Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Technology and Innovation (332)
- Finance and Financial Management (274)
- Operations and Supply Chain Management (244)
- Social and Behavioral Sciences (126)
- Science and Technology Studies (125)
-
- Human Resources Management (69)
- Insurance (18)
- Accounting (12)
- Business Administration, Management, and Operations (10)
- Engineering (4)
- Computer Engineering (2)
- Computer Sciences (2)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (2)
- Physical Sciences and Mathematics (2)
- Real Estate (2)
- Advertising and Promotion Management (1)
- Agribusiness (1)
- Artificial Intelligence and Robotics (1)
- Databases and Information Systems (1)
- Economics (1)
- Entrepreneurial and Small Business Operations (1)
- Growth and Development (1)
- Hospitality Administration and Management (1)
- Industrial Engineering (1)
- Industrial Organization (1)
- Management Information Systems (1)
- Marketing (1)
- Medicine and Health Sciences (1)
- Public Health (1)
- Keyword
- Publication Year
- Publication
- Publication Type
Articles 481 - 510 of 967
Full-Text Articles in Business
การคาดการณ์อัตรามรณะไทยตามสาเหตุของการตายด้วยวิธีการกระทบยอดรวม, สุพัตรา ยกซ้าย
การคาดการณ์อัตรามรณะไทยตามสาเหตุของการตายด้วยวิธีการกระทบยอดรวม, สุพัตรา ยกซ้าย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคาดการณ์อัตรามรณะของประชากรไทยในอีก 20 ปีข้างหน้า แยกตามสาเหตุของการตายที่สำคัญ ได้แก่ โรคมะเร็งทุกชนิด โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด อุบัติเหตุจากการคมนาคมขนส่งทางบก โรคเบาหวาน และรวมทุกสาเหตุการตาย ตามบัญชีจำแนกโรคระหว่างประเทศ (ICD-10) โดยใช้ตัวแบบ ลี-คาร์เตอร์ จากนั้นทำการกระทบยอดในแบบ Bottom-up และ Trace minimization forecasts (MinT) ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ จำนวนประชากรกลางปีและจำนวนประชากรที่เสียชีวิตแยกตามสาเหตุของการตาย จำแนกตามเพศและอายุ จากสถิติสาธารณสุข กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 – 2562 ผลการวิจัยพบว่า ค่าคาดการณ์อัตรามรณะของประชากรไทย เมื่อทำการกระทบยอดแบบ Bottom-up และแบบ Trace minimization forecasts (MinT) มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันทั้งเพศชายและเพศหญิง คือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและลดลงในช่วงอายุเริ่มต้น ยกเว้นการตายด้วยโรคมะเร็งทุกชนิดและอุบัติเหตุจากการคมนาคมขนส่งทางบก หลังจากนั้นค่าอัตรามรณะมีการเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายของช่วงอายุ ยกเว้นการตายด้วยโรคหัวใจขาดเลือด และโรคเบาหวานในเพศหญิง โดยที่การคาดการณ์กระทบยอดแบบ Trace minimization forecasts (MinT) มีความเหมาะสมกว่าแบบ Bottom-up นอกจากนั้นการวิจัยนี้ได้นำค่าอัตรามรณะที่คำนวณได้ไปใช้ในการคำนวณหาเบี้ยประกันภัยสุทธิของแบบประกันชีวิตตัวอย่าง ที่ให้ผลประโยชน์การตายตามสาเหตุการตายที่สำคัญด้วย
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษาบริษัท Xyz, ฐิติกร แก้วดวงเด่น
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษาบริษัท Xyz, ฐิติกร แก้วดวงเด่น
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โครงงานพิเศษฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิต่อการยอมรับการใช้งานเทคโนโลยีสำหรับผู้นำเข้าส่งออกและตัวแทนผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศเนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมทางด้านขนส่งสินค้าทางทะเลหรือสาสยเรือนั้นมีการแข่งขันกันสูงมากขึ้นโดยเฉพาะทางด้านบริการ ในแง่ของการบริการทางสายเรือ จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบให้การทำงาน มีความรวดเร็วในการให้บริการ ถูกต้องแม่นยำ ข้อมูลเข้าถึงได้ง่าย และผู้ใช้บริการรับรู้ถึงประโยชน์ของการใช้งาน โดยบริษัทกรณีศึกษาเป็นสายการเดินเรือรายใหญ่ โดยใช้แบบสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้นำเข้าส่งออกและตัวแทนผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ จำนวน 350 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้งาน Online Platform กรณีศึกษา บริษัสายเรือ XYZ จำนวน 4 ด้าน และความตั้งใจที่จะใช้งาน ผลการศึกษาพบว่า ด้านความคาดหวังในประสิทธิภาพ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านอิทธิพลทางสังคม และ ด้านความง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้ Online Platform อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีจำนวน 3 ปัจจัย คือ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านอิทธิพลทางสังคม และ ด้านความง่ายต่อการใช้งาน
นวัตกรรมฮาร์ดแวร์สอนเขียนโปรแกรมแบบตัวต่อในรูปแบบหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง, ณัฐธภา พงษ์พานิช
นวัตกรรมฮาร์ดแวร์สอนเขียนโปรแกรมแบบตัวต่อในรูปแบบหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง, ณัฐธภา พงษ์พานิช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาฯ 2) เพื่อศึกษาวิธีการนำไปใช้ฯ และ 3) ศึกษาผลการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาก่อนและหลังจากการนำฮาร์ดแวร์สอนเขียนโปรแกรมแบบตัวต่อรูปแบบหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงมาใช้ในการจัดการเรียนรู้หลักการคิดเชิงคำนวณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนาฮาร์ดแวร์และการนำไปใช้ คือ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการประเมินการใช้งานของฮาร์ดแวร์ต้นแบบ และ ด้านการนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยมี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง คือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาจํานวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทั้งในด้านฮาร์ดแวร์ฯ และ ในด้านการนำไปจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมิน Scoring Rubric ทั้งก่อนและหลังเรียน ทั้งนี้ได้ทําการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเพื่อศึกษาผลการพัฒนาหลักการคิดเชิงคำนวณของนักเรียนชั้นประถมศึกษา โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเปรียบเทียบ คะแนนแบบ Paired-samples T-Test ร่วมกับการอธิบายผล ผลการวิจัยพบว่า ฮาร์ดแวร์ฯ ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมสำหรับการนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนประถมศึกษา ผลการทดลองนำฮาร์ดแวร์ฯไปใช้ พบว่า นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษามีพัฒนาการด้านหลักการคิดเชิงคำนวณหลังการทดลองสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05
การบูรณาการระบบแสดงตนอัตโนมัติกับการตระหนักรู้ภาพสถานการณ์ทางทะเลของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.), จุฑามาศ พบสุข
การบูรณาการระบบแสดงตนอัตโนมัติกับการตระหนักรู้ภาพสถานการณ์ทางทะเลของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.), จุฑามาศ พบสุข
