Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Fine Arts Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Articles 31 - 60 of 219

Full-Text Articles in Fine Arts

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: “Where Are We Landing”, Phiraya Ardwichai Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: “Where Are We Landing”, Phiraya Ardwichai

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Over the past several decades, exhibitions concerning Southeast Asia have tended to operate within a geopolitical framework that emphasizes historical narratives shaped by colonial processes. Within this curatorial paradigm, the human subject is often positioned at the center of meaning-making and perception, reinforcing the dominance of the nation-state as the primary unit of power. At the same time, such frameworks tend to marginalize ecological concerns, particularly the complex interrelations between humans and more-than-human entities. This research critically examines prevailing curatorial practices within this context, investigates the impact of green imperialism in the region, and proposes an alternative curatorial approach through …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition "Check In Planet Colonization Plan”, Jiajing Ji Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition "Check In Planet Colonization Plan”, Jiajing Ji

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

As digital life increasingly shapes how we engage with culture, Check-in Culture has emerged as a powerful lens through which identity, space, and symbolic value are negotiated. Far from mere location tags, Check-ins on platforms like Instagram and Xiaohongshu are performative acts—blending personal branding, viral humor, and algorithmic visibility. This study examines how ordinary places, such as the now-iconic “Chengdu Disney,” are transformed into cultural landmarks through participatory remixing and meme-driven attention.To explore these dynamics, the “CHECK IN Planet Colonization Plan” online exhibition serves as both a case study and a curatorial experiment, merging artistic interpretation, social media interaction, and …


Curatorial Practice Project For Art Exhibition: From Patronage To Empowerment - Konfir Kabo's Non-Utilitarian Collecting And The Empowerment Of Indonesian Women Artists, Qiming Zheng Jan 2024

Curatorial Practice Project For Art Exhibition: From Patronage To Empowerment - Konfir Kabo's Non-Utilitarian Collecting And The Empowerment Of Indonesian Women Artists, Qiming Zheng

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This study investigates the social impact of non-utilitarian art collecting practices on the empowerment of Indonesian women artists. By examining the collection of Indonesian non-utilitarian collector Konfir Kabo and curating the exhibition Bodies in Balance, it analyzes how non-putilitarian art collecting can serve as a mechanism for feminist empowerment. The research argues that collection practices oriented toward non-commercial values offer effective means to address the structural imbalances faced by Indonesian women artists within both art history and the art market. By foregrounding works by Indonesian women artists—whose voices have long been marginalized in contemporary Southeast Asian art discourse—the curatorial practice …


Curatorial Project For Art Exhibition: "Line", Yunjiao Ji Jan 2024

Curatorial Project For Art Exhibition: "Line", Yunjiao Ji

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The LINE exhibition is more than a display of artistic projects; it is a comprehensive exploration of rural development in China through artistic intervention, with an educational focus that transcends aesthetics. In recent years, art-driven rural development has gained attention in China, characterized by unique regional and cultural features. This research investigates its theoretical foundations and practical outcomes, aiming to enhance awareness and identify pathways adapted to rural communities, contemporary art, and societal needs. Rooted in Mao Zedong's "Art Serving the People" concept, the study emphasizes art’s connection to the lives of the masses, including rural communities. Case studies such …


ประติมากรรมติดตั้ง : การหวนสู่สุนทรียะวิถีชุมชน, ธนัชชา ไชยรินทร์ Jan 2024

ประติมากรรมติดตั้ง : การหวนสู่สุนทรียะวิถีชุมชน, ธนัชชา ไชยรินทร์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ผลกระทบของกระบวนการทำให้เป็นสมัยใหม่ประการหนึ่ง คือการเปลี่ยนแปลงอาชีพและวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมสมัยใหม่ ผลลัพธ์ที่ตามมามากไปกว่านั้นคือการทำให้ภูมิปัญญาเครื่องเขินซึ่งเป็นทักษะและองค์ความรู้ท้องถิ่นที่ได้รับการสืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นสูญหายไปตามสภาพการณ์ของการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นโครงการวิจัยสร้างสรรค์ ประติมากรรมติดตั้ง : การหวนสู่สุนทรียะวิถีชุมชน จึงเป็นความพยายามที่จะนำเสนอการอนุรักษ์กรรมวิธีและทำให้องค์ความรู้เกี่ยวกับเครื่องเขินได้รับการถ่ายทอดและทำให้ปรากฏผ่านงานศิลปะร่วมสมัย เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงปรากฏการณ์การเปลี่ยนอาชีพจากงานหัตถกรรมเครื่องเขินไปสู่อาชีพต่างๆในภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้งานวิจัยนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับเครื่องเขินมาพัฒนาต่อ โดยการนำทักษะ เทคนิค และมรรควิธีทางภูมิปัญญาที่ได้เรียนรู้มาผสมผสานกับการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรม เพื่อทำหน้าที่เก็บรักษาและสืบทอดองค์ความรู้ทางภูมิปัญญาเครื่องเขินให้ปรากฏในรูปแบบของงานศิลปะร่วมสมัยโดยไม่เลือนหายไป


การออกแบบเรขศิลป์เคลื่อนไหวสำหรับสื่อการเรียนรู้วิชาศิลปะและการออกแบบในระดับอุดมศึกษาจากแนวคิดอารมณ์ขัน, เริงฤทธิ์ เอกวงศ์อนันต์ Jan 2023

การออกแบบเรขศิลป์เคลื่อนไหวสำหรับสื่อการเรียนรู้วิชาศิลปะและการออกแบบในระดับอุดมศึกษาจากแนวคิดอารมณ์ขัน, เริงฤทธิ์ เอกวงศ์อนันต์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อหาแนวคิดอารมณ์ขันที่เหมาะสมกับเรขศิลป์เคลื่อนไหวในสื่อการเรียนรู้ในกลุ่มวิชาศิลปะและการออกแบบที่เหมาะสมในระดับอุดมศึกษา และ 2) เพื่อประยุกต์ใช้แนวคิดอารมณ์ขันในการออกแบบเรขศิลป์เคลื่อนไหวสื่อการเรียนรู้ในกลุ่มวิชาศิลปะและการออกแบบที่เหมาะสมในระดับอุดมศึกษา โดยมีวิธีการดำเนินงานวิจัยคือ ผู้วิจัยใช้กลุ่มตัวอย่างสื่อเรขศิลป์เคลื่อนไหว (Motion Graphic) ซึ่งเป็นผลงานปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) จากแพลตฟอร์ม TED-Ed จากเว็บไซด์ https://ed.ted.com/ (TED-Ed., n.d.) ใน 2 หมวดหมู่คือหมวดหมู่ศิลปะ (Visual Arts) และหมวดหมู่การออกแบบ (Design) รวม 187 เรื่อง เก็บข้อมูลกับผู้เชี่ยวชาญชุดที่ 1 และ 2 ด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก และเก็บข้อมูลกับผู้เชี่ยวชาญชุดที่ 3 ด้วยวิธีเดลฟาย (Delphi) ผลงานวิจัยพบว่า แนวคิดอารมณ์ขันที่เหมาะสมกับเรขศิลป์เคลื่อนไหวในสื่อการเรียนรู้ในกลุ่มวิชาศิลปะและการออกแบบที่เหมาะสมในระดับอุดมศึกษา มากที่สุดคือ 1) การแต่งกายแปลกประหลาด 2) การทำให้เกินจริงและเป็นเรื่องเหลวไหล และ 3) การล้อเลียน ส่วนการประยุกต์ใช้แนวคิดอารมณ์ขัน​พบว่าสามารถใช้ทฤษฎีการเล่าเรื่อง​ (Narrative Theory) ส่วนโครงเรื่อง​ (Plot) ตัวละคร​ (Character) และสัญลักษณ์ (Symbol) โดยอารมณ์ขันที่​ใช้ใน​โครงเรื่อง​คือ​ 1) การแต่งกายแปลกประหลาด​ 2) การทำให้เป็น​เรื่องเกินจริงและเป็นเรื่องเหลวไหล 3) การล้อเลียน​ 4) การเล่นเลอะเทอะแตกหักทำลายและทำให้เจ็บตัว 5)การหักมุมและพลิกความคาดหมาย 6) การเสียดสี และ​7) การทำให้เป็นเรื่องเพศและเรื่องสัปดน​ อารมณ์ขันที่ใช้ในตัวละคร​ คือ​ 1) การแต่งกายแปลกประหลาด 2) การล้อเลียน​ และ​ 3) ​การทำให้เป็นเรื่องเพศและเรื่องสัปดน ส่วนอารมณ์ขันที่ใช้ในสัญลักษณ์​ คือ​ 1) การใช้ตรรกวิทยาผิดๆ และ​ 2) การทำให้เกินจริงหรือเป็นเรื่องเหลวไหล


