Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 361 - 375 of 375

Full-Text Articles in Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering

การจัดการบริหารความเสี่ยงสำหรับงานบริการหลังการขายในระบบอัดอากาศ, ปวีณา กุศลทิพย์เจริญ Jan 2015

การจัดการบริหารความเสี่ยงสำหรับงานบริการหลังการขายในระบบอัดอากาศ, ปวีณา กุศลทิพย์เจริญ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การบริการหลังการขาย กลายเป็นปัจจัยหลักในการเลือกเครื่องจักรเพราะความสามารถในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรมีผลกระทบโดยตรงต่อการผลิต ดังนั้นหลายบริษัทจึงใช้บริการการซ่อมบำรุงจากผู้จัดจำหน่ายหรือผู้แทนจำหน่ายซึ่งเป็นผู้มีความเชี่ยวชำนาญด้านความรู้และประสิทธิภาพด้านต้นทุนมากกว่า ถึงกระนั้นแล้วบางธุรกิจอาจยังคงมีปัญหาด้านการผลิตเนื่องจากการซ่อมบำรุง ในงานวิจัยนี้เป็นการกล่าวถึงกรณีศึกษาผู้แทนจำหน่ายเครื่องอัดอากาศที่เริ่มธุรกิจใหม่และได้รับข้อร้องเรียนจากลูกค้าในเรื่องการซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน เพื่อลดปัญหาเหล่านี้และเพื่อการเติบโตทางธุรกิจจึงประยุกต์การจัดการความเสี่ยงด้านการดำเนินงานเข้ามาเป็นตัวชี้วัดปัจจัยความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์หลังการขายและกลยุทธ์การให้บริการ หลังจากได้ระบุปัจจัยความเสี่ยงหลักและตัวบ่งชี้ความเสี่ยงแล้ว แผนการจัดการความเสี่ยงได้ถูกนำมาใช้ ผลการประยุกต์แสดงให้เห็นว่าข้อร้องเรียนรายเดือนจากลูกค้าในระยะเวลา 6 เดือนลดลงเฉลี่ยจากร้อยละ 2.3 เป็น 0.5


การนำแนวคิดการผลิตแบบลีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบตัวจับยึดหัวอ่านของฮาร์ดดิสก์, วุฒิชัย พรหมสุวรรณ Jan 2015

การนำแนวคิดการผลิตแบบลีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบตัวจับยึดหัวอ่านของฮาร์ดดิสก์, วุฒิชัย พรหมสุวรรณ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการตรวจสอบตัวจับยึดหัวอ่านของฮาร์ดดิสก์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีความสามารถในการตรวจสอบที่ต่ำกว่าเป้าหมาย โดยมีความสูญเปล่าในกระบวนการตรวจสอบ ในการปรับปรุงโดยใช้แนวคิดการผลิตแบบลีน เพื่อกำจัดความสูญเปล่าในกระบวนการตรวจสอบ ทำให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด แนวทางการปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบชิ้นงาน โดยมีขั้นตอนเริ่มตั้งแต่ ศึกษาขั้นตอนจับเวลาการทำงานเพื่อนำไปจัดทำเป็นแผนภาพภาระการทำงานของแต่ละคน เพื่อสามารถพบความสูญเปล่าของเวลาทำงาน ปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้เหมาะสมเพื่อลดความสูญเปล่าที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบชิ้นงาน จัดแบ่งภาระงานเพื่อให้พนักงานแต่ละคนใช้เวลาในการตรวจสอบใกล้เคียงกัน กำหนดวิธีการตรวจสอบชิ้นงาน โดยแบ่งภาพเป็นแต่ละส่วนเพื่อให้พนักงานตรวจสอบชิ้นงานได้ง่ายขึ้น และการปรับแผนผังกระบวนการเพื่อให้การไหลของงานสะดวกขึ้นสามารถลดพนักงานเคลื่อนย้ายลงได้ ผลการปรับปรุงพบว่า ประสิทธิภาพของกระบวนการตรวจสอบเพิ่มขึ้น คือความสามารถของกระบวนการตรวจสอบชิ้นงานเพิ่มขึ้น 16.27% และอัตราล็อตในการยอมรับชิ้นงานเพิ่มขึ้น 1.63% อีกทั้งยังส่งผลให้อัตราของเสียที่ลูกค้าพบลดลง 85.61% ซึ่งถือว่าผลที่ได้รับจากการปรับปรุงผ่านเป้าหมายที่กำหนดไว้ หลังจากนั้นจึงได้นำวิธีการปรับปรุงไปขยายผลให้กับพื้นที่อื่นๆพบว่า ความสามารถในการตรวจสอบชิ้นงานเพิ่มขึ้นจาก 2,895 pcs/hr เป็น 3,265 pcs/hr


