Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
Operations and Supply Chain Management Commons™
Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Business Administration, Management, and Operations (78)
- Social and Behavioral Sciences (63)
- Public Affairs, Public Policy and Public Administration (47)
- Accounting (45)
- Economics (45)
-
- Public Administration (41)
- Finance (40)
- Marketing (17)
- Finance and Financial Management (15)
- Human Resources Management (14)
- Physical Sciences and Mathematics (14)
- Engineering (13)
- Business Analytics (12)
- Business Law, Public Responsibility, and Ethics (12)
- E-Commerce (12)
- Entrepreneurial and Small Business Operations (12)
- Management Information Systems (11)
- Management Sciences and Quantitative Methods (11)
- Strategic Management Policy (11)
- Fashion Business (10)
- Advertising and Promotion Management (9)
- Business and Corporate Communications (9)
- International Business (9)
- Medicine and Health Sciences (9)
- Nonprofit Administration and Management (9)
- Technology and Innovation (9)
- Agribusiness (8)
- Other Business (8)
- Institution
-
- Al-Muthanna University (40)
- Singapore Management University (31)
- Chulalongkorn University (26)
- University of Arkansas, Fayetteville (21)
- Edith Cowan University (8)
-
- Universitas Indonesia (7)
- City University of New York (CUNY) (5)
- University for Business and Technology in Kosovo (4)
- Wright State University (4)
- Bryant University (3)
- Kennesaw State University (3)
- University of Nebraska - Lincoln (3)
- Liberty University (2)
- Loyola Marymount University and Loyola Law School (2)
- SIT Graduate Institute/SIT Study Abroad (2)
- University of Missouri, St. Louis (2)
- Western Kentucky University (2)
- Western Michigan University (2)
- Air Force Institute of Technology (1)
- Bentley University (1)
- Bowling Green State University (1)
- Brigham Young University (1)
- Cal Poly Humboldt (1)
- California State University, San Bernardino (1)
- Case Western Reserve University (1)
- Embry-Riddle Aeronautical University (1)
- Georgia Southern University (1)
- Institute of Business Administration (1)
- Loyola University Chicago (1)
- Medical University of South Carolina (1)
- Keyword
-
- Supply Chain (7)
- Supply chain (7)
- COVID-19 (5)
- Internship (5)
- Collaboration (4)
-
- Supply Chain Management (3)
- Supply chain management (3)
- Sustainability (3)
- Sustainable supply chain management (3)
- Transportation (3)
- AI (2)
- Audit (2)
- Blockchain (2)
- Business Analytics (2)
- ChatGPT (2)
- Climate Change (2)
- Competition (2)
- Connectedness of manufacturing processes (2)
- Corporate Social Responsibility (2)
- Corruption (2)
- Distribution (2)
- Environmental sustainability (2)
- Industry 4.0 (2)
- Information density of products (2)
- Logistics (2)
- Machine Learning (2)
- Manufacturing strategy (2)
- Marketing (2)
- Medical supply chain (2)
- Pandemic (2)
- Publication
-
- Muthanna Journal of Administrative and Economics Sciences (40)
- Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD) (26)
- Research Collection Lee Kong Chian School Of Business (23)
- Supply Chain Management Undergraduate Honors Theses (16)
- Research outputs 2022 to 2026 (8)
-
- Jurnal Manajemen dan Usahawan Indonesia (6)
- Publications and Research (5)
- Dissertations and Theses Collection (Open Access) (4)
- International Journal of Business and Technology (4)
- Honors Program: Senior Projects (Public) (3)
- Theses and Dissertations (3)
- Asian Management Insights (2)
- Atlantic Marketing Journal (2)
- Educator Preparation & Leadership Faculty Works (2)
- Honors Projects in Global Supply Chain Management (2)
- Honors Theses (2)
- ISSCM Newsletters (2)
- Independent Study Project (ISP) Collection (2)
- Management Information Systems Faculty Publications (2)
- Senior Honors Theses (2)
- Subsistence Marketplaces (2)
- 2023 (1)
- AMTP Proceedings 2023 (1)
- Articles (1)
- Atlantic Marketing Association Proceedings (1)
- BISNIS & BIROKRASI: Jurnal Ilmu Administrasi dan Organisasi (1)
- Branch Mathematics and Statistics Faculty and Staff Publications (1)
- Business Review (1)
- Cal Poly Humboldt theses and projects (1)
- Dissertations (1)
- Publication Type
Articles 181 - 200 of 200
Full-Text Articles in Operations and Supply Chain Management
การเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้ากรณีศึกษาบริษัทขนส่งด่วน: กรณีศึกษา, ทิฆัมพร ศิริโชคมงคลชัย
การเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้ากรณีศึกษาบริษัทขนส่งด่วน: กรณีศึกษา, ทิฆัมพร ศิริโชคมงคลชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้เป็นการใช้โปรแกรมเอ็กเซล โซลเวอร์ (Excel Solver) ในการเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าที่มีความเหมาะสมในการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ของบริษัทกรณีศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแบบจำลองคณิตศาสตร์สำหรับหาตำแหน่งที่ตั้งที่เหมาะสมของศูนย์กระจายสินค้าและวิเคราะห์หาความคุ้มทุนการตั้งศูนย์กระจายสินค้าเพื่อให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งหรือต้นทุนต่ำที่สุดและนำข้อมูลด้านปัจจัยมาวิเคราะห์ร่วม ผลจากการศึกษาพบว่าพื้นที่ที่มีความเหมาะสมมากที่สุดในการตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ คือ จังหวัดอยุธยา ซึ่งมีความหนาแน่นของปริมาณพัสดุขาเข้ามากที่สุดและมีความคุ้มทุนในการดำเนินงาน โดยต้นทุนเฉลี่ยและต้นทุนเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากมีการเปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ของบริษัทกรณีศึกษาโดยใช้กระบวนการลำดับขั้นเชิงวิเคราะห์ พบว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุด 3 อันดับแรก คือ ปัจจัยด้านการขนส่ง ปัจจัยด้านการเงิน และปัจจัยด้านแรงงาน คิดเป็น 63 เปอร์เซ็นของค่าน้ำหนักความสำคัญของปัจจัยทั้งหมด ผลการวิเคราะห์มีความสอดคล้องกับผลลัพธ์ที่ได้จากเอ็กเซล โซลเวอร์ ซึ่งสามารถนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์และสรุปผลการลงทุนในการเปิดศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่ที่ได้โดยโปรแกรมเอ็กเซล โซลเวอร์
การหาค่าที่เหมาะสมที่สุดในการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งทางทะเล, ณัฐพร ปึงศิริเจริญ
การหาค่าที่เหมาะสมที่สุดในการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งทางทะเล, ณัฐพร ปึงศิริเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
สารนิพนธ์ฉบับนี้มีจุดประสงค์ในการศึกษาธุรกิจตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้ในการขนส่งทางทะเล ความไม่สมดุลของตู้คอนเทนเนอร์เปล่าอันเป็นปัญหาที่เป็นหนึ่งในปัญหาหลักของธุรกิจสายเรือและเจ้าของตู้คอนเทนเนอร์ โดยในการศึกษาความไม่สมดุลนี้มีการศึกษาท่าเรือทั้งหมด 7 แห่ง ศึกษาสถานะของตู้คอนเทนเนอร์เปล่าในแต่ละสัปดาห์และข้อมูลการพยากรที่มีการจัดทำล่วงหน้า รวมถึงศึกษาเส้นทางตารางเรือ เพื่อนำไปสร้างแบบจำลองสำหรับการวางแผนขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่า วัตถุประสงค์ของแบบจำลองคือหาจำนวณและเส้นทางที่ให้ค่าดีที่สุดที่เป็นไปได้โดยนำข้อจำกัดด้านการขนส่งอย่างตารางเวลาของเรือและจำนวณระวางสำหรับตู้คอนเทนเนอร์เปล่าที่สามารถใช้ในการขนส่งได้สูงสุดเพื่อให้ได้กำไรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสูงสุด แบบจำลองนี้ใช้การทดลองด้วยการใช้ Solver เพื่อหาผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของแต่ละความเป็นไปได้ ทั้งนี้แบบจำลองที่สร้างขึ้นนี้จะสามารถนำไปช่วยผู้ปฏิบัติงานในการวางแผนการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปล่าที่ขนส่งระหว่างท่าที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลของตู้เปล่าของแต่ละท่าภายใต้ข้อจำกัดในด้านการขนส่ง ซึ่งผลที่ได้จากแบบจำลองเทียบกับการขนย้ายที่เกิดขึ้นจริงจากการวางแผนด้วยประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงานที่ผ่านมา พบว่าผลลัพธ์ที่ได้จากแบบจำลองให้ค่ากำไรที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมากกว่าการขนย้ายจริง ทั้งนี้มีการทดสอบแบบจำลองซ้ำเพื่อยืนยันผลจากแบบจำลอง พบว่าทุกแบบจำลองให้ค่าที่ดีกว่าผลของการวางแผนโดยผู้ปฏิบัติงาน
การประเมินข้อร้องเรียนผู้ใช้บริการระบบรถไฟฟ้าสาธารณะ, ธรรมยศ จำปาทิพย์พงศ์
การประเมินข้อร้องเรียนผู้ใช้บริการระบบรถไฟฟ้าสาธารณะ, ธรรมยศ จำปาทิพย์พงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีจุดประสงส์เพื่อเพื่อศึกษาข้อร้องเรียนและประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บริการที่มีต่อระบบการขนส่งรถไฟฟ้าสาธารณะ เพื่อใช้หาแนวทางในการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของระบบการขนส่งรถไฟฟ้าสาธารณะ โดยใช้ข้อมูลจากข้อร้องเรียนของผู้โดยสารที่ใช้บริการระบบการขนส่งรถไฟฟ้าสาธารณะสายสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) นำมาพัฒนาแบบบสอบถาม ซึ่งออกแบบตามหลัก SERVQUAL Model เพื่อสอบถามและเก็บข้อมูลผู้โดยสารแล้วจึงนำข้อมูลจากแบบสอบถามมาหาค่าช่องว่างของการให้บริการ และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ จัดลำดับความต้องการของผู้โดยสารพร้อมทั้งความต้องการ และแนวทางการปรับปรุงคุณภาพ เพื่อลดช่องว่างการให้บริการ โดยจากผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่เคยใช้บริการจำนวน 400 คนพบว่า ความคาดหวังโดยรวมของมิติการให้บริการทั้ง 5 มิติมีคะแนนอยู่ที่ 4.1 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง และคุณภาพที่ผู้ใช้บริการได้รับโดยรวมของมิติการให้บริการทั้ง 5 มิติมีคะแนนอยู่ที่ 3.6 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูงเช่นกัน จากการวิเคราะห์แบบสอบถามพบว่าความต้องการของผู้โดยสารที่สำคัญที่สุด ที่ต้องการให้ผู้ให้บริการปรับปรุงคือเรื่องการจัดการและความสะดวกในการเข้าถึง ตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารอัตโนมัติ และการจัดการการจราจร ดังนั้นการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าควรคำนึงถึงการปรับปรุงให้เหมาะสมกับความต้องการและความคาดหวังของผู้ใช้บริการ เพื่อลดช่องว่างในการให้บริการนอกจากนี้ แต่หากผู้ให้บริการรถไฟฟ้าได้ทำตามมาตรฐานการให้บริการที่กำหนดแล้ว ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มีความสมเหตุสมผลและได้รับการยอมรับระดับสากลแล้ว ผู้ใช้บริการควรมองปัญหาและสิ่งที่เกิดขึ้นในมุมมองของผู้ให้บริการเพื่อให้สามารถใช้บริการได้อย่างพึงพอใจและมีคุณภาพที่ดีขึ้นได้อีกด้วย