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ด้วยเทคนิคเดลฟาย (Delphi technique) กับการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) ด้วยข้อมูลปฐมภูมิ (Primary data) ที่มาจากการคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญในการสัมภาษณ์ แสดงความคิดเห็น ผ่านแบบสอบถามของเทคนิค Delphi กำหนดประเด็นสำคัญของปัญหา เพื่อสร้างเครื่องมือและเก็บข้อมูล นำมาใช้สรุปผล วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อแสดงว่าผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นเป็นหนึ่งเดียวกันในการบูรณาการระบบ AIS และการผลักดันเชิงนโยบายของ MDA ผลการวิจัยพบว่าผู้เชี่ยวชาญมีความเข้าใจการตระหนักรู้ภาพสถานการณ์ทางทะเล โดยเชื่อว่าการให้อำนาจผู้นำประเทศ ในด้านนโยบายเกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ส่งผลต่อความมั่นคงทางทะเลและยุทธศาสตร์ของประเทศที่ยั่งยืน โดยพบประเด็นปัญหาในเรื่องที่ MDA มีผลในเรื่องของแผนยุทธศาสตร์ ที่ใช้ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติในทุกด้าน จึงจำเป็นที่ต้องกำหนดหน่วยงานที่เข้าได้ถึงชั้นข้อมูลเพื่อการรักษาชั้นความลับ โดยให้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเป็นผู้ดำเนินการ อาศัยข้อมูลจากระบบ AIS เพื่อการรักษาความปลอดภัยในทะเลและตรวจสอบเรือที่ละเมิดอธิปไตยและกระทำผิดกฎหมาย ในน่านน้ำไทย โดยต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและผลประโยชน์สูงสุดที่ยั่งยืน ที่เกี่ยวเนื่องกับทะเลในทุกมิติ
การแก้ไขปัญหาโรฮิงญาในมิติความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล, บุษยพรรณ ถิตานนท์
การแก้ไขปัญหาโรฮิงญาในมิติความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล, บุษยพรรณ ถิตานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาประเด็นปัญหาที่แท้จริงของการลักลอบเข้าเมืองของชาวโรฮิงญา (2) เพื่อศึกษาผลกระทบของการลักลอบเข้าเมืองของชาวโรฮิงญาทางทะเลต่อความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล และ (3) เพื่อศึกษาหาแนวทาง และวิธีการที่เหมาะสมในการจัดการ แก้ไขปัญหาของการลักลอบเข้าเมืองของชาวโรฮิงญาที่ลักลอบเข้ามาในประเทศไทยอย่างยั่งยืน เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก ซึ่งได้จากการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลปัญหาการลักลอบเข้าเมือง รวมทั้งทำการศึกษา ค้นคว้าแนวคิดและทฤษฎี รวมถึงเอกสารงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำการออกแบบคำถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์ ผลการวิจัยพบว่า การหลบหนีเข้าเมืองของชาวโรฮิงญาที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบโดยใช้เส้นทางทางทะเลมากขึ้น แต่ลดการแวะพักในประเทศไทยน้อยลง โดยมีต้นทางจากรัฐยะไข่ ประเทศพม่า ไปยังประเทศปลายทาง ได้แก่ ประเทศมาเลเซีย หรือประเทศอินโดนีเซีย ใช้ประเทศไทยเป็นทั้งทางผ่านและปลายทางเช่นเดียวกัน ซึ่งสาเหตุของการลักลอบเข้าเมืองของชาวโรฮิงญานั้นเปลี่ยนแปลงจากเหตุผลด้านเศรษฐกิจมาเป็นด้านของสิทธิ สถานะพลเมือง และการกดขี่ รวมถึงการใช้ความรุนแรง ซึ่งมีต้นเหตุมาจากประเทศต้นทาง โดยงานวิจัยในครั้งนี้สามารถสรุปถึงผลกระทบการลักลอบเข้าเมืองของชาวโรฮิงญาต่อความมั่นคงของชาติทางทะเลได้ว่า มีผลกระทบในเชิงลบระดับปานกลาง โดยมีผลกระทบต่อความปลอดภัยในการใช้ประโยชน์จากทะเล แต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ ขบวนการค้ามนุษย์ การใช้เรือไม่ชักธง และการหลบหนีเข้าเมืองทางทะเลซึ่งเป็นผลสืบเนื่องต่อความมั่นคงทางบก
การพัฒนาระบบประมวลผลภาษาธรรมชาติ เพื่อบ่งชี้การกลั่นแกล้งบนโซเชียลมีเดียในภาษาไทย, วรพงศ์ บำรุงศรี
การพัฒนาระบบประมวลผลภาษาธรรมชาติ เพื่อบ่งชี้การกลั่นแกล้งบนโซเชียลมีเดียในภาษาไทย, วรพงศ์ บำรุงศรี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์เป็นเรื่องง่าย และกลายเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต ด้านดีของสื่อสังคมออนไลน์ คือ สามารถใช้ติดต่อสื่อสารถึงกัน ส่วนผลในด้านลบคือ การที่สื่อสังคมออนไลน์ถูกใช้เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการคุกคาม กลั่นแกล้งกัน การกลั่นแกล้งบนโซเชียลมีเดียมีหลากหลายรูปแบบ สามารถสรุปใจความได้ว่า คือการคุกคามหรือทำร้ายผู้อื่น โดยใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น อีเมล์ ข้อความโต้ตอบแบบทันที ข้อความสั้น ห้องสนทนาออนไลน์ เพื่อให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย เกิดความหวาดกลัว และรู้สึกสิ้นหวังในชีวิต โดยผู้ที่ตกเป็นเหยื่อยากที่จะป้องกันตนเองและถูกกระทำซ้ำไปซ้ำมา งานวิจัยนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อนำระบบประมวลผลภาษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นสาขาย่อยของภาษาศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคอมพิวเตอร์และภาษาของมนุษย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ ในการนำมาใช้ในการเลือกเนื้อหา ข้อความ การตอบโต้กันบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประมวลผลจากและได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสนอวิธีการใหม่ในการตรวจจับข้อมูลการกลั่นแกล่งบนโซเชียลมีเดียในข้อความภาษาไทยโดยการนำข้อมูลที่เกิดขึ้นในสังคมออนไลน์บน Twitter มาทำการประมวลผลผ่านกระบวนการและขั้นตอนในการวิเคราะห์ภาษาธรรมชาติ และสร้างตัวชี้วัดประสิทธิภาพและความแม่นยำของแบบจำลอง ด้วย Precision, Recall และ F-Measure พบว่า แบบจำลองมีค่าความแม่นยำในการทำนายผลลัพธ์อยู่ที่ร้อยละ 84.23
Does Accounting Quality Reduce External Financial Constraints?, Chapit Asirapongporn
Does Accounting Quality Reduce External Financial Constraints?, Chapit Asirapongporn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study investigates how accounting quality relates to financial constraints at the firm level. In this study, our first hypothesis is that higher accounting quality reduces financial constraints at the firm level. Our second hypothesis is that higher accounting quality reduces financial constraints more after IFRS adoption in 2011 than before IFRS adoption in Thailand. Our third hypothesis is that higher accounting quality reduces financial constraints more in state-owned enterprises than in privately-owned enterprises. Lastly, auditing quality could be another proxy of accounting quality. Therefore, our fourth hypothesis is that higher auditing quality reduces financial constraints at the firm level. …
The Impact Of Moral Hazard In Institutional Environment On The Decision To Perform Partial Acquisition Or Full Acquisition, Thornthep Paengsawat
The Impact Of Moral Hazard In Institutional Environment On The Decision To Perform Partial Acquisition Or Full Acquisition, Thornthep Paengsawat
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper investigates the impact of moral hazard on the corporate strategic decision regarding Mergers and Acquisitions. Whether the decision by the acquirer to make partial or full acquisitions is driven by moral hazard is the main implication of this research paper. Considering several subsamples of mergers and acquisition transactions, in domestic transaction, an increase in private benefits of control does increase the odd of making partial acquisition. Considering the subsample of cross-border acquisitions, private benefits of control still increases the odd of making partial acquisition but the effect is less pronounced. Having control for the profit-maximizing reasons to make …
The Effect Of Tax Avoidance On Firm Value In The Set, Jeff Dardouillet
The Effect Of Tax Avoidance On Firm Value In The Set, Jeff Dardouillet
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
No abstract provided.
