Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
Physical Sciences and Mathematics Commons™
Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Computer Sciences (3905)
- Engineering (2842)
- Environmental Sciences (2218)
- Chemistry (1773)
- Earth Sciences (1649)
-
- Life Sciences (1563)
- Computer Engineering (1472)
- Mathematics (1388)
- Physics (1318)
- Artificial Intelligence and Robotics (1263)
- Numerical Analysis and Scientific Computing (1060)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (917)
- Social and Behavioral Sciences (909)
- Systems Science (862)
- Sustainability (778)
- Oceanography and Atmospheric Sciences and Meteorology (674)
- Statistics and Probability (595)
- Medicine and Health Sciences (594)
- Electrical and Computer Engineering (586)
- Oil, Gas, and Energy (544)
- Environmental Monitoring (480)
- Environmental Indicators and Impact Assessment (471)
- Applied Mathematics (457)
- Education (437)
- Mining Engineering (434)
- Geology (408)
- Natural Resources and Conservation (400)
- Astrophysics and Astronomy (381)
- Soil Science (377)
- Institution
-
- China Simulation Federation (862)
- TÜBİTAK (800)
- University of Nebraska - Lincoln (691)
- University of Kentucky (639)
- Singapore Management University (501)
-
- Old Dominion University (307)
- Utah State University (293)
- Chulalongkorn University (287)
- City University of New York (CUNY) (251)
- Missouri University of Science and Technology (217)
- University of Nevada, Las Vegas (208)
- China Coal Technology and Engineering Group (CCTEG) (203)
- University of South Florida (193)
- Louisiana State University (187)
- Portland State University (185)
- University of Texas at El Paso (184)
- University of Texas Rio Grande Valley (175)
- Technological University Dublin (165)
- University of South Carolina (151)
- San Jose State University (138)
- University of New Mexico (133)
- Ministry of Higher and Secondary Specialized Education of the Republic of Uzbekistan (126)
- University of Arkansas, Fayetteville (126)
- University of Central Florida (118)
- Air Force Institute of Technology (115)
- Prairie View A&M University (112)
- Virginia Commonwealth University (112)
- Brigham Young University (111)
- University for Business and Technology in Kosovo (111)
- Claremont Colleges (110)
- Keyword
-
- Machine learning (163)
- Sustainability (88)
- Chemistry (86)
- Deep learning (85)
- Machine Learning (83)
-
- Climate change (78)
- Simulation (70)
- Computer Science (67)
- Environment (63)
- Climate (55)
- Mathematics (49)
- Physics (49)
- Deep Learning (46)
- Classification (44)
- Groundwater (44)
- Cybersecurity (41)
- Remote sensing (41)
- Envirome (40)
- Sustain (40)
- Optimization (39)
- Artificial intelligence (38)
- Undergraduate (38)
- Modeling (37)
- Security (37)
- Geology (36)
- Statistics (36)
- Big data (35)
- Blockchain (35)
- California (35)
- Weather (35)
- Publication
-
- Journal of System Simulation (862)
- Theses and Dissertations (515)
- Research Collection School Of Computing and Information Systems (449)
- Turkish Journal of Electrical Engineering and Computer Sciences (335)
- Electronic Theses and Dissertations (293)
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (254)
- Faculty Publications (245)
- World of Coal Ash Proceedings (224)
- Turkish Journal of Mathematics (223)
- IGC Proceedings (1977-2023) (213)
- Coal Geology & Exploration (203)
- Turkish Journal of Chemistry (134)
- USF Tampa Graduate Theses and Dissertations (129)
- Applications and Applied Mathematics: An International Journal (AAM) (108)
- Departmental Technical Reports (CS) (105)
- Physics Faculty Publications (95)
- Dissertations (94)
- Walden Dissertations and Doctoral Studies (94)
- Graduate Theses and Dissertations (91)
- Publications and Research (88)
- Open Educational Resources (87)
- Master's Projects (86)
- Articles (85)
- Honors Theses (81)
- Open Access Theses & Dissertations (79)
- Journal of Electrochemistry (74)
- UNLV Theses, Dissertations, Professional Papers, and Capstones (74)
- LSU Doctoral Dissertations (70)
- United States Department of Agriculture Wildlife Services: Staff Publications (70)
- School of Natural Resources: Faculty Publications (68)
- Publication Type
- File Type
Articles 12871 - 12900 of 13000
Full-Text Articles in Physical Sciences and Mathematics
กลยุทธ์การตัดบนโยโลวีสามสำหรับการตรวจจับวัตถุแบบทันกาล, ณัฐนนท์ กฤตยานวัช
กลยุทธ์การตัดบนโยโลวีสามสำหรับการตรวจจับวัตถุแบบทันกาล, ณัฐนนท์ กฤตยานวัช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในงานตรวจจับวัตถุ แบบจำลอง YOLOv3 จัดว่าเป็นแบบจำลองที่มีประสิทธิภาพดีในด้านความแม่นยำ แต่ทว่าด้วยจำนวนตัวแปรในแบบจำลองที่มีมากกว่าสิบล้านตัวแปร ส่งผลให้ตัวแบบจำลองไม่เหมาะสมที่จะนำไปใช้งานบนกล้องหรืออุปกรณ์ขนาดเล็ก โดยงานวิจัยชิ้นนี้นำเสนอกลไกการบีบอัดแบบจำลองที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับแบบจำลอง YOLOv3 เพื่อตัดตัวกรองที่ไม่จำเป็นออกจากตัวแบบจำลอง แต่เนื่องจากแบบจำลอง YOLOv3 นั้นประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 2 ส่วน คือ โครงข่ายกระดูกสันหลัง และโครงข่ายพีระมิดฟีเจอร์ งานวิจัยชิ้นนี้จึงนำเสนอกลยุทธ์ 3 อย่างดังต่อไปนี้ 1) การตัดแบบแยกส่วน 2) การจำกัดการตัด และ 3) เกณฑ์การหยุด หลังจากนั้นจึงนำกลยุทธ์ทั้ง 3 อย่างมารวมกันเป็นกลไกการตัดแบบทนทานเพื่อตัดแบบจำลองแบบแยกส่วนกัน ด้วยวิธีการนี้ สามารถช่วยป้องกันการตัดส่วนใดส่วนหนึ่งของแบบจำลองมากเกินไป ส่งผลให้แบบจำลองมีเสถียรภาพมากขึ้น
วิธีการสำหรับการสร้างหุ่นยนต์สนทนาไทยโดยใช้หน่วยความจำระยะสั้นแบบยาวแบบสยามและการแต่งเติมข้อมูลเชิงข้อความ, ธนัญญา พีรพัฒนาการ
