Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Civil and Environmental Engineering Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University

Discipline
Keyword
Publication Year
Publication
Publication Type

Articles 91 - 120 of 788

Full-Text Articles in Civil and Environmental Engineering

การบริหารระบบขนส่งมวลชนแบบบูรณาการกรณีของประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศสและประเทศญี่ปุ่น, นคร จันทศร, อรรถพล เก่าประเสริฐ Jan 2024

การบริหารระบบขนส่งมวลชนแบบบูรณาการกรณีของประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศสและประเทศญี่ปุ่น, นคร จันทศร, อรรถพล เก่าประเสริฐ

Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG)

In order to succeed in resolving troublesome urban transport problems, one should understand how transport demand occurs. The transport demand, which is derived demand, like the demand for a sewing machine derives from the demand for handmade clothes and the demand for marmalade derives from the demand for toast, is a result from people's need of participation in various social activities rather than the need of experiencing transportation system itself. Furthermore, travel pattern is intimately related to land use pattern, therefore instead of considering transportation and land use separately, both should be managed in parallel with each other to achieve …


การขนส่งทางถนนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน, เกษม ชูจารุกุล Jan 2024

การขนส่งทางถนนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน, เกษม ชูจารุกุล

Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG)

ปัจจุบันการขนส่งทางถนนได้พัฒนารุดหน้าไปมาก ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงจำเป็นทีจะ ต้องพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งให้เท่าเทียมกับมาตรฐานสากล เพื่อให้สามารถ เชื่อมโยงเส้นทางการค้าและขนส่งในภูมิภาคเข้าด้วยกัน บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอถึง สถานะปัจจุบันของการขนส่งทางถนนของประเทศไทย ให้ทราบถึงเส้นทางโครงข่ายต่างๆ ทั้งที่เป็น เส้นทางภายในประเทศ เส้นทางที่มีการตกลงทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี รวมไปถึงสถานการณ์ การขนส่ง ณ ด่านชายแดนที่สำคัญของประเทศ ที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อการขนส่งทางถนนกับประเทศ เพื่อนบ้าน การตระหนักถึงโครงสร้างพื้นฐานทางถนนเป็นพื้นฐานที่สำคัญต่อการตัดสินใจวางแผน งานในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลที่จำเป็นประกอบกับการพิจารณากฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ประเทศ ไทยจะนำมาใช้จัดทำแผนการดำเนินการตามความตกลงด้านการขนส่งทางถนนระหว่างประเทศไทย กับประเทศเพื่อนบ้าน


การตัดสินใจเลือกใช้บริการในอู่ซ่อมเรือ : กรณีศึกษาโครงการนิคมอุตสาหกรรมอู่เรือแหลมฉบัง, กิตติพงษ์ วิสมิตะนันทน์, อนุกัลย์ อิศรเสนา ณ อยุธยา Jan 2024

การตัดสินใจเลือกใช้บริการในอู่ซ่อมเรือ : กรณีศึกษาโครงการนิคมอุตสาหกรรมอู่เรือแหลมฉบัง, กิตติพงษ์ วิสมิตะนันทน์, อนุกัลย์ อิศรเสนา ณ อยุธยา

Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้ศึกษาปัจจัยและค่าระดับของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ บริการอู่เรือของผู้ประกอบการเดินเรือ และพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์สำหรับใช้ทำนาย ความคิดการเลือกใช้อู่เรือในนิคมอุตสาหกรรมอู่เรือแหลมฉบัง การวิเคราะห์และคัดเลือกปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการอู่เรือของผู้ ประกอบการเดินเรืออาศัยเทคนิคการวิเคราะห์ 2 วิธีคือ วิธีการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยความสำคัญของ ปัจจัย และวิธีวิเคราะห์ค่าคู่อันดับ ในส่วนของการพัฒนาแบบจำลองการเลือกใช้อู่เรือในนิคมฯ จะ สำรวจข้อมูลโดยอาศัยเทคนิค Stated Preference (SP) ซึ่งเป็นเทคนิคการศึกษาการตัดสินใจเลือก ใช้บริการอู่เรือภายใต้สถานการณ์สมมติ ข้อมูลที่ได้จะนำมาพัฒนาเป็นแบบจำลองประเภทโลจิต สำหรับวิเคราะห์สถานการณ์ทางเลือกที่มีเพียง 2 ทางเลือก (Binary Logit Model) คือทางเลือกอู่เรือ ในนิคมฯ กับอู่เรือที่ผู้ประกอบการเดินเรือใช้บริการอยู่ในปัจจุบัน ผลที่ได้จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่าปัจจัยที่ผู้ประกอบการอู่เรือควรให้ความสนใจเพื่อนำไป ปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ ได้แก่ ความถูกต้องของการคิดราคาค่าซ่อม การใช้วัสดุถูกต้อง ตามมาตรฐานกำหนด การซ่อมเสร็จตามเวลาที่กำหนด ความเหมาะสมของอัตราค่าซ่อม ระยะเวลา ที่ใช้ในการซ่อม ความสะดวกของสถานที่ตั้ง ความชำนาญของช่าง และ ระยะเวลาที่ใช้แก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้นหน้างาน และจากการตรวจสอบแบบจำลองพบว่าผู้ประกอบการเดินเรือไม่ได้ให้ความสำคัญ กับตัวแปรระยะทางระหว่างท่าเทียบเรือสุดท้ายก่อนการนำเรือเข้าซ่อมกับอู่เรือเนื่องจากมีค่าไม่แตก ต่างจากอู่เรือที่ใช้บริการอยู่ในปัจจุบันมากนัก และจากการวิเคราะห์ค่าความยืดหยุ่นพบว่าผู้ ประกอบการเดินเรือในประเทศไทยมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงตัวแปรราคาค่าซ่อมมากกว่า การเปลี่ยนแปลงของตัวแปรระยะเวลาในการซ่อมเรือที่ลดลง


การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการวางแผนและบริหารจัดการความต้องการหลุมจอดอากาศยาน, ณัฐภรณ์ เจริญธรรม, อนุกัลย์ อิศรเสนา ณ อยุธยา Jan 2024

การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการวางแผนและบริหารจัดการความต้องการหลุมจอดอากาศยาน, ณัฐภรณ์ เจริญธรรม, อนุกัลย์ อิศรเสนา ณ อยุธยา

Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG)

การวิจัยนี้เป็นการศึกษาการวางแผนและบริหารจัดการหลุมจอดอากาศยาน โดยใช้ ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ (ดอนเมือง) เป็นสถานที่ตัวอย่างในการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูล ลักษณะทางกายภาพ การให้บริการลานจอดอากาศยานและพฤติกรรมการเข้ามาใช้บริการหลุม จอดของอากาศยาน เพื่อหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับเป็นเครื่อง มือช่วยในการวิเคราะห์หาความต้องการหลุมจอดและช่วยในการวางแผนและบริหารจัดการใช้หลุม จอดที่มีอยู่ตามข้อจำกัดให้เพียงพอกับความต้องการ โดยโปรแกรมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ โปรแกรมการหาความต้องการหลุมจอดซึ่งขึ้นกับตารางการบินและกลยุทธ์การใช้หลุมจอดของท่า อากาศยาน และโปรแกรมการกำหนดอากาศยานเข้าใช้หลุมจอดตามข้อจำกัดที่มีอยู่โดยจำกัดเวลา ในการใช้หลุมจอดที่มีสะพานเทียบในช่วงเวลาที่มีความต้องการหลุมจอดสูง ผลลัพธ์ของโปรแกรม ประกอบไปด้วย Gantt Chart ซึ่งแสดงการครอบครองหลุมจอดของอากาศยานในแต่ละวัน สัดส่วน เป็นร้อยละของเวลาที่หลุมจอดถูกครอบครองและจำนวนครั้งที่หลุมจอดถูกใช้ใน 1 วัน ซึ่งการหา ความต้องการหลุมจอดโดยใช้โปรแกรมแสดงให้เห็นว่ามีความต้องการจำนวนหลุมจอดประเภทที่มี สะพานเทียบมากกว่าที่มีอยู่จริงภายใต้สมมติฐานที่กำหนด และผลการตรวจสอบความสมเหตุสม ผลของโปรแกรมการกำหนดอากาศยานเข้าใช้หลุมจอดเมื่อเทียบกับการปฏิบัติงานจริงของเจ้าหน้า ผู้ปฏิบัติงาน พบว่าโปรแกรมให้ผลที่สอดคล้องกับการดำเนินงานจริงได้ในระตับหนึ่ง แต่ไม่สามารถ กำหนดอากาศยานเข้าใช้หลุมจอดให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานจริงได้ทุกกรณี


