Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chemistry Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 361 - 390 of 670

Full-Text Articles in Chemistry

กระบวนการพัฒนาโปรแกรมตัวส่งระหว่างโมเดลเชิงวัตถุและเชิงสัมพันธ์ด้วยเทคนิคโลวโค้ดบนโอดู, โสภณวิชญ์ พิชิตเธียรธรรม Jan 2020

กระบวนการพัฒนาโปรแกรมตัวส่งระหว่างโมเดลเชิงวัตถุและเชิงสัมพันธ์ด้วยเทคนิคโลวโค้ดบนโอดู, โสภณวิชญ์ พิชิตเธียรธรรม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้นำเสนอมอดูลเจนเนอเรเตอร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับการเขียนโปรแกรมตัวส่งระหว่างโมเดลเชิงวัตถุและเชิงสัมพันธ์บนโอดู โอดูเป็นซอฟต์แวร์อีอาร์พีแบบเปิดเผยรหัสต้นฉบับที่รวบรวมมอดูลที่จำเป็นสำหรับการจัดการธุรกิจต่าง ๆ และผู้พัฒนาสามารถพัฒนามอดูลเพื่อขยายขีดความสามารถของโอดูได้ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาการพัฒนาซอฟต์แวร์บนโอดู มักต้องใช้เวลาในการเรียนรู้เพราะมีความซับซ้อนของเฟรมเวิร์ก จึงมีการนำแนวทางการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโลวโค้ด (การเขียนโค้ดที่น้อยกว่าปกติ) มาใช้ในการพัฒนามอดูลเจนเนอเรเตอร์ขึ้น เพื่อให้เป็นเครื่องมือสำหรับออกแบบและสร้างรหัสต้นฉบับสำหรับมอดูล ทำให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์บนโอดูไม่ต้องกังวลเรื่องข้อผิดพลาดอันเนื่องมาจากความซับซ้อนของเฟรมเวิร์ก และให้ความสำคัญกับการเขียนโปรแกรมในด้านอื่น ๆ ได้มากขึ้น โดยเครื่องมือนี้ถูกพัฒนาด้วยภาษา ไพธอนให้เป็นเว็บแอปพลิเคชันทำงานบนเว็บเบราว์เซอร์ และได้มีการทดสอบการใช้งานกับทั้งผู้พัฒนามอดูลบนโอดู ผู้ใช้งานโอดูที่มีทักษะการเขียนโปรแกรม ผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์กับโอดู และอาสาสมัครภายนอกบริษัท ซึ่งได้ผลลัพธ์ว่า ผู้ทดสอบทั้งหมดสามารถพัฒนามอดูลโดยใช้มอดูลเจนเนอเรเตอร์ได้สำเร็จ เครื่องมือนี้จึงสามารถช่วยให้ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการพัฒนามอดูลบนโอดูสามารถพัฒนามอดูลขึ้นมาได้โดยใช้เวลาไม่นาน และเมื่อเปรียบเทียบเวลาที่ใช้ในการพัฒนามอดูลของกลุ่มผู้พัฒนามอดูลบนโอดู ระหว่างแบบปกติที่เขียนโค้ดด้วยตนเองกับการใช้ มอดูลเจนเนอเรเตอร์ พบว่าการใช้เครื่องมือนี้สามารถลดเวลาการพัฒนามอดูลโดยเฉลี่ยได้ถึง 20% อีกทั้งมอดูลเจนเนอเรเตอร์ยังนำไปใช้ได้จริงในโครงการการพัฒนาซอฟต์แวร์ของบริษัท


การวิเคราะห์การเกิดตำหนิในการผลิตกระจกโฟลต, คณุตม์ ไพบูลย์ Jan 2020

การวิเคราะห์การเกิดตำหนิในการผลิตกระจกโฟลต, คณุตม์ ไพบูลย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดตำหนิและหาแนวทางปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดปริมาณตำหนิชนิดฟองอากาศและรีม ด้วยการนำตัวแปรจากกระบวนการผลิตได้แก่ การชั่งน้ำหนักส่วนผสม อุณหภูมิในการหลอม อุณหภูมิในการขึ้นรูปและองค์ประกอบทางเคมีของกระจก มาหาความสัมพันธ์กับปริมาณตำหนิที่เกิดขึ้นด้วยการวิเคราะห์การถดถอย จากผลการวิเคราะห์ตำหนิฟองอากาศด้วยเทคนิคแมสสเปกโทรเมตรีและเทคนิครามานสเปคโทรสโคปีพบว่าฟองอากาศส่วนใหญ่พบแก๊ส CO2 เป็นองค์ประกอบอยู่ที่ 30 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกิดจากการสลายตัวทางความร้อนของวัตถุดิบและการไล่ฟองอากาศที่ไม่สมบูรณ์ และจากความสัมพันธ์ของปริมาณฟองอากาศและตัวแปรจากกระบวนการผลิตพบว่า อุณหภูมิการหลอมที่สูงขึ้น ปริมาณ fining agent ที่น้อยลง และกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ตำหนิชนิดฟองอากาศเพิ่มขึ้น จากการศึกษาตำหนิชนิดรีมโดยใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดร่วมกับการวัดการกระจายพลังงานของรังสีเอกซ์ในการวิเคราะห์องค์ประกอบธาตุของตำหนิชนิดรีมเทียบกับบริเวณโดยรอบโดยพบว่ารีมมีปริมาณธาตุ Si และ Na สูงกว่าบริเวณโดยรอบ ซึ่งเกิดจากการชั่งวัตถุดิบที่คลาดเคลื่อนไปจากสูตรการผลิต โดยเกิดจากวัตถุดิบติดค้างบริเวณกรวยรับวัตถุดิบ ส่งผลให้องค์ประกอบทางเคมีของส่วนผสมไม่สม่ำเสมอ ยิ่งความแตกต่างของน้ำหนักส่วนผสมจากสูตรการผลิตยิ่งมาก จะทำให้ปริมาณรีมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสามารถความผิดพลาดจากการชั่งนี้สามารถแก้ไขได้โดยติดตั้งค้อนลมเพื่อเคาะวัตถุดิบให้ลงไปในโม่ผสมวัตถุดิบครบถ้วนตามสูตรการผลิต


ผลของลำดับการผสมวัตถุดิบต่อประสิทธิภาพการใช้พลังงานในการหลอมแก้ว, ปรีณาพรรณ ปิ่นหอม Jan 2020

