Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Prosthodontics and Prosthodontology (74)
- Dental Materials (57)
- Oral and Maxillofacial Surgery (45)
- Oral Biology and Oral Pathology (35)
- Pediatric Dentistry and Pedodontics (31)
-
- Dental Public Health and Education (29)
- Orthodontics and Orthodontology (22)
- Endodontics and Endodontology (15)
- Periodontics and Periodontology (13)
- Medical Specialties (2)
- Oral Medicine (2)
- Oral and Maxillofacial Radiology (2)
- Alternative and Complementary Medicine (1)
- Congenital, Hereditary, and Neonatal Diseases and Abnormalities (1)
- Dental Hygiene (1)
- Dermatology (1)
- Diseases (1)
- Health and Medical Administration (1)
- Interprofessional Education (1)
- Medical Education (1)
- Orthopedics (1)
- Other Dentistry (1)
- Pathological Conditions, Signs and Symptoms (1)
- Quality Improvement (1)
- Skin and Connective Tissue Diseases (1)
- Veterinary Medicine (1)
- Veterinary Pathology and Pathobiology (1)
- Veterinary Toxicology and Pharmacology (1)
- Keyword
-
- Calcium hydroxide (5)
- Dental caries (5)
- Anxiety (4)
- Composite resin (4)
- Retention (4)
-
- Acrylic resin (3)
- CAI (3)
- Denture base (3)
- Fluoride (3)
- Microleakage (3)
- Periodontal disease (3)
- Quality of life (3)
- Resin cement (3)
- Saliva (3)
- Streptococcus mutans (3)
- Transverse strength (3)
- Treatment (3)
- Acid Production (2)
- Artificial caries-like lesion (2)
- Attrition (2)
- Caries prevalence (2)
- Chlorhexidine (2)
- Computer program (2)
- Condylar Path Angle (2)
- Deflective rupture (2)
- Demineralization inhibitory ability (2)
- Dental Anatomy (2)
- Dental Health Knowledge (2)
- Dental Report (2)
- Dental fear (2)
- Publication Year
- Publication
- Publication Type
Articles 1081 - 1110 of 1270
Full-Text Articles in Dentistry
ปกิณกะ : Hard Tissue Replacement In Bone Atrophy.
ปกิณกะ : Hard Tissue Replacement In Bone Atrophy.
Chulalongkorn University Dental Journal
No abstract provided.
ผลของยา มีดาโซแลม (Midazolam) เมื่อใช้ร่วมกับยาชาเฉพาะที่ รายงานจากการใช้ในผู้ป่วย 65 ราย, ประสาน ตั้งจาตุรนต์รัศมี
ผลของยา มีดาโซแลม (Midazolam) เมื่อใช้ร่วมกับยาชาเฉพาะที่ รายงานจากการใช้ในผู้ป่วย 65 ราย, ประสาน ตั้งจาตุรนต์รัศมี
Chulalongkorn University Dental Journal
ยาซึ่งใช้ร่วมกับยาชาเฉพาะที่ในด้านศัลยกรรมช่องปากและใบหน้ามีประโยชน์ เพื่อลดความกลัว ความ ตึงเครียด และทำให้คนไข้สงบ ยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย คือยาในกลุ่มเบนโซไดอะเซปิน ได้แก่ ไดอะซีแปม ปัจจุบันมีการสังเคราะห์และใช้ยาตัวใหม่ในกลุ่มนี้คือ มีดาโซแลม, ซึ่งละลายน้ำได้ดี ออกฤทธิ์เร็ว, หมดฤทธิ์เร็ว ผลข้างเคียงน้อยกว่าและใช้ได้ผลดีกว่าไดอะซีแปม รายงานนี้จะแสดงผลของ มีดาโซแลม เมื่อใช้ร่วมกับยาชา เฉพาะที่ในผู้ป่วย 66 ราย ซึ่งได้รับการผ่าตัดเล็กในโรงพยาบาลของคณะทันตแพทยศาสตร์, Federich-Alexander University, ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน
ปกิณกะ : Diagnosis And Treatment Of Tmj Clicking
ปกิณกะ : Diagnosis And Treatment Of Tmj Clicking
Chulalongkorn University Dental Journal
No abstract provided.
The Effect Of Fluoride On Acid Production Of Streptococcus Mutans, Bht., Jeerasak Nopakun
The Effect Of Fluoride On Acid Production Of Streptococcus Mutans, Bht., Jeerasak Nopakun
Chulalongkorn University Dental Journal
The effect of sodium fluoride on acid production of Streptococcus mutans BHT. in the presence of glucose has been investigated. It was found that preincubation of cells in the buffer with fluoride (1, 5, or 10 mM) for 10 minutes before adding glucose (10 mM) resulted in the reduction of the initial rate of acidification. The end pH was also increased in correspond to fluoride concentration. It was noted that the addition of fluoride at pH 6.0 did not change the initial rate of pH reduction. However, the pH at which acid production stopped was about the same values.
