Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Business Organizations Law (1102)
- Banking and Finance Law (1097)
- International Law (1064)
- Law and Society (1045)
- Legislation (853)
-
- Contracts (836)
- International Trade Law (813)
- Social and Behavioral Sciences (794)
- Law and Politics (769)
- Administrative Law (750)
- Tax Law (749)
- Antitrust and Trade Regulation (745)
- State and Local Government Law (703)
- Comparative and Foreign Law (670)
- Securities Law (653)
- Legal History (650)
- Constitutional Law (640)
- Public Law and Legal Theory (614)
- Environmental Law (602)
- Commercial Law (594)
- Jurisprudence (579)
- Criminal Law (562)
- Property Law and Real Estate (545)
- Intellectual Property Law (541)
- Courts (534)
- Human Rights Law (521)
- Bankruptcy Law (512)
- Health Law and Policy (506)
- Institution
-
- University of Michigan Law School (773)
- Columbia Law School (445)
- UH2C Press (363)
- Seattle University School of Law (353)
- Chulalongkorn University (344)
-
- University of Colorado Law School (289)
- Boston University School of Law (280)
- BLR (255)
- Maurer School of Law: Indiana University (243)
- University of Georgia School of Law (171)
- Universitas Indonesia (170)
- Yeshiva University, Cardozo School of Law (154)
- American University Washington College of Law (148)
- Cornell University Law School (147)
- Georgetown University Law Center (132)
- Brooklyn Law School (114)
- New York Law School (97)
- Duke Law (94)
- Texas A&M University School of Law (93)
- William & Mary Law School (87)
- University of Richmond (86)
- University at Buffalo School of Law (78)
- Vanderbilt University Law School (77)
- Notre Dame Law School (73)
- Florida State University College of Law (71)
- Schulich School of Law, Dalhousie University (66)
- University of Arkansas, Fayetteville (63)
- University of Connecticut (59)
- Northwestern Pritzker School of Law (58)
- Singapore Management University (58)
- Keyword
-
- Economics (446)
- Law and Economics (399)
- Law and economics (213)
- Corporations (158)
- Antitrust (157)
-
- Regulation (152)
- Law (144)
- SSRN (116)
- Law and Society (109)
- Contracts (103)
- Corporate governance (87)
- United States (85)
- International Law (80)
- Legislation (79)
- Competition (78)
- Investment (76)
- Markets (70)
- Politics (69)
- Jurisprudence (67)
- Bankruptcy (66)
- Corporate law (64)
- Corporate Law (63)
- Morocco (62)
- Taxation (62)
- Efficiency (59)
- Copyright (58)
- China (57)
- Commercial Law (57)
- Economic development (56)
- Poverty (56)
- Publication Year
- Publication
-
- Faculty Scholarship (897)
- Revue Marocaine de Droit, d'Economie et de Gestion (Moroccan Journal of Law, Economics and Management) (363)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (344)
- Michigan Law Review (297)
- Seattle University Law Review (294)
-
- ExpressO (222)
- Articles (198)
- Law & Economics Working Papers (189)
- Publications (132)
- "Dharmasisya” Jurnal Program Magister Hukum FHUI (125)
- Georgia Journal of International & Comparative Law (124)
- Cornell Law Faculty Publications (120)
- Georgetown Law Faculty Publications and Other Works (108)
- Indiana Law Journal (90)
- Scholarly Articles in Law Reviews & Journals (85)
- Faculty Publications (82)
- Articles by Maurer Faculty (81)
- Journal Articles (76)
- University of Richmond Law Review (73)
- All Faculty Scholarship (68)
- NYLS Law Review (65)
- Scholarly Works (58)
- Faculty Articles and Papers (57)
- Research Collection Yong Pung How School Of Law (53)
- Scholarly Publications (53)
- Brooklyn Journal of Corporate, Financial & Commercial Law (52)
- Journal of Financial Crises (52)
- Law & Economics Working Papers Archive: 2003-2009 (51)
- Journal of Food Law & Policy (48)
- Articles, Book Chapters, & Popular Press (45)
- Publication Type
- File Type
Articles 2371 - 2400 of 7043
Full-Text Articles in Law and Economics
มาตรการควบคุมการจำหน่ายอาหารในลักษณะสตรีทฟู้ด กรณีศึกษากรุงเทพมหานคร, นันทวรรณ อินทรักษ์
มาตรการควบคุมการจำหน่ายอาหารในลักษณะสตรีทฟู้ด กรณีศึกษากรุงเทพมหานคร, นันทวรรณ อินทรักษ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามาตรการควบคุมการจำหน่ายอาหารในลักษณะ สตรีทฟู้ด กรณีศึกษากรุงเทพมหานคร ตลอดจนปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการจำหน่ายอาหารสตรีทฟู้ด และศึกษามาตรการควบคุมการจำหน่ายอาหารในลักษณะสตรีทฟู้ดในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อ นำมาพัฒนาและส่งเสริมการประกอบธุรกิจสตรีทฟู้ด และทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงการบริโภคอาหารที่ ปลอดภัย อร่อย สะดวกและราคาไม่แพงมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่สังคมไทยต้อง เผชิญทั้งในระบบเศรษฐกิจ สุขอนามัยและชีวิตความเป็นอยู่ ฐานะการเงินในการดำรงชีวิต อีกทั้ง วิกฤตการณ์โควิด 19 อย่างไรก็ตามกฎหมายของไทยที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายอาหารสตรีทฟู้ด รัฐได้กำหนดข้อ กฎหมายตั้งแต่พระราชบัญญัติไปจนถึงประกาศกรุงเทพมหานคร และมีลักษณะของเนื้อหากฎหมาย เพื่อกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสตรีทฟู้ดในรูปแบบมาตรการควบคุม มีกฎเกณฑ์สำหรับการดำเนิน ธุรกิจ มีการใช้ระบบใบอนุญาต และกำหนดอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง และมีการ บังคับใช้กฎหมายตามแต่เขตพื้นที่นั้น แต่ปัจจุบันพบว่ากฎหมายในเนื้อหาบางส่วนที่บังคับใช้ใน ปัจจุบันยังคงไม่คลอบคลุมเนื้อหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อีกทั้งการบังคับใช้กฎหมายที่ยังคงไม่เป็นระบบ จากการศึกษามาตรการควบคุมการจำหน่ายอาหารในลักษณะสตรีทฟู้ดในประเทศ สหรัฐอเมริกา ผู้วิจัยเห็นว่าสามารถนำมาปรับใช้กับกรุงเทพมหานครได้ โดยกำหนดข้อกฎหมายทั้งข้อ ปฏิบัติและข้อห้ามปฏิบัติเกี่ยวกับสุขลักษณะอนามัยของการจำหน่ายอาหารในลักษณะสตรีทฟู้ด ส าหรับมาตรการควบคุมของภาครัฐเชิงพื้นที่และเชิงการบริหารจัดการ มีการน าเอาเทคโนโลยีเช่น ระบบกำหนดตำแหน่งที่ตั้ง ระบบการกำหนดพื้นที่จำหน่ายอาหารในที่สาธารณะ ระบบการสมัครยื่น ขอหรือต่อใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจสตรีทฟู้ดผ่านช่องทางออนไลน์มาใช้ในการปฏิบัติงาน รวมถึงจัดทำคู่มือเกี่ยวกับขั้นตอนการจำหน่ายอาหารในลักษณะสตรีทฟู้ดในรูปแบบที่มีเนื้อหาชัดเจน และคลอบคลุมผ่านสื่อออนไลน์ มีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐและผู้เกี่ยวข้องที่มีความชำนาญ เฉพาะในการสร้างองค์ความรู้ การวางแผนนโยบายต่าง ๆ เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการทำงานของรัฐ ท าให้ผู้บริโภคได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัยและช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจสตรีทฟู้ดมีโอกาสในการ ประกอบกิจการมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการพัฒนาและส่งเสริมให้ธุรกิจสตรีทฟู้ดของ กรุงเทพมหานครให้เติบโตในระดับสากลมากยิ่งขึ้น
มาตรการความช่วยเหลือต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้สถานการณ์ การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019, กิตติพัฒน์ เพียรธรรม
