Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Industrial and Product Design Commons™

Open Access. Powered by Scholars. Published by Universities.®

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Publication Year

Articles 1 - 9 of 9

Full-Text Articles in Industrial and Product Design

โครงการพัฒนาการออกแบบเปลือกทุเรียนเพื่อนำไปใช้เป็นวัสดุในการตกแต่งภายใน, วาสิตา หนูอิ่ม Jan 2025

โครงการพัฒนาการออกแบบเปลือกทุเรียนเพื่อนำไปใช้เป็นวัสดุในการตกแต่งภายใน, วาสิตา หนูอิ่ม

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ปัจจุบันทั่วโลกมุ่งค้นหาวัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเปลือกทุเรียนซึ่งมีปริมาณของเสียสูงและก่อปัญหามลพิษ ถูกมองว่าเป็นวัสดุที่มีศักยภาพเนื่องจากมีปริมาณเส้นใยเซลลูโลสสูงและสามารถพัฒนาเป็นวัสดุทางเลือกใหม่ได้ อย่างไรก็ตามวัสดุจากเปลือกทุเรียนยังมีข้อจำกัดด้านรูปลักษณ์และคุณค่าทางสุนทรียะ จากผลการสำรวจความคิดเห็น พบว่าผู้ใช้มีทัศนคติในเชิงบวกแต่เห็นว่าควรมีการปรับปรุงด้านการออกแบบและคุณสมบัติเชิงใช้งานเพื่อให้เหมาะสมต่อการประยุกต์ใช้ในบริบทจริงงานวิจัยนี้จึงมุ่งหวังเติมช่องว่างในการพัฒนาวัสดุในด้านการออกบบให้เกิดสุนทรียะแก่วัสดุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวทางในการสร้างสรรค์วัสดุทางเลือกใหม่จากเปลือกทุเรียนมาใช้ในงานตกแต่งภายใน ซึ่งใช้การวิจัยผ่านการปฏิบัติ เริ่มจากการศึกษาคุณสมบัติของเปลือกทุเรียน โดยใช้แนวคิดจากหลักการ Material Driven Design (MDD) ร่วมกับการประยุกต์ใช้เทคนิคหัตถกรรมการเคลือบเลคเกอร์ประยุกต์ (การลงรัก) และหาวิธีถ่ายทอดลักษณะเฉพาะตัวของเปลือกทุเรียนผ่านการตัดตกแต่งใน 3 รูปแบบ ได้แก่ การตัดปลายหนามทำให้เกิดรูปทรงที่มีหลากหลายขนาด การตัดตามแนวเรียงหนามทำให้เกิดโครงสร้างทรงสามเหลี่ยม และการกดอัดเผยให้เห็นเส้นใยของเปลือก จากนั้นนำมาประยุกต์สร้างพื้นผิวด้วยเทคนิคการลงรัก โดยใช้เปลือกทุเรียนแทนกระบวนกาผลิตแบบดั้งเดิม เช่น ลวดลายวาดมือหรือการฝังเปลือกหอย และทดลองใช้เจสโซ่ (Gesso) แทนวัตุดิบอย่างยางรัก เพื่อหาแนวทางใหม่ในการสร้างลวดลาย โดยยังคงรักษาขั้นตอนดั้งเดิมของการฝัง ทา ขัด ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการแปรรูปเปลือกทุเรียนด้วยการตัดตกแต่งสามารถใช้เป็นวัสดุทดแทนในการสร้างลวดลายและพื้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้รูปแบบที่หลากหลาย มีเอกลักษณ์ และสะท้อนความงามตามธรรมชาติอย่างชัดเจน อีกทั้งการประยุกต์ใช้เจสโซ (Gesso) ยังช่วยเพิ่มมิติด้านสีสัน ลดขั้นตอนการผลิต และลดต้นทุนได้ในเวลาเดียวกัน เหมาะสมในการผลิตในระดับหัตถอุตสาหกรรม จากการประเมินความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมาย พบว่าวัสดุที่พัฒนาขึ้นได้รับการยอมรับในฐานะวัสดุทางเลือกใหม่ที่มีความแปลกใหม่ มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว และนำเสนองานหัตถกรรมที่ประณีตและร่วมสมัยได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดการค้นพบแนวคิด “Natural Craft” ซึ่งเป็นแนวทางการออกแบบที่ผสานบทบาทของธรรมชาติและมนุษย์เข้าด้วยกัน มุ่งเน้นการขับเน้นคุณค่าความงามของวัสดุธรรมชาติผ่านกระบวนการหัตถกรรมอย่างกลมกลืน