การศึกษาโรคอะมีโลบลาสโตมาของกระดูกขากรรไกร จากภาพถ่ายรังสี, ชีระ ไพบูลย์
การศึกษาโรคอะมีโลบลาสโตมาของกระดูกขากรรไกร จากภาพถ่ายรังสี, ชีระ ไพบูลย์
Chulalongkorn University Dental Journal
จากการศึกษาภาพถ่ายรังสีของผู้ป่วยที่เป็นโรคอะมีโลบลาสโตมา ซึ่งเกิดที่กระดูกขากรรไกรบนและล่าง ของผู้ป่วยจำนวน 76 ราย พบว่าผู้ที่เป็นโรคนี้มีอายุเฉลี่ย 29.7 ปี เป็นกันมากในชายมากกว่าหญิง ในอัตรา ส่วน 1.2 : 1.0 และพบว่าโรคนี้พบเป็นกันมากในกระดูกขากรรไกรล่างมากกว่าในกระดูกขากรรไกรบน ใน อัตราส่วน 8.5 : 1.0 จากภาพถ่ายรังสี พบมีการทำลายกระดูกเป็นแบบวงดำหลายวง และแบบวงดำเดี่ยว ในรายที่มีการทำลาย กระดูกเป็นแบบวงดำหลายวง พบว่าวงดำแต่ละวงอยู่ชิดติดกัน ไม่แยกห่างออกจากกัน นอกจากนั้นยังพบ ขอบ ของกระดูกคอร์ติคัลมีการทำลายกระดูกเป็นจัก ๆ กระดูกคอร์ติคัลขยายออก และมีการทำลายปลายรากฟันด้วย ส่วนในรายที่เป็นแบบวงดำเดี่ยว บางรายไม่พบมีลักษณะดังกล่าว ทำให้คิดว่าเป็นโรคถุงน้ำแบบธรรมดา การศึกษานี้ ได้แบ่งโรคออกเป็น 5 กลุ่ม ตามลักษณะที่พบในภาพถ่ายรังสี คือ ชนิดเป็นดิเจอรัส, ชนิดแลเทอรัล เปอริโอ คอนตัล, ชนิดแรดิคิวลา, ชนิดอีเด็นจูรัส และชนิดเรซิดวล ลักษณะที่พบจากภาพถ่ายรังสี จากการศึกษาครั้งนี้จะเป็นแนวทางเพื่อใช้ในการวินิจฉัยโรคและพิจารณา แยกโรคนี้ออกจากโรคอื่นได้ด้วย
การใช้น้ำยาฟอกขาวเป็นน้ำยาล้างคลองรากฟัน, รัตน์ เสรีนิราช, สุรสิทธิ์ เกียรติพงษ์สาร
การใช้น้ำยาฟอกขาวเป็นน้ำยาล้างคลองรากฟัน, รัตน์ เสรีนิราช, สุรสิทธิ์ เกียรติพงษ์สาร
Chulalongkorn University Dental Journal
น้ำยาฟอกขาวคลอรอกซ์ ซึ่งมีปริมาณ NaOCl 5.25% ที่มีอายุการซื้ออย่างน้อย 0, 6, 12 และ 18 เดือน สามารถระงับการเจริญของเชื้อ Staphylococcus aureus, Bacillus subtilis, Candida albicans และเชื้อในน้ำลาย ประสิทธิภาพในการระงับการเจริญของจุลินทรีย์ของน้ำยาคลอรอกซ์ที่ซื้อใหม่ ๆ ทัดเทียมกับ น้ำยาคลอรีเนทเตด โซดา ที่เตรียมใหม่ ๆ น้ำยาฟอกขาวเพรสิเดนท์ ซึ่งมีปริมาณ NaCl 5.25% เช่นกัน มีอำนาจในการฆ่าเชื้อด้อยกว่าน้ำยาคลอรอกซ์มาก
การละลายภายในรากฟันของผู้ป่วยโปรเกรสซีพ ซีสเต็มมิค สเคอร์โรซิส : รายงานผู้ป่วย 1 ราย, กอบกาญจน์ ทองประสม
การละลายภายในรากฟันของผู้ป่วยโปรเกรสซีพ ซีสเต็มมิค สเคอร์โรซิส : รายงานผู้ป่วย 1 ราย, กอบกาญจน์ ทองประสม
Chulalongkorn University Dental Journal
โปรเกรสซีพ ซีสเต็มมิค สเคอร์โรซิส เป็นโรคที่พบได้น้อยมากซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุแน่นอน และมีอัตรา การเสียชีวิตสูง มักจะมีการละลายตัวของกระดูกบางส่วนในร่างกาย ในช่องปากมีรายงานว่า พบการละลายตัวที่ กระดูกขากรรไกรล่างส่วนมุมขากรรไกร, เรนัส, คอนดายล์, คอโรนอยด์ และกระดูกไซโกมา รายงานนี้ได้ กล่าวถึงการละลายตัวภายในรากฟัน 2 ซี่ ของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ 1 ราย ซึ่งยังไม่พบว่ามีรายงานใดกล่าวถึง
โรคเอดสกับทันตแพทย์, สมศรี โรจนวัฒน์ศิริเวช
โรคเอดสกับทันตแพทย์, สมศรี โรจนวัฒน์ศิริเวช
Chulalongkorn University Dental Journal