ดุษฎีนิพนธ์การแสดงขับร้อง : ชุดเพลงร้องศิลป์ “นิราศทำนองธาร”, ธุรดี อารีรอบ คันธาภัสระ Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การแสดงขับร้อง : ชุดเพลงร้องศิลป์ “นิราศทำนองธาร”, ธุรดี อารีรอบ คันธาภัสระ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การขับร้องชุดเพลงร้องศิลป์ที่มีคุณค่าของ ฟรานซ์ ชูเบิร์ต กาบริเอล โฟเรและราล์ฟ วอน วิลเลียมส์ และการสร้างสรรค์ชุดเพลงร้องศิลป์ "นิราศทำนองธาร" สำหรับนักร้องเสียงโซปราโนและวงเชมเบอร์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสายน้ำที่ไหลล่องไปตามสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งชีวิตและประสบการณ์ในช่วงเวลาที่ต่างกันของผู้วิจัย ประกอบด้วยเพลงร้องภาษาไทยจำนวน 9 บท เนื้อร้องคัดจากบทกวีร่วมสมัยของก้องภพ รื่นศิริ และประทวน อารีรอบ ผู้เป็นบิดา ที่มีความสละสลวยของภาษาและทรงคุณค่าทางวรรณกรรม และมีเนื้อหาสอดคล้องและเหมาะสมในการประพันธ์ชุดเพลงร้องศิลป์ ในส่วนของดนตรี ผู้วิจัยประพันธ์ร่วมกับ ดร.วานิช โปตะวนิช ตามแบบแผนของดนตรีคลาสสิกที่ผ่านกระบวนการวิจัยอย่างเป็นระบบ


การสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์: นกชายเลนปากช้อน, ปกป้อง ขำประเสริฐ Jan 2023

การสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์: นกชายเลนปากช้อน, ปกป้อง ขำประเสริฐ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การศึกษาเรื่องการสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์: นกชายเลนปากช้อน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา นกชายเลนปากช้อนและมูลบทที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างองค์ความรู้และสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการศึกษาข้อมูลเอกสารและสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ ผลการวิจัยพบว่า นกชายเลนปากช้อนมีถิ่นกำเนิดทางตอนเหนือของสหพันธรัฐรัสเซีย จะอพยพลงทางใต้ในฤดูหนาว ยังแหล่งหากินช่วงฤดูอพยพบริเวณสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศและราชอาณาจักรไทย พฤติกรรมหลักในรอบวันของนกชายเลนปากช้อนได้แก่ การเดินหากิน การนอน การส่งเสียงร้องและการบิน ในแต่ละปีมีนักดูนกให้ความสนใจเดินทางมาดูนกชายเลนปากช้อนเป็นจำนวนมาก ปัจจัยคุกคาม เช่นการถูกล่าโดยศัตรูธรรมชาติทำให้นกชายเลนปากช้อนเสี่ยงต่อภาวะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) ด้านมูลบทที่เกี่ยวข้องพบว่าเพลงไทยที่เกี่ยวข้องกับนก ที่รวบรวมได้มีทั้งหมด 66 เพลง แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ เพลงที่ปรากฏทำนองแสดงพฤติกรรมนก เพลงที่ปรากฏกระสวนจังหวะแสดงพฤติกรรมนก เพลงที่ใช้นกเป็นสัญญะเพื่อแทนสิ่งอื่น และเพลงที่มีชื่อเกี่ยวกับนกแต่ไม่ปรากฏทำนองหรือจังหวะชัดเจนว่ามีความเกี่ยวข้องกับนก นอกจากนั้นยังพบว่าการประสมวงสามขลุ่ยไทยครั้งแรกบรรเลงเพลงที่เกี่ยวข้องกับนก การสร้างองค์ความรู้และสร้างสรรค์ผลงานทางดุริยางคศิลป์ มีการออกแบบทำนองที่แสดงพฤติกรรมรวมถึงมูลบทที่เกี่ยวข้องกับนกชายเลนปากช้อน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประพันธ์เพลง แบ่งออกเป็น 6 เพลง เพลงที่ 1 “ชูคอตกา” บรรยายถิ่นอาศัยทำรังวางไข่ของนกชายเลนปากช้อนในเมืองชูคอตกา สหพันธรัฐรัสเซีย เพลงที่ 2 อพยพ บรรยายการอพยพลงทางใต้ เพลงที่ 3 “อ่าวไทย” บรรยายแหล่งอาศัยในประเทศไทย เพลงที่ 4 “นกชายเลนปากช้อน” บรรยายพฤติกรรมของนกชายเลนปากช้อน เพลงที่ 5 “ทัศนาปักษา” บรรยายกิจกรรมดูนก และเพลงที่ 6 “วิถีวิหค” บรรยายภัยคุกคามของนกชายเลนปากช้อนและจบเพลงด้วยการวนกลับไปที่เพลงแรกแสดงถึงวัฏจักรชีวิตของนกชายเลนปากช้อน ทั้ง 6 เพลง เป็นการประพันธ์เพลงแบบอัตโนมัติตามแนวคิดแบบบุกไพรเบิกทาง โดยใช้ผลการวิเคราะห์ Spectrogram เสียงร้องและท่าทีพฤติกรรมต่าง ๆ ของนกชายเลนปากช้อนเป็นฐานในการประพันธ์ นำเสนอในรูปแบบดนตรีร่วมสมัยโดยมีการใช้เครื่องกำกับจังหวะไฟฟ้า เครื่องดนตรีแสดงสำเนียงภาษาต่าง ๆ และเครื่องดนตรีแสดงเสียงธรรมชาติ บรรเลงประกอบกับวงปี่พาทย์ไม้นวมและวงสามขลุ่ย จัดแสดง ณ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


Curatorial Practice Project For Art Exhibition : From The Island To The Woods, Suphavinee Srisopon Jan 2023

Curatorial Practice Project For Art Exhibition : From The Island To The Woods, Suphavinee Srisopon

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This paper presents the artistic research and creation centered on using art to support individuals dealing with personal health issues. The initiative seeks to remind them of a shared journey, offering a platform for self-expression through diverse art forms and workshops. Inspired by the curator's personal experiences, the exhibition aims to transcend superficial trends in addressing personal struggles authentically. Exploring the etymology of "curate" from "curare," meaning "to take care of," the curator sees their role as nurturing and assisting others. Through art, the exhibition strives to foster an environment fostering solace, understanding, and peace for individuals facing challenges. The …


ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : สิงคโปร์ซิมโฟนิกแรปโซดีสำหรับวงดุริยางค์เครื่องลม, พิสิฐ พิริยะภรณ์ Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : สิงคโปร์ซิมโฟนิกแรปโซดีสำหรับวงดุริยางค์เครื่องลม, พิสิฐ พิริยะภรณ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลงนี้ มีพื้นฐานมาจากความหลากหลายของเพลงพื้นบ้านของสี่กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนในประเทศสิงคโปร์ จึงรับแรงบันดาลใจนำมาสร้างสรรค์เป็นบทประพันธ์เพลงสำหรับวงดุริยางค์เครื่องลมเพื่อเป็นการนำเสนอเพลงพื้นบ้านในประเทศสิงคโปร์ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น งานประพันธ์เพลงชิ้นนี้มีทั้งหมด 6 ท่อน ความยาวในการบรรเลง 30 นาที ได้นำเอาบทเพลงพื้นบ้านสำคัญของสิงคโปร์มาใช้ในการประพันธ์ ผลของการทำงานสร้างสรรค์นี้พบว่าการประพันธ์เพลงสำหรับวงดุริยางค์เครื่องลมนั้น ต้องใช้องค์ความรู้ทั้งทางด้านทฤษฎีดนตรีและการประสานเสียงมาผสมผสานเข้าด้วยกัน โดยการแบ่งประเภทของเสียงที่นำเอาจังหวะของเพลงพื้นบ้านมาแสดงบทบาทให้เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นในวงดุริยางค์เครื่องลมเล่น อีกทั้งผู้ประพันธ์จำเป็นต้องเข้าใจบันไดเสียง คอร์ด ลักษณะจังหวะ สไตล์การแต่งเพลงและความชำนาญในเรื่องการประสานเสียงด้วย