การใช้ประโยชน์จากเศษกากกาแฟเพื่อเพิ่มความพรุนตัวในดินเผา : แนวทางสู่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม, ณัฐณิชา จิตต์ต่างวงศ์ Jan 2024

การใช้ประโยชน์จากเศษกากกาแฟเพื่อเพิ่มความพรุนตัวในดินเผา : แนวทางสู่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม, ณัฐณิชา จิตต์ต่างวงศ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development Goals (SDGs) เป็นความท้าทายในระดับโลกพร้อมกับการประยุกต์แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นการช่วยสร้างความยั่งยืนให้แก่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเติบโตขึ้นของธุรกิจร้านกาแฟอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัญหาเศษกากกาแฟเหลือใช้ในแต่ละวันมีจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย นำมาซึ่งความจำเป็นในการแก้ปัญหาและจัดการเศษกากกาแฟ Self dripper cone เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ชงกาแฟดริปที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมีลักษณะการใช้งานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากไม่มีการใช้กระดาษกรองในการดริปกาแฟ โดยใช้ลักษณะความพรุนตัวของเซรามิกในการชงกาแฟ อย่างไรก็ตามในขั้นตอนการผลิตนั้นยังไม่เป็นที่เปิดเผย จึงเป็นที่มาของจุดประสงค์ในงานวิจัยครั้งนี้คือ 1. เพื่อศึกษาและทดสอบความพรุนตัวของดินเผาจากการผสมอินทรีย์ในดิน เพื่อให้ความเหมาะสมกับการดริปกาแฟ 2. เพื่อสร้างแนวทางการจัดการกากกาแฟในธุรกิจร้านกาแฟได้อย่างสร้างสรรค์ โดยการประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และนำข้อสงสัยดังกล่าวมาตั้งสมมติฐานในการหาความพรุนตัวของดินเผาที่มีส่วนผสมจากสารอินทรีย์ที่มีลักษณะเป็นผงที่เมื่อผ่านการผสมกับดินและผ่านการเผาแล้วกากกาแฟที่มีลักษณะเป็นผงจะหายไปจนเกิดเป็นความพรุนตัวของดินเผาและออกมาเป็นวัสดุที่เหมาะสำหรับการออกแบบและนำมาใช้เป็น Self dripper cone ในการศึกษาในช่วงต้นเลือกใช้ 1.กากกาแฟจากเครื่องชงเอสเพรสโซ่ขนาดกากกาแฟ 200-700 ไมครอน 2. กากกาแฟจากเครื่องชงเอสเพรสโซ่ขนาดกากกาแฟ 1100-1300 ไมครอน มาทดสอบเพื่อหาความพรุนตัว โดยใช้ดินเผาทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ ดินแม่ริม ดินเหมืองกุง ดินอุดรธานี และดินสโตนแวร์สีดำ (ดินของบริษัทคอมพาวด์เคลย์) มาเป็นวัสดุในการทดสอบกับกากกาแฟ เพื่อให้ได้คุณสมบัติที่เหมาะกับการทำ Self dripper cone และสามารถนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาและใช้ประโยชน์ทางธุรกิจร้านกาแฟได้อย่างดี


การศึกษาบทบาทของความหวังต่อพฤติกรรมสร้างสรรค์ของนักออกแบบผลิตภัณฑ์ดิจิทัล (Digital Product Designer) ในบริษัทออกแบบในกรุงเทพ, อโรชา ทิพยไกรศร Jan 2024

การศึกษาบทบาทของความหวังต่อพฤติกรรมสร้างสรรค์ของนักออกแบบผลิตภัณฑ์ดิจิทัล (Digital Product Designer) ในบริษัทออกแบบในกรุงเทพ, อโรชา ทิพยไกรศร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