เอดสเป็นโรคติดต่อที่น่าสนใจเนื่องจากมีอัตราตายสูงและโรคยังคงเพิ่มอัตราการเกิดและการกระจายกว้างขวางขึ้น ในขณะที่นักวิจัยทั้งหลายก็พยายามสรุปหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคนี้อยู่ตลอดเวลา บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคเอดสที่มีผู้รายงานไว้ รวมทั้งกล่าวถึงลักษณะของรอยโรคในช่องปากต่าง ๆ ที่พบในโรค เอดส เพื่อให้ทันตแพทย์ได้สังวรระวังและตระหนักถึงบทบาทในการเป็นผู้ร่วมวินิจฉัยรอยโรครวมทั้งให้ความรู้แก่ ประชาชนในเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคเอดสพร้อมทั้งแนะนําข้อปฏิบัติในการป้องกันและลดการแพร่ของโรคในหมู่ ประชากรไทยด้วย
เครื่องมือจับฝันในการตัดเพื่อการวิจัย, ปิยวัฒน์ พันธุ์โกศล
เครื่องมือจับฝันในการตัดเพื่อการวิจัย, ปิยวัฒน์ พันธุ์โกศล
Chulalongkorn University Dental Journal
รายงานนี้แสดงถึงวิธีการประดิษฐ์เครื่องมือในการจับฟันสําหรับตัดเป็นแผ่นบาง ๆ เพื่อใช้ในการวิจัยเครื่องมือจับประกอบด้วย ท่อกลม และแป้นยึดท่อกลม ฟันที่จะใช้ตัดถูกยึดติดกับท่อเหล็กไร้สนิมด้วยขี้ผึ้งเหนียวแผ่นฟันที่ตัดได้จะมีขนาดความหนาได้ถึง 70 ไมโครมิเตอร์ ในฟันกรามใหญ่ 1 ซี่อาจจะสามารถตัดออกตาม ยาวได้มากกว่า 10 แผ่น เครื่องมือนี้อาจจะปรับให้จับฟันเพื่อตัดในแนวขวาง หรือเอียงทํามุมเท่าไรก็ได้ตามต้องการและยังใช้จับวัสดุทางธรณีวิทยาและชีววิทยาอื่น ๆ เพื่อตัดได้อีกด้วย
ออสซิไฟอิ้งไฟโบรมา ในกระดูกขากรรไกรบน รายงานผู้ป่วย 1 ราย, สิทธิชัย ทัดศรี
ออสซิไฟอิ้งไฟโบรมา ในกระดูกขากรรไกรบน รายงานผู้ป่วย 1 ราย, สิทธิชัย ทัดศรี
Chulalongkorn University Dental Journal
โรคออสซิไฟอิ้งไฟโบรมา ในกระดูกขากรรไกรขนาดใหญ่พบได้ไม่บ่อยนัก การวินิจฉัยค่อนข้างจะลําบากทั้งศัลยแพทย์และพยาธิแพทย์ การทําศัลยกรรม ควักออกหมด และใส่ฟันปลอมปิดจะช่วยลดความผิดปกติของใบหน้า และช่วยการบดเคี้ยวได้เป็นอย่างดี
การใช้สารละลายฟลูโอซิโนโลน อะเซทโตไนด์ ในการรักษาไลเคน พลานัส, ลัคนา เหลืองจามีกร, กอบกาญจน์ ทองประสม
การใช้สารละลายฟลูโอซิโนโลน อะเซทโตไนด์ ในการรักษาไลเคน พลานัส, ลัคนา เหลืองจามีกร, กอบกาญจน์ ทองประสม
Chulalongkorn University Dental Journal
คอร์ติโคสเตียรอยด์ในรูปสารละลายฟลูโอซิโนโลน อะเซทโตไนท์ เป็นยาเฉพาะที่ซึ่งสามารถนํามาใช้บรรเทาอาการเจ็บปวด รอยอักเสบแดง และรอยแผลเรื้อรังที่เกิดจากโรคไลเคน พลานัสในช่องปาก จากการติดตามผลการใช้สารละลายฟลูโอซิโนโลน อะเซทโตไนด์ในผู้ป่วยที่มีรอยโรคไลเคนพลานัสในช่องปากจํานวน 13 ราย พบว่าลักษณะอาการต่าง ๆ ของรอยโรคหายไป เมื่อใช้ยานี้ทาได้ 1-8 สัปดาห์ เหลือแต่เส้นลายสีขาวที่ไม่มีอาการเจ็บ ยิ่งไปกว่านั้นผู้ป่วย 1 รายที่เคยมีรอยโรคอโทรฟิคไลเคน พลานัส เมื่อได้ใช้ยานี้ทาได้ 3 เดือน อาการและรอยโรคหายหมด ผลข้างเคียงของยาที่ใช้ มีแต่การหลุดลอกของเนื้อเยื่อตรงบริเวณที่ทา เกิดอาการปากแห้งและภาวะของการติดเชื้อแคนดิดาเฉียบพลัน ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้
ผลของโซเดียมฟลูออไรด์ต่อการเกิดกรดแลคติกในช่องปาก, ธีรศักดิ์ ถาวรทนต์
ผลของโซเดียมฟลูออไรด์ต่อการเกิดกรดแลคติกในช่องปาก, ธีรศักดิ์ ถาวรทนต์
Chulalongkorn University Dental Journal
