Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Electrical and Computer Engineering Commons

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2021

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 2401 - 2417 of 2417

Full-Text Articles in Electrical and Computer Engineering

การพัฒนาขั้นตอนวิธีสำหรับจำแนกโรคอ้อยที่พบมากในประเทศไทย, ณัฏฐ์ภัค ลาวัลย์วงศ์ Jan 2021

การพัฒนาขั้นตอนวิธีสำหรับจำแนกโรคอ้อยที่พบมากในประเทศไทย, ณัฏฐ์ภัค ลาวัลย์วงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สำหรับการจำแนกโรคอ้อยที่พบมากบนพันธุ์ขอนแก่น 3 ซึ่งเป็นพันธุ์อ้อยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย จะให้ความสำคัญในการวิเคราะห์โรคที่ส่งผลรุนแรงต่อใบอ้อย เช่น โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย เชื้อรา และแมลง จากการตรวจหาและระบุโรคที่เกิดขึ้นในอ้อยซึ่งต้องการผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และเวลา จึงมีแนวคิดในการสร้างระบบที่ช่วยในการจำแนกโรคอ้อยที่มีความแม่นยำอย่างอัตโนมัติ ซึ่งส่งผลให้การวินิจฉัยโรคทำได้รวดเร็วมากขึ้น เป็นระบบอัจฉริยะสำหรับจำแนกประเภทและลักษณะอาการของโรคอ้อย (Intelligent System Diagnosis Sugarcane Diseases with Deep Convolutional Neural Network) เป็นระบบที่ให้ผู้ใช้งานอัพโหลดรูปภาพใบอ้อย สามารถบ่งบอกโรคอ้อยและระบุสาเหตุพร้อมวิธีการป้องกันหรือควบคุม โดยระบบมีความสามารถในการจำแนกชนิดของโรคอ้อย 5 คลาส ได้แก่ โรคเส้นกลางใบแดง (Red Rot) โรคราสนิม (Rust) โรคใบจุดวงแหวน (Ring Spot) โรคใบขาว (White Leaf) และใบสมบูรณ์ (Normal) ที่มีค่า Mean Average Precision (mAP) สูงถึง 0.8681 หรือร้อยละ 86.81


การวิเคราะห์สมรรถนะของโพรโทคอลการควบคุมการเข้าถึงตัวกลางแบบฟูลดูเพลกซ์อสมมาตรในกรณีที่มีสถานีซ่อนเร้น, ธีศิษฎ์ ศรีประเสริฐ Jan 2021

การวิเคราะห์สมรรถนะของโพรโทคอลการควบคุมการเข้าถึงตัวกลางแบบฟูลดูเพลกซ์อสมมาตรในกรณีที่มีสถานีซ่อนเร้น, ธีศิษฎ์ ศรีประเสริฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้นำเสนอการจำลองทำงานของโพรโทคอลการเข้าถึงตัวกลางแบบฟูลดูเพลกซ์แบบอสมมาตรด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ในการประเมินสมรรถนะของระบบทั้งในสภาวะที่มีและไม่มีสถานีซ่อนเร้น ในงานวิจัยนี้เริ่มจากการศึกษามาตรฐานโพรโทคอล IEEE802.11 และประเมินค่าทรูพุตของระบบโดยพิจารณาถึงผลกระทบของการมีอยู่ของสถานีซ่อนเร้น ผลการทดสอบพบว่าสถานีซ่อนเร้นเป็นปัญหาหลักของโพรโทคอลการเข้าถึงตัวกลางที่อาศัยกลไกการจับมือสองทาง กล่าวคือ ค่าทรูพุตของระบบลดลงจากกรณีที่ไม่มีสถานีซ่อนเร้นอย่างมีนัยสำคัญ ในทางปฏิบัติ การใช้กลไกการจับมือแบบสี่ทางเป็นวิธีที่ถูกนำมาใช้งานเพื่อแก้ปัญหาของสถานีซ้อนเร้น ผลการทดสอบด้วยโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นกับตัวอย่างโครงข่ายกรณีศึกษาแสดงให้เห็นว่าการเพิ่มกระบวนการการขอการส่งแพ็กเก็ตอาร์ทีเอสและการตอบรับด้วยแพ็กเก็ตซีทีเอสเป็นกลไกที่ช่วยลดผลกระทบของสถานีซ้อนเร้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องตรงกับงานวิจัยที่มีอยู่เดิม ผู้เขียนได้ทำการพัฒนาโปรแกรมต่อยอดให้สามารถจำลองการทำงานของระบบการสื่อสารแบบฟูลดูเพลกซ์แบบอสมมาตร เพื่อใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ และประเมินสรรถนะ ในการใช้งานโปรแกรมสามารถกำหนดให้สถานีอยู่ ณ ตำแหน่งใด ๆ ก็ได้ เพื่อให้สามารถจำลองสถานการณ์ที่มีสถานีซ้อนเร้นในรูปแบบต่างกันได้ตามต้องการ โดยได้ทำการจำลองในหลาย ๆ สถานการณ์ ในขนาดหน้าต่างช่วงชิง 16 และ 32 ผลการทดสอบพบว่าการที่สถานีไม่มีการซ่อนเร้นกันเลยทำให้ไม่สามารถสร้างฟูลดูเพลกซ์ได้ เนื่องจากสัญญารบกวนกันของสถานีที่อยู่ใกล้กัน เมื่อนำวิธีผลกระทบจากการยึดได้ มาใช้งาน ผลการทดสอบทำให้สามารถสร้างสร้างฟูลดูเพลกซ์ได้ และได้ค่าทรูพุตที่ดีขึ้น ในการทดลองต่อไปคือการทำในรูปแบบที่มีสถานีซ่อนเร้นกัน ผลการทดลองพบว่าสามารถสร้างสร้างฟูลดูเพลกซ์ได้ และเมื่อนำวิธีผลกระทบจากการยึดได้ มาใช้งานทำให้ค่าทรูพุตดีขึ้นประมาณ 5-10 % โดยประมาณ การทดลองต่อไปเป็นการทดลองเพิ่มสถานีส่งให้มากขึ้น ผลการทดลองพบว่าค่าทรูพุตจะลดลงตามลำดับจำนวนสถานีทั้งในกรณีที่ใช้ผลกระทบจากการยึดได้ และไม่ใช้เพราะสถานีที่มากขึ้นจะทำการแย่งกันส่งสัญญาณชนกัน และสิ่งที่สังเกตที่ได้จากการทดลองของการใช้ผลกระทบจากการยึดได้ ก็คือสถานีปลายทางจะรับข้อมูลได้อย่างยุติธรรมมากขึ้น