Does Size Really Matter? In Mergers Of Equals : An Event Study, Piyamart Srithanomwong
Does Size Really Matter? In Mergers Of Equals : An Event Study, Piyamart Srithanomwong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research presents empirical studies on the impact of mergers of equals on shareholders’ wealth. Due to integration problems between combining corporations, Daimler-Chrysler merger failures caused the corporate sector to think that mergers of equals erode shareholder wealth. However, it is based on a small proportion of MOE transactions, and there is no empirical evidence on the shareholder’s return on the announcement date implications of MOEs related to the size of the merger. I provide this research knowledge for the shareholder wealth at the announcement date for the implications of MOEs related to the size effect of the merger. Furthermore, …
Ownership Concentration, Corporate Governance, And Firm’S Risk-Behavior: Evidence From Thailand, Napassorn Harnchaikittikul
Ownership Concentration, Corporate Governance, And Firm’S Risk-Behavior: Evidence From Thailand, Napassorn Harnchaikittikul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The relationship among the ownership concentration, corporate governance, and firm risk are investigated in this study. The sample for this study include all the firm listed in Thailand Stock Exchange for the time period from 2010 to 2019. In this study, both direct and indirect relationship are investigated. The results shows that ownership concentration has positive significant effect on firm risk in the case of Thailand. The main explanation for this evidence is based on the socio-emotional wealth and limited liability feature of the listed firms. Meanwhile, corporate governance does not seem to have any significant impact on risk. Focusing …
นวัตกรรมแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ, พิมพ์ใจ ทวิติยามัณฑ์
นวัตกรรมแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ, พิมพ์ใจ ทวิติยามัณฑ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้เพื่อศึกษาศึกษาพฤติกรรมและความต้องการการใช้แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยว บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ ด้วยวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ด้วยวิธีการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม (Questionnaire) จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จำนวน 258 ตัวอย่าง ในเรื่องของพฤติกรรมและความต้องการใช้แพลตฟอร์ม พบว่า นักท่องเที่ยวเคยมาท่องเที่ยวเมื่องไทย 1 ครั้งมากที่สุดร้อยละ 42.2 รองลงมา 2-3 ครั้งร้อยละ 41.5 วัตถุประสงค์เพื่อมาท่องเที่ยวพักผ่อนร้อยละ 33.9 และใช้งบประมาณในการท่องเที่ยวรวมถึงค่าเครื่องบิน จำนวน 2,001 – 3,000 เหรียญสหรัฐ นักท่องเที่ยวร้อยละ 41.1 เข้าพักโรงแรมมากที่สุดร้อยละ 81.7 ใช้ระยะเวลาในการท่องเที่ยว 4-6 วันร้อยละ 34.1 วางแผนท่องเที่ยวด้วยตนเองร้อยละ 80.6 และค้นคว้าข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตก่อนการเดินทางโดยผ่านเว็บไซต์ www.google.com มากที่สุดโดยมีค่าเฉลี่ย 4.42 สถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องที่ยวสนใจมากที่สุด คือ ย่านเยาวราช ค่าเฉลี่ย 4.48 รองลงมาคือพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้วมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.38 และทำการทดสอบ t-test เปรียบเทียบเพศและสถานที่ท่องเที่ยว พบว่า เพศไม่มีความแตกต่างในด้านความสนใจของสถานที่ท่องเที่ยว และได้ทำการทดสอบ f-test ทดสอบนักท่องเที่ยวที่มีสัญชาติต่างกันจะมีความสนใจต่อสถานที่ท่องเที่ยวแตกต่างกัน พบว่า นักท่องเที่ยวสัญชาติยุโรปมีความสนใจในวัดต่างๆ มากกว่านักท่องเที่ยวชาวเอเชียอย่างมีนัยสำคัญที่0.05 และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการสอบถามความคิดเห็นเชิงลึกและแนวคิดในการสร้างนวัตกรรมแพลตฟอร์มนี้จากผู้ประกอบการ เช่น ร้านค้า โรงแรมที่พัก ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว พบว่า ผู้ประกอบการเห็นด้วยกับการพัฒนาแพลตฟอร์มการท่องเที่ยว ที่จะช่วยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ และช่วยเป็นช่องทางทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการที่ขาดความรู้ทางด้านเทคโนโลยี แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวที่พัฒนาขึ้น เน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) ที่มีแนวคิดการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) เพื่อนำไปสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน (Sustainable Tourism) โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์ม ที่ให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ ประวัติความเป็นมา วัฒนธรรม ประเพณี ที่พัก ร้านอาหาร บริการต่างๆ และสามารถจองมัคคุเทศก์ รถรับส่ง นอกจากนี้ยังได้แนะนำเส้นทางการเดินเท้าเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 4 …
Do Covid-19 Cases And Government Response To Covid-19 Drive Mispricing In Cross-Listed Companies?, Chomtarn Junanukul
Do Covid-19 Cases And Government Response To Covid-19 Drive Mispricing In Cross-Listed Companies?, Chomtarn Junanukul
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research is to examine impact of COVID-19 cases and government response to COVID-19 to cross-listed companies’ stock return, mispricing and volatility of the mispricing, using evidence from 164 Canadian companies’ stocks listed on Toronto Stock Exchange (TSX shares) and cross-listed in New York Stock Exchange or NASDAQ (US shares). Our results show that there is negative impact from growth of COVID-19 cases to stock return and positive impact from government response to COVID-19 to stock return in both Canada and US. As for impact to mispricing, using price premium of stock listed in Canada relative to US as a …
ทรายอะราโกไนต์แปรรูปจากเปลือกหอยแมลงภู่, ครรชิต ประทุมราช
ทรายอะราโกไนต์แปรรูปจากเปลือกหอยแมลงภู่, ครรชิต ประทุมราช
