Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering Commons™
Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
Articles 61 - 90 of 375
Full-Text Articles in Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering
การปรับปรุงการขนส่งภายในของชิ้นส่วนรถยนต์ในโรงงานประกอบ, ปฏิพัทธ์ มณีรัตน์
การปรับปรุงการขนส่งภายในของชิ้นส่วนรถยนต์ในโรงงานประกอบ, ปฏิพัทธ์ มณีรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการปรับปรุงการขนส่งภายในของชิ้นส่วนรถยนต์ในโรงประกอบกรณีศึกษา ปัจจุบันมีอัตราการใช้ประโยชน์ของรถลากไฟฟ้า (E-car) อยู่เพียง 68% โดยพนักงานขับรถลากไฟฟ้า (E-car) จะนำกล่องชิ้นส่วนไปส่งแต่ละจุดความต้องการ (Address) ทั้งหมด 27 จุดตามเส้นทางที่กำหนดไว้ 20 เส้นทาง ซึ่งยังไม่มีประสิทธิภาพเพราะทำให้ระยะทางรวมของเส้นทางการขนส่งมากและใช้รถลากไฟฟ้า (E-car) สำหรับขนส่งทั้งหมด 24 คัน งานวิจัยนี้ประยุกต์วิธีการออกแบบเส้นทางด้วยรูปแบบปัญหา Capacitated Vehicle Routing Problem (CVRP) ซึ่งวัตถุประสงค์สำหรับการออกแบบเส้นทางนี้ เพื่อให้ระยะทางรวมของเส้นทางการขนส่งภายในน้อยที่สุด และยังตอบสนองความต้องการใช้ชิ้นส่วนแต่ละจุดความต้องการ (Address) ได้โดยใช้ปัจจัยนำเข้าเช่น ปริมาณความต้องการใช้ชิ้นส่วน (Demand) แต่ละจุดความต้องการ (Address) ความสามารถในการบรรทุกของรถลากไฟฟ้า (E-car) ระยะทางของแต่ละจุดความต้องการ ผลการจัดเส้นทางใหม่จะได้เส้นทางการขนส่งภายใน 12 เส้นทาง โดยมีการทดสอบรอบเวลาการขนส่งตามเส้นทางการขนส่งแบบใหม่แต่ละรอบคำสั่งซื้อรายวัน เพื่อทำให้มั่นใจว่าเส้นทางที่ออกแบบใหม่นั้นสามารถใช้งานได้จริง ตามปริมาณความต้องการใช้ชิ้นส่วน (Demand) ที่คงที่ของแต่ละจุดความต้องการ (Address) ในโรงงานประกอบ จากการทดสอบพบว่า เส้นทางการขนส่งแบบใหม่สามารถทำให้ระยะทางรวมในการขนส่งชิ้นส่วนต่อรอบคำสั่งซื้อลดลง 26% และมีอัตราการใช้ประโยชน์ของรถลากไฟฟ้า (E-car) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 90% หรือมากขึ้นกว่าเดิม 22%
การกำหนดนโยบายบริหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเตรียมอะไหล่คงคลังกรณีศึกษาโรงงานผลิตกรดอะมิโน, พรพัชร จิระเดชะ
การกำหนดนโยบายบริหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเตรียมอะไหล่คงคลังกรณีศึกษาโรงงานผลิตกรดอะมิโน, พรพัชร จิระเดชะ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้นำเสนอนโยบายการบริหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเตรียมอะไหล่คงคลังกรณีศึกษาโรงงานผลิตกรดอะมิโน ซึ่งมูลค่าอะไหล่คงคลังเฉลี่ยต่อปี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 8.3 ล้านบาท ปี พ.ศ. 2559 จนถึง 10.5 ล้านบาท ปี พ.ศ. 2564 ซึ่งสวนทางกับมูลค่าการเบิกใช้อะไหล่ที่มีมูลค่าน้อยลง จึงส่งผลให้อัตราหมุนเวียนอะไหล่มีค่าเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 0.034 และ 0.102 ในปี พ.ศ. 2559 และปี พ.ศ. 2564 ตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอะไหล่ที่ถูกเก็บในคลังมากกว่าความต้องการ ส่งผลให้สูญเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บสูง ดังนั้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการเตรียมอะไหล่จะถูกพิจารณาการดำเนินงานผ่านนโยบายการตัดสินใจการเก็บอะไหล่ และปริมาณการเก็บคงคลัง โดยเริ่มต้นจากการนำเสนอเมทริกซ์การตัดสินใจการเก็บอะไหล่ ที่ต้องมีการประเมินความวิกฤติอะไหล่ผ่านเมทริกซ์ 1. Part/equipment critical 2. Supplier/lead-time 3. Failure modes and effects criticality analysis และ 4. Decision matrix จากนโยบายการตัดสินใจการเก็บอะไหล่สามารถช่วยตัดสินใจเก็บอะไหล่ที่มีความวิกฤตสูง ส่วนอะไหล่ที่มีความวิกฤตต่ำจะไม่ถูกตัดสินใจเก็บ จากผลการศึกษาพบว่าสามารถลดจำนวนรายการอะไหล่ที่ต้องจัดเก็บลงได้ 40% จากนั้นนำเสนอนโยบายการตัดสินใจปริมาณการเก็บอะไหล่ ด้วยนโยบาย Base stock ใหม่ โดยการพิจารณาโอกาสการเบิกใช้อะไหล่ผ่านการแจกแจงแบบปัวส์ซองแบบสะสม และผลการจำลองด้วยวิธีการมอนติคาร์โลทั้งหมด 30 ครั้ง พบว่ามูลค่าอะไหล่เฉลี่ยลดลง 68% และระดับอะไหล่ลดลง 60% ส่งผลให้มูลค่าคลังเฉลี่ยลดลงจาก 8.7 ล้านเหลือ 2.3 ล้านบาท และอัตราการหมุนเวียนอะไหล่เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 0.060 เป็น 0.220 โดยไม่มีอะไหล่ขาดมือ และผลการทดสอบนโยบายกับชุดข้อมูล ปี พ.ศ. 2563 – 2564 พบว่ามูลค่าอะไหล่เฉลี่ยลดลง 24 % และระดับอะไหล่ลดลง 19% โดยไม่มีอะไหล่ขาดมือ
การประยุกต์ใช้โดโลไมต์จากดินตะกอนเหมืองหินปูนสำหรับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด, กรบงกช วรนาถสุรงค์
การประยุกต์ใช้โดโลไมต์จากดินตะกอนเหมืองหินปูนสำหรับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด, กรบงกช วรนาถสุรงค์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประยุกต์ใช้โดโลไมต์จากดินตะกอนเหมืองหินมาเป็นสารตัวเติมผสมกับมูลไก่สำหรับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด โดยหาสัดส่วนที่ให้คุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์กรมวิชาการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ดินตะกอนเหมืองหิน และสามารถลดต้นทุนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดได้ โดยงานวิจัยนี้ ใช้ดินตะกอนเหมืองหินกรณีศึกษาในจังหวัดชุมพรที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าโดโลไมต์ นำมาผสมมูลไก่สำหรับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดทั้งหมด 7 สัดส่วน ได้แก่ 0:100 (T0), 10:90 (T1), 20:80 (T2), 30:70 (T3), 40:60 (T4), 50:50 (T5) และ 60:40 (T6) และวางแผนการปลูกทดลองแบบสุ่มอย่างสมบูรณ์ (Completely Randomized Design: CRD) กับผักสลัด 2 ชนิด คือ กรีนโอ๊ค และกรีนคอส โดยใช้ดินของจังหวัดปทุมธานี เพื่อทำการเปรียบเทียบกับสัดส่วนที่ควบคุม (T0) จำนวน 3 ซ้ำ ผลการศึกษาพบว่า สัดส่วนที่ T0 – T4 มีคุณสมบัติทางเคมีทั้งหมดผ่านเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์กรมวิชาการเกษตร คุณสมบัติทางเคมีและทางกายภาพของดินหลังปลูกดีขึ้นโดยเฉพาะสัดส่วนที่ T3 และ T4 สัดส่วนโดโลไมต์ที่มากขึ้นส่งผลให้ดินมีความโปร่งพรุนมากขึ้น ผลการเจริญเติบโตและผลผลิตในสัดส่วนที่ T0 – T4 นั้นไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งกรีนโอ๊คและกรีนคอส แต่สัดส่วนที่ T4 ให้ผลผลิตน้อยสุด เพราะสัดส่วนของมูลไก่ที่เป็นแหล่งธาตุอาหารพืชหลักของผักสลัดน้อยลง ดังนั้นสัดส่วนโดโลไมต์จากดินตะกอนเหมืองหินกรณีศึกษาแห่งนี้ที่ใช้เป็นสารตัวเติมผสมกับมูลไก่สำหรับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด ที่ดีที่สุด คือ สัดส่วนของโดโลไมต์ต่อมูลไก่ที่ 30 : 70 (T3) ซึ่งสามารถลดต้นทุนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดได้ถึง 24.41%