ความเต็มใจที่จะจ่ายของผู้บริโภคในการใช้บริการเสริมขนส่งพัสดุ แบบด่วน, นันทิชา แสนจินดา
ความเต็มใจที่จะจ่ายของผู้บริโภคในการใช้บริการเสริมขนส่งพัสดุ แบบด่วน, นันทิชา แสนจินดา
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นเพื่อประเมินมูลค่าความเต้มใจที่จะจ่ายเพิ่มเติม สำหรับการยกระดับการให้บริการเสริมขนส่งพัสดุ แบบด่วน โดยการใช้วิธีแบบจำลองทางเลือกหรือการวิเคระห์องค์ประกอบร่วม (Conjoint Analysis) ในการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านแบบสอบถามจากผู้ใช้บริการขนส่งพัสดุ แบบด่วน ทั้งหมด 120 ราย การศึกษาครั้งนี้ใช้การออกแบบ Orthogonal เพื่อสร้างการทดลองทางเลือกสำหรับรูปแบบการให้บริการ โดยในแต่ละทางเลือกของรูปแบบการให้บริการได้นำเสนอชุดคุณลักษณะที่จะประกอบไปด้วย ระยะเวลาการจัดส่ง, ระบบประกันการจัดส่ง, อัตราค่าบริการ การบริการส่วนบุคคล และการบริการกล่องพัสดุฟรี สำหรับระดับการให้บริการพื้นฐานจะมีระยะเวลาการจัดส่งแบบปกติภายใน 1 – 2 วัน, ระบบประกัน 2,000 บาท, อัตราค่าบริการ 45 บาท และ การให้บริการศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า ในขณะที่ระดับการให้บริการจะมีระยะเวลาการจัดส่งแบบใหม่ภายใน 40 นาที, ระบบประกัน 3,000 บาท, อัตราค่าบริการ 50 บาท และ 55 บาท, การให้บริการส่วนบุคคล 24 ชั่วโมง และการบริการกล่องพัสดุฟรี ซึ่งมีการสมมุติสถานการณ์ทางเลือกเพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกระหว่างแนวทางการให้บริการพื้นฐานและระดับการให้บริการ โดยที่ผู้ตอบแบบสอบถามแต่ละรายจะได้รับชุดสถานการณ์ทางเลือกทั้งหมด 6 ชุดสถานการณ์ เพื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกชุดสถานการณ์ที่พึงพอใจมากที่สุด จากผลวิเคราะห์พบว่า ผู้ใช้บริการยินยอมที่จะจ่ายเพิ่ม 7 บาทต่อกิโลกรัมให้กับบริการกล่องพัสดุฟรีและยินยอมที่จะจ่ายเพิ่ม 6 บาทต่อกิโลกรัม หากสามารถส่งในระยะทาง 15 กิโลเมตรได้ภายใน 40 นาที จากผลการศึกษาในครั้งนี้ทำให้สามารถวิเคราะห์ความเต็มใจที่จะจ่าย ประเมินมูลค่าความเต็มใจที่จะจ่าย สามารถนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะในการวางกลยุทธ์ของผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งพัสดุ แบบด่วน ในการออกแบบและกำหนดราคาค่าบริการที่เหมาะสมและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง
แนวทางการใช้ประโยชน์ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุตทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต, นงนภัส วรรณกนก
แนวทางการใช้ประโยชน์ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุตทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต, นงนภัส วรรณกนก
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางการใช้ประโยชน์ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต ในกรณีที่บริษัทกรณีศึกษา ไม่สามารถจัดหาตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต ให้เพียงพอต่อความต้องการส่งออก ของกลุ่มสินค้าข้าว และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ใน 3 เส้นทางหลัก คือ เส้นทางไทย-เอเชีย เส้นทางไทย-โอเชี่ยนเนีย และเส้นทางไทย-แอฟริกา โดยใช้แบบสอบถาม(Questionnaire Survey) ถึงแนวทางการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต 2 ตู้ เน้นที่ระดับการยอมรับได้เมื่อมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นของผู้ส่งออกใน 3 รายการหลัก คือ ค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์(Freight) ค่าภาระค่าภาระยกขน/เคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ภายในท่า(THC) และค่าลากตู้คอนเทนเนอร์ จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 24 บริษัท ที่มีปริมาณการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต มากกว่า 100 ตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นไปในระยะเวลา 1 ปี จากจำนวนลูกค้าทั้งหมดมากกว่า 300 ราย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 61 ของจำนวนการจองตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต เพื่อใช้ในการส่งออก เฉพาะกลุ่มสินค้าข้าว และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง พบว่า เมื่อมีการเสนอใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ทดแทนตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต ในกลุ่มสินค้าดังกล่าว เส้นทางไทย-โอเชี่ยนเนีย (ร้อยละ 29 ของกลุ่มตัวอย่าง) ซึ่งเป็นเส้นทางระยะกลาง มีความเป็นไปได้มากที่สุด ที่ผู้ส่งออกจะยอมรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในค่าระวาง ค่าTHC และค่าลากตู้คอนเทนเนอร์ ที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด เส้นทางไทย-แอฟริกา (ร้อยละ 33 ของกลุ่มตัวอย่าง) ซึ่งเป็นเส้นทางระยะไกล มีการยอมรับในค่าระวาง และค่าTHC ที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด แต่ยอมรับในค่าลากตู้คอนเทนเนอร์ที่เพิ่มขึ้นได้เพียงร้อยละ 50 ของผู้ส่งออกในเส้นทางนี้ และ เส้นทางไทย-เอเชีย (ร้อยละ 38 ของกลุ่มตัวอย่าง) ซึ่งเป็นเส้นทางระยะสั้นที่สุด และมีส่วนต่างของค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุตและขนาด 40 ฟุตน้อยที่สุด …
แนวทางการกำหนดนโยบายการสั่งซื้อยาและเวชภัณฑ์ กรณีศึกษาโรงพยาบาลกองบินแห่งหนึ่ง, ประภัสสร ประชุมพันธ์
