Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Materials Science and Engineering (94)
- Physical Sciences and Mathematics (91)
- Catalysis and Reaction Engineering (67)
- Electrical and Computer Engineering (62)
- Petroleum Engineering (61)
-
- Biochemical and Biomolecular Engineering (58)
- Chemistry (55)
- Mechanical Engineering (53)
- Biomedical Engineering and Bioengineering (48)
- Other Chemical Engineering (46)
- Civil and Environmental Engineering (43)
- Polymer Science (39)
- Engineering Science and Materials (34)
- Materials Chemistry (32)
- Physical Chemistry (31)
- Power and Energy (28)
- Thermodynamics (26)
- Electrical and Electronics (25)
- Life Sciences (25)
- Nanoscience and Nanotechnology (24)
- Transport Phenomena (24)
- Civil Engineering (23)
- Computer Engineering (23)
- Metallurgy (23)
- Structural Engineering (23)
- Ocean Engineering (21)
- Membrane Science (19)
- Medicine and Health Sciences (17)
- Institution
-
- Chulalongkorn University (96)
- Missouri University of Science and Technology (94)
- University of Kentucky (38)
- The British University in Egypt (31)
- University of Arkansas, Fayetteville (31)
-
- Brigham Young University (29)
- Chinese Chemical Society | Xiamen University (24)
- Universitas Indonesia (22)
- University of South Carolina (21)
- Louisiana State University (19)
- The University of Akron (19)
- City University of New York (CUNY) (15)
- New Jersey Institute of Technology (15)
- West Virginia University (14)
- University of Louisville (11)
- University of Mississippi (11)
- University of Alabama in Huntsville (10)
- University of Nebraska - Lincoln (10)
- University of New Mexico (10)
- Rowan University (9)
- Washington University in St. Louis (9)
- Tashkent Institute of Chemical Technology (8)
- University of Dayton (8)
- Wayne State University (8)
- Cleveland State University (7)
- University of South Florida (6)
- Engineering Conferences International (5)
- Florida Institute of Technology (5)
- United Arab Emirates University (5)
- University of Nevada, Las Vegas (5)
- Keyword
-
- Graphene (9)
- Electrocatalysis (8)
- Machine learning (8)
- Catalysis (7)
- Heterogeneous catalysis (7)
-
- Hydrothermal (7)
- Palladium (7)
- Biomass (6)
- Electrochemistry (6)
- Kinetics (6)
- Nanotechnology (6)
- Oxygen reduction reaction (6)
- Characterization (5)
- Chitosan (5)
- Chronoamperometry (5)
- Cross-Coupling (5)
- Drilling (5)
- Energy storage (5)
- Magnetic nanoparticles (5)
- Pyrolysis (5)
- Carbon capture (4)
- Carbon nanotubes (4)
- Catalyst recycling (4)
- Chemical Engineering (4)
- Corrosion (4)
- Crude Oil (4)
- Crude oil (4)
- Electrodes (4)
- Fe3O4 (4)
- Hydrodeoxygenation (4)
- Publication
-
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (96)
- Chemical and Biochemical Engineering Faculty Research & Creative Works (45)
- Faculty Publications (33)