แบบจำลองทำนายความชื้นในกระบวนการทำแห้งด้วยเครื่องฟลูอิดเบด, พลช ชินวัฒนวงศ์วาน
แบบจำลองทำนายความชื้นในกระบวนการทำแห้งด้วยเครื่องฟลูอิดเบด, พลช ชินวัฒนวงศ์วาน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในอุตสาหกรรมเภสัชกรรม เครื่องทำแห้งฟลูอิดเบดมักถูกนำมาใช้ในกระบวนการทำแห้งเพื่อกำจัดชองเหลวส่วนเกินออกจากแกรนูลยาจนกระทั้งได้ได้แกรนูลที่มีปริมาณความชื้นที่ต้องการ พนักงานสามารถถูกตรวจสอบปัจจัยและจุดยุติกระบวนการโดยหลายวิธีตั้งแต่วิธีการพื้นฐาน เช่น การตรวจโดยมนุษย์ จนถึง วิธีการใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์กระบวน เช่นเครื่องเนียร์อินฟราเรดสเปกโทรสโกปี แม้ว่าการนำเครื่องเนียร์อินฟราเรดสเปกโทรสโกปีมาใช้จะประสบความสำเร็จในการศึกษา แต่การประยุกต์วิธีการดังกล่าวในระดับอุตสาหกรรมการผลิตยังมีข้อจำกัดในด้านการปรับติดตั้งและด้านราคา นอกจากนี้บริษัทเภสัชกรรมหลายแห่งยังไม่ได้นำข้อมูลจากเซนเซอร์ที่มีอยู่ไปประยุกต์ใช้ ดังนั้นการศึกษานี้มีจุดประสงค์เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลสเปกตรัมที่ได้จากเครื่องเนียร์อินฟราเรดสเปกโทรสโกปี กับ ข้อมูลความชื้นและอุณหภูมิของอากาศของเครื่องฟลูอิดเบด ของความสามารถในการทำนายปริมาณความชื้นจากแบบจำลองทำนายความชื้น เพื่อทำนายปัจจัยและจุดยุติกระบวนการ การวิเคราะห์ข้อมูลทั้งสองแห่งแสดงให้เห็นถึงรายละเอียดกระบวนการและข้อสังเกตุที่มีประโยชน์ในการพัฒนาแบบจำลองการทำนายซึ่งมีพื้นฐานบนการใช้ข้อมูลอุณหภูมิ ความชื้นอากาศและใช้สเปกตรัมเนียร์อินฟราเรดเป็นปัจจัย จากผลการศึกษา เมื่อเปรียบเทียบจากค่า root mean square error (RMSE) ของทั้งสองแบบจำลอง พบว่าการใช้ข้อมูลจากตัววัดความชื้นและอุณหภูมิอากาศในการทำนายได้ผลที่ดีกว่า โดยมีค่า RMSE เท่ากับ 0.1144 ในขณะที่แบบจำลองเนียร์อินฟราเรดมีค่า RMSE เท่ากับ 0.2757 ซึ่งยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อปรับปรุงความแม่นยำของแบบจำลองต่อไป
การลดของเสียจากข้อบกพร่องสีแตกและสีบางในกระบวนการพ่นสีฝุ่นบนกรอบกระจกของหลังคารถกระบะอเนกประสงค์, พิชญา วาดสูงเนิน
การลดของเสียจากข้อบกพร่องสีแตกและสีบางในกระบวนการพ่นสีฝุ่นบนกรอบกระจกของหลังคารถกระบะอเนกประสงค์, พิชญา วาดสูงเนิน
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดสัดส่วนของเสียที่เกิดจากข้อบกพร่องประเภทสีแตกและสีบางในกระบวนการพ่นสีฝุ่นบนกรอบกระจกของหลังคารถกระบะอเนกประสงค์ งานวิจัยนี้ได้ประยุกต์แนวคิดซิกซ์ ซิกมา (Six-Sigma) หรือวิธีการ DMAIC ในการปรับปรุงโดยเริ่มจากการศึกษาสภาพปัญหาในปัจจุบัน วิเคราะห์ความแม่นและความเที่ยงของระบบการตรวจสอบข้อบกพร่อง จากนั้นได้วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาโดยการระดมความคิด จัดทำแผนผังสาเหตุและผล เมทริกซ์สาเหตุและผล เพื่อกำหนดปัจจัยนำเข้าหลัก และนำปัจจัยที่คาดว่ามีผลต่อการเกิดข้อบกพร่องประเภทสีแตกและสีบาง 5 ปัจจัยไปออกแบบการทดลองเพื่อหาสมการความสัมพันธ์ระหว่างสัดส่วนของเสียและปัจจัยที่มีนัยสำคัญ จากนั้นใช้เทคนิคการหาค่าที่เหมาะสม เพื่อหาระดับของแต่ละปัจจัยที่เหมาะสมที่จะช่วยลดสัดส่วนของเสียรวม หลังจากนั้นได้จัดทำแผนควบคุม และเอกสารขั้นตอนการปฏิบัติงาน ผลลัพธ์ที่ได้หลังการปรับปรุงกระบวนการ พบว่า สามารถลดสัดส่วนของเสียจาก 8 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 1.13 เปอร์เซ็นต์ และสามารถลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากของเสียได้ 6,877,484 บาทต่อปี
การปรับเปลี่ยนชนิดของคลิปทองแดงในผลิตภัณฑ์แผงวงจรรวมเพื่อลดต้นทุนการผลิต, ภัทรนันท์ ภูรินันทน์
การปรับเปลี่ยนชนิดของคลิปทองแดงในผลิตภัณฑ์แผงวงจรรวมเพื่อลดต้นทุนการผลิต, ภัทรนันท์ ภูรินันทน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยมีการขยายตัวขึ้นอย่างมาก มีการเข้ามาตั้งรากฐานการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญอุตสาหกรรมหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งมีการส่งออกคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 90-95 ของปริมาณการผลิตทั้งหมด ด้วยความต้องการที่เพิ่มสูงมากขึ้นทำให้มีผลกระทบกับห่วงโซ่อุปทานในส่วนของอุตสาหกรรมกลางน้ำ นั่นคือปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนของแผงวงจรรวม ซึ่งจากการศึกษาประเภทของผลิตภัณฑ์ของแผงวงจรรวม พบว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์คลิปทองแดงหรือที่เรียกกันว่า Cu clip product เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกนำไปใช้ในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันมากที่สุด เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความต้านทานต่ำ ช่วยให้อุปกรณ์ทนต่อความร้อนได้ดี และมีความทนทานที่ค่อนข้างสูงมากกว่าชนิดอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ทางผู้จัดทำจึงเกิดความสนใจที่จะทำการศึกษาผลิตภัณฑ์คลิปทองแดง รวมถึงกระบวนการในการผลิตเพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ในการที่จะปรับเปลี่ยนชนิดของคลิปทองแดงในผลิตภัณฑ์เพื่อลดต้นทุนในการผลิต เนื่องจากการศึกษาพบว่าราคาต้นทุนของผลิตภัณฑ์คลิปทองแดงมาจากกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งคิดเป็น 56 % จากราคาต้นทุนทั้งหมด และราคาวัตถุดิบที่แพงที่สุดได้แก้ คลิปทองแดง แต่เนื่องจากคลิปทองแดงชนิดใหม่นี้มีขนาดในบางจุดที่แตกต่างจากเดิม จึงต้องทำการเลือกใช้พารามิเตอร์ให้เหมาะสม โดยใช้วิธีการออกแบบการทดลองเพื่อหาค่าพารามิเตอร์ที่เหมาะสมจากวิธีการ 2k full factorial design มาเป็นเครื่องมือ รวมถึงศึกษาจุดคุ้มในการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ด้วย
การปรับปรุงกระบวนการขออนุมัติชิ้นงานตัวอย่างสำหรับซัพพลายเออร์, รุ่งทิพย์ อินทวงค์