การวัดประสิทธิภาพเชิงเปรียบเทียบของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วนัชพร สืบปรุ Jan 2015

การวัดประสิทธิภาพเชิงเปรียบเทียบของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วนัชพร สืบปรุ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดประสิทธิภาพการทำงานของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการประยุกต์ใช้ข้อมูลตัวชีวัดผลการดำเนินงาน (KPI) ปี 2558 ร่วมกับวิธีการล้อมกรอบข้อมูล (Data Envelopment Analysis : DEA) โดย DEA นั้นเป็นการวัดค่าประสิทธิภาพเชิงเปรียบเทียบซึ่งเป็นการวัดอัตราส่วนของปัจจัยนำเข้าและปัจจัยผลผลิต DEA เหมาะสำหรับองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ทำให้ DEA ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง ผลลัพธ์ที่ได้จาก DEA เรียกว่า ค่าประสิทธิภาพ โดยมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 1 ถ้าค่าประสิทธิภาพเชิงเเปรียบเทียบ ยิ่งมีค่ามาก ยิ่งแสดงถึงความมีประสิทธิภาพของหน่วยงานนั้น สำหรับงานวิจัยในครั้งนี้ ขอบเขตงานวิจัยคือ สำนักงานหลักสูตรวิศวกรรมนานาชาติและภาควิชาทั้ง 12 ภาควิชา งานวิจัยชิ้นนี้ได้แบ่งการวัดประสิทธิภาพออกเป็น 3 แบบ คือ การวัดประสิทธิภาพด้านการเรียน การวัดประสิทธิภาพด้านการสอน และการวัดประสิทธิภาพโดยรวม เมื่อทำการวัดประสิทธิภาพแล้ว จะทำให้ทราบว่าแต่ละหน่วยงาน มีประสิทธิภาพการทำงานเป็นอย่างไร นอกจากนี้ ยังสามารถบอกได้ถึงค่าปัจจัยต่างๆที่ควรลดหรือเพิ่มเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อได้วิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการล้อมกรอบข้อมูลพบว่า เมื่อวัดประสิทธิภาพด้านการสอน พบว่า 7 ภาควิชา (คิดเป็น 53.85%) มีประสิทธิภาพด้านการสอน สำหรับด้านการวิจัย 12 ภาควิชา (คิดเป็น 92.31%) มีประสิทธิภาพในด้านการวิจัย และเมื่อวัดประสิทธิภาพโดยรวม ภาควิชาที่มีประสิทธิภาพ มีทั้งสิ้น 12 ภาควิชา (คิดเป็น 92.31%)


Enhancing Safety Management System In An Offshore Aviation Company, Nazmus Saqib Jan 2015

Enhancing Safety Management System In An Offshore Aviation Company, Nazmus Saqib

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The main aim of the research is to enhance the safety management system through the introduction and tracking of safety performance indicator “non-compliance per flight hour”. All the non-compliances related to the main operational departments were gathered from the data base of the case study company for the year 2014. It was found that the non-compliances per flight hour were highest from the Aircraft Maintenance Department with the exact number being 3.30 non-compliances per flight hour. The scope of this research was therefore focused on the Aircraft Maintenance Department. Aircraft maintenance is a large department so the next step in …


