Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®
- Discipline
-
- Technology and Innovation (332)
- Finance and Financial Management (274)
- Operations and Supply Chain Management (244)
- Social and Behavioral Sciences (126)
- Science and Technology Studies (125)
-
- Human Resources Management (69)
- Insurance (18)
- Accounting (12)
- Business Administration, Management, and Operations (10)
- Engineering (4)
- Computer Engineering (2)
- Computer Sciences (2)
- Operations Research, Systems Engineering and Industrial Engineering (2)
- Physical Sciences and Mathematics (2)
- Real Estate (2)
- Advertising and Promotion Management (1)
- Agribusiness (1)
- Artificial Intelligence and Robotics (1)
- Databases and Information Systems (1)
- Economics (1)
- Entrepreneurial and Small Business Operations (1)
- Growth and Development (1)
- Hospitality Administration and Management (1)
- Industrial Engineering (1)
- Industrial Organization (1)
- Management Information Systems (1)
- Marketing (1)
- Medicine and Health Sciences (1)
- Public Health (1)
- Keyword
- Publication Year
- Publication
- Publication Type
Articles 451 - 480 of 967
Full-Text Articles in Business
Risk Shifting In Mutual Funds: Evidence In Thailand, Suphitcha Ekjariyakorn
Risk Shifting In Mutual Funds: Evidence In Thailand, Suphitcha Ekjariyakorn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The paper aims to examine whether risk-shifting behavior exists in Thai equity mutual funds or not. The empirical analysis studies the period from 2005 to 2022. It is investigated that risk-shifting behavior exists in Thailand by having compensation and employment incentive influences fund managers’ decision on risk shifting. Firstly, this study uses the states of the market which are positive and negative market returns as the proxy of compensation and employment incentive, respectively. The finding is illustrated that mid-year losers take more risk of the portfolio in the latter half of the year in both positive and negative market return …
The Effect Of Democracy On The Mutual Fund Recovery, Evidence From Emerging Countries, Supisara Songdecha
The Effect Of Democracy On The Mutual Fund Recovery, Evidence From Emerging Countries, Supisara Songdecha
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research examines how democracy affects mutual fund performance and recovery in emerging countries: Brazil, Chile, China, India, Mexico, South Africa, and Thailand. Data from 2010 to 2021 is analyzed, focusing on domestic equity mutual funds. Democracy levels are measured using the V-Dem dataset. Performance is evaluated using risk-adjusted returns, while recovery duration measures how long it takes for funds to return to pre-crisis levels. The findings show that in Chile, characterized as a strong democracy, demonstrates improved performance with higher levels of democracy. In contrast, Brazil, South Africa, India, and Mexico exhibit higher returns with lower levels of democracy. …
The Impact Of Audit Quality On Trading Suspension Propensity; Detection In Thailand, Kulthida Surattachaipong
The Impact Of Audit Quality On Trading Suspension Propensity; Detection In Thailand, Kulthida Surattachaipong
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Based on each direct evidence consists of actual cases disclosed by the Securities and Exchange Commission (SEC), and indirect evidence consists of suspected cases detected by the identification model of trading suspension propensity. This study aimed to examine the relationship between audit quality aspects and trading suspensions of listed companies in Thailand, as well as the changes in this relationship after the outbreak of the COVID-19 pandemic. The research utilized สำคัญ obtained from the annual reports and financial statements of 263 companies listed on the SET50 and MAI indexes, covering the periods of 2016 to 2018 and 2020 to 2022. …
The Moderating Effect Of Stock Price On The Relationship Between Earnings Quality And Dividend Payments : A Study Of Thai Listed Companies, Jirayu Boonyuen
The Moderating Effect Of Stock Price On The Relationship Between Earnings Quality And Dividend Payments : A Study Of Thai Listed Companies, Jirayu Boonyuen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This research paper has the objective to investigate and examine the basic relationship on the dividend policy and the earnings quality of companies in Thai stock market, by covering all the industries. The proxies for the earning qualities include a total of four proxies which are earnings persistence, accruals quality, earnings informativeness, and timely loss recognition. Moreover, this research paper also further examines the incentive of dividend policy of companies under Thai stock market by applying the dividend signaling Theory and the information content of dividends hypothesis. The incentive of dividend policy can be viewed as the signal sending by …
The Role Of Bank Capital Through Monetary Policy Transmission Mechanism, Waraluk Rosmontee
The Role Of Bank Capital Through Monetary Policy Transmission Mechanism, Waraluk Rosmontee
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study examines the role of bank capital in the transmission of monetary policy, considering the bank lending channel (BLC) and financial development. Analyzing bank-level data from nine countries during 2007-2021 with GMM method, the study finds that well-capitalized banks are better positioned to expand loan supply and withstand adverse shocks. However, behavioral patterns differ between developed and ASEAN countries. In developed nations, policy rate changes have inconclusive effects on loan growth, while profitable banks and inflation drive credit expansion. In ASEAN countries, policy rate increases are associated with loan growth, reflecting favorable economic conditions. Financial development impacts credit expansion …
การพยากรณ์ความต้องการเพื่อวางแผนการผลิตสินค้า: กรณีศึกษา ผลิตภัณฑ์เซรามิก, สุภาภรณ์ สินวนาทรัพย์
การพยากรณ์ความต้องการเพื่อวางแผนการผลิตสินค้า: กรณีศึกษา ผลิตภัณฑ์เซรามิก, สุภาภรณ์ สินวนาทรัพย์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