การทบทวนฐานข้อมูลเพื่อการวางแผนการขนส่งในประเทศไทย, วรรณภา วัดบุญเลี้ยง Jan 2024

การทบทวนฐานข้อมูลเพื่อการวางแผนการขนส่งในประเทศไทย, วรรณภา วัดบุญเลี้ยง

Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG)

ข้อมูลด้านการขนส่งที่ถูกต้องและครบถ้วนมีความสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะเป็นเครื่องมือ ช่วยในการวิเคราะห์และตัดสินใจ เพื่อการวางแผนการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้ได้ทำ การศึกษาการเก็บและรวบรวมข้อมูลด้านการขนส่งจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและได้ทำการแบ่ง ประเภทของข้อมูลออกเป็น 10 ประเภท ตามลักษณะเนื้อหาของข้อมูลดังนี้ 1. อุปสงค์การขนส่งสินค้าและการเดินทาง 2. ข้อมูลผู้ประกอบการขนส่งสินค้าและบริการเกี่ยวกับการเดินทาง 3. เส้นทาง (ทางบก ทางรถไฟ ทางอากาศ ทางน้ำ ทางท่อ) 4. ยานพาหนะ (ยานพาหนะที่ใช้ขนส่งทางถนน รถไฟ อากาศยาน เรือ ท่อ) 5. ท่าขนส่งหรือสถานีขนส่ง (ท่ารถโดยสาร สถานีขนส่งรถบรรทุก ท่าอากาศยาน ท่าเรือ สถานีรถไฟ) 6. พลังงาน (เบนซิน ดีเซล น้ำมันเครื่องบิน แก๊สธรรมชาติ ไฟฟ้า เชื้อเพลิงคุณภาพตํ่า) 7. ข้อมูลด้านราคา 8. ผลกระทบและอุบัติเหตุจากการขนส่ง 9. ข้อมูลประชากร สังคม และเศรษฐกิจ ภูมิภาค และโลก 10. การจัดระเบียบการขนส่งและข้อมูลแผนคมนาคมขนส่ง จากการศึกษาทำให้พบว่าหน่วยงานต่างๆ ที่มีการรวบรวมข้อมูลและจัดเก็บข้อมูลด้านการ ขนส่ง มีปัญหาในการเก็บและรวบรวมข้อมูล ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็จะมีปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ตามประเภทและลักษณะของข้อมูล


ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย : กรณีศึกษา ท่าเรือแหลมฉบัง, วาสนา แพทยานนท์ Jan 2024

ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย : กรณีศึกษา ท่าเรือแหลมฉบัง, วาสนา แพทยานนท์

Journal of Transportation and Logistics (TRANSLOG)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อให้ทราบถึงระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการในด้าน ความถูกต้องรวดเร็วในการให้บริการ ความสะดวกในการติดต่อ ความสะอาด และความเป็นระเบียบ เรียบร้อยของสถานที่ การรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ความเอาใจใส่ในการให้บริการของ พนักงาน และสภาพความพร้อมของพนักงาน สถานที่และเครื่องมือการให้บริการ 2) เพื่อเปรียบ เทียบระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการตามประเภทของผู้ใช้บริการและลักษณะส่วนบุคคลทั้ง 6 ด้าน 3) เพื่อให้ทราบถึงปัญหาในการให้บริการในทั้ง6ด้านพร้อมทั้งข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมผู้ใช้บริการส่วนใหญ่มีระดับความพึงพอใจต่อการให้ บริการทั้ง 6 ด้าน ในระดับปานกลางเกือบทุกด้าน ยกเว้นด้านความสะอาดและความเป็นระเบียบ เรียบร้อยของสถานที่ที่ผู้ใช้บริการมีระดับความพึงพอใจมาก ส่วนประเภทธุรกิจของผู้ใช้บริการที่แตกต่างกันจะมีระดับความพึงพอใจทีแตกต่างกันในด้านการรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเพียงด้านเดียว กล่าวคือผู้ใช้บริการด้านเรือจะคำนึงถึงความปลอดภัยใน การเดินเรือ, การเทียบท่าและออกจากท่า ส่วนผู้ใช้บริการด้านสินค้าจะคำนึงถึงความปลอดภัยใน การเก็บรักษาสินค้าทั่วไป สินค้าอันตราย การป้องกันการสูญหายและเสียหายของสินค้า/ตู้สินค้า เป็นต้น


การใช้แสงไฟในเวลากลางคืนจากดาวเทียม คาดการณ์การใช้น้ำประปาของประเทศไทย, เจษฎายุทธ ไกรนรา Jan 2024

การใช้แสงไฟในเวลากลางคืนจากดาวเทียม คาดการณ์การใช้น้ำประปาของประเทศไทย, เจษฎายุทธ ไกรนรา

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้นำเสนอการใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายแสงไฟในเวลากลางคืนจากดาวเทียม (Night time light) และข้อมูลอื่น ๆ จากดาวเทียม มาเปรียบเทียบความสัมพันธ์กับการใช้น้ำประปา (ปริมาณน้ำจำหน่าย) ของจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยวิธีการหาความสัมพันธ์ของปริมาณน้ำจำหน่ายกับข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม เปรียบเทียบกับ ความสัมพันธ์ของปริมาณน้ำจำหน่าย กับข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมรายจังหวัด (GPP) จำนวนประชากรรายจังหวัด (POP) โดยการประยุกต์ใช้โปรแกรม QGIS แปลงข้อมูลจากดาวเทียม ได้แก่ ค่าแสงไฟในเวลากลางคืน (NTL) ค่าพื้นที่เมือง (URBAN) และค่าอุณหภูมิพื้นผิวในเวลากลางวัน (TEMP_DAY) ออกมาเป็นตัวเลขค่าเฉลี่ยรายจังหวัด เมื่อนำผลลัพธ์ที่ได้มาวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำจำหน่ายกับข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม พบว่าข้อมูลที่ได้จากดาวเทียมสามารถใช้เป็นตัวแทนของข้อมูลจากภาครัฐได้ค่อนข้างดี คือสามารถใช้เป็นตัวได้จำนวน 3 กลุ่มจังหวัด คิดเป็นร้อยละ 28 ของทั้งประเทศ ดังนั้น จึงสรุปได้ว่าแสงไฟในเวลากลางคืน และข้อมูลอื่น ๆ จากดาวเทียมสามารถนำมาเป็นตัวชี้วัดและนำมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนการขยายระบบประปาในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำสำคัญ: แสงไฟในเวลากลางคืน (Nighttime Light), การใช้น้ำประปาของประเทศไทย


Analysis Of Sediment-Discharge Hysteresis With The Interaction Of Hydrologic And Landscape Factors In The Upper Ping And Nan River Basin, Thailand, Soklin It Jan 2024

Analysis Of Sediment-Discharge Hysteresis With The Interaction Of Hydrologic And Landscape Factors In The Upper Ping And Nan River Basin, Thailand, Soklin It

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Understanding landscape and climate influences on sediment transport is critical for managing river basins sustainably. This study investigates hydrological-sediment dynamics in the upper Ping and Nan River Basins in northern Thailand. The research focuses on three objectives: (1) identifying types and temporal trends of hysteresis between discharge and sediment concentration (Q–SSC); (2) quantifying interactions among hydrological and vegetation variables using Principal Component Analysis (PCA); and (3) analyzing structural relationships among climate, vegetation, and sediment transport through Partial Least Squares Structural Equation Modeling (PLS-SEM). Hysteresis analysis revealed significant spatial and temporal variability in sediment dynamics. The Ping River Basin (stations P.75, …