Improvement Of Flat Concrete Roof Tile Manufacturing Process, Korkiat Wiratkapan Jan 2015

Improvement Of Flat Concrete Roof Tile Manufacturing Process, Korkiat Wiratkapan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this research is to improve the manufacturing process of a concrete roof tile manufacturing company to solve its problems of low labour productivity, rising labour costs and scarcity of labour. Initial analysis established that press forming was a bottleneck in the overall process and used the most manpower. Process activity mapping and Work study were used as tools to analyse the problems to identify non-value-added activities. The seven wastes technique was then applied to define the wastes in the manufacturing process. Improvement alternatives were identified with the aid of the ECRS technique and Lean tools, and these …


การลดสิ่งแปลกปลอมในกระบวนการสร้างเส้นลายวงจรในโรงงานผลิตแผงวงจรไฟฟ้าชนิดอ่อน, ปิยะนันท์ สยนานนท์ Jan 2014

การลดสิ่งแปลกปลอมในกระบวนการสร้างเส้นลายวงจรในโรงงานผลิตแผงวงจรไฟฟ้าชนิดอ่อน, ปิยะนันท์ สยนานนท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดปริมาณของเสียที่เกิดจากปัญหาสิ่งแปลกปลอมในกระบวนการสร้างเส้นลายวงจรในโรงงานผลิตแผงวงจรไฟฟ้าชนิดอ่อน โดยการประยุกต์ใช้แนวคิด ซิกซ์ ซิกมา งานวิจัยเริ่มจากการนิยามปัญหาสิ่งแปลกปลอมในกระบวนการสร้างเส้นลายวงจร การวัดเพื่อกำหนดสาเหตุของปัญหาได้เลือกปัจจัยนำเข้าหลักมาพิสูจน์ความมีนัยสำคัญ การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาโดยการประยุกต์ใช้การออกแบบการทดลองเชิงแฟคทอเรียลแบบ 2 ระดับ (2k Factorial Design) เพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยที่มีผลต่อการทำให้เกิดของเสีย โดยพบว่ามี 3 ปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้องกับของเสียที่เกิดขึ้น คือ ความเข้มของแสง UV ในกระบวนการถ่ายเส้นลายวงจร ความเข้มข้นของสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ และอุณหภูมิของสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ในกระบวนการลอกลายเส้นลายวงจร ซึ่งเมื่อทําการทดลองเพื่อหาระดับปัจจัย สรุปได้ว่าระดับของปัจจัยที่เหมาะสมในการลดปัญหาสิ่งแปลกปลอม คือ ความเข้มของแสง UV 50 mJ/cm2 ในกระบวนการถ่ายเส้นลายวงจร อุณหภูมิของสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ 48°C และ ความเข้มข้นของสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ 3.5%wt ในกระบวนการลอกลายเส้นลายวงจร จากนั้นจึงกำหนดแผนการควบคุมตัวแปรต่างๆ โดยจัดทำเป็นมาตรฐานวิธีการปฏิบัติงาน ผลหลังการปรับปรุงพบว่าค่าเฉลี่ยของเสียลดลงจาก 0.27% เหลือเพียง 0.004% โดยการประเมินปริมาณการผลิตคาดว่ามูลค่าความสูญเสียจะลดลงได้ถึง 336,770 บาทต่อเดือน


A Production Planning System For A Lubricating Oil Production Company, Panisorn Saerevatanawoot Jan 2014

A Production Planning System For A Lubricating Oil Production Company, Panisorn Saerevatanawoot