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
โครงการค้นคว้าอิสระครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษากระบวนการแปรรูปเปลือกหอยแมลงภู่ในอุตสาหกรรมผลิตอาหารทะเล โดยใช้นวัตกรรมการสร้างมูลค่า ให้ได้ผลผลิตเป็นทรายอะราโกไนต์ต้นแบบ เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของการนำทรายอะราโกไนต์แปรรูปจากเปลือกหอยแมลงภู่ สำหรับใช้เป็นวัสดุรองพื้นตู้ปลาทะเลสวยงาม เพื่อศึกษาแผนธุรกิจ และความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ ของการนำเปลือกหอยแมลงภู่ในอุตสาหกรรมผลิตอาหารทะเลมาแปรรูปให้เป็นวัสดุที่มีมูลค่า ตามแนวคิด TURN WASTE TO WEALTH และ การบริหารจัดการขยะเป็นศูนย์ รวมทั้งพัฒนาทรายอะราโกไนต์ต้นแบบเพื่อทดแทนการใช้วัสดุจากธรรมชาติ ส่งเสริมแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยใช้รูปแบบการปฎิบัติจริงทุกขั้นตอน ตั้งแต่การนำวัสดุเปลือกหอยมาจากชุมชนชาวบ้านที่มีอาชีพแกะเนื้อหอย นำมาผ่านกระบวนการทดสอบในห้องปฎิบัติการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ ทำแบบสอบถามเพื่อพิสูจน์ถึงปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับนวัตกรรมทรายอะราโกไนต์แปรรูปจากเปลือกหอยแมลงภู่ สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลที่สนับสนุนแนวทางการศึกษาในโครงการค้นคว้าอิสระ พร้อมที่จะนำข้อมูลอันเป็นประโยชน์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนต่อไป
ความเต็มใจที่จะจ่ายค่าขนส่งแบบ On-Demand Deliveryในเขต กรุงเทพมหานครและปริมณฑล : กรณีศึกษา ห้างสรรพสินค้า, จิรักข์ เสือป่า
ความเต็มใจที่จะจ่ายค่าขนส่งแบบ On-Demand Deliveryในเขต กรุงเทพมหานครและปริมณฑล : กรณีศึกษา ห้างสรรพสินค้า, จิรักข์ เสือป่า
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางประชากรศาสตร์ ปัจจัยทางด้านพฤติกรรมและปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าด่วนแบบ On-demand Delivery รวมถึงศึกษาความเต็มใจที่จะจ่ายค่าบริการขนส่งสินค้าด่วนแบบ On-demand delivery ของลูกค้าห้างสรรพสินค้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามออนไลน์จำนวน 956 คน ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง พร้อมทำการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติคแบบทวิ (Binary Logistic Regression) พบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเต็มใจจ่ายค่าขนส่งด่วนแบบ On-demand Delivery จากการซื้อสินค้าประเภทแฟชั่นผ่านช่องทางออนไลน์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ได้แก่ อายุ ระดับการศึกษา และ มูลค่าการซื้อสินค้าต่อครั้งมากกว่า 12,000 บาท ในขณะที่ราคาค่าขนส่งด่วนแบบ On-demand Delivery เริ่มต้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครเขตชั้นใน เขตชั้นกลาง เขตชั้นนอก และปริมณฑล มีความสัมพันธ์เชิงบวก กล่าวคือ หากราคาค่าขนส่งเพิ่มขึ้น 1 เท่า จะทำให้โอกาสการจ่ายค่าขนส่งด่วนแบบ On-demand Delivery ลดลง 0.162, 0.183, 0.200 และ 0.193 เท่า ตามลำดับ ในทางกลับกัน หากราคาค่าขนส่ง ลดลง 0.5 เท่า (50%) จะทำให้โอกาสการจ่ายค่าขนส่งด่วนฯ เพิ่มขึ้น 2.483, 2.339, 2.235 และ 2.276 เท่า ตามลำดับ จากผลการศึกษาข้างต้น ทำเพื่อให้ผู้ประกอบการมีความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างละเอียด และสามารถนำไปวางกลยุทธ์สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนา ปรับปรุงการให้บริการขนส่งสินค้าประเภทเสื้อผ้าแฟชั่นได้อย่างเหมาะสม
Adoption Factors Of The Internet Of Things In Quality Management Of The Thai Food Processing Supply Chain: Manufacturing Perspectives, Pakorn Opasvitayarux
Adoption Factors Of The Internet Of Things In Quality Management Of The Thai Food Processing Supply Chain: Manufacturing Perspectives, Pakorn Opasvitayarux
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The introduction of quality management Internet of things (QM IoT) can help food supply chain members to enhance real-time visibility, quality, safety, and efficiency of products and processes. Current literature indicates three main research gaps, including lack of studies in QM IoT in food supply chain, vagueness of integrative adoption of new technology framework, and deficient research covered both adoption attitude and intention in the same model. This study proposed an analysis model based on the technological-organizational-environmental (TOE) framework, reinforced by the collaborative structure to capture the importance of supply chain network, and used the partial least square-structural equation modeling …
แนวทางการพัฒนาธุรกิจเพื่อสังคมในประเทศไทยตามหลักการของมูฮัมหมัด ยูนุส, ศราวุธ นาควิทยานนท์
แนวทางการพัฒนาธุรกิจเพื่อสังคมในประเทศไทยตามหลักการของมูฮัมหมัด ยูนุส, ศราวุธ นาควิทยานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์แนวคิดธุรกิจเพื่อสังคมของมูฮัมหมัด ยูนุส 2) เพื่อศึกษาการดำเนินงานและความเป็นไปได้ของการนำแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคมมาใช้ในธุรกิจเพื่อสังคมของประเทศไทย 3) เพื่อเสนอแนะแนวทางการส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคมในประเทศไทยตามหลักการของศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนุส โดยมีวิธีการดำเนินงานวิจัยในรูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วยการดำเนินการ 2 ส่วน คือ 1) การวิจัยเอกสาร และ 2) วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ทรงคุณวุฒิโดยใช้รูปแบบเทคนิคเดลฟาย ซึ่งจะใช้ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 17 คน โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิแบ่งออกเป็นกลุ่ม ดังนี้ 1) ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากหน่วยงานภาครัฐบาล 2) ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากหน่วยงานภาคเอกชน 3) ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากนักวิชาการที่มีประสบการณ์การทำงาน 4) ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือ ธุรกิจเพื่อสังคมที่สังกัดสมาชิกของสมาคมธุรกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย ผลการวิจัยค้นพบว่า สถานการณ์การดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมตามแนวทางของยูนุสในประเทศไทย ในแง่มุมทางกฎหมายถือว่าเป็นเรื่องล่าช้า แต่ภาครัฐเริ่มมีการให้ความสําคัญด้วยการเพิ่มโอกาสในการลงทุน ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินกิจการวิสาหกิจเพื่อสังคมและธุรกิจเพื่อสังคม ในด้านกฎหมาย องค์กรส่วนใหญ่ได้นิยามตามกฎหมายเพื่อเป็นประโยชน์ในการระบุกิจการที่เข้าเกณฑ์ในการได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาล ประกอบกับระบบการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมตามกฎหมาย การจดทะเบียนดังกล่าวไม่ได้ให้สถานะความเป็นนิติบุคคลกับผู้จดทะเบียน ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจเพื่อสังคมทั้งที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมและไม่ได้จดทะเบียนจึงมีรูปแบบองค์กรที่หลากหลาย
ผลกระทบและการปรับตัวในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ในกลุ่มอาชีพนักดนตรี, ธิดาพร สันดี
ผลกระทบและการปรับตัวในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ในกลุ่มอาชีพนักดนตรี, ธิดาพร สันดี
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ผลกระทบเชิงลบจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ต่ออาชีพต่างๆ ล้วนสร้างปัญหาต่อแต่ละกลุ่มอาชีพต่างกัน กลุ่มอาชีพนักดนตรีเป็นกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพัฒนาการ และการเปลี่ยนแปลงสภาพการทำงานของนักดนตรีในภาวะโควิด 19 2) เพื่อศึกษาผลกระทบและการปรับตัวของนักดนตรีในภาวะโควิด 19 3) เพื่อเสนอแนะแนวทางการปรับตัวที่เหมาะสมของนักดนตรีในภาวะวิกฤติ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาคือนักดนตรีที่ทำงานในช่วงเวลากลางคืนตามสถานบันเทิง ประกอบด้วยผับบาร์ ร้านอาหารกึ่งผับบาร์ สวนอาหาร เพื่ออธิบายถึงชีวิตความเป็นอยู่และผลกระทบที่ได้รับของนักดนตรีในช่วงโควิด 19 เลือกใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย การวิจัยเอกสารร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกนักดนตรีจำนวน 7 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) นักดนตรีมีสภาพการจ้างงานที่ไม่เหมาะสม เช่น ไม่มีสัญญาจ้าง ขาดความมั่นคงทางรายได้ 2) ผลกระทบหลักจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 คือด้านการทำงาน โดยเฉพาะการมีรายได้ที่ลดลง จากการปิดสถานบันเทิงหรือปิดกิจการสถานที่ที่นักดนตรีไปทำงาน และรูปแบบการจัดงานดนตรีเปลี่ยนไป ทำให้นักดนตรีถูกลดงานหรือเกิดการเลิกจ้าง ผลกระทบด้านสุขภาพจิต เกิดความเครียดจากภาวะว่างงาน และผลกระทบด้านการดำรงชีวิตความเป็นอยู่โดยเฉพาะภาระค่าใช้จ่ายที่ยังเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้องปรับตัวในวิถีชีวิตแบบใหม่ และ 3) การว่างงานของนักดนตรีที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอในการดำรงชีวิต เกิดแนวทางการปรับตัวด้วยการหาอาชีพที่สอง เช่น อาชีพขนส่งอาหารเดลิเวอรี่ ครูสอนดนตรี ผู้ช่วยผู้จัดการร้านอาหาร และเกิดการเปลี่ยนเวลาการทำงานจากกลางคืนเป็นกลางวันเป็นการทำงานที่บ้าน (Work From Home) เช่นการทำงานลงเสียงดนตรี แต่งเพลง การแสดงดนตรีผ่านทางสื่อออนไลน์เช่นเฟชบุ๊ค (facebook) การฝึกฝนทักษะใหม่ๆเพิ่ม และการประหยัดร่วมกับการลดค่าใช้จ่าย ซึ่งนักดนตรีไม่มีความแตกต่างจากอาชีพอื่น เช่น รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป เกิดการประหยัด และ วางแผนอนาคตมากขึ้น
Halloween Effect And Equity Mutual Funds In Thailand, Tunyaporn Wiriyadee
Halloween Effect And Equity Mutual Funds In Thailand, Tunyaporn Wiriyadee
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper investigates one of the most famous seasonal anomalies, namely Halloween effect. It is based on the observation that return during November to April so-called winter period tend to perform better than return during May to October so-called summer period. Using a sample of 97 Thailand equity funds during 2012-2021, we extend previous research by focusing on the Halloween effect in mutual funds market. Our research consists of three main objectives. First, we investigate the existence of Halloween effect in Thailand equity mutual funds. Second, we look into different characteristics of funds by categorizing based on categories from Morningstar …
การพัฒนานวัตกรรมพื้นที่เชิงสร้างสรรค์ด้วยเกมการเรียนรู้เสมือนจริงเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานของนักเรียน, กนกกาญจน์ แย้มยิ้ม
การพัฒนานวัตกรรมพื้นที่เชิงสร้างสรรค์ด้วยเกมการเรียนรู้เสมือนจริงเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานของนักเรียน, กนกกาญจน์ แย้มยิ้ม
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพและความต้องการเข้าใช้พื้นที่เชิงสร้างสรรค์ในปัจจุบัน รวมถึงศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุของการยอมรับนวัตกรรมเกมการเรียนรู้สำหรับพื้นที่เชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมเกมการเรียนรู้พื้นที่เชิงสร้างสรรค์สำหรับผู้เรียนระดับมัธยมศึกษา ศึกษาผลการใช้นวัตกรรมเกมการเรียนรู้ พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางการพัฒนาในเชิงพาณิชย์ โดยในการศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถาม แบบเก็บข้อมูล การสัมภาษณ์เชิงกลุ่ม และการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนสามารถฝึกฝนทักษะต่างๆ ตามรายวิชาที่กำหนดไว้ในการสร้างเกมการเรียนรู้ ซึ่งคือผลโดยตรงจากการเล่น และผลโดยอ้อมของเกมการเรียนรู้นี้คือ การเกิดสังคมในการแข่งขันและแบ่งปันข้อมูลระหว่างนักเรียน โดยนักเรียนที่สามารถบังคับหรือควบคุมสิ่งต่างๆในเกมการเรียนรู้ได้คล่องแล้ว สามารถเป็นผู้ช่วยเพื่อนในการเล่นและค้นหาคำตอบ เกิดการแบ่งปันข้อมูลระหว่างนักเรียนด้วยกัน และหลังจากการเล่นเกม ผลจากการประเมินพฤติกรรมของนักเรียนโดยครูผู้สอนพบว่า เกมการเรียนรู้สามารถโน้มน้าวนักเรียนให้สนใจในการเรียนมากขึ้น เกิดความภูมิใจที่สามารถเล่นและแก้ปัญหาได้ ช่วยสร้างความคิดริเริ่มต่างๆให้กับนักเรียน ผู้วิจัยได้ศึกษาเนื้อหาที่ต้องการให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้โดยใช้ขอบเขตของรูปแบบการเรียนการสอนในวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี เพื่อเป็นแนวทางในการเชื่อมโยงกับเนื้อหาตามจุดประสงค์การเรียนรู้ พร้อมกับการกำหนดวิธีการในการเล่นเกมรูปแบบต่าง ๆ โดยผู้วิจัยพัฒนาเกมการเรียนรู้โดยใช้ชุดเครื่องเล่นเสมือนจริง ซึ่งมอบสื่อสัมผัสให้กับนักเรียน 3 สื่อการรับรู้ ได้แก่ การมองเห็น การได้ยินเสียง และ การสัมผัส โดยหลังจากการทดสอบการใช้ พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นสามารถเล่นเกมการเรียนรู้โดยที่มีการบริหารจัดการเวลาและตัวช่วย รวมถึงการจัดการอุปกรณ์ตกหล่น ได้ใกล้เคียงกับนักเรียนอาชีวะระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า นักเรียนสามารถใช้ทักษะด้านความสามารถของบุคคลในการคิดแก้ปัญหา และฝึกการใช้ทักษะด้านการคิดหาคำตอบได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว โดยการที่นักเรียนสามารถประกอบชิ้นงานได้สำเร็จทันเวลา นอกจากนั้นแล้ว นักเรียนยังได้เรียนรู้การใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆอย่างเหมาะสมและปลอดภัย ตามหลักสูตรสาระการเรียนรู้วิชาการออกแบบและเทคโนโลยีอีกด้วย