แนวทางการกำหนดนโยบายการสั่งซื้อยาและเวชภัณฑ์ กรณีศึกษาโรงพยาบาลกองบินแห่งหนึ่ง, ประภัสสร ประชุมพันธ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายการสั่งซื้อ กรณีศึกษาโรงพยาบาลกองบินแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานพยาบาลของรัฐขนาดเล็ก โดยในปัจจุบันโรงพยาบาลไม่มีทั้งการกำหนดระบบการสั่งซื้อที่ชัดเจนขาดตัวชี้วัด ทางด้านการบริหารพัสดุคงคลังเพื่อวัดการขาดคลังของยาและเวชภัณฑ์ มีข้อจำกัดในการใช้ระบบการตรวจสอบระดับ พัสดุคงคลังเป็นรอบ (Periodic review System ) คือตรวจสอบระดับคงคลังทุกสิ้นเดือนเท่านั้น การดำเนินการจัดซื้อปัจจุบัน ใช้การตรวจสอบรายการยาและเวชภัณฑ์ทีละรายการ และผู้ปฏิบัติงานใช้ประสบการณ์ในการกำหนดปริมาณการสั่งซื้อ ทำให้ต้องใช้ระยะเวลานานในการปฏิบัติงานจัดซื้อ และมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดในการสั่งซื้อ เกิดปัญหาทั้งมียาและเวชภัณฑ์ มากเกินความจำเป็น (Overstock) เสี่ยงต่อการเกิดยาและเวชภัณฑ์หมดอายุและยาขาดคลังจากการสั่งซื้อพัสดุที่ไม่เพียงพอ ต่อความต้องการ การศึกษาเริ่มจากศึกษาข้อมูลคลังยาและเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาล ได้ยาและเวชภัณฑ์ที่มีข้อมูลเพียงพอ ทั้งหมด 61 รายการ นำมาจัดกลุ่มโดยใช้ VEN Analysis เป็นการจัดกลุ่มตามความสำคัญทางการรักษา หลังจากนั้น ใช้การแบ่งกลุ่มตาม K – Means Cluster Analysis วิเคราะห์ข้อมูลด้านปริมาณการใช้ยาและเวชภัณฑ์ (Z-score) และค่าความแปรปรวนระหว่างเดือน (C.V.) พบว่ายาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ในงานวิจัยมีความแปรปรวนระหว่างเดือนสูง (C.V) > 0.25 กำหนดระดับการให้บริการ จากนั้นกำหนดนโยบายพัสดุคงคลังและคำนวณพารามิเตอร์ที่ใช้กำหนดนโยบายพัสดุคงคลัง โดยยาและเวชภัณฑ์ส่วนใหญ่ใช้แบบจำลองระดับคงคลังเป้าหมาย (Order up to level; OUL) โดยมีรอบการสั่งคงที่ (Fixed time model) ในการศึกษาเป็นหลัก ยกเว้นยาในกลุ่มที่มีในกลุ่มที่มีความสำคัญทางการรักษามาก ลักษณะความต้องการ การใช้ยาและเวชภัณฑ์ไม่แน่นอนมีความแปรปรวนระหว่างเดือนสูง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วยซึ่งมีผลถึงแก่ชีวิต จึงไม่ควรมีการขาดแคลนยา ต้องมีการติดตามระดับพัสดุอย่างต่อเนื่อง (continuous review) การกำหนดจุดสั่งเติมจะใช้ระบบ Two-Bin System ผลการศึกษาพบว่านโยบายใหม่ที่กำหนดขึ้น สามารถรักษาระดับการให้บริการตามรอบการสั่งซื้อ (Cycle service level) และอัตราการเติมเต็มสินค้า (Fill rate) เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละกลุ่ม ตัวอย่างเช่น ปัจจุบัน ยาในกลุ่มโรคเรื้อรังบางรายการ มีระดับการให้บริการตามรอบการสั่งซื้อ (Cycle service level) เพียง 41.67% หลังการปรับปรุง สามารถรักษาระดับการให้บริการตามรอบการสั่งซื้ออยู่ที่ 85% ในขณะเดียวกัน สามารถลดปริมาณพัสดุคงคลังลงได้ นอกจากนี้ นโยบายปัจจุบันทำให้ยาและเวชภัณฑ์ส่วนใหญ่เกิดการหมดอายุโดยบางรายการมีปริมาณพัสดุคงคลังในมือ (Days of supply) สูงที่สุดถึง 2550 วัน …
การศึกษาทิศทางค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ จากความสัมพันธ์ของค่าระวางระหว่างเรือตู้คอนเทนเนอร์ และเรือสินค้าเทกองแห้ง, ปริฉัตร โชยดิรส
การศึกษาทิศทางค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ จากความสัมพันธ์ของค่าระวางระหว่างเรือตู้คอนเทนเนอร์ และเรือสินค้าเทกองแห้ง, ปริฉัตร โชยดิรส
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ และเรือสินค้าเทกองแห้งในช่วงก่อน, ระหว่าง และหลังวิกฤตการณ์โควิด-19 เพื่อนำผลวิเคราะห์ทิศทางความสัมพันธ์ของค่าระวางมาประมาณการค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ โดยในการวิจัยจะทำการนำข้อมูลค่าระวางทั้งสองชนิดมาวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย ซึ่งจะวิเคราะห์ความสัมพันธ์จากผลลัพธ์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของข้อมูลที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วง และพิจารณาผลลัพธ์ค่า R-Square ที่ได้ ว่าข้อมูลค่าระวางทั้งสองชนิดมีความเหมาะสมในการนำมาสร้างสมการเส้นตรงจำลองเพื่อมาการพยากรณ์ค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์หรือไม่ โดยทำการเปรียบเทียบข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง กับข้อมูลที่ได้จากการแทนค่าลงในสมการในช่วงเวลาต่างๆ ผลการวิจัยพบว่าจากการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ทิศทางค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ และเรือสินค้าเทกองแห้ง ไม่มีความสัมพันธ์กันเลยในช่วงก่อนโควิด-19 แต่มีความสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางเดียวกันในช่วงระหว่างโควิด-19 และช่วงหลังโควิด-19 จึงนำผลลัพธ์จากการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นอย่างง่ายมาสร้างสมการจำลองของทั้งสองช่วงที่มีความสัมพันธ์กัน โดยในช่วงระหว่างโควิด-19 โดยสมการเส้นตรงที่ได้สามารถพยากรณ์ตัวแปรตามได้แม่นยำ 49.9% และช่วงหลังโควิด-19 สมการเส้นตรงที่ได้สามารถพยากรณ์ตัวแปรตามได้แม่นยำ 70% โดยเมื่อเปรียบเทียบผลต่างของค่าระวางที่ได้จากการแทนค่า และข้อมูลจริงนั้นผลต่างออกมามีค่าใกล้เคียงกัน จึงทำให้สรุปได้ว่าสมการเส้นตรงจำลองที่ได้มาสามารถนำไปใช้ในการพยากรณ์ค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ เมื่อทราบค่าระวางเรือสินค้าเทกองแห้งได้ จากสมการในช่วงระหว่างโควิด-19 และหลังระบาดโควิด-19
การกำหนดนโยบายการสั่งซื้อวัตถุดิบที่เหมาะสม กรณีศึกษา โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว, ปรียานุช อดิเรกสันต์