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this research is to develop a production planning system for a lubricating oil company. The company is facing a problem of excessive inventory of finished goods and packaging materials resulting from the minimum stock levels that were established by its customer. The scope of the system covers class A products, consisting of 14 of 45 products in the company, and their packaging materials. The causes of the inventory problem were brainstormed with the use of Cause-and-Effect Diagram, then the Cause-and-Effect Matrix was used to identify potential root causes. It was concluded that master production schedule (MPS) of …


Scheduling In A Textile Dyeing Factory, Nattakarn Uttamapinant Jan 2014

Scheduling In A Textile Dyeing Factory, Nattakarn Uttamapinant

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this research is to develop a scheduling system for a textile dyeing factory in order to reduce production lead time and late deliveries. The factory has 9 un-identical groups of machines with capacities ranging from 10 kg to 800 kg. On average, it processes 140 jobs per week. It has a problem of late delivery caused by jobs that have different fabrics to be dyed to the same colors and must be dyed together in the same dyeing machine. Scheduling these jobs is complicated because a large portion of them will need re-dyeing and it is not …


Efficiency Improvement Of Picking Process At An Automotive Parts Retailer Warehouse, Phunyisa Saerevatanawoot Jan 2014

Efficiency Improvement Of Picking Process At An Automotive Parts Retailer Warehouse, Phunyisa Saerevatanawoot

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The objective of this research is to improve efficiency of picking process to meet customer expectation, hence, increase customer satisfaction and trust. This research proposes three phases of methodology, which are define, propose and implement phase, to increase efficiency of picking process by controlling and minimising picking time. Define phase describes warehouse picking process activities and procedures and defines problems and their effects. Key performance indices are brainstormed based on the problems to identify factors that are able to indicate level of picking process efficiency. In propose phase, customer behaviours, customer types, and time expectations are observed. Opportunities for improvement …


Determination Of Interconnection Rate For Thailand's Mobile Telecommunication Industry, Thanoot Yamajinda Jan 2014

Determination Of Interconnection Rate For Thailand's Mobile Telecommunication Industry, Thanoot Yamajinda

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Relatively high and unbalanced level of termination rates can cause conflict between operators, and create burden for the consumers. It is within the regulator’s responsibility to step in and intervene with the situation. This thesis aims to find an appropriate solution to determine the mobile interconnection rate of Thailand. The calculation utilized a bottom-up cost model developed with modern efficient operation assumption. Three possible costing approaches, i.e. Long Run Incremental Cost (LRIC), Long Run Average Incremental Cost (LRAIC), and Long Run Average Incremental Cost Plus (LRAIC+) were studied. LRAIC+ was chosen as the standard basis for the calculation framework to …


Production Process Improvement For The Marinated Pork Factory, Patcharaporn Musuwan Jan 2014

Production Process Improvement For The Marinated Pork Factory, Patcharaporn Musuwan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

A marinated pork manufacturing company of Thailand has been wanting to expand its sales channels by moving its marinated pork products from solely lower market sales channel into Thailand’s hypermarket in order to attract more customer target groups. To do so, the company needed to adapt all Good Manufacturing Practices (GMP) standards in its factories and become GMP certified by Thailand’s Food and Drug Administration (FDA) to satisfy the requirement of most popular hyper markets in Thailand. The aim of this thesis is to implement solutions that would help this marinated pork company achieve GMP standards and improve its production …


Outsourcing Management Of Engineering Work In Petroleum Exploration And Production, Panunee Thongprasom Jan 2014

Outsourcing Management Of Engineering Work In Petroleum Exploration And Production, Panunee Thongprasom

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Since there is no official outsourcing management system in the studied Petroleum Exploration and Production company, many outsourcing projects under the studied company have been facing with a lot of schedule delays. Therefore, the purpose of this research is to find an appropriate and efficient outsourcing management system which consists of workflow and procedure including supporting tools and techniques for using with outsourcing engineering work in the studied company to minimize the delays. The approach is to review outsourcing management practices and recommended tools from literatures and gather information from the studied company’s outsourcing experiences including best practices to develop …


