Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Automotive Engineering Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2023

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type
File Type

Articles 61 - 64 of 64

Full-Text Articles in Automotive Engineering

Are Ride-Hailing Services Safer Than Taxis? A Multivariate Spatial Approach With Accomodation Of Exposure Uncertainty, Guocong Zhai, Kun Xie, Hong Yang, Di Yang Jan 2023

Are Ride-Hailing Services Safer Than Taxis? A Multivariate Spatial Approach With Accomodation Of Exposure Uncertainty, Guocong Zhai, Kun Xie, Hong Yang, Di Yang

Civil & Environmental Engineering Faculty Publications

Despite many research efforts on ride-hailing services and taxis, limited studies have compared the safety performance of the two modes. A major challenge is the need for reliable mode-specific exposure data to model their safety outcomes. Moreover, crash frequencies of the two modes by injury severities tend to be spatially and inherently correlated. To fully address these issues, this study proposes a novel multivariate conditional autoregressive model considering measurement errors in mode-specific exposures (MVCARME). More specially, a classical measurement error structure is used to accommodate the uncertainty of mode-specific exposures estimated, and a multivariate spatial specification is adopted to capture …


การยับยั้งการเจริญเติบโตของเดนไดรต์สังกะสีโดยตัวคั่นเซลลูโลสนาโนไฟเบอร์/ทังสเตนคาร์ไบด์สำหรับแบตเตอรี่สังกะสีไอออน, ภัทรพร วุฒาพาณิชย์ Jan 2023

การยับยั้งการเจริญเติบโตของเดนไดรต์สังกะสีโดยตัวคั่นเซลลูโลสนาโนไฟเบอร์/ทังสเตนคาร์ไบด์สำหรับแบตเตอรี่สังกะสีไอออน, ภัทรพร วุฒาพาณิชย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ตัวคั่นวัสดุผสมทังสเตนคาร์ไบด์-เซลลูโลสนาโนไฟเบอร์ (CNFs/WC separator) มีข้อดี คือประหยัดต้นทุนและการเตรียมที่ง่ายขึ้น โดยตัวคั่นที่ประดิษฐ์ขึ้นนี้สามารถลดศักยภาพของนิวเคลียสสังกะสีที่มากเกินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ตำแหน่งนิวเคลียสสังกะสีเป็นระเบียบ ลดการกัดกร่อนบนพื้นผิว และส่งเสริมการสะสมของสังกะสีที่สม่ำเสมอ จึงทำให้แอโนดสังกะสีมีประสิทธิภาพสูง ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับตัวคั่น เซลลูโลสนาโนไฟเบอร์บริสุทธิ์ (CNFs separator) ตัวคั่น CNFs/WC จะยืดอายุรอบการใช้งานของแบตเตอรี่สมมาตรเป็น 1,200 ชั่วโมง ภายใต้ความหนาแน่นกระแส 1 มิลลิแอมป์ต่อตารางเซนติเมตร และเป็น 1,000 ชั่วโมงที่ 5 มิลลิแอมป์ต่อตารางเซนติเมตร นอกจากนี้การใช้ (NH4)2V10O25·8H2O (NVO) เป็นวัสดุแคโทด ทำให้มีความสามารถในการอัด-คายประจุเหนือกว่าที่ 132 มิลลิแอมป์ชั่วโมงต่อกรัม คงความสามารถในการกักเก็บความจุที่ 85.2% หลังจากผ่านไป 500 รอบ ภายใต้ความหนาแน่นกระแส 3 แอมป์ต่อกรัม โดยในขณะที่แบตเตอรี่ที่ใช้ตัวคั่น CNFs ลดความจุลงอย่างรวดเร็วไปที่ 30 มิลลิแอมป์ชั่วโมงต่อกรัม ซึ่งบ่งชี้ถึงความสามารถในการกลับตัวของวงจรและความเสถียรที่ยอดเยี่ยมของแอโนด โดยตัวคั่น CNFs/WC


การพัฒนาขั้วแอโนดบนผ้าฝ้ายชุบนิกเกิลนำไฟฟ้าสำหรับแบตเตอรี่ชนิดสังกะสีไอออน, ธนภูมิ มะวิญธร Jan 2023

