ง ศรชล. และการแต่งตั้งผู้บริหารของกองทัพเรือปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งสำคัญของ ศรชล. ส่งผลให้ส่วนราชการของประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการยกระดับกลไกการประสานงาน บูรณาการระหว่างหน่วยงานที่สำคัญกับการจัดการความมั่นคงทางทะเล พร้อมกันนั้นการบูรณาการยังทำให้การบริหารจัดการทรัพยากร การประสานความร่วมมือเป็นไปอย่างมีเอกภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น สารนิพนธ์มีข้อเสนอแนะว่าเพื่อให้ศรชล. สามารถขยายบทบาทในการเป็นหน่วยงานประสานความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล กองทัพเรือควรมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับความร่วมมือทั้งในรูปแบบทวิภาคีและพหุภาคี รวมทั้งพัฒนาแนวทางการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพตามพันธกรณีระหว่างประเทศ


ตำรวจไทยกับประเด็นวาระระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางออนไลน์, ทศพล กระพี้แดง Jan 2023

ตำรวจไทยกับประเด็นวาระระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางออนไลน์, ทศพล กระพี้แดง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์นี้ใช้การวิจัยข้อมูลเอกสารเพื่อวิเคราะห์กลยุทธ์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำมาใช้ในการต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางออนไลน์ จากความตระหนักรู้ทั่วโลกในการขยายตัวของปัญหาดังกล่าว องค์การระหว่างประเทศและหน่วยงานที่ทำงานด้านสังคมในระดับนานาชาติจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการให้คำแนะนำและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในการต่อต้านและปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางออนไลน์ ทำให้ปัญหานี้ถูกยกระดับให้เป็นประเด็นวาระระหว่างประเทศที่ได้รับความสำคัญทั้งในระดับระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค ในบริบทดังกล่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ยกระดับการประสานงานทั้งภายในประเทศไทยและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับประเทศในกลุ่มอาเซียนเพื่อจัดการกับอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก เป็นการเสริมพลังให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีแนวทางเชิงกลยุทธ์และสร้างความร่วมมือในการจัดการกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กออนไลน์ ไม่เพียงแต่ภายในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแบ่งปันข้อมูล ความร่วมมือในด้านกฎหมาย และการสร้างความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ในด้านการบังคับใช้กฎหมาย การศึกษานี้มีความหมายที่สำคัญต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปรับปรุงกลยุทธ์ในการป้องกันเด็กจากการล่วงละเมิดออนไลน์และในการเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อสู้กับอาชญากรรมออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ระบอบชายเป็นใหญ่ในเกาหลีใต้จากยุคต่อต้านคอมมิวนิสต์สู่ยุคเสรีนิยมใหม่, กชกร มานะจิตต์ Jan 2023