การปรับปรุงกระบวนการขออนุมัติชิ้นงานตัวอย่างสำหรับซัพพลายเออร์, รุ่งทิพย์ อินทวงค์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยที่นำเสนอมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการอนุมัติตัวอย่างสำหรับซัพพลายเออร์และปรับปรุงกระบวนการทำงานของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป้าหมายคือลดเวลารอเอกสาร ขจัดกระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อน และลดการใช้กระดาษ จากเดิมกระบวนการทำงานเป็นไปตามลำดับขั้น (Waterfall) ซึ่งแต่ละหน่วยงานต้องรอให้หน่วยงานก่อนหน้าทำงานเสร็จก่อนจึงจะดำเนินการต่อได้ กระบวนการทำงานนี้เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน 4 หน่วยงาน และหากพบข้อผิดพลาดใดๆ กระบวนการจะต้องเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ต้น ทำให้มีเวลาเฉลี่ย 18 วันทำการต่อชุด จึงความจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการเหล่านี้ ผู้วิจัยใช้แนวคิด SCRUM เป็นแนวทางในการปรับปรุงกระบวนการ การนำเฟรมเวิร์กที่คล่องตัวขึ้นมาใช้ ทำให้ทุกหน่วยงานสามารถเริ่มทำงานพร้อมกันได้ ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพ และความสามารถในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในขณะที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที โดยผู้วิจัยได้ศึกษาระบบ Robotic Process Automation (RPA) ที่มีอยู่และจัดทำรายการเอกสาร (Checklist) นำมาใช้ภายในกระบวนการทำงาน ดังนั้นเครื่องมือและเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยปรับปรุงกระบวนการอนุมัติเร็วขึ้น ระยะเวลาการตรวจสอบลดลงเหลือเพียง 5 วันทำการ ลดการตรวจสอบซ้ำถึง 25% ผลการทดลองที่ได้รับจากการดำเนินการปรับปรุงแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาการอนุมัติชิ้นงานตัวอย่างที่ล่าช้าได้ ทำให้ระยะเวลาการตรวจสอบที่สั้นลงและงานตรวจสอบซ้ำที่ลดลง สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
การปรับปรุงกระบวนการสั่งซื้อของอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันต่ำในธุรกิจซื้อมาขายไป, รุจิรางค์ สีโท
การปรับปรุงกระบวนการสั่งซื้อของอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันต่ำในธุรกิจซื้อมาขายไป, รุจิรางค์ สีโท
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการสั่งซื้อของอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันต่ำในธุรกิจซื้อมาขายไป จากการศึกษาปัญหาพบว่า สินค้าคงคลังมีมูลค่าสินค้าคงคลังมากกว่ามูลค่ายอดขาย บางครั้งมีการสั่งสินค้ามาเกินความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าคงคลังรวมสูง ดังนั้นจึงได้เริ่มการปรับปรุงกระบวนการโดยใช้เทคนิค ABC Analysis ในการจำแนกลำดับความสำคัญของสินค้า โดยใช้ 3 เกณฑ์ ได้แก่ เกณฑ์มูลค่าการใช้ต่อปี เกณฑ์ของระยะเวลานำของสินค้า และเกณฑ์ความถี่ของการสั่งซื้อสินค้า ทำให้ได้กลุ่มของสินค้าที่จะเลือกทำการปรับปรุงทั้งหมด 39 ชนิด แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ MCB, RCBO, Busbar และ Circuit Breaker หลังจากนั้นได้ทำการวิเคราะห์ความต้องการของสินค้าจากข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี (ปี2563-2565) พบว่าสินค้ามีลักษณะแนวโน้มขึ้น/ลง (Trending) และการเปลี่ยนแปลงหรือความผันแปรเนื่องจากเหตุการณ์ผิดปกติ (Assignable Cause) เมื่อทราบลักษณะแนวโน้มเพื่อนำไปกำหนดนโยบายการสั่งซื้อที่เหมาะสมที่สุด โดยวิเคราะห์หาค่าสัมประสิทธิ์ความแปรปรวนของสินค้า ถ้าค่าของสัมประสิทธิ์ความแปรปรวนมีค่าน้อยกว่า 0.25 คือมีความแปรปรวนน้อย ความต้องการของสินค้ามีลักษณะคงที่ นโยบายสินค้าคงคลังที่ใช้คือ EOQ ถ้าหาค่าของสัมประสิทธิ์ความแปรปรวนมีค่ามากกว่า 0.25 คือมีความแปรปรวนมาก ความต้องการของสินค้ามีลักษณะไม่คงที่ นโยบายสินค้าคงคลังที่ใช้คือ Silver-Meal หลังจากที่นำนโยบายการสั่งซื้อสินค้าไปประยุกต์ใช้เพื่อคำนวณหาต้นทุนรวมสินค้า พบว่า นโยบายที่ใช้เทคนิค EOQ สามารถลดต้นทุนรวมได้ 14,497.16 บาท คิดเป็น 75.18% ของต้นทุนรวมในปัจจุบัน และนโยบายที่ใช้เทคนิค Silver-Meal สามารถลดต้นทุนรวมได้ 169.31 บาท คิดเป็น 4.99% ของต้นทุนรวมในปัจจุบัน
การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสำหรับการผลิตยางรถยนต์รุ่นใหม่, วัชรพงศ์ วชิรวงศ์บุรี
การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสำหรับการผลิตยางรถยนต์รุ่นใหม่, วัชรพงศ์ วชิรวงศ์บุรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์นี้ได้วิเคราะห์ ออกแบบและพัฒนาระบบฐานข้อมูลสำหรับการผลิตยางรถยนต์รุ่นใหม่ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความหยืดหยุ่นในการผลิตของโรงงานกรณีศึกษาและความแปรผันของความต้องการของตลาดรถยนต์ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตยางรถยนต์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย งานวิจัยนี้ได้นำการเสนอการออกแบบและพัฒนาระบบฐานข้อมูลสำหรับการผลิตยางรถยนต์รุ่นใหม่ เพื่อช่วยในการลดระยะเวลาในการศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตยางรถยนต์รุ่นใหม่ และช่วยในการตัดสินใจในการลงทุนเกี่ยวกับการซื้อเครื่องจักรเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า เนื่องด้วยโรงงานกรณีศึกษาเป็นโรงงานที่ก่อตั้งเพื่อผลิตยางรถยนต์โดยสารทั่วไป เช่น รถเก๋ง รถกระบะ รถSUV เพื่อยางที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 14-19 นิ้ว แต่ไม่สามารถตอบได้ว่าผลิตยางรถยนต์รุ่นอื่นได้หรือไม่ จากการทดสอบโปรแกรมที่ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้น พบว่าระยะเวลาการทำงานลดเหลือ 2 สัปดาห์ จากการทำงานเดิม 5 สัปดาห์ ซึ่งคิดเป็น 60% ของระยะเวลาที่ลดลงจากการทำงานของพนักงาน โดยเป็นการใช้ระบบฐานข้อมูลและช่วยในการศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตยางรถยนต์รุ่นใหม่ผ่านการใช้โปรแกรม แทนการใช้อีเมล (email) หรือไฟล์เอ็กเซล (Excel file) ในการสื่อสารระหว่างพนักงาน ช่วยลดจำนวนครั้งในการติดต่อระหว่างพนักงานเพื่อสอบถามเกี่ยวกับข้อมูล ทำให้ข้อมูลมีความแม่นยำมากขึ้นและลดความผิดพลาดที่เกิดจากพนักงานด้วย
การพยากรณ์ราคาเม็ดพลาสติกพอลิโพรพีลีนในประเทศไทยโดยใช้วิธีการเรียนรู้ของเครื่อง, ภัทรพล ภัทรอัมพรชัย