การประยุกต์ใช้การวัดอิมพีแดนซ์กับการตรวจสอบสภาพให้ซึมผ่านได้ของเยื่อหุ้มเซลล์, พัชรพล กังวาลโชคชัย Jan 2021

การประยุกต์ใช้การวัดอิมพีแดนซ์กับการตรวจสอบสภาพให้ซึมผ่านได้ของเยื่อหุ้มเซลล์, พัชรพล กังวาลโชคชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาการตรวจสอบสภาพให้ซึมผ่านได้ของเยื่อหุ้มเซลล์ที่เกิดจากอิเล็กโตรพอเรชัน ด้วยการประยุกต์ใช้การวิเคราะห์อิมพีแดนซ์. วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ เพื่อทดลองวัดอิมพีแดนซ์ของเซลล์โดยอาศัยระบบของไหลจุลภาคเพื่อควบคุมทิศทางของสนามไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าในการวัด และเพื่อประยุกต์ใช้การวัดอิมพีแดนซ์เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมอิเล็กโตรพอเรชันของเซลล์. เซลล์ทั้งหมด 3 ชนิด ถูกใช้ในงานวิจัยนี้ ได้แก่ เซลล์ดอกอัญชัน, เซลล์มาโครฟาจ J774 และเซลล์มะเร็งสุนัขชนิดมาสต์เซลล์. การวัดค่าอิมพีแดนซ์ใช้ความถี่อยู่ในช่วง 10 kHz ถึง 100 kHz. การประยุกต์ใช้ระบบของไหลจุลภาค ทำให้สามารถกระตุ้นให้เกิดอิเล็กโตรพอเรชัน ได้ด้วยแรงดันต่ำในช่วงตั้งแต่ 2 Vp ถึง 4 Vp. Corrected total cell fluorescence (CTCF) ถูกพิจารณาประกอบในการตรวจสอบสภาพให้ซึมผ่านได้ของเยื่อหุ้มเซลล์ร่วมกับการวัดอิมพีแดนซ์. เงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการทำอิเล็กโตรพอเรชันแบบชั่วคราวกับเซลล์มะเร็งสุนัขชนิดมาสต์เซลล์ คือ 2.5 Vp, ความถี่ 20 kHz และจำนวนลูกคลื่น 50 cycles (ทั้งหมด 15 ครั้ง) ซึ่งให้ประสิทธิภาพ 50%. การแยกความแตกต่างเซลล์ที่เกิดอิเล็กโตรพอเรชันแบบชั่วคราวและแบบถาวร กระทำโดยใช้สีย้อมฟลูออเรสเซนต์ Yo-Pro-1 และ Propidium iodide (PI) ร่วมกัน. สภาพให้ซึมผ่านได้ของเยื่อหุ้มเซลล์สามารถตรวจสอบได้ผ่านการวัดค่าความนำไฟฟ้า. ขนาดของการเปิดช่องของเยื่อหุ้มเซลล์สามารถตรวจสอบได้ในเชิงปริมาณ จากความแตกต่างระหว่างค่าความนำไฟฟ้ากรณีไม่มีเซลล์ถูกจับยึด และกรณีหลังป้อนพัลส์ไฟฟ้าสำหรับกระตุ้นการเปิดช่องของเยื่อหุ้มเซลล์ (∆GC). การคืนสภาพของเยื่อหุ้มเซลล์ตามเวลาไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยการวัดค่าความนำไฟฟ้าในงานวิจัยนี้ เนื่องจากความนำไฟฟ้าของสารละลายมีค่าสูงขึ้นตามเวลา ซึ่งสวนทางกับค่าการเปลี่ยนแปลงความนำไฟฟ้าที่เกิดจากการคืนสภาพของเยื่อหุ้มเซลล์. นอกจากนี้ แรงดันของพัลส์ที่สูงขึ้นเพียงเล็กน้อย อาจทำให้เยื่อหุ้มเซลล์เสียสภาพโดยถาวรได้. ทว่า เมื่อลดขนาดแรงดันไฟฟ้าหรือจำนวนลูกคลื่นลง การเกิดอิเล็กโตรพอเรชันจะไม่สามารถสังเกตได้อย่างชัดเจน.