ประติมากรรมสื่อผสม: กวีวัตถุ, อรวี บำเพ็ชร Jan 2023

ประติมากรรมสื่อผสม: กวีวัตถุ, อรวี บำเพ็ชร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ประติมากรรมสื่อผสม: กวีวัตถุ เป็นผลงานการผลิตสร้างทางศิลปะที่นำเสนอสภาวะการเป็นอยู่ของวัตถุสภาพและภววิทยาของวัตถุนั้นๆ ภายใต้การถ่ายทอดสภาวะการดำรงอยู่ของวัตถุนี้ กระบวนการสร้างสรรค์ทางศิลปะไม่เพียงแค่จะเน้นที่วัตถุสภาพที่ชำรุดหักพังให้เป็นแกนกลางในการยืนยันถึงการเป็นอยู่ของวัตถุตามที่ปรากฏ หากยังบ่งชี้ว่าการประดิษฐ์ศิลป์ของการซ่อมสร้างได้ฟื้นการเป็นอยู่ของวัตถุกลับมา ให้ดูราวกับว่า ฟื้นคืนชีวิตให้แก่วัตถุสภาพตามสภาวการณ์เชิงภววิทยาของวัตถุเหล่านั้น


ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : “เสียงแห่งแรงบันดาลใจในห้วงภวังค์” สำหรับวงโมเดิร์นอิเล็กทริกอองซอมเบิล, ประทีป เจตนากูล Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : “เสียงแห่งแรงบันดาลใจในห้วงภวังค์” สำหรับวงโมเดิร์นอิเล็กทริกอองซอมเบิล, ประทีป เจตนากูล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

บทประพันธ์เพลง “เสียงแห่งแรงบันดาลใจในห้วงภวังค์” สำหรับวงโมเดิร์น อิเล็กทริกอองซอมเบิล มีความยาว 35 นาที ประกอบด้วยเครื่องดนตรีอะคูสติก ได้แก่ ไวโอลินแนวที่ 1 ไวโอลินแนวที่ 2 เชลโล ดับเบิลเบส ฮอร์น เปียโน คีย์บอร์ด กีตาร์ไฟฟ้า ทิมปานีและ ทรัยแองเกิล ผสมด้วยเสียงจากอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถูกสร้างสรรค์โดยผู้วิจัย รูปแบบการประพันธ์แบบอิสระ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์บทประพันธ์เพลงผ่านจินตนาการความฝันเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดและการตีความจากสิ่งที่เป็นนามธรรม โดยนำมาถ่ายทอดในลักษณะศิลปะเกี่ยวกับเสียง รวมถึงการศึกษาค้นคว้ารายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความฝัน เช่น ทฤษฎีของซิกมุนด์ ฟรอยด์ คาร์ล ยุง อัลเฟรด แอดเลอร์ คาร์ล กุสตาฟ และคารุส อีกทั้งการวิเคราะห์บทประพันธ์ของคีตกวีที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความฝันและวิธีการเชื่อมโยงจินตนาการไปสู่ทฤษฎีดนตรี ทฤษฎีเสียง ผู้วิจัยได้ทำการจดบันทึกสิ่ง ต่าง ๆ ที่ปรากฏในความฝัน เช่น สถานที่ อารมณ์ความรู้สึก และวัตถุต่าง ๆ แล้วนำมาสร้างสรรค์เสียงจากการตีความสิ่งเหล่านั้น โดยใช้เทคนิควิธีการที่ได้ศึกษาจากการประพันธ์หลากหลายประเภท ได้แก่ อะคูสติกมิวสิก อิเล็กทรอนิกส์มิวสิก อิเล็กโทรอะคูสติกมิวสิก มิวสิกคอนเคร็ต และซาวด์สเคป นำมาผสมผสานเพื่อให้ได้งานสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด


Curatorial Project For Community Gathering Art Exhibitions: “Boundaries, Binds And Beyond”, Jasmeetkaur Thakral Jan 2023

Curatorial Project For Community Gathering Art Exhibitions: “Boundaries, Binds And Beyond”, Jasmeetkaur Thakral

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

This independent study aims to explore and examine how community arts and cultural events are shaped by boundaries and binds. Boundaries, drawn by partition and geopolitics, and binds set by religion, economic, elitist (traditionalist/conservative), or social hierarchy, create new subcultures (minorities) in their areas of settlement. Centuries of colonialism and turmoil at borderlines have given birth to dispersed and displaced communities. Diasporic communities, such as the Thai-Indian community, echo the sounds of their past but also constantly strive for inclusivity to enable a sense of cultural belonging in their new home. After cocooning, learning language, food, customs, and traditions, what …


Curatorial Project For Art Exhibition: “Bootleg Show” By Mrkreme, Nattida Thaewpattha Jan 2023

Curatorial Project For Art Exhibition: “Bootleg Show” By Mrkreme, Nattida Thaewpattha

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

The "BOOTLEG SHOW" by MRKREME is a curatorial project for an art exhibition that delves into the interplay between mass production, aesthetic values, and originality within the realm of contemporary art toys. Curated with a focus on examining the impact of distortion in art, the exhibition explores the nuances of value formation and how societal influences shape our perception of worth. The first part of this study is an exploration into the concept of art toys through the meanings of the words "art" and "toys" to better understand their roots. It examines the differentiation between a toy and an art …


Curatorial Project For Art Exhibition: "Where Emotions Take Form, Outsider Art By Everyday Individuals", Yiwen Zhu Jan 2023

Curatorial Project For Art Exhibition: "Where Emotions Take Form, Outsider Art By Everyday Individuals", Yiwen Zhu

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Where Emotions Take Form: Outsider Art by Everyday Individuals, is an exhibition that celebrates the captivating world of outsider art created by individuals who are not traditionally trained artists but, rather, ordinary people from our everyday lives. This exhibition brings to light the raw, unfiltered expressions of ordinary people, transcending conventional artistic boundaries and offering a glimpse into the richness of human creativity. Outsider art is art made by self-taught or supposedly naïve artists with typically little or no contact with the conventions of the art world. Under this concept, in most cases, when people speak of outsider art, they …


ดุษฎีนิพนธ์การสร้างสรรค์กระบวนการแสดงไวโอลิน : บทบาทและพัฒนาการของไวโอลินสองในสตริงควอร์เท็ตยุคคลาสสิก, ญาณิศา ศรีโรจนันท์ Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การสร้างสรรค์กระบวนการแสดงไวโอลิน : บทบาทและพัฒนาการของไวโอลินสองในสตริงควอร์เท็ตยุคคลาสสิก, ญาณิศา ศรีโรจนันท์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยสร้างสรรค์นี้เป็นการค้นคว้าเกี่ยวกับบทบาทและพัฒนาการของแนวไวโอลินสองในบทเพลงสตริงควอร์เท็ตที่ประพันธ์โดยนักประพันธ์เพลงที่สำคัญ 3 คนในยุคคลาสสิก คือ ฟรานซ์ โยเซฟ ไฮเดิน โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมสาร์ท และลุดวิก ฟาน เบโทเฟน ผลการวิจัยแสดงพัฒนาการของไวโอลินสองในบทเพลงสตริงควอร์เท็ตในด้านความสำคัญ บทบาทเทคนิคการเล่น และการเล่นรวมวง นำเสนอแนวคิดสำคัญและบทเพลงที่แสดงบทบาทของไวโอลินสองในรูปแบบของการบรรยายประกอบการแสดงจำนวน 3 ครั้ง บทเพลงที่นำเสนอมีทั้งหมด 4 บท ได้แก่ 1) สตริงควอร์-เท็ตในกุญแจเสียงดีเมเจอร์ ลำดับผลงานที่ 17 บทที่ 6 ของไฮเดิน 2) สตริงควอร์เท็ตในกุญแจเสียงซีเมเจอร์ ลำดับผลงานที่ 76 บทที่ 3 ของไฮเดิน 3) สตริงควอร์เท็ตหมายเลขที่ 19 ในกุญแจเสียงซีเมเจอร์ ลำดับผลงานที่ 465 ของโมสาร์ท และ 4) สตริงควอร์เท็ตหมายเลขที่ 14 ในกุญแจเสียงซีชาร์ปไมเนอร์ ลำดับผลงานที่ 131 ของเบโทเฟน