การพยากรณ์ราคาเม็ดพลาสติกพอลิโพรพีลีนในประเทศไทยโดยใช้วิธีการเรียนรู้ของเครื่อง, ภัทรพล ภัทรอัมพรชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันธุรกิจอุตสาหกรรมพลาสติกมีความสำคัญมากกับประเทศไทยเนื่องจากสินค้าอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ใช้พลาสติก โดยจากสถิติปริมาณการใช้งานพลาสติกพบว่าพลาสติกโพลิโพรพิลีน (PP) มีปริมาณการใช้งานมากที่สุดเมื่อเทียบกับพลาสติกชนิดอื่น ทำให้เป็นพลาสติกชนิดที่มีความสำคัญที่สุดต่ออุตสาหกรรมพลาสติกในไทย งานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเป็นการนำเสนอและเปรียบเทียบรูปแบบการพยากรณ์สำหรับราคาเม็ดพลาสติก PP ในประเทศไทย จุดประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อหาตัวแบบการพยากรณ์ราคาเม็ดพลาสติก PP ที่ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด โดยใช้ค่าร้อยละความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ย (MAPE) เป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของตัวแบบพยากรณ์ ซึ่งตัวแบบพยากรณ์อนุกรมเวลาที่ใช้ในการทำวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ตัวแบบพยากรณ์ปรับเรียบเอกซ์โพเนนเชียลแบบโฮลท์และวินเทอร์ ตัวแบบพยากรณ์ SARIMA ตัวแบบพยากรณ์เชิงสาเหตุที่ใช้คือ ตัวแบบพยากรณ์ถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ ตัวแบบพยากรณ์เทคนิคการเรียนรู้ด้วยเครื่องที่ใช้คือ ตัวแบบพยากรณ์ Support Vector Regression ตัวแบบพยากรณ์ Decision Tree ตัวแบบพยากรณ์ Random Forest ตัวแบบพยากรณ์ XGBoost ตัวแบบพยากรณ์ Artificial Neural Networks และตัวแบบพยากรณ์ผสมที่เกิดจากการนำตัวแบบพยากรณ์เดี่ยวที่มีความแม่นยำสูงมาจับคู่กัน โดยในงานวิจัยนี้ได้ใช้ข้อมูลราคาเม็ดพลาสติก PP ตั้งแต่ เดือนมกราคม พ.ศ. 2554 ถึง เดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 จากผลการศึกษาพบว่าตัวแบบพยากรณ์ผสม SARIMA – ANN มีความแม่นยำสูงที่สุดและมีค่าร้อยละความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ยในช่วงชุดข้อมูลตรวจสอบอยู่ที่ 5.54% และเมื่อนำมาประเมินประสิทธิภาพกับชุดข้อมูลทดสอบจะได้ค่าร้อยละความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ยเท่ากับ 6.92%
การลดสัดส่วนของเสียจากข้อบกพร่องโลหะบัดกรีไม่สมบูรณ์สำหรับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์แบบยืดหยุ่น, ศตพร คุณาพิสิฐกุล
การลดสัดส่วนของเสียจากข้อบกพร่องโลหะบัดกรีไม่สมบูรณ์สำหรับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์แบบยืดหยุ่น, ศตพร คุณาพิสิฐกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงคุณภาพกระบวนการผลิตโดยลดสัดส่วนของเสียจากข้อบกพร่องโลหะบัดกรีไม่สมบูรณ์สำหรับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์แบบยืดหยุ่น (Flexible Printed Circuit Assembly) ด้วยหลักการ DMAIC ของเทคนิคซิกซ์ ซิกม่า (Six Sigma) จากการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาด้วยด้วยแผนผังก้างปลา (Fish Bone) ก่อนการนำไปวิเคราะห์ลำดับความสำคัญด้วยเทคนิคการวิเคราะห์ความล้มเหลวและผลกระทบ (Failure mode and effects analysis, FMEA) พบว่ามี 7 ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการเกิดข้อบกพร่องที่สนใจ ได้แก่ ชนิดพื้นผิวของพื้นที่เปิดแตกต่างกัน 2) การติด Glass cloth ผิดวิธี, เยื้อง 3) การออกแบบแม่พิมพ์ไม่เหมาะสม 4) ความหนาของแม่พิมพ์น้อยเกินไป 5) แรงดันที่ใช้ขณะพิมพ์ไม่เหมาะสม 6) การตั้งค่า Reflow profile ไม่เหมาะสม และ 7) ความเข้มข้นของ Oxygen ไม่เหมาะสม ผู้วิจัยทำการศึกษาชนิดพื้นผิวของพื้นที่เปิดแตกต่างกัน (ปัจจัยที่ 1) เพื่อเป็นองค์ประกอบในการปรับปรุงการออกแบบแม่พิมพ์ (ปัจจัยที่ 3) สำหรับปัจจัยที่ 2 – 7 ได้ทำการออกแบบการทดลองแบบปัจจัยเดียว (OFAT) และทดสอบทางสถิติเพื่อหาวิธีการทำงานที่ช่วยลดสัดส่วนของเสียได้อย่างมีนัยสำคัญ จากนั้นได้ศึกษาอิทธิพลร่วมระหว่างปัจจัยที่ 6 และ 7 ซึ่งประกอบไปด้วย Reflow time, Peak temperature และ การใช้ N2 ด้วยการออกแบบการทดลองแบบแฟกทอเรียลเต็มรูป (Full factorial design) หาสมการความสัมพันธ์ด้วยแบบจำลองการถดถอย (Regression equation) ทำให้สามารถกำหนดค่าที่เหมาะสม และพบว่า สามารถลดส่วนของเสียจากข้อบกพร่องโลหะบัดกรีไม่สมบูรณ์ได้จาก 4.14% เป็น 1.17% หรือลดลง 71.74% จากสัดส่วนของเสียก่อนการปรับปรุง ส่งผลให้มูลค่าสูญเสียลดลง 33,041 บาทต่อเดือน จาก 51,753 บาทต่อเดือน เหลือเพียง 18,712 บาทต่อเดือน
การลดมูลค่าสินค้าคงคลังโดยวิธีการปรับปรุงกระบวนการสั่งซื้อชิ้นส่วนของบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน, ศศิธร คำนนท์
การลดมูลค่าสินค้าคงคลังโดยวิธีการปรับปรุงกระบวนการสั่งซื้อชิ้นส่วนของบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน, ศศิธร คำนนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้ทำการศึกษาข้อมูลบริษัทผลิตเครื่องใช้ในครัวเรือน มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อชิ้นส่วน ลดมูลค่าสินค้าคงคลังโดยการจัดลำดับความสำคัญของกลุ่มสินค้า วางแผนการสั่งซื้อชิ้นส่วนจากการวิเคราะห์รูปแบบความต้องการสินค้าจากข้อมูลความต้องการสินค้าย้อนหลัง เพื่อหาปริมาณการสั่งซื้อที่เหมาะสม และสามารถความคุมปริมาณสินค้าคงคลังได้ ในสถานการณ์ปัจจุบันของบริษัทกรณีศึกษาพบว่าสินค้าคงคลังมีมูลค่าสินค้าคงคลังไม่สอดคล้องกับมูลค่าการขาย ซึ่งสังเกตได้จากอัตราหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (Inventory Turnovers Ratio) ที่มีค่าน้อยกว่า 1 ในบางเดือน ผู้จัดทำวิจัยได้จัดลำดับความสำคัญของกลุ่มสินค้าโดยใช้เทคนิค ABC Analysis ในการจัดลำดับความสำคัญของสินค้า โดยสินค้าที่มีมูลค่าสินค้าคงคลังมากกว่า 70%ของมูลค่าสินค้าคงคลังทั้งหมดจะจัดอยู่ในสินค้า Group A ซึ่งกลุ่มสินค้า Group A สามารถแบ่งเป็น Group A1 และ Group A2 ซึ่งผู้จัดทำสนใจที่จะศึกษากลุ่มสินค้า Group A1 เป็นความสำคัญแรกที่นำมาศึกษารูปแบบความต้องการสินค้าเพื่อกำหนดนโยบายและวิธีการสั่งซื้อ หลังการปรับปรุงกระบวนการสั่งซื้อด้วยเทคนิคการหาจุดสั่งซื้อ (Reorder Point: ROP) และสินค้าคงคลังสำรอง (Safety Stock: SS) ที่เหมาะสม พบว่ามูลค่าสินค้าคงมีมูลค่าลดลงรวมทั้งสิ้น 25.12 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าสินค้าคงคลังก่อนการปรับปรุงในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 คิดเป็น 58.42%ของมูลค่าสินคงคลังทั้งหมดของสินค้า Group A และจากการปรับปรุงนโยบายด้วยวิธีฮิวริสติกของ Silver-Meal (SM) พบว่าการประมาณค่าใช้จ่ายรวมต่อการสั่งซื้อหลังปรับปรุงมีค่าลดลงจากก่อนปรับปรุง ทั้งนี้สาเหตุสำคัญที่ค่าใช้จ่ายรวมต่อการสั่งซื้อก่อนปรับปรุงมีค่ามากเกินความจำเป็นเนื่องมาจากความผิดพลาดในการสั่งซื้อของพนักงานและการไม่ประเมินความคุ้มค่าต่อการสั่งซื้อ
