Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
Social and Behavioral Sciences Commons™
Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Psychology (3984)
- Library and Information Science (3941)
- Arts and Humanities (3424)
- Sociology (3236)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (3012)
-
- Education (2698)
- Communication (2442)
- Medicine and Health Sciences (2108)
- Economics (2028)
- Business (1807)
- Political Science (1505)
- Physical Sciences and Mathematics (1418)
- Life Sciences (1385)
- International and Area Studies (1147)
- Law (973)
- History (902)
- Anthropology (899)
- Urban Studies and Planning (862)
- Social Work (800)
- Environmental Sciences (792)
- Public Health (789)
- Geography (787)
- Higher Education (757)
- Public Policy (709)
- Religion (681)
- Social Justice (663)
- Journalism Studies (649)
- Clinical Psychology (626)
- Engineering (610)
- Institution
-
- San Jose State University (1965)
- City University of New York (CUNY) (606)
- Walden University (602)
- Singapore Management University (569)
- University of Nebraska - Lincoln (519)
-
- Loyola Marymount University and Loyola Law School (492)
- Chulalongkorn University (484)
- Portland State University (476)
- Universitas Indonesia (400)
- Purdue University (333)
- University of Arkansas, Fayetteville (307)
- Association of Arab Universities (297)
- University of Memphis (297)
- University of Kentucky (293)
- Nova Southeastern University (286)
- College of the Holy Cross (284)
- Kennesaw State University (282)
- Old Dominion University (282)
- Liberty University (279)
- Brigham Young University (275)
- University of Nevada, Las Vegas (256)
- University of Central Florida (254)
- University of South Florida (254)
- University of Rhode Island (250)
- Yale University (245)
- University of South Carolina (237)
- Utah State University (231)
- Chapman University (229)
- Syracuse University (223)
- Western Kentucky University (189)
- Keyword
-
- COVID-19 (696)
- Syllabus, syllabi, journalism, communication, media, strategic media (296)
- Mental health (249)
- Church work with the deaf -- Catholic Church (245)
- Deaf -- Periodicals (245)
-
- Deaf culture (245)
- Hearing impaired (245)
- Pastoral care of people with disabilities (245)
- Pandemic (238)
- Education (218)
- Gender (213)
- Social media (199)
- Communication (186)
- Race (170)
- Covid-19 (161)
- Leadership (156)
- Psychology (154)
- Library science (153)
- Depression (145)
- Culture (128)
- Resilience (127)
- Anxiety (123)
- Trauma (123)
- United States (120)
- Women (119)
- Diversity (114)
- Stress (110)
- China (107)
- Higher education (107)
- Racism (102)
- Publication
-
- Library Philosophy and Practice (e-journal) (1741)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (568)
- Theses and Dissertations (465)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (333)
- Journalism and Strategic Media Syllabi Archive (296)
-
- Electronic Theses and Dissertations (264)
- Dissertations (222)
- Faculty Publications (212)
- Honors Theses (212)
- Publications and Research (208)
- Against the Grain (201)
- Dissertations, Theses, and Capstone Projects (194)
- The Qualitative Report (181)
- USF Tampa Graduate Theses and Dissertations (155)
- Graduate Theses and Dissertations (143)
- Doctoral Dissertations and Projects (140)
- Research Collection School of Social Sciences (136)
- Dirassat (131)
- Jerash for Research and Studies Journal مجلة جرش للبحوث والدراسات (131)
- Bulletin of Chinese Academy of Sciences (Chinese Version) (128)
- Expressive Therapies Capstone Theses (125)
- Research outputs 2014 to 2021 (113)
- Journal of Financial Crises (111)
- Electronic Theses, Projects, and Dissertations (108)
- Library Impact Statements (107)
- Honors Undergraduate Theses (97)
- Legacy Theses & Dissertations (2009 - 2024) (95)
- Archived Theses and Dissertations (93)
- Dissertations and Theses (91)
- Halal Insight (88)
- Publication Type
Articles 19831 - 19860 of 24096
Full-Text Articles in Social and Behavioral Sciences
การเปิดรับการสื่อสารการตลาด ทัศนคติต่อแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ และการตัดสินใจซื้อเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาของผู้บริโภค, ปณิธิ เสกสรรค์วิริยะ
การเปิดรับการสื่อสารการตลาด ทัศนคติต่อแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ และการตัดสินใจซื้อเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาของผู้บริโภค, ปณิธิ เสกสรรค์วิริยะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับการสื่อสารการตลาด ทัศนคติต่อแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ และการตัดสินใจซื้อเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาผ่านแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ของผู้บริโภค การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษาแบบวิจัยเชิงสำรวจ เก็บรวมรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการวิจัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริโภคที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป และเคยใช้งานแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ในช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา จำนวน 400 คน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างเปิดรับการสื่อสารการตลาดเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาผ่านแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ โดยรวมทุกด้าน อยู่ในระดับปานกลาง มีทัศนคติต่อแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ โดยรวมอยู่ในระดับเชิงบวก และมีการตัดสินใจซื้อเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาผ่านแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ โดยรวมอยู่ในระดับสูง ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า การเปิดรับการสื่อสารการตลาดเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาผ่านแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์โดยรวม มีความสัมพันธ์กับทัศนคติต่อแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีความสัมพันธ์กันในทางบวก และอยู่ในระดับต่ำ ทัศนคติต่อแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจซื้อเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาผ่านแอปพลิเคชันชอปปิงออนไลน์โดยรวม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีความสัมพันธ์กันในทางบวก และอยู่ในระดับต่ำ
แนวทางการยกระดับภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญไทยสู่การเป็นสินค้าของประเทศ, รัตน์ฤดี ปิ่นแก้ว
แนวทางการยกระดับภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญไทยสู่การเป็นสินค้าของประเทศ, รัตน์ฤดี ปิ่นแก้ว
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจสถานการณ์และปัจจัยแวดล้อมของภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญไทย เพื่อนำเสนอแนวทางในการสนับสนุนภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญในฐานะสินค้าของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ผ่านการค้นคว้าและวิเคราะห์เอกสาร ประกอบกับการสัมภาษณ์เชิงลึกจากตัวแทนผู้สร้างภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญไทยที่ประสบความสำเร็จในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นสมุทรเพื่อเป็นกรณีศึกษา คือ ภาพยนตร์เรื่อง ‘ร่างทรง’ ภาพยนตร์เรื่อง ‘ปริศนารูหลอน’ และซีรีส์เรื่อง ‘เด็กใหม่ 2’ รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิที่สามารถสะท้อนภาพรวมตามวัตถุประสงค์ในการศึกษา ผลการวิจัยพบว่าภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญไทยได้สร้างปรากฏการณ์ความนิยมในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นสมุทร โดยมีปัจจัยสนับสนุน คือ การมีรากฐานความเชื่อต่อสิ่งลี้ลับที่ใกล้เคียงกับคนไทย อีกทั้งอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีผลต่ออำนาจในการซื้อสินค้าและบริการ รวมถึงความเข้มงวดของกฎหมายเซ็นเซอร์ในชาติมุสลิมที่ทำให้ภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญไทยได้เปรียบในการส่งออกสู่ประเทศนั้น และที่สำคัญคือการขยายตัวของสื่อออนไลน์สตรีมมิงที่ผู้ใช้งานสามารถเปิดรับเนื้อหาได้หลากหลายจากทั่วโลก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญไทยเดินทางข้ามเส้นแบ่งพรมแดนได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตามภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญยังคงขาดนโยบายในการส่งเสริมด้านการส่งออกจากภาครัฐ และการมองถึงการแข่งขันในตลาดต่างประเทศของภาคเอกชน ทั้งนี้การยกระดับภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญไทยจะต้องตระหนักถึงปัจจัยสำคัญใน 3 ด้าน คือ ด้านการผลิตและออกฉาย ด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ และด้านบุคลากร หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม ย่อมส่งผลให้ภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญสามารถแข่งขันในตลาดโลกตามกรอบแนวคิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
อิทธิพลของการออกแบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟสสำหรับโมไบล์แอปพลิเคชันต่อความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้บริโภค, สุธาทิพย์ มีสุวรรณ
อิทธิพลของการออกแบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟสสำหรับโมไบล์แอปพลิเคชันต่อความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้บริโภค, สุธาทิพย์ มีสุวรรณ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเชิงสำรวจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การออกแบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟสสำหรับโมไบล์แอปพลิเคชัน ความรู้สึกของผู้บริโภค (ได้แก่ อารมณ์ ทัศนคติต่อการใช้งานโมไบล์แอปพลิเคชัน ทัศนคติต่อตราสินค้า และความไว้วางใจได้) และประสบการณ์ของผู้บริโภค (ได้แก่ ความพึงพอใจ ความถี่ในการซื้อ และความภักดีต่อการใช้งานโมไบล์แอปพลิเคชัน) และ 2) อิทธิพลของการออกแบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟสสำหรับโมไบล์แอปพลิเคชัน ต่อความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถาม เก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ จาก 1) กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 20 – 39 ปี ที่มีการดาวน์โหลดและเคยซื้อสินค้าผ่านโมไบล์แอปพลิเคชันของตราสินค้า UNIQLO อย่างน้อย 1 ครั้ง ในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 325 คน และ 2) กลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 20 – 39 ปี ที่มีการดาวน์โหลดและเคยซื้อสินค้าผ่านโมไบล์แอปพลิเคชันของตราสินค้า H&M อย่างน้อย 1 ครั้ง ในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 242 คน รวมทั้งหมด 567 คน ผลการวิจัยพบว่า การออกแบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟส ความรู้สึกของผู้บริโภค และประสบการณ์ของผู้บริโภคตราสินค้า UNIQLO และตราสินค้า H&M แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยสำหรับตราสินค้า UNIQLO การออกแบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟสสำหรับโมไบล์แอปพลิเคชัน ในมิติของสุนทรียศาสตร์ในการออกแบบ และการรับรู้ถึงความมีประโยชน์ มีอิทธิพลต่อความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้บริโภคมากที่สุด ขณะที่การออกแบบยูสเซอร์อินเทอร์เฟสสำหรับโมไบล์แอปพลิเคชัน ในมิติของการรับรู้ถึงความเพลิดเพลิน มีอิทธิพลต่อความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าผ่านโมไบล์แอปพลิเคชันของตราสินค้า H&M มากที่สุด
คุณลักษณะของศิลปินเกาหลีและเนื้อหาจากรายการเรียลลิตี้ค้นหาศิลปินของประเทศเกาหลีใต้, สุธาวี ไพบูลย์
คุณลักษณะของศิลปินเกาหลีและเนื้อหาจากรายการเรียลลิตี้ค้นหาศิลปินของประเทศเกาหลีใต้, สุธาวี ไพบูลย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เนื้อหาของรายการเรียลลิตี้ค้นหาศิลปินของประเทศเกาหลีใต้ และวิเคราะห์คุณลักษณะของศิลปินเกาหลีใต้ ผู้วิจัยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา โดยสร้างตารางวิเคราะห์เนื้อหาของรายการโปรดิวซ์ 101 ฤดูกาลที่ 1 โปรดิวซ์ 101 ฤดูกาลที่ 2 และ โปรดิวซ์ 48 และตารางวิเคราะห์คุณลักษณะของผู้ชนะที่ได้รับคัดเลือกเป็นศิลปินจากรายการดังกล่าว ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์แล้วนำเสนอในแบบพรรณณาวิเคราะห์ผลการศึกษาพบว่า 1) ขั้นตอนการสร้างศิลปินของประเทศเกาหลีใต้ที่พบจากรายการทั้ง 3 ฤดูกาล มีทั้งหมด 5 ขั้นตอน คือ การทดสอบระดับทักษะ การแข่งขันแบบกลุ่ม การแข่งขันตามตำแหน่ง การประเมินแนวคิด และการประเมินเพลงเดบิวต์ 2) การเล่าเรื่องของทั้ง 3 ฤดูกาลแบ่งเนื้อหารายการออกเป็น 7 ช่วง ได้แก่ การเปิดตัวหรือเปิดเรื่อง การสร้างเรื่องราว การแสดงเพลงและทำภารกิจ การเรียนและการซ้อม การประกาศภารกิจหรือประกาศผลคะแนน กิจกรรมพิเศษ และเบื้องหลังอื่น ๆ เนื้อหาแต่ละช่วงมีรสเกิดขึ้นหลากหลายซึ่งรสที่เกิดขึ้นในรายการมีทั้งหมด 7 รส ได้แก่ รักหรือพึงพอใจ สนุกหรือตลกขบขัน สงสารหรือเห็นใจ ชื่นชมความพยายามหรือความตั้งใจ แปลกใจหรือประหลาดใจ หงุดหงิดหรือโกรธ และกลัวหรือตื่นเต้นตกใจ รสที่พบเพิ่มและไม่อยู่ในทฤษฎีรสและภาวะ คือ ความรู้สึกเครียดหรือกดดัน 3) คุณลักษณะของกลุ่มศิลปินเกาหลี ได้แก่ รูปร่างหน้าตาและภาพลักษณ์ดูดี เต้นและร้องหรือแรปได้ในเวลาเดียวกัน ท่าเต้นมีความสวยงามเป็นระเบียบ แสดงสีหน้าท่าทางเพื่อสื่ออารมณ์เพลงอย่างชัดเจน และผ่านขั้นตอนการฝึกมาอย่างเป็นระบบ คุณลักษณะของศิลปินเกาหลีรายบุคคลแบ่งเป็นคุณลักษณะภายใน ได้แก่ มีความมุ่งมั่นและแรงจูงใจ มีความอดทนไม่ย่อท้อ มีระเบียบวินัยและความรับผิดชอบ มีภาพลักษณ์หรือทัศนคติเชิงบวก และคุณลักษณะภายนอก ได้แก่ รูปลักษณ์ภายนอกดูดี มีทักษะความสามารถที่จำเป็นในการเป็นศิลปิน มีความสามารถในการแสดงสีหน้าท่าทาง และมีทักษะพิเศษที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานในวงการบันเทิง
อิทธิพลของประสบการณ์การถูกกีดกันต่อภาวะซึมเศร้าในคนกลุ่มน้อยทางเพศวิถีโดยมีการรับเอามุมมองทางลบต่อการรักเพศเดียวกันมาเป็นส่วนหนึ่งของตนเป็นตัวแปรส่งผ่านและความรู้สึกเชื่อมโยงกับชุมชนเป็นตัวแปรกำกับ, ณัชชา ศรีพิบูลพานิช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์การถูกกีดกัน ภาวะซึมเศร้า การรับเอามุมมองทางลบต่อการรักเพศเดียวกันมาเป็นส่วนหนึ่งของตน และความรู้สึกเชื่อมโยงกับชุมชนในคนกลุ่มน้อยทางเพศวิถี เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามทางช่องทางออนไลน์ในกลุ่มตัวอย่างคนกลุ่มน้อยทางเพศวิถี จำนวน 263 คน มีอายุเฉลี่ย 27.06 ปี (SD = 6.21) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ 1) ข้อคำถามคัดกรอง 2) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป 3) แบบวัดภาวะซึมเศร้า 4) แบบวัดประสบการณ์การถูกกีดกัน 5) แบบวัดการรับเอามุมมองทางลบต่อการรักเพศเดียวกันมาเป็นส่วนหนึ่งของตน และ 6) แบบวัดความรู้สึกเชื่อมโยงกับชุมชน วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และสมการถดถอยเชิงพหุ ตามแนวคิด Conditional PROCESS Model เพื่อทดสอบอิทธิพลส่งผ่านที่มีอิทธิพลกำกับ ผลการวิจัยพบว่าประสบการณ์การถูกกีดกันมีอิทธิพลทางตรงต่อภาวะซึมเศร้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (b = .359, p < .05) แต่ไม่พบอิทธิพลทางอ้อมของประสบการณ์การถูกกีดกันต่อภาวะซึมเศร้าผ่านการรับเอามุมมองทางลบต่อการรักเพศเดียวกันมาเป็นส่วนหนึ่งของตน (b = .012, p = .101) และไม่พบอิทธิพลกำกับของความรู้สึกเชื่อมโยงกับชุมชนในความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์การถูกกีดกันกับภาวะซึมเศร้า (b = -.087, p = .114) และความสัมพันธ์ระหว่างการรับเอามุมมองทางลบต่อการรักเพศเดียวกันมาเป็นส่วนหนึ่งของตนกับภาวะซึมเศร้า (b = .098, p = .329)
ความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกปฏิบัติต่างเพศในที่ทำงานกับความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานที่มีอัตลักษณ์หลากหลายทางเพศ โดยมีกลยุทธ์การจัดการอัตลักษณ์ทางเพศในที่ทำงานเป็นตัวแปรส่งผ่าน, ณัชนิกข์ เชี่ยวชาญ
ความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกปฏิบัติต่างเพศในที่ทำงานกับความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานที่มีอัตลักษณ์หลากหลายทางเพศ โดยมีกลยุทธ์การจัดการอัตลักษณ์ทางเพศในที่ทำงานเป็นตัวแปรส่งผ่าน, ณัชนิกข์ เชี่ยวชาญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลส่งผ่านของกลยุทธ์การจัดการอัตลักษณ์ทางเพศในที่ทำงานต่อความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกปฏิบัติต่างเพศในที่ทำงานกับความพึงพอใจในการทำงาน โดยการเก็บข้อมูลจากพนักงาน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มชายรักชาย (gay), พนักงานกลุ่มหญิงรักหญิง (lesbian) และพนักงานกลุ่มรักสองเพศ (bisexual) จำนวน 200 คน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามสมมติฐาน พบว่า การเลือกปฏิบัติต่างเพศในที่ทำงานมีความสัมพันธ์ทางลบต่อความพึงพอใจในการทำงาน (b = -.31, p < .01) และพบว่ากลยุทธ์การปกปิดและกลยุทธ์การเปิดเผยอย่างไม่ได้ตั้งใจมีอิทธิพลส่งผ่านระหว่างการเลือกปฏิบัติต่างเพศ ในที่ทำงานและความพึงพอใจในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติแบบบางส่วน (partial meditation) (bCO = -.08, p < .01) (bIO = -.05, p < .01) หมายความว่า ทั้งกลยุทธ์การปกปิดและกลยุทธ์การเปิดเผยอย่างไม่ได้ตั้งใจไม่สามารถ ทำให้อิทธิพลระหว่างการเลือกปฏิบัติต่างเพศในที่ทำงานและความพึงพอใจในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนกลยุทธ์การข้ามผ่านและกลยุทธ์การเปิดเผยอย่างไม่ได้ตั้งใจไม่มีอิทธิพลส่งผ่านระหว่างการเลือกปฏิบัติต่างเพศในที่ทำงานและความพึงพอใจในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (bPA = -.02, p = .75) (bEO = -.03, p = .70) จากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการเลือกปฏิบัติต่างเพศในที่ทำงานมีอิทธิต่อความพึงพอใจในการทำงานเป็นอย่างมากและกลยุทธ์การจัดการอัตลักษณ์ทางเพศในที่ทำงานไม่สามารถมีอิทธิพลส่งผ่านอย่างสมบูรณ์ (fully mediation)ได้ ดังนั้นองค์การควรสนับสนุนให้เกิดการยอมรับและลดการเลือกปฏิบัติต่างเพศในที่ทำงานด้วยการกำหนดนโยบายและมีการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกปลอดภัยกับพนักงานที่มีอัตลักษณ์หลากหลายทางเพศในที่ทำงาน
Cost-Effectiveness Analysis Of Managed Care For Osteoporotic Hip Fractures, Benchaporn Kotnarin
Cost-Effectiveness Analysis Of Managed Care For Osteoporotic Hip Fractures, Benchaporn Kotnarin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Osteoporotic fracture patients are still unidentified, untreated for osteoporosis. This group of patients is likely to have recurrent fractures and has more morbidity, these problems put a burden on the high cost of taking care of patients and poor clinical outcomes. The intervention for improving the quality of osteoporosis treatment, King Chulalongkorn Memorial Hospital (KCMH) calls “Managed care”. Managed care has an orthopedist who plays a crucial role in fragility fracture and long-term osteoporosis treatment. The purpose of this study is to access the cost-effectiveness of managed care for patients aged 50 years and over with osteoporotic hip fractures compared …
สงครามโลกครั้งที่ 1 กับการระบุตัวตนของสยามในสังคมระหว่างประเทศ, ศิวพล ชมภูพันธุ์
สงครามโลกครั้งที่ 1 กับการระบุตัวตนของสยามในสังคมระหว่างประเทศ, ศิวพล ชมภูพันธุ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาสงครามโลกครั้งที่ 1 กับการระบุตัวตนของสยามในสังคมระหว่างประเทศผ่านกรอบแนวคิดเรื่องสังคมระหว่างประเทศของสำนักอังกฤษและแนวคิดเรื่องการระบุตัวตนของชาติ จากการศึกษาพบว่า สงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นจุดสัมฤทธิผลสูงสุดในกระบวนการระบุตัวตนของสยามในสังคมระหว่างประเทศอันเป็นผลมาจากการแสดงบทบาทระหว่างประเทศของการเป็นรัฐสมัยใหม่ อีกทั้งยังเป็นการแสดงผลของการผสมผสานความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของสถาบันระหว่างประเทศให้เป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยประเทศ ในอีกด้านหนึ่ง การระบุตัวตนของสยามจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้ถูกนำมาใช้เป็นโอกาสในการเมืองภายในด้วยการเสริมสร้างความสำคัญให้แก่ระบอบราชาธิปไตยและการยกพระราชสถานะของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวให้สูงเด่นยิ่งขึ้น