การพยากรณ์โหลดไฟฟ้าของเกาะพะงันและการประยุกต์ใช้ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่กับการตัดยอดโหลดไฟฟ้า, ภาคภูมิ น้อยวรรณะ Jan 2021

การพยากรณ์โหลดไฟฟ้าของเกาะพะงันและการประยุกต์ใช้ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่กับการตัดยอดโหลดไฟฟ้า, ภาคภูมิ น้อยวรรณะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์นี้นําเสนอการประยุกต์ใช้ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่กับการตัดยอดโหลดไฟฟ้าเพื่อให้โหลดไฟฟ้ารวมสูงสุดรายปีของเกาะพะงันมีค่าไม่เกินพิกัดการรับโหลดกำลังไฟฟ้าของสายเคเบิลใต้น้ำ การประยุกต์ใช้ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่กับการตัดยอดโหลดไฟฟ้าต้องอาศัยการพยากรณ์โหลดไฟฟ้ารวมสูงสุดและเวลาที่เกิดโหลดไฟฟ้ารวมสูงสุด เราพัฒนาแบบจําลองวิธีปรับให้เรียบด้วยเอ็กซ์โปเนนเชียลของโฮลท์-วินเทอร์ร่วมกับแบบจําลองโครงข่ายประสาทเทียม (Integrated Holt-Winters Exponential Smoothing and Artificial Neural Networks; IHWANN) เพื่อพยากรณ์โหลดไฟฟ้ารายชั่วโมงล่วงหน้า 1 วัน ผลการทดลองเชิงตัวเลขแสดงให้เห็นว่าแบบจำลอง IHWANN มีความแม่นยํามากกว่าแบบจําลองวิธีปรับให้เรียบด้วยเอ็กซ์โปเนนเชียลของโฮลท์-วินเทอร์ (Holt-Winters Exponential Smoothing) และแบบจําลองโครงข่ายประสาทเทียม (Artificial Neural Networks) หลังจากนั้น เราประยุกต์ใช้งานแบบจำลอง IHWANN ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่เพื่อตัดยอดโหลดไฟฟ้าโดยกำหนดให้โหลดไฟฟ้ารวมสูงสุดรายปีของเกาะพะงันมีค่าไม่เกินพิกัดการรับโหลดของสายเคเบิลใต้น้ำ อีกทั้ง เรานําเสนอการออกแบบขนาดของระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ และเวลาเหมาะที่สุดสำหรับการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ 2 ขั้น โดยขั้นตอนวิธีอย่างง่ายของการหาค่าเหมาะที่สุดเชิงการจัด (Combinatorial Optimization) เมื่อเปรียบเทียบระหว่างการออกแบบระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ 1 ขั้น กับการออกแบบระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ 2 ขั้น พบว่าการออกแบบระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ 1 ขั้น มีอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return; IRR) -30.079% และการออกแบบระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่แบบ 2 ขั้นมีอัตราผลตอบแทนภายใน -11.296% ดังนั้น การออกแบบระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ 2 ขั้นมีความเหมาะสมในการลงทุนมากว่าการออกแบบระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ 1 ขั้น


การวิเคราะห์ประโยชน์ด้านเศรษฐศาสตร์ของระบบผลิตไฟฟ้าแบบกระจายตัวสำหรับการให้บริการเสริมด้านกำลังไฟฟ้าเสมือนในประเทศไทย, ภูวศรัณย์ พิสุทธไทรงาม Jan 2021