แบบจำลองระบบจอดรถอัตโนมัติเพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบ, อลงกรณ์ พรสุขศิริ
แบบจำลองระบบจอดรถอัตโนมัติเพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบ, อลงกรณ์ พรสุขศิริ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ระบบจอดรถอัตโนมัตินั้นสามารถช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับที่จอดรถ และช่วยให้การลงทุนในด้านอสังหาริมทรัพย์นั้นมีความคุ้มค่ามากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดขนาดของพื้นที่ที่ต้องใช้สำหรับจอดรถได้อีกด้วย ปัจจุบันระบบจอดรถอัตโนมัติมีหลายประเภทขึ้นอยู่กับผู้ผลิตรายนั้นๆ โดยงานวิจัยฉบับนี้จะมุ่งเน้นไปที่การศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยในการเลือกใช้ระบบจอดรถอัตโนมัติระหว่างระบบจอดรถอัตโนมัติชนิดถาด(Pallet type) และระบบจอดรถอัตโนมัติชนิดหุ่นยนต์(Robot type) ทั้งในด้านต้นทุน ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า และประสิทธิภาพของระบบโดยทั่วไป ประสิทธิภาพของระบบจอดรถอัตโนมัติจะคำนวณจากเวลาเฉลี่ยระหว่างตำแหน่งที่จอดรถที่ใกล้ที่สุดและไกลที่สุดเพียงสองตำแหน่งเท่านั้น จากการคำนวณดังกล่าวส่งผลให้มีความน่าเชื่อถือไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ดังนั้น งานวิจัยฉนับนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและประเมินประสิทธิภาพของระบบจอดรถอัตโนมัติโดยการเปรียบเทียบระบบจอดรถอัตโนมัติชนิดถาดและระบบจอดรถอัตโนมัติชนิดหุ่นยนต์ ผ่านการแบบจำลองสถานการณ์ด้วยโปรแกรม SIMIO รวมไปถึงการวิเคราะห์ต้นทุน และปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า จากการศึกษา ผู้วิจัยพบว่าในด้านของประสิทธิภาพของสำหรับกระบวนการนำรถเข้าจอดนั้น ระบบจอดรถอัตโนมัติชนิดหุ่นยนต์มีประสิทธิภาพมากกว่าระบบจอดรถอัตโนมัติชนิดถาด อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการนำรถออกจากระบบนั้นระบบจอดรถอัตโนมัติชนิดถาดมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบจอดรถอัตโนมัติชนิดหุ่นยนต์ นอกจากนี้ผู้วิจัยยังพบว่าต้นทุนและปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวมของระบบจอดรถอัตโนมัติชนิดหุ่นยนต์ต่ำกว่าระบบจอดรถอัตโนมัติชนิดถาด
Green Supplier Evaluation And Selection For A Furniture Sales Company, Jiahao Li
Green Supplier Evaluation And Selection For A Furniture Sales Company, Jiahao Li
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper proposes a supplier evaluation method for a furniture sales company in China that focuses on the evaluation process and sustainability of business operation. Firstly, we have arranged a meeting with experts from various fields to gather information concerning evaluation problems and choices of evaluation indicators. We then go through the literature in the field of supplier evaluations to create a new green supplier evaluation indicator system comprising of 5 first-level and 19 second-level evaluation indicators. Once selected, the Fuzzy-entropy-TOPSIS approach has been adopted for the evaluation of 13 suppliers via MATLAB. We find that, among these suppliers, S1 …
Critical Success Factors For Data Warehouse Implementation In An Industrial Associations Organization, Phatnarin Khantayana
Critical Success Factors For Data Warehouse Implementation In An Industrial Associations Organization, Phatnarin Khantayana
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The purpose of this research is to delve into the key success factors (CSFs) associated with data warehouse (DW) implementation from the perspectives of various stakeholders within an organization. A data warehouse provides a unified and structured view of an organization's data for analysis and reporting, and successfully implementing such a system can have a significant impact on overall organizational performance. It enables better data management, facilitates improved decision-making, and enhances strategic planning. The scope of this research encompasses an in-depth examination of the core CSFs that are instrumental in achieving success during data warehouse deployments. It focuses on understanding …
Demand Forecasting And Inventory Management For An Automotive Tire Distributor In Northeast Thailand, Vasinee Chantaraponpun
Demand Forecasting And Inventory Management For An Automotive Tire Distributor In Northeast Thailand, Vasinee Chantaraponpun
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The objective of this research is to improve the inventory management for an automotive tire distributor company in Northeast Thailand to mainly reduce the excessive unnecessary stock. According to the initial investigations, the main causes of overstock are unstable customer demands and a lack of an inventory control system based on theory. In order to better address the issues and scope down the research area, three suitable products and sub-dealers with different demand patterns are selected to find the best-fit forecasting model for each of them and be customized the inventory policy based on the demand patterns. The methodology is …
Optimizing Energy Efficiency Projects In Bangkok Large Commercial Buildings, Angelica Arisa Morgan
Optimizing Energy Efficiency Projects In Bangkok Large Commercial Buildings, Angelica Arisa Morgan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
As a significant contributor to greenhouse gas emissions in the Asia Pacific region, Thailand has pledged to lower its GHG emissions by 555 million tCO2e by the year 2030. In Bangkok, energy efficiency projects in the large commercial buildings sector are an integral method by which to reduce emissions and to support a lower carbon future. Besides carbon dioxide emissions, energy efficiency projects also have the potential for other benefits including electricity and cost savings. This study develops a methodology to quantify the emissions reduction, electricity savings, and cost savings potential of various energy efficiency methods in this sector, and …