- Chemical Engineering (30)
- Theses and Dissertations (27)
-
- Journal of Electrochemistry (24)
- Doctoral Dissertations (23)
- Makara Journal of Technology (21)
- Williams Honors College, Honors Research Projects (19)
- Chemical Engineering Undergraduate Honors Theses (18)
- Dissertations (15)
- Electronic Theses and Dissertations (15)
- Chemical and Materials Engineering Faculty Publications (14)
- Geosciences and Geological and Petroleum Engineering Faculty Research & Creative Works (13)
- Theses and Dissertations--Chemical and Materials Engineering (13)
- Dissertations and Theses (12)
- Graduate Theses and Dissertations (11)
- Masters Theses (11)
- Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD) (9)
- Honors Theses (9)
- McKelvey School of Engineering Graduate Student Theses & Dissertations (9)
- CHEMISTRY AND CHEMICAL ENGINEERING (8)
- Theses (8)
- Chemical and Biological Engineering ETDs (7)
- Henry M. Rowan College of Engineering Departmental Research (7)
- LSU Doctoral Dissertations (7)
- LSU Master's Theses (7)
- PRC-Affiliated Research (6)
- USF Tampa Graduate Theses and Dissertations (6)
- Biochemical and Molecular Engineering XXI (5)
- Publication Type
- File Type
Articles 661 - 673 of 673
Full-Text Articles in Chemical Engineering
ศึกษาการละลายระหว่างกันของวัฏภาคน้ำมันกับวัฏภาคน้ำ ณ ค่าความเป็นกรด-เบสต่างๆ สำหรับความเสถียรของระบบเมมเบรนเยื่อแผ่นเหลวที่พยุงด้วยเส้นใยกลวง โดยใช้สารสกัดไอออนิก, ธนากร กุนแสง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ความเสถียรของเยื่อแผ่นเหลวที่พยุงด้วยเส้นใยกลวง สาเหตุหลักเกิดจากการละลายระหว่างกันของวัฏภาคน้ำมันและวัฏภาคน้ำ ดังนั้นการศึกษาการละลายระหว่างกันจึงสำคัญต่อความเสถียรของระบบ งานวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาอิทธิพลความเป็นกรด-เบสของน้ำต่อค่าการละลายและความเสถียรของระบบเยื่อแผ่นเหลวที่พยุงด้วยเส้นใยกลวง วัฏภาคน้ำมันเลือกใช้สารสกัด Aliquat 336 ซึ่งเป็นสารสกัดไอออนิกผสมกับตัวทำละลายอินทรีย์ต่างชนิดกัน ในขณะที่วัฏภาคน้ำจะถูกปรับให้มีความเป็นกรด (pH = 2) กลาง (pH = 7) และเบส (pH = 13) ค่าการละลายของระบบสามองค์ประกอบ (น้ำที่ปรับความเป็นกรด-เบส + Aliquat 336 +ตัวทำละลายอินทรีย์) ทำการทดลอง ณ อุณหภูมิ 303.2 เคลวิน และความดันบรรยากาศ ข้อมูลเส้นไทไลน์ของผลการทดลองและแบบจำลอง NRTL สำหรับระบบสามองค์ประกอบพบว่าใกล้เคียงกันยืนยันโดยค่าเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยกำลังสองที่มีค่าน้อยกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ สำหรับความเสถียรของระบบเยื่อแผ่นเหลวที่พยุงด้วยเส้นใยกลวง วิธีพื้นผิวตอบสนองแบบบ็อก-เบห์นเคนถูกนำมาใช้ในการหาสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการสกัดและนำกลับแพลทินัม โดยความเสถียรถูกศึกษาภายใต้สภาวะที่เหมาะสมและความเป็นกรด-เบสของวัฏภาคสารละลายป้อนที่ต่างกัน
การจำลองกระบวนการไพโรไลซิสทะลายปาล์มร่วมกับกระบวนการแก๊สซิฟิเคชันสำหรับการผลิตสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ถ่านชาร์ และก๊าซไฮโดรเจน, ณัชฐ์ณพงศ์ วุฒิพิศาล