มาตรการความช่วยเหลือต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้สถานการณ์ การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019, กิตติพัฒน์ เพียรธรรม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมานั้น ได้ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และของทุกประเทศ และทุกธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่มีผลต่อการพัฒนาและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง คือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งนับได้ว่าเป็นภาคเศรษฐกิจหนึ่งที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย สถานการณ์ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นี้มีผลต่อเนื่องถึงภาคเศรษฐกิจอื่นมากมาย รวมทั้งมีความสำคัญสูงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์หรือหลักประกันที่สำคัญของภาคครัวเรือน และภาคธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวของภาคอสังหาริมทรัพย์ จะส่งผลต่อเนื่องไปยังภาคเศรษฐกิจต่างๆ ของประเทศ ซึ่งรัฐจำเป็นต้องเร่งผลักดันมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงสามารถอยู่รอดกลับมาเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตได้ยั่งยืนต่อไป มาตรการทางภาษีหลักๆ ที่ใช้กอบกู้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยนั้นค่อนข้างคล้ายคลึงทั่วโลกคือการ "เลื่อน" และ "ลด" สำหรับประเทศไทย ได้เลื่อนการชำระภาษีนิติบุคคลออกไปสามเดือนและหนึ่งเดือนสำหรับภาษีประเภทอื่นๆ ซึ่งนับว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นมาก และแทบไม่ช่วยผู้ประกอบการเท่าที่ควร เพราะช่วงเวลาใหม่ที่กำหนดให้ชำระภาษีนั้น ยังอยู่ในห้วงที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งภาคเอกชนย่อมต้องการสงวนเงินสดไว้กับตัวเพื่อรักษาสภาพคล่อง หลังจากเจ็บหนัก จากการประกาศล็อกดาวน์ในช่วงเดือนเมษายน ส่วนนโยบายลดภาษีของไทย ถือว่าแทบไม่ช่วยอะไร เพราะการลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายจาก 3 เปอร์เซ็นต์เป็น 1.5 เปอร์เซ็นต์ แทบไม่ได้มีสาระสำคัญ หากหันไปมองมาตรการทางภาษีของเหล่าประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก จะเห็นว่าทิ้งห่างไทยไปแบบไม่เห็นฝุ่น เช่น ในประเทศเกาหลีใต้ ที่เลื่อนระยะเวลาชำระภาษีไป 9 เดือน ส่วนญี่ปุ่นเลื่อนให้ 12 เดือน หากรายได้ของธุรกิจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่นโยบายลดภาษีของต่างประเทศก็มีเนื้อมีหนัง เช่น จีน ที่ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม 1 เปอร์เซ็นต์ และยกเลิกการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบหนักอย่างการท่องเที่ยว เกาหลีใต้ ก็มีการลดภาษีให้ธุรกิจที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง ส่วน สิงคโปร์ ประกาศคืนภาษีบางส่วนให้ผู้ประกอบการหลายคนอาจสงสัยว่าถ้ารัฐบาลทั้งลดทั้งเลื่อนแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาบริหารประเทศ มาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและระบบการเงิน รัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกันวางแนวทางเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจและระบบการเงิน ในสภาวการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็น ผู้จ้างแรงงานร้อยละ 80 ของประเทศ ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง จึงอาจส่งผลให้มีการเลิกจ้างงานและผิดนัดชำระหนี้ ในขณะเดียวกันความผันผวนในตลาดการเงินอาจทำให้บริษัทที่มีคุณภาพ ไม่สามารถไถ่ถอนตราสารหนี้ที่ครบกำหนดได้ จนกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและลดประสิทธิภาพในการระดมทุน มาตรการทางการเงิน ในส่วนของการเยียวยาผู้ประกอบการของไทยมีการเยียวยาเพื่อลดค่าใช้จ่ายและการพยายามเพิ่มเงินสด (Cash flows) ให้กับผู้ประกอบการ โดยรัฐบาลและธนาคารกลางได้ให้ความช่วยเหลือผ่าน (1) ทางด้านภาษี โดยเป็นการเลื่อนภาษี ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย …
มาตรการทางกฎหมายภาษีเพื่อส่งเสริมการแยกขยะขวดน้ำพลาสติก ชนิดกลับมาแปรรูปใช้ใหม่ได้, ธัญชนก ภัทรรังษี
มาตรการทางกฎหมายภาษีเพื่อส่งเสริมการแยกขยะขวดน้ำพลาสติก ชนิดกลับมาแปรรูปใช้ใหม่ได้, ธัญชนก ภัทรรังษี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การขยายตัวของสังคมเมือง ทำให้ปัจจัยความต้องการอุปโภคและบริโภคมีปริมาณมากขึ้น และเกิดบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคมากขึ้น เช่น การใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีปริมาณและขนาดสำหรับพกพาและการบริโภคที่สะดวกรวดเร็ว เน้นรูปแบบวัสดุ ที่น้ำหนักเบา ยืดหยุ่น และสามารถปรับเปลี่ยนลักษณะได้ตามความต้องการ ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีซึ่งเกิดจากการแข่งขันพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อที่จะแสวงหากำไรของผู้ประกอบการ โดยคำนึงถึงแค่การทำให้ต้นทุนต่ำเพื่อให้ราคาสินค้ามีราคาต่ำที่สุด เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคมาบริโภคสินค้าของตน จากสาเหตุดังกล่าวส่งผลให้เกิดขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งมีปริมาณมากขึ้น และขยะเหล่านี้ส่วนใหญ่จะถูกนำไปเผาและฝังกลบรวมกับขยะมูลฝอยทั่วไป ซึ่งจะใช้พื้นที่ในการฝังกลบมากกว่าขยะเศษอาหารประมาณ 3 เท่า เนื่องจากขยะพลาสติก มีปริมาตรสูง เมื่อเทียบกับน้ำหนักและมีความสามารถทนต่อแรงอัดได้ ทำให้ต้องสิ้นเปลืองพื้นที่ ฝังกลบ นอกจากนี้หากเกิดการรั่วไหลของสารปรุงแต่งหรือสารประกอบที่เป็นพิษของพลาสติก ก็จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนตามมา เช่น ส่งกลิ่นเหม็น เกิดน้ำเสียจากน้ำชะขยะปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำผิวดินและแหล่งน้ำใต้ดิน ทำให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคและเกิดมลพิษทางอากาศ เป็นต้น นอกจากนี้ปัญหาการจัดการขยะพลาสติก ยังเกิดจากประชาชนขาดองค์ความรู้และจิตสำนึกเกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ที่จะลดและคัดแยกขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทางหรือแหล่งกำเนิดอย่างถูกวิธี ส่งผลให้ปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษพบว่า ขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นมีสัดส่วนองค์ประกอบที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 โดยสามารถนำมาแปรรูปใช้ใหม่ได้ร้อยละ 30-35 และนำมาหมักทำปุ๋ยได้ร้อยละ 45-50 แต่ปัจจุบันอัตราการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ มีเพียงร้อยละ 18 ซึ่งยังคงเป็นอัตราที่ต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับขยะมูลฝอยที่มีศักยภาพในการนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ทำให้วัสดุจากการรีไซเคิลที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนวัตถุดิบใหม่กลับเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมยังมีน้อย ดังนั้นผู้วิจัยเห็นควรให้ประเทศไทยนำมาตรการที่มีลักษณะเป็นการเพิ่มแรงจูงใจ ให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อมและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมากขึ้น ซึ่งมาตรการที่มีลักษณะดังกล่าว ได้แก่ การจัดเก็บภาษีบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ประกอบกับการใช้ระบบมัดจำขวด ซึ่งจะทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคเกิดความใส่ใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาขยะขวดน้ำพลาสติกให้นำกลับมาแปรรูปใช้ใหม่มากขึ้นได้ ดังตัวอย่างเช่น ในประเทศนอร์เวย์ที่ได้มีการจัดเก็บภาษีบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มควบคู่ไปกับระบบมัดจำ ในวงจรระบบ รีไซเคิล โดยเริ่มต้นจากผู้ประกอบการสินค้าเครื่องดื่มจะถูกเก็บภาษีบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม และหากเข้าสู่ระบบมัดจำก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ลดอัตราภาษีหรือยกเว้นภาษีบรรจุภัณฑ์ตามอัตราส่วนการนำกลับมาใช้ใหม่ของขวดบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม และหากสามารถรีไซเคิลขวดบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มได้มากกว่าร้อยละ 95 ก็จะไม่ต้องเสียภาษี โดยจะมีองค์กร Infinitum เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและอุตสาหกรรมค้าปลีก เป็นผู้ดูแลระบบการรับคืนบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม รวมทั้งจัดระบบการคืนมัดจำขวด ขนส่ง คัดแยก และนำเข้าโรงงานรีไซเคิล ฯลฯ นอกจากนี้สำหรับผู้บริโภคสินค้าเครื่องดื่มที่มีค่ามัดจำบรรจุภัณฑ์รวมไปในราคาจำหน่าย สามารถคืนขวดได้ตามเครื่องแลกขวดอัตโนมัติที่ตั้งอยู่ตามร้านค้าต่าง ๆ หรือสถานีบริการน้ำมัน โดยเครื่องรับคืนขวดจะอ่านข้อมูลบาร์โค้ดบนฉลากก่อนออกใบเสร็จคืนเงินให้ เพื่อนำไปขึ้นเงินสด ใช้จ่ายแทนเงินสด หรือสามารถบริจาคได้ ดังนั้นการจัดเก็บภาษีบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มประกอบกับการใช้ระบบมัดจำ จะสามารถเข้ามามีส่วนช่วยในการคัดแยกขยะโดยทุกภาคส่วนและเป็นระบบมากขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่ผู้ประกอบการบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ผู้ค้าปลีก ตลอดจนผู้บริโภค
มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการเวลาทำงาน สำหรับการทำงานจากบ้าน (Work From Home), อรณรัณ พสุธานันท์
มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการเวลาทำงาน สำหรับการทำงานจากบ้าน (Work From Home), อรณรัณ พสุธานันท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การทำงานจากบ้าน หรือ Work from Home ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายใน ต่างประเทศ เนื่องจากรูปแบบการใช้ชีวิตและค่านิยมเกี่ยวกับการทำงานของลูกจ้างเปลี่ยนแปลงไป โดยลูกจ้างให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงาน รวมถึงสุขภาพและ ความปลอดภัยในการทำงานเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและ สารสนเทศ จึงทำให้ลูกจ้างสามารถทำงานจากบ้านได้เสมือนทำงานจากสถานที่ทำงานของนายจ้าง สำหรับประเทศไทยการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นตัวเร่งที่สำคัญที่ทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานจากสถานที่ทำงานของนายจ้างไปสู่การทำงานจากบ้าน และมี แนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรมากขึ้นในหลาย ๆ องค์กรหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่ารูปแบบการทำงานจากบ้านจะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อนายจ้างและ ลูกจ้าง แต่จากผลสำรวจในประเทศไทยพบว่า ปัญหาการทำงานจากบ้านที่สำคัญประการหนึ่ง คือ ลูกจ้างมีเวลาทำงานเพิ่มมากขึ้นต่อวันหรือต่อสัปดาห์ เมื่อพิจารณาจากตัวบทกฎหมายของประเทศ ไทยพบว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดเวลาทำงานที่ปรากฎในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และกฎกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีลักษณะไม่สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานจากบ้าน ผู้วิจัยจึงเห็นควรที่จะศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดเวลาทำงาน ควบคู่ไปกับมาตรการทางการ บริหารทรัพยากรมนุษย์ที่เหมาะสมกับรูปแบบการทำงานจากบ้าน โดยผู้วิจัยทำการศึกษากฎหมาย แรงงานของประเทศญี่ปุ่นที่ใช้สำหรับรูปแบบการทำงานจากบ้าน จากการศึกษา พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน ค.ศ. 1947 ของประเทศญี่ปุ่น พบว่า มีหลักการกำหนดเวลาทำงานที่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งทุกรูปแบบสามารถนำไปใช้กับการทำงานจาก บ้านในประเทศญี่ปุ่นได้ทั้งสิ้น โดยองค์กรจะเลือกใช้รูปแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและบริบทของ แต่ละองค์กร ทั้งนี้ผลจากการศึกษาพบว่า รูปแบบที่เหมาะสมจะนำมาปรับใช้กับการทำงานจากบ้าน ของประเทศไทย คือ ระบบเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น (Flextime System) และเนื่องจากการทำางาน จากบ้านเป็นลักษณะที่ลูกจ้างอยู่ห่างจากนายจ้าง ดังนั้นจึงนิยมประเมินผลการปฏิบัติงานโดยใช้ดัชนี ชี้วัดผลสำเร็จของงาน (Key Performance Indicators: KPI) เนื่องจากสามารถวัดผลได้ชัดเจน เป็นรูปธรรม และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ จึงถือว่าเป็นรูปแบบการประเมินผลที่สามารถสะท้อน ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานของลูกจ้างได้อย่างแท้จริง
มาตรการทางภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดให้พนักงาน ทำงานจากบ้าน (Work From Home) ในช่วงการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, สุภารัตน์ เอกจิตราอมร
มาตรการทางภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดให้พนักงาน ทำงานจากบ้าน (Work From Home) ในช่วงการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, สุภารัตน์ เอกจิตราอมร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เกิดขึ้น ในปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมานั้น ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง ทั้งมีผลต่อสุขภาพ สังคม อีกทั้งยังส่งผล กระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศ ทำให้ทุกภาคส่วนต้องดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น หนึ่งในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดที่ได้ผลดีคือ การขอความร่วมมือ ให้ข้าราชการ พนักงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) เพื่ อเป็นการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ และช่วยชะลอการแพร่ระบาดไม่ให้จำนวนผู้ป่วยสูงจนเกินขีดความสามารถของระบบสาธารณสุข ในช่วงที่การฉีดวัคซีนยังไม่ทั่วถึงเพียงพอที่จะหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้ กรมสรรพากร ได้ออกมาตรการทางภาษีภายใต้หลักปฏิบัติ 4 ประการ ได้แก่ “เลื่อน เร่ง ลด และเพิ่มแรงจูงใจ” อย่างไรก็ตามมาตรการทางภาษีของประเทศไทย เป็นเพียงการบรรเทาภาระภาษี ลดภาระการจ่ายเงินค่าภาษี ของผู้ประกอบการ อันสืบเนื่องมาจากการได้รับผลกระทบจากการแพร่ ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งมาตรการทางภาษีดังกล่าว ยังไม่มีมาตรการใด ที่จัดได้ว่า เป็นการสนับสนุน ส่งเสริมผู้ประกอบการจัดให้พนักงานในองค์กรของตนทำงานในรูปแบบ Work From Home และไม่มีมาตรการบรรเทาภาระภาษีสำหรับผู้ประกอบการที่ได้จัดให้มี การ Work From Home ดังกล่าว ดังนั้น รัฐบาลควรนำแนวคิดด้านหลักความเป็นกลาง และการแทรกแซงทางภาษีและแนวคิดเกี่ยวกับการบรรเทาภาระภาษีมาปรับใช้ เพื่อช่วยเหลือ ผู้ประกอบการด้านสภาพคล่อง การมีมาตรการทางภาษีที่จูงใจ ชัดเจน สามารถนำมาปฏิบัติได้ และเห็นผลเป็นรูปธรรม ย่อมได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากผู้ประกอบ ถือเป็นการส่งเสริมและ ปฏิบัติตามนโยบายของภาครัฐ จากการศึกษามาตรการทางภาษีของประเทศสหราชอาณาจักร พบว่ามาตรการทางภาษีบาง ประการสามารถนำมาปรับใช้กับประเทศไทยได้ คือ การสนับสนุนเครื่องพิมพ์เอกสารให้พนักงาน ทำงานจากที่บ้าน และการจ่ายเงินชดเชยสำหรับค่าใช้จ่ายภายในบ้านของพนักงานที่เพิ่มขึ้น จากการ Work From Home โดยบริษัทสามารถนำมาบันทึกเป็นรายจ่ายทางภาษีได้เต็มจำนวน และหักจากกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล อีกทั้งไม่ถือเป็นเงินได้หรือประโยชน์ส่วนเพิ่ม สำหรับพนักงาน จึงได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และผู้วิจัยได้นำเสนอแนวทางการขยาย ระยะเวลาการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ผู้ประกอบการ Work From Home ที่ขึ้นทะเบียน กับกรมสรรพากร และการขยายระยะเวลาการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากผลขาดทุนสะสมยกมา ไม่เกิน 5 รอบบัญชี …
มาตรการทางภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ช่วยบรรเทาภาระภาษีให้กับลูกจ้างแรงงานในระบบที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19), ชมพูนุท ขาวนวล
มาตรการทางภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ช่วยบรรเทาภาระภาษีให้กับลูกจ้างแรงงานในระบบที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19), ชมพูนุท ขาวนวล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2562 เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ในเวลาต่อมา จีนและองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่า ไวรัสชนิดนี้คือ "เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่" ซึ่งเชื่อว่ามีต้นตอมาจากตลาดสดที่ขายอาหารทะเลและอาหารป่าในเมืองอู่ฮั่น โดยหลังจากเก็บตัวอย่างไวรัสจากคนไข้นำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ สำหรับประเทศไทยรู้จักไวรัสในตระกูลนี้มาแล้วจากโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง หรือ โรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome - SARS) ซึ่งมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสโคโรนา และพบการระบาดครั้งแรกปลายปี ค.