ผลของลำดับการผสมวัตถุดิบต่อประสิทธิภาพการใช้พลังงานในการหลอมแก้ว, ปรีณาพรรณ ปิ่นหอม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โดยทั่วไปกระบวนการหลอมแก้วระดับอุตสาหกรรมต้องการพลังงานสูงสำหรับการเปลี่ยนแปลงจากวัตถุดิบเป็นน้ำแก้ว วัตถุประสงค์ในงานวิจัยนี้จะกล่าวถึงการพัฒนากระบวนการหลอมแก้วโซดาไลม์โดยวิธีปรับลำดับการผสมในระดับห้องปฏิบัติการ ซึ่งอาศัยกลไกของปฏิกิริยาสถานะของแข็งระหว่างทรายแก้วและโซเดียมคาร์บอเนตในช่วงแรกของการหลอม การเตรียมส่วนผสมแบบดั้งเดิมเป็นการผสมวัตถุดิบทั้งหมดภายในครั้งเดียว ในงานวิจัยนี้ต้องการปรับเปลี่ยนวิธีการเตรียมส่วนผสมให้เหมาะสมที่สุดต่อการหลอมโดยการปรับลำดับของการผสม ประกอบด้วยสองขั้นตอนการผสม ขั้นตอนแรกคือการผสมทรายแก้วและโซเดียมคาร์บอเนต จากนั้นจึงผสมวัตถุดิบที่เหลือเป็นขั้นตอนที่สอง เพื่อเปรียบเทียบและศึกษาผลของการเตรียมส่วนผสมทั้งสองวิธี ได้ทำการศึกษาสภาพและการเปลี่ยนแปลงระหว่างกระบวนการหลอมที่อุณหภูมิตั้งแต่ 600 ถึง 1000 องศาเซลเซียส นอกจากนี้มีผลของปริมาณวัตถุดิบที่หลอมไม่หมดบนพื้นผิวซึ่งยังคงลงเหลือในสภาพผลึก ณ สภาวะที่กำหนด เพื่อเปรียบเทียบแนวโน้มประสิทธิผลในการหลอมของส่วนผสมจากการผสมสองวิธี โดยภาพถ่ายผิวหน้าและโดยเทคนิคการเลี้ยวเบนรังสีเอกซ์ ผลการวิจัยพบว่าการจัดลำดับการผสมเป็นวิธีการผสมที่เหมาะสมกว่า ส่งผลต่ออัตราการหลอม พื้นผิวสัมผัสที่เพิ่มขึ้นระหว่างทรายแก้วและโซเดียมคาร์บอเนตจากการผสมขั้นตอนแรกนำไปสู่การเพิ่มอัตราการหลอมของทั้งระบบ ต่างจากวิธีการเดิมที่อาจมีวัตถุดิบอื่นเป็นตัวขัดขวางการเกิดปฏิกิริยาสถานะของแข็งดังกล่าว


Removal Of Arsenic From Wastewater Using Mixed Metal Hydroxides And Biopolymers, Angchuda Ratroj Jan 2020

Removal Of Arsenic From Wastewater Using Mixed Metal Hydroxides And Biopolymers, Angchuda Ratroj

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Arsenic is one of the contaminants in wastewater which becomes a worldwide environmental problem. Therefore, several simple and cost-effective techniques have been developed for arsenic removal. This study reports on the removal of arsenic by coprecipitation method with variable combinations of the well-known metal salts, such as FeCl3 or AlCl3 with the environmentally friendly inorganic metal salts, such as MgCl2 or CaCl2, which is called "mixed metal system". Moreover, for improving the low toxicity from sludge production, hence the coprecipitation techniques using mixed metal salts as coagulants combine with biopolymers (alginate or chitosan) as flocculants for arsenic removal were also …


Development Of Graphite-Based Conductive Patterns By Copper Electroless Plating And Electroplating Techniques, Vipada Aupama Jan 2020

Development Of Graphite-Based Conductive Patterns By Copper Electroless Plating And Electroplating Techniques, Vipada Aupama

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The screen-printing technique has been widely applied in electronic manufacturing field. In this work, graphite is used for fabricating conductive patterns by screen-printing technique. Moreover, enhance the performance of electrical conductivity by electroless plating and electroplating techniques. The study was separated into two parts. Firstly, optimize the mass ratio between graphite and polyvinylidene fluoride (PVDF). In prepared ink from varied mass ratio; 2.0:0.1, 2:0.2, and 2:0.3 respectively. Volume resistivity analysis of conductive patterns, it was found that the mass ratio between graphite and PVDF of 2: 0.2 provided the lowest volume resistivity of 0.0122 Ω-m. In other cases, the mass …


Study Of Interactions Between Magnesium Silicate Particle And Diamond-Like Carbon Using Atomic Force Microscopy, Vipada Dokmai Jan 2020

Study Of Interactions Between Magnesium Silicate Particle And Diamond-Like Carbon Using Atomic Force Microscopy, Vipada Dokmai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Interaction between particles and different surfaces under ambient condition is studied using AFM-based force spectroscopy. This work focuses on the adhesion mechanism and factors affecting particle-surface adhesion. The particles of interest consist of magnesium silicate (talcum powder) and zinc oxide (ZnO) particles, which have very attractive properties and are widely used in several applications. The adhesion force measurements were first carried out using silicon/silicon coated with DLC probes pressed on talc particles modified with hydrochloric acid or different organosilanes. These modifications change hydrophobicity and hydrophilicity of the particles. The results show that the adhesion forces are distributed in a bimodal …


Conversion Of N-Pentane To Light Olefins Over Modified Zr/Hzsm-5-Based Catalysts, Bharanabha Makkaroon Jan 2020

Conversion Of N-Pentane To Light Olefins Over Modified Zr/Hzsm-5-Based Catalysts, Bharanabha Makkaroon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Ethylene and propylene are important raw materials for producing several types of chemicals and polymers. According to the increase of propylene demand in recent year, the P/E ratio was increased to 0.85. In order to meet the propylene demand, the development of hybrid HZSM-5 catalyst for catalytic cracking becomes more interesting owing to the cracking activity from HZSM-5 zeolite acid site and loaded metal on HZSM-5 that expected to promote the dehydrogenation activity to the catalyst which could possibly enhanced the P/E ratio. The alternative feedstock for this process is n-pentane which is the low-value product from distillation process. The …


Influence Of Mixed Anionic-Nonionic Surfactants On Methane Hydrate Formation : Suppression Of Foam Formation, Chakorn Viriyakul Jan 2020

Influence Of Mixed Anionic-Nonionic Surfactants On Methane Hydrate Formation : Suppression Of Foam Formation, Chakorn Viriyakul

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Solidified natural gas (SNG) via clathrate hydrate is a new technology for natural gas storage with high energy content per unit volume, extremely safe, and ease to recover. Although SNG has several advantages, its limitation is low rate of hydrate formation. Sodium dodecyl sulfate (SDS) is well known as a kinetic promoter used to increase the hydrate formation rate. However, using SDS resulted in a large amount of foam during gas recovery. In order to alleviate this problem, mixtures of SDS with nonionic surfactants were investigated. Polyoxyethylene (n) lauryl ether (EO₃ and EO₅) and alkyl poly glycol (APG) were mixed …


Layer-By-Layer Surface Modification Of Polymer Filament For Catalytic 3d Printed Parts, Pornnutcha Thadasri Jan 2020

Layer-By-Layer Surface Modification Of Polymer Filament For Catalytic 3d Printed Parts, Pornnutcha Thadasri

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Catalyst was constructed in form of microreactor by fused deposition modeling (FDM) or 3D printing method that allow micro scale customization in order to achieve high detail construction. Poly (lactic acid) (PLA) and Poly (acrylonitrile-butadiene-styrene) (ABS) filaments were used as a built-up material. The surface modification was introduced to improve filaments surface adhesion by using alkaline treatment and Polyethyleneimine with variation of time and concentration and then deposited with polyelectrolyte multilayers by layer-bylayer technique before catalyst loading. Catalyst were synthesized by reduction reaction of Silver nitrate (AgNO₃) and sodium borohydride (NaBH4) with using poly (4-styrenesulfonic acid-co-maleic acid) as a capping …