การจำลองกระบวนการไพโรไลซิสทะลายปาล์มร่วมกับกระบวนการแก๊สซิฟิเคชันสำหรับการผลิตสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ถ่านชาร์ และก๊าซไฮโดรเจน, ณัชฐ์ณพงศ์ วุฒิพิศาล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ชีวมวลถือได้ว่าเป็นทรัพยากรหมุนเวียนที่สามารถเปลี่ยนเป็นสารเคมีชีวภาพและเชื้อเพลิงที่มีคุณค่าได้ ทะลายปาล์มพบได้ทั่วไปในประเทศไทยโดยเป็นชีวมวลเหลือทิ้งที่ได้จากกระบวนการสกัดน้ำมันปาล์ม งานวิจัยนี้ได้เสนอกระบวนการไพโรไลซิสร่วมกับแก๊สซิฟิเคชัน และการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันชีวภาพด้วยไฮโดรเจนเพื่อผลิตพลังงานทดแทนชีวภาพที่หลากหลายจากการใช้ทะลายปาล์ม กระบวนการไพโรไลซิสคือกระบวนการแรกที่สลายทะลายปาล์มไปเป็นน้ำมันชีวภาพ ถ่านชาร์ และก๊าซไม่กลั่นตัว จากนั้นถ่านชาร์ซึ่งเป็นแหล่งคาร์บอนถูกนำไปผลิตก๊าซสังเคราะห์ในแก๊สซิฟิเคชันในขณะที่น้ำมันชีวภาพถูกปรับปรุงคุณภาพด้วยกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันชีวภาพด้วยไฮโดรเจนและถูกแยกผลิตภัณฑ์โดยหอกลั่นแบบบรรยากาศ ก๊าซไม่กลั่นตัวจากไพโรไลซิสและก๊าซสังเคราะห์จากแก๊สซิฟิเคชันถูกส่งไปยังกระบวนการวอเตอร์แก๊สซิฟต์เพื่อผลิตก๊าซไฮโดรเจนซึ่งจะถูกนำไปใช้ในกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันด้วยไฮโดรเจน การสร้างแบบจำลองของกระบวนการที่นำเสนอนั้นขึ้นอยู่กับจลนพลศาสตร์ของกระบวนการสลายตัวและกระบวนการแก๊สซิฟิเคชันเโดยใช้โปรแกรมแอสเพนพลัสเป็นเครื่องมือในศึกษา ผลของปัจจัยที่สำคัญในการดำเนินงานของกระบวนการจะถูกวิเคราะห์ การทำฮีทอินทริเกรชั่นถูกนำมาพิจารณาเพื่อปรับปรุงการใช้พลังงานของกระบวนการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ การวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์จะอ้างอิงจากมูลค่าปัจจุบันสุทธิในการประเมินความคุ้มค่าของกระบวนการด้วยเช่นกัน ผลจากแบบจำลองกระบวนการโดยใช้ทะลายปาล์มแห้ง 8,000 กิโลกรัมต่อชั่วโมง สามารถผลิตน้ำมันชีวภาพที่ 68.8 เปอร์เซ็นต์ ก๊าซไฮโดรเจนที่ได้รับจากกระบวนการอินทิเกรตเพียงพอสำหรับปรับปรุงคุณภาพน้ำมันชีวภาพที่ 642 กิโลกรัมต่อชั่วโมง น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพที่ได้รับหลังจากการปรับปรุงคุณภาพที่ 3,476 กิโลกรัมต่อชั่วโมงและกลั่นแยกผลิตภัณฑ์ในช่วงของ ก๊าซ ก๊าซโซลีน แนฟทา เคโรซีน และดีเซลได้ที่ 290, 657, 729, 298 and 811 กิโลกรัมต่อชั่วโมงตามลำดับ ผลการศึกษาการรวมความร้อนของสายกระบวนการสามารถประหยัดต้นทุนจากการลดใช้กระแสสาธารณูปโภคที่ 1,099,656 บาทต่อวินาทีและต้องการเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนน้อยสุดที่ 32 เครื่อง นอกจากนี้ยังต้องการแหล่งพลังงานร้อนและเย็นที่น้อยที่สุดที่ 621 และ 16,928 เมกะจูลต่อชั่วโมงตามลำดับ การวิเคราะห์ทางเศรษฐศาตร์ของกระบวนอินทิเกรตมีค่ามูลค่าปัจจุบันสุทธิเป็นบวกที่ 176,405,503 และผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่ากระบวนการอินทิเกรตที่ศึกษานั้นมีความน่าสนใจทางเศรษฐศาสตร์
การพัฒนาแบบจำลองพลวัตสำหรับระบบการควบคุมการดูดซึมของไฮโดรเจนซัลไฟด์จากก๊าซชีวภาพในเวนจูรี่สครับเบอร์, วทัญญู ชมวิเชียร