ประสิทธิภาพของระบบบริการข้อมูลศาลยุติธรรม (Cios): กรณีศึกษาความคิดเห็นของทนายความในจังหวัดอ่างทอง, ธีระ แก้วรัตนศรีโพธิ์
ประสิทธิภาพของระบบบริการข้อมูลศาลยุติธรรม (Cios): กรณีศึกษาความคิดเห็นของทนายความในจังหวัดอ่างทอง, ธีระ แก้วรัตนศรีโพธิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษานี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการประเมินประสิทธิภาพระบบบริการข้อมูลศาลยุติธรรม (CIOS) ผ่านความคิดเห็นของทนายความผู้ใช้ระบบบริการข้อมูลศาลยุติธรรมออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจความคิดเห็นของทนายความที่มีต่อการปรับใช้งานระบบบริการข้อมูลคดีศาลยุติธรรม ของสำนักงานศาลยุติธรรม อีกทั้งเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความคิดเห็นการปรับใช้งานระบบบริการข้อมูลคดีศาลยุติธรรมของสำนักงานศาลยุติธรรม และเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุง ระบบบริการข้อมูลคดีศาลยุติธรรม โดยมีกลุ่มตัวอย่างคือทนายความที่มีสำนักงานตั้งอยู่ภายในพื้นที่จังหวัดอ่างทองจำนวน 20 คน ซึ่งในการเก็บข้อมูลนั้น แบ่งออกเป็นสองส่วนได้แก่การเก็บแบบสอบถามปลายปิดและทำการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยนำผลการเก็บแบบสอบถามมาวิเคราะห์โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวน(one way anova) หรือ F-test และในส่วนของการสัมภาษณ์นั้นจะใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) โดยผลสรุปจากการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งสองแบบนั้นแสดงได้ว่าทนายความส่วนใหญ่มีความคิดว่าระบบบริการข้อมูลคดีศาลยุติธรรมนั้นสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ในระดับดี แต่ทั้งนี้ยังคงมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานระบบและการให้ข้อมูลการใช้งานของเจ้าหน้าที่ และมีความคิดเห็นบ้างส่วนแสดงให้เห็นว่าระบบนี้นั้นเหมาะกับงานคดีบ้างประเภทเท่านั้น ยังไม่ครอบคลุมในการให้บริการในทุกรูปแบบคดี
ประสิทธิภาพของรัฐบาลในการบริหารจัดการข้อปรึกษาหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ส่งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา, เจษฎา ปาตุ้ย
ประสิทธิภาพของรัฐบาลในการบริหารจัดการข้อปรึกษาหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ส่งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา, เจษฎา ปาตุ้ย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มุ่งตอบคำถามที่ว่า กระบวนการปรึกษาหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการและความเดือดร้อนของประชาชนจริงหรือไม่ โดยใช้แนวคิดวงจรนโยบาย (Policy Cycle) ของ Thomas R. Dye และใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ โดยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างข้อปรึกษาหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ส่งมาให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาในช่วงปี พ.ศ. 2562 ถึง พ.ศ. 2564 จำนวน 249 เรื่อง จากจำนวนทั้งหมด 658 เรื่อง แล้วบันทึกลักษณะต่าง ๆ ของข้อปรึกษาหารือ แต่ละเรื่องลงในแบบสำรวจ ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) โดยเก็บข้อมูลจากฐานข้อมูลของกองประสานงานการเมือง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี งานวิจัยพบว่า กระบวนการดำเนินการตอบสนองข้อปรึกษาหารือมิได้นำไปสู่การกำหนดนโยบายเพื่อดำเนินการแก้ไขหรือตอบสนองความต้องการของประชาชน ถึงแม้ว่าจะมีการรายงานสรุปผลการดำเนินการจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องก็ตาม โดยมีข้อปรึกษาหารือจำนวนเพียง 5 เรื่องเท่านั้น คิดเป็นเพียงร้อยละ 2.01 ที่วาระนโยบายได้เข้าสู่ขั้นตอนการกำหนดนโยบาย และเข้าสู่การนำนโยบายไปปฏิบัติ โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหา และเกิดผลลลัพธ์เชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรมต่อพื้นที่ นอกจากนี้ มีข้อปรึกษาหารือจำนวนเพียง 4 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 1.61 ที่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการนำนโยบายไปปฏิบัติโดยได้มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเกิดผลลัพธ์เชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการปรึกษาหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นช่องทางที่ไม่มีประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการและความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะว่าประชาชนควรใช้ช่องทางอื่น ๆ ที่กำหนดในรัฐธรรมนูญในการสะท้อนปัญหาหรือความต้องการมากกว่าจะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสะท้อนความต้องการเหล่านั้นผ่านข้อปรึกษาหารือต่อรัฐสภา
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกรณีศึกษา ชุมชนกุฎีจีน, มนัส สามารถกุล
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกรณีศึกษา ชุมชนกุฎีจีน, มนัส สามารถกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (1) เพื่อศึกษาลักษณะและรูปแบบการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนกุฎีจีนเพื่อการพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนกุฎีจีน และ (3) เพื่อเสนอแนะแนวทางในการส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนกุฎีจีนให้มีความสนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนกุฎีจีนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยได้ทำการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 15 คน ผลการวิจัย สรุปได้ ดังนี้ 1. กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชนกุฎีจีน พบว่า โครงการที่จัดทำขึ้นไม่ตรงตามความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ขาดการสำรวจความต้องการของประชาชนในชุมชน มีรายละเอียดโครงการและวัตถุประสงค์ของโครงการที่ไม่ชัดเจน ด้านระดับการมีส่วนของประชาชน พบว่า ภาครัฐเปิดโอกาสให้ประชาชนในชุมชนกุฎีจีนเข้ามามีส่วนร่วม อยู่ในระดับของการให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนในพื้นที่ และระดับรับฟังความคิดเห็น 2. ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนกุฎีจีน ประกอบด้วย 5 ปัจจัย ดังนี้ (1) ปัจจัยผลักดันจากบุคคลอื่นโดยเฉพาะผู้นำ เป็นปัจจัยที่มีผลมากที่สุด (2) ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ (ฐานะการเงินและครอบครัว) พบว่า หากประชาชนกลุ่มใดที่มีฐานะค่อนข้างยากจน จะทำให้ไม่มีเวลาว่างที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน (3) ปัจจัยภายในตัวบุคคล พบว่า การที่ประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมส่วนใหญ่เกิดจากความรักความผูกพันในชุมชน (4) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมชุมชน พบว่า ผู้คนต่างถิ่นอพยพเข้าอยู่อาศัยในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมน้อย (5) ปัจจัยด้านนโยบายภาครัฐ พบว่า มีการกำหนดนโยบายในการพัฒนาจากบนลงล่าง (Top Down) แนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีดังนี้ (1) กำหนดนโยบายในการพัฒนาพื้นที่ชุมชนกุฎีจีนจากล่างขึ้นบน (Bottom up) (2) จัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวชุมชนกุฎีจีน (3) นโยบายของภาครัฐจะต้องมีความต่อเนื่อง (4) ปลูกฝังให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาชุมชน (5) จัดให้มีศูนย์ข้อมูลและแหล่งเรียนรู้ของชุมชน (6) จัดโครงข่ายการท่องเที่ยวชุมชนกุฎีจีน
การศึกษาแนวทางการนำผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, วสุธร โชคไพบูลย์
การศึกษาแนวทางการนำผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, วสุธร โชคไพบูลย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรในการนำผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้วิจัยได้ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นและสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจและติดตามผู้ประกอบการนอกระบบและผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งถอดบทเรียนจากแนวทางการนำผู้ประกอบการพาณิชย์เข้าสู่ระบบของประเทศเกาหลีใต้และประเทศญี่ปุ่น ผลการศึกษาสามารถสรุปประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะ ได้แก่ 1) ปัญหาด้านการบูรณาการข้อมูลระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐควรสร้างความชัดเจนหรือเป้าหมายในการบูรณาการข้อมูล และจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลฐานข้อมูลดิจิทัล 2) ปัญหาด้านกฎหมายควรพัฒนากฎหมายให้ทันสมัย ยกเลิกกฎหมายและระเบียบที่สร้างความล่าช้า รวมทั้งพัฒนากฎหมายให้รองรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม และ 3) ปัญหาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม หน่วยงานภาครัฐควรกำหนดแผนพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ให้ภาคเอกชนและภาคประชาชนเข้ามาร่วมลงทุน การจะพัฒนาแนวทางการนำผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ระบบภาษีให้มีประสิทธิภาพได้ต้องเกิดจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม นำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายซึ่งประกอบด้วย ความเชี่ยวชาญของภาครัฐในการสำรวจและติดตามผู้ประกอบการ การร่วมลงทุนและการสร้างนวัตกรรมของภาคเอกชน และการเป็นพลเมืองที่ดี มาบูรณาการเพื่อสร้าง Big Data และนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อให้กรมสรรพากรสามารถจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และสร้างความเป็นธรรมทางภาษีอากรให้กับประชาชนในประเทศ
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้ารับ หรือไม่รับราชการ ของคนรุ่นใหม่ที่จบการศึกษาจากสาขาวิชาที่มีวิชาชีพเฉพาะ กรณีศึกษา สาขาวิชาบัญชี/การเงิน, มาศญา ศรีสุข
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้ารับหรือไม่รับราชการของคนรุ่นใหม่ที่จบการศึกษาจากสาขาวิชาชีพเฉพาะ ในสาขาวิชาบัญชีและการเงิน และ เพื่อเป็นแนวทางให้หน่วยงานภาครับนำไปปรับใช้กับกระบวนการสรรหาและการรักษาคนรุ่นใหม่ในระบบราชการ โดยกำหนดกลุ่มตัวอย่างในงานวิจัย คือคนที่มีอายุระหว่าง 22 - 30 ปี ที่จบการศึกษาจากสาขาที่มีวิชาชีพเฉพาะ ในสาขาวิชาบัญชีและการเงินที่รับราชการในหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 255 คน และทำงานในหน่วยงานภาคเอกชนอื่น ๆ จำนวน 254 คน รวม 509 คน โดยการวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ผ่านแบบสอบถามปลายปิด (Close Ended Question) และการวิเคราะห์ผลการวิจัยโดยวิธีการ Independent Sample T-Test ซึ่งเป็นการทดสอบค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่มที่มีความเป็นอิสระต่อกัน และ Chi Square ซึ่งเป็นการทดสอบที่ไม่อิงการแจกแจงของประชากร จากการวิเคราะห์ผลการศึกษา พบว่าปัจจัยจูงใจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้ารับหรือไม่รับราชการของคนรุ่นใหม่ที่จบการศึกษาจากสาขาวิชาชีพเฉพาะ ในวิชาชีพบัญชี / การเงิน ในขณะที่ปัจจัยค้ำจุนไม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้ารับหรือไม่รับราชการของคนรุ่นใหม่ที่จบการศึกษาจากสาขาวิชาชีพเฉพาะ ในวิชาชีพบัญชี / การเงิน ส่วนปัจจัยเรื่องรูปแบบองค์การที่แตกต่างกัน และปัจจัยส่วนบุคคล มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้ารับหรือไม่รับราชการของคนรุ่นใหม่ที่จบการศึกษาจากสาขาวิชาชีพเฉพาะ ในวิชาชีพบัญชี / การเงิน ซึ่งผลการวิจัยดังกล่าวสามารถเสนอเป็นแนวทางให้หน่วยงานภาครัฐนำไปปรับใช้กับกระบวนการสรรหาและการรักษาคนรุ่นใหม่ในระบบราชการได้
การประเมินความพร้อมของวัฒนธรรมองค์การในการขับเคลื่อนองค์การไปสู่ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก, สิทธิวัฒน์ ปัญญางาม
การประเมินความพร้อมของวัฒนธรรมองค์การในการขับเคลื่อนองค์การไปสู่ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก, สิทธิวัฒน์ ปัญญางาม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
องค์การที่มีวัฒนธรรมองค์การแบบเน้นความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานย่อมส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานมีความพึงพอใจ เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และที่สำคัญคือมีความรักและผูกพันต่อองค์การ ซึ่งนำไปสู่การธำรงรักษาบุคลากรในองค์การ การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาวัฒนธรรมองค์การของ อบจ.ตาก ในปัจจุบันที่ขับเคลื่อนองค์การไปสู่ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน 2) เพื่อประเมินความพร้อมของวัฒนธรรมองค์การในการขับเคลื่อน อบจ.ตาก ไปสู่ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน 3) เพื่อศึกษาแนวทางในการปรับเปลี่ยนหรือเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์การที่เหมาะสมในการขับเคลื่อน อบจ.ตาก ไปสู่ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ ข้าราชการ อบจ.ตาก ซึ่งได้ดำเนินการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง จำนวนทั้งสิ้น 19 ราย โดยรูปแบบของการศึกษาเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยมีมิติของวัฒนธรรมองค์การแบบเน้นความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานของ Bradley และคณะ (2008) จำนวน 4 มิติ เป็นกรอบในการศึกษา ซึ่งผลการศึกษาพบว่า จากการประเมินความพร้อมของวัฒนธรรมองค์การของ อบจ.ตาก มิติ Time Demands และมิติ Support from Management มีความพร้อมอยู่ในระดับพึงพอใจ ในขณะที่มิติ Perceived Negative Career Consequences และมิติ Co-Worker Support มีความพร้อมอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งในภาพรวมถือว่า อบจ.ตาก มีความพร้อมของวัฒนธรรมองค์การในการขับเคลื่อนองค์การไปสู่ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน แต่อย่างไรก็ดี อบจ.ตาก สามารถปรับปรุงและจัดวัฒนธรรมองค์การเพื่อเพิ่มหรือส่งเสริมให้เกิดความพร้อมยิ่งขึ้นได้
แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบเงินอุดหนุนเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, กรรณิกา ชิดชอบ
แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบเงินอุดหนุนเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, กรรณิกา ชิดชอบ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการและปัญหาอุปสรรคของบริหารงบเงินอุดหนุนเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ของสำนักงาน ป.ป.ส. ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2564 เพื่อประกอบการพิจารณาการปรับปรุงกระบวนงานในปีงบประมาณถัดไป โดยผู้ศึกษากำหนดวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 3 แบบ คือ การค้นคว้าจากเอกสาร แบบสอบถาม จำนวน 40 คน และการสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 11 คน ผลการศึกษาพบว่า แนวทางการบริหารงบเงินอุดหนุนฯ ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2564 ของสำนักงาน ป.ป.ส. มีขั้นตอนหลัก 4 ขั้นตอน คือ 1. การจัดทำแผนการจัดสรรเงิน 2. การอนุมัติจัดสรรเงิน 3. การบริหารเงิน และ 4. การกำกับติดตาม โดยส่วนกลางจะกระจายอำนาจให้กับหน่วยงานในการตัดสินใจบริหารจัดการด้วยตนเอง ภายใต้แนวนโยบายการใช้จ่ายเงินอุดหนุนฯ และระเบียบว่าด้วยสำนักงาน ป.ป.ส.ว่าด้วยงบเงินอุดหนุนฯ ซึ่งปัญหาการบริหารงานภายในของหน่วยงานที่พบมีทั้งหมด 5 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านเทคนิคการทำงาน 2. ด้านตัวบุคคล 3. ด้านระเบียบการบริหารงบเงินอุดหนุนฯ 4. ด้านผู้ขอรับสนับสนุนเงิน และ 5. COVID-19 เพื่อให้การบริหารงบเงินอุดหนุนฯ มีประสิทธิภาพมากขึ้น ควรปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานที่ต้องรวดเร็ว ชัดเจน การพัฒนาระบบกลไกการกำกับติดตาม บุคคลที่ให้ความสำคัญและเอาใจใส่กับการ นอกจากนี้หน่วยงานต้องมีการปรับปรุงแก้ไขระเบียบการบริหารเงินอุดหนุนฯ เพื่อที่จะได้สามารถรองรับการดำเนินกิจกรรมในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป
แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1, ปัทมนันท์ โชติกิจเรืองชัย
แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1, ปัทมนันท์ โชติกิจเรืองชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพมีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 โดยศึกษาจากเอกสารและสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มเป้าหมาย 12 คน ได้แก่ ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ปฏิบัติงานด้านการบริหารงบประมาณของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 ผลการศึกษาภายใต้กรอบแนวคิดมาตรฐานการจัดการทางการเงิน 7 Hurdles ผู้วิจัยเลือกเฉพาะด้านการวางแผนงบประมาณ ด้านการจัดระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ด้านการบริหารทางการเงินและควบคุมงบประมาณ และด้านการรายงานทางการเงินและผลการดำเนินงาน เพื่อศึกษาปัญหาและสาเหตุการบริหารงบประมาณของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 พบว่าปัญหาที่สำคัญ 2 ประการ ได้แก่ ปัญหาด้านการบริหารจัดการองค์กร ที่เกี่ยวข้องกับคน การบูรณาการระหว่างหน่วยงาน และการบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ในระยะสั้น โดยการนำระบบการบริหารการจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) มาพัฒนาบุคลากร การทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกกลุ่มจังหวัด บทบาทผู้นำที่เข้ามามีส่วนร่วมในการกำกับการปฏิบัติงานของบุคลากรอย่างใกล้ชิด ส่วนปัญหาด้านสถาบันทางการคลังที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างองค์กร กฎระเบียบ และการรวมอำนาจ ซึ่งมีหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และคณะอนุกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค (อ.ก.บ.ภ.) ถูกกำหนดให้แก้ไขในระยะยาว โดยการแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงบประมาณให้ยืดหยุ่นและลดขั้นตอนการพิจารณา มีการกระจายอำนาจ ปรับโครงสร้างองค์กรของกลุ่มจังหวัด เพิ่มสวัสดิการแรงจูงใจในการทำงาน และนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านเอกสาร
ลักษณะภาวะผู้นำของข้าราชการฝ่ายปกครองระดับอำเภอ กรณีศึกษา ปลัดอำเภอฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคง จังหวัดนครปฐม, ปิยณัฐ ตรงศิริ
ลักษณะภาวะผู้นำของข้าราชการฝ่ายปกครองระดับอำเภอ กรณีศึกษา ปลัดอำเภอฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคง จังหวัดนครปฐม, ปิยณัฐ ตรงศิริ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
จากการศึกษาเรื่องลักษณะภาวะผู้นำของข้าราชการฝ่ายปกครองระดับอำเภอ กรณีศึกษา ปลัดอำเภอฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคง จังหวัดนครปฐม มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาว่าปลัดอำเภอฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคง จังหวัดนครปฐม มีรูปแบบภาวะผู้นำรูปแบบใด มีสถานการณ์กลุ่มที่ปลัดอำเภอทั้งสองเผชิญเป็นรูปแบบใด และรูปแบบภาวะผู้นำสอดคล้องกับสถานการณ์กลุ่มตามหลักประสิทธิภาพของทฤษฎีตัวแบบผู้นำตามสถานการณ์ของฟิดเลอร์หรือไม่ โดยผู้วิจัยใช้ทฤษฎีตัวแบบผู้นำตามสถานการณ์ของฟิดเลอร์ (Fiedler’s contingency model) ในการศึกษา และผู้วิจัยอาศัยการศึกษาข้อมูลภาคสนามด้วยระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสนทนากลุ่ม ซึ่งผู้ให้ข้อมูลสำคัญคือผู้ใต้บังคับบัญชาของปลัดอำเภอในจังหวัดนครปฐม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอ (อส.) และกำนันผู้ใหญ่บ้าน โดยผลการศึกษาพบว่า ปลัดอำเภอฝ่ายปกครอง มีรูปแบบภาวะผู้นำแบบมุ่งเน้นความสัมพันธ์ (Relationship-Oriented Leadership) และ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงมีรูปแบบภาวะผู้นำแบบมุ่งเน้นงาน (Task-Oriented Leadership) ประกอบกับรูปแบบภาวะผู้นำของปลัดอำเภอฝ่ายปกครองและปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงนั้นมีความสอดคล้องกับสถานการณ์กลุ่มที่ปลัดอำเภอทั้งสองเผชิญ ตามหลักประสิทธิภาพของทฤษฎีตัวแบบผู้นำตามสถานการณ์ของฟิดเลอร์ จึงกล่าวได้ว่า รูปแบบภาวะผู้นำที่ปลัดอำเภอฝ่ายปกครองและปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง จังหวัดนครปฐม แสดงออกในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาหรือภายในพื้นที่ที่ปฏิบัติงานนั้น มีความเหมาะสมต่อบริบทหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในพื้นที่อำเภอต่อผู้ใต้บังคับบัญชาตามหลักประสิทธิภาพของทฤษฎีตัวแบบผู้นำตามสถานการณ์ของฟิดเลอร์แล้ว
The Marketing Factors That Have An Influence On Momo-Paradise’S Customer Loyalty In Bangkok Metropolitan Area, Apiporn Buachart
The Marketing Factors That Have An Influence On Momo-Paradise’S Customer Loyalty In Bangkok Metropolitan Area, Apiporn Buachart