Pyrrolidine As A Promoter For Methane Hydrate Formation: Comparative Study On The Thermodynamics, Kinetics, And Morphology With Tetrahydrofuran, Siravich Junthong Jan 2020

Pyrrolidine As A Promoter For Methane Hydrate Formation: Comparative Study On The Thermodynamics, Kinetics, And Morphology With Tetrahydrofuran, Siravich Junthong

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Solidified natural gas (SNG) via clathrate hydrates has been proposed as an alternative approach for natural gas storage and transportation due to its numerous advantages. However, a slow hydrate formation rate and a requirement of operating conditions are the major limitations, which need to be improved to make SNG competitive in a large scale deployment. In this work, the roles of 5.56 mol% pyrrolidine were investigated for the methane hydrate formation in terms of thermodynamics and kinetics along with morphology. The results showed that pyrrolidine generally improved the thermodynamic stability of mixed methane hydrates, enhancing the formation at milder conditions …


Solid-Liquid-Polymer Mixed Matrix Membranes For Gas Separation: Silicone Rubber Membranes Filled With Nax And Ky Zeolites Adsorbed Peg, Sitthikiat Boonchoo Jan 2020

Solid-Liquid-Polymer Mixed Matrix Membranes For Gas Separation: Silicone Rubber Membranes Filled With Nax And Ky Zeolites Adsorbed Peg, Sitthikiat Boonchoo

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Carbon dioxide (CO₂) is one of the major constituents of natural gas and biogas. The presence of high CO₂ content causes some serious problems including reduction of heating value and corrosion of equipment's surface. Additionally, CO₂ emission is the main issue of the greenhouse effect. In consequence of these problems, membrane technologies have drawn much attention as potential techniques for gas separation. mixed matrix membranes (MMMs) have been studied and developed to provide the synergistic effect of inorganic and organic materials on membranes. In this study, PEG/NaX:KY/SR mixed matrix membranes (PZS MMMs) were prepared by the solution casting method using …


Identification Of Crude Palm Oils By The Analyses Of Fatty Acids, Volatile Organic Compounds, And Carotenoids, Somluk Sanorkham Jan 2020

Identification Of Crude Palm Oils By The Analyses Of Fatty Acids, Volatile Organic Compounds, And Carotenoids, Somluk Sanorkham

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

An in-depth analysis of crude palm oil is important to differentiate crude palm oil (CPO) from different geographic provenance for administrative control purposes to prevent and solve the problem of smuggling CPO from abroad to Thailand. In this study, eleven CPO samples from five provinces in Thailand were studied for their composition. The compositions of fatty acids, volatile organic compounds (VOCs), and carotenoids were characterized by GC-FID, GC-MS, and HPLC-DAD techniques, respectively. The chromatograms of fatty acids distribution were similar for all samples. The main components of fatty acids are palmitic acid, oleic acid, linoleic acid, and stearic acid. In …


Silver Surface Enrichment On Zsm-5 Zeolites For The Catalytic Cracking Of N-Pentane To Produce Light Olefins, Warisara Angguravanich Jan 2020

Silver Surface Enrichment On Zsm-5 Zeolites For The Catalytic Cracking Of N-Pentane To Produce Light Olefins, Warisara Angguravanich

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The effects of Ag-incorporation on the catalytic performance of ZSM-5 zeolites have been investigated. Since Ag-incorporation can promote the formation of light olefins and significantly enhance catalytic performance in n-pentane catalytic cracking. However, the Ag-incorporated ZSM-5 zeolite was rapidly deactivated in npentane catalytic cracking. Thus, CLD and sulfation methods were introduced to improve catalytic activity and stability of Ag-incorporated ZSM-5 zeolites. The Agincorporated ZSM-5 zeolites have been prepared by the incipient wetness impregnation and CLD methods. Moreover, the sulfated catalyst was prepared by the sequential CLD and sulfation of commercial HZSM-5 zeolite. The catalytic activity and stability of Ag-incorporated ZSM-5 …


กลูโคสไบโอเซ็นเซอร์แบบไม่ใช้เอนไซม์จากคอปเปอร์ออกไซด์/รีดิวซ์กราฟีนออกไซด์นาโนคอมพอสิต, นพรัตน์ จันทร์มี Jan 2020

กลูโคสไบโอเซ็นเซอร์แบบไม่ใช้เอนไซม์จากคอปเปอร์ออกไซด์/รีดิวซ์กราฟีนออกไซด์นาโนคอมพอสิต, นพรัตน์ จันทร์มี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในงานวิจัยนี้กลูโคสไบโอเซ็นเซอร์แบบไม่ใช้เอนไซม์ถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้นาโนคอมพอสิตของโลหะออกไซด์และรีดิวซ์กราฟีนออกไซด์ ขั้วไฟฟ้าคาร์บอนพิมพ์สกรีนถูกดัดแปรด้วยรีดิวซ์ กราฟีนออกไซด์เพื่อเพิ่มการนำไฟฟ้าและดัดแปรด้วยโลหะออกไซด์ที่มีขนาดในระดับนาโนสองชนิด ได้แก่ คอปเปอร์ออกไซด์ และซิงค์ออกไซด์เพื่อเป็นตัวเร่งทางเคมีไฟฟ้าสำหรับการเกิดออกซิเดชันโดยตรงของกลูโคส โดยศึกษาความเข้มข้นของสารดัดแปรที่เหมาะสมด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด จากนั้นเปรียบเทียบประสิทธิภาพการเร่งปฏิกิริยาของขั้วไฟฟ้าดัดแปรด้วยโลหะออกไซด์ด้วยเทคนิคไซคลิกโวล แทมเมทรีพบว่าขั้วไฟฟ้าคาร์บอนพิมพ์สกรีนที่ถูกดัดแปรด้วยรีดิวซ์กราฟีนออกไซด์และคอปเปอร์ออกไซด์ให้กระแสสูงสุด จึงเลือกมาใช้เป็นขั้วไฟฟ้าสำหรับกลูโคสไบโอเซ็นเซอร์แบบไม่ใช้เอนไซม์ สำหรับการตรวจวัดกลูโคสในตัวอย่างจริง อุปกรณ์รูปแบบใหม่ถูกสร้างขึ้นโดยติดกระดาษพิมพ์แวกซ์ที่เคลือบด้วยโซเดียมไฮดรอกไซด์เพื่อเป็นส่วนป้อนสารตัวอย่างลงบนขั้วไฟฟ้าคาร์บอนพิมพ์สกรีนที่ถูกดัดแปรด้วย รีดิวซ์กราฟีนออกไซด์และคอปเปอร์ออกไซด์ อุปกรณ์นี้ถูกใช้ตรวจวัดกลูโคสในฟอสเฟตบับเฟอร์ซาลีนแสดงช่วงความเป็นเส้นตรงที่ 0.125 ถึง 7.0 มิลลิโมลาร์ และ 0.031 ถึง 7.0 มิลลิโมลาร์ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ที่ 0.9940 และ 0.9911 สำหรับการตรวจวัดด้วยเทคนิคไซคลิกโวลแทมเมทรีและเทคนิคแอมเพอโรเมทรี ตามลำดับ นอกจากนี้ขั้วไฟฟ้าคาร์บอนพิมพ์สกรีนที่ถูกดัดแปรด้วยรีดิวซ์กราฟีนออกไซด์และคอปเปอร์ออกไซด์สามารถคงประสิทธิภาพการตรวจวัดได้ถึง 6 วันภายหลังการเตรียมอุปกรณ์ กลูโคสไบโอเซ็นเซอร์แบบไม่ใช้เอนไซม์ที่พัฒนาขึ้นนี้จึงสามารถประยุกต์เป็นอุปกรณ์ทางเลือกสำหรับติดตามผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างง่ายโดยไม่ต้องเตรียมตัวอย่าง