การกำหนดนโยบายการสั่งซื้อวัตถุดิบที่เหมาะสม กรณีศึกษา โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว, ปรียานุช อดิเรกสันต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษามุ่งเน้นการกำหนดนโยบายการสั่งซื้อวัตถุดิบ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าคงคลังและจัดการวัตถุดิบที่มีมากเกินความจำเป็น โดยยังคงสามารถรักษาระดับการบริการไว้ที่ 97% ได้ตามเป้าหมาย สำหรับวัตถุดิบ ทั้ง 6 รายการที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของวัตถุดิบที่มีมากเกิน (Excess stock) กับ กลุ่มวัตถุดิบที่ไม่มีการเคลื่อนไหว (Obsolete stock) และเลือกนำมาศึกษาในงานวิจัยในครั้งนี้ งานวิจัยนี้เริ่มต้นจากการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังเช่น ข้อจำกัดต่างๆในการสั่งซื้อ ข้อมูลของรายการวัตถุดิบที่ต้องการศึกษา จากนั้น หารูปแบบความต้องการของรายการวัตถุดิบทั้ง 6 รายการ โดยใช้ Average No-Demand Interval (ADI) และ Coefficient of Variation Squared (CV2) พบว่าแบ่งได้เป็นทั้งหมด 2 รูปแบบ คือ 1. Erratic Demand 2. Lumpy Demand จากนั้นหารอบการสั่งที่มีการแจกแจงแบบปกติ แล้วจึงนำมากำหนดนโยบายโดยใช้วิธี Periodic Review ดังนี้ 1. Erratic Demand รอบการสั่งซื้อทุก 2 เดือนใช้นโยบายการสั่ง (T,s,S) และรอบการสั่งทุก 3-4 เดือนใช้นโยบายการสั่ง (T,S) 2. Lumpy Demand รอบการสั่งทุก 6 เดือนใช้นโยบายการสั่ง (T,S) จากนั้นทดสอบด้วยการจำลองสถานการณ์ พบว่าค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าคงคลังลดลง 4% (58,971.85 บาท) และยังคงรักษาระดับการให้บริการไว้ได้ที่ 97%
การวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนค่ารถควบคุมอุณหภูมิสำหรับขนส่งสินค้าเกษตรระหว่างดำเนินการเองหรือว่าจ้างผู้ให้บริการจากภายนอก กรณีศึกษา บริษัท A, ศิริภัทร ศีตสาธิต
การวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนค่ารถควบคุมอุณหภูมิสำหรับขนส่งสินค้าเกษตรระหว่างดำเนินการเองหรือว่าจ้างผู้ให้บริการจากภายนอก กรณีศึกษา บริษัท A, ศิริภัทร ศีตสาธิต
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ต้นทุนของการดำเนินการรถควบคุมอุณหภูมิบริษัท A และการจัดจ้างจากภายนอก เพื่อดูความเป็นไปได้ที่จะใช้รถจากการจัดจ้างจากภายนอก ในกลุ่มลูกค้าที่มีการส่งออกสินค้าประเภทผัก-ผลไม้และกล้วยไม้ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างๆ และศึกษาวิเคราะห์น้ำหนักและคะแนนของปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกรถควบคุมอุณหภูมิไปให้บริการลูกค้าของผู้บริหารและผู้จัดการ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการจัดหารถควบคุมอุณหภูมิคันใหม่ที่จะเข้ามาทดแทนในอนาคต งานวิจัยใด้วิเคราะห์ข้อมูลที่บริษัท A ได้เข้าไปรับส่งสินค้ากลุ่มผัก-ผลไม้และกล้วยไม้ที่รถของบริษัท A ได้เข้าไปรับ-ส่งสินค้าในระหว่างมกราคม-ธันวาคม 2565 พบว่ามีการให้บริการทั้งหมด 17 พื้นที่ คือ สามพราน, ศรีราชา, รามคำแหง, นิคมโรจนะ, ตลาดไท, กำแพงแสน, บางเขน, บางพลี, หมู่บ้านนักกีฬา, กระทุ่มแบน, พุทธมณฑลสาย 3, พุทธมณฑลสาย 4, ศาลายา, พระประแดง, ลำลูกกา, จัตุจักร และคลอง 14 เพื่อใช้ในการเริ่มต้นงานวิจัยจึงได้ทำการจัดกลุ่มพื้นที่ โดยใช้เงื่อนไข 3 ด้าน คือ ด้านประเภทสินค้า ได้แก่ กลุ่มผัก-ผลไม้ และกลุ่มกล้วยไม้ ด้านระยะทาง ได้แก่ ระยะทางใกล้, ระยะทางกลาง และระยะทางไกล ด้านความถี่ในการเข้ารับสินค้า ได้แก่ ความถี่ต่ำ, คสามถี่กลาง และความถี่สูง ได้กรณีศึกษาทั้งหมด 10 กรณีศึกษา นำมาใช้คำนวนหาต้นทุนคงที่ ต้นทุนแปรผัน และต้นทุนรวมต่อปี โดยแบ่งวิธีการคำนวณเป็นอายุการใช้งานรถ 15 ปี, อายุการใช้งานรถ 10 ปี และอายุการใช้งานรถ 5 ปี ในการดำเนินการรถควบคุมอุณหภูมิของแต่ละกรณีศึกษาและต้นทุนรวมทั้งหมดในปี 2565 เปรียบเทียบกับต้นทุนในกรณีที่จะต้องจัดจ้างจากภายนอกทั้งหมด โดยได้ข้อมูลด้านราคามาจากผู้ให้บริการ 5 ราย รวมไปถึงยังได้สอบถามถึงปัจจัยสำคัญ 5 ปัจจัย คือ ต้นทุนที่ใช้ในการดำเนินงาน, ความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ, ความสามารถของผู้ให้บริการ, ความพร้อมของผู้ให้บริการ และค่าสะดวกในการทำงาน โดยใช้วิธีค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ผลจากการศึกษาเห็นด้วยว่าบริษัท A ควรดำเนินการให้บริการรถควบคุมอุณหภูมิโดยรถของบริษัทต่อไป เพราะว่าต้นทุนรวมต่อปีในการดำเนินการที่ต่ำกว่าการจัดจ้างจากภายนอก พบว่ากรณีศึกษาที่ต้นทุนรวมต่อปีมีความแตกต่างน้อยที่สุด คือ กรณีศึกษาที่ 5 กลุ่มผัก-ผลไม้ ระยะไกล ความถี่ต่ำ (นิคมโรจนะ) และกรณีศึกษาที่ …
การพัฒนากระบวนการการจัดหาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กรณีศึกษา การจัดหาคอนเน็กเตอร์เพื่อประกอบชุดสายไฟในธุรกิจการบิน, สุรดา บริบูรณ์พานิช
การพัฒนากระบวนการการจัดหาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กรณีศึกษา การจัดหาคอนเน็กเตอร์เพื่อประกอบชุดสายไฟในธุรกิจการบิน, สุรดา บริบูรณ์พานิช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาและพัฒนากระบวนการจัดหาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเลือกกรณีตัวอย่างการจัดหาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประกอบชุดสายไฟในธุรกิจการบิน งานวิจัยฉบับนี้ได้ทำการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อศึกษาความต้องการของลูกค้าและวิเคราะห์หาจุดอ่อนของกระบวนการทำงานปัจจุบันซึ่งพบว่ามีปัญหาด้านวิธีการทำงาน ด้านราคา ด้านเวลาและด้านจำนวนการสั่งซื้อ เพื่อขจัดปัญหาดังกล่าวจึงได้ทำการนำเสนอกระบวนการทำงานใหม่ 9 