ศ. 2002 ที่ประเทศจีนเช่นกัน ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลกที่พบผู้ติดเชื้อไวรัส โคโรนาสายพันธุ์ใหม่นอกจีนแผ่นดินใหญ่ โดยกระทรวงสาธารณสุขรายงานเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 พบว่ามีผู้ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อรายแรกเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน อายุ 61 ปีเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นถึงไทยวันที่ 3 มกราคม 2563 โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบจากการคัดกรองด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน จากนั้นได้ถูกนำตัวเข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูรจนหายและตรวจไม่พบเชื้อ ก่อนที่จะเดินทางกลับจีนวันที่ 18 มกราคม 2563 ประเทศไทยเผชิญอยู่กับวิกฤตการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปี และดูเหมือนว่าสถานการณ์กำลังจะดีขึ้นแต่ก็กลับชะงักลงอีกครั้ง หลังจากพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกในระลอกที่ 2 เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นวันที่พบหญิงไทยวัย 67 ปี อาชีพค้าขายที่ตลาดกลางกุ้ง ในตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร ติดเชื้อโดยไม่มีประวัติการเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งหมายความว่าผู้ติดเชื้อรายนี้ไม่ได้เป็น "ต้นเชื้อ" ทางกรมควบคุมโรคจึงได้พยายามค้นหาต้นเชื้อหรือสาเหตุการติดเชื้อของหญิงรายนี้ ซึ่งคาดว่าเป็นการติดเชื้อจากแรงงานชาวเมียนมาในตลาดกลางกุ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแรงงานเมียนมาอยู่อย่างหนาแน่น นอกจากนี้ยังพบอีกว่าการกระจายของเชื้อในรอบนี้ไม่ใช่สายพันธุ์จากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนแล้ว แต่กลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ G ซึ่งแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วมากกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม 8 - 9 เท่าตัว จึงเป็นเหตุให้คนไทยกลับมาเผชิญกับวิกฤตการณ์ของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อีกครั้ง ซึ่ง ณ วันที่ทำวิจัยฉบับนี้สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ก็ยังคงไม่มีแนวโน้มที่จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง แม้ว่าจะมีวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ผ่านการทดลองในคนในระยะที่ 3 และมีการอนุมัติให้ใช้เป็นกรณีฉุกเฉินอยู่ในหลายประเทศ ในเวลานี้มีอยู่ด้วยกัน 6 ตัวด้วยกัน คือ ไฟเซอร์/ไบออนเทค, โมเดอร์นา, แอสทราเซเนกา, สปุตนิควี, …
มาตรการระงับข้อพิพาทคดีหลักทรัพย์โดยกระบวนการอนุญาโตตุลาการ, บวร ประทีปพรศักดิ์
มาตรการระงับข้อพิพาทคดีหลักทรัพย์โดยกระบวนการอนุญาโตตุลาการ, บวร ประทีปพรศักดิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันผู้ลงทุนหรือผู้เกี่ยวข้อง เข้าถึงตลาดทุนเพื่อเป็นแหล่งลงทุน และออมเงิน เพิ่มมากขึ้น เนื่องจาก การออมเงินไว้ในธนาคารพาณิชย์ไม่เพียงพอในการเอาชนะเงินเฟ้อได้ ดังนั้น ตลาดทุนจึงมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมทางเลือกและเพิ่มทางเลือกในการบริหาร จัดการเงิน และออมเงินของประชาชนผู้ลงทุนหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดสรรให้มีการลงทุนอย่าง มีประสิทธิภาพ ตลาดทุนมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เป็นหน่วยงานการกำกับดูแลหลักในตลาดทุน เพื่อดูแลการระดมทุนในตลาดแรก และมีตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในการดูแลตลาดรอง สำนักงาน ก.ล.ต. ทำหน้าที่อนุญาตออกและเสนอขาย หลักทรัพย์ อันเป็นผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน อาทิ หุ้น หุ้นกู้ หน่วยลงทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น นอกจากนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. ยังอนุญาตให้ออกและเสนอขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่มีสินค้า เช่น หลักทรัพย์ ทองคำ หรือ น้ำมันดิบ เป็นสินค้าอ้างอิง เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนให้ผู้ลงทุนและ ผู้เกี่ยวข้องมีทางเลือกเพิ่มเติมในการลงทุน ทั้งนี้ ตลาดทุนจึงถือเป็นแหล่งเงินทุนที่ขับคลื่อนเศรษฐกิจของ ประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนความมั่นคั่งของประเทศที่สำคัญ ตลาดทุนจึงเป็นแหล่งที่ ประชาชนเข้ามาลงทุนเพื่อเก็บออมเงินหรือสร้างผลกำไร ดังนั้น จึงอาจทำให้เกิดข้อพิพาทคดีหลักทรัพย์ ขึ้นได้ ระหว่างผู้ลงทุนหรือผู้เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบธุรกิจได้ สำนักงาน ก.ล.ต. จึงได้จัดให้มีการระงับ ข้อพิพาทโดยกระบวนการอนุญาโตตุลาการขึ้นแต่กระบวนการดังกล่าวเป็นเพียงภาคสมัครใจ ทำให้เป็นกระบวนการที่ไม่ได้แพร่หลายและไม่เป็นที่นิยม ผู้ศึกษาจึงได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาท โดยกระบวนการอนุญาโตตุลาการ โดยผู้ศึกษาเล็งเห็นว่า การระงับข้อพิพาททางเลือก โดยกระบวนการอนุญาโตตุลาการ เป็นกระบวนการที่ รวดเร็ว และสามารถเลือกผู้ตัดสิน (อนุญาโตตุลาการ) มาชี้ขาดข้อพิพาทได้ โดยอนุญาโตตุลาการจะเป็นผู้ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องที่พิพาทนั้นเป็นผู้ทำการวินิจฉัยขาดข้อพิพาทดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้ศึกษา ได้เสนอแนวทางเพื่อทำให้กระบวนการการระงับข้อพิพาท โดยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน ก.ล.ต. มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยได้ศึกษากระบวนการ อนุญาโตตุลาการทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ
รูปแบบองค์กรขับเคลื่อนนโยบายเพื่อการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนTransit Oriented Development, รณกร ธีรเดชวิเศษไกร
รูปแบบองค์กรขับเคลื่อนนโยบายเพื่อการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนTransit Oriented Development, รณกร ธีรเดชวิเศษไกร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit Oriented Development: TOD) เป็นแนวคิดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งมีหลักการในการพัฒนาพื้นที่แบบเข้มข้นและเพิ่มความหนาแน่นจากการใช้พื้นที่มากกว่าปกติ โดยมุ่งพัฒนาศูนย์กลางที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมบริเวณสถานีขนส่งมวลชน (Transit Station) หรือโดยรอบเส้นทางระบบขนส่งมวลชน (Transit Corridor) เน้นการออกแบบการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนอย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ (NMT) โดยเฉพาะการเดินเท้า (walking) และทางจักรยาน (Bicycling) ภายในรัศมี 500 - 800 เมตร จากสถานีขนส่งมวลชน รวมตลอดถึงการใช้มาตรการอื่น ๆ ที่ส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในท้ายที่สุด สำหรับประเทศไทย แนวความคิดการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชนนั้น เพิ่งจะปรากฏในความรับรู้ของประชาชนเมื่อไม่นานมานี้ และภาครัฐให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน โดยกำหนดให้การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับประเทศและถูกบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงคมนาคม โดยสะท้อนเจตนารมณ์การพัฒนาระบบขนส่งทางรางภายใต้แนวคิดการพัฒนาโลจิสติกส์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากถนนสู่ระบบราง และแม้ประเทศไทยจะมีการวางนโยบายจากภาครัฐตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ก็ตาม แต่การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน ที่เกิดขึ้นกลับเป็นการพัฒนาที่เกิดจากปัจจัยการแข่งขันของภาคเอกชนโดยที่ภาครัฐไม่ได้ชี้นำ ทำให้การการพัฒนาโดยภาคเอกชนยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาในเชิงพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยในแนวดิ่งที่มีราคาสูง และขาดความหลากหลายของการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เนื่องจากภาคเอกชนจะต้องแบกรับภาระต้นทุนในการพัฒนาที่สูงขึ้น อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินบริเวณโดยรอบสถานีขนส่งมวลชนตามกลไกตลาด ซึ่งการพัฒนาในลักษณะดังกล่าวนั้น จะทำให้ภาคเอกชนสามารถแสวงหากำไรได้สูงสุดตามความมุ่งหมายของการประกอบธุรกิจในรูปแบบเอกชน มากกว่าการพัฒนาพื้นที่ตามแนวคิดของการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) ประกอบกับการพัฒนาในรูปแบบการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) มีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยความรู้และเทคนิคเฉพาะที่แตกต่างไปจากการพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบทั่วไป ทำให้มาตรการทางกฎหมายที่รัฐใช้ในการควบคุมการพัฒนาพื้นที่ในปัจจุบัน ไม่สนองตอบต่อการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน และรัฐไม่สามารถที่จะควบคุมการพัฒนาให้เป็นไปตามแนวทางของการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) อย่างเหมาะสมได้ เช่น การกำหนดจำนวนที่จอดรถต่อพื้นที่อาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร การกำหนดอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR) และส่วนเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR Bonus) ตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง เป็นต้น ประกอบกับในการดำเนินกิจกรรมของการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานและในหลายระดับ ซึ่งความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมของการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีชนส่งมวลชนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนเป็นสำคัญ การมีองค์กรที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายจากภาครัฐสู่การปฏิบัติ ตลอดจนวางแนวทางการพัฒนา กำหนดมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา รวมถึงเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการประสานความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้อง เป็นการเฉพาะ จึงเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะทำให้การพัฒนาในรูปแบบการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีชนส่งมวลชน (TOD) สามารถก้าวหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น ประเทศไทยควรต้องมีองค์กรที่ทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งเป็นการเฉพาะ เพื่อดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตลอดจนมีกฎหมายที่ใช้บังคับเฉพาะกับการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน และกำหนดมาตรการส่งเสริมให้แก่ภาคเอกชน เพื่อจูงใจให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาในรูปแบบการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD)
แนวคิดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากผู้ประกอบการผลิตไฟฟ้าที่สร้างมลพิษ, สุภัทรา รอดทิม
แนวคิดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากผู้ประกอบการผลิตไฟฟ้าที่สร้างมลพิษ, สุภัทรา รอดทิม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เอกัตศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและผลกระทบของมลพิษที่มีต่อชุมชนและ ประชาชนบริเวณรอบโรงไฟฟ้าอันเนื่องมาจากการตั้งโรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติและถ่านหินในพื้นที่ และศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหลักเกณฑ์ และวิธีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตของประเทศไทย ที่จะสามารถนำมาใช้ในการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากผู้ผลิตไฟฟ้า ตลอดจนศึกษามาตรการทางภาษี เพื่อลดการปล่อยมลพิษจากโรงผลิตไฟฟ้าของประเทศชิลี เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการนำมาปรับ ใช้สำหรับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากผู้ผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือประชาชน และ ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากการตั้งโรงไฟฟ้า ในปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าก่อให้เกิดมลพิษมากมายที่เป็นอันตรายและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ของประชาชน รวมทั้งทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมลง แม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยจะมีกองทุนพัฒนา ไฟฟ้า ตามมาตรา 97(3) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 ซึ่งเป็น เงินกองทุนเพื่อพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า แต่ก็ยังไม่ เพียงพอต่อการชดเชยความเสียหายของชุมชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบบริเวณท้องถิ่นต่างๆ ที่มี โรงไฟฟ้าตั้งอยู่ ทั้งนี้โรงไฟฟ้าของภาครัฐ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจใน สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่มิใช่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร และเป็นนิติบุคคลเฉพาะที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย จึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ในขณะที่ โรงไฟฟ้าของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ยังคงมีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคล เนื่องจากเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี จากการศึกษาการจัดเก็บ ภาษีมลพิษของประเทศชิลีพบว่าได้มีการจัดเก็บภาษีจากปริมาณการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม โดยมี การเรียกเก็บภาษีจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสารปนเปื้อนในท้องถิ่น โดยยกเว้นการ จัดเก็บภาษีจากแหล่งพลังงานชีวมวลเพื่อเป็นการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ซึ่งหลังจากที่มีการบังคับ ใช้ภาษีมลพิษในประเทศชิลีพบว่า ผู้ประกอบการมีแนวโน้มในการปรับพฤติกรรมโดยลดการปล่อย มลพิษลง ซึ่งสะท้อนได้จากจำนวนเงินภาษีที่จัดเก็บมีจำนวนลดลง ดังนั้นจึงเห็นว่าควรมีการศึกษาและนำแนวทางการใช้มาตรการทางภาษีเพื่อลดการปล่อย มลพิษของประเทศชิลีมาประยุกต์ใช้กับกฎหมายไทย ซึ่งแม้ว่าในประเทศไทยจะไม่มีกฎหมายใดที่ให้ อำนาจในการจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมโดยตรงอย่างประเทศชิลี แต่อย่างไรก็ดีผู้วิจัยมีความเห็นว่า ประเทศไทยสามารถนำเอาหลักการของกฎหมายของประเทศชิลีมาประยุกต์ใช้กับกฎหมายไทยได้ โดยให้มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตภายใต้หลักการภาษีสิ่งแวดล้อมเพื่อจูงใจผู้ประกอบการพิจารณา นำเทคโนโลยีสะอาดมาปรับใช้เพื่อให้สามารถลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมทั้งในระยะสั้น และใน ระยะยาวต่อไป รวมถึงนำรายได้จากภาษีเหล่านั้นมาสมทบกองทุนพัฒนาไฟฟ้าหรือจัดตั้งกองทุนเพื่อ ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปล่อยมลพิษของโรงไฟฟ้า
แนวทางการนำกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมาใช้กับการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : กรณีศึกษาแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์, อักษร ทันตวิวัฒนานนท์
แนวทางการนำกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมาใช้กับการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : กรณีศึกษาแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์, อักษร ทันตวิวัฒนานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อไร้พรมแดนในปัจจุบันได้สร้างการเปลี่ยนแปลงใน ทั้งพฤติกรรมและวัฒนธรรมของประชากรทั่วโลก จากหลักฐานโดยหลายแหล่งข้อมูลพบว่าประชาชนไทย ได้ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมงต่อวันในการใช้อินเตอร์เน็ต หนึ่งในกิจกรรมหลักของการใช้อินเตอร์เน็ตของ ประชาชนไทยคือการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ดังนั้นการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยจึง ได้เติบโตอย่างมีสาระสำคัญในหลายปีที่ผ่านมาโดยมีมูลค่าสูงถึง 4 พันล้านบาทใน พ.ศ. 2562 และเกือบ กึ่งหนึ่งมาจากธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นเอกัตศึกษาเล่มนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหามาตรการทางกฎหมายในการกำกับดูแล ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์เนื่องจากแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นช่องทางระบบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ซึ่งเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้นให้แก่ อาชญากรรมการฟอกเงิน จึงควรมีกฎหมายหรือข้อบังคับในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อ ลดความเสี่ยงที่ช่องทางแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์จะถูกใช้ในการฟอกเงินและเพื่อเพิ่มมาตรฐานในหลัก กฎหมายเพื่อให้อยู่ในระดับเดียวกับกฎหมายสากล จากการศึกษาพบว่า ตั่งแต่อดีต อาชญากรรมการฟอกเงินถือเป็นความผิดทางอาญาที่ร้ายแรงใน หลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย เนื่องจากการฟอกเงินนั้นจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการกระทำ อาชญากรรมร้ายแรงในรูปแบบอื่นขึ้นก่อน โดยนักฟอกเงินจะทำการซ่อนเร้น การเปลี่ยนสภาพจากเงินที่ ได้มาโดยการกระทำผ่านธุรกรรมผิดกฎหมายให้เป็นเงินสะอาดเสมือนได้มาจากการกระทำโดยสุจริต จึง ทำให้การตรวจสอบ ติดตาม และปราบปรามยากกว่าอาชญากรรมประเภทอื่น โดยเฉพาะเมื่อมีเทคโนโลยี ใหม่ๆมาเพิ่มช่องทางการพาณิชย์ อาชญากรรมการฟอกเงินย่อมหาหนทางในการก่ออาชญากรรม เช่นเดียวกัน เมื่อศึกษากฎหมาย Corruption, Drug Trafficking and Other Serious Crimes (Confiscation of Benefits) Act ของประเทศสิงคโปร์ ข้อบังคับสำหรับการป้องกันการใช้การใช้สถาบันการเงินเพื่อการ ฟอกเงินหรือการเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายของสหภาพยุโรป และข้อเสนอแนะทั้ง 40 ประการของหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจด้านการเงิน จะพบกว่าบทกฎหมายของทั้ง 3 นั้นมีความทันสมัย เฉพาะเจาะจง ชัดเจน ครอบคลุม เป็นไปตามหลักความได้สัดส่วน และรองรับช่องทางการฟอกเงินแบบ ใหม่ ดังนั้นจึงเสนอแนะให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้มีกฎหมายที่รัดกุม มีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป
แนวทางที่เหมาะสมสำหรับการกำหนดกฎเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว : กรณีศึกษาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน, หลิน อี้ฟาน
แนวทางที่เหมาะสมสำหรับการกำหนดกฎเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว : กรณีศึกษาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน, หลิน อี้ฟาน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
เนื่องจากประเทศต่าง ๆ มีทรัพยากรและกำลังพัฒนาที่แตกต่างกัน จึงไม่สามารถผลิตสินค้าหรือให้บริการทุกประเภทด้วยตัวเอง ด้วยเหตุนี้ การค้าการค้าการบริการระหว่างประเทศจึงเกิดขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการที่ประเทศของตนขาดกัน การพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทยมีการพึ่งพาการค้าการบริการระหว่างประเทศในระดับสูง ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นจนถึงปัจจุบัน คนต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นชาวจีนที่เริ่มเข้ามาทำค้าขายในสมัยรัชกาลที่ ๓ หรือชาวตะวันตกที่เข้ามาสร้างภาคอุตสาหกรรมทันสมัยใหม่ หลังสมัยรัชกาลที่ ๕ คนต่างชาติเหล่านั้น ต่างมีคุณูปการสำหรับการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ในปัจจุบันนี้ ประเทศไทยได้ประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยมีแนวทางในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อนำพาประเทศไทยเข้าสู่ Thailand 4.0 การส่งเสริมการประกอบธุรกิจของคนต่างชาตินั้นจึงมีความจำเป็นยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว นอกจากประเทศไทยแล้ว ประเทศอื่น ๆ ต่างมีนโยบายการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ แต่นโยบายการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศมักจะสร้างผลกระทบต่อความมั่งคงแห่งชาติ ดังนั้น ประเทศต่าง ๆ จึงอาจจะใช้อำนาจรัฐในการกำหนดรูปแบบวิธีที่แตกต่างกันในการควบคุมการประกอบธุรกิจคนต่างชาติ แต่ทั้งนี้ การใช้อำนาจควบคุมของภาครัฐไม่ว่าวิธีใด สมควรกำหนดนิยามของคนต่างชาติให้เหมาะสม สร้างเสถียรภาพระหว่างการส่งเสริมการลงทุนกับการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติตามหลักความได้สัดส่วน และควรสอดคล้องกับหลักไม่เลือกปฏิบัติและการควบคุมเท่าที่จำเป็น ในการศึกษาความตกลงของ WTO และความตกลงระดับภูมิภาค เช่น ความตกลง ATISA และความตกลง RECP ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่า ประเทศต่าง ๆ ยอมรับหลักการปฏิบัติเยี่ยงชาติและการควบคุมเท่านที่จำเป็น เพื่อให้การค้าการบริการระหว่างประเทศไปในทิศทางที่ลดการกีดกันทางการค้าและมีความเสรีภาพในการเข้าสู่ตลาด ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นตัวอย่างที่ดีในการควบคุมการประกอบธุรกิจคนต่างชาติ ประเทศจีนเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิก WTO เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๔ หลังจากนั้น เริ่มใช้นโยบายการปฏิรูปการเปิดประเทศอย่างจริงจัง โดยประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจคนต่างชาติฉบับใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๒ แนวทางของกฎหมายจีน คือ รัฐกำหนดนิยามของคนต่างชาติตามหลักความเหมาะสม เน้นปฏิบัติเยี่ยงคนชาติก่อนเข้าสู่ตลาด เว้นแต่ประกอบประเภทธุรกิจที่ไม่เปิดเสรีให้ผู้ประกอบธุรกิจต่างชาติดำเนินการ (Negative List) รัฐบาลเน้นบทบาทหน้าที่ในการรับฟังความคิดเห็นจากคนต่างชาติและการให้บริการครบวงจรต่อการดำเนินกิจการของคนต่างชาติ หลังจากที่ประกาศใช้กฎหมายนี้ผ่านไปหนึ่งปี การลงทุนจากต่างประเทศได้เพิ่มขึ้นร้อยละ ๔.๕ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๓ ภายใต้ความท้าท้ายของวิกฤตโควิด ๑๙ ประเทศไทยเริ่มมีกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจคนต่างด้าวเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ ซึ่งก็คือ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๘๑ และมีแก้ไขเปลี่ยนแปลงเรื่อยมาอยู่จนถึงปัจจุบันคือ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒ เมื่อเปรียบเทียบกับหลักการทั่วไปและความตกลงระหว่างประเทศแล้ว เห็นได้ว่า กฎหมายไทยที่บังคับใช้อยู่นั้น ไม่สอดคล้องกับหลักการทั่วไปของของการค้าการบริการระหว่างประเทศ โดยไม่ได้กำหนดนิยามของคนต่างชาติตามหลักความเหมาะสม ไม่สอดคล้องกับหลักความได้สัดส่วน …
แนวทางในการนำการวัดมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 40 (ปรับปรุง 2562) มาใช้กับการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล, คุณานนท์ ปราสาทวัฒนา
แนวทางในการนำการวัดมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 40 (ปรับปรุง 2562) มาใช้กับการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล, คุณานนท์ ปราสาทวัฒนา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การใช้มูลค่ายุติธรรม (Fair Value) สำหรับการรายงานข้อมูลทางการเงินเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งพบได้จากการที่มาตรฐานการบัญชีให้ความสำคัญต่อการใช้มูลค่ายุติธรรมในการวัดมูลค่าสินทรัพย์โดยเชื่อว่ามูลค่ายุติธรรมช่วยส่งเสริมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ (Relevance) ของผู้ใช้งบการเงินมากกว่าราคาทุนเดิม (Historical Cost) แต่อย่างไรก็ตาม ราคาทุนเดิมเป็นมูลค่าในอดีตที่แสดงให้เห็นหลักฐานอันเที่ยงธรรม และเป็นหลักเกณฑ์การวัดมูลค่าพื้นฐานที่ใช้ในการวัดมูลค่าเมื่อเริ่มแรก (Initial Measurement) ในขณะเดียวกันราคาทุนเดิม เป็นจำนวนเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดที่กิจการจ่าย หรือมูลค่ายุติธรรมของสิ่งตอบแทนอื่นที่กิจการมอบให้เพื่อให้ได้มาซึ่งสินทรัพย์ ณ เวลาที่ได้สินทรัพย์นั้นมาหรือ ณ เวลาที่ก่อสร้างสินทรัพย์นั้น ซึ่งทางภาษีอากรใช้ราคาทุนเดิมในการรับรู้รายการทางภาษีอากร เพราะถือว่าเป็นมูลค่ายุติธรรม ณ วันที่เกิดรายการ แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป มูลค่าของสินทรัพย์ที่เคยบันทึกไว้ในราคาทุนเดิมย่อมมีมูลค่าที่แตกต่างไปจากวันที่เกิดรายการ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากหลายๆ ปัจจัยเช่น สภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง การถือครองอสังหาริมทรัพย์มีวัตถุประสงค์การถือครองฯ ที่แตกต่างกัน เช่น การถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้เพื่อใช้งาน การถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้เผื่อขาย และการถือครองอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน หรือเรียกอีกอย่างคือหาประโยชน์จากรายได้ค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์ หรือจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าของทรัพย์สิน (Capital Gain) หรือทั้งสองอย่าง แต่อย่างไรก็ตาม การถือครองอสังหาริมทรัพย์ด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน จะส่งผลต่อการใช้วิธีการปฏิบัติทางการบัญชีที่แตกต่างกัน เพื่อให้มูลค่าทรัพย์สินที่แสดงอยู่บนงบการเงินสามารถสะท้อนมูลค่าที่เหมาะสม และผู้ใช้งบการเงินสามารถใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง เหมาะสม เพื่อใช้ในการตัดสินใจ “อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน” เป็นสินทรัพย์ที่กิจการมีไว้เพื่อหาประโยชน์ในการหารายได้ค่าเช่า หรือจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินทรัพย์หรือทั้งสองอย่าง ทั้งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อใช้ในการผลิตหรือจัดหาสินค้าหรือบริการ หรือใช้ในการบริหารงานของตนหรือ มีไว้ตามลักษณะการประกอบธุรกิจตามปกติของกิจการ กิจการจะต้องบันทึกอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ได้มาด้วยราคาทุน หลังจากนั้นกิจการสามารถเลือกวิธีการวัดมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนด้วยวิธีมูลค่ายุติธรรม หรือวิธีราคาทุน