การวิเคราะห์ประโยชน์ด้านเศรษฐศาสตร์ของระบบผลิตไฟฟ้าแบบกระจายตัวสำหรับการให้บริการเสริมด้านกำลังไฟฟ้าเสมือนในประเทศไทย, ภูวศรัณย์ พิสุทธไทรงาม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การเพิ่มขึ้นของความจุกำลังการผลิตติดตั้งของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบกระจายตัวในประเทศไทยอาจลดการพึ่งพาระบบผลิตไฟฟ้าแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นผู้ให้บริการหลักในการบริการเสริมของระบบไฟฟ้า เมื่อปริมาณบริการเสริมลดจำนวนลง ระบบไฟฟ้าอาจพบกับปัญหาในหลายด้าน เช่น ไฟฟ้าดับ และ คุณภาพไฟฟ้าต่ำ ดังนั้น ได้มีการเสนอแนวคิดของการนำระบบผลิตไฟฟ้าแบบกระจายตัวมาเป็นผู้ให้บริการเสริม สำหรับการศึกษาครั้งนี้เน้นที่การศึกษาการนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบกระจายตัวมาให้บริการกำลังไฟฟ้าเสมือน และศึกษาความคุ้มค่าในด้านเศรษฐศาสตร์เมื่อนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบกระจายตัวมาช่วยเหลือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบดั้งเดิมในการจายกำลังไฟฟ้าเสมือน โดยอาจส่งผลต่อปริมาณกำลังไฟฟ้าสำรองพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าที่สั่งเดินเครื่อง โปรแกรม DIgSILENT และวิธีการแบ่งต้นทุนกำลังไฟฟ้าสำรองถูกใช้ในการดำเนินการศึกษาครั้งนี้ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการให้บริการกำลังไฟฟ้าเสมือนจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบกระจายตัวทำให้เกิดความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐศาสตร์ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณกำลังไฟฟ้าสำรองพร้อมจ่ายจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบดั้งเดิม


ระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัยโดยใช้ขอบข่ายงานการเรียนรู้ของเครื่องบนคลาวด์, อรรถวุฒิ อิสระวิริยะกุล Jan 2021

ระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัยโดยใช้ขอบข่ายงานการเรียนรู้ของเครื่องบนคลาวด์, อรรถวุฒิ อิสระวิริยะกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การทำนายพฤติกรรมผู้อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญสำหรับอาคารอัจฉริยะ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เน้นการพัฒนาระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ เนื่องจากเครื่องปรับอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในอาคารที่กินพลังงานไฟฟ้าสูง และมีความเกี่ยวข้องกับความรู้สึกสบายของผู้อยู่อาศัยโดยตรง จากการศึกษางานวิจัยก่อนหน้า แบบจำลองทำนายความรู้สึกสบายเชิงความร้อนถูกสร้างจากข้อมูลที่เก็บโดยการตอบแบบสอบถาม จากนั้นผลลัพธ์ของแบบจำลองจะถูกใช้ในการควบคุมเครื่องปรับอากาศ การเปิดปิดเครื่องปรับอากาศใช้วิธีกำหนดระยะกระจัด ระหว่างที่อยู่อาศัยกับผู้อยู่อาศัย ซึ่งเมื่อผู้อยู่อาศัยเข้าใกล้ที่อยู่อาศัยมากกว่ารัศมีที่กำหนด ระบบจะสั่งเปิดการทำงาน วิธีการที่กล่าวไปข้างต้นทั้งหมดมีปัญหาคือ หากผู้อยู่อาศัยไม่ป้อนข้อมูล แบบจำลองจะให้ผลลัพธ์ไม่ตรงกับความรู้สึกสบายเชิงความร้อนจริง และการกำหนดระยะรัศมี ไม่สามารถสะท้อนถึงพฤติกรรมที่เป็นกิจวัตร วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงนำเสนอระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศด้วยขอบข่ายงานการเรียนรู้ของเครื่องแบบปรับตัวได้ โดยใช้ข้อมูลสภาวะแวดล้อมที่เก็บค่าได้ ข้อมูลสภาพอากาศ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางที่เป็นกิจวัตร ในการสร้างแบบจำลองการทำนายการมาถึงของผู้อยู่อาศัย ซึ่งใช้ในการเปิดปิดเครื่องปรับอากาศโดยอัตโนมัติ และแบบจำลองการจำแนกความรู้สึกสบายเชิงความร้อน ซึ่งใช้ในการปรับอุณหภูมิให้สอดคล้องกับความรู้สึกสบายผู้อยู่อาศัย ระบบที่พัฒนาขึ้นถูกประยุกต์ใช้บนคลาวด์ ทำให้สามารถลดภาระในการประมวลผลของอุปกรณ์ปลายทาง และสามารถพัฒนาเพิ่มเติมโดยปราศจากขีดจำกัดของอุปกรณ์ ระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถควบคุมเครื่องปรับอากาศแบบเรียลไทม์ โดยการฝึกสอนแบบจำลองใหม่โดยอัตโนมัติทำให้การทำนายการมาถึงของผู้อยู่อาศัยล่วงหน้า 10 นาทีมีความแม่นยำมากกว่า 90% และการจำแนกความรู้สึกสบายเชิงความร้อน มีค่าเรียกกลับของความรู้สึกสบายมากกว่า 80% ถึงแม้พฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไป


ระบบส่องสว่างอัจฉริยะสำหรับการเลียนแบบแสงในรอบวันและแสงจ้า, สมยศ สันติมาลัย Jan 2021

ระบบส่องสว่างอัจฉริยะสำหรับการเลียนแบบแสงในรอบวันและแสงจ้า, สมยศ สันติมาลัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านแสงประดิษฐ์ได้รับการพัฒนามากขึ้นให้เหมาะสมต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมุ่งที่จะพัฒนาระบบส่องสว่างอัจฉริยะสำหรับการเลียนแบบแสงในรอบวันและแสงจ้า โดยผลการวิจัยสามารถสรุปได้ดังนี้ การศึกษาลักษณะการกระจายพลังงานของสเปกตรัม (SPD) แสงในรอบวัน ณ อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม แสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิสัมพันธ์ของสี (CCT) และค่าความเข้มของแสงแตกต่างกันในฤดูร้อนและฤดูหนาวเนื่องจากปัจจัยหลักเกี่ยวกับระยะห่างและองศาในการได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ ระบบส่องสว่างถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้โปรแกรม RGB–Input software สำหรับคัดเลือกหลอด RGB–LED 2 แบบ ได้แก่ LED–A และ LED–B ซึ่งให้ CCT ในช่วง 3,500 – 10,000 เคลวิน และกำหนดค่าพิกัด x – y บนแผนภาพสี (Chromaticity diagram) ของทั้งสองฤดู โดยพิจารณาจากค่าทางเรดิโอเมทตรี โฟโตแมตรี และค่าความผิดพลาดของ CCT ผลการวิเคราะห์พบว่า LED–A มีประสิทธิภาพในการควบคุมการให้แสงตามกำหนดที่ดีกว่า LED–B การพัฒนาระบบส่องสว่างอัจฉริยะเพื่อเลียนแบบแสงในรอบวันโดยใช้หลอด LED–A และหลอด white–LED สามารถปรับปรุงการให้สีของแสงที่มีพิกัด x – y ของแสงใกล้เคียงกับแสงในรอบวันมากขึ้น โดยมีความสว่างสูงสุดที่ 339 ลักซ์ ค่า CS สูงสุดที่ 0.40 ซึ่งจะเป็นแสงที่เลียนแบบแสงในช่วงบ่ายของทั้งสองฤดู จากผลการทดลองยังพบว่าในระดับความสว่างที่เท่ากัน แสงที่มีองค์ประกอบของคลื่นแสงสีน้ำเงินสูงกว่าจะให้การกระตุ้นที่สูงกว่าอย่างชัดเจน จากการทดสอบโดยใช้ผู้เข้าร่วมการวิจัย จำนวน 32 คน พบว่า ค่าคะแนนเฉลี่ยด้านความพึงพอใจ การออกแบบรูปลักษณ์ที่ทันสมัย และความสะดวกในการใช้งานของระบบไฟแสงประดิษฐ์อัจฉริยะมีค่าคะแนนมากกว่าโคมไฟทางการค้า


การกำหนดขนาดที่เหมาะสมของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่โดยคำนึงถึงการจัดสรรกำลังผลิตและพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนในระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย, อัจฉรา ยิ้มประไพ Jan 2021