ระบอบชายเป็นใหญ่ในเกาหลีใต้จากยุคต่อต้านคอมมิวนิสต์สู่ยุคเสรีนิยมใหม่, กชกร มานะจิตต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาและอธิบายถึงปรากฏการณ์กระแสต่อต้านความเท่าเทียมทางเพศในประเทศเกาหลีใต้ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่เพศชายอายุ 20s ถึง 30s ปี ที่สมาทานตนว่าเป็นกลุ่มแอนไทเฟมินิสต์ ผู้เป็นฐานเสียงสำคัญในการคว้าชัยชนะของประธานาธิบดีฝ่ายอนุรักษนิยมที่ใช้นโยบายแสดงทัศนคติแห่งการเหยียดเพศและความเป็นปรปักษ์ต่อความเท่าเทียมทางเพศอย่าง ยุน ซอก ยอล ได้สำเร็จ โดยมีข้อค้นพบว่าการเกิดกลุ่มแอนไทเฟมินิสต์เป็นผลผลิตมาจากการสร้างชาติสมัยรัฐเผด็จการทหารภายใต้การนำของนายพล ปัก จอง ฮี ภายใต้บริบทแห่งสงครามเย็นและการต่อสู้ทางอุดมการณ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ พร้อมกำหนดให้ภัยคอมมิวนิสต์เป็นภัยคุกคาม ดังนั้นการกำจัดคอมมิวนิสต์จึงกลายเป็นผลประโยชน์แห่งชาติ และเพื่อที่จะไขว่คว้าหมุดหมายดังกล่าวได้ เกาหลีใต้ตามทัศนะของนายพลปัก จอง ฮีจะต้องเป็นรัฐที่ทันสมัยให้ได้เสียก่อนคือรัฐที่มั่งคั่งและมีแสนยานุภาพทางการทหารที่ยิ่งใหญ่ โดยดำเนินนโยบายผ่าน 1) การสร้างรัฐชายเหนือชายแบบผสม 2) การก่อกำเนิดกองทัพที่ส่งเสริมให้ชายเป็นใหญ่ 3) การเป็นพลเมืองตามเพศสภาวะ รวมไปถึงอิทธิพลของเศษซากมรดกจากการตกเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นระบบหัวหน้าตระกูลที่เรียกว่า”โฮจู”ที่มาพร้อมกับ “โฮจ๊อก” ที่ส่งผลต่อกฎหมายครอบครัวของเกาหลีใต้ในเวลาต่อมา แม้เกาหลีใต้จะสามารถปลดแอกตนเองจากการเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิญี่ปุ่นแล้วก็ตาม หลายทางประวัติศาสตร์ดังกล่าวที่ทำให้เกาหลีใต้เป็นประเทศอุตสาหกรรมพัฒนาแล้วที่ใช้แนวคิดปิตาธิปไตยให้กลายเป็นสถาบันและเป็นสังคมที่มี ”ลำดับชั้นทางเพศสภาวะ”ที่สูง เป็นรัฐที่มุ่งเน้นแต่ความเป็นชาย รวมถึงการสร้างบรรทัดฐานในสังคมว่าความแตกต่างทางเพศเพียงสองเพศเพียงเท่านั้นจะปกติอีกด้วย แนวคิดหรือความเชื่อเหล่านี้ไม่ได้ถูกชำระล้างด้วยแนวคิดประชาธิปไตย แต่ถูกกระตุ้นด้วยวิกฤติการณ์เศรษฐกิจทั้ง 3 ช่วงเวลาคือ วิกฤติเศรษฐกิจปี 1997, 2008 และวิกฤติการณ์โควิด 19 ล้วน เป็นช่วงเวลากระชากโฉมหน้าแห่งสังคมชายเป็นใหญ่ที่ฝังรากลึกในสังคมเกาหลีถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง และยังเป็นช่วงเวลาที่เปลือกแห่งสังคมปิตาธิปไตยถูกกัดเทาะ ตั้งคำถามต่อสังคมไร้ความเท่าเทียมทางเพศผ่านกลุ่ม “เฟมินิสต์” การมีตัวตนของกลุ่มเฟมินิสต์นี่เอง ที่สร้างความหวาดกลัวหรือภัยคุกคามต่อสังคมชายเป็นใหญ่ และกลัวว่ากลุ่มเรียกร้องสิทธิสตรีจะพรากสิทธิที่ตนพึงจะได้รับ เพื่อรับมือภัยคุกความหรือความหวาดกลัวดังกล่าวจึงเกิดการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม แอนไทเฟมินิสต์ หรือ แอนไทเฟม นั่นเอง


ผลกระทบของการรัฐประหาร พ.ศ. 2557 ต่อพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา, ณัฐพงศ์ ปรีสิทธิ์ Jan 2023

ผลกระทบของการรัฐประหาร พ.ศ. 2557 ต่อพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา, ณัฐพงศ์ ปรีสิทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ในยุคปลายของประธานาธิบดี Barack H. Obama ผลักดันให้ฝ่ายการเมืองสหรัฐฯ ตอบโต้รัฐบาลทหาร เพื่อกดดันเร่งให้มีการเลือกตั้งและคืนอำนาจการปกครองแก่ประชาชนชาวไทย ด้วยการรัฐประหารขัดต่อค่านิยมที่สหรัฐฯ ส่งออกอย่างเสรีนิยมประชาธิปไตย และขัดต่อกฎหมายสหรัฐฯ โดยตรง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาตลอดช่วงห้าปีแรกภายหลังการรัฐประหาร กระทั่งถึงการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2562 แม้จะมีการกระทบกระทั่งทางการเมืองและการทูตอยู่บ้าง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกามิได้รับผลกระทบจากการรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม 2557 ด้วยว่ารัฐไทยยังคงมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงและการทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ผ่านกลไกความร่วมมือและองค์กรของสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกฉียงใต้ อันหมายถึงการคงอยู่ของผลประโยชน์แห่งชาติของทั้งสองประเทศที่ยังคงสอดคล้องกัน โดยกรอบความร่วมมือทางการทหารและความมั่นคงที่สำคัญที่สุดอย่างการซ้อมรบร่วมระดับภูมิภาค Cobra Gold และโครงการซื้อขายยุทโธปกรณ์ Foreign Military Sales (FMS) เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด อันเหนี่ยวรั้งให้ความร่วมมือทางทหารของไทยและสหรัฐฯ ยังคงอยู่ได้ เหนือพลวัตความเปลี่ยนแปลงหรือความแตกต่างจากปัจจัยด้านอื่นๆ รวมทั้งเศรษฐกิจ และค่านิยมที่ยึดถือ