Analyzing Impact Of Economic Indicators On Vietnam Stock Market With Machine Learning Techniques, Nuttawan Sangsawai
Analyzing Impact Of Economic Indicators On Vietnam Stock Market With Machine Learning Techniques, Nuttawan Sangsawai
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The study provides an analysis of the Vietnamese stock market using statistical and machine learning models. The dataset shows that all features have a positive linear relationship with the VN Index, but exhibit different scales and degrees of skewness. The Augmented Dickey-Fuller (ADF) unit root test was conducted to identify whether the variables were stationary or non-stationary, and most variables were transformed into stationary data through first differencing. The OLS method was used to construct a short run model, and the results indicated that only three variables, namely CPI, exchange rate, and S&P500 index, exhibited statistical significance. The ARDL Bound …
Multi-Objective Vehicle Loading And Routing Problem For Fresh Fruit And Vegetable Transportation, Supisara Krairiksh
Multi-Objective Vehicle Loading And Routing Problem For Fresh Fruit And Vegetable Transportation, Supisara Krairiksh
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Multi-compartment refrigerated vehicles are recently utilized in the cold chain industry, due largely to their flexibility in storage capacities with different temperature settings. To better comprehend the costs and benefits of this vehicle type in fresh fruits and vegetable transportation, a multi-compartment vehicle routing and loading problem (MCVRLP) with three different objectives – namely (i) minimizing total transportation cost, (ii) minimizing CO2 emissions, and (iii) minimizing weight loss of fresh fruits and vegetable – is herein explored and solved by mathematical formulation and genetic-based evolutionary algorithm approaches. Based on our computational results, we find that large and complicated MCVRLP instances …
Bitcoin Candlestick Price Prediction With Recurrent Neural Network, Sutiwat Simtharakao
Bitcoin Candlestick Price Prediction With Recurrent Neural Network, Sutiwat Simtharakao
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Bitcoin is a high-risk asset with a potentially high return. Predicting Bitcoin candlestick, i.e., open, high, low, and close (OHLC) prices, can help investors make trading decisions. The objective of this study is to develop a neural network model to predict the candlestick prices of Bitcoin for the next period. Additionally, this study investigates methods to enhance the model's forecasting performance by feature transformations, specifically data normalization. This study employs two neural network algorithms, Long Short-Term Memory (LSTM) and Gated Recurrent Unit (GRU), to forecast daily Bitcoin OHLC prices. To enhance the model's performance, we compare sliding window normalization with …
แนวทางการตัดสินใจการนำหุ่นยนต์มาใช้ทดแทนหรือปฏิบัติร่วมกับพนักงานในการทำงาน, ชนาธิป ทองดอนน้อย
แนวทางการตัดสินใจการนำหุ่นยนต์มาใช้ทดแทนหรือปฏิบัติร่วมกับพนักงานในการทำงาน, ชนาธิป ทองดอนน้อย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับกรอบการตัดสินใจสำหรับการนำหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติการหรือโคบอท เข้ามาใช้แทนที่แรงงานมนุษย์และ/หรือเพื่อทำงานร่วมกับคนงาน ในกรณีศึกษาของบริษัทที่ผลิตเลนส์แว่นตาผู้บริหารระดับสูงต้องการนำหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติการเข้ามาใช้ในกระบวนการคัดแยกชิ้นงาน เนื่องจากกระบวนการนี้เป็นกระบวนการทำงานแบบซ้ำ ๆ ซึ่งส่งผลกระทบให้พนักงานเกิดความเมื่อยล้าและความเจ็บป่วยทางการยศาตร์ ในการตัดสินใจสำหรับการนำหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติการทางโรงงานกรณีศึกษาได้ทำการพิจารณาเพียงด้านการเงินโดยไม่คำนึงถึงปัจจัยสำคัญอื่นๆ ดังนั้นบทความนี้จึงมุ่งเน้นสำรวจปัจจัยที่มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจใช้หุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติการในสายการผลิต โดยการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสำรวจ (EFA) และการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงยืนยัน (CFA) ซึ่งเป็นขั้นตอนทางสถิติหลายตัวแปร ถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับตัวแปรแฝง นอกจากนี้ได้ทำการจำลองสถานการณ์ด้วยโปรแกรม ARENA เพื่อตรวจสอบประโยชน์ของการนำโคบอทไปใช้ในกรณีศึกษาอีกด้วย
Implementation Of Good Distribution Practice In A Pharmaceutical Manufacturer, Pana Chinajitphan
Implementation Of Good Distribution Practice In A Pharmaceutical Manufacturer, Pana Chinajitphan
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Good Distribution Practice (GDP) has recently been adopted and practised by Thailand's pharmaceutical industry, which has complemented the supply chain perspective and radically changed the quality landscape of the industry. This study presents a case of a pharmaceutical manufacturer in Thailand that implemented GDP to ensure the quality of its products during storage and distribution processes, as well as to prevent the entry of falsified products into the Pharmaceutical Supply Chain (PSC). The GDP implementation combined Project Management and Quality Risk Management (QRM) to identify operational gaps, manage identified risks, and reduce GDP gaps. After analysing internal stakeholders, related teams …