แต่ต้องใช้วิธีเดียวกันสำหรับอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนทั้งหมดที่กิจการมีอยู่ ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนนั้นมีลักษณะพิเศษกว่าสินทรัพย์ชนิดอื่นและมีการกำหนดวัตถุประสงค์ในการถือครองที่แตกต่างจากสินทรัพย์ทั่วไป โดยบริษัทที่มีอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนส่วนมากเป็นบริษัทที่มีสภาพคล่องสูง มีเงินทุนสูง เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจะอยู่บริเวณพื้นที่ที่มีความเจริญ ได้รับการพัฒนาแล้ว อยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก ง่ายต่อการปล่อยเช่า หรือถือครองไว้เพื่อเก็งกำไร หวังการเพิ่มขึ้นของมูลค่าทรัพย์ และพร้อมที่จะขายเมื่อทรัพย์สินสามารถสร้างกำไรจนถึงระดับที่พอใจ ดังนั้นจะพบว่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อใช้งานเองหรือไว้เพื่อดำเนินกิจการเอง ลักษณะพิเศษของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนนี้ยังถูกแยกแสดงรายการบนงบการเงินอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้งบการเงินเกิดความเข้าใจ บ่งบอกถึงความสำคัญของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนนี้อย่างเด่นชัดว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีลักษณะที่แตกต่างจากสินทรัพย์ทั่วไป การจัดเก็บภาษีทรัพย์สินของสรรพากรจะจัดเก็บต่อเมื่อขายทรัพย์สินไป ส่วนกำไรจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ยังไม่สามารถนำมาใช้ในทางภาษีได้ ซึ่งแนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่มีมาแต่เนิ่นนานและไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชากรส่วนมากทำอาชีพเกษตรกรรม ที่ดินส่วนมากจึงไม่ได้รับการพัฒนาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางด้านอุตสาหกรรมเท่าที่ควร จึงทำให้ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ไม่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น จึงไม่มีแนวคิดที่จะจัดเก็บภาษีอากรจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าทรัพย์สิน แต่ในปัจจุบันนักธุรกิจต่างมองหาโอกาสและจังหวะจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ เพราะกำไรของอสังหาริมทรัพย์นั้นหากวัดเป็นตัวเงินจะมีมูลค่ามหาศาลจึงเป็นที่ต้องการของนักธุรกิจ ประเทศไทยได้เห็นถึงปัญหาดังกล่าวเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของมูลค่าทรัพย์สิน โดยเริ่มนำแนวคิดเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีจากมูลค่าทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าทรัพย์สินนั้นจะยังไม่ถูกขายหรือจำหน่ายไป โดยมีการศึกษาและการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ “ร่างพระราชบัญญัติภาษีการที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ” โดยเนื้อหาสรุปได้ว่า การจัดเก็บภาษีในปัจจุบันของประเทศไทย ไม่สะท้อนต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน เนื่องจากมูลค่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์มีการปรับมูลค่าเพิ่มขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นในต่างประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ ประเทศโปแลนด์ ฮ่องกง และประเทศสหรัฐอเมริกามีการจัดเก็บภาษีในลักษณะนี้ที่เรียกว่า ภาษีลาภลอยเช่นกัน ดังนั้นเห็นได้ว่า …
The Race To The Middle, William Magnuson
The Race To The Middle, William Magnuson
Faculty Scholarship
How does federalism affect the quality of law? It is one of the fundamental questions of our constitutional system. Scholars of federalism generally fall into one of two camps on the question. One camp argues that regulatory competition between states leads to a “race to the bottom,” in which states adopt progressively worse laws in order to pander to powerful constituencies. The other camp, conversely, argues that regulatory competition leads to a “race to the top,” incentivizing states to adopt progressively better laws in the search for more desirable outcomes for their constituencies. Despite their apparent differences, however, both the …
Revising Boilerplate: A Comparison Of Private And Public Company Transactions, Stephen J. Choi, Robert E. Scott, G. Mitu Gulati
Revising Boilerplate: A Comparison Of Private And Public Company Transactions, Stephen J. Choi, Robert E. Scott, G. Mitu Gulati
Faculty Scholarship
The textbook model of commercial contracts between sophisticated parties holds that terms are proposed, negotiated and ultimately priced by the parties. Parties reach agreement on contract provisions that best suit their transaction with the goal of maximizing the joint surplus from the contract. The reality, of course, is that the majority of the provisions in contemporary commercial contracts are boilerplate terms derived from prior transactions and even the most sophisticated contracting parties pay little attention to these standard terms, focusing instead on the price of the transaction. With standard-form or boilerplate contracts, this dynamic of replicating by rote the terms …
Innovation Versus Encrustation: Agency Costs In Contract Reproduction, Stephen J. Choi, Mitu Gulati, Robert E. Scott
Innovation Versus Encrustation: Agency Costs In Contract Reproduction, Stephen J. Choi, Mitu Gulati, Robert E. Scott
Faculty Scholarship
This article studies the impact of exogenous legal change on whether and how lawyers across four different deal types revise their contracts’ governing law clauses in order to solve the problem that the legal change created. The governing law clause is present in practically every contract across a wide range of industries and, in particular, it appears in deals as disparate as private equity M&A transactions and sovereign bond issuances. Properly drafted, the clause increases the ex ante economic value of the contract to both parties by reducing uncertainty and litigation risk. We posit that different levels of agency costs …
Enhancing Efficiency At Nonprofits With Analysis And Disclosure, David M. Schizer
Enhancing Efficiency At Nonprofits With Analysis And Disclosure, David M. Schizer
Faculty Scholarship
The U.S. nonprofit sector spends $2.54 trillion each year. If the sector were a country, it would have the eighth largest economy in the world, ahead of Brazil, Italy, Canada, and Russia. The government provides nonprofits with billions in tax subsidies, but instead of evaluating the quality of their work, it leaves this responsibility to nonprofit managers, boards, and donors. The best nonprofits are laboratories of innovation, but unfortunately some are stagnant backwaters, which waste money on out-of-date missions and inefficient programs. To promote more innovation and less stagnation, this Article makes two contributions to the literature.
First, this Article …
For Coöperation And The Abolition Of Capital, Or, How To Get Beyond Our Extractive Punitive Society And Achieve A Just Society, Bernard E. Harcourt
For Coöperation And The Abolition Of Capital, Or, How To Get Beyond Our Extractive Punitive Society And Achieve A Just Society, Bernard E. Harcourt
Faculty Scholarship
In hindsight, the term "capitalism" was always a misnomer, coined paradoxically by its critics in the nineteenth century. The term misleadingly suggests that the existence of capital produces a unique economic system or that capital itself is governed by economic laws. But that's an illusion. In truth, we do not live today in a system in which capital dictates our economic circumstances. Instead, we live under the tyranny of what I would call "tournament dirigisme": a type of state-directed gladiator sport where our political leaders bestow spoils on the wealthy, privileged elite.