ต้นแบบนวัตกรรมกระบวนการในการวิเคราะห์ทำเลที่เหมาะสมของสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถแท็กซี่ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, พิชามญช์ เขียวทอง
ต้นแบบนวัตกรรมกระบวนการในการวิเคราะห์ทำเลที่เหมาะสมของสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถแท็กซี่ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, พิชามญช์ เขียวทอง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนส่งผลให้ทุกประเทศทั่วโลกลดการใช้พลังงานจากฟอสซิลเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงทำให้ภาคขนส่งและอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับสูงเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น การเปลี่ยนจากรถแท็กซี่เครื่องยนต์สันดาปภายในมาเป็นแท็กซี่ไฟฟ้า เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและลดการปล่อยมลพิษทางอากาศในเมืองใหญ่ๆอย่างกรุงเทพมหานครได้ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนจากการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาดนี้ จำเป็นต้องมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่เพียงพอเพื่อรองรับความต้องการในการอัดประจุไฟฟ้าของแท็กซี่ในแต่ละพื้นที่ งานวิจัยนี้นำเสนอนวัตกรรมกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกำหนดทำเลที่เหมาะสมในการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถแท็กซี่ไฟฟ้า ตามรูปแบบการเดินทางของแท็กซี่ที่มีลักษณะเฉพาะ กระบวนการในการวิเคราะห์หาทำเลที่เหมาะสมดังกล่าวจะใช้ข้อมูล GPS การเดินทางของแท็กซี่วิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลตำแหน่งของสถานีบริการเชื้อเพลิงที่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนเป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้า โดยจะพิจารณาจากระยะเวลาในการเดินทางไปถึงสถานีและความต้องการในการอัดประจุไฟฟ้าของแต่ละสถานี ซึ่งการใช้ข้อมูลระยะเวลาในการเดินทางจาก Google Maps Distance Matrix API นั้นมีการคำนึงถึงสภาพการจราจรในปัจจุบัน จึงสามารถลดเวลาการเดินทางโดยรวมไปยังสถานีอัดประจุไฟฟ้าได้ดีกว่าการใช้ข้อมูลระยะทาง งานวิจัยนี้ใช้โมเดลการจัดคิวเพื่อจำลองกิจกรรมการอัดประจุไฟฟ้าและคำนวณหาจำนวนเครื่องอัดประจุไฟฟ้าที่เหมาะสมในแต่ละสถานี ผลการวิเคราะห์ตำแหน่งสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่เหมาะสมถูกตรวจสอบความแม่นยำโดยใช้ข้อมูลจริงจากการใช้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่านวัตกรรมกระบวนการที่นำเสนอสามารถแนะนำตำแหน่งที่เหมาะสมในการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าได้ดีกว่าแนวทางปฏิบัติที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน กระบวนการวิเคราะห์ดังกล่าวสามารถเป็นต้นแบบที่นำไปใช้กับการวิเคราะห์ทำเลอื่น ๆ ได้ นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังได้ศึกษาการยอมรับนวัตกรรมและการบริหารจัดการเพื่อนำต้นแบบนวัตกรรมกระบวนการในการวิเคราะห์ทำเลที่มีความเหมาะสมในการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า ไปสู่การใช้งานในเชิงพาณิชย์ เพื่อให้การเลือกทำเลที่มีความเหมาะสมในติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้ามีขั้นตอนที่ชัดเจน เหมาะสม มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าต่อการลงทุน
แพลตฟอร์มการกู้ยืมระหว่างบุคคลกับบุคคลผ่านช่องทางออนไลน์จากข้อมูลทางเลือกแบบทดสอบบุคลิกภาพและแบบประเมินเจตคติต่อเงิน, รังรองรัตน์ อินทร์พยุง
แพลตฟอร์มการกู้ยืมระหว่างบุคคลกับบุคคลผ่านช่องทางออนไลน์จากข้อมูลทางเลือกแบบทดสอบบุคลิกภาพและแบบประเมินเจตคติต่อเงิน, รังรองรัตน์ อินทร์พยุง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาตัวแปรที่มีผลต่อการวิเคราะห์สินเชื่อเพื่อใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มการกู้ยืมระหว่างบุคคลกับบุคคลผ่านช่องทางออนไลน์จากข้อมูลทางเลือกแบบทดสอบบุคลิกภาพและแบบประเมินเจตคติต่อเงิน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือบุคคลทั่วไปที่มีข้อมูลเครดิตบูโร จำนวน 400 คน โดยการวิจัยนี้ได้ทำการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบโควตา ผสมผสานกับการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบสะดวก โดยแบ่งออกเป็นผู้ที่มีประวัติเครดิตบูโรในระดับความเสี่ยงสูงกว่าหรือเท่ากับระดับความเสี่ยง CC จำนวน 250 คน (ร้อยละ 62.5 ของตัวอย่างทั้งหมด) และ ผู้ที่มีประวัติเครดิตบูโรต่ำกว่าหรือเท่ากับระดับความเสี่ยง DD จำนวน 150 คน (ร้อนละ 37.5 ของตัวอย่างทั้งหมด) การวิจัยในครั้งนี้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธี Logistic regression ซึ่งได้ผลลัพธ์ออกมาว่า ตัวแปรข้อมูลทั่วไปได้แก่ ประเภทที่อยู่อาศัย สถานภาพ อาชีพ รายได้ต่อเดือน บุคลิกภาพแบบไม่มั่นคงทางอารมณ์และบุคลิกภาพแบบเปิดรับประสบการณ์ใหม่ โดยประเภทที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮาและคอนโดจะส่งผลให้คะแนนการพิจารณาให้สินเชื่อลดลง 1.427 และ 1.311 เมื่อเทียบกับตัวแปร reference ประเภทที่อยู่อาศัยแบบบ้านที่เป็น 0 อย่างมีนัยสำคัญ สถานภาพแต่งงานแล้วมีผลให้คะแนนการพิจารณาสินเชื่อเพิ่มขึ้น 0.663 เมื่อเทียบกับตัวแปร reference สถานภาพโสดที่เป็น 0 อย่างมีนัยสำคัญ อาชีพธุรกิจส่วนตัวส่งผลให้คะแนนการพิจารณาสินเชื่อลดลง 1.822 เมื่อเทียบกับตัวแปร reference อาชีพข้าราชการที่เป็น 0 อย่างมีนัยสำคัญ และรายได้ต่อเดือนสูงมีผลดีต่อการพิจารณาให้สินเชื่อตามค่าเบต้าที่เป็นบวกในสมการ
การประเมินประสิทธิภาพระบบขนส่งด้วยกระบวนการกิจกรรมหลักด้านโลจิสติกส์ :กรณีศึกษาบริษัท Abc, นนทกร ธรรมไชยางกูร