วิธีการสำหรับการสร้างหุ่นยนต์สนทนาไทยโดยใช้หน่วยความจำระยะสั้นแบบยาวแบบสยามและการแต่งเติมข้อมูลเชิงข้อความ, ธนัญญา พีรพัฒนาการ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แนวคิดการนำหุ่นยนต์สนทนามาช่วยในการตอบคำถามปัญหาที่พบบ่อยให้กับผู้รับบริการ เช่น การสอบถามข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผู้ให้บริการ เป็นต้น เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในยุคปัจจุบัน อีกทั้งในการเรียนรู้ของเครื่องสำหรับสร้างหุ่นยนต์สนทนานั้น ชุดข้อมูลที่ใช้สำหรับการเรียนรู้ของแบบจำลอง ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้แบบจำลองให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในงานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากการไฟฟ้านครหลวงแห่งประเทศไทยที่ได้รวบรวมข้อมูลการให้บริการการตอบปัญหาลูกค้าผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยจำนวนของชุดคำถามที่ได้นั้นมีปริมาณน้อยกว่า 1,500 คำถาม ทำให้จำนวนและความหลากหลายของข้อมูลที่มีนั้นส่งผลกับการเรียนรู้ของเครื่องโดยตรง งานวิจัยนี้จึงนำเสนอแนวคิดในการแต่งเติมข้อมูลด้วยวิธีการแทนที่คำด้วยคำที่มีความหมายคล้ายกันด้วยการวัดระยะห่างระหว่างเวกเตอร์น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับคำที่ต้องการจะนำไปแทนที่ในประโยคเดิม เพื่อเพิ่มจำนวนและความหลากหลายของข้อมูล จากนั้นจึงนำชุดข้อมูลที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับแบบจำลองหน่วยความจำระยะสั้นแบบยาว (Long Short-Term Memory: LSTM) ที่ใช้ร่วมกับการหาระยะทางร่วมกับการทดลองหาระยะทางของเวกเตอร์ทั้ง 3 แบบ ได้แก่ การหาระยะทางแบบยุคลิด (Euclidean Distance) การหาระยะทางแบบแมนฮัตตัน (Manhattan Distance) และ การหาค่าความคล้ายโคไซน์ (Cosine Similarity) เพื่อนำไปใช้ในการค้นคืนคำตอบของคำถามที่ได้รับมาจากผู้ใช้งาน ซึ่งผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าชุดข้อมูลที่ปรับปรุงด้วยวิธีการแต่งเติมข้อมูลเชิงข้อความที่นำเสนอนั้นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของแบบจำลองได้ดีกว่าชุดข้อมูลตั้งต้น
การสร้างภาพมีคุณสมบัติตามต้องการโดยแบบจำลองดิสโกแกนเสริมด้วยการสร้างคุณสมบัติซ้ำ, ธนัทวิทย์ อังศรวณีย์
การสร้างภาพมีคุณสมบัติตามต้องการโดยแบบจำลองดิสโกแกนเสริมด้วยการสร้างคุณสมบัติซ้ำ, ธนัทวิทย์ อังศรวณีย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
แนวคิดที่ได้จากการแปลงภาพหนึ่งเป็นอีกภาพหนึ่ง นั้นมีประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น การเพิ่มความคมชัดให้ภาพ การตกแต่งภาพ การแบ่งสัดส่วนพร้อมบอกความหมายของภาพ โดยแบบจำลองที่เป็นที่นิยมในการใช้แก้ปัญหา คือ แบบจำลองแกน (generative adversarial network - GAN) เช่น แบบจำลองดิสโกแกน (DiscoGAN) และ แบบจำลองวัฏจักรของแกน (CycleGAN) โดยการฝึกแบบจำลองจะใช้ข้อมูลนำเข้าแบบไม่มีคุณสมบัติและสร้างผลลัพธ์เป็นภาพที่มีคุณสมบัติตามต้องการ หลังจากฝึกแบบจำลองจะสามารถสังเคราะห์ภาพที่มีคุณสมบัติตามต้องการ จากภาพที่ไม่มีคุณสมบัติเหล่านั้น อย่างไรก็ตามมีวิธีการฝึกแบบจำลองนั้นไม่เหมือนกับการประยุกต์ใช้จริงคือ การนำไปประยุกต์ใช้จริง ภาพที่รับเข้ามาผ่านแบบจำลองก่อกำเนิด อาจเป็นได้ทั้ง ภาพที่ยังไม่มีคุณสมบัติที่ต้องการ หรืออาจจะเป็นภาพที่มีคุณสมบัติที่ต้องการอยู่แล้ว เราจึงนำเสนอวิธีการฝึกแบบจำลองก่อเนิดให้เหมือนกับการนำไปประยุกต์ใช้จริง ด้วยวิธีการฝึกให้รับข้อมูลนำเข้าจากทั้งภาพมีคุณสมบัติที่ต้องการอยู่แล้ว และภาพที่ยังไม่มีคุณสมบัติที่ต้องการ ซึ่งแบบจำลองที่นำเสนอเป็นการนำแบบจำลองดิสโกแกนมาเสริมด้วยการสร้างคุณสมบัติซ้ำ และ แบบจำลองยังสามารถฝึกกับข้อมูลแบบไร้การจับคู่ได้ ซึ่งข้อมูลไร้การจับคู่จะเตรียมง่ายและมีความครอบคลุมของข้อมูลมากกว่าข้อมูลแบบจับคู่ ซึ่งแบบจำลองที่นำเสนอนั้นให้ผลของค่าเอฟไอดี (Fréchet Inception Distance - FID) ที่ดีกว่าแบบจำลองดิสโกแกน 59.4% สำหรับข้อมูล edges2handbags และ 14.9% สำหรับข้อมูล celebA อย่างเฉลี่ยจากการแปลงหลาย ๆ คุณสมบัติ
รีแฟคทอริงแบบเอ็กซ์แทรกต์แพ็กเกจโดยใช้การตรวจหาคอมมิวนิตีสำหรับแพ็กเกจขนาดใหญ่เกิน, บุณยไชย จันทร์เทียน
รีแฟคทอริงแบบเอ็กซ์แทรกต์แพ็กเกจโดยใช้การตรวจหาคอมมิวนิตีสำหรับแพ็กเกจขนาดใหญ่เกิน, บุณยไชย จันทร์เทียน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
อาคิเทกเจอร์สเมลเป็นการออกแบบโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่ไม่ดีซึ่งเปิดเผยถึงผลกระทบด้านลบต่อคุณภาพซอฟต์แวร์และยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดข้อบกพร่องตามมาในอนาคต งานวิจัยที่ผ่านมาได้กำหนดและนำเสนออาคิเทกเจอร์สเมลไว้ในหลายรูปแบบและแต่ละรูปแบบส่งผลกระทบต่อคุณภาพซอฟต์แวร์ในมุมที่แตกต่างกัน กระบวนการรีแฟคทอริงเชิงสถาปัตยกรรมเป็นกระบวนการที่ใช้กำจัดอาคิเทกเจอร์สเมลและปรับปรุงคุณภาพของระบบโดยไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำงานของระบบ อย่างไรก็ตามการกำจัดอาคิเทกเจอร์สเมลรูปแบบหนึ่งอาจก่อให้เกิดอาคิเทกเจอร์สเมลในรูปแบบอื่นขึ้นในระบบ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพซอฟต์แวร์ งานวิจัยนี้นำเสนอวิธีการในการรีแฟคทอริงสำหรับแพ็กเกจขนาดใหญ่เกินซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของอาคิเทกเจอร์สเมล โดยใช้การตรวจหาคอมมิวนิตีในกระบวนการรีแฟคทอริงแบบเอ็กซ์แทรกต์แพ็กเกจ กระบวนการนี้ใช้สำหรับการแยกแพ็กเกจที่ถูกตรวจพบอาคิเทกเจอร์สเมลรูปแบบแพ็กเกจขนาดใหญ่เกินให้มีขนาดเล็กลง และหลีกเลี่ยงผลกระทบอื่น ๆ จากอาคิเทกเจอร์สเมลบนพื้นฐานการพึ่งพา โดยมุ่งเน้นที่อาคิเทกเจอร์สเมลรูปแบบอันสเตเบิลดีเพนเดนซี วิธีการที่นำเสนอนี้ได้ให้แนวทางที่เป็นไปได้ที่จะแก้ไขผลกระทบจากอาคิเทกเจอร์สเมลรูปแบบแพ็กเกจขนาดใหญ่เกิน ซึ่งสามารถประเมินผลโดยการเปรียบเทียบจำนวนอาคิเทกเจอร์สเมลที่ตรวจพบและค่าตัวชี้วัดซอฟต์แวร์ ก่อนและหลังใช้กระบวนการรีแฟคทอริง นอกจากนี้ในงานวิจัยนี้ยังพัฒนาเครื่องมือบนพื้นฐานของวิธีการที่นำเสนอเพื่อที่จะเสนอวิธีการรีแฟคทอริงและสนับสนุนนักพัฒนาเพื่อปรับปรุงคุณภาพซอฟต์แวร์โดยการแก้ไขผลกระทบจากอาคิเทกเจอร์สเมลรูปแบบแพ็กเกจขนาดใหญ่เกินในระหว่างขั้นตอนการพัฒนาและการบำรุงรักษา
หุ่นยนต์สนทนาที่มุ่งงานโดยใช้หน่วยความจำระยะสั้นแบบยาวกับกลไกจุดสนใจสำหรับภาษาไทย, รมณ รอบโลก
หุ่นยนต์สนทนาที่มุ่งงานโดยใช้หน่วยความจำระยะสั้นแบบยาวกับกลไกจุดสนใจสำหรับภาษาไทย, รมณ รอบโลก
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
หุ่นยนต์สนทนาที่มุ่งงานสามารถช่วยบรรลุเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงให้กับผู้ใช้งานได้ เช่น การจองร้านอาหาร เป็นต้น การเรียนรู้ของเครื่องด้วยวิธีกำหนดกฎสำหรับสถานการณ์ต่าง ๆ ทำให้บทสนทนาระหว่างผู้ใช้งานกับหุ่นยนต์ขาดความยืดหยุ่นและมีต้นทุนสูงเมื่อต้องการปรับเปลี่ยนกฎ ที่ผ่านมาหุ่นยนต์สนทนาที่ใช้เทคนิคกำหนดกฎนั้น ไม่สามารถติดตามความต้องการหรือความตั้งใจที่แท้จริงของผู้ใช้งานได้ จึงเริ่มใช้วิธีการทางปัญญาประดิษฐ์ซึ่งทำให้สามารถติดตามความต้องการหรือความตั้งใจที่แท้จริงของผู้ใช้งานได้ นอกจากนี้วิธีการนี้ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสนทนากับหุ่นยนต์ได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งหุ่นยนต์สนทนาที่ถูกพัฒนาด้วยวิธีนี้ส่วนมากจะใช้คำฝังตัวเป็นตัวแทนข้อความซึ่งถูกพัฒนาโดย Mikolov และคณะ [10] นอกจากนี้มีหลายงานวิจัยที่พยายามสร้างหุ่นยนต์สนทนาที่มุ่งเน้นงานแบบครบวงจรซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหุ่นยนต์ได้ ตัวอย่างสถาปัตยกรรมแบบครบวงจร ได้แก่ แบบจำลอง Hybrid Code Networks (HCNs) [8] ซึ่งใช้หน่วยความจำระยะสั้นแบบยาว [23] โดยใช้ชุดข้อมูลบทสนทนาการจองร้านอาหารเพื่อวัดประสิทธิภาพของแบบจำลองในการติดตามสถานะบทสนทนาสนทนาและทำนายการตอบโต้ของหุ่นยนต์ ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้เสนอแบบจำลองที่ใช้หน่วยความจำระยะสั้นแบบยาวโดยเพิ่มกลไกจุดสนใจสำหรับการจองร้านอาหาร อย่างไรก็ตามเพื่อให้บทสนทนาจองร้านอาหารมีความซับซ้อนและสมจริงมากขึ้น จึงได้สร้างชุดข้อมูลการจองร้านอาหารที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยเพื่อทดลองว่าแบบจำลองจะทำงานอย่างไรในสภาพแวดล้อมที่สมจริงยิ่งขึ้น ซึ่งผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าแบบจำลองที่นำเสนอนั้นมีประสิทธิภาพในการบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ
การขยายความสามารถตัวต้นคิดของแกนส์สำหรับการสร้างภาพที่หลากหลายจากภาพร่าง, วรินธร ภูสมสาย
การขยายความสามารถตัวต้นคิดของแกนส์สำหรับการสร้างภาพที่หลากหลายจากภาพร่าง, วรินธร ภูสมสาย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเปลี่ยนแปลงลักษณะกายภาพใบหน้าอาจเป็นผลมาจากวัยที่เพิ่มขึ้น การทำศัลยกรรม หรือการปลอมแปลง ผู้ต้องสงสัยหรืออาชญากรปกปิดอัตลักษณ์ของตนด้วยภาพลักษณ์ที่ผิดไปจากเดิม เช่น ใส่วิกผม สวมแว่นตา หรือติดหนวดเครา งานวิจัยนี้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างลักษณะหลากหลายที่ประดิษฐ์ขึ้นให้ผิดไปจากเดิมของผู้ต้องสงสัย หรือใบหน้าที่เปลี่ยนไปของบุคคลสูญหาย เทคนิคแกนส์ได้ถูกประยุกต์ใช้เพื่อสังเคราะห์ภาพสีจากภาพร่าง โดยภาพผลลัพธ์ที่ได้สามารถสร้างความหลากหลายของใบหน้าที่เกิดจากความแตกต่างของคุณลักษณะบนใบหน้าสลับไปมาได้ 5 แบบ ประกอบด้วย มี/ไม่มีผม มี/ไม่มีการแต่งหน้า ผมตรง/ผมลอน ใส่/ไม่ใส่แว่นตา และมี/ไม่มีหนวดเครา แนวทางที่นำเสนอได้ขยายความสามารถตัวต้นคิดของสตาร์แกน2ด้วยสถาปัตยกรรมยูเน็ต การประเมินสมรรถนะของแบบจำลองที่นำเสนอกระทำผ่านการทดลองเปรียบเทียบกับสมรรถนะของสตาร์แกน2 โดยใช้ค่าคะแนนเอฟไอดีสำหรับวัดคุณภาพของภาพที่สร้างขึ้น พบว่า ค่าคะแนนตัววัดเอฟไอดีบนชุดข้อมูลทดสอบให้ผลน้อยกว่า 40% ของค่าที่ได้จากแบบจำลองเส้นฐานสตาร์แกน2 อีกทั้งผลลัพธ์ภาพสังเคราะห์ที่สร้างขึ้นจากคุณลักษณะหลากหลายบนใบหน้าดูเป็นธรรมชาติและสมจริง
การสำรวจช่องโหว่เครือข่ายเพื่อการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยองค์กร, วิชสุนี ธีรรัชต์กาญจน์
การสำรวจช่องโหว่เครือข่ายเพื่อการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยองค์กร, วิชสุนี ธีรรัชต์กาญจน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ได้นำเสนอระบบที่ช่วยในการรวบรวม วิเคราะห์ และจำแนกรูปแบบการโจมตีไซเบอร์บนระบบปฏิบัติการยูนิกซ์หรือลินุกซ์ พฤติกรรมน่าสงสัยจะถูกรวบรวมผ่านทางฮันนีพอตที่ถูกติดตั้งไว้เป็นกับดักล่อเหยื่อผู้บุกรุกทางไซเบอร์ โดยข้อมูลจะถูกเก็บในรูปแบบของบันทึกจัดเก็บ ขั้นตอนกระบวนการหลังจากนั้นจะถูกสั่งการผ่านเชลล์สคริปต์เพื่อวิเคราะห์หารูปแบบการโจมตี จากการทดลองค้นพบลักษณะของคำสั่งการโจมตีที่มีความคล้ายกัน ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มของคำสั่งออกเป็น 5 กลุ่มตามจุดมุ่งหมายการบุกรุก ประกอบด้วย 1. สืบค้นข้อมูลสารสนเทศ 2. ติดตั้งเครื่องมือ 3. โอนย้ายข้อมูล 4. เปลี่ยนแปลงข้อมูล 5. ยึดครองเครื่อง และอีก 2 กลุ่ม คือ กลุ่มของคำสั่งที่ผิดพลาด และกลุ่มของคำสั่งใหม่ที่ไม่เคยพบ สังเกตว่าแต่ละกลุ่มมีผลกระทบต่อระบบไม่เท่ากัน ไวรัสโททอลเปรียบเสมือนบริการฐานข้อมูลที่เก็บรวบรวมเอกลักษณ์ของไวรัสหลากหลายรูปแบบเอาไว้ เมื่อพบคำสั่งในกลุ่มเสี่ยง ระบบจะทำการเรียกใช้ไวรัสโททอลเอพีไอ เพื่อทำการแซนด์บ็อกซิ่ง หรือจำลองการดาวน์โหลด และติดตั้งไฟล์ในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง เพื่อวิเคราะห์หารูปแบบการโจมตี ในกรณียูอาร์แอลหรือไฟล์ดังกล่าวเป็นไฟล์อันตราย ไวรัสโททอลจะส่งรายงานกลับมายังระบบที่พัฒนา และแจ้งเตือนไปที่ผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการเสริมกำลัง เตรียมป้องกัน และพัฒนาการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยองค์กรให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น ผลจากการทดลองพบว่า ยูอาร์แอลหรือไฟล์ต่าง ๆ ที่ระบุอยู่ในคำสั่งของผู้บุกรุก 86% เป็นภัยคุกคาม
เครื่องมือทางชีวสารสนเทศเพื่อตรวจหาการแปรผันเชิงโครงสร้างทางพันธุกรรม, ศักยภาพ ผิวเหลือง
เครื่องมือทางชีวสารสนเทศเพื่อตรวจหาการแปรผันเชิงโครงสร้างทางพันธุกรรม, ศักยภาพ ผิวเหลือง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การแปรผันเชิงโครงสร้างทางพันธุกรรมคือการเปลี่ยนแปลงลำดับเบสของจีโนมที่ครอบคลุมบริเวณกว้าง การแปรผันเชิงโครงสร้างเหล่านี้มีโอกาสที่จะเกี่ยวข้องกับการเกิดโรค ดังนั้นการตรวจหาการแปรผันเชิงโครงสร้างจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการหาสาเหตุของโรค อย่างไรก็ตามเครื่องมือสำหรับตรวจหาการแปรผันเชิงโครงสร้างที่มีอยู่มีประสิทธิภาพแตกต่างกันไปในการตรวจหาการแปรผันเชิงโครงสร้างแต่ละประเภท รวมทั้งไม่สามารถตรวจหาการแปรผันได้ครอบคลุมในตำแหน่งส่วนใหญ่ที่ได้ยืนยันจากการทดลองในห้องปฏิบัติการ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้นำเสนอวิธีการทางคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจหาการแปรผันเชิงโครงสร้างที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพความครอบคลุม โดยพยายามรักษาความแม่นยำของการแปรผันเชิงโครงสร้างที่ตรวจพบผ่านการวิเคราะห์คู่รีด การแตกรีด และการนับรีด เพื่อรวบรวมหลักฐานที่แสดงความเป็นไปได้ในการเกิดการแปรผันเชิงโครงสร้างแต่ละประเภทในแต่ละบริเวณของจีโนม และนำเสนอวิธีการคัดกรองเบรกเอ็นด์ที่แสดงถึงตำแหน่งเริ่มต้นและตำแหน่งสิ้นสุดของการเกิดการแปรผันประเภทต่างๆ วิธีการกรองจะทำการแบ่งตัวอย่างเป็นบล็อกๆ ข้อมูลของบล็อกประกอบไปด้วย จำนวนรีดที่แมพได้ในบล็อกนั้นและจำนวนการแปรผันเชิงโครงสร้างของแต่ละประเภทภายในบล็อก การคัดกรองเบรกเอ็นด์จะอาศัยข้อมูลทั้งจากบล็อกที่เบรกเอ็นด์อยู่และบล็อกที่อยู่ติดกัน ผลลัพธ์จากการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวิธีการที่นำเสนอกับ SvABA DELLY GROM LUMPY และ Wham พบว่าวิธีการที่นำเสนอได้ผลลัพธ์ดีกว่าเครื่องมืออื่นๆ ในส่วนของความแม่นยำในการตรวจหาลำดับเบสที่เกิดความซ้ำเป็นชุดติดๆกันและลำดับเบสที่เกิดการกลับด้าน และความครบถ้วนในส่วนของการตรวจหาลำดับเบสที่ถูกเพิ่มเข้ามาสำหรับชุดข้อมูลจริง NA12878 และ HG00514 ที่ใช้ในการทดสอบ
หน่วยความจำระยะสั้นแบบยาวแบบสองทิศทางกับกลไกจุดสนใจสำหรับการทำนายความล้มเหลวของรีโมทคอมเพรสเซอร์โดยใช้การสกัดลักษณะสำคัญร่วมกับเทคนิคการลดข้อมูล, วิระศักดิ์ ชมภู
หน่วยความจำระยะสั้นแบบยาวแบบสองทิศทางกับกลไกจุดสนใจสำหรับการทำนายความล้มเหลวของรีโมทคอมเพรสเซอร์โดยใช้การสกัดลักษณะสำคัญร่วมกับเทคนิคการลดข้อมูล, วิระศักดิ์ ชมภู