ขั้นตอนมาใช้ปรับปรุงและพัฒนากระบวนการจัดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผลการศึกษาจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 3 ราย ด้วยวิธีการ 5W1H แล้วทำการวิเคราะห์ปัญหาด้วยแผนภูมิก้างปลา จากนั้นออกแบบการทำงานใหม่ทั้ง 9 ขั้นตอน ดังนี้ 1) กำหนดความต้องการเฉพาะที่ร้องขอต่อวัตถุดิบจากข้อมูลความต้องการของลูกค้า 2) กำหนดซัพพลายเออร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมโดยรวบรวมข้อมูลจากระบบSAP 3) ประเมินความสามารถเพื่อลดจำนวนซัพพลายเออร์โดยใช้ข้อจำกัดที่ลูกค้าร้องขอมาทำการเลือกซัพพลายเออร์ 4) เตรียมรายการประมูลโดยการออกแบบฟอร์มการร้องขอให้เสนอราคา 5) ขอให้เสนอราคาด้วยวิธีการส่งอีเมลไปที่ซัพพลายเออร์ที่กำหนด 6) ตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับและวิเคราะห์ใบเสนอราคา หากข้อมูลไม่ครบถ้วนต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่ 7) ติดต่อซัพพลายเออร์เพื่อแก้ไขข้อมูลใบเสนอราคา 8) ประเมินและคัดเลือกผู้ส่งมอบหลายรายด้วยกระบวนการวิเคราะห์ตามลำดับชั้น และขั้นตอนที่ 9 นำเสนอผู้ชนะการประมูลโดยเลือกซัพพลายเออร์ที่ได้ค่าความสำคัญรวมสูงสุด สุดท้ายวัดผลประสิทธิภาพหลังการดำเนินงานด้วยทำการประเมินความพึงพอใจของการทำงานในรูปแบบใหม่ และทำการเปรียบเทียบเวลาทำงานจริงก่อนและหลังปรับปรุงกระบวนการทำงานซึ่งพบว่าขั้นตอนใหม่สามารถลดเวลาการทำงานลงได้
การศึกษาต้นทุนโลจิสติกส์ของการขนส่งสินค้าทางอากาศ กรณีศึกษาของบริษัท Abc, สุรศักดิ์ ลิ่มศรีพุทธิ์
การศึกษาต้นทุนโลจิสติกส์ของการขนส่งสินค้าทางอากาศ กรณีศึกษาของบริษัท Abc, สุรศักดิ์ ลิ่มศรีพุทธิ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาต้นทุนของการขนส่งทางอากาศ จากคลังสินค้าของผู้ขายที่ตั้งอยู่ที่ฮ่องกงมายังประเทศไทย โดยศึกษาต้นทุนขนส่งของการสินค้า และต้นทุนการดำเนินงานของลูกค้า (ร้านค้า) เพื่อนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการนำส่งสินค้าไปยังลูกค้า (ร้านค้า) สำหรับการขนส่งการขนส่ง 1 เที่ยวต่อสัปดาห์ กับ 2 เที่ยวต่อสัปดาห์ การวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก เปรียบเทียบต้นทุนโลจิสติกส์ของการขนส่งสินค้าทางอากาศ ซึ่งรวบรวมจากค้าใช้จ่ายต่างๆ ที่ถูกเรียกเก็บจากตัวแทนขนส่ง ใบเสนอราคา โดยต้นทุนที่นำมาวิเคราะห์ ได้แก่ ต้นทุนการขนส่งที่เกิดขึ้นต้นทาง ค่าระวางสินค้า และค่าจ่ายที่เกิดขึ้นปลายทาง โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา เช่น ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) โดยใช้โปรแกรม Excel วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเปรียบต้นทุนที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่งการขนส่งแบบ 1 เที่ยวต่อสัปดาห์ กับ 2 เที่ยวต่อสัปดาห์ ส่วนที่สองจะเป็นการสัมภาษณ์สัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของบริษัทกรณีศึกษา ได้แก่ ผู้จัดการร้านค้า ผู้จัดการทั่วไป ผู้ช่วยผู้จัดการโลจิสติกส์ จำนวน 4 ท่าน เกี่ยวกับรูปแบบการขนส่ง ผลการวิจัยพบกว่าการขนส่งแบบ 2 เที่ยวต่อสัปดาห์ ค่าขนส่งมีสัดส่วนมากที่สุด และค่าใช้จ่ายที่ถูกเรียกเก็บตามใบตราส่งสินค้าหรือใบขนสินค้ามีสัดส่วนรองลงมา โดยที่การขนส่ง 1 เที่ยวต่อสัปดาห์ จะทำให้ค่าใช้จ่ายที่ถูกเรียกเก็บใบตราส่งสินค้าหรือใบขนสินค้าลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งปัจจุบัน ทั้งนี้จากการสัมภาษณ์พบว่าการลดจำนวนเที่ยวลงทำให้ง่ายต่อการจัดการ รับสินค้า รวมถึงเวลาลดลง พนักงานของร้านสามารถสร้างโอกาสในการขายมากขึ้น แต่ทั้งนี้ปริมาณสินค้ายังเป็นของกังวลหากมีปริมาณสินค้ามากกว่าปกติ อาจะต้องใช้พนักงานมากกว่า 2 คนในการรับสินค้า โดยการส่ง 1 เที่ยวต่อสัปดาห์ จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมเนื่องจากมีต้นทุนโลจิสติกส์ที่ต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งในปัจจุบัน
การสร้างแบบจำลองเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพคลังสินค้าขาเข้า, เอกกมน เอมโอด
การสร้างแบบจำลองเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพคลังสินค้าขาเข้า, เอกกมน เอมโอด
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยในครั้งนี้มุ้งเน้นการปรับปรุงกระบวนการรับเข้าสินค้าของคลังสินค้า โดยใช้คลังสินค้าอีคอมเมิร์ซเป็นกรณีศึกษา วัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการรับเข้าสินค้า ทดสอบแนวทางการปรับปรุงเพื่อลดระยะเวลาการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม ซึ่งวิธีการที่ใช้ในการวิจัย คือการเก็บรวบรวมข้อมูลเวลากระบวนการรับเข้าสินค้า เพื่อนำมาเป็นข้อมูลนำเข้าใส่โปรแกรมการจำลองสถานการณ์ (Arena Simulation) โดยทำการจำลองสถานการณ์แนวทางการปรับปรุงกระบวนการรับเข้าสินค้าทั้งหมด 3 แนวทาง เพื่อนำผลจากการจำลองสถานการณ์แนวทางการปรับปรุงทั้ง 3 แนวทางมาเปรียบเทียบกัน ผลที่ได้จากการจำลองสถานการณ์ สามารถสรุปได้ว่า แนวทางการเพิ่มจำนวนพนักงานรับเข้าสินค้ามีความเหมาะสมที่สุดในการนำมาปรับใช้กับคลังสินค้าอีคอมเมิร์ซกรณีศึกษา เนื่องจากสามารถช่วยลดเวลาที่ใช้ในการทำงานรวมโดยเฉลี่ย 40.52% ไม่เกิดการทำงานล่วงเวลา และอรรถประโยชน์ของพนักงานโดยรวมเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 31% รวมถึงจากการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในแต่ละแนวทางการปรับปรุงนั้นพบว่า แนวทางการเพิ่มจำนวนพนักงานช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 16% เมื่อเทียบกับการจ่ายค่าล่วงเวลาแบบสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าแนวทางการเพิ่มจำนวนพนักงานรับเข้าสินค้ามีความเหมาะสมในการนำมาปรับใช้กับคลังสินค้าแห่งนี้ เพื่อทำให้กระบวนการรับเข้าสินค้ามีประสิทธิภาพดีขึ้นและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นได้ดีที่สุด