การปรับปรุงรอยต่อสะพานเหล็กด้วยแผ่นพื้นเชื่อมต่อ, พัชรพล บัวทุม Jan 2024

การปรับปรุงรอยต่อสะพานเหล็กด้วยแผ่นพื้นเชื่อมต่อ, พัชรพล บัวทุม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การออกแบบและก่อสร้างสะพานเหล็กในอดีตมักใช้รอยต่อขยายตัว (Expansion Joint) เพื่อรองรับการเคลื่อนที่จากอุณหภูมิ แต่เมื่อใช้งานไประยะเวลาหนึ่งจะเกิดการเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการกัดกร่อนและความเสียหายสะสม เนื่องจากน้ำและสิ่งสกปรกซึมผ่านลงสู่โครงสร้างส่วนล่างได้ง่าย ส่งผลให้เกิดการเสื่อมสภาพของโครงสร้างบริเวณรอยต่อ เป็นภาระในการบำรุงรักษาและกระทบต่ออายุการใช้งานสะพาน การใช้แผ่นพื้นเชื่อมต่อ (Link Slab) จึงเป็นทางเลือกในการเพิ่มประสิทธิภาพสะพานเหล็กเดิม โดยมีบริเวณไม่ยึดติด (Debonded Zone) เพื่อลดความเค้นภายใน ร่วมกับการใช้คอนกรีตสมรรถนะสูงพิเศษ (UHPC) ที่มีความแข็งแรงทั้งด้านแรงอัดและแรงดึง และทนต่อการยืดตัวหลังแตกร้าว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แผ่นพื้นเชื่อมต่อยิ่งขึ้น การศึกษานี้พิจารณากรณีสะพานเหล็กช่วงพาดเดี่ยวปกติ 25 เมตร พบว่าเมื่อใช้ UHPC กำลังอัด 110 MPa สามารถเปลี่ยนรอยต่อสะพานเป็นแผ่นพื้นเชื่อมต่อได้ต่อเนื่อง 4 ช่วงพาด เพิ่มระยะห่างรอยต่อขยายตัวจาก 25 เมตรเป็น 100 เมตร ผลการวิเคราะห์โครงสร้างพบว่าแผ่นพื้นเชื่อมต่อที่ใช้วัสดุ UHPC ช่วยลดการเสียรูปโดยภาพรวมของสะพานจากน้ำหนักบรรทุกและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ อีกทั้งยังสามารถออกแบบเพื่อลดขนาดและปริมาณเหล็กเสริมลงได้ ดังนั้น การเปลี่ยนรอยต่อสะพานเป็นแผ่นพื้นเชื่อมต่อจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับแรง ลดต้นทุนบำรุงรักษาในระยะยาว อย่างไรก็ตามพบว่าอาจทำให้ฐานรองรับสะพานบางตำแหน่งต้องรับแรงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ออกแบบจึงควรพิจารณาปรับเปลี่ยนฐานรองรับให้เหมาะสมกับภาระที่เพิ่มขึ้นด้วย


Exploring The Enablers And Barriers Of Stakeholder's Collaboration Of Maas Platform: A Case Study Of Bangkok, Sirawit Chinvanichai Jan 2024

Exploring The Enablers And Barriers Of Stakeholder's Collaboration Of Maas Platform: A Case Study Of Bangkok, Sirawit Chinvanichai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research investigates the implementation of Mobility as a Service (MaaS) to address fragmented transport services in Bangkok, focusing on identifying enablers, barriers, and concerns for MaaS adoption while quantifying evaluation criteria to determine the most suitable MaaS model. A mixed-methods approach was employed, beginning with a literature review to identify initial enablers and barriers, which were refined through expert meetings. Semi-structured interviews with 14 experts provided deeper insights into Bangkok’s transport context and potential MaaS models, while an AHP survey involving 12 experts quantified and prioritized the evaluation criteria. The findings highlight the roles and responsibilities of MaaS application …


การวิเคราะห์หาเวลาหยุดที่เหมาะสมของหุ้นกู้แปลงสภาพได้ในโครงสร้างพื้นฐานร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน โดยใช้คอปูลา, สหัสวรรษ พาคำ Jan 2024

การวิเคราะห์หาเวลาหยุดที่เหมาะสมของหุ้นกู้แปลงสภาพได้ในโครงสร้างพื้นฐานร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน โดยใช้คอปูลา, สหัสวรรษ พาคำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ในอนาคตประเทศไทยจะมีโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public Private Partnership หรือ PPP) เกิดขึ้นในต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น ทำให้นำมาซึ่งความเสี่ยงหลายด้าน เช่น ความเสี่ยงด้านจำนวนผู้ใช้บริการ ความเสี่ยงด้านรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียม และความเสี่ยงด้านเงินกู้ เป็นต้น ส่งผลให้ภาคเอกชนขาดความมั่นใจเข้าร่วมลงทุนในโครงการ PPP ในต่างจังหวัด เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวภาครัฐต้องให้การสนับสนุนทางการเงินในโครงการ PPP ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาการใช้เงินทุนชั้นลอยด้วยการใช้หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible debenture) เป็นหุ้นกู้ที่ให้สิทธิหน่วยงานรัฐเป็นผู้ถือหุ้นในโครงสร้างเงินทุน ซึ่งเป็นรูปแบบการสนับสนุนทางการเงินใหม่ในโครงการ PPP และศึกษาสัดส่วนโครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสม โดยเสนอการพัฒนาตัวแบบทางคณิตศาสตร์เพื่อวิเคราะห์หาเวลาหยุดที่เหมาะสมสำหรับการแปลงหนี้ให้เป็นทุน ทั้งการวิเคราะห์แบบ Deterministic และ Stochastic ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนของตัวแปรเสี่ยงหลายตัว โดยใช้คอปูลา (Copula) วิเคราะห์ตัวแปรเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งจะช่วยเป็นการกำหนดตัวแปรสำคัญในตัวแบบทางคณิตศาสตร์ และนำตัวแบบทางคณิตศาสตร์ไปประยุกต์ใช้กับโครงการตัวอย่างจริง คือ โครงการทางพิเศษสายเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยเสนอเป็นทางเลือกให้กับหน่วยงานรัฐนำหุ้นกู้แปลงสภาพไปประยุกต์ใช้กับโครงการ PPP เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบรูปแบบการสนับสนุนและโครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสมสามกรณี ผลลัพธ์ที่ได้ คือ กรณีที่สามหน่วยงานรัฐให้การสนับสนุนเงินทุนชั้นลอยด้วยรูปแบบหุ้นกู้แปลงสภาพและให้เงินสนับสนุนทางตรงในโครงการ PPP ทำให้มีความคุ้มค่าทางการเงินของโครงการสูงสุด และสามารถวิเคราะห์หาเวลาหยุดที่เหมาะสมที่เกิดขึ้นในระยะเวลาดำเนินการของระยะสัมปทานโครงการได้


Development Of Regional Severity-Duration-Frequency (Sdf) Curves In Cambodia Using Standardized Precipitation Index (Spi), Sophanny Phan Jan 2024

Development Of Regional Severity-Duration-Frequency (Sdf) Curves In Cambodia Using Standardized Precipitation Index (Spi), Sophanny Phan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Drought is one of the most destructive natural hazards that causes scarcity and lack of water in hydrological basins and impacts economic, social, and environmental system. This study aims to develop Severity-Duration-Frequency (SDF) curves to provide a comprehensive characterization of droughts in the Lower Mekong River Basin in Cambodia from 1985 to 2022. A Bayesian bias correction technique was applied to improve reanalysis rainfall data from ERA-5, resulting in enhanced accuracy which evidenced by an 11% increase in correlation coefficients (R), a 9% improvement in Nash-Sutcliff efficiency (NSE), and a 45% reduction in RMSE. The corrected rainfall data were then …