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รีโมทคอมเพรสเซอร์ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญ ซึ่งความล้มเหลวของอุปกรณ์ที่มีความรุนแรงระดับสูงสามารถทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมได้ วิศวกรต้องใช้ข้อมูลจากเครื่องมือวัดหลายจุดเพื่อวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางสถิติในการวางแผนการบำรุงรักษาและการดำเนินงาน แต่เมื่อข้อมูลมีปริมาณมหาศาลจึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในการวิเคราะห์โดยมนุษย์ ดังนั้นการทำนายความล้มเหลวล่วงหน้าของรีโมทคอมเพรสเซอร์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง วิทยานิพนธ์นี้นำเสนอ หน่วยความจำระยะสั้นแบบยาวแบบสองทิศทางกับกลไกจุดสนใจ ซึ่งมีความสามารถในการเรียนรู้ที่มีการอ้างอิงระยะยาวของข้อมูลอนุกรมเวลาและกลไกจุดสนใจที่ช่วยเพิ่มช่วยให้แบบจำลองสามารถเลือกลำดับของเอาต์พุตที่เหมาะสม และเสริมประสิทธิภาพโดยใช้โครงข่ายคอนโวลูชันในการสลัดคุณลักษณะสำคัญอย่างอัตโนมัติจากคุณลักษณะท้องถิ่นที่อิสระต่อเวลา เพื่อเสริมประสิทธิภาพความครอบคลุมแก่แบบจำลอง วิทยานิพนธ์นี้ยังได้นำเสนอเทคนิคการลดข้อมูล เพื่อปรับปรุงประสิทธิโดยแสดงประสิทธิผลของกระบวนการฝึกด้วยชุดข้อมูลขนาดใหญ่ ผู้วิจัยประเมินประสิทธิภาพของวิธีการที่นำเสนอโดยใช้ชุดข้อมูลจริงของรีโมทคอมเพรสเซอร์ เปรียบเทียบคะแนน F1 กับแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องและแบบจำลองโครงข่ายประสาทเทียมหลากหลายสถาปัตยกรรม ผลการลดลองชี้ให้เห็นว่าวิธีการที่นำเสนอนี้มีประสิทธิภาพการทำนายความล้มเหลวของรีโมทคอมเพรสเซอร์ที่เหนือกว่าวิธีอื่น
การจำแนกรุ่นอายุผู้ใช้งานเฟซบุ๊กไทย โดยใช้การเรียนรู้เชิงลึกร่วมกับความน่าจะเป็นของคำ, ศุภชัย ตั้งตรีรัตน์
การจำแนกรุ่นอายุผู้ใช้งานเฟซบุ๊กไทย โดยใช้การเรียนรู้เชิงลึกร่วมกับความน่าจะเป็นของคำ, ศุภชัย ตั้งตรีรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เฟซบุ๊กเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก นักการตลาดจึงต้องการใช้ข้อมูลเฟซบุ๊กจำนวนมากในการทำการตลาด ดังนั้นการวิเคราะห์รุ่นอายุของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อนำรุ่นอายุของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กมาวิเคราะห์หากลุ่มเป้าหมายในการทำการตลาด ในงานวิจัยนี้ได้ทำการวิเคราะห์รุ่นอายุของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กจากข้อมูลการโพสของผู้ใช้งาน โดยใช้การรวมกันระหว่างการเรียนรู้เชิงลึกกับข้อมูลความน่าจะเป็นของคำในแต่ละรุ่นอายุ ผลลัพธ์จากการทดลองได้ค่าความแม่นยำแบบต่อผู้ใช้เท่ากับ 82.90% และค่าความแม่นยำแบบต่อโพสต์เท่ากับ 52.48% ซึ่งได้ประสิทธิภาพดีกว่าการใช้แบบจำลองเพอร์เซ็ปตรอนหลายชั้น ,นิวรอลเน็ตเวิร์กคอนโวลูชัน ,หน่วยความจำระยะสั้นแบบยาว เพียงอย่างเดียว จากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าการใช้ความน่าจะเป็นของคำในแต่ละรุ่นอายุเข้ามาช่วย ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของแบบจำลองได้ดียิ่งขึ้น
การแบ่งส่วนโรคหลอดเลือดเจริญผิดปกติบนภาพกล้องแคปซูลโดยใช้โครงข่ายตัวเข้ารหัสตัวถอดรหัสที่เพิ่มประสิทธิภาพ, สิริชาติ กอบประดิษฐ์
การแบ่งส่วนโรคหลอดเลือดเจริญผิดปกติบนภาพกล้องแคปซูลโดยใช้โครงข่ายตัวเข้ารหัสตัวถอดรหัสที่เพิ่มประสิทธิภาพ, สิริชาติ กอบประดิษฐ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โรคหลอดเลือดเจริญผิดปกติเป็นรอยแผลที่อาจเกิดขึ้นได้ในทางเดินอาหารส่วนล่าง ถึงแม้รอยแผลเหล่านี้จะไม่แสดงอาการเจ็บในผู้ป่วย แต่อาจเกิดการเลือดออกจากรอยแผลเหล่านี้ได้ หนึ่งในวิธีการตรวจสอบโรคนี้คือใช้การส่องกล้องแคปซูลไร้สายด้วยการกลืน ข้อมูลที่ได้จากการเก็บภาพภายในทางเดินอาหารจะมีปริมาณมากซึ่งจะมีทั้งภาพที่มีรอยโรคที่สนใจ และภาพที่ไม่มีรอยโรคปะปนกันอยู่ งานวิจัยการตรวจจับรอยโรคที่ได้ศึกษามานั้นมักมุ่งเน้นการสร้างแบบจำลองที่มีความแม่นยำในตรวจจับเฉพาะส่วนของภาพที่มีรอยโรคโดยเฉพาะ ไม่ได้ศึกษาการนำแบบจำลองไปใช้งานกับภาพส่วนที่ไม่มีรอยโรค วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้เห็นถึงส่วนที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพแก่แบบจำลองในการใช้งานในโลกจริงได้เหมาะสมขึ้น โดยนำเสนอวิธีการประมวลผลภาพเบื้องต้น และการเพิ่มกลไกจุดสนใจแก่แบบจำลอง นอกจากนี้ยังได้นำเสนอการสร้างแบบจำลอง 2 รูปแบบคือ แบบจำลองเรียงซ้อน และแบบจำลองร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในงานแบ่งส่วนโรคอีกด้วย การทดลองได้ทดสอบแบบชุดข้อมูลโรคหลอดเลือดเจริญผิดปกติ MICCAI 2017 และ MICCAI 2018 ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าแบบจำลองร่วมกันที่นำเสนอมีประสิทธิภาพดีที่สุด สามารถแบ่งส่วนภาพ และจำแนกประเภทภาพที่มีรอยโรค และไม่มีรอยโรคได้ด้วยค่าคะแนนมาตรวัดที่สูง
การจำแนกเพศจากชื่อผู้ใช้งานภาษาไทยบนเฟซบุ๊ก, สุพิชชา ยืนยงค์
การจำแนกเพศจากชื่อผู้ใช้งานภาษาไทยบนเฟซบุ๊ก, สุพิชชา ยืนยงค์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้นำเสนอการนำการเรียนรู้ของเครื่องมาประยุกต์ในการจำแนกเพศผู้ใช้งานเฟซบุ๊กโดยใช้เพียงชื่อผู้ใช้งานเท่านั้น ซึ่งข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานของโซเชียลเนตเวิร์คมีความสำคัญในการนำมาวิเคราะห์ แต่บางครั้งไม่มีการเปิดเผยข้อมูล เช่น อายุ หรือเพศ โดยการศึกษาส่วนใหญ่มักจะนำเอาข้อความบนเว็บเพจมาวิเคราะห์ แต่การศึกษานี้เลือกใช้ชื่อผู้ใช้งานในการจำแนกเพศ โดยเพศสามารถอนุมานได้จากทั้งชื่อจริงและชื่อแฝงของผู้ใช้งาน โดยงานวิจัยนี้สนใจเฉพาะชื่อที่เป็นภาษาไทย ซึ่งชื่อของคนไทยจะมีรูปแบบที่สามารถแสดงตัวตนความเป็นเพศได้ การรวมกันของแบบจำลองสำหรับการจำแนกเพศจากชื่อผู้ใช้งานภาษาไทยบนเฟซบุ๊กที่แตกต่างกัน ในแต่ละแบบจำลองมีการเรียนรู้โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบจำลองเชิงทำนาย ได้แก่ การจำแนกเพศจากชื่อจริง การจำแนกเพศจากชื่อแฝง การจำแนกชื่อจริงและชื่อแฝง และการจำแนกชื่อทั้งหมด โดยผลการจำแนกทั้งหมดจะถูกรวมในแบบจำลองสุดท้าย เมื่อใช้วิธีนี้แบบจำลองมีความถูกต้องที่ 85.85% ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการจำแนกเพศโดยคน ที่มีความถูกต้องที่ 77.03%
การนำเสนอโหนดที่ซ่อนอยู่ในกราฟความสัมพันธ์ของผู้ใช้งานอินสตาแกรม, อรรมณี อุ่นเมือง
การนำเสนอโหนดที่ซ่อนอยู่ในกราฟความสัมพันธ์ของผู้ใช้งานอินสตาแกรม, อรรมณี อุ่นเมือง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และ อินสตาแกรม เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยขยายเครือข่ายความสัมพันธ์ เพื่อการให้คำแนะนำผู้ใช้งานที่มีความเกี่ยวกัน เครื่อข่ายสังคมออนไลน์ต้องเข้าใจความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น จากการศึกษาจำนวนมากได้มีการค้นพบความสัมพันธ์ที่ไม่รู้จักกันระหว่างผู้ใช้ โดยใช้ตัวชี้วัดที่คล้ายคลึงกัน ตัวชี้วัดที่ใช้ความคล้ายคลึงกันที่ใช้บ่อยที่สุดคือเมทริกเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตามตัวชี้วัดดังกล่าวสันนิษฐานว่าเครือข่ายนั้นเป็นรูปแบบเอกพันธ์ ในขณะที่เครือข่ายสังคมออนไลน์ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นมีเอนทิตีและความสัมพันธ์หลายประเภททำให้ต่างกัน นอกจากนี้ยังพิจารณาข้อมูลโครงสร้างโดยไม่ใช้ประโยชน์จากข้อมูลบริบทของเครือข่าย ดังนั้นความสัมพันธ์ที่ค้นพบไม่มีความหมายที่ซ่อนอยู่ ในบทความนี้ผู้วิจัยวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานอินสตาแกรม โดยพิจารณาทั้งข้อมูลเชิงโครงสร้างและเชิงบริบท เป็นผลให้ผู้วิจัยใช้ประโยชน์จากความหลากหลายของเครือข่ายและค้นพบโหนดที่ซ่อนอยู่ซึ่งมีความหมายของความสัมพันธ์ ผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ในสองขั้นตอนดังนี้ 1. ผู้วิจัยพิจารณาข้อมูลโครงสร้างของเครือข่ายโดยใช้เพื่อนบ้านทั่วไประหว่างผู้ใช้สองคน ผู้วิจัยเลือกคู่ผู้ใช้ 13 อันดับแรกที่แบ่งปันเพื่อนบ้านที่พบมากที่สุดเพื่อดำเนินการขั้นตอนต่อไป 2. ผู้วิจัยทำการวิเคราะห์เชิงบริบทระหว่างผู้ใช้แต่ละคนในคู่ผู้ใช้โดยใช้โพสต์และความคิดเห็น จากนั้นผู้วิจัยได้คำนวณความถี่คำของแต่ละโทเค็นในความคิดเห็น ผู้วิจัยสังเกตว่าโทเค็นที่มีค่าความถี่สูงจะแสดงข้อมูลเชิงบริบทระหว่างผู้ใช้สองคน ในที่สุดผู้วิจัยจะแสดงโทเค็นเหล่านี้เป็นโหนดที่ซ่อนอยู่ในความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้สองคนโดยใช้กราฟความสัมพันธ์ที่แตกต่างกัน