การประเมินประสิทธิภาพระบบขนส่งด้วยกระบวนการกิจกรรมหลักด้านโลจิสติกส์ :กรณีศึกษาบริษัท Abc, นนทกร ธรรมไชยางกูร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นพัฒนาตัวชี้วัดในการประเมินประสิทธิภาพระบบขนส่งด้วยกระบวนการกิจกรรมหลักด้านโลจิสติกส์ด้านการขนส่งและหลักความถูกต้อง ผ่านการทบทวนวรรณกรรมกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะสรุปปัจจัยหลักด้านโลจิสติกส์สำหรับกำหนดตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง จากนั้นผู้วิจัยจึงได้พัฒนาตัวชี้วัดขึ้นจากแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องขึ้นก่อนนำไปสัมภาษณ์เชิงลึกและนำส่งแบบประเมินปัจจัยเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของตัวชี้วัดให้กลุ่มตัวอย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมขนส่งของบริษัทจำนวน 10 คน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของตัวชี้วัดที่พัฒนาขึ้น และประเมินลำดับความสำคัญตามค่าน้ำหนักของปัจจัย หลังจากนั้นจึงทำการทดสอบการประเมินประสิทธิภาพระบบขนส่งด้วยข้อมูลย้อนหลัง 1 ปีของบริษัท (พ.ศ. 2562) ผลการศึกษาพบว่า ตัวชี้วัดในการประเมินประสิทธิภาพระบบขนส่งที่เหมาะสม ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก คือ การสื่อสาร ขนถ่ายและบรรจุ และการขนส่ง มีกิจกรรมละ 5 มิติ ประกอบด้วย มิติของผลิตภัณฑ์ คุณภาพ สถานที่ เวลา และต้นทุน รวมทั้งหมด 15 ตัวชี้วัด โดยกิจกรรมหลักด้านโลจิสติกที่มีความสำคัญสูงที่สุดคือ กิจกรรมขนถ่ายและบรรจุ รองลงมาคือ การสื่อสาร และการขนส่งตามลำดับ ภาพรวมของการประเมินตัวชี้วัดการขนส่งบริษัทขนส่ง ABC เฉลี่ยอยู่ที่ 4.72 คะแนน แม้ว่าการประเมินผลโดยรวมของบริษัทจะอยู่ในระดับดีมาก แต่กลับพบว่าในตัวชี้วัดระยะเวลาเฉลี่ยการส่งคําสั่งซื้อภายในองค์กรนั้นได้ คะแนนเพียง 2.0 ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง ดังนั้นบริษัทจึงควรให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบการสื่อสารภายในองค์กรมากยิ่งขึ้นเพื่อลดผลกระทบและป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
การมีส่วนร่วมของชุมชนชายฝั่งในการลดขยะบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดสมุทรปราการ, ฉัฐสุรีย์ รุ่งเจริญ
การมีส่วนร่วมของชุมชนชายฝั่งในการลดขยะบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดสมุทรปราการ, ฉัฐสุรีย์ รุ่งเจริญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติและการมีส่วนร่วมของชุมชนชายฝั่งในการจัดการขยะบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้การออกแบบการวิจัยเชิงพรรณา เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณาและสถิติเชิงอนุมาน ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ คือประชาชนในชุมชน 2 ฝั่ง ซึ่งได้แก่ อำเภอเมือง และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ โดยเลือกเก็บข้อมูลชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณริมปากแม่น้ำเจ้าพระยาโดยเฉพาะ สถิติที่ใช้ คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ย (t-test) และ การวิเคราะห์ความแปรปรวน (Analysis of Variance) เพื่อทดสอบสมมุติฐาน ผลการศึกษาพบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างมีการตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาขยะในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.58±0.94) และมีส่วนร่วมในการลดขยะในภาพรวมอยู่ในระดับบางครั้ง (ค่าเฉลี่ย 2.22±0.55) 2) ประชาชนที่มีเพศ อายุ อาชีพ อาชีพเสริม สถานภาพในครอบครัว จำนวนสมาชิกในครัวเรือน และระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในชุมชนแตกต่างกัน มีการตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาของขยะแตกต่างกัน และประชาชนที่มีเพศ อายุ อาชีพ อาชีพเสริม จำนวนสมาชิกในครัวเรือน และระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในชุมชนแตกต่างกัน มีส่วนร่วมในการลดขยะแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
การประเมินความเสี่ยงของกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุนโดยใช้ทฤษฎีค่าสุดขีดหลายตัวแปร, ธนัสภรณ์ ธนสิริธนากร
การประเมินความเสี่ยงของกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุนโดยใช้ทฤษฎีค่าสุดขีดหลายตัวแปร, ธนัสภรณ์ ธนสิริธนากร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเสี่ยงของสินทรัพย์และกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุนในเหตุการณ์วิกฤติเศรษฐกิจ โดยใช้ทฤษฎีค่าสุดขีดตามการแจกแจงพาเรโตนัยทั่วไปในรูปแบบตัวแปรเดียว เพื่อประเมินมูลค่าความเสี่ยงและค่าเฉลี่ยความเสียหายส่วนเกินของแต่ละสินทรัพย์ลงทุน งานวิจัยนี้ยังวิเคราะห์ความเสี่ยงของกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุนที่ประกอบด้วยสินทรัพย์ประเภทเดียว และกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุนที่ประกอบด้วยสินทรัพย์มากกว่าหนึ่งประเภท จนกระทั่งขยายไปเป็นรูปแบบหลายตัวแปร โดยใช้ตัวแบบ Orthogonal GARCH ในการประมาณค่ามูลค่าความเสี่ยงและค่าเฉลี่ยความเสียหายส่วนเกินของกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุน งานวิจัยนี้ได้เปรียบเทียบระดับความเสี่ยงของสินทรัพย์และกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุนแต่ละรูปแบบ รวมทั้งได้ทดสอบความแม่นยำของตัวแบบโดยการทดสอบย้อนกลับ ผลการวิจัยพบว่า อัตราผลตอบแทนรายวันของสินทรัพย์มีการแจกแจงพาเรโตนัยทั่วไป และตัวแบบที่นำเสนอในงานวิจัยนี้มีความเหมาะสมในการนำมาประเมินความแปรปรวนร่วมแบบมีเงื่อนไขของกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุนทั้งหมด นอกจากนั้น ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการกระจายความเสี่ยงด้วยการสร้างกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุนจะช่วยลดระดับความเสี่ยงที่จะเกิดการขาดทุนจากการลงทุนได้ และจากการทดสอบความน่าเชื่อถือของตัวแบบด้วยการทดสอบย้อนกลับ พบว่า กระบวนการทฤษฎีค่าสุดขีดหลายตัวแปร สามารถทำนายมูลค่าความเสี่ยงของกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุนได้อย่างแม่นยำ หรือสามารถชี้วัดระดับความเสี่ยงที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำเอาตัวแบบในงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในการประเมินความเสี่ยงของผลตอบแทนของแต่ละสินทรัพย์และกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุน
Is Cryptocurrency A Hedge, Safe Haven, Diversifier Against Thailand, Indonesia, Philippine Stock Market On Pre-Covid-19 And During Covid-19?, Suphawit Keakultanes
Is Cryptocurrency A Hedge, Safe Haven, Diversifier Against Thailand, Indonesia, Philippine Stock Market On Pre-Covid-19 And During Covid-19?, Suphawit Keakultanes
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research study whether cryptocurrencies act as a hedge, safe haven or diversifier against Thailand, Philippines, and Indonesia stock exchange market. Using DCC-GARCH model and hypothesis test, we examine the hedge ratio and the conditional correlation between cryptocurrencies and TIP’s stock exchange market. The sample cover data on the return of the TIP’s index, Bitcoin, Ethereum, Tether and Litecoin from 1st January 2016 to 31st December 2021. The empirical results show that traditional cryptocurrencies, such as Bitcoin and Litecoin can act as diversifier, Ethereum can act as hedge instrument in PSEI index. Tether can act as the hedge and safe …
Are Short Sellers Equally Informed? Evidence From The Us. Credit Rating Announcements, Omtong Kasemsant
Are Short Sellers Equally Informed? Evidence From The Us. Credit Rating Announcements, Omtong Kasemsant
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study uses credit rating and daily short sale data of firms listed in NYSE from January 2015 to December 2021 to examine whether there is informed trading. Although post-announcement abnormal return is negatively correlated with abnormal short volume, no evidence of informed short selling is found. Higher level of pre-announcement abnormal short selling is positively correlated to default risk and also explained by the incentives of short sellers to short more when past returns are negative. Furthermore, increase in short selling that is preceded by credit watch placement is more pronounced before credit rating downgrades. Moreover, the evidence shows …
Spac Sponsors And Their Effects On Spac Prices, Kanda Karnjanonun
Spac Sponsors And Their Effects On Spac Prices, Kanda Karnjanonun
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The purpose of this paper is to find the effect from SPAC sponsor after the merger announcement. I study SPAC IPOs which had acquiror and target nation in the United States and were public between January 2020 and December 2021. The final sample has 186 SPACs. I select The Forbes 400 in 2021 as a proxy for sponsor reputation. I use event study methodology to test for SPAC sponsors and their effects on SPAC prices. I find that there is no statistical evidence that sponsor reputation has impact on SPACs price on the announcement date of combination. There are two …
How Does Thai Stock Market React To The Environmental Policy Announcements?, Veerapat Virochpoka
How Does Thai Stock Market React To The Environmental Policy Announcements?, Veerapat Virochpoka
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This paper investigated the impact of environmental policy announcements to the stocks in the Stock Exchange of Thailand. The announcements are related to climate change in the world forum (Paris Agreement) and plastic waste management. Investors are aware of the environmental policy which could have an impact to firms. We found that 7 out of 8 announcements experienced significant cumulative abnormal returns (both positive and negative). In terms of industry, the only industry which reacted to all announcements is industrials. The majority of firms in the industrials industry are operators related to chemicals, automotive and general manufacturing which are more …
การออกแบบกระบวนการจัดซื้อเครื่องใช้สำนักงานของธุรกิจขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง : กรณีศึกษาบริษัท Abc Drilling, มินตรา มณีฉาย
การออกแบบกระบวนการจัดซื้อเครื่องใช้สำนักงานของธุรกิจขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง : กรณีศึกษาบริษัท Abc Drilling, มินตรา มณีฉาย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาด้านการจัดซื้อเครื่องใช้สำนักงานของบริษัทขุดเจาะน้ำมันที่ดำเนินการในประเทศไทย เพื่อเสนอข้อเสนอแนะในการจัดซื้อเครื่องใช้สำนักงานของบริษัทขุดเจาะน้ำมันทั้ง 3 แท่นขุดเจาะของบริษัท ABC Drilling เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อนำเสนอรูปแบบการจัดซื้อ (Purchasing Model) ที่มีประสิทธิภาพของบริษัท ABC Drilling และจัดทำ Organization Model ด้านการจัดซื้อจัดหา โดยเก็บรวบรวมข้อมูลการจัดซื้อของปี พ.ศ.2563 เพื่อวิเคราะห์ผลงานการจัดซื้อและใช้แบบสอบถามเพื่อจัดทำข้อสรุปและข้อเสนอแนะ ผลการวิจัยพบว่า การทำสัญญาจัดซื้อจัดหา (Fixed Price Agreement) ร่วมกับการทำประมูลแบบอัตโนมัติ (Automatic Bidding) ทำให้แท่นขุดเจาะที่ 1 สามารถประหยัดต้นทุน 5.39 % ส่วนแท่นขุดเจาะที่ 2 สามารถประหยัดต้นทุน 5.90 % และแท่นขุดเจาะที่ 3 สามารถประหยัดต้นทุน 8.03 % ดังนั้นเมื่อบริษัท ABC Drilling ทำสัญญาซื้อขาย (Fixed Price Agreement) ร่วมกับการทำประมูลแบบอัตโนมัติ (Automatic Bidding) จะทำให้บริษัทประหยัดต้นทุนโดยเฉลี่ย 6.44 % และผู้ให้สัมภาษณ์ทุกรายเห็นด้วยว่าควรมีการจัดซื้อแบบไฮบริด (Hybrid Procurement) โดย 85.71 % คิดเห็นว่าสินค้าหมวดหมู่ A ซึ่งเป็นสินค้าที่มีการสั่งซื้อเป็นประจำ โดยมีการสั่งซื้อสินค้าตั้งแต่ 6 รายการขึ้นไป และมียอดสั่งซื้อตั้งแต่ 20,000 บาทต่อปี ควรมีระบบการจัดซื้อแบบรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง (Centralization Purchasing) 57.14 % คิดเห็นว่าสินค้าหมวดหมู่ B ซึ่งเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ทั่วไป ราคาถูกควรมีระบบการจัดซื้อแบบรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง (Centralization Purchasing) และ 71.43 % คิดเห็นว่าสินค้าหมวดหมู่ C ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความเฉพาะเจาะจงและต้องตรวจสอบควรมีระบบการจัดซื้อแบบกระจายอำนาจ (Decentralization Purchasing)