การประยุกต์อุปกรณ์ล็อกยึดต้านแผ่นดินไหวสำหรับทางรถไฟยกระดับในประเทศไทย, ศิริวัฒน์ บุญญาภิสมภาร Jan 2024

การประยุกต์อุปกรณ์ล็อกยึดต้านแผ่นดินไหวสำหรับทางรถไฟยกระดับในประเทศไทย, ศิริวัฒน์ บุญญาภิสมภาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการพัฒนาประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยได้มีการพัฒนาโครงการทางคมนาคมหลายรูปแบบ โดยหนึ่งในโครงการที่น่าสนใจคือการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับ ถึงแม้ว่าไทยจะไม่ได้ตั้งอยู่ในเขตแผ่นดินไหวโดยตรง แต่แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวสามารถส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและต้นทุนค่าก่อสร้าง งานวิจัยฉบับนี้มุ่งเน้นการศึกษาอุปกรณ์ล็อกยึด (Lock-Up Device, LUD) ในโครงสร้างทางรถไฟยกระดับแบบต่อเนื่อง 3 ช่วง ช่วงละ 35 เมตร โดยมีความสูงของเสาตอม่อ 20 เมตร และถูกออกแบบให้รองรับรถไฟประเภท U20 สำหรับการทำงานของ LUD คือการล็อกการเคลื่อนที่ของโครงสร้างเมื่อเกิดแรงกระทำที่ทำให้โครงสร้างเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง เช่น แรงแผ่นดินไหว หรือแรงเบรกของขบวนรถไฟขณะที่ปล่อยให้โครงสร้างเคลื่อนที่อย่างอิสระภายใต้แรงกระทำที่มีความเร็วต่ำ เช่น การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิหรือแรงคืบของวัสดุ โดยทำการพิจารณาแผ่นดินไหวตามมาตรฐาน มยผ. (มาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหวของประเทศไทย) ผลการศึกษาพบว่าการติดตั้งอุปกรณ์ล็อกยึด สามารถช่วยกระจายแรงแผ่นดินไหวจากเสาตอม่อแบบ Fixed ไปยังเสาตอม่อแบบ Roller ทำให้โครงสร้างมีความสามารถต้านทานแรงแผ่นดินไหวได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ LUD ยังช่วยลดปริมาณเหล็กเสริมในเสาตอม่อส่งผลให้สามารถลดต้นทุนในการก่อสร้างได้ อีกทั้งชี้ให้เห็นว่า LUD มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความสามารถในการต้านทานแรงแผ่นดินไหวอย่างมีนัยสำคัญ


การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนกระบวนการบริหารงานเหล็กเสริมในโครงการก่อสร้าง, ภูมิพัฒน์ เดชชัย Jan 2024

การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนกระบวนการบริหารงานเหล็กเสริมในโครงการก่อสร้าง, ภูมิพัฒน์ เดชชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การบริหารจัดการเหล็กเสริมในงานก่อสร้างอย่างแม่นยำเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพโครงการและลดการสูญเสียวัสดุที่ไม่จำเป็น งานวิจัยนี้นำเสนอการพัฒนาระบบอัตโนมัติที่ผสานการทำงานของแบบจำลองสารสนเทศอาคาร (BIM), อัลกอริทึมการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยภาษา Python และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิทัศน์ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการเหล็กเสริมในขั้นตอนต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การถอดปริมาณ การวางแผนการตัดเหล็ก การตรวจนับเหล็กก่อนเก็บในคลัง และการตรวจสอบการติดตั้งก่อนเทคอนกรีต โดยใช้โมเดล YOLOv8 และ YOLOv8-seg ในการตรวจจับและจำแนกเหล็กเสริมจากภาพถ่ายภาคสนาม ผลลัพธ์จากการตรวจสอบถูกนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลจากแบบจำลองโครงสร้าง 3 มิติเพื่อประเมินความสอดคล้อง และวิเคราะห์รูปแบบการตัดเหล็กเพื่อให้เกิดเศษวัสดุน้อยที่สุดภายใต้ข้อจำกัดของความยาวเหล็กที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ระบบที่พัฒนาขึ้นแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและลดข้อผิดพลาดจากแรงงานคน พร้อมทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสภาพแวดล้อมจริงของสถานที่ก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ


แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใช้การจำลองสารสนเทศอาคารสำหรับวางแผนและดำเนินการโครงการปรับปรุงอาคารที่มีอยู่ให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน Leed, เพ็ญกัญญา ไพศาลเกียรติกุล Jan 2024

แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใช้การจำลองสารสนเทศอาคารสำหรับวางแผนและดำเนินการโครงการปรับปรุงอาคารที่มีอยู่ให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน Leed, เพ็ญกัญญา ไพศาลเกียรติกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

อาคารที่มีอยู่มักจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงดำเนินการและบำรุงรักษาอาคาร (operation and maintenance, O&M) ซึ่งมีการปล่อยคาร์บอนและใช้ทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงให้เป็นอาคารเขียว (green retrofitting) เป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานอาคาร งานวิจัยนี้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งใช้การจำลองสารสนเทศอาคาร (building information modeling, BIM) เพื่อรวบรวมและแสดงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับวางแผนและดำเนินการโครงการปรับปรุงอาคารที่มีอยู่ให้เป็นอาคารเขียวตามมาตรฐาน LEED V4.0 O+M แพลตฟอร์มดิจิทัลนี้ประกอบด้วย 4 มอดูลหลัก ได้แก่ 1) มอดูลจัดเตรียมข้อมูลจากแบบจำลอง BIM และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ 2) มอดูลวิเคราะห์เครดิต LEED เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ 3) มอดูลวางแผนและควบคุมโครงการโดยติดตามสถานะเครดิตและเอกสาร และ 4) มอดูลรายงานและแสดงผลเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการ แพลตฟอร์มนี้จะสามารถช่วยที่ปรึกษาอาคารเขียว ผู้จัดการโครงการ และเจ้าของโครงการในกระบวนการวางแผนและดำเนินงาน โดยผู้ร่วมโครงการทุกคนจะทำงานบนฐานข้อมูลเดียวกัน ทุกฝ่ายจะเข้าใจบทบาทและกิจกรรมที่ต้องดำเนินการในแต่ละช่วงของโครงการอย่างชัดเจน นอกจากนั้นแพลตฟอร์มยังช่วยจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสในการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนตามมาตรฐาน LEED V4.0 O+M


Modelling Of Competing Compensation And Excess Revenue Sharing In Project-Based Ppp Contracts: Machine Learning And Real Option Approaches, Lykeang Sorin Jan 2024

Modelling Of Competing Compensation And Excess Revenue Sharing In Project-Based Ppp Contracts: Machine Learning And Real Option Approaches, Lykeang Sorin

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Public Private Partnership (PPP) is now considered as a very common approach for the delivery of infrastructure projects, especially in developing countries in which fiscal budgets are limited. Most PPP projects are usually implemented as project-based, connecting existing infrastructure projects. However, transportation infrastructure projects as a whole work as a network of systems such as highway systems and mass rail transit (MRT) systems. Currently, the project-based approach to PPP implementation has created two unintended consequences: (1) fragmentation of the systems and (2) non-compete clause in PPP contracts preventing new development that may affect the future revenues of the concessionaire. The …


แพลตฟอร์มบล็อกเชนและสัญญาอัจฉริยะสำหรับการจัดการกระแสเงินสดในโครงการก่อสร้างเหล็กมอดุลาร์, กฤตพัฒน์ ภักดีธนวาณิช Jan 2024