การพัฒนาแบบจำลองพลวัตสำหรับระบบการควบคุมการดูดซึมของไฮโดรเจนซัลไฟด์จากก๊าซชีวภาพในเวนจูรี่สครับเบอร์, วทัญญู ชมวิเชียร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เกี่ยวกับการพัฒนาแบบจำลองพลวัตสำหรับการควบคุมไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) ในเวนจูรี่สครับเบอร์ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้หลักการดูดซึมก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่เจือปนในก๊าซชีวภาพ โดยในกระบวนการที่ใช้ก๊าซชีวภาพ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่มีความเป็นกรดควรถูกกำจัดเพื่อป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ในกระบวนการลำดับถัดไป ในงานนี้ไฮโดรเจนซัลไฟด์ถูกดูดซึมด้วยสารละลายเหล็กไอออน(III) (Fe3+) ซึ่งเป็นสารดูดซึมที่ใช้ในเวนจูรี่สครับเบอร์ โดยปกติแล้วปริมาณก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ในก๊าซชีวภาพป้อนเข้าสู่เวนจูรี่มีความไม่แน่นอนได้ แม้ว่าก๊าซชีวภาพได้รับมาจากแหล่งผลิตเดียวกันก็ตาม เนื่องจากความหลายหลายของปริมาณก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ดังกล่าว ความเข้มข้นของก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่ทางออกของเวนจูรี่จึงมีค่าไม่คงที่หากอัตราการป้อนสารดูดซึมไม่มีการปรับเปลี่ยน ดังนั้นการควบคุมความเข้มข้นของไฮโดรเจนซัลไฟด์ ณ ทางออกโดยการปรับอัตราการป้อนของสารดูดซึมมีความสำคัญอย่างยิ่ง จากการศึกษางานวิจัยในอดีตพบว่าแบบจำลองที่สามารถอธิบายการดูดซึมก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ในเวนจูรี่สครับเบอร์ถูกพัฒนาขึ้นที่สภาวะคงตัว ทว่าแบบจำลองดังกล่าวไม่สามารถใช้ออกกระบวนการควบคุมได้โดยตรง ดังนั้นการพัฒนาแบบจำลองพลวัตที่มีพื้นฐานจากแบบจำลองที่สภาวะคงตัวจึงถูกพัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้ หลังการพัฒนาแบบจำลองพลวัตเสร็จสิ้น ตัวแปรอธิบายลักษณะเฉพาะของกระบวนการ เช่น เกนของกระบวนการ (process gain (K)), ค่าคงที่เวลาของกระบวนการ (process time constant (τ)) และ ค่าเวลาหน่วง (time delay (td)) ถูกใช้เพื่อการออกแบบหน่วยควบคุมแบบพีไอดี (PID: proportional–integral–derivative) โดยใช้โปรแกรมแม็ทแลบ (MATLAB) ท้ายที่สุดการทดสอบหน่วยควบคุมพีไอดีที่ออกแบบนั้นพบว่าหน่วยควบคุมดังกล่าวสามารถควบคุมความเข้มข้นของไฮโดรเจนซัลไฟด์ ณ ทางออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การจำลองกระบวนการการปรับปรุงแก๊สซิฟิเคชันชีวมวลร่วมกับการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ แบบแคลเซียมลูปปิงสำหรับการผลิตไฮโดรเจน, อรัญกร สัมภวะผล
การจำลองกระบวนการการปรับปรุงแก๊สซิฟิเคชันชีวมวลร่วมกับการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ แบบแคลเซียมลูปปิงสำหรับการผลิตไฮโดรเจน, อรัญกร สัมภวะผล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ได้นำเสนอเกี่ยวกับการวิเคราะห์สมรรถนะของการปรับปรุงกระบวนการแก๊สซิฟิเคชันชีวมวลร่วมกับการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยวิธีแคลเซียมลูปปิงสำหรับการผลิตไฮโดรเจนที่มีความบริสุทธิ์สูง โดยใช้ทางปาล์มเป็นวัตถุดิบและใช้แคลเซียมออกไซด์เป็นตัวดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ การจำลองกระบวนการจะถูกพัฒนาโดยใช้แบบจำลองแอสเพนพลัส (Aspen Plus simulator) และใช้ในการวิเคราะห์ผลกระทบของตัวแปรดำเนินการที่ศึกษา เช่น อุณหภูมิแก๊สซิฟิเคชัน อัตราส่วนไอน้ำต่อชีวมวล (S/B) อัตราส่วนแคลเซียมออกไซด์ต่อชีวมวล (CaO/B) และอุณหภูมิไรเซอร์ ต่อประสิทธิภาพของกระบวนการ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิแก๊สซิฟิเคชันส่งผลดีตต่อการผลิตไฮโดรเจน ปริมาณไอน้ำที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบอย่างมากต่อการผลิตไฮโดรจน การเพิ่มขึ้นของแคลเซียมออกไซด์ที่ใช้เป็นตัวดูดซับมีบทบาทอย่างสูงต่อการลดการผลิตคาร์บอนไดออกไซด์และสนันสนุนการผลิตไฮโดรเจนให้เพิ่มสูงขึ้น อุณหภูมิไรเซอร์ที่อุณหภูมิต่ำส่งเสริมการผลิตไฮโดรเจน ความเข้มข้นของไฮโดรเจนที่สูงที่สุดคือ 99 % สามารถทำได้ภายใต้สภาวะอุณหภูมิของแก๊สซิฟิเคชันที่ 650 °C อัตราส่วนไอน้ำต่อชีวมวล เท่ากับ 1 อัตราส่วนแคลเซียมออกไซด์ต่อชีวมวล เท่ากับ 1.6 และอุณหภูมิไรเซอร์ เท่ากับ 550 °C ประสิทธิภาพเชิงความร้อนของกระบวนการได้ถูกปรับปรุงโดยการออกแบบเครือข่ายแลกเปลี่ยนความร้อนตามหลักการการวิเคราะห์จุดพินช์ เพื่อนำพลังงานความร้อนที่เหลือจากกระบวนการกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พบว่าประสิทธิภาพเชิงความร้อนรวมของระบบเพิ่มขึ้นจากเดิม 60.20 % ไปเป็น 75.30 %
การสังเคราะห์อนุภาคนาโนคอปเปอร์ซิงค์ทินซัลไฟด์ที่ใช้เป็นชั้นขนส่งโฮลสำหรับเซลล์แสงอาทิตย์เพอร์รอฟสไกท์ที่มีเสถียรภาพสูง, อุรัสยา ศิลป์เจริญ
การสังเคราะห์อนุภาคนาโนคอปเปอร์ซิงค์ทินซัลไฟด์ที่ใช้เป็นชั้นขนส่งโฮลสำหรับเซลล์แสงอาทิตย์เพอร์รอฟสไกท์ที่มีเสถียรภาพสูง, อุรัสยา ศิลป์เจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นการสังเคราะห์อนุภาคนาโนคอปเปอร์ซิงค์ทินซัลไฟด์ เพื่อนำมาใช้เป็นชั้นขนส่งโฮลในเซลล์แสงอาทิตย์เพอร์รอฟสไกท์ สมบัติของชั้นขนส่งโฮลจำเป็นต้องอยู่ในรูปของฟิล์มบางคอปเปอร์ซิงค์ทินซัลไฟด์ที่ประกอบไปด้วยอนุภาคที่มีขนาดใกล้เคียงกัน มีความบริสุทธิ์สูงและอยู่ในเฟสเคสเตอไรท์ (kesterite phase) เนื่องจากคุณลักษณะเหล่านี้ส่งผลต่อสมบัติทางแสงและไฟฟ้า และประสิทธิภาพการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยงานวิจัยนี้ศึกษาการสังเคราะห์อนุภาคนาโนคอปเปอร์ซิงค์ทินซัลไฟด์ด้วยวิธีไฮโดรเทอร์มอลที่อุณหภูมิ 220 170 และ 120 องศาเซลเซียส และวิธีโซล-เจลที่อุณหภูมิ 300 250 และ 200 องศาเซลเซียส ซึ่งการสังเคราะห์ด้วยอุณหภูมิที่แตกต่างกันนั้นส่งผลต่อขนาด ความเป็นผลึกและความบริสุทธิ์ของผลึก การสังเคราะห์ด้วยวิธีไฮโดรเทอร์มอลที่อุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียส ผลึกของคอปเปอร์ซิงค์ทินซัลไฟด์ที่ได้มีขนาดใกล้เคียงกันโดยมีค่าเฉลี่ยประมาณ 23 นาโนเมตรจากการคำนวณด้วยสมการเชอร์เรอร์ นอกจากนี้ยังมีคุณภาพในด้านความเป็นผลึกและความบริสุทธิ์ของผลึกคอปเปอร์ซิงค์ทินซัลไฟด์ที่สูงที่สุด และสูงกว่าการสังเคราะห์ด้วยวิธีโซล-เจล ในขณะที่อนุภาคคอปเปอร์ซิงค์ทินซัลไฟด์ที่สังเคราะห์ด้วยวิธีโซล-เจลที่อุณหภูมิต่างๆไม่ส่งผลต่อขนาดและความบริสุทธิ์ของผลึกอย่างเด่นชัด อีกทั้งพบว่ามีค่าช่องว่างระหว่างแถบพลังงานประมาณ 1.48 อิเล็กตรอนโวลต์ ซึ่งเหมาะสมในการนำมาใช้เป็นชั้นขนส่งโฮล เมื่อนำอนุภาคคอปเปอร์ซิงค์ทินซัลไฟด์มาเคลือบเป็นฟิล์มบางด้วยวิธีหมุนเหวี่ยง (spin coating) ด้วยอัตราหมุน 4,000 รอบต่อนาที เพื่อใช้เป็นชั้นขนส่งโฮลด้วยตัวทำละลายที่เหมาะสมต่อการกระจายตัวของอนุภาคคอปเปอร์ซิงค์ทินซัลไฟด์คือไอโซโพรพิลซัลไฟด์ เมื่อประกอบเป็นเซลล์แสงอาทิตย์เพอร์รอฟสไกท์ที่สมบูรณ์พบว่าสามารถคงไว้ซึ่งความเสถียรภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ได้เป็นระยะเวลาประมาณ 1,344 ชั่วโมง