บริษัทในกรณีศึกษาใช้วิธีการวางแผนการผลิตโดยอาศัยประสบการณ์ของผู้จัดการและพนักงานฝ่ายดูแลสินค้าคงคลังซึ่งส่งผลให้สินค้าในบางช่วงเวลาขาดแคลน ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนแผนการผลิตแบบฉับพลัน ส่งผลกระทบต่อสายการผลิต ทำให้ต้องหยุดเครื่องจักรเพื่อตั้งค่าใหม่ เสียโอกาสในการผลิตสินค้า และอัตราส่วนสินค้าที่ได้มาตรฐานจะลดลงจากค่าเฉลี่ย หรือบางครั้งก็เกิดปัญหาสินค้าคงคลังมีมากเกินความต้องการ เกิดค่าใช้จ่ายในการเก็บสินค้าคงคลังเพิ่มเติม และยังทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงขึ้นจากปกติ งานวิจัยชิ้นนี้จึงต้องการที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้การพยากรณ์ยอดขายสินค้าเข้ามาช่วยในการปรับปรุงแผนการผลิต เพื่อให้มีความแม่นยำและสอดคล้องกับคำสั่งซื้อจริงที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด งานวิจัยชิ้นนี้ได้เก็บรวบรวมข้อมูลยอดขายย้อนหลังเป็นเวลา 36 เดือน โดยที่ใช้ข้อมูล 24 เดือนแรกในการหาตัวแบบการพยากรณ์ที่เหมาะสม และใช้ข้อมูลอีก 12 เดือนที่เหลือในการวัดผล ซึ่งพบว่ารูปแบบของข้อมูลยอดขายของ 7 กลุ่มสินค้าหลัก มีลักษณะคงที่ ไม่มีแนวโน้มและไม่มีฤดูกาลเหมือนกันหมด จึงเลือกใช้วิธีวิธีการหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ วิธีการปรับเรียบเอกซ์โพเนนเชียลอย่างง่าย และวิธีบ็อกซ์-เจนกินส์ในการกำหนดตัวแบบที่เหมาะสมตามแต่ละกลุ่มสินค้า ก่อนที่จะทำการพยากรณ์ยอดขายและวางแผนการผลิตใหม่โดยมีเป้าหมายที่จะลดจำนวนครั้งที่ต้องสั่งผลิตสินค้าต่ำกว่ากำหนด และลดจำนวนสินค้าคงคลังและค่าใช้จ่ายในส่วนสินค้าคงคลังลง ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่าแผนการผลิตใหม่ที่ใช้การพยากรณ์ยอดขายเข้ามาช่วยในการวางแผน สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของการเก็บรักษาสินค้าคงคลังโดยรวมลงเหลือ 4,188,094 บาท จากเดิม 4,646,831 บาท คิดเป็น 458,737 บาท หรือลดลง 9.87 %
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจในการพัฒนาระบบแปลงใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีเป็นข้อความดิจิทัลสำหรับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจไทย, เพธรินทร์ ศุภชนานนท์
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจในการพัฒนาระบบแปลงใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีเป็นข้อความดิจิทัลสำหรับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจไทย, เพธรินทร์ ศุภชนานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ในปัจจุบันกระบวนการทำงานของบริษัทรัฐวิสาหกิจไทยมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติและระเบียบต่างๆ ของทางภาครัฐซึ่งมีขั้นตอนการทำงานหลายขั้นตอน เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนและเกิดความโปร่งใสในการดำเนินงาน ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการทำงาน รวมถึงในกรณีของขั้นตอนการตรวจรับงาน ตรวจสอบเอกสาร วางใบแจ้งหนี้ และชำระหนี้ ซึ่งพนักงานรัฐวิสาหกิจต้องทำงานกับเอกสารจำนวนมาก ทำให้เสียเวลาในการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลของเอกสารต่างๆ ลงในระบบ อันได้แก่ ใบส่งมอบงาน ใบแจ้งหนี้หรือใบกำกับภาษี ประกอบกับจำนวนของธุรกรรมที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปีตามอัตราการขยายตัวของธุรกิจ ส่งผลให้เกิดอุปสรรคและความล่าช้าในการดำเนินงานและทำให้กระบวนการชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ล่าช้าและส่งผลเสียต่อธุรกิจ ซึ่งผู้วิจัยได้เล็งเห็นปัญหาเหล่านี้จึงได้จัดทำงานวิจัยโดยการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบแปลงใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีเป็นข้อความดิจิทัลสำหรับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจไทย และการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีไปใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยผู้วิจัยสำรวจความต้องการและความสนใจต่อการใช้นวัตกรรมดิจิทัลแพลตฟอร์มร่วมกับเทคโนโลยี OCR (Optical Character Recognition) ซึ่งเป็นกระบวนการในการเปลี่ยนข้อความที่อยู่ในรูปภาพ ให้อยู่ในรูปแบบของข้อความดิจิทัล เพื่อช่วยเหลือในกระบวนการชำระหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งด้านเวลาในการทำงานและความถูกต้อง โดยศึกษาหาความต้องการและจุดเจ็บปวดของกลุ่มเป้าหมายด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 10 คน โดยกำหนดเป็นกลุ่มบุคคลในองค์กรรัฐวิสาหกิจไทยที่ทำงานเกี่ยวกับกระบวนการบันทึกรายการปรับปรุงบัญชีรับสินค้า/ใบสำคัญจ่ายในระบบเพื่อชำระหนี้ และพัฒนาต้นแบบไปให้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 12 คน ลองทดสอบการใช้งานและพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจในนวัตกรรมสูงโดยให้คะแแนน Net Promoter Score ที่ 100 คะแนน และผู้วิจัยได้นำนวัตกรรมนี้ไปทำการศึกษาต่อยอดถึงความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจต่อไป
การศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากเปลือกหอยแมลงภู่สำหรับการปรับสภาพดินก่อนเพาะปลูก, ชาญชัย ชวานนท์
การศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากเปลือกหอยแมลงภู่สำหรับการปรับสภาพดินก่อนเพาะปลูก, ชาญชัย ชวานนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
ขยะเปลือกหอยแมลงภู่สามารถเป็นประโยชน์ต่อพื้นที่เพาะปลูกที่ประสบปัญหาดินเปรี้ยว ด้วยกระบวนการ waste-to-value โดยนวัตกรรมแปรรูปเปลือกหอยแมลงภู่แคลเซียมคาร์บอเนตแบบอะราโกไนต์ให้มีขนาดไมโครเมตรและนาโนเมตรที่สามารถแก้ดินเปรี้ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ใช้ปริมาณน้อยกว่าปูนแบบเดิม และยังสามารถนำแร่ธาตุสำคัญคือ ไนโตรเจนและฟอสฟอรัส เข้าไปอยู่แทนที่สารอินทรีย์ในโครงสร้างอะราโกไนต์ได้ สร้างให้เกิดผลิตภัณฑ์หมวดหมู่ใหม่เป็นสินค้า “ทูอินวัน” ที่สามารถแก้ดินเปรี้ยวได้เหมือนปูนแล้วจึงปล่อยแร่ธาตุไนโตรเจนและฟอสฟอรัสลงสู่ดินได้เหมือนปุ๋ยธาตุหลัก ช่วยลดต้นทุนวัสดุเพาะปลูกและแรงงานการหว่านจากเดิม 2 ครั้งให้เหลือเพียงครั้งเดียว งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ด้วยการศึกษาความต้องการของตลาด การยอมรับในผลิตภัณฑ์ และโอกาสในการทําธุรกิจ โดยมีขอบเขตการศึกษาพืชเศรษฐกิจ คือ ข้าว ด้วยวิธีดำเนินการวิจัยที่เหมาะสมกับลักษณะอุปนิสัยของกลุ่มเป้าหมายหลักคือเกษตรกร ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์พบว่าราคาและประสิทธิภาพคุ้มค่าเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อวัสดุเพื่อการเพาะปลูก โดยที่ปัญหาดินเปรี้ยวยังเป็นหนึ่งในปัญหาเกี่ยวกับดินที่กระทบเกษตรกรมากเป็นอันดับต้นๆ และข้อมูลจากแบบสอบถามพบความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลความสนใจในผลิตภัณฑ์เปรียบเทียบกับข้อมูลระดับผลกระทบปัญหาดินเปรี้ยว และเปรียบเทียบกับข้อมูลความคิดเห็นเรื่องการประหยัดกว่าการใช้วัสดุแบบเดิม และเปรียบเทียบกับข้อมูลจังหวัดที่ทำการเพาะปลูกอยู่ ส่วนกลยุทธ์การตลาดควรมุ่งไปที่การเปลี่ยนจากการใช้ผลิตภัณฑ์เดิม (Brand Switching) ซึ่งเป็นหมวดหมู่แบบเดิมมาเป็นผลิตภัณฑ์ในหมวดหมู่ใหม่ โดยมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องการจัดทำแผนธุรกิจ คือต้องให้ความสำคัญอย่างมากกับการสร้างแบรนด์ของผลิตภัณฑ์
กรณีศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับน้ำยาล้างรถแบบเจลบอล, พรเทพ หงส์วัฒนกุล
กรณีศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับน้ำยาล้างรถแบบเจลบอล, พรเทพ หงส์วัฒนกุล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเรื่องกรณีศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์สำหรับน้ำยาล้างรถแบบเจลบอล เพื่อหาความเป็นไปได้ที่น้ำยาล้างรถแบบเจลบอลสามารถออกสู่ตลาด และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งาน โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์การแข่งขันธุรกิจ การวิเคราะห์ปัจจัยภายในและภายนอก และการวิเคราะห์ลูกค้า จากแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 111 คน ผลการวิเคราะห์แบบสอบถามพบว่า ปัจจัยที่จะทำให้ผู้ใช้งานสนใจได้ต้องมีคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ที่มีความสามารถในการทำความสะอาดได้ดี เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการผลิตน้ำยาล้างรถยนต์ นอกจากนี้คุณสมบัติเพิ่มเติมของน้ำยาล้างรถที่พึงควรมี คือ ความมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือป้องกันรังสียูวีได้ โดยราคาอยู่ในช่วงที่สมเหตุสมผลหรืออยู่ในช่วง 101-300 บาทต่อเดือน รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ สุดท้ายการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้งานของน้ำยาล้างรถแบบเจลบอล หรือคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญให้กับผู้ที่ต้องการใช้งานรับรู้ได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เกิดกระแสของทางสังคม ให้เกิดการอยากทดลองใช้งาน
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อการเตรียมตัวสู่กระบวนการการ เปลี่ยนอัตลักษณ์ทางเพศ, ศุภณัฐ กระจ่างแจ้ง
การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อการเตรียมตัวสู่กระบวนการการ เปลี่ยนอัตลักษณ์ทางเพศ, ศุภณัฐ กระจ่างแจ้ง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เริ่มต้นขึ้นจากการรับรู้ถึงความจำเป็นในการเข้าถึงข้อมูลทางสุขภาพที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ทางเพศที่ยังขาดหาย และมีอยู่อย่างไม่เพียงพอในสังคมไทย อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงความรู้และบริการที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ทางเพศ ผู้วิจัยจึงได้เสนอความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันที่จะช่วยให้กลุ่มคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ทางเพศสามารถเข้าถึงข้อมูล และรับการปรึกษาที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีและแนวคิดที่ทันสมัยโดย งานศึกษาฉบับนี้นี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ และมีกลุ่มตัวอย่างกว่า 130 คน และได้รับความอนุเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญในการทดสอบ IOC และ การทดสอบต้นแบบแอปพลิเคชั่น จากคณาจารย์ แพทย์ เภสัชกร บุคลากรทางสาธารณสุข และผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องมือวิจัยที่ใช้นั้นถูกต้องและเหมาะสม และทำให้สามารถสรุปผลวิจัยได้ถูกต้องและเที่ยงธรรม ซึงพบว่าการเปลี่ยนแปลงตนเองเข้าไปสู่อัตลักษณ์ทางเพศที่ต้องการนั้นสามารถลดความกังวล ความเครียด และสร้างเสริมสุขภาพ และสุขภาวะที่ดีต่อตนเองได้ และได้นำข้อค้นพบดังกล่าวไปพัฒนาต่อ และทำการศึกษาในประเด็นต่างๆเพิ่มเติม เพื่อนำแอปพลิเคชั่นดังกล่าวเข้าสู่เชิงพาณิชย์ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานศึกษาฉบับนี้อาจมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การยอมรับความหลากหลายทางเพศ และการทำให้เกิดการสร้างสังคมที่เท่าเทียม และมีการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนต่อไป
การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำระบบรู้จำเสียงเพื่อการศึกษาสำหรับนักเรียนกลุ่มเด็กพิเศษ, สุวัสสา มารัตน์
การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำระบบรู้จำเสียงเพื่อการศึกษาสำหรับนักเรียนกลุ่มเด็กพิเศษ, สุวัสสา มารัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำระบบรู้จำเสียงเพื่อการศึกษาสำหรับนักเรียนกลุ่มเด็กพิเศษ โดยวิจัยหาความเป็นไปได้ทั้งทางนวัตกรรมและเชิงพาณิชย์ ประชากรที่ศึกษาแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มผู้สอนเด็กพิเศษและกลุ่มนักเรียนเด็กพิเศษ โดยได้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผ่านแบบสอบถาม เป็นจำนวน 200 คน ผลการวิจัยพบว่าร้อยละ 73 สนใจที่จะใช้งานนวัตกรรม จึงได้นำผลจากแบบสอบถามมาจัดทำนวัตกรรมต้นแบบระบบการศึกษาผสมผสานเข้ากับระบบรู้จำเสียงพูด จากนั้นจึงได้นำต้นแบบไปให้กลุ่มเป้าหมายทดลองใช้งาน เพื่อดูการยอมรับนวัตกรรมและความพึงพอใจในระบบ ผลจากการทดลองใช้งานและการทำแบบสอบถามพบว่า ผู้ใช้งานมีความพึงพอใจและการยอมรับนวัตกรรมอยู่ในระดับมาก ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการนำนวัตกรรมนี้ต่อยอดไปในเชิงพาณิชย์ โดยการนำไปวิเคราะห์ปัจจัยภายในและภายนอกปัจจุบัน กลุ่มเป้าหมาย คู่แข่ง วิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการลงทุนและรายได้ พบว่ากลุ่มนักเรียนเด็กพิเศษยังเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ไม่มีคู่แข่งในประเทศไทย ในขณะที่การศึกษาออนไลน์ก็มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่ายังมีอุปสรรค์ในด้านความเหลื่อมล้ำ และความไม่มั่นคงของเศรษฐกิจในปัจจุบัน
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจในการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้อาหาร, อิทธิชัย ทิพย์ธาราจันทร์
การศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจในการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้อาหาร, อิทธิชัย ทิพย์ธาราจันทร์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้เชิงธุรกิจในการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้อาหารเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานและเข้าถึงข้อมูลสำหรับผู้ที่มีภาวะภูมิแพ้อาหาร เป็นผลมาจากการศึกษาปฐมภูมิโดยใช้แบบสอบถามและสัมภาษณ์แบบลึกซึ้ง (In-Depth Interview) และการค้นหาโดยใช้เครื่องมือค้นหา พบว่าผู้ที่มีอาการภูมิแพ้อาหารมีความรู้สึกไม่สบายหรือกังวลใจในการรับประทานอาหาร จึงพัฒนาแอปพลิเคชันที่ตรวจจับอาหารที่แพ้และสร้างรายงานการแพ้อาหาร และมีฟังก์ชันขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ในการพัฒนาแอปพลิเคชันมีการสอบถามผู้มีอาการภูมิแพ้อาหารเพื่อระบุความต้องการและสร้างฐานข้อมูลที่จำเป็น โดยแบ่งฐานข้อมูลเป็นตารางแยกย่อยตามหลักการ Design Thinking เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังมีการสร้างต้นแบบแอปพลิเคชันที่ผู้ใช้ทดลองใช้และประเมินผลโดยใช้หลักการ Net Promoter Score (NPS) พบว่าผู้ทดสอบมีการสนับสนุนแอปพลิเคชันมากกว่าผู้ทดสอบที่ไม่สนับสนุนคิดเป็น 66.67% ในการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์และการเงิน การนำแอปพลิเคชันไปใช้มีความเป็นไปได้สูง และการวิเคราะห์เทคโนโลยีและตลาดพบว่าเทคโนโลยีการรู้จำรูปภาพ (Food Image Recognition) ในการตรวจจับอาหารมีแนวโน้มสูง และทางการเงินมีการประเมินโดยใช้ Net Present Value (NPV) Internal Rate of Return (IRR) Modified Internal Rate of Return (MIRR) และ Payback Period ซึ่งจะเห็นได้ว่า NPV IRR และ MIRR มีค่าเท่ากับ 3,971,536.03 บาท 76.87% 40.77% และใช้เวลา 1 ปี 4 เดือน 9 วัน เพื่อใช้เพื่อคืนต้นทุนตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแอปพลิเคชันนี้มีความน่าสนใจในการลงทุนโดยมีรูปแบบการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์เป็น Spin-Offs/Spin-Outs