ภาพยนตร์ศิลปะ เรื่อง มะลิ: เรื่องราวชีวิตประจำวันของกะเหรี่ยงพลัดถิ่นในกรุงเทพมหานคร, บัณฑิต สัตย์เพริศพราย Jan 2023

ภาพยนตร์ศิลปะ เรื่อง มะลิ: เรื่องราวชีวิตประจำวันของกะเหรี่ยงพลัดถิ่นในกรุงเทพมหานคร, บัณฑิต สัตย์เพริศพราย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ภาพยนตร์ศิลปะ เรื่อง มะลิ: เรื่องราวชีวิตประจำวันของกะเหรี่ยงพลัดถิ่นในกรุงเทพมหานคร คืองานสร้างสรรค์ทางศิลปะและสุนทรียะที่ศึกษาแนวคิดชีวิตประจำวันจากผลงานของ Henri Lefebvre ที่กล่าวถึงการวิเคราะห์ชีวิตประจำวัน รวมถึงแนวคิดคนพลัดถิ่นและวัฒนธรรมข้ามแดนที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความรับรู้ถึงชีวิตของชาวกะเหรี่ยงพลัดถิ่น และเพื่อสร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ศิลปะ ซึ่งเป็นภาพยนตร์สั้นกึ่งสารคดี แบบติดตั้ง 3 จอ ซ้าย กลาง และขวา ที่โอบล้อมผู้ชม เสมือนเข้าไปอยู่ในมิติแห่งเรื่องเล่าของชาวกะเหรี่ยง โดยการบันทึกการสัมภาษณ์อัตชีวประวัติแบบเจาะลึกของชาวกะเหรี่ยงที่ทำอาชีพแม่บ้านในกรุงเทพมหานครจำนวน 2 คน แล้วนำมาลำดับภาพ จนได้เป็นภาพยนตร์ดังกล่าว จากการศึกษาพบว่า การดำเนินชีวิตของชาวกะเหรี่ยงเป็นผลผลิตจากโลกสมัยใหม่ โดยการดำเนินชีวิตนั้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขของวัฏจักรเวลา ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับการทำงานของคนไทยที่ดำเนินชีวิตภายใต้วัฏจักรเวลาด้วยเช่นกัน การเข้ามาของชาวกะเหรี่ยงพลัดถิ่นมีส่วนสำคัญต่อสังคมไทยที่ช่วยประคับประคองให้สังคมสมัยใหม่ดำเนินต่อไป


ศิลปะการจัดวางภาพเคลื่อนไหว: ผัสสะสัมผัสสรรพสิ่งในมนุษยสมัย, จรรยา เหตะโยธิน Jan 2023

ศิลปะการจัดวางภาพเคลื่อนไหว: ผัสสะสัมผัสสรรพสิ่งในมนุษยสมัย, จรรยา เหตะโยธิน

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

มนุษยสมัย (The Anthropocene) คือแนวคิดเกี่ยวกับยุคสมัยที่มนุษย์ได้เร่งให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ จนส่งผลกระทบต่อสรรพสิ่งและการดำรงอยู่ของมนุษย์ ในยุคมนุษยสมัยนี้ มนุษย์กลายเป็นส่วนหนึ่งในองค์ประกอบต่างๆ ที่อยู่รายล้อมร่วมกันกับธรรมชาติ สิ่งนี้ได้นำไปสู่การถอดถอนมนุษย์ออกจากศูนย์กลาง การเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสรรพสิ่งจากแนวตั้งเป็นแนวนอน ด้วยการอธิบายผ่านโครงสร้างเครือข่ายรากแง่งและศักยภาพในการเชื่อมรวม เพื่อให้เห็นการปะทะประสานกับสรรพสิ่งอื่นในระบบนิเวศ และการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ด้วยภววิทยาแนวราบที่บ่งบอกการเชื่อมต่อกันไปอย่างไร้จุดจบ จากแนวคิดดังกล่าว ผู้วิจัยนำเสนอผลงานสร้างสรรค์เพื่อขับเน้นการถอดถอนมนุษย์ออกจากความเป็นศูนย์กลาง ผ่านองค์ประกอบต่อไปนี้ 1) การขับเน้นสรรพสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ (Non-Human) เป็นองค์ประธาน 2) สร้างความเชื่อมโยง (Linkage) ของเนื้อหาบนฐานของความแตกต่างเพื่อแสดงถึงการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสรรพสิ่งในธรรมชาติในแนวราบโดยเชื่อมต่อกันไปอย่างไร้จุดจบ 3) การใช้โครงสร้างของเครือข่ายรากแง่งในการจัดวาง ประกอบด้วย การใช้ชิ้นส่วนแยกย่อย (Fragmentation) เพื่อเผยให้เห็นการปฏิสัมพันธ์ที่ทบทวีคูณ ความแตกต่างหลากหลาย และ การเกิดซ้ำ (Repetition) ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชิ้นส่วนแอนิเมชันในแต่ละครั้งของการวนลูป การปะทะประสานชิ้นส่วนแยกย่อยแต่ละชิ้นทั้งหมดบนจอภาพในช่วงเวลาเดียวกันทำให้เกิดบทสนทนาของแต่ละชิ้นส่วน


จิตรกรรมสื่อผสม : ร่องรอยของฉันและแม่, เนธิมา สุวรรณวงศ์ Jan 2023

จิตรกรรมสื่อผสม : ร่องรอยของฉันและแม่, เนธิมา สุวรรณวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

จิตรกรรมสื่อผสม : ร่องรอยของฉันและแม่ คือความพยายามสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะจิตรกรรมที่เผยเรื่องราว เรื่องเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ในอดีตของแม่และลูกสาว และการสะสมวัตถุทางความทรงจำต่าง ๆ ดังนี้ ผ้าถุงแม่ ภาพวาดในวัยเด็ก สมุด หนังสือเรียน และหนังสือนิทาน หนังสือการ์ตูน เพื่อถ่ายทอดความทรงจำส่วนบุคคลให้คลี่ออกในขณะที่ถูกโอบรัดด้วยสภาพสังคมวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไปตามวันเวลา สิ่งเหล่านี้ยังได้นำเสนอความทรงจำส่วนบุคคลให้แปรเปลี่ยนเป็นความทรงจำร่วมแล้ว ก็ยังทำให้ชีวิตและความสัมพันธ์ของแม่และลูกสาวถักทอร่องรอยแห่งอดีตให้ปรากฏขึ้น ในขณะเดียวกันก็นำเสนอร่องรอยเหล่านั้นผ่านวัตถุความทรงจำดังกล่าว การประดิษฐ์สร้างใหม่ของวัตถุความทรงจำให้เป็นงานสร้างสรรค์ทางศิลปะ ได้นำเสนอภาพแทนประสบการณ์ในอดีตของแม่และลูกสาวให้ปรากฏอีกครั้ง และยังได้กระตุ้นเร้าผัสสารมณ์ให้รู้สึกถึงสิ่งที่ซึมซับอดีต แบ่งปันการรับรู้ร่วมต่อวัตถุทางความทรงจำ และสนองตอบต่อประสบการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นในความทรงจำให้ ทุก ๆ ห้วงขณะที่ชมงานสร้างสรรค์ทางศิลปะ โดยทั้งหมดนี้ ก็เพื่อเผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์กับความทรงจำ กล่าวคือ ประสบการณ์ คือ อดีต ในขณะความทรงจำคือสิ่งปรากฏในปัจจุบัน โดยมีวัตถุทางความทรงจำเป็นสื่อในการเชื่อมรอยต่อระหว่างอดีตและปัจจุบัน


อัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ช่วยลดมลพิษสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมสีย้อมจากกากผักผลไม้สกัดเย็นเหลือทิ้ง สำหรับคนเมืองกลุ่มเจนเนอเรชั่นเอ็ม กรณีศึกษากลุ่มร้าน Healthy Juice Bar ในเขตกรุงเทพมหานคร, ประพาฬภรณ์ ธีรมงคล Jan 2023

อัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ช่วยลดมลพิษสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมสีย้อมจากกากผักผลไม้สกัดเย็นเหลือทิ้ง สำหรับคนเมืองกลุ่มเจนเนอเรชั่นเอ็ม กรณีศึกษากลุ่มร้าน Healthy Juice Bar ในเขตกรุงเทพมหานคร, ประพาฬภรณ์ ธีรมงคล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methodology) ประกอบด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) วิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) วิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) ร่วมกับการสร้างสรรค์อัตลักษณ์ต้นแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาวิเคราะห์การลดมลพิษสิ่งแวดล้อมจากกากผักผลไม้สกัดเย็นเหลือทิ้ง เพื่อนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มด้านอัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ 2) เพื่อหาแนวทางในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสีย้อมจากกากผักผลไม้สกัดเย็นเหลือทิ้ง และ3) เพื่อหาแนวทางในการออกแบบอัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ที่ช่วยลดมลพิษสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมสีย้อมจากกากผักผลไม้สกัดเย็นเหลือทิ้งสำหรับกลุ่มเจนเนอเรชั่นเอ็ม และแนวทางการตลาดผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์จากแนวคิดการนำกลับมาใช้ใหม่ สำหรับวางจำหน่ายในร้าน Healthy juice bar เขตกรุงเทพมหานคร ด้วยแนวคิดการนำกลับมาใช้ใหม่ (3R) จนขยะเหลือเป็นศูนย์ (Zero Waste) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคเปเปอร์ดอลล์ดาต้าเซท(Paper Doll Data Set) เพื่อหาองค์ประกอบทางการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แฟชั่นให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้บริโภค เครื่องมือวิจัยเพื่อเก็บข้อมูลจากผู้บริโภคกลุ่มประชากรคนเมืองเจนเนอเรชั่นเอ็ม (Generation M) อายุระหว่าง 29 – 44 ปี ในเขตกรุงเทพมหานคร คือแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ค่าความถี่ และค่าร้อยละ สรุปผลการวิจัยได้ว่า ปริมาณกากเหลือทิ้งจากร้าน Healthy Juice Bar ในเขตกรุงเทพมหานคร เฉลี่ยต่อวัน 10 – 50 กิโลกรัม งานวิจัยนี้ดำเนินการรับกากจากร้านเฉลี่ยต่อครั้ง 5 – 10 กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 10 ของปริมาณกากที่ทิ้งจากกระบวนการผลิตน้ำ การวิเคราะห์ค่าสีพบว่าเส้นด้ายที่ย้อมร้อนส่วนใหญ่จะได้ค่าความสว่างและค่าความเป็นสีเหลือง และย้อมเย็นจะมีค่าความมืดและค่าความเป็นสีน้ำเงิน ภาพรวมของผ้าทอด้วยเส้นด้ายฝ้ายย้อมสีจากจากกากผักผลไม้สกัดเย็นเหลือทิ้ง มีความคงทนของสีต่อความคงทนของสีต่อแสงและการซักล้าง ความคงทนของสีต่อแสง การซัก การซักแห้ง เหงื่อ และการเปลี่ยนแปลงหลังการซัก อยู่ในระดับปานกลาง มีการตกติดสีเล็กน้อยถึงปานกลาง ในส่วนการสร้างสรรค์ผลงานต้นแบบจากแนวคิดการนำกลับมาใช้ใหม่ (3R) จนขยะเหลือเป็นศูนย์ (Zero Waste) เพื่อช่วยลดมลพิษสิ่งแวดล้อม มีแนวทางความเป็นไปได้ว่าสามารถเพิ่มมูลค่าให้ขยะที่เหลือทิ้ง และสร้างอัตลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ และนำไปสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นได้อย่างยั่งยืน ผู้บริโภคกลุ่มคนเมืองเจนเนอเรชั่นเอ็มมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์สินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ ภายใต้ตราสินค้าพาธ วอร์โดบ (PRATH wardrobe) ที่ใช้แนวคิดการนำกลับมาใช้ใหม่ (3R : …


คราส: ปฏิบัติการภัณฑารักษ์ต่อแรงบันดาลใจจากเตือน พาทยกุล และแตรวง, ขจิตธรรม พาทยกุล Jan 2023

คราส: ปฏิบัติการภัณฑารักษ์ต่อแรงบันดาลใจจากเตือน พาทยกุล และแตรวง, ขจิตธรรม พาทยกุล

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

คราส: ปฏิบัติการภัณฑารักษ์ต่อแรงบันดาลใจจากเตือน พาทยกุล และแตรวง เป็นผลงานสร้างสรรค์ด้านปฏิบัติการภัณฑารักษ์ที่ต้องการถ่ายทอดความเป็นมาของแตรวงควบคู่ไปกับเรื่องราวของนายเตือน พาทยกุล ด้วยการผจงถ้อยร้อยเรียงความเกี่ยวเนื่องทั้งสองให้ผนวกรวมกันในแต่ละจังหวะก้าวการพัฒนาของแตรวง รวมทั้งยังนำเสนอการสร้างสรรค์ปฏิบัติการภัณฑารักษ์ ผ่านการจัดแสดงแตรวง โดยจัดวางทุกจังหวะก้าวของพัฒนาการของแตรวงให้ดูเหมือนรอยต่อของแต่ละตอนการแสดงให้ซ้อนทับแต่กลับคลี่คลายออก และเคลื่อนออกทุกทิศทุกทาง คุณลักษณะเชิงอุปลักษณ์นี้ช่วยอธิบายการขยายตัวของแตรวงคือการผนวกรวมทุกความเป็นไปได้ ที่แตรวงเป็นไว้ข้างในพัฒนาการของแตรวง จนดูราวกับว่ากลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างจนไม่มีข้างนอกหรือนอกเหนือความลื่นไหลของแตรวง นอกจากนี้ คุณลักษณะเชิงอุปลักษณ์ในผลงานสร้างสรรค์ชิ้นนี้ได้นำเสนอการตีความ ‘คราส’ ใหม่ จากเดิมซึ่งหมายถึง ‘การซ้อนทับ’ มาเป็น ‘การผนวกรวม’ นัยยะและความหมายใหม่นี้คือการเปิดความคิดเชิงพื้นที่ที่สิ่งที่ประกอบขึ้นนั้น ๆ จะเชื่อมโยงเข้าหากันในทุก ความเป็นไปได้ที่ปรากฏขึ้น


พลังความมหาศาล, สิริยา จิตพิมลมาศ Jan 2023

พลังความมหาศาล, สิริยา จิตพิมลมาศ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

