Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Fine Arts Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

2023

Discipline
Institution
Keyword
Publication
Publication Type

Articles 541 - 552 of 552

Full-Text Articles in Fine Arts

ดุษฎีนิพนธ์การแสดงดนตรี : การตีความใหม่ในบทเพลงประกอบเปียโนยุคศตวรรษที่ 21, ศศิภา รัศมิทัต Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การแสดงดนตรี : การตีความใหม่ในบทเพลงประกอบเปียโนยุคศตวรรษที่ 21, ศศิภา รัศมิทัต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอการตีความบทเพลงคลาสสิกที่มีเปียโนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการบรรเลง เพื่อเพิ่มพูนทักษะและศักยภาพในการบรรเลง การตีความ บทเพลง รวมถึงการนำออกแสดงอันเป็นการเผยแพร่ดนตรีเชมเบอร์ในประเทศไทย โดยศึกษา บทเพลงเชมเบอร์ที่สำคัญที่ได้รับการยกย่องเป็นมาตรฐาน รวมทั้งเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการบรรเลงเปียโนร่วมกับเครื่องดนตรีอื่นจากตำราและบทความวิชาการ และแบ่งอรรถาธิบายตามบทเพลงจากการแสดง 3 ครั้ง คือ 1) เปียโนและคลาริเน็ต 2) เปียโนและดับเบิลเบส และ 3) เปียโนและกลุ่มเชมเบอร์ ซึ่งประกอบด้วยบทเพลงประเภทโซนาตา คอนแชร์ตานเต เปียโนควินเท็ต เปียโนทรีโอ และบทเพลงลักษณะพิเศษ อาทิ แรปโซดี เอเลอร์จี เซเรเนด แฟนตาเซีย โดยให้ความสำคัญกับอารมณ์ บทบาท และสีสันของบทเพลงตามจินตภาพ การจัดสมดุลเสียงระหว่าง แนวเปียโนและเครื่องดนตรีอื่น ทิศทางของทำนองสอดแทรก การใช้เพเดิล การปรับโน้ต วงออร์เคสตราฉบับย่อให้เหมาะสมกับเทคนิคการบรรเลงเปียโน ซึ่งสามารถทำให้การบรรเลงเปียโนร่วมกับเครื่องดนตรีต่างชนิดมีความไพเราะ กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน มีอรรถรสที่แปลกใหม่และมีสีสัน


ดุษฎีนิพนธ์การวาทยกร : วรรณกรรมสร้างสรรค์บทเพลงร้องประสานเสียงโรแมนติกเยอรมันร่วมสมัย, ยสวันต์ มีทองคำ Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การวาทยกร : วรรณกรรมสร้างสรรค์บทเพลงร้องประสานเสียงโรแมนติกเยอรมันร่วมสมัย, ยสวันต์ มีทองคำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์การวาทยกร : วรรณกรรมบทเพลงร้องประสานเสียงโรแมนติกเยอรมันร่วมสมัย เป็นงานวิจัยสร้างสรรค์ที่จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอแนวทางการอำนวยเพลงที่ผู้วิจัยสังเคราะห์ขึ้นผ่านการศึกษาทฤษฎีการเปล่งเสียงตามหลักสรีรศาสตร์ กลยุทธ์การเปล่งเสียงคำ การตีความบทกวียุคโรแมนติก และวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อแนวความคิดของผู้ประพันธ์ โดยในงานวิจัยสร้างสรรค์ชิ้นนี้ ผู้วิจัยคัดเลือกบทเพลงร้องประสานเสียงที่ประพันธ์โดยผู้ประพันธ์เพลงชาวเยอรมันในรูปแบบของบทเพลงศาสนาทั้งที่ประพันธ์ขึ้นเป็นภาษาเยอรมันเช่น Wie lieblich sind deine Wohnungen โดยโยฮันเนส บรามส์ และภาษาอื่น ๆ เช่น Locus iste โดยอันโทน บรุคเนอร์ และ He, Watching Over Israel โดยเฟลิกซ์ เมนเดลโซน นอกจากนั้นยังมีบทเพลงนอกศาสนา เช่น Der Greis โดยฟรานซ์ โยเซฟ ไฮเดิน และ An die Sonne โดยฟรานซ์ ปีเตอร์ ชูเบิร์ต ทั้งนี้ผู้วิจัยยังนำเสนอบทประพันธ์เพลงที่ถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่จากเพลงร้องศิลป์เยอรมัน เช่น บทประพันธ์ Morgen! โดยริคาร์ด ชเตราส์และผู้วิจัยยังได้เรียบเรียงบทเพลงศิลป์เยอรมัน Widmung โดยโรเบิร์ต ชูมันน์สำหรับวงขับร้องประสานเสียงแบบผสมตามแนวทางการประพันธ์เพลงต้นแบบอีกด้วย ทั้งนี้ ผู้วิจัยนำความรู้ที่สังเคราะห์ มาปรับใช้ในการฝึกซ้อมบทประพันธ์ที่คัดเลือกไว้ และได้เผยแพร่ผลงานผ่านการบันทึกเสียงและการบรรยายประกอบการแสดง พร้อมทั้งสรุปผลการวิจัยเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้าในอนาคต


ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีสร้างสรรค์ : คีตวรรณกรรมบทเพลงสำหรับวงกรุงเทพมหานครโลว์สตริงออร์เคสตรา, วัชรพงค์ สุภัทรชัยวงศ์ Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีสร้างสรรค์ : คีตวรรณกรรมบทเพลงสำหรับวงกรุงเทพมหานครโลว์สตริงออร์เคสตรา, วัชรพงค์ สุภัทรชัยวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ผู้วิจัยได้ทำการวิจัยและสร้างสรรค์ผลงานดุษฎีนิพนธ์ คีตวรรณกรรมบทเพลงสำหรับวงกรุงเทพมหานครโลว์สตริงออร์เคสตรา ขึ้นเนื่องจากยังไม่มีบทเพลงเฉพาะสำหรับวงโลว์สตริงออร์เคสตราที่จะช่วยพัฒนากลุ่มเครื่องโลว์สตริงและแสดงเอกลักษณ์ของเครื่องดนตรีดังกล่าวที่เด่นชัดได้ ผู้วิจัยจึงประมวลเทคนิคการปฏิบัติเครื่องโลว์สตริงจากบทเพลงเอ็กเซิร์พเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการพัฒนาทักษะเครื่องโลว์สตริง โดยมุ่งเน้นสำหรับบรรเลงโดยวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพมหานคร ผลการวิจัยและสร้างสรรค์ประกอบด้วยบทเพลงที่มีเทคนิคการบรรเลงขั้นสูง มีการใช้เทคนิคสำคัญของเครื่องโลว์สตริงในบทเพลงสำหรับออร์เคสตราจำนวน 2 บท ได้แก่ 1) บทเพลง โลว์สตริงทรีโอสำหรับเชลโล ดับเบิลเบสและมาริมบา หรือ โหมโรงสามสหาย (ความยาวประมาณ 7 นาที) และ 2) บทเพลง โลว์สตริงออร์เคสตราอินเมโทรโปลิส (ความยาวประมาณ 40 นาที)


Curatorial Practice Project For Online Platform : Music Forest And The Inner Peace Of Sloth, Li Hsuan Chang Jan 2023

Curatorial Practice Project For Online Platform : Music Forest And The Inner Peace Of Sloth, Li Hsuan Chang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

'Music Forest and the Inner Peace of Sloth' is a digital curatorial practice platform designed to offer a mental sanctuary in the information age, catering to all visitors, especially visual art, nature, and music lovers. The artworks showcased in this text are influenced by the philosophical foundations of slow art and the Fluxus movement, a 1960s artistic movement promoting living art and anti-art. The project promotes inner peace through nature-inspired artworks, offering a unique online space that harmonizes music, forest, and sloth spirit, encouraging users to explore their inner selves and experience balance and slowness. Music Forest invites users to …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition : From The Island To The Woods, Suphavinee Srisopon Jan 2023

Curatorial Practice Project For Art Exhibition : From The Island To The Woods, Suphavinee Srisopon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This paper presents the artistic research and creation centered on using art to support individuals dealing with personal health issues. The initiative seeks to remind them of a shared journey, offering a platform for self-expression through diverse art forms and workshops. Inspired by the curator's personal experiences, the exhibition aims to transcend superficial trends in addressing personal struggles authentically. Exploring the etymology of "curate" from "curare," meaning "to take care of," the curator sees their role as nurturing and assisting others. Through art, the exhibition strives to foster an environment fostering solace, understanding, and peace for individuals facing challenges. The …


Curatorial Practice Project For Online Platform : Music Forest And The Inner Peace Of Sloth, Li Hsuan Chang Jan 2023

Curatorial Practice Project For Online Platform : Music Forest And The Inner Peace Of Sloth, Li Hsuan Chang