แพลตฟอร์มบล็อกเชนและสัญญาอัจฉริยะสำหรับการจัดการกระแสเงินสดในโครงการก่อสร้างเหล็กมอดุลาร์, กฤตพัฒน์ ภักดีธนวาณิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การก่อสร้างเหล็กมอดุลาร์เป็นรูปแบบหนึ่งของการก่อสร้างนอกสถานที่ที่ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพของกระบวนการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการกระแสเงินสดในโครงการลักษณะนี้ยังคงเป็นความท้าทาย เนื่องจากขาดความชัดเจนด้านกระบวนการทางการเงิน ความไม่โปร่งใสในการทำธุรกรรม และปัญหาความไว้วางใจระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งอาจนำไปสู่ความล่าช้าในการชำระเงินและข้อขัดแย้งต่าง ๆ งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและสัญญาอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกระแสเงินสดในโครงการก่อสร้างเหล็กมอดุลาร์ โดยระบบสามารถติดตามความคืบหน้าโครงการแบบเวลาจริง และดำเนินการชำระเงินโดยอัตโนมัติเมื่อมีการบรรลุเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ระบบที่พัฒนาขึ้นแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือการพัฒนาสัญญาอัจฉริยะโดยอิงหลักการ Contract Factory pattern เพื่อรองรับลักษณะการดำเนินงานแบบหลายโครงการและหลายฝ่าย และ ส่วนที่สองคือการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันสำหรับเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ใช้งานกับสัญญาอัจฉริยะ ระบบต้นแบบถูกนำไปประยุกต์ใช้กับโครงการจำลองอาคารเหล็กสำเร็จรูป ณ ศูนย์ปฏิบัติการสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยปรับให้เป็นโครงการขนาด 5 ยูนิต เพื่อจำลองบริบทของการก่อสร้างแบบมอดุลาร์ ผลการประยุกต์ใช้งานและข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสะท้อนว่าระบบสามารถเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงาน และเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Investigation Of Mechanism And Inventory Of Greenhouse Gases Emission From Activated Sludge Wastewater Treatment Facility, Chawakorn Sanusan Jan 2024

Investigation Of Mechanism And Inventory Of Greenhouse Gases Emission From Activated Sludge Wastewater Treatment Facility, Chawakorn Sanusan

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This research aims to elucidate the mechanisms and quantify the inventory of greenhouse gas (GHG) emissions—specifically carbon dioxide (CO2), methane (CH4), and nitrous oxide (N2O)—from an activated sludge (AS) wastewater treatment facility at the Pattaya Wastewater Treatment Plant (Soi Wat Nongyai), Thailand. A closed dynamic flux chamber (CDC) technique coupled with a portable Fourier-transform infrared (FTIR) gas analyzer was utilized to measure gas concentrations across three critical units: the primary sedimentation tank, aeration tank, and final sedimentation tank together with a direct-probe technique to measure across the sludge thickening tank, and sludge dewatering area. Emission rates were calculated using both …


การพัฒนาถ่านชีวภาพจากกะลาแมคคาเดเมียเพื่อใช้เป็นตัวดูดซับสีซาฟรานิน, สุภานนท์ ตั้งหิรัญชัย Jan 2024

การพัฒนาถ่านชีวภาพจากกะลาแมคคาเดเมียเพื่อใช้เป็นตัวดูดซับสีซาฟรานิน, สุภานนท์ ตั้งหิรัญชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการนำกะลาแมคคาเดเมียที่เป็นของเสียภาคการเกษตรมาใช้ประโยชน์ด้วยการพัฒนาเป็นถ่านชีวภาพ เพื่อใช้เป็นตัวดูดซับซาฟรานินและนำไปขึ้นรูปเป็นเม็ด ด้วยการกระตุ้นทางความร้อนและสารเคมีเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดูดซับ โดยการศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพและเคมี การทดสอบประสิทธิภาพการดูดซับ จลนพลศาสตร์และไอโซเทอร์มการดูดซับซาฟรานิน อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อความสามารถดูดซับซาฟรานินของตัวดูดซับ จากการศึกษาพบว่า กะลาแมคคาเดเมียมีองค์ประกอบของคาร์บอนสูง แต่มีองค์ประกอบของเถ้าต่ำ มีโครงสร้างสารอินทรีย์ของเซลลูโลส เฮมิเซลลูโลสและลิกนินเป็นองค์ประกอบหลัก เมื่อนำไปผ่านกระบวนการความร้อนและกระตุ้นทางเคมี โครงสร้างที่พบจะเป็นคาร์บอนอสัณฐานเป็นหลัก เนื่องจากหมู่ฟังก์ชันของโครงสร้างเซลลูโลส เฮมิเซลลูโลสและลิกนินเกิดการสลายตัวเนื่องจากความร้อน พบว่าการกระตุ้นด้วยโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ และความร้อนที่ 900 องศาเซลเซียส (MNC_KOH_3_900) เกิดรูพรุนขึ้นเป็นจำนวนมากและพื้นผิวมีความขรุขระไม่เรียบเนียน มีพื้นที่ผิวจำเพาะและปริมาตรรูพรุนสูงสุดที่ 1,860.52 ตารางเมตรต่อกรัม และ 0.804 ลูกบาศก์ตารางเซนติเมตรต่อกรัม การศึกษาจลนพลศาสตร์การดูดซับซาฟรานินเป็นไปตามแบบจำลองปฏิกิริยาอันดับที่สองเสมือน ชี้ให้เห็นว่าเป็นกระบวนการดูดซับทางเคมี การศึกษาไอโซเทอร์มการดูดซับซาฟรานินเป็นไปตามแบบจำลองฟรุนดลิชโดยมีค่าความสามารถดูดซับซาฟรานินที่สภาวะสมดุล 603.68 มิลลิกรัมต่อกรัม ที่ความเข้มข้นซาฟรานินที่สมดุล 100 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยปฏิกิริยาการดูดซับเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน ในส่วนการขึ้นรูปเป็นเม็ดสามารถคงรูปและนำไปใช้ในการดูดซับซาฟรานินได้ ดังนั้น ตัวดูดซับที่พัฒนาจากกะลาแมคคาเดเมียนี้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการดูดซับซาฟรานินที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นทางเลือกหนึ่งในการสร้างมูลค่าให้กับของเสียภาคการเกษตร


Enhancing Mechanical Properties Of Recycled Aggregate Concrete For Sleepers Using Graphene Quantum Dots, Papassara Yamkasikorn Jan 2024

Enhancing Mechanical Properties Of Recycled Aggregate Concrete For Sleepers Using Graphene Quantum Dots, Papassara Yamkasikorn

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Concrete sleepers play a vital role in modern railway infrastructure due to their high strength and durability. This study explores the feasibility of using recycled aggregate concrete (RAC) as a sustainable alternative to natural aggregate (NA) in concrete sleeper production. Two sources of recycled aggregates were evaluated: general construction and demolition waste, and decommissioned railway sleepers. Replacement levels of 0%, 25%, 50%, 75%, and 100% by volume were investigated. Additionally, graphene quantum dots (GQDs) were incorporated into mixes to assess their potential in enhancing mechanical and durability properties. Experimental results showed that replacing natural aggregates with recycled aggregates, particularly from …


การคำนวณย้อนกลับแบบพลวัตเพื่อทำนายค่าโมดูลัสของโครงสร้างชั้นทางแบบยืดหยุ่นหลายชั้นจากการทดสอบ Fwd ด้วยวิธีการคำนวณแบบอ่อน, อัญชลี โฆษิตธรรมกุล Jan 2024