การกำหนดขนาดที่เหมาะสมของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่โดยคำนึงถึงการจัดสรรกำลังผลิตและพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนในระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย, อัจฉรา ยิ้มประไพ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันมีการส่งเสริมให้นำพลังงานหมุนเวียนเข้ามาใช้งานมากยิ่งขึ้น เนื่องจากไม่มีค่าเชื้อเพลิง เป็นพลังงานสะอาด ซึ่งแหล่งเชื้อเพลิงหลักที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย คือ เชื้อเพลิงฟอสซิล ซี่งแนวโน้มจะขาดแคลนและมีราคาสูงในอนาคต ดังนั้นพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม จึงกลายมาเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพื่อนำมาใช้ผลิตไฟฟ้า แต่การเพิ่มขึ้นของพลังงานนี้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของความต้องการใช้ไฟฟ้า เนื่องจากไม่สามารถควบคุมและไม่สามารถพยากรณ์ได้อย่างแน่นอน และส่งผลต่อการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จึงเสนอให้นำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เข้ามาใช้งานในระบบไฟฟ้า เพื่อพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่น และมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และราคาการติดตั้งยังมีแนวโน้มที่ลดลงอีกด้วย วิทยานิพนธ์ฉบับนี้นำเสนอการหาขนาดของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่เหมาะสม เมื่อมีการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน และทำงานร่วมกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในแผนการเดินเครื่องแบบเดิม เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยที่ต้นทุนในระบบไฟฟ้านั้นต่ำที่สุด ซึ่งทำการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ และพิจารณาราคาการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ร่วมด้วย ในงานนี้พิจารณาการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนในแต่ละการทดสอบ โดยใช้ข้อมูลความต้องการใช้ไฟฟ้าและแผนการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จากผลการวิเคราะห์พบว่าสามารถหาขนาดที่เหมาะสมของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ได้ เมื่อมีพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนเพิ่มขึ้น 90% โดยทำงานร่วมกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและได้ผลของต้นทุนของระบบที่ต่ำที่สุดเมื่อพิจารณาราคาในการติดตั้งของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ร่วมด้วย


การสังเคราะห์อนุภาคนาโนของทองแดงโดยใช้กระบวนการทางไฟฟ้าช่วย, พชร ชลายน Jan 2021

การสังเคราะห์อนุภาคนาโนของทองแดงโดยใช้กระบวนการทางไฟฟ้าช่วย, พชร ชลายน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ทองแดงอนุภาคนาโนเป็นวัสดุที่มีการนำมาใช้งานอย่างแพร่หลาย ทั้งในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ทางด้านพลังงาน และทางการแพทย์ ทองแดงและออกไซด์ของทองแดงอนุภาคนาโนมีสมบัติการต้านเชื้อแบคมีเรียที่ใกล้เคียงกับเงินอนุภาคนาโนแต่มีราคาที่ต่ำกว่ามาก จึงมีแนวโน้มในการนำมาใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น แต่เนื่องจากการสังเคราะห์ทองแดงอนุภาคนาโนมีข้อจำกัดหลายประการ ได้แก่ วิธีการสังเคราะห์ทางเคมีและไฟฟ้าเคมีมักใช้สารตั้งต้นและให้ผลิตผลพลอยได้ที่เป็นสารพิษ วิธีการสังเคราะห์บางวิธีจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่ซับซ้อนและบำรุงรักษายาก และวิธีการสังเคราะห์ส่วนใหญ่ควบคุมขนาดของอนุภาคที่สังเคราะห์ได้ยาก งานวิทยานิพนธ์นี้จึงได้พัฒนาวิธีการสังเคราะห์ทองแดงอนุภาคนาโนโดยใช้วิธีทางไฟฟ้าช่วย ที่ไม่เกิดผลิตผลพลอยได้ที่เป็นพิษ อุปกรณ์ที่ใช้ในการสังเคราะห์หาได้ง่าย และสามารถควบคุมขนาดของอนุภาคทองแดงที่สังเคราะห์ได้ โดยเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากวิธีทางไฟฟ้าเคมีที่ใช้แท่งทองแดงเป็นขั้วแอโนดเพื่อให้ไอออนของทองแดงแก่สารละลาย ใช้กรดแอสคอร์บิกเป็นสารรีดิวซ์ และใช้กัมอารบิกเป็นสารที่ทำให้เกิดการคงตัว โดยสามารถสังเคราะห์ทองแดงอนุภาคไมโครและนาโนได้โดยใช้ไฟฟ้ากระแสตรงแรงดัน 1.5 V และไฟฟ้ากระแสสลับแบบ Rectangular pulse train ที่แอมพลิจูด 1.5 V ที่ความถี่ตั้งแต่ 1 Hz–10 kHz และสังเคราะห์คอปเปอร์ (II) ออกไซด์อนุภาคนาโน โดยใช้วิธีทางไฟฟ้าช่วยร่วมกับ Ultrasonication และสังเคราะห์คอปเปอร์ (I) ออกไซด์อนุภาคนาโนจากคอปเปอร์ (II) ออกไซด์อนุภาคนาโนโดยใช้วิธี Hydrothermal อนุภาคที่สังเคราะห์ได้ทั้งหมดได้นำไปตรวจสอบขนาดและธาตุองค์ประกอบด้วยวิธี Scanning Electron Microscopy (SEM) และ Energy Dispersive Spectrometry (EDS) ผลการตรวจสอบพบว่าค่าเฉลี่ยของขนาดของอนุภาคทองแดงลดลงเมื่อใช้ความถี่ของ Pulse train ที่สูงขึ้น และพบว่าทองแดงอนุภาคไมโครและนาโนที่สังเคราะห์ได้โดยใช้ไฟฟ้ากระแสตรงที่แรงดัน 0.75 V ร่วมกับวิธี Ultrasonication มีขนาดเฉลี่ย 575 nm และ 118 nm ตามลำดับ อนุภาคของคอปเปอร์ (II) ออกไซด์ที่สังเคราะห์ได้ มีขนาดเฉลี่ยที่ 56 nm และอนุภาคของคอปเปอร์ (I) ออกไซด์ที่สังเคราะห์ได้ มีขนาดเฉลี่ยที่ 50 nm นอกจากนี้ได้นำอนุภาคที่สังเคราะห์ได้ทั้ง 4 ชนิดที่ความเข้มข้น 0.5 mmol/ml ไปทดสอบสมบัติการต้านเชื้อแบคทีเรีย (Antibacterial properties) โดยใช้วิธี Conventional total viable count test โดยใช้เชื้อแบคทีเรียมาตรฐาน 4 ชนิด คือ Escherichia …