คณะผู้ทําการวิจัยได้ศึกษาเปรียบเทียบปริมาณกรดแลคติกที่เกิดขึ้นในช่องปาก ภายในช่วงเวลา 30 นาที หลังจากรับประทานน้ำตาลเมื่อบ้วนและไม่ได้บ้วนปากด้วยสารละลายโซเดียมฟลูออไรด์ก่อนรับประทานน้ำตาล ในนิสิตทันตแพทย์ 10 คน สารละลายโซเดียมฟลูออไรด์ที่ใช้มีความเข้มข้น 0.5%, 0.25% และ 0.1% ผลปรากฏว่าการบ้วนปากด้วยสารละลายโซเดียมฟลูออไรด์ดังกล่าวสามารถลดการสร้างกรดแลคติกในช่องปากได้ การลดลงของกรดแลคติกที่เกิดขึ้นหลังจากรับประทานน้ำตาลไป 5 นาที จะมีค่ามากที่สุด เมื่อใช้สารละลายโซเดียมฟลูออไรด์ ที่มีความเข้มข้น 0.5% ซึ่งลดการเกิดกรดได้ถึงร้อยละ 59.6 และจะมีค่าน้อยลงเมื่อใช้สารละลายโซเดียมฟลูออไรด์ความเข้มข้นน้อยกว่านี้ตามลําดับ
Collagenase Activity In Gingival Tissues In Periodontal Disease, Nopakun J.
Collagenase Activity In Gingival Tissues In Periodontal Disease, Nopakun J.
Chulalongkorn University Dental Journal
No abstract provided.
รายงานผู้ป่วย : ผู้ป่วยไลเคน พลานัส ในช่องปากกับโรคเบาหวาน, อารีย์ เจนกิตติวงศ์
รายงานผู้ป่วย : ผู้ป่วยไลเคน พลานัส ในช่องปากกับโรคเบาหวาน, อารีย์ เจนกิตติวงศ์
Chulalongkorn University Dental Journal
บทความนี้เป็นรายงานผู้ป่วย ไลเคน พลานัส ในช่องปากที่ได้รับการรักษาและควบคุม อาการของโรคไว้ดีแล้ว ต่อมาเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยสูงกว่าปกติ ปรากฏว่ารอย โรคในช่องปากกำเริบขึ้น ขยายขอบเขตไปยังบริเวณต่าง ๆ ในช่องปากและมีอาการรุนแรง การรักษาโดยให้สเตียรอยด์เฉพาะที่ร่วมกับการควบคุมโรคเบาหวาน ปรากฏว่า เมื่อสามารถ ลดระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในสภาวะปกติสามารถควบคุมอาการของโรคได้ดี จึงน่าที่จะมี ความสัมพันธ์ระหว่าง ไลเคน พลานัสในช่องปากกับโรคเบาหวาน ในแง่ที่โรคเบาหวานส่งเสริม ให้ อาการของไลเคน พลานัส รุนแรงขึ้น
สภาวะอนามัยช่องปากของเด็กอายุ 6-12 ปี จากครอบครัวที่มีระดับเศรษฐกิจต่ำในเขตกรุงเทพมหานคร, ทรงธรรม สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง, ยุทธนา ปัญญางาม
สภาวะอนามัยช่องปากของเด็กอายุ 6-12 ปี จากครอบครัวที่มีระดับเศรษฐกิจต่ำในเขตกรุงเทพมหานคร, ทรงธรรม สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง, ยุทธนา ปัญญางาม
Chulalongkorn University Dental Journal
ดัชนีอนามัยช่องปาก (oral hygiene index) ของเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา อายุ 6-12 ปี ที่สุ่มมาจากโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร 24 แห่ง จากทุกเขตการปกครอง จำนวน 1,508 คน มีค่าเฉลี่ยเป็น 2.1 ซึ่งจัดอยู่ในระดับพอใช้ ค่าดัชนีอนามัยช่องปากของ เด็กเหล่านี้ถูกกำหนดโดยอิทธิพลของดัชนีแผ่นคราบฟัน (debris index) ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 1.9 มากกว่าจะเป็นผลจากอิทธิพลของดัชนีหินน้ำลาย (calculus index) ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 0.2 ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าการเลือกใช้วิธีแปรงฟันที่เหมาะสมและให้ประสิทธิภาพสูงในการกำจัดแผ่นคราบฟัน น่าจะทำให้สภาวะอนามัยช่องปากของเด็กเหล่านี้เปลี่ยนไปอยู่ในระดับดีได้ อย่างไรก็ดี พบว่าความแตกต่างระหว่างเพศจะมีอิทธิพลต่อดัชนีแผ่นคราบฟันและดัชนีอนามัยช่องปากอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติ (p < 0.01 และ p < 0.1) โดยกลุ่มเด็กผู้หญิงจะมีค่าเฉลี่ยของดัชนีอนามัย ช่องปากและดัชนีแผ่นคราบฟันเท่ากับ 2.06 และ 1.84 ตามลำดับ ในขณะที่กลุ่มเด็กผู้ชาย จะมีค่าเฉลี่ยของดัชนีทั้งสองเท่ากับ 2.13 และ 1.95 ตามลำดับ ขณะเดียวกันก็พบว่าเด็กกลุ่ม อายุน้อยจะมีดัชนีแผ่นคราบฟันและดัชนีหินน้ำลายต่ำ และเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แต่ความ แตกต่างนี้ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้เมื่อทำการทดสอบทางสถิติโดยคำนวณหาค่า สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างดัชนีอนามัยช่องปากกับอัตราฟันผุ ถอน อุด พบว่าค่าที่ได้ต่ำ มาก อย่างไรก็ดีกลุ่มที่มีสภาวะอนามัยช่องปากระดับดีจะพบมีอัตราฟันผุ ถอน อุด ต่ำกว่า กลุ่มที่มีสภาวะอนามัยช่องปากระดับเลว ทั้งในฟันแท้และฟันน้ำนม
การตรวจหาเชื้อแคนดิดาในช่องปาก โดยวิธีเพาะเลี้ยงแบบอิมพรินท์, กฤษณา อิฐรัตน์
การตรวจหาเชื้อแคนดิดาในช่องปาก โดยวิธีเพาะเลี้ยงแบบอิมพรินท์, กฤษณา อิฐรัตน์
Chulalongkorn University Dental Journal
การตรวจหาเชื้อแคนดิดา ในช่องปากมีหลายวิธีซึ่งให้ผลแตกต่างกัน วิธีการตรวจที่ ให้ผลถูกต้องเชื่อถือได้ จะเป็นสิ่งที่ช่วยในด้านการให้การวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องตลอดจนการ วางแผนการรักษาทั้งโรคในช่องปาก และโรคทางระบบของร่างกาย วิธีเพาะเลี้ยงแบบอิมพรินท์ เป็นวิธีการตรวจหาเชื้อแคนดิดาในช่องปากแบบใหม่ ที่ง่ายและสะดวก และให้ผลดี ถูกต้อง เชื่อถือได้มากที่สุดและมีความไวต่อการตรวจพบเชื้อสูงที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการตรวจแบบอื่น ๆ เหมาะสำหรับใช้ตรวจหาเชื้อแคนดิดาทั้งในแง่ของการวินิจฉัยโรคในคนที่มีแผล ติดเชื้อในช่องปาก และในคนที่มีโรคทางระบบของร่างกายที่มีจำนวนเชื้อแคนดิดาในช่องปาก สูงรวมทั้งที่มีแนวโน้มของการเพิ่มสูงขึ้นของเชื้อแคนดิดาในช่องปาก ตลอดจนแม้ในคนที่มี สุขภาพในช่องปากปกติ ก็สามารถที่จะตรวจพบเชื้อแคนดิดา ได้โดยวิธีนี้
การเก็บรักษายาชาให้มีประสิทธิภาพ, ประเสริฐ ทรงกิตติคุณ
การเก็บรักษายาชาให้มีประสิทธิภาพ, ประเสริฐ ทรงกิตติคุณ
Chulalongkorn University Dental Journal
การทดสอบการออกฤทธิ์ของนอร์อะเดรนาลีน (noradrenaline) ในยาชาลิโดเคน (Lidocaine) ใช้ปลากัดลูกหม้อเพศผู้จำนวน 44 ตัว พบว่าระยะเวลาการออกฤทธิ์ของนอร์-อะเดรนาลีนในยาชาที่เก็บไว้ในตู้เย็น และยาชาประเภทเดียวกันนี้ที่เก็บไว้ในห้องปรับอากาศ ยาวกว่ายาชาที่เก็บไว้ ณ อุณหภูมิห้องอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.01) เนื่องจากนอร์-อะเดรนาลีนเป็นสารบีบหลอดเลือดที่มีอิทธิพลต่อการออกฤทธิ์ของยาชา คือจำนวนสารนี้ลดลง จะทําให้ยาชาหมดฤทธิ์เร็ว ดังนั้น ควรเก็บยาชาที่มีนอร์อะเดรนาลีนไว้ในตู้เย็น หรือห้องปรับ อากาศ เพื่อป้องกันการทำลายนอร์อะเดรนาลีน ซึ่งจะส่งผลไปถึงการออกฤทธิ์ของยาชาด้วย
(X-Ray Museum) : Macrodontia And Microdontia, Dhiravarangkura P.