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Momo-paradise, one of the most profitable shabu-shabu buffet types of restaurants in Thailand has gained brand love phenomenon even when the buffet prices have adjusted to increase since 2021. Therefore, this paper aims to study the effects of marketing factors that affect the retention of Momo-paradise’s loyal customers in the Bangkok area. The independent variables are categorized into two groups: namely marketing and demographic factors. The marketing factors include product quality, price perception, promotion, service quality, brand image, and physical environment. The demographic factors include age, gender, status, education level, income level, and occupation. The dependent variable is loyalty intention. …
A Market Strategy Analysis Of Luckin Coffee, Yuqing Huang
A Market Strategy Analysis Of Luckin Coffee, Yuqing Huang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper takes Luckin Coffee as the research object. The relevant background of China's freshly ground coffee market was introduced, and it was determined that the market still has a huge space for development. Then, collect a lot of official information to summarize Luckin Coffee's marketing strategy. Through relevant analysis, this paper finds that the market environment of Luckin coffee company is relatively healthy, which is more conducive to its development. And because of Luckin's entry into the freshly ground coffee market, the entry barrier has also been raised. However, Luckin Coffee still faces fierce competition in the substitute industry, …
Financial Risk Warning Of Listed Real Estate Companies In China, Huimin Zhou
Financial Risk Warning Of Listed Real Estate Companies In China, Huimin Zhou
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The main methods of this analysis include principal component analysis and binary logistic regression, and the essence of the study is to predict and find out which financial factors will lead to the financial and credit risks of real estate companies. This paper examines the real estate companies listed on the main board of China in the A-share market, and the financial data analysis period is from 2014 to 2020. Through empirical analysis, it can be found that cash profit rate, sales profit rate, sales cash rate and operating profit rate have the greatest impact on the accuracy of financial …
Assessing The Access: The Significance Of Internet Penetration On Economic Output In Thailand, Anan Vichitanan
Assessing The Access: The Significance Of Internet Penetration On Economic Output In Thailand, Anan Vichitanan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The COVID-19 pandemic and the digitalization of industries have emphasized the importance of Internet access in Thailand. Thai households that could not access the Internet during the COVID-19 pandemic were left behind in both education and employment. The digital divide has never become any more apparent during this moment. As such it is important to study how the Internet penetration rate, the proportion of Internet users relative to the entire population, across Thai provinces affects their economic output through productivity. The effects of the rate of Internet penetration on the growth of Gross Provincial Product will be studied. Other factors …
Factors Affecting Airline Decision To Join Alliance: Evidence Of Global Full-Service Carriers (Fscs), Thikhamporn Benyaapikul
Factors Affecting Airline Decision To Join Alliance: Evidence Of Global Full-Service Carriers (Fscs), Thikhamporn Benyaapikul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper illustrates the determinants of airlines’ decision to join global alliances. The author adopted various models and compared a variety of literature reviews to find out supporting ideas of the advantages of forming cooperative alliances. The result shows that airlines with several passengers’ volumes and full-service airlines lead to the participation between airlines with five beneficial emphases – reduction of utility cost, driving growth opportunities through globalization, strengthening market position, improvement of service quality, and enhancing passengers’ loyalty. These all present competitive advantages compared to non-airline alliances. Most collaborations have been joined by international airlines, however, some airline alliances …
The Relationship Between Growth Rate And Outward Foreign Dierct Investment Of Thailand, Chonlakorn Kliakaew
The Relationship Between Growth Rate And Outward Foreign Dierct Investment Of Thailand, Chonlakorn Kliakaew
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper determines whether there is a relationship between the growth rate in Thailand and outward foreign direct investment from ASEAN and Europe. The variables that have been adopted are outward foreign investment in ASEAN, outward foreign investment in Europe, foreign direct investment, and gross fixed capital formation, all of which have been measured using time series data from Quarter 1 in 2005 to Quarter 3 in 2021. The two-stage least squares model was employed in this investigation. The main findings are the outward foreign direct investment from ASEAN has a relationship with GDP and it also has an effect …
Decision On Later Life Migration Of Myanmar Migrant Workers In Ranong Province, Thailand, Pyone Thidar Aung
Decision On Later Life Migration Of Myanmar Migrant Workers In Ranong Province, Thailand, Pyone Thidar Aung
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Over the past five decades, international migration has grown worldwide (IOM, 2022). At the same time, global human life expectancy has been increasing on average because of better health care and improved medical care. Becoming older while being a migrant creates more challenges and vulnerabilities in everyday life. This study examines factors impacting their later life migration or settlement through Myanmar migrant workers in Ranong Province, Thailand. The empirical evidence is gathered from the survey using structured questionnaires and in-depth interviews. The result of the binary logistic regression study indicated that living conditions, receiving working skills in Thailand, political and …