Analysis Of Mass Transfer Coefficient Of Co2 Absorbed By Two-Component Amine Mixture In A Packed Bed Column, Thanakornkan Limlertchareonwanit Jan 2020

Analysis Of Mass Transfer Coefficient Of Co2 Absorbed By Two-Component Amine Mixture In A Packed Bed Column, Thanakornkan Limlertchareonwanit

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Nowadays, coal fired plant has an important role in generating energy all over the world. It affects to greenhouse gases effect (GHGs) and global warming. Carbon dioxide (CO2) is a product of coal combustion that is the amount of number one in the world. However, most of the CO2 usually remove from post-combustion process by chemical absorption which is Monoethanolamine (MEA). Anyway, MEA has a disadvantage such as low CO2 loading and corrosion. Therefore, this study needs to investigate the effect of the mass transfer for a new solvents, 2-(Methylamino)ethanol (2-MAE) and Dimethylaminoethanol (DMAE), compensate for the drawbacks of MEA …


Effect Of Cocatalyst Combination In Titanium-Based Ziegler-Natta Catalyst On Olefin Polymerization, Thanyaporn Pongchan Jan 2020

Effect Of Cocatalyst Combination In Titanium-Based Ziegler-Natta Catalyst On Olefin Polymerization, Thanyaporn Pongchan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research focused on effect of cocatalyst types (TEA, TnOA, and TEA+TnOA) on titanium-based Ziegler-Natta catalyst in olefin polymerization both in slurry and gas-phase systems. This study has been divided into four sections. The commercial titanium-based catalyst was selected to investigate effect of reaction temperature and oxidation state of titanium from ESR measurement on slurry ethylene and propylene polymerization in the first and the second parts, respectively. The commercial catalyst with TEA exhibited the highest activity in ethylene polymerization. However, divalent, and trivalent of titanium (Ti2+ and Ti3+) was active in ethylene polymerization to produce more polymer. Stability of Ti3+ …


Effects Of Synthetic Glyceryl Ester Additives On Cold Flow Properties Of Diesel Oil, Ruchapong Kaweewut Jan 2019

Effects Of Synthetic Glyceryl Ester Additives On Cold Flow Properties Of Diesel Oil, Ruchapong Kaweewut

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The synthesis of solketal derivatives with some selected fatty acid (stearic acid, palmitic acid, lauric acid, myristic acid, oleic acid and linolenic acid) to glyceryl esters was conducted. All compounds were characterized by spectroscopic means. Cold flow properties of diesel oil with these glyceryl ester additives were studied in terms of pour point (PP). Glyceryl laurate was the most effective pour point decreasing at 1,000 mg/kg (DPP = 3°C). However, the blended diesel of 1,000 mg/kg glyceryl laurate could not commercialize finishing product because that was hazy diesel at room temperature. The combination of glyceryl laurate and commercial additive was …


การใช้ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์เพื่อการกำจัดสีย้อมรีแอกทีฟในสารละลายสีย้อมที่ใช้แล้ว, ฐิติกานต์ นิลแก้ว Jan 2019

การใช้ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์เพื่อการกำจัดสีย้อมรีแอกทีฟในสารละลายสีย้อมที่ใช้แล้ว, ฐิติกานต์ นิลแก้ว

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ทางการค้า 3 ชนิด (ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ T B และ F) ที่มีแนวโน้มในการกำจัดสีย้อมรีแอกทีฟ ได้แก่ 1)Novacron Super Black-G 2)Novacron Red S-B และ 3)Novacron Orange C-3R จากการทดลองพบว่าผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ B สามารถกำจัดสีในสารละลายสีได้ดีที่สุด และเมื่อศึกษาความสามารถของผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ B ในการกำจัดสีรีแอกทีฟในสารละลายสีที่มีน้ำและสี ทดลองในภาวะต่างๆ ของค่าพีเอช อุณหภูมิและปริมาณจุลินทรีย์ ณ ภาวะสถิตและเขย่า พบว่า ภาวะที่เหมาะสมต่อการกำจัดสีรีแอกทีฟทั้งสามสี คือพีเอช 8 เติมผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ B 0.7 กรัมในสารละลายสีความเข้มข้น 100 มิลลิกรัมต่อลิตร ปริมาตร 100 มิลลิลิตร บ่มที่ภาวะสถิต อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 6 วัน แล้วนำภาวะที่เหมาะสมเบื้องต้นมาศึกษาความสามารถของผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ B ในการกำจัดสี Novacron Super Black-G ในสารละลายสีที่มีด่างและเกลือพบว่า สามารถกำจัดสารละลายสีที่มีด่างและที่มีด่างและเกลือได้ 87.44 และ 90.61 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ภายใน 6 วัน ผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำเสียหลังกำจัดสีด้วยผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ B พบว่า ค่าพีเอช ของแข็งละลายน้ำทั้งหมด (Total Dissolved Solids; TDS) และของแข็งแขวนลอยทั้งหมด (Total Suspended Solid; TSS) ไม่เกินมาตรฐานน้ำทิ้งสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ ผลการวิเคราะห์โครงสร้างทางเคมีของสีก่อนและหลังกำจัดสีโดยใช้เทคนิค FTIR และ HPLC พบว่า ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ B สามารถย่อยสลายหมู่โครโมฟอร์หรือหมู่เอโซ (-N=N-) ทำให้พันธะเอโซของสีแตกออกแล้วเกิดเป็นสารแอโรแมติกเอมีน ทำให้ความเข้มสีลดลง ในขณะที่ผลการวิเคราะห์กรดออกซาลิกที่อาจเกิดขึ้นจากการย่อยสลายสี Novacron Super Black-G ของผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ B พบว่าไม่สามารถตรวจสอบด้วยเทคนิค HPLC …


การสังเคราะห์ 5-ไฮดรอกซีเมทิลเฟอร์ฟิวรัลจากกลูโคสโดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์ Husy, พิมลพรรณ เล็กสมบูรณ์ Jan 2019