(X-Ray Museum) : Macrodontia And Microdontia, Dhiravarangkura P.
Chulalongkorn University Dental Journal
No abstract provided.
การใช้ฟลูออไรด์ในทางทันตกรรมจัดฟัน, ปิยารัตน์ อภิวัฒนกุล
การใช้ฟลูออไรด์ในทางทันตกรรมจัดฟัน, ปิยารัตน์ อภิวัฒนกุล
Chulalongkorn University Dental Journal
คนไข้ที่รับการบำบัดรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน ถ้าไม่ดูแลความสะอาดในช่องปาก ให้เพียงพอ อาจได้รับผลข้างเคียงที่ไม่ต้องการคือ เกิดการละลายสูญเสียแร่ธาตุของผิวเคลือบ ฟัน ซึ่งก่อให้เกิดการผุของฟันได้ ผลของการบำบัดรักษาจะไม่ดีเท่าที่ควร หรือทำให้เวลาของ การบำบัดรักษานานขึ้น การพิจารณาเลือกใช้สารประกอบฟลูออไรด์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างความทนทานต่อการละลายผิวเคลือบฟันแก่คนไข้เหล่านั้น จะช่วยลดผลข้างเคียงที่ไม่ต้องการนี้ได้ โดยเฉพาะคนไข้อายุน้อยที่ฟันแท้เพิ่งโผล่ขึ้นสู่ช่องปาก และการสะสมของเกลือแร่ต่าง ๆ ที่ผิวเคลือบฟันยังไม่สมบูรณ์
รายงานผู้ป่วย : กระดูกโคโรนอยด์ไฮเปอร์เพลเซีย, สิทธิชัย ทัดศรี
รายงานผู้ป่วย : กระดูกโคโรนอยด์ไฮเปอร์เพลเซีย, สิทธิชัย ทัดศรี
Chulalongkorn University Dental Journal
การเจริญเติบโตที่ผิดปกติของกระดูกโคโรนอยด์ ไม่ค่อยปรากฏบ่อยนัก ไม่เหมือน กระดูกคอนไดล์ (condyle) ซึ่งพบได้บ่อยกว่า ดังนั้นการวินิจฉัยขั้นต้นมักผิดเพราะคิดว่าเป็น ที่กระดูกคอนไดล์ ได้รายงานผู้ป่วย 1 รายที่มีอาการอ้าปากได้แคบลงและขัดขวางการเคลื่อน ไหวของขากรรไกรล่าง จากประวัติ การตรวจร่างกายและภาพรังสีแสดงถึงการขยายใหญ่ของ กระดูกโคโรนอยด์ ผลการตรวจทางพยาธิวิทยาพบว่าเป็นไฮเปอร์เพลเซียของกระดูกโคโรนอยด์ การรักษาโดยการทำศัลยกรรมเอากระดูกโคโรนอยด์ออก และเข้าทำศัลยกรรมทางช่องปากจะ เป็นวิธีที่ง่าย หลีกเลี่ยงการเกิดแผลเป็นบนใบหน้า อันตรายน้อย และได้ผลดีที่สุด
การเปรียบเทียบคุณภาพของฟิล์มเอ็กซเรย์ โกดักกับอินสแตนท์, ไพรัช ธีรวรางกูร, สุนทรา พันธ์มีเกียรติ
การเปรียบเทียบคุณภาพของฟิล์มเอ็กซเรย์ โกดักกับอินสแตนท์, ไพรัช ธีรวรางกูร, สุนทรา พันธ์มีเกียรติ
Chulalongkorn University Dental Journal
รายงานนี้ แสดงผลของการเปรียบเทียบคุณภาพของภาพรังสีในตำแหน่งเดียวกันบน ฟิล์มโกดัก (Kodak film) กับฟิล์มอินสแตนท์ (Instant film) ในเรื่องความดำของภาพ (Density) การตัดกันของสีขาวและสีดำ (Contrast) ความชัดแจ๋ว (Sharpness) รายละเอียด (Detail) และความแน่นอน (Definition) ความบิดเบือนของภาพ (Distortion) โดยทำ การถ่ายภาพรังสีด้วยวิธีแบ่งครึ่งมุม (Bisecting the angle technic) ผู้ป่วยที่มารับการรักษา ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 40 คน อายุระหว่าง 12 ถึง 50 ปี ผลปรากฏว่า เมื่อใช้เครื่องมือวัดความดํา (Densitometer) หาค่าความดํา (Density) และ การตัดกันของสีขาวและสีดํา พบว่า แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสําคัญ ส่วนการอ่านฟิล์มด้วยตา พบว่า ความชัดแจ๋วแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญ และความบิดเบือนแตกต่างกันอย่างไม่มีนัย สําคัญทางสถิติทั้งหมดที่ ๕ α 0.05, t = 2.447
ตำแหน่งของรูเปิดคลองรากฟัน ที่เบี่ยงเบนจากปลายรากฟันในฟันหน้า, ขวัญตา เภกะสุต, ไชยยันต์ อินทราลักษณ์, สุรสิทธิ์ เกียรติพงษ์สาร
ตำแหน่งของรูเปิดคลองรากฟัน ที่เบี่ยงเบนจากปลายรากฟันในฟันหน้า, ขวัญตา เภกะสุต, ไชยยันต์ อินทราลักษณ์, สุรสิทธิ์ เกียรติพงษ์สาร
Chulalongkorn University Dental Journal