An Internet Of Things Adoption Assessment Model In Manufacturing Supply Chain, Chatchai Antarasena
An Internet Of Things Adoption Assessment Model In Manufacturing Supply Chain, Chatchai Antarasena
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Internet of Things (IoT) in Thailand is in early stage. Many institutions and firms have invested to establish their support on the IoT technology adoption as part of Thailand 4.0 program. Manufacturing is the primary sector that contributes to Thailand's GDP, and leading segment in the IoT adoption. A deeper understanding is essential for academics and management in order to improve their success in adopting the IoT technology and to accelerate Thailand 4.0. A systematic review of technology adoption practices has been conducted to extract the factors affecting the adoption of the Internet of Things in Manufacturing. An interviews with …
แบบจำลองการแพร่กระจายนวัตกรรมสู่เกษตรกรไทย, อัครินทร์ วิจิตรวราณนนท์
แบบจำลองการแพร่กระจายนวัตกรรมสู่เกษตรกรไทย, อัครินทร์ วิจิตรวราณนนท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ ซึ่งศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจยอมรับนวัตกรรมของเกษตรกรไทย โดยบูรณาการแนวคิดทฤษฎีการแพร่กระจายนวัตกรรมและทฤษฎี Health Belief Model (HBM) เข้าไว้ด้วยกันมาต่อยอดสร้างเป็นกรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีการแพร่กระจายนวัตกรรมสู่เกษตรกรไทย ผู้วิจัยได้คัดเลือกนวัตกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่มาเป็นกรณีศึกษาในงานวิจัยนี้ โดยศึกษาทั้งเกษตรกรที่ทำเกษตรทฤษฎีใหม่และเกษตรกรที่ไม่ได้ทำเกษตรทฤษฎีใหม่เก็บข้อมูลจากเกษตรกรกลุ่มตัวอย่างที่จัดอยู่ในกลุ่มล้าหลังด้านเทคโนโลยีและเป็นคนกลุ่มท้ายๆ ที่จะยอมเปิดรับนวัตกรรมรวมทั้งสิ้นจำนวน 400 รายประกอบด้วยเกษตรกรจากทั้ง 6 ภูมิภาค จากกรอบแนวคิดการวิจัยคาดว่ามีปัจจัยอิทธิพล 8 ด้านที่จะส่งผลให้เกษตรกรตัดสินใจยอมรับนวัตกรรม ได้แก่ การรับรู้ภัยคุกคามเกษตรกร (Perceived threats), การรับรู้ประโยชน์ของการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ (Perceived benefits), การรับรู้อุปสรรคในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ (Perceived barriers), แรงจูงใจในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ (Motivation), ความพร้อมของเกษตรกร (Self-efficacy), ปัจจัยทางสังคม (Social factors), ปัจจัยแวดล้อมอื่น (Exogenous factors) คุณลักษณะของนวัตกรรม (Attributes of innovation) ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณพบว่าปัจจัยอิทธิพลที่มีผลต่อการยอมรับเกษตรทฤษฎีใหม่มีทั้งสิ้น 3 ปัจจัย ได้แก่ Social factors, Perceived benefits, Perceived threats ตามลำดับ จากนั้นนำผลการศึกษามาพัฒนาแนวทางการส่งเสริมนวัตกรรมแบบมีส่วนร่วมของเกษตรกรโดยใช้ผลการศึกษาปัจจัยอิทธิพลต่อการยอมรับนวัตกรรมของเกษตรกรไทยกลุ่ม Laggards และ Late majority โดยมีเป้าหมายให้เกษตรกรและชุมชนร่วมกันขับเคลื่อนการแพร่กระจายนวัตกรรมที่เหมาะสมไปสู่เกษตรกรภายในชุมชน ส่วนสุดท้ายของงานวิจัยเป็นการศึกษาความเป็นได้เพื่อภาครัฐสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ให้เกษตรกรยอมรับมากขึ้น
ระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของพนักงานในอุตสาหกรรมยานยนต์, ณัฐินีพร รัตนวิชัย
ระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของพนักงานในอุตสาหกรรมยานยนต์, ณัฐินีพร รัตนวิชัย
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การวิจัยเรื่อง “ระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของพนักงานในอุตสาหกรรมยานยนต์” มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาองค์ประกอบพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของวิศวกรจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (2) สร้างแบบจำลองพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของวิศวกรจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (3) พัฒนาระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของวิศวกรจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (4) ประเมินผลการยอมรับและการศึกษาเชิงพาณิชย์ของระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของวิศวกรจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (5) เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้เชิงธุรกิจ (Business feasibility) ของนวัตกรรมระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของวิศวกรจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย การวิจัยนี้เป็นงานวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) การวิจัยเชิงคุณภาพประกอบด้วยการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์เชิงลึก การวิจัยเชิงปริมาณประกอบด้วยการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติพื้นฐาน การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน การพัฒนาระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม และการทดสอบการยอมรับ เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาเชิงพาณิชย์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย (1) แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 6 คน เรื่องแบบจำลองพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม (2) แบบสอบถามสำหรับงานวิจัย สำหรับเก็บข้อมูล 500 คน (3) แบบรับรองแบบจำลองพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม สำหรับผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน (4) แบบประเมินระบบคอมพิวเตอร์สาหรับประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม สำหรับผู้เชี่ยวชาญ 3 คน (5) แบบประเมินผลการยอมรับระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม สำหรับพนักงาน จำนวน 30 คน กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาประกอบด้วย วิศวกรจากทีมพัฒนา ผลิตภัณฑ์ใหม่ของกลุ่มบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์ พนักงานฝ่ายบุคคล ผลการวิจัยพบว่า แบบจำลองพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ประกอบด้วย 8 องค์ประกอบของพฤติกรรมเชิงนวัตกรรม ได้แก่ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การรับรู้ความสามารถของตนเอง ความสามารถในการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน บรรยากาศสภาพแวดล้อมของงาน การสนับสนุนนวัตกรรมขององค์กร วัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ และภาวะผู้นาของผู้บริหาร การพัฒนาระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมจากแบบจำลอง ได้รับการยอมรับว่าระบบมีประสิทธิภาพและเหมาะสมในการใช้งานในระดับสูง การศึกษาความเป็นไปได้ทางการตลาด การบริการ และการเงิน พบว่า ระบบประเมินพฤติกรรมเชิงนวัตกรรมของพนักงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ มีโอกาสในการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ด้วยวิธีการการกำหนดราคาแบบอัตราเดียว (Flat-rate pricing) และ การกำหนดราคาตามปริมาณการใช้งาน (Usage-based pricing) ด้านการวิเคราะห์การเงิน พบว่า ระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ 3 …
ปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต, อทิตา สุประดิษฐ
ปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต, อทิตา สุประดิษฐ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อนักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต วิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญ และระดับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพชาวต่างชาติ ต่อปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยว และเสนอแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงการจัดการโลจิสติกส์การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในจังหวัดภูเก็ต รวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ผลด้วยเทคนิค IPA แบบสอบถามแบ่งตามกลุ่มตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพชาวต่างประเทศ จำนวน 140 ราย ผู้ประกอบการเพื่อสุขภาพ จำนวน 18 ราย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ จำนวน 5 ราย ผลการวิจัยพบว่า (1) นักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน เป็นผู้มีการศึกษา ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวและพนักงาน/ เจ้าหน้าที่บริษัท มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูงถึงสูง เป็นชาวยุโรปและอเมริกามากที่สุด (2) นักท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพชาวต่างชาติ ให้ความสำคัญปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวภาพรวมรายด้านมากที่สุดทุกด้าน ได้แก่ ด้านบุคลากร ด้านการเงิน ด้านบริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ด้านกายภาพ ด้านสถานที่ท่องเที่ยว และด้านข้อมูลข่าวสาร ตามลำดับ (3) นักท่องเที่ยวฯ มีระดับความพึงพอใจต่อปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยว ภาพรวมรายด้านมากที่สุดในด้านการเงิน ด้านบุคลากร และด้านสถานที่ท่องเที่ยว ตามลำดับ (4) ปัจจัยโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องดำเนินการให้มีการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน คือ ภาพรวมในด้านบริการในสถานประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัย สถานประกอบการเพื่อสุขภาพมีการให้บริการที่หลากหลาย และปัจจัยโลจิสติกส์ที่ทำได้ดี คือ ด้านบุคลากร (บริการด้วยความสุภาพ อ่อนน้อม เอาใจใส่) และด้านการเงิน (ค่าบริการ) ทั้งนี้ เพื่อเป็นเสริมจุดแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ จำเป็นต้องเร่งปรับปรุงในปัจจัย มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการให้บริการที่ดี (ด้านบุคลากร) และ มีบริการ Cashless ในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพและแหล่งท่องเที่ยว (ด้านการเงิน)
ผลกระทบของการวางตำแหน่ง ภาพลักษณ์ คุณค่า และการประชาสัมพันธ์ต่อแนวโน้มการเชียร์สโมสรบาสเกตบอลไฮเทค, ปฏิภาณ กล้าหาญ
ผลกระทบของการวางตำแหน่ง ภาพลักษณ์ คุณค่า และการประชาสัมพันธ์ต่อแนวโน้มการเชียร์สโมสรบาสเกตบอลไฮเทค, ปฏิภาณ กล้าหาญ
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการวางตำแหน่งของตราสินค้า คุณค่าของตราสินค้า และภาพลักษณ์ของตราสินค้า และการประชาสัมพันธ์ที่มีความสัมพันธ์ต่อ แนวโน้มในการเลือกเชียร์สโมสรไฮเทค บาสเกตบอล โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นแฟนบาสเกตบอลสโมสรไฮเทค จำนวน 400 คน โดยทำการกระจายแบบสอบถามออนไลน์ (Google Form) ผ่านทาง Inbox Page Facebook ของสโมสรไฮเทค ให้กับผู้กดติดตาม และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์หาค่าร้อยละ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน จากการศึกษาระดับความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างพบว่า การวางตำแหน่งของตราสโมสรไฮเทค ภาพลักษณ์ของตราสโมสรไฮเทค คุณค่าของตราสินค้าสโมสรไฮเทค และแนวโน้มในการเลือกเชียร์สโมสรไฮเทค ในภาพรวมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ส่วนความคิดเห็นต่อการประชาสัมพันธ์ทางกีฬาในภาพรวมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า การวางตำแหน่งของตัวสโมสร (r = 0.533) ภาพลักษณ์ของตราสโมสรไฮเทค (r = 0.676) คุณค่าของตราสโมสรไฮเทค (r = 0.705) และการประชาสัมพันธ์ทางกีฬา (r = 0.710) มีความสัมพันธ์ต่อแนวโน้มในการเลือกเชียร์สโมสรไฮเทคของแฟนทีม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
The Effect Of Sustainability Index Inclusion On Equity Fund Allocation Evidence From Thailand, Tanakorn Makarabhiromya
The Effect Of Sustainability Index Inclusion On Equity Fund Allocation Evidence From Thailand, Tanakorn Makarabhiromya
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
The concept of sustainability index has been accepted widely in the global investment context. However, sustainable investments are relatively underexplored in an emerging market as in Thailand. This study analyzes the relationship between corporate sustainability performance (proxy by announcement events of the Stock Exchange of Thailand Sustainability Index SETTHSI) and institutional investors’ awareness toward sustainability investment. An event studies on index announcement are applied to analyze the short-term effect from investors in stock market. The results indicate that there is only weak evidence that inclusion into the sustainability index has a positive impact to cumulative abnormal returns during release-related period, …
Forecasting Stock Volatility With Neural Network On Time Varying Transition Probability, Wasit Norakarntiansin
Forecasting Stock Volatility With Neural Network On Time Varying Transition Probability, Wasit Norakarntiansin
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Forecasting volatilities of financial security returns are important for many financial applications e.g., portfolio investment construction, risk management and trading strategy. The GARCH model has long been refined to capture the true dynamic of volatility on a security return. By applying the Markov switching to the GARCH model, the source of the temporary high volatility and high persistence of a shock to the volatility can be captured. In this study, we refine the Markov switching GARCH model further by applying the notion of the neural network to approximate the time varying transition probabilities. We aim to achieve a model that …
Comparison Analysis Of Direct Shipment And Indirect Shipment From China To Malaysia : A Case Of Plastic Products, Martin Jacobsen