An Improvement Of Data Analytics Detection Rules In The Internal Audit Of The Procurement And Inventory Processes, Penpak Rangsipunyaporn
An Improvement Of Data Analytics Detection Rules In The Internal Audit Of The Procurement And Inventory Processes, Penpak Rangsipunyaporn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Data analytics is a powerful tool to deliver value-added internal audit results as it reduces execution time and increases efficiency, effectiveness, and assurance level compared with the audit sampling approach. Because detection rules are criteria applied in the data analytics method to discover anomalies in the business transactions. Therefore, this project aims to improve the anomaly detection rules in the procure-to-pay and inbound inventory processes for an audit firm based in Thailand to provide internal audit services for clients in the manufacturing business. The sub-processes cover (1) process governance, (2) vendor selection, evaluation, and master data maintenance, (3) ordering, (4) …
Total Quality And Innovation Management In Hospital, Suebsakul Tonjang
Total Quality And Innovation Management In Hospital, Suebsakul Tonjang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Previously, quality of care and customers' satisfaction in healthcare services is fulfilled only through total quality management (TQM) which as a core management philosophy, as adopted by many healthcare organizations. Nevertheless, TQM focuses on incremental improvement may prove insufficient to address the new technology and innovation-driven organization with a faster pace. Therefore, this research aimed to integrate quality and innovation management in healthcare affecting healthcare performance. To propose the key factor of both TQM and innovation management in healthcare, we conducted a systematic literature review. Then, TQM and innovation management factors were combined and integrated with ISO 56002 as to …
การเพิ่มอัตราคุณภาพสินค้าดีของกระบวนการผลิตเส้นใยสังเคราะห์ชนิดสั้น, เกวลี วรนันท์
การเพิ่มอัตราคุณภาพสินค้าดีของกระบวนการผลิตเส้นใยสังเคราะห์ชนิดสั้น, เกวลี วรนันท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อปรับปรุงอัตราคุณภาพของเส้นใยสังเคราะห์ชนิดสั้น โดยมุ่งเน้นในการลดปริมาณสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ รวมทั้งของเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต ซึ่งเริ่มเก็บรวบรวมข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 ถึง ตุลาคม 2563 และแสดงปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตด้วยกราฟพาเรโต แล้วทำการระดมความคิดเพื่อวิเคราะห์หาปัจจัยที่มีผลต่ออัตราคุณภาพด้วยแผนผังเหตุ และผล จากนั้นทำการวิเคราะห์ข้อบกพร่องและผลกระทบปัญหาด้านคุณภาพเพื่อทำการประเมินความรุนแรงของการเกิดข้อบกพร่อง โอกาสในการเกิดข้อบกพร่อง และความสามารถในการตรวจจับข้อบกพร่อง เพื่อคำนวณหาค่าดัชนีความเสี่ยง โดยจะทำการเลือกปัญหาที่มีค่าดัชนีความเสี่ยงมากที่สุดได้แก่ 1) ลมเย็นออกไม่สม่ำเสมอ 2) การเคลื่อนที่ของถังใส่เส้นใยและลูกกลิ้งไม่สัมพันธ์กัน หลังจากทำการปรับปรุงปัญหาที่ส่งผลต่ออัตราคุณภาพ พบว่าอัตราคุณภาพสินค้าดีมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 92.97 เป็นร้อยละ 95.79 และอัตราคุณภาพสินค้าไม่ได้คุณภาพ และของเสียมีปริมาณลดลงจากเดิมร้อยละ 7.03 เป็นร้อยละ 4.21 ซึ่งคิดเป็นเงินจะมีกำไรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 130,892.63 บาท เมื่อทำการผลิตที่ 93 ตันต่อวัน หลังจากนั้นทางบริษัทกรณีศึกษาจึงทำการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็น 96 ตันต่อวัน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการผสมแบบข้นหนืด, วรกาญจน์ คณกร
ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการผสมแบบข้นหนืด, วรกาญจน์ คณกร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการผสมแบบข้นหนืดด้วยเครื่อง Hi-Shear Vacuum Mixer (HSVM) โดยตรวจสอบจากการวัดค่าความสูงของตะกอนในการชงไซรัปสีน้ำตาลต้องไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน 13 มิลลิเมตร และค่าความสามารถด้านสมรรถนะของกระบวนการผลิตระยะสั้น (Cpk) ของเครื่องจักรต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ โดยนำเอาแผนผังก้างปลาควบคู่กับตารางความสัมพันธ์ของสาเหตุและผลทำการวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหา จากนัั้นทำการคัดกรองปัจจัยเบื้องต้นด้วยวิธี FMEA พร้อมทั้งประยุกต์ใช้เทคนิคการออกแบบการทดลองเศษส่วนเชิงแฟคทอเรียลแบบสองระดับ (2k Factorial Fraction Design) เพื่อลดปัจจัยหลักที่ไม่มีอิทธิพลออก ทำให้ได้ปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญจำนวน 3 ปัจจัย ได้แก่ 1.ระดับของชุดตะแกรงหัวปั่นผสม 2.ความเร็วรอบของชุดหัวปั่นผสม และ 3.อุณหภูมิเริ่มต้นของวัตถุดิบของเหลว พร้อมทั้งประยุกต์ใช้การออกแบบการทดลองพื้นผิวตอบสนอง (Response Surface Method) แบบบอกซ์-เบห์นเคน (ฺBox-Behnken) เพื่อหาค่าระดับของปัจจัยที่เหมาะสมของทั้ง 3 ปัจจัย โดยค่าความสูงของตะกอนไม่เกิน 10±1 มิลลิเมตร โดยมีค่าก่อนการปรับปรุงกระบวนการผลิตไซรัปสีน้ำตาล มีค่าเฉลี่ยความสูงของตะกอนเป็น 20.89±2.26 มิลลิเมตร และค่า Cpk ของเครื่องผสม HSVM นั้นมีค่าเป็น -3.93 ซึ่งมีค่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน จากการวิเคราะห์ผลการทดลองสรุปได้ว่าค่าระดับปัจจัยที่เหมาะสมในการตั้งเครื่องผสม HSVM มีดังนี้ ระดับของชุดตะแกรงหัวปั่นผสม อยู่ที่ระดับแบบต่ำ ความเร็วรอบของชุดหัวปั่นผสมอยู่ที่ 2000 รอบ/นาที และอุณหภูมิเริ่มต้นของวัตถุดิบของเหลวอยู่ที่ 72.5 องศาเซลเซียส ซึ่งได้ทำการยืนยันผลโดยการปรับตั้งค่าเครื่องทำการผลิตจริงพร้อมติดตามผล ผลหลังการปรับปรุงกระบวนการผลิตไซรัปสีน้ำตาล มีค่าเฉลี่ยความสูงของตะกอนเป็น 10.48±0.32 มิลลิเมตร และค่า Cpk ของเครื่องผสม HSVM นั้นมีค่าเป็น 2.56 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีเกินคาด และยังส่งผลให้ประสิทธิภาพของเครื่องผสมไซรัป HSVM นั้นผลิตไซรัปได้โดยไม่เกิดของเสียจากกระบวนการอีกเลย