พลังความมหาศาล เป็นศิลปะวิดีทัศน์จัดวางที่นำมโนทัศน์ความงามอันหาที่เปรียบมิได้ของอิมมานูเอล ค้านท์ มาสร้างประสบการณ์เชิงสุนทรียศาสตร์ผ่านวัตถุศิลปะ โดยนำเสนอปรากฏการณ์ธรรมชาติผ่านหน้าจอ Cycloramic ขนาด 14 x 5 เมตร ด้วยเทคนิค Video Projection วิดีทัศน์เป็นภาพซูมช้า ๆ เข้าสู่ใจกลางพายุสายฟ้าที่ดำเนินไปเรื่อย ๆ สู่ความอนันตภาพ โดยมีความน่าสะพรึงกลัวของสายฟ้า พลังพสุธากัมปนาท และบรรยากาศเสียงสายลมพายุ ผลงานชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเผชิญหน้ากับพายุบนยอดอาคารสูงระฟ้าประสบการณ์เหล่านี้ได้เผยออกให้เห็นความไร้ขอบเขตและความกว้างใหญ่ไพศาล ในขณะที่ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัวถูกปกคลุมด้วยพลังของธรรมชาติที่มีอำนาจเหนือกว่า ความรู้สึกเหนื่อยล้าจากความประหวั่นพรั่นพรึงและความวิตกกังวลต่อพลังการทำลายล้างอันมหาศาล สภาวการณ์ที่ความงามอันหาที่เปรียบมิได้ที่ปรากฏขึ้นนี้ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์เชิงเสมือนจริง และประสบการณ์ทางสุนทรียศาสตร์ขึ้น ในขณะที่ความรู้สึกรื่นรมย์ต่อสภาวการณ์ดังกล่าวก็ปรากฏให้เห็นในงานศิลปะ และจินตนาการที่เป็นอิสระไร้ขอบเขต


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากความเพิกเฉยของมนุษย์ต่อปัญหาสภาวะแวดล้อมโลก, ธนาภรณ์ วีรเดช Jan 2023

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากความเพิกเฉยของมนุษย์ต่อปัญหาสภาวะแวดล้อมโลก, ธนาภรณ์ วีรเดช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากความเพิกเฉยของมนุษย์ต่อปัญหาสภาวะแวดล้อมโลโดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย การสำรวจข้อมูลเชิงเอกสารการสืบค้นข้อมูลจากสื่อสารสนเทศ การสัมมนา การสังเกตการณ์ การสัมภาษณ์ ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้วิจัยและเกณฑ์การสร้างมาตรฐานในการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์ นำข้อมูลมาตรวจสอบ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างสรรค์ผลงานนาฏยศิลป์ตามกระบวนการที่กำหนดไว้ ผลการวิจัยพบว่าการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากความเพิกเฉยของมนุษย์ต่อปัญหาสภาวะแวดล้อมโลก มีรูปแบบในการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ทั้งสิ้น 8 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) บทการแสดงแบ่งออกเป็น 3 องก์ ประกอบด้วย องก์ที่ 1 อดีต องก์ที่ 2 ปัจจุบัน และองก์ที่ 3 อนาคต 2) ผู้วิจัยแสดงเดี่ยว ด้วยการผสมผสานทักษะการเต้นรวมทั้งนาฏยศิลป์ไทยประเพณี และนาฏยศิลป์สมัยใหม่ 3) ลีลานาฏยศิลป์ ใช้ลีลาการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน (Everyday movement) การด้นสด (Improvisation) ตามหลักนาฏยศิลป์สมัยใหม่ และนาฏยศิลป์หลังสมัยใหม่ 4) เครื่องแต่งกายและการแต่งหน้าให้สอดคล้องกับบทการแสดง 5) อุปกรณ์ประกอบการแสดงใช้วัสดุที่เหลือใช้ 6) เสียงและดนตรีประกอบการแสดง ได้แก่ เสียงธรรมชาติ และดนตรีที่ประพันธ์ขึ้นใหม่ 7) ฉากและพื้นที่การแสดง ใช้สถานที่จริงที่มีความสอดคล้องกับบทการแสดง 8) แสงใช้แสงธรรมชาติให้มีความสอดคล้องกับบทการแสดง นอกจากนี้พบว่ามีแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ในครั้งนี้ 6 ประการ ได้แก่ 1) การคำนึงถึงความเพิกเฉยของมนุษย์ต่อปัญหาสภาวะแวดล้อมโลก 2) การคำนึงถึงการสื่อสารกับกลุ่มผู้ชม 3) การคำนึงถึงความหลากหลายของรูปแบบการแสดง 4) การคำนึงถึงการใช้สัญลักษณ์ในผลงานนาฏยศิลป์ 5) การคำนึงถึงแนวคิดและทฤษฎีทางด้านทัศนศิลป์ นาฎยศิลป์และดุริยางคศิลป์ 6) การคำนึงถึงความคิดสร้างสรรค์ในงานนาฏยศิลป์ ทั้งนี้งานวิจัยฉบับนี้เป็นวิทยานิพนธ์เชิงสร้างสรรค์ทางด้านนาฏยศิลป์ที่มีการเชื่อมโยงองค์ความรู้ในศาสตร์แขนงอื่น ๆ เพื่อก่อเกิดความรู้และสามารถเป็นแนวทางให้แก่ผู้ที่จะศึกษางานทางด้านนาฏยศิลป์สร้างสรรค์ต่อไปในอนาคต


ดุษฎีนิพนธ์การแสดงเพลงร้อง : บทเพลงแห่งตํานานอุปรากรศิลป์จีนร่วมสมัย, พลัง โลกศิลป์ Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การแสดงเพลงร้อง : บทเพลงแห่งตํานานอุปรากรศิลป์จีนร่วมสมัย, พลัง โลกศิลป์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์การแสดงเพลงร้องบทเพลงแห่งตํานานอุปรากรศิลป์จีนร่วมสมัยมีจุดประสงค์เพื่อแสดงบูรณาการเทคนิคการขับร้องแบบตะวันตกและหลักการขับร้องแบบคลาสสิคจีนหรือที่เราเรียกกันว่าเพลงร้องศิลป์จีน เพื่อเพิ่มศักยภาพเทคนิคการขับร้อง วิธีการขับร้องภาษาจีนที่ได้นำความรู้มาจากประวัติศาสตร์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของเพลงร้องศิลป์จีนเป็นองค์ความรู้ที่นักร้องจีนได้ศึกษาและวิจัยมาโดยตลอด เป็นทรัพยากรทรงคุณทางศิลปะวัฒนธรรมจีน ไทยและจีนนั้นเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์และมิตรภาพมายาวนานตั้งแต่อดีต ซึ่งเพลงร้องศิลป์จีนเป็นบทเรียนที่นักเรียนจีนสายขับร้องทุกคน ต้องเรียนรู้กันและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในประเทศจีน บทเพลงศิลป์จีนนั้นเต็มไปด้วยดนตรีที่ไพเราะ และส่วนใหญ่จะใช้กวีจีนโบราณหรือเป็นบทเขียนกลอนเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงประวัติศาสตร์นั้นๆ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์จีนผ่านบทเพลงร้องศิลป์จีนทำให้เรารู้จักประเทศเพื่อนบ้านได้ดีขึ้นและเข้าใจกับประวัติศาสตร์จีนอย่างมีสุนทรียะ บทเพลงร้องศิลป์จีนสามารถนำมาพัฒนาเทคนิคการขับร้องแล้วยังเข้าใจภาษาและวัฒนธรรมทำให้มิตรภาพไทยจีนมั่นคงยั่งยืน


ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีสร้างสรรค์ : วรรณกรรมเพลงร้องร่วมสมัยแห่งกรุงสยามสำหรับเปียโนและขับร้อง, พูนสันต์ เตียรถ์ชัยวานิช Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีสร้างสรรค์ : วรรณกรรมเพลงร้องร่วมสมัยแห่งกรุงสยามสำหรับเปียโนและขับร้อง, พูนสันต์ เตียรถ์ชัยวานิช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