การใช้กลุ่มของภาพฉากเพื่อจำแนกวิดีโอจากรายการโทรทัศน์, อิทธิศักดิ์ เผือกศรี
การใช้กลุ่มของภาพฉากเพื่อจำแนกวิดีโอจากรายการโทรทัศน์, อิทธิศักดิ์ เผือกศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้นำเสนอวิธีการจำแนกวิดีโอ ด้วยเทคนิคแบบจำลองคอนโวลูชันสองมิติ และการเรียนรู้แบบกึ่งกำกับ โดยทั่วไปการจำแนกวิดีโอที่มีประสิทธิภาพสูง ถูกนำเสนอโดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบลึก อย่างไรก็ตามจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนวิดีโอในปัจจุบัน การเรียนรู้ของแบบจำลองเพื่อจำแนกวิดีโอจำเป็นต้องใช้ประสิทธิภาพในการประมวลผลสูง งานวิจัยนี้จึงนำเสนอวิธีการเรียนรู้ด้วยแบบจำลองคอนโวลูชันสองมิติโดยใช้การซ้อนทับกันของภาพฉาก และการจัดกลุ่มของภาพฉากด้วยแผนที่จัดระเบียบด้วยตนเองก่อนนำไปสร้างแบบจำลองจำแนกประเภทรายการ โดยการสร้างแบบจำลองประเภทรายการถูกนำเสนอใน 4 รูปแบบ ประกอบด้วย การออกเสียง การคำนวณค่าความวุ่นวาย การเรียนรู้ด้วยแบบจำลองโครงข่ายประสาทเทียม การเรียนรู้ด้วยหน่วยความจำระยะสั้นแบบยาว อีกทั้งยังประเมินจำนวนภาพฉากสำหรับการประมวลผลในการจัดกลุ่มโดยเปรียบเทียบระหว่างระยะเวลาการเรียนรู้และความแม่นยำ วิธีการในงานวิจัยนี้ถูกนำเสนอด้วยประเมินจากการเรียนรู้ด้วยชุดข้อมูลวิดีโอจำนวน 18 ประเภท 912 วิดีโอ จากรายการโทรทัศน์ ในการประเมินด้วยการประเมินผลแบบไขว้ จำนวน 5 โฟลด์ วิธีการในงานวิจัยนี้มีความแม่นยำเฉลี่ยร้อยละ 71.98 และใช้เวลาในการเรียนรู้โดยเฉลี่ยประมาณ 40 นาที นอกจากนี้ยังเปรียบเทียบกับการเรียนรู้ด้วยแบบจำลองอื่นๆ อาทิ แบบจำลองคอนโวลูชันสามมิติ และแบบจำลองคอนโวลูชันร่วมกับหน่วยความจำระยะสั้นแบบยาว รวมถึงประเมินผลกับชุดข้อมูลพื้นฐาน Hollywood2 ซึ่งการเรียนรู้มีความแม่นยำเฉลี่ยร้อยละ 93.72
พอลิอะนิลีน/เหล็กออกไซด์/รีดิวซ์แกรฟีนออกไซด์เจือไนโตรเจนคอมพอสิตเพื่อเป็นขั้วไฟฟ้าตัวเก็บประจุยิ่งยวด, กัณจน์ชญาน์ ทุ่งส่วย
พอลิอะนิลีน/เหล็กออกไซด์/รีดิวซ์แกรฟีนออกไซด์เจือไนโตรเจนคอมพอสิตเพื่อเป็นขั้วไฟฟ้าตัวเก็บประจุยิ่งยวด, กัณจน์ชญาน์ ทุ่งส่วย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในงานวิจัยนี้เป็นการพัฒนาขั้วประจุไฟฟ้ายิ่งยวดจากวัสดุเหล็กออกไซด์/ไนโตรเจนเจือรีดิวซ์ แกรฟีนออกไซด์/พอลิอะนิลีน โดยมีการใช้สารสกัดเซริซินจากกระบวนการลอกกาวไหมเป็นแหล่งไนโตรเจนอะตอมในการเจือ ซึ่งจากกระบวนการเตรียมไนโตรเจนเจือรีดิวซ์แกรฟีนออกไซด์ด้วยกระบวนการรีฟลักซ์และรีดิวซ์ด้วยกรดวิตามินซี พบว่าสามารถเจือไนโตรเจนถึง 11.68% ในโครงสร้างของไนโตรเจนเจือรีดิวซ์แกรฟีนออกไซด์ที่สังเคราะห์ได้ วัสดุขั้วไฟฟ้าเหล็กออกไซด์/ไนโตรเจนเจือรีดิวซ์แกรฟีนออกไซด์/พอลิอะนิลีนคอมพอสิตที่ได้จากการพอกพูนทางไฟฟ้าเคมีแสดงลักษณะสัณฐานวิทยาของนาโนไฟบริลพอลิอะนิลีนร่วมกับโครงสร้างแผ่นไนโตรเจนเจือรีดิวซ์แกรฟีนออกไซด์ และถูกยืนยันองค์ประกอบต่าง ๆ ด้วยเทคนิคการวัดการกระจายพลังงานของรังสีเอกซ์ ฟูเรียร์ทรานส์ฟอร์มอินฟราเรดสเปกโตรสโคปี และการเลี้ยวเบนของรังสีเอกซ์ เมื่อนำขั้วไฟฟ้าที่เตรียมได้จากวัสดุไนโตรเจนเจือรีดิวซ์วัสดุพอลิอะนิลีน แกรฟีนออกไซด์/พอลิอะนิลีน และเหล็กออกไซด์/ไนโตรเจนเจือรีดิวซ์แกรฟีนออกไซด์/พอลิอะนิลีนคอมพอสิตมาประเมินความประสิทธิภาพในการกักเก็บพลังงาน พบว่าให้ค่าเก็บประจุที่ 151.76, 190 และ221 ฟารัดต่อกรัมที่ 1 แอมป์ต่อกรัมตามลำดับ บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพในการกักเก็ลพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเมื่อมีการเติมไนโตรเจนเจือรีดิวซ์แกรฟีนออกไซด์ และเหล็กออกไซด์ นอกจากนี้ขั้วเหล็กออกไซด์/ไนโตรเจนเจือรีดิวซ์แกรฟีนออกไซด์/พอลิอะนิลีนคอมพอสิตยังสามารถแสดงเสถียรภาพของประสิทธิภาพต่อรอบการใช้งานทางไฟฟ้าได้สูงถึงร้อยละ 79 หลังการใช้งาน 5000 รอบ ซึ่งจากผลการทดลองบ่งชี้ให้เห็นขั้วไฟฟ้าเหล็กออกไซด์/ไนโตรเจนเจือรีดิวซ์แกรฟีนออกไซด์/พอลิอะนิลีนคอมพอสิตมีความเหมาะสมในการนำไปประยุกต์ใช้ในขัอุปกรณ์กักเก็บพลังงานชนิดตัวเก็บประจุยิ่งยวดประสิทธิภาพสูง
การเตรียมคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส/พอลิไวนิลแอลกอฮอล์/นาโนไททาเนียมไดออกไซด์ไฮโดรเจลสำหรับการประยุกต์ตกแต่งแผลที่มีสมบัติต้านแบคทีเรีย, วัชรพล ขำช้าง
การเตรียมคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส/พอลิไวนิลแอลกอฮอล์/นาโนไททาเนียมไดออกไซด์ไฮโดรเจลสำหรับการประยุกต์ตกแต่งแผลที่มีสมบัติต้านแบคทีเรีย, วัชรพล ขำช้าง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ทำการเตรียมคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส/พอลิไวนิลแอลกอฮอล์/นาโนไททาเนียมไดออกไซด์ไฮโดรเจลฟิล์มโดยใช้กรดซิตริกเป็นสารเชื่อมขวางสำหรับการประยุกต์ใช้เป็นวัสดุตกแต่งแผลจากนั้นทำการพิสูจน์เอกลักษณ์ดังนี้คือ การวิเคราะห์หมู่ฟังก์ชันโดยเทคนิค ATR-FTIR การวิเคราะห์ลักษณะสัณฐานวิทยาที่พื้นผิวโดยกล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอนแบบส่องกราด การทดสอบสมบัติการทนต่อแรงดึง การวิเคราะห์พฤติกรรมในการบวมตัว สัดส่วนการเกิดเจล ความสามารถในการกักเก็บยา ร้อยละการกักเก็บยา พฤติกรรมในการปลดปล่อยยา การต้านแบคทีเรียโดยวิเคราะห์จากร้อยละการลดลงของแบคทีเรีย โดยจากการพิสูจน์เอกลักษณ์พบว่า การเพิ่มขึ้นขององค์ประกอบพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ในฟิล์มทำให้ได้ฟิล์มที่มีสัดส่วนในการเกิดเจลที่เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบฟิล์มที่ปริมาณกรดซิตริกเท่ากันในทางตรงกันข้ามพบว่าเมื่อเพิ่มปริมาณองค์ประกอบพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ในฟิล์มทำให้ค่าสัดส่วนการบวมตัวของฟิล์มมีค่าที่น้อยลงเพราะว่าการเพิ่มปริมาณองค์ประกอบพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ในฟิล์มทำให้เพิ่มระดับการเชื่อมขวางของฟิล์มจึงทำให้มีสัดส่วนการเกิดเจลที่เพิ่มขึ้นต่อมาจากเทคนิค ATR-FTIR ได้ยืนยันการเกิดการเชื่อมขวางระหว่างโมเลกุลคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลสกับพอลิไวนิลแอลกอฮอล์โดยพันธะเอสเทอร์และสำหรับการทดสอบการทนต่อแรงดึงพบว่าค่าความคงทนต่อแรงดึง ค่าความเหนียว ค่าร้อยละการยืดตัว ณ จุดขาด ของฟิล์มมีค่าลดลงตามปริมาณการเพิ่มขึ้นขององค์ประกอบพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ในการทดสอบฟิล์มแห้งต่อมาสำหรับการศึกษาพฤติกรรมในการกักเก็บยาของฟิล์มพบว่าฟิล์มทุกสูตรมีพฤติกรรมในการกักเก็บยาที่คล้ายคลึงกันและการศึกษาพฤติกรรมในการปลดปล่อยยาพบว่าฟิล์มทั้งหมดสามารถช่วยชะลอการปลดปล่อยยาเททราไซคลินให้ช้าลงได้สุดท้ายจากการทดสอบความสามารถในการต้านแบคทีเรียจากฟิล์มสูตร CMC 80/PVA 20/TiO2 2% พบว่าฟิล์มมีสมบัติต้านแบคทีเรียทั้งแกรมบวก (S. aureus) และ แกรมลบ (E.coli) โดยให้ค่าร้อยละการลดลงของแบคทีเรียเท่ากับ 100 เมื่อทดสอบตามมาตรฐาน JIS Z 2801 โดยสรุปจากข้อมูลผลการทดลองทั้งหมดทำให้สรุปได้ว่าไฮโดรเจลฟิล์มมีประสิทธิภาพที่เพียงพอในการนำไปประยุกต์ใช้เป็นวัสดุตกแต่งแผล