Production Of Bio-Jet Fuel From Palm Fatty Acid Distillate Over Bi-Functional Copd/Hzsm-12 Catalysts, Jarujit Chaowichitra
Production Of Bio-Jet Fuel From Palm Fatty Acid Distillate Over Bi-Functional Copd/Hzsm-12 Catalysts, Jarujit Chaowichitra
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Jet fuel is one of the major products from a petroleum refinery, its combustion emissions contribute to global warming. Therefore, bio-jet fuel is introduced to solve this problem. Palm fatty acid distillate (PFAD) is an interesting feedstock for bio-jet fuel production via three reactions including deoxygenation, hydrocracking, and isomerization. In this study, the monometallic (Co and Pd) and bimetallic (CoPd and NiPd) supported on HZSM-12 zeolite with various metal loadings and bimetallic CoPd with various zeolite supports (HZSM-12, HZSM-5, and HY) were investigated in a continuous flow trickle bed reactor. The presence of bimetallic CoPd on HZSM-12 zeolite support enhanced …
Removal Of Trace Olefins From Aromatics With Modified Usy Zeolite And Clays, Sirawit Lertprapaporn
Removal Of Trace Olefins From Aromatics With Modified Usy Zeolite And Clays, Sirawit Lertprapaporn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Naphtha reforming is an important raw material for aromatic hydrocarbon products in petrochemical processes. However, aromatic hydrocarbon streams obtained from refinery contain unavoidable trace amounts of olefins as an impurity. The trace olefins must be removed because these undesirable olefins are harmful to the following separation processes. Alkylation reaction has been used to remove olefins with acid catalysts. In this study, clays and zeolites were screened for further modification in order to enhance the catalytic activity of olefins removal. The catalytic activity testing was studied in a batch reactor at 195 ℃ for 6 h under 12 barg. USY was …
Combined Life Cycle Analysis And Material Flow Analysis As A Tool For End Of Life Options Of Used Lubricating Oils, Komsan Toeipomthong
Combined Life Cycle Analysis And Material Flow Analysis As A Tool For End Of Life Options Of Used Lubricating Oils, Komsan Toeipomthong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Used lubricating oils are one of the most significant material flows in the economy. After being used, they are typically contaminated with, e.g., heavy metals, which could harm the environments if they are treated improperly. The used oils should be properly treated by reprocessing or recycling which the recyled products can be used to subsitute the production the new product, as a result a net reduction of the environemental impacts. This study aimed to investigate the waste flow and then evaluate the environmental impacts of waste management options using the Material Flow Analysis (MFA, STAN v.2.6.801) and Life Cycle Assessment …