“ดุษฎีนิพนธ์ดนตรีสร้างสรรค์ : วรรณกรรมเพลงร้องร่วมสมัยแห่งกรุงสยามสำหรับเปียโนและขับร้อง” มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์เพลงไทยสำหรับเปียโนและการขับร้องและเพื่อสร้างผลงานทางด้านดนตรีร่วมกันระหว่างศาสตร์ 2 แขนงคือ ศาสตร์ด้านดนตรีตะวันตกและศาสตร์ด้านดนตรีไทย ในกระบวนการสร้างสรรค์ได้ศึกษาข้อมูลจากวรรณกรรมเพลงร้องตะวันตกสำหรับเปียโนและการขับร้องในยุคโรแมนติก บทบาทของเปียโนในการบรรเลงร่วมการขับร้อง วรรณกรรมเปียโนเพลงไทยของบรมครูคนสำคัญ และวรรณกรรมเปียโนเพลงไทยในยุคศตวรรษที่ 21 เพื่อนำมาเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์ผลงาน จากนั้นจึงลงมือประพันธ์ด้วยแนวคิด ทฤษฎีดนตรี และเทคนิคการประพันธ์เพลงตะวันตก ทดลองฝึกซ้อมและบรรเลงร่วมกับนักร้องด้วยแนวคิดและการตีความแบบการบรรเลงเปียโนตะวันตกร่วมกับการขับร้องตามแบบแผนไทย นำข้อบกพร่องมาขัดเกลาและปรับปรุงผลงาน จนได้เป็นผลงานเพลงสำหรับเปียโนและการขับร้องจำนวน 6 เพลง


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากกลยุทธ์ของอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ด้านศิลปะการแสดง: ศาสตราจารย์ ดร.นราพงษ์ จรัสศรี, ปรียพรรณ ศรีธวัช Jan 2023

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากกลยุทธ์ของอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ด้านศิลปะการแสดง: ศาสตราจารย์ ดร.นราพงษ์ จรัสศรี, ปรียพรรณ ศรีธวัช

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์จากกลยุทธ์ของอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ด้านศิลปะการแสดง: ศาสตราจารย์ ดร.นราพงษ์ จรัสศรี เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหารูปแบบและแนวคิดที่ได้หลังจากการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากกลยุทธ์ของอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ด้านศิลปะการแสดง: ศาสตราจารย์ ดร.นราพงษ์ จรัสศรี ผลการวิจัยพบว่าได้ทั้งรูปแบบ และ แนวคิดดังนี้ 1) รูปแบบการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ ผู้วิจัยสามารถจำแนกตามองค์ประกอบในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏยศิลป์ทั้ง 8 ประการ ได้แก่ 1) บทการแสดง สร้างสรรค์ขึ้นจากกลยุทธ์ของอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ด้านศิลปะการแสดง: ศาสตราจารย์ ดร.นราพงษ์ จรัสศรี โดยแบ่งบทการแสดง ออกเป็น เก้าองก์ 2) พื้นที่ในการแสดง ใช้พื้นที่แบบเปิดเพื่อความเป็นอิสระและมีความหลากหลายเหมาะสมกับองก์ต่าง ๆ ในการแสดง 3) ลีลานาฏยศิลป์ มีรูปแบบการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวันตามแบบนาฏยศิลป์หลังสมัยใหม่โดยใช้เทคนิคของเมอร์ซ คันนิงแฮม และพอล เทย์เลอร์ 4) นักแสดงเป็นผู้ที่สามารถสื่อสารท่าทางแบบนาฏยศิลป์หลังสมัยใหม่ที่สามารถถ่ายทอดการสื่อสารความรู้สึกผ่านภาษาท่าทางได้อย่างตรงไปตรงมา 5) อุปกรณ์ประกอบการแสดงมีการใช้อุปกรณ์เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญเช่นกล้องจุลทรรศน์ (ชีววิทยา) ถ้วยตวง(เคมี) ตาชั่ง (กลศาสตร์) เพื่อช่วยสื่อสารเปรียบเทียบถึงความเป็นพหุศาสตร์ของงานวิจัย 6) เครื่องแต่งกาย ใช้เครื่องแต่งกายเรียบง่ายที่ไม่ระบุเพศ และใช้สีขาวเพื่อแทนความหมายของกระดาษสีขาวของเล่มงานดุษฎีนิพนธ์ 7) แสง ใช้แสงธรรมชาติ 8) เสียงและดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงใช้เสียงธรรมชาติ และเสียงสังเคราะห์ 2) แนวคิดหลังการสร้างสรรค์ผลงาน มี ห้าประการ ได้แก่ 1) กลยุทธ์ของอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ด้านศิลปะการแสดง: ศาสตราจารย์ ดร.นราพงษ์ จรัสศรี ซึ่งจากการเป็นผู้มีประสบการณ์มากกว่า 50 ปี จึงมีกลยุทธ์ที่สำคัญคือ มีความคิดสร้างสรรค์สูงมีความสามารถที่ทั้งรู้ลึกและรู้กว้าง (Versatilist) ซึ่งเป็นการผสานรวม 2 ประเภท ทั้ง รู้ลึก (Specialist) และรู้กว้าง (Generalist) เข้าด้วยกัน คือเชี่ยวชาญในเรื่องหนึ่งแต่ขณะเดียวกันก็สามารถข้ามสายไปทำความเข้าใจเรื่องอื่นได้อย่างง่ายดายเมื่อจำเป็น และยังมีความยืดหยุ่นในการทำงานสูง ปรับตัวเป็นเลิศ เก่งทั้งเทคนิคและผู้คน จึงสามารถมองเห็นปัญหาได้ล่วงหน้า แก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว ให้คำแนะนำที่ทำให้งานเกิดคุณภาพ ทั้งยังมี กลยุทธ์ที่สร้างบรรยากาศผ่อนคลายทำให้นักวิจัยพร้อมในการเรียนรู้ และมีเวลาให้นักวิจัยเต็มที่อย่างทั่วถึงและยุติธรรม นอกจากนี้ยังมีกลยุทธ์ในการวางแนวทางกำหนดหัวข้อที่เป็นบรรทัดฐานไว้ล่วงหน้าทำให้ง่ายต่อนักวิจัยในการสืบค้น การอธิบายงาน และสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการศึกษางานสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ในอนาคต 2) ความคิดสร้างสรรค์ทางด้านนาฏยศิลป์ มีการสร้างสรรค์งานที่ไม่เคยมีผู้ทำมาก่อนและยังมีมาตรฐานการเป็นต้นแบบศิลปินตามหลักของวิชชุตา …


ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : ‘ตับเทศกาลเรือพระ’ สำหรับวงโมเดิร์นแจ๊สออร์เคสตรา, รัชกฤต ภาณุอัครโชค Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง : ‘ตับเทศกาลเรือพระ’ สำหรับวงโมเดิร์นแจ๊สออร์เคสตรา, รัชกฤต ภาณุอัครโชค

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง :‘ตับเทศกาลเรือพระ’สำหรับวงโมเดิร์นแจ๊สออร์เคสตรา เป็นชุดบทเพลงพรรณนาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประเพณีชักพระในจังหวัดสงขลาที่จัดขึ้นหลังวันออกพรรษา 1 วัน ตรงกับแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ณ สระบัวแหลมสมิหลา จากความเชื่อทางพุทธศาสนาเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จไปประจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพุทธมารดา เมื่อครบพรรษาจึงเสด็จกลับลงมายังโลกมนุษย์ มีพุทธศาสนิกชนรอรับเสด็จเพื่ออันเชิญประทับบนบุษบกแล้วแห่แหนไปยังสถานที่ต่างๆ จึงเป็นที่มาของประเพณีชักพระที่สืบทอดกันมายาวนาน มีกิจกรรมด้านศาสนา มีการตกแต่งเรือพระด้วยประติมากรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาอย่างงดงาม พร้อมดึงเอกลักษณ์ดนตรีสำเนียงพื้นบ้านภาคใต้มาผสมผสานกับดนตรีตะวันตกมีแนวทำนอง การประสานเสียงและการเรียบเรียงให้มิติของเสียงที่โดดเด่นน่าสนใจ บทเพลงทั้งหมดในชุดมี 8 เพลง ได้แก่ 1) พญานาค 2) วงล้อแห่งธรรมจักร 3) ตักบาตรเทโว 4) เคลื่อนพลเรือพระ 5) บันไดเงินบันไดทองบันไดแก้วมณี 6) บุษบก 7) พระพุทธเจ้าเปิดโลก และ 8) ประทานพร ความยาวโดยรวมประมาณ 40 นาที


การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง, โอม วรรณะ Jan 2023

การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง, โอม วรรณะ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยเรื่อง “การสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง” มีรูปแบบในลักษณะการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและแนวคิดหลังการสร้างสรรค์นาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง โดยศึกษากลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง นาฏยศิลป์สร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย เกณฑ์การสร้างมาตรฐานในการยกย่องบุคคลต้นแบบทางด้านนาฏยศิลป์ที่มีต่องานวิจัย เพื่อเป็นพื้นฐานประกอบในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏยศิลป์ จากนั้นผู้วิจัยได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงเอกสาร สัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย สื่อสารสนเทศอื่น ๆ ตลอดจนวิเคราะห์ข้อมูล สรุปผล และนำเสนอผลงานวิจัย ผลการวิจัยพบว่า การสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏยศิลป์ที่สะท้อนถึงกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง สามารถจำแนกตามองค์ประกอบในการสร้างสรรค์ผลงงานทางด้านนาฏยศิลป์ทั้งหมด 8 ประการ ได้แก่ 1) บทการแสดง สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ภายใต้ลักษณะของกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง แบ่งออกได้ทั้งหมด 9 องก์ โดยนำเสนอกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดงที่ปรากฏขึ้นจริงในสังคม 2) นักแสดง มีความรู้ ความสามารถทางด้านนาฏยศิลป์และศิลปะการแสดง 3) ลีลานาฏยศิลป์ นำเสนอผ่านรูปแบบนาฏยศิลป์หลังสมัยใหม่ โดยใช้การเคลื่อนไหวแบบด้นสด การใช้ท่าทางในชีวิตประจำวัน ประกอบกับการเล่าเรื่องและการสลับบทของตัวละคร 4) เครื่องแต่งกาย ใช้การออกแบบจากหลักศิลปะมินิมอลลิสม์ (Minimalism) หลักทฤษฎีน้อยดีกว่ามาก (Less is more) และเครื่องแต่งกายในชีวิตประจำวัน 5) เสียงและดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ใช้เสียงที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติทั้งหมด 6) อุปกรณ์ประกอบการแสดง ใช้แนวคิดสัญลักษณ์ มุ่งเน้นความเรียบง่าย และสื่อสารการแสดงได้ง่าย 7) พื้นที่การแสดง นำเสนอการแสดงบนพื้นที่แบบเปิดและมีความหลากหลายทางด้านสภาพแวดล้อม 8) แสง ใช้แสงธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลาที่มีความแตกต่างกัน อีกทั้งมีแนวคิดหลังการสร้างสรรค์ผลงาน 6 ประการ ได้แก่ 1) แนวคิดเรื่องกลลวงในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง 2) แนวคิดเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมในผลงานทางด้านศิลปะการแสดง 3) แนวคิดความคิดสร้างสรรค์ในงานนาฏยศิลป์ 4) แนวคิดความหลากหลายในงานนาฏยศิลป์ 5) แนวคิดทฤษฎีทางด้านศิลปกรรมศาสตร์ 6) แนวคิดของนาฏยศิลป์หลังสมัยใหม่ ซึ่งผลการวิจัยทั้งหมดนี้มีความสอดคล้องและตรงตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยทุกประการ


ดุษฎีนิพนธ์การแสดงดนตรี : การตีความใหม่ในบทเพลงประกอบเปียโนยุคศตวรรษที่ 21, ศศิภา รัศมิทัต Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การแสดงดนตรี : การตีความใหม่ในบทเพลงประกอบเปียโนยุคศตวรรษที่ 21, ศศิภา รัศมิทัต

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอการตีความบทเพลงคลาสสิกที่มีเปียโนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการบรรเลง เพื่อเพิ่มพูนทักษะและศักยภาพในการบรรเลง การตีความ บทเพลง รวมถึงการนำออกแสดงอันเป็นการเผยแพร่ดนตรีเชมเบอร์ในประเทศไทย โดยศึกษา บทเพลงเชมเบอร์ที่สำคัญที่ได้รับการยกย่องเป็นมาตรฐาน รวมทั้งเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการบรรเลงเปียโนร่วมกับเครื่องดนตรีอื่นจากตำราและบทความวิชาการ และแบ่งอรรถาธิบายตามบทเพลงจากการแสดง 3 ครั้ง คือ 1) เปียโนและคลาริเน็ต 2) เปียโนและดับเบิลเบส และ 3) เปียโนและกลุ่มเชมเบอร์ ซึ่งประกอบด้วยบทเพลงประเภทโซนาตา คอนแชร์ตานเต เปียโนควินเท็ต เปียโนทรีโอ และบทเพลงลักษณะพิเศษ อาทิ แรปโซดี เอเลอร์จี เซเรเนด แฟนตาเซีย โดยให้ความสำคัญกับอารมณ์ บทบาท และสีสันของบทเพลงตามจินตภาพ การจัดสมดุลเสียงระหว่าง แนวเปียโนและเครื่องดนตรีอื่น ทิศทางของทำนองสอดแทรก การใช้เพเดิล การปรับโน้ต วงออร์เคสตราฉบับย่อให้เหมาะสมกับเทคนิคการบรรเลงเปียโน ซึ่งสามารถทำให้การบรรเลงเปียโนร่วมกับเครื่องดนตรีต่างชนิดมีความไพเราะ กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน มีอรรถรสที่แปลกใหม่และมีสีสัน


ดุษฎีนิพนธ์การวาทยกร : วรรณกรรมสร้างสรรค์บทเพลงร้องประสานเสียงโรแมนติกเยอรมันร่วมสมัย, ยสวันต์ มีทองคำ Jan 2023

ดุษฎีนิพนธ์การวาทยกร : วรรณกรรมสร้างสรรค์บทเพลงร้องประสานเสียงโรแมนติกเยอรมันร่วมสมัย, ยสวันต์ มีทองคำ

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ดุษฎีนิพนธ์การวาทยกร : วรรณกรรมบทเพลงร้องประสานเสียงโรแมนติกเยอรมันร่วมสมัย เป็นงานวิจัยสร้างสรรค์ที่จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอแนวทางการอำนวยเพลงที่ผู้วิจัยสังเคราะห์ขึ้นผ่านการศึกษาทฤษฎีการเปล่งเสียงตามหลักสรีรศาสตร์ กลยุทธ์การเปล่งเสียงคำ การตีความบทกวียุคโรแมนติก และวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อแนวความคิดของผู้ประพันธ์ โดยในงานวิจัยสร้างสรรค์ชิ้นนี้ ผู้วิจัยคัดเลือกบทเพลงร้องประสานเสียงที่ประพันธ์โดยผู้ประพันธ์เพลงชาวเยอรมันในรูปแบบของบทเพลงศาสนาทั้งที่ประพันธ์ขึ้นเป็นภาษาเยอรมันเช่น Wie lieblich sind deine Wohnungen โดยโยฮันเนส บรามส์ และภาษาอื่น ๆ เช่น Locus iste โดยอันโทน บรุคเนอร์ และ He, Watching Over Israel โดยเฟลิกซ์ เมนเดลโซน นอกจากนั้นยังมีบทเพลงนอกศาสนา เช่น Der Greis โดยฟรานซ์ โยเซฟ ไฮเดิน และ An die Sonne โดยฟรานซ์ ปีเตอร์ ชูเบิร์ต ทั้งนี้ผู้วิจัยยังนำเสนอบทประพันธ์เพลงที่ถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่จากเพลงร้องศิลป์เยอรมัน เช่น บทประพันธ์ Morgen! โดยริคาร์ด ชเตราส์และผู้วิจัยยังได้เรียบเรียงบทเพลงศิลป์เยอรมัน Widmung โดยโรเบิร์ต ชูมันน์สำหรับวงขับร้องประสานเสียงแบบผสมตามแนวทางการประพันธ์เพลงต้นแบบอีกด้วย ทั้งนี้ ผู้วิจัยนำความรู้ที่สังเคราะห์ มาปรับใช้ในการฝึกซ้อมบทประพันธ์ที่คัดเลือกไว้ และได้เผยแพร่ผลงานผ่านการบันทึกเสียงและการบรรยายประกอบการแสดง พร้อมทั้งสรุปผลการวิจัยเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้าในอนาคต