ภาพยนตร์และละครเกาหลีใต้ร่วมสมัยกับบทบาทสตรีและความเหลื่อมล้ำทางเพศในเกาหลีใต้, ยศยา แก้วเพชร Jan 2023

ภาพยนตร์และละครเกาหลีใต้ร่วมสมัยกับบทบาทสตรีและความเหลื่อมล้ำทางเพศในเกาหลีใต้, ยศยา แก้วเพชร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัฒนธรรมประชานิยมของเกาหลีใต้โดยเฉพาะภาพยนตร์และละครได้นำเสนอประเด็นทางเพศและปัญหาทางสังคมอื่น ๆ มากขึ้น นอกจากนี้ สื่อบันเทิงเกาหลีใต้กลายเป็นพื้นที่ปะทะกันระหว่างเรื่องราวที่มีผู้ชายเป็นใหญ่และเรื่องราวที่เน้นผู้หญิงเป็นหลัก ดังนั้น สารนิพนธ์ฉบับนี้มุ่งวิเคราะห์บทบาทของสตรีและความเหลื่อมล้ำทางเพศในเกาหลีใต้ที่ปรากฏในภาพยนตร์และละครเกาหลีใต้ร่วมสมัย การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้กรอบแนวคิดสตรีนิยมเพื่อศึกษาและวิเคราะห์การนำเสนอบทบาทผู้หญิงผ่านตัวละครหญิงและประเด็นทางเพศผ่านภาพยนตร์และละครซีรีส์เกาหลีใต้ที่ได้คัดเลือกเป็นกรณีศึกษา ได้แก่ ละครเรื่อง Misaeng (2014) ภาพยนตร์เรื่อง Kim Ji-young, Born 1982 (2019) ภาพยนตร์เรื่อง Cart (2014) และละครเรื่อง Squid Game (2021) ข้อเสนอของการศึกษานี้คือภาพยนตร์และละครร่วมสมัยของเกาหลีใต้วิพากษ์และสะท้อนสังคมชายเป็นใหญ่ประกอบกับนำเสนอวาทกรรมปิตาธิปไตยและความเหลื่อมล้ำทางเพศในแง่มุมต่าง ๆ ได้แก่ การกีดกันทางเพศหรือเพศนิยม อคติทางเพศ และการเลือกปฏิบัติทางเพศ อีกทั้งการศึกษาพบว่า ละครเรื่อง Misaeng และภาพยนตร์เรื่อง Kim Ji-young, Born 1982 นำเสนอผลกระทบของแนวคิดปิตาธิปไตยแบบขงจื่อและความเหลื่อมล้ำทางเพศที่มีต่อผู้หญิงทั้งในสถานที่ทำงานและในครอบครัว ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง Cart และละครเรื่อง Squid Game นำเสนอกลุ่มผู้หญิงโดยเฉพาะผู้หญิงที่มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจและสังคมต้องเผชิญกับความเหลื่อมล้ำทางเพศและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นผลกระทบจากระบบเศรษฐกิจทุนนิยมปิตาธิปไตยของเกาหลีใต้ โดยรวมแล้ว ภาพยนตร์และละครที่นำมาศึกษาชี้ให้เห็นว่า แม้เกาหลีใต้มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว แต่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำทางเพศยังคงดำรงอยู่ในสังคมเกาหลีใต้ร่วมสมัย


สร้างความเข้มแข็งด้วยข้อมูล : บทบาทของสหรัฐอเมริกาในการสนับสนุนคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบอบอภิบาลแม่น้ำโขง, ศุภณัฐ ชาวนา Jan 2023