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

'Music Forest and the Inner Peace of Sloth' is a digital curatorial practice platform designed to offer a mental sanctuary in the information age, catering to all visitors, especially visual art, nature, and music lovers. The artworks showcased in this text are influenced by the philosophical foundations of slow art and the Fluxus movement, a 1960s artistic movement promoting living art and anti-art. The project promotes inner peace through nature-inspired artworks, offering a unique online space that harmonizes music, forest, and sloth spirit, encouraging users to explore their inner selves and experience balance and slowness. Music Forest invites users to …


นวัตกรรมการออกแบบแฟชั่นไลฟ์สไตล์จากกระบวนการแปรรูปเส้นใยด้วยผลผลิตเกษตรไร้มูลค่าอย่างยั่งยืน โดยใช้แนวคิดความเชื่อมงคลสัญวิทยา, อุษา ประชากุล Jan 2023

นวัตกรรมการออกแบบแฟชั่นไลฟ์สไตล์จากกระบวนการแปรรูปเส้นใยด้วยผลผลิตเกษตรไร้มูลค่าอย่างยั่งยืน โดยใช้แนวคิดความเชื่อมงคลสัญวิทยา, อุษา ประชากุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนานวัตกรรมเส้นใยจากผลผลิตเกษตรไร้มูลค่าของเปลือกทุเรียนให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์แฟชั่นและสิ่งทอเพื่อนำไปสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์และต้นแบบแบรนด์สินค้าที่เหมาะสำหรับกลุ่มเจเนอเรชั่นวาย (Generation Y) จากแนวคิดความเชื่อมงคลสัญวิทยา ซึ่งมีกลุ่มประชากรคือผู้ประกอบการทุเรียน (พื้นที่จังหวัดจันทบุรี) กลุ่มผู้บริโภคเจเนอเรชั่นวาย (Gen Y) ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งทอ ด้านวิจิตรศิลป์และด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ รวมถึงกลุ่มทอผ้าบ้านคลองบอน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยใช้เครื่องมือแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม ผลการวิจัย เศษเหลือทิ้งเปลือกทุเรียนมีคุณสมบัติเชิงกลเช่นเดียวกับเส้นใยของฝ้ายและป่าน ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมสิ่งทอได้ และแนวทางการคัดแยกเส้นใยทุเรียนสำหรับการนำมาใช้ประโยชน์ในทางสิ่งทอสามารถทำได้ 2 วิธีคือการตากแห้งแล้วนำมาต้มและการแช่หรือหมักเปลือกทุเรียนเพื่อคัดแยกเส้นใย ซึ่งการแช่หรือหมักเปลือกทุเรียนจะได้ลักษณะของเส้นใยแบบธรรมชาติและคุณภาพของเส้นใยที่มีลักษณะดีกว่าเหมาะสมในการนำไปใช้งานด้านนวัตกรรมเส้นใยสิ่งทอ แต่มีข้อจำกัดคืออาจต้องใช้ระยะเวลานาน รวมถึงกลิ่นที่อาจไม่พึงประสงค์ จากนั้นการขึ้นเส้นด้ายและการทอผืนผ้า สามารถทำได้ 2 รูปแบบ คือรูปแบบที่ 1 การขึ้นเส้นด้าย (เข็ญมือ) และการทอผืนผ้าแบบชุมชน เป็นการขึ้นเส้นด้ายและการทอตามอัตราส่วนของไหมต่อไหมผสมเส้นใยทุเรียน และรูปแบบที่ 2 การขึ้นเส้นด้ายและการทอผืนผ้าแบบอุตสาหกรรม โดยใช้การขึ้นเส้นด้ายแบบ Open End Rotor Spinning และ Garabo Spinning รวมถึงการทอแบบ Nep ตามอัตราส่วนของเส้นใยทุเรียนต่อไหม ซึ่งวิธีการที่เหมาะสมในการนำมาพัฒนาเพื่อสร้างต้นแบบแบรนด์สินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์คือการขึ้นเส้นด้ายแบบอุตสาหกรรมเพื่อลดระยะเวลาการเข็ญมือที่อาจต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน แล้วจึงนำมาทอแบบชุมชนเพื่อให้เกิดอัตลักษณ์ใหม่บนผืนผ้าโดยใช้เทคนิคการมัดหมี่ให้เกิดลวดลายอันเกิดจากแนวทางการศึกษาด้านงานทอผ้าจากกลุ่มบ้านคลองบอน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ส่วนของรูปแบบที่แสดงถึงความมงคลและมีความเหมาะสมกับกลุ่ม Generation Y คือสัตว์มงคล 9 ในรูปแบบของการถอดสัญญะแบบไอคอน (Icon) และรูปแบบแบรนด์สินค้าที่เหมาะสมและเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้บริโภคคือแบรนด์สินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ที่แสดงถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสินค้าที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจในการดำรงชีวิต อีกทั้งผืนผ้าไหมทอผสมใยทุเรียนที่ อัตราส่วน 50 : 50 ของไหมต่อไหมผสมใยทุเรียน มีค่าการทดสอบการซึมผ่านของอากาศอยู่ที่ 59.46 มากกว่าผืนผ้าไหม 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งค่าการทดสอบจะอยู่ที่ 39.68 และผืนผ้าไหมทอผสมทุเรียนในอัตราส่วนนี้ยังมีผลการทดสอบประสิทธิภาพในการต้านเชื้อแบคทีเรียสูงถึง 99.92 เปอร์เซ็นต์ จากแนวทางดังกล่าวผู้วิจัยมุ่งเน้นการพัฒนาในแนวทางของการสร้างเศษเหลือทิ้งให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) โดยสร้างให้เกิดผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งประกอบด้วยเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย กระเป๋า รองเท้าและผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน เป็นต้น