การสังเคราะห์ 5-ไฮดรอกซีเมทิลเฟอร์ฟิวรัลจากกลูโคสโดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์ Husy, พิมลพรรณ เล็กสมบูรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาการดัดแปรสภาพกรดของซีโอไลต์ HUSY ผ่านการล้างด้วยสารละลายกรด และศึกษาการสังเคราะห์ 5-ไฮดรอกซีเมทิลเฟอร์ฟิวรัล (HMF) จากกลูโคสโดยใช้ซีโอไลต์ HUSY เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ในการสังเคราะห์ HMF จากกลูโคสเกิดผ่านปฏิกิริยา 2 ขั้นตอน ได้แก่ ปฏิกิริยาไอโซเมอไรเซชันของกลูโคสเป็นฟรุกโตส และปฏิกิริยาดีไฮเดรชันของฟรุกโตสไปเป็น HMF โดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยากรดชนิดลิวอิส และกรดชนิดกรดบรอนสเตดตามลำดับ จากการศึกษาสมบัติทางกายภาพและเคมีของซีโอไลต์ HUSY พบว่าซีโอไลต์ HUSY ที่ผ่านการดัดแปรสภาพกรดมีปริมาณอะลูมิเนียมลดลง พร้อมกับเกิดการสูญเสียโครงสร้างผลึกซีโอไลต์ จากการศึกษาหมู่ฟังก์ชันพบว่าซีโอไลต์ HUSY ที่ผ่านการแปรสภาพกรดมีหมู่ฟังก์ชันหมู่ไฮดรอกซิลของตำแหน่งกรดชนิดบรอนสเตดและกรดชนิดลิวอิสที่เปลี่ยนแปลงไป และจากการศึกษาสภาพกรดของซีโอไลต์ HUSY ที่ผ่านการแปรสภาพกรด พบว่ามีแนวโน้มของปริมาณกรดรวมลดลง ขณะที่สัดส่วนของปริมาณตำแหน่งกรดแก่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และปริมาณตำแหน่งกรดชนิดบรอนสเตดและกรดชนิดลิวอิสมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในการสังเคราะห์ HMF จากกลูโคส พบว่าการเปลี่ยนกลูโคสมีความสัมพันธ์กับปริมาณตำแหน่งกรดแก่ในตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์ HUSY และผลได้ของ HMF มีความสัมพันธ์กับสัดส่วนระหว่างปริมาณตำแหน่งตำแหน่งกรดชนิดบรอนสเตดกับกรดชนิดลิวอิส (สัดส่วน B/L) ซึ่งพบว่าตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์ HUSY-0.1N-80 ที่มีสัดส่วน B/L เท่ากับ 3.17 ทำให้ได้ผลได้ของ HMF สูงที่สุด และสภาวะการสังเคราะห์ HMF พบว่าตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์ HUSY-0.1N-80 ปริมาณ 0.25 กรัม สังเคราะห์ที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสเป็นระยะเวลา 60 นาที เป็นสภาวะที่เหมาะสมที่สุด โดยมีการเปลี่ยนของกลูโคส และผลได้ของ HMF เท่ากับ 99.6% และ 65.6% ตามลำดับ


การวิเคราะห์ความอ่อนไหวสำหรับการหาค่าเหมาะที่สุดของกระบวนการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยสารละลายโพแทสเซียมคาร์บอเนต, ฐาปณัฐ ชื่นพันธุ์ Jan 2019

การวิเคราะห์ความอ่อนไหวสำหรับการหาค่าเหมาะที่สุดของกระบวนการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยสารละลายโพแทสเซียมคาร์บอเนต, ฐาปณัฐ ชื่นพันธุ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

กระบวนการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยวิธีการดูดซึมทางเคมีเป็นหนึ่งในวิธีที่ถูกใช้ในกระบวนการบำบัดแก๊สเสียในระดับภาคอุตสาหกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หนึ่งในวิธีการศึกษาและพัฒนากระบวนการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยวิธีการดูดซึมทางเคมีอย่างมีประสิทธิภาพ คือ การสร้างแบบจำลองในโปรแกรมคอมพิวเตอร์เนื่องจากช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลา นอกจากนี้ ยังได้รับการยอมรับในวงการวิศวกรรมเคมี ในงานวิจัยนี้ การวิเคราะห์ความอ่อนไหวด้วยวิธีการออกแบบการทดลองเชิงแฟกทอเรียลสองระดับของกระบวนการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยสารละลายโพแทสเซียมคาร์บอเนตถูกจำลองโดยระบบสมดุลภายในโปรแกรม Aspen Plus โดยแบบจำลองสมบัติเชิงอุณหพลศาสตร์ ENRTL-RK เพื่อหาค่าเหมาะที่สุดและเปรียบเทียบผลของสถานการณ์ที่เหมาะที่สุดกับผลของกระบวนการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยสารละลายโมโนเอทาโนลามีนจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จากการศึกษา พบว่า ประสิทธิภาพการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ของสถานการณ์ที่มีค่าเหมาะที่สุดมีค่าร้อยละ 87.04 และมีค่าพลังงานจำเพาะต่อมวลคาร์บอนไดออกไซด์ที่เครื่องทำความร้อนของหอแยกเท่ากับ 2.17 GJ/T CO2 อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายในการในการดำเนินการของกระบวนการกำจัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปีเท่ากับ 57.50 USD/T CO2 ซึ่งมีประสิทธิภาพการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่สูงกว่าและค่าใช้จ่ายในการในการดำเนินการของกระบวนการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปีที่ต่ำกว่าผลการจำลองกระบวนการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยสารละลายโมโนเอทาโนลามีนจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีประสิทธิภาพการดักจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ร้อยละ 73.35 ค่าพลังงานจำเพาะต่อมวลคาร์บอนไดออกไซด์ที่เครื่องทำความร้อนของหอแยกเท่ากับ 4.73 GJ/T CO2 และมีค่าใช้จ่ายในการในการดำเนินการของกระบวนการกำจัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปีเท่ากับ 107.50 USD/T CO2


Structure And Dynamics Of Spin Label Side Chains In Membrane Protein Using Molecular Dynamics Simulations, Ngoc-Lan Le-Nguyen Jan 2019

Structure And Dynamics Of Spin Label Side Chains In Membrane Protein Using Molecular Dynamics Simulations, Ngoc-Lan Le-Nguyen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Site-directed spin labeling (SDSL) combined with electron paramagnetic resonance (EPR) spectroscopy is a powerful approach to explore the structure and dynamics of biological complex systems. Nitroxide spin label is the most widely used probe for SDSL in the study of structure and function of biomolecules. However, the behavior of the nitroxide spin label is not well understood. This study aims to characterize the structural and dynamical properties of the spin label in the voltage-sensing domain (VSD) of KvAP, a potassium channel from the thermophilic archaea Aeropyrum pernix by mean of molecular dynamics (MD) studies. MD simulations for unlabeled and a …


การปรับปรุงการนำไฟฟ้าของพอลิเมอร์ผสมไนลอน 6/พอลิแอนิลีนโดยแกรฟีน, ศิริกัญญา สุขสนิท Jan 2019

การปรับปรุงการนำไฟฟ้าของพอลิเมอร์ผสมไนลอน 6/พอลิแอนิลีนโดยแกรฟีน, ศิริกัญญา สุขสนิท