การพัฒนาขั้วแอโนดบนผ้าฝ้ายชุบนิกเกิลนำไฟฟ้าสำหรับแบตเตอรี่ชนิดสังกะสีไอออน, ธนภูมิ มะวิญธร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้วิจัยการพัฒนาขั้วแอโนดบนผ้าฝ้ายสำหรับแบตเตอรี่ชนิดสังกะสีไอออน โดยนำผ้าฝ้ายไปผ่านกระบวนการชุบนิกเกิลแบบไม่ใช้ไฟฟ้าเพื่อให้ผ้าฝ้ายสามารถนำไฟฟ้าได้ด้วยความต้านทานที่เหมาะสม พบว่าผ้าฝ้ายมีความต้านทานไฟฟ้าต่ำที่สุดถึง 8 โอห์ม จากนั้นจึงนำไปชุบสังกะสีด้วยไฟฟ้า ซึ่งมีความจุไฟฟ้าที่คงที่ 0.02 แอมแปร์ชั่วโมงต่อตารางเซนติเมตร การศึกษาพบว่าความต้านทานของผ้าฝ้ายมีผลต่อกระบวนการชุบสังกะสี และการเปลี่ยนแปลงความหนาแน่นของการชุบสังกะสีทำให้โครงสร้างการจัดเรียงตัวแตกต่างกัน การทดสอบประสิทธิภาพแบตเตอรี่พบว่าขั้วแอโนดบนผ้าฝ้ายมีค่าการเก็บรักษาประจุที่ดีที่สุดถึง 74.69% การทดสอบความเสถียรในการวนซ้ำระยะยาวพบว่ามีความสามารถในการจ่ายกระแสไฟ 132.66 มิลลิแอมป์ชั่วโมงต่อกรัม และค่าการเก็บรักษาประจุ 97.27% หลังจาก 100 รอบ เมื่อทดสอบการใช้งานต่อเนื่องภายใต้ความหนาแน่นกระแสไฟ 0.5 มิลลิแอมป์ต่อตารางเซนติเมตร ขั้วแอโนดสามารถใช้งานได้นานถึง 1,000 ชั่วโมง นอกจากนี้ การศึกษายังรวมถึงการทดสอบอิมพีแดนซ์สเปกโตรสโคปีเชิงเคมีไฟฟ้า และไซคลิกโวลแทมเมทรี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสภาวะการชุบสังกะสีที่เหมาะสมที่สุดเกิดขึ้นที่ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้า 0.03 แอมแปร์ต่อตารางเซนติเมตรเป็นเวลา 40 นาที ภายใต้สภาวะนี้ ชั้นสังกะสีบนผ้าฝ้ายมีการเรียงตัวที่เป็นระเบียบและหนาแน่นที่สุด


การใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกล และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการประเมินพื้นที่เสี่ยงไฟป่า ในเขตพื้นที่ป่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และพื้นที่ใกล้เคียง จังหวัดนครนายก, ปาริฉัตต์ สุขศรี Jan 2023

การใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกล และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการประเมินพื้นที่เสี่ยงไฟป่า ในเขตพื้นที่ป่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และพื้นที่ใกล้เคียง จังหวัดนครนายก, ปาริฉัตต์ สุขศรี

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยจากไฟป่าและถอดบทเรียนกรณีศึกษาการเกิดไฟป่าในเขตพื้นที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าและพื้นที่ใกล้เคียง จังหวัดนครนายก ซึ่งวิธีการศึกษาพื้นที่เสี่ยงภัยจากไฟป่าได้ใช้ข้อมูลการสำรวจระยะไกล และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม LANDSAT-8 บันทึกข้อมูลภาพปี พ.ศ. 2559, พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2566 และนำมาวิเคราะห์หาค่าดัชนีผลต่างพืชพรรณ (Normalized difference vegetation index: NDVI) และค่าอุณหภูมิพื้นผิว(Land surface temperature: LST) นอกจากนั้นใช้ภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-2 บันทึกข้อมูลเมื่อปี พ.ศ. 2559, พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2566 มาวิเคราะห์หาค่าดัชนีการเผาไหม้ (Difference Normalized Burn Ratio: dNBR) เพื่อหาพื้นที่ที่ถูกเผาไหม้โดยใช้โปรแกรม SNAP โดยทั้งนี้การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่านั้นนำปัจจัยต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ได้แก่ ความสูงจากระดับน้ำทะเล ความลาดชัน ทิศด้านลาด ชนิดป่า ระยะห่างจากเส้นทางคมนาคม ระยะห่างจากตำแหน่งหมู่บ้าน ระยะห่างจากพื้นที่เกษตรกรรม ค่าดัชนี NDVI และ ค่า LST พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าในพื้นที่ศึกษาได้กำหนดค่าคะแนนความสามารถของปัจจัยแต่ละตัว (Rating value) โดยใช้การคำนวณเปอร์เซ็นต์ CV (Coincided Value) ช่วยในการพิจารณา ส่วนค่าถ่วงน้ำหนักความสำคัญระหว่างปัจจัย (Weight Score) ได้จากการให้คะแนนโดยผู้เชี่ยวชาญและนำมาคำนวณด้วยวิธีการวิเคราะห์ตามลำดับชั้น (Analytic Hierarchy Process: AHP) ผลการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัยจากไฟป่าสามารถจำแนกได้ 4 ชั้น คือ พื้นที่เสี่ยงมากที่สุด พื้นที่เสี่ยงมาก พื้นที่เสี่ยงปานกลาง และพื้นที่เสี่ยงน้อย คิดเป็นพื้นที่เท่ากับ 30,982.19 ไร่ (17.98%), 34,307.94 ไร่ (19.90%), 103,087.69 ไร่ (59.81%) และ 3,977.44 ไร่ (2.31 %) ตามลำดับ โดยพื้นที่เสี่ยงมากที่สุดส่วนใหญ่อยู่ใน ตำบลพรหมณี …