The Production Of Bio-Jet Fuel From Palm Fatty Acid Distiliate Over Covalt And Nickel Supported Hzsm-12 Catalysts, Ariya Eka Alel
The Production Of Bio-Jet Fuel From Palm Fatty Acid Distiliate Over Covalt And Nickel Supported Hzsm-12 Catalysts, Ariya Eka Alel
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Aviation sector becomes one of the largest-developing public transportation nowadays, the number of air passangers always increases year by year. However, this number are proportionally related to the enhance of jet-fuel worldwide demand. The conventional jet-fuel are commonly known as a carbon dioxde emission source and the world has more concern to this pollutant due to its contribution to the climate change. The usage of renewable materials to produce jet fuel is more glanced. One of the renewable sources can be used to generate green jet fuel is palm fatty acid distillate (PFAD) which is a by-product of palm oil …
Natural Gas Storage Using Clathrate Technology : Enhanced Formation At High Temperature, Kan Jeenmuang
Natural Gas Storage Using Clathrate Technology : Enhanced Formation At High Temperature, Kan Jeenmuang
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Solidified natural gas (SNG) by storing natural gas in the hydrate form, which is safe and easy to recover stored gas compared to other methods. However, to make this technology competitive, storing natural gas at a higher temperature, lower pressure with faster formation is needed. Tetrahydrofuran (THF) is a well-known thermodynamic promoter used to increase the hydrate formation temperature. However, increasing the hydrate formation temperature has a drawback on decreasing the formation rate. Nonpolar amino acids have been used as a secondary promoter, which increases the hydrate formation kinetics. This work used 5.56 mol% THF cooperated with different concentrations of …
Stochastic Supply Chain Optimization For Ammonia And Urea Processes, Seangplang Srisamut
Stochastic Supply Chain Optimization For Ammonia And Urea Processes, Seangplang Srisamut
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
To support the demand growth in the agriculture sector from increasing population, ammonia and urea productions have been continuously increasing. Methane from natural gas can be used as feedstock in the production process. Nevertheless, the conventional plant using natural gas feedstock produces carbon dioxide as a by-product of the process. This proposed plant contains two processes, producing ammonia and urea can be more efficient in the production, where the byproducts of CO₂ can be used to produce more urea and reduce CO₂ emission. This research proposes ammonia and urea synthesis process using PROII software to simulate workflow and estimate the …