ฟันหน้าแท้จำนวน 400 ซี่ ซึ่งถูกถอนจากโรงพยาบาลทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้ถูกรวบรวมนำมาใช้ในการศึกษาถึงตำแหน่งของรูเปิดคลองรากฟันที่เบี่ยงเบนไปจากปลายราก การกำหนดตำแหน่งและการวัดระยะทางของรูเปิดคลองรากที่เบี่ยงเบนไปจากปลายรากศึกษา โดยใช้กล้อง Stereomicroscope พร้อมด้วย eyepiece micrometer พบว่าอัตราของความเบี่ยงเบนสูงถึงร้อยละ 92.0 และระยะห่างระหว่างรูเปิดคลองรากฟันไปยังปลายรากมีค่า เฉลี่ยประมาณ 0.56 ม.ม. ความชุกของตําแหน่งรูเปิดคลองรากฟันถึงแม้จะพบมากที่สุดบนด้าน ลิงกวลในฟันตัดบน (ร้อยละ 33.0) และฟันเขี้ยวบนและล่าง (ร้อยละ 40.0) แต่ในฟันตัด ล่างกลับพบมากที่สุดบนด้านเลเบียล (ร้อยะ 47.5)
ลักษณะและมาตรฐานตำราทางวิชาการ, ไกรยุทธ ธีรตยาคีนันท์
ลักษณะและมาตรฐานตำราทางวิชาการ, ไกรยุทธ ธีรตยาคีนันท์
Chulalongkorn University Dental Journal
No abstract provided.
Case Report : Post Irradiation Caries : Significant Case Findings, Chatsuthipan S.
Case Report : Post Irradiation Caries : Significant Case Findings, Chatsuthipan S.
Chulalongkorn University Dental Journal
The incidence of rampant caries in patient's for nasopharyngeal cancer who undergone radiotherapy treatment has been well documented. However a study of recent case histories has found that as well as the development of rampant caries after such treatment, another type of caries was also found to be prevalent. This other type of radiotherapy induced caries can be distinquished from rampant caries by virtue of its unique pattern of development.
(X-Ray Museum) : Taurodontism, Dhiravarangkura P.
(X-Ray Museum) : Taurodontism, Dhiravarangkura P.
Chulalongkorn University Dental Journal
No abstract provided.
ไลโปมาในช่องปาก (รายงานผู้ป่วย), ผ่องเพ็ญ ชินะวงศา, สมพร สวัสดิสรรพ์
ไลโปมาในช่องปาก (รายงานผู้ป่วย), ผ่องเพ็ญ ชินะวงศา, สมพร สวัสดิสรรพ์
Chulalongkorn University Dental Journal
ไลโปมาเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายพบได้บ่อยในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ยกเว้นใน ช่องปากซึ่งพบได้น้อยมาก เนื้องอกนี้มีลักษณะเป็นก้อนเนื้อที่โตช้า ไม่มีอาการเจ็บปวด คลำนุ่ม ประกอบด้วยเซลล์ไขมันจำนวนมาก ลักษณะทางคลินิกคล้ายกับไฟโบรมา ซึ่งทำให้การ พิเคราะห์โรคขั้นต้นผิดไปได้ รายงานนี้กล่าวถึงผู้ป่วยที่มาพบทันตแพทย์ด้วยมีก้อนเนื้อในปาก ไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ แต่รำคาญเนื่องจากกัดถูกเสมอเวลารับประทานอาหาร ทันตแพทย์ ได้ให้การพิเคราะห์โรคขั้นต้นเป็นไฟโบรมา และทำการรักษาโดยตัดออกทั้งหมด แล้วส่งชิ้นเนื้อมาตรวจทางจุลพยาธิวิทยา ที่ภาควิชาทันตพยาธิวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ ลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลการตรวจ เป็นไลโปมา
ตำแหน่งของแนวกลางใบหน้า กับแนวกลางฟันบนและล่างในคนไทย, โสภี ชาติสุทธิพันธุ์
ตำแหน่งของแนวกลางใบหน้า กับแนวกลางฟันบนและล่างในคนไทย, โสภี ชาติสุทธิพันธุ์
Chulalongkorn University Dental Journal
ในการศึกษาตำแหน่งของแนวกลางใบหน้า คือร่องเหนือริมฝีปากบน และเนื้อยึด ริมฝีปากบนและล่าง กับแนวกลางฟันบนและล่าง จากผู้ป่วยคนไทยทั้งเพศชายและเพศหญิง จำนวน 775 คน พบว่าในผู้ป่วยส่วนมาก ทั้งเพศชายและเพศหญิงไม่มีความแตกต่างกัน คือ มีแนวกลางฟันบนตรงกับเนื้อยึดริมฝีปากบน มากกว่าจะตรงกับร่องเหนือริมฝีปากบน และ แนวกลางฟันล่างตรงกับเนื้อยึดริมฝีปากล่าง โดยมีแนวกลางฟันล่างเบี่ยงเบนอยู่ไปทางซ้ายของแนวกลางฟันบน ในจำนวนใกล้เคียงกันทั้งสองเพศ ดังนั้นในการเรียงฟันปลอมจึงควรยึดหลักสําคัญ โดยให้ฟันปลอมนั้นมีแนวกลาง ฟันบนตรงกับเนื้อยืดริมฝีปากบน และแนวกลางฟันล่างตรงกับเนื้อยึดริมฝีปากล่าง ส่วนแนว กลางฟันล่างที่เพิ่มจำนวนฟันที่อยู่ไปทางซ้ายในช่วงอายุมากขึ้นนั้น ควรจะได้รับการพิจารณา และศึกษาต่อไป
ปกิณกะ : ความย่อจากวารสารต่างประเทศ
ปกิณกะ : ความย่อจากวารสารต่างประเทศ
Chulalongkorn University Dental Journal
No abstract provided.