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาฟิล์มพอลิเมอร์ที่มีสมบัตินำไฟฟ้าในช่วงที่สามารถใข้งานเป็นวัสดุป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิต โดยการนำพอลิเมอร์นำไฟฟ้า คือ พอลิแอนิลีนมาผสมกับไนลอน 6 เพื่อให้ขึ้นรูปได้ และปรับปรุงการนำไฟฟ้าด้วยรีดิวซ์แกรฟีนออกไซด์ โดยแอนิลีนถูกพอลิเมอไรซ์แบบอินซิทูร่วมกับรีดิวซ์แกรฟีนออกไซด์ที่ปริมาณร้อยละ 10 20 30 และ 40 โดยน้ำหนักของแอนิลีน เพื่อเตรียมพอลิเมอร์คอมพอสิต กระบวนการเตรียมพอลิเมอร์คอมพอสิตนี้มีการใช้รีดิวซ์แกรฟีนออกไซด์และแกรไฟต์ออกไซด์ด้วยวิธีที่ต่างกัน กล่าวคือการใช้แกรฟีนออกไซด์ที่ถูกรีดิวซ์ให้กลายเป็นรีดิวซ์แกรฟีนออกไซด์แล้วผสมกับมอนอเมอร์ก่อนการพอลิเมอไรเซชัน และการใช้แกรฟีนออกไซด์ที่ยังไม่ถูกรีดิวซ์มาผสมกับมอนอเมอร์แล้วจึงนำมารีดิวซ์เพื่อกำจัดอะตอมของออกซิเจนออกภายหลังการพอลิเมอไรเซชัน จากการวิเคราะห์พอลิเมอร์คอมพอสิตด้วยเทคนิคฟูเรียร์ทรานส์ฟอร์มอินฟราเรดสเปกโทรสโกปีและเทคนิคเอกซ์เรย์โฟโตอิเล็กตรอนสเปกโทรสโกปีพบหมู่ฟังก์ชันที่แสดงถึงพอลิแอนิลีนและแกรฟีน นอกจากนี้ จากการศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาพบว่ามีเส้นใยของพอลิแอนิลีนปกคลุมแผ่นแกรฟีนอยู่ แสดงว่ากระบวนการอินซิทูพอลิเมอไรเซชันสามารถสังเคราะห์พอลิเมอร์คอมพอสิตพอลิแอนิลีน/แกรฟีนได้ การผสมพอลิเมอร์คอมพอสิตกับไนลอน 6 ใช้เทคนิคการผสมแบบสารละลาย ทำให้แห้ง แล้วนำมาขึ้นรูปด้วยการอัดแบบ ผลการทดสอบพอลิเมอร์ผสมพบว่าการกระจายตัวของพอลิเมอร์คอมพอสิตไม่ดีนักและเกาะกลุ่มกัน ทำให้สมบัติเชิงกลของฟิล์มพอลิเมอร์ผสมมีความทนแรงดึง ยังส์มอดุลัส และความยืดตัวสูงสุด ณ จุดขาดต่ำกว่าฟิล์มไนลอน 6 บริสุทธิ์ แต่ฟิล์มพอลิเมอร์ผสมมีค่าเสถียรภาพทางความร้อนและอุณหภูมิกลาสทรานสิชันที่สูงขึ้น รวมทั้งมีการนำไฟฟ้าที่ดีขึ้นอีกด้วย โดยอยู่ในช่วงการใช้งานที่สามารถลดการเกิดไฟฟ้าสถิตได้


Chemical Synthesis Of Galacto-Oligosaccharides And Evaluation Of Their Prebiotic Properties, Pranpariya Ponpakdee Jan 2019

Chemical Synthesis Of Galacto-Oligosaccharides And Evaluation Of Their Prebiotic Properties, Pranpariya Ponpakdee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Galacto-oligosaccharides (GOS) are composed of galactose and glucose between 2–8 units or disaccharide comprising 2 units of galactose linked by glycosidic bonds. GOS exhibits prebiotic activity and widely used in infant formula. Commercial GOS was achieved as mixture by enzymatic synthesis of lactose with β-galactosidase. Due to the nature of the enzymatic derived-GOS, the structure-activity relationship of GOS and prebiotic activity is mainly ambiguous. In this work, we presented the development towards a production of GOS by chemical synthesis starting from lactose. First, lactose was isolated from liquid whey with 3.90% w/v recovery. Lactose was then hydrolyzed to produce galactose …


Synthesis And Photocatalytic Activity Of Ag-Tio2 For Organic Compound Removal, Tri Rahmawati Jan 2019

Synthesis And Photocatalytic Activity Of Ag-Tio2 For Organic Compound Removal, Tri Rahmawati

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Organic pollutants such as dyes and volatile organic compounds which are widely used materials in industries and discharged daily to the aqueous environment can be harmful to human health. This present study proposed an environmentally friendly approach for silver-doped titanium dioxide (Ag-TiO2) synthesis as a photocatalyst material used as photocatalytic organic pollutant degradation. The synthesis of Ag-TiO2 was conducted by using dry and wet ball milling sol−gel method with the aqueous extract of turmeric powder under 6000C calcination. The effect of different Ag contents of 0.5%, 1%, 3%, and 6% in Ag-TiO2 on the degradation of the organic pollutants was …


Tio2–Based Mixed Oxide Photocatalysts For Oxidative Desulfurization, Tu Thi Phuong Nguyen Jan 2019

Tio2–Based Mixed Oxide Photocatalysts For Oxidative Desulfurization, Tu Thi Phuong Nguyen

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This work reports the synthesis of TiO2-WO3 and TiO2-SiO2 composites using sol-gel method. The prepared composites were used as catalysts in photocatalytic oxidative desulfurization of dibenzothiophene (DBT). TiO2-SiO2 composites were also prepared by wet impregnation method to study the effect of synthesis methods on the photocatalytic efficiency. The prepared materials were characterized by XRD, FTIR, N2 adsorption-desorption, SEM, NH3-TPD, DRUV and PL analysis. The catalytic results for WO3-TiO2 composites show that the charge recombination was less occurred which was beneficial for enhancing the photocatalytic efficiency. Interestingly, WO3-TiO2 composites could be activated under visible irradiation and most of them showed higher …


การย่อยสลายด้วยเอนไซม์ของพอลิเอสเทอร์ไมโครไฟเบอร์ที่ได้จากการซักผ้าสปันพอลิเอสเทอร์, โกมลชนก ผลาหาญ Jan 2019