สร้างความเข้มแข็งด้วยข้อมูล : บทบาทของสหรัฐอเมริกาในการสนับสนุนคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบอบอภิบาลแม่น้ำโขง, ศุภณัฐ ชาวนา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ศึกษาสหรัฐอเมริกากับความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของระบบกำกับดูแลแม่น้ำโขงของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) โดยใช้การวิจัยข้อมูลเชิงเอกสารทั้งที่เป็นเอกสารราชการและเอกสารเผยแพร่สาธารณะ สารนิพนธ์ได้ข้อค้นพบว่า MRC ประสบกับข้อจำกัดที่เกิดจากโครงสร้างอำนาจหน้าที่ขององค์กรซึ่งส่งผลต่อกระบวนการกำกับดูแล การวางแนวปฏิบัติสำหรับจัดการการใช้ประโยชน์จากลุ่มน้ำของประเทศสมาชิก และผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงกว้างอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การก่อสร้างเขื่อนของจีนในแม่น้ำโขงตอนบนโดยไม่มีการเปิดเผยและแบ่งปันข้อมูลการบริหารจัดการน้ำที่สำคัญ ส่งผลเสียต่อประเทศปลายน้ำและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ สหรัฐฯ ดำเนินบทบาทเชิงรุกผ่านกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง โดยสหรัฐฯ มุ่งเน้นไปที่องค์ประกอบหลัก 3 ประการ ได้แก่ 1) การจัดโครงการสนับสนุนการทำงานของ MRC โดยตรง 2) การจัดทุนสนับสนุนศูนย์วิจัยในการศึกษา วิจัย และติดตามผลกระทบของเขื่อนรวมทั้งการเผยแพร่แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับแม่น้ำโขงแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรวมถึงกลุ่มเปราะบางอย่างเปิดเผยและโปร่งใส และ 3) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภาคีและภาคส่วนต่าง ๆ โดยยึดหลักความเท่าเทียมและความยั่งยืน แรงผลักดันจากความพยายามเหล่านี้ นำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการข้อมูลของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การติดตามการใช้ประโยชน์จากลุ่มน้ำและเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแม่น้ำโขงจากการสนับสนุนของสหรัฐฯ มีผลทำให้จีนตกลงแบ่งปันข้อมูลการจัดการน้ำและข้อมูลอุทกวิทยาที่สำคัญกับประเทศสมาชิกแถบลุ่มน้ำ ซึ่งความร่วมมือนี้มีความสำคัญต่อการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและการจัดการแม่น้ำโขงอย่างมีประสิทธิภาพ


นโยบาย “Cool Japan” 2011-2020 รูปแบบใหม่ของเศรษฐกิจทุนนิยมยุคหลังอุตสาหกรรม, ยุพนธีร์ เขียวขำ Jan 2023

นโยบาย “Cool Japan” 2011-2020 รูปแบบใหม่ของเศรษฐกิจทุนนิยมยุคหลังอุตสาหกรรม, ยุพนธีร์ เขียวขำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาการแปลงทุนวัฒนธรรมให้กลายเป็นสินค้าภายใต้นโยบาย "Cool Japan" ของประเทศญี่ปุ่นในช่วงปี 2011-2020 โดยใช้กรอบแนวคิดเศรษฐกิจทุนนิยมแบบใหม่ 3 รูปแบบ ได้แก่ ทุนนิยมอวัตถุ ทุนนิยมแพลตฟอร์ม และเศรษฐกิจสีเขียวภายใต้ระบบทุนนิยม เพื่อวิเคราะห์อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 3 ประเภท คือ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเนื้อหา (อนิเมะ) และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผลการศึกษาพบว่า นโยบาย Cool Japan ได้นำไปสู่การแปลงทุนวัฒนธรรมของญี่ปุ่นให้กลายเป็นสินค้าและบริการเชิงสัญลักษณ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ผ่านการสร้างเรื่องราว ภาพลักษณ์ และประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่น จนทำให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะเดียวกัน ก็พบความท้าทายและผลกระทบเชิงลบที่ต้องพิจารณาด้วย เช่น ความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้ สภาพการทำงานของแรงงาน การครอบงำของกลุ่มทุนและแพลตฟอร์ม ความไม่ยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตท้องถิ่น การแปลงวัฒนธรรมเป็นสินค้าภายใต้นโยบาย Cool Japan จึงสะท้อนให้เห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงของการพัฒนาเศรษฐกิจทุนนิยมหลังอุตสาหกรรม ดังนั้น เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและเป็นธรรม จำเป็นต้องมีการปรับสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ ความเท่าเทียมทางสังคม และการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืนต่อไป