การปรับปรุงการพยากรณ์ยอดขายสำหรับสินค้าที่อยู่ในช่วงถดถอย กรณีศึกษา: บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน, ขวัญดาว ทรัพย์เมือง
การปรับปรุงการพยากรณ์ยอดขายสำหรับสินค้าที่อยู่ในช่วงถดถอย กรณีศึกษา: บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน, ขวัญดาว ทรัพย์เมือง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านรุ่นหนึ่งๆ นั้นมีวงจรชีวิตของผลิตสั้นลงเรื่อยๆ สืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยีที่นำเข้ามาใช้ เพื่อตอบสนองความต้องของลูกค้า ดังนั้นเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจเองจึงต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเช่นกัน จากการศึกษาผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้า โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามลักษณะของสินค้า คือ เครื่องอบผ้า เครื่องซักผ้าฝาบน และเครื่องซักผ้าฝาหน้า พบปัญหาการพยากรณ์ยอดขายสินค้าที่ยังไม่ดีเท่าที่ควรจึงส่งผลทำให้บริษัทแบกรับค่าใช้จ่ายของการถือครองสินค้าคงคลังเคลื่อนไหวช้าและล้าสมัยค่อนข้างสูง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการพยากรณ์ยอดขายเพื่อลดมูลค่าการถือครองสินค้าคงคลังเคลื่อนไหวช้าและล้าสมัย โดยวัดผลความแม่นยำจากค่า Mean Absolute Percentage Error (MAPE) โดยเปรียบเทียบระหว่างวิธีแบบดั้งเดิม วิธี Autoregressive Integrated Moving Average (ARIMA) และวิธีการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ (Multiple regression analysis) ค่าความคลาดเคลื่อนจากการพยากรณ์เฉลี่ย พบว่าวิธีการพยากรณ์แบบการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด โดยที่เครื่องอบผ้ามีปัจจัยที่ถูกนำเข้ามาพิจารณาในสมการอยู่ทั้งหมด 4 ตัว คือ มูลค่าของยอดขายในแต่ละเดือน (Sales), ค่าเฉลี่ยราคาขายต่อหน่วยในแต่ละเดือน (Price), รุ่นของสินค้า (Series 700), และขนาดถังซัก 7 กิโลกรัม ค่า MAPE ลดลงร้อยละ 17 เครื่องซักผ้าฝาหน้ามีปัจจัยที่ถูกนำเข้ามาพิจารณาในสมการอยู่ทั้งหมด 3 ตัว คือ มูลค่าของยอดขายในแต่ละเดือน (Sales), ค่าเฉลี่ยราคาขายต่อหน่วยในแต่ละเดือน (Price) และขนาดถังซัก 10 กิโลกรัม ค่า MAPE ลดลงร้อยละ 27 และเครื่องซักผ้าฝาบน มีปัจจัยที่ถูกนำเข้ามาพิจารณาในสมการอยู่ทั้งหมด 2 ตัว คือ มูลค่าของยอดขายในแต่ละเดือน (Sales) และค่าเฉลี่ยราคาขายต่อหน่วยในแต่ละเดือน (Price) ค่า MAPE ลดลงร้อยละ 14 และมูลค่าของสินค้าคงคลังเคลื่อนไหวช้าและล้าสมัยช่วงเดือนตุลาคม 2023 ถึง มีนาคม 2024 ของเครื่องอบผ้าลดลงเฉลี่ยร้อยละ 11 เครื่องซักผ้าฝาหน้าลดลงเฉลี่ยร้อยละ 12 และเครื่องซักผ้าฝาบน ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 14 ตามลำดับ
R&D Consortia In Competitive Supply Chains, Pascale Crama, Gaoyan Lu, Yi Xu
R&D Consortia In Competitive Supply Chains, Pascale Crama, Gaoyan Lu, Yi Xu
Research Collection Lee Kong Chian School Of Business
R&D consortia, which coordinate R&D activities of their member firms, have been successful in many industries. We study a model with two competing supply chains each consisting of a manufacturer and a supplier. The manufacturers compete in the final product market, and can conduct R&D to reduce unit product costs of their final products. The R&D can be done in three different ways: by the two manufacturers independently, by them jointly in a horizontal R&D consortium, or by the supplier and the manufacturer jointly in each supply chain in two vertical R&D consortia. We find that as compared to independent …
Putting Manufacturing On The Offensive, Arnoud De Meyer, Kasra Ferdows, Ann Vereecke
Putting Manufacturing On The Offensive, Arnoud De Meyer, Kasra Ferdows, Ann Vereecke
Research Collection Lee Kong Chian School Of Business
The path for elevating the role of manufacturing in the company strategy in the last few decades has been rather clear: Improve the basic production capabilities-typically quality, reliability, lead times, and cost efficiency of production processes. Leading Japanese companies, like Toyota, showed the way. But as many have heeded the advice and followed suit, this approach has become essentially a defensive strategy; you must do it not to fall behind. Has manufacturing lost its potential to create capabilities on which a company's strategy can rest? Our answer is absolutely not. In fact, unlike before, manufacturing has multiple paths for creating …
Establishing A Market Capacity And Economic Baseline For Forest Biomass Utilization In The Southern Cascade And Northern Sierra Nevada Mountain Range, California, Clarke Stevenson
Establishing A Market Capacity And Economic Baseline For Forest Biomass Utilization In The Southern Cascade And Northern Sierra Nevada Mountain Range, California, Clarke Stevenson
Cal Poly Humboldt theses and projects