การย่อยสลายด้วยเอนไซม์ของพอลิเอสเทอร์ไมโครไฟเบอร์ที่ได้จากการซักผ้าสปันพอลิเอสเทอร์, โกมลชนก ผลาหาญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้แสดงการผลิตเอนไซม์เอสเทอเรสที่มีค่าแอกติวิตีสูงสุด 9,200 ยูนิตต่อมิลลิลิตร จากเชื้อแอกติโนมัยซีส Thermobifida sp. เพื่อนำไปย่อยสลายเศษเส้นใยพอลิเอสเทอร์ที่ได้จากการซักผ้าสปันพอลิเอสเทอร์โดยศึกษาผลกระทบของพีเอชและอุณหภูมิต่อค่าแอกติวิตีของเอนไซม์ ศึกษาภาวะที่เหมาะสมสำหรับการย่อยสลายเศษเส้นใย ได้แก่ อุณหภูมิ พีเอช เวลา และความเข้มข้นของเอนไซม์ จากการทดลองพบว่า พีเอชและอุณหภูมิ ที่ทำให้เอนไซม์เอสเทอเรสมีค่าแอกติวิตีสัมพัทธ์สูงสุดคือ พีเอช 9 (ทริสไฮโดรคลอริกบัฟเฟอร์) และ อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส และเป็นภาวะที่เอนไซม์เอสเทอเรสมีความเสถียร เมื่อนำเอนไซม์เอสเทอเรสที่ความเข้มข้น 25–100 เปอร์เซ็นต์ (ปริมาตรต่อปริมาตร) ไปย่อยสลายเศษเส้นใยพอลิเอสเทอร์ เป็นเวลา 1-7 วัน แล้วนำสารละลายหลังการย่อยสลายมาวิเคราะห์หาชนิด และปริมาณผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น (TPA, EG, BHET) รวมทั้งศึกษาสมบัติของเศษเส้นใยพอลิเอสเทอร์หลังการย่อยสลายโดยใช้เทคนิค SEM XRD และ FT-IR พบว่า สารละลายหลังการย่อยสลายเศษเส้นใยพอลิเอสเทอร์ 0.05 กรัม ด้วยเอนไซม์ 75 เปอร์เซ็นต์ (ปริมาตรต่อปริมาตร) ที่พีเอช 9 และ อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 วัน ที่ถูกวิเคราะห์ด้วยเทคนิค UV-Vis Spectrophotometry แสดงปริมาณ TPA ที่เกิดขึ้นสูงสุดที่ 49.05 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ในขณะที่การวิเคราะห์สารละลายหลังการย่อยสลายที่ภาวะข้างต้นโดยใช้เทคนิค HPLC-UV detector แสดงปริมาณ TPA ที่ 11.19 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และ BHET ที่ 13.27 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และการวิเคราะห์โดยใช้เทคนิค HPLC-RI detector พบปริมาณ EG ในสารละลายที่ 446.71 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ส่วนการวิเคราะห์เศษเส้นใยพอลิเอสเทอร์ด้วยเทคนิค SEM หลังการย่อยสลายด้วยเอนไซม์เอสเทอเรส 75 เปอร์เซ็นต์ (ปริมาตรต่อปริมาตร) ที่ภาวะข้างต้น พบว่า เศษเส้นใยถูกทำลายและมีพื้นผิวขรุขระเป็นบริเวณกว้างมากกว่าเศษเส้นใยที่ผ่านการย่อยสลายด้วยเอนไซม์ที่ภาวะอื่นๆ นอกจากนั้นยังพบว่าการวิเคราะห์เศษเส้นใยพอลิเอสเทอร์ก่อนและหลังการย่อยสลายด้วยเอนไซม์ด้วย FTIR ปรากฎพีกที่คล้ายคลึงกัน …


ผลของตัวแปรการอัดรีดต่อการแตกข้างของแก้มยางที่ผลิตจากเครื่องอัดรีดแบบสองหัว, ณัชพล สวัสดิวุฒิพงศ์ Jan 2019

ผลของตัวแปรการอัดรีดต่อการแตกข้างของแก้มยางที่ผลิตจากเครื่องอัดรีดแบบสองหัว, ณัชพล สวัสดิวุฒิพงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของตัวแปรการอัดรัดต่อการแตกข้างของแก้มยางรถยนต์ที่ผลิตจากเครื่องอัดรีดแบบสองหัวและสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ภาวะต่างๆ เพื่อลดปริมาณยางที่ไม่ผ่านมาตรฐาน (Work Away: W/A) ของโรงงานกรณีศึกษา จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของโรงงาน พบว่า W/A ที่เกิดจากการผลิตแก้มยางรถยนต์มีปริมาณมากที่สุดเฉลี่ย 8.8% เมื่อพิจารณาข้อมูลเดือนมกราคม พ.ศ. 2562 พบว่า W/A ที่เกิดมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ช่วงต้นของการผลิต (26.92%) ช่วงท้ายของการผลิต (23.25%) และ การแตกข้าง (19.74%) ตามลำดับ อย่างไรก็ตามปัญหาของการเกิด W/A จากการแตกข้างเป็นปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขและยังคงเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงสนใจปัญหาการแตกข้างของแก้มยางรถยนต์ พบว่า รุ่นการผลิต A มีปริมาณ W/A ที่เกิดจากการแตกข้างมากที่สุด โดยนำเครื่องมือ 4M1E มาวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาการแตกข้างของแก้มยางรถยนต์ นอกจากนี้ยังศึกษาสมบัติของผลิตภัณฑ์ ได้แก่ การวัลคาไนซ์ ความหนืดมูนนี่ ความหนาแน่นของพันธะเชื่อมขวาง ความต้านทานแรงดึง และความแข็งของผลิตภัณฑ์ โดยใช้วิธีการออกแบบการทดลองแบบ 3k Factorial Design ผลการศึกษา พบว่า ตัวแปรที่ส่งผลต่อการแตกข้างของแก้มยาง คือ ตัวแปรที่เกิดจากช่องว่างระหว่างสกรูกับกระบอกบาร์เรลที่มีขนาดกว้างเกิน 0.036 นิ้ว ทำให้มีปริมาณ W/A อยู่ที่เฉลี่ยร้อยละ 19.72 หลังแก้ไขโดยการเปลี่ยนสกรู พบว่า W/A ลดลงเหลือเฉลี่ย 2.32% ดังนั้นวิธีการนี้เป็นหนึ่งในแนวทางของการแก้ไขปัญหาการแตกข้างได้


คอมพอสิตชีวภาพของพอลิแล็กทิกแอซิด/ยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดส์/เส้นใยมะพร้าว, วรพร คิ้วเจริญ Jan 2019