Comparison Analysis Of Direct Shipment And Indirect Shipment From China To Malaysia : A Case Of Plastic Products, Martin Jacobsen
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
This study aims to compare two alternatives for a Thai retail company’s process of shipping plastic product sourced from China to a subsidiary in Malaysia. The first alternative, currently in use, involves shipping the products for Malaysia subsidiary from Chinese suppliers along with those for Thailand in Full Container Load term to Thailand before being subsequently delivered to Malaysia. The second alternative is to directly ship the products from China in Less than Container Load term to Malaysia. The comparison focuses on total shipping cost, which includes sea freight, in-land transport cost, terminal handling charges, container freight station charges, warehousing …
การปรับปรุงกระบวนการทำงานของแผนกขนส่งสินค้าขาเข้า : บริษัทกรณีศึกษา Xyz, เปมิกา กาญจนกามล
การปรับปรุงกระบวนการทำงานของแผนกขนส่งสินค้าขาเข้า : บริษัทกรณีศึกษา Xyz, เปมิกา กาญจนกามล
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาและค้นคว้าอิสระนี้เป็นการศึกษาการปรับปรุงกระบวนการทำงานของแผนกขนส่งสินค้าขาเข้า ของบริษัทกรณีศึกษา XYZ ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนนำเข้า และส่งออกสินค้า (Freight Forward Company) หนึ่งในกิจกรรมสำคัญ คือการอัปเดตสถานะสินค้าว่าสินค้านั้น ๆ ดำเนินการขนส่งอยู่ที่ไหนแล้วบ้าง เพื่ออัปเดตให้แก่ลูกค้าของบริษัทได้สามารถรับทราบเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนการผลิต การตลาด หรือประโยชน์อื่น ๆ และยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ใช้วัดผลประเมินประสิทธิภาพการทำงานของแผนกอีกด้วย ซึ่งคะแนนประสิทธิภาพในการทำงานนั้นยังส่งผลต่อการปรับคิดเงินเดือนประจำปี ตลอดจนโบนัสของพนักงานประจำบริษัทอีกด้วย ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาหาสาเหตุที่ทำให้กระบวนการทำงานของบริษัทกรณีศึกษามีปัญหา ตลอดจนนำแนวคิด ทฤษฏี และเครื่องมือ ไม่ว่าเป็นแนวคิดลีน ไคเซ็น แผนผังสายธารแห่งคุณค่า (Value Stream Mapping : VSM) และแนวคิด ECRS เข้ามาช่วยในการดำเนินหาทางแก้ไขปัญหาที่บริษัทกรณีศึกษากำลังเผชิญ ตลอดจนการประชุมหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อหาแนวทางการทำงานใหม่ เพื่อให้ทุกคนทราบถึงปัญหาที่แท้จริง และช่วยกันหาแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาซึ่งหลังจากปรับปรุงกระบวนการนั้น พบว่าทั้ง 2 กิจกรรมการแจ้งเตือน ที่ผู้วิจัยทำการศึกษานั้น มีระยะเวลาเฉลี่ยในการทำงานลดลง และสามารถขจัดกระบวนการที่ไม่มีคุณค่าออกจากกระบวนการทำงานได้ โดยกิจกรรมการแจ้งเตือนที่ 1 มีระยะเวลาเฉลี่ยลดลงจาก 240:09 นาทีลดลงอยู่ที่ 118.36 นาที ระยะเวลาเฉลี่ยในการทำงานลดลงคิดเป็นร้อยละ 50.61 และกิจกรรมการแจ้งเตือนที่ 3 นั้นลดลงคิดเป็นร้อยละ 88.33 จะระยะเวลาเฉลี่ยรวมในการทำงานที่ 12,536:58 นาที ลดลงอยู่ที่ 1,462:57 นาที และในการวัดผลประเมินประจำเดือนธันวาคม 2565 พบได้ว่าสัดส่วนคะแนนเพิ่มขึ้น โดยกิจกรรมการแจ้งเตือนที่ 1 สัดส่วนคะแนนในเดือนธันวาคม 2565 อยู่ที่ 86.09% และกิจกรรมการแจ้งเตือนที่ 3 อยู่ที่ 90.54%
การวิเคราะห์ปัจจัยกำหนดการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทยโดยแบบจำลองแรงโน้มถ่วง, จิดาภา ศรีจำนงค์
การวิเคราะห์ปัจจัยกำหนดการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทยโดยแบบจำลองแรงโน้มถ่วง, จิดาภา ศรีจำนงค์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
มูลค่าการส่งออกพลาสติกของประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการเพิ่มขึ้นของประชากรและเศรษฐกิจโลก การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นที่จะศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทยและการศึกษาครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทยต่อไปในอนาคต การศึกษานี้เป็นการสร้างแบบจำลองแรงโน้มถ่วงเพื่อเป็นตัวแทนของการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆ โดยมีการเสนอแบบจำลองทางเลือกเพื่อทำการประเมินว่าตัวแปรด้านโลจิสติกส์ ได้แก่ ระยะห่าง เวลาที่ใช้ในการขนส่ง และต้นทุนที่ใช้ในการขนส่ง ตัวแปรใดเป็นตัวแปรที่ดีที่สุดของตัวแปรด้านโลจิสติกส์ ในการประมาณค่าแบบจำลองจะทำการศึกษาด้วยวิธี Pooled Regression Model, Fixed Effect Model และ Random Effect เพื่อหาแบบจำลองที่เหมาะสมที่สุด โดยใช้ข้อมูลแบบอนุกรมเวลา (รายปี) ของมูลค่าการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทย ในช่วงปี พ.ศ. 2547-2561 จากการศึกษาพบว่าตัวแปรระยะทางเป็นตัวแปรด้านโลจิสติกส์ที่เหมาะสมกับแบบจำลองมากที่สุด โดยมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกของประเทศไทย ได้แก่ ขนาดเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า การใช้ภาษากลาง และการใช้พรมแดนร่วมกัน
ปัจจัยในการเกิดอุบัติเหตุของรถบรรทุก 6 ล้อ ในเขตภาคตะวันออก บริษัทกรณีศึกษา Abc, ชนมณีทิวา ชาญสมร
ปัจจัยในการเกิดอุบัติเหตุของรถบรรทุก 6 ล้อ ในเขตภาคตะวันออก บริษัทกรณีศึกษา Abc, ชนมณีทิวา ชาญสมร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้จะเป็นการศึกษาปัจจัยที่มีผลให้เกิดอุบัติเหตุของรถบรรทุก 6 ล้อ บริษัทกรณีศึกษา เอบีซี วัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่บริษัทต้องสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละปี เช่นลดค่าเบี้ยประกันอุบัติเหตุในกรณีที่รถไม่เคยเกิดอุบัติเหตุในปีนั้นจะได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันในปีต่อไป เพื่อประเมินปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถบรรทุกหกล้อของพนักงานและศึกษาพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ของพนักงานขับรถบรรทุกเพื่อจัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไข ผู้ศึกษาได้ทำการศึกษารวบรวมปัจจัยและคัดเลือกประชากรสมมติฐานด้วยวิธีการ สุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จากปัจจัยหลัก 3 ปัจจัย ประกอบด้วย ปัจจัยด้านผู้ขับขี่ปัจจัยด้านยานพาหนะ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อนำเกณฑ์หลักการจัดลำดับมาใช้ในการศึกษานี้ใช้วิธีวิเคราะห์ด้วยวิธี การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกแบบไบนารี (Binary Logistic Regression) ผู้ศึกษาจะใช้การสุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงแล้วนำมาวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีผลให้เกิดอุบัติเหตุ คือ ความเร็วสูงสุดในการขับต่อเที่ยว และช่วงเวลาในการทำงานต่อวัน มีผลอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของพนักงานขับรถบรรทุก, ธนบัตร ชื่นจิตต์