Attempts to address wildfire risk and forest resilience have increased substantially over the last 20 years with specific interest in removing excess vegetation from stands, commonly referred to as “forest biomass”. However, the market capacity for and the economics of biomass utilization have been a limiting factor to achieving statewide goals for forest health and fire resilience. This thesis looks at the Southern Cascade and Northern Sierra Nevada biomass supply chain to benchmark current market capacity for biomass utilization through mapping and harvest record analysis. It also calculates the net revenue of biomass mobilization based on costs developed from a …
Blockchain And Sustainability Disclosure: A Scenario-Based Application For Supply Chains, Laura Corazza, Junru Zhang, Dilhani Kapu Arachchilage, Simone Domenico Scagnelli
Blockchain And Sustainability Disclosure: A Scenario-Based Application For Supply Chains, Laura Corazza, Junru Zhang, Dilhani Kapu Arachchilage, Simone Domenico Scagnelli
Research outputs 2022 to 2026
This paper presents the implications of blockchain technologies on sustainability reporting and disclosure, and specifically proposes blockchain use-cases as a possible solution for problems experienced in the field of supply chain carbon information. This study addresses how the reliability of supply chains’ carbon-related information can become more transparent and reliable through a decentralized approach based on blockchain thinking (BT), issues that have been identified as a gap in the literature and in the practice. Scenario analysis and design science research (DSR) are used as a methodological driver to conceptualize over the nature of practical solutions using unified modeling language (UML) …
Circular Economy Research In The Covid-19 Era: A Review And The Road Ahead, Abderahman Rejeb, Karim Rejeb, Andrea Appolloni, Horst Treiblmaier, Mohammad Iranmanesh
Circular Economy Research In The Covid-19 Era: A Review And The Road Ahead, Abderahman Rejeb, Karim Rejeb, Andrea Appolloni, Horst Treiblmaier, Mohammad Iranmanesh
Research outputs 2022 to 2026
The onset of the Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) pandemic has resulted in a major crisis that has severely impacted numerous economic, environmental, and social aspects of human life. During the pandemic, the potential of the circular economy (CE) has gained increasing attention as a prospective remedy for numerous sustainability problems. This systematic literature review charts CE research in the COVID-19 era. To this end, 160 journal articles were selected from the Scopus database. The performance indicators of the literature were determined and described through a bibliometric analysis. Moreover, the conceptual structure of CE research was identified via a keyword co-occurrence …
Which Businesses Enroll In Innovation Training? Evidence From A Field Experiment, Pascale Crama, Reddi Kotha, Cintia Kulzer Sacilotto, Vish Krishnan
Which Businesses Enroll In Innovation Training? Evidence From A Field Experiment, Pascale Crama, Reddi Kotha, Cintia Kulzer Sacilotto, Vish Krishnan
Research Collection Lee Kong Chian School Of Business
We report results from a field experiment testing hypotheses that examine what drives firms to seek new learning opportunities. Specifically, we draw on behavioral theory of the firm to predict how prior performance affects the likelihood a firm enrolls in business training. We also evaluate cognitive mechanisms connecting recruitment messaging and CEO growth orientation to firm participation. Our study randomly allocates over 10,000 firms to one of three experimental conditions—prevention, promotion, and neutral messaging—that vary the framing of a recruitment message for an innovation program for small and medium enterprises (SMEs) in Singapore. We leverage pre-treatment heterogeneity in firm performance …
Supply Chain Insights From Social Media Users’ Responses To Panic Buying During Covid-19: The Herd Mentality, Violetta Wilk, Saiyidi Mat Roni, Ferry Jie
Supply Chain Insights From Social Media Users’ Responses To Panic Buying During Covid-19: The Herd Mentality, Violetta Wilk, Saiyidi Mat Roni, Ferry Jie
Research outputs 2022 to 2026
Purpose:
This study applied the herd mentality theory to explore local and global social media users’ responses to panic buying across the USA, UK and Australia during the COVID-19 crisis to understand the implications on operations and supply chains.
Design/methodology/approach:
A total of 208,806 social media user-generated content (UGC) pieces were collected from Twitter in three countries – the USA, UK and Australia. The analysis of this big qualitative data was performed using machine learning–based software – Leximancer.
Findings:
Positive and negative sentiment towards panic buying during the COVID-19 crisis was observed in the UGC. No significant differences in social …