การประยุกต์กากหม้อกรองจากโรงงานน้ำตาลเพื่อเป็นวัสดุเพาะเมล็ดโดยผ่านกระบวนการไฮโดรเทอร์มอลคาร์บอไนเซชัน, ชนิตสิรี สุเมธี
การประยุกต์กากหม้อกรองจากโรงงานน้ำตาลเพื่อเป็นวัสดุเพาะเมล็ดโดยผ่านกระบวนการไฮโดรเทอร์มอลคาร์บอไนเซชัน, ชนิตสิรี สุเมธี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตไฮโดรชาร์จากกากหม้อกรองเหลือทิ้งโรงงานน้ำตาล เพื่อให้เป็นวัสดุเพาะเมล็ดคล้ายพีทมอส ด้วยกระบวนการไฮโดรเทอร์มอลคาร์บอไนเซชันภายใต้อุณหภูมิ 160 180 และ 200 องศาเซลเซียส ที่เวลา 1 2 และ 3 ชั่วโมง และอัตราส่วนกากหม้อกรองต่อน้ำกลั่น 1:5 1:10 และ 1:15 ผลการศึกษาพบว่า สภาวะไฮโดรเทอร์มอลคาร์บอไนเซชันที่เหมาะสม คือการทำปฏิกิริยาที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เวลา 3 ชั่วโมง อัตราส่วนกากหม้อกรองต่อน้ำกลั่น 1:5 ร้อยละผลผลิตที่ได้เป็น 84 เมื่อทดสอบทางสถิติพบว่าลักษณะสมบัติของไฮโดรชาร์และพีทมอสส่วนใหญ่ค่าไม่แตกต่างกัน ได้แก่ ค่าความสามารถในการอุ้มน้ำสูงสุดเป็น 4.57 และ 3.93 กรัมต่อกรัม ค่าความพรุนทั้งหมดร้อยละ 45.3 และ 38.9 ค่าช่องว่างขนาดใหญ่ร้อยละ 2.8 และ 3.0 และค่าช่องว่างขนาดเล็กร้อยละ 42.4 และ 35.7 ค่าการนำไฟฟ้า 151 และ 140 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร ปริมาณไนโตรเจนร้อยละ 1.34 และ1.51 ฟอสฟอรัส 188.18 และ 413.73 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และโพแทสเซียม 146.70 และ 372.08 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามลำดับ จากนั้นนำไฮโดรชาร์และพีทมอสทดสอบปลูกกับพืชสองชนิดพบว่า ต้นอ่อนทานตะวันในวัสดุไฮโดรชาร์และพีทมอส ได้ค่าเปอร์เซ็นต์การงอกร้อยละ 95.31 และ 90.63 ในขณะที่ผักกาดหอมพันธุ์กรีนโอ๊คในวัสดุไฮโดรชาร์และพีทมอส ได้ค่าเปอร์เซ็นต์การงอกร้อยละ 89.06 และ 87.50 ซึ่งไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จึงสรุปได้ว่าไฮโดรชาร์มีความสามารถในการเพาะเมล็ดได้เหมือนกับพีทมอส นอกจากนี้ ต้นทุนค่าการดำเนินงานในการผลิตไฮโดรชาร์เท่ากับ 54.64 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งมีราคาต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับพีทมอสที่ขายตามท้องตลาดที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม
การประเมินวัฏจักรชีวิตของการผลิตชิ้นงานโดยการขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ, นภัสร์นันท์ ตติย์ธานุกุล
การประเมินวัฏจักรชีวิตของการผลิตชิ้นงานโดยการขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ, นภัสร์นันท์ ตติย์ธานุกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลกระทบสิ่งแวดล้อมในกระบวนการได้มาของวัตถุดิบ การใช้งาน และการกำจัดซากชิ้นงาน ของการผลิตโมเดลที่วางโทรศัพท์ 1 ชิ้น โดยการขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ชนิด เอฟดีเอ็ม (การพิมพ์แบบใช้หัวฉีด) จำนวน 2 รุ่น คือ รุ่นที่ผลิตในประเทศไทย และรุ่นที่นำเข้าจากประเทศจีน ซึ่งขึ้นรูปด้วยพลาสติก 3 ชนิด คือ พีแอลเอ เอบีเอส และไนลอน โดยผลิตโมเดลขนาดเล็กและใหญ่ ซึ่งใช้ระยะเวลาการผลิตดที่แตกต่างกัน คือ 3 ชั่วโมง และ 6 ชั่วโมง โดยทำการลงพื้นที่เก็บข้อมูลมลพิษทางอากาศ และพลังงานไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจริงขณะใช้งานเครื่องพิมพ์ 3 มิติ และประเมินผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิตด้วยโปรแกรม Simapro 8.3 ด้วยวิธี IMPACT 2002+ รุ่น 2.13 ผลการศึกษาพบว่า การใช้งานของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมสูงสุดในขั้นตอนการขึ้นรูปชิ้นงานเนื่องจากการใช้พลังงานและการปลอดปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่าย รองลงมาคือ การจัดการผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน และการได้มาของวัตถุดิบ ตามลำดับ ซึ่งระยะเวลาการใช้งานที่เพิ่มขึ้น (6 ชม.) ทำให้ผลกระทบสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มสูง โดยพลาสติกไนลอนผลกระทบสูงกว่าพลาสติกพีแอลเอ ในด้านความเป็นพิษต่อระบบนิเวศทางน้ำ (Aquatic ecotoxicity) ด้านพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป (Non-renewable energy) และความเป็นพิษต่อระบบนิเวศทางบก (Terrestrial ecotoxicity) นอกจากนี้ในขั้นตอนการใช้งานเครื่องพิมพ์ 3 มิติ พบว่า วัสดุ PLA การใช้วัสดุส่งผลกระทบสูงกว่าการใช้ไฟฟ้า วัสดุ ABS และ Nylon การใช้ไฟฟ้าส่งผลกระทบสูงกว่าการใช้วัสดุ และการเปรียบเทียบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ทั้ง 2 รุ่น ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่ต่างกัน
การผลิตก๊าซชีวภาพจากการหมักร่วมกากของเสียจากโรงงานแป้งมันสำปะหลังดัดแปรร่วมกับตะกอนเลนจากบ่อเลี้ยงกุ้ง, ปิยะวดี ศรีวิชัย
การผลิตก๊าซชีวภาพจากการหมักร่วมกากของเสียจากโรงงานแป้งมันสำปะหลังดัดแปรร่วมกับตะกอนเลนจากบ่อเลี้ยงกุ้ง, ปิยะวดี ศรีวิชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการหมักร่วมระหว่างกากตะกอนแป้ง (Starch sludge, SS) กับตะกอนสลัดจ์ (Activated biosludge, ABS) จากระบบบำบัดน้ำเสียแอกติเวเต็ดสลัดจ์ของโรงงานแป้งมันสำปะหลังดัดแปร และตะกอนเลน (Shrimp pond sediment, SPS) จากบ่อเลี้ยงกุ้งทะเล ด้วยระบบถังหมักไร้ออกซิเจนแบบสองขั้นตอน ซึ่งได้ทำการทดลองเบื้องต้นด้วยวิธีบีเอ็มพีโดยออกแบบการทดลองแบบประสมส่วนกลาง และมีการใช้หลักการพื้นผิวตอบสนองของโปรแกรม Design Expert (Trial version 10) เพื่อเลือกอัตราส่วนการหมักร่วมที่เหมาะสม พบว่าที่อัตราส่วน (SS:SPS และ SS:ABS) เท่ากับ 1:0 และ 1:1 มีความเหมาะสม เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการผลิตก๊าซชีวภาพสูง และระบบมีความเสถียรภาพ โดยอัตราส่วนดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการเดินระบบหมักกรดด้วยถังปฎิกรณ์กวนสมบรูณ์แบบแบทซ์ โดยศึกษาผลของของแข็งระเหยเริ่มต้น (TVS) ซึ่งพบว่า TVS เริ่มต้นร้อยละ 2 อัตราส่วนการหมักร่วม 1:1 ของ SS:SPS และ SS:ABS มีความเหมาะสม เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการผลิตกรดไขมันระเหยสูง เท่ากับ 319 และ 353 กรัมอะซิติก/กิโลกรัมของของแข็งระเหยเริ่มต้น ตามลำดับ อีกทั้งยังพบว่าถังหมักกรดมีเสถียรภาพมากกว่าการหมัก SS เพียงอย่างเดียว และน้ำหมักกรดที่ผลิตได้จากถัง CSTR ถูกนำไปใช้เพื่อศีกษาผลของอัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์เริ่มต้น (OLR) ที่มีต่อประสิทธิภาพการผลิตก๊าซชีวภาพของถังหมักก๊าซโดยใช้ถังปฎิกรณ์ไร้อากาศแบบแผ่นกั้น (ABR) โดยพบว่าเมื่อเพิ่ม OLR ของทั้งสองชุดการหมักร่วม จะส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตก๊าซชีวภาพลดลง และคุณภาพของน้ำที่ปล่อยออกแย่ลง และพบว่าที่ OLR 0.2 Kg COD/m3.day มีประสิทธิภาพในการผลิตก๊าซชีวภาพสูงสุด เท่ากับ 404 และ 367 L/Kg TVSadded สำหรับการหมักร่วมของ SS:SPS และ SS:ABS ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราส่วนดังกล่าวมีร้อยละมีเทนสูงเท่ากับ 69.30 และ 72.06 ตามลำดับ