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของพนักงานขับรถบรรทุก, ธนบัตร ชื่นจิตต์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของพนักงาน ขับรถบรรทุกโดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาครั้งนี้ 2 ประการ ได้แก่ ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการคง อยู่ของพนักงานขับรถบรรทุก และ ศึกษาแนวทางในการรักษาคนขับรถบรรทุกให้คงอยู่ได้อย่าง ยั่งยืน โดยผู้วิจัยได้ทำการรวบรวมปัจจัยและคัดเลือกมาทั้งหมด 7 ปัจจัยได้แก่ ปัจจัยในด้านการ ทำงานของพนักงานขับรถบรรทุก ปัจจัยด้านที่พักอาศัยของพนักงานขับรถบรรทุก ปัจจัยด้าน สภาพแวดล้อมในการทำงานของพนักงานขับรถบรรทุก ปัจจัยด้านรายได้ของพนักงานขับ รถบรรทุก ปัจจัยด้านสุขภาพของพนักงานขับรถบรรทุก ปัจจัยส่วนตัวของพนักงานขับรถบรรทุก และปัจจัยด้านการได้งานใหม่ของพนักงานขับรถบรรทุก โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลจาก แบบสอบถามที่ได้ทำการสอบถามแก่พนักงานขับรถบรรทุกในบริษัทตัวอย่างแห่งหนึ่งและนำผลที่ ได้จากแบบสอบถามมาทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยนำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาประมวลผลใน โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS โดยใช้วิธีเทคนิคการถดถอยโลจิสติกส์ (Logistic Regression Analysis) แบบ Binary Logistic Regression จากการศึกษาผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากตัวแปรต้นทั้งหมด 7 ตัวแปรที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่พนักงานขับรถบรรทุก พบว่ามี 4 ตัวแปรต้นที่ส่งผลต่อการ คงอยู่ของพนักงานขับรถบรรทุก ได้แก่ ปัจจัยด้านที่พักอาศัยของพนักงานขับรถบรรทุก ต่อมาคือ ปัจจัยด้านสุขภาพของพนักงานขับรถบรรทุก ปัจจัยด้านรายได้ของพนักงานขับรถบรรทุก และ ปัจจัยด้านการได้งานใหม่ของพนักงานขับรถบรรทุก
การวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของตู้คอนเทนเนอร์และเรือเทกอง : กรณีศึกษาสินค้ากระดาษ, ปิยวัช ศรีโรจนรัตน์
การวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของตู้คอนเทนเนอร์และเรือเทกอง : กรณีศึกษาสินค้ากระดาษ, ปิยวัช ศรีโรจนรัตน์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
จากกรณีศึกษาของบริษัทผู้ผลิตกระดาษในประเทศไทยที่มีการส่งออกกระดาษจาก ประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก โดยกลุ่มประเทศหลักที่มีการส่งออกได้แก่ กลุ่มประเทศใน ทวีปเอเชียและยุโรป ซึ่งรูปแบบหลักของการขนส่งดั้งเดิมที่ใช้จะเป็นรูปแบบของตู้คอนเทนเนอร์ ผ่านท่าเรือแหลมฉบัง ทั้งนี้เทอมการซื้อขายสินค้าของบริษัทจะเป็นเทอม CIF (Cost Insurance & Freight) ทั้งหมดซึ่งบริษัทเป็นผู้จัดสรรกิจกรรมโลจิสติกส์ตั้งแต่หน้าโรงงานจนถึงท่าเรือปลายทาง แต่เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่ส่งผลให้ค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์ปรับตัวสูงขึ้น 3 - 4 เท่า จึงเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกในด้านของต้นทุนการขนส่ง สารนิพนธ์ฉบับนี้จึงมุ่งเน้นที่จะศีกษารูปแบบการขนส่งแบบเทกองเพื่อเป็นทางเลือกของ การขนส่ง โดยทำการศึกษาต้นทุนของรูปตู้คอนเทนเนอร์และรูปแบบเทกองภายใต้การคำนวณ ต้นทุนตลอดทั้งปีในเส้นทางหลักของบริษัทจากท่าเรือแหลมฉบังไปยังท่าเรือ Antwerp ซึ่งข้อมูล ด้านต้นทุนของแต่ละกิจกรรมเป็นการเก็บรวบรวมจากบริษัทผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และนำ ต้นทุนมาเฉลี่ยเพื่อเป็นค่ากลางสำหรับการคำนวณ ผลการศึกษาพบว่ารูปแบบเทกองมีต้นทุนที่ต่ำ กว่ารูปแบบตู้คอนเทนเนอร์ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 แต่ในขณะเดียวกันเมื่อพิจารณา ในช่วงหลังการแพร่ระบาดโควิด 19 ที่สถานการณ์ค่าระวางปรับตัวกลับมาเป็นปกติ พบว่ารูปแบบตู้ คอนเทนเนอร์ยังคงเป็นรูปแบบที่มีต้นทุนที่ต่ำที่สุด
การพิจารณาเลือกที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าที่เหมาะสม กรณีศึกษา : บริษัทขนส่งด่วนระหว่างประเทศ, วัศพจน์ ตากวิริยะนันท์
การพิจารณาเลือกที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าที่เหมาะสม กรณีศึกษา : บริษัทขนส่งด่วนระหว่างประเทศ, วัศพจน์ ตากวิริยะนันท์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยฉบับนี้เป็นการประยุกต์ใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (Analytic Hierarchy Process) ในการเลือกทำเลที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ของบริษัทกรณีศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาปัจจัยที่มีผลต่อการพิจารณาเลือกที่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าและหาพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้านอกจากนี้ยังใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนในการประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติม จากการศึกษาพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกทำเลที่ตั้งประกอบไปด้วยทั้งหมด 8 ปัจจัยคือ ปัจจัยด้วยการขนส่ง ปัจจัยด้านแหล่งสินค้า ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ปัจจัยด้านแรงงาน ปัจจัยด้านการเงิน ปัจจัยด้านสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ ปัจจัยด้านชุมชน และปัจจัยด้านสภาพการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะนำมาใช้ในการพิจารณาทำเลที่ตั้งทางเลือกทั้งหมด 2 แห่ง คือ ถนนเทพารักษ์ กม. 8 จังหวัดสมุทรปราการ และถนนบางนา-ตราด จังหวัดกรุงเทพมหานคร ผลจากการศึกษาตามกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์พบว่าปัจจัยที่สำคัญ 3 ลำดับแรกที่ส่งผลต่อการเลือกทำเลที่ตั้งของศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ของบริษัทกรณีศึกษา คือ ปัจจัยด้านการขนส่ง ปัจจัยด้านแหล่งสินค้า และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งคิดเป็น 71.6 เปอร์เซ็นต์ของค่าน้ำหนักความสำคัญของปัจจัยทั้งหมด ส่วนทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดคือ ถนนเทพารักษ์ กม. 8 จังหวัดสมุทรปราการ โดยผลวิเคราะห์ความเหมาะสมนั้นก็มีความสอดคล้องกับผลลัพธ์ดังกล่าว ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อสรุปผล อภิปรายผล และวิเคราะห์เหมาะสมในการลงทุนสร้างศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่ที่ได้จากการใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์
การประยุกต์ใช้ Scor Model ในการปรับปรุงกระบวนการของศูนย์เติมเต็มคำสั่งซื้อ, ศิรารัฏฐ์ อมรรุ่งเรือง
การประยุกต์ใช้ Scor Model ในการปรับปรุงกระบวนการของศูนย์เติมเต็มคำสั่งซื้อ, ศิรารัฏฐ์ อมรรุ่งเรือง
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
จากแนวโน้มของตลาดซื้อขายออนไลน์ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความต้องการที่จะลดความเสี่ยง เพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ โยการลดการถือครองสินทรัพย์ผลักดันให้มีการพึ่งพาผู้ให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่สาม (3PL) มากขึ้น เป็นเหตุให้งานวิจัยนี้ต้องการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัท 3PL กรณีศึกษา โดยนำหลักการของ Supply Chain Operation Reference (SCOR) Model เข้ามาประยุกต์ใช้ โดยอาศัยการนิยามกระบวนการตาม SCOR Process และใช้มาตรวัดระดับที่ 1 ของ SCOR ในการประเมินประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อนำไปเทียบกับมาตรฐานอุตสาหกรรมและคู่แข่งผ่าน Strategy Canvas เพื่อทำการกำหนดเป้าหมายประสิทธิภาพที่บริษัทต้องการ และใช้มาตรวัดในระดับ 2 และ 3 ของ SCOR เพื่อหาสาเหตุของความพร่องประสิทธิภาพที่พบ แล้วจึงนำแนวปฏิบัติใน SCOR Practice ที่สอดคล้องมาคัดเลือกด้วยหลักการ Prioritization Matrix ที่ผ่านการพิจารณาของคณะทำงาน เพื่อนำแนวปฏิบัติกลุ่ม Quick Wins ซึ่งได้แก่ ABC Inventory Classification และ Theory of Constraints มาใช้ประกอบการปรับปรุงกระบวนการ ผลการประยุกต์ใช้แนวคิดดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานทั้งในด้านความน่าเชื่อถือที่ดีขึ้นประมาณร้อยละ 19 มีรอบเวลาการผลิตสั้นลงประมาณร้อยละ 20 และความยืดหยุ่นของระบบเพิ่มขึ้นประมาณเท่าตัว ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ จึงเสนอให้บริษัทนำแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องของ SCOR ในกลุ่มอื่นมาประยุกต์ใช้เพิ่มเติม รวมถึงหมั่นปรับปรุงคุณภาพของข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