จากการเติบโตของตลาด E-commerce ในประเทศไทย ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเพื่อแข่งขัน ส่งผลให้นักออกแบบผลิตภัณฑ์ดิจิทัลต้องพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความหวังและความคิดสร้างสรรค์ที่ส่งผลต่อการทำงานของนักออกแบบผลิตภัณฑ์ดิจิทัลในกรุงเทพฯ และปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับความหวังและความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักออกแบบผลิตภัณฑ์ดิจิทัลจาก 17 บริษัทในกรุงเทพฯ จำนวน 50 คน โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกและแบบสอบถาม ผลการศึกษาพบว่าความหวังมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในด้านการสนับสนุนแนวคิดให้เป็นที่ยอมรับ (Idea Championing) และการสร้างแนวคิด (Idea Generation) ซึ่งมีค่า R² เท่ากับ 0.41 และ 0.39 ตามลำดับ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการส่งเสริมความหวังและการสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนความคิดสร้างสรรค์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันในตลาด E-commerce ได้


การวิจัยเพื่อการออกแบบและพัฒนาระบบผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิลฟิล์มพลาสติกอย่างยั่งยืน, สุพิชฌาย์ ศาศวัตวิบูลย์ Jan 2024

การวิจัยเพื่อการออกแบบและพัฒนาระบบผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิลฟิล์มพลาสติกอย่างยั่งยืน, สุพิชฌาย์ ศาศวัตวิบูลย์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและข้อจำกัดของการจัดการขยะฟิล์มพลาสติกในเขตกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งสร้างแนวทางการออกแบบระบบจัดการขยะที่สามารถนำฟิล์มพลาสติกกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยศึกษาข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้บริโภค (End Consumer) ธุรกิจการจัดการขยะ และโรงงานผู้ผลิต/โรงงานรีไซเคิล ดำเนินการวิจัยระหว่างเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2567 งานวิจัยพบช่องว่างหลักในปัจจุบัน ได้แก่ ความยุ่งยากในการทำความสะอาดขยะฟิล์ม ขาดมาตรฐานในการแยกขยะ และการเข้าถึงระบบรองรับที่มีอยู่ยังทำได้ยาก อีกทั้งผู้บริโภคยังขาดแรงจูงใจอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่แม้มีความตั้งใจแต่ยังรู้สึกว่าการคัดแยกเป็นภาระ และการสนับสนุนจากภาครัฐยังอยู่ในระดับขอความร่วมมือ ไม่ได้ผลักดันเชิงนโยบายหรือกฎหมายอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังพบข้อกังวลด้านบทบาทของสมาคมผู้ผลิตพลาสติกที่อาจเกิดความทับซ้อนกับบทบาทของภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมตามหลักการ EPR หากสมาคมฯ เป็นเจ้าภาพหลักเพียงฝ่ายเดียวจึงอาจต้องออกแบบระบบการประสานงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและสถาบันกลางให้มีความครอบคลุมและสมดุล การวิจัยเริ่มต้นจากการวิเคราะห์สถานการณ์ขยะพลาสติกในปัจจุบัน พฤติกรรมของผู้บริโภค การทำงานของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบ และแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ผ่านกระบวนการวิจัยที่ประกอบด้วยการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง การเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามออนไลน์ การสัมภาษณ์เชิงลึก รวมถึงกิจกรรม focus group และการออกแบบร่วม (co-creation) เพื่อระบุปัญหาและโอกาสในการพัฒนาระบบจัดการขยะฟิล์มพลาสติก โดยอาศัยแนวคิดการออกแบบระบบผลิตภัณฑ์และบริการ (Product-Service System Design) มาเป็นแนวทางหลักในการออกแบบ ผลลัพธ์ของการวิจัยคือการออกแบบระบบการจัดการขยะฟิล์มพลาสติกที่มีจุดสัมผัส (Touchpoint) กับผู้ใช้งานในหลายรูปแบบ ได้แก่ แอปพลิเคชันสำหรับสะสมขยะฟิล์มพลาสติก, เครื่องปั่นขยะฟิล์มพลาสติกเพื่อเตรียมสำหรับการรีไซเคิล, แบดจ์ติดหน้าร้านสำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเพื่อสื่อสารการมีส่วนร่วม และจุดรับขยะ (Drop Point) อัจฉริยะที่สามารถแสดงสถานะการใช้งานได้ โดยทั้งหมดถูกพัฒนาเพื่อตอบ pain point ที่พบจากผู้ใช้งาน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าขยะฟิล์มพลาสติกแม้จะมีปริมาณมากในชีวิตประจำวัน แต่ยังขาดระบบจัดการที่เหมาะสม เนื่องจากข้อจำกัดด้านมูลค่าที่ต่ำ ความยุ่งยากในการทำความสะอาด และน้ำหนักเบาซึ่งส่งผลต่อความยากในการขนส่ง ระบบที่ออกแบบขึ้นนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกและรวบรวมขยะฟิล์มพลาสติกตั้งแต่ต้นทาง พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้คนในชุมชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างระบบการจัดการขยะที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้นในอนาคต จากการทดสอบแนวคิดกับผู้ใช้งาน พบว่าผู้ใช้งานต้องการระบบที่เข้าใจง่ายและให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะระบบการแบ่งระดับผู้ใช้ตามความสามารถในการแยกขยะ ระบบสะสมแต้ม และการติดตามเส้นทางขยะ ล้วนสร้างแรงจูงใจและความเชื่อมั่นในการมีส่วนร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ฟีเจอร์เชิงเทคโนโลยี เช่น ระบบ AI และการเลือกถุงขยะล่วงหน้า ช่วยลดความยุ่งยากในการใช้งานจริง และสะท้อนถึงความตั้งใจของผู้วิจัยในการออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทการใช้งานในชีวิตประจำวัน