Effects Of Polyaniline Thickness On Photovoltaic Properties Of Pani/Tio2 Photovoltaic Cells, Akkharaphak Auisakul
Effects Of Polyaniline Thickness On Photovoltaic Properties Of Pani/Tio2 Photovoltaic Cells, Akkharaphak Auisakul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Polyaniline (PANI) is a cheap conducting polymer that exhibits p-type properties with high conductivity and unique redox properties. In this work, PANI was synthesized directly on TiO2/FTO substrates by electropolymerisation from acidic aqueous solutions of aniline to form PANI/TiO2 p-n junctions with photovoltaic properties. The thickness of the PANI layer was varied by varying electrodeposition time: 15, 30, and 45 min at the same current density of 2 mA cm-2. The thicknesses of the deposited PANI layers were examined with Scanning Electron Microscope (SEM). Short-circuit currents (ISC) and open-circuit voltages (VOC) of fabricated Pt/PANI/TiO2/FTO cells are investigated. It was found …
การสกัดคอลลาเจนจากเศษของครีบปลาหมึกกล้วย (Loligo Duvauceli) ซึ่งเป็นของเสียในอุตสาหกรรมอาหารทะเล, ศิริพงศ์ โสมสิริวัลย์
การสกัดคอลลาเจนจากเศษของครีบปลาหมึกกล้วย (Loligo Duvauceli) ซึ่งเป็นของเสียในอุตสาหกรรมอาหารทะเล, ศิริพงศ์ โสมสิริวัลย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
หมึกกล้วย (Indian squid) สายพันธุ์ Loligo duvauceli เป็นสัตว์ทะเลทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย พบว่าครีบหมึกจัดว่าเป็นของเสียในกระบวนการผลิตจากหมึกกล้วยคิดเป็น 12% และมีราคาถูก โดยครีบหมึกกล้วยแห้งประกอบด้วยความชื้น 4.62% โปรตีน 77.08% ไขมัน 15.60% และ เถ้า 3.03% ในงานวิจัยนี้ได้สกัดคอลลาเจนจากครีบหมึกกล้วยบดโดยใช้สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ความเข้มข้น 0.5 โมลต่อลิตรเพื่อกำจัดไขมันและโปรตีนอื่นๆ จากนั้นนำไปสกัดต่อด้วยกรดแอซิติกความเข้มข้น 0.5 โมลต่อลิตรที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส แยกส่วนของแข็งและสารละลายออกจากกันด้วยการกรอง และนำสารละลายกรดที่ได้ไปทำแห้งด้วยวิธีแช่เยือกแข็ง โดยของแข็งที่ได้จะเรียกว่า คอลลาเจนที่ละลายในกรด (ASC) ส่วน คอลลาเจนที่ละลายในเอนไซม์เปปซิน (APSC) สกัดได้โดยใช้สารละลายเปปซินปริมาณ 1% โดยน้ำหนักต่อปริมาตรในกรดแอซิติก 0.5 โมลต่อลิตร ในขั้นตอนการสกัดพบว่าผลได้ของคอลลาเจน ASC เท่ากับ 0.69 ± 0.25% และสามารถสกัดคอลลาเจน APSC ได้ 3.02 ± 00.16% เมื่อสกัดที่ 48 ชั่วโมงและ 1.42 ± 0.41% เมื่อสกัดที่ 24 ชั่วโมง ตรวจสอบน้ำหนักโมเลกุลของคอลลาเจนด้วยเทคนิค SDS-Page เทียบกับคอลลาเจนชนิดที่ 1 จากหนังหมูพบว่าคอลลาเจนที่สกัดได้จากครีบหมึกเป็นคอลลาเจนชนิด SQ ([α1]2[α2]1) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับคอลลาเจนชนิดที่ 1 โดย ASC ประกอบด้วยสาย α1 (202.39 kDa), α2 (159.90 kDa) และ β (281.50 kDa) และ APSC ประกอบด้วยสาย α1 (184.19 kDa), α2 (145.52 kDa) และ β (281.50 kDa) แสดงถึงส่วนเทโลเปปไทด์ถูกเอนไซม์เปปซินย่อยส่วนเทโลเปปไทด์ ฟูเรียร์ทรานส์ฟอร์มอินฟราเรดสเปกตรัมของ ASC และ …