การศึกษากลยุทธ์ทางธุรกิจของมิเตอร์อัจฉริยะ, ธนพินท์ มังคละภาณุพงศ์ Jan 2014

การศึกษากลยุทธ์ทางธุรกิจของมิเตอร์อัจฉริยะ, ธนพินท์ มังคละภาณุพงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เล่มนี้เป็นการศึกษาแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจของมิเตอร์อัจฉริยะ ที่ใช้ Balanced Scorecard ในการแปลงกลยุทธ์ไปสู่ภาคปฏิบัติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาดัชนีชี้วัด (Key Performance Indicator: KPI) และ ปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จ (Critical Success Factor: CSF) สำหรับขั้นตอนในการทำ Balanced Scorecard จะเริ่มจากการกำหนดวิสัยทัศน์ และพันธกิจ ของธุรกิจมิเตอร์อัจฉริยะ หลังจากนั้นทำการวิเคราะห์ SWOT Analysis แล้วจับคู่ให้อยู่ในรูป TOWS Matrix เพื่อหาวัตถุประสงค์และตัวชี้วัดในการจัดทำแผนที่เชิงกลยุทธ์ (Strategy Map) โดยมีกรอบการวัดและประเมินผลของธุรกิจ ผ่านมุมมองการวัดผล 4 ด้าน คือ มุมมองการเรียนรู้และการเติบโต มุมมองกระบวนการภายใน มุมมองด้านลูกค้า และมุมมองด้านการเงิน โดยมีดัชนีชี้วัดทั้งหมด 32 ตัว และมีปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จทั้งหมด 20 ตัว ตัวอย่างเช่นดัชนีชี้วัดและปัจจัยหลักสู่ความสำเร็จของมุมมองด้านการเรียนรู้และเติบโตคือ ความปลอดภัยของพนักงาน และจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุในสายการผลิต มุมมองด้านกระบวนการภายในคือ อัตราของเสียจากการผลิตและจำนวนของเสียที่เกิดขึ้นในสายการผลิต มุมมองด้านลูกค้า คือ อัตราการส่งคืนสินค้าและจำนวนมิเตอร์อัจฉริยะที่ถูกส่งคืน และมุมมองด้านการเงิน คือ อัตราส่วนรายได้ในส่วนของลูกค้ารายใหม่และจำนวนลูกค้ารายใหม่ที่เพิ่มขึ้น โดยขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการกำหนดแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ของธุรกิจเพื่อกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ ขั้นตอนในการดำเนินงาน การควบคุมและติดตามผลการดำเนินงาน ผลจากการศึกษาโดยการสำรวจความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญพบว่า แผนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์จะใช้ได้ในช่วงการเริ่มต้นธุรกิจ โดยมีแบบแผนปฎิบัติการในการควบคุมการดำเนินงานตามตัวชี้วัดในแต่ละมุมมอง


การศึกษาปัจจัยที่ก่อให้เกิดตามดในกระบวนการหล่อฉีดแรงดันสูง, แพรวดี แก้วคงคา Jan 2014