การศึกษาและรวบรวมแนวทางการใช้เคลือบกลู๊ปในงานสร้างสรรค์เครื่องปั้นดินเผาในช่วงปี พ.ศ.2556 ถึง พ.ศ.2566, รวีวรรณ รังษีธนะศักดิ์ Jan 2024

การศึกษาและรวบรวมแนวทางการใช้เคลือบกลู๊ปในงานสร้างสรรค์เครื่องปั้นดินเผาในช่วงปี พ.ศ.2556 ถึง พ.ศ.2566, รวีวรรณ รังษีธนะศักดิ์

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

เคลือบกลู๊ปได้รับความนิยมในงานเครื่องปั้นดินเผาร่วมสมัยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมและอธิบายลักษณะรูปลักษณ์ของเคลือบกลู๊ปหลังการเผา และศึกษาปัจจัยที่ส่งผล ได้แก่ การใช้เคลือบและการจัดเรียงชิ้นงานก่อนเผา แบ่งการศึกษาออกเป็นสองส่วนคือ การตั้งเกณฑ์เพื่อจัดกลุ่มรูปลักษณ์และการตั้งสมมติฐานการใช้เคลือบ การจัดเรียงชิ้นงานเพื่อเผา โดยใช้แนวคิดทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงของเคลือบในการอธิบายและพิจารณาความสัมพันธ์ดังกล่าว โดยเริ่มจากการรวบรวมผลงานศิลปิน 6 ท่าน รวม 389 ภาพ คัดเลือกเหลือ 97 ภาพ แบ่งออกเป็น 9 กลุ่มรูปลักษณ์หลัก ก่อนสุ่มเลือก 23 ชิ้นมาศึกษารายกรณี สร้างแบบจำลองเพื่อทดลองการใช้เคลือบและจัดเรียงก่อนเผา และวิเคราะห์ผลการทดลองเพื่อวัดผลสมมติฐาน สุดท้ายอภิปรายความสัมพันธ์ระหว่างรูปลักษณ์หลังเผา การใช้เคลือบ การจัดเรียงชิ้นงาน และตัวแปรสำคัญอื่นๆ ที่จะเป็นแนวทางพัฒนาต่อยอดงานวิจัยในอนาคต


Design Research Project For Sustainable Campus Travel, Encouraging Active Mobility For Urban Thai University Students, Wanatchai Tassanee Jan 2024

Design Research Project For Sustainable Campus Travel, Encouraging Active Mobility For Urban Thai University Students, Wanatchai Tassanee