สภาวะโรคฟันผุในฟันน้ำนมและฟันแท้ของ เด็กนักเรียน ในเขตกรุงเทพมหานคร, ขวัญชัย ปรัชญา, ยุทธนา ปัญญางาม
สภาวะโรคฟันผุในฟันน้ำนมและฟันแท้ของ เด็กนักเรียน ในเขตกรุงเทพมหานคร, ขวัญชัย ปรัชญา, ยุทธนา ปัญญางาม
Chulalongkorn University Dental Journal
การศึกษาสภาวะโรคฟันผุในเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา (อายุ 6-12 ปี) ที่มา จากครอบครัวที่มีฐานะทางเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,508 คน พบว่า อัตราความชุกชุม (prevalence) ของโรคฟันผุในฟันแท้ของประชากรกลุ่มตัวอย่างมี ค่าคิดเป็นร้อยละ 84.10 ในขณะที่ฟันน้ำนมมีค่าเป็นร้อยละ 73.62 สภาพความรุนแรงของ โรคฟันผุในฟันแท้ที่แสดงด้วยค่าเฉลี่ยของฟันผุถอนอุดคิดเป็นซี่ต่อคนและด้านต่อคน จะตำ เมื่อเด็กอายุน้อยและค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อ ในเมื่ออายุมากขึ้น โดยมีค่าเป็น 1.22 2.16 2.37 3.20 3.71 4.27 5.17 ปีต่อคน และ 1.86 3.65 4.00 5.89 6.77 7.66 9.74 ด้านต่อคน ตามลำดับ จะเห็นได้ว่าค่าเฉลี่ยที่คิดเป็นด้านต่อคนจะเพิ่มเร็วกว่าคิดเป็นซี่ต่อคน ซึ่งแสดง ว่ามีการลุกลามของรอยผุไปยังด้านอื่นของซี่ฟันเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น สำหรับค่าเฉลี่ยของ ฟันผุและอุดในฟันน้ำนมพบว่าสูงเมื่ออายุน้อยแล้วค่อย ๆ ลดลง เมื่ออายุมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจาก ไม่สามารถบันทึกข้อมูลการหลุดหายไปของฟันน้ำนมว่ามีประวัติการผุอย่างไรหรือไม่ จึงดูเหมือนว่าค่าดังกล่าวลดลง อย่างไรก็ดีเมื่อนำข้อมูลค่าเฉลี่ยฟันผุถอนอุดของฟันแท้มาวิเคราะห์ หาความสัมพันธ์กับอัตราฟันผุและอุดของฟันน้ำนม โดยคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (correlation coefficient, r) พบว่าเด็กกลุ่มอายุ 6, 7 และ 8 ปี จะมีความสัมพันธ์กัน ระหว่างอัตราความรุนแรงของโรคฟันผุของฟันน้ำนมกับฟันแท้ นั่นคือเมื่อตรวจพบว่ามีฟันน้ำนมผุ มากก็น่าจะพบฟันแท้ผุมากด้วย หรือถ้าตรวจพบมีฟันน้ำนมผุน้อย ฟันแท้ก็จะผุน้อย ซึ่ง แสดงให้เห็นว่าถ้าได้มีการดูแลฟันน้ำนมมาอย่างดีตั้งแต่เริ่มมีฟันน้ำนมซี่แรกโผล่ขึ้นสู่ช่องปาก จนถึง 5-6 ขวบแล้ว เมื่อฟันแท้เริ่มขึ้นจะมีโอกาสผุน้อยด้วย ทั้งนี้เพราะองค์ประกอบที่ก่อให้ เกิดโรคฟันผุได้ถูกควบคุมไว้อย่างดีแล้ว