การคัดเลือกตัวแทนผู้ให้บริการ Api ในต่างประเทศโดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้น (Ahp) กรณีศึกษาธนาคาร Abc, อารยา อรุณสกุลวงศ์
การคัดเลือกตัวแทนผู้ให้บริการ Api ในต่างประเทศโดยใช้กระบวนการตัดสินใจแบบวิเคราะห์ลำดับชั้น (Ahp) กรณีศึกษาธนาคาร Abc, อารยา อรุณสกุลวงศ์
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกณฑ์ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนผู้ให้บริการ API ในต่างประเทศของธนาคารกรณีศึกษา ด้วยเทคนิคกระบวนการวิเคราะห์ตามลำดับชั้น เนื่องจากปัจจุบันธนาคารกรณีศึกษาอยู่ระหว่างการพิจารณาเลือกตัวแทนผู้ให้บริการ A ผู้ให้บริการ B และผู้ให้บริการ C งานวิจัยนี้จึงนำทั้ง 3 ตัวแทนผู้ให้บริการมาเป็นทางเลือกในการพิจารณา ขั้นตอนงานวิจัยเริ่มจากการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ใช้ในงานวิจัยซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากตัวแทนผู้ให้บริการต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดเกณฑ์ที่ใช้ในแบบสอบถามด้วยวิธีวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ส่วนที่สองเป็นการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างในธนาคารกรณีศึกษาผ่านการตอบแบบสอบถาม จากนั้นจึงใช้วิธีวิเคราะห์ตามลำดับชั้น โดยทำการวินิจฉบับเปรียบเทียบความสำคัญของเกณฑ์ทีละคู่ เพื่อศึกษาหาเกณฑ์ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนผู้ให้บริการ API และหาระดับความสำคัญของทางเลือกที่มีผลในการตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนผู้ให้บริการ API ในต่างประเทศ ผลที่ได้จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้พบว่า เกณฑ์ที่ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญมากที่สุด คือ ความสามารถในการเชื่อมต่อกับปลายทาง ค่าใช้จ่าย ความยืดหยุ่นการให้บริการความสามารถของระบบงาน และประวัติบริษัท ตามลำดับ สำหรับทางเลือกที่ธนาคารกรณีศึกษาให้ความสำคัญในการพิจารณาเลือกใช้ตัวแทนผู้ให้บริการ API ในต่างประเทศคือ ผู้ให้บริการ A เนื่องจากเกณฑ์และประโยชน์จากผู้ให้บริการ A สามารถตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ธุรกิจของธนาคารกรณีศึกษาได้อย่างเหมาะสม
Communicating Innovation And Sustainability In Family Businesses Through Successions, Chanun Somboonvechakarn
Communicating Innovation And Sustainability In Family Businesses Through Successions, Chanun Somboonvechakarn
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Small and Medium-sized Enterprises (SMEs) contribute significantly to the economy, despite the fact that their survival rate is declining over generations. The purpose of this research is to create a communication model suitable for SMEs during succession for innovation and business sustainability. Fourteen innovative family SMEs in Thailand are selected using the assembled multiple-case study method, and in-depth individual interviews are conducted using the data triangulation method with the incumbents, successors, and long-serving non-family employees as participants from each business. There are two main findings. Issues regarding organizational innovation, social capital in the form of internal and external network relationships, …
ผลกระทบของความเป็นธรรมต่อความไว้วางใจที่มีต่อร้านขายยาค้าส่งในโซ่อุปทานยา, ศิวิมล ประสาธนากร
ผลกระทบของความเป็นธรรมต่อความไว้วางใจที่มีต่อร้านขายยาค้าส่งในโซ่อุปทานยา, ศิวิมล ประสาธนากร
Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบของความเท่าเทียมกันต่อความไว้วางใจที่มีต่อร้านขายยาค้าส่งในโซ่อุปทาน เป็นงานวิจัยเชิงผสม (Mixed Research) ทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ โดยประชากร คือผู้ประกอบการร้านขายยาปลีก ที่ได้รับอนุญาตให้ขายยาแผนปัจจุบันประเภท (ขย.1) และผู้ประกอบการร้านขายยาค้าส่งในประเทศไทย จากการรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการแจกแบบสอบถามออนไลน์ และเก็บแบบสอบถามเชิงรุกโดยเข้าไปสุ่มสอบถามที่ร้านขายยา ในเขต อำเภอเมือง จังหวัด นนทบุรี จากนั้นนำผลจากแบบสอบถามสัมภาษณ์ผู้ประกอบการร้านขายยาค้าส่ง โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาดังนี้ 1. เพื่อศึกษาผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจด้วยความเท่าเทียม (Business fairness) ของร้านขายยาค้าส่ง (Wholesaler drugstores) ที่จะส่งผลต่อความไว้วางใจ (Trust) และความภักดี (Loyalty) ของร้านขายยาปลีก 2. เพื่อศึกษาผลลัพธ์ของความไว้วางใจ (Trust) ต่อความภักดี (Loyalty) และการแนะนำโดยการบอกต่อ (Recommendation by Word of Mouth) ของร้านขายยาปลีก (Retail drugstores) ที่จะส่งผลต่อความอยู่รอดของธุรกิจร้านขายยาค้าส่ง (Wholesaler drugstores) 3. เพื่อเสนอแนะแนวทางการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจ (Business survival) ให้กับร้านขายยาค้าส่ง (Wholesaler drugstores) ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจยาในยุคปัจจุบัน จากผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยการกระจายความเป็นธรรม (Distributive Fairness) ส่งผลต่อปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ที่ .399 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.05 แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ ปัจจัยความเป็นธรรมตามขั้นตอน (Procedural Fairness) ส่งผลต่อปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ที่ .419 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.05 เห็นได้ว่าปัจจัยความเป็นธรรมตามขั้นตอน (Procedural Fairness) นั้นส่งผลกับตัวแปรความไว้วางใจ (Trust) มากกว่า ซึ่งไม่สอดคล้องกับงานวิจัยต้นแบบที่การกระจายความเป็นธรรม ส่งผลต่อความไว้วางใจมากกว่า อาจเป็นผลจากระบบสาธารณสุขในประเทศของกลุ่มตัวอย่างที่แตกต่างกัน และช่วงเวลาในการทำการวิจัยอาจส่งผลต่อความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างที่เปลี่ยนไป ในด้านปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ที่ส่งผลต่อปัจจัยความภักดีของลูกค้า (Customer Loyalty) ที่ .501 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 0.05 และปัจจัยความไว้วางใจ (Trust) ที่ส่งผลต่อปัจจัยการแนะนำแบบบอกต่อ (Recommendation by …