การคำนวณย้อนกลับแบบพลวัตเพื่อทำนายค่าโมดูลัสของโครงสร้างชั้นทางแบบยืดหยุ่นหลายชั้นจากการทดสอบ Fwd ด้วยวิธีการคำนวณแบบอ่อน, อัญชลี โฆษิตธรรมกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้นำเสนอแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องสำหรับการวิเคราะห์ย้อนกลับแบบพลวัต โดยใช้การทดสอบ FWD (Falling Weight Deflectometer) เพื่อทำนายค่าโมดูลัสของโครงสร้างชั้นทางสามชั้น ประกอบด้วยชั้นที่ 1 ชั้นแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete), ชั้นที่ 2 ชั้นพื้นทาง (Base) และชั้นที่ 3 ชั้นดินเดิม (Subgrade) โดยแต่ละชั้นมีค่าโมดูลัสยืดหยุ่นที่แตกต่างกัน ชุดข้อมูลที่ใช้ในการศึกษานี้สังเคราะห์ข้อมูล (Data Synthesis) ด้วยวิธีสติฟเนสแม่นตรงพิจารณาข้อมูลจาก 9 จุดการตรวจวัด (Geophones) ในช่วงเวลา 25 ช่วง รวมทั้งหมด 500 ชุดข้อมูล งานวิจัยได้พัฒนาแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องจำนวนสองแบบจำลอง ได้แก่ โครงข่ายประสาทเทียม (Artificial Neural Network: ANN) และแบบจำลองป่าสุ่ม (Random Forest: RF) และดำเนินการประเมินความแม่นยำของแบบจำลองด้วยตัวชี้วัดต่าง ๆ ได้แก่ ค่า RMSE, MAPE และ R² ผลการศึกษาพบว่าแบบจำลอง ANN มีความแม่นยำสูงกว่า โดยมีค่า R² > 98.95% ขณะที่แบบจำลอง RF มีค่า R² > 91.95% ในทุกชั้นของโครงสร้าง ทั้งในชุดข้อมูลฝึกสอนและชุดข้อมูลทดสอบ การวิเคราะห์และประเมินผลกระทบของตำแหน่งจุดวัดต่อค่าโมดูลัสยืดหยุ่นที่ทำนายได้ในแต่ละชั้นทางด้วยแบบจำลอง ANN โดยใช้การทดสอบสมมติฐานทางสถิติด้วยวิธีการคัดเลือกตัวแปรการขจัดแบบย้อนกลับ (Backward Elimination) ผลการศึกษาพบว่าจากตัวแปรอิสระเริ่มต้นจำนวน 225 ตัว มีตัวแปรที่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ถูกกำจัด 0, 1 และ 3 ตัวแปร สำหรับชั้นแอสฟัลต์คอนกรีต, ชั้นพื้นทาง และชั้นดินเดิมตามลำดับ เมื่อพิจารณาจำนวนตัวแปรที่มีนัยสำคัญในแบบจำลอง ANN บ่งชี้ว่าชุดข้อมูลแบบจำลองมีความสอดคล้องกับทฤษฎี


การแยกกระจกออกจากซากแผงพลังงานแสงอาทิตย์แบบสองหน้าด้วยสารละลายลิโมนีน, กิตติวดี รุจิสรรย์ Jan 2024

การแยกกระจกออกจากซากแผงพลังงานแสงอาทิตย์แบบสองหน้าด้วยสารละลายลิโมนีน, กิตติวดี รุจิสรรย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

แผงพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดกระจกสองหน้า (bifacial solar panel) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน เนื่องจากสามารถรับรังสีแสงอาทิตย์ได้ทั้งสองด้าน ส่งผลให้มีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูง อย่างไรก็ตาม เมื่อหมดอายุการใช้งาน แผงเหล่านี้จะกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องมีการจัดการอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาครั้งแรกในประเทศไทยที่นำสารละลายลิโมนีน ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาใช้ในการแยกและกู้คืนกระจกจากซากแผงพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดกระจกสองหน้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาสภาวะที่เหมาะสมของกระบวนการและประเมินปริมาณกระจกที่สามารถกู้คืนได้ ผลการทดลองพบว่าสภาวะที่เหมาะสมที่สุด คือ การอบแผงที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส และแช่ในสารละลายลิโมนีนความเข้มข้นร้อยละ 70 ที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 90 นาที ภายใต้เงื่อนไขนี้สามารถกู้คืนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีค่าประสิทธิภาพการกู้คืนกระจก (Glass Recovery Efficiency: GRE) เท่ากับร้อยละ 76.6 เศษกระจกที่ได้สามารถจำแนกเป็น 3 เกรด ได้แก่ เกรด A (ขนาดมากกว่า 2.0 มิลลิเมตร ใส สะอาด ไม่มีสิ่งปนเปื้อน) มากกว่าร้อยละ 60 ของน้ำหนักกระจกทั้งหมด เกรด B (0.5–2.0 มิลลิเมตร รูปร่างไม่สม่ำเสมอ อาจมีสิ่งปนเปื้อนเล็กน้อย) และเกรด C (น้อยกว่า 0.5 มิลลิเมตร เป็นผงหรือเศษละเอียด มีสิ่งปนเปื้อนสูง) กระบวนการนี้ใช้พลังงานต่ำ และสารละลายลิโมนีนสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ 3 รอบ อีกทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 5.0–8.4 กรัมต่อแผง ผลการศึกษานี้จึงเป็นต้นแบบสำหรับการจัดการของเสียแผงพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดกระจกสองหน้าในประเทศไทย และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้สารสีเขียวในการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์อย่างยั่งยืน


Evaluating Flood Hazards And Damage On Paddy Fields: A Case Study Of The Prek Thnot River Basin, Cambodia, Koem Sreang Ka Jan 2024

Evaluating Flood Hazards And Damage On Paddy Fields: A Case Study Of The Prek Thnot River Basin, Cambodia, Koem Sreang Ka

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Flooding is a pervasive natural hazard that leads to substantial damage, economic losses, and social disruption. In Cambodia, the Lower Mekong River basin is particularly prone to recurrent flooding due to seasonal monsoons. The Prek Thnot River, a Bassac and Mekong Rivers tributary, experiences heightened flood risks from heavy rainfall and fluctuating water levels. This study aims to assess flood inundation hazards during extreme events and evaluate paddy damage within the Prek Thnot River Basin (PTRB). By analyzing rainfall data from eight monitoring stations, we performed a frequency analysis. The LP3 distribution is identified as the most optimal distribution for …


Assessment Of Sediment Yield And Soil Erosion With The Impact Of Land Use Change In The Upper Loei River Basin Using Soil Water Assessment Tool (Swat) And Revised Universal Soil Loss Equation (Rusle), Sotheanea Khe Jan 2024

Assessment Of Sediment Yield And Soil Erosion With The Impact Of Land Use Change In The Upper Loei River Basin Using Soil Water Assessment Tool (Swat) And Revised Universal Soil Loss Equation (Rusle), Sotheanea Khe

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Soil erosion and sediment yield pose significant threats to sustainable land and water resource management, particularly in regions undergoing rapid land-use transitions. The Upper Loei River Basin (ULRB) in northeastern Thailand has experienced extensive land-use changes over recent decades, primarily due to the expansion of rubber plantations. This study assesses the impacts of these changes on soil erosion and sediment yield from 2010 to 2020 using the Soil and Water Assessment Tool (SWAT) model, complemented by validation with the Revised Universal Soil Loss Equation (RUSLE). The SWAT model simulations were carried out for two distinct periods: 2007–2009 (pre-expansion) and 2010–2020 …


ผลกระทบของการอุดรอยต่อด้วยมอร์ตาร์ต่อการเหนี่ยวรั้งตามแกนของแผ่นพื้นคอนกรีตแกนกลวงในสภาวะเพลิงไหม้, ปริญญา อภิปัญญาวงศ์ Jan 2024