The Impact Of Economic And Demographic Factors On Income Inequality: A Comparative Study Of Southeast Asian And Latin American Countries, Muhammad Syukron Mamun
The Impact Of Economic And Demographic Factors On Income Inequality: A Comparative Study Of Southeast Asian And Latin American Countries, Muhammad Syukron Mamun
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Despite rapid economic growth, Southeast Asia and Latin America continue to have significant income inequality. This study applies fixed-effects regression estimation with the dynamic panel model with lagged independent variables and the fixed-effects analysis with endogenous covariates to examine the impact of economic and demographic factors on income inequality in 6 Southeast Asian and 15 Latin American countries from 1994 to 2017. Empirical results indicate that emissions, trade openness, old-age dependency ratio, human capital, and female population reduce income inequality, whereas industrialization, unemployment, young-age dependency ratio, and urban population increase income inequality in Southeast Asian countries. This study also finds …
Human Capital Development In Thailand: Lesson Learn From Singapore, Thunyaporn Techvitul
Human Capital Development In Thailand: Lesson Learn From Singapore, Thunyaporn Techvitul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper examines Human Capital Development in Thailand with a focus on policy recommendations. I applied interdisciplinary approaches to craft strategies for Thailand. Using literature reviews as a main tool of information collection, I study education policy and reforms in Thailand and Singapore to identify the strengths and weaknesses of the current situation in Thailand. By looking into Singapore’s success story, I summarize a few key points that Thailand can learn from Singapore. I additionally look at the current policy and make some revisions to it. I believe that going to college is very important for a country, therefore, I …
The Influence Of Samsung Smartphone Social Media Advertising On Thai Consumers’ Attitude And Purchase Intention, Seint Sandi Tun
The Influence Of Samsung Smartphone Social Media Advertising On Thai Consumers’ Attitude And Purchase Intention, Seint Sandi Tun
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aims to investigate Thai consumers' attitude towards Samsung smartphone social media advertising and their purchase intention toward both the advertised product and brand "Samsung”. Furthermore, it explores the relationship between consumers’ attitude and their purchase intention, as well as the influence of social media advertising by comparing gender and different types of brand users. The quantitative research was conducted through online survey collecting data from 300 respondents whose age range is between 18-40 years. The results revealed that Thai consumers have positive attitude towards Samsung smartphone social media advertising and moderate purchase intention. As a result, from Pearson’s …
The Political Logic Of Government Disclosure: Evidence From Information Requests In Mexico, Daniel Berliner, Benjamin E. Bagozzi, Brian Palmer-Rubin, Aaron Erlich
The Political Logic Of Government Disclosure: Evidence From Information Requests In Mexico, Daniel Berliner, Benjamin E. Bagozzi, Brian Palmer-Rubin, Aaron Erlich
Political Science Faculty Research and Publications
When citizens ask questions, how does their government answer? Requests for government information confront officials with incentives both for and against disclosure. We argue that officials seek to manage political risks in ways that favor requests from government-aligned regions. We study responsiveness in the context of Mexico’s access-to-information law, using publicly available data from several hundred thousand information requests filed with Mexican federal government agencies between 2003 and 2015. Our empirical strategy makes comparisons only among requests sent to similar agencies on similar topics at similar times, while accounting for the complexity, sophistication, and sensitivity of individual requests. We find …
Incentives For Organizational Participation: A Recruitment Experiment In Mexico, Brian Palmer-Rubin, Candelaria Garay, Mathias Poertner
Incentives For Organizational Participation: A Recruitment Experiment In Mexico, Brian Palmer-Rubin, Candelaria Garay, Mathias Poertner
Political Science Faculty Research and Publications
While the presence of a strong civil society is recognized as desirable for democracies, an important question is what motivates citizens to join organizations. This article presents novel experimental evidence on the conditions under which citizens join interest organizations. We presented 1,400 citizens in two Mexican states with fliers promoting a new local interest organization. These fliers contain one of four randomly selected recruitment appeals. We find evidence that both brokerage of state patronage and demand-making for local public goods are effective recruitment appeals. The effect for patronage brokerage is especially pronounced among respondents with prior organizational contact, supporting our …
Perceptions Of Criminal Responsibility Through The Lens Of Race, Kyle Gamache, Judith Platania, Matt Zaitchik
Perceptions Of Criminal Responsibility Through The Lens Of Race, Kyle Gamache, Judith Platania, Matt Zaitchik
Arts & Sciences Faculty Publications
Historically, Black defendants have faced more severe sentences compared to White defendants. Research investigating this phenomenon in the paradigm of the insanity defense, found that Black defendants were acquitted as “not guilty by reason of insanity” (NGRI) significantly more often than White defendants (Poulson, 1990). In the current study, we investigate the influence of race of defendant and race of victim on judgments of NGRI in a 3 (race of victim: Black v. White v. Hispanic) x 3 (race of defendant: Black v. White v. Hispanic) between-subjects design. Our results indicated that a Hispanic defendant was acquitted NGRI more frequently …