คอมพอสิตชีวภาพของพอลิแล็กทิกแอซิด/ยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดส์/เส้นใยมะพร้าว, วรพร คิ้วเจริญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ การเตรียมคอมพอสิตชีวภาพจากพอลิแล็กทิกแอซิด/ยางธรรมชาติ อิพ็อกซิไดซ์ด้วยเส้นใยมะพร้าว โดยเริ่มจากยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์ที่มีระดับอิพ็อกซิเดชันปานกลาง (ร้อยละ 38 โดยโมลอิพ็อกซิเดชัน) ถูกเตรียมผ่านกระบวนการ ‘อินซิทู’ อิพ็อกซิเดชันของน้ำยางธรรมชาติ โดยใช้กรดฟอร์มิก 0.75 โมลาร์ และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 0.75 โมลาร์ จากนั้นพอลิเมอร์ผสมพอลิแล็กทิกแอซิด/ยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์ที่อัตราส่วนต่าง ๆ (100/0, 90/10, 80/20, 70/30, 60/40, 50/50 โดยน้ำหนัก) ได้ถูกเตรียมโดยการผสมแบบหลอมเหลวด้วยเครื่องอัดรีดแบบเกลียวคู่ตามด้วยการฉีดแบบ จากการทดสอบ พบว่าความทนแรงกระแทกและการยืดตัว ณ จุดขาดได้รับการปรับปรุงด้วยการเติมยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์ที่ปริมาณร้อยละ 10 โดยน้ำหนัก หากแต่ความทนแรงดึง ยังส์มอดุลัส ความทนแรงดัดโค้ง เสถียรภาพทางความร้อนและการเกิดผลึกลดลง อีกทั้งความทนแรงกระแทกและการยืดตัว ณ จุดขาดลดลงเมื่อเติมยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์ปริมาณเพิ่มขึ้น จากผลของความทนแรงกระแทกและการยืดตัว ณ จุดขาด พอลิเมอร์ผสม พอลิแล็กทิกแอซิด/ยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์ที่อัตราส่วน 90/10 ถูกเลือกสำหรับเตรียมเป็นคอมพอสิตชีวภาพกับเส้นใยมะพร้าว 3 อัตราส่วน (5, 10 และ 20 ส่วนต่อเรซินร้อยส่วน) และทำการเปรียบเทียบเทคนิคการผสม ได้แก่ เครื่องอัดรีดแบบเกลียวคู่และเครื่องผสมแบบปิดตามด้วยการฉีดแบบ จากการทดสอบ พบว่า การผสมเส้นใยมะพร้าวที่ปริมาณ 5 ส่วนต่อเรซินร้อยส่วนด้วยเครื่องอัดรีดแบบเกลียวคู่ สามารถปรับปรุงความทนแรงดึง ยังส์มอดุลัส การยืดตัว ณ จุดขาด ความทนแรงดัดโค้งและการเกิดผลึกได้เล็กน้อย แต่เสถียรภาพทางความร้อนลดลง ขณะที่การผสมเส้นใยมะพร้าวทุกอัตราส่วนด้วยเครื่องผสมแบบปิดไม่สามารถปรับปรุงสมบัติเชิงกลและเสถียรภาพทางความร้อนอย่างมีนัยยะสำคัญได้เมื่อเปรียบเทียบกับพอลิแล็กทิกแอซิด/ยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์ที่อัตราส่วน 90/10 ที่ผสมด้วยเทคนิคเดียวกัน ถึงแม้ว่าการปรับปรุงนี้ขึ้นกับเทคนิคการผสม คอมพอสิตชีวภาพที่ผสมด้วยเครื่องผสมแบบปิดมีสมบัติเชิงกลและเสถียรภาพทางความร้อนที่ดีกว่าชิ้นงานที่ผสมด้วยเครื่องอัดรีดแบบเกลียวคู่ที่มีองค์ประกอบเดียวกัน นอกจากนี้ การเติมทั้งยางธรรมชาติอิพ็อกซิไดซ์และเส้นใยมะพร้าวสามารถปรับปรุงการย่อยสลายทางชีวภาพของชิ้นทดสอบได้


Development Of Comprehensive Two Dimensional Gas Chromatography Coupled With Dean Switch For Analysis Of Volatile Organic Compounds, Nilobon Thongdorn-Ae Jan 2019

Development Of Comprehensive Two Dimensional Gas Chromatography Coupled With Dean Switch For Analysis Of Volatile Organic Compounds, Nilobon Thongdorn-Ae

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The ability to identify and quantify compounds in complex matrices is paramount for analysis of petroleum samples. Multidimensional gas chromatography (MDGC) is one of the most powerful techniques to obtain such capability. The recent advance involves development of comprehensive multiple heart-cut (CH/C) technique employing long first and second dimensional (1D and 2D) columns which enhances both 1D and 2D analyte peak capacity. In addition, short pulse transfer from the first (1D) to the second dimensional (2D) separation with rapid cycle times can be applied which enhances separation power and fastens the analysis time to obtain comprehensive chemical profile of a …


ผลของสารตัวเติมซิลิกาต่อสมบัติแก้มยาง, ทศพร ขุมเงิน Jan 2019

ผลของสารตัวเติมซิลิกาต่อสมบัติแก้มยาง, ทศพร ขุมเงิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในอุตสาหกรรมการผลิตยางรถยนต์ที่มีการแข่งขันทางด้านคุณภาพและราคาของยางล้อนั้น ข้อมูลของโรงงานได้บ่งชี้ว่าคอมพาวนด์แก้มยางเป็นส่วนที่ถูกผลิตมากที่สุด โดยผงเขม่าดำ (Carbon black) ถูกใช้สารตัวเติมนั้นมีราคาที่สูง ดังนั้นงานวิจัยนี้มีแนวคิดที่จะใช้สารตัวเติมซิลิกา (Silica) ที่มีราคาถูกกว่ามาศึกษาผลการทบของสารตัวเติมซิลิกาที่มีต่อคอมพาวนด์แก้มยางโดยศึกษาปริมาณการใช้สารตัวเติมซิลิกาที่เหมาะสมเพื่อทดแทนการเติมผงเขม่าดำในการผลิตคอมพาวนด์แก้มยาง โดยศึกษาอัตราส่วนระหว่างซิลิกาต่อผงเขม่าดำที่ปริมาณการเติมสารตัวเติมคงที่ที่ 51 phr โดยมีสัดส่วนซิลิกาต่อผงเขม่าดำดังนี้ 51:0, 48.5:2.5, 46:5, 43.5:7.5 phr และศึกษาผลของปริมาณการใส่สารคู่ควบไซเลนในสัดส่วนร้อยละของปริมาณซิลิกาที่ 0% 2% และ 10% โดยน้ำหนัก ทำการศึกษาค่าความหนืดมูนนี่ พฤติกรรมการคงรูป ค่าความหนาแน่นของพันธะเชื่อมขวาง ค่าการกระเด้งกระดอน ค่าความแข็ง สมบัติแรงดึง และสมบัติการต้านทานความร้อน ซึ่งผลจากการวิจัยแสดงให้เห็นว่าค่าความหนืดมูนนี่และกระจายตัวของสารตัวเติมไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดซึ่งเป็นผลจากการที่ใส่สารตัวเติมซิลิกาในปริมาณที่น้อยแต่จะเห็นได้ว่าเมื่อปริมาณซิลิกาเพิ่มขึ้นจะส่งผลให้พฤติกรรมการคงรูปและระยะยืด ณ จุดขาดของคอมพาวนด์มีค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยสัดส่วนการใส่ซิลิกา 7.5 phr และไม่มีการใส่สารคู่ควบไซเลน พบว่าระยะเวลาสกอร์ช และระยะเวลาในการคงรูป มีค่าสูงสุดเท่ากับ 7.24 นาทีและ 16.14 นาที ตามลำดับ อย่างไรก็ตามการเพิ่มปริมาณของซิลิกาส่งผลให้ค่าความหนาแน่นของพันธะเชื่อมขวาง ค่าการกระเด้งกระดอน ค่าความแข็ง และค่าความต้านแรงดึงมีค่าลดลงเมื่อเทียบกับคอมพาวนด์แก้มยางที่ใส่เพียงผงเขม่าดำเนื่องจากการถูกดูดซับของสารเร่งจากหมู่ไซลานอลบนพื้นผิวของซิลิกา