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ในเรื่องการปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทย, วรวรรณ ปิ่นรัตนากร Jan 2023

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ในเรื่องการปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทย, วรวรรณ ปิ่นรัตนากร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากการปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทยโดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ การทดลอง และวิจัยสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะการแสดง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย การสำรวจข้อมูลเชิงเอกสาร การสัมภาษณ์ สื่อสารสนเทศ การสังเกตการณ์ ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้วิจัย และเกณฑ์การสร้างมาตรฐานในการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์ นำข้อมูลมาตรวจสอบ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ตามกระบวนการที่กำหนดไว้ ผลการวิจัยพบว่าการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากการปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทยมีรูปแบบในการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ทั้งสิ้น 8 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) บทการแสดง ออกแบบบทการแสดงจากประเด็นที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย แบ่งออกเป็น 3 องก์การแสดง ประกอบด้วย องก์ที่ 1 การเกิดปัญหา (Problems Arising) องก์ที่ 2 การแก้ไขปัญหา (Problem Solving) องก์ที่ 3 การหยั่งรู้ (Discernment) 2) ลีลานาฏยศิลป์ ใช้ลีลาการเคลื่อนไหวแบบนาฏยศิลป์สมัยใหม่ (Modern Dance) การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน (Everyday Movement) และ บัลเล่ต์ (Ballet) 3) นักแสดง ใช้การคัดเลือกนักแสดงที่มีทักษะการแสดงที่หลากหลายรวมทั้งรูปร่าง สีผิว เพศ 4) เครื่องแต่งกายและการแต่งหน้า ใช้เครื่องแต่งกายที่เรียบง่ายแบบมินิมอลลิสม์ (Minimalism) และการแต่งหน้าแบบในชีวิตประจำวัน 5) อุปกรณ์ประกอบการแสดง ออกแบบโดยคำนึงถึงบทการแสดง ความหมาย และความเชื่อของการแสดงในแต่ละองก์ 6) เสียงและดนตรีประกอบการ ใช้รูปแบบการประพันธ์ดนตรีโดยการสังเคราะห์เสียง (Synthesis Music) ร่วมกับเสียงที่บันทึกจากสถานที่ต่าง ๆ 7) ฉากและพื้นที่การแสดง ออกแบบพื้นที่การแสดงเพื่อสร้างสรรค์ผลงานแบบศิลปะเฉพาะที่ (Site-specific Arts) 8) แสง ใช้แสงธรรมชาติในพื้นที่แบบศิลปะเฉพาะที่ (Site-specific Arts) และคัดเลือกช่วงเวลาของแสงให้สัมพันธ์กับบทการแสดง นอกจากนี้พบว่ามีแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากการปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทย 5 ประการ ได้แก่ 1) การปรากฏของความไม่มีอยู่จริงในสังคมไทย 2) แนวคิดทางด้านมานุษยวิทยา 3) แนวคิดและทฤษฎีทางด้านทัศนศิลป์ นาฏยศิลป์ และดุริยางคศิลป์ 4) การใช้สัญลักษณ์ในผลงานนาฏยศิลป์ 5) ความคิดสร้างสรรค์ทางด้านนาฏยศิลป์ …