สถานการณ์และข้อเสนอแนะเพื่อส่งเสริมเอสเอ็มอีให้เป็นอุตสาหกรรมสีเขียว กรณีศึกษาอุตสาหกรรมสาขาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, ภูริตา นรนาถตระกูล
สถานการณ์และข้อเสนอแนะเพื่อส่งเสริมเอสเอ็มอีให้เป็นอุตสาหกรรมสีเขียว กรณีศึกษาอุตสาหกรรมสาขาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, ภูริตา นรนาถตระกูล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้มีเป้าหมายในการศึกษาสถานการณ์และแนวทางการส่งเสริมนโยบายอุตสาหกรรมสีเขียวของประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) งานวิจัยได้ประยุกต์ใช้การวิเคราะห์สมการโครงสร้าง (SEM) และ SWOT เพื่อการวิเคราะห์ปัจจัย โอกาส และอุปสรรค ที่มีต่อการพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวของ SMEs ในสาขาการผลิตผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ได้วิเคราะห์และพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริม SMEs ให้เป็นอุตสาหกรรมสีเขียวในประเทศไทยให้มีเพิ่มมากขึ้น ผลการศึกษาจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง SMEs พบว่า กลุ่มปัจจัยด้านเศรษฐกิจ กลุ่มปัจจัยด้านสังคม กลุ่มปัจจัยด้านทรัพยากรภายในองค์กร มีผลต่อการตัดสินใจพัฒนาองค์กรเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวของกลุ่ม SMEs ที่ศึกษา โดยมีปัจจัยด้านการเงินเป็นอุปสรรคที่มีความสำคัญเป็นลำดับที่ 1 รองลงมาเป็นปัจจัยด้านเศรษฐกิจและปัจจัยด้านบุคลากร เป็นอุปสรรคที่มีความสำคัญเป็นลำดับที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง พบว่า ปัจจัยย่อยที่มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจของ SMEs ในการพัฒนาองค์กรตามหลักการอุตสาหกรรมสีเขียวมากที่สุด ได้แก่ การที่อุตสาหกรรมสีเขียวถูกกำหนดเป็นเงื่อนไขทางการค้า ความเข้มงวดของกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม และ ผู้บริโภคมีความต้องการอุตสาหกรรมสีเขียว แนวทางการส่งเสริม SMEs ให้เป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ควรใช้กลไกทางกฎหมายและเศรษฐศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจให้ SMEs ปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการกำหนดกฎระเบียบบังคับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว และการกำหนดภาษีสินค้าในอัตราที่แตกต่างกันกับสินค้าผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์เพื่อยกระดับความตระหนักและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
การวิเคราะห์เชิงปริภูมิ-กาลและแบบจำลองเพื่อความยั่งยืนของพื้นที่ป่าและเมืองชายฝั่งอันดามัน: กรณีศึกษาจังหวัดกระบี่, อลิษา สหวัชรินทร์
การวิเคราะห์เชิงปริภูมิ-กาลและแบบจำลองเพื่อความยั่งยืนของพื้นที่ป่าและเมืองชายฝั่งอันดามัน: กรณีศึกษาจังหวัดกระบี่, อลิษา สหวัชรินทร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิเคราะห์เชิงปริภูมิ-กาล และแบบจำลองเพื่อการจัดการพื้นที่ชายฝั่งอย่างยั่งยืน เป็นงานวิจัยสหสาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม นิเวศวิทยาภูมิทัศน์ ผังเมือง และการจัดการชายฝั่ง เพื่อนำเสนอแนวทางการทำงานด้านสิ่งแลดล้อม โดยใช้มุมมองทางภูมิสถาปัตยกรรม เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่ง วิเคราะห์โครงสร้างและรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนปริภูมิกับกระบวนการทำงานของระบบนิเวศป่าชายเลนและเมืองชายฝั่ง และเสนอแบบจำลองทางเลือกในการวางแผนภูมิทัศน์เมืองชายฝั่ง เพื่อให้เกิดการพัฒนาชายฝั่งอย่างยั่งยืน โดยใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกลมาแปลความลักษณะของสิ่งปกคลุมดิน ด้วยโปรแกรม ArcGIS และวิเคราะห์ด้วยดัชนีชี้วัดภูมิทัศน์ เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของแบบแผนปริภูมิในระดับภูมิภาคชายฝั่งอันดามันทั้ง 6 จังหวัดและระดับภูมิภาคเมืองกระบี่ แล้วนำเสนอกระบวนการวางผังภูมินิเวศ ที่ช่วยบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อมเชิงพื้นที่จากการขยายเมือง บรรเทาความรุนแรงของภัยธรรมชาติ ลดความขัดแย้งจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน และสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ โดยประยุกต์ใช้ยุทธศาสตร์การวางผัง ร่วมกับการวิเคราะห์ศักยภาพและข้อจำกัดของระบบนิเวศเมืองในการบริการระบบนิเวศ รวบรวมผลการวิเคราะห์ออกมาเป็นแบบจำลองทางเลือกในการพัฒนาภูมิภาคเมืองชายฝั่งที่จะเป็นแนวทางพื้นฐานของการวางผังภูมิภาคเมืองชายฝั่ง โดยยุทธศาสตร์ “โครงข่ายแห่งโอกาส” สร้างโครงข่ายภูมิทัศน์หลากประโยชน์ เป็นแบบจำลองการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพในการทำงานของสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศสูงสุด และสามารถนำไปมาพัฒนาพื้นที่ภูมิภาคเมืองกระบี่ ในรูปแบบผังภูมิทัศน์ 3 ระบบ ได้แก่ ระบบน้ำ ระบบพื้นที่สีเขียว และระบบเมือง แต่ละระบบมีกลยุทธ์ทางเลือกในการพัฒนา 4 รูปแบบ เป็นลำดับขั้นได้แก่ พัฒนาผืนระบบนิเวศ พัฒนาทางเชื่อมนิเวศ พัฒนาเป็นโครงข่าย และพัฒนาแบบองค์รวม แต่ละรูปแบบมีบทบาทหน้าที่ คุณลักษณะทางกายภาพแตกต่างกัน ที่สามารถนำไปกำหนดทิศทางการพัฒนาและประยุกต์ใช้กับเมืองชายฝั่งอื่นๆ เพื่อความยั่งยืนของทั้งเมืองและสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง
ความอยู่ดีมีสุขของวัยรุ่น: การวิเคราะห์อภิมานโมเดลสมการเชิงโครงสร้าง, นัฏฐิกา เจริญตะคุ
ความอยู่ดีมีสุขของวัยรุ่น: การวิเคราะห์อภิมานโมเดลสมการเชิงโครงสร้าง, นัฏฐิกา เจริญตะคุ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาตัวแปรคุณลักษณะงานวิจัย 3 ด้านคือ ด้านการตีพิมพ์ ด้านเนื้อหาสาระ และด้านวิธีวิทยาการวิจัยที่ส่งผลต่อขนาดอิทธิพลของความฉลาดทางอารมณ์ การรู้คุณ การสนับสนุนทางสังคม รูปแบบการเผชิญปัญหา และการสนับสนุนความเป็นอิสระที่ส่งผลต่อความอยู่ดีมีสุขของวัยรุ่น 2) สร้างและตรวจสอบโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยความฉลาดทางอารมณ์ การรู้คุณ การสนับสนุนทางสังคม รูปแบบการเผชิญปัญหา และการสนับสนุนความเป็นอิสระที่ส่งผลต่อความอยู่ดีมีสุขของวัยรุ่น ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นงานวิจัยสหสัมพันธ์เชิงสาเหตุเกี่ยวกับ ความอยู่ดีมีสุขของวัยรุ่นที่เผยแพร่ในรูปแบบบทความวิจัยในช่วงปี ค.ศ. 2007-2019 จำนวน 67 เรื่องจากทั้งหมด 61,696 เรื่อง โดยใช้การวิเคราะห์อภิมานโมเดลสมการเชิงโครงสร้างด้วยโปรแกรม R และ Mplus ผลการวิจัยมีดังนี้ 1. คุณลักษณะงานวิจัย 3 ด้านส่งผลต่อขนาดอิทธิพลของความฉลาดทางอารมณ์ การรู้คุณ รูปแบบการเผชิญปัญหา การสนับสนุนทางสังคม และการสนับสนุนความเป็นอิสระที่มีต่อความอยู่ดีมีสุขของวัยรุ่นโดยมีขนาดอิทธิพลเท่ากับ .23-.58 .19-.56 .19-.31 .20-.55 และ .20-.47 ตามลำดับ โดยขนาดอิทธิพลของแต่ละตัวแปรอิสระที่มีต่อความอยู่ดีมีสุขจะได้รับอิทธิพลจากคุณลักษณะงานวิจัยทั้ง 3 ด้านแตกต่างกัน 2. โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุความอยู่ดีมีสุขของวัยรุ่นที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยปัจจัย 4 ด้านคือ ความฉลาดทางอารมณ์ การสนับสนุนทางสังคม รูปแบบการเผชิญปัญหา และการรู้คุณ ซึ่งอธิบาย ความผันแปรของความอยู่ดีมีสุขได้ร้อยละ 18.3 โดยโมเดลดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (χ2= 2.518; df= 1; p-value = .113; CFI = 1.000; TLI = 1.000; RMSEA = .006) ทั้งนี้ความฉลาดทางอารมณ์มีอิทธิพลต่อความอยู่ดีมีสุขของวัยรุ่นมากที่สุด รองลงมาคือ การรู้คุณ รูปแบบการเผชิญปัญหา และการสนับสนุนทางสังคม (.249 .245 .116 และ .141 ตามลำดับ)