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Physical Activity and Physical fitness can act as tools to measure one’s health status. With its numerous benefits, such as improved physical and mental health and lower mortality risk, health promotion programs have been extensively devised to aid the young adults. However, only around a quarter of Thailand’s younger generations has sufficient physical activity. Thus, Active Mobility plays an important role in encouraging physical activity and aid in decreasing environmental impacts resulting from motorised means of travel. This study aims to promote physical activity and active mobility, while focusing on the perceived benefits of the students from campus travel experience. …


การสื่อสารผ่านการสัมผัสสำหรับผู้ที่มีและไม่มีความบกพร่องทางการเห็น:กรณีศึกษาแบรนด์ .Once, จิระ ชนะบริบูรณ์ชัย Jan 2024

การสื่อสารผ่านการสัมผัสสำหรับผู้ที่มีและไม่มีความบกพร่องทางการเห็น:กรณีศึกษาแบรนด์ .Once, จิระ ชนะบริบูรณ์ชัย

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

วิทยานิพนธ์เรื่อง “การสื่อสารผ่านการสัมผัสสำหรับผู้ที่มีและไม่มีความบกพร่องทางการมองเห็น: กรณีศึกษาแบรนด์ .ONCE” มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสัญลักษณ์สัมผัสที่สามารถสื่อสารเรื่องสีให้แก่ผู้ที่มีและไม่มีความบกพร่องทางการมองเห็น โดยใช้แนวคิดจากทฤษฎีการรับรู้ผ่านการสัมผัส (Tactile Perception Theory) ทฤษฎีสัญศาสตร์ (Semiotics) และทฤษฎีการสื่อความหมายของสีผ่านสัมผัสในบริบทของผลิตภัณฑ์แฟชั่นการพัฒนาสัญลักษณ์สัมผัสในวิจัยนี้เริ่มจากการกำหนดความหมายที่ต้องการสื่อ โดยอิงจากทฤษฎีของ Roland Barthes ซึ่งแบรนด์ .ONCE ตั้งเป้าหมายในการสื่อสารเรื่องสีให้เข้าใจได้ทั้งผู้มีและไม่มีความบกพร่องทางการมองเห็น จากนั้นได้เลือกใช้ทฤษฎีของ Charles Sanders Peirce ในการวิเคราะห์และตีความรูปแบบของสัญลักษณ์ เพื่อให้ได้สัญลักษณ์ที่ชัดเจนและสื่อความหมายได้ตรงตามเจตนา ในกระบวนการออกแบบสัญลักษณ์ ได้มีการใช้ทฤษฎีสัญศาสตร์ในการวิเคราะห์และสร้างสัญลักษณ์สัมผัส โดยสัญลักษณ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาให้มีความสัมพันธ์กับธรรมชาติและสามารถเชื่อมโยงกับอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากสี จากนั้นได้มีการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการรับรู้ทางประสาทสัมผัส (Sensory Perception Theory) เพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสมในการสื่อสารสีผ่านสัมผัส หลังจากพัฒนาสัญลักษณ์เสร็จสิ้น ได้มีการทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างซึ่งประกอบด้วยผู้ที่มีและไม่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าสัญลักษณ์ที่มีความเรียบง่ายและสัมพันธ์กับธรรมชาติ เช่น ใบไม้สำหรับสีเขียว และดวงอาทิตย์สำหรับสีเหลือง สามารถช่วยให้การสื่อสารเรื่องสีผ่านสัมผัสมีประสิทธิภาพมากขึ้นการวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างสัญลักษณ์สัมผัสที่มีความหมายลึกซึ้งและสามารถเชื่อมโยงความเข้าใจระหว่างผู้ใช้ทุกกลุ่ม นอกจากนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมและสร้างสังคมที่เท่าเทียม ข้อสรุปจากการวิจัยชี้ให้เห็นว่า สัญลักษณ์สัมผัสที่เรียบง่ายและมีความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เช่น ใบไม้หรือดวงอาทิตย์ สามารถช่วยให้การสื่อสารเรื่องสีมีประสิทธิภาพมากขึ้น การใช้รูปทรงที่มีการจัดกลุ่มเป็นคอลเลกชันเดียวกัน และการลดความซับซ้อนของรูปทรงยังสามารถช่วยลดความสับสนในการแยกแยะสีได้ วิทยานิพนธ์นี้มีส่วนสำคัญในการนำเสนอกระบวนการออกแบบที่ช่วยสร้างความเท่าเทียมในสังคม และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมผู้ใช้งานทุกกลุ่ม นำไปสู่ความเข้าใจและความเท่าเทียมในสังคม