การศึกษาปัจจัยที่ก่อให้เกิดตามดในกระบวนการหล่อฉีดแรงดันสูง, แพรวดี แก้วคงคา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อตามดในกระบวนการหล่อฉีดแรงดันสูงอลูมิเนียม R14 สำหรับคอมเพรสเซอร์ของชิ้นส่วนยานยนต์ ที่แรงดันในการฉีด 75 ถึง 85 เมกกาปาสคาล ความเร็วในการเคลื่อนที่ของลูกสูบที่ความเร็วต่ำ 0.16 ถึง 0.30 เมตรต่อวินาที ความเร็วในการเคลื่อนที่ของลูกสูบที่ความเร็วสูง 1.8 ถึง 3.0 เมตรต่อวินาที ระยะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง 320 ถึง 340 มิลลิเมตร และแรงดันสุญญากาศ -93.0 ถึง -100.0 กิโลปาสคาล โดยการตรวจสอบการวิเคราะห์พื้นผิวตอบสนองกับวิธีบ็อกซ์-เบหน์เคน การออกแบบเพื่อศึกษาปัจจัยและความสัมพันธ์ของพารามิเตอร์และหาสภาวะที่เหมาะสมเพื่อลดสัดส่วนตามดให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด จากผลการทดลองพบว่าทั้ง 5 ปัจจัยมีอิทธิพลต่อการเกิดข้อบกพร่องประเภทตามดอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้สัดส่วนของเสียตามดลดลงเหลือ 5.18 เปอร์เซ็นต์จากการตั้งค่าสภาวะที่เหมาะสมจากการทดลองได้แก่ แรงดันในการฉีดคือ 85 เมกกะปาสกาล การเคลื่อนที่ของลูกสูบที่ความเร็วต่ำคือ 0.30 เมตรต่อวินาที การเคลื่อนที่ของลูกสูบที่ความเร็วสูงคือ 2.49 เมตรต่อวินาที ระยะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงคือ 326.81 มิลลิเมตร และแรงดันสุญญากาศที่ -97.28 กิโลปาสกาล


การปรับปรุงกระบวนงานของสำหนังานประกันสังคมโดยใช้แนวทาง ลีน ซิกซ์ ซิกมา, กาญจน์ สุนทราภา Jan 2006

การปรับปรุงกระบวนงานของสำหนังานประกันสังคมโดยใช้แนวทาง ลีน ซิกซ์ ซิกมา, กาญจน์ สุนทราภา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงการกระบวนงานให้บริการของสำนักงานประกันสังคมเขต 6 โดยการหาแนวทางเพื่อลดจำนวนขั้นตอนและระยะเวลาที่ผู้ประกันตนใช้ในการรับบริการในกระบวนงานขอรับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคมจำนวน 5 ประเภทงาน โดยงานวิจัยนี้ใช้แนวคิดและขั้นตอนของ ลีน ซิกซ์ ซิกมา ซึ่งประกอบด้วย การนิยามปัญหา การวัดและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสภาพปัญหา การวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา การหาแนวทางปรับปรุงแก้ไข และการควบคุมและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จากการวิเคราะห์ระบบการให้บริการพบว่าสาเหตุหลักของปัญหาเกิดจากการกำหนดขั้นตอนการให้บริการและการจัดสรรเจ้าหน้าที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นจึงกำหนดแนวทางในการปรับปรุงระบบการให้บริการตามแนวทางลีน ซิกซ์ ซิกมาโดย 1) ออกแบบผังที่นั่งทำงานของเจ้าหน้าที่ใหม่ 2) ปรับลดและรวมขั้นตอนการทำงาน 3) ปรับปรุงการจัดการการไหลของงานเอกสาร 4) จัดสรรจำนวนเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสมและสมดุลในแต่ละขั้นตอนการทำงาน 5) จัดการฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้หลายหน้าที่ ทั้งนี้ในขั้นตอนการจัดรูปแบบของระบบการให้บริการ และจัดจำนวนเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสมได้ใช้วิธีการเขียนแบบจำลองเข้ามาช่วย ซึ่งพบว่าหลังจากปรับปรุงระบบการให้บริการสามารถลดจำนวนเจ้าหน้าที่ในระบบให้บริการลงได้ อีกทั้งค่าเฉลี่ยของระยะเวลาที่ผู้ประกันตนอยู่ในระบบของทั้ง 5 ประเภทงานมีค่าลดลง คือ ก่อนปรับปรุงมีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง 35-45 นาทีได้ลดลงจนมีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง 30.9-35.1 นาที และร้อยละของผู้ประกันตนที่ใช้เวลาในระบบเกิน 40 นาทีได้ลดลงจากร้อยละ 19-90 เหลือร้อยละ 0.71-4.9