Boundaries Of Overlapping Reuleaux Triangles, Jirapat Kaewkam
Boundaries Of Overlapping Reuleaux Triangles, Jirapat Kaewkam
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
where R1 and R2 are two congruent Reuleaux triangle such that Int(R1)∩Int(R2) ̸= ∅. Denote ∂Ri and Int(Ri) the boundary and the interior of Ri , respectively. We finish the proof when R2 is a translated copy R1 and we obtain some interesting results when R1 and R2 intersect in general position.
Augmented Sensors For Particulate Matter Concentration Prediction Using Supervised Learning Models, Chadaphim Photphanloet
Augmented Sensors For Particulate Matter Concentration Prediction Using Supervised Learning Models, Chadaphim Photphanloet
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Particulate matter concentration prediction models have been researched, developed, and applied to data from various topography around the world. The characteristics of different topography make a model suitable for each specific topography. This dissertation proposes a novel method to predict particulate matter concentration with a diameter smaller than 10 microns in Nan Province of Thailand that integrates feature selection method, supervised learning model, and modified depth-first search algorithm. Unlike the traditional supervised learning models, the proposed method is able to accept multi-dimensional data as input which consist of particulate matter concentration, air pollutants, and air qualities. These features are the …
Long-Time Behavior Of A Nonlocal Dispersal Equation, Aussacha Dintawong
Long-Time Behavior Of A Nonlocal Dispersal Equation, Aussacha Dintawong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In this thesis, study the nonlocal dispersal equation [equation] with a non-homogeneous boundary condition. We generalize the result of J.W. Sun (2015), where in this work the kernel J has a non-compact support. The global well-posedness and comparison principles (both time-dependent and stationary problems) are established. The main result is the long-time behavior of solutions, which is proved to depend on the boundary data.
Uniform Distribution Of Fractional Parts Of Average Of Kth Power Of Prime Divisors, Chitpanu Chairatanagul
Uniform Distribution Of Fractional Parts Of Average Of Kth Power Of Prime Divisors, Chitpanu Chairatanagul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
In this thesis, we prove that for every positive integer k greater than or equal to two, the sequence of the fractional parts of the arithmetic mean of the kth power of prime divisors of n counted with or without multiplicity, as n runs through all positive integers, is uniformly distributed modulo one.
Generalized Topologies Induced By Monotonic Maps And Hereditary Classes, Sahawat Wongkhunen
Generalized Topologies Induced By Monotonic Maps And Hereditary Classes, Sahawat Wongkhunen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
It is shown in [3] that every generalized topology can be extended to a new one by using hereditary classes, called a generalized topology via a hereditary class. Following [5], the continuity on generalized topological spaces via hereditary classes was studied. In this thesis, we introduce the notion of generalized topological spaces induced by monotonic maps and hereditary classes and provide some of their properties. Also, we define and study the continuity on generalized topological spaces induced by monotonic maps and hereditary classes in various situations. Finally, we study some properties and characterizations of generalized topological spaces induced by monotonic …
Classification Of Aircraft With Shadow Using Keypoint Descriptor From Remote Sensing Images, Natnicha Meeboonmak
Classification Of Aircraft With Shadow Using Keypoint Descriptor From Remote Sensing Images, Natnicha Meeboonmak
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Presently, aircraft classification from remote sensing images is widely used in military and civilian. However, aircraft type classification is still challenging to discriminate. The reason is that the aircraft displayed in the image has different in color, shape, size, and orientation. Moreover, there is the shadow appeared over and behind the aircraft that obscures some details of aircraft. Therefore, this work proposes the classification of aircraft with shadow method. This method modifies the deeply supervised salient object detection with short connections to make the aircraft be outstanding from the shadow and other objects in the background and then segment it. …
Spectra Of Unitary Cayley Graphs Of Matrices Over Finite Commutative Rings, Jitsupat Rattanakangwanwong
Spectra Of Unitary Cayley Graphs Of Matrices Over Finite Commutative Rings, Jitsupat Rattanakangwanwong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
For a finite ring R with identity, the unitary Cayley graph of R, CR, is the graph with vertex set R and for each x, y ∈ R, x and y are adjacent if and only if x − y is a unit of R. In this thesis, we determine some eigenvalues of CMn(F) , where F is a finite field, by using the additive characters and use these eigenvalues to analyze strong regularity, hyperenergetic graphs and Ramanujan graphs. Next, we extend the results to CMn(R) , where R is a local ring. We characterize all local rings R and …
Normalized Hodge Laplacian Matrix And Its Spectrum, Nalinpat Ponoi
Normalized Hodge Laplacian Matrix And Its Spectrum, Nalinpat Ponoi
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.