Comparison Of Dashboard Development Between Waterfall Model And Agile Methodologies, Siribhop Yooyongchuen
Comparison Of Dashboard Development Between Waterfall Model And Agile Methodologies, Siribhop Yooyongchuen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Agile Methodology is a concept that focus on communication between product developers and users. The objective is to make product be rapidly developed and effectively meets users’ needs. Objective of this study is to compare dashboard development method between agile methodology and waterfall model. There are 3 dimensions in comparison; speed of development, users’ satisfaction, and efficiency of dashboard. The study used descriptive and experimental research. The sample is dashboard users in Company L. The study is conducted by establishing timeline of dashboard development, semi-constructed interview, and survey applying Technology Acceptance Model and Theory of Planned Behavior. The result of …
การปรับปรุงสถานีงานตรวจสอบถังแก๊สคลอรีนโดยใช้การประเมินทางสรีรวิทยาในการทำงาน และชีวกลศาสตร์, ภาณุพงศ์ ภาวิไล
การปรับปรุงสถานีงานตรวจสอบถังแก๊สคลอรีนโดยใช้การประเมินทางสรีรวิทยาในการทำงาน และชีวกลศาสตร์, ภาณุพงศ์ ภาวิไล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารคลอรีนที่มีความชื้นสูงสามารถกัดกร่อนถังโลหะบรรจุสารคลอรีนจนเกิดการรั่วไหล การนำถังมาบรรจุสารคลอรรีนใหม่จึงต้องมีการตรวจสอบและระบายน้ำออกจากถังโดยการยกถังคลอรีนคว่ำลง แต่การยกถังหนัก 50 กิโลกรัม จำนวน 100 ถังต่อคนต่อวัน และท่าทางการยกที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดปัญหาการปวดหลังของพนักงาน ผลจากการประเมินภาระงานของพนักงานเพศชายทั้ง 10 คน พบว่าค่าแรงกดอัดสูงสุดที่กระดูกสันหลังส่วนล่างเฉลี่ยตลอดการยกอยู่ที่ 5,673.4 นิวตัน และ ผลจากการประเมินภาระความเหนื่อยล้าของงาน โดยวิเคราะห์อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งอาจเกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานในอนาคต จากการปรับปรุงการทำงานทั้ง 3 แนวทางพบว่า แนวทางการใช้อุปกรณ์ช่วยยกคลอรีนและการใช้กล้องงูสามารถลดค่าแรงกดอัดสูงสุดที่กระทำต่อกระดูกหลังส่วนล่างเหลือน้อยกว่า 1,224.8 นิวตัน และผลประเมินภาระความเหนื่อยล้าของงานอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยกลายเป็นงานภาระเบา แต่แนวทางการใช้พนักงาน 2 คนยกถังคลอรีนสามารถลดค่าแรงกดอัดสูงสุดที่กระทำต่อกระดูกสันหลังส่วนล่างได้น้อยกว่า 3,992.4 นิวตัน และผลประเมินภาระความเหนื่อยล้าของงานอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยเพียง 4 คนจากพนักงานทั้ง 10 คน ตามแนวทางประเมินของ Brouha ดังนั้นทางหน่วยงานกรณีศึกษาจึงได้เลือกแนวทางการใช้อุปกรณ์ช่วยยกและพลิกถังคลอรีน เนื่องจากมีความคุ้มค่าในการลงทุนเทียบกับระดับความปลอดภัยที่ได้รับ
Key Success Factors Identification For Logistics Outsourcing In Myanmar, Pyae Sone Htoon
Key Success Factors Identification For Logistics Outsourcing In Myanmar, Pyae Sone Htoon
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The purpose of this paper is to identify the key success factors that have a profound effect on the service quality of outsourced logistics functions in the import/export sector of trade business in Myanmar and rank them accordingly to their importance when outsourcing logistics functions. The paper states the critical elements required for logistics service providers to compete for high customer satisfaction in Yangon, Myanmar. Fuzzy TOPSIS methodology with triangular fuzzy numbers is used to identify the key success factors and rank them in order of their relative closeness to the ideal solution. The findings suggest that soft factors such …
การจัดสมดุลสายการประกอบผลิตภัณฑ์ผสมแบบขนานหลายวัตถุประสงค์ที่ทำงานโดยคนงานและหุ่นยนต์, สุพิชชา งามพานิช
การจัดสมดุลสายการประกอบผลิตภัณฑ์ผสมแบบขนานหลายวัตถุประสงค์ที่ทำงานโดยคนงานและหุ่นยนต์, สุพิชชา งามพานิช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในงานวิจัยนี้ได้เสนอวิธีแก้ปัญหาของการจัดสมดุลสายการประกอบผลิตภัณฑ์ผสมลักษณะขนาน ที่มีการดำเดินงานการประกอบผลิตภัณฑ์โดยหุ่นยนต์, คนงาน และคนงานผู้พิการ สำหรับสายการประกอบแบบขนาน เป็นระบบการประกอบที่ประกอบด้วยสายการประกอบเส้นตรงตั้งแต่ 2 สายการประกอบขึ้นไป ถูกนำมาจัดเรียงในแนวขนานกัน มีข้อดีคือ ทำให้สามารถลดรอบเวลาของสายการประกอบลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เวลาดำเนินงานของบางขั้นงานมีค่าสูงกว่ารอบเวลาที่ต้องการของสายการประกอบ ในงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการแก้ปัญหาของจัดสมดุลสายการประกอบ 5 วัตถุประสงค์ ได้แก่ 1) ประสิทธิภาพของสายการประกอบมากที่สุด 2) ปริมาณการปล่อยฝุ่น PM2.5 จากหุ่นยนต์เฉลี่ยมีค่าน้อยที่สุด 3) ความแตกต่างของภาระงานเฉลี่ยระหว่างสถานีงานน้อยที่สุด 4) ค่าความแปรปรวนจากการใช้พลังงานของพนักงานน้อยที่สุด 5) มูลค่าภาษีที่สามารถประหยัดได้จากการจ้างงานคนพิการมากที่สุด ซึ่งถือเป็นปัญหาแบบเอ็นพีแบบยาก (NP-hard) ทำให้เป็นไปได้ยากที่จะได้คำตอบที่ดีที่สุด (Optimal Solution) ในระยะเวลาที่จำกัด ดังนั้นจึงจะประยุกต์ใช้อัลกอริทึมวิธีการเชิงวิวัฒนาการแบบมากวัตถุประสงค์ ที่ถูกจัดว่าเป็นเมตาฮิวริสติก (Metaheuristic) ในการแก้ปัญหา, พัฒนาคำตอบ และค้นหาค่าที่ดีที่สุดพร้อมๆกันไปของแต่ละวัตถุประสงค์ โดยอัลกอริทึมที่จะศึกษาและทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาของงานวิจัยนี้คือ วิธีการเชิงวิวัฒนาการแบบหลายวัตถุประสงค์โดยยึดหลักการจำแนก (MOEA/D) และ วิธีเชิงพันธุกรรมแบบการจัดลำดับที่ไม่ถูกครอบงำ III (NSGA-III) จากผลการเปรีบยเทียบตัวชี้วัดสมรรถนะของงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า NSGA-III มีสมรรถนะที่ดีเหนือกว่า MOEA/D ในเกือบทุกโจทย์ปัญหา