Optical Metasurfaces, Fatih Balli Jan 2021

Optical Metasurfaces, Fatih Balli

Theses and Dissertations--Physics and Astronomy

Traditional optical elements, such as refractive lenses, mirrors, phase plates and polarizers have been used for various purposes such as imaging systems, lithographic printing, astronomical observations and display technology. Despite their long-term achievements, they can be bulky and not suitable for miniaturization. On the other hand, recent nanotechnology advances allowed us to manufacture micro and nanoscale devices with ultra-compact sizes. Metasurfaces, 2D engineered artificial interfaces, have emerged as candidates to replace traditional refractive lenses with ultra-thin miniaturized optical elements. They possess sub-wavelength unit cell structures with a specific geometry and material selection. Each unit cell can uniquely tailor the phase, …


Game-Theoretic Analysis Of Effort Allocation Of Contributors To Public Projects, Jared Soundy, Chenhao Wang, Clay Stevens, Hau Chan Jan 2021

Game-Theoretic Analysis Of Effort Allocation Of Contributors To Public Projects, Jared Soundy, Chenhao Wang, Clay Stevens, Hau Chan

School of Computing: Conference and Workshop Papers

Public projects can succeed or fail for many reasons such as the feasibility of the original goal and coordination among contributors. One major reason for failure is that insufficient work leaves the project partially completed. For certain types of projects anything short of full completion is a failure (e.g., feature request on software projects in GitHub). Therefore, project success relies heavily on individuals allocating sufficient effort. When there are multiple public projects, each contributor needs to make decisions to best allocate his/her limited effort (e.g., time) to projects while considering the effort allocation decisions of other strategic contributors and his/her …


Targeted Metabolomics Analysis Of Postoperative Delirium, Bridget A. Tripp, Simon T. Dillon, Min Yuan, John M. Asara, Sarinnapha M. Vasunilashorn, Tamara G. Fong, Eran D. Metzger, Sharon K. Inouye, Zhongcong Xie, Long H. Ngo, Edward R. Marcantonio, Towia A. Libermann, Hasan H. Otu Jan 2021

Targeted Metabolomics Analysis Of Postoperative Delirium, Bridget A. Tripp, Simon T. Dillon, Min Yuan, John M. Asara, Sarinnapha M. Vasunilashorn, Tamara G. Fong, Eran D. Metzger, Sharon K. Inouye, Zhongcong Xie, Long H. Ngo, Edward R. Marcantonio, Towia A. Libermann, Hasan H. Otu

Department of Electrical and Computer Engineering: Faculty Publications

Postoperative delirium is the most common complication among older adults undergoing major surgery. The pathophysiology of delirium is poorly understood, and no blood-based, predictive markers are available. We characterized the plasma metabolome of 52 delirium cases and 52 matched controls from the Successful Aging after Elective Surgery (SAGES) cohort (N= 560) of patients ≥ 70 years old without dementia undergoing scheduled major non-cardiac surgery. We applied targeted mass spectrometry with internal standards and pooled controls using a nested matched case-control study preoperatively (PREOP) and on postoperative day 2 (POD2) to identify potential delirium risk and disease markers. Univariate analyses identifed …


The Anisotropic Quasi-Static Permittivity Of Single-Crystal Β-Ga2O3 Measured By Terahertz Spectroscopy, Prashanth Gopalan, Sean Knight, Ashish Chanana, Megan Stokey, Praneeth Ranga, Michael A. Scarpulia, Sriram Krishnamoorthy, Vanya Darakchieva, Zbigniew Galazka, Klaus Irmscher, Andreas Fiedler, Steve Blair, Mathias Schubert, Berardi Sensale-Rodriguez Jan 2021