ผลกระทบของการอุดรอยต่อด้วยมอร์ตาร์ต่อการเหนี่ยวรั้งตามแกนของแผ่นพื้นคอนกรีตแกนกลวงในสภาวะเพลิงไหม้, ปริญญา อภิปัญญาวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบของการอุดรอยต่อบริเวณปลายแผ่นพื้นคอนกรีตแกนกลวงด้วยมอร์ตาร์ที่มีต่อการเหนี่ยวรั้งตามแกนของแผ่นพื้นในสภาวะเพลิงไหม้ โดยการทดสอบอัตราการทนไฟของตัวอย่างแผ่นพื้นที่มีความหนา 2 ค่า ได้แก่ 120 มม. และ 200 มม. ภายใต้น้ำหนักบรรทุกคงที่ร้อยละ 30 ของความต้านทานโมเมนต์ดัดของแผ่นพื้นที่อุณหภูมิปรกติ แผ่นพื้นสัมผัสเพลิงไหม้มาตรฐาน ISO 834 แบบด้านเดียวบริเวณท้องพื้นจนกระทั่งแผ่นพื้นเกิดการวิบัติ ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า การอุดรอยต่อด้วยมอร์ตาร์สามารถลดการขยายตัวเหตุความร้อนของแผ่นพื้นคอนกรีตแกนกลวงทั้ง 2 ความหนา ซึ่งแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ของการเหนี่ยวรั้งตามแกน และส่งผลให้อัตราการทนไฟเพิ่มขึ้น 21 % และ 300 % สำหรับแผ่นพื้นที่มีความหนา 120 มม. และ 200 มม. ตามลำดับ ผลการศึกษาดังกล่าวชี้ให้เห็นศักยภาพของมอร์ตาร์อุดรอยต่อในการเพิ่มสมรรถนะการทนไฟของแผ่นพื้นคอนกรีตแกนกลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแผ่นพื้นที่มีความหนา 200 มม. นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังให้ข้อเสนอแนะสำหรับการพัฒนาแบบจำลองอย่างง่ายเพื่อใช้ทำนายพฤติกรรมการทนไฟของแผ่นพื้นคอนกรีตแกนกลวงที่มีการอุดรอยต่อด้วยมอร์ตาร์ในรูปแบบอื่นที่แตกต่างไปอีกด้วย


กลยุทธ์การจัดการจราจรของช่องทางเฉพาะสำหรับยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ, ศิวา นาคอ้าย Jan 2024

กลยุทธ์การจัดการจราจรของช่องทางเฉพาะสำหรับยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ, ศิวา นาคอ้าย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การพัฒนาของยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ (Connected and Autonomous Vehicles: CAV) มีศักยภาพในการเพิ่มความปลอดภัย และความสามารถในการรองรับจราจร อย่างไรก็ตาม ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ CAV ต้องใช้งานร่วมกับยานยนต์ที่ขับขี่โดยมนุษย์ (Human-Driven Vehicles: HDV) ภายใต้สภาพจราจรแบบผสม ยังคงมีความท้าทายด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ โดยหนึ่งในแนวทางที่เสนอคือ การจัดช่องทางเฉพาะสำหรับ CAV (CAV Lane) การศึกษานี้มุ่งเน้นการพัฒนากลยุทธ์การจัดการจราจร ทดสอบด้วยโปรแกรมจำลองจราจรระดับจุลภาค และการประเมินด้านความปลอดภัย เพื่อจัดการจราจรก่อนจุดเริ่มต้นของการเข้าใช้งาน CAV Lane จากการประกาศใช้ CAV Lane บนทางพิเศษที่มีขนาดสามช่องทางจราจรต่อทิศทาง การศึกษานี้ได้ทำการทดลองกำหนดความยาวของระยะบังคับให้เปลี่ยนช่องทางจราจร (Mandatory Zone) 5 ระยะ (500, 800, 1000, 1200 และ 1500 เมตร) ภายใต้ปริมาณจราจร 2400, 3600 และ 4800 PCU/h และ MPR ของ CAV ตั้งแต่ 0% ถึง 40% ผลการศึกษาชี้ว่า ระยะ Mandatory Zone ตั้งแต่ 1000 เมตรขึ้นไป ช่วยให้การเปลี่ยนช่องทางจราจรราบรื่น ความเร็ว HDV สูงขึ้น และลดจำนวนเหตุการณ์ความเสี่ยงการจราจร โดยเฉพาะเมื่อมีปริมาณจราจรสูง การศึกษานี้สรุปได้ว่า การกำหนดระยะของ Mandatory Zone ไม่ต่ำกว่า 1000 เมตร เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับการจัดการช่องทางเฉพาะของ CAV ในสภาพจราจรแบบผสม


รูปแบบฝนออกแบบต่อสภาพน้ำท่วมในพื้นที่เขตเมือง กรณีศึกษานิคมอุตสาหกรรมบางปู, ธนพัฒน์ ปองประพฤทธิ์ Jan 2024

รูปแบบฝนออกแบบต่อสภาพน้ำท่วมในพื้นที่เขตเมือง กรณีศึกษานิคมอุตสาหกรรมบางปู, ธนพัฒน์ ปองประพฤทธิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

นิคมอุตสาหกรรมบางปูเป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการบริเวณใกล้กับปากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องข้อจำกัดของข้อมูลระดับในพื้นที่ที่ไม่มีข้อมูล DEM ละเอียดพอสำหรับการทำแบบจำลองการไหลและการเก็บข้อมูลฝนของนิคมอุตสาหกรรมบางปูที่เก็บเฉพาะความลึกฝนรวมในแต่ละเหตุการณ์เท่านั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมอันสร้างความเสียหายต่อพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูอยู่หลายครั้ง เนื่องจากระบบระบายน้ำในพื้นที่ไม่สามารถรองรับปริมาณฝนที่ตกติดต่อกันได้ อ้างอิงข้อมูลจากสถานีวัดน้ำฝนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู ระหว่างวันที่ 20 – 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559 มีปริมาณฝนรวมกันถึง 340 มิลลิเมตร ทำให้เกิดน้ำท่วมภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมโดยเฉพาะในเขตประกอบการเสรีที่เป็นพื้นที่ต่ำ จากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นและข้อจำกัดทางด้านข้อมูลในพื้นที่ ดังนั้นการศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการกระจายตัวของฝนเชิงเวลาในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู ด้วยการวิเคราะห์รูปแบบของฝนสังเคราะห์ทั้ง 7 รูปแบบที่เลือกใช้ข้อมูลปริมาณน้ำฝนของสถานีโดยรอบแทนข้อมูลฝนในพื้นที่ ได้แก่ วิธี Alternating blocks, วิธี Rectangular, วิธี Triangular, วิธี Double triangular, วิธี Linear/exponential, วิธี Sifalda และ วิธี Chicago รูปแบบฝนตกในช่วงเวลา 6 ชั่วโมงที่แตกต่างกันจากวิธีวิเคราะห์ที่หลากหลายนี้จะถูกนำไปศึกษาเพื่อทำความเข้าใจถึงข้อจำกัดและความเหมาะสมในการเลือกใช้ในแต่ละวิธี บนพื้นฐานของความพร้อมข้อมูลน้ำฝนที่มีอยู่ ก่อนจะนำไปเป็นข้อมูลนำเข้าแบบจำลอง HEC-RAS 2D ที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้จำลองการไหลในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูซึ่งใช้ข้อมูลระดับของพื้นที่จากเทคนิค image processing ของภาพถ่าย LIDAR เพื่อศึกษาผลกระทบของรูปแบบการกระจายตัวของฝนในมิติของเวลาที่แตกต่างกันต่อสภาพน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่จากการเปรียบเทียบรูปแบบของฝนทั้ง 7 วิธีกับรูปแบบฝนที่เกิดขึ้นจริงในราย 15 นาที จาก Automatic Weather System ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่คาบการเกิดซ้ำ 2 ปี 5 ปี 10 ป๊ 25 ปี 50 ปี และ 100 ปี พบว่าวิธี Alternating block มีการกระจายตัวของฝนใกล้เคียงกับรูปแบบฝนจริงมากที่สุดในทั้ง 7 วิธี ที่ค่า mean absolute percentage error (MAPE) เท่ากับ 49.78% ส่วนวิธี Chicago ค่าความเข้มฝนสูงสุดใกล้เคียงที่สุดที่ความแตกต่าง 2.01%ผลการศึกษาผลกระทบของรูปแบบฝนทั้ง 7 วิธีที่แตกต่างกันต่อสภาพน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในแบบจำลองพบว่ารูปแบบของฝนที่แตกต่างกันนี้ส่งผลต่อสภาพการท่วมในเชิงเวลาอย่างระยะเวลาที่เริ่มท่วมและระยะเวลาก่อนที่ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุดแสดงความแตกต่างชัดเจนระหว่างกลุ่มรูปแบบที่มีการกระจายตัวตลอดระยะเวลากับกลุ่มที่มีความลึกฝนส่วนใหญ่เกาะกลุ่มอยู่ในช่วงใกล้เคียงกับช่วงที่เกิดค่าความเข้มฝนสูงสุด แต่ทั้งนี้พบว่ารูปแบบฝนที่แตกต่างกันนี้ไม่ได้ส่งผลต่อขนาดพื้นที่น้ำท่วมสูงสุดในพื้นที่ศึกษา โดยขนาดของพื้นที่น้ำท่วมจะถูกกำหนดด้วยความลึกรวมของฝนแต่ละเหตุการณ์เป็นหลัก ทำให้เห็นความแตกต่างในอย่างชัดเจนในวิธี …