สุนทรียแห่งวัสดุ: การสร้างคุณค่าสำหรับกระดาษเหลือใช้ในอุตสาหกรรมด้วยเทคนิคเชิงหัตถกรรม, พีรณัฐ บุญชื่น Jan 2024

สุนทรียแห่งวัสดุ: การสร้างคุณค่าสำหรับกระดาษเหลือใช้ในอุตสาหกรรมด้วยเทคนิคเชิงหัตถกรรม, พีรณัฐ บุญชื่น

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและสร้างสรรค์สุนทรียะแห่งวัสดุผ่านการนำกระดาษเหลือใช้จากอุตสาหกรรมมาประยุกต์ใช้ด้วยเทคนิคเชิงหัตถกรรม โดยเน้นการเพิ่มคุณค่าเชิงสุนทรียะและเชิงสิ่งแวดล้อมให้กับวัสดุเหลือใช้ที่ถูกมองข้าม โดยในขั้นต้นได้ทำการศึกษาคุณสมบัติของกระดาษเหลือใช้ที่มีหลากหลายลักษณะทางกายภาพ อาทิ พื้นผิว ความหนา สี และการพิมพ์ จากนั้นได้เลือกและนำเทคนิคเชิงหัตถกรรมต่าง ๆ มาประยุกต์เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางสุนทรียภาพ โดยเน้นการควบคุมลักษณะของพื้นผิว ความโปร่งแสง และลวดลายเฉพาะตัวในกระดาษแต่ละชนิดผลการวิจัยแสดงให้เห็นถึงความงามที่เกิดจากการใช้เทคนิคหัตถกรรม โดยลักษณะเฉพาะของวัสดุที่ได้รับการดัดแปลงนั้นสะท้อนให้เห็นถึงสุนทรียะแบบเฉพาะตัว การเรียงตัวของเยื่อกระดาษและการปรากฏของลวดลายจากหมึกพิมพ์เดิมทำให้เกิดพื้นผิวและลวดลายที่มีความซับซ้อนและล้ำลึก ความโปร่งแสงและความขุ่นทึบของกระดาษเกิดขึ้นจากการควบคุมระดับความหนาและการเคลื่อนไหวของแม่พิมพ์ระหว่างกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ความงามที่ไม่สามารถทำซ้ำได้ด้วยวิธีการเชิงอุตสาหกรรมโดยสรุป งานวิจัยนี้แสดงถึงศักยภาพของการนำวัสดุเหลือใช้มาเพิ่มมูลค่าเชิงสุนทรียะ ผ่านกระบวนการที่ใช้ความพิถีพิถันและการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ผลงานที่ได้ไม่เพียงมีคุณค่าเชิงศิลปะ แต่ยังสะท้อนถึงการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการตระหนักรู้ในสังคมถึงความสำคัญของการนำวัสดุเหลือใช้มาปรับเปลี่ยนสู่สุนทรียะใหม่ ที่ผสมผสานความงามในเชิงหัตถกรรมกับคุณค่าในเชิงสิ่งแวดล้อมอย่างลงตัว


วิธีการประเมินตราสัญลักษณ์ สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค และธุรกิจบริการ, สุทธิดา อนุชิตโอฬาร Jan 2022

วิธีการประเมินตราสัญลักษณ์ สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค และธุรกิจบริการ, สุทธิดา อนุชิตโอฬาร

Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

การออกแบบอัตลักษณ์ของแบรนด์ (brand identity) เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการสร้างแบรนด์ ส่วนหนึ่งของการออกแบบอัตลักษณ์ที่สำคัญคือภาพ (visual) ที่ทำให้คนจดจำและมีผลต่อการรับรู้ โดยมักจะเริ่มต้นจากตราสัญลักษณ์ (logo) ที่เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายสามารถแยกแบรนด์ออกจากคู่แข่ง จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่าปัญหาในกระบวนการออกแบบตราสัญลักษณ์ คือการสื่อสารกับเจ้าของแบรนด์ที่ขาดความเข้าใจในงานออกแบบ ทำให้ไม่สามารถตัดสินใจเลือกแบบเพื่อพัฒนางานต่อได้ส่งผลให้การทำงานล่าช้าลง เมื่อศึกษากระบวนการออกแบบพบว่าสิ่งที่ขาดไป คือการประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพของตราสัญลักษณ์ เกิดคำถามว่าหากมีผลการประเมินงานออกแบบที่เป็นรูปธรรมจะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับงานออกแบบได้มากขึ้นหรือไม่ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาเครื่องมือในการประเมินงานออกแบบตราสัญลักษณ์ ใช้การประเมินงานออกแบบตราสัญลักษณ์เป็นสื่อกลางในกระบวนการออกแบบ นำไปสู่วิธีการตัดสินใจของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพและส่งผลต่อการทำงานของนักออกแบบกราฟิก โดยศึกษาผ่านงานออกแบบตราสัญลักษณ์ของธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค และธุรกิจบริการในประเทศไทย อ้างอิงกรณีศึกษาจากบริษัท จีเอ 49 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการออกแบบกราฟิกและเชี่ยวชาญด้านการออกแบบอัตลักษณ์ของแบรนด์เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย งานวิจัยนี้เก็บข้อมูลจากโครงการที่เสร็จสมบูรณ์แล้วจำนวน 4 โครงการ และโครงการที่กำลังดำเนินการออกแบบอยู่ 1 โครงการ ผลจากการวิจัยเป็นข้อมูลจากการทดสอบกับกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ 3-4 ราย และเจ้าของแบรนด์ งานวิจัยนี้ใช้เกณฑ์การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ประกอบแบบสอบถาม แล้ววิเคราะห์และแสดงผลการประเมินออกมาในรูปแบบภาพ (Visual Presentation) เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายว่าตราสัญลักษณ์ที่นำมาประเมินสามารถวัดประสิทธิภาพจากปัจจัยใด การประเมินชี้ให้เห็นว่ามีกลุ่มเป้าหมายสามารถรับรู้การสื่อสารของตราสัญลักษณ์ได้ และทำให้เจ้าของแบรนด์ทราบได้ว่ามีความพึงพอใจและเหตุผลต่อตราสัญลักษณ์ที่เลือกมาจากปัจจัยอะไรงานวิจัยนี้แสดงผลการประเมินงานออกแบบตราสัญลักษณ์ ประเมินโดยเจ้าของกิจการ กับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ และผลการประเมินเปรียบเทียบงานออกแบบตราสัญลักษณ์โดยนักออกแบบ กับโปรแกรมในเว็บไซต์ที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ผลเหล่านี้ช่วยให้ลูกค้าของบริษัทออกแบบมีความเข้าใจในงานออกแบบมากยิ่งขึ้น และมีส่วนช่วยในการตัดสินใจเลือกผลงานออกแบบ พร้อมทั้งช่วยยืนยันประสิทธิภาพของตราสัญลักษณ์ที่เลือกพัฒนาต่อเป็นงานออกแบบขั้นสุดท้าย ทำให้นักออกแบบสามารถกำหนดทิศทางการทำงานได้ และช่วยบริหารจัดการโครงการออกแบบ งานวิจัยนี้เป็นการนำเกณฑ์การออกแบบตราสัญลักษณ์จากการทบทวนวรรณกรรมมาขยายผลและพัฒนาเป็นคำถามการประเมิน ผลจากการวิจัยนี้ทำให้ได้เครื่องมือประเมินที่เหมาะแก่บริบทของการออกแบบตราสัญลักษณ์สำหรับธุรกิจในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น สามารถเชื่อมโยงกับแบรนด์ของลูกค้าได้มากกว่าเครื่องมือที่มีอยู่ ทำให้ตราสัญลักษณ์ที่ผ่านการประเมินแล้วเกิดความความน่าเชื่อถือ และสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจให้กับลูกค้า