We need to displace this tournament dirigisme with …
What Do Lawyers Contribute To Law & Economics?, Robert E. Scott, George G. Triantis
What Do Lawyers Contribute To Law & Economics?, Robert E. Scott, George G. Triantis
Faculty Scholarship
The law-and-economics movement has transformed the analysis of private law in the United States and, increasingly, around the world. As the field developed from 1970 to the early 2000s, scholars have developed countless insights about the operation and effects of law and legal institutions. Throughout this period, the discipline of law-and-economics has benefited from a partnership among trained economists and academic lawyers. Yet the tools that are used derive primarily from economics and not law. A logical question thus demands attention: what role do academic lawyers play in law-and-economics scholarship? In this Essay, we offer an interpretive theory of the …
Why The Fed Should Issue A Policy Framework For Credit Policy, Kathryn Judge
Why The Fed Should Issue A Policy Framework For Credit Policy, Kathryn Judge
Faculty Scholarship
The Federal Reserve has long used policy frameworks to both explain and inform its policymaking. These policy frameworks typically explain what the Fed is seeking to achieve in a given domain and how it plans to achieve its desired aims. Two prominent examples are the Fed’s use of Bagehot’s dictum when acting as a lender of last resort and its monetary policy framework issued in 2012 and revised in 2020. In both instances, the framework provides a foundation for informed debate among Fed policymakers, Congress, and the public, enhancing both efficacy and accountability. Since the onset of the Covid crisis, …
In Defense Of Empiricism In Family Law, Elizabeth S. Scott
In Defense Of Empiricism In Family Law, Elizabeth S. Scott
Faculty Scholarship
It is fitting to include an essay defending the application of empirical research to family law and policy in a symposium honoring the scholarly career of Peg Brinig, who is probably the leading empiricist working in family law. While such a defense might seem unnecessary, given the expanding role of behavioral, social, and biological research in shaping the regulation of children and families, prominent scholars recently have raised concerns about the trend toward reliance on empirical science in this field. A part of the criticism is directed at the quality of the science itself and at the lack of sophistication …
Anticipating Venezuela's Debt Crisis: Hidden Holdouts And The Problem Of Pricing Collective Action Clauses, Robert E. Scott, Stephen J. Choi, Mitu Gulati
Anticipating Venezuela's Debt Crisis: Hidden Holdouts And The Problem Of Pricing Collective Action Clauses, Robert E. Scott, Stephen J. Choi, Mitu Gulati
Faculty Scholarship
A creditor who asks for stronger enforcement rights upon its debtor’s default will rationally accept a lower interest rate reflecting the greater expected recovery the exercise of those rights provides. Over a dozen studies, however, have failed to document this basic relationship in the context of the collective action clause, a key provision in sovereign bonds. We conjecture that this failure is because enforcing the rights in question requires collective decision-making among anonymous creditors with different interests, impeding market predictions regarding future price effects. The pricing of rights that require collective enforcement thus turns on whether the market observes an …
Building A Law-And-Political-Economy Framework: Beyond The Twentieth-Century Synthesis, Jedediah S. Purdy, David Singh Grewal, Amy Kapczynski, K. Sabeel Rahman
Building A Law-And-Political-Economy Framework: Beyond The Twentieth-Century Synthesis, Jedediah S. Purdy, David Singh Grewal, Amy Kapczynski, K. Sabeel Rahman
Faculty Scholarship
We live in a time of interrelated crises. Economic inequality and precarity, and crises of democracy, climate change, and more raise significant challenges for legal scholarship and thought. “Neoliberal” premises undergird many fields of law and have helped authorize policies and practices that reaffirm the inequities of the current era. In particular, market efficiency, neutrality, and formal equality have rendered key kinds of power invisible, and generated a skepticism of democratic politics. The result of these presumptions is what we call the “Twentieth-Century Synthesis”: a pervasive view of law that encases “the market” from claims of justice and conceals it …
The New Mechanisms Of Market Inefficiency, Kathryn Judge
The New Mechanisms Of Market Inefficiency, Kathryn Judge
Faculty Scholarship
Mechanisms of market inefficiency are some of the most important and least understood institutions in financial markets today. A growing body of empirical work reveals a strong and persistent demand for “safe assets,” financial instruments that are sufficiently low risk and opaque that holders readily accept them at face value. The production of such assets, and the willingness of holders to treat them as information insensitive, depends on the existence of mechanisms that promote faith in the value of the underlying assets while simultaneously discouraging information production specific to the value of those assets. Such mechanisms include private arrangements, like …
Table Of Contents, Seattle University Law Review
Table Of Contents, Seattle University Law Review
Seattle University Law Review
Table of Contents
Some Issues On The Law Of Direct Damages (Us And Uk), Victor P. Goldberg
Some Issues On The Law Of Direct Damages (Us And Uk), Victor P. Goldberg
Faculty Scholarship
When a contract is breached, both U.S. and U.K. law provide that the non-breaching party should be made whole. The Uniform Commercial Code (“UCC”) provides that “[t]he remedies provided by this Act shall be liberally administered to the end that the aggrieved party may be put in as good a position as if the other party had fully performed.” The English version, going back to Robinson v. Harman, is “that where a party sustains a loss by reason of breach of contract, he is, so far as money can do it, to be placed in the same situation, with …
Why Financial Regulation Keeps Falling Short, Dan Awrey, Kathryn Judge
Why Financial Regulation Keeps Falling Short, Dan Awrey, Kathryn Judge
Faculty Scholarship
This article argues that there is a fundamental mismatch between the nature of finance and current approaches to financial regulation. Today’s financial system is a dynamic and complex ecosystem. For these and other reasons, policy makers and market actors regularly have only a fraction of the information that may be pertinent to decisions they are making. The processes governing financial regulation, however, implicitly assume a high degree of knowability, stability, and predictability. Through two case studies and other examples, this article examines how this mismatch undermines financial stability and other policy aims. This examination further reveals that the procedural rules …
The Paradox Of Contracting In Markets, Robert E. Scott
The Paradox Of Contracting In Markets, Robert E. Scott
Faculty Scholarship
Traditional economic analysis distinguishes economic organization along three dimensions: firm, contract, and market. This categorization is misleading in any number of respects, but none more so than the assumption that contract and market are separate modes of exchange. In fact, other than barter, which is almost unknown in contemporary commercial transactions, every market transaction is implemented by contract. Thus, in markets the two modes of exchange are inextricably combined. Moreover, the vast majority of contract activity occurs in some form of market, so it does not require much loss of generalization to say that not only are contracts in all …
How To Help Small Businesses Survive Covid-19, Todd Baker, Kathryn Judge
How To Help Small Businesses Survive Covid-19, Todd Baker, Kathryn Judge
Faculty Scholarship
Small businesses are among the hardest hit by the COVID-19 crisis. Many are shuttered, and far more face cash flow constraints, raising questions about just how many will survive this recession. The government has responded with a critical forgivable loan program, but for many of these businesses, this program alone will not provide the cash they need to retain workers, pay rent, and help their business come back to life when Americans are no longer sheltering in place. This essay calls on regulators to find new and creative ways to work with existing intermediaries, including banks and online lenders, who …
The Essential Roles Of Agency Law, Gabriel Rauterberg
The Essential Roles Of Agency Law, Gabriel Rauterberg
Faculty Scholarship
This Article suggests a fundamental shift in how we think about agency The essential function of agency law lies not only in enabling the delegation of authority, as is widely suggested, but as significantly in its effect on creditors’ rights through asset partitioning There is an increasing temptation in legal scholarship to treat agency law as a sideshow confined to the first day of corporations class This is because much of what agency law does in commerce could simply be accomplished through standard-form contracts that provide default terms for the relationships among firms, their managers, and third parties Even agency’s …
Executive Underreach, In Pandemics And Otherwise, David E. Pozen, Kim Lane Scheppele
Executive Underreach, In Pandemics And Otherwise, David E. Pozen, Kim Lane Scheppele
Faculty Scholarship
Legal scholars are familiar with the problem of executive overreach, especially in emergencies. But sometimes, instead of being too audacious or extreme, a national executive's attempts to address a true threat prove far too limited and insubstantial. In this Essay, we seek to define and clarify the phenomenon of executive underreach, with special reference to the COVID-19 crisis; to outline ways in which such underreach may compromise constitutional governance and the international legal order; and to suggest a partial remedy.