การจำลองการจัดการเดินรถไฟฟ้าเพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายกรณีศึกษารถไฟฟ้ามหานครสายสีน้ำเงิน, กันติชา มาชู Jan 2024

การจำลองการจัดการเดินรถไฟฟ้าเพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายกรณีศึกษารถไฟฟ้ามหานครสายสีน้ำเงิน, กันติชา มาชู

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเป็นเส้นทางการเดินรถหลักของกรุงเทพมหานคร มีระยะทางในการเดินรถทั้งหมด 48 กิโลเมตร และมีทั้งหมด 38 สถานีในปัจจุบันรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินได้มีการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นเช่นสายสีม่วงและในอนาคตได้มีการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีส้มจึงทำให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มขึ้นในงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดลองเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเดินรถและวิเคราะห์ความเหมาะสมของการจัดการเดินรถของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินให้สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นซึ่งงานวิจัยนี้ได้ทำตารางเดินรถด้วยโปรแกรมทรูไลน์ (Trueline)เพื่อจำลองการจัดการเดินรถงานวิจัยนี้พบว่าสถานการณ์ที่ 3 เป็นการจัดการเดินรถในช่วงระยะสั้นในช่วงสถานีห้วยขวางไปยังสถานีหัวลำโพงเป็นสถานการณ์ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดในช่วงเวลา 07.00-08.00 น. มีจำนวนรถไฟฟ้าที่ใช้ในการเดินรถเพิ่มขึ้นจาก 18 ขบวนเป็น 32 ขบวน และสามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น 36,448 คน หรือ สามารถเพิ่มความจุของผู้โดยสารมากขึ้น 77.77 เปอร์เซ็นและเมื่อเปรียบเทียบกับการจัดการเดินรถในปัจจุบันสามารถลดค่า L.F. ที่สถานีห้วยขวางซึ่งเป็นสถานีที่มีค่า L.F.สูงสุดของจำนวนผู้โดยสารในปัจจุบันลดลงจาก 1.54 เหลือ 0.43,จำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นลดลงจาก 2.31 เหลือ 0.65 และ 100 เปอร์เซ็น ลดลงจาก 4.61 เหลือ 1.30 และในช่วง 08.00-09.00 น. มีจำนวนรถไฟฟ้าที่ใช้ในการเดินรถเพิ่มขึ้นจาก 18 ขบวนเป็น 26 ขบวน และ สามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น 29,614 คน หรือ สามารถเพิ่มความจุของผู้โดยสารมากขึ้น 44.44 เปอร์เซ็น และสามารถลดค่า L.F.ที่สถานีห้วยขวางของจำนวนผู้โดยสารในปัจจุบันลดลงจาก 1.30 เหลือ 0.43 , จำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นลดลงจาก 1.95 เหลือ 0.55 และ 100 เปอร์เซ็น ลดลงจาก 3.89 เหลือ 1.09


Integrated Socio-Economic Analysis Of Drought Impacts On Agricultural Areas In Sukhothai Province, Thailand, Thanasit Promping Jan 2024

Integrated Socio-Economic Analysis Of Drought Impacts On Agricultural Areas In Sukhothai Province, Thailand, Thanasit Promping

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Drought is a prolonged period of deficient precipitation that can result in significant water-related challenges across the globe. It may arise from multiple factors, including reduced rainfall, limited water availability, and low soil moisture content. To effectively assess and monitor drought conditions, drought indicators and indices are essential tools for determining the severity, spatial extent, and duration of drought events. This study introduces the development of the Composite Drought Hazard Index (CDHI), a comprehensive methodology that incorporates multiple drought-related parameters using appropriate weighting factors. The CDHI integrates the Standardized Precipitation Index (SPI), Standardized Runoff Index (SRI), Standardized Groundwater Index (SGI), …


ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของการจัดการของเสียจากกระบวนการชุบสังกะสีแบบกัลวาไนซ์ในประเทศไทยโดยใช้การประเมินวัฏจักรชีวิต, โชติกา วิเศษสมบัติ Jan 2024

ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของการจัดการของเสียจากกระบวนการชุบสังกะสีแบบกัลวาไนซ์ในประเทศไทยโดยใช้การประเมินวัฏจักรชีวิต, โชติกา วิเศษสมบัติ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

สังกะสีเป็นหนึ่งในโลหะที่ไม่ใช่เหล็กซึ่งถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเหล็กชุบสังกะสีหรือเหล็กชุบสังกะสีโดยเฉพาะเหล็กชุบสังกะสีแบบกัลวาไนซ์ที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน เนื่องจากคุณสมบัติป้องกันการกัดกร่อนและป้องกันการเกิดสนิม อย่างไรก็ตาม หากกระบวนการผลิตไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม แล้วมีการปล่อยของเสียลงสู่สิ่งแวดล้อม อาจก่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์และระบบนิเวศได้ โดยเฉพาะจากกรณีการลักลอบเปิดโรงงานชุบสังกะสีโดยมีข่าวรายงานที่ขาดระบบจัดการของเสียที่เหมาะสม งานวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาปริมาณและเส้นทางการไหลของของเสียจากโรงงานชุบสังกะสีในประเทศไทย พร้อมทั้งประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการจัดการของเสีย โดยใช้การวิเคราะห์การไหลของวัสดุ (Material Flow Analysis) และการประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment) ผ่านซอฟต์แวร์ STAN และ SimaPro โดยจัดหมวดหมู่ของเสียตามรหัสที่กำหนดโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ผลการศึกษาระหว่างปี พ.ศ. 2560 – 2563 พบว่า รหัสของเสีย 11 01 (ของเสียจากการปรับสภาพและเคลือบผิวโลหะด้วยสารเคมี) มีปริมาณสูงที่สุด รองลงมาคือรหัส 11 05 และ 12 01 คิดเป็น 76.87%, 19.33% และ 3.68% ตามลำดับ โดยของเสียส่วนใหญ่ถูกจัดการภายใต้รหัส 049 (การนำกลับมาใช้ประโยชน์ด้วยวิธีอื่น), 053 (การคืนสภาพกรด/ด่าง) และ 052 (การนำโลหะกลับมาใช้ใหม่) คิดเป็น 78.88%, 16.44% และ 2.56% ตามลำดับ ทั้งนี้พบว่าของเสียส่วนใหญ่ในรหัส 11 01 ถูกจัดการภายใต้รหัส 049 และ 053 เป็นหลัก ผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมพบว่าของเสียส่งผลต่อความเป็นพิษต่อระบบนิเวศน้ำจืด ความเป็นพิษต่อระบบนิเวศทะเล ความเป็นพิษที่ก่อให้เกิดมะเร็งต่อมนุษย์ และความเป็นพิษที่ไม่ก่อมะเร็ง โดยเฉพาะในกรณีที่มีการเผาของเสียที่ปนเปื้อนสารอันตราย ส่งผลกระทบสูงที่สุด โดยปี พ.ศ. 2563 มีปริมาณของเสียและผลกระทบสูงสุด จึงถูกเลือกเป็นสถานการณ์ฐาน (S0) เพื่อเปรียบเทียบกับแนวทางจัดการของเสียทางเลือกอื่น ๆ ทั้ง 3 สถานการณ์ ทำให้พบว่าสถานการณ์ S3 ที่เน้นการนำของเสียกลับไปรีไซเคิลของเสียส่วนใหญ่สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกด้านที่กล้าวข้างต้นได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับสถานการณ์ฐาน