The Anisotropic Quasi-Static Permittivity Of Single-Crystal Β-Ga2O3 Measured By Terahertz Spectroscopy, Prashanth Gopalan, Sean Knight, Ashish Chanana, Megan Stokey, Praneeth Ranga, Michael A. Scarpulia, Sriram Krishnamoorthy, Vanya Darakchieva, Zbigniew Galazka, Klaus Irmscher, Andreas Fiedler, Steve Blair, Mathias Schubert, Berardi Sensale-Rodriguez

Department of Electrical and Computer Engineering: Faculty Publications

The quasi-static anisotropic permittivity parameters of electrically insulating beta gallium oxide (β-Ga2O3) were determined by terahertz spectroscopy. Polarization-resolved frequency domain spectroscopy in the spectral range from 200 GHz to 1 THz was carried out on bulk crystals along different orientations. Principal directions for permittivity were determined along crystallographic axes c and b and reciprocal lattice direction a*. No significant frequency dispersion in the real part of dielectric permittivity was observed in the measured spectral range. Our results are in excellent agreement with recent radio frequency capacitance measurements as well as with extrapolations from recent infrared measurements …


Bibliometric Review On Inertial Sensors Based Position Estimation Using Sensor Fusion, Animesh Mishra, Hamshita Kancharlapalli, Ankit Kumar, Aditya Chauhan, Parag Narkhede Jan 2021

Bibliometric Review On Inertial Sensors Based Position Estimation Using Sensor Fusion, Animesh Mishra, Hamshita Kancharlapalli, Ankit Kumar, Aditya Chauhan, Parag Narkhede

Library Philosophy and Practice (e-journal)

Background: This paper analyzes the position estimation of UAV in a 3D environment, on the basis of inertial sensors and sensor fusion algorithm, done from the year 1994 to 2020. This paper contains various bibliometric analyses previously done on this topic.

Methods: The content for this topic was taken from the popular Scopus database. The Scopus provides many filters for searching databases with different document categories like document by year, country, etc. The research carried in this paper also includes co-authorship, citation analysis, etc.

Results: A total of 345 articles were obtained from the last 20 years, on the topic …


Bibliometric Review On Applications Of Disease Detection Using Digital Image Processing Techniques, Jayant Jagtap, Rahil Sharma, Aryan Sinha, Nikhil Panda, Amulya Reddy Jan 2021

Bibliometric Review On Applications Of Disease Detection Using Digital Image Processing Techniques, Jayant Jagtap, Rahil Sharma, Aryan Sinha, Nikhil Panda, Amulya Reddy

Library Philosophy and Practice (e-journal)

Advances around the field of deep learning and cognitive computing have allowed mankind to look and solve the problems of the world in a completely new way. Deep learning has been making huge advancements in the field of healthcare, which most importantly focuses upon disease detection and disease prediction. Techniques such as these have been conceptualized the idea of early detection and economical ways of treating the predicted disease in particular. Still, it has been observed that there seems to be no change in the way diagnosis of a particular disease takes place even in the 21st generation of …


Bibliometric Review On Liver And Tumour Segmentation Using Deep Learning, Jayant Jagtap, Aamir Habeeb, Avinash Jha, Shrey Aggarwal, Khushi Gupta Jan 2021

Bibliometric Review On Liver And Tumour Segmentation Using Deep Learning, Jayant Jagtap, Aamir Habeeb, Avinash Jha, Shrey Aggarwal, Khushi Gupta

Library Philosophy and Practice (e-journal)

One of the major organs in the body is liver where tumors occur often. Malignant liver tumors pose a serious hazard to human life and health. Manual segmentation of the liver organ and tumor from computed tomography (CT) scans is difficult, time-consuming, and skewed to the clinician's experience, yet it is essential for hepatic surgical planning. However, due to the following considerations, segmenting liver tumors from computed tomography (CT) images is difficult: In CT pictures, the contrast between the liver tumor and healthy tissues is low, and the boundary is indistinct; the picture of the liver tumor is confusing, with …


Bibliometric Review On Image Based Plant Phenotyping, Shrikrishna Ulhas Kolhar, Jayant Jagtap Jan 2021

Bibliometric Review On Image Based Plant Phenotyping, Shrikrishna Ulhas Kolhar, Jayant Jagtap

Library Philosophy and Practice (e-journal)

Plant phenotyping is a quantitative description of structural, physiological and temporal traits of plants resulting from interaction of plant genotypes with the environment. A rapid development is in progress in the field of image-based plant phenotyping. Plant phenotyping has wide range of applications in plant breeding research, plant growth prediction, biotic and abiotic stress analysis, crop management and early disease detection. The main motive is to provide detailed bibliometric review in order to know the available literature and current research trends in the area of plant phenotyping using plant images. The bibliometric analysis is primarily based on Scopus, web of …