บทบาททางเศรษฐกิจของจีนต่อ สปป.ลาว: กรณีศึกษาโครงการรถไฟจีน-ลาว, ณัฐพล ชาวคอนไชย Jan 2023

บทบาททางเศรษฐกิจของจีนต่อ สปป.ลาว: กรณีศึกษาโครงการรถไฟจีน-ลาว, ณัฐพล ชาวคอนไชย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาททางเศรษฐกิจของจีนต่อ สปป.ลาว ผ่านกรณีศึกษาโครงการรถไฟจีน-ลาว ซึ่งเป็นความร่วมมือทวิภาคีระหว่างสองชาติ และสอดคล้องกับข้อริเริ่มแถบและเส้นทางของจีน และยุทธศาสตร์การเปลี่ยนประเทศไม่มีทางออกสู่ทะเลเป็นประเทศเชื่อมโยงภูมิภาคของ สปป.ลาวว่าโครงการดังกล่าวจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สปป.ลาว อย่างไร โดยประยุกต์ใช้กรอบวิเคราะห์นีโอมาร์กซิตส์และแนวคิดการพึ่งพามาอธิบายว่า บทบาททางเศรษฐกิจของจีนต่อ สปป.ลาว อยู่ในลักษณะที่ไม่เท่าเทียมอยู่แล้วโดยจีนเป็นรัฐแกนกลาง ขณะที่ สปป.ลาว เป็นรัฐบริวาร อีกทั้ง การพัฒนาโครงการรถไฟจีน-ลาว สร้างผลประโยชน์ให้กับจีนมากกว่า สปป.ลาว และเป็นเครื่องมือสำหรับขูดรีดอีกทางหนึ่งผ่านการเข้าถึงแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ และการขยายตลาดส่งออกมาสู่อาเซียนด้วยต้นทุนการขนส่งที่ลดลง นอกจากนี้ การพัฒนาโครงการรถไฟจีน-ลาว ยังส่งผลให้ สปป.ลาว เผชิญความเสี่ยงด้านหนี้สินจำนวนมาก และในท้ายที่สุด สปป.ลาว จะยิ่งจำเป็นต้องพึ่งพาจีนในทางเศรษฐกิจ และอาจต้องดำเนินนโยบายที่เอียงเองต่อจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของไทยหลังเหตุการณ์ 9/11, กนก ดีทองคำ Jan 2023

มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของไทยหลังเหตุการณ์ 9/11, กนก ดีทองคำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษา เรื่องมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของไทยหลังเหตุการณ์ 9/11 โดยมุ่งศึกษาอิทธิพลของเหตุการณ์ 9/11 ที่ส่งผลกระทบต่อมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของไทย โดยใช้กรอบการวิเคราะห์ คือ 1.แนวคิดทุนนิยมหายนะ (Disaster Capitalism) 2. แนวคิดการทำให้เป็นอเมริกัน (Americanization) เป็นกรอบแนวคิดหลัก โดยผู้วิจัยพบว่าหลังเหตุการณ์ 9/11 ทำให้เกิดบรรทัดฐานด้านการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแบบสากลที่เข้มงวดขึ้นโดยองค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) เป็นผู้กำกับดูแล อีกทั้งทำให้เกิดหน่วยงานที่มีบทบาทที่สำคัญอย่าง Transportation Security Administration (TSA) ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีอิทธิพลต่อมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของไทยผ่านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศส่งต่อมายังสำนักงานการบินเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จาการวิจัยยังพบว่าความเชื่อมโยงของ ICAO และ TSA ที่มีต่อมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนของไทยทำ้ให้เกิด กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ที่ซับซ้อนยากต่อการปฏิบัติตาม และส่งผลให้เกิดการลงทุนอย่างมหาศาลด้านการักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนและเป็นช่องว่างให้เกิดการหากินกับหายนะ พร้อมทั้งมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยในการบินพลเรือนทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายของการปรับใช้มาตรการตามแบบแผนของสหรัฐอเมริกา, โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยซึ่งมีเที่ยวบินตรงสู่สหรัฐฯ ทำให้ประเทศไทยต้องพิจารณาการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านความปลอดภัยของตน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและหลีกเลี่ยงการถูกจำกัดหรือยกเลิกเที่ยวบินจากประเทศไทยสู่สหรัฐฯ


เปลี่ยนการทำธุรกรรมซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลแบบบุคคลต่อบุคคลให้เป็นประเด็นความมั่นคง, ณัฐพล เทียนแก้ว Jan 2023

เปลี่ยนการทำธุรกรรมซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลแบบบุคคลต่อบุคคลให้เป็นประเด็นความมั่นคง, ณัฐพล เทียนแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สารนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการทำธุรกรรมซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลแบบบุคคลต่อบุคคล (P2P) ซึ่งเป็นช่องทางที่อาชญากรใช้ในการฟอกเงิน การศึกษาครั้งนี้พบว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนและสกุลเงินดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบการเงินโลก แต่ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดความท้าทายด้านความมั่นคง เนื่องจากลักษณะการทำงานที่กระจายอำนาจและความยากลำบากในการติดตามตรวจสอบธุรกรรม การทำธุรกรรมแบบ P2P ยิ่งทำให้ปัญหาดังกล่าวซับซ้อนมากขึ้น เพราะขาดการควบคุมจากสถาบันการเงิน ทำให้กลายเป็นช่องโหว่ที่อาชญากรสามารถใช้ประโยชน์ในการฟอกเงินได้ง่าย การศึกษาครั้งนี้จึงเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยเน้นที่การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในการกำกับดูแลและตรวจสอบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล รวมถึงการพัฒนากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัยและครอบคลุม เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในโลกไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและสหรัฐอเมริกา ระหว่าง ค.ศ. 2018 – 2019 :นัยต่อความมั่นคงในเอเชียตะวันออก, พิชญา จุลวุฒิ Jan 2023

การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและสหรัฐอเมริกา ระหว่าง ค.ศ. 2018 – 2019 :นัยต่อความมั่นคงในเอเชียตะวันออก, พิชญา จุลวุฒิ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงการพัฒนาและทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ในช่วงปี ค.ศ.2017 ทำให้เกิดการยั่วยุและข่มขู่ทั้งโดยท่าทีและวาจาระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และคิม จอง อึน มาตลอดระยะเวลา 1 ปี ซึ่งการกระทำดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ปลอดภัยของสหรัฐฯ และมีสถานการณ์รุนแรงขึ้นซึ่งอาจนำไปสู่สงครามได้ในอนาคต ทำให้สหประชาชาติ (UN) มีมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม และต่อมาได้มีการประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลีเหนือ - สหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ.2018 - 2019 ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยจึงต้องการศึกษาถึงปัจจัยและแรงผลักดันที่ทำให้เกิดการประชุมดังกล่าว ตลอดจนผลกระทบที่ส่งผลต่อความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยผู้วิจัยใช้ทฤษฎี Neoclassical Realism มาเป็นกรอบในการวิเคราะห์ โดยทฤษฎีได้กล่าวถึงความสำคัญของปัจจัยภายในรัฐ ผลประโยชน์ของผู้นำไปจนถึงตัวแสดงในการเมืองภายในของรัฐ อย่างไรก็ตาม เมื่อนำทฤษฎี Neoclassical Realism มาใช้ประกอบการวิเคราะห์แล้ว ผู้วิจัยพบว่าการประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลีเหนือ - สหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ.2018 - 2019 เกิดจากตัวผู้นำอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการสร้างผลงานและความแปลกใหม่ในฐานะประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐฯ ที่เข้าเจรจากับผู้นำเกาหลีเหนือ เพื่อเรียกคะแนนเสียงจากประชาชนรวมถึงความสนใจจากสื่อทั้งภายในรัฐตลอดจนเวทีโลก ทั้งนี้ การประชุมที่เกิดขึ้นยังมีนัยต่อความมั่นคงของภูมิภาคเอเชียตะวันออก รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเวทีโลกอีกด้วย