นวัตกรรมเครื่องดนตรีไทยลมราย, สวรรยา ทับแสง Jan 2023

นวัตกรรมเครื่องดนตรีไทยลมราย, สวรรยา ทับแสง

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

นวัตกรรมเครื่องดนตรีไทยลมรายเป็นงานสร้างสรรค์เครื่องดนตรีไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ความรู้ในการสร้างเครื่องดนตรีไทยลมรายและเพื่อสร้างสรรค์เครื่องดนตรีไทยลมราย โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ และใช้เครื่องมือวิจัยแบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างร่วมกับการสังเกตแบบมีส่วนร่วม (participant observation) จากนั้นให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 11 คนประเมินผลนวัตกรรมเครื่องดนตรีไทยลมราย โดยจำแนกการประเมินเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ลักษณะทางภายภาพ น้ำหนัก คุณลักษณะเชิงดนตรี ความสามารถในการบรรเลงจริงและคุณภาพเสียง ผลการวิจัยพบว่า นวัตกรรมเครื่องดนตรีไทยลมรายเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมที่มีการกำเนิดลมและเสียงจากระบบลูกสูบโดยการใช้นิ้วกดลงบนแป้นกดลักษณะการบรรเลงเช่นนี้สะดวกต่อบุคคลทั่วไปและผู้ที่มีปัญหาทางด้านระบบหายใจ เครื่องดนตรีไทยลมรายมีช่วงเสียงกว้าง 4 ช่วงเสียงจึงสามารถบรรเลงเพลงไทย ปฏิบัติให้เกิดเสียงพร้อมกันมากกว่า 2 เสียงจนถึง 10 เสียง สามารถใช้ในการบรรเลงเดี่ยว การบรรเลงคู่ และการประสมวง ด้วยความโดดเด่นในโทนเสียงที่มีความหลากหลายและสามารถบรรเลงได้ทั้งทำนองหลักและทำนองประสาน จึงเป็นเครื่องดนตรีที่ส่งเสริมให้ผู้บรรเลงสามารถจินตนาการและสร้างสรรค์ทำนองได้อย่างอิสระ และด้วยช่วงเสียงที่กว้างจึงสามารถสร้างอารมณ์ในบทเพลงได้มากขึ้นเครื่องดนตรีไทยลมรายสามารถบรรเลงพร้อมกับเครื่องดนตรีอื่นหรือสอดแทรกเพื่อสร้างความต่อเนื่องและความกลมกลืนให้แก่บทเพลง


Identities Of Women In Indian Art And History, Nalini Rao Jan 2023

Identities Of Women In Indian Art And History, Nalini Rao

Monsoon: South Asian Studies Association Journal

The stereotypical image of Indian women portrayed in the art of stone sculpture is often interpreted as images of beauty that are sensuous, religious as well depict social life. There are historical reasons for depicting her as such. This paper inquires into the changing depiction and social forces that influenced feminine imagery. This paper examines the portrayal of beauty through idealization of female body which has evolved over the centuries in India. It also aims to understand their changing status and explores issues of feminine identity, status, and empowerment largely in ancient and medieval India. It also provides a brief …


Sana Sana: Unlearning Generational Expectation Through Performance, Jalen R. Ash Jan 2023

Sana Sana: Unlearning Generational Expectation Through Performance, Jalen R. Ash

College of Graduate Studies: Theses & Dissertations

My work is an exploration of identity as a BIPOC (Black, Indigenous, Person of Color) body traversing through the generational histories of my family and the struggle of cultural loss to our assimilation of Whiteness. Through the multi-faceted medium of performance, my work uses physical and mental spaces of self and technology to understand how the body functions as a screen. Our bodies house projections of generational expectations that have trickled down from the past into the present. These projections shape our own unique identities along with the personal experiences we gather as we move through the various spaces of …


A Guide To Chinese Art Songs From 1970 To 2010, Tingyu Yan Jan 2023

A Guide To Chinese Art Songs From 1970 To 2010, Tingyu Yan

Graduate Theses, Dissertations, and Problem Reports (ETD)

This study aims to provide a repertoire guide of Chinese art songs for the pedagogy and research of musicians. The world is becoming more open to accepting and embracing different social and cultural elements, and diverse musical styles and repertoire are now being showcased internationally. There are more opportunities for musicians who wish to perform their homeland's music in public concerts around the world, and repertoires from different languages (e.g., Japanese, Spanish, Russian, and Czech) are more widely seen. However, there is still a lack of repertoires in other languages not very common internationally, and one of them is the …